รำลึก 10 เมษา แดงบนเส้นขนาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463488

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน10 เมษายน 2564 – 15:48 น.

รำลึก 11 ปี สลายเสื้อแดง นปช.ต้องแยกทางกันเดิน กลายเป็นอุดมการณ์บนเส้นขนาน

++
เหตุการณ์ 10 เมษา 2553 เป็นความต่อเนื่องของการต่อสู้ของประชาชนเพื่อทวงอำนาจของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2550 – 2552 หมายความว่า ผลพวงการทำรัฐประหาร 2549 ยังดำรงอยู่จนถึงปี 2553 เช่นเดียวกันกับการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ต่อต้านรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจ (จากปี 2557)…”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… 10 เมษา  “เต้น” มาแล้ว หลัง “ตู่” หลบฉาก

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

จตุพร ทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี

ธิดา ถาวรเศรษฐ บันทึกไว้ในแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “เหตุการณ์ 10 เมษา และการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่” และเป็นอีกปีหนึ่งที่งานรำลึกและสดุดีวีรชน 10 เมษา 53 ต้องแยกกันจัดกิจกรรม     

กลุ่มของจตุพร พรหมพันธุ์ จัดที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี ซอยรามอินทรา 40 และกลุ่มของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จัดที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว

++
สายรามอินทรา
++
เช้าวันที่ 10 เม.ย.2564 ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยแกนนำ นปช.ส่วนหนึ่ง ร่วมกันรำลึกและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต เนื่องในโอกาสครบรอบ 11 ปี  10 เมษา 2553      

“ตู่ จตุพร” ยังวาดหวังที่จะได้มีอนุสรณ์สถาน เพื่อรวมอัฐิของพี่น้องไว้ในที่เดียวกัน เหมือนกรณีอนุสรณ์สถานพฤษภาคม 2535 

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคณะ ทำบุญที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

สำหรับเวที “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” ที่ต้องพักรบชั่วคราว เพราะโควิดระบาดรอบ 3 “จตุพร” อธิบายว่า การยุติเวที ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยไว้ชั่วคราว ว่า ตนสู้มาร่วม 30 ปี รู้ว่าจังหวะใดต้องรุกจังหวะใดต้องถอย แต่ประเด็น สำคัญใครคือ ผู้ถือความชอบธรรม  หากเรายังเดินการชุมนุมต่อรัฐก็จะปฏิบัติการไอโอ และเราก็จะกลายเป็นผู้ร้าย และถูกสร้างให้เกิดความชิงชัง เหมือนที่เคยสร้างมา      

คำถามที่จตุพร ต้องตอบอยู่บ่อยครั้งคือ กรณีของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าจะมาร่วมขึ้นเวทีเดียวกันอีกหรือไม่?     

“หากณัฐวุฒิมาร่วมตั้งแต่ต้น พรรคพวกที่เคยร่วมสู้กับผมเมื่อปี 2535 หรือพวกที่เคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะกระอักกระอ่วนใจ ไม่กล้าเข้ามาร่วม เราต้องให้เวลาเขาทำใจสักหน่อย การชุมนุมที่ผ่านมาเป็นเพียงการวอร์มอัพ เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น” 

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

ธิดา ถาวรเศรษฐ แม่งานใหญ่ของฝ่าย นปช.สายแยกแคราย

++
สายแคราย
++
สำหรับแกนนำ นปช.สายแยกแคราย ในนามยูดีดีนิวส์ จัดงานรำลึกและสดุดีวีรชน 11 ปี 10 เมษา ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (แยกคอกวัว) ในช่วงบ่าย    

แม่งานใหญ่คือ ธิดา ถาวรเศรษฐ ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนักข่าวยูดีดีนิวส์ ได้โหมโรงมาแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์โควิด จึงทำให้การจัดงานรำลึก 10 ปี 10 เมษา ต้องเลื่อนออกไป พอมาถึงปีนี้ ก็เกือบจัดไม่ได้    

ดังที่ทราบกัน “ธิดา” อดีตประธาน นปช. ได้เชิดชูการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ และส่งทีมงานยูดีดีนิวส์ ไปรายงานสดทุกกิจกรรม และทุกการชุมนุมของกลุ่มเยาวชน เพราะธิดามองว่าการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่เหนือกว่าคนเสื้อแดง โดยยกเหตุผลดังนี้
    
1.พลังปัญญาชนหนุ่มสาวที่มีความชอบธรรมและผลสะเทือนสูงกว่ามวลชนพื้นฐานทั้งในชนบทและในเมือง 2.เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้การนัดหมาย ส่งข่าว ทำได้รวดเร็วตลอดเวลา 3.การขับเคลื่อนเป็น Flash Mob 4.การระดมทุนทำได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งนายทุน 4.มีแนวร่วมมากยิ่งขึ้น จากปัญญาชน ชนชั้นกลาง สลิ่มกลับใจ    

บวกกับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ประกาศยืนเคียงข้างการต่อสู้ของคนหนุ่มสาว จึงทำให้ นปช.สายแคราย ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากกว่าสายรามอินทรา    

สรุปว่า แกนนำ นปช. 2 ปีก ต่างก็มี “ธง” ในการเคลื่อนไหวการเมือง และยากที่พวกเขาจะหันกลับมาร่วมใจร่วมแรงเหมือนในอดีต

สายเย็น “ไอติม” รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463474

สายเย็น “ไอติม” รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์10 เมษายน 2564 – 13:42 น.

ข่าวลือเยอะ พลันที่ “ไอติม” หลานมาร์ค จับมือเครือข่าย “ธนาธร” รื้อระบอบประยุทธ์ คอลัมน์… ท่องยุทภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เกมบนท้องถนนของฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ไหลลื่น เพราะปัญหาความขัดแย้งภายในขบวนการคนหนุ่มสาว และมาตรการทางกฎหมายอันเข้มงวด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ไอติม พริษฐ์” โผล่ร่วมม็อบ ล่า 5 หมื่นรายชื่อ

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

ไอติม วันที่เปิดแคมเปญขอหนึ่งชื่อรื้อระบอบประยุทธ์

“เดอะป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จึงจับมือ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ผุดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์” ในนามกลุ่ม Re-solution โดยคำนี้หมายถึงการหา “ทางออกใหม่” ให้กับประเทศ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่    

กลุ่ม Re-solution เป็นความร่วมมือกันของ 4 องค์กรคือ 1.คณะก้าวหน้า 2.พรรคก้าวไกล 3.กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า และ 4.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์     

ล่าสุด “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ เปิดเผยว่า การเปิดตัวแคมเปญ“ขอคนละชื่อระบอบประยุทธ์”เมื่อ 6 เม.ย.2564 ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร่วมลงชื่อได้โดยการส่งไปรษณีย์เข้ามานั้น ปรากฏว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้แจ้งว่า ต่อไปนี้การส่งจดหมายไม่สามารถจ่าหน้าซองด้วยคำว่า “ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์” ได้ โดยอ้างอาจไม่เป็นไปตามระเบียบไปรษณีย์ เนื่องจากชื่อไม่ตรงกับผู้ขอเปิดตู้ และยังขอความร่วมมือไม่ให้จ่าหน้าซองด้วย “ตู้ ปณ.33 ปณฝ.ประสานมิตร กรุงเทพฯ 10114” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ระบุชื่อจริง-นามสกุลจริงของผู้ขอตู้ด้วย 

ดังนั้น ไอติมทำการเปลี่ยนที่อยู่และเปิดให้ส่งจดหมายเข้ามาได้ทุกช่องทาง โดยใช้บริษัทขนส่งใดก็ได้ ให้ส่งมาที่ Re-Solution สำนักงานคณะก้าวหน้า 1768 อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ ชั้นที่ 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

ปิยบุตร หัวเรี่ยวหัวแรงร่วมกับไอติม

++
แผนลับจริงหรือ
++
บทบาทของ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานรักของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่แนบแน่นกับเครือข่ายสายสีส้ม ทั้งพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า จึงเป็นที่มาของข่าวลับข่าวลือ    

นักวิชาการปีกขวาจัดรายหนึ่ง ถึงขั้นปล่อยข่าวว่า ไอติมเตรียมเป็นหัวหน้าพรรคสีส้ม และมาร์คก็จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคสีฟ้า เพื่อบรรลุดีลลับกับคนแดนไกล     

“เสี่ยคึก” เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ทนไม่ไหว จึงโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ นักวิชาการสายจารีตว่า จินตนาการทางการเมือง หรือมโนไปเอง แบบไม่มีมูลความจริงใดๆ ทั้งสิ้น     

นักการเมืองคนดัง ซัดกลับไม่ยั้ง และเรียกร้องให้นักวิชาการรายนั้น หากมีข้อมูลจริง ก็ระบุชื่อตรงๆ เลย “อย่าทำตัวเป็นอีแอบ หรือหมาลอบกัด เพราะจะได้นำเรื่องทั้งหมด ไปพิสูจน์ความจริงกันในศาล ดีกว่ามาสร้างกระแส ปล่อยข่าวให้เกิดความสับสน ตีความกันไปต่างๆ นานา ในหมู่คนที่สนใจเรื่องการเมือง”    

พูดกันตามเนื้อผ้า การเคลื่อนไหวของ “ไอติม” นั้น มีความชัดเจน ไม่มีลับลมคมในมาตั้งแต่การล่ารายชื่อประชาชน ร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน    

หลังจาก “ไอติม” ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ตั้ง “กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า” แตะมือกับภาคประชาชน จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อแก้วิกฤตทางการเมืองปัจจุบัน และเปลี่ยนแปลงสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง    

กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้านั้น ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” (ครช.) เมื่อปลายปี 2562    

เมื่อรัฐสภาไม่ฟัง 1 แสนเสียงที่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน “ไอติม” จึงต้องออกมาเคลื่อนไหวล่ารายชื่อรื้อระบอบประยุทธ์อีกครั้ง 

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา

++
อนาคตพรรคไหน?
++
หลายคนรู้จักไอติมครั้งแรก ในฐานะหลานชายของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์เป็นน้องแท้ๆ มารดาของไอติม)    

ปี 2561 ไอติมตัดสินใจลาออกจากบริษัท Junior Manager ในเครือ บริษัท McKinsey & Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เพื่อทำงานการเมืองตามที่ตัวเองวาดฝันไว้    

ปลายปีเดียวกัน ไอติมและผองเพื่อนประกาศเปิดตัวกลุ่ม “นิวเดม” ที่ย่อมาจากคำว่า “นิวเดโมเครต” หรือ “ประชาธิปัตย์ใหม่” จำนวน 21 คน     

ผลการเลือกตั้ง 2562 พรรคประชาธิปัตย์พ่ายยับในสนาม กทม. และภาคใต้ “มาร์ค” อภิสิทธิ์ จึงต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค และจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ นำพรรคเข้ารัฐบาลประยุทธ์ ไอติมและกลุ่มนิวเดม ถึงได้รู้ว่า “โลกไม่สวยอย่างที่คิด”    

ไอติม ตัดสินใจลาออกจากพรรค ปชป. และเขาให้เหตุผลว่า อุดมการณ์ของเขาและพรรคแตกต่างกัน     

หลังจากนั้น ไอติมจึงเลือกที่จะเข้าร่วมกับคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน(ครช.) สานต่ออุดมการณ์ไม่เอาเผด็จการ    

นักข่าวเคยถามว่า ไอติมสนใจจะเล่นการเมืองในสังกัดพรรคก้าวไกลหรือไม่? ตัวเขาเองตอบเพียงว่า ขอให้เป็นเรื่องในอนาคต วันนี้ขอทำงานในนามภาคประชาชน 

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463431

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด9 เมษายน 2564 – 18:59 น.

มิคสัญญีกลียุค ทหารเมียนมาปราบโหด ปิดเน็ต ปิดสื่อ ไล่รื้อจานดาวเทียมบนหลังคาบ้าน

++
    2 เดือนกว่าแล้ว กองทัพเมียนมายังเดินหน้าเปิดปฏิบัติการปราบปรามผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นกว่า 500 คนแล้ว 
    วันที่ 8 เม.ย.2564 ตำรวจ-ทหารเมียนมา นำกำลังเข้ารื้อถอนทำลายค่ายของผู้ชุมนุม ที่เมืองกะเล่ ภูมิภาคสกาย โดยใช้อาวุธหนักคือ จรวดอาร์พีจียิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมด้วย 
    วันที่ 9 เม.ย.2564 ที่เมืองพะโค ตำรวจ-ทหารเมียนมา ใช้จรวดอาร์พีจีถล่มบังเกอร์ของผู้ชุมนุม ซึ่งปฏิบัติการล้อมปราบทั้ง 2 แห่ง เกิดขึ้นในช่วงรุ่งสาง 
    ควบคู่กับยุทธการทางทหาร สภาบริหารภาครัฐ(SAC) ยังทำการปิดกั้นการสื่อสาร ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ และเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2564 ตำรวจในเขตอิระวดี และรัฐมอญ ได้ประกาศให้ประชาชนรื้อจานรับสัญญาณดาวเทียม หรือจานทึบ(ระบบเคยูแบนด์) ออกจากหลังคาบ้าน 

นอกจากนี้ ตำรวจเมียนมา ยังได้ตรวจยึดจานรับสัญญาณดาวเทียม และอุปกรณ์ Set-Top-Box จากร้านรับติดตั้งจานดาวเทียม ซึ่งปฏิบัติการตรวจยึดจานรับสัญญาณดาวเทียม มีเจตนาเพื่อปิดกั้นการติดตามรับชมข่าวสารจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์  Mizzima และ DVB

ประชาชนเมียนมาเชื่อว่า ปฏิบัติการรื้อจานดาวเทียมครั้งนี้ เพราะคณะรัฐประหาร ต้องการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนในพม่าได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะชาวเมียนมาในชนบท ที่มีปัญหาการรับสัญญาณอินเตอร์เน็ต ยังสามารถรับชมทีวีดาวเทียมได้

อีกด้านหนึ่ง การตัดสัญญาณอินเตอร์ของกองทัพเมียนมาเป็นช่วงๆ ทำให้การรับข่าวสารทางสื่อโซเชียลมีความยุ่งยาก ทีวีดาวเทียมจึงเป็นทางเลือกภาวะวิกฤต โดยเฉพาะชาวเมียนมานับล้านคนที่อยู่ในประเทศไทย ที่มีจานทึบระบบเคยูแบนด์ก็รับชมข่าวการประท้วงในเมียนมาได้ตลอดเวลา

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

ที่ผ่านมา สำนักข่าว Mizzima และสำนักข่าว DVB ได้รายงานข่าวการประท้วงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 9 เม.ย.2564 ผู้ให้บริการจานรับสัญญาณดาวเทียมยี่ห้อดัง ได้แจ้งแก่สมาชิกว่า ได้ยุติการแพร่ภาพของ Mizzima และ DVB บนแพล็ตฟอร์มแล้ว 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2564 สภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ได้สั่งถอนใบอนุญาตจัดพิมพ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และห้ามการออกอากาศของสื่อ 5 แห่ง ได้แก่ Mizzima, DVB, Myanmar Now, Khit Thit Media และ 7 Day News    

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

สำหรับสำนักข่าว DVB และ Mizzima เป็นสื่อที่ก่อตั้งโดยนักกิจกรรมต่อต้านเผด็จการทหาร ที่ต้องออกไปเคลื่อนไหวอยู่นอกประเทศ และเพิ่งได้กลับเข้ามาในเมียนมา เมื่อไม่กี่ปีมานี้

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

DVB (The Democratic Voice of Burma) ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1992 โดยนักกิจกรรมชาวเมียนมา ในกรุงออสโล นอร์เวย์ โดยเริ่มจากการทำรายการวิทยุและโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ออกอากาศที่นอร์เวย์ จากนั้นย้ายฐานการออกอากาศมาที่เมืองไทย และกลับเข้าไปตั้งฐานภายในเมียนมาเมื่อปี ค.ศ. 2012

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

ส่วน Mizzima ก่อตั้งขึ้นโดยโซ มยิ้นท์ ในกรุงนิวเดลี อินเดีย ในปี ค.ศ.1998 โดยเขาเป็น 1 ใน 2  นักศึกษาเมียนมาที่จี้เครื่องบินของบริษัทการบินไทย เที่ยวบินกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง จากสนามบินดอนเมืองไปลงที่เมืองกัลกัตตา ของอินเดีย เมื่อปี ค.ศ.1990 เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและปล่อยตัวนักโทษการเมืองในเมียนมา แต่ไม่สำเร็จ และยอมมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่อินเดีย

ปัจจุบัน คณะรัฐประหารหรือสภาบริหารภาครัฐ ได้เปิดให้ประชาชนได้รับชมข่าวสารทางสถานีโทรทัศน์ MRTV ที่ดูแลโดย Ministry of Information (Myanmar) และสถานีโทรทัศน์Myawaddy หรือ MWD ของกระทรวงกลาโหมเมียนมา 

10 เมษา “เต้น” มาแล้ว หลัง “ตู่” หลบฉาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463390

10 เมษา  “เต้น” มาแล้ว หลัง “ตู่” หลบฉาก

10 เมษา  "เต้น" มาแล้ว หลัง "ตู่" หลบฉาก9 เมษายน 2564 – 11:11 น.

ม็อบ 10 เมษาฝ่าโควิด จากดินถึงฟ้า จากอักษะถึงมหานคร วัดใจ “เสี่ยเต้น” ลงถนนราชดำเนิน  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขนน้ำหมึก

++
เหมือนโควิดมาช่วยไว้ทัน “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ประกาศยุติเวที “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ไว้เป็นการชั่วคราว หลังสงกรานต์จะพูดผ่านโซเชียลในรูป แบบเสวนา อภิปราย ส่วนการชุมนุมใหญ่ให้รอฉันทามติจากประชาชน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… ผีไม่เผา “เต้น” สายโทนี่ “ตู่” สายชินไม่เอา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ธิดา” ฝ่าโควิด ปลุกผี 10 ปี 10 เมษา
 

10 เมษา  "เต้น" มาแล้ว หลัง "ตู่" หลบฉาก

เต้น ร่วมรำลึก 10 เมษา

ประเมินกันตรงไปตรงมา เวทีไล่ประยุทธ์ของจตุพร และคณะ ที่สวนสันติพร ไม่ประสบความสำเร็จ มีแค่คนเสื้อแดงสายพีซทีวี และอาชีวะกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ชุมนุมหลัก    

นักปราศรัยบนเวที ก็มีแต่แกนนำ นปช.สายจตุพร ส่วนวีระ สมความคิด, ไทกร พลสุวรรณ และการุณ ใสงาม เหมือนตกยุคไปแล้ว สำหรับอดีตแกนนำเสื้อเหลืองอย่างพิภพ ธงไชย ก็ไม่เห็นเงา รวมถึงนักธุรกิจเครือข่ายเพื่อนอานันท์    

ก่อนถึงวันสงกรานต์ ยังมีกิจกรรมทางการเมือง ที่หน่วยข่าวความมั่นคงเฝ้าเกาะติดคือ งานรำลึก 11 ปี 10 เมษา 2553 และงานชุมนุมของเครือข่าวภาคีศาลายาประชาธิปไตย 

++
เต้นโชว์
++
หลังถอดกำไลพ้นมลทิน “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เปิดแถลงข่าวแสดงจุดยืนยืนข้างพลังเยาวชนนักเรียน นักศึกษา เรียกว่าได้ใจกองเชียร์ม็อบเด็กๆ ไปเต็มร้อย     

วันที่ 10 เม.ย.2564 แกนนำ นปช.สายสี่แยกแคราย ได้จัดงานรำลึกและสดุดีวีรชน 11 ปี 10 เมษา 2553 ที่อนุสรณ์สถาน14ตุลา (แยกคอกวัว) ภาคเช้ามีพิธีสงฆ์ พ่วงรายการพบปะสนทนาและสดุดีวีรชน โดยมีผู้เข้าร่วม อาทิ วรชัย เหมะ, พายัพ ปั้นเกตุ,เหวง โตจิราการ,สันต์ หัตถีรัตน์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, พวงทอง ภวัครพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ    

พระเอกของงานนี้ก็คือ เสี่ยเต้น ซึ่งคาดว่า แม่ยกพ่อยกเสื้อแดงจะมาร่วมงานคับคั่ง รวมถึงมวลชนสายราษฎร

10 เมษา  "เต้น" มาแล้ว หลัง "ตู่" หลบฉาก

กิจกรรมของ นปช.สายเพื่อไทย

สำนักข่าวหลายสำนัก ได้เชิญเสี่ยเต้นไปพูดคุย และถามว่า จะเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มเยาวชนหรือไม่? 

เสี่ยเต้นตอบแบบนักการเมืองว่า ยังคงติดตามสถานการณ์อยู่ แล้วก็ช่วงเวลาที่เราต่อสู้อย่างเข้มข้นก็ผ่านมาเป็นระยะเวลากว่าสิบปีแล้ว ดังนั้นแต่ละก้าวเดินก็คงจะต้องรอบคอบ รัดกุม เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย    

จุดยืนเขาชัดเจนคือ เคียงข้างคนรุ่นใหม่ “ส่วนที่จะก้าวเดินก็ให้เวลา ให้สถานการณ์เป็นตัวกำหนดก็แล้วกันครับ”    

สำหรับกิจกรรมรำลึก 10 เมษา เสี่ยเต้นกล่าวว่า เราทำกันมาทุกปีนะครับ ทำได้มากได้น้อย ทำในรูปแบบไหน? อย่างไร? เราก็ทำของเรามา ปีนี้ก็กำลังหารือกำหนดรูปแบบอยู่ เราไม่สามารถจะลืมเหตุการณ์นี้ได้ แล้วเราก็ต้องการให้คนทั้งประเทศและคนทั่วโลกได้รับทราบ จดจำ และพูดถึงเหตุการณ์นี้ เพราะคนที่บาดเจ็บล้มตายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ยังไม่ได้รับความยุติธรรม    

จังหวะก้าวเสี่ยเต้น ก็ขึ้นอยู่กับจังหวะก้าวของ “โทนี่” บทเรียนจากเรือนจำ ทำให้เสี่ยเต้นต้องระมัดระวังตัวสูง 

10 เมษา  "เต้น" มาแล้ว หลัง "ตู่" หลบฉาก

ม็อบ 10 เมษา คนเสื้อแดงร่วมกับคนรุ่นใหม่

++
แดงอุดมการณ์
++
ช่วงเย็นวันที่ 10 เม.ย.2564 กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย จะจัดการชุมนุม “จากดินถึงฟ้า จากอักษะถึงมหานคร” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (หากแกนนำไม่ยกเลิกเพราะโควิดระบาดไปเสียก่อน)    

กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย เป็นการรวมตัวกันของนักศึกษา นักเรียนอาชีวะ และคนเสื้อแดง ที่ยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง 1 ความฝัน เหมือนกลุ่มราษฎร กลุ่มเยาวชนปลดแอก  

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2563 กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย ได้จัดกิจกรรมการเมือง ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑลสาย 4 โดยมีนักเรียนอาชีวะสาย “ฟันเฟืองประชาธิปไตย” ร่วมกับคนเสื้อแดง ร่วมกันรำลึกการชุมนุมใหญ่ของ นปช.ที่ถนนอักษะ ก่อนเกิดรัฐประหาร 2557    

วันนั้น “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ขึ้นเวทีปราศรัยยกย่องคนเสื้อแดงว่า ถนนอักษะคือถนนแห่งประวัติศาสตร์ที่พี่น้องเสื้อแดงออกมาขับเคลื่อนต่อสู้และเสียสละชีพเพื่อประชาธิปไตย    

รวมถึง ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่วิดีโอคอลสายตรงพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณถนนอักษะว่า ถนนแห่งนี้ตนเคยมีโอกาสได้พบเจอพี่น้องคนเสื้อแดงหลายคน    

พูดง่ายๆ กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย มีความพยายามจะฟื้นขบวนการ “แดงอุดมการณ์” ให้มายืนเคียงข้างพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่     

ดังนั้น แกนนำกลุ่มที่จัดกิจกรรมจากดินถึงฟ้า จากอักษะถึงมหานคร จึงตีข่าวว่า วันนั้นอาจมีบิ๊กเซอร์ไพร์ซ เพราะช่วงเช้าถึงบ่าย “เสี่ยเต้น” ก็มาทำกิจกรรมรำลึก 10 เมษาที่สี่แยกคอกวัว    

แค่เสี่ยเต้นมาปรากฏตัวกลางม็อบ 10 เมษา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็เป็นข่าวใหญ่ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กองเชียร์ม็อบสามนิ้วอย่างยิ่งยวด

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ สงกรานต์ปีใหม่ 2 เดือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463339

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ สงกรานต์ปีใหม่ 2 เดือด

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ สงกรานต์ปีใหม่ 2 เดือด8 เมษายน 2564 – 15:58 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ สงกรานต์ปีใหม่ 2 เดือด ตกวันโลกาวินาศ บ้านเมืองจะวุ่นวาย

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  สงกรานต์ปีใหม่  2  เดือด  ตกวันโลกาวินาศ  ดาวมฤตยู  ดาวเสาร์ โคจรทับ  ดวงเมือง  บ้านเมืองจะวุ่นวาย  ก่อให้การทรยศหักหลัง  จิตวิตถาร  เตือนระวังภัย  ภัยพิบัติ  วาตภัย   อุทกภัย   เพลิงไหม้  และโรคระบาด  ก่อให้เกิดคนล้มหายตายจาก  กับโรคร้ายโควิด  19  ระลอก 3   เชื้อมีโอกาส กลายพันธ์ุขยายแพร่กระจายหนักมากขึ้น จับยามตามหลักของศาสตร์แห่งดวงดาว   ประกอบวิเคราะห์นางสงกรานต์  ปีนี้ขั้นวิกฤติโลก  เตือนคนไทย ไม่ ประมาท  หากแหกกฏ  กลุ่มประท้วง   การเมือง  มั่วสุม  ดื้อรั้น  ส่อติดเชื้อ  วัคซีนเก่าเอาไม่อยู่  เพราะคนละสายพันธ์ุ  เชื่อจะรุนแรงกว่าเดิม 

ซินแสเข่ง  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์  ผ่าดวงวิกฤติ  ดาวมฤตยู   ดาวเสาร์   ดาวอุบาทว์  ดวงแห่งความขัดแย้ง ประกอบการประกาศตามปฏิทินหลวง  ดาวพยากรณ์สงกรานต์ปีใหม่  ส่อความวุ่นวาย กับมรสุมหนัก อุทกภัย  ภัยพิบัติ  วาตภัย  เหตุการณ์เพลิงไหม้   และโรคร้ายระบาดรุนแรงขยายตัวระลอก 3  หากไม่ป้องกันมีโอกาสลุกลามรุนแรงขึ้นอีกครั้ง   เพราะตามที่ประกาศสงกรานต์  ปี  2564  ที่ระบุไว้  ตกดวงโลกาวินาศ  ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ  น้ำมาแรงจนก่อให้เกิดภัยพิบัติ ภัยจากข้าวยากหมากแพงเศรษฐกิจปั่นป่วน   ประชาราษฏร์ร้อนใจก่อให้เกิดการปะทะกันเกิดขึ้น  และสุกร  หรือวรวาหะ  ที่เป็นพาหนะ  ส่งผลถึงโรคระบาดที่ทำให้ประชาราษฏร์ต้องล้มหายตายจากด้วยโรคภัยที่คุกคาม  ด้วยเหตุทั้งการโคจรของดวงดาว  ประกอบกับ   ประกาศนางวันสงกรานต์  จึงต้องเตือนภัยในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อบ้านเมือง  และประชาชน  อีกทั้งดวงนายกฯประยุทธ์  ก็เข้าเกณท์ปะทะ  จึงต้องทำให้ต้องรับศึกหลายด้าน

ซินแสเข่ง  กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า   จากมรสุมดังกล่าว  นายกฯ  ประยุทธ์  จันทร์โอชา   คนเดียวต้องคุมคน 60 ล้านคนยากที่สุด  อาจจะมีคนเชื่อ  กว่า 20  ล้านคน  ประท้วงมากที่สุดสัก 1  ล้านคน   ส่วนที่เหลือ  ไม่ได้ใส่ใจ  ตามอำเภอใจ   ได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  โลกจะเป็นอย่างไร  ก็ไม่สนใจ   ทางการจะเตือนแพร่เชื้อ  ผู้ก่อการประท้วง   กลุ่มการเมือง ไม่ใช่เวลาที่จะแก่งแย่ง  หวังล้มประเทศ  แย่งอำนาจการเมือง  เอาชนะ สู้ศึกโรคร้าย  โควิด 19  ให้ผ่านก่อนเพื่อเอาชีวิตบ้านเมืองให้รอด

วัดไข้ “โอ๋” บ้านใหญ่ศึกนี้ “เนวิน” เหนื่อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463325

วัดไข้ “โอ๋” บ้านใหญ่ศึกนี้ “เนวิน” เหนื่อย

วัดไข้ "โอ๋" บ้านใหญ่ศึกนี้ "เนวิน" เหนื่อย8 เมษายน 2564 – 14:37 น.

คลื่นโควิดระลอกใหม่ กระแทกบ้านใหญ่บุรีรัมย์ “เนวิน” จะอุ้ม “เสี่ยโอ๋” ฝ่ากระแสไทม์ไลน์ไทม์ลับไปได้อย่างไร คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
รอดจากปากเหยี่ยวปากกาในศึกซักฟอก คาดไม่ถึงว่า “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม จะต้องเผชิญหน้ากับกระแสสังคมเรื่อง “ไทม์ลับไทม์ไลน์” กรณีที่เจ้าตัวติดโควิด กำลังพักรักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์    

ผลพวงจาก “เสี่ยโอ๋” ติดโควิด ส่งผลให้จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องประกาศยกเลิกเทศกาลอะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ ทั้งที่เริ่มงานมาได้ 1 คืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ศักดิ์สยาม” เผยไข้ลดลง โต้กระแสสังคมจี้เปิดไทม์ไลน์

วัดไข้ "โอ๋" บ้านใหญ่ศึกนี้ "เนวิน" เหนื่อย

เนวิน กับสองน้องรัก เสี่ยหนู และเสี่ยโอ๋

ผู้ที่กุมขมับเพราะงานสงกรานต์ล่ม ไม่ได้มีแค่ธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เท่านั้น “เนวิน ชิดชอบ” ประธาน สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก็จุกอก พูดไม่ออก    

เนื่องจาก “เสี่ยเนวิน” วาดหวังไว้กับงานอะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ” 10 วัน 10 คืน จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นอีกครั้ง    

วันที่ 6 เม.ย.2564 ตรงกับวันจักรี เสี่ยเนวิน ประเดิมด้วยการทำบุญเบิกบ้าน ลูกหลานรัชกาลที่ 1 บริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 ต่อเนื่องด้วยพิธีเปิดงานสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ ในช่วงค่ำที่ลานหน้าช้าง อารีนา    

ทั้งสองกิจกรรมข้างต้น เสี่ยเนวิน และน้องชาย-ศักดิ์สยาม ชิดชอบ มอบให้ ธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นแม่งานใหญ่ เนื่องจากเสี่ยโอ๋ เริ่มรู้ตัวว่ามีอาการไข้สูง และเข้าแอดมิทในโรงพยาบาล

++
คุมมหาดไทย
++
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นลูกคนสุดท้องของปู่ชัย ชิดชอบ เคยรับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอ สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย     

เลือกตั้งปี 2544 “ปู่ชัย” และเนวิน ชิดชอบ สังกัดพรรคชาติไทย ตัดสินใจส่ง “ศักดิ์สยาม” ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 บุรีรัมย์ และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก     

ต่อมา ตระกูล “ชิดชอบ” ย้ายจากพรรคชาติไทย มาอยู่ใต้ร่มไทยรักไทย “เนวิน” กลายเป็นขุนพลแก้วของทักษิณ ในศึกเลือกตั้งปี 2548 แถมน้องชาย-ศักดิ์สยาม ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และเมื่อไทยรักไทยถูกยุบ เสี่ยโอ๋ต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี     

สมัยรัฐบาลสมัคร เนวินยังเป็นขุนพลพรรคพลังประชาชน จึงส่งน้องชาย-ศักดิ์สยาม ไปนั่งเป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีมหาดไทย ยุคที่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็น มท.1 จนมาถึงสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ยุคที่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น มท.1 และ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เป็น มท.2 เสี่ยโอ๋ก็ยังนั่งเก้าอี้ประธานคณะทำงาน มท.1     

ช่วงที่เสี่ยโอ๋เป็นใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย ก็เดินงานปูฐานการเมืองในภาคใต้ จนได้กลุ่มโกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ ผู้ยิ่งยงแห่งอันดามันมาเป็นพวก และสร้างแนวร่วมกับกลุ่มประจวบฯ ของ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน     

วัดไข้ "โอ๋" บ้านใหญ่ศึกนี้ "เนวิน" เหนื่อย

สงกรานต์บุรีรัมย์ จบเพราะโควิด

แม้แต่รัฐบาล คสช. กลุ่มเนวินก็ไม่ทิ้งมหาดไทย และเป็นที่รู้กันภายในว่า สายสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ยังแนบแน่น     

ในรัฐบาลประยุทธ์ จึงมีชื่อ ทรงศักดิ์ ทองศรี ตัวแทนบ้านใหญ่โรงโม่ นั่งเก้าอี้ มท.3 

++
คุมคมนาคม
++
สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เนวินส่ง โสภณ ซารัมย์ มาเป็นรัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล “พลิกขั้ว” (ต้องไปย้อนฟังคำปราศรัยของสุเทพ เทือกสุบรรณ ในการหาเสียงปี 2562)     

ก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ก็มีข่าววงในว่า เนวินจองเก้าอี้รัฐมนตรีคมนาคมไว้ให้ศักดิ์สยาม และหลังการจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ ก็เป็นไปตามที่ผู้มากบารมีบุรีรัมย์วาดหวังไว้ทุกประการ     

วันที่ 9 พ.ย.2562 ที่บ้านชิดชอบ จ.บุรีรัมย์ มีงานจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม อย่างเอิกเกริก มีเนวิน ชิดชอบ และอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นแม่งานใหญ่    

บรรดา ส.ส. และรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย เดินทางไปอวยพรเสี่ยโอ๋ โดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งเสี่ยโอ๋ กล่าวตอนหนึ่งว่า “ผมจะทำเพื่อชาวบุรีรัมย์ และประชาชนทั้งประเทศ ให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อตระกูลชิดชอบ ที่พ่อและพี่ชายผมสร้างมา”    

ฉะนั้น ศึกโควิดรอบใหม่ คนในตระกูล “ชิดชอบ” กำลังถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับไทม์ไลน์ของเสี่ยโอ๋ ก็ต้องรอชมฝีมือเสี่ยเนวิน จะหอบหิ้วน้องรักฝ่ามรสุมลูกนี้ไปได้อย่างไร?

หนีไม่ทัน “ไป๋” ป่วย ถูกจับที่ย่างกุ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463295

หนีไม่ทัน “ไป๋” ป่วย ถูกจับที่ย่างกุ้ง

หนีไม่ทัน "ไป๋" ป่วย ถูกจับที่ย่างกุ้ง8 เมษายน 2564 – 10:31 น.

สะเทือน 2 แผ่นดิน “ไป๋ ทากุน” นายแบบผู้รักประชาธิปไตย ถูกรวบตัว ขณะที่มีอาการป่วย หลบหนีไม่ได้ 

++
เป็นข่าวใหญ่ในโซเชียลเมียนมาและไทย ตั้งแต่เช้าวันที่ 8 เม.ย.2564  มีรายงานข่าวว่า ไป๋ ทากุน (Paing Takhon) นายแบบและนักแสดงชื่อดัง ถูกตำรวจและทหารบุกจับที่บ้านพักย่านNorth Dagon กรุงย่างกุ้ง ตอนรุ่งสาง ขณะที่ “ไป๋” นอนป่วยอยู่ภายในบ้าน

อ่านข่าว…  เปิดตัว “ไป๋ 3 นิ้ว” ทีมการ์ดประชาชน

หนีไม่ทัน "ไป๋" ป่วย ถูกจับที่ย่างกุ้ง

ไป๋ ทากุน โดนจับที่บ้านพัก

ผู้จัดการส่วนตัวของนายแบบ “ไป๋” Yee Mon Kyaw โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันข่าวจับกุมไป๋ว่า “Paing Takhon was detained by brutal military armed group this morning 5am. He was really sick currently so we couldn’t change the place on time for his safety. Please speak up for him and pray for his safety”    

ตอนค่ำวันที่ 7 เม.ย.2564 สถานีโทรทัศน์ MWD ของกองทัพเมียนมา ได้ประกาศหมายจับดารานักแสดงชาวเมียนมาอีก 20 คน และในนั้น มี ไป๋ ทากุน (Paing Takhon) รวมอยู่ด้วย ในข้อหาที่ยุยงให้มีการผละงาน (CDM)  หรือสนับสนุนรัฐบาลคู่ขนาน (CRPH) เป็นการผิดกฎหมายอาญา ม.505 (ก)  จะต้องได้รับโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีศิลปินดารา ผู้มีอิทธิพลในโซเซียลมีเดียของเมียนมากว่า 120 คนถูกออกหมายจับแล้ว    

ช่วงเดือน มี.ค.2564  มีรายงานข่าวว่า “ไป๋” หลับภัยไปอยู่ที่ชายแดน จนมีอาการป่วยไข้ จึงย้อนกลับมาบ้านพ่อแม่ที่ย่างกุ้ง ดังที่ผู้จัดการส่วนตัวโพสต์เฟซบุ๊ก แม้จะรู้ว่าถูกออกหมายจับ แต่ก็เคลื่อนย้ายไป๋ไม่ทัน เนื่องจากนายแบบหนุ่มป่วยอยู่

หนีไม่ทัน "ไป๋" ป่วย ถูกจับที่ย่างกุ้ง
หนีไม่ทัน "ไป๋" ป่วย ถูกจับที่ย่างกุ้ง

ถูกออกหมายจับ ตอนค่ำวันที่ 7 เม.ย.64

ไป๋ ทากุน เป็นหนึ่งในคนบันเทิงเมียนมาที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย และต่อต้านการทำรัฐประหารตั้งแต่วันแรกๆ    

วันที่ 2 ก.พ.2564 แฟนเพจเฟซบุ๊ก Paing Takhon ไป๋ ทากุน ได้โพสต์ภาพชู 3 นิ้วแสดงจุดยืนคัดค้านรัฐประหาร ต่อต้านอำนาจเผด็จการทหาร และเรียกร้องให้ปล่อยตัว อองซานซูจี    

วันที่ 10 ก.พ.2564 เป็นวันแรกที่ Paing Takhon ลงท้องถนน โดยเขาและเพื่อนดารา ไปรวมตัวที่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ประจำเมียนมา เรียกร้องรัฐบาลสหรัฐกดดันเผด็จการทหาร คืนประชาธิปไตยโดยเร็ว    

หนีไม่ทัน "ไป๋" ป่วย ถูกจับที่ย่างกุ้ง

ไป๋ ในวันเข้าร่วมการประท้วงเผด็จการทหาร 

วันที่ 11 ก.พ.2564 ตรงกับวันตรุษจีน Paing Takhon แต่งกายแบบคนจีน ไปตั้งวงกินหมูกระทะ ที่หน้าสถานทูตจีน ประจำเมียนมา เรียกร้องรัฐบาลจีนให้หยุดสนับสนุนกองทัพเมียนมา    

วันที่ 17 ก.พ.2564 เป็นวันที่มีการชุมนุมใหญ่ต้านการทำรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา ที่แยกเจดีย์สุเล ย่างกุ้ง ไป๋ ทากุน นายแบบชื่อดังของเมียนมา ได้เข้าร่วมชุมนุม พร้อมกับทีมการ์ดประชาชน ที่มีการเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับการสลายการชุมนุมจากตำรวจและทหาร    

หลังจากนั้น ไป๋ รู้ตัวว่าตกเป็นเป้าหมายการไล่ล่าจับกุมของตำรวจเมียนมา จึงหลบออกจากย่างกุ้งไปอยู่แถวชายแดน ก่อนจะมีอาการป่วย และย้อนกลับไปที่ย่างกุ้ง ซึ่งหน่วยข่าวของสภาบริหารภาครัฐ ทราบข่าวจึงออกหมายจับ และเข้าจับกุมตัวเขาทันที

คมชัดลึก Exclusive เปิดใจรัฐมนตรี ป้ายแดง “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463236

คมชัดลึก Exclusive เปิดใจรัฐมนตรี ป้ายแดง “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์”

คมชัดลึก Exclusive เปิดใจรัฐมนตรี ป้ายแดง "ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์" 7 เมษายน 2564 – 16:57 น.

คมชัดลึก Exclusive โดย นารากร ติยายน ผู้ดำเนินรายการ สัมภาษณ์ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รัฐมนตรีป้ายแดง ที่มาเปิดใจถึงทิศทางการทำงานจะนำพากระทรวง ดีอีเอส เดินหน้าและพัฒนาต่อไปอย่างไร

#ถือว่าเป็นรัฐมนตรีใหม่ บทบาทการเป็น ส.ส กับ การเป็นรัฐมนตรี ต่างกันอย่างไร 

– ก็คิดว่าไม่ได้ต่างกัน เพราะที่ผ่านมาก็ทำงานการเมืองร่วมกับพรรครัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นนโยบาย หรือคนทำงานต่างๆก็รู้จักคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ทำงานได้ไม่มีปัญหา ไม่รู้สึกตื่นเต้น หรือ แปลกอะไร เพราะทำงานกันอยู่แล้ว  ในฐานะที่เป็นเลขาวิปฯ ก็เข้าใจกลไกต่างๆ ที่สำคัญ ถึงเป็นรัฐมนตรีใหม่ แต่รัฐบาลก็เป็นรัฐบาลเดิม นโยบายเดิม  สิ่งต่างๆที่รัฐบาลทำ ก็ทำต่อเนื่องไป ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไร

# ก่อนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี ก็มีข่าวชื่อคนอื่น รวมถึง คุณชัยวุฒิ ในขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ในส่วนตัวคุณชัยวุฒิ รู้สึกอย่างไร
-ดีใจที่อย่างน้อย ก็มีคนให้เกียรติเสนอชื่อ ไม่มีอะไร ตนพร้อมในการทำงานการเมือง  มีประสบการณ์จากทั้งในภาคธุรกิจ และการเมือง รวมถึงในพรรคพปชร . ก็มีบทบาทมาตั้งแต่แรก ช่วยงานในการบริหารพรรค ก็เป็นธรรมดาที่จะมีคนรู้จัก และสนับสนุน

# ในแวดวงการเมือง ชื่อชัยวุฒิ อาจจะคุ้นเคย แต่ในส่วนของประชาชน ยังไม่รู้จัก อาจเพิ่งเคยได้ยิน

-ไม่น่าแปลกใจ เพราะผม เว้นวรรค การเมือง หลายปี เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทย พอยุบพรรค ก็หยุดไป 5ปี ต่อเนื่องมีการยึดอำนาจอีก ก็ทำให้ เว้นวรรคไป เกือบ 10 ปี  โดยในช่วงที่เว้นวรรค ก็ทำงานเบื้องหลัง บ้าง งานธุรกิจบ้าง

# พอมีชื่อว่าได้รับ ตำแหน่งรัฐมนตรีดีอีเอส แน่นอน คิดหรือไม่ว่า เพราะคุณสมบัติอะไรทำให้นายกฯไว้วางใจ
-น่าจะเป็นประสบการณ์ ในการทำงาน ทั้งด้านธุรกกิจ และการเมือง  อีกด้านก็อาจจะเพราะจบการศึกษา ด้านวิศวกรรม ทำให้มีความรู้ทางด้านวิชาการ ที่พอจะประสานงานในเรื่องต่างๆ ในกระทรวง
จากที่เคยเป็นอาจารย์ ในมหาวิทยา และเคยทำงานอยู่บริษัทด้านพลังงาน  เป็นผู้บริหารองค์กรที่ทำเกี่ยวกับ โรงไฟฟ้า ก็ใช้ประสบการณ์ ในการทำงาน และมีเพื่อนและรู้จักคนที่อยู่ในวงการ ดิจิทัล ก็ดึงเข้ามาเป็นคณะทำงาน เป็นที่ปรึกษา ซึ่งเชื่อว่า ด้วยประสบการณ์ และ ทีมงาน จะขับเคลื่อนงานในกระทรวงไปด้วยดี 

คมชัดลึก Exclusive เปิดใจรัฐมนตรี ป้ายแดง "ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์"

#อยากให้เล่าถึงบรรยากาศวันแรกที่เข้าไปในกระทรวง 
– ก็ไม่มีอะไร ก็เหมือนเข้าไปทำงาน ไม่ตื่นเต้น เข้าไปก็แนะนำตัว ข้าราชการ ก็มาแนะนำตัว  ผมก็เน้นว่า ต้องการทราบถึงเรื่องที่เร่งด่วน ที่เป็นปัญหา ที่ต้องการให้รัฐมนตรี  ดำเนินการ ผลักดัน เข้า ครม. เพื่อให้เรื่องต่างๆ เดินหน้าไปได้ เขาก็จะนำเสนอมา เพื่อให้เรานำเรื่องไปเดินหน้าไปได้

# เรื่องเร่งด่วน ที่ต้องการให้รัฐมนตรีแก้ไข เช่นเรื่องอะไรบ้าง 
– เขาอยากจะทำ เรื่อง บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์  National Digital ID  ต่อไปเอากล้องส่องที่หน้าของเรา ก็จะสามารถยืนยันตัวตนได้ ต่อไปการทำธุรกรรม ออนไลน์ ก็จะสามารถยืนยันตัวตนได้ ในอนาคต สามารถตรวจสอบข้อมูลจากใบหน้าเพราะมี ฐานข้อมูลของกรมการปกครอง อยู่แล้ว  กรณีนี้ เป็นเพียง ตัวอย่างของงานเร่งด่วน ที่มีความเกี่ยวข้องกัน 2 กระทรวง คือ มหาดไทย กับ กระทรวง ดีอีเอส

# แล้วจะแตกต่างจากบัตรเดิม อย่างเดิม อย่างไร
– ในส่วนบัตรประชาชนเหมือนเดิม แต่กระทรวงส่งเสริมให้ประชาชน นำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ทำธุรกรรม ธุรกิจต่างๆได้ อย่างสะดวก และแพร่หลาย ต่อไป เวลาการติดต่อทำธุรกิจระหว่างกัน สามารถ ยืนยันตัวตันได้ทันที  ต่อไป จะขยายจากเรื่องการทำธุรกรรม ไปเรื่องโซเซียลมีเดีย หากต้องการโพสต์ หรือ พูดคุย ก็ต้องมีการยืนยันตัวตนด้วย แอคเคาท์ ต่างๆ จะมาหลอกลวงกันไม่ได้  ซึ่งควรจะหมดไปจากสังคมไทย ถ้าเรามีระบบการยืนยันตัวตน และต่อไป แอคเคาท์ ต่างๆ ที่ใช้ยืนยันตัวตนในโซเซียลมีเดีย พยายามลดเรื่อง แอคเคาท์ ปลอมให้มากที่สุด

#เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกฯ สั่งการให้มีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นของแต่ละหน่วยงาน กระทรวงดีอีเอส จะมีส่วนในการส่งเสริม ในการพัฒนาแอพฯ ของแต่ละหน่วยงานอย่างไร
– โดยหลัก แอพฯของแต่ละหน่วยงาน ก็เป็นหน้าที่ของแต่ละกระทรวงอยู่แล้ว แต่เราก็จะส่งคนเข้าไปเป็นคณะกรรมการ  หรือที่ปรึกษา เพื่อผลักดันให้เรื่องนี้ให้เกิดขึ้น เพราะเป็นโครงการในภาพรวม ที่รัฐบาลเรียกว่า E service รัฐบาลดิจิทัล ต่อไป เป้าหมายคือการติดต่อราชการ การขออนุญาตกับหน่วยงานราชการ  ต้องเป็นออนไลน์ ทั้งหมด  เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว และโปร่งใส ตรวจสอบได้ 

# รัฐบาล ดิจิทัล ต้องมี โครงสร้างพื้นฐาน ระบบเครือข่าย ให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ ทางกระทรวงจะต้องพัฒนาอะไรบ้าง 
-เป็นหน้าที่ของกระทรวง อยู่แล้ว เพราะเรากำกับดูแลเรื่องโทรคมนาคม ระบบการสื่อสาร เป็นหน้าที่ ทำงานร่วมกับ กสทช. ที่สำคัญ เรามีหน่วยงานหลักของกระทรวง คือ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT National Telecom ที่ กสท .รวมกับ TOT ซึ่งจะเป็นหน่วยงานหลักในการวางรากฐาน โครงสร้างพื้นฐาน ของระบบเทคโนโลยี ดิจิทัล การสื่อสารทั้งหมด ให้กับรัฐบาล  ซึ่ง ผมต้องไปปรับโครงสร้างองค์กร ให้เข้มแข็ง ทำงานได้เต็มที่ ให้เป็นองค์กร ที่ไม่เป็นภาระให้กับรัฐบาล เช่น การไฟฟ้า 

# เมื่อพูดถึงเรื่องการเชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการ เราจะใช้เวลาในการเชื่อมข้อมูลนานเท่าไหร่
-คงตอบเรื่องเวลาไม่ได้เพราะมีหลายหน่วยงาน หลายเงื่อนไข แต่มันเริ่มจากคอนเซปต์รวม ว่าเราต้องทำให้ทุกอย่าง ออนไลน์ ทั้งหมด เมื่อเป็นออนไลน์ แล้ว ทั้งหมด ก็จะเชื่อมกันได้เอง แต่เนื่องจากในปัจจุบัน บางระบบยังไม่เป็นออนไลน์ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมกันได้  นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดเรื่องกฏหมาย เพราะแต่ละหน่วยงานมีกฎหมายของตัวเอง อาจต้องมีการแก้กฎหมาย กฎระเบียบ อยู่ระหว่างหารือกัน 

#ในส่วนภาคเอกชน ต้องการทราบว่ามีนโยบาย ที่จะให้เอกชน เข้าถึงข้อมูลบางอย่าง เพื่อสามารถนำไปพัฒนาแอพฯ ได้หรือไม่ 
-โดยหลักการ ข้อมูลเบื้องต้น ที่ นำไปใช้งาน ไม่มีการปิดกั้นอยู่แล้ว แต่อาจจะเป็นที่ระบบ หรือหน่วยงานที่ไปขอ ยังไม่มีการเข้าใจกัน  เรามีหน่วยงาน คือ คณะกรรมการส่งเสริม ธุรกรรมทางอิเลคทรอนิคส์ ทางกระทรวงดูแลอยู่แล้ว มีกฎหมาย กำกับดูแล อยู่แล้ว ผมจะเข้าไปให้ดีขึ้น เพื่อให้เอกชน ทำงานอย่างราบรื่น รวมถึง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปัจจุบัน มีการกระจายไปอยู่ในระบบดิจิทัลต่างๆ ต้องมีการคุ้มครอง เพราะถ้ามีคนนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ เราต้องมีสิทธิดำเนินคดีตามกฎหมาย  และสุดท้าย คือเรื่องรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์  cyber security ป้องกันการโจมตี ทางcyber เพื่อก่อความวุ่นวาย ใน บ้านเมือง  เช่น การ แฮกค์ ระบบ ขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค 
ต้องมีหน่วยงาน ที่มากำหนดมารตรการ กำหนดแนวทางปฏิบัติ วางหลักเณฑ์  เมื่อเกิดปัญหา ก็จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหา รวมถึงการป้องกัน ว่าจะมีใครจะเข้าทำอะไร ต้องมีการอัพเดทเทคโนโลยี ตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง จัดตั้งองค์กรนี้ ซึ่งขณะนี้ มีการมองไปถึงอนาคตที่ต่อสู้กันทางเทคโนโลยีมากกว่าอาวุธ 

#มีกองทุนสำหรับการพัฒนาดีอีเอส กองทุนนี้จะช่วยเหลือเอกชน อย่างไรบ้าง
-กองทุนนี้ ได้มาจากสัมปทานคลื่นความถี่ ของเอกชน ซึ่ง กสทช.จะแบ่งเงินมาให้ 15% ต่อปี ซึ่งจะมาเพื่อส่งเสริมโครงการต่างๆ  ล่าสุด ได้อนุมัติ งบประมาณ นำไปส่งเสริมในการพัฒนาวิจัย การใช้ 5 G มาปรับใชักับภาคการเกษตร อุตสาหกรรม ต่อไปจะได้ขยายไปส่งเสริม หน่วยงานภาคเอกชน องค์กร มหาวิทยาลัยโดยให้งบประมาณไปพัฒนา 

#ขอบข่ายการทำงาน ของกระทรวง ดีอีเอส ค่อนข้าง กว้าง ขวาง ถ้าทุกระบบ สามารถรวมกันได้ จะทำให้เศรษฐกิจเดินทางหน้าได้
– เราไม่ได้มองแต่ด้านเศรษฐกิจ แต่เราคำนึงถึงภาคสังคมเพื่อสังคมอีกด้วย  เช่น สื่อลามกอนาจาร การหลอกลวงทางออนไลน์

#จะดูแลด้านลบของโซเซียลเมีเดีย อย่างไร 
-เราต้องบังคับใช้กฎหมายก่อน ในฐานะที่เราเป็นกระทรวง  มีกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  ถ้ามีใครนำเข้าเรื่องผิดกฏหมาย ต้องปิดกั้น  แต่จะปิดกั้น ในบางข้อมูล แต่ถ้าเป็นเรื่องของการหลอกลวง จะปิดกั้นทั้งหมด เช่นการพนันออนไลน์ ก็มีหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้ว ที่ประสานกับเฟซบุ๊ก โดยรวบรวมข้อมูล แจ้งความตำรวจ ส่งศาลพิจารณาออกคำสั่ง ปิดกั้น

#ถ้าศาลออกคำสั่งปิด กระทรวงดีอีเอส สามารถปิดได้เลยหรือไม่
-กระทรวงต้องส่งคำสั่งนั้นไปที่แพลตฟอร์ม  เพื่อดำเนินการปิดกั้น ต้องเป็นเจ้าของระบบ เป็นผู้ดำเนินการปิดกั้น ซึ่งยังเป็นปัญหาที่เจ้าของระบบ ยังไม่มีการดำเนินการปิดกั้นตามศาลสั่งทั้งหมด เนื่องจากบริษัทต่างประเทศมีนโยบาย ที่ต่างกับประเทศไทย ทำให้เรา คอนโทรลได้อย่าง 

#จากปัญหาที่ เจ้าของแพลตฟอร์ม อยู่ต่างประเทศ จะมีทางหรือไม่ ที่เราจะพัฒนาให้คนไทย สร้างแพลตฟอร์ม โซเซียลมีเดีย ขึ้นมา 
-นี่เป็นส่วนหนึ่ง เชื่อว่า ผู้ประกอบการหลายคนพยายามคิด แต่ต้องยอมรับความจริงว่า อาจจะช้าเกินไป เพราะคนจะติดอยู่กับระบบหนึ่ง จะเปลี่ยนไปอีกระบบที่มีคนใช้น้อยกว่า มันจะเปลี่ยนยาก  ซึ่งเป็นปัญหาของทั้งโลก ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ ยกตัวอย่างเช่น เวียดนาม บังคับให้เฟซบุ๊ก ต้องตั้งสำนักงาน และย้ายระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด มาตั้งที่เวียดนาม ซึ่งเท่ากับต้องใช้กับต้องเป็นไปตามกฎหมายของประเทศนั้น ซึ่งจะควบคุมได้ง่ายขึ้น แต่ในเมืองไทย อยู่ในระหว่างการศึกษาว่าจะดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน ต้องดูข้อกฎหมายว่าต้อง ออกกฎระเบียบอย่างไร  จะมีผลกระทบอย่างไร ซึ่งถ้าเราเข้มข้นมาก ก็จะเป็นการไปจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน หรือ แม้แต่ผู้ประกอบการเอง หากเราเข้มข้น มาก ก็จะไม่อยากย้ายมาไทย 

คมชัดลึก Exclusive เปิดใจรัฐมนตรี ป้ายแดง "ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์"

#การเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ
-ต่อไปทำธุรกิจออนไลน์ ต้องเสียภาษีอย่างน้อย vat 7% ที่ผ่านมา ซื้อของออนไลน์ จากต่างประเทศ ไม่เสีย vat ทำให้ราคาถูกกว่าปกติ ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ระหว่างการประกอบธุรกิจ  นอกจากนั้นเรื่องการกำกับดูแลการขายของออนไลน์จากต่างประเทศ ไม่มีคุณภาพ  ต้องวางรากฐานว่า ในอนาคตเราจะอยู่กับ เทคโนโนโลยีดิจิทัลอย่างไร ต้องปรับทุกภาคส่วนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

#อยากให้พัฒนา อีคอมเมิร์ซ ของคนไทย 
– ทุกวันนี้ เกือบทุกแอปพลิเคชั่น จะเป็นชองต่างชาติ ทั้งหมด ทำให้เกิดการเอาเปรียบผู้ประกอบการคนไทย ซึ่งเราต้องมาดูแล ต้องสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น กับนักธุรกิจคนไทย ให้แข่งขัน กับเขา ได้

#ต้องมีกรอบเวลาในการพัฒนาหรือไม่
-ต้องให้เสร็จในรัฐบาลนี้ ซึ่งยังเหลือเวลาอีกประมาณ 2 ปี  แต่อาจจะมีข้อจำกัดในบางประการ ซึ่งต้องค่อยๆแก้ปัญหาไป เชื่อว่า คนที่เข้ามาเป็นรัฐบาลคิดเหมือนกัน คือ ต้องการดูแลให้ผู้ประกอบการ ในไทยให้แข่งขันได้ สร้างความเป็นธรรม แต่ด้วยข้อจำกัดที่ระบบของไทยเปิดให้ต่างชาติเข้ามาดำเนินการ ซึ่งเรากำลังเปลี่ยนให้ต่างชาติเข้ามาอยู่ระบบของไทย ซึ่งนายกฯ ก็เห็นด้วย นายกฯต้องการจะผลักดันให้ ไทยมีความเข้มแข็งในด้านดิจิทัล  ดูแลเรื่องต่างๆในประเทศได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาสร้างปัญหาให้เรา 

คมชัดลึก Exclusive เปิดใจรัฐมนตรี ป้ายแดง "ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์"

#พูดถึงอายุรัฐบาล 2 ปี ที่เหลืออยู่ เรื่องการแก้รัฐธรรานูญในฐานะ ส.ส. พลังประชารัฐ มีบทบาทอย่างไร
-ที่จริงผมก็เป็น 1 ในรายชื่อของคนที่เสนอแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ  แต่เนื่องจากศาลรัฐธรรมนุญวินิจฉัย ไม่เห็นชอบ กับเงื่อนไขเวลารัฐบาลที่เหลือ 2 ปี จึงต้องมาพิจารณา  เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญในบางประเด็น หรือรายมาตรา  ที่เป็นปัญหา ซึ่งพรรคอื่นก็มีการเสนอเช่นกัน ส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องการเลือกตั้ง, อำนาจ สว. ,องค์กรอิสระ 

#ในการเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยพรรคพลังประชารัฐ คนที่ได้เปรียบก็คือ พลังประชารัฐ เป็นเช่นนั้นหรือไม่
– ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะแต่ละพรรค ก็มีแนวทางกันในแต่พรรค หากมีการนำนักการเมืองแต่ละพรรค มานั่งคุยกัน ก็จะเห็นว่าไม่มีใครเห็นตรงกัน ทุกคนมีมุมมองต่างกัน โอกาสที่จะหาข้อสรุป จุดร่วมกัน เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญค่อนข้างยาก ต้องใช้เวลา  ต้องพูดคุยกัน 

#คุณชัยวุฒิ เป็น ส.ส.สิงห์บุรี มาต้้งแต่สมัย อยู่ประชาธิปัตย์  ชาติไทย พลังประชารัฐ  ทำไม ช่วงหลังจึงมีบทบาทในพรรค
-อาจจะเป็นเพราะเข้ามาทำงาน ผู้ใหญ่ให้โอกาสทำงาน 

#ตอนนี้ มีการดำนเนินคดีกับการโจมตีทางการเมือง นโยบาย ในการดำนเนินคดี เป็นอย่างไร
-ก็ดำเนินการต่อจากเดิม กระทรวงมีศูนย์ เฟกนิวส์ ที่ต้ังมาตั้งแต่ สมัยคุณพุทธิพงษ์ แต่ในมุมของการเมือง จะไม่ค่อยชัดเจนว่าเป็นเฟกนิวส์ เพราะเป็นการแสดงความเห็น แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ก็ต้องฟ้องหมิ่น

#การแสดงความเห็นมีทั้ง 2 ด้าน ถ้าเราเปิดให้แสดงความเห็นโดยเสรี  อยู่ที่คนอ่าน จะเหมาะสมกว่าการไปไล่ปิด มีความเห็นอย่างไร
-อันนี้ เป็นหลักการอยู่แล้ว ทุกคนมีสิทธิแสดงคววมเห็น แต่ต้องเป็นจริง ไม่ใช่การใส่ร้าย หรือมีเจตนาจงใจทำให้บ้านเมืองเสียหาย เรื่องผิดกฏหมาย ก็จะมีกฏหมายอื่นมากำกับ  เรื่องสิทธิเสรีภาพ มีแต่ต้องถูกกฎหมาย  และต้องการให้ทุกคนอย่าคิดถึงแต่ตัวเอง อยากให้มองภาพรวม หากพบสิ่งที่ผิดกฏหมาย เช่นเว็บการพนัน ช่วยแจ้งเข้ามาเพื่อลดสิ่งเหล่านี้ 

#อยากจะพูดกับคนที่สงสัย ในความรู้ความสามารถของเรา กับตำแหน่งนี้อย่างไร

-ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ต้องให้ลองทำงานก่อน ส่วนที่จะอยู่จนครบวาระ หรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับ รัฐสภา เชื่อว่ารัฐบาล พยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่ปัญหาที่เป็นห่วง คือรัฐสภา เพราะมีปัญหา ทั้งเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ อาจจะมีปัญหา นำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งทุกฝ่ายต้องพูดคุย หาทางออกร่วมกัน ถ้าต่างคน ต่างคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง หรือว่ายึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อแต่เราไม่ดูภาพรวม ไม่ฟังเสียงคนอื่น บ้านเมืองก็จะไปไม่ได้ ประชาธิปไตยจะเดินหน้าได้ ทุกคนต้องมาพูดคุยกัน ต้องประณีประนอมกัน หาทางออกร่วมกัน 

คมชัดลึก Exclusive เปิดใจรัฐมนตรี ป้ายแดง "ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์"

ทหารพม่ายิ้ม “ไทใหญ่” เหนือ-ใต้รบกันเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463221

ทหารพม่ายิ้ม “ไทใหญ่” เหนือ-ใต้รบกันเอง

ทหารพม่ายิ้ม "ไทใหญ่" เหนือ-ใต้รบกันเอง7 เมษายน 2564 – 15:09 น.

สงครามเงา ทหารไทใหญ่เหนือ-ใต้ ยังรบแย่งชิงพื้นที่ สามัคคีชาติพันธุ์สู้ทหารพม่า ดูไกลเกินฝัน

++
สถานการณ์ในเมียนมา ฟากฝ่ายประชาชนพอจะเห็นแสงแห่งความหวังริบหรี่ เมื่อ พล.อ.เจ้ายอดศึก ในฐานะหัวหน้าทีมขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ (PPST) จะประชุมผ่านระบบออนไลน์กับ 9 ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ หารือถึงแนวทางการช่วยเหลือและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของประชาชนผู้ร่วมการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิ (Spring Revulation) รวมถึงการทำงานร่วมกันกับคณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ (CRPH) 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   ศึกไทใหญ่ ยอดศึก VS ป่างฟ้า

ทหารพม่ายิ้ม "ไทใหญ่" เหนือ-ใต้รบกันเอง

เจ้ายอดศึก ผู้นำไทใหญ่ใต้

หลายคนฝันเห็น “กองทัพสหพันธรัฐ” ที่มี 10 กลุ่มชาติพันธุ์ เป็นแกนนำ และบางคนอาจมองข้ามช็อตถึงบทบาทของเจ้ายอดศึก ในฐานะผู้นำทัพสหพันธรัฐ    

อีกด้านหนึ่งของรัฐฉานเหนือ ปรากฏว่า การสู้รบระหว่างทหารสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) กับทหารพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) และแนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง/กองทัพแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (PSLF/TNLA) ยังดำเนินไปอย่างดุเดือด ในพื้นเมืองน้ำตู้ แขวงจ๊อกแม รัฐฉาน    

สงครามชาติพันธุ์รบกันมา ตั้งแต่กลางเดือนก.พ. จนถึงต้นเดือน เม.ย.2564 เสียงปืนก็ยังไม่สงบ ชาวไทใหญ่ ชาวปะหล่องประสบความเดือดร้อน ต้องอพยพออกจากหมู่บ้าน    

พูดง่ายๆ สงครามชาติพันธุ์ครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ของคนไทใหญ่ด้วยกันเอง ระหว่างไทใหญ่เหนือ(SSPP/SSA) กับไทใหญ่ใต้(RCSS/SSA) โดยมีคนปะหล่อง(PSLF/TNLA) มาช่วยฝ่ายไทใหญ่เหนือ

ทหารพม่ายิ้ม "ไทใหญ่" เหนือ-ใต้รบกันเอง

ป่างฟ้า ผู้นำไทใหญ่เหนือ

++
ยอดศึกคือใคร?
++
เมื่อ 60 ปีที่แล้ว พล.อ.เจ้ายอดศึก เข้าร่วมกับกองกำลังปฏิวัติแห่งชาติรัฐฉาน (Shan United Revolution Army : SURA) ภายใต้การนำของเจ้ากอนเจิง (โมเฮง) ต่อมา SURA เข้ารวมกลุ่มกับกองทัพเมิงไต (เมืองไต) ของ “ขุนส่า”     

ปี 2539 ขุนส่าประกาศหยุดยิง นำไพร่พลประชาชนนับหมื่นหันไปสวามิภักดิ์กับรัฐบาลทหารพม่า ส่งมอบอาวุธของกองทัพเมืองไตให้กับกองทัพพม่า    

เจ้ายอดศึก จึงขอแยกตัวออกมาตั้งกองทัพของตนเองขึ้น เรียกองค์การเมืองว่า สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS/SSA) มีฐานที่มั่นอยู่บนดอยไตแลง พรมแดนไทย-พม่า ด้าน จ.เชียงใหม่  

ทหารพม่ายิ้ม "ไทใหญ่" เหนือ-ใต้รบกันเอง

ทหารไทใหญ่ใต้

++
รู้จักป่างฟ้า
++
กองทัพรัฐฉาน (SSA) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2507 เพื่อต่อต้านกองทัพพม่าในรัฐฉาน โดย มหาเทวีเฮือนคำ เจ้าฟ้าองค์สุดท้ายของเมืองหยองห้วย ต่อมา ได้ก่อตั้งองค์กรทางการเมืองนำการทหารชื่อว่า พรรคก้าวหน้าแห่งชาติรัฐฉาน (SSPP)     

ปี 2518 เกิดความเห็นต่างทางการเมือง สมาชิกพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) แตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งยังยึดมั่นอุดมการณ์เดิม อีกฝ่ายหนึ่งเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์พม่า(CPB) ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในรัฐฉานเหนือ ติดชายแดนจีน-พม่า    

ปี 2531 พรรคคอมมิวนิสต์พม่า(CPB) ล่มสลาย อดีตกองกำลังกองทัพรัฐฉาน(SSA) ได้ทำสัญญาสันติภาพกับทหารพม่า และได้ปกครองตนเองเป็นเขตพิเศษที่ 5 กองทัพรัฐฉาน (SSA) ประกอบด้วย 5 กองพลน้อย    

ทหารพม่ายิ้ม "ไทใหญ่" เหนือ-ใต้รบกันเอง

ทหารไทใหญ่เหนือ

ต่อมา 4 กองพลน้อย SSA แปรสถานะเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (BGF) ภายใต้การควบคุมของกองทัพพม่า แต่กองพลน้อยที่ 1 นำโดย พล.ท. ปางฟ้า ไม่ยอมเข้าร่วม และได้ฟื้นฟูพรรคก้าวหน้าแห่งชาติรัฐฉาน (SSPP) สู้รบกับทหารพม่า    

ปี 2555 พรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) ได้ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาล มีฐานที่มั่นกองบัญชาการกลางบ้านไฮ เขตเมืองเกซี แขวงล๋อยแหลม รัฐฉานตอนใต้     

ปัจจุบัน พรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) ปฏิเสธการลงนามในหนังสือสัญญาเกี่ยวกับการยุติการสู้รบทั่วประเทศ (NCA) และได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มคณะกรรมการเจรจาทางการเมือง (FPNCC) หรือเรียกง่ายๆว่า 7 ขาใหญ่เมืองเหนือ    

เนื่องจาก พรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) และแนวร่วมปลดปล่อยรัฐปะหล่อง/กองทัพแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (PSLF/TNLA) มีเขตอิทธิพลร่วมกันในรัฐฉานเหนือ จึงจับมือกันปกป้องพื้นที่จากการรุกรานของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA)    

กล่าวโดยภาพรวม กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ไทใหญ่ แตกออกเป็น 3 ก๊กคือ
1.สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) หรือทหารไทใหญ่ใต้ นำโดย เจ้ายอดศึก มีกองบัญชาการอยู่ที่ดอยไตแลง พรมแดนพม่า-ไทย
2.พรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) หรือทหารไทใหญ่เหนือ นำโดย ป่างฟ้า มีกองบัญชาการอยู่ที่บ้านไฮ รัฐฉานเหนือ
3.กองทัพสัมพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ-รัฐฉานตะวันออก (NDAA-ESS) หรือกองทัพเมืองลา NDAA นำโดย จายลืน มีเขตปกครองพิเศษชนชาติไตในเมืองลา ติดพรมแดนพม่า-จีน

แดงสิ้นลาย “ขวัญชัย” อยู่เป็น สามี ส.ส.-พ่อ ส.จ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463190

แดงสิ้นลาย “ขวัญชัย” อยู่เป็น สามี ส.ส.-พ่อ ส.จ.

แดงสิ้นลาย "ขวัญชัย" อยู่เป็น สามี ส.ส.-พ่อ ส.จ.7 เมษายน 2564 – 12:16 น.

ม็อบจตุพรไปยาก แดงอีสาน “ขวัญชัย” ไม่เอาด้วย พอใจบทบาท สามี ส.ส.

++
พลันที่ จตุพร พรหมพันธุ์ และคณะ ตั้งเวทีสามัคคีประชาชนไทย ขับไล่ประยุทธ์ นักข่าวก็พุ่งตรงไปสถานีวิทยุคลื่นมวลชนสัมพันธ์ FM 97.50 MHz. บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ขอสัมภาษณ์ “ขวัญชัย ไพรพนา” ประธานชมรมคนรักอุดร

แดงสิ้นลาย "ขวัญชัย" อยู่เป็น สามี ส.ส.-พ่อ ส.จ.

วันที่ลูกชาย ได้เป็น ส.อบจ.อุดรธานี

“ขอยืนยันว่าจะให้ผมไปเป็นแกนนำคนคนเสื้อแดงอุดรธานี พามวลชนเดินทางไปชุมนุม ไปไหนต่อไหน ผมไม่ทำแล้ว ขอปล่อยวาง ไม่ไหวแล้ว เพราะผมมีภรรยาเป็น ส.ส. มีลูกชายเป็น สจ. เราก็ไม่อยากให้เขามาเดือดร้อนด้วย”    

นี่คือคำตอบของ “ขวัญชัย” และในรอบ 2-3 ปีมานี้ ประธานชมรมคนรักอุดร ก็พูดทำนองนี้กับสื่อมวลชน     

“ปล่อยให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไปตามธรรมชาติดีกว่า เราไม่ได้คิดอะไรทั้งสิ้นเพราะวันนี้เป็นวันของเด็กรุ่นใหม่ เราคนรุ่นเก่าก็อยู่เบื้องหลัง คอยให้กำลังใจให้คำแนะนำ” อดีตเจ้าพ่อเสื้อแดงอุดรฯ กล่าว    

จริงๆ แล้ว ขวัญชัยรู้อยู่เต็มอกว่า แกนนำ นปช.ส่วนกลาง ได้แยกทางกันเดินมานานแล้ว เสี่ยเต้นไปทางหนึ่ง เสี่ยตู่ก็ไปอีกทางหนึ่ง ยากที่จะมาหลอมรวมกันได้อีก    

วันนี้ ขวัญชัยเลือกที่จะเดินไปบนถนนสายนักเลือกตั้ง โดยการเป็นพันธมิตรกับ “ศราวุธ เพชรพนมพร” ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และ “วิเชียร ขาวขำ” นายก อบจ.อุดรธานี ผลักดันให้ภรรยาได้เป็น ส.ส.อุดรธานี และลูกชาย เป็น ส.อบจ.อุดรธานี

แดงสิ้นลาย "ขวัญชัย" อยู่เป็น สามี ส.ส.-พ่อ ส.จ.

ขวัญชัย ในฐานะ ผู้ช่วย ส.ส.

++
ผู้ช่วย ส.ส.
++
หลังพ้นโทษออกจากเรือนจำ ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ก็ปักหลักอยู่ที่คลื่นมวลชนสัมพันธ์ FM 97.50 MHz. ชมรมคนรักอุดรหมู่ 11 บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี    

ชมรมคนรักอุดร ก่อเกิดมาครั้งแรกจากการเป็น “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมคนรักอุดร” ก่อนจะขยับเป็นองค์กรการเมืองเสื้อแดง เมื่อขวัญชัยยุติบทบาทแกนนำเสื้อแดง ได้กลับมานั่งบริหารสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมคนรักอุดร พร้อมดูแลลูกน้องให้จัดรายการวิทยุออนไลน์ บอกข่าวเล่าความ เปิดเพลง และโฆษณาขายสมุนไพร    

ในทางการเมือง ขวัญชัย มีตำแหน่งเป็น “ผู้ช่วย ส.ส.” อาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย (อ.หนองหาน, อ.ประจักษ์ศิลปาคม และ อ.เมืองอุดรธานี)     

ขวัญชัยวิ่งฝุ่นตลบ กว่าจะดัน “อาภรณ์” ภรรยาลงสมัคร ส.ส.เขต 4 ได้สำเร็จ เนื่องจากมีอดีต ส.ส.อุดรธานี รายหนึ่งไม่ยอมหลีกทางให้    

ถ้าจำกันได้ นาทีสุดท้ายก่อนส่งรายชื่อ ส.ส.เขต ของพรรคเพื่อไทย ก็มีข่าวขวัญชัย จะทิ้งค่ายเพื่อแม้วไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ข่าวนี้ได้รับการปฏิเสธจากขวัญชัย และตามมาด้วย กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมีมติส่งภรรยาขวัญชัย ลงสมัคร ส.ส.    

ลีลาเฉพาะตัวของขวัญชัย เป็นที่รับทราบกันดีในหมู่แกนนำ นปช.  

แดงสิ้นลาย "ขวัญชัย" อยู่เป็น สามี ส.ส.-พ่อ ส.จ.

อาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี

++
ปั้นลูกชาย
++
“เรามันหมดยุคของเรา และการเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้ไม่ไหวแล้ว เพราะภรรยาเป็น ส.ส. ลูกชายเป็น สจ. คือเราไปยุ่งมากก็จะทำให้เสียหายด้วย ก็เลยเลือกอยู่เฉยๆดีกว่า” ขวัญชัย กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง    

ขวัญชัยดูจะมีความสุข ที่เห็น “อาภรณ์” เป็น ส.ส. และ “เบิร์ด” กรวีร์ สาราคำ เป็นสมาชิกสภา อบจ.อุดรธานี เขต 3 อ.หนองหาน    

ก่อนเลือกตั้ง 2562 ขวัญชัยพาลูกชาย กรวีร์ สาราคำ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และมีชื่อลูกชายขวัญชัยอยู่ใน ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 62    

เมื่อการเลือกตั้งนายก อบจ. และสภา อบจ.มาถึง ขวัญชัย จึงดันลูกชาย “เบิร์ด” กรวีร์ สาราคำ ลงสมัครสมาชิกสภา อบจ.เขต 3 อ.หนองหาน โดยการสนับสนุนของวิเชียร ขาวขำ และได้รับเลือกตั้งเป็น สจ.เบิร์ด    

นี่คือ สิ่งที่ขวัญชัยพึงพอใจ หลังถอดหัวโขนแกนนำเสื้อแดง มารับบทสามี ส.ส. และพ่อ สจ.ป้ายแดง