‘เฉลิมชัย’ฟื้นฟูแม่น้ำปราณฯ ปล่อยสัตว์น้ำ2ล้านตัวช่วยชาวประมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682387

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ โครงการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ปัญหาแม่น้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ด้านประมง) ปี 2565 เพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ สร้างการมีส่วนร่วมให้ชาวประมงและชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน โดยมี นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง นายเสถียร เจริญเหรียญ ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ที่ลานสาธารณประโยชน์ 24 ไร่ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า แม่น้ำปราณบุรีเป็นแม่น้ำสายสำคัญของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นแหล่งทรัพยากรประมงที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ทางกรมประมง และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำหนดเป็นแหล่งน้ำเป้าหมายในการพัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์อย่างเหมาะสม การจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำครั้งนี้ จะช่วยเร่งฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และคืนความอุดมสมบูรณ์กลับมาในระยะยาว ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตให้มีเพียงพอต่อความต้องการบริโภค สามารถสร้างรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือนให้แก่ชาวประมง ทำให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ

“สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมประมงได้ใช้มาตรการ 3 ป.คือ ป้อง ปราม ปราบ เพื่อดูแลจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในแม่น้ำปราณบุรี ให้คงอยู่ในความสมดุลและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยร่วมบูรณาการกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฟื้นฟูและพัฒนาแม่น้ำปราณบุรี ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางให้กลับคืนสภาพความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน และสำหรับโครงการนี้ กรมประมงตั้งใจส่งสัญญาณว่าจะต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างจริงจัง ซึ่งนอกจากการรักษาสมดุลทางธรรมชาติแล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องชาวประมงอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ดี กรมประมงได้เข้ามาดูแลพี่น้องชาวประมงกลุ่มต่างๆ ทั้งเรื่องประมงชายฝั่ง หรือสิทธิต่างๆ ที่ได้รับการดูแลจากภาครัฐ ขอให้รู้ว่าเรามีความตั้งใจเต็มที่ และจะดูแลพี่น้องชาวประมงอย่างดีที่สุด หากเกิดปัญหาขอให้มีการพูดคุยและร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้ ได้มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงสู่แม่น้ำปราณบุรี 2 ล้านตัว ประกอบด้วย กุ้งทะเล 1,200,000 ตัว ปลากะพงขาว 90,000 ตัว ปลากินพืชน้ำจืด 700,000 ตัว และปูม้า 10,000 ตัวโดยพันธุ์สัตว์น้ำส่วนหนึ่งได้มอบให้กับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ อ.ปราณบุรี อ.หัวหิน และกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์แม่น้ำปราณบุรี รวม 17 ชุมชน สำหรับนำไปปล่อยในแม่น้ำปราณบุรีในจุดอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการให้ความรู้ด้านการประมงและการเกษตร คลินิกชาวประมง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ

‘อลงกรณ์’ติดตามงาน คกก.นโยบายด้านเกษตร ความก้าวหน้าศูนย์AIC สร้างประโยชน์เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682386

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 ครั้งที่ 4/2565 และประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) ครั้งที่ 4/2565 โดยที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมรับทราบผลการจัดพิธีมอบรางวัล AIC Award 2022 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา

จากนั้นที่ประชุมได้รับฟังผลการบริหารการขับเคลื่อน AIC จ.ตรัง นอกจากนี้ ศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence: CoE) จ.อุทัยธานี ได้รายงานผลการดำเนินการของศูนย์ CoE กระบือลุ่มน้ำสะแกกรัง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งอบรมบ่มเพาะ รวบรวมและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร ภูมิปัญญาด้านการเกษตร และนวัตกรรมทางการเกษตร พร้อมเป็นศูนย์กลาง ในการให้บริการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ประกอบกับ จ.อุทัยธานี เป็นจังหวัดที่มีกระบือมากและมีคุณภาพ รวมทั้งมีตลาดที่เป็นแหล่งรับซื้อขายกัน จึงเห็นว่าควรให้มีการพัฒนาโครงการ “งานฟาร์มอนุรักษ์กระบือเชิงธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ การอนุรักษ์ต่อยอดเชิงธุรกิจ และพัฒนาคุณภาพกระบือ จ.อุทัยธานี

ปลัดเกษตรฯร่วมงาน 60ปีกรมพัฒนาที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682388

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยายพิเศษ หัวข้อ “AgrichallengeNextNormal เหลี่ยวหลังแลหน้า รองรับ NextNormal มุ่งขับเคลื่อนภาคเกษตรอย่างยั่งยืน” และมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นภาคบรรยาย ผลงานวิชาการดีเด่นภาคนิทรรศการ และรางวัลปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินในการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมตามแผนที่การเกษตรเชิงรุก ภายในงานประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ประจำปี 2565 “60 ปี กรมพัฒนาที่ดิน การเปลี่ยนแปลงในทศวรรษหน้า สู่การพัฒนาที่ดินยั่งยืน” ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จ.ภูเก็ต โดยมีน.ส.เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการในสังกัด เข้าร่วม

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า การบรรยายพิเศษครั้งนี้มุ่งหวังในการสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และพัฒนาการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับกรมพัฒนาที่ดิน มีความเชื่อมโยงแผนนโยบายสำคัญ มีโครงสร้างและกลไกการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติรวมถึงเป็นส่วนสำคัญที่พาภาคเกษตรไทยมุ่งสู่ความสำเร็จ สร้างการขับเคลื่อนภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

“การขับเคลื่อนภาคเกษตร ยังคงต้องมุ่งเน้นเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญด้านการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรในเวทีโลก รวมทั้งเป้าหมายนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของเกษตรกร โดยพิจารณาสถานการณ์และแนวโน้มที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ ทั้งสถานการณ์โลกที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตร โอกาสและภัยคุกคามของภาคเกษตรด้านต่างๆ” ดร.ทองเปลว กล่าว

อสป.รุกขยายท่าบกทั่วไทย นำร่องพัฒนาพื้นที่เชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682389

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า ได้ขานรับนโยบายของ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในการให้ อสป.ลุยขยายท่าบกทั่วไทย โดยตนอยากให้พนักงานทุกคนเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายการขยายโครงการท่าบก ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาสะพานปลา และท่าเทียบเรือประมง ทั้ง 18 แห่งทั่วไทย เพื่อให้ อสป.บรรลุเป้าหมายรายได้และผลกำไรเติบโตตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ มีแผนจะพัฒนาและขยายตลาดสินค้าสัตว์น้ำของไทย เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อยกระดับตลาดสินค้าสัตว์น้ำจากชาวประมง เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้มีมาตรฐานสากล ทั้งคุณภาพและราคา ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในประเทศและกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในระยะแรกมีเป้าหมายขยายตลาดไปตามนโยบาย รมช.เกษตรฯ ซึ่ง อสป.รับบทบาทสำคัญในการหาตลาดท่าบกให้กับพี่น้องชาวประมงได้ประกอบอาชีพและได้มีช่วงการขยายสินค้าสัตว์น้ำได้มากขึ้น

“ขณะนี้ อสป.กำลังหารือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยจะเริ่มนำร่องสินค้าสัตว์น้ำเป็นประเภทแรก หากเป็นไปตามที่คาดการณ์จะสร้างคลังสินค้าใกล้ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน มีการสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บสินค้า หากมีความต้องการสินค้าก็จะทำให้สามารถขนส่งขึ้นเรือได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว ซึ่งหากประสบผลสำเร็จก็จะเริ่มขยายท่าบกในพื้นที่อื่นๆ ที่ยากต่อการซื้อขายสินค้าสัตว์น้ำ” นายปรีดา กล่าว

‘เฉลิมชัย’นำทีมลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามการพัฒนาคลองร้อยสาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682319

'เฉลิมชัย'นำทีมลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามการพัฒนาคลองร้อยสาย

‘เฉลิมชัย’นำทีมลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามการพัฒนาคลองร้อยสาย

วันอาทิตย์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.56 น.

“เฉลิมชัย”นำทีมลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ติดตามการพัฒนาคลองร้อยสาย เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่ประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามแนวทางการพัฒนาคลองร้อยสาย จ.สุราษฎร์ธานี และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชานในพื้นที่ ณ วัดบุญบันเทิง ต.บางโพธิ์ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคลองร้อยสายที่ ถือเป็นหลอดเลือดของประชาชนใน 6 ตำบล ของ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้แก่ ต.บางใบไม้ , ต.บางชนะ , ต.คลองฉนาก , ต.บางไทร , ต.คลองน้อย และ ต.บางโพธิ์

ทั้งนี้ นายเฉลิมช้ย กล่าวว่า พื้นที่คลองร้อยสายนี้ยังมีความอุดมสมบูรณ์ของพืชนานาพันธุ์ตลอดแนวสองฝั่งคลอง มีสวนผลไม้หลากหลายชนิด และสวนมะพร้าวที่อุดมสมบูรณ์ จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี และมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมะพร้าวมากมาย อาทิ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากน้ำมันมะพร้าว การทำน้ำสมจาก และน้ำผึ้ง

จากการลงพื้นที่ในวันนี้ ได้มอบหมายกรมชลประทานเข้ามาพัฒนาคลองร้อยสายและสอบถามความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่รวมถึงศึกษาออกแบบ และดำเนินการในส่วนของงบประมาณ เพื่อเข้ามาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปสำหรับในส่วนของการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าว ซึ่งได้มีการเรียกประชุมกับส่วนราชการ และได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและภายในปีนี้จะชะลอการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ โดยเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ราคามะพร้าวของเกษตรกรขยับขึ้นอย่างแน่นอน ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าข้างนายทุน แต่จะเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและเกษตรกรอย่างเต็มที่

สำหรับคลองร้อยสาย เป็นพื้นที่ชุมชุนที่อยู่ใกล้ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นชื่อเรียกของลำคลองสาขาของแม่น้ำตาปี และคลองพุนพิน ซึ่งประกอบด้วยคลองเล็กคลองน้อยนับร้อยคลองเชื่อมโยงกัน ก่อนไหลลงสู่อ่าวไทยที่บริเวณอ่าวบ้านดอน โดยในอดีตการสัญจรไปยังพื้นที่คลองร้อยสายนี้ใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลักเนื่องจากยังไม่มีเส้นทางรถยนต์สำหรับการสัญจรราษฎรมักตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนริมคลองต่างๆ ราษฎรส่วนใหญ่ประอบอาชีพทำสวนและการประมง เป็นอาชีพหลัก

– 006

‘เฉลิมชัย’กำชับกรมชลฯ รับมือสถานการณ์ฝนตกเพิ่มขึ้น 21-25 ก.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/682005

'เฉลิมชัย'กำชับกรมชลฯ รับมือสถานการณ์ฝนตกเพิ่มขึ้น 21-25 ก.ย.นี้

‘เฉลิมชัย’กำชับกรมชลฯ รับมือสถานการณ์ฝนตกเพิ่มขึ้น 21-25 ก.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.21 น.

“เฉลิมชัย”กำชับกรมชลฯ รับมือสถานการณ์ฝนตกเพิ่มขึ้น 21-25 ก.ย.นี้ ลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของกรุมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 21 – 25 ก.ย.65 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ นำการคาดการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา มาวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พิจารณาปรับการระบายเพื่อรองรับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดัน ประจำจุดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง ให้สามารถพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มกำลัง โดยได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานและพนังกันน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอความร่วมมือหน่วยงานท้องถิ่นในการช่วยกันจำกัดผักตบชวา สิ่งกีดขวางทางน้ำ ในลำคลองสาขาต่างๆ ไม่ให้ไหลลงมาทางน้ำสายหลัก ตลอดจนบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (22 ก.ย.65) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 53,203 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 70 ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 25,579 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 15,420 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 9,451 ล้าน ลบ.ม.

กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำ เตือนพื้นที่‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681991

กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำ เตือนพื้นที่‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร

กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำ เตือนพื้นที่‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.36 น.

กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำ เตือนพื้นที่‘ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’น้ำสูงขึ้น 0.3-0.5 เมตร

23 กันยายน 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ (23 กันยายน 2565) ว่า ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,028 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.70 เมตร มีแนวโน้มลดลง ก่อนปริมาณน้ำนี้จะไหลไปรวมกับน้ำที่มาจากแม่น้ำสะแกกรัง และลำน้ำสาขา ไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ในอัตราประมาณ 1,989 ลบ.ม./วินาที

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (24 กันยายน 2565) จะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 2,200 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.30 – 0.50 เมตร ในช่วงวันที่ 25-27 กันยายน 2565 บริเวณชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ คลองโผงเผง จ.อ่างทอง , คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา , อ.เสนา อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) , อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี , อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี และ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ส่วนที่สถานีวัดน้ำ C.29A อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 2,499 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน ได้ใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยในช่วงน้ำทะเลลงอย่างเต็มศักยภาพ

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง ที่พร้อมจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที รวมถึงติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิด บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่ตกลงมา สำหรับเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้ใช้ระบบชลประทานนำเข้าคลองต่างๆ ทั้งด้านฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริหารจัดการน้ำตามศักยภาพของคลอง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

ขอนแก่นรณรงค์สวมหมวกนิรภัย เน้น‘ทางม้าลายปลอดภัย-วินัยดี’ สร้างจิตสำนึกปชช.ลดอุบัติเหตุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681826

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายศุภชัย ลีเขาสูง ปลัดจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน “การรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ และรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามทางม้าลาย ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย จ.ขอนแก่น ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ถ.กลางเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น

นายศุภชัยกล่าวว่า เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวและตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน โดยผู้เดินเท้าต้องตระหนักถึงความปลอดภัยบริเวณทางข้าม อีกทั้งเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักถึงหน้าที่ของตน ในการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ป้องกันและลดความสูญเสียจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน รวมถึงทรัพย์สิน ให้ประชาชนได้รับทราบและให้ความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้กำหนดให้ขอนแก่นเป็นจังหวัดนำร่องของภาคอีสานในการปรับปรุงทางข้าม ทางม้าลาย ขีดสี ตีเส้น ชะลอความเร็ว การจัดทำป้ายเตือน ป้ายสัญลักษณ์ ก่อนถึงทางข้าม

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ขับขี่รถปฏิบัติตามกฎหมายจราจร และผู้เดินทางเท้ามองเห็นได้ชัดเจน มีความปลอดภัยในขณะเดินทางข้ามถนน ถือว่าเป็นกิจกรรมรณรงค์สร้างการรับรู้ถึงความปลอดภัยในการขับขี่รถ และพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนในการเดินทางข้ามถนน และเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่มีความตระหนัก ถึงการขับขี่รถสวมหมวกนิรภัยเพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การลดความเร็วในเขตชุมชน สถานศึกษา และหยุดให้คนข้ามในทางข้าม ตลอดจนให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้ที่ใช้รถ ใช้ถนนมีความตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรทางบก

‘เฉลิมชัย’หารือแคนาดา ผลักดันส่งออกสินค้าเกษตรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681823

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ซาราห์ เทย์เลอร์ เอกอัครราชทูตแคนาดา ประจำประเทศไทย ร่วมหารือการส่งเสริมและขยายความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯนายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายสมชวนรัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ เข้าร่วม โดยการหารือครั้งนี้ ไทยและแคนาดาพร้อมร่วมมือในเรื่อง Smart agriculture-Canadian technology โดยมีนโยบายการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรอัจฉริยะ มุ่งหวังที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรในปัจจุบัน ให้มุ่งสู่เกษตร 4.0 มีเป้าหมายสำคัญมุ่งเน้นให้เกิดการทำเกษตรแบบทำน้อยได้มาก ใช้ทรัพยากรในการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพ

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ขอบคุณฝ่ายแคนาดาสำหรับความร่วมมือในโครงการ Offshore Programซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการด้านความปลอดภัยอาหาร ระหว่างองค์การตรวจสอบอาหารของแคนาดา (Canadian Food InspectionAgency : CFIA) และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพื่อให้ประเทศคู่ค้าสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารของแคนาดาเน้นด้านการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยอาหาร การตรวจสอบสถานประกอบการ และกิจกรรมความช่วยเหลือด้านเทคนิค ที่ผ่านมา มกอช.และ CFIA ได้แลกเปลี่ยนด้านวิชาการด้านความปลอดภัยอาหาร 4 ครั้งและอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อหารือถึงการขยายความร่วมมือระหว่างกันในการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงการผลักดันการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การเฝ้าระวังและตรวจติดตาม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

“แคนาดาเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย โดยสินค้าเกษตรไทยที่มีศักยภาพ และเป็นที่ต้องการในแคนาดา เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง ข้าว ไก่ กุ้ง และยางพารา จึงมั่นใจว่าผู้บริโภคชาวแคนาดา จะได้บริโภคสินค้าเกษตรและอาหารของไทยที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล โดยกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการผลิตตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งความมั่นคงทางอาหารถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ทางอาหาร จึงได้กำหนดนโยบาย 3S (ความปลอดภัยทางอาหาร (Safety)ความมั่นคง (Security) และความยั่งยืนของทรัพยากรและนิเวศทางการเกษตร (Sustainability) ซึ่งจะเป็นหลักประกันในการรับรองคุณภาพอีกทางหนึ่ง จึงได้ฝากให้ท่านเอกอัครราชทูตฯ ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหารของไทย รวมถึงแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลไทยให้แก่ชาวแคนาดามั่นใจต่อสินค้าเกษตรของไทย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

เกษตรฯชู‘น่านโมเดล’ผลิตรังไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/681819

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมไหมอุตสาหกรรมรังเหลือง ตามนโยบายตลาดนำการผลิต “น่านโมเดล” โดยมีนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหมและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ลานอเนกประสงค์บ้านหนองแดงใหม่ ต.หนองแดง อ.แม่จริม จ.น่าน ว่าได้ขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิต ตามแนวคิดการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบใหม่ โดยให้หน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค บูรณาการการทำงานร่วมกัน แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย วางแผนการผลิตทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ลดปัญหาทั้งกรณีสินค้าเกษตรล้นตลาดและไม่เพียงพอ ซึ่งกรมหม่อนไหมได้วางแผนการผลิตรังไหมให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด เป็นการลดการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศ ลดการบุกรุกทำลายป่า

ทั้งนี้ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯน่าน ได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการปลูกพืชของเกษตรกร ยึดแนวนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มาปฏิบัติ มีทางบริษัทจุลไหมไทย จำกัด ซึ่งมีความต้องการผลผลิตรังไหม ปีละ 5,000 ตัน แต่เกษตรกรสามารถผลิตได้เพียงปีละ 2,000 ตัน ซึ่งจากโอกาสทางด้านการตลาดดังกล่าวจึงวางแผนการผลิตร่วมกันทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ปรับเปลี่ยนมาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านผลผลิตและราคา รวมถึงการบุกรุกทำลายป่า ซึ่งการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมใช้พื้นที่น้อย ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายสิบปี มีการทำข้อตกลงซื้อขายรังไหมในระบบเกษตรพันธสัญญาร่วมกับเกษตรกรในการรับซื้อรังไหมที่เป็นระบบและเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

ทั้งนี้ สำหรับในปี 2565 คาดการณ์ผลผลิตรังไหมประมาณ 60 ตัน และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทและจะขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป