หนังชนโรง : คุยหลังกองถ่าย ‘THE LAST 10 YEARS’ ทำรายได้สูงสุดในญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/658731

หนังชนโรง : คุยหลังกองถ่าย ‘THE LAST 10 YEARS’  ทำรายได้สูงสุดในญี่ปุ่น

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“THE LAST 10 YEARS สุดท้ายและตลอดไป” ภาพยนตร์ไลฟ์แอ๊กชั่น สร้างสถิติภาพยนตร์คนแสดง ทำรายได้สูงสุดในญี่ปุ่นของปีนี้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศ 2.9 พันล้านเยน! ได้รับเสียงชื่นชมท่วมท้นโลกโซเชียล จนมีผู้ชมเดินทางมาดูซ้ำหลายต่อหลายครั้ง

กับบทสัมภาษณ์พิเศษ พูดคุยถึงเบื้องหลังพร้อมนักแสดงนำ นานะ โคมัตสึ, เคนทาโร่ซาคากุจิ และผู้กำกับ มิจิฮิโตะ ฟูจิอิ มองย้อนกลับไปในการถ่ายทำตลอดระยะเวลาประมาณหนึ่งปี

อยากให้ผู้กำกับเล่าถึงนักแสดงนำอย่าง ซาคากุจิ และ โคมัตสึ สักหน่อย

ผู้กำกับ : ตอนที่เจอครั้งแรก ซาคากุจิคุงเค้าย้อมผมทองอยู่ครับ ตอนนั้นผมยังคิดเลยว่าเขาเป็นคนหล่อเท่ แถมไม่พูดอะไรสักคำทำไมเท่อะไรขนาดนี้

ซาคากุจิ : ใช่เหรอครับ

ผู้กำกับ : (หัวเราะ) หลังจากนั้นเราก็มีเวลาพูดคุยกันจริงจัง ตอนนั้นก็คิดนะว่าเขาเป็นคนยังไงกันแน่ เขายังไม่ค่อยเผยตัวออกมา(หัวเราะ) ตอนนั้นเขาดูจริงจังมากเลยครับ

ซาคากุจิ : เป็นไปได้ครับ ผมติดนิสัยคิดถึงบรรยากาศรอบๆ ตัว พอเวลาแบบนี้ก็กลายเป็น “อ๋อ ยินดีที่ได้รู้จักครับ…”

ผู้กำกับ : หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นซาคากุจิคุงที่เอาแต่ยิงมุขตลก ส่วนตอนที่ได้เจอกับโคมัจจัง(ชื่อเล่นในกองถ่ายของ นานะ โคมัตสึ)ครั้งแรก จริงๆ แล้วผมเกร็งมากเลย ก่อนหน้านี้เคยเชิญเธอมาเล่นหนังเรื่องหนึ่งเมื่อนานมาแล้วแต่สุดท้ายเรื่องนั้นก็ยุบโปรเจกท์ไป ตอนนั้นผมเขียนจดหมายให้เธอด้วยครับ เธอไม่น่าจำเรื่องนี้ได้แน่ๆ แต่เธอยังเก็บมันไว้อยู่เลย ทำไมเป็นคนดีอย่างนี้?!

โคมัตสึ : ไม่หรอกค่ะ! (ยิ้ม)

ผู้กำกับ : พอมีเรื่องแบบนี้ก็รู้สึกได้เลยว่าเราผูกดวงกันเอาไว้อยู่ โคมัจจังก็พูดบ่อยๆ ว่าเราเหมือนรุ่นพี่กับรุ่นน้องในชมรมกีฬาอะไรสักอย่างที่ต้องช่วยกันต่อสู้เพื่อให้ได้มา เป็นเหมือนเพื่อนรบอะไรแบบนั้นเลยครับ

โคมัตสึเข้ามาร่วมโปรเจกท์นี้ได้ยังไงเล่าให้ฟังหน่อย

ตอนที่ได้รับเชิญมาได้มีการพูดคุยกัน ตอนนั้นสายตาของผู้กำกับมุ่งมั่นมากเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน ความมุ่งมั่นของเขาส่งมาถึงฉันจนเผลอซึ้งขึ้นมาเลยล่ะ ยังคิดว่าแย่แล้ว เขาจะรู้ไหมแต่ตอนนั้นใส่แมสก์อยู่น่าจะดูไม่ออก แต่สุดท้ายเขาก็ดูออกค่ะ (หัวเราะ)ผู้กำกับยังแซวอยู่เลยว่า “ตอนนั้น จะร้องไห้แล้วใช่รึเปล่า?” (หัวเราะ) ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานแล้วเราสื่อสารเข้าใจกันได้ดีเหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องในชมรม เป็นคนที่ทำให้ฉันฮึดสู้ขึ้นมาเลย

“ตอนที่เจอกับซาคากุจิคุงน่าจะเป็นตอนฟิตติ้งใช่รึเปล่านะ?”

ซาคากุจิ : น่าจะใช่ พอเราฟิตติ้งกันเสร็จ เราก็กล่าวทักทายกันที่ห้องประชุมกับผู้กำกับ

โคมัตสึ : ตอนนั้นเราต่าง “อ่อ หวัดดี..”กันอยู่เลย (หัวเราะ) เพราะอย่างนั้นไม่ถึงกับกังวลหรอกแต่คิดว่าจากนี้เราจะเริ่มถ่ายด้วยกันแล้ว จะรักษาระยะห่างระหว่างกันให้ดีขึ้นอย่างไรดี
แต่เขาเป็นคนทำตัวสบายๆ อยู่แล้ว ผ่านไปสักพักก็เริ่มมองเห็นด้านกวนๆ ของเขา พอทำงานด้วยแล้วสบายใจ เดี๋ยวนี้เขาก็เอาแต่กวนฉันอย่างเดียวเลย (หัวเราะ) เป็นคนที่ชอบทำให้คนอื่นยิ้มแล้วทำให้บรรยากาศรอบตัวคึกคักขึ้น ทำงานด้วยแล้วสนุกดี

สำหรับซาคากุจิบรรยากาศการทำงานเป็นไงบ้าง

มันดีมากเลยครับ!ผู้กำกับฟูจิอิสร้างบรรยากาศการทำงานให้เราสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องการแสดงบทบาทที่แตกต่างจากตัวเอง เพราะฉะนั้นเลยสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ เวลาแสดงเลยไม่รู้สึกว่าขาดชิ้นส่วนอะไรไปหรือไม่สบายใจเลย

โคมัตสึต้องทำตามคำสั่งกลั้นน้ำตาของผู้กำกับ

เป็นฉากที่แสดงอารมณ์ได้ยาก พยายามควบคุมอารมณ์เอาไว้ให้ไม่หลุดตอนที่อ่านบทก็ยังนึกภาพไม่ออกว่าฉากนี้ว่าจะเป็นอย่างไรแต่ตอนที่เริ่มถ่าย แม้จะไม่เห็นออกจอแต่เราต้องลองบีบมือกันไว้ เป็นฉากที่ถ่ายแต่เช้าตรู่ แถมความกดดันในตอนนั้นทำให้เหนื่อยเลย

ผู้กำกับ : นั่นสิครับ! พอมานึกดูตอนนี้ น้ำตาจะไหลออกมาแล้วแต่ถูกห้ามว่าอย่าร้องเนี่ยเป็นผมคงบ่นแล้วว่า งั้นลองมาเล่นเองสิ ตอนนี้สำนึกผิดแล้วครับว่าขอร้องให้นักแสดงฝืนหลายอย่างเกินไป

สุดท้ายนี้ให้ฝากถึงคนที่ตั้งใจจะไปดูหนังเรื่องนี้อีกรอบหน่อย

ผู้กำกับฟูจิอิ : ใครที่จะไปดูอีกรอบอยากให้ลองสังเกตชื่อของทุกสิ่งรอบตัวมัตซึริจังดูครับ ดอกไม้ที่ประดับที่บ้านมัตซึริจังก็เปลี่ยนไปตามฤดูกาลแต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกและความปรารถนาของมัตซึริจัง ถ้าทุกคนสังเกตเห็นจะดีใจมาก

ซาคากุจิ : ดีใจที่พลังทีมเวิร์กที่สร้างผลงานชิ้นนี้ออกมาอย่างประณีตได้ออกมาสู่สายตาของทุกคน ผมคิดว่าผลงานชิ้นนี้จะคงหลงเหลือต่อไปอีกนานแสนนาน หลังจากดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบหวังว่าทุกคนจะคิดถึงมัตซึริหรือคาซึโตะ คิดถึงครอบครัวและเพื่อนพ้อง ผมคิดว่าผลงานเรื่องนี้มันจะมีฉากหรือชั่ววินาทีที่ส่องแสงอยู่ในใจของทุกคน สำหรับใครมาดูแล้วก็อยากให้มาดูอีกรอบ แล้วอยากให้เล่าถึงความสวยงามของผลงานเรื่องนี้ไปถึงคนอื่นๆ ด้วยครับ

โคมัตสึ : ผลงานนี้เป็นงานที่ฉันภูมิใจมากค่ะ ช่วงเวลาหนึ่งปีที่ค่อยเรียงร้อยเรื่องราว มีความทรงจำดีๆ อยู่มากมาย ถ้าทุกคนรักผลงานชิ้นนี้ฉันจะดีใจมากๆ ถ้าจะรักภาพยนตร์เรื่องนี้ไปนานๆ พวกเราคงมีความสุขน่าดูจะดีใจมากถ้าทุกคนมาดูกันอีกหลายๆ ครั้ง ขอบคุณมากค่ะ

หนังชนโรง : คุยกับ ‘แซค เอฟรอน’ เสี่ยงชีวิตท่ามกลางพายุทรายสุดร้อนระอุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/649785

หนังชนโรง : คุยกับ ‘แซค เอฟรอน’ เสี่ยงชีวิตท่ามกลางพายุทรายสุดร้อนระอุ

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“แซค เอฟรอน” เป็นหนึ่งในดาราหนุ่มของวงการฮอลลีวู้ดที่มีความสามารถที่หลากหลายโดยมีผลงานที่น่าประทับใจทั้งทางภาพยนตร์จอแก้วและภาพยนตร์จอเงิน ผลงานของเอฟรอน ได้แก่ ภาพยนตร์เพลงยอดฮิตเรื่อง Hairspray และเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักแสดงที่เขาได้ร่วมรับรางวัล Critics Choice Award ในฐานะ Best Acting Ensemble ในงานเทศกาลภาพยนตร์ 2007 Hollywood Film Festival Award for Ensemble of the Year และได้รับเกียรติโดยการได้รับการเสนอชื่อสำหรับรางวัล Screen Actors Guild Award ในฐานะ Outstanding Motion Picture Cast นอกจากนี้ เอฟรอนยังได้รับรางวัล MTV Movie Award ในฐานะ Breakthrough Performance อีกด้วย

ล่าสุดกับ ภาพยนตร์ “GOLD ทองกู”ภาพยนตร์แอ๊กชั่นเขย่าขวัญที่มีฉากหลังเป็นโลกทะเลทรายสุดอ้างว้าง ที่ได้คิวชนโรงในประเทศไทย วันที่ 28 เมษายนในโรงภาพยนตร์

อยากให้อธิบายถึงหนังเรื่อง Gold หน่อย

Gold เป็นเรื่องราวของความยั่วยวน ความโลภของคนที่เราต่างมีไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพื่อไขว่คว้าสิ่งที่ต้องการมาครอบครอง ตัวละครของผมถลำลึก ฝ่าฟันสภาพอากาศที่เลวร้ายมาก เพียงเพื่อจะได้ครอบครองในสิ่งที่ตัวเขาคิดว่าต้องการ

อะไรที่ทำให้คุณหลงใหลในหนังเรื่องนี้

ตอนที่ผมอ่านบท ผมรู้สึกหลงใหลในความแตกต่างของหนัง มันแทบไม่มีบทสนทนาอยู่เลย แต่ผมตกหลุมรักมันอย่างจัง คอยจินตนาการถึงคนที่เราไม่ได้รู้จักเท่าไหร่นัก
ที่ต้องตัดสินใจที่ซับซ้อนตลอดทั้งเรื่อง และต้องปรับตัวตลอดเวลาเพื่อเอาตัวรอด มันทำให้ผมคิดถึงหนังคาวบอยเก่าๆ เรื่องหนึ่งมันมีความคลาสสิกแฝงอยู่ มันอาจไม่มีบทสนทนาเยอะนัก และเราไม่ได้รู้เรื่องราวภูมิหลังของตัวละครเท่าไหร่ ซึ่งเปิดให้ผู้คนตีความอย่างกว้างขวาง เป็นสิ่งที่ผมชอบมากๆ มันเป็นหนังที่ซับซ้อน และเฉลียวฉลาดมากในเวลาเดียวกัน

ผมยังชอบเรื่องราวการเอาตัวรอด และความเรียบง่ายของการดูคนคนหนึ่งพยายามขบคิดว่าจะใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอย่างไรให้รอด ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ทำให้ผมสนใจหนังเรื่องนี้มากๆ

การถ่ายทำในช่วงฤดูร้อน กลางทะเลทรายของเซาท์ออสเตรเลียเป็นอย่างไรบ้าง

สุดจะเหลือเชื่อเลย ผมไม่เคยไปที่ไหนแบบนี้มาก่อน บอกตามตรงเลย ผมไม่รู้ว่าจะคาดหวังอะไร แต่มันสวยและน่าตื่นตะลึงแบบเหลือเชื่อจริงๆ แต่ก็ยังว่างเปล่า แห้งแล้งและโหดร้ายเหมือนกัน การถ่ายหนังในสถานที่ห่างไกลมักจะมาพร้อมกับความยากลำบาก แต่ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องง่ายๆ เกิดขึ้นด้วย ถ้าตัดสินใจลงหลักปักฐานเมื่อไหร่ จะไม่มีทางติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกได้เลย ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ไม่มีไวไฟ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ผมชอบนะเพราะมันได้ตัดขาดกับโลกภายนอกจริงๆ เพื่อจะได้มีสมาธิกับงานที่ทำ มันสนุกจริงๆ

หนักเอาเรื่องเลยสำหรับโลเกชั่นที่นั่น

องค์ประกอบต่างๆ มันโหดมากๆ ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นหนังที่มีสภาพแวดล้อมการถ่ายทำที่หนักหนาสาหัสสุดเท่าที่ผมเคยมีส่วนร่วมมันร้อนทั้งวันทั้งคืน ดวงอาทิตย์แผดเผาพื้นทรายก็ร้อนมาก แต่ก็มีความท้าทายอื่นๆ อีกเช่น เราเจอกับพายุทรายลูกใหญ่ ซึ่งโชคดีมากๆ ที่เราเก็บภาพเอามาใช้ในหนังเรื่องนี้ได้การทำหนังเรื่องนี้ เราได้ทดสอบขีดความสามารถของตัวเอง มันผลักเราให้ไปสุดถึงลิมิตเราถ่ายทำท่ามกลางสภาพอากาศสุดโหดที่สุดที่ผมเคยเจอ และมันสุดยอดมากๆ เลย

การร่วมงานกับ “แอนโทนี่ เฮเยส” เป็นอย่างไรบ้าง

แอนโทนี่ น่าอัศจรรย์มากครับ ผมปลื้มมากๆ ที่ได้ทำงานกับคนที่เขียนบทแล้วรู้ดีถึงสิ่งที่มีอยู่อย่างลึกซึ้ง และทุ่มเททุกอย่างในหนังเรื่องนี้ไปพร้อมกับทุกๆ คน การดูเขาทำงานเป็นอะไรที่เจ๋งมากครับ ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก และเขายังให้แรงบันดาลใจผมเพื่อผลักดันตัวเองด้วย ไม่เพียงแค่เป็นนักแสดง แต่ยังคิดถึงว่าการเป็นคนเขียนบทและกำกับต้องเป็นอย่างไร การดูเขาแก้ปัญหาต่างๆ ขณะที่สวมชุดสวมวิญญาณตัวละครและกำกับหนังไปพร้อมกันถือว่าสนุกทีเดียวครับ ผมว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่เจ๋งมากๆ ของเขาเลย ซึ่งบ่งบอกอะไรๆ ได้เยอะทีเดียวครับ

การทำงานกับ ซูซี่ พอร์เตอร์ ล่ะ

“ซูซี่” เป็นคนน่ารักและทำงานด้วยสนุกมากครับ ตัวละครที่เธอเล่น มีความน่าสนใจจริงๆ เธอรับบทเป็น 2 ตัวละครที่พาหนังเรื่องนี้ไปในจุดที่ผมไม่ได้คาดคิดมาก่อน ไปสู่สถานที่ซึ่งสวยงามมากๆ ซูซี่คือมืออาชีพตัวจริง และผมคิดว่าบางที เธอพาตัวละครเดินทางไปไกลสุดเท่าที่เธอจะสามารถพาไปได้เลยทีเดียวด้วยเหตุนี้ มันเลยสนุกมากๆ ครับที่ได้ดูเธอทำงาน และทำงานร่วมกับเธอ เธอเป็นคนที่น่ารักมากๆ นอกจอหนังเรื่องนี้

คาดหวังว่าคนดูจะได้อะไรกลับไปจากหนังเรื่องนี้

ผมคิดว่าหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในหนังเรื่องนี้ และผมหวังว่าคนดูจะสัมผัสได้คือธรรมชาติมีวิธีในการทวงคืน และปรับเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ให้กลับสู่สมดุล ถ้าเรายังปรารถนาในสิ่งต่างๆ ตามความเป็นมนุษย์ ทั้งเงินตรา อำนาจ และสิ่งต่างๆ สุดท้ายแล้วเราก็จะเป็นฝ่ายกอบโกยสิ่งต่างๆ จากโลกนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ผมหวังว่าเราจะได้เรียนรู้เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกันกับโลกใบนี้ เป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติ และใช้ชีวิตท่ามกลางสรรพสิ่งทั้งหมด แทนที่จะพยายามหยิบฉวยจากมันจนมากเกินไป

สิ่งที่ผมหวังว่าคนดูจะได้เรียนรู้จากหนังเรื่องนี้ คือสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก คนพื้นเมืองที่ออสเตรเลียจริงๆ นั่นคือ…“ถ้าเรายังไม่หยุดท้าทายธรรมชาติ เพื่อความร่ำรวยมั่งคั่ง โลกทั้งใบก็จะเอาคืน สภาพแวดล้อมของโลกจะเอาคืน ผู้กระทำชำเราจะถูกกำจัด ทุกสิ่งทุกอย่างจะหมุนเวียนตามวัฏจักร แล้วกลับมายังจุดเดิม นี่คือคำทำนายของคนพื้นเมืองที่นี่”

หนังชนโรง : ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม คว้ารางวัลใหญ่บนเวที ‘SAG Awards’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/640147

หนังชนโรง : ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม คว้ารางวัลใหญ่บนเวที  ‘SAG Awards’

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หลังประกาศผลรางวัลด้านการแสดงที่ใหญ่ที่สุดของโลก “Screen Actors Guild Awards” หรืองาน “SAG Awards” ครั้งที่ 28 ในปีนี้จัดขึ้นที่ “บาร์คเกอร์ แฮงการ์” ในเมือง“ซานตา โมนิกา” โดยผลโหวตของงาน “SAG Awards” มาจากทางคณะกรรมการซึ่งล้วนแต่เป็นนักแสดงที่อยู่ในวงการมานาน

สำหรับรางวัลสูงสุดบนเวทีนี้คือรางวัล ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม “Outstanding Performance By a Cast In a Motion Picture”ตกเป็นของภาพยนตร์ CODA หัวใจไม่ไร้เสียง รวมถึง “ทรอย คอตเชอร์” ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักแสดงหูหนวกคนแรกที่ชนะรางวัลบนเวทีนี้ โดย “ทรอย คอตเชอร์” ได้รับรางวัลในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม“Outstanding Performance By a Male actor in a supporting role”

“รางวัลนี้มีค่ากับฉันมาก พวกเรา 3 คนที่รับบท พ่อ แม่ และพี่ชาย ในภาพยนตร์เรื่องนี้ล้วนเป็นนักแสดงหูหนวก ซึ่งไม่มีผลต่อความสามารถด้านการแสดงของเราเลย ขอบคุณที่มอบรางวัลนี้ให้พวกเรา รางวัลนี้มีค่ากับพวกเราทุกคนมากจริงๆ” มาร์ลี แมตลิน

CODA เป็นผลงานกำกับและเขียนบทโดย ฌอน เฮเดอร์ จาก“Orange Is the New Black” ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่องดังปี 2014 “La Famille Belier” โดย CODAเล่าเรื่อง รูบี้ (เอมิเลีย โจนส์) เป็นลูกสาวคนเล็กของครอบครัว รอสซี ซึ่งพิการทางหูกันทุกคน ทั้งพ่อ-แม่ และพี่ชาย มีแต่เธอคนเดียวที่ได้ยินเสียงเป็นปกติครอบครัวของรูบี้ ทำอาชีพประมง รูบี้จึงรับภาระ ด้วยการเป็นล่ามและเป็นหูเป็นปากแทนครอบครัวความสุขเดียวของเธอคือการได้ร้องเพลงเวลาออกเรือกับพ่อและพี่ชายที่โรงเรียน รูบี้สมัครเข้าชมรมนักร้องประสานเสียง เพื่อตามหนุ่มคนที่เธอแอบชอบที่สมัครเข้าชมรมนี้

มิสเตอร์แบร์นาร์โด (ยูเจนิโอ เดอเบซ) ครูผู้ฝึกสอนของชมรมค้นพบว่ารูบี้มีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง และพยายามสนับสนุนรูบี้ทุกทาง โดยหาทุนเล่าเรียนให้ในสถาบันดนตรีที่มีชื่อเสียงในบอสตันให้ และนี่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต รูบี้ “ระหว่างความฝันและครอบครัว” เธอจะเลือกสิ่งไหน ?

“CODA หัวใจไม่ไร้เสียง”

24 มีนาคมนี้ เตรียมกลับมาฉายอีกครั้ง

ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : การผจญภัยครั้งใหม่ ของตัวละครจาก ‘The Ice Age’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/627949

หนังชนโรง : การผจญภัยครั้งใหม่  ของตัวละครจาก ‘The Ice Age’

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ต้อนรับการกลับมาของตัวละครอันเป็นที่รักจากแฟรนไชส์ “Ice Age” กับแอนิเมชั่นการผจญภัยครั้งใหม่ เรื่อง “The Ice Age Adventures of Buck Wild” ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก

“การผจญภัยสุดป่วนปนฮาของเหล่าฮีโร่ยุคน้ำแข็ง จากการที่พวกเขาได้ไปเพิ่มความโกลาหลในยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยสองพี่น้อง พอสซั่ม แครช และ เอ็ดดี้ (Crash and Eddie) ที่รักอิสระและชอบความตื่นเต้นท้าทาย ตัดสินใจออกเดินทางไปหาที่อยู่อาศัยของตัวเอง ได้บังเอิญเข้าไปติดอยู่ในถ้ำมหึมาใต้น้ำแข็งที่มีไดโนเสาร์อาศัยอยู่ ทั้งสองพี่น้องได้รับความช่วยเหลือจาก บั๊ค ไวด์ (Buck Wild)วีเซิลนักล่าตาเดียว ซึ่งพวกเขาทั้งสาม พร้อมความช่วยเหลือจากเพื่อนใหม่ได้ร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจกอบกู้ดินแดนที่สาบสูญ (Lost World) จากการยึดครองของไดโนเสาร์”

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงแถวหน้ามาพากย์เสียงอย่างคับคั่ง ทั้ง ไซมอน เพกก์(Simon Pegg) จากเรื่อง Mission : Impossible-Fallout, อัตการ์ช อัมบุดการ์ (UtkarshAmbudkar) จากเรื่อง Free Guy, จัสติน่า มาชาโด(Justina Machado) จากเรื่อง One Day at a Time, วินเซนต์ ท็อง (Vincent Tong) จากเรื่อง Ninjago และ แอรอน แฮร์ริส (Aaron Harris)

กำกับภาพยนตร์โดย จอห์น ซี. ดอนกิน (John C. Donkin) ผู้ผลิต “Ice Age : Continental Drift”

เขียนบทโดย จิม เฮชท์ (Jim Hecht) จาก Ice Age : The Meltdown, เรย์ เดอลอเรนติซ (Ray DeLaurentis) จาก Fairly Odd Parents และ วิล ชิฟริน (Will Schifrin) จาก Bunsen is a Beast

สร้างสรรค์เรื่องราวโดย จิม เฮชท์(Jim Hecht) กับ ลอรี ฟอร์ต(Lori Forte) ผู้อำนวยการสร้างแฟรนไชส์“Ice Age”

“The Ice Age Adventures of Buck Wild”

28 มกราคมนี้ ทาง Disney+ Hotstar

หนังชนโรง : สุดป่วน เมื่อ ‘นิโคลัส เคจ’ ต้องมาสวมบทเป็นตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/626409

หนังชนโรง : สุดป่วน เมื่อ ‘นิโคลัส เคจ’ ต้องมาสวมบทเป็นตัวเอง

วันพุธ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หนังสุดป่วนเมื่อซูเปอร์สตาร์ต้องเล่นใหญ่ใส่ทุกบทบาทเพื่อเอาชีวิตรอด เป็นอีกหนึ่งบทบาทสุดท้าทายสำหรับนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ที่แสดงภาพยนตร์มาแล้วมากกว่า 100 เรื่อง อย่าง นิโคลัส เคจ สำหรับภาพยนตร์ตลกร้ายเรื่องใหม่ The Unbearable Weight of Massive Talent ที่ในครั้งนี้นิโคลัส เคจ ต้องมาสวมบทบาทในคาแร็กเตอร์ ตัวเองเป็นครั้งแรกพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวสุดป่วนที่สุดเท่าที่เขาเคยแสดงมา

ล่าสุดได้มีการปล่อยตัวอย่างแรก นอกจากการเผยเรื่องราวของหนังที่ป่วนชวนปวดหัวแล้ว ยังดึงเพลงฮิต “Kill This Love” จากวงเกาหลีระดับท็อปอย่าง “BlackPink”มาเพิ่มดีกรีความกวนให้ชวนน่าติดตามอยากชมภาพยนตร์เรื่องนี้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

The Unbearable Weight of Massive Talent เป็นภาพยนตร์สุดป่วนที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึง “นิโคลัส เคจ” (รับบทโดยนิโคลัส เคจ) ดาราฮอลลีวู้ดรุ่นใหญ่ตกอับ ที่แม้ว่าในอดีตจะเคยฝากผลงานอันยิ่งใหญ่เอาไว้มากมายทั้ง Con Air และ Face/Off แต่เขากลับต้องมาเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ไม่มีใครจ้างงานจนต้องจำใจยอมรับข้อเสนอที่ไม่น่าไว้วางใจ
ให้เดินทางไปร่วมงานวันเกิดของมหาเศรษฐีชาวเม็กซิกันแลกกับเงินหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐและเขาก็พบว่ามหาเศรษฐีคนนี้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของตัวเขาเอง แต่เรื่องราวสุดวายป่วงยังไม่จบลงแค่นี้ เมื่อเคจพบว่าภายใต้หน้ากากแฟนพันธุ์แท้ “นิค เคจ” มหาเศรษฐีคนนี้คือ เจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ที่เป็นที่ต้องการตัวของ CIA นั่นทำให้เขาถูกหมายหัวในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด เคจต้องตกกระไดพลอยโจนสวมบทบาทในอดีตที่เคยสร้างชื่อให้กับเขาเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้

นำทีมป่วนโดย นิโคลัส เคจ (Con Air,Face/Off), เปโดร ปาสคาล (Wonder Woman 1984, The Mandalorian) และ นีล แพทริก แฮร์ริส (Gone Girl, How IMet Your Mother)

“The Unbearable Weight of
Massive Talent”

เดือนเมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : ‘ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ’ กับปฏิบัติการกู้โลก… สุดป่วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/609980

หนังชนโรง : ‘ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ’  กับปฏิบัติการกู้โลก... สุดป่วน

วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ” แท็กทีม “เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์”นำขบวน ปฏิบัติการกู้โลก…สุดป่วน! ใน “DON’T LOOK UP” เมื่อโลกของเรามีเวลาเหลือเพียง 6 เดือนเท่านั้นก่อนที่ดาวหางจะพุ่งชน การสร้างกระแสข่าวท่ามกลางสื่อที่ทำงานเต็ม 24 ชั่วโมง ให้ผู้คนบนโลกโซเชียลมีเดียหันมาสนใจก่อนที่จะสายเกินไป จึงกลายเป็นภารกิจสุดป่วน… แล้วเราต้องทำอย่างไรชาวโลกจึงจะเงยหน้าขึ้นมามองความจริง?

เมื่อ เคท ดิบิแอสกี้ (เจนนิเฟอร์ลอว์เรนซ์) นักศึกษาวิชาดาราศาสตร์และอาจารย์ของเธอ ดร.แรนดัลล์ มินดี้(ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) ค้นพบว่ามีดาวหางดวงหนึ่งโคจรอยู่ในระบบสุริยะของเราและดาวหางดวงนี้กำลังจะพุ่งชนโลกเข้าอย่างจัง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจเรื่องนี้เลย แถมกลายเป็นว่าการออกมาเตือนมนุษยชาติถึงหายนะจากอุกกาบาตขนาดเท่าภูเขาเอเวอเรสต์ในครั้งนี้ดูจะเป็นเรื่องยากกว่าที่คิดซะอีกแต่ด้วยความช่วยเหลือของ ดร.ออเกลธอร์ป(ร็อบ มอร์แกน) เคทและแรนดัลล์จึงตัดสินใจเดินสายออกสื่อซึ่งก็ทำให้ทั้งสองคนต้องไปเจอกับคนใหญ่คนโตในสารพัดวงการ ทั้ง ประธานาธิบดีออร์ลีน(เมริล สตรีพ) ที่ดูไม่แยแสกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่พร้อมด้วยลูกชายช่างประจบ เจสัน (โจนาห์ฮิลล์) ผู้เป็นถึงเสนาธิการ ไปจนถึงรายการข่าวเช้า The Daily Rip ที่จัดโดยสองพิธีกรบรี (เคต แบลนเชตต์) และ แจ็ค (ไทเลอร์ เพอร์รี)

เขียนบทและกำกับโดยผู้กำกับรางวัลออสการ์ อดัมแมคเคย์ จาก The Big Shortเกมฉวยโอกาสรวย โดยเรื่องนี้ยังมีนักแสดงสมทบคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น มาร์ก ไรแลนซ์, รอน เพิร์ลแมน, ทิโมธี ชาลาเมต์, อาริอานา กรานเด,สก็อต เมสคัดดี้ (คิด คัดดี้), ฮิเมช พาเทล, เมลานี ลินสกีย์, ไมเคิล ชิคลิส และ โทเมอร์ ซิสลีย์

“DON’T LOOK UP”

24 ธันวาคมนี้ ทาง Netflix

หนังชนโรง : เตรียมผจญภัยไปกับจักรวาล ‘MCU’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/606768

หนังชนโรง : เตรียมผจญภัยไปกับจักรวาล ‘MCU’

วันพุธ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลังจาก มาร์เวล สตูดิโอส์ ได้ส่งภาพยนตร์ Avengers : Endgame สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการภาพยนตร์ทั่วโลกด้วยการกวาดรายได้อย่างถล่มทลายมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ในปี 2562 แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้คนไทยไม่ได้รับชมภาพยนตร์จากมาร์เวลสตูดิโอส์ในโรงภาพยนตร์เป็นเวลากว่า 2 ปี

แฟนหนังชาวไทยจะได้ออกผจญภัยอีกครั้ง หลังจากมีมติผ่อนคลายมาตรการให้โรงภาพยนตร์กลับมาเปิดได้ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย และ มาร์เวลสตูดิโอส์ ต้อนรับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยหนังฮีโร่ฟอร์มยักษ์ที่ผู้ชมชาวไทยรอคอยกว่า 3 เรื่อง ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ความยิ่งใหญ่คุ้มค่าแก่การรอคอยในโรงภาพยนตร์

เริ่มต้นด้วย แบล็ค วิโดว์ (Black Widow) ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่หญิงลำดับที่ 2 จากจักรวาลมาร์เวล นำโดย สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน (Scarlett Johansson) กับบท นาตาชา โรมานอฟฟ์ หรือ แบล็ค วิโดว์ ส่งท้ายฝีมือการแสดงบน MCU ที่เราจะได้รู้ต้นกำเนิดของสายลับสาวแห่งอเวนเจอร์ส และเรื่องราวของเธอหลังเหตุการณ์ Civil War วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เอเชียคนแรกจาก MCU ใน ชาง-ชี กับตำนานลับเท็น ริงส์ (Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings) นำโดยซีมู หลิว (Simu Liu) อควาฟินา (Akwafina) และเหลียง เฉาเหว่ย (Tony Leung) ที่ยอมตกปากรับคำข้ามมาเล่นฝั่งฮอลลีวู้ดเป็นครั้งแรก หลังโลดแล่นอยู่ในวงการหนังฮ่องกงกว่า 40 ปี ภาพยนตร์ชาง-ชี เปิดตัวต่างประเทศด้วยการกวาดรายได้และกระแสตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์หนังทั่วโลกและกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในอเมริกาในปีนี้ ถึงเวลาที่แฟนๆ ชาวไทยจะได้ทำความรู้จักต้นกำเนิดของฮีโร่คนใหม่ พร้อมเรื่องราวขององค์กร Ten Rings ที่ผู้ชมเฝ้ารอหลังปรากฏตัวมาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง Iron Man ในปี 2551 วันที่ 13 ตุลาคม นี้ พร้อมชนโรงแน่นอน

ปิดท้ายด้วย ฮีโร่พลังเทพเจ้า หรือ Eternals ที่จะเข้าฉายในวันที่ 4 พฤศจิกายน พร้อมกันทั่วโลก เป็นครั้งแรกที่สาวก MCU จะได้รู้จักกับฮีโร่เผ่าพันธุ์เทพแห่งจักรวาลอายุนับล้านปี ที่จะสานต่อเรื่องราวของจักรวาลมาร์เวล และร่วมปกป้องโลกจากภัยอันตรายครั้งใหญ่ของมวลมนุษยชาติจากเหล่าดีเวียนต์ คู่ปรับตลอดกาลของพวกเขาเอง Eternals ขนทัพนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวู้ดมาอย่างล้นหลาม ทั้ง แอนเจลีนาโจลี (Angelina Jolie), เจมมา ชาน (Gemma Chan) ริชาร์ด แมดเดน (Richard Madden) ซัลมา ฮาเยก (Salma Hayek) และ คูเมลนันจิอานี (Kumail Nanjiani) ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดยผู้กำกับเชื้อสายเอเชียดีกรีออสการ์ปีล่าสุด โคลอี เจา (Chloé Zhao)

หนังชนโรง : พร้อมชนโรงไปกับ ‘เจสัน สเตทแธม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/605247

หนังชนโรง : พร้อมชนโรงไปกับ ‘เจสัน สเตทแธม’

วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ได้เวลาคอหนังสายบู๊นับถอยหลัง “เจสัน สเตทแธม”พาพลิกแผนปล้นระห่ำในภาพยนตร์ “WRATH OF MANคนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก”ผลงานของผู้กำกับสุดคูล กาย ริชชี่ Snatch (2000), King Arthur (2004) ที่ก่อนหน้านี้หนังได้ถูกเลื่อนโปรแกรมฉายออกไปเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดถือเป็นข่าวดีของแฟนๆ เมื่อได้มีการยืนยันกำหนดวันฉายใหม่อย่างเป็นทางการออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยภาพยนตร์มีกำหนดจ่อคิวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราวันที่ 1 ตุลาคมนี้

กำกับและเขียนบทโดย กาย ริชชี่ อำนวยการสร้างโดย บิล บล็อค, อิวาน แอตคินสัน โดยนักแสดงมือเก๋าของวงการ อาทิ เจสันสเตทแธม (Fast & Furious Presents : Hobbs & Shaw) ฮอลท์ แม็คคัลลานีย์ (The Losers), จอร์ช ฮาร์เน็ต (Pearl Harbor),สก๊อต อีสต์วูด (Pacific Rim : Uprising) เจฟฟรีย์ โดโนแวน (Sicario : Day of the Soldado) และนักแสดงอีกคับคั่ง

“WRATH OF MAN คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก” เรื่องราวของ “เอช” (เจสัน สเตทแธม) ชายปริศนาผู้เย็นชาและเต็มไปด้วยความลึกลับ พนักงานใหม่ของบริษัทคุ้มกันรถขนเงินรายใหญ่ใน
ลอสแองเจลิส หน้าที่ของเขาคือคุ้มกันรถที่บรรทุกเงินจำนวนมหาศาลไปส่งตามสถานที่ต่างๆโดยต้องทำงานร่วมกับคู่หูคนใหม่อย่าง“บุลเลท” (โดย ฮอลท์ แม็คคัลลานีย์)ในตอนแรก เอช ดูเหมือนจะเป็นคนเงียบๆ เอาแต่ก้มหน้าทำงานหาเลี้ยงชีพ แต่เมื่อทั้งสองตกเป็นเป้าหมายของการโจรกรรม ทักษะการฆ่าระดับพระกาฬของเอชจึงถูกเปิดเผย เขาไม่เพียงแต่เป็นนักแม่นปืน ผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจในการต่อสู้แบบประชิดตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่กล้าหาญไร้ความปรานีและเป็นตัวอันตรายขั้นสุด อีกทั้งยังเก็บงำความแค้นบางอย่างที่กำลังรอวันสะสาง

สำหรับ เจสัน สเตทแธม และ กาย ริชชี่ถือเป็นอีกหนึ่งคู่ผู้กำกับ-นักแสดง ที่ผ่านการร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน โดย สเตทแธมเคยแสดงนำในหนังของ กาย ริชชี่ มาแล้วถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่ผลงานแก๊งสเตอร์คอเมดี้สุดคัลท์อย่าง “LOCK, STOCK AND TWO SMOKING BARRELS (1998)” ต่อด้วยผลงานแอ๊กชั่นคอเมดี้สุดกวน อย่าง “SNATCH (2000)” และ “REVOLVER (2005)”

ล่าสุดทั้งคู่ได้โคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งใน “WRATH OF MAN (2021)”ผลงานแอ๊กชั่นอาชญากรรมระทึกขวัญแต่ยังคงไว้ซึ่งความเท่อันเป็นลายเซ็นประจำตัวตามสไตล์หนังของผู้กำกับ กาย ริชชี่ ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่แฟนๆ ว่าเต็มไปด้วยการหักเหลี่ยมเฉือนคม
ตลกร้ายและวายป่วงอย่างแน่นอน

“WRATH OF MAN คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก”

1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : ‘Bangkok Breaking มหานครเมืองลวง’ แฉภารกิจมืดกลางกรุง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/603667

หนังชนโรง : ‘Bangkok Breaking มหานครเมืองลวง’  แฉภารกิจมืดกลางกรุง

วันพุธ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“Bangkok Breaking มหานครเมืองลวง” ซีรี่ส์สัญชาติไทย แนวแอ๊กชั่น-ระทึก ความยาว 6 ตอน ที่จะพาผู้ชมไปเสาะหาความจริงกับภารกิจมืดภายใต้เงา ของคนดีในเมืองหลวง ที่คุณไม่มีวันรู้ถ้าไม่ได้ก้าวเข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง

พร้อมด้วยทัพนักแสดงมากฝีมือนำทีมโดย “เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ” และ “ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง” ภายใต้การกำกับของ ก้องเกียรติ โขมศิริ โดยมี ปราบดา หยุ่น รับบทผู้จัดและผู้อำนวยการผลิต นอกจากนั้น ผู้ชมยังจะได้เห็นฝีมือของนักแสดงคุณภาพที่มาร่วมประชันบทบาทกันอย่างดุเดือด อาทิ ปู-สหจักร บุญธนกิจ, แบงค์-ปวริศร์ มงคลพิสิฐ, ฮาร์ท-สุทธิพงศ์ทัดพิทักษ์กุล, หนึ่ง-ภาสวร บวรกีรติ, เป้-ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์, เฟรช-อริศรา วงษ์ชาลี,ปุ้มปุ้ย-พรรณทิพา อรุณวัฒนชัย, สุปราณี เจริญผล, สุดา ชื่นบาน และ มายด์-วรัทยา ว่องชยาภรณ์

“มหานครเมืองลวง” นำเสนอภาพของกรุงเทพฯ ในมุมมองที่แตกต่าง ซึ่งจะทำให้ผู้ชมทั่วโลกได้ขบคิดและหาคำตอบให้กับตัวเองว่าแท้ที่จริงแล้วมหานครแห่งนี้เป็น “เมืองหลวง” หรือ “เมืองลวง” กันแน่ นอกเหนือจากเนื้อเรื่องที่เข้มข้นจนนับว่าเป็นอีกหนึ่ง Netflix Seriesที่น่าจับตามองแล้ว โปรดักชั่นของซีรี่ส์เรื่องนี้ยังถือเป็นซีรี่ส์ไทยเรื่องแรกที่ถ่ายทำในระบบ HDR

“เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ” ในบท “วันชัย”เล่าว่า “เมื่อก่อนเวลาขับรถบนถนนผมก็จะได้ยินเสียง “หวอๆ ขอทางหน่อยครับ มีผู้ป่วยบาดเจ็บต้องรีบส่งโรงพยาบาล” ผมเป็นคนที่หลบให้ตลอดและก่อนที่จะได้มาเล่นซีรี่ส์เรื่อง Bangkok Breaking ผมอาจจะมองว่ากู้ภัยเป็นอาชีพอาชีพหนึ่งที่คงไม่ง่าย แต่พอมาสัมผัสด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย มันไม่ใช่แค่ไม่ง่าย แต่นับเป็นงานที่ยากและท้าทายมากครับ สำหรับฉากที่ถ่ายทำยากๆ อย่างฉาก action ผมมีโอกาสได้ถ่ายทำฉากประเภทนี้ที่ต้องเกี่ยวข้องกับไฟหรือระเบิด มาประมาณหนึ่งในชีวิตวงการบันเทิง แต่พอได้มาทำงานกับ Netflix ยิ่งมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยและเอฟเฟกท์ต่างๆ เพราะทุกอย่างมีความเป็นมืออาชีพมากๆ กล้าพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์Netflix สัญชาติไทยเรื่องล่าสุดนี้”

“Bangkok Breaking มหานครเมืองลวง”

23 กันยายน นี้ ทาง Netflix

หนังชนโรง : ‘ON THE JOB’ ตีแผ่อาชญากรรมนักการเมือง ฟิลิปปินส์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602103

หนังชนโรง : ‘ON THE JOB’  ตีแผ่อาชญากรรมนักการเมือง ฟิลิปปินส์

วันพุธ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ON THE JOB” ซีรี่ส์อาชญากรรมระทึกขวัญตีแผ่อาชญากรรมนักการเมืองของฟิลิปปินส์ ที่เข้าฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ที่ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง ดำเนินเรื่องราวเป็นภาษาอังกฤษและภาษาฟิลิปปินส์ ถ่ายทำในประเทศฟิลิปปินส์ มีทั้งหมดหกตอนทาง HBO GO

อำนวยการสร้างโดย Ronald“Dondon” Monteverde, Erik Matti,Joe Caliro และ Quark Henares

นำแสดงโดย Joel Torre (Tatang), Gerald Anderson (Daniel), John Arcilla (นักข่าว Sisoy), Dennis Trillo (Roman), Joey Marquez (Joaquin), Piolo Pascual (Francis), Dante Rivero (นายกเทศมนตรี Pedring Eusebio), Christopher De Leon (Arnel) และ Lotlot De Leon (Weng)

ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมที่ปล่อยตัวนักโทษชั่วคราวเพื่อให้ออกมาปฏิบัติการลอบสังหารผู้มีอำนาจทางการเมือง แต่องค์กรอาชญากรรมนี้กลับมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังเสียเอง นักโทษมือปืน อย่าง Tatang, Daniel และ Roman ได้รับการปล่อยตัวจากคุกชั่วคราวเพื่อทำการลอบสังหารตามคำสั่งของผู้มีอิทธิพลลึกลับ ในขณะที่ตำรวจ Joaquin, นักสืบ Francis, นักข่าว Sisoy และ Arnel พยายามสืบหาและเปิดเผยความจริงของเบื้องหลังการสังหารและการหายตัวไป 

ซีรี่ส์เรื่องนี้ยังเน้นย้ำเรื่องราวเกี่ยวกับข่าวปลอมในชีวิตจริง รวมถึงการสร้างและเผยแพร่ “ความจริง” ที่สามารถทำได้อย่างง่ายดายในยุคแห่งข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน โดยสองตอนแรกของซีรี่ส์ On The Job ได้เข้าฉายในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ประจำปี 2013 ขณะที่สี่ตอนสุดท้ายของซีรี่ส์เรื่องนี้ก็กำลังจะเข้าฉายในฐานะภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 78 ประจำปีนี้อีกด้วย