หนังสือเด่น : เปลี่ยนพฤติกรรมมากินอาหารธรรมชาติ ต้านมะเร็งร้ายและช่วยฟื้นฟูร่างกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/683739

หนังสือเด่น : เปลี่ยนพฤติกรรมมากินอาหารธรรมชาติ  ต้านมะเร็งร้ายและช่วยฟื้นฟูร่างกาย

หนังสือเด่น : เปลี่ยนพฤติกรรมมากินอาหารธรรมชาติ ต้านมะเร็งร้ายและช่วยฟื้นฟูร่างกาย

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สาเหตุการตายของคนทั่วโลกกว่าร้อยละ 50 คือมีประชากรจำนวน 11 ล้านคนทั่วโลก เสียชีวิตเพราะกินเค็มหรือกินอาหารขยะ ที่จริงแล้วปัญหานี้แก้ไม่ยากเพียงแต่กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็เท่านั้นตามการดำเนินชีวิตในทุกวันนี้ที่เร่งรีบ เรากินอาหารสุขภาพกันน้อย และกินอาหารขยะมากขึ้น เฉินเยว่ชิง ผู้เขียนหนังสือ “กินผิดชีวิตป่วย” แปลไทยโดย ชาญ ธนประกอบจะมาแนะนำวิธีกินให้สุขภาพแข็งแรง

นักเขียนคนนี้ เป็นสื่อมวลชนผู้มีชื่อเสียง และนักเขียนหนังสือขายดีตลอดเส้นทางของชีวิตเธอ 30 ปี ได้ช่วยเหลือสามีที่ป่วยด้วยมะเร็ง และผู้ป่วยมะเร็งอื่นๆ ด้วยการกินอาหารรักษามะเร็งจนบางคนหายเป็นปลิดทิ้ง และภาวะความดันสูง น้ำตาลในเลือดสูงไขมันในเลือดสูง ภูมิแพ้ อาการนอนไม่หลับ และอาการวัยทองของกลุ่มหมดระดู และลดความทรมานด้วยการเคมีบำบัด จนกลับมาสุขภาพดีอีกครั้งเธอจึงผลักดันการกินอาหารจากธรรมชาติเพื่อต้านมะเร็งและอาการอื่นๆ ดังกล่าวที่ปัจจุบันมีผลวิจัยยืนยันว่าการปรับพฤติกรรมการกินอาหารและการใช้ชีวิตคือกลไกสำคัญที่ทำให้ร่างกายฟื้นฟูและกลับมาแข็งแรง

หนังสือประกอบไปด้วยสูตรลับอาหารเพื่อสุขภาพ ช่วยป้องกัน และรักษาโรคมะเร็งและอื่นๆ ได้แก่ โรคหัวใจภูมิแพ้ ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคตับ โรคระบบทางเดินอาหาร เป็นสูตรทำง่ายอร่อย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และผู้ป่วยโรคต่างๆ อายุตั้งแต่ 1-99 ปี สตรีมีครรภ์ ทารกเด็กเล็กคนเจ็บออดๆ แอดๆ เป็นหวัดและท้องอืดประจำหรือเรียกว่า ภาวะพร่องสุขภาพ สามารถกินได้ มีทั้งหมด 82 สูตรลับเพื่อสุขภาพ สารพฤกษเคมี และสารอาหารต้านอนุมูลอิสระ อาทิ น้ำปั่น สลัดซอส โจ๊ก และอาหารบด ทำอย่างไรถึงจะทำให้อาหารอร่อย รสชาติดีทำอย่างไรถึงจะกินเปลือกของเมล็ดผักผลไม้ให้อร่อย นอกจากสูตรอาหารแล้ว ยังมีเรื่องราวของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เอาชนะมะเร็งด้วยอาหารบำบัดว่าเอาชนะโรคร้ายได้อย่างไร

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ป่วยโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง เป็นคนธรรมดาที่มักเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ หรือเป็นผู้รักสุขภาพ หนังสือ “กินผิด ชีวิตป่วย” เล่มนี้จะทำให้แข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังสอดแทรกเรื่องราวของคนที่เคยรักษาโรคด้วยเมนูดังกล่าวแล้วหายป่วย เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้อ่านที่อยากหันมาดูแลสุขภาพด้วยอาหารการกิน เริ่มเปิดตำรา ค้นหาเมนูที่ชอบ มากินผักให้มากขึ้น กินสารก่อมะเร็งให้น้อยลง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง อายุที่ยืนยาว และชีวิตก็จะมีแต่ความสุข ราคาจำหน่ายเล่มละ 375 บาท

เมืองอนาคต มนุษย์ สังคม ปัญญาประดิษฐ์สุดล้ำ

ทุกชีวิตขับเคลื่อนอยู่ในมือที่มองไม่เห็น

อาทาเดีย ผู้เขียน ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ คือเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยมือที่มองไม่เห็น แต่รู้ข้อมูลของประชากรทุกคน รู้ว่าตื่นขึ้นมาจะทำอะไร จะกินอะไร จะแต่งตัวอย่างไร จะไปไหน จะแต่งงานกับใคร อาทาเดีย เป็นหนังสือที่แปลงเรื่องยากอย่างวิทยาศาสตร์ข้อมูลหรือ Web 3.0 ให้กลายเป็นเรื่องง่าย เรื่องลึกอย่างความยุติธรรมและนโยบายสาธารณะให้กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ อีกทั้งยังเก็บประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีข้อมูลอย่างรู้รอบจากหลากมิติสังคมและชีวิต ตั้งแต่การค้า การเงิน และการเมืองการปกครอง ไปจนถึงเรื่องของความเป็นมนุษย์อย่างความรักและความตาย เนื้อหาภาคแรกที่เป็นเรื่องแต่งนั้นได้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษและได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่แฟนคลับนับหมื่นทั่วทุกมุมโลก และนี่เป็นครั้งแรกที่นักอ่านชาวไทยจะได้ลิ้มลองอาทาเดียฉบับออริจินอล สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ “อาทาเดีย” เป็นหนังสือที่บางองค์ประกอบในเรื่องแต่ง จะค่อยๆ เริ่มเป็นจริงขึ้นมา ตั้งแต่วินาทีที่คุณพลิกอ่านหน้าถัดไปและเริ่มมองเทคโนโลยีข้อมูลด้วยทัศนะใหม่ ราคาเล่มละ 540 บาท

ปรัชญาเก่าแก่ของญี่ปุ่นว่าการมองไปข้างหน้า

ไม่ย่อท้อ ใช้อุปสรรคหล่อหลอม เป้าหมาย

กัมบัตเตะ! ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง ผู้เขียน โนบูโอะ ซูซูกิ ผู้แปล เขมลักษณ์ ดีประวัติ เป็นเรื่องของการพัฒนาตนเองความสำเร็จความคิดและการคิดปรัชญาญี่ปุ่นการทดสอบทางจิตวิทยากัมบัตเตะ ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง “กัมบัตเตะ!” ไม่ใช่แค่คำให้กำลังใจทั่วไป หากแต่เป็นปรัชญาการดำเนินชีวิตอันเก่าแก่ที่กล่าวถึงการ “ทำให้ดีที่สุดและอย่ายอมแพ้” ของชาวญี่ปุ่น ผู้ได้ชื่อว่ามีความทรหดอดทน แม้เจออุปสรรคถาโถมจนล้มไม่เป็นท่า ก็คืนชีพได้ใหม่ราวนกฟินิกซ์ โดยมีหัวใจสำคัญคือ “ความเพียรพยายาม” (Perseverance) และ “การฟื้นตัว” (Resilience) “กัมบัตเตะ! ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง” หนังสือเล่มนี้ เป็นผลงานของ “โนบูโอะ ซูซูกิ” ที่จะพาคุณท่องไปใน “จิตวิญญาณแห่งการก้าวไปข้างหน้าเสมอ” ที่แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมญี่ปุ่นอันละเมียดละไม คุณจะเห็นว่า บางสิ่งที่ดูยากลำบากในตอนแรก ถ้าเพียรพยายามนานพอ ย่อมควบคุมได้ไม่ยาก หรือแม้จะล้มสักกี่รอบ ถ้ายังลุกขึ้นได้ในครั้งต่อไป ทุกเป้าหมายในชีวิตย่อมไม่ไกลเกินเอื้อมหนังสือราคา 245 บาท

การเรียนรู้เพื่อป้องกันตัวเองจากวิกฤต

ผ่าน 48 ตัวอย่างวิกฤตเศรษฐกิจของโลก

Big Debt Crises ผู้เขียน Ray Dalio ผู้แปล ปิยะศักดิ์ ดวงบัณฑิตกุล “วิกฤต” ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่อยู่คู่มนุษย์มาช้านานเป็นเวลานับร้อยปี วิกฤตที่คนไทยคุ้นเคยและหวาดกลัวมากที่สุด ก็คือวิกฤตต้มยำกุ้งมนุษย์ต่างเคยเจอบทเรียนจากวิกฤตมานับไม่ถ้วน และพยายามทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตไม่ให้เกิดอีก แต่ปรากฏว่าวิกฤตก็ยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับว่าเราไม่เคยได้เรียนรู้อะไรจากอดีตแม้แต่น้อย นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “Ray Dalio” เขียนหนังสือ “Big Debt Crises” หนังสือที่ว่าด้วยวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา “Ray Dalio” ผู้โด่งดังจากหนังสือ “Principles” และยังเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในฐานะที่เขาเป็นนักลงทุนผู้ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาหลายครั้ง เขาเองเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยอมรับต่อธรรมชาติของวิกฤต เรียนรู้จากมัน และทำเงินจากมันได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน Ray Dalio ยังสามารถทำเงินได้แม้ตลาดการเงินทั่วโลกจะเจอกับช่วงเวลาอันยากลำบาก เขาวิเคราะห์อย่างไรถึงจับ “รูปแบบบางอย่าง” ก่อนที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจได้ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เขาจะเปิดเผยอย่างละเอียดในหนังสือ Big Debt Crises ผ่านการอธิบายด้วยตัวอย่างวิกฤตเศรษฐกิจทั้งสิ้น 48 เหตุการณ์อย่างละเอียด ไม่แน่ว่า ความสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การหลีกเลี่ยงวิกฤต แต่คือการยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ราคา 888 บาท

รวมไอเดียการผลิตเสื้อยืดขาย

รวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนลงมือขาย

รวยเป็นล้าน! ด้วยธุรกิจเสื้อยืด ผู้เขียน T-Shirt Mania เป็นฉบับอัปเดตข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ถือว่าเป็นหนังสือเล่มเดียวที่ได้รวบรวมไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ การผลิต เทคนิค การบริหาร การตลาด ครบถ้วนเพื่อให้เป็นมืออาชีพในเวลาอันรวดเร็ว ลงทุนใช้เงินทุนหลักร้อย เพื่อกำไรหลักล้าน เรียกได้ว่าเป็นคัมภีร์ธุรกิจเสื้อยืด ที่รวบรวมข้อมูลทุกเรื่องที่คนอยากเริ่มต้นธุรกิจประเภทนี้ควรต้องรู้ครบถ้วนในเล่มเดียว ตั้งแต่การเริ่มต้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง การเลือกชนิดของเสื้อให้เหมาะสมและมีคุณภาพ การปริ้นท์หรือสกรีนลายที่คุณภาพสูงติดทนนาน การทำการตลาดโดยใช้สื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียทุกๆแพลตฟอร์ม ตลอดจนวิธีการขยายธุรกิจเพื่อต่อยอดสินค้าในอนาคต หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับนักธุรกิจมือใหม่ควรอ่าน นักธุรกิจมือเก๋าก็ไม่ควรพลาด เพราะคุณสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและธุรกิจที่มีอยู่ได้อย่างแน่นอน ราคาเล่มละ 145 บาท

หนังสือเด่น : เทคนิคเจรจาโต้ตอบแบบฉลาด ได้เปรียบ และอีกฝ่ายยังคงรู้สึกดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682188

หนังสือเด่น : เทคนิคเจรจาโต้ตอบแบบฉลาด ได้เปรียบ และอีกฝ่ายยังคงรู้สึกดี

หนังสือเด่น : เทคนิคเจรจาโต้ตอบแบบฉลาด ได้เปรียบ และอีกฝ่ายยังคงรู้สึกดี

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คนที่พูดไม่ค่อยเก่ง มักมีปัญหาด้านการสนทนาหรือเจรจาโต้ตอบผู้อื่น ทั้งที่อยากเถียงแทบขาดใจ สาเหตุที่สำคัญคือไม่มีความกล้ามากพอ จึงเลือกที่จะนิ่งเงียบแทน ในหนังสือ “คนฉลาด เจรจาเป็น พูดอย่างไรให้ชนะ” ผู้เขียน ฮิโรตสึกุ คิยามะ (Hirotsugu Kiyama) ผู้แปล ณัฐพงศ์ไชยวานิชย์ผล ได้แนะนำเบื้องต้นว่า ก่อนจะโต้ตอบใครนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือรวบรวมความกล้าและพูดออกไป เมื่อคุ้นเคยแล้วก็จะสามารถโต้ตอบกับผู้อื่นได้ แต่ในความเป็นจริงนั้น การสนทนาโต้ตอบเป็นเรื่องธรรมดา เปรียบเหมือนการเตะบอลรับ-ส่งกันไป-มาเท่านั้นเอง สิ่งที่ต้องทำเพียงแค่หาทางส่งบอลกลับไปให้คู่สนทนาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือมีเทคนิควิธีการตอบเท่านั้นเอง

ผู้เขียน ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางด้านกฎหมาย ได้มีโอกาสตอบโต้พูดคุยกับผู้คนมากมาย และได้นำประสบการณ์ดังกล่าวมาเขียนเป็นหนังสือเล่มนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการโต้ตอบ สำหรับคนที่ไม่สามารถโต้ตอบคนอื่นได้อย่างเฉียบคมได้ ผู้เขียนได้เลือกเทคนิคแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีในสถานการณ์ต่างๆ ประกอบด้วยตัวอย่างบทสนทนาเชิงธุรกิจในชีวิตประจำวันที่อธิบายและจำลองสถานการณ์เทคนิคการเจรจาโต้ตอบนั้นๆ ประกอบไปด้วย ซึ่งทำให้เห็นภาพและเข้าใจง่าย เทคนิคดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ เทคนิคการโต้ตอบ และเทคนิคการทำให้ไม่ถูกแย้ง

เทคนิคการโต้ตอบ ใช้เมื่อเสนอแนวคิดและมีคนสวนขึ้นมา และเป็นคำตอบที่ไม่สามารถตอบได้ หรือไม่สามารถตอบกลับได้ดีเท่าที่ควร แนะนำให้ใช้เทคนิคได้แก่ หลบจากสถานการณ์ด้วยตั้งคำถามสวนกลับไป โดยมีเทคนิคย่อย อาทิ ถามกลับไปว่าจริงๆแล้วคืออะไร ให้เขียนแผนภาพ ถามถึงคำจำกัดความของศัพท์ เป็นต้น, เทคนิคเบี่ยงประเด็นให้เข้าทางเรา เช่น เปลี่ยนเรื่องคุยไปเรื่องอื่น พูดถึงเรื่องที่คู่สนทนาพยายามเลี่ยงและวิธีเปลี่ยนหัวข้อสนทนาให้มาเข้าทางเรา, เทคนิคเลิกตอบ เช่น นิ่งเงียบ ทำเป็นไม่สนโดยวางสถานะเหนือกว่า หรือไม่ตอบเพราะอ้างเป็นความลับ หรือเทคนิคทะลวงไปที่ช่องโหว่ของคู่สนทนาเป็นต้น เทคนิคการทำให้ไม่ถูกแย้ง จะใช้เมื่อตั้งใจเสนอความคิดเห็นอย่างเต็มที่แต่กลับถูกสวนกลับแบบคาดไม่ถึง ทำให้พูดต่อไม่ได้ ต้องฟังคู่สนทนาฝ่ายเดียว วิธีแก้ปัญหาคือจำเป็นต้องทำข้อคิดเห็นของตัวเองให้น่าเชื่อถือ ด้วยการอธิบายข้อดีของความคิดตนเอง โดยทำให้เป็นเหตุเป็นผล และโน้มน้าวจิตใจด้วยหลักฐาน โดยจะมีเทคนิคย่อยในการปฏิบัติและบทสนทนาจำลองสถานการณ์เป็นตัวอย่างเหมือนเทคนิคแรก

นอกจากนี้จะมียังมีตัวอย่างจำลองสถานการณ์ในตอนท้ายบท ที่เป็นสถานการณ์ที่มักเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา อาทิ วิธีรับมือกับการเสนอขายสินค้าที่ไม่รู้จักวิธีการพูดโต้แย้งต่อโครงการใหม่ที่ไม่เข้าท่าแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น หรือการจัดการร้องเรียนต่างๆ ที่ผู้ร้องเรียนกำลังหัวร้อนเป็นต้น

ถ้าหมั่นอ่านหมั่นฝึกและกล้าที่จะโต้ตอบตามเทคนิคที่แนะนำในหนังสือ จะทำให้เป็นคนใหม่พูดออกไปอย่างฉลาด และได้เปรียบทุกสถานการณ์ ตอบโต้ได้ตรงประเด็น แถมโจมตีจุดอ่อนคู่สนทนาได้ด้วย หมดปัญหาเรื่องคิดไม่ออกเวลาโดนคาดคั้นเอาคำตอบ และรู้จักปฏิเสธแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น อีกด้วย หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือสุดยอดหนังสือขายดีในญี่ปุ่น ขายได้กว่า 400,000 เล่ม ภาคภาษาไทยปกอ่อนเล่มละ 195 บาท และมีจำหน่ายในรูป e-bookจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชั่น

เจาะลึกเรื่องซึมเศร้าหลังคลอด

ให้ความรู้ทั้งป้องกัน และการรักษา

“ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด รู้ก่อน รักษา กลับมาเป็นตัวเอง” ผู้เขียน Karen Kleiman (แคเรน ไคลแมน),Valerie Davis Raskin (วาเลอรี เดวีส ราสกิน) ผู้แปล อรดา ลีลานุช เป็นหนังสือเล่มแรกที่เจาะลึกเรื่องซึมเศร้าหลังคลอดอย่างครบถ้วน เขียนโดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องซึมเศร้าหลังคลอด เพื่อให้คุณแม่ได้รับมือร่างกายและจิตใจ ให้ครอบครัวเข้าใจพร้อมช่วยเหลืออย่างถูกวิธี เนื้อหาในเล่มเป็นแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่าสำหรับคุณแม่หลังคลอด ครอบครัว และคนรอบตัว รวมถึงคนทั่วไป ผู้เขียนได้นำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดปกติทางอารมณ์หลังคลอด มารวบรวมไว้ในรูปแบบที่กระชับและอ่านง่าย มีหัวข้อที่หลากหลาย ตั้งแต่การรักษาไปจนถึงการป้องกัน และได้ให้ข้อมูลสำคัญ เช่น การระบุอาการ แหล่งข้อมูลสำหรับการรักษาและการช่วยเหลือ รวมถึงเทคนิคทางพฤติกรรมในการจัดการกับอาการต่าง ๆ ที่นำไปใช้ได้จริง  ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งอาการ การป้องกัน ตัวอย่าง ข้อมูลสำคัญ การรักษา ภายในเล่มเดียว ราคาเล่มละ 385บาท

ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคมยุคใหม่

เริ่มต้นด้วยสร้างความพึงพอใจในตนเอง

“แด่ฉัน…อันเป็นที่รัก : I Don’t Hurt Myself สร้างสุขได้ เริ่มที่การรู้จักรักตัวเอง” ผู้เขียน Jun Mee Kyung ผู้แปล วสุชา เขมการโกศล   ปัจจุบันคนเราส่วนใหญ่มีปัญหาด้านความพึงพอใจในตนเอง “Self -esteem”  หลายคนกำลังกังวลกับปัญหาสูญเสียความพึงพอใจในตนเอง ซึ่งเป็นปัญหาที่ร้ายแรง หากความพึงพอใจของตนเองถึงขีดต่ำสุดโดยมีสาเหตุจากความโกรธเคือง หรือท้อแท้สิ้นหวังในชีวิต  บุคคลเหล่านั้นก็จะมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง เพื่อขจัดความว่างเปล่า และความอ่อนแอในใจ และเห็นว่าเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถทำอะไรตามความต้องการได้ ซึ่งเป็นวิธีไม่ถูกต้อง หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจ “ความพึงพอในใจตนเอง” (Self-esteem)  ทราบถึงปัญหา วิธีแก้ไข และฝึกฝนเพื่อตนเองมีความพึงพอใจที่ถูกต้องและเหมาะสม และมีการเล่าประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยจิตเวช แนะนำแง่คิดดี ๆ มากมาย ช่วยให้ผู้อ่านกลับมารักตัวเอง และมีไฟปรารถนาในการใช้ชีวิตมากขึ้น ราคาเล่มละ 245 บาท

ให้ความรู้ทางด้านการเงินแก่วัยรุ่น

เพื่อให้ฉลาดทางการเงินเร็วขึ้น

“พ่อรวยสอนวัยรุ่น : Rich Dad Poor Dad for Teens เคล็ดลับทางการเงินที่ไม่มีในหลักสูตรการศึกษา” ผู้เขียน Robert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ) ผู้แปล นพพล วราไพบูลย์   หนังสือเล่มนี้ เขียนขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ด้านการเงินสำหรับวัยรุ่น เพราะถือว่ายิ่งเริ่มต้นเรียนรู้ได้ไว ก็จะยิ่งฉลาดทางการเงินได้เร็วขึ้นเท่านั้น เมื่ออ่านแล้วจะทำให้ให้มีความรู้และเข้าใจเรื่องภาษาเงิน รู้จักการใช้เงินอย่างถูกวิธี   และเมื่อมีความรู้ทางการเงินเป็นอย่างดีแล้ว ก็จะสามารถนำไปต่อยอดสร้างธุรกิจของตนเอง หรือเจรจาหาคู่ค้า หุ้นส่วน หรือพบที่ปรึกษาทางการเงินที่เป็นพ่อรวยในแบบฉบับของตนเองได้  เรียนรู้วิธีใช้เงินให้ทำงานแทนตัวเอง  รวมถึงเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ แนวคิด ทำงานเพื่อเรียนรู้ อย่าทำงานตกเป็นทาสเงิน เป็นต้น โรเบิร์ตได้แนะนำอย่างตรงไปตรงมา ประกอบกับเกร็ดความรู้ต่างๆและคำถามที่ชวนให้ฉุกคิด เกม แบบฝึกหัด และกรณีศึกษา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อนำไปสู่อิสรภาพทางการเงินตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ราคาเล่มละ 135 บาท

เรียนเก่ง จำแม่น คะแนนดี

ด้วย 11 เทคนิคการเรียนที่เหมาะสม

“11 เทคนิคเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้เป็นคนเรียนเก่ง จำแม่น และได้คะแนนดี” ผู้เขียน Dr. Barbara Oakley,Olav Schewe ผู้แปล เอกชัย วังประภา หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าตัวเองเรียนอะไรก็ไม่เก่ง ใช้เวลาเรียนมาก แต่มักได้ผลลัพธ์น่าผิดหวัง จำเรื่องที่อ่านไม่ได้หรือไม่ค่อยมีสมาธิ และมักคิดว่าตนเองไม่ใช่คนเก่ง เป็นคนหัวช้า ถ้ากำลังรู้สึกเช่นนี้  ถือว่ากำลังเข้าใจผิด เพราะที่จริงแล้วปัจจัยสำคัญของการเรียนให้ได้เกรดที่ดีนั้น เป็นที่ “วิธีเรียน” หนังสือเล่มนี้จะช่วยเปลี่ยนแปลงตนเองได้ ด้วย 11 เทคนิคที่จะทำให้เรียน “อะไรก็ตาม” ได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาศาสตร์ การเขียนโปรแกรม คาราเต้ การทำอาหาร ฯลฯ เทคนิคต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ อ้างอิงความรู้ด้านประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) และจิตวิทยาการรู้คิด (Cognitive Psychology) ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ยาก เร่งรัด มีเหตุมีผล และช่วยพัฒนาความสามารถในการเรียน ลดทอนความกระวนกระวายใจ อีกทั้งพัฒนาศักยภาพในการเรียนของผู้เรียนอีกด้วย ราคาเล่มละ 150 บาท

หนังสือเด่น : เป็นเจ้าของธุรกิจ ร่ำรวยรวดเร็ว ด้วยการทำธุรกิจแบบเครือข่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/680672

หนังสือเด่น : เป็นเจ้าของธุรกิจ ร่ำรวยรวดเร็ว  ด้วยการทำธุรกิจแบบเครือข่าย

หนังสือเด่น : เป็นเจ้าของธุรกิจ ร่ำรวยรวดเร็ว ด้วยการทำธุรกิจแบบเครือข่าย

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“โรงเรียนสอนธุรกิจ : Rich Dad’s The Business School for People Who Like Helping People” ผู้เขียน Robert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ) ผู้แปล พิบูลย์ ดิษฐอุดม เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งในชุด “พ่อรวยสอนลูก” ในเล่มเป็นการบอกเล่าถึงธุรกิจแบบเครือข่ายที่เป็นธุรกิจที่เปิดโอกาสให้คนที่อยู่ด้านซ้ายของเงินสี่ด้าน คือ E Employee ลูกจ้าง และ S Self -Employed Small Business กิจการส่วนตัว หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ได้ข้ามฝั่งมาด้านขวา เป็น B Business Owner หรือเจ้าของธุรกิจ ได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เสี่ยงน้อยกว่า และรวดเร็วกว่าเส้นทางอื่นๆ เพราะจากประสบการณ์ของเขาจากการทำธุรกิจอื่น การที่จะข้ามฝั่งมาเป็น Bได้นั้นต้องแลกด้วยปัจจัยต่างๆมากมาย ต้องทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจ ความมุ่งมั่น และเวลา และสำเร็จเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้น เขาจึงแนะนำให้ทำธุรกิจเครือข่าย

ในหนังสือเล่มนี้ โรเบิร์ตได้ชี้ให้เห็นว่านอกจากธุรกิจเครือข่ายจะให้ศักยภาพด้านการเงินแล้ว ยังมีโอกาส 8ประการที่อยู่ในธุรกิจดังกล่าว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหนทางธุรกิจส่วนตัว สามารถศึกษาธุรกิจเครือข่ายได้จากหนังสือเล่มนี้ เพราะจะให้ข้อคิดที่มีประโยชน์และช่วยให้คุณมีมุมมองที่กว้างขึ้นสามารถใช้เป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจได้  ส่วนคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว อ่านหนังสือแล้วจะทำให้มั่นใจที่จะเดินหน้าต่อไปและเข้าใจตัวเองมากขึ้น และเข้าใจคนที่เขายังไม่มาร่วมธุรกิจเครือข่ายอีกด้วย

โอกาส 8 ประการได้แก่ โอกาสที่ 1 โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต เพราะมีส่วนใหญ่มีกระบวนการอบรมที่ยอดเยี่ยม และคนที่สอนคือผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับสูงของธุรกิจนั้นๆ และทักษะที่สอนนั้นเป็นวิชาความรู้และทักษะที่สำคัญที่ธุรกิจธรรมดาไม่ได้สอน โอกาสที่ 2 : โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้านแทนที่เป็นแต่เพียงเปลี่ยนงาน โดยบริษัทเครือข่ายจะให้ความรู้ทักษะ มีพี่เลี้ยงคอยดูแลให้กำลังใจ กระตุ้นให้ออกจากเซฟโซน คอยช่วยเหลือ โอกาสที่ 3 : โอกาสที่จะเข้าสู่ด้าน B ด้วยทุนในการเริ่มต้นและการดำเนินการที่ต่ำกว่า โอกาสที่ 4 : มีโอกาสที่จะได้ลงทุนในธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่คนรวยทำ หากประสบผลสำเร็จจะมีรายได้มากพอที่จะลงทุนแบบคนรวยได้ โอกาสที่ 5 : โอกาสในการสร้างความฝันให้เป็นจริง มีความฝันใหญ่ขึ้น เพราะธุรกิจนี้จะกระตุ้นสนับสนุนจนกว่าให้ความฝันเป็นจริง  โอกาสที่ 6 : คุณค่าของธุรกิจเครือข่ายวัดด้วยกฎของเมตคาล์ฟคือการเพิ่มทวีคูณ โอกาสที่ 7 : คุณค่าที่ประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่เป็น ความกลัว ความศรัทธา เป็นตัวกำหนดสิ่งที่คิด โอกาสที่ 8 : การทำธุรกิจเครือข่ายให้โอกาสในการพัฒนาทักษะเพื่อเป็นผู้นำที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ โรเบิร์ต ยังได้แนะนำผู้สนใจทำธุรกิจเครือข่ายอีกว่า ถ้าอยากให้สำเร็จต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง กำหนดเวลาแน่นอนเพื่อทุ่มเททำธุรกิจเครือข่าย เช่นตั้งไว้ 5 ปี 2 ปีหรือ 6 เดือนเป็นต้น ยึดมั่นในเป้าหมาย กำหนดเป้าหมายสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ หลังจากนั้น ศึกษาอย่างจริงจัง และฝันให้ยิ่งใหญ่

หนังสืออ่านง่ายและอธิบายเยอะตามสไตล์ของผู้เขียน และสำหรับใครที่ติดตามผลงานเล่มอื่นของหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก” หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนมาเฉลยคำตอบให้รู้ว่า คนเราจะข้ามไปอยู่ด้านBและI ให้มีคุณภาพได้อย่างไร แต่ในทางปฏิบัติจริงก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้อ่านเอง มีความมุ่งมั่นจะทำจริงแค่ไหน หนังสือราคาเล่มละ 235.00 บาท มีจำหน่ายทั้ง e-book และ audiobook

วิธีจัดการตัวเองและวิธีเอาตัวรอด สำหรับคนขี้อายในการเข้าสังคม

“ไม่ต้องเลิกขี้อาย ก็ได้สิ่งที่ต้องการ” เขียนโดย Tokio Godo (โกะโด โทคิโอะ) ผู้แปล อาคิรา รัตนาภิรัต เป็นหนังสือแนะนำการจัดการความขี้อาย จากที่เราเคยได้ยินได้ฟังมาเกี่ยวกับ ศิลปิน และนักธุรกิจชั้นนำ หรือคนที่สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับโลกจำนวนไม่น้อยบอกว่าตัวเองเป็น “คนขี้อาย” มีงานวิจัยหนึ่งบอกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของคนที่มีสติปัญญาเฉียบแหลมเป็น “คนชอบเก็บตัว” ดังนั้นความขี้อายต้องมีพลังพิเศษซ่อนอยู่ และหลายครั้งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมของการเป็นคนมีเสน่ห์ลุ่มลึกและชัดเจนในเป้าหมาย  “โกะโด โทคิโอะ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาตนเองอันดับ 1 ของญี่ปุ่น นักเขียนผลงานขายดีตลอดกาล และที่ปรึกษาให้กับหลากหลาย แนะนำวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ สำหรับคนขี้อายเมื่อต้องพบปะผู้คน รวมถึงแนะนำวิธีการจัดการชีวิตให้คนขี้อายได้รู้สึกว่าใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและเป็นตัวของตัวเอง หนังสือราคาเล่มละ 235 บาท

อยากมั่งคั่งร่ำรวยอย่างแท้จริง ต้องมีจิตใต้สำนึกแบบคนรวย

คนรวยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คนที่หาเงินได้มาก ไม่ใช่แค่คนขยัน ไม่ใช่แค่คนดึงดันหัวชนฝา ไม่ใช่แค่มีคอนเน็กชันแต่คนรวย ต้องมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญนั่นคือ จิตใต้สำนึกแบบคนรวย และสิ่งนี้เองที่พลิกชะตาชีวิต “เคลลี ชเว” นักธุรกิจอภิมหาเศรษฐีที่เคยยากจน จมกองหนี้สินพันล้านและมืดแปดด้านจนคิดจะปลิดชีพตัวเอง มาอาบเอิบความสำเร็จและสมบูรณ์มั่งคั่ง เธอได้ถอดรหัสคนรวย 1,000 คน จนพบความลับที่ว่า คนรวยส่วนใหญ่มีความคิดที่มาจากจิตใต้สำนึกแบบเดียวกัน จิตใต้สำนึกรวยจะผลักดันทุกชีวิตให้พ้นจากความแร้นแค้นขาดแคลนได้ หนังสือ “รวยมาตั้งแต่จิตใต้สำนึก” ผู้เขียน Kelly Choi (เคลลี ชเว) ผู้แปล วาสนา จันทะทัง จะมาปลูกจิตใต้สำนึกแบบใหม่ ให้คนเราพบความมั่งคั่งจากภายในแผ่ขยายสู่ภายนอก ไปจนถึงโลกรอบ ๆ ตัว พร้อมหรือยังที่จะสัมผัสกับมิติที่ลึกซึ้งขึ้นของความมั่งคั่งของชีวิต และเริ่มออกเดินบนเส้นทางอันสมบูรณ์พูนสุข แล้วคุณจะรู้ว่า ไม่ว่าจะอยู่ในจุดตกต่ำแค่ไหน ขอเพียงมีความคิดแบบคนรวย ก็จะเห็นหนทาง  เป็นหนังสือBestseller ในเว็บไซต์ Kyobo Yes24 และ Aladin ราคาเล่มละ 265 บาท

เทคนิคสร้าง Content ให้โดนใจ และสร้างรายได้ จาก creator ชื่อดัง

“สร้าง Content แบบ Creator สร้าง Content ยังไงให้ได้สิบล้านซับฯ” ผู้เขียน กฤษณ์ บุญญะรัง (บี้ เดอะสกา) อาชีพ Content Creator หรือนักสร้างสรรค์ Content บนแแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น YouTube, TikTok, Facebook, Instagram เป็นอาชีพในฝันของใครหลายคน แต่บางคนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแบบไหน หรือเริ่มไปแล้วไม่รู้ว่าจะต่อยอดเป็นธุรกิจได้อย่างไร อ่านหนังสือเล่มนี้จะพบกับเรื่องราวประสบการณ์และเทคนิคการสร้าง Content โดนใจ จาก “บี้ เดอะสกา” ผู้คร่ำหวอดในวงการ YouTube เป็น Creator เบอร์ต้นของเมืองไทยมากว่า 15 ปี จะมาแนะแนวทางการสร้าง content  อาทิ มือใหม่หัดเป็น Content Creator อย่างไรให้ปัง, การหาคาแร็กเตอร์หาเอกลักษณ์ให้เจอ, ตื่นกล้องต้องทำอย่างไร, วิธีคิด Content และการเขียนบท, เทคนิคเพิ่มการมองเห็นด้วย Transmedia, ทำคลิปอย่างไรให้ได้ล้านวิว, ทำช่องอย่างไรให้ไปถึงล้านซับฯ, เรื่องสำคัญที่สุดที่ Content Creator ต้องรู้ เป็นต้น  นอกจากนี้จะช่วยให้คนที่สนใจและมีความฝันอยากจะเป็น Content Creator ได้พบกับทางลัด และสามารถสร้าง Content ในแบบฉบับของตัวเอง หนังสือราคา 289 บาท

เรียนรู้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า  โดยใช้เวลาว่าง และเงินของคนอื่น                          

“52 Weeks 52 Properties เรียนรู้วิธีสร้างการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ด้วยเวลาว่างในวันหยุด และพลังทวีจากเงินของคนอื่น” ผู้เขียน จักรพงษ์ เมษพันธุ์  Money Coach นักเขียน Bestseller นักพูด วิทยากร ด้านการเงินและการลงทุน มาแชร์ประสบการณ์ และถ้าใครคิดว่าการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยาก ต้องใช้เงินจำนวนมาก อย่าเพิ่งเริ่มลงทุน จนกว่าจะอ่านหนังสือเล่มนี้จบ  “52 สัปดาห์ 52 ทรัพย์สิน” เป็นภาคต่อของการลงทุนจากหนังสือขายดี “เกมเศรษฐี : ลงทุนให้รวย ด้วยทรัพย์สิน” ด้วยเนื้อหาเชิงลึกที่เข้มข้น พร้อมด้วยตัวอย่างความสำเร็จที่แบ่งปันเป็นเรื่องเล่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ฝันอยากเป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หนังสือเขียนจากประสบการณ์ลงทุนจริงนับสิบปี กลั่นออกมาเป็นบทเรียนสำคัญที่นักลงทุนทุกคนต้องรู้ พร้อมด้วยตัวอย่างความสำเร็จที่แบ่งปันเป็นเรื่องเล่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ฝันอยากเป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หนังสือราคา 220 บาท

หนังสือเด่น : วรรณกรรมเสียดสีการเมืองชิ้นเอก เล่าเรื่องได้อย่างแยบคาย สนุกสนาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/679160

หนังสือเด่น : วรรณกรรมเสียดสีการเมืองชิ้นเอก  เล่าเรื่องได้อย่างแยบคาย สนุกสนาน

หนังสือเด่น : วรรณกรรมเสียดสีการเมืองชิ้นเอก เล่าเรื่องได้อย่างแยบคาย สนุกสนาน

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Animal Farm : A Fairy Story การเมืองของสัตว์ ผู้เขียน George Orwell (จอร์จ ออร์เวลล์) ผู้แปล วิเชียร อติชาตการ เป็นวรรณกรรมที่เขียนขึ้นจากการที่ผู้เขียนได้ไปร่วมรบกับกองทหาร P.O.U.M. ในสเปน และรู้สึกเจ็บแค้นต่อต้าน ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ใช้วิธีโฆษณาชวนเชื่ออันเลวร้ายต่างๆ บิดเบือนปกปิดความจริง และใช้ความโหดร้ายรุนแรงก่อเรื่องชั่วร้ายต่างๆ โดยเฉพาะโซเวียตภายใต้การปกครองของสตาลิน เขาเห็นว่าลัทธิคอมมิวนิสต์ไม่ใช่ระบบสังคมนิยม แต่เป็นฟาสซิสต์ที่สวมหน้ากากสังคมนิยม จึงทำให้เขาเขียนวรรณกรรมเล่มนี้ขึ้นมา เพื่อให้คนทั่วโลกได้รู้ถึงสภาพฟาสซิสต์ของโซเวียต และได้ระมัดระวังตัวและรู้ถึงความเลวร้ายของระบอบดังกล่าว  แต่การจะเขียนเรื่องการเมืองให้คนได้เข้าใจนั้นวิธีง่ายที่สุดคือเขียนในรูปแบบนิทาน และใช้สัตว์เป็นตัวละครหลัก เหตุการณ์ที่เขาเขียนถึงและโจมตีคือช่วงประวัติศาสตร์โซเวียตภายใต้การปกครองของสตาลิน ตั้งแต่ปฏิวัติในเดือนกุมภาพันธ์จนถึงการประชุมที่เททราน และยังโจมตีการฑูตโซเวียตกับอังกฤษและเยอรมันนี ในสถาณการณ์โลกในสมัยนั้นด้วย

เรื่องราวได้เริ่มต้นที่ “เฒ่าเมเจอร์” หมูอาวุโสในฟาร์มแมนเนอร์ เล่าถึงความฝันและวันที่มนุษย์จบสิ้น มันปลุกระดมให้เหล่าสัตว์ลุกขึ้นต่อต้าน “นายโจนส์” เจ้าของฟาร์ม ผู้เอารัดเอาเปรียบสัตว์เพื่อสร้างสังคมอุดมคติ หลังจากไล่มนุษย์ออกไปแล้ว หลังจากนั้น 3 วัน เฒ่าเมเจอร์ได้ตายลง หมูหนุ่ม3ตัว คือสโนบอล นโปเลียน และสควีลเลอร์ ได้สร้างลัทธิสัตว์ขึ้นมา มีกฎเหล็กให้สมาชิกปฏิบัติ เบื้องต้นเป็นไปด้วยดี แต่ต่อมาเริ่มขัดแย้งกัน ระหว่างสโนบอลผู้มีอุดมการณ์ ถูก นโปเลียนยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ นโปเลียนเป็นท่านผู้นำอันยิ่งใหญ่ทำเพื่อความอยู่ดีกินดีของสัตว์แต่จริงๆแล้วสัตว์ต้องอยู่อย่างเหน็บหนาวและอดอยาก และทำงานเกินตัว และได้รับการกดขี่จากผู้นำไม่ต่างจากเดิม

ตัวละครในเรื่องทั้งหมดเป็นตัวแทนของบุคคลต่างๆในสังคม ใช้หมูเป็นตัวแทนของผู้มีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ  แอนิมอลฟาร์ม คือประเทศรัสเซียหลังปฏิวัติของเลนินบนพื้นฐานลัทธิมาร์กซิสต์ ที่กลายเป็นสหภาพโซเวียต ปกครองโดยระบบสังคมนิยมแห่งแรกของโลก เฒ่าเมเจอร์ คือคาร์ลมาร์กซ์ +เลนินผู้นำปฏิวัติรัสเซีย สัตว์ในฟาร์มคือประชาชนรัสเซีย นโปเลียน คือ โจเซฟ สตาลิน  สโนบอล คือทรอตสกี้ หมาดุ 9 ตัวคือ เกเปอู หรือตำรวจลับ  พวกแกะ เยาวชนที่เป็นสมาชิกสัทธิคอมมิวนิสต์  นายโจนส์ จักรพรรดิซาร์แห่งรัสเซีย เป็นต้น

 การเมืองของสัตว์ ถือเป็นวรรณกรรมที่เสียดสีการเมืองชิ้นเอกที่ “ต้องอ่าน” เป็นที่นิยมจนแปลแล้วกว่า 70 ภาษาทั่วโลก เป็นหนังสือแนะนำโดย Times เป็น1ใน100 วรรณกรรมที่ควรอ่านก่อนตาย ใช้เป็นหนังสือเรียนระดับอุดมศึกษา และเป็นหนังสือนอกเวลาในมหาวิทยาลัยหลายประเทศรวมทั้งไทยด้วย ตีพิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2488 ถือว่าเป็นเรื่องราวเสียดสีความล้มเหลวของการเปลี่ยนแปลงการปกครองของสหภาพโซเวียต ในปี 2460 ที่เล่าเรื่องอย่างแยบคาย โดยใช้สัตว์เป็นตัวแทนบุคคลต่าง ๆ ในสังคม ครบเครื่องครบรสด้วยสำนวนภาษาไทยของ “วิเชียร อติชาตการ” ตีพิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2518 ได้รับการพิมพ์ซ้ำเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน ทั้งผ่านการปรับปรุงคำแปลให้ทันสมัยและถูกต้องเที่ยงตรงยิ่งขึ้น ฉบับนี้ยังเสริมด้วยประวัติของผู้ประพันธ์และบทวิเคราะห์เรื่องเพิ่มอรรถรสและความเข้าใจอีกด้วย หนังสือราคาเล่มละ 235 บาท

ปรับเนื้อหาหนังสือ Principles ของ Ray Dalio

ให้เป็นหนังสือใหม่อ่านได้ง่ายและสนุกขึ้น

“Principles for Success (ปกแข็ง)” ผู้เขียน Ray Dalio  ผู้แปล จอมทรัพย์ สิทธิพิทยา กลั่นกรองมาจากหนังสือ Principles หนังสือขายดีของ Ray Dalio ที่มีความหนากว่า 600 หน้า ให้กลายเป็นเนื้อหาที่อ่านง่ายขึ้นและรูปแบบที่สนุกขึ้น เพื่อให้เข้าถึงได้คนทุกช่วงวัยทุกเพศทุกวัย เนื้อหาประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญของหลักการอันแปลกใหม่เกี่ยวกับความสำเร็จ ที่ช่วยให้ Ray Dalio กลายเป็นหนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ได้ถูกอ่านและแบ่งปันไปสู่ผู้คนทั่วโลกนับล้าน อันประกอบไปด้วย วิธีการตั้งเป้าหมาย วิธีเรียนรู้จากความผิดพลาด และการร่วมมือกับผู้อื่นเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สุดแสนวิเศษ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนตัวยงของหนังสือ Principles อยู่แล้ว หรือเพิ่งจะรู้จักมันเป็นครั้งแรก คู่มือเล่มนี้จะช่วยให้คุณบรรลุความสำเร็จในชีวิตแบบที่คุณอยากมี ราคาเล่มละ 555 บาท

เรียนรู้วิธีการพูดเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

รักษาความสัมพันธ์ทุกสถาณการณ์

“คนฉลาด เจรจาเป็น พูดอย่างไรให้ชนะ” ผู้เขียน ฮิโรตสึกุ คิยามะ (Hirotsugu Kiyama)  ผู้แปล ณัฐพงศ์ ไชยวานิชย์ผล  หนังสือเล่มนี้สำหรับคนมีปัญหาด้านการเจรจา หรือไม่กล้าโต้กลับผู้อื่นทั้งที่อยากเถียงใจแทบขาด อ่านแล้วจะทำให้เรียนรู้วิธีพูด พูดอย่างให้ดูฉลาดและได้เปรียบในทุกสถานการณ์ สามารถตอบโต้ได้ตรงประเด็น แถมโจมตีจุดอ่อนของคู่สนทนา หมดปัญหาคิดคำพูดไม่ออกเวลาถูกคาดคั้นเอาคำตอบ ปฏิเสธอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้สึกดีและรักษาสัมพันธภาพไว้ได้ ด้วยเทคนิคการพูดที่มีประโยชน์ พร้อมภาพประกอบการโต้ตอบที่เข้าใจง่าย สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว อาทิ เทคนิคการโต้ตอบด้วยการตั้งคำถามสวน เบี่ยงประเด็นสนทนา ไม่ตอบ หรือเจาะช่วงโหว่คู่สนทนา  เทคนิคการทำให้ไม่ถูกแย้ง เช่นทำให้คิดว่า “เป็นเหตุเป็นผล” โน้มน้าวใจด้วยหลักฐาน เป็นต้น หนังสือขายได้มากกว่า400,000 เล่มในญี่ปุ่น ราคาเล่มละ 195 บาท

พูดภาษาอังกฤษเก่งขึ้น

ออกเสียงได้เหมือนเจ้าของภาษา

“เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ พูดอังกฤษได้เป๊ะเวอร์” ฉบับปรับปรุง ผู้เขียน  Adam Bradshaw (อดัม แบรดชอว์) หนังสือจะพูดถึงวิธีการออกเสียงแบบง่าย ๆ สไตล์ “อาจารย์อดัม” ที่สามารถก็ทำได้ไม่ยาก ฝึกพูดแบบเจ้าของภาษา ด้วยสำนวน สแลง และศัพท์ฮิตในชีวิตประจำวัน ตอบข้อสงสัยภาษาอังกฤษที่คนไทยอยากรู้มากที่สุด    หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น ไขทุกข้อข้องใจเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ทั้งคำศัพท์ สำนวนน่าใช้ในชีวิตประจำวัน สเเลงที่อยากรู้ ตอบปัญหา Grammar  รวมทั้งเคล็ดลับการออกเสียงภาษาอังกฤษให้เป๊ะ เหมือนเจ้าของภาษา กลั่นกรองจากประสบการณ์จริงของฝรั่งหัวใจไทย “อาจารย์อดัม” ครูสอนภาษาชาวอเมริกันผู้เข้าใจคนไทยที่อยากพูด ภาษาอังกฤษได้เก่งเหมือนเจ้าของภาษา 220 บาท

เทคนิคการอ่านงบการเงินให้เป็น

อ่านง่ายฉบับนักลงทุนมือใหม่

“กุญแจอ่านงบการเงิน” ผู้เขียน เอิญ สุริยะฉาย (Mr.LikeStock  หนังสือเล่มนี้เกิดจากเอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง “อ่านงบการเงินเป็นใน 3 ชั่วโมง” ของผู้เขียน  ซึ่งเป็นการบรรยายวิธีการอ่านงบเบื้องต้น สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยอ่านงบการเงินมาก่อน ใช้เป็นแนวทางในการอ่านงบการเงินและศึกษาเพิ่มเติมได้  ซึ่งหลังจากเผยแพร่ในโลกอินเทอร์เน็ตผ่านทางบล็อกของผู้เขียน ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างมากมาย แต่เนื้อหาในเอกสารนั้นยังไม่ละเอียดมากนักผู้เขียนจึงทำเป็นหนังสืออธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจมากยิ่งขึ้น สำหรับการลงทุนแล้ว การอ่านงบการเงิน  ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจถึงฐานะทางการเงิน สุขภาพด้านการเงิน ความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ถ้าอยากจะทราบถึงลักษณะของกิจการ ทำได้โดยศึกษาจากงบการเงิน หนังสือเล่มนี้อ่านเข้าใจง่าย เนื้อหาครอบคลุมในสิ่งที่ควรจะต้องรู้ไว้ครบถ้วน หากต้องการเป็นนักลงทุน ราคาเล่มละ  198 บาท

หนังสือเด่น : เรียนรู้การขายแนวใหม่ ที่เน้นตัวตน เพื่อเป็นนักขายที่ประสบผลสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/677662

หนังสือเด่น : เรียนรู้การขายแนวใหม่ ที่เน้นตัวตน เพื่อเป็นนักขายที่ประสบผลสำเร็จ

หนังสือเด่น : เรียนรู้การขายแนวใหม่ ที่เน้นตัวตน เพื่อเป็นนักขายที่ประสบผลสำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทุกวันนี้ มีหนังสือเกี่ยวกับการขายอยู่มากมาย ที่มักจะเขียนด้วยผู้ที่ประสบผลสำเร็จในการขาย และมักจะกล่าวถึงวิธีการที่ตนเองประสบผลสำเร็จ  ซึ่งส่วนใหญ่จะอิงถึงบุคลิกของผู้เขียนเรื่องเหล่านั้น  อย่างไรก็ตามคนเราทุกคนนั้นคนเราไม่ได้เหมือนกัน ทุกคนมีความแตกต่าง ทั้งบุคลิก ตัวตน และนิสัยที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเปลี่ยนตัวตนตามวิธีที่เจ้าของหนังสือที่เขียนมักจะเป็นไปได้น้อย เพราะอาจขัดความความรู้สึก และไม่ตรงกับนิสัย จนทำให้ผู้อ่านไม่สามารถประสบผลสำเร็จตามที่แนะนำได้

หนังสือ พันธุ์นักขาย : SalesDogs ไม่ได้มีแค่ “สุนัขดุ” ที่จะประสบความสำเร็จในงานขาย ผู้เขียนBlair Singer (แบลร์ ซิงเกอร์) ผู้แปล อนุพงศ์ ธรณินทร์ เป็นหนังสือภาคต่อของ พ่อรวยสอนลูก #2 :เงินสี่ด้าน ที่ได้กล่าวถึงคน 4 ประเภท ได้แก่ E ลูกจ้าง  S ธุรกิจส่วนตัว B เจ้าของธุรกิจ และI นักลงทุน ที่กล่าวถึงการที่จะข้ามมาเป็นผู้มั่งคั่งคือ B  ได้นั้นต้องรู้จักการขาย และมีความสามารถในการขาย เพราะการขายจะสร้างรายได้จำนวนมาก ถ้าไม่เช่นนั้นความฝันนั้นไม่มีวันเป็นจริงได้ และเป็นหนังสือ ที่แนะนำด้านการขายที่แตกต่างออกไปจากหนังสือในท้องตลาดทั่วไป  โดยเขาเน้นให้ความสำคัญและพูดถึงของความแตกต่างในแต่ละบุคคลก่อน แล้วถึงจะพูดถึงวิธีการที่นำความแตกต่างนั้นมาใช้ให้ประสบผลสำเร็จ

 หนังสือได้เปรียบเทียบนิสัยของคนแต่ละคนกับนิสัยของเพื่อนที่ดีที่สุดในสายตาคนอเมริกันคือสุนัข โดยผู้เขียนได้คัดเลือกและเปรียบเทียบนักขายกับสุนัข 5พันธุ์ได้แก่ พิตบูล โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ พูเดิล ชิวาว่า และ บาสเซ็ตต์ฮาวน์  ซึ่งในแต่ละพันธุ์นั้นจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น พันธุ์พิตบูลจะเป็นประเภทที่เรียกว่ากัดไม่ปล่อย และเน้นการขายในเชิงรุก, พันธุ์ชิวาว่าจะเป็นประเภทที่ไม่อยู่นิ่ง สนใจสิ่งรอบข้างตลอด เปรียบเทียบกับนักขายที่เป็นพันธุ์นี้คือ เน้นการให้ความสำคัญกับข้อมูลและรายละเอียดของสินค้าอย่างถี่ยิบและแม่นยำ, ส่วนพันธุ์พูดเดิลจะเป็นประเภทหรูหรา ซึ่งนักขายประเภทนี้จะมีภาพพจน์ที่ดูดี เหมาะกับบริษัทที่เน้นการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้า เป็นต้น

นอกจากการแนะนำสายพันธุ์นักขายทั้ง 5 สายพันธุ์แล้ว หนังสือยังได้แนะนำให้นักขายได้รู้จักกับสายพันธุ์ของตนเองเพื่อที่จะได้ทำงานตามจุดแข็งของตัวเอง  ชี้ให้เห็นถึงความสามารถอย่างง่ายๆ 5ประการที่จำเป็นในการสร้างรายได้ และสร้างกระแสลูกค้าและการขายอย่างต่อเนื่อง โดยในเล่มจะแนะนำเป็นขั้นตอน  ทั้งการสร้างแรงบันดาลใจ และควบคุมทีมนักขายให้กลายเป็นนักล่าชั้นยอด  การลดความพยายามในการขาย ในขณะที่เพิ่มผลลัพธ์สูงสุด สอนวิธีการเปลี่ยนทัศนคติในเวลา 30วินาที เพื่อให้สามารถควบคุมผลลัพธ์ทางการเงินได้ เป็นต้น

หนังสือเล่มนี้หากไม่ติดใจว่าเปรียบเทียบดังกล่าว ก็จะเหมาะเป็นคู่มือในการวิเคราะห์ตัวเองของนักขาย เหมาะสำหรับนักขายมืออาชีพ ผู้จัดการฝ่ายขาย ผู้จัดการฝ่ายอบรม ผู้สนใจงานขาย เพราะสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้ทุกอย่าง และเมื่ออ่านจบแล้ว ได้เรียนรู้และนำบทเรียนไปใช้ จะสามารถสร้างผลลัพธ์คือ ทำให้รายได้จากงานขายพุ่งทะลุเพดาน รู้สึกภาคภูมิใจกับงานขายมากขึ้น และพร้อมที่จะต่อสู้ตลอดเวลา  หรือถ้าหากยังไม่ได้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจการขาย ก็จะอยากเข้าสู่งานขาย เพราะรู้ว่ามีอำนาจต่อทุกสิ่งในรอบตัวอย่างยิ่ง 

หนังสือเล่มนี้ถึงแม้การเปรียบเทียบไม่เหมาะสมในแง่ของคนไทย  แต่การเปรียบเทียบดังกล่าวทำให้เห็นภาพ อ่านสนุกเข้าใจง่าย และผู้แปลก็แปลและเรียบเรียงได้ดี และระมัดระวังการเปรียบเทียบข้ามวัฒนธรรมได้ดี ก็สามารถมองข้ามไปเห็นถึงความน่าสนใจ ประโยชน์และความรู้ที่ได้จากหนังสือที่มีมากกว่า หนังสือราคาเล่มละ 250 บาท

นวนิยายแนวจิตวิเคราะห์ น่าอ่าน

ผลงานนักเขียนเยอรมัน รางวัลโนเบล

“เดเมียน : Demian” ผู้เขียน Hermann Hesse (เฮอร์มานน์ เฮสเส) นักเขียนรางวัลโนเบล ชาวเยอรมัน เป็นเรื่องราวของ เอมิล ซินแคลร์ เด็กน้อยที่เกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม อบอุ่น ฐานะดี และอยู่ในโอวาทคริสตจักร แม้ซินแคลร์จะถูกเลี้ยงดูใน ‘โลกที่สว่าง’ แต่สัญชาตญาณลึกๆ ภายในตัวของเขาก็เรียกร้องให้เดินเข้าไปหา ‘โลกด้านมืด’ อยู่เสมอ วันหนึ่งซินแคลร์ขุดหลุมฝังตัวเองด้วยคำโกหกแบบเด็กน้อยที่ไม่รู้ประสีประสา เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ แต่คำโกหกเล็กๆ นั้นกลับกลายเป็นชนวนที่ทำให้ซินแคลร์ถลำลึกลงไปในโลกที่อันตรายมากขึ้น ราวกับโดมิโน่ที่ล้มต่อกันไปไม่มีที่สิ้นสุด จนกระทั่ง แม็กซ์ เดเมียน เด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายมาในเมือง ได้เข้ามาช่วยเหลือซินแคลร์ไว้ ความสัมพันธ์ระหว่างเดเมียนและซินแคลร์ได้ก่อตัว กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ซินแคลร์ได้รู้จักกับโลกใบใหม่ที่แสงสว่างกับความมืดปนเปกัน นวนิยายเรื่องนี้ เกิดจากที่เขาต้องการบำบัดจิตใจที่บอบช้ำและสับสนในช่วงวิกฤติของชีวิต อีกทั้งเพื่อทดลองงานเขียนแนวจิตวิเคราะห์ที่เขาได้ศึกษามา ส่งผลให้คนจำนวนมากเลิกอ่านหนังสือเขา จนกระทั่ง 10 ปีต่อมาถึงได้รับการยอมรับ ราคาหนังสือ 190 บาท

แนะวิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้บ่น

ให้เป็นคนคิดดี ทำดี พูดดี เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

คำพูดที่ว่า “สิ่งที่คุณเอาใส่เข้าไปในปาก จะกำหนดรูปร่างของเรา แต่อะไรที่ออกมาจากปาก จะกำหนดความเป็นจริงในชีวิต” นั้นเป็นความจริงอย่างยิ่ง และที่สำคัญคือ คำพูดที่ออกจากปากนั้น มาจากความคิดและสามารถกำหนดชีวิตของเราให้ดีหรือร้ายได้ และ “การบ่น” ก็เช่นกัน มันจะผลักไสสิ่งดีๆ ให้ออกไปจากชีวิตของเราไป หนังสือ “แค่บ่นน้อยลง…วันละนิด ชีวิตจะเปลี่ยน…มหาศาล” เล่มนี้ เป็นหนังสือที่ไม่เพียงสอนให้รู้วิธีที่จะห้ามใจไม่ให้บ่น ยังบอกถึงวิธีที่จะเป็นคนมองโลกในมุมมองใหม่ ช่วยทำให้มีสติในการคิดและการพูดที่ดี ทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างมาก ดังนั้น หากต้องการมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม มีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ต้องเปลี่ยนทั้งวิธีการคิด วิธีพูด และหยุดบ่น ซึ่งวิธีการทั้งหมดได้ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้ว หนังสือแปลจาก “A Complaint Free World” เขียนโดยWill Bowen (วิล โบเว่น) ผู้แปล วุฒินันท์ ชุมภู หนังสือราคาเล่มละ 260 บาท

ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด

เพื่อความสุขและชีวิตที่ดีขึ้น

“วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน” ผู้เขียน Lothar Seiwert (โลทาร์ ไซแวร์ท)  ผู้แปล ปิยะกัลย์ สินประเสริฐ    เวลาที่เรามีอยู่นั้นไม่ได้น้อย แต่คนเรามักปล่อยเวลาให้สูญเสียไปโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์  หนังสือ “วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน” เล่มนี้ จะช่วยทบทวนการใช้เวลาของเราในปัจจุบัน และแนะวิธีเฝ้ามองว่าสิ่งไหนที่ดึงเวลาของเราไป พร้อมเริ่มต้นตั้งเป้าหมายและวางแผนการใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด วิธีการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตหรือฝึกกระจายงานไปให้คนอื่นช่วยทำ การจัดระเบียบและการวางแผนทำงานให้ดีที่สุด เพื่อช่วยให้คุณมีความสุขและมีชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป ผู้เขียนได้แนะนำวิธีคิดที่นำไปปฏิบัติได้จริง เกิดประโยชน์ได้ทันที โดยเขียนสรุปย่อและจับประเด็นสำคัญมานำเสนอ ทำให้เข้าใจง่าย ไม่เสียเวลาในการอ่าน และนำไปปฏิบัติได้ทันที หนังสือราคาเล่มละ 89 บาท

ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด

เพื่อความสุขและชีวิตที่ดีขึ้น

“เศรษฐีเงินล้านอัตโนมัติ”ผู้เขียน David Bach (เดวิด บาค)  ผู้แปลโดย   นพพล วราไพบูลย์ หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นภายใต้ความเชื่อว่า ความร่ำรวยมากพอที่จะทำให้เราได้ทำในสิ่งที่อยากทำและในเวลาที่ต้องการ รวยมากพอจะทำให้หมดกังวลกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ไปตลอดชีวิต และรวยมากพอที่จะทำให้สิ่งที่แตกต่างจากคนทั่วไป นั่นคือ สามารถช่วยเหลือและแบ่งปันให้กับคนอื่น หนังสือเล่มนี้  เดวิค บาค หนึ่งในโค้ดทางการเงินชื่อดัง ได้มาบอกเล่าถึงวิธีการที่จะทำให้อนาคตทางการเงินขับเคลื่อนไปโดยอัตโนมัติ แม้ในยามที่นอนหลับ ด้วยแผนการอันทรงพลังเพียงแผนการเดียว เขาได้บอกเล่าวิธีการทั้งหมดไว้ใน “เศรษฐีเงินล้านอัตโนมัติ” เล่มนี้  ไม่ต้องจัดทำงบประมาณ ไม่ต้องอาศัยระเบียบวินัย มีแต่ระบบที่จะช่วยให้เราร่ำรวย แล้วระบบที่ว่าคืออะไร? ร่วมพิสูจน์เส้นทางที่จะพาไปสู่ความร่ำรวยพร้อมกันได้แล้วจากหนังสือเล่มนี้ ราคาเล่มละ 220 บาท

หนังสือเด่น : แนะนำการทำช่อง สร้างตัวตน ทำการตลาดให้ได้ผลด้วย TickTok

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/676122

หนังสือเด่น : แนะนำการทำช่อง สร้างตัวตน  ทำการตลาดให้ได้ผลด้วย TickTok

หนังสือเด่น : แนะนำการทำช่อง สร้างตัวตน ทำการตลาดให้ได้ผลด้วย TickTok

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา TikTok แพลตฟอร์มวีดีโอสั้น ได้รับความนิยม และเป็นปรากฏการณ์ฮือฮาไปทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ซึ่งในวันนี้ TikTok
ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มที่สนับสนุนให้เหล่าครีเอเตอร์ สร้างสรรค์ความบันเทิงและเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งที่รวบรวมเนื้อหาที่หลากหลายที่ได้สร้างแรงบันดาลใจและเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย จึงได้ชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยในเวลาอันรวดเร็ว

ด้วยกระแสความนิยมของ TikTok ที่กำลังมาแรงดังกล่าว ทำให้ช่องทางนี้กลายเป็นช่องทางการตลาดที่น่าสนใจ แต่การจะทำให้ TikTok เกิดประโยชน์มากที่สุด และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจำเป็นต้องมีเทคนิคและวิธีการที่เหมาะสมหนังสือ “ปั้นช่องให้ขายคล่องด้วย TikTok”ผู้เขียน น.สพ.ธีรพงษ์ เศรษฐิวัฒน์(หมอกิม) ที่ปรึกษากลยุทธ์การขายที่แหวกแนว (Creative Sales Strategist)ผู้เชี่ยวชาญการทำตลาดในสื่อออนไลน์ทุกช่องทาง จะมาถ่ายทอดจากประสบการณ์และแนะนำการทำการตลาดบน TikTok แบบหมดเปลือก โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 11 Chapter ได้แก่ เริ่มต้นทำความรู้จักและวิธีการตั้งค่าต่างๆ ความเข้าใจรูปแบบและกฎการลงโฆษณาใน TikTok การตลาดของ TikTok ที่ต้องรู้ก่อนการสร้างช่อง แนะวิธีขายของที่ลูกค้าไม่เบื่อ การยิงแอด การทำการตลาดคอนเทนต์ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง เคล็ดลับทำคลิปให้ปัง เทคนิคการจั่วหัวให้คนดูหยุดดูคลิป การทำปกคลิป รู้จักกฎกติกาเพื่อป้องกันการโดนแบน เป็นต้น

หนังสือเล่มนี้ เมื่ออ่านแล้วสามารถเข้าใจแพลตฟอร์มนี้ได้อย่างครบถ้วน เนื้อหาอ่านง่าย เป็นขั้นตอน เน้นเฉพาะสิ่งที่ควรต้องรู้จริงๆ สื่อสารได้ดีอ่านเข้าใจง่าย พิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม มีภาพประกอบมี info graphic ช่วยอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น เล่มเล็กกะทัดรัด เหมาะใช้เป็นคู่มือในการสร้างช่องสร้างตัวตนบนTikTok และการทำโฆษณา และทำการตลาด เพราะเนื้อหาครอบคลุมทุกอย่างที่ควรรู้ ที่จะทำให้การสร้างช่อง TikTok ของคุณเติบโต เพื่อที่จะทำการตลาดได้อย่างเหมาะสมและเพิ่มยอดขายได้

TikTok ยังคงเป็นที่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่ใช้งานง่าย เข้าถึงง่าย แต่ยังมีสิ่งที่ไม่เหมือนแพลตฟอร์มอื่น อาทิ แม้ไม่มีคนติดตามช่องเลย เมื่อเราโพสต์คลิป จะถูกนำส่งให้คนอื่นๆ ที่ไม่ได้ติดตามเราให้เห็นเราได้ TikTok ยังไม่ถูกปิดกั้นมากนัก ยังคงทำการตลาดง่ายและเป็นยุคทองที่การตลาดใช้งบน้อยแต่ได้ผลมหาศาล ถ้าทำทั้ง ไลฟ์สด ลงคลิป และยิงแอด มีความเป็นมิตรกับ Instagram Reels และ line สามารถนำคลิปใน TikTok มาอัปโหลดในสองแพลตฟอร์มใหญ่นี้ได้ สามารถเพิ่มช่องทางในการเห็นสินค้าและปิดการขายได้เพิ่มขึ้น และคอนเทนต์ก็หลากหลาย ทำให้คนใช้แพลตฟอร์มนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่อยากจะสร้างตัวตน สร้างรายได้บนแพลตฟอร์มนี้ หนังสือราคาเล่มละ275 บาท จัดทำโดยสำนักพิมพ์พราวจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ด ยูเคชั่น

7 หลักปฏิบัติที่เปลี่ยนคนธรรมดา เป็นคนสำเร็จ 1% ของโลก

“The One% สิ่งที่คนสำเร็จ 1% ของโลกทำ คน 99% อยากรู้” ผลงานจากนักเขียน All Time Best Seller ภัทรพล ศิลปาจารย์ ในเล่มจะพูดกฎ 7 ข้อสำคัญที่ทำให้คน 1% ประสบผลสำเร็จ เมื่อดูจากสถิติแล้ว มีคนไทยเพียง 1% คนเท่านั้น ที่เกษียณได้อย่างมั่งคั่ง มีบัญชีเงินฝากไทยเพียง 1% เท่านั้นที่มี10 ล้านบาทขึ้นไป โลกนี้มี 195 ประเทศ แต่มีเพียง 2 ประเทศที่มี GDP สูงสุดและคุมแทบทั้งโลก คือ สหรัฐอเมริกาและจีน นั่นเท่ากับ 1% เช่นกัน อะไรส่งผลให้ 1% นั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว หนังสือเล่มนี้ จะเฉลย 7 กฎแห่งความสำเร็จ ที่คน 1%ของโลกทำ สิ่งที่จะได้รับจากหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่แค่ความมั่งคั่งทางรายได้เท่านั้นแต่กฎ 7 ข้อนี้ จะทำให้เป็นกลุ่มคน 1% ที่สำเร็จทางด้านอื่นๆ ด้วย เช่น สุขภาพ ความสัมพันธ์ และความสุข และถ้าพวกเราอีก 99% ได้ลองค่อยๆ ทำความเข้าใจและลงมือทำ ไม่ว่าใครก็ประสบความสำเร็จในแบบฉบับของตัวเองได้ไม่ต่างกัน หนังสือราคา 249 บาท

เคล็ดลับขายสินค้าออนไลน์ ที่ขายดีโดยไม่ต้องยิงแอด

“ขายดี 24 ชั่วโมง ไม่ต้องยิงแอด” ผู้เขียน นาฟิส อิสลาม เป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจและเปิดร้านขายของในออนไลน์ ต้องมีเทคนิคการขาย การวางแผนการขาย เพื่อให้สามารถขายได้ดีทุกวัน 24 ชั่วโมง โดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุด ภายในเล่มประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญที่ทำให้ขายออนไลน์ประสบผลสำเร็จ ได้แก่ การสร้างคำพูดเปิดใจลูกค้า กลยุทธ์เอาชนะสงครามราคา วิธี “สร้างความจำกัด” ให้ลูกค้าซื้อทันที วิธีสร้างคอนเทนต์ให้ขายดีแบบไม่ต้องยิงแอด ศาสตร์แห่งการ
เล่าเรื่องที่โน้มน้าวใจได้ทุกคน สูตรลับการเขียนโพสต์ขายทองคำ เทคนิคใช้คำปั๊มยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัว วิธีใช้ “การตลาด” สะกดจิตให้จ่ายตังค์ และอื่นๆ อีกมากมาย รวม 27 ความลับ ที่จะช่วยให้ขายดี โดยไม่ต้องยิงแอดไปตลอด หนังสือเล่มนี้เขียนจากประสบการณ์ผู้เขียน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางสู่ความสำเร็จด้านออนไลน์ในแบบฉบับคนเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่มีทุน จนกระทั่งสร้างผลกำไรและขายดีตลอดเวลา มีแถม E-Book จำนวน 60 หน้า ราคาเล่มละ 298 บาท

ใช้ชีวิตทุกวันให้มีความสุข ด้วยความรักและเข้าใจตัวเอง

“โทษที วันนี้ชีวิตฉันสำคัญที่สุด” ผู้เขียน Lee Jini (อีจินอี) ผู้แปล กนกรัตน์ อรุณรัตนรุจรวี ราคาเล่มละ 295 บาทเป็นความเรียงขนาดสั้นพร้อมภาพประกอบ ที่จะมาบอกเล่าความคิดความรู้สึกของผู้เขียนเมื่อเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ขณะที่ในใจก็สงสัยและสับสนกับตัวเองไปด้วยว่า “ฉันเป็นคนแบบไหนกันแน่นะ” แล้ว “ฉันควรใช้ชีวิตต่อไปยังไงดี” หนังสือเล่มนี้ อาจไม่ได้ให้คำตอบของคำถามข้างต้น แต่ผู้เขียนจะทำให้เราเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน จากสังคมอะไร ไม่ว่าอยู่ที่ไหน การดำเนินชีวิตอย่างเข้มแข็งและสามารถเผชิญกับทุกสิ่งอย่างได้นั้น สิ่งสำคัญคือต้องยอมรับและรักตัวเองให้ได้ เมื่อเข้าใจความต้องการของตัวเอง และใจดีกับจิตใจของตัวเองให้มากเท่าที่ทำได้แล้ว ก็จะมีความสุขกับชีวิตมากยิ่งขึ้น อย่าให้เสียงคนอื่นหรือสิ่งอื่นใดกลบเสียงหัวใจของเรา ดำเนินชีวิตในแบบที่เราต้องการนั่นแหละดีที่สุดแล้ว

ขั้นตอนการทำงานไม้แบบง่ายๆ ลงทุนน้อย ทำขายได้จริง

“หนังสือ D.I.Y. งานไม้ทำมือ นำเสนองานไม้ง่ายๆ” เป็นหนังสือคู่มือในการทำงานไม้ประดิษฐ์ 16 แบบ ที่ผู้ใหญ่ หรือเด็กก็ฝึกหัดหัดทำได้ด้วยตัวเอง วัสดุอุปกรณ์
เครื่องมือในการทำงานก็หาได้รอบๆ ตัว ในเล่มแนะนำขั้นตอนการประดิษฐ์ ตั้งแต่เริ่มต้นจนขึ้นงานจนเป็นชิ้นงานสำเร็จ ด้วยการลงทุนก็ไม่มากนัก แต่สร้างกำไรดี ทุกคนสามารถสร้างงานไม้จากฝีมือตนเองได้ แต่ต้องมีการวางแผนงานให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดสิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณเกินไป และเนื่องจากการทำงานไม้นั้นเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้เครื่องไม้เครื่องมือหรือเครื่องจักรที่อาจมีอันตรายบ้าง เพราะฉะนั้น การทำงานที่มีประสิทธิภาพต้องมีการระวังและรักษาความปลอดภัยต่อผู้สร้างงานด้วย ผู้เขียน เนตรนารี คร้ามมีทรัพย์ ราคาเล่มละ 200 บาท

หนังสือเด่น : มาทำความรู้จัก’เงินสี่ด้าน’ บทเรียนด้านการเงินสู่ความมั่งคั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/674586

หนังสือเด่น : มาทำความรู้จัก'เงินสี่ด้าน' บทเรียนด้านการเงินสู่ความมั่งคั่ง

หนังสือเด่น : มาทำความรู้จัก’เงินสี่ด้าน’ บทเรียนด้านการเงินสู่ความมั่งคั่ง

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในโลกทางการเงิน ได้แบ่งคนออกเป็น4กลุ่มตามวิธีการมีรายได้ของพวกเขา หรือ “เงินสี่ด้าน” ซึ่งได้แบ่งออกเป็นคือ ด้านซ้ายมือ 2 ด้าน คือ E-Employee ลูกจ้าง S -Smal- Business/Self -Employed ธุรกิจขนาดเล็ก /ผู้ประกอบการอาชีพอิสระ ด้านขวามือ 2 ด้านคือ B-Big Business -เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ และ I-Investor -นักลงทุน  คนเราทุกคนล้วนมีรายได้หลักแบ่งตามเงินสี่ด้านดังกล่าว ถ้าเราเป็นมนุษย์เงินเดือน คือลูกจ้างก็จะอยู่ฝั่งซ้าย ถ้าทำร้านเล็กๆหรือประกอบอาชีพอิสระก็อยู่ฝั่งซ้ายเช่นกัน ส่วนด้านขวาเป็นด้านที่คนมีรายได้จากธุรกิจขนาดใหญ่และนักลงทุน   คนสี่กลุ่มดังกล่าวจะมีลักษณะนิสัยและความคิดทางการเงินแตกต่างโดยสิ้นเชิง 

“พ่อรวยสอนลูก # 2 : เงินสี่ด้าน : Rich Dad’s Cashflow Quadrant”  ผู้เขียน      Robert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ) เรียบเรียงโดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ,สุภศักดิ์ จุลละศร,ชัชวนันท์ สันธิเดช,โอฬาร ภัทรกอบกิตติ์ เป็นภาคสองของ “พ่อรวยสอนลูก” บทเรียนทางการเงินที่ให้ความรู้ด้านการเงินผ่านชีวิตที่แตกต่างระหว่างพ่อรวยคือพ่อของเพื่อนที่ร่ำรวยแต่ไม่จบมัธยม พ่อจน คือพ่อของเขาเอง ที่การศึกษาสูงแต่มีปัญหาการเงินตลอดเวลา  หนังสือเงินสี่ด้านฯ เล่มนี้แบ่งเนื้อหาเป็นสามตอนหลัก คือตอนที่1 เล่าถึงลักษณะนิสัย ความคิดของคนทั้ง4กลุ่มที่ควรให้ความสำคัญ เพราะจะชี้ให้เห็นว่าทำไมถึงได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มดังกล่าว ซึ่งบางคนไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าอยู่กลุ่มนั้นๆ  นอกจากชี้ให้เห็นว่าอยู่กลุ่มไหนแล้ว จะช่วยให้ทำนายอนาคตได้ว่าอีก5ปีข้างหน้าเราจะควรอยู่ในกลุ่มใด ตอนที่2 กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่ด้านการเงินที่เราต้องการโดยการที่ต้องปรับเปลี่ยนทางด้านความคิดเป็นหลักใหญ่มากกว่าการกระทำ ตอนที่ 3 เป็นเรื่องแนวทาง7ประการที่ทำให้ก้าวไปอยู่ฝั่งขวาของเงินสี่ด้าน และมีการเล่าความลับที่พ่อรวยเคยสอนผู้เขียน เพื่อให้ก้าวสู่ความสำเร็จในการเป็นเจ้าของธุรกิจ นักลงทุนที่ประสบผลสำเร็จ และมีอิสรภาพทางการเงินในแบบที่ต้องการได้

เรื่องราวทั้งหมดในเล่มนี้ เนื้อหาใจความทั้งหมดเน้นให้ความสำคัญของความฉลาดทางด้านการเงิน ถ้าต้องการรายได้ที่มาจากการเป็นเจ้าของธุรกิจ และนักลงทุนทางขวามือ  ต้องมีความฉลาดด้านการเงินมากกว่าทางซ้ายมือ อันได้แก่ลูกจ้างและ ผู้ประกอบการอิสระ และการเป็นเจ้าของธุรกิจ และนักลงทุนที่ดีต้องรู้จักวิธีควบคุมกระแสเงินสดของตัวเองให้ได้

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโลกแห่งการเงินของตัวเองที่ตอนนี้เป็นลูกจ้าง หรืออาชีพอิสระ เพื่อก้าวไปสู่เจ้าของธุรกิจและนักลงทุนที่มีความมั่นคงทางการเงิน และมีอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ได้ง่าย เพราะต้องต่อสู้ฝ่าฟันอีกหลายด่าน รวมถึงพัฒนาตนเองอย่างไม่ย่อท้อ  แต่ถ้าทำได้ก็คุ้มค่า เพราะจะทำให้ภาคภูมิใจในตัวเอง มั่นคงและมีอิสรภาพทางการเงิน

ในทุกวันนี้ เป็นยุคที่มีข้อมูลข่าวสารมากมาย ทำให้คนมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและทุกคนมีโอกาสประสบความสำเร็จด้านการเงินมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสามารถชี้ชัดได้เลยว่า คนที่จะประสบผลสำเร็จได้นั้นต้องเข้าใจการเงินสี่ด้านอย่างถ่องแท้  และต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญจากการเจ้าของธุรกิจและนักลงทุนเท่านั้นที่จะมีโอกาสและก้าวไปถึงความสำเร็จสูงสุดได้  และหนังสือเล่มนี้มีการถ่ายทอดประสบการณ์ และความรู้ทางการเงินที่มากพอที่จะทำให้พร้อมเปลี่ยนด้านจาก E และS ในฝั่งซ้าย มาเป็น B และ I ในฝั่งขวาได้ ไม่ยากนัก

หนังสือจัดจำหน่ายโดย บริษัทซีเอ็ด ยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) หนังสือ ราคาเล่มละ 320บาท  e-book และ audio book ราคา 225 บาท

แนวคิด “ทำไปก่อนแล้วดีเอง”

สร้างผลงานรวดเร็วพัฒนาชีวิตทุกด้าน

“คนชนะทำแล้วแก้ คนแพ้มัวแต่คิดไม่ได้ทำ” ผู้เขียน Kanagawa Akinori (คานางาวะ อากิโนริ) ผู้แปล ทินภาส พาหะนิชย์     ผู้เขียนเป็นนักธุรกิจและที่ปรึกษามือหนึ่งจากญี่ปุ่นที่เคยสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติดถึง 2 ปี เมื่อสอบไม่ติดก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาใช้เวลานั้นค้นพบแนวคิดใหม่ที่ “เน้น Out Put” ซึ่งจากแนวคิดนี้ทำให้เขาใช้สร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่หลายแห่ง ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ ประกัน สำนักพิมพ์ และเอเจนซี่โฆษณา  ในหนังสือเล่มนี้ เขาจะมาสอนเทคนิค “ทำไปก่อนเดี๋ยวดีเอง” ที่มีพื้นฐานความเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ชอบศึกษาหาข้อมูล วางแผนให้ดีก่อนลงมือทำ ซึ่งทำให้พวกเขาไม่พร้อมสักที แนวคิด”ทำไปก่อนเดี๋ยวดีเอง” สามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมขึ้น ในจำนวนมากขึ้น และในเวลาที่สั้นลง ซึ่งใช้กับทุกด้าน ทั้งการเรียนหนังสือ ทำงาน บริหารเงิน สร้างคอนเน็คชั่น และนำเสนอตัวเอง อ่านแล้วสามารถนำแนวทางนี้มาใช้พัฒนาชีวิตในทุกแง่มุม ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีมองโลกและการใช้ชีวิตไป 180 องศาทันที ในเล่มยังพบกับตัวอย่างที่สนุก ชัดเจน และใช้ได้จริง หนังสือราคาเล่มละ 235 บาท

ทำความรู้จัก”การตลาดแบบเครือข่าย”

โอกาส 8 ประการ ที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจ

 “โรงเรียนสอนธุรกิจ : Rich Dad’s The Business School for People Who Like Helping People” ผู้เขียน   Robert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ) ผู้แปล พิบูลย์  ดิษฐอุดม “โรงเรียนสอนธุรกิจ” เล่มนี้ เป็นหนึ่งในหนังสือชุด “พ่อรวยสอนลูก” ที่จะพาไปรู้จักกับ “การตลาดแบบเครือข่าย” ซึ่งเป็นธุรกิจที่เปิดโอกาสให้สามารถกลายเป็นเจ้าของธุรกิจได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เสี่ยงน้อยกว่า และรวดเร็วกว่าเส้นทางแบบที่ต้องทำธุรกิจด้วยตนเองเพียงลำพัง ยิ่งไปกว่านั้นผู้เขียนยังได้ชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของโอกาส 8 ประการ ที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ซึ่งบางครั้งแม้แต่ผู้ที่ทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายเองก็ยังมองข้ามไป สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหนทาง เพื่อที่จะเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวขึ้นสักธุรกิจหนึ่ง และยังไม่ได้เข้ามาร่วมทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย หนังสือเล่มนี้จะให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์และช่วยให้คุณมีมุมมองที่กว้างขึ้น สำหรับผู้ที่อยู่ในธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายแล้ว หนังสือเล่มนี้นอกจากจะให้ความมั่นใจเพื่อให้เดินหน้าต่อไป และยังช่วยให้คุณเข้าใจตัวเอง และเข้าใจมุมมองของคนที่ไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายอีกด้วย หนังสือราคาเล่มละ 235.00 บาท

ให้ความรู้ภาษีส่วนบุคคล

อ่านเข้าใจง่าย ประยุกติ์ใช้ได้จริง

“คู่มือภาษี ฉบับบุคคลธรรมดา”   ผู้เขียน  สุนิติ ถนัดวณิชย์ เป็นหนังสือแนะนำหลักการวางแผนภาษีสำหรับผู้มีรายได้ประจำ ประกอบด้วยเนื้อหาสำคัญ 3 ส่วนหลัก คือ เรื่องต้องรู้ก่อนวางแผนภาษีได้แก่ภาษีเป็นเรื่องของใคร และเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรบ้าง  กลยุทธ์บริหารภาษี คือการบริหารที่เป็นแบบเชิงรุก และชิงรับ และเรื่อง (ไม่น่า) เข้าใจผิดเกี่ยวกับภาษี เช่น ความเข้าใจผิดในการยื่นแบบ ภ.ง.ด. ความเข้าใจผิดในการลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษี (LTF/RMF) ความเข้าใจผิดในการซื้อ LTF เพื่อลดหย่อนภาษี โดยผู้เขียนได้อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบให้ได้นำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีความเข้าใจการวางแผนภาษีที่ถูกต้อง นอกจากจะช่วยให้ผู้มีรายได้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังส่งผลดีต่อการวางแผนทางการเงินโดยรวมอีกด้วย  หนังสือเล่มนี้สามารถนำไปช่วยในการวางแผนบริหารภาษีเงินได้บุคคลได้จริง เข้าใจง่าย ลดหย่อนได้จริง ราคาเล่มละ 160 บาท

การต่อสู้เพื่อรักษาแผ่นดินไทย

ในยุคของการล่าอนานิคม

“สยาม ร.ศ.112 วิกฤตแผ่นดิน พิพาทฝรั่งเศสและเสียดินแดน” ผู้เขียน เกริกฤทธี ไทคูนธนภพ   เป็นเรื่องราวการต่อสู้เพื่อธำรงไว้ซึ่ง “เอกราชของชาติ” และรักษา “แผ่นดินไทย” ท่ามกลาง “มหาอำนาจ” ที่แสดงตนเป็น “มหาศัตรู” ในยุคของ “การล่าอาณานิคม” โดยได้ลำดับเหตุการณ์ตามบันทึกแห่งหน้าประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ของไทยกับฝรั่งเศส ตั้งแต่สมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เค้าลางแห่งการ “สูญเสีย” เริ่มก่อเกิด เมื่อชาติตะวันตกที่อ้างตนเป็นผู้เจริญแล้ว พยายามขยายอาณาเขตของตนด้วยการ “เข้ายึด” และตั้งตนเป็นผู้ปกครองดินแดนตะวันออก หนังสือเล่มนี้บันทึกเรื่องราว เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 กับการเตรียมทำสงครามสู้รบฝรั่งเศส จนกระทั่งเสียดินแดนบางส่วน เปิดเผยทุกรายละเอียดเบื้องหลังเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง หนังสือราคา 219บาท

หนังสือเด่น : กฎแห่งเกียรติยศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/673135

หนังสือเด่น : กฎแห่งเกียรติยศ

หนังสือเด่น : กฎแห่งเกียรติยศ

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การทำงาน การเล่นกีฬา  การทำธุรกิจ คนเราไม่สามารถทำคนเดียวได้ คนเราต้องทำงานร่วมกับคนอื่นๆ เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง นายจ้าง นักลงทุน ผู้ถือหุ้นฯลฯ การเล่นกีฬาต้องมีกฎกติกาชัดเจน เพื่อให้ทุกคนในทีมมีขอบเขต มีกรอบวิธีคิด และมีเป้าหมายในการเล่นเหมือนกัน และเข้าใจตรงกัน แต่ในการทำธุรกิจ การทำงานหรือครอบครัว ไม่มีกฎกติกาที่ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ก็ต้องมีกฎที่ต้องรักษาร่วมกัน แต่การมีเพียงแค่กฎนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะถ้าในทีมแต่ละคนไม่รู้จักกฎและไม่ได้ตีความไปในความหมายเดียวกัน ทีมนั้นก็ไม่อาจชนะได้  ดังนั้นสมาชิกในทีมต้องเข้าใจกฎ และยึดมั่นว่าต้องเคารพกฎนั้น และสิ่งสำคัญเท่ากับจิตวิญญาณของผู้เล่นของแต่ละทีม กฏนั้นคือ กฎเกียรติยศ ของทีมนั้นๆ

กฎเกียรติยศ อทิ การตรงต่อเวลา การฝึกซ้อม การมาปรากฏตัว การเข้าร่วมอบรม สัญญาที่จะปรับปรุงตัวเอง หรือไม่ทิ้งเพื่อนร่วมทีมที่ลำบาก  การสร้างกฎเกียรติยศจะทำให้คนในทีมเกิดความรู้สึกรับผิดชอบ และรู้สึกว่าสนับสนุนซึ่งกันและกัน และจะเป็นประกาศที่เข้มแข็งที่ยืนยันว่าตัวตนเป็นใคร และทีมยืนหยัดเพื่อสิ่งใด กฎนี้จะเป็นตัวกำหนดตัวเองและเป้าหมายของตัวเองและองค์กร

หนังสือ สร้างทีมให้ชนะ : Team Code of Honor ผู้เขียน Blair Singer (แบลร์ ซิงเกอร์) ผู้แปลอนุพงศ์ ธรณินทร์  และ บรรณาธิการโดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์ได้บอกถึงวิธีการสร้างกฎแห่งเกียรติยศที่ทุกคนในทีมจะเคารพและปฎิบัติตาม และเป็นกฎที่ใช้ได้ ไม่ว่ากับธุรกิจ ครอบครัว หรือชุมชน  หนังสือเล่มนี้จะเล่าถึงวิธีการทีละขั้นในการสร้างกฎแห่งเกียรติยศอันแสนทรงพลัง สำหรับบุคคล กลุ่มบุคคล หรือบริษัท เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวเองไปสู่ความสำเร็จและสร้างทีมให้ชนะ โดยจะบอกทีละขั้นตอน โดยมีการยกตัวอย่าง มีกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวิธีการสร้างกฎแห่งเกียรติยศ การนำกฎแห่งเกียรติยศไปใช้ และผลักดันให้เป็นที่ยอมรับ การใช้กฎแห่งเกียรติยศควบคุมการเติบโตขององค์กร การสร้างทีมโดยการดึงคนที่ใช่เข้ามาอยู่ในทีม เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพงานด้วยทีม และเปลี่ยนความกดดันให้เป็นเพื่อนที่ผลักดันให้ผลลัพธ์ของทีมโดดเด่น เพื่อความสำเร็จในชีวิตและธุรกิจ

ทักษะการขายเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของการทำธุรกิจ ทักษะที่สองคือการสร้างทีมงานแชมเปี้ยน โดยการใช้กฎเกียรติยศมาเป็นตัวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด

“ทีมที่ยิ่งใหญ่สามารถเอาชนะอุปสรรคแสนท้าทายและปลี่ยนเป็นความสำเร็จขั้นสูงได้ เพราะพวกเขามีกฎแห่งเกียรติยศที่ทุกคนเคารพ ยึดมั่น และปฏิบัติร่วมกัน กฏที่ว่านี้คือกติกาสำคัญที่จะช่วยยกระดับทีมงานทั้งเรื่องความประพฤติ การปฏิบัติต่อกัน และผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ธุรกิจใดมีกฎแห่งเกีรติยศ ธุรกิจจะได้เปรียบในการแข่งขัน และพร้อมที่จะก้างสู่การเป็นผู้ชนะ” Blair Singer (แบลร์ ซิงเกอร์) นักธุรกิจ ผู้ฝึกสอน นักเขียน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการสร้างทีมงานขายและการสื่อสารองค์

หนังสือเล่มนี้อยู่ในชุด ที่ปรึกษาพ่อรวยสอนลูก มียอดขายมากกว่า 2 ล้านเล่มทั่วโลก ราคาเล่มละ 195บาท มีทั้ง e-book (EPUB) และ audiobook 

วรรณกรรมชิ้นเอกที่บอกเล่า

วิถีชีวิตอันงดงามของชนบทอีสาน

“ลูกอีสาน” เป็นงานวรรณกรรมชิ้นแรกของนักเขียนรางวัลซีไรต์ คำพูน บุญทวี     ที่จะทำให้ผู้อ่านได้พบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในแถบชนบทของภาคอีสาน พร้อมวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ตลอดจนภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งนอกจากได้รับความเพลิดเพลินแล้ว ยังมีคติสอนใจมากมาย ที่สามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี “ลูกอีสาน” ถือกำเนิดจากการเขียนเป็นตอน ๆ ลงในหนังสือ “ฟ้าเมืองไทย” ของ “อาจินต์ ปัญจพรรค์” คำพูนเขียนจากชีวิตของตนเองและเพื่อนบ้าน ที่ประสบภัยแล้งและความอดอยากปากแห้งในสมัยนั้น โดยใช้เนื้อหาและภาษาที่เรียบง่าย เข้าใจง่ายไม่สลับซับซ้อน ตรงไปตรงมา บอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกของชีวิตคนอีสานที่ไม่มีใครรู้มาก่อน และเป็นวรรณกรรมชิ้นเดียวที่คงความเป็นอมตะได้รับการสนับสนุนจากผู้อ่านจากรุ่นสู่รุ่นตลอดมา นับว่าเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าควรหาแก่การอ่านและเผยแผ่เป็นที่สุด ราคา 250.00 บาท

สุดยอดเทคนิคการคิดที่ผลักดัน

ให้ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คิด

“คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก” เขียนโดย David J. Schwartz (เดวิด เจ. ชวอร์ต) แปลโดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร หนังสือเล่มนี้ถือเป็นสุดยอดเทคนิคการคิด ที่จะผลักดันให้คนเราประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดคิด ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของ “ดร.ชวาร์ตซ์” หนึ่งในสุดยอดผู้นำด้านแรงจูงใจ และช่วยให้ก้าวขึ้นมาเป็นนักขาย นักจัดการชั้นเยี่ยม ทำให้สามารถหารายได้มากขึ้น ที่สำคัญจะพบกับความสุขที่แท้ในตนเอง เนื้อหาในเล่มเต็มไปด้วยวิธีการที่ใช้ได้ผลจริง รวมถึงเทคนิคต่างๆ ที่ถือเป็นวิธีต้นแบบ พร้อมคำอธิบายที่เข้าใจง่าย ตลอดจนตารางการวางแผนชีวิตอย่างยิ่งใหญ่ให้สามารถปฏิบัติอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ทั้งหน้าที่การงาน ชีวิตคู่ ชีวิตครอบครัว และกิจกรรมต่างๆ ในสังคม เพียงแค่ “คิด” และ “สร้างพฤติกรรมอย่างผู้ประสบความสำเร็จ” ทุกสิ่งที่คุณต้องการก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม หนังสือราคาเล่มละ 220 บาท

คู่มือการวางแผน การจัดการการเงิน

สำหรับวัยทำงานแบบองค์รวม

“Money Essentials for Jobbers : คู่มือวางแผนการเงินฉบับวัยทำงาน” เขียนโดย ญาดา กาญจนิศากร CFP® นักวางแผนการเงิน เจ้าของเพจ Fahyada  ผู้เขียนทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะเห็นคนไทยทั่วไปและโดยเฉพาะในวัยทำงานได้มีความเข้าใจในการบริหารจัดการการเงิน โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินแบบองค์รวม  โดยไม่ได้มองข้ามการวางแผนพื้นฐานหรือการจัดการในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งไป เพราะผู้เขียนเชื่อว่าการบริหารจัดการการเงินอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการบูรณาการความเข้าใจในแต่ละหัวข้อเข้าด้วยกัน เมื่อเกิดความเข้าใจจึงสามารถทั้งจัดการสภาพคล่อง บริหารความเสี่ยง การลงทุน และด้านการจัดการเสียภาษี เพื่อสามารถวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสมและต่อยอดไปสู่ความมั่งคั่งอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน   ราคาเล่มละ 275 บาท

วรรณกรรมเสียดสีการเมือง

ยอดนิยมที่ทันสมัยตลอดกาล

 “Animal Farm : A Fairy Story การเมืองของสัตว์” ผู้เขียน George Orwell (จอร์จ ออร์เวลล์) ผู้แปล วิเชียร อติชาตการ เริ่มต้นที่ “เฒ่าเมเจอร์” หมูอาวุโสในฟาร์มแมนเนอร์ เล่าถึงความฝันและวันที่มนุษย์จบสิ้น มันปลุกระดมให้เหล่าสัตว์ลุกขึ้นต่อต้าน “นายโจนส์” เจ้าของฟาร์ม ผู้เอารัดเอาเปรียบสัตว์เพื่อสร้างสังคมอุดมคติ ซึ่งสัตว์ทุกตัวจะแบ่งผลประโยชน์กันอย่างยุติธรรม ทว่าเมื่อปฏิวัติสำเร็จ สถานการณ์ในฟาร์มกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม หนังสือเล่มนี้เป็นวรรณกรรมเสียดสีการเมืองที่นิยมมายาวนาน และแปลไปหลายสิบภาษาทั่วโลก ตีพิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2488 เป็นเรื่องราวเสียดสีความล้มเหลวของการเปลี่ยนแปลงการปกครองของสหภาพโซเวียต มีการเล่าเรื่องอย่างแยบคาย โดยใช้สัตว์เป็นตัวแทนบุคคลต่าง ๆ ในสังคม ครบเครื่อง ตีพิมพ์ครั้งแรกในไทย พ.ศ. 2518 ได้รับการพิมพ์ซ้ำเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน ทั้งผ่านการปรับปรุงคำแปลให้ทันสมัยและถูกต้องเที่ยงตรงยิ่งขึ้น ฉบับนี้ยังเสริมด้วยประวัติของผู้ประพันธ์และบทวิเคราะห์เรื่องเพิ่มอรรถรสและความเข้าใจอีกด้วยราคาเล่มละ 235.00 บาท

หนังสือเด่น : หนังสือการเงินส่วนบุคคลที่ควรอ่าน หากต้องการมีความมั่งคั่งทางการเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/671596

หนังสือเด่น : หนังสือการเงินส่วนบุคคลที่ควรอ่าน  หากต้องการมีความมั่งคั่งทางการเงิน

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นับเป็นเวลา 20 ปีมาแล้วที่หนังสือ “Rich Dad Poor Dad” หรือ “พ่อรวยสอนลูก”ซึ่งเขียนโดย “โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ” แปลโดยจักรพงษ์ เมษพันธุ์, ธนพร ศิริอัครกรกุล เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นความรู้ทางการเงินส่วนบุคคลสำหรับคนทั่วโลก ด้วยคำสอนทางการเงินของพ่อรวย ที่สวนกระแสกับกูรูรุ่นเก่าๆ และความเชื่อแบบเดิมๆ ทำให้ใครหลายคนหันมาสนใจหนังสือเล่มนี้

โรเบิร์ต มีพ่อ 2 คน คือ พ่อรวยที่เป็นพ่อเพื่อนที่เรียนไม่จบชั้นมัธยม2 แต่ร่ำรวย มั่งคั่งที่สุดในฮาวาย กับพ่อจนคือพ่อที่แท้จริงของเขาที่เป็นดร.ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่มีปัญหาการเงินตลอดชีวิต และเขาเลือกที่จะเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำของพ่อรวย จึงทำให้เขาประสบผลสำเร็จและกลายเป็นกูรูทางการเงินที่มีชื่อเสียงระดับโลก หนังสือเล่มนี้จะเล่าถึง 6 บทเรียนที่พ่อรวยสอนเขา

บทเรียนข้อแรกคือ คนรวยไม่ทำงานเพื่อเงิน หมายถึง “คนรวยไม่ติดพันธนาการทางการเงิน” คือไม่เป็นหนี้จน เมื่อไหร่ที่ติดกับดักหนี้ คนเราจะคิดถึงแต่ “เงิน” ทำอะไรก็ต้องเอาเงินเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เงินไม่ทำ ได้น้อยไม่ทำ ถ้าไม่มีหนี้ หรือมีภาระหนี้ในระดับที่ควบคุมได้ ก็จะไม่ติดกับดักความคิดเรื่องเงิน และมีโอกาสต่อยอดไปได้ไกลและได้เร็วกว่า ข้อ 2. แยกให้ออกว่าอะไร คือ “ทรัพย์สิน” อะไร คือ “หนี้สิน” “ทรัพย์สิน” คือ สิ่งที่ทำให้เงินไหลเข้ากระเป๋า “หนี้สิน” คือ สิ่งที่ทำให้เงินไหลออกจากกระเป๋า สังเกตตัวเองว่าแต่ละวันเงินที่หามาได้ จ่ายไปกับอะไรบ้าง ได้สะสมเป็นทรัพย์สินบ้างหรือเปล่า หรือส่วนใหญ่จ่ายไปกับค่าใช้จ่าย และหนี้สิน ควรมีเงินออมและเงินลงทุน 20 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป 3. สร้างธุรกิจของตัวเอง การสะสมอะไรที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือให้กระแสเงินสดได้ ก็มองเป็น “ธุรกิจ” ได้หรือถ้าสร้างธุรกิจขึ้นมาได้เองจริงๆ ก็ถือว่าเยี่ยม ทั้งนี้การสร้างธุรกิจของตัวเองกับโจทย์โลกการเงินในยุคปัจจุบัน อาจไม่ได้มองแค่เรื่องอยากรวยเร็ว แต่มองเรื่อง “ความมั่นคง” ทางรายได้ ควรมีงาน 2, 3, 4 หรือมีธุรกิจตัวเองไว้ควบคู่ไปด้วยจะเป็นตัวช่วยทำให้สามารถ “ควบคุม” อนาคตทางการเงินของตัวเองได้ 4.เข้าใจเรื่องภาษี ภาษี คือ รายจ่ายที่ใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งของชีวิต ควรศึกษาข้อกำหนดและกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้องกับ “ตัวเรา” เพื่อสามารถวางแผนภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และควรคำนวณภาษีและวางแผนการเสียภาษีให้เป็น เพื่อให้สามารถประหยัดภาษีและลดรายจ่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะมันคือ “สิทธิ” ที่คุณพึงได้ 5 คนรวยสร้างเงินได้เอง คนรวยสร้างเงินจาก “ไอเดีย” คนที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวให้มั่งคั่ง ต้องรู้จักวิธีแปลง “ไอเดีย” ให้เป็น“ธุรกิจ” ที่ทำเงินให้ตัวเอง โดยใช้เงินตัวเองไม่มาก หรือไม่ใช้เงินตัวเองเลย 6. คนรวยทำงานเพื่อเรียนรู้ ถ้าคุณเป็นนักลงทุน สิ่งที่จะต้องเรียนรู้ ก็คือ หลักและวิธีการลงทุนความเข้าใจในทรัพย์สินที่เลือกลงทุน ธรรมชาติของตลาด แต่ถ้าทำธุรกิจ ทักษะที่จำเป็นต่อความสำเร็จ ก็คือ การขายและการตลาด การบริหารกระแสเงินสด การจัดการระบบ และการบริหารบุคลากร ทุกครั้งที่จะศึกษาอะไร ตอบคำถามตัวเองเพื่อเช็คทิศทาง ว่าสิ่งที่เราเรียนจะ “ช่วยให้ธุรกิจและการลงทุนของเราดีขึ้นได้อย่างไร?” จะได้โฟกัสกับการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ เน้นการ“ลงมือทำ” เรียนรู้จากประสบการณ์จริง การแก้ปัญหาจริงเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ในฉบับครบรอบ 20 ปีโรเบิร์ตได้ผนวกข้อมูลสำคัญเข้ามาอีก 2 ส่วนคือ วันนี้เมื่อ 20 ปีก่อน … ที่เป็นข้อมูลยืนยันจริงว่าแนวคิดนี้เป็นจริง และส่วนที่สองคือสรุปท้ายบทและคำถามเชิงอภิปราย การตั้งคำถามเป็นสิ่งที่โรเบิร์ตชอบเรียนรู้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการนำไปปฏิบัติอย่างมาก และหนังสือเล่มปรับปรุงนี้ถือว่าสมบูรณ์แบบและครบวงจร เหมาะสมแก่การนำไปเป็นบทเรียนเพื่อสร้างความมั่งคั่งทางการเงินต่อไป หนังสือราคาเล่มละ 320 บาท e-book ราคา 250 บาท

รู้จักสารเคมีในสมอง‘โดพามีน’ เพื่อเข้าใจการกระทำของคนมากขึ้น

หนังสือ “โมเลกุลแห่งความพอใจที่ไม่พอจริง : The Molecule of More” เขียนโดย ผู้เขียน Daniel Z. Lieberman (แดเนียล แซด. ลีเบอร์แมน, นพ.), M.D., Michael E. Long (ไมเคิล อี. ลอง) ผู้แปล นที สาครยุทธเดช ในเล่มได้กล่าวถึงสารเคมีชนิดหนึ่งในสมองของเราที่ชื่อ “โดพามีน” สิ่งนั้นคือโมเลกุลเล็กจิ๋วที่ขับเคลื่อนวิวัฒนาการของมนุษย์ให้ไขว่คว้าให้ได้มามากที่สุด ตอบคำถามที่ว่าทำไมคนเราไม่รู้จักพอ ทำไมคนเราถึงนอกใจ ทำไมช็อปปิ้งบำบัดเท่าไรก็ไม่หาย ทำไมนักธุรกิจที่รวยล้นฟ้าจึงยังมุ่งหาความมั่งคั่งไม่จบสิ้น ทำไมนักพนันถึงยังกล้าวางเดิมพันทั้งที่หมดเนื้อหมดตัวทั้งที่มีอยู่ก็ร่ำรวยเยอะแล้ว ทำไมคนเราได้สิ่งที่ต้องการมาแล้วถึงไม่มีความสุข ทั้งนี้เพราะโดพามีนจะทำหน้าที่ให้ “ไขว่คว้าให้ได้มา” มาทำความเข้าใจในโดพามีนกัน ไม่เพียงทำให้เราเข้าใจตัวเอง แต่ยังทำให้เราเข้าใจคนที่คิดต่างจากเรามากขึ้น หรือพูดได้ว่า การเข้าใจโดพามีน ทำให้เราได้รู้จักความเป็นมนุษย์มากขึ้นนั่นเอง หนังสือชนะเลิศรางวัล Next Generation Indie Book Awards ราคาเล่มละ 295 บาท

บริหารเวลาว่างตอนเย็นหลังเลิกงาน ทำในสิ่งที่ตนเองชอบให้สำเร็จ

หนังสือ “พลังพลิกชีวิตของกิจวัตรยามเย็น” เขียนโดย Ryu Hanbin (รยู, ฮันบิน) ผู้แปล อาสยา อภิชนางกูร โดยผู้เขียนมีความเชื่อว่าเวลาตอนเย็นหลังเลิกงานเป็นโอกาสที่คนเราจะใช้ชีวิตได้มากขึ้นเป็นสองเท่า เป็นเวลาที่เราสามารถมุ่งมั่นตั้งใจทำสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ไม่ใช่งานที่ถูกบังคับให้ทำเพื่อเลี้ยงชีพ จากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เธอค้นพบเคล็ดลับที่ช่วยให้คนเราทำสิ่งที่ตัวเองชอบได้สำเร็จโดยใช้เวลาตอนเย็นหลังเลิกงาน นั่นคือการทำสิ่งที่กำหนดไว้ตามเวลาซ้ำๆ ทุกวันจนเป็น “กิจวัตร” เนื้อหาในเล่มได้อธิบายแนวทางการจัดการเวลาในตอนเย็นหลังเลิกงานเพื่อให้เราได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อสร้างความรู้สึกเคารพตนเอง และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ตลอดจนกล่าวถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและวิธีการแก้ไข ทั้งยังครอบคลุมถึงส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือมีอิทธิพลต่อการจัดการเวลาได้ เช่น วิธีการเลือกโปรเจกท์เสริม การกำหนดเป้าหมาย การเตรียมพร้อมร่างกาย เครื่องมือและเทคนิคต่างๆ ที่นำมาปรับใช้ได้ ฯลฯ ราคาเล่มละ 235 บาท

เคล็ดลับการจัดบ้านให้หายรกถาวร และช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในทุกๆ ด้าน

ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว เคล็ดลับ“การจัดบ้าน” ให้ความคิดและชีวิตปลอดโปร่ง แค่ทำตามนี้แล้วคุณจะมองเห็นโอกาสดีๆ ที่อยู่รอบตัว ผู้เขียน MarieKondo (คนโด มาริเอะ) ผู้แปล ปฏิพล ตั้งจักรวรานนท์, โยซุเกะคนเราใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตอยู่ที่บ้าน แต่หลายคนกลับมองว่ามันเป็นแค่ที่ซุกหัวนอน และมองข้าวของภายในบ้านเป็นแค่ของตกแต่งหรือเครื่องอำนวยความสะดวกเท่านั้น หารู้ไม่ว่าข้าวของเหล่านั้นมีพลังบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ หนังสือเล่มนี้ จะมาแนะนำเคล็ดลับการจัดบ้านที่เรียบง่าย ทรงพลัง และมีหลักจิตวิทยารองรับ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้บ้านหายรกแบบถาวรหลังจากลงมือจัดบ้านแค่ครั้งเดียว แต่ยังช่วยให้ชีวิตดีขึ้นในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่เรื่องการเงิน การเรียน ความสัมพันธ์ ไปจนถึงสุขภาพ แล้วคุณจะพบว่า แค่จัดวางข้าวของในบ้านให้เข้าที่ สิ่งดีๆ ก็จะวิ่งเข้ามาในชีวิต ราคาเล่มละ 180 บาท

เทคนิคเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่ต้องลงทุนควบคู่กับทำงานประจำ

หนังสือ “ปักหมุดอสังหาฯ ปิดการขาย โอนทันที แค่รู้เทคนิคลับ” เล่มนี้ เป็นการแนะนำให้มนุษย์เงินเดือนที่อาจกำลังเบื่องานประจำ หรือกำลังต้องการหารายได้เพิ่ม ได้มีอาชีพเสริมใหม่ด้วยการทำงานเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ งานที่ไม่ต้องลงทุนด้านสินทรัพย์แต่ลงทุนด้วยปัญญา สามารถทำควบคู่กับงานประจำได้ โดยได้ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรง ตัวจริง เรื่องจริง โดยการเริ่มต้นเป็นนายหน้าต้องทำอย่างไร วิธีการดูโฉนดที่ดิน เรื่องที่ควรรู้ก่อนขายบ้านและคอนโดฯ วิธีต่อราคาขายให้ขายได้เร็ว ช่องทางการขาย วิธีการปิดการขาย การติดเครดิตบูโรก็กู้ผ่านได้ การประเมินราคา วิธีการโอนกรรมสิทธิ์ เทคนิคการขาย พร้อมทั้งตัวอย่างจากผู้ที่
มุ่งมั่น ลงมือทำ และสำเร็จจริง เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 3 ปรับปรุงจากชื่อเดิม สอนวิธีทำเงินล้านจากธุรกิจอสังหาฯ ราคาเล่มละ 220 บาท

หนังสือเด่น : เจาะลึกการวิเคราะห์ด้วยแท่งเทียน ประยุกต์ใช้กับการเทรดได้ทุกสินทรัพย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/670027

หนังสือเด่น : เจาะลึกการวิเคราะห์ด้วยแท่งเทียน  ประยุกต์ใช้กับการเทรดได้ทุกสินทรัพย์

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การลงทุนในตลาดหุ้นในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบคือ การลงทุนแบบวิเคราะห์พื้นฐาน (Fundamental Analysis) การวิเคราะห์ทางเทคนิค(Technical Analysis) และการวิเคราะห์แบบผสม (Hybrid) เคยมีผู้ทำการศึกษาว่าการลงทุนแบบไหนจะสร้างผลตอบแทนได้มากที่สุด ผลออกมาพบว่าการวิเคราะห์แบบผสมให้ผลตอบแทนดีที่สุด การวิเคราะห์พื้นฐานจะมีข้อดีคือทำให้เราเลือกหุ้นได้ถูกตัว และการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะช่วยให้เลือกหุ้นถูกจังหวะ ดังนั้นเมื่อผสมทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกันแล้ว เทรดเดอร์ก็จะได้หุ้นที่ถูกตัว และซื้อขายได้ถูกจังหวะ ดังนั้นการเทรดทางเทคนิคคือทางรอด ต่อให้เน้นลงทุนปัจจัยพื้นฐาน แต่การดูกราฟก็เป็นสิ่งที่สร้างความได้เปรียบได้

อินดิเคเตอร์ที่นักลงทุนหุ้นนิยมใช้กันทุกตัวจะแสดงผลช้า (Lagging) เพราะต้องรอเอาราคาปิดมาคำนวณ ถ้ารอสัญญาณจากอินดิเคเตอร์เหล่านั้น เรามักจะเห็นสัญญาณการซื้อหรือขายหลังจากที่ตลาดปิด ดังนั้นจึงไม่สามารถซื้อ-ขายได้แล้ว การเทรดทางเทคนิคที่จับจังหวะ (Timing) ได้ดีที่สุดคือการเทรดด้วยแท่งเทียน แท่งเทียนจะเป็นสิ่งที่สะท้อนอารมณ์ของนักลงทุนและเทรดเดอร์เร็วที่สุด การจับสัญญาณซื้อ-ขายจากแท่งเทียนสามารถทำได้ขณะนั้นเลย และความต่างเพียงเล็กน้อยนี้ สามารถสร้างกำไรได้มากมายมหาศาล

หนังสือ “Inside Candlestick แท่งเทียนบอกอะไรในการเทรด” เขียนโดย ลภัสรดา เพ็ญสุข เจ้าของ FacebookFanpage วัคซีนหุ้น (StockVaccinez)ที่ได้รับการรับรองให้เป็น CFTe (CertifiedFinancial Tecnical) ในเล่มได้รวบรวมและถ่ายทอดประสบการณ์จากการเป็นเทรดเดอร์ของผู้เขียน มาให้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการเทรดด้วยกราฟแท่งเทียน ซึ่งการเทรดดังกล่าวนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรดได้ทุกสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นดัชนีหุ้นไทยดัชนีหุ้นต่างประเทศ ตลาดฟิวเจอร์ สินค้าบริโภค ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ Forex หรือแม้แต่ Cryptocurrency โดยเนื้อหาจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรก เป็นการแนะนำให้รู้จักแท่งเทียน Candlestick อาทิ เหตุผลที่ต้องเทรดด้วยแท่งเทียน ส่วนประกอบกราฟราคาแบบแท่งเทียน ข้อดีข้อเสียดูเทร็นด์และความลังเลของกราฟ เป็นต้น ส่วนที่ 2 ทำความรู้จักกับแท่งเทียนที่ไม่มีเนื้อเทียน (โดจิ) กันแบบเจาะลึก

หนังสือเล่มนี้เขียนออกมาได้น่าสนใจ เนื้อหาในเล่มกระชับอ่านเข้าใจง่ายแต่ให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องครบถ้วน และยังเสริมในส่วนที่เทรดเดอร์ควรจะรู้เพิ่มเติม เพื่อมาเสริมความเข้าใจในการวิเคราะห์กราฟแท่งเทียน เรียกได้ว่าให้ความรู้ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนกระทั่งเจาะลึกไปที่กราฟแท่งเทียน มีกราฟประกอบการวิเคราะห์ทุกแบบ มีการอธิบายที่ชัดเจน เนื้อหาในเล่มมีทั้ง มีแบบฝึกหัดทบทวนท้ายบทให้ทบทวนความรู้ และกรณีศึกษาที่น่าสนใจหลายเคส หนังสือพิมพ์เป็นสี่สีทั้งเล่ม ขนาดจับเหมาะมือ จัดพิมพ์ออกมาคุณภาพดี อ่านแล้วสบายตา จัดทำโดยสำนักพิมพ์พราว จัดจำหน่ายโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)ในราคาเล่มละ 250 บาท

มีความสุขและประสบความสำเร็จได้

ไม่ต้องรีบเร่ง เพียงทำวันนี้ให้ดีที่สุด

“สิ่งที่ใช่จะมาในเวลาที่เหมาะสม” ผู้เขียน พญ.ชญานิน ฟุ้งสถาพร (หมอจริง) หนังสือที่รวมบทความจากเพจและยูทูบ “หมอจริง DR Jing” เป็นการนำเรื่องราวได้แก่ งานวิจัย เรื่องราวของทั้งคนธรรมดาและดังมาแบ่งปัน และนำสิ่งที่เรียนรู้จากการเป็นแพทย์ประจำบ้านจิตเวชมาเล่าให้ฟัง เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ ผู้อ่านจะเข้าใจตนเองและผู้อื่นมากขึ้น มองโลกกว้างขึ้น และมีความสุขมากขึ้น ถ้าหากอยากมีความสุข มีความรักที่ดี รู้จักคุณค่าในตัวเอง ต้องเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น และอนุญาตให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้น ควรมีกรอบความคิดในการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง ทุกคนบนโลกนี้สามารถมีความสุขและประสบความสำเร็จได้ในแบบของตัวเอง และไม่ต้องรีบเร่ง หรือกดดันตัวเองให้ทำอะไรมากมาย เพียงทำตอนนี้ให้ดีที่สุด แล้วช่วงเวลาที่ใช่จะมาในเวลาที่เหมาะสมเอง หนังสือราคาเล่มละ 250 บาท

เข้าใจการตลาด‘Makoto Marketing’

แบบง่ายๆ อ่านเข้าใจได้ทุกคน

หนังสือ “Makoto Marketing หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น” โดย “ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ(เกตุวดี Marumura)” เป็นแนวคิดในการทำการตลาดแบบ “Makoto Marketing” ที่ดึงเนื้อหาจากคอลัมน์ MakotoMarketingใน The Cloud ตอนต่างๆ มาตกผลึกแล้วเขียนเนื้อหามากมายขึ้นใหม่ แถมท้ายด้วยบทสรุป แบบฝึกหัด และข้อสอบ หนังสือเล่มนี้ไม่เหมือนคอลัมน์ใน The Cloud เพราะถูกแปรรูปให้ออกมาคล้ายหนังสืออ่านประกอบการเรียนวิชา Makoto Marketing หนังสือเล่มนี้ตั้งใจให้ไปถึงกลุ่มคนที่กว้างที่สุด จึงตั้งใจเขียนให้ง่ายที่สุดแบบที่ทุกคนอ่านได้ด้วยความเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะมีพื้นฐานด้านการตลาดมาก่อนหรือไม่ก็ตาม และพยายามสรุปจุดสำคัญที่ผู้ประกอบการชาวไทยหยิบจับไปประยุกต์ใช้ได้เลย ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจใดก็ตามราคา 325 บาท

รู้จัก และรู้ถึงผลกระทบของ Data

ต่อการใช้ชีวิตของประชากรบนโลก

ในโลกธุรกิจ ทุกวงการพูดถึงแต่ Data (ข้อมูลระดับทั่วไป) หรือ Big Data (ข้อมูลขนาดใหญ่มหาศาลเกินกว่าที่ความสามารถของมนุษย์จะประมวลผลได้ ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะช่วยให้การทำธุรกิจมีประสิทธิภาพ ทำการตลาดได้ตรงความต้องการของลูกค้าที่สุด หนังสือ “How Data Works” เล่มนี้ถูกเขียนขึ้นโดยผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานด้านการเชื่อมแบรนด์กับลูกค้าคือสุณีภรณ์ โอวภากรณ์ โดยการที่ใช้ Data มาอย่างยาวนาน ผู้เขียนจึงเข้าใจทั้งมุมมองจากฝ่ายผู้เป็นเจ้าของข้อมูล และมุมมองจากฝ่ายของกลุ่มเป้าหมายที่ธุรกิจคาดหวัง (ผลลัพธ์ของการนำข้อมูลไปใช้) รวมถึงเห็นผลลัพธ์ของการใช้ข้อมูลด้านการตลาดมาแล้วอย่างมากมาย ครอบคลุมทั้งด้านการค้า สุขภาพ ภาพยนตร์อวกาศ รวมถึงไอที เรียกได้ว่าแทนที่คุณจะต้องอ่านหนังสือหลายๆ เล่ม ผู้เขียนได้สรุปไว้ในหนังสือเล่มนี้เล่มเดียวแล้ว ราคาเล่มละ 245 บาท

รู้จัก และทำความเข้าใจตัวเอง

ใช้เวลาดีๆ กับตัวเองและคนที่เรารัก

คนเราไม่อาจหัวเราะได้ทุกวันหรือตลอดปี หรือไม่อาจเศร้าหรือร้องไห้ได้ทุกวันหรือตลอดไปเช่นกัน เราต่างก็มีชีวิตเพื่อใช้ชีวิต เพื่อฟังเพลง เพื่อกินอะไรอร่อยๆ เพื่อตื่นขึ้นหรือหลับใหล เพื่อสมหวังหรืออยู่กับคืนวันที่อ่อนแรง เพื่อมีความหมายสำหรับใครคนหนึ่ง และอย่างน้อยที่สุดก็เพื่อตัวเอง “วันนี้พอมีเวลาบ้างหรือยัง” ผู้เขียน คุณ (Once) เป็นความเรียงว่าด้วยการก้าวผ่านช่วงต่างๆ ในชีวิตและสิ่งที่ต้องพบและเรียนรู้เมื่อโตขึ้น การให้ความสำคัญกับเวลาและคนที่สำคัญในชีวิต เพราะยิ่งโตขึ้นก็พบว่าโจทย์ปัญหาในชีวิตที่เจอยากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่คนอื่นที่เราต้องทำความเข้าใจ คนที่เราควรรู้จักและเข้าใจดีที่สุดคือ “ตัวเอง” ทุกคนควรจะใช้เวลาที่มีทั้งกับตัวเองและคนที่รักให้มากที่สุด ราคา 255 บาท