ขอบสนามยูโร ‘ธนาธร-พงศ์กวิน’ มังกรต่างสี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470467

ขอบสนามยูโร ‘ธนาธร-พงศ์กวิน’ มังกรต่างสี

ขอบสนามยูโร 'ธนาธร-พงศ์กวิน' มังกรต่างสี14 มิถุนายน 2564 – 19:16 น.

มาทำความรู้จัก “พงศ์กวิน” ทายาทผู้ถือลิขสิทธิ์บอลยูโร 2020 เป็นอะไรกับ “ธนาธร” 

++

ศึกลูกหนังยูโร 2020 ผ่านมายังไม่ถึงสัปดาห์ สปอตเพลงโฆษณา “เชียร์ยูโร แอโร่ซอฟต์..” เริ่มมีคนพูดถึงมากขึ้น ซึ่งแอโร่ซอฟต์ เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซัมมิท ฟุตแวร์ จำกัด เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลรายการนี้ 

หลายคนคงรู้กันแล้วว่า “โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นเจ้าของบริษัท ซัมมิท ฟุตแวร์ จำกัด ผู้ผลิตรองเท้ารองเท้าสุขภาพ แบรนด์ที่ชื่อว่า Aerosoft และไม่น่าเชื่อ แบรนด์นี้อยู่ในตลาดรองเท้าทั้งในและนอกประเทศมานาน 40 ปีแล้ว

คอกีฬาดูจะตื่นเต้นที่ได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 แต่คอการเมือง ก็ถกเถียงในโซเชียลกันดุเดือด เนื่องจากมีคนในตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” อยู่ในการเมืองไทยถึง 3 คน

ที่พูดถึงกันเยอะ ก็คือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” กับ “พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ” มังกรรุ่นเล็ก ที่ในทางธุรกิจ ก็เดินคนละสาย และทางการเมืองก็คนละอุดมการณ์

ขอบสนามยูโร 'ธนาธร-พงศ์กวิน' มังกรต่างสี

                                   ธนาธร ประธานคณะก้าวหน้า

++
มังกรแซ่จึง
++

คนแซ่จึง รุ่นแรกนั่งเรือจากมณฑลกวางตุ้ง มาถึงเมืองไทยปี 2505 สองผัวเมีย อาฮง แซ่จึง และ บ่วยเชียง แซ่โป่ว ชาวจีนแต้จิ๋วจากมณฑลกวางตุ้ง หอบลูกชาย “จึง ฮังตง” มาสู่ดินแดนสยาม

รุ่น 1 ของบ้านนี้เริ่มต้นจากขายก๋วยเตี๋ยว จนกระทั่งรุ่น 2 เห็นลู่ทาง “จึง ฮังตง” จับมือกับเพื่อนสนิทสองคน เปิดร้านซ่อมเบาะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ชื่อ “ซานอิ้ว” หรือ “สามมิตร”
 ภายหลังหุ้นส่วนแยกย้ายกันไป น้องอีกสี่คนจึงเข้ามาช่วย คือ “จึง ฮั้งฮ้อ” หรือ พัฒนา, โกมล, สุริยะ และ อริสดา โดยมีการเปลี่ยนชื่อจาก “ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามมิตรชัยกิจ” มาสู่ “บริษัท ซัมมิทโอโตซีท อินดัสตรี จำกัด”

กิจการเติบโตชนิดเอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่ เถ้าแก่ใหญ่ “จึง ฮังตง” เปลี่ยนชื่อเป็น “สรรเสริญ จุฬางกูร” ส่วนน้องชายคนรอง “จึง ฮั้งฮ้อ” ก็เปลี่ยนชื่อเป็น “พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ” และแยกไปสร้างอาณาจักรของตัวเอง เติมคำว่า “ไทย” เข้าไป จนกลายมาเป็น “ไทยซัมมิท กรุ๊ป” เจ้าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์แห่งเอเชีย 

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ น้องเล็ก เป็นที่รักของพี่ๆ ทุกคน หลังเรียนจบนอกกลับมา สุริยะไปช่วยงานพี่ชายคนโต-สรรเสริญ ก่อนจะแยกตัวออกมาทำธุรกิจของตัว

ตอนที่สุริยะเล่นการเมืองครั้งแรก โดยเข้าไปเป็นทีมงานของสมศักดิ์ เทพสุทิน สมัยที่สังกัดพรรคกิจสังคม บรรดาพี่ๆ ไม่ว่าสรรเสริญ, พัฒนา และโกมล ก็เห็นดีเห็นงามด้วย

นักการเมืองอาวุโสคนหนึ่งที่รู้จักตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” เคยพูดว่า ถ้าพัฒนา ยังมีชีวิตอยู่ ธนาธร อาจไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 

++
มังกรรุ่นเล็ก
++

ดังที่ทราบกัน ธนาธรต้องแบกรับภารกิจสร้างอาณาจักรไทยซัมมิท หลังบิดา-พัฒนา เสียชีวิต ซึ่งช่วงที่ธนาธรช่วยงานมารดา-สมพร ขยายธุรกิจไปต่างประเทศ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กำลังเฟื่องฟูในฐานะเลขาธิการพรรคไทยรักไทย

ปี 2561 ธนาธรตัดสินใจเล่นการเมือง โดยร่วมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ส่วน “อาสุริยะ” จับมือสมศักดิ์ เทพสุทิน ตั้งกลุ่มสามมิตร รวบรวมอดีต ส.ส.มาอยู่ในสังกัด ก่อนจะเคลื่อนพลไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

สุริยะยังพาหลานชาย “พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ” ไปเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐด้วย โดยพงศ์กวินได้ลาออกจากประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริงจำกัด (มหาชน) หรือ IEC และประธานฝ่ายบริหารสนามกอล์ฟไพน์เฮิร์ส เข้าสู่ถนนการเมืองเต็มตัว

ขอบสนามยูโร 'ธนาธร-พงศ์กวิน' มังกรต่างสี

                           เสี่ยโฟม ทายาทของโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ

“โฟม” พงศ์กวิน เป็นลูกชายของโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ จึงทำให้ตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” รุ่น 2 อยู่ในวงการเมือง 2 คนคือ ธนาธร กับพงศ์กวิน

เมื่อปี 2562 “โฟม พงศ์กวิน” ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ครอบครัว “จึงรุ่งเรืองกิจ” ไม่ได้ทำธุรกิจร่วมกันแบบกงสี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวไม่มีความใกล้ชิดกันมาก

“โฟม พงศ์กวิน” กับ “เอก ธนาธร” เรียนที่ธรรมศาสตร์เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นใด เพราะไม่เคยคิดอยากเล่นการเมือง เช่นเดียวกับธนาธร ที่ไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะต้องมาเล่นการเมือง

ลูกชายคนโตของโกมล ยืนยันว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งกับญาติผู้พี่ ต่างคนต่างก็มีแนวทางการเมืองของตัวเอง “ไม่ได้ขัดแย้งกัน เป็นความชอบที่ต่างกันมากกว่า”

ขอบสนามยูโร 'ธนาธร-พงศ์กวิน' มังกรต่างสี

                        วันที่โกมล และลูกชาย เสี่ยโฟม แถลงข่าว

อำลา “พีซทีวี” “ตู่” ยอมเจ็บแต่ไม่จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470435

อำลา “พีซทีวี” “ตู่” ยอมเจ็บแต่ไม่จบ

อำลา "พีซทีวี" "ตู่" ยอมเจ็บแต่ไม่จบ14 มิถุนายน 2564 – 15:34 น.

‘จตุพร’ ดีเดย์ไล่ประยุทธ์ แต่แอบปิด “พีซทีวี” สิ้นเดือนนี้ มีแผนอะไร คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
“ลาก่อน #พีซทีวี สิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ไม่มีแล้วนะ (ประกาศผ่าน ‘สาวข่าวเช้า’ @07.45 น.)..”    

สเตตัสสะเทือนใจแม่ยกเสื้อแดง เมื่อ ณิชชนันทน์ แจ่มดวง พิธีกรสาวช่องพีซทีวี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Nun Nitchana แจ้งข่าวด่วนถึงเอฟซีเสื้อแดง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   ผีไม่เผา “เต้น” สายโทนี่ “ตู่” สายชินไม่เอา

อำลา "พีซทีวี" "ตู่" ยอมเจ็บแต่ไม่จบ

3 พิธีกรช่องพีซทีวี แถลงอำลาแฟนๆ    

ในรายการสาวข่าวเช้า ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องพีซทีวี เมื่อเช้าวันที่ 14 มิ.ย.2564 ปรากฏว่า ‘หญิง’ อรุโณทัย ศิริบุตร ได้แจ้งข่าวช็อกเอฟซีว่า วันที่ 30 มิ.ย.2564 พีซทีวีจะออกอากาศเป็นวันสุดท้าย โดยสาเหตุที่ต้องจอดำ ก็มาจากปัญหาเศรษฐกิจ     

จริงๆแล้ว “จตุพร พรหมพันธุ์” เพิ่งโยกย้ายพีซทีวี จากชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว มาอยู่ที่ทำการสถานีโทรทัศน์พีซทีวีแห่งใหม่ ซอยรามอินทรา 40 (ซอยวัดนวลจันทร์) ได้ไม่ถึงปี ก็ต้องบอกลาแฟนจอแดง    

ปี 2561 “คนแดนไกล” ได้สั่งยุติช่องทะเว็นตี้โฟร์ทีวี (TV 24) ที่แปลงร่างมาจาก “เอเชียอัพเดท” ดำเนินการโดยบริษัท เดโมเครซี นิวส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เพราะภูมิทัศน์ข่าวสารเปลี่ยน คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ดูทีวีแล้ว พวกเขาหันไปเสพข่าวทางยูทูบ และเฟซบุ๊ก    

สำหรับ “จตุพร” คิดไม่เหมือนคนแดนไกล ยังแบกต้นทุนการผลิตสื่อ “จอแดง” จอสุดท้ายผ่านการเลือกตั้งปี 2562 จนมาถึงการขับเคลื่อน “ไล่ประยุทธ์” จตุพรก็ลดธงพีซทีวี และชักธงขาวขึ้นแทน เก็บฉากกลับบ้าน     

เมื่อพีซทีวีอำลา ก็หมายถึงการปิดตำนานจอแดง ที่เคยเฟื่องฟูช่วงปี 2553-2557 ซึ่งเวลานั้น มีช่องทีวีดาวเทียมของคนเสื้อแดงมาถึง 4 ช่อง 

อำลา "พีซทีวี" "ตู่" ยอมเจ็บแต่ไม่จบ

จตุพร เดิมพันสุดท้ายไล่ประยุทธ์

++
กำเนิดยูดีดีทีวี
++
ปลายปี 2556 พรรคเพื่อไทย เสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ปรากฏว่า แกนนำ นปช. ไม่เห็นด้วย จึงวิจารณ์ผ่านช่องเอเชียอัพเดทอย่างรุนแรง จนมีใบสั่งจาก “ผู้ใหญ่เหนือพรรค” สั่งห้ามแกนนำ นปช.ออกหน้าจอแดง    

“ตู่ จตุพร” จึงตัดสินใจผุดช่อง“ยูดีดี ทีวี” (UDD TV) ด้วยความเมตตาของอดีตพระอาจารย์เพชร หรืออดีตพระครูวินัยธร (พชร) ฐานกโร แห่งวัดประยงค์กิตติวนาราม แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ที่ให้การช่วยเหลือ จึงทำให้ นปช.มีกระบอกเสียงเป็นของตัวเอง    

พระอาจารย์เพชร อาจไม่ใช่พระเกจิชื่อดังในหน้าหนังสือพิมพ์หัวสี แต่ในแวดวงตลาดหุ้น ต้องรู้จักชื่อเสียงอดีตพระอาจารย์เพชร เนื่องจากนักเล่นหุ้นขาใหญ่หลายคนเป็นลูกศิษย์ท่าน    

ว่ากันว่า “นายใหญ่” ไม่พอใจพฤติกรรมของจตุพร ที่ออกโรงวิพากษ์ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย และแยกตัวออกไปตั้งสถานีโทรทัศน์เป็นของตัวเอง    

หลังรัฐประหาร คสช.สั่งแบนทีวีดาวเทียมการเมืองทุกช่อง ผ่านไปหลายเดือน คสช.จึงอนุญาตให้ช่องทีวีการเมืองกลับมาออกอากาศได้ จตุพรจึงเปลี่ยนชื่อจากยูดีดี เป็นพีซทีวี พร้อมกับเปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการ จากบริษัทรวยทันที เป็นบริษัทพีซเทเลวิชั่น

ยุคแรกๆของพีซทีวี แกนนำ นปช. อย่างจตุพร พรหมพันธุ์ ,ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ,เหวง โตจิราการ และ ธิดา ถาวรเศรษฐ ต่างมีรายการประจำของแต่ละคนอยู่ในช่องพีซทีวี    

กระทั่ง คนแดนไกลคิดแผนแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย และเริ่มไม่ไว้ใจจตุพร จึงเดินเกมแยก นปช.ออกเป็น 2 สาย ไม่ให้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว

++
น้ำแยกสาย
++
ช่วงเลือกตั้งปี 2562 แกนนำ นปช. เริ่มขัดแย้งกันทางความคิด ณัฐวุฒิ และหมอเหวง กระโจนไปพรรคไทยรักษาชาติ ส่วนจตุพร มาสร้างพรรคเพื่อชาติ ร่วมกับยงยุทธ ติยะไพรัช    

พลันที่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ณัฐวุฒิ,หมอเหวง และธิดา ได้พาทีมงานเก็บข้าวของออกจากชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว ไปอยู่ที่อาคารแห่งหนึ่งแถวแยกแคราย นนทบุรี พร้อมเปิดตัวสำนักข่าว UDD news เน้นการทำข่าวออนไลน์ และเป็นกระบอกเสียงให้ฝ่ายประชาธิปไตย    

นับจากวันนั้น แกนนำ นปช.ได้แยกออกเป็น 2 สาย คือสายตู่ และสายเต้น ซึ่งดูเหมือนว่า ก๊วนจตุพร จะห่างจากอาณาจักรนายใหญ่ออกไปเรื่อยๆ

ขณะนี้ จตุพร และมิตรสหาย เตรียมการชุมนุมขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ โดยวางแผนปักหลักพักค้างหน้าทำเนียบรัฐบาล    

เป็นเรื่องที่น่าแปลก จตุพรกำลังเปิดศึกไล่บิ๊กตู่ แต่กลับทุบกระบอกเสียงตัวเอง น่าจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้แน่นอน

อบต.พอเพียง ‘ไฟสุ่มไก่’ โมเดล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470321

อบต.พอเพียง ‘ไฟสุ่มไก่’ โมเดล

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล13 มิถุนายน 2564 – 15:46 น.

เสาไฟกินรี มโนราห์ สุพรรณหงส์..หลบไป เมื่อเจอ “ไฟสุ่มไก่” ของนายกฯ อุ๊ 

++

อื้อฉาวไปทั้งแผ่นดิน กรณีสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับข้อพิรุธโครงการจัดซื้อเสาไฟประติมากรรมกินรี ของ อบต.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ หลังจากนั้น ในโซเชียลก็มีการนำภาพเสาไฟประติมากรรมรูปปลาบึก สุพรรณหงส์ มโนราห์ ฯลฯ ออกมาเผยแพร่ เหมือนจะชี้ช่องให้มีการไปตรวจสอบโครงการดังกล่าว

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2564 วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ได้โพสต์เฟซบุ๊คบอกเล่าเรื่องการติดตั้งไฟส่องสว่างภายในหมู่บ้าน  

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

เห็นเขาติดไฟกันต้นละเก้าหมื่นต้นละแสน เรือบินบ้าง กินรีบ้าง ปลาช่อน ปลาบึก โนราห์ สุพรรณหงส์บ้าง ก็ได้แต่อิจฉาเขาครับ เรามัน อบต.เล็กๆบ้านนอก ลำบากยากจน ก็อาศัยติดไฟสุ่มไก่ไม้ไผ่สาน ราคาร้อยกว่าบาท บางทีก็กรงนกบ้าง เสาก็ไม่เปลืองมาก บากหน้าไปขออาศัยชายคาชาวบ้านติดเอา บางทีก็ใช้ไม้ไผ่ ลำละไม่กี่สิบบาท ต้นไม้ข้างทางบ้าง ส่องสว่างทางเดินตรอกซอกซอย ถนนหนทาง พอได้แสงสว่างเห็นทางเดิน

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ “อุ๊ กรุงสยาม” นายก อบต.บ้านใหม่ ตัดพ้อเล็กๆ ตามประสา อบต.ที่มีรายได้ 20 ล้านบาท จึงต้องจัดหาไฟส่องสว่างให้ชาวบ้าน ด้วย “ไฟสุ่มไก่” แขวนตามชายคาบ้าน 

ไฟสุ่มไก่ ชาวบ้านลุงๆป้าๆ ที่ทำเครื่องจักสานไม้ไผ่ขาย ก็ได้เงินสู่ชุมชนท้องถิ่น พอซื้อข้าวกรอกหม้อกันได้บ้าง ใช้นานอยู่ เป็นเปลือกผิวไผ่ อยู่ได้หลายปี คุ้มค่า  กลางค่ำกลางคืน ลองแวะมาเที่ยวชมตำบลบ้านใหม่มหาราชสิครับ รับรองว่า ถ่ายรูปสวย สว่างทั้งตำบล ยังกับมีงานวัด”

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

ในหน้าเฟซบุ๊คของ “นายกฯ อุ๊” ได้โพสต์ภาพไฟสุ่มไก่ ไฟส่องสว่างราคาถูก และไฟประดับต้นไม้ด้านหน้าที่ทำการ อบต. 

ส่องเข้าไปแฟนเพจเฟซบุ๊ค อบต.บ้านใหม่ ก็จะพบว่า “นายกฯ อุ๊” ได้ติดตั้งไฟส่องสว่างทุกพื้นที่ ทุกตรอกซอกซอย ครบทั้งตำบล เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย.2564

“..สว่างไสว เป็นที่ชื่นชอบชื่นชมของชาวบ้าน คุณยายอายุ 78 ปีบอก เกิดมาไม่คิดว่าจะได้เจอแบบนี้ สว่างไสวและเจริญมาก”

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

วันที่ 28 เม.ย.2564 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ อบต.บ้านใหม่ ยังแจ้งข่าวว่า “อบต บ้านใหม่ดำเนินการ ตัดต้นไม้กิ่งไม้ที่พาดสายไฟและรกในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ พร้อมทั้งติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติมทั่วทั้งพื้นที่ให้สว่างไสวในยามค่ำคืน คือสว่างด้วยและสวยงามด้วย เพื่อให้กิจกรรมยามค่ำเพิ่มเติมในพื้นที่ โดยเฉพาะการค้าขายในตอนเย็นและค่ำ บริเวณหน้า อบต. ถนนเส้นวัดธรรมรส นอกจากนี้อนาคตจะมีการเปิดเป็นตลาดอย่างเป็นทางการให้ชาวบ้านมาค้าขายทำมาหากินกัน”

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

++
นายกฯอุ๊ คือใคร?
++

ชื่อ วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ “อุ๊ กรุงสยาม” นั้น เชื่อว่า คนรู้จักทั้งประเทศ เพราะเขาเป็นเซียนพระ ,นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพ พระเครื่อง , บ.ก.หนังสือเพรสทีจ กรุงสยาม ตลาดพระดอทคอม และเว็บไซต์ตลาดพระเครื่อง 

นายกฯ อุ๊ ไม่ใช่คนกรุงเก่าโดยกำเนิด เขาเป็นคนแปดริ้ว แต่มาทำธุรกิจในอยุธยา จึงรู้จักผู้คนมากมาย และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.บ้านใหม่ ชาวบ้านก็พร้อมใจกันเลือกเขา

สำหรับคำขวัญ อบต.บ้านใหม่ คือ “บ้านเกิด สรพงษ์ ชาตรี ละมุด 100 ปี บ้านใหม่ พระใหญ่หลวงปู่ทวด

อบต.พอเพียง 'ไฟสุ่มไก่' โมเดล

                                 อุ๊ กรุงสยาม นายก อบต.บ้านใหม่

ศึกขอนแก่น เพื่อไทยชน ‘เอกราช’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470288

ศึกขอนแก่น เพื่อไทยชน ‘เอกราช’ 

ศึกขอนแก่น เพื่อไทยชน 'เอกราช' 13 มิถุนายน 2564 – 12:50 น.

สะเทือนอีสาน ‘พลังประชารัฐ’ เคลื่อนทัพบุกขอนแก่น ‘เพื่อไทย’ อยู่นิ่งไม่ได้

++

ทัพใหญ่พลังประชารัฐ เตรียมยกพลไปประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 18 มิ.ย.2564 ถือว่าเป็นอีเวนท์การเมืองที่ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด 

การเลือกขอนแก่น เป็นสถานที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐนั้น นอกเหนือจากขอนแก่นไม่ใช่พื้นที่สีแดง มีการระบาดของโควิดน้อย ก็ยังเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ของพลังประชารัฐ ที่ต้องเปิดเกมรุกช่วงชิงฐานเสียงภาคอีสานจากพรรคเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2564  อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย จึงแถลงข่าวกรณีพรรคพลังประชารัฐ จะจัดประชุมสามัญประจำปี จ.ขอนแก่น โดยตั้งข้อสังเกตว่า กทม. และหลายจังหวัดยังเป็นพื้นที่สีแดง แม้ ส.ส.จะฉีดวัคซีนกันแล้ว แต่การนำคนจากพื้นที่สีแดงไปพื้นที่ที่มีการระบาดน้อยจะเพิ่มอัตราความเสี่ยงการแพร่ระบาดไปยังประชาชนในพื้นที่ จ.ขอนแก่นหรือไม่?

พูดง่ายๆ พรรคเพื่อไทยกังวลว่า การประชุมใหญ่ของพลังประชารัฐ อาจจะเป็นการระบาดคลัสเตอร์ใหม่ 

“การที่พรรคพลังประชารัฐจะจัดประชุมพรรคเป็นสิทธิที่ทำได้ หากได้รับการอนุญาต แต่ขอให้พึงระวังในระดับขั้นที่สูงสุด ไม่ใช่มุ่งหวังเพียงแต่ผลทางการเมือง” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว 

เรื่องนี้เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” ต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่าคิดอ่านอะไรกันอยู่ เพียงเห็นชื่อ เอกราช ช่างเหลา แม่งานใหญ่ ก็มองทะลุ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ผู้กำลังแต่งเนื้อแต่งตัวจะเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คนใหม่

ศึกขอนแก่น เพื่อไทยชน 'เอกราช' 

                                 เอกราช คนสนิทของธรรมนัส

++
จงอางอีสาน
++

รู้กันทั้งอีสาน “เอกราช ช่างเหลา” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นคนสนิทของ “ผู้กองธรรมนัส” และวันนี้ เอกราชแผ่บารมีไปทั่วภาคอีสาน ยกเว้น จ.นครราชสีมา และ จ.ชัยภูมิ

ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ มอบหมายให้เอกราช ดูแลพื้นที่อีสานกลาง และอีสานเหนือบางจังหวัด ได้แก่ขอนแก่น, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม ,กาฬสินธุ์, อุดรธานี, หนองคาย และบึงกาฬ แต่เอกราช ก็ทุ่มเวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะเขต 2 ที่มีวัฒนา ช่างเหลา ลูกชายของเขา ลงสนาม

เอกราช ช่างเหลา” ชื่อนี้กระฉ่อนเมืองมาหลายกรณี สมัยที่เขาบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เอกราชมีฐานะการเงินเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้ทำโครงการบ้านจัดสรรชื่อหมู่บ้านเมืองเอก

เอกราชสร้างชื่อเสียงในด้านกีฬาฟุตบอล เหมือนเนวิน ชิดชอบ จึงซื้อทีม “ปากช่อง ยูไนเต็ด” จากกลุ่มการเมืองโคราช เปลี่ยนชื่อเป็น “ขอนแก่น ยูไนเต็ด” โดยตั้งฉายาทีมว่า “จงอางผยอง” โดยมอบให้ลูกชายสองคนคือ วัฒนา ช่างเหลา และพิทักษ์ชน ช่างเหลา บริหารทีมจงอางผยอง

วันนี้ ทีมขอนแก่นยูไนเต็ด ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในไทยลีก 1 นับว่าเป็นความสำเร็จของเสี่ยเอกราช และลูกชายทั้งสอง

ศึกขอนแก่น เพื่อไทยชน 'เอกราช' 

             ที่บ้านพักของเอกราช มีนักการเมืองอีสานแวะมาคุยด้วยประจำ

++
เขย่าแชมป์
++

ลำพังเอกราช ช่างเหลา คนเดียว แกนนำพรรคเพื่อไทยสายอีสาน ไม่ได้กังวลใจอะไร แต่พลังประชารัฐ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองหัวหน้าพรรค ที่ลงพื้นที่อีสานถี่มากในช่วง 2 ปีมานี้

ดังที่รู้กัน คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ได้จัดทัพรับเลือกตั้ง ส.ส. โดยแบ่ง 21 โซน 350 เขตเลือกตั้ง พร้อมกับตั้งประธานโซน คอนประสานงานระหว่าง ส.ส.ในพื้นที่ 

สำหรับโซนอีสานกลาง ประกอบด้วยขอนแก่น, ชัยภูมิ, กาฬสินธ์, ร้อยเอ็ด และ มหาสารคาม มี ศักดา คงเพชร อดีต รมช.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นประธาน ประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ และเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เป็นที่ปรึกษา มุกดา พงษ์สมบัติ เป็นเลขานุการ

เปรียบเทียบระหว่าง ศักดา คงเพชร กับเอกราช ช่างเหลา ต้องยอมรับว่า ศักดามีความเก๋า เพราะเป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด มา 7-8 สมัยแล้ว แต่หากวัดดีกรีที่ “รัฐ-ทุน” เอกราชย่อมเหนือกว่า 

ชั่วโมงนี้ มีแนวโน้มเพื่อไทย จะเสีย 2 ส.ส.ขอนแก่น ไปให้พรรคไทยสร้างชาติ มันเป็นปัญหาเครือญาติ แต่ดูเหมือนว่า ทีมเพื่อไทยขอนแก่น ได้จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ไว้แทนแล้ว

“สุชาติ-อนุทิน” ลับลวงพรางวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470235

“สุชาติ-อนุทิน”ลับลวงพรางวัคซีน

"สุชาติ-อนุทิน"ลับลวงพรางวัคซีน12 มิถุนายน 2564 – 19:38 น.

วัคซีนมีไม่พอ อลเวงทั้งประเทศ “สุชาติ” ปูพรม 45 ศูนย์ “อนุทิน” ปักหลักบางซื่อ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

อลวนอลเวงสำหรับการฉีดวัคซีนแห่งชาติ วานนี้ รมว.แรงงาน ประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตน ม.33 ออกไปถึงปลายเดือน มิ.ย.2564 แต่วันนี้(12 มิ.ย.64) กลับมาบอกว่า ไม่มีปัญหา วันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.นี้ เดินหน้าฉีดวัคซีนต่อไปได้เลย  ฝ่ายการเมืองพยายามอธิบายว่า เหตุที่เลื่อนตอนแรกนั้น ไม่ใช่ปัญหาวัคซีนขาดตอน หากแต่เป็นเรื่องการปรับปรุงสถานที่ให้บริการประชาชน ลองมาดูข้อมูลฝ่ายการหมอบ้างเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2564 ในแฟนเพจชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์หัวข้อ “ความจริงของสัปดาห์หน้า  แอสตร้าจะมาช้า ซิโนแวคมีไม่พอ” ชมรมแพทย์ชนบท ฉายภาพการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดว่า “Kick off วัคซีน ภาพรวมไปได้สวย  7 มิย. ฉีดได้ 416,847โดส, 8 มิย.ได้ 472,128โดส,  9 มิย.ได้ 336,674โดส , 10 มิย.ได้ 223,315โดส และ 11 มิย.ได้  308,012โดส ที่แผ่วลงไปไม่ใช่เพราะแรงตก แต่เพราะวัคซีนหมด”ดังนั้น สัปดาห์ที่ 14-20 มิ.ย.2564 หมอชนบทระบุว่า “…จะเป็นสัปดาห์แห่งความโกลาหลในการแก้ปัญหาหน้างานเช่นเดิม”
สาเหตุความโกลาหลคือ วัคซีนแอสตร้าเซเนกา 1.5 ล้านโดสที่รับปากว่าจะมาให้ทันฉีดในวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.นั้น ส่งมอบไม่ทัน กำหนดส่งเป็น 16-18 มิ.ย. ทาง ศบค.กำลังเจรจาขอให้ส่งเร็วขึ้นเป็น 15 หรือ 16 มิถุนา เร็วขึ้น 1 วันก็ยังดี”  จะว่าไปแล้ว แอสตร้า 1.5 ล้านโดสล็อตนี้ ต้องใช้สำหรับ 2 สัปดาห์ เพราะอีกล็อต 1.5 ล้านโดส กำหนดส่งมอบไกลไปถึงวันจันทร์ที่ 28 มิ.ย. กว่าจะมาก็สิ้นเดือน จึงกลายเป็น 2 สัปดาห์ที่ประชาชนคาดหวัง แต่มีวัคซีนให้ฉีดไม่พอมือ 

วัคซีน พปชร.
    ตามแผนเดิม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้จัดสรรวัคซีนตามแนวทางให้บริการวัคซีนโควิด-19 แบบปูพรมทั่วประเทศ โดยให้ประชาชนลงทะเบียนวัคซีนผ่านระบบ “หมอพร้อม” ต่อมา ศบค. มีมติสั่งชะลอการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดผ่าน “หมอพร้อม” เพื่อเปิดทางให้มีแพล็ตฟอร์มอื่นๆ มารองรับ
    วันที่ 18 พ.ค.2564 ครม.ประยุทธ์ เห็นชอบเรื่องแผนการกระจายวัคซีนใน 3 ช่องทางคือ ผ่านระบบหมอพร้อม ,การลงทะเบียนที่จุดบริการฉีดวัคซีน หรือ Onsite Registration และจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ คือประชาชนกลุ่มเฉพาะเสี่ยง กลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ
    สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน จึงเสนอแผนบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่เร่งกระจายวัคซีนป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ 

"สุชาติ-อนุทิน"ลับลวงพรางวัคซีน

สุชาติ ชมกลิ่น เยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนผู้ประกันตน

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงอนุมัติให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม บูรณาการร่วมกับมหาดไทย กรุงเทพมหานคร สาธารณสุขโดย สปสช. และสถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม บริการฉีดวัคซีนโควิดแก่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.2564
    เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดระบบลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯปลอดภัย” ฉีดวัคซีนโควิดนอกโรงพยาบาล
    วันที่ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน สั่งเลื่อนการฉีดวัคซีนผู้ประกันตน ม.33 ออกไป อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์สื่อว่า หน่วยงานใดมีปัญหา ก็แก้ไขกันเอง วัคซีนไม่ขาดแคลน สาธารณสุขมีหน้าที่สนองให้เต็มที่อยู่แล้ว
    ฟังน้ำเสียงดูแปร่งๆ แต่ชั่วข้ามคืน สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ก็ยืนยันว่า วันที่ 14 มิ.ย.นี้ จะดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดต่อ ไม่มีปัญหา 
    “ผมกับท่านรองนายกฯ อนุทิน ทำงานกันอย่างใกล้ชิดและปรึกษาหารือกันมาโดยตลอด”

วัคซีนภูมิใจไทย
    ถ้าจำกันได้ ตอนที่ ศบค. มีมติสั่งชะลอการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดผ่าน “หมอพร้อม” เพื่อเปิดทางให้มีแพล็ตฟอร์มอื่นๆ มารองรับแทน ปรากฏว่า มีถ้อยวลี “วัคซีนการเมือง” หรือ “การเมืองวัคซีน” หลุดออกมาจากปากนักการเมือง 2 พรรคคือ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ 
    ที่สำคัญ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เตรียมความพร้อมเปิดสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนวอล์กอิน ที่ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข แต่แล้ว ศบค.ก็เบรกแผนวอล์กอิน 
    ถัดมา อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้จับมือศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ปรับแผนศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ จากวอล์กอิน เป็นฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรในสังกัดคมนาคม รวมทั้งกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะทั่วประเทศ ซึ่งมีประมาณ 350,000 คน

"สุชาติ-อนุทิน"ลับลวงพรางวัคซีน

อนุทิน-ศักดิ์สยาม ปักหลักที่สถานีกลางบางซื่อ

    ด้วยเหตุนี้ จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูว่า ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เป็นงานอีเวนท์ของภูมิใจไทย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตน ม.33 จำนวน 45 ศูนย์ทั่วกรุงเทพฯ เป็นของพลังประชารัฐ

ลองของ ‘ตู่-นกเขา’ ชุมนุมทิพย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470202

ลองของ’ตู่-นกเขา’ ชุมนุมทิพย์

 ลองของ'ตู่-นกเขา' ชุมนุมทิพย์12 มิถุนายน 2564 – 15:22 น.

ดีเดย์ไล่ประยุทธ์ “ตู่” แยกเวที “ทนายนกเขา” หน้าทำเนียบรัฐบาล คนเสื้อแดงเมิน คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

แม้ในโซเชียลจะมีการติดแฮชแท็ก #ไล่ประยุทธ์ แต่สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ของ นพดล กรรณิกา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2564 ได้สอบประชาชนว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาอันดับหนึ่ง ร้อยละ 30.8 ทิ้งห่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ตามมา ร้อยละ 14.9
    ถ้าไปฟัง “ตู่โพล” หรือ “นกเขาโพล” คงได้ผลการสำรวจที่ตรงข้ามกับซูเปอร์โพล ฉะนั้น แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน และกลุ่มประชาชนคนไทย จึงได้นัดชุมนุมใหญ่ “ไล่ประยุทธ์” หน้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 24 มิ.ย.2564 ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 

 ลองของ'ตู่-นกเขา' ชุมนุมทิพย์

เอาแน่ 24 มิ.ย.64 ไล่ประยุทธ์ 

    “ตู่” จตุพร พรหมพันธ์ และ “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ บอกว่า ทั้ง 2 กลุ่มจะชุมนุมคนละเวที แต่มีข้อเรียกร้องเดียวกันคือ ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 
    จริงๆแล้ว ทั้งกลุ่มจตุพร และกลุ่มทนายนกเขา มีตัวละครหลังม่านเป็นกลุ่มเดียวกันคือ กลุ่มเพื่อนอานันท์ และ ครป. ไม่ว่าจะเป็นปรีดา เตียสุวรรณ์ และพิภพ ธงไชย พวกเขาแยกกันเดิน แต่ก็วาดหวังสิ่งเดียวกัน มีนายกรัฐมนตรีคนนอก และมีรัฐบาลเฉพาะกาล
    เปรียบเทียบสองกลุ่มนี้ ไม่ต่างจากวงดนตรีลูกทุ่งซอยบุปผาสวรรค์ในอดีต มีเป็นร้อยคณะ แต่นักร้อง นักดนตรี หางเครื่อง มีอยู่กลุ่มเดียว เปลี่ยนแค่ป้ายชื่อคณะเท่านั้น  

คนกันเอง
    2-3 เดือนมานี้ “กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” ได้เป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น แต่ก็มีปฏิกิริยาโต้กลับมาแรงเหมือนกัน ทั้งจากฝ่ายเสื้อแดง เสื้อเหลือง และม็อบสามนิ้ว
    ขานชื่ออีกครั้ง แกนนำไทยไม่ทน ประกอบด้วยอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35, จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน, ไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ และ เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
    นอกจากนี้ ก็มีแนวร่วมคนรุ่นใหม่อย่าง ธิษะณา ชุณหะวัณ  กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า,จอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ องค์กรปราบปรามโกงชาติ และกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา
    สำหรับกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) ที่มี นิติธร ล้ำเหลือ,ปรีดา เตียสุวรรณ์, และ พิชิต ไชยมงคล เป็นแกนนำ ยังไม่ได้จัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองเหมือนกลุ่มไทยไม่ทน แต่ทนายนกเขาก็มั่นใจว่า วันที่ 24 มิ.ย.2564 จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมแน่นอน
    กลุ่มจตุพร น่าจะมีพลังมากกว่ากลุ่มทนายนกเขา เนื่องจากได้ซ้อมชุมนุมใหญ่มาตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.นี้ และระหว่างโควิดระบาดหนัก ก็ได้จัดกิจกรรมเสวนาและปราศรัยออนไลน์ ทางช่องพีซทีวีทุกวัน

คนละทาง
    ด้านกลุ่ม นปช.สายยูดีดีนิวส์ นำโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ,ธิดา ถาวรเศรษฐ์ และเหวง โตจิราการ ยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับม็อบราษฎร และม็อบสามนิ้ว
    “อรุณรุ่งของการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้ว เยาวชนคนรุ่นใหม่ ทำให้เพดานแห่งความกลัวแตก จนท้องฟ้าสว่างไสว แม้ว่าเด็กๆ จะต้องพบกับอันตรายถึงชีวิต ยังเดินหน้าเปิดฟ้าใหม่ ปลุกคนไทยตื่นขึ้นมา” แกนนำ นปช.สายแยกแคราย เชื่อเช่นนั้น
    ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2564 คนเสื้อแดงได้รวมตัวกันนับพันคน ที่งานฌาปนกิจศพ จิตรา เพ่งพินิจ (ต้อย บางพลัด) ที่วัดเพลง จรัญสนิทวงศ์ 75 เสียงเพลง “สหาย” และ “แสงดาวแห่งศรัทธา” ดังกระหึ่มวัด
    ครบรอบ 89 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง กลุ่มคนเสื้อแดงก้าวหน้า ได้นัดหมายจัดกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และคาดว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ก็น่าจะจัดกิจกรรมรำลึกในหลายรูปแบบ
    แกนนำ นปช.สายรามอินทรา พยายามเชิญชวนเสื้อแดงให้มาหลอมรวมกับเสื้อเหลือง ขับไล่ประยุทธ์ ให้พ้นจากตำแหน่งเป็นเบื้องต้น แต่สดับเสียงจากคนเสื้อแดงทุกกลุ่ม ดูเหมือนจะไม่มีใครตอบรับมากนัก

งบประมาณกองทัพ ความมั่นคงของใคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470139

งบประมาณกองทัพ ความมั่นคงของใคร

งบประมาณกองทัพ ความมั่นคงของใคร12 มิถุนายน 2564 – 01:27 น.

ในการอภิปรายงบฯปี 65ในสภาผู้แทนฯ งบฯกลาโหมถูกโจมตีมากที่สุด โดยนำไปเปรียบเทียบกับงบสาธารณสุขในยามที่บ้านเมืองกำลังเผชิญกับโควิด แล้วในความจริงเป็นอย่างไร..ที่นี่มีคำตอบ

รายการ “คมชัดลึก” วันที่ 11 มิ.ย.2564 หัวข้อ “ งบประมาณกองทัพ ความมั่นคงของใคร ” โดยมีผู้ร่วมรายการ คือ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ และ พล.อ. สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา( ส.ว.) ดำเนินรายการโดย นารากร ตินายน โดยมีการพูดถึงงบประมาณของกระทรวงกลาโหม จำนวน 2 แสน 3 พันล้านบาท หลังจากมีการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งงบประมาณกระทรวงกลาโหมถูกพูดถึงมากที่สุดและมีการนำไปเปรียบเทียบกับงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข

งบประมาณกองทัพ ความมั่นคงของใคร
งบประมาณกองทัพ ความมั่นคงของใคร

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในส่วนของผมจะตัดงบฯของหน่วยงานไหน ต้องฟังเหตุผลความจำเป็น เราต้องยอมรับว่าวันนี้บ้านเมืองเราประสบปัญหาหลายอย่าง กรรมาธิการไม่มีฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต้องเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

พล.อ. สมเจตน์ กล่าวถึงงบประมาณของกระทรวงกลาโหมที่มีคนพูดถึงว่าสูงมากถึง 2 แสน 3 พันล้านบาท สูงเป็นอันดับสี่เมื่อเทียบกับทุกกระทรวง และสูงกว่ากระทรวงสาธารณสุข ว่า เป็นการเปรียบเทียบเฉพาะปี ต้องไปดูงบกระทรวงสาธารณสุขว่า ปีที่ผ่านมาได้รับเท่าไหร่และปีนี้ได้รับเท่าไหร่ งบประมาณกระทรวงกลาโหมปีนี้ได้รับเทียบเท่างบปี 2560 ย้อนหลังไป 4-5 ปี ถ้าเทียบกับจีดีพี เท่ากับปี 2549 เพราะฉะนั้นจึงบอกไม่ได้ว่างบหน่วยงานไหนมากกว่าหน่วยงานไหน

ส่วนที่ฝ่ายค้านชี้ว่างบฯกระทรวงกลาโหมลดลง 5.24 % แต่งงบสาธารณสุขลดลงมากกว่า พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า ก็ต้องไปดูว่าการจัดสรรงบของรัฐบบาล เอางบฯสาธารณสุขไปซ่อนไว้ที่ไหน อาจไปอยูในงบกลาง ซึ่งการบริหารของนายกฯใช้ ศบค. ในการบริหาร “โควิด” จึงต้องไปดูในงบกลางว่ามีงบที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน“ โควิด” และเศรษฐกิจเท่าไหร่  และมีการเสนอ พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อมาปะผุ เสริมในเรื่องปัญหาโควิด ต้องดูภาพรวมในลักษณะนี้

งบประมาณกองทัพ ความมั่นคงของใคร

“จะไม่มองว่าเป็นทหาร เป็นพลเรือน ต้องยอมรับว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และทางทหาร รวมทั้งการเมือง มีความสำคัญเท่ากัน ต้องอยู่ในภาวะสมดุลย์ และต้องพิจารณาถึงความลำบากของประชาชนในขณะนี้ด้วย ซึ่งเป็นวาระพิเศษในการพิจารณา”

“จะไม่มองว่าเป็นทหาร เป็นพลเรือน ต้องยอมรับว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และทางทหาร รวมทั้งการเมือง มีความสำคัญเท่ากัน ต้องอยู่ในภาวะสมดุลย์ และต้องพิจารณาถึงความลำบากของประชาชนในขณะนี้ด้วย ซึ่งเป็นวาระพิเศษในการพิจารณา”

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า ต้องไปดูงบเงินกู้ที่รัฐบาลได้มา 1 ล้านล้านบาทปีที่แล้ว และปีนี้ 5 แสนล้านบาท ทั้งหมดนำมาใช้กับการแก้ปัญหาโควิด การส่งเสริมเศรษฐกิจ ไม่ได้นำมาใช้เป็นงบทหาร จะเห็นได้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขโควิดและเศรษฐกิจอย่างยิ่ง

พิธีกรถามถึงงบกลาโหม 2 แสน 3 พันล้านบาท เมื่อดูในรายละเอียดเกี่ยวกับบุคลากรถึง 74% มีการตั้งข้อสงสัยว่า กองทัพมีจำนวนคนเยอะเกินไปหรือไม่ และยังมีงบจัดซื้ออาวุธซึ่งเป็นงบผูกพัน มีงบสร้างบ้านพัก งบฯกองทัพลดไม่ได้หรือ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า ผมว่าข้อมูลดังกล่าวไม่น่าถูกต้อง อดีตตนเป็น ผ.อ.งบประมาณกลาโหม ถ้ากองทัพใช้งบไปในเรื่องรายจ่ายประจำมากเกินไปถึง70 %อยู่ไม่ได้ผมเคยตรวจสอบพบว่ารายจ่ายประจำเพียง 58%และ 42%ใช้กับการลงทุนและค่าใช้จ่ายทั่วไปไม่ได้ใช้กำลังพลมากมายขนาดนั้น

พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า ที่ฝ่ายค้านบอกว่างบบุคลากรสูงถึง 74 % ดูจากข้อสรุปสมุดงบประมาณว่ารายจ่ายประจำ คือ 74% ในรายจ่ายประจำยังจ่ายให้กับสวัสดิการประชาชนผู้สูงอายุในส่วนที่เกี่ยวกับบุคลากร 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ หรือในอดีตกระทรวงการคลังให้เงินกับผู้ปฏิบัติงานภาคใต้ได้รับเงินเพิ่ม จึงต้องมาพิจารณากันอีกครั้งในเพราะข้าราชการอื่นไม่ได้ 5 หมื่นกว่าคนส่วนมากเป็นของกองทัพบก ไม่ใช่ความผิดของกองทัพแต่เป็นการจัดในรูปปกติ ถ้าอัตราเยอะไปก็ต้องมาคุยกันว่า ลักษณะรายจ่ายอย่างนี้ปรับปรุงได้หรือไม่ เราเห็นใจบุคลากรที่เสียสละให้งบของกองทัพ งบความมั่นคงจะไปอยู่ในรายจ่ายอื่นเช่นงบลับ งบข่าว ส่วนของกลาโหมและหน่วยทหารมีเยอะ ก็ต้องมาคุยกัน

พิธีการถามว่ามีการตีแผ่ว่างบลับมีกว่า 500 ล้านบาท พล.อ.สมเจตน์ กล่าาว่า เรื่องงบลับมีไว้เพื่อภารกิจป้องกันประเทศ ภารกิจเรื่องยาเสพติด ภารกิจการข่าว ทุกหน่วยงานที่มีงบลับอยู่ต้องตั้งคณะกรรมการ 4 คน อนุมัติโครงการ ตรวจสอบการใช้เงิน สตง.สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ งบลับที่ตนทราบตอนนี้ได้รับ470 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2549 ก็ได้รับเท่านี้ ไม่เคยได้รับเพิ่มอีกเลยทั้งที่มีภารกิจสำคัญเพราะฉะนั้นการได้งบลับเพิ่มยากมาก การได้ข่าวต้องได้ข่าวในลักษณะปกปิด และการปกปิดที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของกำลังพล งบลับนำไปใช้กับความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน วิธีคิดของทหารในการทำสงครามที่ดีที่สุดคือการชนะสงครามโดยไม่ทำสงครามหากเกิดสงครามใช้งบร้อยล้าน พันล้าน การใช้งบของกองทัพในวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาทเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งได้พูดคุยกันจะจัดการปัญหาได้ทั้งหมด 

ส่วนการจัดซื้ออาวุธนั้นในกองทัพมีแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนากองทัพซึ่งการพัฒนากองทัพต้องมองไปที่ภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นการเตรียมกำลังของกองทัพนั้นไม่ใช่ว่าเตรียมพรุ่งนี้แล้วจะได้ทันทีจะต้องใช้เวลาในการเตรียมเพื่อต่อกรได้ซึ่งแผนพัฒนากองทัพมียุทธศา์สตร์มาก่อนปี 63 ซึ่งเกิดโควิดการสั่งซื้ออาวุธต้องใช้เวลาไม่มีประเทศไหนผลิตอาวุธไว้ก่อนพร้อมขายจะต้องไปสั่งซื้ออย่างรถถัง เรือดำน้ำ เราต้องใช้งบผูกพันสั่งซื้อ

พิธีกรถามว่าทำไมกองทัพต้องซื้ออาวุธทุกปีและเป็นงบผูกพันหยุดซื้ออาวุธสักปี 2 ปีได้หรือไม่ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่าที่งบฯกองทัพถูกพูดถึงมากเพราะนายกฯเป็นทหาร การที่จะทำลายความชอบธรรมของนายกฯได้ดีที่สุด ต้องไปทำลายต้นกำเนิดของนายกฯการทำลายกองทัพก็เพื่อกระทบไปถึงนายกฯเพื่อให้มีความรู้สึกว่านายกฯนั้น มาเอาใจกองทัพมากกว่าสถานการณ์โควิดซึ่งไม่เป็นธรรมเพราะไม่ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จะอยู่ในตำแหน่งนายกฯหรือไม่ ประเทศไทยก็ไปได้เพราะมีนายกฯคนใหม่ขึ้นมาแต่กองทัพถ้าถูกทำลายลงแล้ว ประเทศชาติอยู่ยาก

พิธีกรถาม พ.ต.อ.ทวี ว่ามีความจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์ล่วงหน้า จำเป็นต้องมีงบประมาณเตรียมไว้และเป็นงบผูกพันเพราะไม่ได้จ่ายครั้งเดียวทยอยจ่าย พ.ต.อ .ทวี กล่าวว่า มีงบของกลาโหมประมาณ 2 พันล้านบาทที่ใช้ไม่ทันแล้วนำมาคืน แล้วไม่มีการตั้งของบใหม่ ฝ่ายค้านจึงสงสัยว่ามีความจำเป็นจริงหรือไม่ งบซื้ออาวุธนั้นๆและเป็นงบผูกพันข้ามปีกว่า30% มีจำนวนถึง 1 ล้านล้านบาทซึ่งต้องจ่ายอย่างเดียวเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ดังนั้นปีนี้จะขอว่าถ้าตั้งงบปี 65 ก็ให้ซื้ออาวุธปี 65 เพราะถ้าเป็นงบผูกพันจะทบทวนได้หรือไม่เพราะปีนี้ประชาชนกำลังอดอยาก ประชาชนกำลังเผชิญกับความหิวโหย คนตายวันละ 20-30คนดังนั้นต้องทำทุกวิถีทางดังนั้นงบกองทัพต้องมาชี้แจงอะไรที่มีความจำเป็นน้อยขอไว้ก่อนได้หรือไม่ช่วยกันทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นก่อน

พิธีกรถามว่า ความมั่นคงในมุมมองของกองทัพคือการมีอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ป้องกันประเทศแต่ในมุมมองของประชาชนความมั่นคงคือเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง เรื่องสุขภาพมากกว่าเป็นมุมมองที่แตกต่างหรือไม่ พล.อ. สมเจตน์ กล่าวว่า เป็นมุมมองที่แตกต่างกัน ใครทำหน้าที่อะไร ทุกคนก็ต้องการทำหน้าที่ในภารกิจที่ตนเองรับผิดชอบให้ดีที่สุด กองทัพมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศ กองทัพต้องพยายามเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพให้สูงขึ้น มีแนวคิดยุทธศาสตร์ในการนำเสนอ รัฐบาลต่างหากที่จะมองภาพรวม กองทัพคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนอยู่เสมอ เช่น เรือดำน้ำซึ่งมีการเซ็นสัญญาก่อนเกิดโควิด กองทัพก็ถอยเรื่องเรือดำน้ำ    

รู้จัก “โกมล” เบื้องลึกยูโร 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470108

รู้จัก “โกมล” เบื้องลึกยูโร 2020

รู้จัก "โกมล" เบื้องลึกยูโร 202011 มิถุนายน 2564 – 18:50 น.

โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นใคร? จึงควักเงิน 280 ล้าน ซื้อลิขสิทธิ์บอลยูโร ให้คนไทยดูฟรีๆ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

นาทีนี้ เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศอยากรู้จัก “โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้จ่ายเงิน 280 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลยูโร 2020 ยกให้ช่อง NBT ถ่ายทอดสด ตามแคมเปญ “คืนความสุขให้คนไทยดูโร” นักข่าวสายกีฬาคงงงๆ ว่า ทำไมต้องไปแถลงข่าวถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 ที่สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่เมื่อไปฟังการแถลงจบ ก็ถึงบางอ้อ
    เนื่องจาก โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ควักเงินซื้อลิขสิทธิ์บอลยูโร แบบไม่หวังทำธุรกิจใดๆ นั้น เป็นประธานบริษัท ไพน์เฮิร์สท กอล์ฟคลับ จำกัด และประธานกรรมการ บริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้ายี่ห้อ แอโร่ซอฟ 
    หากไปคลี่สาแหรก “จึงรุ่งเรืองกิจ” หรือคนแซ่จึง  โหลยช้วง แซ่จึง กับบ่วยเชียง แซ่โป่ว มีบุตร 5 คน คือ สรรเสริญ จุฬางกูร, พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ, โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ,สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจและ อริสดา จึงรุ่งเรืองกิจ
    ดังนั้น โกมล จึงเป็นพี่ชายของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม และมีศักดิ์เป็นอาของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 
    ว่ากันว่า “โกมล” เป็นคนที่เข้าถึงได้ยากสุดคนหนึ่ง แต่วงการสื่อหุ้นจะยกให้เขาเป็นบุคคลที่ “Low Profile” แต่ “High Profit”  เป็นคนทำธุรกิจแบบเรียบง่าย ไม่ชอบเปิดตัว
    โกมลเป็นเจ้าของธุรกิจรองเท้า “แอร์โรซอฟท์” ที่ผลิตเดือนละ 2 ล้านคู่ ส่งออกไปขายต่างประเทศเป็นหลักที่ 70% โดยมีตลาดหลักอยู่ที่ตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เขามีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นเจ้าของอพาร์ตเม้นต์ให้เช่าหลายหมื่นยูนิต ย่านรังสิต เป็นเจ้าของรับเหมาก่อสร้าง ไปจนถึงโรงงานผลิตเคมีสำหรับงานเคลือบหลังคากระเบื้อง

รู้จัก "โกมล" เบื้องลึกยูโร 2020

โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ 

สนามกอล์ฟการเมือง

    กว่า 20 ปีที่แล้ว สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นของนักการเมืองกลุ่มหนึ่ง มีรัฐมนตรี และ ส.ส.สมัยโน้น มาออกรอบตีกอล์ฟเป็นประจำ
    ปี 2534 บริษัท ซัมมิทโอโตซีท อินดัสตรี จำกัด เข้ามาขอซื้อกิจการสนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื่องจากสรรเสริญ จุฬางกูร ชอบเล่นกอล์ฟมาก อยากจะมีสนามกอล์ฟส่วนตัวสักแห่ง โดยมอบให้ โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นคนดูแล
    ปัจจุบัน โกมลมอบให้ลูกชายคนโต “โฟม” พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นั่งประธานสนามกอล์ฟไพน์เฮิร์สท กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ

รู้จัก "โกมล" เบื้องลึกยูโร 2020

พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ

บินเดี่ยว “บิลลี่” ฤาทิ้งรังก้าวไกล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470064

บินเดี่ยว “บิลลี่” ฤาทิ้งรังก้าวไกล

บินเดี่ยว "บิลลี่" ฤาทิ้งรังก้าวไกล11 มิถุนายน 2564 – 14:34 น.

แพ้เปลือกส้ม “ส.ส.บิลลี่” บินหนี “พิธา” เปิดตัว ส.ก.ไม่สนเจ้าของพื้นที่

++
ชัดแล้วชัดอีก 4 ส.ส.เจ้าเก่า ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี ,คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,เอกภพ เพียรพิเศษ และพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย โหวตเห็นด้วย พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน สวนมติพรรคก้าวไกล แถมระหว่างการอภิปรายก็นั่งอยู่ฝั่งพรรคภูมิใจไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เปิดปูม “9 ก้าวไกล” ไม่แก้ ม.112

บินเดี่ยว "บิลลี่" ฤาทิ้งรังก้าวไกล

ส.ส.บิลลี่ ไปไหนมาไหน ไม่มีสีส้ม

อีกรายที่ไม่ปรากฏตัวในสภาฯ คือ จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. ซึ่งไม่แสดงตัวว่าจะย้ายพรรค แต่คนแถวเขตทวีวัฒนา และตลิ่งชัน ก็แอบเห็น ส.ส.จิรวัฒน์ หรือ “ทนายบิลลี่” ไม่ติดโลโก้พรรคก้าวไกลมานานหลายเดือนแล้ว    

ถ้ายังจำกันได้ ตอนที่พรรคก้าวไกล เสนอแก้ไข ม.112  และให้ ส.ส.ลงชื่อรับรอง ปรากฏว่า มี ส.ส. 9 คน ไม่ยอมลงชื่อด้วย หนึ่งในนั้นคือ จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม.    

“ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 แต่มันยังมีมิติบางมุมในทางเนื้อหาและวิธีการแก้ไขซึ่งอาจจะเห็นต่างจากพรรค” ส.ส.บิลลี่ชี้แจง พร้อมบอกเรื่องนี้ สังคมยังแบ่งข้าง มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย “ในความเห็นของผมของนักการเมือง คือเราต้องหาความประนีประนอมของทั้งสองฝ่าย ในกรณีที่มีความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง”    

มีอาชีพทนายความ จึงมีเรียกตัวเองว่า “ทนายบิลลี่” และเป็นพิธีกรร่วมรายการกฎหมายหน้าหนึ่ง ทีวีรัฐสภา    

“ทนายบิลลี่” จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. เขต 27 (ตลิ่งชัน,ทวีวัฒนา และหนองค้างพลู) เป็นบุตร ดร.พรชัย อรัณยกานนท์ ผู้ก่อตั้งและเป็นอธิการบดีคนแรกวิทยาลัยทองสุข กับ สุนีย์ อรัณยกานนท์     

พิธา เปิดตัวผู้สมัคร ส.ก. ไม่สน ส.ส.บิลลี่

ทนายบิลลี่ลงสนามการเมืองระดับชาติครั้งแรก สังกัดอนาคตใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 27 ตอนนั้น ไม่มีใครคิดหรอกว่า เขาจะล้มแชมป์เก่า เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อย่างเหลือเชื่อ 

บินเดี่ยว "บิลลี่" ฤาทิ้งรังก้าวไกล

++
เปลือกส้มมาแล้ว
++
นับแต่มีปัญหาขัดแย้งกับพรรคก้าวไกล ในเชิงอุดมการณ์ “ส.ส.บิลลี่” เหมือนบินเดี่ยวไปไหนมาไหน ไม่มี “สีส้ม” ติดตัว หากไปส่องเฟซบุ๊กทนายบิลลี่-จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ก็ยังลงพื้นที่พบปะชาวบ้านอย่างสม่ำเสมอ 

งูเห่ายั้วเยี้ย เลื้อยหนี “พี่โทนี่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/470041

งูเห่ายั้วเยี้ย เลื้อยหนี “พี่โทนี่”

งูเห่ายั้วเยี้ย เลื้อยหนี "พี่โทนี่"11 มิถุนายน 2564 – 11:46 น.

ใกล้ฤดูเลือกตั้ง งูเห่าหารังใหม่ สิ้นมนต์แล้วหรือ “พี่โทนี่” คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กลายเป็นเรื่องปกติของสภาฯ ชุดนี้ ยามที่มีร่างกฎหมายสำคัญๆ ของรัฐบาลเข้าสู่สภาฯ ถึงตอนโหวตลงมติ ก็จะพบว่า จำนวนเสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน ขาดหายไปทุกครั้ง 

ล่าสุด ผลการลงมติ ที่สภาผู้เเทนราษฎรได้อนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ไปด้วยคะเเนน เห็นด้วย 270 ราย ไม่เห็นด้วย 196 ราย งดออกเสียง 1 ราย ไม่ลงคะแนนเสียง 2 จากจำนวน ส.ส.ผู้ร่วมลงมติทั้งสิ้น 469 คน 
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  กลิ่นยุบสภา “พลังป้อม” ชิงดำ “โทนี่”
    

งูเห่ายั้วเยี้ย เลื้อยหนี "พี่โทนี่"

จักรพรรดิ ไชยสาส์น

เมื่อสำนักข่าวต่างๆ ตรวจสอบรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้าน ปรากฏว่า 4 ส.ส.หน้าเก่า ค่ายสีส้มลงมติเห็นด้วย แต่ที่มีเสียงโหวกเหวกโวยวายจากกองเชียร์เสื้อแดงคือ ส.ส.เพื่อไทย 7 คน หายไปจากที่ประชุมสภา    

งานนี้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาชี้แจงสื่อทันควัน โดยระบุว่า สมบัติ ศรีสุรินทร์ ส.ส.สุรินทร์ ลาตรวจสุขภาพ มีใบแพทย์นัดชัดเจน และ สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี ลาไปงานศพอาที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ    

ส่วนที่เหลืออย่าง ไตรรงค์ ติธรรม ส.ส.บึงกาฬ ,ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ,อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร และพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี กำลังดำเนินการโทรประสานขอทราบเหตุผล     

งานนี้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ต้องออกมาชี้แจงสื่อทันควัน โดยระบุว่า สมบัติ ศรีสุรินทร์ ส.ส.สุรินทร์ ลาตรวจสุขภาพ มีใบแพทย์นัดชัดเจน และ สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี ลาไปงานศพอาที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ    

“เสี่ยประเสริฐ” บอกว่า หาก ส.ส.คนใดไม่มีเหตุผลเพียงพอที่สามารถพิสูจน์ได้ พรรคมีมาตรการอย่างเด็ดขาดแน่นอน

งูเห่ายั้วเยี้ย เลื้อยหนี "พี่โทนี่"

ไตรรงค์ ติธรรม

++
เจาะเรียงตัว
++
ในจำนวน ส.ส.เพื่อไทย 7 คน ที่ขาดประชุมดังกล่าว ตัดสมบัติ ศรีสุรินทร์ และสมคิด เชื้อคง ออกไป ก็เหลือ 5 คน ที่น่าวิเคราะห์เจาะลึก    

“จักรพรรดิ์ ไชยสาส์น” ส.ส.อุดรธานี เขต 6 ลูกชายคนที่ 2 ของ “อีดี้จวบ” ประจวบ ไชยสาส์น และเป็นพี่ชายของ ต่อพงษ์ ไชยสาส์น อดีต ส.ส.อุดรฯ และอดีต รมช.สาธารณสุข รัฐบาลยิ่งลักษณ์    

อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์

“ไตรรงค์ ติธรรม” ส.ส.บึงกาฬ เขต 2 เป็นผู้แทนฯ 3 สมัย คนสนิทของ พินิจ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.หนองคาย เคยลงสมัคร ส.ส.หนองคาย (ช่วงที่ยังไม่แยกเป็น จ.บึงกาฬ) แต่สอบตก    

งูเห่ายั้วเยี้ย เลื้อยหนี "พี่โทนี่"

เส้นทางการเมืองของไตรรงค์ ผู้ยิ่งใหญ่แห่ง อ.เซกา น่าขีดเส้นใต้ เนื่องจากท้องถิ่นบึงกาฬ ได้ขั้วอำนาจใหม่คือ แว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ ภรรยาของทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย    

“อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์” ส.ส.มุกดาหาร เขต 1 อดีตนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ปี 2550 ลาออกมาลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรก พรรคมัชฌิมาธิปไตย และปี 2554 ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย ได้รับการเลือกตั้ง    

หากมองตามสภาพแวดล้อมทางการเมือง ส.ส.อนุรักษ์ ไม่น่าจะย้ายพรรค เพราะสนามเลือกตั้งมุกดาหาร กระแสทักษิณยังแรง ฐานเสื้อแดงยังแน่น    

“ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ” ส.ส.อุตรดิตถ์ ส.ส.หนวดงามรายนี้ ยอมรับว่า ได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ในพรรคฝั่งรัฐบาลให้ย้ายพรรคจริง แต่ไม่รับข้อเสนอ เพราะเลือกฝั่งประชาธิปไตย