หนังชนโรง : ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์ กวาดรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/578823

หนังชนโรง : ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์ กวาดรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท

หนังชนโรง : ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์ กวาดรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“A WRITER’S ODYSSEY จอมยุทธ์ทะลุภพ” ภาพยนตร์แอ๊กชั่นแฟนตาซีผจญภัยฟอร์มยักษ์จากแดนมังกร ที่ถล่มรายได้ในจีนไปกว่า5,000 ล้านบาท สร้างโดยดัดแปลงมาจากตอนสั้นของนิยายเรื่องAssassinate a Novelist กำกับและเขียนบทโดย ลู่หยาง (Brotherhood of Blades 2014) ได้ซูเปอร์สตาร์สาวแถวหน้าของจีน หยางมี่ มารับบทนำ

“A WRITER’S ODYSSEY” คือภาพยนตร์เกี่ยวกับความหวังและความศรัทธา ถ่ายทอดเรื่องราวในโลกแห่งนิยายแฟนตาซีที่ตัวเอกซึ่งเป็นนักรบต้องออกเดินทางเพื่อต่อสู้พิชิตระบอบการปกครองที่โหดร้ายจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในนิยายก็เริ่มกลับกลายเป็นความจริง อีกหนึ่งความพิเศษที่ถือเป็นจุดเด่นของภาพยนตร์คืองานซีจีและสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่เนรมิตฉากการต่อสู้ออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยผลงานการสร้างของ United Entertainment Partners ผู้สร้างหนังเรื่อง The Wandering Earth ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ทำเงินถล่มทลายในจีนมาแล้ว นอกจากนี้หนังยังถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์ และมีฉากจอกว้างแบบไอแม็กซ์มากกว่าหนึ่งชั่วโมง

เรื่องราวของนักเขียน ลู่คงเหวิน (ตงจื่อเจี้ยน) ที่เขียนนิยายแฟนตาซีเรื่อง นักล่าเทพเจ้า ซึ่งเล่าถึงนักรบหนุ่มที่มีภารกิจต้องเดินทางไปพิชิตปีศาจผมแดง แต่แล้วด้วยความอัศจรรย์บางอย่าง กลับทำให้โลกในนิยายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโลกแห่งความเป็นจริง จากเหตุการณ์นี้เอง กวนหนิง (เหลยเจียอิน) จึงยอมตกลงทำภารกิจฆ่าลู่คงเหวิน ตามคำสั่งของ ถูหลิง (หยางมี่) ซึ่งดูเหมือน หลี่มู่ (เหอเหว่ยหยู) หัวหน้าของเธอจะกุมความลับบางอย่างไว้ จนนำไปสู่เรื่องราวการลอบสังหารที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์เหนือจินตนาการ

“A WRITER’S ODYSSEY จอมยุทธ์ทะลุภพ”

เร็วๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : คุยกับพระเอก ‘มีน-พีรวิชญ์’ นั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/577190

หนังชนโรง : คุยกับพระเอก ‘มีน-พีรวิชญ์’  นั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรก

หนังชนโรง : คุยกับพระเอก ‘มีน-พีรวิชญ์’ นั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรก

วันพุธ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นอีกก้าวสำคัญของนักแสดงหนุ่มหล่อสุดฮอต “มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” จากบ้าน Ultimate Troop กับการทำงาน เบื้องหลัง ในโปรเจกท์มินิซีรี่ส์ “หนังสือรุ่น The Yearbook” ซึ่งจะพาคุณย้อนเวลาไปสู่ช่วงปี พ.ศ.2545 กับเรื่องราวความน่ารัก มิตรภาพ ความฝัน คำสัญญาของ 2 เพื่อนสนิท “นัท-ภพ”ที่มีอันให้ต้องจากลา ก่อน 4 ปีผ่านไป หนังสือรุ่นจะทำให้ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง 

โดยงานนี้นอกจากหนุ่มมีนจะรั้งตำแหน่ง Exclusive Producer ร่วมกับนักแสดงหนุ่ม “พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล” จากภาพยนตร์เรื่องดัง “รักแห่งสยาม” แล้ว ยังควบบทบาทผู้กำกับทุ่มประสบการณ์ทั้งจากงานแสดงและการเรียนในสาขาภาพยนตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด 

ซึ่ง มีน เผยว่า “ก็ยังไม่ใช่ผู้กำกับเต็มตัวขนาดนั้น (หัวเราะ) ถือว่ากำกับร่วมตอนอยู่หน้ามอนิเตอร์ เพราะว่าจะมีพี่สนุ๊กที่เป็นต้นเรื่อง กับครูลูกแก้วแอ๊กติ้งโค้ชคอยดูเรื่องการแสดงอยู่แล้ว ผมกับพี่เบ้น ผู้กำกับอีกคนจะเน้นไปที่การเล่าเรื่อง ภาพ มุมกล้อง แสง มากกว่า ก็สนุกดีได้ร่วมกันแชร์ไอเดียได้ทำอะไรใหม่ๆ”

เรื่องนี้แฝงอะไรหลายๆ อย่างไว้ด้วย ตั้งแต่โปสเตอร์เลย

“ถ้าใครได้ดูจะเห็นว่าโปสเตอร์จะเล่าผ่าน โทนภาพ ฟิล์ม แสง หรือสีเสื้อของนักแสดงที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แรก ถ้าสังเกตในงานของเราดีๆ เราใส่สัญญะไว้แทบจะทุกภาพ อย่างตัวละครจะมีตัวละครนึงสีโทนเย็น อีกตัวละครสีโทนอุ่นและจะมีโปสเตอร์นึงที่ตัวละคร กำลังเดินตรงรางรถไฟ มีตัวละครนึงที่ใส่เสื้อสีโทนเย็นตามอีกตัวละคร จริงๆ มันคืออารมณ์ไขว้เขวของตัวละคร และรางรถไฟที่คดไป-มามันคือเส้นทางที่ตัวละครต้องเลือก ความสับสนของเด็กในยุคนั้นจนอาจจะเป็นทางแยกนี่ขนาดแค่โปสเตอร์ก็แฝงสัญญะนะครับ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ต้องซีเรียสดูเอาสนุกๆดีกว่าครับ เห็นก็ถือว่าเป็นโบนัส อยากให้ทุกคนได้ตีความหมายจากภาพครับ”

ทำไม? ต้องเป็นยุค 2000 ตอนต้น

“เราคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีเสน่ห์ มีช่วงเวลาความรักที่ยากกว่าปัจจุบันมาก  ยากที่จะเจอกัน ยากที่จะติดต่อ ยากที่จะตามหา หรือแม้กระทั่งยากที่จะรู้ใจตัวเอง เลยรู้สึกว่าอยากดึงเสน่ห์และกลิ่นอายอะไรเหล่านี้มานำเสนอในซีรี่ส์เรื่องนี้  อีกอย่างยุคนั้นเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนถ่ายทางเทคโนโลยี เช่น เพจเจอร์มาเป็นมือถือ มีแชท MSN ผมว่ามันมีเสน่ห์ของมันนะ เชื่อว่าคนที่อยู่ในยุค พ.ศ. นั้นต้องคิดถึงกันแน่ๆ ถ้าได้ดูซีรี่ส์เรื่องนี้ อีกอย่างความคิดของคนในยุคนั้นก็เริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกันดูได้จากตัวละครในเรื่องที่จะมีความคิดต่างกันตามแนวคิดที่เปลี่ยนไป”

ความแตกต่างซีรี่ส์เรื่องนี้กับเรื่องอื่น 

“มีนว่าความต่างคือเรื่องนี้ค่อนข้างเรียลแต่มีความน่ารักของยุค 2000 ตอนต้น อาจเพราะงบจำกัดมาก (หัวเราะ) อีกอย่างคือซีรี่ส์เรื่องนี้มันถูกเริ่มต้นมาจากความเป็นหนัง คนดูน่าจะได้เห็นการเล่าเรื่อง ภาพ หรือการถ่ายทอดแบบภาพยนตร์ด้วย”

ได้ยินมาว่า ต้องทำงานภายใต้งบประมาณจำกัด

“เอาเป็นว่ารู้แล้วจะตกใจ เรื่องนี้ลงทุนไม่ถึงล้านครับ กับซีรี่ส์ 8 ตอน ถือว่าน้อยมากๆ แต่เราโชคดีครับ เราได้ทีมดี ได้พี่ๆ น้องๆ มาช่วยเหลือด้าน production ต่างๆ ได้แอ๊กติ้งโค้ชอย่างครูลูกแก้วมาช่วยก่อนถ่ายทำและระหว่างถ่ายทำด้วย มีพี่พิชมาช่วยเสริมตั้งแต่ประชุมบท เราเตรียมงานค่อนข้างมาก เพื่อให้ตอนถ่ายทำไม่พลาดจะได้ไม่เกินงบที่ตั้งไว้ครับ ถ้าไม่ได้ทีม
ที่ดีมาช่วยนี่ยากแน่ๆ”

กลัวการเปรียบเทียบกับซีรี่ส์ชายรักชายเรื่องอื่นๆ ไหม

“การเปรียบเทียบมันเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว เลยไม่ได้กลัวขนาดนั้น แล้วก็บอกทุกคนตลอดว่างานที่เราทำมันอาจจะไม่ใช่งานแนวที่นิยมทั่วไปในตลาดขนาดนั้น ก็น่าจะคลายความกดดันได้บ้าง ผมว่าการเปรียบเทียบทำให้เราได้เปิดมุมมองและพัฒนาผลงานต่อไปด้วยครับ”

อยากฝากอะไรกับคนดูซีรี่ส์เรื่องนี้ 

“อยากชวนทุกคนมาดูกันเยอะๆ ครับ งานนี้เราทุ่มเทเต็มที่ สนุกกับงานมากๆ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับงานนี้เหมือนกัน ได้ย้อนหวนคืนความทรงจำกลับไปสู่อดีตไปด้วยกัน เผื่อจะค้นเจอความทรงจำอะไรดีๆ ในหนังสือรุ่นเล่มนี้ครับ”

มิตรภาพ ความผูกพัน ความฝันของ “นัท-ภพ” จะกลับมาอีกครั้งหรือไม่หรือจะเหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำในหนังสือรุ่นเล่มหนึ่ง ร่วมลุ้นพร้อมกันทาง LINE TV เร็วๆ นี้

หนังชนโรง : ‘Army of The Dead’ ภาพยนตร์แอ๊กชั่นซอมบี้สุดเดือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/575563

หนังชนโรง : ‘Army of The Dead’  ภาพยนตร์แอ๊กชั่นซอมบี้สุดเดือด

หนังชนโรง : ‘Army of The Dead’ ภาพยนตร์แอ๊กชั่นซอมบี้สุดเดือด

วันพุธ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Army of The Dead แผนปล้นซอมบี้เดือด ผลงานจากผู้กำกับ แซ็ก สไนเดอร์ (ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก (300), Zack Snyder’s Justice League) และร่วมทัพนักแสดงโดย เดฟ บอติสตา, อนา เดอ ลา เรเกอรา, ฮิโรยูกิ ซานาดะ, โอมารี่ ฮาร์ดวิก, ทิก โนทาโร, ราอูลคาสติลโญ, ซาแมนธา วิน, การ์เร็ต ดิลลาฮันต์,โนรา อาร์เนซเซเดอร์, ธีโอ รอสซี, แมทเธียส ชไวเกอร์เฟอร์, ฮูม่า เอส. กูเรชี

โดยก่อนหน้านี้ Neflix ได้จัดกิจกรรมสตรีมมิ่งถ่ายทอดสด ภาพยนตร์ “Army of The Dead แผนปล้นซอมบี้เดือด” ให้แฟนๆ ทั่วโลกได้ดูหนัง 15 นาทีแรกก่อนใคร และยังได้พบกับทีมนักแสดงและผู้กำกับครบทีมอีกด้วย

เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากซอมบี้บุกถล่มจนทำให้ลาสเวกัสพังย่อยยับและถูกปิดกั้นจากโลกภายนอก สก็อตต์ วอร์ด (เดฟ บอติสตา) อดีตวีรบุรุษชาวเวกัสซึ่งเคยต่อสู้ปะทะกับพวกซอมบี้ได้ซัดเซพเนจรกลายมาเป็นพ่อครัวย่างเบอร์เกอร์อยู่ในย่านชานเมืองซึ่งตอนนี้เขาใช้เป็นแหล่งพักพิง สก็อตต์ได้รับการติดต่อทาบทามจาก บลาย ทานากะ(ฮิโรยูกิ ซานาดะ) เจ้าของบ่อนซึ่งมาพร้อมสุดยอดข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ โดยสก็อตต์ต้องฝ่าวงล้อมซอมบี้เข้าไปในเขตกักกันเพื่อหาทางนำเงินจำนวน 200 ล้านดอลลาร์ ที่เก็บอยู่ในห้องนิรภัยใต้ดินในย่านสตริปออกมาให้ได้ภายใน 32 ชั่วโมง ก่อนที่ย่านดังกล่าวจะโดนรัฐบาลทิ้งระเบิดถล่ม ด้วยความหวังที่จะใช้เงินค่าตอบแทนมาช่วยปูทางให้ตัวเองได้กลับไปคืนดีกับ เคท (เอลล่า เพอร์เนลล์) ลูกสาวที่เหินห่าง สก็อตต์ตกลงตอบรับข้อเสนอพร้อมกับรวบรวมทีมยอดฝีมือต่างพื้นเพมาร่วมในปฏิบัติการโจรกรรมครั้งนี้

โดยสก็อตต์ต้องเจอเรื่องหนักใจเมื่อเคทผู้เป็นลูกสาวมาร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้เพื่อตามหา กีต้า (ฮูม่า เอส. กูเรชี) แม่คนหนึ่งซึ่งหายตัวไปในเมือง ด้วยความกดดันรอบด้านไม่ว่าจะเป็นเวลาสุดกระชั้นชิด ห้องนิรภัยที่แน่นหนาเจาะทะลวงยาก และฝูงอัลฟ่าซอมบี้ที่ทั้งเร็วและฉลาดกว่าเดิม สิ่งเดียวที่ทุกคนรู้ดีในแผนการปล้นครั้งยิ่งใหญ่นี้คือใครรอดตายก็ได้เงินทั้งหมดไปครอง

“Army of The Dead

แผนปล้นซอมบี้เดือด”

วันนี้ ทาง Netflix

หนังชนโรง : ‘จอห์นนี่ เดปป์’ กับเรื่องจริง ในสงครามโลกครั้งที่สอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/572241

หนังชนโรง : ‘จอห์นนี่ เดปป์’ กับเรื่องจริง  ในสงครามโลกครั้งที่สอง

หนังชนโรง : ‘จอห์นนี่ เดปป์’ กับเรื่องจริง ในสงครามโลกครั้งที่สอง

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“จอห์นนี่ เดปป์” หวนคืนสู่จอเงินอีกครั้งในบทบาท “ดับเบิลยู ยูจีน สมิธ” ในภาพยนตร์ “MINAMATA มินามาตะ ภาพถ่ายโลกตะลึง”กับบทช่างภาพสงครามชื่อกระฉ่อนช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้ใช้ภาพถ่ายทวงคืนความยุติธรรมแก่ชาวเมืองมินามาตะ ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงสุดสะเทือนอารมณ์ กับเรื่องราวความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชุมชนชาวประมงเมืองมินามาตะ จังหวัดคุมาโมโต้ ชายฝั่งทะเลของญี่ปุ่น

หนังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี1971 หลังจากช่วงเวลามีชื่อเสียงสูงสุดในฐานะนักข่าวช่างภาพที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดับเบิลยู ยูจีน สมิธ (รับบทโดย จอห์นนี่ เดปป์) ได้ถูกส่งตัวไปยังมินามาตะ เมืองเล็กๆ ชายฝั่งทะเลของญี่ปุ่น ซึ่งถูกทำลายด้วยพิษของสารปรอท อันผลจากความประมาทเลินเล่อทางอุตสาหกรรมอย่างร้ายแรงเป็นเวลาหลายทศวรรษโดยน้ำมือของบริษัท ชิสโซะคอร์เปอเรชั่น ที่นั่น สมิธ แทรกตัวเข้าไปอยู่ร่วมกับชุมชนและบันทึกความพยายามของชาวบ้านในการอยู่รอดร่วมกับ “โรคมินามาตะ” ให้ได้ เขาหมกมุ่นอยู่กับการเรียกร้องให้เกิดการรับรู้ถึงผลกระทบจากโรคมินามาตะต่อบริษัทชิสโซะและรัฐบาลญี่ปุ่น ก่อนที่ภาพถ่ายของเขาจะกลายเป็นเสียงสะท้อนอันทรงพลังถึงความโหดร้ายอันน่าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับเพื่อนมนุษย์ และงานที่เขาเพียงถูกมอบหมายให้ทำในตอนแรกได้กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตโดยสิ้นเชิง

ด้วยความหลงใหลในการถ่ายภาพทำให้ “จอห์นนี่ เดปป์” ยึดถือ “ยูจีน สมิธ”เป็นหนึ่งในฮีโร่ของเขา “เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ผมหลงเสน่ห์เขา” เขากล่าว “ผมรู้จักแมรี่ เอลเลน มาร์ค เป็นอย่างดี เธอเป็นช่างภาพที่ Magnum และรู้จักกับดับเบิ้ลยูยูจีน สมิธ ผมจึงถามเธอเกี่ยวกับเขาเพราะผมชื่นชมภาพถ่ายของเขา เธอบอกผมว่าเขาเป็นโบฮีเมียนอารมณ์แปรปรวนแต่อ่อนไหวเป็นพิเศษ เขาเป็นนักข่าวภาพถ่ายสงครามผู้แข็งกระด้างที่ได้เห็นอะไรต่างๆ มาหมดแล้ว จากนั้นเธอก็เล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเขาให้ผมฟัง”

สำหรับ “ดับเบิ้ลยู ยูจีน สมิธ” ถือเป็นช่างภาพสายสงครามที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ด้วยผลงานภาพถ่ายที่โดดเด่นเริ่มตั้งแต่ภาพที่ถ่ายจากแนวหน้าของการรบในมหาสมุทรแปซิฟิกช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงภาพถ่ายของพยาบาลผดุงครรภ์ที่ทำงานในชนบทของรัฐเซาท์แคโรไลนา อย่างไรก็ดี ผลงานที่สร้างชื่อเสียงและมีอิทธิพลมากที่สุดของเขาคือเรียงความภาพถ่ายผลงานสุดท้ายระหว่างการทำงานเป็นเวลา 3 ปี ในเมืองมินามาตะ โดยเฉพาะภาพถ่ายของเด็กหญิงโทโมโกะในห้องอาบน้ำ ที่ถ่ายในเดือนธันวาคมปี 1971

“MINAMATA

มินามาตะ ภาพถ่ายโลกตะลึง”

เร็ว ๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : พูดคุยเอ็กซ์คลูซีฟ กับทีมนักแสดง ‘The Woman in the Window’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/565875

หนังชนโรง : พูดคุยเอ็กซ์คลูซีฟ กับทีมนักแสดง  ‘The Woman in the Window’

หนังชนโรง : พูดคุยเอ็กซ์คลูซีฟ กับทีมนักแสดง ‘The Woman in the Window’

วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

The Woman in the Window ส่องปมมรณะ ภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวจิตวิทยา ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีของ เอ.เจ.ฟินน์ ที่ได้คิวจ่อฉายพร้อมกันทั่วโลกวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ทาง Netflix ผลงานของผู้กำกับ โจ ไรท์ เจ้าของผลงานอันเป็นที่รู้จักอย่าง Darkest Hour ชั่วโมงพลิกโลก และ Atonement ตราบาปลิขิตรัก

นำแสดงโดย เอมี่ อดัมส์ นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำ 2 สมัยจาก American Hustle โกงกระฉ่อนโลกและ Hillbilly Elegy บันทึกหลังเขา และนักแสดงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แอนโธนี แม็คคี, ไวแอตต์ รัสเซลล์, จูลีแอนน์ มัวร์ และ เฟร็ด เฮชินเจอร์

เรื่องราวของ แอนนา ฟ็อกซ์ นักจิตวิทยาเด็กซึ่งมีอาการหวาดกลัวที่โล่ง เฝ้าจับตามองครอบครัวหนึ่งที่ดูสมบูรณ์แบบซึ่งอยู่ตรงข้ามอีกฟากถนนผ่านทางหน้าต่างในตึกหินแดงที่เธออาศัยอยู่ในนิวยอร์ก และชีวิตของเธอต้องพลิกผันไปหลังจากบังเอิญไปเห็นเหตุอาชญากรรมรุนแรง เมื่อความลับสุดช็อกเปิดเผย และผู้คนหรือสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

ทำไมถึงเลือกนวนิยายขึ้นแท่นมาโลดแล่นบนจอ

โจ ไรท์ ผู้กำกับ : “ผมสนใจไอเดียที่ทุกๆ อย่างของเรื่องเกิดขึ้นในบ้านเพียงหลังเดียวมาก ความมินิมัลของมันเป็นสิ่งที่ท้าทาย และการเล่าเรื่องนี้มีคุณสมบัติที่จะถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ได้ ความท้าทายในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้คือการทำให้สถานที่ถ่ายทำหลักแห่งเดียวนี้มีความน่าสนใจและผู้ชมจะไม่เห็นฉากในมุมมองเดิมมากจนเกินไป ผมพยายามสร้างให้ดูมีชีวิตชีวา เราจึงตัดสินใจที่จะสร้างบ้านในสตูดิโอที่บรูคลิน เป็นบ้านสองชั้นในหลังเดียวกัน และเราสร้างชั้นสามและชั้นใต้ดินถัดจากบ้านหลังนั้นอีกที เราสามารถเอากำแพงและพื้นออกได้ด้วย พวกเราใช้เวลาถ่ายทำอยู่ในบ้านหลังนั้นเป็นเวลากว่า 3 เดือนเลยล่ะ”

อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจ เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้

เอมี่ อดัมส์ : “ฉันรู้สึกประทับใจกับวิสัยทัศน์ของโจ และวิธีการที่เขาเล่าเรื่อง ไม่เพียงแต่ทางด้านจิตใจแต่เป็นด้านอารมณ์ด้วย รวมถึงการรับมือกับอาการบอบช้ำทางจิตใจ ฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ การได้เห็นการแสดงที่น่าทึ่งของนักแสดงทุกคนในเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ อีกอย่างฉันเป็นแฟนตัวยงของหนังระทึกขวัญแนวจิตวิทยาเลยนะฉันชอบดูเพราะจะเอามาใช้ในการทำงานของตัวเองได้ด้วย แต่ฉันไม่ค่อยดูหนังที่ตัวเองเล่นเท่าไหร่”

จูลีแอนน์ มัวร์ อีกหนึ่งนักแสดงมือรางวัล พูดถึงการร่วมงานกับเอมี่ ว่า “เรื่องนี้เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของเรา เธอสามารถแบกหนังทั้งเรื่องไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ ความจริง และความเครียด เอมี่เป็นนักแสดงที่สุดยอดมาก และฉันชอบและตื่นเต้นมากเวลาที่จะได้เห็นนิยายเล่มที่ฉันรักถูกสร้างออกมาใน
รูปแบบภาพยนตร์ ทั้งผู้กำกับ โจ และ เอมี่ รวมถึงนักแสดงทุกคนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาพิเศษมาก ฉันหวังว่าผู้ชมจะสัมผัสถึงจินตนาการของพวกเราค่ะ”

เฟร็ด เฮชินเจอร์ เล่าว่า “การได้ทำงานกับทุกคนในภาพยนตร์เรื่องนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตผมเลยครับ หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทำ ผมคิดถึงทุกๆ คนมาก คิดถึงบรรยากาศกองถ่ายด้วย ผมสนุกกับมันมาก และได้เรียนรู้เยอะมากครับ”

แอนโธนี แม็คคี และ เฟร็ด เฮชินเจอร์ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะคล้ายคลึงกับสถานการณ์โลกที่ทุกคนต่างต้องล็อกดาวน์อยู่ในบ้านของตัวเอง ผู้ชมส่วนใหญ่น่าจะเชื่อมโยงกับเรื่องราวและความรู้สึกของตัวละครได้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำไว้ตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ระบาดของโควิด-19 เมื่อการถ่ายทำจบสิ้นลง เหล่านักแสดงต่างแยกย้ายและต้องอยู่บ้านตลอดเวลาในช่วงที่เมืองล็อกดาวน์ พวกเขาได้ผลัดกันแชร์เรื่องราวความประทับใจในกองถ่าย รวมถึงช่วงเวลาที่ต้องอยู่กับครอบครัวท่ามกลางสถานการณ์ระบาดนี้

ผู้ชมจะได้รับอะไรจากการชมภาพยนตร์เรื่องนี้

“สำหรับผมคือ ธรรมชาติของความกลัวและเราสร้างความกลัวให้ตัวเองได้อย่างไร รวมถึงวิธีการที่จะหลุดพ้นและปลดปล่อยตัวเองจากความกลัวในตอนท้ายของเรื่อง ผมหวังว่าผู้ชมจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้นครับ” โจ ไรท์ กล่าวทิ้งท้าย

หนังชนโรง : ‘River Where the Moon Rises’ ซีรี่ส์เกาหลีย้อนยุค จากตำนานความรักอันโด่งดัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/553149

หนังชนโรง : ‘River Where the Moon Rises’  ซีรี่ส์เกาหลีย้อนยุค จากตำนานความรักอันโด่งดัง

หนังชนโรง : ‘River Where the Moon Rises’ ซีรี่ส์เกาหลีย้อนยุค จากตำนานความรักอันโด่งดัง

วันพุธ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Viu Original ประกาศเปิดตัวซีรี่ส์เกาหลี เรื่องแรก “River Where the Moon Rises” (ริเวอร์ แวร์ เดอะ มูน ไรเซส) ซีรี่ส์เกาหลีย้อนยุค โรแมนติก ดราม่า สุดเข้มข้นที่ทุกคนต่างรอคอย ออกอากาศแบบเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกผ่าน Viu (วิว) โดยเนื้อเรื่องได้ดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้านในตำนานของเกาหลีที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์สามราชอาณาจักรเกาหลี ซึ่งอิงจากเรื่องราวความรักอันโด่งดังของ “องค์หญิงพยองกัง” (คิม โซ ฮยอน) กับ “แม่ทัพอนดัล” (จี ซู)

“River Where the Moon Rises” เป็นเรื่องราวของ “องค์หญิงพยองกัง” เติบโตมาในฐานะองค์หญิง หากแต่ถูกเลี้ยงดู และฝึกฝนให้เป็นนักรบ ในวัยเยาว์ทรงออกเดินทางไปทั่วอาณาจักรพร้อมกับพระมารดาซึ่งเป็นพระมเหสี จนกระทั่งไปถึงหมู่บ้านหนึ่ง และได้พบกับ “แม่ทัพอนฮยอบ” และ “อนดัล” ลูกชายของเขา“องค์หญิงพยองกัง” ทรงเผยกับ “อนดัล” ว่ามีความฝันอยากเป็นกษัตริย์หญิงคนแรกที่ได้ปกครองอาณาจักรโคกูรยอด้วยพระปรีชาสามารถและความมาดมั่น แต่ “อนดัล” ซึ่งเป็นคนตรงไปตรงมาหัวเราะเยาะความฝันอันสูงส่งขององค์หญิงโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากผู้หญิงในยุคนั้นไม่สามารถเข้าร่วมการสู้รบได้ขณะเดียวกันพระมเหสีทรงร้องขอความช่วยเหลือจาก “แม่ทัพอนฮยอบ” เนื่องจากมีแผนการก่อกบฏเกิดขึ้นในอาณาจักร แต่พระมเหสีกับแม่ทัพอนฮยอบก็ถูกลอบสังหารเสียก่อน หลังจากนั้น “องค์หญิงพยองกัง” จึงเริ่มภารกิจตามล่าหาความจริงเพื่อเปิดโปงการสมคบคิดก่อกบฏอันดำมืดและอันตรายที่เกิดขึ้นในอาณาจักร

“องค์หญิงพยองกัง” นำแสดงโดย “Kim So Hyun (คิม โซ ฮยอน)” นักแสดงหญิงผู้เป็นที่รู้จักในกลุ่มแฟนซีรี่ส์เกาหลีเป็นอย่างมาก จากบทบาทอันหลากหลาย ตั้งแต่ซีรี่ส์ดราม่าอิงประวัติศศาสตร์ไปจนถึงซีรี่ส์โรแมนติกคอเมดี้คิม โซ ฮยอน เริ่มต้นอาชีพในฐานะนักแสดงมาตั้งแต่ปี 2006 และเป็นที่รู้จักจากการรับบทว่าที่พระมเหสีฝ่ายร้ายในวัยเยาว์ ในซีรี่ส์ Moon Embracing the Sun จากนั้นรับบทนักแสดงนำในซีรี่ส์ยอดนิยม Who Are You : School 2015, The Emperor : Owner of the Mask ทั้งยังคว้ารางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมสาขามินิซีรี่ส์จากงานประกาศรางวัลทางโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่อย่าง 2019 KBS Drama Awards มาครอบครอง จากการรับบท กีแซงฝึกหัด หรือหญิงสาวผู้ร้องรำ และให้ความบันเทิงแก่ชายหนุ่มในซีรี่ส์โรแมนติกคอเมดี้ย้อนยุค The Tale of Nokdu เมื่อเร็วๆ นี้ คิม โซ ฮยอน ยังได้ขึ้นแท่นนักแสดงหญิงอายุน้อยที่สุดที่มียอดผู้ติดตามอินสตาแกรมถึง 10 ล้านคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงที่โด่งดังไปทั่วโลก

“แม่ทัพอนดัล” นำแสดงโดย “Ji Soo (จี ซู)” ชายหนุ่มผู้คว้าใจคนดูด้วยเสน่ห์ และภาพลักษณ์ที่แข็งแรงแบบนักกีฬา จี ซู ร่วมแสดงในซีรี่ส์โรแมนติกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น When I Was the Most Beautiful และ Strong Woman Do Bong Soon ซีรี่ส์ยอดนิยมตลอดกาลของช่อง JTBCอีกทั้งยังรับบท องค์ชายวังจอง ผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก ในซีรี่ส์ดราม่าย้อนอดีตสุดคลาสสิกของเกาหลี Moon Lovers : Scarlet Heart Ryeo ในปี 2016 อีกด้วย

ผลิตโดย Victory Contents (วิคทอรีคอนเทนต์) บริษัทผู้ผลิตละครชั้นนำจากเกาหลีใต้ โดยผลงานการกำกับของ Yun Sang Ho (ยุน ซัง โฮ)ที่ก่อนหน้านี้เคยนั่งแท่นผู้กำกับ ซีรี่ส์เรื่องดัง Kingmaker : The Change of Destiny และ Saimdang, Memoirs of Colors ในขณะที่ Han Ji Hoon (ฮัน จี ฮุน) รับหน้าที่ผู้เขียนบทที่เคยฝากผลงานการเขียนบทไว้ในซีรี่ส์ยอดนิยมอย่าง Temptation และ Woman of 9.9 Billion

“River Where the Moon Rises”

วันนี้รับชมได้ทาง Viu

หนังชนโรง : ‘I Remember’ ภาพยนตร์รักโรแมนติกต้อนรับปี’64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/546557

หนังชนโรง : ‘I Remember’  ภาพยนตร์รักโรแมนติกต้อนรับปี’64

หนังชนโรง : ‘I Remember’ ภาพยนตร์รักโรแมนติกต้อนรับปี’64

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“รักกันแค่วันเดย์ I Remember” ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สองดาราชื่อดังอย่างAngelababy (แองเจลาเบบี้) รับบท ZhaoXi Man (จ้าวซีมาน) และ Lee Hong-Chi(หลี่ หง ฉี) รับบท Fei Li (เฟยลี่) มาร่วมถ่ายทอดความรักในหนังเรื่องนี้ไกลถึงประเทศฟินแลนด์ ภายใต้ความโรแมนติกของแสงออโรร่าที่ เฟยลี่ ตั้งใจขอพรให้เขาสมหวังในความรักกับหญิงสาวขอแค่ได้เป็นแฟนกันแค่ 1 วันก็พอ

ซึ่ง Lee Hong-Chi (หลี่ หง ฉี) ได้เล่าถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ในเรื่อง I Remember ผมมารับบทเป็น เฟยลี่ หนุ่มไอทีสุดเฉิ่มประจำออฟฟิศวัย 30 ปี เฟยลี่มักเป็นคนที่ถูกลืม ด้วยบุคลิกที่เป็นคนไม่สุงสิงกับใครเลยทำให้ทุกคนในออฟฟิศไม่มีใครจดจำผมได้เลย เหมือนไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นใครในออฟฟิศ จุดเล็กๆ จุดนี้เองมันทำให้ผมมักแอบคิดไปเองว่าผมไม่เคยอยู่ในสายตาของใครเลย จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้พบกับ Zhao Ximan (จ้าวซีมาน) สาวสวยแผนกบิซิเนส ที่เธอตั้งใจเดินมาหาเขาเพื่อขอความช่วยเหลือ คำพูดและสีหน้าที่ดูจริงใจของเธอทำให้เฟยลี่หัวใจพองโต ความรักมันเกิดขึ้นทันทีหลังรอยยิ้มและสายตาคู่นั้นที่ส่งมาจาก Zhao Ximan (จ้าวซีมาน) นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น”

“ในที่สุดบริษัทได้จัดทริปเอาท์ติ้งขึ้นเพื่อพาพนักงานทุกคนไปเที่ยวกันไกลถึงฟินแลนด์ ระหว่างที่ทุกคนเที่ยวกันอย่างสุดเหวี่ยง ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับ Zhao Ximan (จ้าวซีมาน)
จากการเล่นสกี หมอบอกว่าเธอได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะและทำให้สมองเสื่อมชั่วคราว เธออาจสูญเสียความทรงจำชั่วคราวไปหนึ่งวัน ใช่…มันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ผมได้อยู่ใกล้ๆกับเธอ เพียงแค่หนึ่งวันมันก็มากมายเพียงพอที่ทำให้ความใฝ่ฝันของผมได้เป็นจริงขึ้นมา”

ภาพยนตร์รักโรแมนติกที่จะพาทุกคนไปพบกับความสวยงามของประเทศฟินแลนด์ดินแดนแห่งหิมะ หมู่บ้านซานตาคลอสและตามล่าแสงเหนือ ท่ามกลางความโรแมนติกที่ทั้งคู่มีเวลาให้กันเพียงแค่ 1 วัน

“รักกันแค่วันเดย์ I Remember”

11 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : ‘THE END OF THE STORM’ หนังสำหรับแฟนหงส์ทั่วโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/543146

หนังชนโรง : ‘THE END OF THE STORM’  หนังสำหรับแฟนหงส์ทั่วโลก

หนังชนโรง : ‘THE END OF THE STORM’ หนังสำหรับแฟนหงส์ทั่วโลก

วันพุธ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ครั้งแรกของโลกกับการเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จสู่แชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ อัดแน่นไปด้วยบทสัมภาษณ์และฟุตเทจเบื้องหลังสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน The End of The Storm รวบรวมเหตุการณ์ในระหว่างที่ทั่วโลกหยุดชะงัก แต่ความหวังและความฝันของทีมยังคงไปต่อ ฝ่ามรสุมจนไปถึงการเป็นแชมเปี้ยนท่ามกลางวิกฤติ โดยได้ เจอร์เกนคล็อปป์ ผู้จัดการทีม และ เคนนี่ ดัลกลิช ตำนานสโมสรเป็นผู้นำเสนอเรื่องราวที่ไม่เคยมีใครรู้ ร่วมด้วยการสัมภาษณ์สุดพิเศษจากนักเตะชุดใหญ่ของทีม ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,ซาดิโอ มาเน่, โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ อลิสซอน เบ็คเกอร์ รวมไปถึงแฟนๆ ผู้คลั่งไคล้จากรอบโลก

ผ่านฝีมือของผู้กำกับ เจมส์ เออร์สคีน (The Ice King, Billie, One Night in Turin, Le Mans : Racing is Everything) ซึ่งได้ไอเดียมาจากเรื่องราวอันน่าสนใจของสโมสร Rwanda Reds ที่เป็นการรวมตัวของแฟนคลับลิเวอร์พูล ในเมืองคิกาลี ประเทศรวันดา

“มันเป็นมรสุมที่ยาวนานเหลือเกิน ทุกคนต่างใฝ่ฝันถึงความสำเร็จของพวกเรา เราต้องมุ่งหน้าต่อไป” เจอร์เกนคล็อปป์ กล่าว

“The End of The Storm”

14 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’ เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’ เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่ (naewna.com)

หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’  เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่

หนังชนโรง : ‘Monster Hunter’ เตรียมเผชิญหน้ากับอันตรายครั้งใหญ่

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เบื้องหลังโลกของเรา ยังมีอีกโลกหนึ่ง โลกของสัตว์ประหลาดที่อันตรายและทรงพลัง ผู้ครองอาณาเขตของพวกมันด้วยความดุดัน ในตอนที่พายุทะเลทรายที่คาดไม่ถึงได้พา ร้อยโทอาร์เทมิส (มิลลา โจโววิช) และลูกน้องของเธอ (ทิป “ที.ไอ.”แฮร์ริส, เมแกน กู๊ด, ดิเอโก้ โบนิต้า) ไปสู่โลกใหม่ เหล่าทหารก็ต้องตกตะลึงเมื่อได้ค้นพบว่าสภาพแวดล้อมที่โหดเหี้ยมและพวกเขาไม่รู้จักนี้เป็นที่อยู่ของสัตว์ประหลาดยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัว และพวกมันก็ไม่สะดุ้งสะเทือนต่ออาวุธปืนของพวกเขาด้วย ในการต่อสู้อย่างสิ้นหวังเพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขาได้พบกับ ฮันเตอร์ผู้ลึกลับ (โทนี่ จา) ผู้ซึ่งทักษะเฉพาะตัวของเขาทำให้เขาอยู่เหนือสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังเหล่านี้ไปอีกก้าวหนึ่ง ขณะที่ อาร์เทมิสและ ฮันเตอร์ กำลังค่อยๆ เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เธอก็ค้นพบว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่นำโดย พลเรือเอก (รอน เพิร์ลแมน) ในการเผชิญหน้ากับอันตรายที่ยิ่งใหญ่จนอาจเป็นภัยคุกคามต่อโลกของพวกเขาได้

เขียนบทสำหรับภาพยนตร์และกำกับโดย พอล ดับบลิว.เอส. แอนเดอร์สัน จากเกม Monster Hunter

นำแสดงโดย มิลลา โจโววิช, โทนี่ จา, ทิป “ที.ไอ.” แฮร์ริส,เมแกน กู๊ด, ดิเอโก้ โบนิต้า, จอช เฮลแมน, จินอู่หยาง และรอน เพิร์ลแมน

เกือบ 20 ปีก่อน ผู้กำกับ/มือเขียนบทพอล ดับบลิว. เอส.แอนเดอร์สัน และนักแสดง มิลลา โจโววิช ได้ร่วมมือกับค่ายวีดีโอเกมแคปคอมและคอนสแตนติน ฟิล์ม ผู้จัดจำหน่ายและผู้สร้างภาพยนตร์อิสระระดับแนวหน้าของเยอรมนี ในการอำนวยการสร้าง Resident Evil ที่สร้างจากวีดีโอเกมที่ขายดิบขายดีถล่มทลาย หลังจากภาพยนตร์หกเรื่องและรายได้ 1.2 พันล้านเหรียญ ในบ็อกซ์ออฟฟิศ แฟรนไชส์นี้ก็กลายเป็นแฟรนไชส์ที่สร้างจากเกมที่ประสบความสำเร็จตลอดกาล แฟรนไชส์นี้ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย และความนิยมและความสำเร็จของมันก็ทำให้มีการเดินสายประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่องนี้หลายครั้งในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานสำหรับการร่วมมือครั้งต่อไปของทีมงานนี้

ในตอนนี้ พวกเขาได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อMonster Hunter ที่สร้างจาก “Monster Hunter: World” เกมขายดีตลอดกาลของค่ายแคปคอม และต้นกำเนิดของโปรเจกท์นี้ก็เริ่มต้นจากช่วงเวลาของแอนเดอร์สันในประเทศญี่ปุ่น “จริงๆ แล้วผมเป็นแฟนเกม “Monster Hunter” ก่อนหลายๆ คนในอเมริกาและยุโรปเสียอีก เพราะผมใช้เวลาอยู่ในญี่ปุ่นนานครับ” แอนเดอร์สันอธิบาย “มันกลายเป็นหนึ่งในประเทศโปรดของผม ด้วยเหตุนั้นผมก็เลยได้เริ่มเล่น Monster Hunter” ในปี 2008 และพอมาปี 2009 ผมก็เสนอที่จะสร้างหนังจากเกมนี้กับแคปคอมครับ”

“Monster Hunter”

30 ธันวาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : ‘The Midnight Sky’ ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวหลังหายนะของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – หนังชนโรง : ‘The Midnight Sky’ ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวหลังหายนะของโลก (naewna.com)

หนังชนโรง : ‘The Midnight Sky’  ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวหลังหายนะของโลก

หนังชนโรง : ‘The Midnight Sky’ ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวหลังหายนะของโลก

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

The Midnight Sky เป็นเรื่องราวหลังจากหายนะลึกลับที่ทำลายล้างโลกและเผ่าพันธุ์มนุษย์นักวิทยาศาสตร์ประจำสถานีอาร์กติก (จอร์จคลูนีย์) พยายามที่จะเตือนนักบินอวกาศที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในห้วงอวกาศ (เฟลิซิตี โจนส์) และลูกเรือของเธอ ถึงอันตรายในการย้อนกลับมายังโลก ในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญหน้ากับการสูญสิ้นของเผ่าพันธุ์ ความเป็นมนุษย์ได้กระตุ้นให้พวกเขาติดต่อกัน แม้จะอยู่ห่างไกลกันหลายปีแสง เพื่อเชื่อมโยงผู้รอดชีวิตของมนุษยชาติไว้ด้วยกัน

รวมนักแสดงมากฝีมือคับคั่งไม่ว่าจะเป็น เฟลิซิตี โจนส์ (Felicity Jones) นักแสดงสาวผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง The Theory of Everything, เดวิด โอเยโลโว (David Oyelowo) ผู้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ จากเรื่อง Selma, ไคล์ แชนด์เลอร์ (Kyle Chandler) เจ้าของรางวัลเอมมี่ อวอร์ด จากเรื่อง Friday Night Lights และ เดเมียน บิเชอร์ (Demián Bichir) ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง A Better Life ร่วมด้วย ทิฟฟานี บูน (Tiffany Boone)

นอกจาก จอร์จ คลูนีย์ จะนำแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว เขายังรับหน้าที่กำกับภาพยนตร์อีกด้วย และได้ มาร์ค แอล.สมิธ (Mark L.Smith) รับหน้าที่เขียนบท โดยดัดแปลงมาจากนิยายของ ลิลลี่ บรูคส์-ดาลตัน (Lily Brooks-Dalton) เรื่อง Good Morning,Midnight ที่ได้รับรางวัลนิยายแนว Post-Apocalyptic (วรรณกรรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกหลังภัยพิบัติหรือสงคราม) เมื่อปี 2016

จอร์จ คลูนีย์ เล่าถึงการร่วมงานกับ มาร์ค แอล. สมิธ ผู้เขียนบทว่า “ในฐานะโปรดิวเซอร์ เราอยากทำงานร่วมกับ มาร์ค มาตลอด เขาเป็นคนเขียนบทที่เก่งมาก เมื่อคุณต้องกำกับหนังสักเรื่องหนึ่ง โดยปกติแล้วคุณจะต้องใช้เวลากับหนังเรื่องนั้นประมาณ 2 ปี ดังนั้นคุณจะต้องมั่นใจว่าหนังของคุณมีอะไรบางอย่างที่จะทำให้คุณตื่นเต้นในการทำงานได้ตลอดโปรเจกท์ และสำหรับผมสิ่งนั้นก็คือบทที่ยอดเยี่ยมของมาร์ค”

ส่วน มาร์ค แอล. สมิธ เล่าถึงการทำงานของเขาว่า “สิ่งสำคัญสำหรับผมในการเขียนบท คือเนื้อเรื่องต้องสมเหตุสมผลและมีความเป็นจริง นี่จึงไม่ใช่แค่หนังไซไฟ หรือ หนังแฟนตาซี
คาแร็กเตอร์ของตัวละครมีความสมจริง และกำลังเผชิญกับปัญหาและรับมือกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้จริง ผมไม่อยากให้เรื่องราวเน้นไปที่เรื่องของเทคโนโลยีมากเกินไป”

“เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่โดดเดี่ยวและโชคร้ายที่เขาจะต้องมาสัมผัสกับเหตุการณ์ล่มสลายของโลกแบบใกล้ชิด เขาพยายามแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาด และจุดนี้จะทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าถึงตัวละครของเขา เพราะไม่ว่าใครๆ ก็ต้องเคยพยายามแก้ไขความผิดพลาด ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนหรือพูดภาษาอะไร” มาร์ค พูดถึงตัวละคร ออกัสติน (Augustine) ของ จอร์จ คลูนีย์

“เราไปถ่ายทำกันที่ประเทศไอซ์แลนด์ ที่ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรป โลเกชั่นของเราอยู่ห่างจากเมืองเรคยาวิก เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ออกไปประมาณห้าชั่วโมงครึ่ง ตอนเราไปถ่ายทำที่นั่นเต็มไปด้วยหิมะสีขาวปกคลุมและลมแรงกระหน่ำ ทำให้ภาพที่ออกมาเหมือนกับแถบอาร์กติกอย่างที่เราต้องการ ผมประทับใจกับความสวยงามของธรรมชาติที่นี่มาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่ามันอันตรายมากๆ เหมือนกัน เราได้รับคำเตือนว่าอย่าเดินออกไปไกล เพราะอาจจะตกหน้าผาได้ เราเลยต้องมีผู้เชี่ยวชาญสถานที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย” จอร์จ คลูนีย์เล่าถึงการถ่ายทำภาพยนตร์

คลูนีย์ ยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า “ในหนังตัวละครของผมอยู่ที่อาร์ติกที่เต็มไปด้วยความหนาวเย็นที่คุณเห็นน้ำแข็งเกาะที่เคราของผม บอกได้เลยว่ามันเป็นของจริง ผมแค่ใช้วิธีฉีดน้ำไปที่เครา แล้วขับรถสโนว์โมบิลออกไป แค่นั้นน้ำแข็งก็จะเกาะที่เคราของคุณแล้ว ที่จริงผมอายุน้อยกว่าตัวละครของผมค่อนข้างมาก ผมต้องรับบทชายอายุ 70 ปี แต่จากสภาพแวดล้อมและอากาศที่ค่อนข้างรุนแรงมาก ทำให้ผมดูอายุเยอะขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าช่วยมากเลย”

นี่คือผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของ Netflix จาก Smokehouse Pictures บริษัทผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดย “จอร์จ คลูนีย์” และ “แกรนท์ เฮสลอฟ” โดยเป็นบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง Argo

The Midnight Sky (สัญญาณสงัด)

23 ธันวาคมนี้ ทาง Netflix