หนังชนโรง : ‘THE END OF THE STORM’ หนังสำหรับแฟนหงส์ทั่วโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/543146

หนังชนโรง : ‘THE END OF THE STORM’  หนังสำหรับแฟนหงส์ทั่วโลก

หนังชนโรง : ‘THE END OF THE STORM’ หนังสำหรับแฟนหงส์ทั่วโลก

วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ครั้งแรกของโลกกับการเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จสู่แชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ อัดแน่นไปด้วยบทสัมภาษณ์และฟุตเทจเบื้องหลังสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน The End of The Storm รวบรวมเหตุการณ์ในระหว่างที่ทั่วโลกหยุดชะงัก แต่ความหวังและความฝันของทีมยังคงไปต่อ ฝ่ามรสุมจนไปถึงการเป็นแชมเปี้ยนท่ามกลางวิกฤติ โดยได้ เจอร์เกนคล็อปป์ ผู้จัดการทีม และ เคนนี่ ดัลกลิช ตำนานสโมสรเป็นผู้นำเสนอเรื่องราวที่ไม่เคยมีใครรู้ ร่วมด้วยการสัมภาษณ์สุดพิเศษจากนักเตะชุดใหญ่ของทีม ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,ซาดิโอ มาเน่, โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ อลิสซอน เบ็คเกอร์ รวมไปถึงแฟนๆ ผู้คลั่งไคล้จากรอบโลก

ผ่านฝีมือของผู้กำกับ เจมส์ เออร์สคีน (The Ice King, Billie, One Night in Turin, Le Mans : Racing is Everything) ซึ่งได้ไอเดียมาจากเรื่องราวอันน่าสนใจของสโมสร Rwanda Reds ที่เป็นการรวมตัวของแฟนคลับลิเวอร์พูล ในเมืองคิกาลี ประเทศรวันดา

“มันเป็นมรสุมที่ยาวนานเหลือเกิน ทุกคนต่างใฝ่ฝันถึงความสำเร็จของพวกเรา เราต้องมุ่งหน้าต่อไป” เจอร์เกนคล็อปป์ กล่าว

“The End of The Storm”

14 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’ เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’ เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่ (naewna.com)

หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’  เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่

หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’ เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เบื้องหลังโลกของเรา ยังมีอีกโลกหนึ่ง โลกของสัตว์ประหลาดที่อันตรายและทรงพลัง ผู้ครองอาณาเขตของพวกมันด้วยความดุดัน ในตอนที่พายุทะเลทรายที่คาดไม่ถึงได้พา ร้อยโทอาร์เทมิส (มิลลา โจโววิช) และลูกน้องของเธอ (ทิป “ที.ไอ.”แฮร์ริส, เมแกน กู๊ด, ดิเอโก้ โบนิต้า) ไปสู่โลกใหม่ เหล่าทหารก็ต้องตกตะลึงเมื่อได้ค้นพบว่าสภาพแวดล้อมที่โหดเหี้ยมและพวกเขาไม่รู้จักนี้เป็นที่อยู่ของสัตว์ประหลาดยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัว และพวกมันก็ไม่สะดุ้งสะเทือนต่ออาวุธปืนของพวกเขาด้วย ในการต่อสู้อย่างสิ้นหวังเพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขาได้พบกับ ฮันเตอร์ผู้ลึกลับ (โทนี่ จา) ผู้ซึ่งทักษะเฉพาะตัวของเขาทำให้เขาอยู่เหนือสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังเหล่านี้ไปอีกก้าวหนึ่ง ขณะที่ อาร์เทมิสและ ฮันเตอร์ กำลังค่อยๆ เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เธอก็ค้นพบว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่นำโดย พลเรือเอก (รอน เพิร์ลแมน) ในการเผชิญหน้ากับอันตรายที่ยิ่งใหญ่จนอาจเป็นภัยคุกคามต่อโลกของพวกเขาได้

เขียนบทสำหรับภาพยนตร์และกำกับโดย พอล ดับบลิว.เอส. แอนเดอร์สัน จากเกม Monster Hunter

นำแสดงโดย มิลลา โจโววิช, โทนี่ จา, ทิป “ที.ไอ.” แฮร์ริส,เมแกน กู๊ด, ดิเอโก้ โบนิต้า, จอช เฮลแมน, จินอู่หยาง และรอน เพิร์ลแมน

เกือบ 20 ปีก่อน ผู้กำกับ/มือเขียนบทพอล ดับบลิว. เอส.แอนเดอร์สัน และนักแสดง มิลลา โจโววิช ได้ร่วมมือกับค่ายวีดีโอเกมแคปคอมและคอนสแตนติน ฟิล์ม ผู้จัดจำหน่ายและผู้สร้างภาพยนตร์อิสระระดับแนวหน้าของเยอรมนี ในการอำนวยการสร้าง Resident Evil ที่สร้างจากวีดีโอเกมที่ขายดิบขายดีถล่มทลาย หลังจากภาพยนตร์หกเรื่องและรายได้ 1.2 พันล้านเหรียญ ในบ็อกซ์ออฟฟิศ แฟรนไชส์นี้ก็กลายเป็นแฟรนไชส์ที่สร้างจากเกมที่ประสบความสำเร็จตลอดกาล แฟรนไชส์นี้ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย และความนิยมและความสำเร็จของมันก็ทำให้มีการเดินสายประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่องนี้หลายครั้งในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานสำหรับการร่วมมือครั้งต่อไปของทีมงานนี้

ในตอนนี้ พวกเขาได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อMonster Hunter ที่สร้างจาก “Monster Hunter: World” เกมขายดีตลอดกาลของค่ายแคปคอม และต้นกำเนิดของโปรเจกท์นี้ก็เริ่มต้นจากช่วงเวลาของแอนเดอร์สันในประเทศญี่ปุ่น “จริงๆ แล้วผมเป็นแฟนเกม “Monster Hunter” ก่อนหลายๆ คนในอเมริกาและยุโรปเสียอีก เพราะผมใช้เวลาอยู่ในญี่ปุ่นนานครับ” แอนเดอร์สันอธิบาย “มันกลายเป็นหนึ่งในประเทศโปรดของผม ด้วยเหตุนั้นผมก็เลยได้เริ่มเล่น Monster Hunter” ในปี 2008 และพอมาปี 2009 ผมก็เสนอที่จะสร้างหนังจากเกมนี้กับแคปคอมครับ”

“Monster Hunter”

30 ธันวาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : ‘The Midnight Sky’ ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวหลังหายนะของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – หนังชนโรง : ‘The Midnight Sky’ ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวหลังหายนะของโลก (naewna.com)

หนังชนโรง : ‘The Midnight Sky’  ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวหลังหายนะของโลก

หนังชนโรง : ‘The Midnight Sky’ ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวหลังหายนะของโลก

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

The Midnight Sky เป็นเรื่องราวหลังจากหายนะลึกลับที่ทำลายล้างโลกและเผ่าพันธุ์มนุษย์นักวิทยาศาสตร์ประจำสถานีอาร์กติก (จอร์จคลูนีย์) พยายามที่จะเตือนนักบินอวกาศที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในห้วงอวกาศ (เฟลิซิตี โจนส์) และลูกเรือของเธอ ถึงอันตรายในการย้อนกลับมายังโลก ในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญหน้ากับการสูญสิ้นของเผ่าพันธุ์ ความเป็นมนุษย์ได้กระตุ้นให้พวกเขาติดต่อกัน แม้จะอยู่ห่างไกลกันหลายปีแสง เพื่อเชื่อมโยงผู้รอดชีวิตของมนุษยชาติไว้ด้วยกัน

รวมนักแสดงมากฝีมือคับคั่งไม่ว่าจะเป็น เฟลิซิตี โจนส์ (Felicity Jones) นักแสดงสาวผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง The Theory of Everything, เดวิด โอเยโลโว (David Oyelowo) ผู้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ จากเรื่อง Selma, ไคล์ แชนด์เลอร์ (Kyle Chandler) เจ้าของรางวัลเอมมี่ อวอร์ด จากเรื่อง Friday Night Lights และ เดเมียน บิเชอร์ (Demián Bichir) ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง A Better Life ร่วมด้วย ทิฟฟานี บูน (Tiffany Boone)

นอกจาก จอร์จ คลูนีย์ จะนำแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว เขายังรับหน้าที่กำกับภาพยนตร์อีกด้วย และได้ มาร์ค แอล.สมิธ (Mark L.Smith) รับหน้าที่เขียนบท โดยดัดแปลงมาจากนิยายของ ลิลลี่ บรูคส์-ดาลตัน (Lily Brooks-Dalton) เรื่อง Good Morning,Midnight ที่ได้รับรางวัลนิยายแนว Post-Apocalyptic (วรรณกรรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกหลังภัยพิบัติหรือสงคราม) เมื่อปี 2016

จอร์จ คลูนีย์ เล่าถึงการร่วมงานกับ มาร์ค แอล. สมิธ ผู้เขียนบทว่า “ในฐานะโปรดิวเซอร์ เราอยากทำงานร่วมกับ มาร์ค มาตลอด เขาเป็นคนเขียนบทที่เก่งมาก เมื่อคุณต้องกำกับหนังสักเรื่องหนึ่ง โดยปกติแล้วคุณจะต้องใช้เวลากับหนังเรื่องนั้นประมาณ 2 ปี ดังนั้นคุณจะต้องมั่นใจว่าหนังของคุณมีอะไรบางอย่างที่จะทำให้คุณตื่นเต้นในการทำงานได้ตลอดโปรเจกท์ และสำหรับผมสิ่งนั้นก็คือบทที่ยอดเยี่ยมของมาร์ค”

ส่วน มาร์ค แอล. สมิธ เล่าถึงการทำงานของเขาว่า “สิ่งสำคัญสำหรับผมในการเขียนบท คือเนื้อเรื่องต้องสมเหตุสมผลและมีความเป็นจริง นี่จึงไม่ใช่แค่หนังไซไฟ หรือ หนังแฟนตาซี
คาแร็กเตอร์ของตัวละครมีความสมจริง และกำลังเผชิญกับปัญหาและรับมือกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้จริง ผมไม่อยากให้เรื่องราวเน้นไปที่เรื่องของเทคโนโลยีมากเกินไป”

“เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่โดดเดี่ยวและโชคร้ายที่เขาจะต้องมาสัมผัสกับเหตุการณ์ล่มสลายของโลกแบบใกล้ชิด เขาพยายามแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาด และจุดนี้จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าถึงตัวละครของเขา เพราะไม่ว่าใครๆ ก็ต้องเคยพยายามแก้ไขความผิดพลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนหรือพูดภาษาอะไร” มาร์ค พูดถึงตัวละคร ออกัสติน (Augustine) ของ จอร์จ คลูนีย์

“เราไปถ่ายทำกันที่ประเทศไอซ์แลนด์ ที่ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป โลเกชั่นของเราอยู่ห่างจากเมืองเรคยาวิก เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ออกไปประมาณห้าชั่วโมงครึ่ง ตอนเราไปถ่ายทำที่นั่นเต็มไปด้วยหิมะสีขาวปกคลุมและลมแรงกระหน่ำ ทำให้ภาพที่ออกมาเหมือนกับแถบอาร์กติกอย่างที่เราต้องการ ผมประทับใจกับความสวยงามของธรรมชาติที่นี่มาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่ามันอันตรายมากๆ เหมือนกัน เราได้รับคำเตือนว่าอย่าเดินออกไปไกล เพราะอาจจะตกหน้าผาได้ เราเลยต้องมีผู้เชี่ยวชาญสถานที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย” จอร์จ คลูนีย์เล่าถึงการถ่ายทำภาพยนตร์

คลูนีย์ ยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า “ในหนังตัวละครของผมอยู่ที่อาร์ติกที่เต็มไปด้วยความหนาวเย็นที่คุณเห็นน้ำแข็งเกาะที่เคราของผม บอกได้เลยว่ามันเป็นของจริง ผมแค่ใช้วิธีฉีดน้ำไปที่เครา แล้วขับรถสโนว์โมบิลออกไป แค่นั้นน้ำแข็งก็จะเกาะที่เคราของคุณแล้ว ที่จริงผมอายุน้อยกว่าตัวละครของผมค่อนข้างมาก ผมต้องรับบทชายอายุ 70 ปี แต่จากสภาพแวดล้อมและอากาศที่ค่อนข้างรุนแรงมาก ทำให้ผมดูอายุเยอะขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าช่วยมากเลย”

นี่คือผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของ Netflix จาก Smokehouse Pictures บริษัทผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดย “จอร์จ คลูนีย์” และ “แกรนท์ เฮสลอฟ” โดยเป็นบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง Argo

The Midnight Sky (สัญญาณสงัด)

23 ธันวาคมนี้ ทาง Netflix

หนังชนโรง : ยังไงก็ต้องเป็น ‘กงยู’ และ ‘พัคโบกอม’ เท่านั้น! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/530996

หนังชนโรง : ยังไงก็ต้องเป็น ‘กงยู’ และ ‘พัคโบกอม’ เท่านั้น!

หนังชนโรง : ยังไงก็ต้องเป็น ‘กงยู’ และ ‘พัคโบกอม’ เท่านั้น!

วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลังจากที่ปล่อยของออกมาชุดใหญ่ทั้งใบปิด ตัวอย่างแรก และภาพนิ่ง ออกมาเรียกน้ำย่อยแฟนๆ ที่กำลังรอชมภาพยนตร์อย่างใจจดใจจ่อ ทางทีมงาน “SEOBOK” ก็ไม่รอช้ารีบคว้าตัวนักแสดงนำสุดฮอต “กงยู” และอีก2 นักแสดงจอมขโมยซีนอย่าง “จางยองนัม” และ “โจอูจิน” พร้อมด้วยผู้กำกับ “อียองจู”ที่เคยกวาดรางวัลจากภาพยนตร์โรแมนติกArchitecture 101 มานั่งแถลงข่าวเปิดตัว พร้อมตอบข้อสงสัยจากแฟนๆ และสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจอย่างคับคั่ง

บรรยากาศในงานแถลงข่าวเต็มไปด้วยความคึกคัก กงยู มาในมาดเนี้ยบชุดสูทจากแบรนด์ Ralph Lauren ซึ่ง กงยู เผยถึงเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจรับเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เขาจะเลือกรับงานที่สามารถให้อะไรกลับคืนไปหาคนดูได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อคิด หรือแรงบันดาลใจซึ่งอย่างเรื่อง Seobok นี้ เขาสนใจในความสัมพันธ์ กีฮอน ตัวละครของเขา และ ซอบก (โดย พัคโบกอม) ที่กำลังเรียนรู้และผ่านเรื่องราวต่างๆ ไปด้วยกัน โดยไม่ต้องมีคำพูดหรือคำบรรยายใดๆ”

ในส่วนของ พัคโบกอม ที่รับบทเป็น ซอบกมนุษย์โคลนร่างแรกของโลก ผู้กำกับ อียองจูได้เล่าถึงคาแร็กเตอร์นี้ว่า “จริงๆ แล้ว ซอบกมีอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น แต่มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโตเป็นหนุ่มแล้วเพราะมนุษย์โคลนจะเติบโตเร็วกว่ามนุษย์ทั่วไป” กงยูยังแซวว่า “ถึงซอบก จะมีอายุจริงแค่ 10 ขวบ แต่ถ้ามองจากภายนอกจะเหมือนผู้ชายที่พร้อมจะเข้ากรมแล้ว” แถมยังชมผ่านสื่ออีกด้วยว่า “พัคโบกอมคือซอบก เหมือนเขาเกิดมาเพื่อรับบทนี้” ผู้กำกับ อียองจู จึงพูดเสริมว่า “เขาเขียนสองตัวละครนำขึ้นมาโดยไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากกงยูและพัคโบกอมเท่านั้น”

ถึงแม้ว่า พัคโบกอม จะไม่สามารถมาร่วมงานได้เพราะอยู่ในช่วงการเข้ากรม แต่ก็ยังมีส่วนร่วมด้วยการส่งคลิปมาทักทาย ที่เซอร์ไพรส์จนคำว่า “ซอบก พัคโบกอม” ติดอันดับการค้นหาอันดับ 1 บนเว็บไซต์หลักของเกาหลีอย่าง Naver เลยทีเดียว

“SEOBOK ซอ-บก”

เร็วๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : เรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ ของภารกิจเสี่ยงตายในอัฟกานิสถาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/529495

หนังชนโรง : เรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ  ของภารกิจเสี่ยงตายในอัฟกานิสถาน

หนังชนโรง : เรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ ของภารกิจเสี่ยงตายในอัฟกานิสถาน

วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

THE OUTPOST ผ่ายุทธภูมิล้อมตาย ภาพยนตร์แนวแอ๊กชั่น บทภาพยนตร์ดัดแปลงมาจากหนังสือขายดีของ เจค แทปเปอร์ เรื่อง The Outpost : An Untold Story of American Valo โดยผู้ที่มาทำหน้าที่นี้คือ พอล ทามาซีย์ และ อีริค จอห์นสัน สองมือเขียนบทคู่หูที่เคยมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมมาแล้วจากหนัง The Fighter ส่วนผลงานอื่นๆ ยังมีทั้ง The Finest Hours และ Patriots Day ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการเขียนบทที่อ้างอิงและดัดแปลงมาจากเหตุการณ์จริง

กำกับภาพยนตร์โดย ร็อด ลูรีย์พร้อมทีมนักแสดงมากฝีมือ สก็อตต์ อีสต์วูด, ออร์แลนโด บลูม, เคเล็บ แลนดี้ โจนส์, ไมโล กิ๊บสัน, แจ็ค เคซีย์, เจมส์ แจ็กเกอร์ The Outpost ถือเป็นผลงานหนังเรื่องที่สองของออร์แลนโด บลูม ที่เจ้าตัวรับบทเป็นพลทหาร หลังจากเคยออกรบมาก่อนแล้วใน Black Hawk Down

THE OUTPOST ผ่ายุทธภูมิล้อมตาย บันทึกเรื่องจริงของทหารอเมริกัน 54 นายที่มีชัยต่อการโจมตีครั้งใหญ่โดยกลุ่มก่อการร้ายตอลิบานกว่า 400 คน เพียงไม่กี่วันก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งออกจากพื้นที่เปราะบางของประเทศอัฟกานิสถานตามที่รู้จักกันดีในนาม สมรภูมิคัมเดช(Battle of Kamdesh) ว่าเป็นการสู้รบของชาวอเมริกันที่นองเลือดที่สุดในสงครามอัฟกานิสถาน กองกำลังบราโว 3-61 ซีเอวี (Bravo Troop 3-61 CAV) กลายเป็นหน่วยที่ได้รับเข็มกล้าหาญมากที่สุดท่ามกลางความขัดแย้งยาวนาน 19 ปี

“ผมไม่เคยทำหนังเกี่ยวกับกองทัพเลย ดังนั้นเมื่อได้รับหน้าที่ให้นำเสนอเรื่องราวของการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของสงครามอัฟกานิสถาน ผมจึงตัดสินใจทันที ผมไม่ใช่ผู้กำกับคนแรกที่พวกเขาเข้าหา แต่ผมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ กองทัพเป็นส่วนสำคัญของผม เป็นส่วนสำคัญในจิตวิญญาณของผม” ผู้กำกับ ร็อด ลูรีย์ กล่าว

“THE OUTPOST ผ่ายุทธภูมิล้อมตาย”

5 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : ผลงานจากกำกับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์สั้นแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/526399

หนังชนโรง : ผลงานจากกำกับรางวัลออสการ์  สาขาภาพยนตร์สั้นแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม

หนังชนโรง : ผลงานจากกำกับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์สั้นแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Over The Moon (เนรมิตฝันสู่จันทรา) ภาพยนตร์ออริจินัลแอนิเมชั่นมิวสิคัลของ Netflix ผลงานการกำกับโดย Glen Keane (Beauty and the Beast, Tarzan, Tangled) ผู้กำกับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์สั้นแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม จาก Dear Basketball ร่วมอำนวยการสร้างโดย Gennie Rim และ Peilin Chou (Kung Fu Panda 3)เรื่องราวของเด็กหญิงแสนเฉลียวฉลาดที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและใจรักวิทยาศาสตร์ เธอสร้างยานอวกาศขึ้นไปยังดวงจันทร์เพื่อพิสูจน์ว่าเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ในตำนานนั้นมีจริง เธอได้มีประสบการณ์กับภารกิจที่ไม่คาดคิด ได้เจอคนพิเศษที่ไม่คาดฝัน และค้นพบดินแดนแสนมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ

ร่วมพากย์เสียง โดย Cathy Ang รับบท เฟย เฟย, PhillipaSoo รับบท ฉางเอ๋อ-เทพธิดาแห่งดวงจันทร์, John Cho (จาก Searching) รับบท พ่อของเฟย เฟย, Robert G. Chiu รับบทชิน เด็กชายสุดซนตัวป่วน ที่ร่วมผจญภัยไปกับ เฟย เฟย และอีกมากมาย

จุดเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากแรงบันดาลใจของเทศกาลไหว้พระจันทร์ และตำนานของเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ โดย Peilin Chou โปรดิวเซอร์ของเรื่องเล่าว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแนวคิดของตำนานฉางเอ๋อมานำเสนอ โดยมีแบ๊กกราวด์เป็นยุคปัจจุบัน ผ่านเรื่องราวของ “เฟย เฟย” เด็กหญิงผู้สดใสและเชื่อมั่น ฉันดีใจมากที่ได้นำเสนอเรื่องราวเหล่านี้ให้ผู้ชมทั่วโลกได้สัมผัส และนี่เป็นตำนานเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ที่มีความสดใหม่ ทันสมัย มีเอกลักษณ์ และแตกต่างจากที่เคยเห็นกันมาก่อน”

“เมื่อผมอ่านบทผมรู้สึกเชื่อมโยงกับภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะฉากที่ เฟย เฟย อยู่บนยานอวกาศที่เธอสร้างขึ้นมาเอง และกำลังมุ่งหน้าไปดวงจันทร์ มันทำให้ผมนึกย้อนถึงวัยเด็ก ที่มีความใฝ่ฝันอยากที่จะเข้าไปนั่งในยานอวกาศเหมือนกัน” Glen Keaneผู้กำกับกล่าว

“Over The Moon เนรมิตฝันสู่จันทรา”

23 ตุลาคมนี้ ทาง Netflix

หนังชนโรง : ปลุกอะดรีนาลีนในร่างกายไปกับ 5 หนังสายลับ-นักฆ่าหญิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/508133

หนังชนโรง : ปลุกอะดรีนาลีนในร่างกายไปกับ  5 หนังสายลับ-นักฆ่าหญิง

หนังชนโรง : ปลุกอะดรีนาลีนในร่างกายไปกับ 5 หนังสายลับ-นักฆ่าหญิง

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ในโลกภาพยนตร์ได้มีการสร้างหนังแอ๊กชั่นแนวสายลับ-นักฆ่าหญิงออกมาอยู่เสมอ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าการปฏิบัติภารกิจของพวกเธอมักคาบเกี่ยวกับการเป็นสายลับและมือสังหารอย่างไม่อาจแยกจากกันได้ อาจเป็นเพราะการเข้าถึงเป้าหมายจำเป็นต้องใช้เสน่ห์ของผู้หญิงในการแทรกซึม สอดแนม และลอบสังหาร ผู้ชมจึงมีโอกาสได้พบเห็นและเกิดภาพจำในตัวละครนักฆ่าหญิงมากมาย

วันนี้เราขอนำเสนอ 5 บทบาทสายลับ-มือสังหารหญิงสุดแกร่งแห่งจอเงิน ที่นำแสดงโดยนักแสดงสาวมากฝีมือของวงการ ที่พวกเธอต่างพลิกบทบาทมารับเล่นบทบู๊-แอ๊กชั่นได้อย่างดุเด็ด เผ็ดมันส์ ถึงใจ

“SALT สวยสังหาร” (2010)เอฟเวอลีน ซอลท์ รับบทโดยแองเจลีน่า โจลี่

“SALT” โปรเจกท์แอ๊กชั่นทริลเลอร์แนวสายลับร่วมสมัยที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของสงครามเย็น พ่วงฉากไล่ล่าสุดระทึก พร้อมตั้งคำถามกับผู้ชมตลอดทั้งเรื่อง ผลงานผู้กำกับชาวออสเตรเลีย “ฟิลลิป นอยซ์” ที่ได้เจ้าแม่หนังบู๊ระดับแม่เหล็กของวงการอย่าง “แองเจลิน่า โจลี่” มารับบท “เอฟเวอลีน ซอลท์ ” สายลับสาวสวยสังหารแห่งซีไอเอ ผู้ซื่อตรงต่อหน้าที่และประเทศชาติ ที่นอกจากสามารถในการปลอมตัวชนิดหาตัวจับยาก ยังมีความเชี่ยวชาญการต่อสู้มือเปล่ารวมถึงการใช้อาวุธปืนทุกรูปแบบ เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อเธอถูกปรักปรำจากฝั่งตรงข้ามว่าเธอคือสายลับของฝั่งเคจีบีที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อลอบสังหารประธานาธิบดี ทำให้เธอตกอยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยและต้องหนีเอาชีวิตรอด เธอจึงต้องออกปฏิบัติการค้นหาความจริงเพื่อพิสูจน์ว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์

“LUCY สวยพิฆาต” (2014) ลูซี่ รับบท โดย สการ์เลต โจแฮนสัน

“Lucy” ลูซี่ สวยพิฆาต ผลงานผู้กำกับชาวฝรั่งเศส “ลุค เบซง” ที่ได้สร้างนางเอกนักบู๊ที่อยู่ในความทรงจำของคนดูแล้วมากมาย แจ้งเกิดนักแสดงสาว “สการ์เล็ต โจแฮนสัน”กับบทบาทในหนังแอ๊กชั่นทริลเลอร์ที่ทั่วโลกจดจำ เรื่องราวของ “ลูซี่” นักศึกษาสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่มาศึกษาต่อที่ไต้หวัน แต่ดันไปพัวพันกับกลุ่มธุรกิจมืดที่ทำการค้าสารสังเคราะห์อันตรายที่ชื่อ CTH4 และพวกมาเฟียได้ผ่าท้องของลูซี่และยัดสารสังเคราะห์เหล่านั้นซ่อนไว้ในท้องลูซี่เพื่อรอส่งมอบเป็นสินค้าต่อไป จนกลายเป็นยอดมนุษย์ผู้มีพลังจิต โทรจิตและความรู้มหาศาล และการควบคุมวัตถุสสารต่างๆ แถมเจ้าสารตัวนั้นมันคงปลุกพลังของเธอให้สูงขึ้นอีกเรื่อยๆ

“ATOMIC BLONDE บลอนด์ สวยกระจุย” (2017) ลอเรน โบรห์ตัน รับบทโดย ชาร์ลิซ เธอรอน

“ATOMIC BLONDE” คือหนังสายลับที่มีสงครามเย็นเป็นฉากหลัง ว่าด้วยเรื่องราวของ “ลอร์เรน โบรห์ตัน” สายลับสาวแห่ง MI6ที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจที่เยอรมันในช่วงที่กำแพงเบอร์ลินกำลังจะล่มสลายในปี 1989 เพื่อออกตามหาบัญชีรายชื่อสายลับที่หายไป โดยมี เดวิด เพอร์ซิวัล (เจมส์ แมคอะวอย) สายลับร่วมชาติที่ประจำการอยู่ในเยอรมันคอยช่วยเหลือ โดยตัวละคร ลอร์เรน โบรห์ตัน ถูกเปรียบเป็นสุดยอดนักฆ่าที่เด็ดขาดเช่นเดียวกับ จอห์น วิครวมถึงยังมีบางกระแสที่มองว่าเธอเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เหมือน เจมส์ บอนด์ เวอร์ชั่นผู้หญิงนอกจากนี้ฉากที่เป็นกระแสฮือฮาในหมู่นักวิจารณ์คือฉากแอ๊กชั่นลองเทคสุดโหดบนบันได ที่มีความยาวกว่า 10 นาที ที่ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก จ่อคิวขึ้นแท่นสายลับเพชฌฆาตสาวคนใหม่แห่งโลกภาพยนตร์ ซึ่งขอบอกว่าคุณจะไม่เคยเห็น “ชาร์ลีซ เธอรอน” ในคิวบู๊ที่ดุเดือดขนาดนี้มาก่อน

“RED SPARROW หญิงร้อนพิฆาต” (2018) โดมินิก้า อีโกโรว่า รับบทโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์

ภาพยนตร์สายลับที่สร้างจากนิยายของ “เจสัน แม็ทธิวส์” เจ้าหน้าที่ซีไอเอตัวจริง ที่ผู้กำกับมากฝีมือ อย่าง “ฟรานซิส ลอว์เรนซ์” (I Am Legend) มานั่งแท่นกำกับ และร่วมงานกับสาว เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ อีกครั้งหลังจากเคยสร้างความยิ่งใหญ่ร่วมกันมาแล้วใน The HungerGame เรื่องราวของ “โดมินิก้า อีโกโรว่า”(เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) นักเต้นบัลเลต์สาวสวยชาวรัสเซียที่ชะตาชีวิตพลิกผันจนได้รับการฝึกฝนให้เป็นสายลับของหน่วยสืบราชการลับรัสเซีย ด้วยโปรแกรมการฝึกที่ถูกเรียกว่า Sparrowที่ต้องใช้ทั้งเสน่ห์และร่างกายเป็นอาวุธ โดยเป้าหมายของเธอคือสายลับซีไอเอหนุ่ม นาธานเนล แนช (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน) ผู้รับผิดชอบหน่วยงานข่าวกรองสายลับรัสเซีย แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่หนุ่มสาวทั้งสองจมดิ่งสู่วังวนแห่งความหลงใหลและหลอกลวง กระทบต่อทั้งหน้าที่การงาน ความจงรักภักดี และความมั่นคงของประเทศตน

“AVA เอวา มาแล้วฆ่า” (2020) เอวารับบทโดย เจสสิกา แชสเทน

“AVA” หนังแอ๊กชั่นไล่ล่าบู๊ระห่ำจัดเต็มของนักแสดงสาว “เจสสิกา แชสเทน” ที่กำลังจ่อคิวเข้าฉายบ้านเราใน วันที่ 30 กรกฎาคมนี้กับการรับเล่นบทบู๊เต็มตัวครั้งแรกของเธอ“เอวา” นักฆ่าสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ ที่เชี่ยวชาญในการสวมรอย พร้อมทักษะการฆ่าไม่ธรรมดา ก่อนจะโดนไล่ล่าโดยมือสังหารจากโลกใต้ดินที่ฝึกฝนเธอให้เป็นนักฆ่า เรื่องราวของ “เอวา (เจสสิกา แชสเทน)” มือสังหารอันดับต้นๆ ของวงการ ที่ได้รับภารกิจสังหารข้ามชาติ แต่กลับทำงานผิดพลาดจนทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของทางการ รวมถึงโลกใต้ดินที่ฝึกฝนเธอเป็นมือสังหาร เธอจึงต้องใช้ทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมา เพื่อต่อสู้ เอาชีวิตรอดและหาตัวผู้อยู่เบื้องหลัง รวมทั้งตามล้างแค้นมือสังหารหนุ่ม (โคลิน ฟาร์เรล) ที่อาจเป็นตัวการของเรื่องทั้งหมด นำไปสู่จุดเริ่มต้นแห่งการไล่ล่าและการตอบโต้ ที่จะมาพร้อมความตื่นเต้น ลุ้นระทึกจนผู้ชมแทบลืมหายใจ

หนังชนโรง : 11 มีนาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/478447

หนังชนโรง : 11 มีนาคม 2563

หนังชนโรง : 11 มีนาคม 2563

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ภาพยนตร์เรื่อง Last letterถูกถ่ายทำขึ้นที่เมืองบ้านเกิดของผู้กำกับอิวาอิ ชุนจิ คือ เซนได รวมถึงที่อื่นๆ ในจังหวัดมิยางิ และโตเกียวด้วย เขากล่าวในงานเปิดตัวหนังสือนวนิยาย Last letter ว่า“นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ฉากบ้านเกิดของตนในการถ่ายทำ แล้วเขาก็รู้สึกฮึกเหิมและได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากเมื่อได้เห็นทิวทัศน์ที่คุ้นตา จนเริ่มสงสัยว่าทำไมถึงเพิ่งมาถ่ายเอาตอนนี้นะ”

ผู้กำกับ/เขียนบท อิ วาอิ ชุนจิ กับผลงานภาพยนตร์ที่เป็นที่รู้จักในไทยมากมาย

นำแสดงโดย มัตสึ ทาคาโกะ รับบทคิชิเบโนะ ยูริ

ฮิโรเสะ ซึสึ รับบท อายูมิ/โทโนะ มิซากิ(ตอนมอปลาย)

ฟุคุยามะ มาซาฮารุ รับบท โอโตซากะเคียวชิโร่

คามิกิ ริวโนะสึเกะ รับบท โอโตซากะเคียวชิโร่

นักแสดงสมทบ โมริ นานะ, อันโนะ ฮิเดอากิ, โคมุโระ ฮิโตชิ, มิซึโกชิ เคย์โกะ

สำหรับเพลงประกอบของภาพยนตร์ ได้โคบายาชิ ทาเคชิ นักแต่งเพลงคู่บุญของชุนจิ ที่เคยทำเพลงให้ภาพยนตร์ของเขามาแล้วหลายเรื่อง อาทิเช่น Swallowtail Butterfly (1996) และ All About Lily Chou-Chou(2001)

หนังเล่าเรื่องราวของ คิชิเบโนะ ยูริ (ทาคาโกะมัตสึ) ที่ได้ไปร่วมงานศพของพี่สาว โทโนะ มิซากิ (ฮิโรเสะ ซึสึ) ที่นั่นเอง ยูริได้พบกับ อายูมิ (ฮิโรเสะ ซึสึ) หลานสาวที่ไม่ได้เจอกันมานาน อายูมิยังคงไม่อาจยอมรับการตายของแม่ เธอจึงไม่สามารถที่จะเปิดอ่านจดหมายฉบับสุดท้ายที่แม่ทิ้งไว้ให้ต่างหน้าได้ ยูริได้ไปงานเลี้ยงรุ่นของมิซากิแทนเจ้าตัว เพื่อแจ้งข่าวการตายของเธอให้พวกเขาทราบ ทว่ายูริกลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมิซากิ เธอก็ได้พบกับ โอโตซากะเคียวชิโร่ (ฟุคุยามะ มาซาฮารุ)นักเขียนนิยายและเป็นชายผู้เป็นรักแรกของเธอ เขาเองก็เข้าใจผิดว่าเธอคือมิซากิเช่นกัน ทั้งสองแลกข้อมูลการติดต่อกันไว้ กระทั่งวันหนึ่ง ยูริก็ได้รับข้อความจากเคียวชิโร่ที่บอกว่า “ถ้าบอกว่าตอนนี้ผมก็ยังรักคุณอยู่ จะเชื่อรึเปล่า?”

อิวาอิ ชุนจิ ผู้กำกับ กล่าวว่า “ตัวเขาเองเคยคิดว่าการใช้จดหมายดำเนินเรื่องอย่างสมัย Love letter แทบจะเป็นไปไม่ได้ในบริบทของสังคมปัจจุบันที่ถูกโซเชียลมีเดียเข้ามาแทนที่แล้ว แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็เกิดคิดไอเดียได้ว่ามันอาจพอมีทางอยู่บ้าง จากนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเกิดขึ้น”

“LAST LETTER”

12 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์