ลุยเกษตรสุดเขตไทย : สินค้าเกษตรหลังโควิดระบาด ตลาดจีนยังเป็นที่พึ่งของไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/602160

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : สินค้าเกษตรหลังโควิดระบาด ตลาดจีนยังเป็นที่พึ่งของไทย

วันพุธ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อาทิตย์ที่แล้ว “หนุ่มยูโร” มีโอกาสได้ต้อนรับ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส นายสาราหุดิน อาบู ประธานสภาอบจ.นราธิวาส นายมูหามัดรอซากี รองนายกสมาคมผู้ส่งออกผลไม้ภาคใต้ และทีมงาน ที่เดินทางมาเยี่ยมบูธ Queen Frozen Fruit ในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ซึ่งเป็นบริษัทที่รับซื้อทุเรียนจากชาวสวนในจังหวัดนราธิวาส และผลไม้จากภาคใต้ มาจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ในกรุงเทพฯ

นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส เล่าว่า จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศ ที่เป็นทั้งภูเขาและทะเล ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่มีรสชาติที่ดีเพราะได้รับอากาศเย็น
ทั้งปีสำหรับทุเรียนบางนรา เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ปลูกอยู่ในเส้นแม่น้ำ ที่มีน้ำแร่ทองธรรมชาติไหลผ่านมาจากภูเขาทอง ทำให้เกิดแม่น้ำสองสาย นั่นคือแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำสุไหงโก-ลก เกษตรกรจึงสามารถใช้ประโยชน์จากแม่น้ำ 2 สายนี้ ในการทำไร่ทำสวน ทำให้รสชาติของผลไม้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่มีรสชาติที่ดีและสิ่งที่สำคัญเกษตรกรในพื้นที่จะไม่ใช้สารเคมีในการฉีดพ่นทุเรียน ทำให้ทุเรียนของเรายังคงความเป็น organic ได้เกือบ 100%

ลักษณะสายพันธุ์และจุดเด่นของทุเรียนบางนรา มีหนามเรียงสวยงาม เนื้อหนาสีเหลืองทอง เนื้อละเอียดเส้นใยน้อย เม็ดลีบรสชาติหอมหวาน มีกลิ่นอ่อนๆคล้ายกระดังงา“ทุเรียนบางนราจึงได้รับฉายาว่า Gold durian ทุเรียนสายแร่ทอง” หรือชื่อทางการตลาดว่า “ทุเรียนทองคำ” อัตลักษณ์ที่จะจดจำของผู้บริโภค ส่งมาอร่อยถึงเมืองกรุงทุเรียนหมอนทองบางนรา หรือ“ทุเรียนทองคำ” ยังละมุนลิ้นเสมอมา

ผลไม้ของไทยโดยเฉพาะทุเรียน ส่งไปประเทศจีนมากที่สุด และด่านที่ผ่านแดนข้ามไปจีน คือ ด่านจังหวัดมุกดาหาร เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาก็เชียงของ จ.เชียงราย หนองคาย และนครพนม

“หนุ่มยูโร” เชื่อว่าหลังโควิดจบลง การค้าขายไทยจีนจะเพิ่มสูงขึ้นอีกไม่นานรถไฟความเร็วสูงของจีนจากคุนหมิงมาถึงเวียงจันทน์ใกล้แล้วเสร็จและจะเปิดเที่ยวปฐมฤกษ์ในวันชาติลาว
2 ธันวาคม 2564 รถไฟเหล่านี้จะพาคนจีนมาสู่อินโดจีน สู่อาเซียน สู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา ซึ่งปัจจุบันคนจีนไม่ได้มาตัวเปล่าแล้ว ไม่เหมือนในอดีตเสื่อผืนหมอนใบ เจ้าสัวจีนยุคนี่มาพร้อมเงินหยวน ด้วยกระเป๋าที่มีสตางค์ เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ มาแสวงหาโอกาสใหม่ๆ มาลงทุน ส่วนหนึ่งมาท่องเที่ยวก็ต้องเอาเงินมาใช้จ่าย พักผ่อน เราเปิดประเทศเมื่อไหร่ คนจีนจะมาเพิ่มอีกหลายเท่าตัว ด้วยการคมนาคมที่สะดวกขึ้น

เราหวังว่ารถไฟความเร็วสูงจากคุนหมิงมาถึงเวียงจันทน์ และจากเวียงจันทน์มาถึงกรุงเทพฯ จะส่งผลให้เศรษฐกิจ การค้าขาย การท่องเที่ยวของเราจะดีขึ้น เราต้องทำตลาดอย่างจริงจังว่า ประชากรจีนต้องการบริโภคสินค้าอะไรจากไทยบ้าง เรามีสินค้าอะไรบ้างที่จะส่งไปขายให้จีน ตัวเด่นๆ ก็มี ทุเรียน ลำไย เงาะ มังคุด มะพร้าวและยางพารา

ทุเรียนเปิดขายราคาส่งไม่ต่ำกว่า 100 บาททุกปี ปีต่อไปเชื่อว่าราคายิ่งร้อนแรง เพราะทุเรียนไทยไปทั่วทุกภาคของจีนนอกจากนี้สินค้าทางการเกษตรเกือบทุกตัว ก็เป็นที่ต้องการของตลาดจีนทั้งกล้วย มังคุด ไก่ เนื้อ หมู ออเดอร์หมด แต่ต้องมีกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ มีใบอนุญาตตามหลัก คนจีนติดใจข้าวหอมมะลิของไทยมากๆโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ เราต้องพัฒนาพันธุ์ข้าวของเราเรื่อยๆเพื่อให้กลับมาเป็นเบอร์ 1 ของโลก

สินค้าเกษตรไม่ต้องส่งไปไกลหรอกครับ แค่ตลาดจีนตลาดเดียวเราก็ยืนอยู่ได้แล้ว สายสัมพันธ์ความเป็นบ้านพี่เมืองน้องจะยืนนาน ขอให้เราผลิตสินค้าที่มีคุณภาพก็พอครับ

‘หนุ่มยูโร’

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : การจัดการน้ำทั้งระบบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600508

ลุยเกษตร สุดเขตไทย : การจัดการน้ำทั้งระบบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ช่วงนี้ประเทศไทยฝนตกหนักหลายพื้นที่“หนุ่มยูโร” เป็นห่วงสถานการณ์น้ำในประเทศ หวั่นจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 อาทิตย์ที่ผ่านมาหลายพื้นที่ต่างประสบกับปัญหาน้ำท่วมกันหนักหน่วงทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก และภาคกลาง

การจัดการเรื่องน้ำของประเทศไทย มีหลากหลายหน่วยงาน ครั้งแรกๆ “หนุ่มยูโร”เข้ามาศึกษายังงงกับระบบการจัดการน้ำของประเทศไทย ทั้งกรมชลประทาน,กฟผ.ที่ดูแลเขื่อนต่างๆ รวมทั้งการก่อกำเนิดของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และสำนักระบายน้ำของกทม.อีก

เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ทำให้รู้จักห้วย หนอง คลองบึง และประตูระบายน้ำมากขึ้น ชื่อประตูระบายน้ำต่างๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด หลังจากนั้นเมื่อปี 2560 ยุคคสช.ก็ตั้งหน่วยงานหนึ่งขึ้นมาดูแลน้ำทั้งระบบ นั้นคือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ได้ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์มาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการสนทช. เทียบเท่าปลัดกระทรวง หรือ ซี 11

แต่มติครม.เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 แต่งตั้งนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมการฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)คนใหม่ โดย ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสทนช.คนปัจจุบัน เกษียณอายุราชการ

ดร.สมเกียรติ อธิบดีกรมชลประทานหมาดๆ ในยุคนั้นมาเป็นเสาหลักในการจัดทำยุทธศาสตร์น้ำของประเทศ และจัดทำร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 เพียง 3 ปีออกดอกออกผล ทั้งบูรณาการหน่วยงานน้ำร่วม 40 หน่วย 10 กระทรวง ทั้งจัดระเบียบให้ทุกหน่วยอยู่ในแถว เพื่อขับเคลื่อนภารกิจบริหารจัดการน้ำของประเทศให้เห็นผลจากเดิมที่ต่างคนต่างทำ จากเดิมที่ใครมีแรงมากกว่า วิ่งชิงงบได้ก่อนใคร มาเป็นการหาเจ้าภาพรับผิดชอบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ไล่ลงขนาดเล็ก 1.4 แสนแห่ง และมีโอกาสเข้าถึงงบเท่าเทียมกัน

ดร.สมเกียรติ จัดวางโครงสร้างกำกับดูแลน้ำ ตั้งแต่ระดับชาติ(คณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ)ระดับลุ่มน้ำ(คณะกรรมการลุ่มน้ำ)และระดับจังหวัด(คณะอนุกรรมการน้ำจังหวัด) โดยมีสทนช.เป็นฝ่ายเลขานุการ ทำให้การขับเคลื่อนเป็นจริงได้

พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เป็นเครื่องมือสำคัญในการออกกฎหมายลูกเพื่อขับเคลื่อนอย่างจริงจัง อาทิ การจัดตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ จากภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม แล้วคัดเลือกเป็นตัวแทนในกรรมการระดับต่างๆ การจัดทำผังน้ำ การจัดเก็บค่าน้ำ ฯลฯ ถือเป็นผลงานหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เพิ่งผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจหมาดๆ

ผลงานล่าสุด ดร.สมเกียรติประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมชี้แจงว่า ลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่รวมประมาณ 104 ล้านไร่ มีลุ่มน้ำสำคัญ 3 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมักประสบกับสภาพทั้งปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม ปัญหาโครงสร้างการจัดการน้ำ และปัญหาคุณภาพน้ำ

โดยพบว่าจากพื้นที่ Area Based อยู่ในภาคอีสาน 16 พื้นที่ เป็นพื้นที่ที่ปัญหาด้านน้ำถึง 14 พื้นที่ แบ่งเป็น พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง 13 พื้นที่ อาทิ ลุ่มน้ำโมงตอนบน ลุ่มน้ำห้วยหลวง ลุ่มน้ำแม่น้ำสงคราม ลุ่มน้ำพุง-น้ำก่ำ ลุ่มน้ำชีตอนบน ลุ่มน้ำชีตอนกลาง ลุ่มน้ำมูล และ เมืองบุรีรัมย์-สุรินทร์ รวม 11.7 ล้านไร่ พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 1 พื้นที่ คือ ลุ่มน้ำเลยตอนล่าง มีพื้นที่ 0.063 ล้านไร่ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 พื้นที่ ได้แก่ นครพนม และ มุกดาหาร รวม 0.042 ล้านไร่

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล มารับตำแหน่งเลขาฯ สทนช. ทุกคนหวังว่าสทนช.จะเดินหน้าต่อไป เป็นเสาหลักแห่งการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ชาวบ้านดีใจที่ได้มืออาชีพมาบริหารจัดการน้ำแทนคนเก่าครับ

‘หนุ่มยูโร’

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : น้ำท่วมใหญ่กับการจัดการน้ำในเขื่อนของกรมชลประทาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/598889

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : น้ำท่วมใหญ่กับการจัดการน้ำในเขื่อนของกรมชลประทาน

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มาพบกันอีกครั้งครับ “ลุยเกษตรสุดเขตไทย”ช่วงนี้อยู่ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หนึ่งในผู้ถูกอภิปรายมีดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์รวมอยู่ด้วยคอยติดตามสถานการณ์กันว่าผลโหวตจะเป็นเช่นไร

ฉบับที่แล้ว “หนุ่มยูโร” ได้เตือนว่าจะเกิดสภาวะน้ำท่วมใหญ่ใน 34 จังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย เริ่มมาก็ จ.สมุทรปราการ อ.บางพลี อ.เมือง แถวนิคมอุตสาหกรรมบางปูโดนท่วมหนัก รถยนต์รถจักรยานยนต์จมน้ำหลายร้อยคัน ส่วนบ้านเรือนที่อยู่ริมคลองสำโรง แถววัดบางพลีใหญ่ใน มวลน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือน สร้างความเดือดร้อนไปตามๆ กัน

ที่หนักไม่แพ้กันก็คือจ.ปราจีนบุรี น้ำเอ่อมาจากเขาใหญ่ไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี ทำให้น้ำท่วมหลายอำเภอ เช่นที่อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมโหสถ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตาคาม ลามไปถึงจ.ชลบุรี เมืองพัทยา และจ.ระยอง ส่วนทางภาคเหนือก็โดนหนักหลายจังหวัดปีนี้ครบรอบ 10 ปี น้ำท่วมใหญ่ภาคกลางและกรุงเทพฯ เมื่อปี 2554 ต่างได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้าหลายหน่วยงานต่างย้ำเตือนให้เฝ้าระวัง

หันไปดูในส่วนของกรมชลประทานเริ่มปรับแผนบริหารจัดการน้ำ รับมือสภาพอากาศผันผวนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเร่งเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด ลดความเสี่ยงผลผลิตการเกษตรเสียหาย และป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เฝ้าระวัง

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน แจ้งหลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจากการสำรวจปริมาณน้ำปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 39,013 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 14,985 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีกรวม 37,302 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 8,305 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 33 ของความจุอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 1,609 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่ทั้งประเทศมีการทำนาปีไปแล้วรวม 13.96 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 83 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพาะปลูกไปแล้ว 6.47 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 81 ของแผนฯ

ถึงแม้จะมีฝนตกหนักในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนทั้งประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำเป็นต้องปรับการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำสุด เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศ ยกเว้นเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ที่ยังคงทำการระบายอยู่ที่ 4.32 ล้านต่อวัน เพื่อช่วยเสริมการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ เนื่องจากที่สถานีวัดน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่ C.2 อำเภอเมือง จ.นครสวรรค์ ยังคงมีปริมาณน้ำไหลผ่านในเกณฑ์น้อย

ผู้บริหารกรมชลประทานยังได้สั่งการไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้บริหารจัดการน้ำด้วยความประณีต เน้นเก็บกักน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก ที่สำคัญให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จแล้ว ขอความร่วมมือให้งดการทำนาต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย จากน้ำแล้งและน้ำท่วมอีกด้วย

จากปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 สมัยที่ “นายกฯปู”น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บริหารประเทศต่างให้สัมภาษณ์ทุกวี่ทุกวันว่า “เอาอยู่” แล้วเป็นไงละครับ น้ำกลับท่วมหลายจังหวัด กว่าเศรษฐกิจจะฟื้นเล่นเอาเหนื่อย หลายฝ่ายมองกันว่า “เป็นน้ำการเมือง” ของอีกฝั่ง ถึงจะเป็นน้ำอะไรก็ขออย่าให้เกิดเลย “หนุ่มยูโร”เจอประสบการณ์โดยตรงยังเข็ดไม่หาย

ช่วงที่ฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมหลายจังหวัด อยู่ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีม็อบชุมนุมหลายพื้นที่ ขออย่าให้เกิดน้ำการเมืองขึ้นมาอีกเลย คนที่เดือดร้อนคือประชาชน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดชาวบ้านอีก ที่ผ่านมาเจอปัญหาโรคโควิดระบาด ยังโงหัวไม่ขึ้นเลยครับ

‘หนุ่มยูโร’

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : ไทยเตรียมรับมือน้ำท่วมใหญ่ ใครคือผู้มีอิทธิพลแห่งลำน้ำโขง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/597349

ลุยเกษตร สุดเขตไทย : ไทยเตรียมรับมือน้ำท่วมใหญ่ ใครคือผู้มีอิทธิพลแห่งลำน้ำโขง

วันพุธ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ลุยเกษตรสุดเขตไทยวันนี้พักเรื่องราคาผลไม้ไว้ชั่วคราว ช่วงฤดูฝนนี้“หนุ่มยูโร” ได้รับการแจ้งเตือนจากหลายหน่วยงานถึงสถานการณ์น้ำท่วมจึงอยากจะนำความหวังดีมาสู่พี่น้องประชาชนคนไทยให้เฝ้าระวังเพราะกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน พายุโซนร้อน “โอไมส์” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนรุนแรงแล้วและมีแนวโน้มเคลื่อนตัวสู่ทะเลจีนตะวันออก จะส่งผลกระทบ 34 จังหวัด รวมทั้ง กรุงเทพมหานครด้วย

ล่าสุดกรมชลประทาน ขานรับนโยบายรัฐบาล กำหนดแผนปฏิบัติการรองรับอุทกภัย ตามสภาพพื้นที่ลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชน พร้อมทั้งร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 4/2564 โดยมี นายประพิศจันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายเฉลิมเกียรติคงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผ่านระบบ VDO Conference

นายประพิศ จันทร์มา แจ้งว่า ที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว ประกอบไปด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงราย โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จ.ระยอง และโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งทั้ง 3 โครงการ อยู่ในระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการ

นอกจากนี้ กนช. ยังได้ติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมไปถึงการจัดทำแผนรับมือน้ำท่วม เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยให้กับประชาชนแม้โครงการยังไม่แล้วเสร็จให้มากที่สุด โครงการจัดหาแหล่งน้ำรองรับพื้นที่รัศมี 30 กิโลเมตร รอบสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา และยังได้ร่วมกันพิจารณาโครงการอ่างเก็บน้ำคลองกะพง จ.ฉะเชิงเทรา โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ซึ่งหากดำเนินการทั้ง 2 โครงการแล้วเสร็จจะเป็นการเพิ่มต้นทุนน้ำให้กับพื้นที่ภาคตะวันออกครบทั้งระบบ สร้างความสมบูรณ์และสมดุลน้ำในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีโครงการสูบผันน้ำจากคลองสะพานแนวที่ 2 จ.ระยอง ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการทั้ง 3 โครงการ และเตรียมเสนอ กนช.พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

“หนุ่มยูโร”ให้กลับไปย้อนดู ถึงการจัดการลุ่มน้ำโขง ซึ่งประเทศจีน ตกเป็นจำเลยคดีแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นฤดูแล้ง แม่น้ำโขงแห้งหรือฤดูฝน แม่น้ำโขงล้น มีหลายประเทศกล่าวโทษจีนเป็นตัวการ สร้างเขื่อนมากมายปิดกั้น ทำให้น้ำโขงแปรปรวน รวมทั้ง 5 ชาติอาเซียน(พม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม)ต่างเขม่นจีน เรามาลองศึกษาดูกันว่าน้ำโขง 100 ส่วนมาจากไหนกันบ้าง จีนเหนือสุดของแม่น้ำโขง ปล่อยน้ำลงน้ำโขงราวๆ 16% โดยประมาณ ประเทศไทย มวลน้ำจากแม่น้ำชีกับแม่น้ำมูล ปล่อยน้ำลงน้ำโขงรวมราวๆ 17% มากกว่าจีนอีก ส่วนลาว คือมหาอำนาจแม่น้ำโขงที่แท้จริง เพราะน้ำท่าจากลาว ไหลลงสมทบแม่น้ำโขงเกือบ 40% มากกว่าใครเพื่อน ดังนั้น ต่อให้จีนปิดกั้นน้ำโขงทั้งหมด กระทบกระเทือน 5 ชาติ ก็แค่ 16% หรือ 1 ใน 6 ส่วนเท่านั้นลาวสิครับ ถ้าเก็บน้ำไว้ไม่ปล่อยลงลำน้ำโขงชาติที่อยู่ตอนล่าง กระทบหนัก ชนิดน้ำโขงขอดไปเกือบครึ่งสายแนวทางกลับกันเกิดลาวปล่อยน้ำลงโขงเยอะๆ ชาติที่เหลือน้ำท่วมหนักได้เช่นกันที่ผ่านมา ก่นด่าว่าจีน ถูกแค่เศษเสี้ยว ส่วนตัวจริงจะเป็นใคร คงไม่ต้องเอ่ยถึงกระมังครับ “บ้านพี่เมืองน้องของเรานี่เองครับ”

หนุ่มยูโร

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : ชะตากรรมชาวสวนลำไยที่ภาคเหนือ ไม่แตกต่างจากชาวสวนมังคุดที่ปักษ์ใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595655

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : ชะตากรรมชาวสวนลำไยที่ภาคเหนือ ไม่แตกต่างจากชาวสวนมังคุดที่ปักษ์ใต้

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลังจากชาวสวนผลไม้ที่ปักษ์ใต้ประสบปัญหาราคามังคุดตกต่ำในช่วงเดือนที่ผ่านมา “หนุ่มยูโร” ได้สะท้อนปัญหาที่หลายฝ่ายต้องช่วยกันเข้าไปแก้ไข ไหนจะเจอพิษเศรษฐกิจโควิดระบาด ยังมาเจอกับราคาผลไม้ตกต่ำอีก

วันนี้ขึ้นเหนือไปดูสถานการณ์ชาวสวนลำไย ที่ไม่แตกต่างจากสวนมังคุด เพราะไปเจอกับ “ล้งลำไย” ที่จ.เชียงใหม่ และ ลำพูน กดราคาไม่พอยังปิดการรับซื้อเร็วมากๆ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนพอๆ กับชาวสวนมังคุดที่ปักษ์ใต้

ภาคเหนือ เป็นแหล่งผลิตลำไยชั้นดีของประเทศ ชาวสวนยังต้องปล่อยผลลำไยร่วงเองอย่างชอกช้ำใจ เช่นเดียวกับมะม่วง เฉพาะลำพูนและเชียงใหม่ พื้นที่ปลูกร่วม 1 แสนไร่ หรือ 1 ใน 7 ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ ถือว่าไม่น้อย ปีนี้เจอปัญหาเดียวกัน ล้งเล่นกลไม่รับซื้อ

“ล้งผลไม้”เป็นทั้งตัวส่งเสริมและตัวอุปสรรคในการค้า ตอนนี้ ล้งไทยแทบสูญพันธุ์ กลายเป็นล้งจีนครองอิทธิพลในวงการผลไม้ไทยอยู่ทั่วประเทศ คนจีนเข้ามาทำอาชีพล้งในไทยได้สะดวกสบาย แต่คนไทยอย่าหมายไปทำอาชีพล้งในเมืองจีน เขาไม่เปิดโอกาสให้เราทำหรอกครับ

รัฐบาลควรเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ไทยเจรจากับจีน ขอผ่อนปรนการนำเข้าลำไยจากไทย เพราะจีนเป็นตลาดส่งออกลำไยอันดับ 1 ของไทย แต่มีเรื่องสำคัญสาเหตุที่จีนห้ามนำเข้า เพราะลำไยไทย มีเพลี้ยแป้งติดเข้าไปเป็นประเด็นหลัก จีนถือว่าเรื่องศัตรูพืชเป็นภัยความมั่นคงอาหารของประเทศ

ยุทธศาสตร์การเกษตรที่ผิดพลาดร้ายแรงของรัฐบาลทั้งฝ่ายการเมือง ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล นำพาการเกษตรไทยดิ่งเหวสิ้นอนาคตทั้งประเทศ

ล่าสุดมีข่าวจากกระทรวงเกษตรฯ จัดโครงการ “เกษตรกร Happy” phase 2 เร่งช่วยเกษตรกรชาวสวนลำไย เงาะ ลองกอง ขายผลไม้คุณภาพดี สู่มือผู้บริโภคโดยตรงเป็นนโยบายของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่Live สดผ่าน Facebook คณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Ecommerce กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวโครงการ “เกษตรกร Happy” phase 2 เพื่อช่วยเกษตรกรชาวสวนลำไย เงาะ ลองกอง ในการขายผลไม้คุณภาพดี สดจากสวน ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัยแจ้งว่าโครงการดังกล่าว เป็นแผนการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้(Fruit Board) ที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงและเข้าขั้นวิกฤติ จนทำให้มีการเพิ่มมาตรการล็อกดาวน์ทั้งในและต่างประเทศ ตลาดต่างประเทศมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากขึ้น ระบบขนส่งระหว่างประเทศเกิดความติดขัดตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน แรงงานและผู้ค้า รวมทั้งบริษัทขนส่งในประเทศติดโควิดเพิ่มมากขึ้น ผู้ส่งออกและล้งลดจำนวนลง

โครงการนี้เป็นโครงการที่ต่อเนื่องจากการช่วยเหลือชาวสวนมังคุดในพื้นที่ภาคใต้เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนลำไย เงาะ ลองกอง อย่างเร่งด่วน โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) รณรงค์ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยภายในประเทศ 2) เพิ่มกิจกรรมการค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อระบบการค้าที่เป็นธรรม และ 3) ยกระดับราคา เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ภายใต้แนวคิด “คนกินยิ้มได้ เกษตรกรไทยแฮปปี้” และ “คนไทยไม่ทิ้งกัน”

ขอให้ช่วยเกษตรกรแบบจริงๆ จังๆ ด้วยครับ อย่าเป็นแค่เพียงลมปาก หรือสโลแกนสวยหรู “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” อีกต่อไปเลย

‘หนุ่มยูโร’

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : ช่วยพยุงราคาผลไม้สุดด้ามขวานไทย ต่อลมหายใจพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/594106

ลุยเกษตร สุดเขตไทย : ช่วยพยุงราคาผลไม้สุดด้ามขวานไทย ต่อลมหายใจพี่น้อง3จังหวัดชายแดนใต้

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ลุยเกษตรสุดเขตไทย โดย “หนุ่มยูโร” วันนี้ยังอยู่ที่ภาคใต้ ไปดูการช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนผลไม้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี เป็นเรื่องที่น่ายินดีเมื่ออาทิตย์ก่อน รองนายกสมาคมผู้ส่งออกผลไม้ไทยภาคใต้ ได้นำนักลงทุนและผู้ส่งออกชาวจีนเดินทางมายังจังหวัดนราธิวาส เพื่อเข้าพบนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส นายสาราหุดิน อาบู ประธานสภาอบจ.นราธิวาส เพื่อสร้างความมั่นใจและปรึกษาแนวทางการรับซื้อผลไม้เพื่อส่งออกไปยังตลาดประเทศจีนเพื่อช่วยพยุงราคาผลไม้ที่ตกต่ำเพราะพิษโควิด-19

สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสเป็นจังหวัดที่ “หนุ่มยูโร”คุ้นเคย เดินทางไปถ่ายทอดเรื่องการเกษตรหลายครั้ง ร่วมกับทีมลุงพร เกษตรก้าวไกล ลุยสวนทุเรียนมาแล้วมากมาย รับรู้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างดี เราลุยสุดชายแดนไปถึง อ.เบตง ใต้สุดสยาม ชื่นชมในผลผลิตของเกษตรกรทุกปี มาช่วงนี้ทราบว่าราคาผลไม้ตกต่ำมากๆ ทั้งทุเรียน มังคุด และลองกอง

นับว่ายังมีข่าวดีคือการเปิดตลาดกลางการเกษตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายของจังหวัดนราธิวาส โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เพื่อต้องการกระจายผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จึงได้เชิญนักลงทุนและพ่อค้าผู้รับซื้อผลไม้ ทั้งไทยและต่างประเทศ รวมกันปรึกษาหาแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจและระบายผลผลิตในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยแนวทางในการดำเนินการ จะเปิดตลาดกลางการเกษตรให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตโดยเฉพาะทุเรียน นำมาขายได้ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกอบจ.นราธิวาส กล่าวว่า การเปิดตลาดกลางทางการเกษตรจังหวัดนราธิวาส เพื่อลดต้นทุนของเกษตรกรในการเดินทางเพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะทุเรียน ไปขายยังจังหวัดยะลา และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการ ในการเฝ้าระวังโควิด-19 การเปิดตลาดกลางการเกษตรในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากนายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส ซึ่งได้ออกคำสั่งมาตรการการผ่อนปรนในเรื่องของการเดินทาง หลังเวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น. เพื่อให้เกษตรกรสามารถเดินทางและขนส่งผลไม้ มายังพื้นที่ตลาดกลางการเกษตรได้

นายสาราหุดิน อาบู ประธานสภาอบจ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวถึง การดำเนินการจัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับเกษตรกรในการนำผลผลิตมาขายในครั้งนี้ว่า การจัดเตรียมตลาดการเกษตรซึ่งตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมขาออก ข้างปั๊ม ปตท. ปลักปลา ซึ่งที่นี้ ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสม เพราะเป็นเส้นทางหลัก ที่เกษตรกรสามารถเดินทางได้สะดวก ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม 4084 สะดวกกับการเดินทาง ประกอบกับมีร้านค้า ร้านอาหาร ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

นายมูหามัดรอซากี รองนายกสมาคมผู้ส่งออกผลไม้ภาคใต้ กล่าวถึงแนวทางในการรับซื้อผลไม้โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งมีผลผลิตมากในจังหวัดนราธิวาสว่า เกษตรกรทุเรียนสามารถนำทุเรียนมาจำหน่ายให้กับนักลงทุนและผู้ซื้อได้โดยตรง โดยทางสมาคมฯ ได้ติดต่อประสานงานไปยังผู้ซื้อจากหลายๆส่วน ทั้งจากตลาดไท กลุ่มผู้ส่งออก ชาวไทยและต่างประเทศ โดยในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้ส่งออกชาวจีน ได้เดินทางมาดูสถานที่และจะเปิดตลาดรับซื้อโดยตรงใช้ระยะเวลา ประมาณ 2 เดือน

ส่วนที่จ.ยะลา พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เร่งแก้ปัญหาการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร
ในพื้นที่ จ.ยะลา โดยเปิดตลาดที่แยกมาลายูบางกอง ถนนสาย 15 ตำบลสะเตงอำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยบริเวณจุดดังกล่าวถือเป็นจุดที่มีการรับซื้อทุเรียนรายใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่จะนำทุเรียนมาจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการเพื่อส่งจำหน่ายต่อในพื้นที่อื่นๆ โดยปัญหาที่พบในปีนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของระบบการขนส่งที่ไม่สามารถขนส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ ได้ เนื่องจากในพื้นที่เองมีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในการเดินทางไป-มานอกพื้นที่

นับเป็นเรื่องที่ดีที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เข้ามาช่วยเกษตรกรอีกแรงครับ

 “หนุ่มยูโร”

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : กรมประมงเดินหน้า ‘ติดเครื่องหมายเครื่องมือประมง’ แก้ปัญหาขยะทะเล-ลดอัตราการตายของสัตว์น้ำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/590821

ลุยเกษตร สุดเขตไทย : กรมประมงเดินหน้า‘ติดเครื่องหมายเครื่องมือประมง’ แก้ปัญหาขยะทะเล-ลดอัตราการตายของสัตว์น้ำ

วันพุธ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมประมงภายใต้การกำกับดูแลของ นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมงได้ฝากผลงานไว้มากมายช่วงที่ท่านมาเป็นอธิบดี

“หนุ่มยูโร” เคยร่วมกับทีมงานกรมประมง ไปปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เขตหนองจอก มีนบุรี และลาดกระบัง มองเห็นการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพของข้าราชการกรมประมงและเจ้าหน้าที่ทุกคน วันนั้น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนยกทีมงานที่ปรึกษาและอธิบดีอีกหลายกรมไปร่วมด้วยต่างชื่นชมความสำเร็จที่เกิดขึ้น อีกไม่นานจะมีการลงไปปล่อยพันธุ์กุ้งอีกครั้ง ในพื้นที่เดิม ตามที่รมว.เกษตรฯเคยรับปากไว้

ผลงานล่าสุดกรมประมง ได้ร่วมกับ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยเตรียมนำร่อง โครงการ “ติดเครื่องหมายเครื่องมือประมง” (Fishing Gearmarking) เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจากเครื่องมือประมงที่สูญหาย หรือ ถูกทิ้งกลางทะเล และปล่อยให้เป็นขยะสร้างมลภาวะในท้องทะเล โดยอนาคตเครื่องมือประมงจะถูกระบุตัวตนและสามารถตรวจสอบความเป็นเจ้าของเครื่องมือประมงได้อย่างชัดเจน ช่วยให้สามารถติดตามแหล่งที่มาของเครื่องมือประมง นำไปสู่การทำประมงอย่างรับผิดชอบได้ นับว่าเป็นข่าวดีที่จะช่วยกันรักษาสภาวะแวดล้อมในท้องทะเลให้สวยงามกลับคืนมา หมดเชื้อโรคโควิดระบาดไปเที่ยวได้ทะเลไทยจะสวยงามอีกมาก

ที่ผ่านมา “หนุ่มยูโร”มองว่าปัญหาทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องทะเลที่ลดน้อยถอยลง เกิดจากการทำประมงที่เกินกำลังการผลิตของธรรมชาติ และปัญหาความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ รวมทั้งปัญหาขยะทะเลได้ส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล พี่น้องชาวประมงมีความตระหนักรักและหวงแหนในทรัพยากรสัตว์น้ำมากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับบริบทของวิถีประมงไทย จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นกับท้องทะเลไทย ภายใต้การขับเคลื่อนของคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ที่มุ่งมั่นในการบริหารจัดการภาคการประมงของไทยให้ถูกต้องตามกฎหมาย และนำไปสู่เป้าหมายของทรัพยากรสัตว์น้ำที่ยั่งยืน

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้กรมประมงเร่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการบริหารจัดการประมงอย่างยั่งยืน และนายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง ได้เร่งดำเนินการจัดระเบียบประมงด้านต่างๆ เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากร โดยมุ่งเน้นเพื่อการประกอบอาชีพที่มั่นคงของพี่น้องชาวประมง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดระเบียบเรือประมง การควบคุมการทำประมง ภายใต้ความสมดุลกับทรัพยากรสัตว์น้ำ และการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนแรงงานในภาคการประมงให้ถูกต้องตามระเบียบ โดยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “คืนชีวิตสู่ทะเล ปล่อยปูไข่นอกกระดองคืนธรรมชาติ” โดยชาวประมงร่วมกันปล่อยปูไข่นอกกระดองที่ติดอวนขึ้นมาคืนกลับสู่ทะเลเพื่อให้แพร่ขยายพันธุ์ต่อไป จากการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา ชาวประมงได้มีการปล่อยปูไข่นอกกระดองคืนกลับสู่ทะเลได้แล้วกว่า 35,000 ตัว ซึ่งแม่ปู 1 ตัว สามารถออกไข่ได้สูงถึง 300,000-500,000 ฟอง ซึ่งสามารถเพิ่มประชากรปูได้อย่างมหาศาล ส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์และเกิดความยั่งยืนของทรัพยากรปูทะเลในน่านน้ำทะเลไทย

นับเป็นข่าวดีที่ชาวประมงและคนรักทะเลไทย ให้ความร่วมมือกับกรมประมง ที่จะพลิกฟื้นทะเลกลับคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้ง

‘หนุ่มยูโร’

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : วัดบารมี ‘ธรรมนัส’ เลขาฯพลังประชารัฐ กับ ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ รมช.มหาดไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/587415

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : วัดบารมี‘ธรรมนัส’เลขาฯพลังประชารัฐ กับ‘นิพนธ์ บุญญามณี’รมช.มหาดไทย

วันพุธ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ โรงงานหมิงตี้เคมิคอล ย่านถนนกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ “หนุ่มยูโร” มองเห็นการแผ่บารมีข้ามกระทรวงของ “ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่สวมบทเส้นเลือดใหญ่รัฐบาล เดินทางไปบัญชาการเหตุการณ์ ไฟไหม้ด้วยตัวเอง ช่วงกลางดึก อยู่ข้ามคืนจนถึงรุ่งเช้าของคืนวันที่ 6 กรกฎาคม 2564

ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุไฟไหม้บริเวณโรงงานหมิงตี้เคมีคอล อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ด้วยตัวเอง ไร้เงานางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ (อบจ.) จนมีกระแสถามหากันทั่วโชเชียล

จุดเกิดเหตุนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย (มท.2) จากพรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่คุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย(ปภ.) เคยนำทีมเดินทางมาตรวจสอบแล้ว แต่ไม่ฮือฮาเท่ากับ “ผู้กองธรรมนัส” ที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ แต่ข้ามห้วยมาดูเหตุการณ์ไฟไหม้ พร้อมบัญชาการเหตุการณ์ได้อย่างฉับพลัน

มีคนถามว่า “ผู้กองธรรมนัส”มาในฐานะอะไร หรือเตรียมตัวที่จะรับตำแหน่งใหญ่รมว.มหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเดินทางมาของร.อ.ธรรมนัส บดบังรัศมีการเดินทางมาของนายนิพนธ์ บุญญามณี มท.2 สายตรง รมว.มหาดไทย

ร.อ.ธรรมนัสเดินทางไปเยี่ยมประชาชน ที่ศูนย์อพยพองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางพลีใหญ่ โดยได้สอบถามตัวแทน อบต.บางพลีใหญ่ ถึงความต้องการสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นเร่งด่วนมีอย่างไรบ้าง เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ และดูแลอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบนี้ถือเป็นการฉายแสงบารมีนอกกระทรวงฯของ “ผู้กองธรรมนัส”

ต่อมา รมช.เกษตรฯ ยังได้ประสานหน่วยทหารพัฒนานำรถน้ำ พร้อมอุปกรณ์สำคัญต่างๆ เข้ามาเสริมความช่วยเหลือดับเพลิง และกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำตัวเจ้าของโรงงาน และวิศวกรควบคุมโรงงานให้นำพิมพ์เขียวของโรงงานมาให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาดับเพลิงเป็นแนวทางหาพิกัดต่างๆ เพื่อให้สามารถดับเพลิงและควบคุมในจุดสำคัญไม่ให้ประทุขึ้นมาอีกเนื่องจากที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่าการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยอาสาต่างๆเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะขาดพิมพ์เขียว และไร้เงาของเจ้าของโรงงานมาช่วยอำนวยความสะดวกแต่อย่างใด

หลังสิ้นเสียงธรรมนัส ทุกอย่างดูราบรื่น เป็นการบัญชาการดับเพลิงอย่างได้ผล ของรมช.เกษตรฯ ก่อนจะขอตัวกลับไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

หรือนี่คือการทดลองงานในตำแหน่งรมว.มหาดไทย ของ “ผู้กองธรรมนัส” ในฐานะเส้นเลือดใหญ่ของรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

“หนุ่มยูโร”

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : ความสัมพันธ์อันแนบแน่น ธรรมนัส พรหมเผ่า-อัศวิน ขวัญเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/573982

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : ความสัมพันธ์อันแนบแน่น ธรรมนัส พรหมเผ่า-อัศวิน ขวัญเมือง

วันพุธ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเอ่ยถึงชื่อร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์มีหลายมิติมาก เป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของพรรคพลังประชารัฐ และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

…ร.อ.ธรรมนัส เป็นข่าวโด่งดังและอื้อฉาวจากคดีแป้งมันที่ออสเตรเลีย จนถึงขนาดที่ลูกพรรคประชาธิปัตย์ ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ตะโกนให้หัวหน้าถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ถ้าถอนก็หลุดทั้งยวง รวมทั้งบิ๊กต่อ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ…แต่หัวหน้าจุรินทร์หรืออู๊ดด้า หนุ่มท้ายเหมืองพังงา เซย์โน ถึงจะโดนด่าอย่างไรก็ขอเกาะขบวน เกาะเก้าอี้หนึบหนับยิ่งกว่าตุ๊กแก จนพี่เลี้ยงและผู้ใหญ่ในพรรคสายอนุรักษ์นิยมถึงกับส่ายหน้า หนึ่งในนั้นคืออดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

…เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา มีคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง แต่งตั้ง “เสี่ยต่าย”นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. สำหรับ “เสี่ยต่าย”เป็นน้องชายของ “เสี่ยหมู” นายสุธีร์พงษ์ เพียรชอบ มือขวาของร.อ.ธรรมนัส ที่ดูตลาดคลองเตย ตลาดที่เคยบู่ล้างผลาญกับแม่ค้า พ่อค้ามาแล้ว

…หลังจากสงบศึกผู้กองธรรมนัส ก็ส่งสองศรีพี่น้อง “เสี่ยหมูเสี่ยต่าย” ลงไปดูแลจัดการตลาดคลองเตยได้อย่างเบ็ดเสร็จ… แว่วๆ ว่า “เสี่ยต่าย”จะเปิดตัวลงสมัครสก.ในเขตคลองเตย แล้วจะเป็นฐานเสียงและแหล่งเงินทุนให้กับพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่จะลงสมัครชิงผู้ว่าฯกทม.งานนี้ “บิ๊กแป๊ะ”พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร.มีหนาว ศึกสายเลือดสีกากีเกิดขึ้นแน่ ระหว่าง นรต.31 และ นรต.36“อัศวิน-จักรทิพย์”

ผมรู้จักผู้กองธรรมนัส มานานเขาเกิดที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เรียนหนังสือที่โรงเรียนนราสิกขาลัย นราธิวาส เพื่อนฝูงจึงมากมาย กำนัน สจ. สท.ล้วนเพื่อนผู้กองธรรมนัส เติบโตแล้วถึงมาตั้งฐานให้ญาติพี่น้องที่จ.พะเยา จากนราสิกขาลัย สู่จปร.เป็นรุ่นน้อง บิ๊กป้อม ป๊อกตู่ เลือดหรือจะข้นกว่าน้ำ มองตารู้ใจ พี่ไม่ต้องใช้เดี๋ยวน้องทำเอง แจกกล้วยในสภาเป็นเรื่องจิ๊บๆ …แจกกล้วยหลายเครือช่วงเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช จนฝ่ายปชป.พ่ายแพ้ งานนี้ “พี่คึก เทพไท เสนพงศ์” ถึงกับถอนหายใจ… รวมทั้งพี่ๆ น้องปชป. ที่ไม่พอใจเมื่อนายกฯแต่งตั้งผู้กองธรรมนัส ดูแลภาคใต้ ภูเก็ต นครศรีฯ สงขลา…จนต้องถอนคำสั่งภายหลัง

ผมบอกแล้วไงครับผู้กองธรรมนัส มีหลายมิติ การส่ง “เสี่ยต่าย”มาเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. เป็นการเคลื่อนไหวของผู้กองธรรมนัสอีกมิติหนึ่ง ทั้งพล.ต.อ.อัศวิน และร.อ.ธรรมนัส ระดับนักเลงและมาเฟียเรียกพ่อ …

นี่เป็นอีกบทบาทนึ่งของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ที่หวังกินรวบทั้งเมืองหลวง และ ภูธร เมื่อเขามาจับมือกับพล.ต.อ.อัศวิน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น งานนี้เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว โปรดติดตามความสัมพันธ์ตอนต่อไประหว่าง พล.ต.อ.อัศวิน และ ร.อ.ธรรมนัส

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : 5 พฤษภาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/570608

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : 5 พฤษภาคม 2564

วันพุธ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

…ลุยเกษตรสุดเขตไทย แปลกใหม่ไฉไลน่าอ่านฉบับนี้น้องใหม่ “หนุ่มยูโร”มาประจำการ เริ่มแรกก็ต้องกล่าวคำว่า “สวัสดีมิตรรักนักอ่าน” ขอคารวะผู้มีอุปการคุณทุกท่าน และที่สำคัญแฟนคลับของ “แนวหน้า” หนังสือพิมพ์คุณภาพที่อยู่เคียงข้างประชาชนมายาวนาน…

ยุคนี้เปิดสื่อทุกช่องทางจะเจอแต่ข่าว “โควิด” ขอให้ทุกท่านการ์ดอย่าตก และหมั่นรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หลีกหนีกลุ่มเสี่ยง หรือที่มีคนแออัดยัดเยียด แล้วทุกท่านจะปลอดภัย คิดเสียว่า “โควิดมาปัญญาเกิด” ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน คดีอาชญากรรมอาจลดลง แต่คดีผัวเมียทะเลาะกันอาจเพิ่มขึ้น…

“หนุ่มยูโร”หวังว่าประเทศไทย และทุกท่านจะผ่านไปด้วยดี มีชีวิตยืนยาว ต่อสู้กับอุปสรรคจนรอดพ้น และมาร่วมพัฒนาชาติไทยให้เจริญรุ่งเรือง เหมือนอารยประเทศอื่นนะครับ

… พูดถึงการพัฒนาชาติไทยหนุ่มยูโร เคยเรียนร.ด. ครูนำคำสั่งหนึ่งมาสอนในชั้น เป็นคำสั่งที่ฮือฮามาก คือคำสั่ง 66/2523 ออกโดยป๋าเปรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ให้ผู้หลงผิดออกมาร่วมพัฒนาชาติไทย โดยทางการจะไม่เอาโทษ

… ปรากฏว่ามีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยวางอาวุธออกมาร่วมสร้างชาติกันมากโข โดยเฉพาะภาคอีสานบ้านเฮา แถวยาวเหยียดครับ…

ประชุมสภาเมื่อเดือนก่อน นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สส.ยะลา พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นกระทู้ถามสดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.)เกี่ยวกับการไม่มีพื้นที่ทำกินมีพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นผู้ตอบกระทู้มีข้อความสำคัญคือให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภาค 4 ส่วนหน้า และศอ.บต. ร่วมดำเนินการช่วยเหลือ โดยผรท.มอบหมายให้ นางรอบียะอูมะ ผู้แทนผู้ประสานงานผรท.ชายแดนใต้ เป็นผู้ติดต่อหน่วยที่เกี่ยวข้อง…และนางรอบียะ อูมะ ได้ทำหนังสือถึงร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรฯ เรื่องขอความช่วยเหลือเรื่องที่ทำกินใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงนี้จึงเห็นรมต.ธรรมนัส ลงใต้บ่อย…

ครั้งหนึ่ง “หนุ่มยูโร” ร่วมทริปไปจ๊ะเอ๋ ท่านรมช.มากบารมี จึงทราบว่า ท่านธรรมนัส บ้านเดิมอยู่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เรียนจบที่ “นราสิกขาลัย”กลางเมืองนราฯ เพื่อนฝูงที่ใต้จึงเยอะ …แถมอีกนิด วันนั้น ท่านควง “น้องจิ๊บ” อดีตนางสาวไทยปี’59 พร้อมรถโรลส์-รอยซ์ คันละ 140 ล้านขับไปตรวจราชการและถือโอกาสทักทายเพื่อนฝูงด้วย…หมดหน้าเจอกันใหม่ฉบับหน้า “หนุ่มยูโร” ขอกราบลา…