สกู๊ปพิเศษ : ผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้ากระทบโควิด เร่งปรับตัวขายออนไลน์รับวิกฤตินักท่องเที่ยวหาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/546088

สกู๊ปพิเศษ : ผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้ากระทบโควิด เร่งปรับตัวขายออนไลน์รับวิกฤตินักท่องเที่ยวหาย

สกู๊ปพิเศษ : ผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้ากระทบโควิด เร่งปรับตัวขายออนไลน์รับวิกฤตินักท่องเที่ยวหาย

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบเกษตรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้า ที่ผลผลิตสตรอเบอร์รี่กำลังออก แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นสู่บ้านร่องกล้าน้อยลงทำให้กำลังซื้อลดลง ด้านสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือพิษณุโลก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก เร่งให้ความช่วยเหลือสนับสนุนให้เกษตรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้าเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์

ที่แปลงปลูกสตรอเบอร์รี่ บ้านใหม่ร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือพิษณุโลก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่ส่งเสริมกลุ่มเกษตรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้า สำหรับการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ทางนางศศิวัณย์ ศรีพรหม นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 รอบใหม่ซึ่งมีสถานการณ์ที่รุนแรงมาก ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรและของที่ระลึก ให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยปีนี้มีอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็น ทำให้มีผลผลิตสตรอเบอร์ร่ี พันธุ์พระราชทาน 80 ออกมาสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือและสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ลงพื้นที่ให้ความรู้และแนะนำช่องทางการนำผลผลิตออกจำหน่ายผ่านทางช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะการขายทางออนไลน์ ที่สอนให้เกษตรขายด้วยตนเองและรู้จักการสร้างเครือข่าย โดยครั้งนี้ต่างก็ได้รับความร่วมมือ จากผู้ที่มีความรู้ด้านการใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้ความรู้กับ กลุ่มผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่ และพืชเมืองหนาวต่างๆ ในครั้งนี้

สำหรับ สตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้านั้น มีรสชาติหวาน กรอบอร่อย ตามลักษณะของสายพันธุ์ พระราชทาน 80 นอกจากนี้แล้วที่บ้านใหม่ร่องกล้าแห่งนี้ยังมีพืชเมืองหนาวอีกหลายชนิด โดยเฉพาะ กาแฟ บ้านร่องกล้า ซึ่งได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ที่สำคัญหากนักท่องเที่ยวท่านใดได้ขึ้นมาเยือน พื้นที่แห่งนี้ก็จะได้ พบกับ หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยซากุระเมืองไทย(ดอกนางพญาเสือโคร่ง) ที่กำลังบานสะพรั่งทั่วหมู่บ้าน สภา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก จึงใคร่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนและเลือกซื้อสตรอเบอร์รี่และพืชผักเมืองหนาวได้ทั้งออนไลน์และมาด้วยตนเองที่ยึดตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม สามารถติดต่อได้ที่ นายผ้า แซ่หว้า ประธานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านร่องกล้า หมายเลขโทรศัพท์ 08-6200-2842, 08-9959-5808

ด้าน นางสาว ดารุณี ลีชานนท์  หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้า กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่บ้านใหม่ร่องกล้าจำนวนน้อยลงทำให้สตรอเบอร์รี่ ที่กำลังออกในไร่ที่ปลูกไว้ขายได้น้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วแต่ก็ยังพอจำหน่ายได้เรื่อยๆ ทำให้ผลผลิตที่เหลือบางส่วนก็ต้องนำมาแปรรูปเป็นแยมสตรอเบอร์รี่เก็บไว้

สกู๊ปพิเศษ : อำนาจเจริญรณรงค์ไถกลบตอซังข้าวอนุรักษ์ดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/544392

สกู๊ปพิเศษ : อำนาจเจริญรณรงค์ไถกลบตอซังข้าวอนุรักษ์ดิน

สกู๊ปพิเศษ : อำนาจเจริญรณรงค์ไถกลบตอซังข้าวอนุรักษ์ดิน

วันจันทร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว เกษตรกรผู้ทำนาปลูกข้าว ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ มักจะเผาตอซังข้าว เพื่อเตรียมดินทำนาปลูกข้าว เป็นการประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย ทว่า ผลเสียหายมีมากมาย เช่น สร้างมลพิษในอากาศ ดินเสื่อมสภาพ และยังเป็นการทำลายระบบนิเวศอีกด้วย 

จังหวัดอำนาจเจริญ ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดให้มีการรณรงค์ไถกลบตอซังข้าว ก่อนถึงฤดูทำนาปลูกข้าว ขึ้น เพื่ออนุรักษ์ดิน  ที่แปลงนาเกษตรกร หมู่ที่ 12 ตำบลไม้กลอน อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ  

โดยมี นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดงาน วันรณรงค์ไถกลบตอซังข้าว และหว่านพืชสด เพื่อสร้างจิตสำนึก ให้พี่น้องเกษตรกรตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติดิน ไม่เผาตอซังข้าว โดยการไถกลบตอซังข้าว และหว่านพืชปุ๋ยสด เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน  

ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นำหัวหน้าส่วนราชการ และเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมกล่าวปฏิญาณตน หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมร่วมหว่านเมล็ดถั่วพร้าและขับรถไถ พรวนดิน กลบเมล็ดถั่วพร้า และร่วมกันหยอดเมล็ดแตงโมงกับเกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย 

ส่วนไฮไลท์ของการจัดงาน ก็คือ นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ปรุงอาหารเมนูรสเด็ดชื่อว่า “ซุปถั่วพร้า” ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของชาวอีสาน ด้วยรสชาติแซบ อร่อย ถูกปาก ถูกใจ นักชิม ที่ได้ลิ้มลอง ยิ่งนัก ด้วยการ นำเอาวัตถุดิบหลัก คือ ถั่วพร้าซึ่งผลผลิตที่ได้จากการนำถั่วพร้า ไปหว่านในแปลงนา เป็นปุ๋ยพืชสดมาประกอบอาหาร โดยการปรุงในครกตำด้วยสาก เริ่มแรก ใส่ถั่วพร้า เครื่องปรุงที่เตรียมไว้ เช่น  น้ำปลา งา พริก ถ้าชอบรสหวานนิดหรือเปรี้ยวหน่อย ก็เติมมะนาว และน้ำตาลลงไป จากนั้นตำเบาๆ คนให้เข้ากัน จนพอดี แล้วชิม ได้รสชาติ เป็นที่น่าพอใจตักใส่จานเสิร์ฟ ด้วยรสชาติอร่อย ถึงรถชาติถูกปากถูกใจ ไม่แพ้อาหารอีสาน ยอดนิยมเช่น ส้มตำ เลยทีเดียว 

 สำหรับ พื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 1 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 50 ของพื้นที่ทั้งหมด แต่ร้อยละ 68 ของพื้นที่ปลูกข้าว(ประมาณ 7 แสนไร่) เป็นพื้นที่ไม่เหมาะสมสำหรับปลูกข้าว การสร้างการตระหนักรู้ ในการจัดการดิน ให้มีความอุดมสมบูรณ์ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ในการพัฒนาทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมกับการปลูกพืช ซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตามแนวทางการพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ ภาคการเกษตร รวมถึง สนับสนุนขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของจังหวัดอำนาจเจริญ “เมืองธรรมเกษตร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงเส้นทางการค้าสู่อาเซียน”  

การจัดการดินเชิงพื้นที่ วิถีอำนาจเจริญ โดยการส่งเสริมการไถกลบตอซังข้าว การไม่เผาตอซังข้าว และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การส่งเสริมการปลูกพืชสด(ถั่วพร้า) ตลอดจนการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์ ของจังหวัดอำนาจเจริญให้มีความยั่งยืนต่อไป 

พร้อมทั้งกำหนดแนวทางในการจัดการดินเชิงพื้นที่ วิถีอำนาจเจริญ ตามมาตรการ 3 ต้อง คือ 1. ต้องร่วมมือกันไถกลบตอซังข้าว และหว่านพืชปุ๋ยสด(ถั่วพร้า) 2. ต้องนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้แก่ การเพาะเห็ดฟางวัสดุคลุมดิน ทำปุ๋ยหมัก เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น 3. ต้องไม่เผาตอซังข้าวและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเด็ดขาด

โดยกิจกรรมในงานประกอบด้วยการปฏิญาณตนหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร การสาธิตการไถกลบตอซังข้าวการหว่านพืชปุ๋ยสด การสาธิตการนำฟางข้าวมาทำปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง การเพาะเห็ดฟาง การจัดนิทรรศการไม่เผาในพื้นที่การเกษตร การใช้เทคโนโลยีเครื่องจักกลทางการเกษตร ตลอดจนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอีกด้วย

สนธยา ทิพย์อุตร

สกู๊ปพิเศษ : เที่ยวสวนลุงแดงชิมแกงเผ็ดกรุบมะพร้าวหอยขม เพลินตาสวนลำไยพวงทองเศรษฐกิจพอเพียงแห่งชุมชนบ้านหัวอ่าว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/542956

สกู๊ปพิเศษ : เที่ยวสวนลุงแดงชิมแกงเผ็ดกรุบมะพร้าวหอยขม เพลินตาสวนลำไยพวงทองเศรษฐกิจพอเพียงแห่งชุมชนบ้านหัวอ่าว

สกู๊ปพิเศษ : เที่ยวสวนลุงแดงชิมแกงเผ็ดกรุบมะพร้าวหอยขม เพลินตาสวนลำไยพวงทองเศรษฐกิจพอเพียงแห่งชุมชนบ้านหัวอ่าว

วันอังคาร ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ชุมชนบ้านหัวอ่าว ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 5 ต.บางช้าง อ.สามพราน จ.นครปฐม ความเป็นมาของชุมชนแห่งนี้ว่า ในอดีตหมู่บ้านนี้เป็นคลองมีน้ำไหลผ่าน และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก โดยเฉพาะช้างป่าโขลงใหญ่ได้ลุยป่าและเดินเหยียบย่ำเพื่อหาอาหารกินในพื้นที่แห่งนี้เป็นประจำ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้กลายเป็นเวิ้งกว้างใหญ่ ชาวบ้านเรียกจนติดปากว่า “บ้านหัวอ่าว” ขณะเดียวกันการเดินทางไปมาของช้างป่าก็ทำให้เกิดเป็นลำคลอง จึงถูกเรียกขานว่า “คลองบางช้าง”จนถึงทุกวันนี้ บ้านหัวอ่าว มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ มีน้ำท่าสมบูรณ์ เพราะมี “คลองจินดา” และ “คลองบางช้าง” ไหลผ่าน จึงทำการเพาะปลูกพืชนานาชนิดได้ตลอดทั้งปี ปัจจุบันชาวบ้านมีรายได้หลักจากการทำสวนไม้ดอกไม้ประดับ และสวนผลไม้ ประเภท ฝรั่ง ชมพู่ ลำไย มะม่วง มะพร้าว ฯลฯ

สวนลุงแดงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในแบบธรรมชาติริมคลองจินดาเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อยู่บนเนื้อที่กว่า 4 ไร่ โดยภายในสวนเต็มไปด้วยพรรณไม้และผลไม้นานาชนิด อาทิ ลำไยพันธุ์พวงทอง กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม มะม่วง ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม น้อยหน่า ตะลิงปลิง มะยม มะละกอ จนเต็มพื้นที่
มีนายชลอ เชยกลิ่น หรือลุงแดง เจ้าของสวนต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมภายในสวนจะพบกับกิจกรรมมากมายจนไม่อยากเดินทางกลับ อาทิ พายเรือเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลองจินดา ตกปลานานาชนิด เดินลัดเลาะชมสวนพันธุ์ผลไม้ที่มีให้รับประทานตลอดทั้งวัน หลังจากเมื่อยล้าชมสวน ท้องเริ่มหิวทางสวนยังมีอาหาร1 มื้อไว้บริการ

โดยเฉพาะเมนูพิเศษที่หารับประทานได้ยากและน้อยคนนักที่จะได้ลิ้มลองรสชาติคือแกงเผ็ดกรุบมะพร้าวหอยขมหรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่าแกงเผ็ดกะลามะพร้าวอ่อนใส่หอยขม ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารก็มีอยู่ทั่วสวนโดยพ่อครัวลงมือปรุงอาหารยังคงเป็นลุงแดงเจ้าของสวนคนเดิม ซึ่งลุงแกบอกว่าอาหารเมนูนี้น้อยคนนักจะได้ลิ้มลอง ก่อนไม่รอช้าคว้ามีดพร้าเดินไปหน้าบ้านปีนขึ้นต้นมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกไว้นานหลายปีพร้อมเลือกคัดสรรลูกที่สวยและยังอ่อนอยู่ สักครู่ปีนลงมาพร้อมลูกมะพร้าว 1 ทะลาย หลังจากนั้นนั่งบรรจงปอกเปลือกจนเห็นกะลาก่อนที่จะผ่าเทเอาน้ำมะพร้าวเก็บไว้ดื่มแก้กระหาย พร้อมบรรจงใช้มีดซอยกะลามะพร้าวอ่อนเป็นแผ่นบางล้างน้ำสะอาดผึ่งให้แห้ง

เสร็จสรรพตั้งเตาถ่านใส่ฟืนจุดไฟจนแดงฉานรอเวลาความร้อนทั่วเตา หันหลังคล้อยตามบนโต๊ะใหญ่เห็นเจ้าของสวนนั่งคั้นกากมะพร้าวเพื่อเอาน้ำกะทิสดเสร็จเทลงหม้อพร้อมยกตั้งเตาเคี้ยวจนร้อนได้ที่ ก่อนเทลงกระทะที่ตั้งอยู่บนเตาคนจนเดือดเป็นฟองพร้อมไอความร้อนพุ่งม้วนขึ้นขอบกระทะเทพริกแกงเผ็ดที่เตรียมไว้ลงผสมให้เข้ากันตบท้ายโรยด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บและกระชายซอยลงจนหอม สักพักนำหอยขมที่ต้มสุกและแกะเปลือกออกแล้วใส่ 1 ถ้วยแกง เคี่ยวจนกลิ่นพริกแกงและเครื่องปรุงลอยหอมฟุ้งทั่วสวนพร้อมเสิร์ฟขึ้นโต๊ะปิดท้ายโรยพริกอ่อนซอยและใบโหระพาเห็นแล้วหยุดความหิวไม่ไหวต้องลองชิมลิ้มรสพร้อมข้าวสวยร้อนๆ จานโต

สวนลุงแดงตั้งอยู่หมู่ที่ 5  ต.บางช้าง อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯเข้าไปในจังหวัดนครปฐมประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมงครึ่ง นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจอยากจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดหรือพาครอบครัวเที่ยวชมธรรมชาติขอแนะนำสวนลุงแดงแห่งนี้เปิดเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์ ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-0453-5023 ได้ทุกวัน

สกู๊ปพิเศษ : มช.สานต่อพระราชปณิธานสร้างอาชีพเกษตรกร นำสยามทิวลิปไม้ดอกไทยสู่ตลาดโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541594

สกู๊ปพิเศษ : มช.สานต่อพระราชปณิธานสร้างอาชีพเกษตรกร  นำสยามทิวลิปไม้ดอกไทยสู่ตลาดโลก

สกู๊ปพิเศษ : มช.สานต่อพระราชปณิธานสร้างอาชีพเกษตรกร นำสยามทิวลิปไม้ดอกไทยสู่ตลาดโลก

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีรับสั่งว่า “งานนี้เป็นประโยชน์ถึงประชาชนอย่างแท้จริง อย่าได้หยุด ให้ทำต่อไปชวนอาจารย์มหาวิทยาลัยให้มาช่วยกันให้มากขึ้น ช่วยให้ถึงประชาชน” คือ จุดเริ่มต้นของศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะเกษตรศาสตร์ ที่ได้ทำการศึกษาและพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์ไม้ดอกไทย ในกลุ่มปทุมมาและกระเจียว ที่มีการนำสายพันธุ์และลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นจากทั่วประเทศมาผสมกัน จนได้ลูกผสมที่ดีที่สุด สวยงาม ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นไม้ตัดดอกเศรษฐกิจส่งออกที่สำคัญไปสู่ตลาดต่างประเทศ ในชื่อ สยามทิวลิป

สำหรับเส้นทางก่อนจะมาเป็นพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงาม ณ ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต้องผ่านการวิจัย ทดลองขยายพันธุ์ โดยได้ ทำการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกพื้นเมืองของไทยที่ดูแล้วมีศักยภาพนำมาเจียระไน จนได้พันธุ์ที่สวยงาม ซึ่งจากการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องของทีม
นักวิชาการ นำมาซึ่งความสำเร็จของการนำดอกปทุมมาผสมกับกระเจียว จนได้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ ได้ดอกที่มีขนาดใหญ่ สะดุดตาสีสดใส อยู่ได้นานกว่าเดิมถึง 3 เท่า ได้ขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์ในชุด Royal Thai เช่น พันธุ์ Thai Garnet ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมระดับนานาชาติ ในงานประกวดพืชสวนโลกปี 2009 พันธุ์ Great King พันธุ์ Great Reign เป็นต้น ซึ่งได้นำไปจัดแสดงในต่างประเทศหลายต่อหลายครั้ง เป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ปัจจุบันเป็นไม้ดอกที่ส่งออกลำดับที่ 2 รองจากกล้วยไม้

ทั้งนี้ นอกจากตัดดอกขายแล้วหัวพันธุ์ดอกยังเป็นที่ต้องการในกลุ่มประเทศฝั่งยุโรป ซึ่งหลักๆ ได้แก่ ประเทศเนเธอร์แลนด์กับสหรัฐอเมริกาเพื่อนำไปปลูกต่อเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังได้นำพันธุ์ไม้จากต่างประเทศมาปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในประเทศไทย เช่น แกลดิโอลัส และว่าน 4 ทิศ จนกระทั่งสามารถปลูกได้ทั่วประเทศ จากการพัฒนาสายพันธุ์ไม้ดอกที่หลากหลาย พร้อมขยายผลสู่กลุ่มชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรที่สนใจนำไม้ดอกไปเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ พะเยา นครนายก ฉะเชิงเทรา ยะลา และนราธิวาส ซึ่งจากผลการดำเนินงานกลุ่มไม้ดอก ปี 2563 สร้างรายได้รวมถึง 18,590,214 บาท

ด้วยเป้าหมายสูงสุดของศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มุ่งมั่นในการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธาน โดยหวังให้ราษฎรมีอาชีพพึ่งพาตนเองได้จึงมีแนวทางส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีใจรักในการปลูกดอกไม้มาอบรม ถ่ายทอดความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อพัฒนาอาชีพ สร้างโอกาส สร้างรายได้ สามารถส่งขายได้ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ 2 ผู้สมัคร ส.อบจ.กาญจนบุรี ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อ.ท่ามะกา เขต 3 ทีมพลังใหม่ อานนท์ ถนอมวงษ์ อ.ทองผาภูมิ เขต 2 ทีมพลังกาญจน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ 2 ผู้สมัคร ส.อบจ.กาญจนบุรี ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อ.ท่ามะกา เขต 3 ทีมพลังใหม่ อานนท์ ถนอมวงษ์ อ.ทองผาภูมิ เขต 2 ทีมพลังกาญจน์ (naewna.com)

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ 2 ผู้สมัคร ส.อบจ.กาญจนบุรี  ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อ.ท่ามะกา เขต 3 ทีมพลังใหม่  อานนท์ ถนอมวงษ์ อ.ทองผาภูมิ เขต 2 ทีมพลังกาญจน์

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ 2 ผู้สมัคร ส.อบจ.กาญจนบุรี ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อ.ท่ามะกา เขต 3 ทีมพลังใหม่ อานนท์ ถนอมวงษ์ อ.ทองผาภูมิ เขต 2 ทีมพลังกาญจน์

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จังหวัดกาญจนบุรี แบ่งเขตเลือกตั้ง ส.อบจ.ออกเป็น 30 เขต มี ส.อบจ.ได้ 30 คน ทั้งจังหวัด มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ได้รับการรับรองจากทั้ง 13 อำเภอ จำนวน 626,932 คน มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด จำนวน 1,079 หน่วย

มีผู้สมัครนายก อบจ.จำนวน 4 คน ประกอบด้วย เบอร์ 1 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือหมอหนุ่ย หัวหน้า “ทีมพลังกาญจน์  เบอร์ 2 นายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือเสี่ยสรรค์  หัวหน้า“ทีมพลังใหม่” เบอร์ 3 น.ส.สาวิกา ประเสริฐผล หัวหน้า “ทีม NEXT กาญจนบุรี” และ เบอร์ 4 พ.ต.ท.กิตติพิชญ์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้สมัครอิสระ“ทีมกาญจน์ก้าวใหม่”

สำหรับตัวเต็งที่จะได้รับเลือกเข้าไปนั่งในเก้าอี๊นายก อบจ.กาญจนบุรี คงหนีไม่พ้นผู้สมัคร เบอร์ 1 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือหมอหนุ่ย อดีต สส.1 สมัย พรรคเพื่อไทย เมื่อปี 54 และเบอร์2 นายรังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ หรือเสี่ยสรรค์ อดีตกนายก อบจ.กาญจนบุรี 3 สมัย ส่วนผู้สมัคร นายก อบจ.หน้าใหม่ อีก 2 ราย คือ เบอร์ 3 น.ส.สาวิกา ประเสริฐผลหรือสา หัวหน้า “ทีม NEXT กาญจนบุรี” และ เบอร์ 4 พ.ต.ท.กิตติพิชญ์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้สมัครอิสระ“ทีมกาญจน์ก้าวใหม่” จะเป็นม้ามืดแซงเข้าวินได้หรือไม่นั้น แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีกูรูทางการเมืองท่านใดกล้าออกมาฟันธง สุดท้ายแล้วประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน หลังปิดหีบ 20 ธ.ค.2563ไม่นานเกินรอคงรู้ผล

วันนี้จะมาทำความรู้จักกับผู้สมัครหน้าใหม่ น้องกิ๊ก น.ส.ถิรนันท์ หงษ์ยนต์ อายุ 33 ปี ผู้สมัคร ส.อบจ.อำเภอท่ามะกา เขต 3 สังกัดทีมพลังใหม่ น้องกิ๊กเกิดที่ตำบลท่าเสา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ประวัติการศึกษา จบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์  สาขา ธุรกิจการบินมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ประวัติการทำงาน บริษัท บางกอกแลนด์ เอเจนซี จำกัด (เมืองทองธานี) ธนาคารกสิกรไทย  โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เซ็นเตอร์ (WMC) ครูผู้ช่วยผู้ดูแลเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ท่าเสา อ.ท่ามะกา เขตเลือกตั้งอำเภอท่ามะกา เขต 3 ประกอบด้วยตำบลสนามแย้ ต.ยางม่วง ต.ดอนขมิ้น เทศบาลตำบลลูกแก ต.ท่าเสา ต.พงตึก และ ต.หวายเหนียว สโลแกน  #ทีมพลังใหม่ “มองการณ์ไกลใส่ใจทุกปัญหา พัฒนา เพื่อประชาชน” จุดเด่นของเราผู้หญิงยุคใหม่ พร้อมสร้างสิ่งใหม่ๆกล้าคิด กล้าทำ มีประสบการณ์พร้อมทำงานการศึกษาดี เข้าถึงง่าย

น้องกิ๊ก เล่าว่า ที่ตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งสมาชิก อบจ.ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก เหตุผลเพราะอยากจะเข้าไปทำงานเป็นตัวแทนให้กับพ่อแม่พี่น้อง เข้าไปนำเสนอสิ่งที่บ้านเราต้องการไปยัง อบจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาพัฒนาบ้านเราซึ่งที่ผ่านมาได้มีโอกาสทำงานอยู่องค์การบริหารส่วนตำบล ด้วยในหน้าที่ในการทำงานในตำแหน่งที่ทำ ไม่สามารถนำเสนอในสิ่งที่คิดหรืออยากจะทำให้บ้านเราได้ จึงอยากขอโอกาสพ่อแม่พี่น้องเข้ามาเป็นตัวแทนของบ้านเรา

สำหรับนโยบายหรือแนวคิดที่จะนำเสนอต่อประชาชน ทีมพลังใหม่ มีนโยบายสร้างจังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวตามแนววิถีใหม่ (New Normal) พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจ ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมธุรกิจบริการ และการค้าผ่านแดน และจะสานต่อภารกิจสำคัญที่ยังค้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโรงงานกระดาษให้เป็น Land Mark แห่งใหม่ของกาญจนบุรี ตามความต้องการของชาวกาญจนบุรี

รวมทั้งการพัฒนาถนนพัฒนาการเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง การเตรียมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเราจะทำกาญจนบุรีให้เป็น Smart City ที่มีการนำเทคโนโลยีมาตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาวกาญจนบุรี เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีการรองรับสังคมผู้สูงอายุพัฒนาการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน

ส่วนอุดมการณ์ของตนได้มีทางเลือกให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสิน การที่เราใช้ชื่อ “พลังใหม่ ร่วมสร้างเมืองกาญจน์” เพราะต้องการให้คนรุ่นใหม่ ได้มีโอกาสมาเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวกาญจนบุรี อีกทางหนึ่ง”น้องกิ๊ก กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผู้สมัครที่น่าสนใจอีก 1 คน ดีกรีอดีต ส.อบจ.อำเภอทองผาภูมิ 2 สมัยติดต่อกัน คือสจ.ตูน-อานนท์ ถนอมวงษ์ จบการศึกษา ปริญญาตรีสาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นลูกชายของนายกฯจิรชัย ถนอมวงษ์นายกเทศมนตรีตำบลท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ

สจ.ตูน-อานนท์ ถนอมวงษ์ กล่าวว่าสำหรับแรงจูงใจในการลงสมัครรับเลือกตั้ง  ส.อบจ.คือ 1.อยากพัฒนาบ้านเกิดของตนเองให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ ช่วยพี่น้องชาวเกษตรกร การประกันราคาผลผลิตด้านการเกษตรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ด้านการศึกษา จะสนับสนุนให้เด็กในพื้นที่ได้เข้ารับการศึกษาอย่างทั่วถึง ทั้งในระบบและนอกระบบ อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน 
ด้านระบบสาธารณสุข จะสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในถิ่นทุรกันดารเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและมีคุณภาพ

ด้านการท่องเที่ยว อำเภอทองผาภูมิมีแหล่งท่องเที่ยวที่โดนเด่นและหลากหลาย จึงเป็นตัวแทนในการสนับสนุนด้านข้อมูลสาระสนเทศเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนให้มีรายจากการท่องเที่ยวให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ด้านการอนุรักษ์จะสืบสานประเพณีท้องถิ่น เนื่องจากอำเภอทองผาภูมิ เป็นอำเภอที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ มีประเพณีและวัฒนธรรมที่ต่างกัน เช่น ภาษา อาหาร การแสดงพื้นบ้าน เป็นต้น

สำหรับแผนพัฒนากระบวนการ P.D.C.A.P=plangning ประชุมผู้นำชุมชนในพื้นที่ สำรวจปัญหาของแต่ละชุมชน D=do ฟื้นฟูและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวให้มีความโดนเด่น เน้นความปลอดภัย ความสะอาด มีกระบวนการทำงานและขั้นตอนอย่างชัดเจน และมีข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันเพื่อให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการสืบค้นข้อมูล

C=Check ตรวจสอบว่าหลังจากนำแผนที่ไปวางไว้ในการปฏิบัติจริง แล้วเราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หรือมาตรฐานที่เราได้กำหนดไว้หรือไม่ เช่น แบบบันทึกความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว โดยมีข้อแนะนำให้แก้ไขหรือปรับด้านใดต่อไป

A=Action นำข้อเสนอแนะของนักท่องเที่ยวมาวิเคราะห์และตรวจสอบสาเหตุความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาประเมินเพื่อพัฒนาแผนและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นอีกในระยะยาว ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อบกพร่องจากกระบวนการทำงานที่ผ่านมา แต่เราก็ควรจะมีวิธีในการพัฒนาปรับปรุงการทำงานของตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้การดำเนินงานครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม” สจ.ตูน-อานนท์ ถนอมวงษ์ กล่าว

 สุพจน์ แก้วกาสี

สกู๊ปพิเศษ : ‘น้องโอ๋’ อดีต ส.อบจ. บุรีรัมย์ ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลุยหาเสียงรับฟังปัญหาพัฒนาบ้านเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สกู๊ปพิเศษ : ‘น้องโอ๋’อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลุยหาเสียงรับฟังปัญหาพัฒนาบ้านเมือง (naewna.com)

สกู๊ปพิเศษ : ‘น้องโอ๋’อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลุยหาเสียงรับฟังปัญหาพัฒนาบ้านเมือง

สกู๊ปพิเศษ : ‘น้องโอ๋’อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลุยหาเสียงรับฟังปัญหาพัฒนาบ้านเมือง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เปิดใจ “ศิริรัตน์ บุญชัยสุข”-“น้องโอ๋” อดีต ส.อบจ.บุรีรัมย์ 2 สมัย ผู้สมัคร ส.จ.บุรีรัมย์ เขต 1 อ.หนองกี่ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ลงพื้นที่ติดป้าย หาเสียง พร้อมเป็นผู้ประสานสิบทิศรับฟังปัญหา เข้ามาพัฒนาบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.)บุรีรัมย์ ทั้ง 42 เขต ใน 23 อำเภอ ของ จ.บุรีรัมย์ นับตั้งแต่วันเปิดรับสมัครเลือกตั้งเมื่อวันที่ 
2 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนั้น บรรยากาศในการหาเสียงของผู้สมัคร ทั้งนายก อบจ. และส.อบจ.นั้น เริ่มเป็นไปด้วยความคึกคัก ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะ“กลุ่มเพื่อนเนวิน” ซึ่งนำโดย นายภูษิต เล็กอุดากร อดีต สมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ผู้สมัครนายก อบจ. หมายเลข 8 หลานชาย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ยูไนเต็ด และทีมผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ทั้ง 42 เขต ในนาม “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ได้ระดมติดแผ่นป้ายหาเสียงไปจนทั่วทุกพื้นที่

แต่ที่น่าสนใจ คือ นางสาวศิริรัตน์ บุญชัยสุข หรือ น้องโอ๋ อดีตสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ 2 สมัย ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 1 อ.หนองกี่ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ได้นำรถหาเสียง พร้อมทีมงานลงพื้นที่ติดป้ายหาเสียงตามหมู่บ้าน ชุมชนในเขตพื้นที่เลือกตั้ง 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลเมืองไผ่, ตำบลบุกระสัง, ตำบลเย้ยปราสาท, ตำบลโคกสูง และตำบลโคกสว่าง

นางสาวศิริรัตน์กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ติดป้ายหาเสียงตามหมู่บ้าน ชุมชนในเขตพื้นที่เลือกตั้ง พร้อมกับพบปะพี่น้องประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยดีและอบอุ่น อยากเข้ามาพัฒนาบ้านเมืองให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิตที่ดี ชอบทำงานเพื่อมวลชน ประสานงานกับทุกภาคส่วน รับฟังปัญหา พร้อมให้การช่วยเหลือพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนตัวชอบการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ทั้งเป็นหัวหน้าชั้น และทำกิจกรรมโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมาตลอด

“ไม่รู้สึกหนักใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาเป็น สจ.มา 12 ปี ได้พัฒนาพื้นที่มีความเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ เข้าถึงทุกชุมชน หมู่บ้าน สร้างมิติใหม่ เลือกคนทำงานลูกหลานบ้านเรา โดยใช้สโลแกนว่า“สจ.รุ่นใหม่ รับใช้ใกล้ชิด เป็นมิตรทุกชุมชน” แต่คิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะการรับรู้ของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ จึงขออาสามาสานงานต่อก่องานใหม่”นางสาวศิริรัตน์ กล่าว

สำหรับ นางสาวศิริรัตน์ บุญชัยสุข หรือ น้องโอ๋ ก่อนจะมาลงเล่นการเมือง ได้ทำงานเป็นนักเทคนิคการแพทย์ อยู่ที่โรงพยาบาลปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เมื่อปี 2548 จนกระทั่งปี 2551 ได้มาลงเล่นการเมืองจากการชักชวนของ นางสาวอุษณีย์ ชิดชอบพี่สาวนายเนวิน ชิดชอบ ที่ลงสมัครนายก อบจ.บุรีรัมย์ และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

สกู๊ปพิเศษ : เจาะสนามเลือกตั้ง นายก อบจ.อำนาจเจริญ แม้แต่กูรูก็ยังไม่กล้าฟันธง คำตอบ คือ ประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สกู๊ปพิเศษ : เจาะสนามเลือกตั้ง นายก อบจ.อำนาจเจริญ แม้แต่กูรูก็ยังไม่กล้าฟันธง คำตอบ คือ ประชาชน (naewna.com)

สกู๊ปพิเศษ : เจาะสนามเลือกตั้ง นายก อบจ.อำนาจเจริญ  แม้แต่กูรูก็ยังไม่กล้าฟันธง คำตอบ คือ ประชาชน

สกู๊ปพิเศษ : เจาะสนามเลือกตั้ง นายก อบจ.อำนาจเจริญ แม้แต่กูรูก็ยังไม่กล้าฟันธง คำตอบ คือ ประชาชน

วันจันทร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ประกาศรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ (นายก อบจ.) จำนวน 5 คน และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ (ส.อบจ.) อีกจำนวน 105 คน เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา เรียกว่า ผู้สมัครทั้งหมด 110 คน มีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถลงชิงชัยในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ได้  

โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอำนาจเจริญควบคุม ดูแล การเลือกตั้ง ให้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส มากที่สุด 

สำหรับ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ(นายก. อบจ.) จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายสว่าง นาคพันธ์ หมายเลข 1 นางจันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี หมายเลข 2 นางสาววันเพ็ญ ตั้งสกุล หมายเลข 3 นายชัยศรี กีฬา หมายเลข 4 และ นายพนม ประเสริฐศรี หมายเลข 5  

เมื่อส่องกล้องเส้นทางการเมืองของผู้สมัคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ (นายก อบจ.) ทั้งหมด 5 คน
ปรากฏว่า บางคนผ่านสนามการเมืองท้องถิ่นมาอย่างโชกโชน ระดับปรมาจารย์การเมืองเลยทีเดียว จึงถูกมองว่า เป็นเต็ง 1 แบเบอร์จะกำชัยชนะ สู่ฝั่งฝัน เป็นนายก อบจ.อำนาจเจริญ ได้ในที่สุด 

บางคน เป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ลงสู่สนามการเมืองเป็นครั้งแรก รอคู่แข่ง บรรดาตัวเต็งทั้งหลาย ต่อสู้กันจน
เพลี่ยงพล้ำ ประสบอุบัติเหตุทางการเมือง และถูกลงโทษ ถูกใบเหลือง หรือ ใบแดง เพื่อหวัง ได้รับส้มหล่น เป็นนายก อบจ.อำนาจเจริญ ชนิดพลิกโผ พลิกล็อกประมาณนั้น 

สำหรับเส้นทางการเมืองของผู้สมัคร นายก อบจ.อำนาจเจริญ ทั้ง 5 คน จากอดีตถึงปัจจุบัน พบว่า นายสว่าง
นาคพันธ์ หมายเลข 1 กลุ่มอิสระ อดีตรองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลอำนาจเจริญ ทำงานทางสังคมมายาวนาน เป็นที่รู้จักของผู้คน  จึงต้องอาศัยฐานเสียงจากแฟนคลับบางกลุ่มและครูจำนวนหนึ่งพร้อมจะเทคะแนนให้อย่างเต็มที่  

ส่วน นางจันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี ผู้สมัครหมายเลข 2 กลุ่มพลังอำนาจเจริญ ลงสนามการเมืองท้องถิ่นมากว่า 20 ปี ประสบการณ์เพียบ ฐานเสียงแน่นทั้ง 7 อำเภอ พร้อมเสนอ ส.อบจ.คู่ใจทั้ง 24 คน ลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยนโยบายถูกใจประชาชน เสียงตอบรับดีมาก  

ทว่า ไม่ควรมองข้าม นางสาววันเพ็ญ ตั้งสกุล หมายเลข 3 กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ บุตรสาวนักธุรกิจมากบารมีในตัวเมืองอำนาจเจริญ แม้จะลงสนามการเมืองมาไม่นาน ทว่า ที่ผ่านมาทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด และที่โดดเด่น เห็นเป็นรูปธรรม ก็คือการจัดทำรถปันสุข ตระเวนไปทั่วทุกพื้นที่ ช่วยเหลือ ผู้ประสบปัญหา โควิด-19 ที่ผ่านมา ใช้สโลแกนหาเสียงที่ว่า “ถนนปลอดภัย น้ำไหล ไฟสว่าง ก้าวข้ามความจน สร้างคน สร้างอาชีพไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พร้อม ส.อบจ. 24 คน ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง เสียงดีไม่เป็นสองรองใคร   

และที่ตามมาไม่ห่าง เป็นเงาตามตัว ชนิดที่ว่า หายใจรดต้นคอเลยทีเดียว นั่นก็คือ นายชัยศรี กีฬา หมายเลข 4 อดีต สส. เขต 2 อำนาจเจริญ 1 สมัย ลงในนามคณะก้าวหน้า โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ช่วยหาเสียงหลายอำเภอรอบนอก และมีรายงานว่า โค้งสุดท้าย จะนำคณะปราศรัยชุดใหญ่ ลุยอำนาจเจริญ ให้กระจุย กระจาย เพื่อเป้าหมาย สู่ชัยชนะ เป็น นายก อบจ.อำนาจเจริญสมใจ 

ส่วน นายพนม ประเสริฐศรี หมายเลข 5 ลงเล่นการเมืองเป็นครั้งแรก นักการเมืองหน้าใหม่ ผู้คนไม่รู้จัก คงต้องอาศัย
คำว่า “ปาฏิหาริย์” เท่านั้น จึงจะถึงฝั่งฝัน 

อย่างไรก็ตาม ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เป็นวันเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบ ได้ดีที่สุด

สนธยา ทิพย์อุตร