‘มนัญญา’เผยกรมสหกรณ์ สอบกก.สหกรณ์ฯเกษตร หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ให้ดำเนินการภายใน30วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654079

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์รายงานว่านายทะเบียนสหกรณ์ ได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว สาเหตุจากกรรมการสหกรณ์ไม่ตรวจสอบยอดความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในกำหนดของนายทะเบียน เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อาจทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง จึงกำชับให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำความเข้าใจกับสมาชิกเรื่องสภาพคล่องของสหกรณ์ ไม่ให้เกิดความตระหนกและแห่มาถอนเงิน

ด้านนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายทะเบียนสหกรณ์ ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ (สสพ.1) 9/2565 เรื่อง ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว (ชุดที่ 50) จากนั้นได้มีคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ (สสพ.1) 10/2565 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 เรื่อง มอบหมายให้ผู้ตรวจการสหกรณ์ดำเนินการแทนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ จำกัด เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องให้แล้วเสร็จตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนด 30 วัน และให้สอบสวนหาผู้กระทำการทุจริตและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินฝากของสมาชิก พร้อมกับรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบยอดการทุจริตทั้งหมด

“ฝากแจ้งสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ ว่าไม่ต้องตื่นตระหนกมาถอนเงิน เนื่องจากสภาพคล่องของสหกรณ์ยังมีอยู่มาก และจะคืนเงินเข้าบัญชีตามเงินออมจริงของท่าน”นายวิศิษฐ์ กล่าว

เกษตรฯจัดงานอาหารทะเล พลิกวิกฤตขายสินค้าประมงสู่ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654083

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดมหกรรมอาหาร 2 ทะเล 3 น้ำและการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค จ.สงขลา (Fisherman Market) และมอบเงินอุดหนุนให้องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น 8 องค์กร องค์กรละ 100,000 บาท ที่ตลาดโคกไร่ ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ว่า ได้ช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดชายทะเล ทั้ง 23 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยกรมประมง เริ่มดำเนินโครงการนี้ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 เกิดประโยชน์ต่อชาวประมงพื้นบ้าน รวมถึงผู้ประกอบการประมง ทำให้มีช่องทางตลาดเพิ่มขึ้นกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง มีการกำหนดเปิดจุดจำหน่ายสินค้าประมงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เปิดโอกาสให้ชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาจำหน่าย

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ จ.สงขลา ร่วมกับกรมประมง อบจ.สงขลา และหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ จัดโครงการกระจายสินค้าประมงสู่ผู้บริโภคจังหวัดสงขลา (Fisherman Market) กิจกรรม “งานมหกรรมอาหาร 2 ทะเล 3 น้ำ และการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค” เพื่อเพิ่มพื้นที่จำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำและสินค้าประมงแปรรูปให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน องค์การชุมชนประมงท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกรประมงพื้นบ้าน กลุ่มผู้แปรรูปสัตว์น้ำ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสินค้าสัตว์น้ำและสินค้าประมงแปรรูป รวมทั้งการเพิ่มทักษะในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การแปรรูปการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าประมงในตลาดสินค้าออนไลน์ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านและผู้ที่เกี่ยวข้อง

“การจัดกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ตลาดปลาแห่งนี้เป็นตลาดขายสินค้าประมงที่มีคุณภาพของ จ.สงขลา หลังจากที่มาตรการต่างๆ เริ่มผ่อนคลาย เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา จ.สงขลา เป็นจำนวนมาก สินค้าที่ดีมีคุณภาพจะเป็นจุดขายของจังหวัด จึงอยากให้พี่น้องชาวประมงรักษามาตรฐานที่ดีแบบนี้เอาไว้ โดยกรมประมง จะช่วยตรวจสอบคุณภาพสินค้า เป็นการการันตีคุณภาพของสินค้าได้ อย่างไรก็ดีมุ่งหวังจะให้มี Fisherman Market ทุกจังหวัด เพื่อเพิ่มช่องทางให้ชาวประมงพื้นบ้านมีช่องทางการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า มีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานกรมประมงใน จ.สงขลา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กลุ่มแปลงใหญ่ปลากะพงขาว องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นและการจำหน่ายสินค้าจากร้านค้าของกลุ่มประมงพื้นบ้านและวิสาหกิจชุมชนกว่า 40 ร้านที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ยังเตรียมพันธุ์สัตว์น้ำ4,012,000 ตัว ได้แก่ ปูม้า 3,000,000 ตัว กุ้งแชบ๊วย1,000,000 ตัว ปลาตะกรับ 10,000 และปลากะพงขาว 2,000 ตัว เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำชุมชน มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคต

กรมชลฯลอกแม่น้ำบางขาม แก้ปัญหาเมืองลพบุรีขาดน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654082

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขาม จ.ลพบุรี ว่าเมื่อปี 2562-2563 ในพื้นที่ภาคกลางเกิดภาวะฝนตกน้อยกว่าปกติประมาณร้อยละ 37 ส่งผลให้แม่น้ำบางขาม มีปริมาณน้ำน้อย บางช่วงแห้งขอดประมาณ 10 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่ 10 และสำนักเครื่องจักรกล ดำเนินการ โดยนายนิวัติ รุ่งสาคร ผวจ.ลพบุรี ร่วมดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำดังกล่าว ตั้งแต่บริเวณสะพานท่าเรือ ต.มหาสอน อ.บ้านหมี่ จนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ ต.บางขาม อ.บ้านหมี่ (บริเวณ กม.12+500 ถึง กม.22+000) รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร

ปัจจุบันมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 38 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 หากดำเนินการขุดลอกแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำบางขาม ในช่วงฤดูน้ำหลาก รวมทั้งเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้มากถึง 21 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่รับประโยชน์ 40,000 ไร่ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ อ.ท่าวุ้ง อ.บ้านหมี่ และ อ.เมือง จ.ลพบุรี รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำบางขาม มีน้ำอุปโภค-บริโภค ผลิตน้ำประปาและทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำและอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์

ทต.ท่าศาลาจัดโครงการรับเปิดภาคเรียน ศูนย์เด็กเล็กปลอดโรคลูกหลานปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654076

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางวิลาทิพย์ สละชีพ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล (ทต.) ท่าศาลา เป็นประธานการประชุมผู้ปกครองนักเรียน ตามโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปลอดโรคลูกหลานปลอดภัยมีอนามัยที่ดี โดยมีสมาชิกสภาเทศบาล, หัวหน้าส่วนราชการ, พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษพร้อมทั้งคุณครูผู้สอนและผู้ปกครองของนักเรียนเข้าร่วมในครั้งนี้ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดหัวช้าง ต.ท่าศาลา  อ.เมือง จ.ลพบุรี 

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างคุณครูและผู้ปกครองเพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนได้รับทราบแนวทางการจัดการเรียนการสอนและระเบียบของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าศาลาโดยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่อยู่ในสังกัดของเทศบาลตำบลท่าศาลามีอยู่ 2 ศูนย์ได้แก่ 1.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าศาลาบ้านหัวช้าง 2.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลท่าศาลาบ้านเขาหนีบ โดยมียอดเด็กนักเรียนชายและหญิงรวมทั้งสิ้นจำนวน 82 คน                              

สำหรับโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปลอดโรคลูกหลานปลอดภัยมีอนามัยที่ดี ได้รับการสนับสนุน งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น และได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช มาบรรยายให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันโรคระบาดในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้กับคุณครูผู้ดูแลนักเรียนรวมถึงผู้ปกครองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อที่สำคัญ ซึ่งสามารถป้องกันด้วยวัคซีน อาทิ หัดเยอรมัน, คางทูม, บาดทะยัก และเชื้อไวรัสโควิด-19

เกษตรฯไฟเขียวโครงการปฏิรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654078

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่2/2565 โดยมีวาระสำคัญในการอนุมัติโครงการและใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในแปลงที่ดินที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 ตลอดจนการรายงานผลการปฏิบัติงานตามกรอบหลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำปีบัญชี 2565 ไตรมาสที่ 1

ดร.ทองเปลว กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ส.ป.ก.ได้เสนอขออนุมัติโครงการและใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตาม 1.โครงการก่อสร้างถนนสายหลักผิวจราจรหินคลุกในแปลงเกษตรกรรม เกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค อ.ท่ายางจ.เพชรบุรี 4 สาย ระยะทางรวม 3.364 กิโลเมตร โดยสำรวจปรับปรุงเป็นถนนหินคลุกเพื่อให้มีความเหมาะสมในการสัญจรและขนย้ายผลผลิตเกษตรกรรมของพี่น้องเกษตรกร และ 2. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) สายที่ 2 พื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จ.สุราษฎร์ธานี (ชุมชนสันติพัฒนา) 1 สาย ระยะทาง 2.091 กิโลเมตรเพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่

นอกจากนี้ คปก.ยังให้ความสำคัญในเรื่องของสาธารณูปโภคโดยได้อนุมัติโครงการและใช้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการฝายชะลอน้ำแบบชั่วคราวสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยมีพื้นที่เป้าหมายโครงการฯ ปี 2565 จำนวน 182 แห่ง ครอบคลุม 16 จังหวัด

รายงานพิเศษ : ถอดบทเรียนจากฤดูแล้ง..มาขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654084

รายงานพิเศษ : ถอดบทเรียนจากฤดูแล้ง..มาขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รัฐบาลประสบผลสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2564/65 ทำให้ไม่มีพื้นที่ใดประกาศให้เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) และที่สำคัญการปลูกพืชฤดูแล้ง โดยเฉพาะข้าวนาปรังไม่ได้รับความเสียหายใดๆ แม้จะปลูกเกินกว่าแผนที่วางไว้ก็ตาม รวมทั้งยังมีปริมาณน้ำสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2565 มากกว่าที่วางแผนไว้อีกด้วย

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 ที่ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ดำเนินงานตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ บริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด อย่างรัดกุม โดยจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก พร้อมเตรียมการให้การช่วยเหลือ ดูแลประชาชนเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ทำให้ผลการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตรและอุตสาหกรรม รวมไปถึงการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักต่างๆ ประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจ

ตามแผนจัดสรรน้ำทุกกิจกรรมในช่วงฤดูแล้งทั้งประเทศได้วางแผนจัดสรรไว้ 22,280 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และสำรองน้ำไว้ใช้ช่วงต้นฤดูฝน 15,557 ล้านลบ.ม. ปรากฏว่า จัดสรรไปทั้งสิ้น 22,998 ล้านลบ.ม. มากกว่าแผนเล็กน้อยแต่จากการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพทำให้มีปริมาณน้ำเหลือสำรองไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝน ปี 2565ถึง 19,950 ล้านลบ.ม. มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 4,393 ล้านลบ.ม.

นอกจากนี้การปลูกพืชฤดูแล้งโดยเฉพาะข้าวนาปรังตามแผนวางไว้ 6.41 ล้านไร่ ปรากฏว่ามีการปลูกถึง 8.11 ล้านไร่ มากกว่าแผน 26% โดยในส่วนของลุ่มเจ้าพระยาวางแผนไว้ 2.81 ล้านไร่ ปลูกจริงถึง 4.41 ล้านไร่ มากกว่าแผน 57% แต่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามปกติ ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ รวมทั้งยังได้ดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2565 อีกจำนวน 74,904 คน คิดเป็น 99.8% ของเป้าหมาย คาดว่าจะสามารถจ้างแรงงานได้ครบตามเป้าหมาย 75,000 คนอย่างแน่นอน

ฤดูแล้งผ่านพ้นไป กรมชลประทานได้นำบทเรียนมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝน

สำหรับในฤดูฝนปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไปจนถึงประมาณกลางเดือนตุลาคม 2565 พร้อมทั้งได้คาดการณ์ว่า จะมีพายุเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจำนวน 2 ลูก โดยมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนผ่านบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือในช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายน 2565 ส่วนปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่จะใกล้เคียงถึงสูงกว่าค่าปกติประมาณ 3% อย่างไรก็ตามประมาณกลางเดือนมิถุนายน-กลางเดือนกรกฎาคมอาจจะเกิดฝนทิ้งช่วง

อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า กรมชลประทานนำข้อมูลการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาดังกล่าวมาวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี 2565 พร้อมทั้งได้จัดทำแผนปฏิบัติการตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝน ที่มติคณะรัฐมนตรีรับทราบ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 โดยได้ดำเนินการกำหนดวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่เกษตรและพื้นที่ชุมชนที่เสี่ยงน้ำท่วม ควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่าง(Rule Curve) ควบคุมปริมาณน้ำในลำน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ กำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต่างๆ ที่อาจจะได้รับผลกระทบ โดยประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

สำหรับพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจนั้น กรมชลประทานยังได้ปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ลุ่มต่ำใหม่ให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนฤดูน้ำหลาก ลดความเสียหายจากน้ำท่วมโดยพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนบนมีจำนวน 1 ทุ่ง คือทุ่งบางระกำ ประมาณ 265,000 ไร่และลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างมีจำนวน 10 ทุ่งจำนวน 0.967 ล้านไร่

นอกจากนี้กรมชลประทานยังได้การจัดสรรทรัพยากรทั้งเครื่องมือ เครื่องจักร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำจำนวน 2,079 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 351 คันและเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นๆ อีก 2,952 หน่วย รวมทั้งสิ้น 5,382 หน่วย กระจายไปในแต่ละพื้นที่ต่างๆ อย่างเพียงพอและพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วม รวมทั้งยังได้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน และการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ

ความแข็งแรงมั่นคงของเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ตลอดจนอาคารชลประทานต่างๆ เป็นเรื่องที่กรมชลประทานให้สำคัญเช่นกัน โดยได้มีการตรวจสอบ ดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ฝนมาค่อนข้างเร็ว ซึ่งเป็นผลดีต่อเกษตรกรในการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ทั้งนี้กรมชลประทานได้สั่งการให้กักเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสถานการณ์น้ำล่าสุด ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2565 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศรวม 42,527 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 56% ของปริมาณการกักเก็บ โดยเป็นปริมาณน้ำที่ใช้การได้ 18,591 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 36 ของปริมาณการกักเก็บ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมาปีนี้มีปริมาณน้ำมากกว่า 6,389 ล้านลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีก 33,557 ล้านลบ.ม.

สำหรับแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกฤดูฝนปี 2565 คาดการณ์ว่า ในช่วงฤดูฝนจะมีความต้องการใช้น้ำทั้งประเทศประมาณ 31,755 ล้านลบ.ม. แบ่งเป็นการใช้น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค 2,329 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 7% ใช้เพื่อรักษาระบบนิเวศ 6,850 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 25% ใช้เพื่อการเกษตร 22,068 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 69% และใช้เพื่อการอุตสาหกรรม 508 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 2% โดยได้วางแผนการปลูกพืชในฤดูฝนทั้งสิ้น 27.63 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยาวางแผนไว้ 10.57 ล้านไร่ เต็มพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทาน ทั้งนี้ส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก ใช้น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วงหรือปริมาณฝนตกน้อยกว่าที่คาดการณ์เท่านั้น

กรมชลประทานจะควบคุมการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่จะเพียงพอใช้ในทุกกิจกรรมการใช้น้ำ และเพียงพอสำหรับจัดสรรให้กับพื้นที่การเกษตรกรณีเกิดฝนทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายนกรกฎาคม 2565 ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน” นายประพิศกล่าวย้ำ

ทั้งนี้คาดว่าหลังจากสิ้นฤดูฝนอ่างเก็บขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่งทั่วประเทศ จะมีปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อจัดสรรในช่วงฤดูแล้งปี 2565/66 ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 รวมกันประมาณ 59,261 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 84% ของปริมาณการกับเก็บ โดยเป็นปริมาณน้ำที่ใช้การได้ 35,718 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 75% ของปริมาณการกักเก็บ มากกว่าปี 2564 ประมาณ 5,261 ล้านลบ.ม. เฉพาะลุ่มเจ้าพระยาจะมีปริมาณต้นทุนจาก 4 เขื่อนหลักรวม 17,392 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 70% ของปริมาณการกักเก็บ โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้10,696
ล้านลบ.ม. คิดเป็น 59% ของปริมาณการกักเก็บ มากกว่าปี 2564 ประมาณ 2,952 ล้านลบ.ม.

หากพิจารณาจากแผนงานและมาตรการต่างๆ ที่วางไว้แล้ว น่าจะมั่นใจได้ว่าการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้จะประสบผลสำเร็จ เช่นกันกับบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2564/65 อย่างแน่นอนฟันธง!!

‘มนัญญา’หนุนอสค.เพิ่มตลาดนม ใช้แพลตฟอร์ม‘เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653898

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า “นม” เป็น 1 ใน 4 สินค้านำร่องที่รัฐบาลได้วางเป้าหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด ตั้งแต่การพัฒนาเกษตรกร ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกให้ผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศร่วมกับสินค้าอีก 3 ชนิด คือข้าว ทุเรียน และกุ้งขาว กระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ให้เป็นรูปธรรม โดยมอบหมายองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต โดยเร่งหาแนวทางในการผนึกความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาช่องทางตลาดในการสร้างความเข้มแข็งทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น จากปัจจุบันครองตลาดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ มาอย่างยาวนานอยู่แล้ว เพราะเป็นการช่วยยกระดับโคนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย ให้มีรายได้มั่นคง ยั่งยืนอีกทางหนึ่ง

ด้านนายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการ อ.ส.ค.กล่าวว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ(MOU) กับองค์การคลังสินค้า (อ.ค.ส.)มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ หาแนวทางในการพัฒนาเพื่อให้สอดรับแนวนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เพื่อส่งเสริม ศึกษา พัฒนาและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในหน่วยงานออกจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ กำหนดแนวทางและถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตอาหารสัตว์รวมถึงการจัดหาและการบริหารจัดการวัตถุดิบด้านอาหารเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในอนาคต

“ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อ.ส.ค.ได้ปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้น โดยหันมาบุกตลาดออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์Application Shopee และ Lazada เพื่อลดช่องว่างระหว่างผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค กับผู้บริโภค ให้สามารถซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก คล่องตัวมากขึ้น พร้อมทั้งอัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง การลงนาม MOU ระหว่าง อ.ส.ค. กับ อ.ค.ส.ในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกมิติสำคัญในการเพิ่มช่องทางตลาดใหม่ๆ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะทำให้ อ.ส.ค.มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากขึ้นจากปัจจุบันมีรายได้อยู่ประมาณ 9,500-10,000 ล้าน/ปี” นายสมพร กล่าว

ฝนหลวงอุดรฯเติมน้ำเขื่อน ช่วยการเพาะปลูก9จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653896

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกล่าวว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 17/2565 ยืนยันให้กรมฝนหลวงฯปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนห้วยหลวงซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 32 โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.อุดรธานี วางแผนปฏิบัติการฝนหลวง ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่รับน้ำเขื่อนห้วยหลวง รวมทั้งช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร ได้แก่ พื้นที่ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 9 จังหวัด ได้แก่ เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร และขอนแก่น

ส่วนทางภาคเหนือ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า ด้วยเฮลิคอปเตอร์ฝนหลวง ชนิด AS-350 B2 ในพื้นที่ อ.แม่ออน อ.สันทรายจ.เชียงใหม่ 8 เที่ยว ใช้น้ำ 4,000 ลิตร จากเขื่อนแม่กวงอุดมธารานอกจากนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง อีก 8 หน่วยฯ ได้ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ขาดแคลนน้ำทั่วทุกภูมิภาค ทำให้มีฝนตกในพื้นที่บางส่วนของ จ.แพร่ กาญจนบุรี สระบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ยโสธร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และเพชรบุรี

‘เฉลิมชัย’เดินหน้าจ้างแรงงานชลประทาน‘65ตั้งเป้ารวม75,000รายสร้างรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653900

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน ประจำปีงบประมาณ 2565 เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อสร้างแหล่งน้ำ และระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำสำหรับหลักเกณฑ์การจ้างแรงงาน จะพิจารณาจ้างแรงงานตามลำดับ ได้แก่ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือเกษตรกรในพื้นที่สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ และผู้ใช้แรงงานทั่วไป หากแรงงานที่ต้องการในพื้นที่เป้าหมายมีไม่เพียงพอจะพิจารณาจ้างเกษตรหรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงตามลำดับ

ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สำหรับปี 2565 มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น 75,000 คนวงเงินงบประมาณ 4,465 ล้านบาท ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 1-10 เดือน วงเงินจ้างแรงงาน/คน อยู่ที่ประมาณ 8,700–87,000 บาท (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้าง/คน) ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว 70,113 คน จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ คือ จ.สกลนคร 5,389 คน จ.อุบลราชธานี 3,787 คน และจ.เชียงใหม่ 3,038 คน และยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่องให้ได้ตามเป้า 75,000 คนผู้สนใจร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460

สานงานเกษตรฯสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/653895

วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังให้ นายฟาน จี๊ ทัญ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งเวียดนามประจำประเทศไทย เข้าหารือด้านการเกษตรระหว่างไทย-เวียดนาม โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ พร้อมคณะ ร่วมหารือ ว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งในปี 2565 ไทยและเวียดนามจะฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 46 ปี โดยตลอดระยะเวลาอันยาวนานไทยและเวียดนามมีความสัมพันธ์ในหลายมิติ ทั้งด้านการเกษตร การค้า และการเมืองโดยมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับเวียดนาม ปี 2564 มีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2568

สำหรับสาระสำคัญที่หารือร่วมกัน ฝ่ายไทยได้ขอให้เวียดนามให้ความร่วมมือ 1.สนับสนุนการจัดตั้งสภายางอาเซียน 2.ขอให้เวียดนามยกเลิกการระงับการนำเข้าสินค้าผลไม้จากไทย ได้แก่ เงาะและมะม่วง 3.ขอให้เวียดนามแจ้งรายชื่อผู้ประสานงานหลัก ภายใต้กรอบความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนามภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ผ่านกลไกการประชุมคณะทำงานความร่วมมือด้านการเกษตร ไทย-เวียดนาม และ 4.ไทยเสนอให้เวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้มาตรการ SPS และขอให้ฝ่ายเวียดนามแจ้งชื่อและอีเมลของผู้ประสานงานหลัก

ขณะเดียวกัน ฝ่ายเวียดนามเสนอให้มีการทบทวน MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรทั้งสองฝ่ายลงนามไปแล้ว เมื่อปี 2546 เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์และโครงสร้างการทำงานในปัจจุบัน พร้อมทั้งขอเชิญ รมว.เกษตรฯ ผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญ เยือนเวียดนาม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในระดับสูง