หนังชนโรง : เตรียมพบกับ 2 นักแสดงรางวัลออสการ์ ‘เอ็มมา สโตน’ และ ‘เอ็มมา ทอมป์สัน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/598857

หนังชนโรง : เตรียมพบกับ 2 นักแสดงรางวัลออสการ์  ‘เอ็มมา สโตน’ และ ‘เอ็มมา ทอมป์สัน’

หนังชนโรง : เตรียมพบกับ 2 นักแสดงรางวัลออสการ์ ‘เอ็มมา สโตน’ และ ‘เอ็มมา ทอมป์สัน’

วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตัวละครวายร้ายที่มาพร้อมแฟชั่นจัดจ้านที่สุดในโลกภาพยนตร์กำลังจะเดินเฉิดฉายมาพบกับทุกคนถึงบ้านในภาพยนตร์ไลฟ์แอ๊กชั่นเรื่องใหม่ล่าสุดจากดิสนีย์เรื่อง “Cruella” นำแสดงโดยสองนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ “เอ็มมา สโตน” และ “เอ็มมาทอมป์สัน” ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งกำกับโดย “เคร็ก จิลเลสพาย” พร้อมทัพนักแสดง อาทิ โจอี้ ฟราย, พอล วอลเทอร์ เฮาเซอร์,เอมิลี่ บีแชม, เคอร์บี ฮาวเวลล์-แบบทิสต์ และ มาร์ก สตรอง

“เอ็มมา สโตน” นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ จาก La La Land ที่ได้มาแสดงนำในภาพยนตร์ไลฟ์แอ๊กชั่นเรื่องใหม่ล่าสุดของดิสนีย์เรื่อง “Cruella”ที่บอกเล่าช่วงเวลาเริ่มต้นสุดขบถของตัวละครวายร้ายที่ร้ายที่สุดและมาพร้อมแฟชั่นที่จัดจ้านที่สุดในโลกภาพยนตร์อย่าง ครูเอล่า เดอ วิลล์

ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวในลอนดอนในทศวรรษ 1970s ท่ามกลางบรรยากาศของยุคปฏิวัติพั้งค์ร็อก พร้อมเล่าเรื่องราวของสาวนักต้มตุ๋นผู้ฉลาดเฉลียวและสร้างสรรค์คนหนึ่งที่ชื่อ “เอสเตลล่า” เธอตั้งใจจะสร้างชื่อให้กับตัวเองด้วยผลงานการออกแบบของเธอ เธอได้ผูกมิตรกับโจรสาว 2 คน ที่มาถูกใจในความสามารถของเธอ และทำให้ทั้ง3 คนสามารถเอาชีวิตรอดบนถนนในลอนดอนร่วมกันได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ความเก่งกาจด้านแฟชั่นของเอสเตลล่าไปเข้าตา บารอนเนสฟอน เฮลแมน ผู้เป็นตำนานด้านแฟชั่นที่ทั้งชิคและน่าเกรงขาม รับบทโดย “เอ็มมา ทอมป์สัน” เจ้าของ 2 รางวัลออสการ์ จาก Howard’s End และ Sense and Sensi bility แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขานำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เอสเตลล่าต้องเผยด้านที่ชั่วร้ายของเธอออกมา และทำให้เธอกลายเป็นครูเอลล่าผู้ที่ทั้งดื้อรั้น ก้าวล้ำนำแฟชั่น และเต็มไปด้วยไฟแค้น

“Cruella”

3 กันยายนนี้
ทาง Disney+ Hotstar

หนังชนโรง : ‘The Green Knight’ ขึ้นแท่นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/595606

หนังชนโรง : ‘The Green Knight’  ขึ้นแท่นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี

หนังชนโรง : ‘The Green Knight’ ขึ้นแท่นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี

วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ไม่เคยทำให้ผิดหวัง สำหรับผลงานภาพยนตร์จากค่ายคุณภาพอย่าง A24 ที่ก่อนหน้านี้เคยส่งภาพยนตร์อย่าง The Lobster, Moonlight, Minari กวาดคำชม และกระแสชื่นชอบจากนักวิจารณ์รวมถึงผู้ชมทั่วโลกมาแล้ว ล่าสุดกับผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง “The Green Knight” ภาพยนตร์ที่นำเรื่องราวจากตำนานเหนือกาลเวลาของคิงอาเธอร์และอัศวินโต๊ะกลมมาตีความใหม่ ซึ่งสามารถกวาดคะแนนจาก Rotten Tomatoes ได้สูงถึง 94% รวมถึงได้รับคำวิจารณ์และคำชมบวกๆ จากทุกสถาบัน และกระแสเสียงตอบรับอย่างล้นหลามเตรียมขึ้นแท่นเป็นว่าที่ภาพยนตร์แห่งปีเป็นที่เรียบร้อย

“The Green Knight ทะลายกรอบหนังแฟนตาซีเอพิค คือผลงานคุณภาพที่ควรค่าให้ชมในโรงภาพยนตร์โดยแท้จริง”

Time Magazine

“เป็นอีกหนึ่งบทที่พิสูจน์ฝีมือของ เดฟ พาเทล ซึ่งเขาไม่ทำให้ผิดหวัง ผู้ชมจะสนุกไปกับการผจญภัยของเซอร์กาเวน ตั้งแต่เฟรมแรกถึงเฟรมสุดท้ายของเรื่องอย่างแน่นอน”

The Hollywood Reporter

“เดวิด โลเวอรี แสดงความเป็นศิลปินเต็มที่ใน The Green Knight พร้อมมอบบทบาทการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิตการทำงานของ เดฟพาเทล ทั้งสองคนจะพาให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นผลงานระดับขึ้นหิ้งในอนาคตแน่นอน”

RogerEbert.com

The Green Knight บอกเล่าเรื่องราวความกล้าหาญของ เซอร์กาเวน หลานชายของกษัตริย์อาเธอร์ กับบททดสอบสำคัญของอัศวินเมื่อเขาต้องเผชิญกับคำท้าของอัศวินมรกต เซอร์กาเวน เดินทางฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆโดยที่เขาต้องรับมือกับวิญญาณอาฆาต, ยักษ์ และโจร เพื่อค้นหาตัวตนและพิสูจน์คุณค่าของเขาต่อครอบครัวและอาณาจักร การเดิมพันเพื่อก้าวข้ามศึกสำคัญครั้งนี้จะเป็นอย่างไรเมื่อทุกอย่างตกอยู่ในอันตรายไม่เว้นแม้แต่ชีวิตเขาเอง

ผลงานการกำกับโดยผู้กำกับที่ได้รับการยกย่องอย่าง เดวิด โลเวอรี(A Ghost Story, Pete’s Dragon)นำแสดงโดย เดฟ พาเทล (Slumdog Millionaire, Lion), อลิเซีย วิกันเดอร์ (The Danish Girl,Tomb Raider) โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน (The King, The Great Gatsby), ซาริตา ชาวด์ฮิวรี่ (Modern Love) และ ฌอน แฮร์ริส (Mission : Impossible-Fallout)

“The Green Knight”

เร็วๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : ‘Gunpowder Milkshake’ แอ๊กชั่น มันส์ แซ่บ สะใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/592409

หนังชนโรง : ‘Gunpowder Milkshake’  แอ๊กชั่น มันส์ แซ่บ สะใจ

หนังชนโรง : ‘Gunpowder Milkshake’ แอ๊กชั่น มันส์ แซ่บ สะใจ

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ออกสตาร์ทสาดกระสุ บู๊ จนคว้า Rotten Tomatoes ไปถึง 71% สำหรับภาพยนตร์แอ๊กชั่น “Gunpowder Milkshake” กับการรวมตัวของทีมนักฆ่าหน้าสวยอย่าง คาเรน กิลแลน (Guardians of the Galaxy), ลีนา เฮดดี (Game of Thrones), มิเชล โหย่ว(crazy rich asians), แองเจล่า เบสเซ็ตต์ (Black Panther) และ คาร์ล่า กูจิโน่ (Spy Kids ) ที่พร้อมเช็คบิลความโหด อย่าทำให้เธอแค้นเพราะโหมดการฆ่าก็แค่ของหวานสำหรับพวกเธอ ล่าสุดหลังจากภาพยนตร์เข้าฉาย ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อมวลชน และนักวิจารณ์ถึงความน่าสนใจของเรื่องราว ลีลาแอ๊กชั่นแบบจัดเต็มถึงลูกถึงคน สนุกจนอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านกันเลยทีเดียว

“สาวๆ ในเรื่องจัดเต็มแบบไม่ห่วงลุคเราสัมผัสได้เลยว่าพวกเธอสนุกมากระหว่างถ่ายฉากแอ๊กชั่น ซึ่งความสนุกนั้นส่งมาถึงผู้ชมได้ชัดเจน”-Bloody Disgusting

“มันจับเอาข้อดีของหนังแนวต่างๆเข้ามาผสมไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแนวเวสเทิร์น,ฟิลม์นัวร์, หนังศิลปะการต่อสู้จนออกมาเป็นผลลัพธ์ที่กลมกล่อมซดได้คล่องคอ จะว่าไปก็เหมือนมิลค์เชคในชื่อเรื่อง”-Nerdist

“Gunpowder Milkshake จะเพิ่มระดับอะดรีนาลีนในเลือดคุณให้พลุ่งพล่าน พร้อมประกาศตัวว่าจะเป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ที่น่าจับตามอง”- Indiewire

“ผู้กำกับ นาวอท พาพูชาโดแสดงให้เราได้เห็นศักยภาพของเขาผ่านผลงาน “Gunpowder Milkshake” เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาพร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับสายแอ๊กชั่นแนวหน้าของวงการแล้ว”-The AU Review

“Gunpowder Milkshake เป็นหนังแอ๊กชั่นพลังหญิงชั้นคุณภาพที่นานๆ จะโผล่มาให้เห็นสักเรื่อง นับตั้งแต่ Kill Bill เลยก็ว่าได้”- AV Club

เรื่องราวของสองแม่ลูกมือสังหาร“สการ์เล็ต” (ลีนา เฮดดี) และ “แซม”(คาเรน กิลแมน) ที่ต้องโคจรมาเจอกันเพื่อล้างบางแก๊งอาชญากรขาโหด เพราะหลังจากที่สการ์เล็ตทิ้งแซมไปตั้งแต่อายุ 12 เธอถูกดูแลภายใต้องค์กรลับที่ชื่อ “The Firm” แซมเดินตามรอยแม่ และกลายมาเป็นนักฆ่าสุดแซ่บ แต่เธอกลับทำภารกิจสำคัญผิดพลาด เอาชีวิตเด็ก 8 ขวบ ไปเสี่ยงกับสงครามระหว่างแก๊ง ทางรอดเดียวของแซมคือต้องร่วมมือกับแม่ แถมงานนี้แม่ยังแท็กทีมอดีตเพื่อนร่วมวงการ กลับมาวาดลวดลายปิดบัญชีเลือดครั้งนี้ ให้มันรู้ว่าใครคือนักฆ่าตัวจริง

หนังชนโรง : ‘Jung-E’ ผลงานจากผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/589080

หนังชนโรง : ‘Jung-E’ผลงานจากผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง

หนังชนโรง : ‘Jung-E’ผลงานจากผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง

วันพุธ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“จองอี” (Jung-E) ภาพยนตร์แนวไซไฟเรื่องใหม่ล่าสุดของผู้กำกับมากฝีมือ ยอนซังโฮ พร้อมยืนยันทัพนักแสดงนำแถวหน้าอย่าง คังซูยอนคิมฮยอนจู และ รยูคยองซู

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 22 ซึ่งเป็นยุคที่เกิดหายนะจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจนทำให้มนุษย์ไม่อาจอาศัยอยู่บนโลกได้อีกต่อไป และต้องไปอาศัยอยู่ตามที่หลบภัยที่สร้างขึ้นเอง และแล้วสงครามภายในก็อุบัติขึ้น บทสรุปของสงครามแขวนอยู่บนความสำเร็จของเทคโนโลยีโคลนนิ่งสมองของจองอี หุ่นยนต์ทหารรับจ้างระดับตำนาน โดยผู้กำกับชื่อดัง ยอนซังโฮ ผู้สร้างประวัติศาสตร์และปูทางให้กับอนาคตวงการ

ภาพยนตร์เกาหลีด้วยผลงานการกำกับภาพยนตร์ชื่อดังไว้มากมายอย่าง ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง (Train to Busan), ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง(Peninsula) และ สื่อรักข้ามภพ (Hellbound) เปิดเผยว่าธีมหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการโคลนนิ่งสมองและหุ่นยนต์ทหารรับจ้างที่มีความเหมือนมนุษย์จนน่าทึ่ง

สำหรับทัพนักแสดงของภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เริ่มจากตัวแม่ในวงการอย่าง คังซูยอน ที่กลับมารับงานแสดงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี โดยคังซูยอนเป็นนักแสดงเกาหลีคนแรกที่ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากงาน Venice Film Festival หรือเทศกาลภาพยนตร์เวนิส ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 เทศกาลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยเป็นรางวัลที่ได้รับจากบทบาทของเธอในภาพยนตร์เรื่อง The Surrogate Womb เมื่อปี ค.ศ.1986 อีกทั้งคังซูยอนยังได้ฝากผลงานการแสดงชื่อดังไว้มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Blue In You หรือ ศึกชิงบัลลังก์จอมนาง (Ladies of the Palace) ตลอดจนผลงานคุณภาพอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงในตำนานที่กรุยทางให้กับยุคทองของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลี ในเรื่องนี้ คังซูยอนรับบทเป็น “ซอฮยอน”หัวหน้าทีมห้องปฏิบัติการโคลนนิ่งสมองและเทคโนโลยี AI โดยซอฮยอนเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบเกี่ยวกับการทดลองโคลนนิ่งสมองและความสามารถในการต่อสู้ของจองอี

คิมฮยอนจู รับบทอันโดดเด่นเป็น “จองอี”ทหารชั้นสูงสุดแห่งกองกำลังพันธมิตรที่ต่อสู้กับกองกำลังศัตรูจากที่หลบภัย และยังเป็นต้นแบบของการทดลองโคลนนิ่งสมอง ด้วยความสามารถด้านการแสดงจากผลงานซีรี่ส์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Watcher และ ปฏิบัติการซ้อนเงา (Undercover) คิมฮยอนจูจะต้องถ่ายทอดอารมณ์อันซับซ้อนผ่านการแสดงเป็น “ทหารรับจ้างระดับตำนาน” ซึ่งต่อสู้สุดกำลังในฉากรบอันทรงพลัง และยังต้องทรมานกับการทดลองโคลนนิ่งสมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

รยูคยองซู รับบท “ซังฮุน” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยซึ่งมุ่งมั่นที่จะโคลนนิ่งสมองของจองอีให้สำเร็จ เพื่อนำกลุ่มพันธมิตรไปสู่ชัยชนะให้ได้ภาพยนตร์เรื่องนี้นับว่าพลิกบทบาทของเขาแบบ180 องศา จากบทที่เคยได้รับในผลงานภาพยนตร์เรื่อง A Resistance รวมถึงผลงานซีรี่ส์อย่าง ธุรกิจปิดเกมแค้น (Itaewon Class) และ ความรักในเมืองใหญ่ (Lovestruck in the City) สำหรับคิมฮยอนจูและรยูคยองซูนั้น นับว่าเป็นการสานต่อการร่วมงานกับผู้กำกับยอนซังโฮ หลังจากที่ทั้งคู่ได้ร่วมงานกับเขามาแล้วในซีรี่ส์เรื่องใหม่จาก Netflix ที่กำลังจะปล่อยออกมาในเร็วๆ นี้ อย่าง สื่อรักข้ามภพ (Hellbound)

หนังชนโรง : คู่แสบสุดซ่าส์ ‘ไรอัน เรย์โนลด์’ และ ‘แซมมวล แอล แจ็คสัน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/587331

หนังชนโรง : คู่แสบสุดซ่าส์ ‘ไรอัน เรย์โนลด์’ และ ‘แซมมวล แอล แจ็คสัน’

หนังชนโรง : คู่แสบสุดซ่าส์ ‘ไรอัน เรย์โนลด์’ และ ‘แซมมวล แอล แจ็คสัน’

วันพุธ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หากคุณเคยประทับใจในเรื่องราวของสองขั้วนักฆ่า ผลงานแอ๊กชั่นคอเมดี้ ในภาพยนตร์ “The Hitman’s Bodyguard (2017)” หรือ ในชื่อไทย “แสบ ซ่าส์ แบบว่าบอดี้การ์ด” กับการโคจรมาพบกันของสองนักแสดงสายแข็งฮอลลีวู้ด “แซมมวล แอล แจ็คสัน” และ “ไรอันเรย์โนลด์” ในบทบาทสองยอดคนต่างขั้วสุดอันตราย

โดยหนังภาคแรกกวาดกระแสตอบรับจากแฟนๆ ไปอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในด้านเคมีการแสดงของสองนักแสดงนำ “แซมมวล แอล แจ็คสัน” และ“ไรอัน เรย์โนลด์” ที่รับ-ส่งมุขกันได้อย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ จัดเต็มฉากแอ๊กชั่นและมุขตลกอย่างครบครัน ขึ้นแท่นภาพยนตร์แอ๊กชั่นคอเมดี้สายพันธุ์แท้ มันส์กว่า เข้มข้นกว่า ฮาวายป่วงกว่าหนังบอดี้การ์ดเรื่องไหนๆ ที่คุณเคยสัมผัสบนจอภาพยนตร์

“Hitman’s Wife’s Bodyguard แสบ ซ่าส์ แบบว่าบอดี้การ์ด 2” ในภาคนี้สุดยอดบอดี้การ์ดระดับพระกาฬ ไมเคิล ไบรซ์ (ไรอันเรย์โนลด์) เลือกที่จะพักงานตัวเองเพื่อรักษาสภาพจิตใจ แต่แล้วเขากลับถูก โซเนีย คินเคด(ซัลมา ฮาเย็ก) ภรรยาของมือสังหารรุ่นใหญ่ลายครามแห่งวงการนักฆ่า ดาเรียส คินเคด (แซมมวล แอล แจ็คสัน) หลอกให้มาทำภารกิจตามหาสามีที่โดนลักพาตัว ก่อนที่ทั้งสามคนจะต้องร่วมมือกันหยุดยั้งอาชญากรสุดเหี้ยม อริสโตเติล (แอนโตนิโอ แบนเดอรัส) ที่หมายจะก่อวินาศกรรมทั่วยุโรป

อีกหนึ่งความพิเศษของหนังภาคแรก อย่าง “The Hitman’s Bodyguard (2017)” คือการถูกจับตามองในฐานะภาพยนตร์ที่สร้างเพื่อล้อเลียนผลงานโรแมนติกระดับตำนาน อย่าง “The Bodyguard (1992)” ที่ เควินคอสต์เนอร์ และ วิทนีย์ ฮุสตั้น แสดงนำ สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ใบปิดของภาพยนตร์นั้นปรากฏภาพ ไรอัน เรย์โนลด์ ที่กำลังอุ้ม แซมมวลแอล แจ็คสัน ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน ในลักษณะเดียวกับที่ เควิน คอสเนอร์ เคยอุ้ม วิทนีย์ ฮุสตั้น ในใบปิดภาพยนตร์ปี 1992 จนทำให้เกิดข่าวลือหนาหูว่านี่คือภาพยนตร์ล้อเลียนหนังแอ๊กชั่นโรแมนติกชื่อดังระดับตำนาน

กำกับโดย แพททริค ฮิวจ์ (The Hitman’sBodyguard) นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์(Deadpool 2), แซมมวล แอล แจ็คสัน (Avengers: Endgame), ซัลม่า ฮาเย็ค (Frida) สมทบความมันส์โดย แฟรงค์ กริลโล (Captain America : The Winter Soldier) ร่วมด้วยแอนโตนิโอ แบนเดอรัส (The Expendables 3)และ มอร์แกน ฟรีแมน (Angel Has Fallen)

“Hitman’s Wife’s Bodyguard แสบ ซ่าส์แบบว่าบอดี้การ์ด 2”

เร็วๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : จากเรื่องจริง ผ่านการแสดงของ ‘จอห์นนี เดปป์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/585584

หนังชนโรง : จากเรื่องจริง ผ่านการแสดงของ ‘จอห์นนี เดปป์’

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“City Of Lies ทูพัค บิ๊กกี้ คดีไม่เงียบ”ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงบันทึกของ แรนดัลล์ ซัลลิแวน ผ่านการแสดงของดาราระดับออสการ์ จอห์นนี เดปป์ และ ฟอเรสต์วิตเทคเกอร์ ปริศนาฆาตกรรมที่อาจถูกทำให้เงียบของสองตำนานแร็พเปอร์ชื่อดังแห่งยุค 90 อย่าง “ทูพัค อมารู ชาเคอร์” และ “โนทอเรียส บี ไอ จี(หรือ บิ๊กกี้ สมอลล์)” สู่การเปิดโปงครั้งสำคัญที่ทำให้ทั้งกรมตำรวจแอลเอ ต้องสะเทือน

เดิมความสัมพันธ์ระหว่าง ทูพัค และ บิ๊กกี้เป็นไปด้วยดี พวกเขาสนิทกันเหมือนพี่น้อง ทั้งคู่พบกันในปี 1993 ซึ่งเป็นช่วงที่ ทูพัค กำลังมีชื่อเสียงจากอัลบั้มชุดแรก ทั้งคู่ถูกคอกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเพื่อนรักที่ไม่อาจแยกจากกันในช่วงนั้น บิ๊กกี้ เป็นเพียงนักร้องเพลงแร็พที่ยังทำเดโมเพลงแบบดิบๆ ในขณะที่ทูพัคเป็นศิลปินที่โด่งดัง ในครั้งนั้นทูพัคยังเคยให้บิ๊กกี้ขึ้นเล่นคอนเสิร์ตบนเวทีของเขาด้วย

เรื่องราวความขัดแย้งเริ่มต้นจาก บิ๊กกี้ขอร้องให้ ทูพัค รับเขาไว้เป็นนักร้องร่วมค่าย แต่ทูพัค กลับบอกให้ บิ๊กกี้ รับคำชวนของ ฌอน พัฟฟีโคมบ์ส เพื่อเป็นศิลปินเพลงค่าย Bad Boy Records แทน นั่นทำให้ บิ๊กกี้ มีอารมณ์โกรธอยู่ในใจ แต่ก็เซ็นสัญญากับพัฟฟี ในปี 1994 และออกอัลบั้มแรก Ready to Die โดยใช้ชื่อศิลปินว่า The Notorious B.I.G. และสร้างชื่อเสียงมหาศาลให้กับค่ายของพัฟฟี

สถานการณ์ดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นเมื่อ ทูพัค และผู้จัดการของเขา ไฮเทียน แจ็คถูกตั้งข้อหาทารุณกรรมทางเพศและมีอาวุธผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง ทูพัคให้การว่าอาวุธเหล่านั้นเป็นของบิ๊กกี้ เหตุการณ์นั้นทำให้เขารอดจากการคุมขัง แต่ยังไม่วายถูกลอบยิงในปีเดียวกัน ซึ่งในที่เกิดเหตุขณะที่ทูพัคพยายามเอาชีวิตรอดจากกระสุนห้านัดที่ค้างอยู่ในร่าง เขาได้พบกับ พัฟฟี และ บิ๊กกี้ แต่ทั้งคู่กลับเมินสภาพใกล้ตายของเขาแล้วจากไป

ในเดือนถัดมาศาลนำคดีของทูพัคมาไต่สวนอีกครั้ง ครั้งนี้เขาถูกสั่งจำคุกหนึ่งปี แต่ด้วยการยื่นมือเข้าช่วยเหลือของ ซูจ ไนท์ แห่ง Death Row Records เจ้าของค่ายเพลงฮิปฮอปแกมมาเฟียในแอลเอ ประกันตัวทูพัคและยื่นข้อเสนอให้เขาเข้ามาเป็นศิลปินในค่าย พร้อมโจมตีค่ายของพัฟฟี และแก้เผ็ดด้วยการชวนบิ๊กกี้มาแสดงในงานที่ไม่มีจริง ซึ่งเป็นไปได้ว่าซูจกำลังแบกรับความแค้นของทูพัคไว้ และใช้อิทธิพลของเขาเล่นงานวงการฮิปฮอปฝั่งตะวันออกอย่างกัดไม่ปล่อย ความแตกหักระหว่างสองชายฝั่งจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

7 กันยายน 1996 ทูพัคถูกลอบยิงอีกครั้งหลังจากชมการชกของ ไมค์ ไทสัน ที่แอลเอซึ่งเขาเสียชีวิตในอีกหกวันถัดมา และในวันที่ 9 มีนาคม 1997 ที่แอลเอเช่นเดียวกัน บิ๊กกี้ถูกจ่อยิงกลางแยกไฟแดงขณะนั่งรถกลับบ้าน ความตายของพวกเขายังไม่สามารถหาคนร้ายที่ก่อเหตุได้ แต่ที่แน่ๆ ทั้งคู่ต่างทิ้งผลงานเพลงฮิปฮอปให้คงอยู่ในใจแฟนเพลงทั่วโลก

25 ปีผ่านไป!! คดีนี้ยังไม่คลี่คลาย ยังไม่มีใครที่ล่วงรู้ความจริง มีเพียงนักสืบ รัสเซล พูล รับบทโดย จอห์นนี เดปป์ เพียงผู้เดียวที่เสี่ยงชีวิตเพื่อสืบคดีที่อาจพัวพันไปถึงอำนาจมืด และเขาคือผู้เก็บงำความจริงที่ถูกทำให้เงียบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ความจริงยังพอมีเค้าลางให้ปรากฏ เมื่อนักข่าวอย่าง แรนดัลล์ ซัลลิแวนรับบทโดย ฟอเรสต์ วิตเทคเกอร์ ได้เคยสัมภาษณ์นักสืบพูล อย่างลับๆ และจดบันทึกทุกสิ่งที่พูลรู้เขาพร้อมที่จะเปิดโปงอะไรบางอย่างที่อาจจะทำให้ระบบรักษาความยุติธรรมของลอสแองเจลิสต้องสั่นคลอน

“City of Lies ทูพัค บิ๊กกี้ คดีไม่เงียบ”

เร็วๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : รู้จักตัวตน ‘เฟรดดี้ ไฮร์มอร์’ กับ 5 เรื่องราวสุดทึ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/583857

หนังชนโรง : รู้จักตัวตน ‘เฟรดดี้ ไฮร์มอร์’  กับ 5 เรื่องราวสุดทึ่ง

หนังชนโรง : รู้จักตัวตน ‘เฟรดดี้ ไฮร์มอร์’ กับ 5 เรื่องราวสุดทึ่ง

วันพุธ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เจ้าของมีมอมตะตลอดกาล

“เฟรดดี้ ไฮมอร์” นักแสดงหนุ่มหล่อมากความสามารถที่โลดแล่นในวงการภาพยนตร์มาตั้งแต่วัยเด็ก ที่เร็วๆ นี้ เขากำลังมีผลงานเรื่องใหม่กับบทบาท “ทอม” วิศวกรหนุ่มอัจฉริยะในภาพยนตร์โจรกรรมแอ๊กชั่นฟอร์มยักษ์“Way Down หยุดโลกปล้น” ที่ได้คิวจ่อฉายในบ้านเรา 1 กรกฎาคมนี้ ก่อนที่เราจะไปพิสูจน์ความสามารถโคตรอัจฉริยะของเขา เราลองมาทำความรู้จัก “เฟรดดี้ ไฮมอร์” ให้มากขึ้นกันดีกว่า

เจ้าของมีมอมตะตลอดกาล

จำภาพเด็กชายที่นั่งอยู่ข้างจอห์นนี่ เดปป์ ฉากจากภาพยนตร์เรื่อง Finding Neverland ได้หรือไม่ นั่นแหละคือเขา “เฟรดดี้ ไฮร์มอร์” ที่ปัจจุบันผ่านมากว่า 17 ปีแล้ว แต่มีมนี้ยังคงถูกนำมาใช้เล่นมุขล้อเลียนกับกระแสต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่ากลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก

ตีบทแตกแต่เด็ก

เรียกได้ว่าเฟรดดี้ถือเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่เด็กเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่เขาแจ้งเกิดจากบทบาทเด็กชายผู้โชคดีใน Charlie and The Chocolate Factory ภาพยนตร์แฟนตาซีในดวงใจใครหลายคนที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักตั้งแต่อายุเพียง 13 ปีเฟรดดี้ ก็ยังคงมีผลงานการแสดงออกมาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น The Spiderwick Chronicles,Arthur and the Invisibles และอีกมากมาย

ดาราผู้ไม่เล่นโซเชียล

ใครจะเชื่อว่านักแสดงหนุ่มผู้เป็นที่รู้จักทั่วโลก รวมถึงมีผลงานมากมาย แต่เขากลับไม่เล่นโซเชียลมีเดีย ซึ่งเฟรดดี้เคยให้สัมภาษณ์ว่าเพราะเขาต้องการให้ชีวิตส่วนตัวแบ่งแยกจากเรื่องงานอย่างชัดเจน รวมถึงประเด็นข่าวฉาวจึงไม่เคยมีออกมาให้แฟนคลับเห็นเช่นกัน

เพื่อนสนิทแฮร์รี่ พอตเตอร์

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า “เฟรดดี้ ไฮร์มอร์”เป็นเพื่อนสนิทกับ “แดเนียล แรดคลิฟฟ์”นักแสดงชื่อดังที่รับบทเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพราะแม่ของเฟรดดี้ ทำอาชีพคัดเลือกนักแสดงซึ่ง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็คือหนึ่งในนั้น ครอบครัวของพวกเขาจึงสนิทกันมากเพราะรู้จักและทำงานด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งทั้งคู่ก็ถือว่าเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังเด็ก

อัจฉริยะทั้งนอกจอและในจอ

นอกจากเฟรดดี้จะเป็นนักแสดงโคตรอัจฉริยะแล้ว ในชีวิตจริงเขาก็ถือเป็นเด็กหนุ่ม ที่มีความสามารถเก่งเกินอายุไปมาก เพราะไม่เพียงแค่ความสามารถในการพูดได้ถึง 4 ภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอารบิก เขายังนั่งแท่นผู้กำกับในซีรี่ส์ The Good Doctor อีกด้วย

ล่าสุดในปีนี้ “เฟรดดี้ ไฮมอร์” ก็ได้พลิกบทท้าทายความสามารถตัวเองอีกครั้ง กับการกลับมารับบทนำภาพยนตร์ในรอบหลายปี ครั้งแรกของการรับบทโคตรโจร ที่ต้องเป็นมันสมองของทีม วางแผนการทุกอย่างในภารกิจนำทีมโคตรโจรอัจฉริยะออกปล้นธนาคารแห่งชาติสเปน เจาะตู้เซฟอายุกว่า 100 ปี ที่มีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดในโลก ท่ามกลางการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่มีเวลาเพียง 105 นาที ในการปฏิบัติภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ดาราผู้ไม่เล่นโซเชียลดาราผู้ไม่เล่นโซเชียลอัจฉริยะทั้งนอกจอและในจออัจฉริยะทั้งนอกจอและในจออัจฉริยะทั้งนอกจอและในจออัจฉริยะทั้งนอกจอและในจอเพื่อนสนิท แฮรี่ พอตเตอร์เพื่อนสนิท แฮรี่ พอตเตอร์ตีบทแตกแต่เด็กตีบทแตกแต่เด็กตีบทแตกแต่เด็กตีบทแตกแต่เด็ก

หนังชนโรง : มิตรภาพกว่า 20 ปี ของ ‘กาย ริชชี่’ กับ ‘เจสัน สเตทแธม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/582150

หนังชนโรง : มิตรภาพกว่า 20 ปี  ของ ‘กาย ริชชี่’ กับ ‘เจสัน สเตทแธม’

หนังชนโรง : มิตรภาพกว่า 20 ปี ของ ‘กาย ริชชี่’ กับ ‘เจสัน สเตทแธม’

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้งที่แฟนๆคอหนังต่างเฝ้ารอคอย สำหรับแอ๊กชั่นสตาร์ขาบู๊เจสัน สเตทแธม และผู้กำกับมือเก๋าสุดคูล กาย ริชชี่หลังจากทั้งคู่ได้ร่วมงานกันครั้งสุดท้ายในภาพยนตร์ “REVOLVER” (2005) ล่าสุดในปี 2021ทั้งคู่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งให้หายคิดถึงในภาพยนตร์ เรื่อง “WRATH OF MAN คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก” ที่มีคิวจ่อฉายในบ้านเรา วันที่ 29 กรกฎาคมนี้

ผู้กำกับ กาย ริชชี่ ได้เผยว่า สำหรับเขาแล้วนักแสดงเพียงคนเดียวที่เหมาะสมสำหรับบทบาท เอช ตัวละครหลักของเรื่องต้องเป็น เจสัน สเตทแธมคนเดียวเท่านั้น “ผมสนใจเจสันในฐานะนักแสดงมาโดยตลอด จริงๆ แล้วผมเป็นคนแรกที่เลือกเขามารับบทบาทใน Lock, Stock and Two Smoking Barrels ผมคิดเสมอว่าเขาควรจะเป็นดาราผู้ประสบความสำเร็จของวงการ และผมก็ดีใจมากที่ได้เห็นเขากลายเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาอยู่ระหว่างการเดินทางบนเส้นทางของเขา ผมก็อยู่ในส่วนของผม และผมคิดว่าครั้งนี้จะเป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์แบบสำหรับเราทั้งคู่ที่ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่องนี้มันไม่ตลกเลย มันมีเนื้อหาที่ดุดันและรุนแรง เราเล่นกับความรู้สึกของการแก้แค้น ครอบครัว บาปของผู้เป็นพ่อที่สุดท้ายลูกชายกลายเป็นผู้รับเคราะห์”

ด้านนักแสดงชื่อดังอย่าง เจสัน สเตทแธม ที่ตัดสินใจรับงานนี้ “มันง่ายมากเลย เพียงแค่เรียกเขามาและพูดคุยกับเขาเพียงสองนาทีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร กายต้องการให้รู้สึกสมจริง ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ยอมให้ผมเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหลจนเกินไป”

“วิธีการของเขาในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวคือการใช้วิธีแบบพื้นฐาน โดยในแต่ละวันให้คุณเข้าไปในโลกของเรื่องราวในหนัง และคิดออกมาว่าตัวละครกำลังจะทำอะไรในสถานการณ์ที่กำลังจะเกิด วิธีนี้ช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนจริงตามที่เราต้องการ ซึ่งในปัจจุบันยากมากที่ผู้กำกับจะทำเช่นนี้ เว้นแต่คุณจะมั่นใจมากจนรู้ว่าต้องจับภาพผ่านเลนส์ของกล้องอย่างไรเพื่อให้งานออกมาอย่างที่คิด และกายก็ทำเช่นนั้น”

“ผมตกหลุมรักอาชีพนี้ด้วยลอตเตอรีที่กายเป็นคนมอบให้ในภาพยนตร์เรื่อง Lock, Stock and Two Smoking Barrels”

สำหรับการทำงานร่วมกับ เจสัน สเตทแธมผู้กำกับ กาย ริชชี่ กล่าวว่าความร่วมมือของพวกเขาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความสนิทสนมและมิตรภาพที่เติบโตมาตลอดหลายทศวรรษ นอกจากนี้พวกเขายังคงทำงานร่วมกันในโปรเจกท์ต่อไปในหนังสายลับของ Miramax

“เจสันกับผมมีความสัมพันธ์เช่นเดิมตลอด 22 ปี ที่เรารู้จักกันอย่าคิดว่าผมกับเจสันโกรธกัน ผมไม่คิดว่าเราเคยพูดขัดกัน เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของผม มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เจสันสามารถจัดการกับชีวิตของเขาได้อย่างชำนาญและเขามีสติปัญญาที่ยอดเยี่ยม ผมเคารพเขาในฐานะนักแสดงและในฐานะมนุษย์คนหนึ่งอย่างแท้จริง”ผู้กำกับ กล่าว

เจสัน สเตทแธม เล่าเสริมว่า “เราทั้งคู่มาไกลกันมากตั้งแต่เริ่มทำงานร่วมกันเมื่อ 20 กว่าปีก่อน” สิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ ในสถานการณ์เช่นนี้คือดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ แต่ความจริงก็คือมันไม่มีเลย ผมตกหลุมรักอาชีพนี้ด้วยลอตเตอรีที่กายเป็นคนมอบให้ในภาพยนตร์เรื่อง Lock, Stock and Two Smoking Barrels ถ้าทั้งหมดที่ผมทำมาตลอดคือการทำงานให้กับกาย
ริชชี่ ผมกล่าวได้ว่าผมเป็นคนที่มีความสุขมากเลย”

สำหรับ เจสัน สเตทแธม และ กาย ริชชี่ถือเป็นอีกหนึ่งคู่ผู้กำกับ-นักแสดงคู่บุญ ที่ผ่านการร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน โดย สเตทแธมเคยแสดงนำในหนังของ กาย ริชชี่ มาแล้วถึง3 ครั้ง นับตั้งแต่ผลงานแกงสเตอร์คอเมดี้สุดคัลท์Lock, Stock and Two Smoking Barrels(1998), ต่อด้วยผลงานแอ๊กชั่นคอเมดี้สุดกวนโดนใจคอหนัง Snatch (2000) และผลงานแอ๊กชั่นอาชญากรรมใน Revolver (2005)

หนังชนโรง : ‘Hospital Playlist’ เรื่องราวแสนละเมียดละไมอบอุ่นหัวใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/580475

หนังชนโรง : ‘Hospital Playlist’  เรื่องราวแสนละเมียดละไมอบอุ่นหัวใจ

หนังชนโรง : ‘Hospital Playlist’ เรื่องราวแสนละเมียดละไมอบอุ่นหัวใจ

วันพุธ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ ซีซั่น 2” เตรียมกลับมาสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพสุดอบอุ่นหัวใจ หลังจากเรื่องราวที่ตอนจบซีซั่นแรกทิ้งไว้ ทำให้แฟนๆ อดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับแต่ละตัวละครในซีซั่นใหม่ในซีซั่น 2 นี้ คุณหมอทั้งห้าจะกลับมาพร้อมเรื่องราวของมิตรภาพที่ขับเคลื่อนไปด้วยการเย้าแหย่ มื้ออาหารแสนอร่อย และบทเพลงจากวงดนตรีที่มีให้ชมอย่างจุใจกว่าเดิมอย่างแน่นอน การันตีความสนุกสนานและความอบอุ่นประทับใจจากเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนสนิทที่ถือเป็นลายเซ็นจากผู้สร้าง ซีรี่ส์ “Reply 1988”

ถ้าคุณคาดหวังว่านี่จะเป็นซีรี่ส์หมอที่มีแต่ฉากเคร่งเครียดในโรงพยาบาลละก็เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ (Hospital Playlist) แทบจะสวนทางกับสิ่งที่คุณคาดหวัง เพราะซีรี่ส์เรื่องนี้นั้นอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวสุดอบอุ่นประทับใจที่แทรกอยู่อย่างละเมียดละไมในฉากชีวิตประจำวันอันแสนธรรมดาในโรงพยาบาล

ซีรี่ส์เล่าถึงชีวิตของคุณหมอทั้งห้าที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนแพทย์และได้มาทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน แม้ว่าคุณหมอทั้งห้ามีบุคลิกและสาขาความเชี่ยวชาญแตกต่างกันออกไป แต่ก็เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยมิตรภาพที่ลงตัว เริ่มจากอีอิกจุน (โจจองซอก) แพทย์โรคตับที่เป็นคนสนุกสนาน ใส่ใจผู้คนรอบข้าง และรักลูกชายเสียยิ่งกว่าอะไร อันจองวอน (ยูยอนซอก) กุมารแพทย์ผู้เป็นพ่อพระ เป็นผู้เสียสละ และไม่สนใจวัตถุนิยมใดๆ คิมจุนวาน (จองคยองโฮ)ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก ที่แม้ภายนอกจะดูแข็งกระด้างแต่ความจริงแล้วอ่อนโยนแถมชอบกินของหวานเป็นชีวิตจิตใจ แชซงฮวา(จอนมีโด) ประสาทศัลยแพทย์ที่หลงรักการตั้งแคมป์กลางธรรมชาติ เธอทำได้ดีไปเสียทุกอย่าง เว้นแต่การร้องเพลงเท่านั้น และคุณหมอคนสุดท้าย ยางฮยอนซอก (คิมแดมยอง)สูตินรีแพทย์ที่รักสันโดษ และอุทิศความรักทั้งหมดให้แม่ของเขา

“เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ ซีซั่น 2”

17 มิถุนายนนี้ ทาง Netflix

หนังชนโรง : ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์ กวาดรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/578823

หนังชนโรง : ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์ กวาดรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท

หนังชนโรง : ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์ กวาดรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“A WRITER’S ODYSSEY จอมยุทธ์ทะลุภพ” ภาพยนตร์แอ๊กชั่นแฟนตาซีผจญภัยฟอร์มยักษ์จากแดนมังกร ที่ถล่มรายได้ในจีนไปกว่า5,000 ล้านบาท สร้างโดยดัดแปลงมาจากตอนสั้นของนิยายเรื่องAssassinate a Novelist กำกับและเขียนบทโดย ลู่หยาง (Brotherhood of Blades 2014) ได้ซูเปอร์สตาร์สาวแถวหน้าของจีน หยางมี่ มารับบทนำ

“A WRITER’S ODYSSEY” คือภาพยนตร์เกี่ยวกับความหวังและความศรัทธา ถ่ายทอดเรื่องราวในโลกแห่งนิยายแฟนตาซีที่ตัวเอกซึ่งเป็นนักรบต้องออกเดินทางเพื่อต่อสู้พิชิตระบอบการปกครองที่โหดร้ายจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในนิยายก็เริ่มกลับกลายเป็นความจริง อีกหนึ่งความพิเศษที่ถือเป็นจุดเด่นของภาพยนตร์คืองานซีจีและสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่เนรมิตฉากการต่อสู้ออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยผลงานการสร้างของ United Entertainment Partners ผู้สร้างหนังเรื่อง The Wandering Earth ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ทำเงินถล่มทลายในจีนมาแล้ว นอกจากนี้หนังยังถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์ และมีฉากจอกว้างแบบไอแม็กซ์มากกว่าหนึ่งชั่วโมง

เรื่องราวของนักเขียน ลู่คงเหวิน (ตงจื่อเจี้ยน) ที่เขียนนิยายแฟนตาซีเรื่อง นักล่าเทพเจ้า ซึ่งเล่าถึงนักรบหนุ่มที่มีภารกิจต้องเดินทางไปพิชิตปีศาจผมแดง แต่แล้วด้วยความอัศจรรย์บางอย่าง กลับทำให้โลกในนิยายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโลกแห่งความเป็นจริง จากเหตุการณ์นี้เอง กวนหนิง (เหลยเจียอิน) จึงยอมตกลงทำภารกิจฆ่าลู่คงเหวิน ตามคำสั่งของ ถูหลิง (หยางมี่) ซึ่งดูเหมือน หลี่มู่ (เหอเหว่ยหยู) หัวหน้าของเธอจะกุมความลับบางอย่างไว้ จนนำไปสู่เรื่องราวการลอบสังหารที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์เหนือจินตนาการ

“A WRITER’S ODYSSEY จอมยุทธ์ทะลุภพ”

เร็วๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์