หนังสือเด่น : รู้จักโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) สังเกตอาการ ดูแลรักษา ก่อนจะสายเกินแก้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707320

หนังสือเด่น : รู้จักโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ)  สังเกตอาการ ดูแลรักษา ก่อนจะสายเกินแก้

หนังสือเด่น : รู้จักโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) สังเกตอาการ ดูแลรักษา ก่อนจะสายเกินแก้

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากผลวิจัยระบาดวิทยาสุขภาพจิต สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2012  พบว่าอัตราการผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) มีจำนวนสูงกว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแบบปกติถึง 1.6 เท่า และพบว่าผู้ป่วยซึมเศร้าไม่ปกติส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นผู้หญิง มีสาเหตุมาจากความกังวลในการใช้ชีวิตในสังคมที่มีปัญหาที่ต้องเผชิญมากมาย อาการของโรคปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนและเกิดขึ้นได้ง่าย และมักวางแผนฆ่าตัวตายบ่อยครั้ง และแสดงอาการอารมณ์สองขั้วร่วมด้วย มีแนวโน้มจะมีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆทั่วโลกในปัจจุบัน

หนังสือ ฉันเป็น “โรคซึมเศร้า” ไหมนะ ผู้เขียน Hisanobu Kaiya (ไคยะ ฮิซาโน) ผู้แปล วิลาศิณี คู่ปัถพี  ผู้เขียนเป็นผู้อำนวยการสมาคมการแพทย์ญี่ปุ่น ที่ได้ทำการค้นคว้าการรักษาศึกษาโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ)มานานพอสมควร จนค้นพบวิธีรักษาและรับมือกับโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โรคนี้ในปัจจุบันยังไม่มียาใดรักษาให้หายขาดได้ และในเล่มได้อธิบายถึงโรคนี้3 ส่วนด้วยกัน คือเริ่มอธิบายถึงความหมายโรคซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ)ว่ามีลักษณะแบบไหน สาเหตุการเกิดโรค ลักษณะอาการของโรคมี 8 ลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตั้งแต่ Type เอ- เอช  มีแบบเช็คลิสต์ทดสอบอาการ   อาการซึมเศร้า (ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ)ต่างจากซึมเศร้าปกติอย่างไรบ้าง   โรคนี้แฝงอยู่ในโรคซึมเศร้าแบบปกติอยู่ประมาณ28 %  และมักแฝงตัวอยู่ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางอารมณ์เช่นโรคอารมณ์แปรปรวนเรื้อรัง มีอาการร่วมด้วยอยู่ประมาณ50 %   โรคอารมณ์2ขั้วชนิดที่ 2 แฝงอยู่ 53.7 %

อาการของโรคมักถูกคนภายนอกมองแบบเข้าใจผิดว่าผู้ป่วยขี้เกียจเท่านั้นไม่ได้เจ็บป่วย สาเหตุการเกิดโรคซึมเศร้า(ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) มาจากปัจจัยหลักๆคือ ความเครียดสะสมจากสภาพแวดล้อม  ครอบครัว ที่ทำงาน การเลี้ยงดูที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่หรือใช้ความรุนแรง ความสารถรับมือและจัดการความเครียด และการการรักษาด้วยยาและการรักษาด้านจิตใจ  จิตบำบัดโดยการปรับพฤติกรรม ปรึกษาแพทย์ ด้วยการใช้ยารักษา การปรับตัวให้อยู่กับโรคโดยนอนหลับให้เพียงพอในตอนกลางคืน ปรับนาฬิกาชีวิตในร่างกาย การนั่งสมธิ ออกกำลังกายเบาๆเพื่อกระตุ้นสมอง และอาการทางจิตใจที่เกิดร่วมและการรักษาเช่นโรควิตกกังวล อารมณ์สองขั้ว  โรคตื่นตระหนก โรคกลุ่มอาการล้าเรื้อรัง โครซึมเศร้าตามฤดูกาลเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสถานที่รักษาแจ้งไว้ในเล่มอีกด้วย

หนังสือมีประโยชน์ เนื้อหาครอบคลุม อธิบายเรื่องยากๆให้เข้าใจได้ง่าย และยังมีนำการ์ตูนสวยงามไว้ประกอบคำอธิบาย อ่านเข้าใจง่าย เป็นหนังสือที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า(ที่ไม่เป็นตามรูปแบบปกติ) และผู้ใกล้ชิดสามารถนำมาใช้เป็นคู่มือในชีวิตประจำวัน  ใช้เป็นแนวทางในการสังเกตอาการ เพื่อเช็คอาการของตัวเองและคนใกล้ชิด  เพื่อเตรียมดูแลรักษาให้ถูกวิธีก่อนและเข้าใจจะสายเกินแก้ หนังสือจำหน่ายในรูปแบบหนังสือราคา 165 บาท มีจำหน่ายในรูปแบบ e-book ด้วย จัดจำหน่ายโดยซีเอ็ด ยูเคชั่น

เทคนิคความสำเร็จในแบบฉบับคนสำเร็จ

ทั้งด้านการเรียนและการทำงาน

หนังสือ ไม่ต้อง “หัวดี” แค่รู้ “วิธี” ก็สำเร็จได้ ผู้เขียน Takenori Inomata (ทาเกโนริ อิโนมาตะ) ดีกรีคุณหมอนักวิจัยแห่งห้องปฏิบัติการ Harvard Medical School และเจ้าของปริญญา Executive MBA จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ผู้แปล ช่อลดา เจียมวิจักษณ์  ผู้เขียนเป็นคนธรรมดาทั่วไปไม่มีอะไรโดดเด่นไม่ได้เรียนเก่งอะไร แต่สามารถประสบผลสำเร็จอย่างสูงได้ด้วยความมีระเบียบวินัย สม่ำเสมอและวางแผน จึงได้มาแชร์เทคนิคความสำเร็จของตนเอง ให้คนทำงานที่ต้องต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆด้วยเพื่อพัฒนาตนเองหรือเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆให้ทันเหตุการณ์และตรงกับความต้องการองค์กร  นักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะทำงาน  นักธุรกิจที่ตั้งใจก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือแม้แต่คนที่วางแผนจะมีครอบครัวหรือมีลูกและจะเรียนไปพร้อมกัน  ถึงแม้ทุกคนอาจมีงานยุ่งและทำหลายสิ่งหลายอย่างในแต่ละวัน  แต่ก็สามารถบาลานซ์ ชีวิตและประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายได้ โดยทำตามเทคนิคและทักษะที่แนะนำในหนังสือ อาทิ แน่วแน่ในเป้าหมายและทำภารกิจเดิมของตนเอง  มุ่งมั่นในสิ่งที่ควรทำ การสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเรียน  การตั้งเป้าหมาย วิธีการทำเป้าหมายหรือภารกิจในชีวิตให้เป็นจริง การบริหารเวลา เคล็ดลับเรียนและทำงานให้เกิดประสิทธิผล ตลอดจนเผยความลับที่ทำให้คนสำเร็จเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ  เป็นต้น เป็นหนังสือหนังสือราคา 245 บาท

เจาะลึกการทำงานที่ไม่เหมือนใคร

จากคนเคยทำงานที่ Amazon

หนังสือ คนเก่งใน Amazon เขาทำงานกันแบบไหน : I Saw the Future at Amazon ผู้เขียน Park JungJoon (พักจ็องจุง) ผู้แปล ผศ.ดร. สิรินาถ ศิริรัตน์     ผู้เขียนเคยทำงานเป็นนักพัฒนาแอปพลิเคชั่น นักวิเคราะห์การตลาด วิศวกรด้านระบบธุรกิจอัจฉริยะที่ บริษัทเอมะซอน สำนักงานใหญ่ในซีแอตเทิลนานกว่า12ปี ดังนั้นเขาจึงถือว่าเป็นคนวงในที่รู้ลึกรู้จริงในทุกๆด้านในบริษัท หนังสือจะเจาะลึกวิธีการทำงานที่ไม่เหมือนใครของชาว Amazon ให้ผู้อ่านได้ไปรู้จักวัฒนธรรมธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ และหลักการต่างๆที่ที่แฝงอยู่ในการเติบโตของเอมะซอน  กฎระเบียบที่มีประสิทธิภาพ ระบบการทำงานแบบสกรัม (Serum Process) ที่ช่วยสร้างผลิตภาพให้องค์กร รวมถึงเทคนิคต่างๆที่เป็นแบบเฉพาะตัว อาทิ ยืนคุยงานวันละ 10 นาที การระดมความคิดโดยใช้โพสต์อิด 1 แผ่น กลยุทธ์ประชุมด้วยกระดาษ A4 จำนวน 6 หน้า แทนการใช้ Power Point ไปจนถึงการเอาตัวรอดในที่ทำงานสไตล์แอมะโซเนียน (Amazonian) หนังสือราคาเล่มละ 239 บาท

พูดคุยสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

สามารถรับมือกับคนได้ทุกประเภท

หนังสือ พูดดี พูดอย่างไร ให้ได้ใจคนทุกสถานการณ์ เขียนโดย Takashi Saito (ทากาชิ ไซโต) ผู้เชียวชาญด้านการสื่อสาร อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเมจิ ผู้แปล : สุภัทร จันทร์ตะลิ หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมแก่นความรู้ต่างๆ ที่สามารถใช้เป็นคู่มือเพื่อให้การสื่อสารกับทุกเพศทุกวัย ทุกสถาณะ อย่างสัมฤทธิ์ผล อาทิ พัฒนาศักยภาพในการเข้าสังคม  การสื่อสารกับผู้อื่นอย่างได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ฝึกทักษะ ของการต่อรอง ร้องขอที่ได้ผล เทคนิครับมือกับคนที่ไม่ถูกชะตาหรือขัดแย้งกันให้ไม่มีปัญหา วิธีแก้ปัญหาและสื่อสารอย่างได้ผล การสื่อสารด้วยอีเมลล์อย่างไร้ข้อผิดพลาด ฯลฯ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาในการสื่อสารพูดคุย เข้าสังคมไม่เป็น ไม่กล้าเอ่ยปากสนทนา เครียดเมื่อสื่อสารกับคนอื่น  สื่อสารกับหัวหน้าหรือลูกน้องไม่เป็น อธิบายเรื่องราวต่างๆแล้วผู้ฟังไม่เข้าใจ สั่งงานลูกน้องไม่เคยได้งาน  ถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการไม่ได้ กลัวการเจรจาต่อรอง ให้สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และสามารถสื่อสารเก่งได้ผลลัพธ์ที่ดีทุกสถานการณ์ ทุกเวลา หนังสือราคาเล่มละ 245 บาท

ฝึกสมอง กระตุ้นรหัสสมองทั้ง8 ด้าน

ป้องกันอัลไซเมอร์ด้วยการทำงานบ้าน

หนังสือ ฝึกสมองด้วยงานบ้าน เขียนโดยผู้เชียวชาญด้านสมองชื่อดังของญี่ปุ่น  Toshinori Kato (โทะชิโนะริ คะโตะ)ผู้แปล อังคณา รัตนจันทร์    เป็นหนังสือคู่มือฝึกฝนสมองด้วย 65 วิธี เพื่อกระตุ้นรหัสสมองทั้ง 8 ด้าน ได้แก่ รหัสสมองด้านการจดจำ รหัสสมองด้านการมองเห็น รหัสสมองด้านอารมณ์ รหัสสมองด้านความคิด รหัสสมองด้านความเข้าใจ รหัสสมองด้านการได้ยิน รหัสสมองด้านการสื่อสาร และรหัสสมองด้านการเคลื่อนไหว ให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ โดยผ่านการทำงานบ้านที่หลายคนคิดว่าไม่มีประโยชน์และแสนจะน่าเบื่อ  พร้อมทั้งบอกเล่าผลสำเร็จของการทำงานบ้านกระตุ้นสมอง ผ่านประสบการณ์จริงโดย “คุณฮิซะโกะ โยะชิซะวะ” นักวิจารณ์หญิงชื่อดังของญี่ปุ่นในวัยใกล้หลักร้อยที่ยังแข็งแรง สดใส และเมื่อรหัสสมองทั้ง 8 ด้านแข็งแรงแล้ว สมองก็จะอ่อนเยาว์ ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ และห่างไกลอาการหลงลืมหรืออัลไซเมอร์ อย่างแน่นอน หนังสือราคา 185 บาท

หนังสือเด่น : เทคนิคการรับมือกับลูกสมาธิสั้น ให้ข้อมูล ความรู้ที่ครบถ้วนทุกด้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705803

หนังสือเด่น : เทคนิคการรับมือกับลูกสมาธิสั้น ให้ข้อมูล ความรู้ที่ครบถ้วนทุกด้าน

หนังสือเด่น : เทคนิคการรับมือกับลูกสมาธิสั้น ให้ข้อมูล ความรู้ที่ครบถ้วนทุกด้าน

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การดูแลเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นหรือไฮเปอร์ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรักและความเข้าใจเป็นอย่างมาก ผู้ดูแลจะเหน็ดเหนื่อยและมีปัญหาให้แก้ไขทุกวัน ในขณะเดียวกันเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ ถึงแม้ว่าสังคมจะเริ่มรับรู้ แต่ผู้ปกครองและครูส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจธรรมชาติของการมีสมาธิสั้นดีพอ เด็กกลุ่มนี้เหมือนเด็กปกติทุกอย่าง บางคนฉลาดเป็นกรด แต่ก็จะดื้อซน ก้าวร้าว ชอบแหกกฎ เกเร มีพฤติกรรมที่มีปัญหา อยู่ไม่สุข ขาดสมาธิ ไม่รับผิดชอบในชีวิตประจำวันและการเรียน หุนหันพลันแล่น วู่วาม ใจร้อน โมโหร้าย ขาดทักษะทางสังคม จึงทำให้อยู่กับคนอื่นได้ยาก เมื่อขาดความเข้าใจดูแลกันไม่ถูกต้อง ก็จะตำหนิ ดุด่า กระทบกระเทียบเปรียบเปรย หนำซ้ำเด็กยังมักถูกรังเกียจและดูถูกจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงว่าเป็นเด็กเลว จึงทำให้เด็กอยู่ในวงจรแห่งความทุกข์ รู้สึกเป็นคนเลว ไม่มีใครรัก มีความรันทด อมทุกข์ เก็บกด จนอาการสมาธิสั้นพัฒนากลายเป็น โรคซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวน หรือโรคอารมณ์สองขั้ว กลายเป็นวัยรุ่นก็จะเป็นกลุ่มเสี่ยงสร้างปัญหาความรุนแรงและภัยให้สังคมได้

หนังสือเรื่อง สมาธิสั้น หายได้ไม่ยาก เป็นหนังสือที่เขียนโดย นภัทร พุกกะณะสุต ผู้ปกครองที่มีประสบการณ์ตรงในการดูแลเด็กสมาธิสั้นผสมออทิซึมอ่อนๆ และเป็นประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้น ผู้ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ประสบปัญหาเด็กในความดูแลเป็นสมาธิสั้นมากว่า 10 ปี และได้พูดคุยกับบรรดาแม่ๆเกือบ 10,000 คน และปัญหาที่เธอพบคือส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่การเรียนของลูกโดยไม่คำนึงถึงศักยภาพปัญหา ข้อจำกัดของลูก จนปัญหาบานปลายมีผลร้ายต่อเด็ก ครอบครัวและสังคม ผู้เขียนจึงได้ทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดการเลี้ยงดูลูกสมาธิสั้นให้ถูกทาง ด้วยความรู้สึก ประสบการณ์และความรู้ที่ดูแลลูกของตนเองมาจนโตอย่างหมดเปลือกแบบกัลยาณมิตร เพื่อให้ผู้ปกครองคนอื่นๆที่ประสบปัญหาเดียวกันได้มีแนวทางในการช่วยเหลือลูกให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ซึ่งถือเป็นหนังสือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครองที่ต้องดูแลเด็กที่มีความบกพร่องทางสมาธิ

หนังสือเล่มนี้ มีเนื้อหาที่เริ่มต้นตั้งแต่ความเป็นมาของความบกพร่องทางสมาธิที่มาจากปัจจัยหลายอย่าง อาทิ  การเกิดขึ้นของโรค ลักษณะของเด็กที่บกพร่องเป็นอย่างไร  แนวทางในการช่วยเหลือเลี้ยงดูให้เขาอยู่ในสังคมได้ ดูแลตัวเองได้ มีความสุข นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าจากคุณแม่ คุณครู ที่เป็นกรณีตัวอย่าง และอื่นๆ  ผู้เขียนได้ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาได้อย่างชวนอ่าน เป็นแบ่งปันประสบการณ์  นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกความรู้เชิงวิชาการ และแบบประเมินผลความสำเร็จในการแก้ไขช่วยเหลือเด็ก โดยการถ่ายทอดด้วยภาษาที่อ่านง่าย และเป็นการให้ความรู้และประสบการณ์จากผู้ปกครองด้วยกัน จึงอาจสามารถช่วยเป็นกำลังใจให้ผู้ปกครองรู้สึกว่าตนเองไม่ได้มีปัญหาอยู่คนเดียว  

การเลี้ยงดูเด็กที่เป็นสมาธิสั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อแม่และผู้ปกครองและบุคคลใกล้ชิดมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของเด็กเหล่านี้  โดยต้องมีความตั้งใจ อดทน ร่วมมือกันในการช่วยเหลือ ให้เวลา ให้ความรัก ความอบอุ่น ต้องมีทัศนคติเชิงบวกอยู่เสมอ และที่สำคัญนอกเหนือจากรักและเข้าใจแล้วยังต้องมีความรู้เพื่อต่อยอดการรักษาด้วยยาหรือบำบัดด้วยแพทย์  เรื่องเล่าจากคุณนภัทรนอกจากถ่ายทอดประสบการณ์แล้ว ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่ให้ความรู้และแนวทางอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองในการเลี้ยงดูลูกสมาธิสั้นได้อย่างดีทีเดียว  หนังสือราคา 275 บาท จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย นานมีบุ๊คส์

ทิ้งอดีตที่ทำให้ชีวิตไม่ก้าวหน้า

สร้างชีวิตใหม่ที่มีความสุขด้วยตัวเอง

ให้หัวใจนำทาง ผู้เขียน Louise Hay (ลูอิส เฮย์) ผู้แปล ณัชชา บัวกลิ่น  หนังสือเล่มนี้จะแนะนำเรื่องการเชื่อมโยงกับ “ตัวตนภายใน” เพื่อรับรู้ความรู้สึกแสนวิเศษที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ทุกวัน มีความสนุก สุขใจได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น “ลูอีส เฮย์” ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เป็นกูรูด้านจิตวิญญาณ  หนโดยเนื้อหาจะเริ่มด้วยการชวนให้ผู้อ่านคิดและพิจารณาทิ้งนิสัยเสียและความเชื่อเดิม ๆ ที่คอยฉุดรั้งตัวเราไม่ให้ก้าวหน้าหรือจมอยู่กับความทุกข์ไว้เบื้องหลัง  และให้หันมายอมรับและรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไข และถือว่าอดีตที่ผ่านพ้นไปคือรากฐานอันดีงาม และมาสร้างอนาคตที่ดีด้วยการลงมือสร้างสรรค์ปัจจุบันให้ยอดเยี่ยมที่สุด ด้วยความคิดและการกระทำของตัวเอง ด้วยตัวเอง หนังสือนี้เป็นการให้ความรู้ด้านจิตวิญญาณที่มีคุณค่า ทำให้คุณตระหนักในคุณค่าของตัวเองและมองโลกด้วยหัวใจอย่างลึกซึ้ง “ลูอิส เฮย์” ยังเป็นผู้เขียนหนังสือขายดีเล่มอื่นๆด้วย เช่น ชีวิตนี้ลิขิตได้ (You Can Heal Your Life) ซึ่งตีพิมพ์ไปแล้วกว่า 50 ล้านเล่มทั่วโลก  และเป็นผู้เขียนหนังสือสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่อีกกว่า 30 เล่ม รวมถึงหนังสือขายดีอย่าง พลังแห่งการรักตัวเอง (The Power Is Within You) จงเป็นเธอในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด (Empowering Women) I Can Do It เชื่อสิฉันทำได้  หนังสือ ให้หัวใจนำทาง ราคา 285 บาท

ชนะใจคนอื่นด้วยด้วยความจริงใจ

การใช้คำพูดที่อ่อนน้อมถ่อมตน

หนังสือ วิธีชนะมิตรและจูงใจคน : How to Win Friends and Influence People ผู้เขียน Dale Carnegie (เดล คาร์เนกี) ผู้แปล อาษา ขอจิตต์เมตต์     “เดล คาร์เนกี” เป็นนักสังเกตการณ์มนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ และมีความเข้าใจในธรรมชาติมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือประเภท “ฮาวทู” ที่จะช่วยสร้างสรรค์ให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมได้ดีกว่า ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด การชนะใจผู้อื่นได้ด้วยการกระทำที่จริงใจ หรือด้วยคำพูดถ่อมตน ย่อมทำให้เกิดมิตรขึ้นได้ ดังนั้น การชนะมิตรที่มีเหตุผลและการใช้กุศโลบายที่แยบยล โดยไม่ทำให้เจ้าตัวทราบ จึงเป็นหนทางที่ถูกต้อง ซึ่งในเล่มได้แนะนำวิธีการต่างๆไว้   หนังสือเล่มนี้ถึงแม้จะเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์มานานมาก แต่เนื้อหายังคงทันสมัยและใช้ได้ตลอดการณ์  และได้ถ่ายทอดออกมาแบบสนุกสนานและน่าติดตามจนวางไม่ลง มีวิธีการเขียนแบบกึ่งเล่าเรื่องเมื่อถึงจุดที่จะเริ่มเบื่อ ก็จะเปลี่ยนแนวโดยยกตัวอย่างคนนั้นคนนี้มาเล่าให้ผู้อ่านผ่อนคลาย หนังสือเล่มนี้เหมาะกับทุกสาขาอาชีพ เพื่อการพัฒนาตนเองไปสู่การมีมิตรที่ดี และถาวรไว้กับตนเอง และถือเป็นหนังสือที่สร้างสรรค์ให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมได้ดีกว่า ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด การชนะใจผู้อื่นได้ด้วยการกระทำที่จริงใจ หรือด้วยคำพูดถ่อมตน ย่อมทำให้เกิดมิตรขึ้นได้ หนังสือราคาเล่มละ 290 บาท

เรื่องราวที่ปรึกษาแมวเหมียว 9 ชีวิต

มารับฟัง และแนะนำการใช้ชีวิตให้มนุษย์

หนังสือ แมว9ชีวิตสอนฉันว่าเหมียว เหมียว เหมียว ผู้เขียน: อึล นยัง อี เป็นหนังสือจิตวิทยา พัฒนาตัวเอง ที่เลือกใช้แมวมาเป็นตัวชูโรงในการแนะนำการใช้ชีวิตของคน  ที่ใช้แมวมาทำหน้าที่นี้ อาจเป็นเพราะว่าเพราะคนเรามักสบายใจเวลาคุยกับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะแมว ถึงแม้ว่าแมวจะเป็นสัตว์ที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์ แต่มันคิดว่าตัวเองเลี้ยงมนุษย์อีกทีหนึ่ง มนุษย์ยอมเป็นทาสแมว และเวลาที่เราแย่ๆจิตใจอ่อนแอแมวก็จะเลิกเมินเฉยแล้วเข้ามาคลอเคลียเหมือนคอยปลอบใจเรา ดังนั้นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ จึงได้นำแมวเหมียวมาเป็นที่ปรึกษา คอยรับฟังคำพูดของมนุษย์ และแนะนำการใช้ชีวิตมากมาย ทั้งความรัก ความสัมพันธ์ เพื่อน การงาน ครอบครัว รวมทั้งเรื่องราวทางด้านจิตใจ และคอยแก้ปัญหา ปลอบประโลมจิตใจมนุษย์ โดยเริ่มตั้งแต่ชีวิตที่1 ถึงชีวิตที่ 9  เพื่อช่วยลดความกังวลกับเรื่องราวทั้งความสัมพันธ์ ความรัก และสร้างคุณค่าของตัวเอง ปลอบใจในความผิดหวัง และปัญหาจิตใจในชีวิต หนังสือใช้สำนวนแบบเป็นกันเอง เข้าใจง่าย คล้ายถามตอบกับผู้มีประสบการณ์ที่เป็นแมว เนื้อหาน่าสนใจทีเดียว หนังสือเล่มละ 245 บาท

วิวัฒนาการของระบบการเงินทั่วโลก

วิเคราะห์โลกการเงินใหม่ในอนาคต

Layered Money : พีระมิดเงินซ้อนชั้น จากทองคำและดอลลาร์สู่บิตคอยน์และเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง ผู้เขียน Nik Bhatia (นิก บาเทีย) ผู้แปล พิริยะ สัมพันธารักษ์    พบกับวิวัฒนาการของระบบการเงินทั่วโลก โดยย้อนกลับไปยังจุดที่ระบบการเงินพัฒนาเป็นระบบ “ซ้อนชั้น” โดยผู้เขียนใช้ทองคำเป็นตัวอย่างในการอธิบาย  และพาย้อนรอยวิวัฒนาการของทองคำ ตั้งแต่เป็นแร่ทองจนกลายเป็นเหรียญทอง และตั๋วแลกทองในที่สุด ผู้เขียนมีกรอบความคิดที่แปลกใหม่อธิบายถึงสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ โดยบทวิเคราะห์เริ่มต้นขึ้นในกรุงฟลอเรนซ์ ยุคเรเนสซองส์ เหรียญทองฟลอริน และการเฟื่องฟูธุรกิจการธนาคารที่นำมาสู่วิวัฒนาการของระบบธนาคารกลาง มาจนถึงบทสรุปที่กล่าวถึงอนาคตของระบบการเงินระหว่างประเทศในปัจจุบันที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างเตรียมพร้อมที่จะสร้างสกุลเงินดิจิทัลของตนเอง  การเกิดขึ้นของบิตคอยน์ได้เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ของโลกการเงินและนำศาสตร์ทางการเงินและการเข้ารหัสลับมารวมกันได้อย่างไร เสนอมุมมองการวิเคราะห์ “พีระมิดเงินซ้อนชั้น” ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ผู้อ่านอ่านแล้วสามารถเข้าใจตลาดเงินได้อย่างง่ายดาย และเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการทำงานของระบบเงินตราปัจจุบัน เหตุใดสกุลเงินดอลลาร์จึงยังมีความสำคัญ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ และเข้าใจว่าสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางและสกุลเงินคริปโตจะสามารถอยู่รวมกันในโลกการเงินใหม่ของเราได้อย่างไร เป็นต้น หนังสือราคา 285 บาท

หนังสือเด่น : เบื้องลึกเบื้องหลัง การกำเนิด NETFLIX จากไอเดียเล็กๆสู่สตาร์ทอัประดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704261

หนังสือเด่น : เบื้องลึกเบื้องหลัง การกำเนิด NETFLIX จากไอเดียเล็กๆสู่สตาร์ทอัประดับโลก

หนังสือเด่น : เบื้องลึกเบื้องหลัง การกำเนิด NETFLIX จากไอเดียเล็กๆสู่สตาร์ทอัประดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อกล่าวถึง NETFLIX คนก็จะนึกถึงสตาร์ทอัปสตรีมมิ่ง(Streaming)ชื่อดังระดับโลก ที่มีคนรู้กันคร่าวๆว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ Reed Hasting ต้องจ่ายค่าปรับกว่า40เหรียญให้ Blockbuster เพราะคืน วิดีโอ Apollo 13 ช้า จึงทำให้เขาหาทางทำร้านเช่าวิดีโอแบบไม่มีค่าปรับขึ้นมาบ้าง    ณ.เวลานั้น ร้านเช่าวิดีโอที่มีหน้าร้านเป็นดั่งราชา เกือบทุกคนต้องเคยโดนค่าปรับแสนแพงในการคืนวิดีโอล่าช้า และต่อมาการดูหนังผ่านดีวีดีที่นิยมกันมากขึ้นก็แทบจะเป็นอะไรที่เจ๋งสุด ๆ และในปี ค.ศ.1997 การยืมคืน และค่าปรับดูเป็นเรื่องที่ยอมรับกันทั่วไป แต่ Marc Randolph กลับไม่ชอบใจที่ผู้ชมต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายกับการเช่าวิดีโอ จึงเกิดไอเดียใหม่บางอย่างขึ้นมา ซึ่งเป็นไอเดียง่าย ๆ คือการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตเพื่อการเช่าหนัง และด้วยความร่วมมือของ Reed Hastings ในฐานะนักลงทุนหลัก และเขาเป็นซีอีโอ ทั้งคู่จึงร่วมกันก่อตั้ง NETFLIX ขึ้นมา 

กำเนิด NETFLIX เปลี่ยนคำว่าไม่ให้กลายเป็นเวิร์ก  ผู้เขียน Marc Randolph (มาร์ก แรนดอล์ฟ)เจ้าของไอเดียเเละซีอีโอคนแรกของ NETFLIX ผู้แปล โสภณ ศุภมั่งมี เป็นเรื่องราวอันน่าทึ่งและเบื้องลึกเบื้องหลังไอเดียธุรกิจสู่สตาร์ตอัประดับโลกที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อน Marc Randolph ได้ถ่ายทอดจากประสบการณ์ที่เผชิญมาด้วยตัวเอง ทำให้เห็นว่าเส้นทางไอเดียสู่ความจริงของ Netflix นั้นไม่ได้ง่าย และรวดเร็ว ตลอดเส้นทางทางเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค และ Netflix นั้นเริ่มต้นจากไอเดียเล็กๆที่ไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น แค่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่อยากลองทำ เป็นสิ่งที่เขาเชื่อ แม้คนรอบข้าง หรือแม้แต่ภรรยาเขาก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้

Marc Randolph ได้เล่าถึงการก่อตั้ง Netflix ที่ซับซ้อนมากกว่าที่คนทั่วไปคิด ในเล่ม ผู้เขียนได้ถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่เริ่มตั้งไอเดียคือประมาณสิบห้าเดือนก่อนเปิดตัว จนถึงเข้าตลาดหุ้นในปี 2002 คือสี่สิบเก้าเดือนหลังเปิดตัว โดยเริ่มตั้งแต่การเริ่มต้นของกลุ่มคน8คน ที่ต้องไปขอระดมทุนจากเพื่อนและครอบครัว ทำงานหามรุ่งหามค่ำ การแก้โค้ดที่ไม่มีวันจบ ประชุมในโรงแรมซอมซ่อ ใช้ตู้เซฟของธนาคารเก่าเก็บดีวีดี การรอดพ้นจากช่วงฟองสบู่แตก การโดนคู่แข่งดูถูก เกือบถูกซื้อกิจการหลายครั้ง เป็นไก่รองบ่อน และต้องเผชิญกับความผันผวนไม่แน่นอนตลอดเส้นทาง เรียกว่าจนกว่าจะเป็นบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหุ้นและยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ได้ก็หนักหนาสาหัสทีเดียว

การเล่าเรื่องของเขาเต็มไปด้วยสีสัน และชวนติดตาม ความท้าทาย ความลำบาก การเปลี่ยนแปลง ความผิดหวัง เรื่องหักมุม บทเรียนมากมายที่มีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันที่ประสบความสำเร็จ และมีสมาชิกมากกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก และเป็นบริษัทสตาร์ตอัปที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในศตวรรษที่ 21

หนังสือเล่มนี้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำสตาร์ทอัปหรือธุรกิจด้วยตนเอง เพราะนอกจากความสนุกและตื่นเต้นจากเรื่องราวแล้ว ยังได้เห็นความมหัศจรรย์ของไอเดีย ที่เป็นจริงได้โดยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีความเชื่อเหมือนกัน มีเป้าหมายเดียวกัน และพร้อมจะทุ่มเททุกอย่าง ทั้งกายและใจสร้างไอเดียในหัวให้เป็นจริง และนอกจากนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ ผู้ที่มีไอเดียอยู่แล้วเดินหน้ามุ่งสร้างไอเดียให้เป็นความจริง อย่างที่ Marc Randolph บอกในหนังสือเสมอว่า ไม่มีใครรู้อะไรเลย และเราไม่มีทางรู้เลยว่าไอเดียในหัวจะกลายเป็นอะไรได้บ้างถ้าเราไม่เริ่มลงมือทำ 

หนังสือจัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชัน  ราคาเล่มละ 375 บาท

ถ่ายทอดความรู้สึกผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ในแง่มุมสนุกสนาน และสร้างสรรค์

จริงครึ่งบรรลัยครึ่ง : Hyperbole and a Half ผู้เขียน Allie Brosh (แอลลี บรอช) ผู้แปล นพ. ก้าวหน้า สุขสุชะโน  หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวชีวิตของผู้เขียนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ที่ได้ถ่ายทอดความคิดความรู้สึก มุมมองของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าให้ผู้อื่นได้เข้าใจ และเห็นภาพชัดเจน โดยการถ่ายทอดได้อย่างสนุกสนาน  และมีภาพประกอบมากกว่า 400 ภาพ วาดโดยผู้เขียนเอง  เนื้อหาครึ่งหนึ่งเป็นการรวบรวมจากเว็บบล็อก Hyperbole and a Half และอีกครึ่งหนึ่งเขียนขึ้นใหม่จาก “ประสบการณ์การเรียนรู้ที่โคตรห่วย” ของเธอ  ไม่ว่าจะเป็นชีวิตวัยเยาว์สุดเพี้ยน การรับเลี้ยงน้องหมาที่มีปัญหาทางจิต การสำรวจความคิดความรู้สึกของตนเอง และการก้าวผ่านปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต รวมถึงโรคซึมเศร้าของเธอเอง หนังสือเล่มนี้”บิล เกตส์” แนะนำให้อ่าน  เป็นหนังสือยอดเยี่ยมประจำปีของ Goodreads สาขาตลกขบขัน (Best Humor) และหนังสือขายดีติดอันดับจาก New York Times Bestseller และ NPR นาน 31 สัปดาห์ มียอดขายกว่าสามแสนเล่มในเดือนแรก ราคาเล่มละ 425 บาท

เทคนิคการขายสินค้าทุกชนิดให้ปัง

บนแพลตฟอร์ม Lazada & Shopee

เคล็ดลับที่ร้านขายดีใน Lazada & Shopee ไม่อยากบอก ผู้เขียน ชวพล ฟ้าอำนวยผล เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นจากการรวบรวมและประสบการณ์การทำงานจริงของผู้เขียน ในฐานะอดีต Head of Content ที่ Lazada และผู้เชี่ยวชาญการขายบน Marketplace ภายในเล่มรวบรวมกลยุทธ์ในการขายบน 2 แพลตฟอร์มดังกล่าวแบบที่เรียกว่าอ่านง่ายเลยก็ว่าได้  สิ่งที่ถ่ายทอดในเล่มถือเป็นสูตรสำเร็จรูปที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที และเป็นเนื้อหาที่อัปเดตทั้งใน Lazada และ Shopee คือเป็นเวอร์ชันล่าสุด ตัวอย่างเช่น สิ่งที่จำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้ก่อนการขาย วิธีสมัครเปิดร้านแบบสมบูรณ์แบบ สอนการอัปโหลดสินค้าต่างๆ  การทำ Marketing และตกแต่งหน้าร้านให้ขายสุดปัง  เทคนิคการทำ Promotion อย่างไรให้ได้ผล การซื้อโฆษณาเพิ่มยอดขายด้วย Lazada Ad และ Shopee Ad ตลอดจนถึงเทคนิคการตอบแชดให้เป็น และให้ได้ออร์เดอร์เพิ่มจนส่งไม่ทัน หนังสือเล่มนี้ อ่านได้ทั้งมือใหม่หัดขาย และผู้ที่ขายอยู่แล้วและต้องการขายให้ดีขึ้น หนังสือราคา 289 บาท

ฝึกเจริญสติ ภาวนา และปรับวิธีคิด

สามารถเปลี่ยนสมองและตนเองได้

Good Morning, I Love You วิธีฝึกสติ และปรับสมอง เปลี่ยนวิธีคิด เพิ่มความเมตตากรุณา เพื่อความสงบสุข แจ่มชัด และเบิกบาน ผู้เขียน Shauna Shapiro, PhD. (ชอว์นา แชพิโร, ดร.) ผู้แปล ภรณี ภูรีสิทธิ์  มีคำกล่าวที่ว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณ มันก็ได้เกิดขึ้นไปแล้ว คําถามที่สําคัญคือ คุณจะรับมือกับมันอย่างไร” คำถามนี้จะช่วยให้หาวิธีรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่การจมจ่อมอยู่กับความทุกข์หรือเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หนังสือเล่มนี้จะสอนการฝึกเจริญสติ การภาวนา การปรับเปลี่ยนวิธีคิด และการฝึกตนเพื่อปรับสมอง เพราะสิ่งที่เราฝึกฝนเป็นประจำจะสามารถเปลี่ยนสมองของเราได้ จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในระบบประสาทวิทยา สมองของเราเปลี่ยนแปลงได้เพื่อตอบสนองต่อประสบการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีความใส่ใจ สายใยสมองจะส่งผ่านสัญญาณ และพัฒนาให้เกิดความเชื่อมโยงในระบบประสาท หนังสือเล่มนี้จะช่วยสอนให้คุณรู้วิธีที่จะรักษาความใส่ใจ เพื่อกระตุ้นระบบเครือข่ายในสมองเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน มีทั้งเนื้อหาและแบบฝึกปฏิบัติที่มีข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์และงานวิจัยรองรับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสร้างสุขภาวะทางจิตที่ดีแก่ชีวิตของเรา เรียนรู้วิธีการเสริมสร้างความเมตตากรุณาและความรัก เพื่อการดำรงอยู่ในโลกใบนี้อย่างเป็นสุข ด้วยการเสริมสร้างความงอกงามของชีวิตภายใน ราคาเล่มละ 220บาท

ใช้แพสชันเป็นพรสวรรค์สู่ความสำเร็จ

เล่าเรื่องเกี่ยวกับแพสชันได้ครบถ้วนที่สุด

ฉันหมด Passion หรือแค่ยังหามันไม่เจอ ผู้เขียน Brad Stulberg,Steve Magness ผู้แปลแป้ง ไตรรัตนานุสรณ์ พลิกมุมมองใหม่ให้ Passion เป็นดั่งพรสวรรค์ แล้วสร้างความสำเร็จให้ชีวิต คนเราต้องตามหาแพสชันให้เจอ  และต้องทุ่มเทกับแพสชันให้เต็มที่  แค่พร่ำบอกว่า “ตามหา” หรือ “ทุ่มเท” ใครก็พูดได้ แล้วถ้าหาแพสชันไม่เจอหรือทำแล้วหลงทางล่ะ ชีวิตของเราจะเดินต่อไปทางไหนดี “Brad Stulberg” อดีตที่ปรึกษาดาวรุ่งจากทำเนียบขาว และ “Steve Magnesss” อดีตนักวิ่งอัจฉริยะ เคยไล่ตามแพสชันจนประสบความสำเร็จ แต่ชีวิตก็พลิกผัน แพสชันที่มีกลับย้อนมาทำร้าย กว่าจะตั้งหลักได้ก็เกือบสายเกินไป Brad และ Steve ได้หยิบประสบการณ์ส่วนตัวมารวมกับงานวิจัยใหม่ๆ และไปสัมภาษณ์เหล่าคนดังที่ทั้งได้ดีและเคยล้มไม่เป็นท่า จนออกมาเป็นหนังสือที่เล่าเรื่องแพสชันได้ครบถ้วนและคมคายที่สุดเล่มนี้ ลองบ่มเพาะความฝัน ความรัก หรือความหลงใหล ให้กลายเป็นแพสชัน แล้วค่อยๆ ใช้เวลา เจียระไนแพสชันนั้นให้งดงามไปพร้อมกับหนังสือเล่มนี้ หนังสือราคา 250 บาท

หนังสือเด่น : โมเดลบริหารจัดการภาวะวิกฤติแนวใหม่ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/703024

หนังสือเด่น : โมเดลบริหารจัดการภาวะวิกฤติแนวใหม่  พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในอนาคต

หนังสือเด่น : โมเดลบริหารจัดการภาวะวิกฤติแนวใหม่ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ในอนาคต

วันอังคาร ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภาวะวิกฤติ (Crisis) คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบรุนแรงและเกิดปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขทันท่วงที วิกฤติโควิดโควิด-19 ไม่ใช่วิกฤติครั้งแรกที่มวลมนุษยชาติได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลง ถ้านับย้อนหลังไปแค่ประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา พวกเราหลายคนคงได้รับผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อม อาทิ วิกฤติต้มยำกุ้ง 2540 ที่สร้างหายนะให้กับสถาบันการเงินและเศรษฐกิจไทย รวมถึงหลายประเทศในเอเชีย ความเปลี่ยนแปลงที่ทางธรรมชาติที่คลื่นยักษ์สึนามิ พัดถล่ม 14 ประเทศรอบชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย เมื่อปี 2547 วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ 2550-2551 ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐอเมริกาอย่างมาก เป็นต้น และในช่วงวิกฤติที่ผู้คนท้อแท้สิ้นหวัง เราก็มักจะได้ยินเรื่องราวของผู้อยู่รอดและทวนกระแสจนประสบความสำเร็จเสมอนั่นหมายความว่าในวิกฤตินั้นมักมีโอกาสอยู่เสมอถ้ามีวิธีการจัดการบริหารอย่างเหมาะสม

หนังสือการบริหารจัดการภาวะวิกฤติ : Crisis Management ผู้เขียน ดร.ทรงวุฒิ ดีจงกิจ เป็นนักวิชาการรุ่นใหม่ ได้นำเสนอกรอบแนวคิดใหม่ที่ครอบคลุมการบริหารจัดการภาวะวิกฤติ “COVID Model” เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อ่าน รับมืออย่างเข้าใจ อย่างรู้รอบ รู้เท่าทัน รู้ทาง เพื่อนำพาธุรกิจให้อยู่รอด และดำเนินไปได้ด้วยดี สามารถฝ่าคลื่นวิกฤติิต่างๆ ไม่ว่าในสถานการณ์แบบไหนก็ตาม

หนังสือเริ่มด้วยมีการทบทวน สังเคราะห์วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรปรับปรุง การบริหารจัดการจากงานวิจัยย้อนหลัง 15 ปี รวมทั้งกรณีศึกษาที่สามารถฝ่าฝันวิกฤติจากบริษัทชั้นนำ แล้วถึงจะมานำเสนอแนวคิดใหม่ที่ครอบคลุมการบริหารจัดการวิกฤติิคือCOVID โมเดล เพื่อเป็นแนวทางจัดการวิกฤติและเปลี่ยนเป็นโอกาสที่มีทั้งหมด 5 Frameworkได้แก่ เข้าใจคลื่นวิกฤติิ (C : Challenge คือทำความเข้าใจคำว่าวิกฤติคืออะไร องค์ประกอบสำคัญ 4 ปัจจัย 9 ประเภทวิกฤติิที่กระทบองค์กร, O : Overall Trigger & Communicationจะโต้คลื่นได้ ต้องอ่านคลื่นออก มองคลื่นเป็น ระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในองค์กร จำแนกประเภทผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใน-ภายนอกองค์กร ผลกระทบ ใครเสียหายมาก เสียหายน้อยหาจังหวะ trigger เปรียบเทียบกับการรับรู้ถึงสัญญาณเตือนแต่ละขั้นตอน เพื่อตัดสินใจ…, เปลี่ยนคลื่นให้เป็นโอกาส IV : Value Enhance 9R การตอบสนองหรือแก้ปัญหา ต่อวิกฤติ 9 ประเภท เป็นต้น

หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้นำเสนอวิกฤติต่างๆ ในอดีต และบทเรียนที่ได้รับจากเหตุการณ์เหล่านั้นมาสรุปให้เข้าใจ และบอกถึงสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญได้พูดถึงกลยุทธ์ที่องค์กรควรจะมีในการรองรับวิกฤติในอนาคต เล่าเคสที่น่าสนใจและนำเสนอแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจเพื่อเป็นกรอบความคิดที่มีความเป็นไปได้ในการรองรับปัญหาวิกฤติิในอนาคต

หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่มีคุณค่า เขียนด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญ อ่านง่าย เนื้อหากระชับ ถึงแม้จะมีศัพท์แสงที่อาจจะต้องทำความเข้าใจอยู่บ้าง แต่โดยรวมทำความเข้าใจได้ หากยังติดขัดก็สามารถไปดูสรุปท้ายเล่ม ที่สรุปถึงหลักการของหนังสือ และได้อธิบายถึงเนื้อหาในเล่มโดยสรุปอีกด้วยคือถ้าใครไม่มีเวลาก็อ่านตอนสุดท้ายได้เลย ถ้ามีเวลาค่อยมาดูในรายละเอียดในเล่มอีกที หนังสือเหมาะสำหรับนักธุรกิจ เจ้าของกิจการทุกระดับ พ่อค้า แม่ค้า หรือเยาวชนที่สนใจ จริงๆ แนะนำให้อ่านทุกคน เพื่ออย่างน้อยจะได้เตรียมความพร้อมหากมีวิกฤติิเกิดขึ้นในอนาคต หนังสือเล่มนี้ราคาเล่มละ 265 บาท จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์วิช จัดจำหน่ายโดยซีเอ็ดยูเคชั่น

เทคนิคการวางแผนทำงานให้สำเร็จ

ด้วยเครื่องมือและเทคนิคที่ดี ตั้งแต่เริ่ม

ทำน้อยได้มาก ไม่ยาก วิธีวางแผนงานให้สำเร็จตั้งแต่เริ่ม ผู้เขียน ศุภวิทย์ ภาษิตนิรันดร์ (เซนเซเล็ก), วิฑูรย์สูงกิจบูลย์ (เซนเซแป๊ะ) “การวางแผน” เป็นเรื่องพื้นฐานที่หลายคนมองข้าม แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ “คนทำงานเก่ง” ที่ต้องการพัฒนาตนเองยิ่งๆ ขึ้นๆ ไปต้องมีการวางแผนล่วงหน้าโดยมีเครื่องมือและเทคนิคที่ดี นอกจาก “เพิ่มทางเลือก” ในการตัดสินใจแล้ว ยังทำให้เราได้“เส้นทางที่ดีที่สุด” เพื่อไปถึงจุดหมายด้วยระยะทางสั้นที่สุด โดยใช้เวลาน้อยที่สุด “เซนเซเล็ก”กับ “เซนเซแป๊ะ” ได้แนะนำวิธีคิด วิธีวางแผนงานยังไงให้สำเร็จตั้งแต่เริ่มวางแผน เป็นเทคนิคที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เกิดประโยชน์ได้ทันที รวมทั้งคีย์ลัดการทำงานให้มีประสิทธิภาพแบบเหนื่อยน้อยลง ภายในเล่มคือเนื้อหานั้นได้คัดเฉพาะประเด็นสำคัญเท่านั้น และนำเสนอด้วยรูปแบบการสรุปที่สนุก กระชับ น่าติดตาม สไตล์ 2 เซนเซให้คุณผู้อ่านทำความเข้าใจด้วยตัวเองได้ไม่ยาก และอ่านจบไวใน 4 ชั่วโมง หนังสือกลั่นจากประสบการณ์กว่า 20,000 ชั่วโมงของการทำงานจริง ในบริษัทระดับโลกกว่า 19 ปี เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง หนังสือราคาเล่มละ 289 บาท

วิธีการดูแลเด็กสมาธิสั้นให้อาการดีขึ้น

โดยคุณแม่ที่ดูแลเด็กสมาธิสั้นกว่า10ปี

สมาธิสั้นหายได้ไม่ยาก ผู้เขียน นภัทร พุกกะณะสุต เป็นหนังสือเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงในการเลี้ยงลูกชายที่ป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นของคุณนภัทร พุกกะณะสุต ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้น ซึ่งเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ประสบปัญหาเด็กในความดูแลเป็นสมาธิสั้นมากว่า 10 ปี การเลี้ยงดูเด็กที่เป็นสมาธิสั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ดูแลต้องมีความรัก ความเข้าใจ และความรู้ที่เหมาะสมเพื่อประคับประคองเด็กๆ ให้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุข โดยการให้ความรัก ความสุข คำชม ควบคุมอารมณ์ ไม่ฉุนเฉียว เป็นต้น เรื่องเล่าจากคุณนภัทรจะทำให้ผู้อ่านที่มีเด็กสมาธิสั้นในครอบครัวได้ตระหนักว่าการช่วยเหลือให้เด็กเหล่านี้มีอาการดีขึ้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ จะได้มีกำลังใจในการเลี้ยงดู และดูแลอย่างเหมาะสมนอกจากเรื่องเล่าจากกรณีตัวอย่างที่ถ่ายทอดออกมาได้ชวนอ่านแล้ว ภายในเล่มยังสอดแทรกความรู้เชิงวิชาการและแบบประเมินผลความสำเร็จในการแก้ไขช่วยเหลือเด็ก เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถติดตามความก้าวหน้าและปรับวิธีการเลี้ยงดูได้อย่างเหมาะสม หนังสือราคาเล่มละ 275 บาท

วรรณกรรมจีนร่วมสมัยสะท้อนสังคม

เชิดชูพลัง บทบาท หน้าที่ ของผู้หญิง

นารีนครา ผู้เขียน ฉือลี่ ผู้แปล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นนวนิยายสมัยใหม่ของ “ฉือลี่” นักเขียนหญิงผู้มีชื่อเสียงที่สร้างวรรณกรรมร่วมสมัยของจีนหลายเรื่อง เนื้อหาในเล่ม สะท้อนสังคม และในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นความงดงามของ “ความเป็นหญิง” ซึ่งมิได้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอกอันชวนให้หลงใหล หากแต่อยู่ในพลังและบทบาทหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของความเป็นแม่ ความเป็นภรรยา และที่สำคัญที่สุดคือความเป็นเพื่อนแท้ ผ่านตัวละครสำคัญ 3 ตัว ซึ่งเป็นตัวแทนหญิงรุ่นเก่า รุ่นกลางรุ่นใหม่ ที่ได้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในมิติต่างๆ และได้ถ่ายทอดเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในกระแสสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน การเชิดชู “ความเป็นหญิง” ในนวนิยายนี้ ทวีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อผู้เขียนใช้ฉากสำคัญคือ “นครอู๋ฮั่น” ซึ่งเป็นนครที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนาน การบรรยายฉากอย่างละเอียดให้เห็นชีวิต ความงาม และความยิ่งใหญ่ของนครอู๋ฮั่นนี้ จึงเป็นฉากที่เพิ่มความหมายลึกซึ้งให้กับชื่อเรื่อง “นารีนครา” จนอาจกล่าวได้ว่า “นารีนครา”เป็นนวนิยายที่สะท้อนวีรกรรมอันเกิดจากดวงใจแกร่งแท้ดั่งเหล็กกล้าของหญิง ซึ่งได้ดำเนินมาแล้วในอดีต ดำรงอยู่ในปัจจุบัน และจะสืบเนื่องต่อไปในอนาคต หนังสือราคา 185 บาท

เข้าใจความแตกต่าง‘ผู้ชายและผู้หญิง’

ปรับจูนชีวิตคู่ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ ผู้เขียน John Gray, Ph.D. (จอห์น เกรย์, ดร.) ผู้แปล สงกรานต์ จิตสุทธิภากร เป็นจิตวิทยาประยุกต์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณผู้อ่านรู้ถึงความแตกต่างระหว่าง “ผู้ชายและผู้หญิง” ได้ดีที่สุด แต่ละฝ่ายก็จะรู้และเข้าใจถึงความแตกต่างของอีกฝ่ายหนึ่งได้เป็นอย่างดี และ พบกับแนวทางต่างๆ ที่จะช่วยปรับจูนช่วยให้ชีวิตคู่ของคุณเต็มไปด้วยความสุขเรียกว่าเป็นหนังสือเล่มเดียวที่ตอบปัญหาหลายอย่างที่อยากรู้เกี่ยวกับเพศตรงข้าม แต่ไม่เคยมีใครตอบ วิธีทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้้เป็นแนวทางที่ทำได้ และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล “เนื้อหาภายในชี้ให้เห็นถึงต้นตอของความขัดแย้งว่าเกิดขึ้นและแก้ไขได้อย่างไร” เช่น ทำไมเวลาเกิดปัญหาผู้ชายจึงชอบเก็บตัวอยู่เงียบๆ คนเดียว ในขณะที่ผู้หญิงต้องหาทางพูดให้ใครสักคนฟัง จะรู้ว่า แม้ว่าผู้หญิงและผู้ชายพูดภาษาเดียวกัน แต่ในความรู้สึกของแต่ละฝ่ายจะไม่เหมือนกัน วิธีการทำให้อีกฝ่ายหนึ่งสนใจตนเอง ทุกบทล้วนมีคำอธิบายอย่างละเอียดพร้อมตัวอย่างประกอบที่ชัดเจน เข้าใจง่าย สามารถประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงได้ หนังสือเล่มนี้เป็น International Best Seller ที่ขายดีตลอดกาล หนังสือราคา 320 บาท

หนังสือเด่น : เรียนรู้เรื่องความฉลาดทางการเงิน เพื่อบริหารจัดการเงินให้งอกเงย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700379

หนังสือเด่น : เรียนรู้เรื่องความฉลาดทางการเงิน  เพื่อบริหารจัดการเงินให้งอกเงย

หนังสือเด่น : เรียนรู้เรื่องความฉลาดทางการเงิน เพื่อบริหารจัดการเงินให้งอกเงย

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทุกๆวันมีคนออกไปทำงานหาเงิน ทำงานหนัก มีรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ไม่สามารถเป็นคนร่ำรวยได้ หรือบางคนพลิกผันถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1 ที่ชีวิตผลิกผันกลายเป็นคนรวยเพียงชั่วค่ำคืน แต่สุดท้ายไม่นานก็กลับมาเป็นคนจนอีกครั้ง ความร่ำรวยไม่ได้วัดกันว่ามีเงินมากแค่ไหน แต่จะวัดกันว่าสามารถจัดการเรื่องเงินให้งอกเงยขึ้นมาได้อย่างไร มีเงินมากแต่ถ้าจัดการไม่เป็น เพียงระยะเวลาไม่นานก็หมดไปอย่างง่ายดาย และนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์โควิด-19 ระบาด ทั่วโลก  ตามติดด้วยสงครามรัสเซีย ยูเครนและเกิตมหันตภัยต่างๆอีกมากมาย ทำให้เกิดวิกฤติการเงินเกิดขึ้นทุกหัวระแหง  มีหลายคนที่ไม่สามารถเอาตัวรอดและล้มเหลวทางการเงินอย่างหนัก แต่ก็มีบางคนก็อยู่ได้อย่างสบายไม่เดือดร้อน คนที่รวยอยู่แล้วก็หาโอกาสจากวิกฤติได้อีก และก็จะยิ่งร่ำรวยมหาศาลขึ้นไปเรื่อย ๆ  เหตุการณ์วิกฤติต่างๆก็จะวนเวียนเกิดขึ้นแบบนี้เรื่อยๆ ลองถามตัวเองว่าอยากเป็นคนล้มเหลว หรืออยากเป็นคนที่เอาตัวรอดทุกสถานการณ์ หากอยากเป็นคนที่ได้ไปต่อก็ต้องมีคุณสมบัติที่เรียกว่า “ความฉลาดทางการเงิน”

พ่อรวยสอนปลุกอัจฉริยภาพทางการเงิน เรียนรู้วิธีสร้างความร่ำรวยด้วยความฉลาดทางการเงินผู้เขียน   Robert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ) ผู้แปล จักรพงษ์ เมษพันธุ์,เกียรติศักดิ์ ลีลาวโรภาสหนังสือเล่มนี้ได้ขยายความอย่างชัดเจน และอธิบายเหตุผลที่มาที่ไปซึ่งอยู่เบื้องหลังแนวคิดของ โรเบิร์ต คิโยซากิ ที่มีอยู่ในหนังสือชุด “พ่อรวยสอนลูก” ตั้งแต่เล่มแรก (เช่น บทเรียนทั้ง 6 บทของพ่อรวย) นั่นคือ แนวคิดที่ว่า “สิ่งที่จะช่วยให้เราร่ำรวยหรือมีอิสรภาพทางการเงินได้ ไม่ใช่ตัวเครื่องมือทางการเงิน แต่เป็นความฉลาดทางการเงินที่มีอยู่ในตัวเราต่างหาก”  คนจน คนชั้นกลาง คนรวยก็มีปัญหาทางการเงินเหมือนกัน  คนจนและคนชั้นกลางมีปัญหาคือมีเงินไม่เคยมากพอ และมักจะหลีกเลี่ยงและเสแสร้งว่าไม่มีปัญหาทางการเงิน ทัศนคติแบบนี้ ปัญหาเรื่องเงินก็ยังอยู่และความฉลาดทางการเงินก็พัฒนาช้า  คนรวยก็มีปัญหาคือมีเงินเยอะเกินไป และพวกเขาจะเผชิญหน้ากับปัญหา และแก้ไขอย่างไม่รอช้า เพราะการแก้ไขจะทำให้พวกเขาฉลาดขึ้น มี IQ การเงินที่สูงขึ้น และความฉลาดทางการเงินคือสิ่งที่ทำให้พวกเขารวย ไม่ใช่เพราะเงิน

หนังสือเล่มนี้เป็นการบอกวิธีที่จะทำให้ผู้อ่านมีระบบการเงินที่ดีขึ้น ร่ำรวยขึ้นโดยอาศัยความฉลาดทางการเงิน และช่วยเพิ่มพูน IQ ทางการเงิน 5 ประการ ได้แก่การทำเงินให้มากขึ้น วัดกันได้ที่ใครหาเงินได้มากกว่ากัน หรือรายได้เท่ากันใครเสียภาษีน้อยกว่ากันเป็นต้น, การปกป้องเงินที่หามาให้ได้ในทุกๆวันเช่นการดูแลการเสียภาษีให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสมหรือน้อยที่สุดในขอบเขตกฎหมายกำหนด ,การจัดงบประมาณให้เหมาะสม เพื่อให้กินดีอยู่ดีและมีเงินเหลือเก็บ,สร้างพลังทวีให้เงินเก็บ คนที่ได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่มากกว่าฉลาดทางการเงินมากกว่า และการจัดการและมีพื้นฐานข่าวสารทางการเงินที่ดีที่จะนำพาไปสู่ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

เนื้อหาเข้าใจง่าย โดยหวังว่าผู้อ่านนำความรู้ที่ได้รับ สามารถยืนหยัดต่อสู้กับพายุทางการเงิน และกระแสทุนนิยมของโลกเราได้อย่างแข็งแกร่งและมีความสุข สามารถพัฒนาข้อมูลข่าวสารการเงินที่ได้รับให้กลายเป็นคนที่มีอิสรภาพทางการเงิน และร่ำรวยขึ้นด้วยตัวเอง  หนังสือราคาเล่มละ 265 บาท จัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ด ยูเคชั่น

ทำความรู้จักสินทรัพย์ดิจิทัลทุกแง่มุม

เพื่อวางแผนการเงินการลงทุนให้ได้กำไร

DeFi และ NFT ความมั่งคั่งยุคดิจิทัล เล่มนี้ เขียนโดย นเรศ เหล่าพรรณราย ผู้ประสบการณ์ในด้านสื่อธุรกิจการเงินการลงทุนมากกว่า 15 ปี ที่ปรึกษาด้านธุรกิจบล็อกเชน ผู้ก่อตั้ง Ricco Wealth และเลขาธิการสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และถ้าหากความมั่งคั่งของคนในยุค Baby Boomer จนถึง Gen Y คือ อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ และหุ้น ความมั่งคั่งของผู้คนในยุคดิจิทัลก็คือ “สินทรัพย์ดิจิทัล” จากยุคของการเทรด Bitcoin มาจนถึง Altcoin ถือเป็นยุคทองของ ICO กันเลยทีเดียว สินทรัพย์ดิจิทัลได้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปัจจุบัน “DeFi หรือการเงินไร้ตัวกลาง รวมถึง “NFT” คือสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีแนวโน้มเติบโตสูงภายในอนาคต ที่สำคัญยังรองรับกับเทคโนโลยีที่ถูกคาดว่าจะเป็นเมกะเทรนด์ใหม่อย่าง Metaverse อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การลงทุนย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง และในโลกออนไลน์เรามีสิทธิ์ที่จะตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีได้เช่นกัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านเข้าถึงข้อมูล Blockchain ได้ง่ายขึ้น ในโลกรู้เท่าทันต่อภัยอันตรายบนโลก DeFi ที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล ในช่วงที่เมกะเทรนด์ก็เพิ่งจะเริ่มต้น  สามารถศึกษาโอกาสและความเสี่ยงในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการเป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพ หนังสือเล่มนี้ถือเป็นแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือในการเงินการลงทุนการวางแผนทางการเงิน Cryptocurrency ของนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้  ราคา 250 บาท

แนวทางบันทึกประจำวัน “PDCA Nippo”

และวงจรบริหารคุณภาพธุรกิจของญี่ปุ่น

PDCA For SMEs แค่จดวันละนิด ธุรกิจก็โตหลายเท่าตัว ผู้เขียน Yoshiki Nakazuka (โยชิกิ นาคาซึกะ) ผู้แปล ภัทรพล เหลือบุญชู (บูม Japan Salaryman)   หนังสือเล่มนี้ ได้นำเสนอแนวทางการจดบันทึกประจำวัน ควบคู่ไปกับการใช้วงจรบริหารคุณภาพอย่างต่อเนื่องแบบ “PDCA Nippo” ที่ผู้เขียนได้พัฒนาขึ้นมาสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เขาเคลมว่าการจดบันทึกในแบบฉบับของเขาช่วยให้ผู้บริหารธุรกิจ SMEs ประสบความสำเร็จมาแล้วกว่า 200 บริษัท โดยในเล่มเล่าถึงได้แก่ การเขียนบันทึกประจำวัน (PDCA Nippo) สามารถเพิ่มยอดขายให้ได้หลายเท่าตัว เทคนิคการหมุนวงล้อ PDCA  การเล่าถึงกรณีตัวอย่างการใช้ PDCA Nippo ที่ประสบผลสำเร็จในสถานการณ์ธุรกิจจริง การกลบจุดอ่อน 2 อย่างในธุรกิจ SMEs  คือการฝึกเรื่อง “การขาย” ให้เต็มที่ และวิเคราะห์การเงินเพื่อเพิ่มรายได้ให้บริษัท การปรับธุรกิจให้ดีขึ้นกว่าเดิม 180 องศา เทคนิคการใช้แบบฟอร์มเพิ่มยอดขายหลายเท่าตัว และการจดบันทึกประจำวัน ฯลฯ ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าหากรู้จักการจดบันทึกประจำวันเพียงแค่วันละ 2นาทีตามวิธี “PDCA Nippo”  จะทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น มีรายได้และยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่า หนังสือราคาเล่มละ 315 บาท

ย้อนรอย ชาวนูเบีย ชนชาติผิวดำโบราณ

ที่ร่วมยุคและถูกกลืนด้วยอารยธรรมอียิปต์

เปิดโลกอารยธรรมนูเบีย Ancient Nubia  ผู้เขียน ณัฐพล เดชขจร   เป็นเรื่องราวของ ชนผิวดำ ชนชาติโบราณร่วมยุคอารยธรรมอียิปต์ เผ่าพันธุ์ผู้มีตำนานและเทพเจ้าเป็นของตนเอง  บ่อยครั้งที่เรารู้จักชาวนูเบียผิวดำผ่านหนังสือประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ ที่พูดถึงชาวนูเบียผ่านไอยคุปต์ แต่ยังไม่เคยมีหนังสือภาษาไทยเล่มใดที่เจาะลึกลงไปเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของชนผิวดำกลุ่มนี้   “นูเบีย” อารยธรรมที่ถูกอียิปต์กลืนกิน แต่ยังคงหลงเหลือความเป็นตัวตนอยู่ โบราณสถานโดดเด่นอย่าง พีระมิด เช่นเดียวกับอียิปต์ แต่มีมากกว่าถึง 2 เท่า มีตำนานความเชื่อใกล้เคียงกับอียิปต์ แต่มีเทพเจ้าเป็นของตนเอง หนังสือเล่มนี้จะพาทุกท่านไปเปิดโลกอารยธรรมนูเบีย   เริ่มจากประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม จนถึงช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของอียิปต์ ต่อด้วยช่วงที่นูเบียก้าวขึ้นมาเป็นฟาโรห์ปกครองอียิปต์ และสุดท้ายที่อารยธรรมนูเบียเริ่มถดถอยลง นอกจากพีระมิดและสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ที่คล้ายอียิปต์แล้ว ก็มีสถาปัตยกรรมแบบนูเบียแท้ ๆ คือ “เดฟฟูฟา” ทั้งยังมีเรื่องของภาษาที่เป็นอักขระเมโรอิติค และปิดท้ายด้วยแหล่งโบราณคดีที่สำคัญของนูเบีย ราคาเล่มละ 430 บาท

ชี้แนวทางให้วัยรุ่นตอนปลายรับมือ

กับความเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด ผู้เขียน Rando Kim (คิมรันโด) ผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์ เป็นหนังสือจิตวิทยาประยุกต์ จิตวิทยาวัยรุ่น ที่มีเนื้อหาที่ช่วยปลอบประโลมและชี้แนวทางการใช้ชีวิตให้กับวัยรุ่นที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและหลงทางในโลกของความเป็นผู้ใหญ่ที่เพิ่งเริ่มต้น เมื่อรับมือไม่ได้ก็จะทำให้ทรมานใจ เกิดความว่างเปล่าในจิตใจ หวั่นไหว เปลี่ยวเหงา โดดเดี่ยว เป็นต้น “คิมรันโด” เป็นที่ปรึกษาวัยรุ่นแห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้ เขาเขียนหนังสือเล่มนี้เพราะต้องการให้ลูกชายซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นอ่าน เขาเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอกับลูกศิษย์หลากหลายประเภทในมหาวิทยาลัย ช่วยชี้แนวทางวัยรุ่นเกี่ยวกับเรื่องการเรียน การเก็บเงิน การหางานทำที่มีความสุขและสามารถมีเงินเก็บได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อเด็กอยู่ในช่วงวัยใกล้เรียนจบ กำลังจะเข้าสู่วัยทำงาน มักจะมีความกังวลเรื่องเหล่านี้มากเป็นพิเศษ หนังสือเล่มนี้อาจไม่ได้ให้คำตอบคำตอบสำเร็จรูปในทันที แต่ยืนยันว่ามีคำตอบปลายเปิดให้วัยรุ่นได้ค้นหาว่าจะผ่านช่วงวัยเรียน วัยทำงาน และวัยผู้ใหญ่ เพื่อสร้างฝันให้เป็นจริงได้อย่างไร? มียอดขายในเกาหลีมากกว่า 2,000,000 เล่ม ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ อาทิเช่น ไทย ไต้หวัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ บราซิล ญี่ปุ่น เวียนนาม ฯลฯ ติดอันดับหนึ่งหนังสือขายดี ในเว็บไซต์ Amazon.com ประเทศจีน ยาวนานถึง 16 สัปดาห์ หนังสือราคาเล่มละ 245 บาท

หนังสือเด่น : ทุกคนประสบผลสำเร็จสูงสุดในชีวิตได้ หากยึดมั่น มุ่งมั่น ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698816

หนังสือเด่น : ทุกคนประสบผลสำเร็จสูงสุดในชีวิตได้ หากยึดมั่น มุ่งมั่น ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

หนังสือเด่น : ทุกคนประสบผลสำเร็จสูงสุดในชีวิตได้ หากยึดมั่น มุ่งมั่น ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

วันอาทิตย์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

‘สมคิด ลวางกูร’ เป็นที่รู้จักกันในภาพที่เป็นผู้ชายที่มากความสามารถ เป็นทั้งนักคิด นักเขียน นักการตลาด ที่มีธรรมะยึดเหนี่ยวจิตใจ ด้านผลงานเขียน แม้จะไม่ได้จบด้านนิเทศศาสตร์หรืออักษรศาสตร์ แต่อดีตนักเรียนช่างกลไฟฟ้าอย่างสมคิด กลับประสบความสำเร็จ ในอาชีพนักเขียนอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง หนังสือจากปลายปากกาของสมคิด ติดเบสท์เซลเลอร์เกือบทุกเล่ม ยอดขายหลักร้อยล้าน และผลงานเขียนหนังสือทั้ง 34 เล่มของเขา ล้วนแล้วแต่เป็นหนังสือสร้างสรรค์สังคม โน้มน้าวให้คนทำดี และให้เห็นคุณค่าของความดีทั้งสิ้น 

สมคิด เกิดมาในครอบครัวยากจน ไม่มีพ่อ มีแต่แม่ ด้วยครอบครัวยากจน ความที่แม่ต้องทำมาหากิน จึงนำเขาไปฝากกับหลวงตาที่วัดตั้งแต่เล็กๆ อาศัยข้าววัดประทังชีวิต มีกินบ้างไม่มีกินบ้าง บางครั้งอดถึงขั้นต้องแย่งสุนัขกิน ชีวิตไร้จุดหมาย  จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้มีโอกาสอ่านหนังสือของเดล คาร์เนกี้ ที่มีสภาพเก่าคร่ำคร่า ที่เขาอ่านพบว่า คนที่จะประสบผลสำเร็จได้นั้น ต้องตั้งเป้าหมายในชีวิต ซึ่งสำหรับเป้าหมายในชีวิตของเขาคือ ความสำเร็จ ร่ำรวย เกียรติยศ ชื่อเสียง  ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็คงเป็นสาเหตุหลักที่เมื่อเขาประสบผลสำเร็จในชีวิตแล้ว เขาจึงมุ่งหน้าเป็นนักเขียน เพราะเขาเชื่อว่าหนังสือดีๆเพียงเล่มเดียว สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้

“พลิกชีวิตจากหายนะ.. สู่ความสำเร็จ” เป็นหนังสือถ่ายทอดข้อคิด ข้อปฏิบัติ แรงบันดาลใจ ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต   ผ่านการเล่าประสบการณ์ และการต่อสู้ชีวิตของเขาในช่วงชีวิตต่างๆ ที่เริ่มตั้งแต่ชีวิตที่ลำบากยากจนในวัยเด็ก การต่อสู้ฝ่าฝันมาจนประสบผลสำเร็จมีเงินล้านแรก โดยใช้เวลาถึง 14 ปี แต่แล้วก็หายไปชั่วพริบตา และเขาก็ขึ้นๆลงๆอีกหลายครั้ง หนี้สินท่วมตัว ขายสมบัติทุกอย่าง สิ้นเนื้อประดาตัว หายนะ จนคิดฆ่าตัวตาย  ถ้าเป็นคนอื่นชีวิตของเขาคงจบไปแค่นั้น แต่สำหรับสมคิดแล้ว เขากลับมาพลิกชีวิตจนกลับมาประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้จนถึงทุกวันนี้  คุณสมบัติที่สำคัญที่ทำให้เขาถึงทุกวันนี้ได้คือเขาเป็นนักสู้ที่ปิดประตูความล้มเหลว เพราะตั้งเป้าหมายชีวิตเขาต้องมีแต่ความสำเร็จอย่างเดียว

หนังสือเล่มนี้ อ่านสนุก ปลุกปลอบใจ และสร้างแรงบันดาลใจ  เรียนรู้การตั้งเป้าหมายในชีวิต การพัฒนาตนเอง แนวปฏิบัติ การต่อสู้ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เป็นต้น สำหรับผู้อ่านทุกคนที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต  โดยเฉพาะคนที่ต้นทุนชีวิตน้อยกว่าคนอื่น หรือชีวิตนั้นมืดมนหาทางออกไม่ได้ กำลังล้มเหลว สิ้นเนื้อประดาตัว  น้อยเนื้อต่ำใจกับวาสนาตัวเองที่เกิดมายากไร้ต้นทุนทางสังคมน้อยกว่าคนอื่น  ไม่รู้ชีวิตจะไปทิศทางใด ควรอ่านหนังสือเล่มนี้

หนังสือ “พลิกชีวิตจากหายนะ.. สู่ความสำเร็จ” เล่มนี้เป็นฉบับปรับปรุง​ ขนาดพกพาง่าย จัดจำหน่ายโดยซีเอ็ด ในราคาเล่มละ  250 บาท

เรียนรู้เรื่องราววิกฤติต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลก

เพื่อวางแผนจัดการและรับมือได้อย่างเหมาะสม

“การบริหารจัดการภาวะวิกฤติ : Crisis Management” ผู้เขียน ดร. ทรงวุฒิ ดีจงกิจ  ทุกวันนี้ วิกฤติหรือความเปลี่ยนแปลงในโลกก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะวิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้า การดำเนินกิจการน้อยใหญ่ อันเป็นเหตุให้ส่งผลไปถึงวิกฤติระดับครัวเรือน และเพื่อให้เข้าใจและมีความรู้ด้านวิกฤติที่ทยอยถาโถมเข้ามาสู่สังคมในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งวิกฤติธรรมชาติ วิกฤติสังคม วิกฤติการเมือง วิกฤติเศรษฐกิจ และอีกมากมายที่มวลมนุษยชาติจะต้องเผชิญ ผู้เขียนได้รวบรวมองค์ความรู้เรื่องการจัดการวิกฤติจากงานวิจัยทางวิชาการ และจากกรณีศึกษาทางธุรกิจย้อนหลังไปกว่า 20 ปี  ที่ครอบคลุมการบริหารจัดการวิกฤติ “Covid Model”ด้วย  โดยได้เปรียบวิกฤติเป็นดั่งคลื่นที่ต้องเรียนรู้ และรู้จัก แนะนำกลยุทธ์ที่จะโต้กระแสหรือล้อไปกับสถานการณ์ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านไปสู่จุดที่ปลอดภัยหรือเป็นปกติในที่สุด  เจ้าของกิจการ และผู้บริหารองค์กรต่างๆควรอ่าน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติที่จะมีต่อไปในอนาคต และสามารถฝ่าคลื่นวิกฤติได้อย่างรู้รอบ รู้เท่าทัน รู้ทาง เพื่อก้าวสู่ความท้าทายใหม่ได้อย่างมั่นใจ หนังสือราคาเล่มละ 265 บาท

เรียนรู้ด้านการจัดการเงินทอง

ด้วยความฉลาดทางด้านการเงิน

“พ่อรวยสอนปลุกอัจฉริยภาพทางการเงิน เรียนรู้วิธีสร้างความร่ำรวยด้วยความฉลาดทางการเงิน” ผู้เขียนRobert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ) ผู้แปล จักรพงษ์ เมษพันธุ์,เกียรติศักดิ์ ลีลาวโรภาส   หนังสือเล่มนี้ได้ขยายความอย่างชัดเจน และอธิบายเหตุผลที่มาที่ไปซึ่งอยู่เบื้องหลังแนวคิดของ โรเบิร์ต คิโยซากิ ที่มีอยู่ในหนังสือชุด “พ่อรวยสอนลูก” ตั้งแต่เล่มแรก นั่นคือ แนวคิดที่ว่า “สิ่งที่จะช่วยให้เราร่ำรวยหรือมีอิสรภาพทางการเงินได้ ไม่ใช่ตัวเครื่องมือทางการเงิน แต่เป็นความฉลาดทางการเงินที่มีอยู่ในตัวเราต่างหาก”  ความร่ำรวยไม่ได้วัดกันว่ามีเงินมากแค่ไหน แต่จะวัดกันว่าสามารถจัดการเรื่องเงินให้งอกเงยขึ้นมาได้อย่างไรมากกว่า มีเงินมากแต่ถ้าจัดการไม่เป็น เพียงระยะเวลาไม่นาน ก็จะหมดไปอย่างง่ายดาย และในยุคปัจจุบันที่คนเราไม่สามารถพึ่งพาเงินบำเหน็จบำนาญ หรือประกันสังคมได้มากเหมือนในอดีต จึงถึงเวลาแล้วที่เราต้องเรียนรู้วิธีจัดการในเรื่องเงิน ด้วยความฉลาดทางการเงิน หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่เข้าใจง่ายในเล่มจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถนำความฉลาดทางการเงินที่ได้รับจากหนังสือเล่มนี้ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะทำให้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับพายุทางการเงิน และกระแสทุนนิยมของโลกเราได้อย่างมีความสุข หนังสือราคาเล่มละ 265 บาท

เบื้องลึกเบื้องหลังความสำเร็จ NETFLIX

จากซีอีโอที่ฉลาดหลักแหลมที่สุดแห่งยุค

“กำเนิด NETFLIX เปลี่ยนคำว่าไม่ให้กลายเป็นเวิร์ก” จากไอเดียธุรกิจสู่สตาร์ตอัประดับโลก ถ่ายทอดโดย เจ้าของไอเดีย ผู้ร่วมก่อตั้งเเละซีอีโอคนแรกของเน็ตฟลิกซ์   Marc Randolph (มาร์ก แรนดอล์ฟ) แปลโดย โสภณ ศุภมั่งมี เป็นหนังสือนำเสนอเรื่องราวอันน่าทึ่งของ “เน็ตฟลิกซ์ (Netflix)” เบื้องลึกเบื้องหลังไอเดียธุรกิจสู่สตาร์ตอัประดับโลก ที่เป็นไอเดียง่าย ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตเพื่อเช่าหนัง ที่ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก และถือเป็นสตาร์ตอัปที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในศตวรรษที่ 21 ที่เริ่มจากผู้ที่เชื่อในไอเดียตั้งต้นเพียงไม่กี่คน และยังมีอุปสรรคแทบจะทุกย่างก้าว การเดินทางเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ของมาร์ก แรนดอล์ฟ เป็นแบบอย่างของคนที่มีความอดทน มีสัญชาตญาณ และความมุ่งมั่นจนสามารถเปลี่ยนโลกได้ แม้จะเป็นไอเดียที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตาม หนังสือเต็มด้วยเรื่องราวที่เป็นแนวความคิดที่ขัดกับสัญชาตญาณของมาร์ก ให้แนวคิดและแนวปฏิบัติในการในธุรกิจหรือในชีวิตเพื่อไปสู่ความสำเร็จ ตั้งแต่เริ่มต้นสร้างสรรค์ไอเดีย การสร้างทีมงาน  การจะฝ่าฟันเผชิญหน้ากับความผิดหวังและความล้มเหลวได้อย่างไร จะรับมือกับความสำเร็จอย่างไรได้บ้าง และความสำเร็จคืออะไรกันแน่  ตลอดจนรู้ว่าเมื่อใดควรถึงเวลาวางมือ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่สุดยอดเรื่องราวของการเดินตามความฝันเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในเรื่องราวของผู้ประกอบการอันน่าทึ่งและฉลาดหลักแหลมที่สุดแห่งยุคของเราเลยทีเดียว หนังสือราคาเล่มละ 375 บาท

10บทเรียน ข้อคิด แรงบันดาลใจ การต่อสู้

เพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

“เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนจะเป็นเจ้าของธุรกิจ: Before You Quit Your Job” 10 บทเรียนจากชีวิตจริง ที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ เพื่อจะสร้างธุรกิจเงินล้าน เขียนโดย Robert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ)ผู้แปล อมรเทพ ผันสิน โรเบิร์ตได้เริ่มต้นชีวิตของการเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่เขาอายุ9 ขวบ  ผลิตภัณฑ์ของเขาที่ประสบผลสำเร็จและได้เงินล้านของเขาได้แก่ กระเป๋าสตางค์ไนลอนสำหรับนักโต้คลื่น กระเป๋าสตางค์ติดรองเท้าสำหรับนักวิ่ง สินค้าที่ระลึกวงดนตรีร็อก หนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก เกมกระแสเงินสด (CashFlow Game) ตลอดเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการ มีเรื่องราวความสำเร็จและความล้มเหลวที่เขาได้พบเจอมากมาย  ตกผลึกเป็น 10 บทเรียนจากชีวิตจริง ที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ เพื่อจะสร้างธุรกิจเงินล้าน และสำหรับพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น หนังสือเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่มีไอเดียธุรกิจ แต่ยังไม่กล้าลงมือทำ เพราะกลัวความล้มเหลว หรือยังไม่กล้าเริ่มต้น ได้มีแรงบันดาลใจในการต่อสู้ และไม่ท้อแท้ต่อความฝันของตนเอง ยึดมั่นในแรงปรารถนาจนประสบผลสำเร็จ  หนังสือราคาเล่มละ 275 บาท

หนังสือเด่น : ทำความรู้จักสกุลเงินดิจิทัล บิตคอยน์ ในด้านองค์ประกอบและกลไกทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697370

หนังสือเด่น : ทำความรู้จักสกุลเงินดิจิทัล บิตคอยน์  ในด้านองค์ประกอบและกลไกทำงาน

หนังสือเด่น : ทำความรู้จักสกุลเงินดิจิทัล บิตคอยน์ ในด้านองค์ประกอบและกลไกทำงาน

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“บิตคอยน์ (Bitcoin)” เป็นสกุลเงินรูปแบบใหม่ที่ถูกคิดค้นมาตั้งแต่ปี 2552 บิตคอยน์เริ่มเป็นกระแสในเมืองไทยในเดือนธันวาคม 2560 เนื่องจากมีกลุ่มแฮกเกอร์ได้ปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่ “WannaCry” ออกมาซึ่งได้เรียกเก็บเงินกับผู้ที่ติดไวรัสเป็นสกุลเงินบิตคอยน์ ทำให้สกุลเงินนี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากขึ้น และมีมูลค่าพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ราคาบิตคอยน์จะค่อยๆร่วงลงและมีความผันผวน จนเริ่มเกิดกระแสความกังวลเป็นวงกว้างว่าจะเกิดสภาวะฟองสบู่แตกในตลาดบิตคอยน์กันหรือไม่ หลังจากนั้นบิตคอยน์ หรือ สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ (Altcoin) ก็กลายเป็นสิ่งที่หลายๆ คนรู้จัก และสนใจติดตามกันมากขึ้น

บิตคอยน์ เป็นเงินดิจิทัลที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกในทางที่ดีขึ้นได้ หากพัฒนา หรือแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ได้เพราะมีข้อดีคือ ผู้คนจะสามารถทำการผลิตและจับจ่ายใช้สอยได้โดยไร้ตัวกลาง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกรรมการเงินโดยไม่มีองค์กร หรือมีรัฐบาลประเทศใด มาคอยควบคุมกำกับมูลค่า ถือว่าผู้ถือเป็นเจ้าของเงินอย่างแท้จริง และถึงแม้คนไทยรู้จักบิตคอยน์มากขึ้นก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจตัวตนและกลไกการทำงานของบิตคอยน์อย่างแท้จริง

หนังสือ Inventing Bitcoin : ไขกลไกนวัตกรรมเงินเปลี่ยนโลกผู้เขียน Yan Pritzker (ยาน พริตซ์เกอร์) ผู้แปล พิริยะ สัมพันธารักษ์ เป็นหนังสือที่ทำให้ผู้อ่านได้รู้จักและเข้าใจบิตคอยน์ดีขึ้น ในด้านขององค์ประกอบต่างๆ ขั้นตอนการประดิษฐ์คิดค้น กลไกการทำงานของบิตคอยน์ ปัญหาข้อบกพร่องต่างๆ ที่จำเป็นต้องแก้ไข โดยมีเป้าหมายให้ผู้อ่านได้สัมผัสเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์เศรษฐศาสตร์ และทฤษฎีเกมที่ประกอบกันเป็นบิตคอยน์ และเมื่อเข้าใจการทำงานแล้ว ก็จะทำให้ตระหนักได้ว่าบิตคอยน์นั้นมีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งมากกว่าที่คาดคิด และอาจจะส่งผลกระทบต่อโลกในยุคสมัยต่อไปได้อย่างมากทีเดียว

เรื่องราวและแนวทางการอธิบายประเด็นต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ ต้องการให้ออกมาแบบไม่ซับซ้อน ผู้เขียนได้เรียบเรียงและอธิบายผ่านการอุปมาอุปไมยที่ง่ายต่อการเข้าใจ คุณผู้อ่านไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเทคนิคใดๆ มาก่อนก็อ่านเข้าใจได้ เป็นการอธิบายเรื่องยากให้ผู้อ่านทั่วไปเข้าใจได้เป็นอย่างดี

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาบิตคอยน์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ หรือสนใจลงทุนในเงินดิจิทัล ดังกล่าว อ่านแล้วก็จะเข้าใจหลักการทำงาน กลไกการทำงานที่สัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งของบิตคอยน์ ทำให้รู้จักและเข้าใจบิตคอยน์
มากขึ้น สามารถใช้เป็นความรู้พื้นฐานสำหรับหาความรู้เพิ่มเติม หรือให้ความรู้ความเข้าใจเพียงพอจนสามารถลงทุนในบิตคอยน์ให้ทำกำไรได้ในที่สุด หนังสือราคาเล่มละ 225 บาท จัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชั่น

เทคนิคจิตวิทยาทำทุกอย่างให้สำเร็จ

จนกลายเป็นเรื่องที่ทำเป็นปกติวิสัย

คนที่ทำอะไรก็สำเร็จทำอะไร ผู้เขียน Mitani Jun (มิทานิ จุน) ผู้แปล ศุภภัทร พัฒนเดชากุล ถ้าคุณผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่มีความฝันแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรือเป็นคนที่ตั้งใจอะไรไว้ไม่เคยสำเร็จ ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ หรือทำอะไรไปนิดหน่อยก็ถอดใจยอมแพ้ หนังสือเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านไปพบกับเทคนิคทางจิตวิทยาที่จะช่วยให้สามารถทำสิ่งต่างๆ ที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จเสร็จสิ้นจริงๆ และทำ “จนเป็นเรื่องปกติ” โดยเริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การลงมือทำ ไปจนถึงการต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายเฉพาะเรื่องที่อยากทำเท่านั้น ความกระตือรือร้นก่อให้เกิดความเร็ว คิดบวกเมื่อวางแผน คิดลบเมื่อลงมือทำ เขียนรายชื่อคนที่จะร่วมยินดีไปกับคุณ “เรื่องที่จะไม่ทำ”ก็สำคัญไม่แพ้ “เรื่องที่จะทำ” และอีกมากมาย หนังสือเล่มนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้อ่านที่ต้องการทำอะไรให้สำเร็จ รู้สึกตื่นเต้นในการ “ตั้งเป้าหมาย” และช่วยประคับประคองให้จนกระทั่ง “บรรลุเป้าหมาย!” ได้อย่างแท้จริง หนังสือราคาเล่มละ 260 บาท

เคล็ดลับการพูดให้คนชื่นชอบใน1 นาที

ให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการถึง 90 เปอร์เซ็นต์

9 ใน 10 ของชีวิตพิชิตด้วยการพูด เคล็ดลับพูดจับใจคนฟัง ให้เป็นที่ชื่นชอบได้ในแค่นาทีเดียว ผู้เขียน Nagam Shigehisa (นางามัตสึ ชิเงฮิสะ) ผู้เป็นนักพัฒนาบุคลากร ปั้นแบรนด์ สร้างธุรกิจชั้นแนวหน้า นักเขียนยอดขายหนังสืออันดับ 1 แห่งปีในญี่ปุ่น ประธานบริษัท Jinzai Ikusei Japan ผู้แปล อิศเรศ ทองปัสโณว์ หนังสือเล่มนี้ จะพาคุณผู้อ่านไปพบกับเคล็ด (ไม่) ลับ ที่จะช่วยให้การพูดในชีวิตประจำวันและการทำงานง่ายยิ่งขึ้น พูดได้มั่นใจ ไม่กังวล ด้วยหลักการสำคัญที่คาดไม่ถึง และพูดคุยกับผู้คนได้อย่างสบายใจ ที่เขียนจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน ที่ตอบโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการพูด และสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เพียงแค่ปรับเปลี่ยนการพูดชีวิตก็เปลี่ยนไปได้ถึง 90% เป็นหนังสือขายดีที่สุด แห่งปี 2020-2021 จำนวน 1,000,000 เล่ม ในญี่ปุ่น ได้รับการแนะนำในสื่อญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นหนังสือ How to อันดับ 1 ในร้านหนังสือญี่ปุ่นแห่งปี 2021 ถึง 2022 การันตีคุณภาพด้วยยอดขายอันดับ 1 จากการจัดอันดับขององค์กรชั้นนำของญี่ปุ่น 3 แห่งอย่าง Nippon Tohan Oricon มาแล้ว หนังสือราคา 250 บาท

แนะแนวทางการก้าวข้ามความกลัว

ที่คอยฉุดรั้งประสิทธิภาพขององค์กร

องค์กรไม่กลัว ผู้เขียน Amy C. Edmondson (เอมี ซี.เอ็ดมอนด์สัน) ผู้แปล ทิพย์นภา หวนสุริยา ในโลกที่ผันผวน ไม่แน่นอนซับซ้อน และคลุมเครือ (VUCA) ในสถานการณ์แบบนี้ องค์กรต้องการความกล้าหาญที่จะฝ่าคลื่นลมยิ่งกว่ายุคไหนๆ แม้จะจ้างคนมีพรสวรรค์มามากเพียงใด ความเก่งก็ไม่อาจฉายแสงหากถูก “ความกลัว” บดบังแนวคิดชั้นเลิศกลับถูกแช่แข็ง และหายนะอาจเกิดขึ้นได้ภายใต้วัฒนธรรมความกลัว หนังสือเล่มนี้ “เอมี ซี. เอ็ดมอนด์สัน” ผู้เขียนเป็นศาสตราจารย์จากวิทยาลัยธุรกิจฮาร์วาร์ด และผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดแห่งปี 2021 โดย Thinkers50 ได้กลั่นกรองประสบการณ์วิจัยกว่า 30 ปี สู่แนวคิด “ความปลอดภัยเชิงจิตวิทยา” เพื่อแนะแนวทางก้าวข้ามความกลัวที่คอยฉุดรั้งประสิทธิภาพขององค์กร และเปิดพื้นที่ให้คนทำงานได้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ ผ่านองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ทำได้จริง มาเปลี่ยนความกลัวเป็นความกล้า เปลี่ยนความเงียบเป็นความเห็น และเปลี่ยนความล้มเหลวเป็นความสำเร็จ หนังสือใช้เป็นคู่มือสำหรับสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งจากภายใน และส่งเสริมให้คนทำงานซึ่งเป็น “หัวใจ” ขององค์กร ให้เรียนรู้และเติบโตได้โดยปราศจากความกลัว หนังสือราคา 350 บาท

เทคนิคเทรดหุ้นรายวันให้ได้กำไร

สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่หัดลงทุน

เทรดหุ้นรายวันให้ชนะตลาด How to Day Trade for a Living ผู้เขียน Andrew Aziz (แอนดรูว์ อาซิซ) ผู้แปลแพรพิไล จันทร์พร้อมสุข, ศักดิ์ชัย จันทร์พร้อมสุข ในหนังสือได้อธิบายพื้นฐานของการซื้อขายรายวัน โดยอธิบายว่าการซื้อขายระหว่างวันแตกต่างจากรูปแบบการซื้อขายและการลงทุนอื่นๆ อย่างไร และอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์การซื้อขายที่สำคัญที่ผู้ค้าจำนวนมากใช้ทุกวัน สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เข้าใจถึงจุดเริ่มต้น วิธีเริ่มต้น สิ่งที่คาดหวังจากเดย์เทรด และวิธีพัฒนากลยุทธ์ของตนเอง และหัดเทรดด้วยเครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม ผู้ค้าระดับกลางอาจได้รับประโยชน์จากภาพรวมที่ครอบคลุมของหนังสือเกี่ยวกับกลยุทธ์คลาสสิกบางอย่างที่ผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่ใช้เป็นประจำและประสบความสำเร็จที่พิสูจน์แล้ว หากผู้อ่านไม่ใช่นักลงทุนมือใหม่ แนะนำให้เริ่มอ่านจากบทที่ 7 เพื่อดูภาพรวมของกลยุทธ์การซื้อขายวันที่สำคัญที่สุด เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในการเทรดให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งๆ ขึ้น หนังสือราคา 750 บาท

หนังสือเด่น : เรียนรู้เกี่ยวกับการเก็งกำไรทองคำ ให้สามารถเทรดได้อย่างมืออาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696004

หนังสือเด่น : เรียนรู้เกี่ยวกับการเก็งกำไรทองคำ  ให้สามารถเทรดได้อย่างมืออาชีพ

หนังสือเด่น : เรียนรู้เกี่ยวกับการเก็งกำไรทองคำ ให้สามารถเทรดได้อย่างมืออาชีพ

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทองคำ (Gold) เป็นโลหะ ที่มีค่าในตัวเอง และเป็นเพียงวัตถุเดียวที่ใช้ในการสะสมความมั่งคั่งมาตั้งแต่ในอดีตมาถึงปัจจุบัน ในทุกวันนี้ทองคำก็ยังคงคุณค่า สื่อถึงความร่ำรวยมั่งคั่ง ความเป็นมงคล และยิ่งกว่านั้นทองคำยังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะใช้เป็นโลหะสื่อกลางแห่งการแลกเปลี่ยนเงินตรา ใช้เป็นทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ ทองคำนั้นจึงมีมูลค่าในตัวเอง จัดเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe haven assets) เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าไม่ลดลงมากในยามวิกฤต ผิดกับเงินตราสกุลต่างๆ ที่อาจจะเพิ่มหรือลดได้ตามสภาพเศรษฐกิจนั้นๆ ทองคำจึงเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันความมั่นคงของเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ได้ ดังนั้นทองคำจึงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในการลงทุนและเก็งกำไรและซื้อขายมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ หากสนใจที่จะเทรดอะไรสักอย่าง การลงทุนในทองก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ

หนังสือคู่มือเก็งกำไรทอง ทั้งขาขึ้นและขาลง ฉบับมือใหม่ผู้เขียน พัชราภรณ์ เคนชมภู, ปุณยวีร์จันทรขจร เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นมาสำหรับมือใหม่ที่อยากเทรดทอง เนื้อหาเริ่มต้นด้วยการปูพื้นฐานความเข้าใจในด้านทอง การซื้อขายทองในตลาดแบบต่างๆ รูปแบบการเทรดทองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเทรดในตลาด FOREX ในรูปแบบ CFD XAUUSD การเทรดทองแบบ Futures ในตลาด TFEX เช่นการเทรดทองในราคาทองไทย GF10 หรือเทรดทองราคาโลกอย่าง GO ในรูปแบบ Gold Online Futures นอกจากนี้ในเล่มยังได้ให้ความรู้ทางด้านเทคนิคอล การดูเทรนด์ ดูแนวรับแนวต้าน โปรแกรมกราฟสำหรับเทรดทอง ฯลฯ จิตวิทยาการลงทุน Money Management และการสร้าง Trad Setup และการวิเคราะห์ทองในแบบง่ายๆ เป็นต้น

หนังสือเล่มนี้ถือว่าตอบโจทย์นักลงทุนหน้าใหม่ได้ในทุกด้าน เนื้อหาครบถ้วนได้ทั้งความรู้ และ สามารถใช้เป็นคู่มือสำหรับเทรดได้เลย อ่านแล้วเข้าใจง่าย อธิบายดีชวนติดตาม ไม่ดูน่าเบื่อ ศัพท์แสงสำหรับการลงทุน ก็อ่านแล้วเข้าใจได้เลย ไม่ยากหรือห่างไกลตัวเหมือนเวลาฟังจากข่าว หรือสื่อต่างๆ คือเป็นหนังสือที่ใช้ภาษาง่ายๆ ที่อ่านแล้วสบายๆ แต่ได้ความรู้เนื้อหามีคุณภาพคับแก้ว หนังสือพิมพ์สี่สีทั้งเล่ม มีการ์ตูนสอดแทรกให้น่าสนใจและน่าอ่านมากขึ้น

การลงทุนถือว่ามีความเสี่ยงแล้วแต่การเก็งกำไรนั้นยิ่งเสี่ยงเข้าไปอีกดังนั้นควรศึกษาทำความเข้าใจให้รอบด้านเพื่อป้องกันการผิดพลาด หนังสือคู่มือเก็งกำไรทอง ทั้งขาขึ้นและขาลง เล่มนี้ช่วยได้ดีทีเดียว

สอนเรื่องการใช้เวลาชีวิตให้คุณค่า

โดยใช้ปฏิทิน 100 ปีเป็นสื่อกลาง

ออกแบบชีวิตด้วยเทคนิคปฏิทิน 100 ปี ผู้เขียนโอสุมิ ริกิ ผู้แปล นิพดา เขียวอุไร บางทีคนเราก็ต้องการเห็นภาพ“ทั้งชีวิต” เพื่อก้าวเดินอย่างถูกทิศทาง ปฏิทิน 100 ปีของตัวเองจะเป็นป้ายบอกทางส่องสว่างให้ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการจริงๆ และบรรลุเป้าหมายทุกอย่างแบบไม่ตกหล่น หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนแบบฝึกหัดที่สอนเรื่อง “เวลาของชีวิต” เพื่อใช้เราใช้ทุกนาทีอย่างที่เราต้องการจริงๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคคล อันดับ 1 ของญี่ปุ่น หนังสือได้กล่าวถึงตัวตนของตัวเองในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยใช้ปฏิทินมาเป็นสื่อกลางเพื่อให้ผู้อ่านได้มองเห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เริ่มจากการสำรวจความต้องการผ่านคำถาม หลังจากนั้นให้เขียนคำตอบ ความคิดและความรู้สึกที่เกี่ยวข้องลงบนกระดาษโน้ต แล้วแปะลงบนปฏิทิน 100 ปีของตนเอง เพื่อเป็นการเรียนรู้ความต้องการและตัวตนในอดีต รวมไปถึงการเขียนทิศทางความต้องการในการใช้ชีวิตของตนเองในอนาคตลงไปในปฏิทินที่ระบุวันเดือนปีด้วย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ผู้อ่านมองเห็นเป้าหมายในการใช้ชีวิต และขั้นตอนในการทำสิ่งที่ต้องการให้สำเร็จได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในเล่มมีคำคมและเนื้อหาที่เสริมสร้างกำลังใจ รวมถึงการเลือกใช้ภาษาที่ค่อนข้างปลอบประโลมผู้อ่าน จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังมีความสับสนในชีวิต และยังไม่รู้ว่าจะเดินไปยังทิศทางใด

เคล็ดลับการใช้ชีวิตประจำวันให้ง่ายขึ้น

โดยปล่อยวางภาระที่แบกไว้หนักอึ้ง

ภาระที่อมไว้ คายออกมาเถอะนะ ผู้เขียน Naitou Yoshihito (ไนโต โยะชิฮิโตะ) ผู้แปล อทิตยา ทรงศิริ ทุกๆ วันในชีวิต เราต้องเผชิญปัญหามากมายร้อยแปด จิตใจย่อมเหนื่อยเป็นธรรมดา แต่ถ้าเราคลายปัญหายิบย่อยในจิตใจได้ ภาระที่แบกไว้ก็จะลดลงจนจิตใจเบาอย่างไม่น่าเชื่อ มาเรียนรู้วิธีปล่อยวางเรื่องเหนื่อยใจอย่างง่ายๆ พร้อมเคล็ดลับต่างๆ ที่ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของเราง่ายขึ้น เมื่อจิตใจไม่ต้องเผชิญกับเรื่องน่าเหนื่อยหน่ายก็มีพื้นที่สำหรับความสุขมากยิ่งขึ้น อย่าปล่อยให้จิตใจกักเก็บภาระเล็กๆ น้อยๆ ไว้จนแก้มตุ่ยมาเคลียร์พื้นที่ให้ว่างเพื่อเก็บความสุขเพิ่มขึ้นกัน ผู้เขียนเป็นนักจิตวิทยาชาวญี่ปุ่นที่มีผลงานการตีพิมพ์ว่า 100,000 เล่ม ในเล่มมีคำแนะนำมีหลักการอ้างอิงที่น่าเชื่อถือและนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูแลใจได้จริง และปฏิบัติได้ไม่ยาก และเป็นหนังสือที่อ่านง่าย เป็นเรื่องราวรอบตัว แบ่งเป็นข้อๆ ที่หลากหลาย ทำให้เลือกหัวข้อที่ตรงใจ และแบ่งปฏิบัติได้ในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี

ทักษะสำคัญที่คนทำธุรกิจยุคนี้ต้องมี

เพื่อให้ได้ไปต่อหลังโลกเปลี่ยน

วิชาธุรกิจ ที่ชีวิตจริงเป็นคนสอน 3 ผู้เขียน ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์ หลังยุคโควิด-19 โลกของการทำธุรกิจได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทุกธุรกิจถูกบีบบังคับให้ต้องปรับตัวเข้าสู่สถานการณ์ใหม่ๆ ความต้องการ และการตลาดแบบใหม่ ธุรกิจที่ฝืนกับกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง ย่อมเจอกับความยากลำบากและจะล้มหายตายจากไป กลายเป็นผู้พ่ายแพ้ รูปแบบการแข่งขันเปลี่ยน ผู้บริโภคเปลี่ยน ดังนั้นทักษะของเจ้าของกิจการธุรกิจ จำเป็นต้องเปลี่ยนไปด้วย หนังสือ “วิชาธุรกิจ ที่ชีวิตจริงเป็นคนสอน 3” เล่มนี้ ได้นำเสนอเรื่องราวการทำธุรกิจจากประสบการณ์ชีวิตจริงที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องสำคัญที่คนทำธุรกิจทุกวันนี้ต้องรู้ รวบรวมวิธีคิด และการตัดสินใจแก้ปัญหารอบด้านของการทำธุรกิจ แบ่งเนื้อหาที่จำเป็นสำหรับเจ้าของธุรกิจออกเป็น ทั้งหมด 60 บท 5 หมวดคือ 5 เรื่อง ที่ล้วนแต่เป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ ได้แก่ การบริหาร การตลาด การเงิน การคน และการจัดการตัวเอง ซึ่งในแต่ละหมวดก็จะมีหลายแง่มุมให้เจ้าของธุรกิจ เรียนรู้และนำไปใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ทันที

เรียนรู้เทคนิคการจัดการและบริหาร

เครือข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร

เครือข่ายคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม) หนังสือปูความรู้พื้นฐานด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดยาวนานกว่า 10 ปี ผู้เขียน โอภาส เอี่ยมสิริวงศ์หนังสือเล่มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจถึงพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่ายทั่วไป รวมถึงโพรโทคอลที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เนต โดยเริ่มด้วยการปูความรู้พื้นฐาน จนกระทั่งขั้นสามารถจัดการและบริหารเครือข่ายได้ อาทิ พื้นฐานการสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย แบบจำลองเครือข่ายรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย และเทคโนโลยีเครือข่าย พื้นฐานข้อมูลและสัญญาณเครือข่ายท้องถิ่นแบบใช้สาย : อีเทอร์เน็ต เครือข่ายแบบไร้สาย TCP/IP และอินเตอร์เนต (TCP/IPand Internet) เป็นต้น หนังสือเล่มนี้ได้ปรับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์และระบบการสื่อสารข้อมูลได้ทันยุคทันสมัย และนำเสนอผ่านถ้อยคำที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย มีรูปภาพประกอบคำอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคณาจารย์ในการนำไปใช้เป็นหนังสือประกอบการเรียนสำหรับนิสิตนักศึกษา รวมถึงผู้สนใจทั่วไป

หนังสือเด่น : เปิดเผยทุกแง่มุมชีวิตของนักวิ่งหญิงไทย ที่ชนะแข่งขันวิ่งเทรลสุดโหดระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694553

หนังสือเด่น : เปิดเผยทุกแง่มุมชีวิตของนักวิ่งหญิงไทย  ที่ชนะแข่งขันวิ่งเทรลสุดโหดระดับโลก

หนังสือเด่น : เปิดเผยทุกแง่มุมชีวิตของนักวิ่งหญิงไทย ที่ชนะแข่งขันวิ่งเทรลสุดโหดระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ฝันให้ไกล ไปให้ถึงดวงจันทร์ เป็นบทบันทึกชีวิตของ พิชชานันท์ มหาโชติ (เอ๋) ที่เขียนโดย สาธินี ตรีวิทยา เอ๋เป็นนักวิ่งสาวหัวใจสิงห์ ฝีเท้าอันดับหนึ่งของเมืองไทย และเป็นนักวิ่งหญิงไทยคนแรก ที่เดิมพันทำตามความฝันแม้ต้องแลกด้วยชีวิต จนพิชิตการแข่งขันวิ่งเทรลที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดระดับโลกอย่าง UTMB (Ultra – Trail du Mont – Blanc) สนามโอลิมปิกของการวิ่งเทรล

การวิ่งของเอ๋เริ่มต้นที่จากความตั้งใจที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ด้วยที่แม่ของเธอล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งมาหลายปี จึงทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานโรงงานมาดูแลแม่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ที่ราชบุรี โดยดำเนินชีวิตด้วยการรับจ้างทั่วไป เช่น รับจ้างกวาดพื้น เก็บใบไม้ รับจ้างส่งของ และเฝ้าร้าน และสิ่งที่เธอหันมาสนใจการวิ่งเพราะอยากมีรายได้มาเลี้ยงดูแม่ให้พอเพียง ดังนั้นในช่วงเวลากลางวันที่แดดร้อนจัด ระหว่างที่แม่กินยาและงีบ 1-2 ชั่วโมงเอ๋ก็จะใช้เวลาช่วงนั้นรีบออกไปซ้อมวิ่งนอกบ้านวิ่งตามเนินสวน ตามสะพานลอย และเมื่อแม่มาต้องเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัด แม่ของเอ๋นอนรักษาตัวอยู่ชั้น 6 ซึ่งเธอก็ใช้โอกาสที่แม่เธอหลับ ฝึกเดินขึ้นบันไดให้ครบ 100-120 ขั้น บางครั้งก็ฝึกตามจินตนาการว่าจะใช้สนามแข่งตอนที่วิ่งทางชันๆ บนภูเขาเธอซ้อมเองโดยไม่มีโค้ช เรียกว่าฝึกฝนแบบลูกทุ่ง ไม่มีตำรา แต่ก็อดทนพยายามขยายฐานความแข็งแรงของตนเองทุกวัน

การวิ่งสำหรับเอ๋นั้น นอกจากจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่อิสระที่สุดในชีวิต ปลอดโปร่งจากเรื่องทุกข์ใจการวิ่งเหมือนได้พาเธอก้าวออกจากความเครียดเวลามีปัญหาหรือทุกข์ใจก็จะพยายามออกวิ่ง ระบายไปกับเหงื่อ วิ่งให้กายเหนื่อย ใจก็สบายขึ้น จากความมุ่งมั่นอดทน พยายาม และซ้อมด้วยตัวเองวันแล้ววันเล่า จึงทำให้การวิ่งนั้นก้าวหน้า จนเข้าไปแข่งขันระดับประเทศได้ และถ้าเกิดมีปัญหา อาทิ ความหิว หรือบาดเจ็บในการแข่งขันก็จะอดทนไม่ท้อ และเตือนตัวเองเสมอว่าเคยลำบากกว่านี้ อดมื้อ กินมื้อยุงกัดบ้าง เธอคิดเสมอว่าที่หน้าเส้นชัยมีแม่รออยู่ ถ้าชนะแม่จะดีใจ แม่จะยิ้ม ด้วยเหตุนี้ อุปสรรคปัญหาต่างๆ ก็ทำอะไรเธอไม่ได้

ถึงแม้ต้นทุนชีวิตคนเราไม่เท่ากัน แต่การวิ่งนับเป็นกีฬาที่ยุติธรรม คนที่มีฝัน มีวินัยในการฝึกซ้อม ก็ย่อมประสบผลสำเร็จยิ่งๆ ขึ้น และยิ่งเอ๋เป็นคนนิสัยดี มีความกตัญญู จึงรายล้อมไปด้วยกัลยาณมิตรที่คอยช่วยเหลือ จากการแข่งขันที่จอมบึงมาราธอน 42.195 กิโลเมตร สู่การแข่งขันวิ่งเทรลที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดระดับโลก UTMB (Ultra – Trail du Mont – Blanc) 160.9344 กิโลเมตร ที่เธอเดิมพันทำตามความฝันถึงแม้ต้องแลกด้วยชีวิตชีวิตของเอ๋ผ่านการทดสอบที่โหดนับครั้งไม่ถ้วน แต่ด้วยความกตัญญู ทัศนคติเชิงบวก และความไม่ย่อท้อต่อปัญหา ทำให้ก้าวไปเป็นนักวิ่งอัลตราเทรลหญิงอันดับหนึ่งของโลกอย่างสง่างาม

หนังสือเล่มนี้ เธอจะมาเล่าทุกแง่มุมของชีวิต ได้แก่ การแก้ไขปัญหาต่างๆ การเอาตัวรอด แง่คิดในการต่อสู้อุปสรรคที่ผ่านเข้ามาและอื่นๆ โดยหวังว่าจะสามารถเป็นกำลังใจให้ใครที่กำลังท้อแท้หรือสิ้นหวัง กลับมาต่อสู้ชีวิตได้อีกครั้ง ผู้อ่านจะได้สัมผัสในทุกช่วงชีวิตของตัวเธอ ที่เนื้อหาถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถัน น่าสนใจทีเดียว หนังสือเป็นของสำนักพิมพ์Change ราคาเล่มละ 235 บาท จัดจำหน่ายโดยซีเอ็ดยูเคชั่น

คนเรานั้นอายุสั้นแค่4,000 สัปดาห์

จงใช้เวลาให้คุ้มค่าและใช้ชีวิตให้เป็น

ชีวิตเรามีแค่สี่พันสัปดาห์ เป็นผลงานของ Oliver Burkeman (โอลิเวอร์ เบิร์กแมน) คอลัมนิสต์ชื่อดังของเดอะการ์เดียนแปลไทยโดย วาดฝัน คุณาวงศ์ หนังสือเล่มนี้ผู้อ่านจะได้พบปรัชญาอันน่าทึ่งเกี่ยวกับเวลาและการบริหารเวลา ที่จะช่วยให้มุมมองของคนต่อเวลาในชีวิตที่มีอยู่แค่ราวๆ 4,000 สัปดาห์ เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผู้เขียนได้สะท้อนให้เห็นว่าคนเราทุกวันนี้ยังมีความคิดผิดๆ เกี่ยวกับเวลา และนั่นคือต้นตอของหายนะที่แท้จริงที่ทำให้การบริหารเวลาล้มเหลว และผู้เขียนได้มอบเครื่องมือที่จะช่วยให้ทุกคนได้สร้างชีวิตใหม่ที่มีความหมาย ด้วยการยอมรับขีดจำกัดของชีวิต ก็จะสามารถไปถึงจุดสูงสุดของการมีผลิตภาพ ความสำเร็จ และความรู้สึกเติมเต็ม และจะสามารถปลดแอกตัวเองจาก“คำสาปของยุคนี้” ที่เรียกร้องให้เรายัดทุกอย่างลงในเวลาที่มี เลิกหมกมุ่นกับการเช็คอีเมลเลิกไล่ตามรายการสิ่งที่ต้องทำจนหัวหกก้นขวิด และที่สำคัญที่สุดคือ เลิกหลอกตัวเองว่ายิ่งทำมากก็ยิ่งโปรดักทีฟมาก และจะได้มีชีวิตอย่างมีความสุขเสียที เป็นหนังสือ An InstantNew York Times Bestseller และ หนังสือด้านการบริหารเวลาที่ดีที่สุด แปลกว่า 23 ภาษาขายไปแล้วถึง 23 ประเทศ ราคาเล่มละ 265 บาท

ความลับสุดยอดแห่งจิตวิญญาณ

ที่ชนะปัญหาและขีดจำกัดในชีวิต

เดอะเกรเทสต์ซีเคร็ต ผู้เขียน Rhonda Byrne (รอนดา เบิร์น) ผู้แปล วิกันดา จันทร์ทองสุข หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานเล่มใหม่ของนักเขียนผู้เป็นกูรูการยกระดับจิตวิญญาณอันดับหนึ่งของโลกผู้เขียน The Secret เกี่ยวกับกฎแห่งการดึงดูด ที่นำมาซึ่งสิ่งที่ปรารถนาที่ขายไปกว่า 30 ล้านเล่มทั่วโลก หนังสือ The Greatest Secret เล่มนี้จะพาผู้อ่านไปสู่ความลับสุดยอดที่จะทำให้ชนะทุกความกลัว หยุดทุกความเจ็บปวด และฝ่าทุกขีดจำกัดที่เคยพันธนาการ เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่จากโลกแห่งวัตถุไปสู่อาณาจักรแห่งจิตวิญญาณที่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ หนังสือเล่าการเดินทางของรอนดาและมอบหนทางที่ตัดตรงสู่ทางออกของปัญหา ความทุกข์และความเจ็บปวดที่คนมากมายต้องเผชิญอยู่ นำไปสู่อนาคตที่เป็นอิสระจากความกังวลและความกลัว ในเล่มยังมีเทคนิคการฝึกฝนตนเองที่นำไปใช้ได้ทันที ความจริงอันลึกซึ้งที่ถูกเปิดเผยในเล่มนี้จะพาผู้อ่านเข้าสู่เส้นทางการผจญภัยที่ไม่เคยประสบพบเจอ และการค้นพบ “ความลับเหนือความลับ” ของรอนดายังได้รับการยืนยันโดยถ้อยคำแห่งสัจธรรมบรรดาปราชญ์ของโลกทั้งในอดีตและปัจจุบัน เวอร์ชั่นไทยราคาเล่มละ 395 บาท

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้สำเร็จ

โดยนักสร้างแบรนด์เกาหลีชื่อดัง

เราไม่ได้ซื้อสินค้า เราซื้อแบรนด์ ผู้เขียน Jun Woosung (ช็อนอูซ็อง) ผู้แปล อาสยา อภิชนางกูร หนังสือเล่มนี้ได้ถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ และคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ของผู้เขียนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ของเกาหลีใต้ชื่อดังที่ประสบความสำเร็จในการสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ชื่อดังต่างๆ เช่น Naver, 29CM, Styleshare และอื่นๆ ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ทันสมัย เข้ากับยุค MZ (Millennial & Generation Z) จนทำให้แบรนด์โดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ เนื้อหาในเล่มเริ่มต้นตั้งแต่การทำความเข้าใจว่าการสร้างแบรนด์คืออะไร ความจำเป็นในการสร้างแบรนด์ การสร้างแบรนด์แตกต่างจากการตลาด (Marketing) อย่างไร ควรเริ่มต้นตรงไหนและดำเนินการต่อไปอย่างไร มีสิ่งใดบ้างที่จำเป็นในการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จตอบคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบ ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านที่เพิ่งเริ่มต้นสนใจเรื่องนี้หรือไม่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อนสามารถอ่านทำความเข้าใจได้ไม่ยาก และนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับกรณีของตัวเองได้ หนังสือราคาเล่มละ 225 บาท

นิยายสยองชื่อดังที่กำลังเป็นภาพยนตร์

เคยเป็นไวรัลบนทวิตเตอร์ในไทย

บ้านวิกลคนประหลาด ผลงานของนักเขียน Uketsu (อุเก็ตสึ) ชาวญี่ปุ่น ผู้แปล ฉัตรขวัญ อดิศัย นวนิยายแปลสยองขวัญเล่มนี้ เป็นความลับชวนขนหัวลุกของบ้านหลังหนึ่งในญี่ปุ่น ที่หากมองเผินๆ ก็ดูเหมือนบ้านคนธรรมดาดาษดื่นทั่วไป แต่หากพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนทุกซอกมุม กลับสังเกตเห็นความแปลกประหลาด ความน่าสงสัยอยู่ทุกหนแห่งทั้งที่พื้นที่ห้อง บานประตู ช่องหน้าต่าง และทุกตารางนิ้วแฝงไปด้วยความบิดเบี้ยว พิลึกพิลั่น สะกิดจินตนาการอันสยดสยอง ดำดิ่งสู่มุมมืดของจิตใจมนุษย์อันลึกเกินหยั่ง แม้เพียงมองดูแผนผังของมันเท่านั้น นิยายเรื่องราวบ้านสุดพิศวง และสั่นประสาทเล่มนี้ อ่านสนุกจนสามารถอ่านรวดเดียวจบ และเคยโด่งดังและสร้างปรากฏการณ์ไวรัลบนทวิตเตอร์ที่สะเทือนโลกอินเทอร์เน็ตไทยมาแล้ว มียอดรีทวีตสูงถึง 7 หมื่นครั้ง มียอดขายกว่า 300,000 เล่มในญี่ปุ่น มีการขายลิขสิทธิ์ไปแล้วในเกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทยหนังสือได้รับรางวัล Yomiuri Publishing Advertising Award Silver Award ครั้งที่ 26ที่ญี่ปุ่น และถูกนำไปสร้างภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว จำหน่ายราคาเล่มละ 265 บาท

หนังสือเด่น : ครบเครื่องเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวการใช้งานรถในท้องตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693115

หนังสือเด่น : ครบเครื่องเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า  รีวิวการใช้งานรถในท้องตลาด

หนังสือเด่น : ครบเครื่องเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวการใช้งานรถในท้องตลาด

วันอาทิตย์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โดย ชนิตร ภู่กาญจน์

ทุกวันนี้รถไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มจะมาแทนที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องสันดาปภายในรถยนต์หรือใช้น้ำมันอีกในไม่ช้าอย่างไรก็ตาม คนทั่วไปก็ยังรู้จักรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าค่อนข้างน้อยมาก และยังมีความสงสัยในเทคโนโลยีใหม่นี้ไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องวิธีการใช้งาน ความคุ้มค่าในการใช้งาน การบำรุงรักษา อายุการใช้งาน แม้กระทั่งการเปรียบเทียบระหว่างรถใช้น้ำมันว่าแตกต่างกันอย่างไร

หนังสือ “รถไฟฟ้า EV 101” ผู้เขียนเฉลิมพล สัตยาวุฒิพงศ์, วศิน เพิ่มทรัพย์ เป็นหนังสือที่ร่วมกันเขียนเพื่อให้ข้อมูลที่ครบถ้วนในสิ่งที่ผู้สนใจรถไฟฟ้าต้องรู้ก่อนจะตัดสินใจใช้งาน เช่น การแนะนำให้รู้จักรถยนต์ไฟฟ้าชนิดต่างๆ การเสียภาษีอากร ความคุ้มค่าของรถไฟฟ้า อาทิ รถไฮบริด ประหยัดกว่ารถใช้น้ำมันแค่ไหน รถไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ประหยัดกว่ารถน้ำมันเพราะอะไร ค่าบำรุงรักษาของรถไฟฟ้าและรถน้ำมัน รู้เรื่องเกี่ยวกับแบตเตอรี่ ระยะเวลาการวิ่งตามมาตรฐานวิ่งได้จริงไหม การชาร์จไฟที่บ้านต้องเตรียมตัวอย่างไร หัวชาร์จแบบต่างๆ การใช้โซลาร์เซลล์กับรถไฟฟ้า การขับขี่และสมรรถนะ และอื่นๆ

หนังสือค่อยๆ ปูพื้นฐาน โดยการแนะนำให้รู้จักรถยนต์ไฟฟ้า การเตรียมการก่อนการใช้งาน ความคุ้มค่าการใช้รถ และค่อยๆ เจาะลึกลงไปในรายละเอียดทางด้านเทคนิคต่างๆ ที่ควรรู้ และเปรียบเทียบความคุ้มค่าและความเหมาะสมของรถไฟฟ้าชนิดต่างๆกับการใช้งานว่าตอบรับกับการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลหรือไม่อย่างไร เปรียบเทียบระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับรถใช้น้ำมัน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการแชร์ประสบการณ์ในการขับรถไฟฟ้าจริงที่จำหน่ายในตลาดรถยนต์ เช่นการใช้ EV ครั้งแรก : BMW 330e Hybrid ที่ขับโหมด EV ไฟฟ้าเพียวๆ การขับ MG EP รถไฟฟ้าราคาดีในปี 2021 การขับ Tesla Model 3 Long Range Mini Cooper SE รถไฟฟ้า EV คันเล็ก Lexus UX 300e Hyundai Kona Electric SE Volvo XC40 Recharge Tesla Model Y Standard Plus Ora Good Cat 400 Pro Nissan Leaf และ BMW iX3 ของหนุ่ย ณัฐพล ม่วงทำเจ้าของเพจ “การตลาดวันละตอน” ที่ปรึกษาการตลาด และดาต้า และรีวิว ORA Good Catรถไฟฟ้าจากค่าย GWM ที่เรียกเสียงฮือฮาจากคนที่อยากมีรถไฟฟ้าคันแรกในครอบครองอยู่พักใหญ่ ของ วรทรรศน์ วงษ์ไทย (jetboat)จาก trendymobile.net และรีวิว นิสสันคิกส์ระบบ e-POWER รถประเภท EREV ของ นายกาฝาก คงเดช กี่สุขพันธ์ (@kafaak) kafaak.blog

หนังสือมีเนื้อหาครบถ้วนทุกด้านที่ควรรู้ แถมยังแชร์ประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีในตลาดให้ได้รู้ถึงสมรรถภาพ ข้อเด่น-ข้อด้อยกันอีก เรียกว่าอ่านหนังสือเล่มนี้เล่มเดียวรู้ทุกอย่าง คุ้มค่าน่าอ่าน และ ผู้อ่านทั่วๆ ไป ก็อ่านเข้าใจง่าย อ่านแล้วก็จะสามารถเลือกรถยนต์ไฟฟ้าใช้ได้ตรงกับจริตของตนเองได้หากต้องการขับรถไฟฟ้าอนาคต นอกจากนี้คณะผู้เขียนยังได้มีการสอดแทรกรายละเอียดทางเทคนิค ตารางข้อมูลและรูปกราฟต่างๆเชิงลึกเผื่อไว้สำหรับผู้ที่สนใจค้นคว้ามากขึ้นสามารถนำไปต่อยอดได้อีก เรียกว่าครบเครื่องเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าจริงๆ หนังสือ“รถไฟฟ้า EV 101” ราคาเล่มละ345 บาท จัดพิมพ์โดยโปรวิชั่น และจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชั่น

รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่อยู่รอบตัว

ใช้ชีวิตติดดิจิทัลอย่างชาญฉลาด

“The Cyber Mindset ฉลาดใช้ชีวิตติดดิจิทัล”ผู้เขียน ปริญญา หอมอเนก เป็นหนังสือที่ได้ชื่อว่าเป็น “วัคซีนไซเบอร์” (Cyber Vaccination) ที่ผู้เขียนมุ่งหวังให้เป็นคู่มือสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนไทย ที่ดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 ที่โลกเชื่อมโยงทุกอย่างออนไลน์เข้าด้วยกัน และภัยต่างๆ ก็สามารถหลั่งไหลเข้าถึงตัวได้ตลอดเวลาทุกทิศทาง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของโลก มีฐานะร่ำรวย หรือยากจน ทุกคุณวุฒิ และ วัยวุฒิ หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราๆ ท่านๆ ใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลได้อย่างชาญฉลาด รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่อยู่รอบตัว และเรียนรู้การเอาตัวรอดรู้แนวโน้มโลกไซเบอร์ในอนาคตเพื่อจะได้เตรียมป้องกัน รู้เทคนิคและวิธีการพิชิตภัยใกล้ตัว ความรู้ด้านกฎหมายดิจิทัล ศัพท์แสงที่ควรรู้เกี่ยวกับไซเบอร์เป็นต้น หนังสือเรียบเรียงองค์ความรู้ต่างๆ ที่สามารถทำความเข้าใจง่าย อ่านได้ทั้งผู้ใช้งานทั่วไปผู้ประกอบการ ผู้ดูแลระบบ และผู้บริหาร เพื่อจะได้รับรู้รับทราบถึงภัยไซเบอร์ และแนวทางป้องกันได้ก่อนที่จะสายเกินแก้ หนังสือราคา 299 บาท

เรียนรู้ประวัติดนตรี Rock N’ Roll

อิทธิพล ทิศทางดนตรีในอนาคต

“สรุปย่อยประวัติศาสตร์ดนตรี Rock N’ Roll 101”ผู้เขียน วัฒกานต์ ขันธ์ศรี เป็นหนังสือที่เล่าประวัติศาสตร์ดนตรี Rock n’ Roll ตั้งแต่เริ่มถือกำเนิด ทิศทางดนตรี อิทธิพลต่อโลกนี้รวมถึงเรื่องราวของศิลปิน ที่มีผลต่อการพัฒนาวงการดนตรี เช่น The Beatles, The Who, The Rolling Stones โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 1865 มาถึงจนปัจจุบัน ผสมผสานกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ ทั้งเรื่องสงคราม วิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม แนวคิด ความเชื่อ รวมไปถึงแฟชั่น และค่านิยมต่างๆ ที่ล้วนเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์โลก และมีจุดเชื่อมโยงอะไรบางอย่างกับดนตรีRock n’ Roll อย่างไม่น่าเชื่อ “Rock n Roll 101” อาจจะเรียกได้ว่าคือ คัมภีร์ที่แตกแยกย่อยเรื่องราวของดนตรี Rock n’ Roll ในแบบที่อาจจะไม่เคยรับรู้จากที่ไหน ความเชื่อมโยงต่างๆ ที่หลบซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์จะถูกไขออกในหนังสือเล่มนี้ ประโยคที่ว่า “Rock n’ Roll ตายไปแล้ว” เพราะเหตุอะไร แล้วตายไปแล้วจริงไหม หาคำตอบอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ราคาเล่มละ 350 บาท

วิธีคิดที่ทำให้ทุกอย่างในชีวิตง่ายขึ้น

เหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์สูง

“คนเก่งคิดง่าย ไม่คิดยาก Effortless” ผู้เขียน Greg McKeown (เกร็ก แม็กคีโอน) ผู้แปล พรรณรวี อกนิษฐาภิชาติคนบางคนมีความรู้สึกว่าชีวิตเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนเหลือเกิน ทำอะไรก็ยุ่งยากก็เหนื่อยไปเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะการดำเนินชีวิตในสังคม การทำมาหากิน การทำงาน ฯลฯ และรู้สึกท้อและล้าเป็นอย่างมาก ซึ่งการใช้ชีวิตแบบนี้ไม่มีอะไรดีขึ้น คนเราสามารถทำชีวิตให้ดำเนินไปแบบสบายๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องแบกโลกไว้ทั้งใบ ผู้เขียนได้ค้นพบวิธีคิดที่ช่วยให้ทำทุกอย่างในชีวิตง่ายขึ้น จากการที่เป็นที่ปรึกษาของ Apple, Google, Facebook และ Twitter เมื่อคิดเป็นทุกอย่างจึง “ง่าย” โดยสามารถทำได้ตั้งแต่แรกเริ่ม คนที่คิดซับซ้อน การลงมือทำก็จะยากและใช้เวลามาก ส่งผลให้ต้องพยายามอย่างหนักแต่หากสังเกตจริงๆ จะพบว่าได้ผลลัพธ์ที่น้อยไม่คุ้มค่ากับการทุ่มเท เมื่อคิดให้ง่ายการลงมือทำก็จะง่ายดายในทุกขั้นตอน ผลก็คือ จะเหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น หนังสือราคา 250 บาท

รู้จัก ‘บิตคอยน์’ ตั้งแต่เริ่มต้นประดิษฐ์

อ่านเข้าใจง่าย แม้ไม่มีพื้นฐานความรู้

“Inventing Bitcoin : ไขกลไกนวัตกรรมเงินเปลี่ยนโลก”ผู้เขียน Yan Pritzker (ยาน พริตซ์เกอร์) ผู้แปล พิริยะสัมพันธารักษ์ “บิตคอยน์” อาจถือได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ด้านการเงินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงชีวิตของพวกเราก็ว่าได้ แต่ทว่าผู้คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้ว่ามันคืออะไร หรือทำงานอย่างไรด้วยซ้ำ หนังสือเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านได้รู้จักกระบวนการประดิษฐ์คิดค้นบิตคอยน์ทีละขั้นทีละตอน รู้จักกลไกการทำงานของบิตคอยน์
ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบิตคอยน์จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะกลายมาเป็นระบบเงินสดไร้ศูนย์กลาง ผู้เขียนเป็นผู้มีชื่อเสียงในวงการคริปโทเคอร์เรนซี (โดยเฉพาะ Bitcoin) มีผลงานเรียบเรียงหนังสือ The Bitcoin Standard ระบบการเงินทางเลือกใหม่ไร้ศูนย์กลาง จึงสามารถอธิบายได้อย่างทีละขั้นทีละตอน อ่านเข้าใจง่ายแม้ไม่มีพื้นฐานไม่ต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคใดๆ และ เมื่อมีความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอก็จะสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างเหมาะสมและสามารถทำกำไรจาก “บิตคอยน์” ได้หนังสือราคา 225 บาท