พล.อ.วิชญ์ มือขวา “ประวิตร” จากสนามม้าสู่การเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483867

พล.อ.วิชญ์ มือขวา “ประวิตร” จากสนามม้าสู่การเมือง

15 ก.ย. 2564

เปิดปูมหลัง พล.อ.วิชญ์ มือขวา “ประวิตร” บิ๊กบอสสนามม้านางเลิ้งคนสุดท้าย ขวัญใจคนกีฬา ผันตัวคุม ส.ส.พลังประชารัฐ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หลังเกิดปัญหาก๊กก๊วนในพรรคพลังประชารัฐ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้แต่งตั้ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นมือประสานสิบทิศคนใหม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบัน นักข่าวสายการเมืองอาจไม่คุ้นชื่อ “พล.อ.วิชญ์” แต่นักข่าวสายกีฬารู้จักดีในฐานะมือขวา “ประวิตร” รวมถึงแวดวงกีฬาอาชา ชื่อ พล.อ.วิชญ์ โด่งดังสุดๆ

การที่ “พล.อ.ประวิตร” เลือก พล.อ.วิชญ์ มาเป็นตัวเชื่อมซุ้มเล็กซุ้มใหญ่ภายในพรรค เพราะรู้ดีว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีคู่กรณีเยอะ จึงต้องพึ่งพาน้องรักมาทำงานแทน

หลังเกษียณอายุ พล.อ.วิชญ์ เข้ามาทำงานด้านกีฬา เป็นรองเหรัญญิก คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นมือทำงานให้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานโอลิมปิคไทย

นอกจากนี้ พล.อ.วิชญ์ ยังเป็นที่ปรึกษาสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ และนายกสมาคมกีฬาม้าแข่งไทย

วงศ์เทวัญ

ยุคบูรพาพยัคฆ์รุ่งโรจน์ “พล.อ.ประวิตร” สมัยเป็นรัฐมนตรีกลาโหม รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็เลือกน้องรักสายวงศ์เทวัญ อย่าง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ตท.11 เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. ในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.

ชีวิตราชการทหารของ พล.อ.วิชญ์ ก็อยู่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 หรือที่เรียกว่านายทหารสายวงศ์เทวัญ แต่ก็ได้รับความเอ็นดูจาก พล.อ.ประวิตร ตั้งแต่สมัยเป็น ผบ.ทบ.

ปลายปี 2553 พล.อ.ประวิตร ก็ดัน พล.อ.วิชญ์ ขึ้นเป็นประธานที่ปรึกษากองทัพบก และให้น้องรักสายบูรพาพยัคฆ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ.

“บิ๊กน้อย” หรือ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นบุตรชายคนโตของ พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตรอง ผบ.ทบ. และอดีต รมช.กลาโหม รัฐบาลเกรียงศักดิ์

หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา พล.อ.ยศ ได้ชื่อว่าเป็นขุนศึกสายราชครู และเป็นผู้ชักชวนเสี่ยใหญ่แห่งวัฒนานคร เสนาะ เทียนทอง เล่นการเมือง โดยพามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทย

เหนืออื่นใด พล.อ.ยศ เคยเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการสนามม้านางเลิ้ง และเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกชาย-พล.อ.วิชญ์ เลี้ยงม้าแข่ง

พล.อ.ยศ คนนี้แหละที่เปิดโอกาสให้ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เพื่อนรักของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ มาเป็นกรรมการแข่งม้าที่สนามนางเลิ้ง

‘สายสนามม้า’

ปี 2559 สนามม้านางเลิ้งมีการเปลี่ยนแปลง หรือที่สื่อบางสำนักบอก “ประวิตร” ปฏิวัติเงียบยึดสนามม้า

เมื่อ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการกิตติมศักดิ์ และประธานอำนวยการแข่งม้า แทน พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์

เหตุที่สื่อการเมืองสนใจ เพราะพล.อ.วิชญ์ เป็นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร แถมยังมีตำแหน่งเป็นกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดฯ

จริงๆแล้ว พล.อ.วิชญ์ ไม่ใช่คนหน้าใหม่ของสนามม้านางเลิ้ง ก่อนหน้านั้น “เสธ.อ้าย” ได้ดึง “บิ๊กน้อย” เข้าทำงานในราชตฤณมัยสมาคมฯ หรือสนามม้านางเลิ้งนานแล้ว จึงทำให้ “บิ๊กน้อย” มีภาพลักษณ์เป็นขวัญใจชาวอาชา

เหนืออื่นใด พล.อ.วิชญ์ ในฐานะนายกสมาคมม้าแข่งไทยได้เป็นผู้ริเริ่มในการร่าง พ.ร.บ.กีฬาม้าแข่ง และเตรียมการจัดตั้งสมาคมกีฬาม้าแข่งแห่งประเทศไทย

ก่อนสนามม้านางเลิ้งจะถึงกาลอวสาน “พล.อ.ประวิตร” พยายามดึง เอกชัย ล้อเจริญวัฒนะชัย ลูกชายของ บำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว และกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดฯ เข้ามาปรับปรุงสนามม้านางเลิ้ง

มิทันที่สนามม้านางเลิ้งจะปรับโฉมใหม่ สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้แจ้งว่าจะไม่ต่อสัญญาให้ราชตฤณมัยสมาคมฯ จึงเป็นการปิดขุมทรัพย์คนมีสีไปโดยปริยาย

ใครเสียค่าโง่ “ประวิตร” ปลุกพลังประชารัฐ สู้พรรคทักษิณ #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483838

ใครเสียค่าโง่ “ประวิตร” ปลุกพลังประชารัฐ สู้พรรคทักษิณ

15 ก.ย. 2564

ปรับจูนความคิด “ประวิตร” เสาหลักพลังประชารัฐ นำทัพสู้พรรคทักษิณ เมินเสียงวิจารณ์เสียค่าโง่ กรณีบัตร 2 ใบ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เดินหน้าต่อไป พรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เป็นเลขาธิการพรรค และเพิ่มเติมคือ การแต่งตั้ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

การประชุม ส.ส.พลังประชารัฐ หลังวิกฤตผู้กอง “พล.อ.ประวิตร” นั่งหัวโต๊ะ ขนาบซ้ายขวาด้วยวิรัช รัตนเศรษฐ และพล.อ.วิชญ์ ส่วนธรรมนัส และนฤมล นั่งถัดไป

ภาพนี้ภาพเดียว อธิบายได้ว่า “ประวิตร-ธรรมนัส” มีระยะห่าง ต่างจากเมื่อก่อนที่เหมือนเป็นขุนพลข้างกาย โดยวันนี้มี พล.อ.วิชญ์ เข้ามาแทนที่

พล.อ.ประวิตร บอก ส.ส.พลังประชารัฐ ให้รักสามัคคีกัน ไม่แบ่งก๊กแยกมุ้ง เตรียมตัวเข้าโหมดเลือกตั้งทั่วไป ฉะนั้น ส.ส.ต้องลงพื้นที่เสียตั้งแต่วันนี้

อีกด้านหนึ่ง “ทักษิณ ชินวัตร” โผล่คลับเฮาส์กลุ่มแคร์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ได้บอกแฟนคลับว่า ปีหน้าเตรียมเลือกตั้ง

เวลานี้ พรรคเพื่อไทย และทักษิณ กระหยิ่มยิ้มย่องกับชัยชนะในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะกลับมาใช้ระบบเลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ 2540 โดยพรรคพลังประชารัฐ และ ส.ว.สาย “ประยุทธ์-ประวิตร” ต่างเห็นชอบด้วย

“เกมนี้ดูเหมือนพรรคพลังประชารัฐ กำลังจะเสียค่าโง่ให้กับพรรคเพื่อไทยมากกว่า..” เสียงจากฝั่งบุรีรัมย์ แสดงความเห็นผ่านสื่อออนไลน์สำนักหนึ่ง

‘ใครเสียค่าโง่’

ก่อนที่พลังประชารัฐ จะเกิดกรณี “ธรรมนัสเอฟเฟกต์” บรรดาแกนนำพรรคที่ใกล้ชิด “พล.อ.ประวิตร” พยายามอธิบายเหตุผลว่า ทำไมพรรคต้องขอแก้รัฐธรรมนูญ ใช้บัตร 2 ใบ แทนบัตรใบเดียว

อดีตนายทหารใหญ่อย่าง “ประวิตร” ผ่านสมรภูมิเลือกตั้งเพียงครั้งเดียว หรือจะเชี่ยวชาญเท่ากับ “ทักษิณ” แต่ด้วยความไม่รู้ลึกเรื่องเลือกตั้ง เลยเชื่อคนใกล้ตัว

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค เชื่อมั่นว่า กลยุทธ์ 2 ใบ จะใช้ได้ดีในพื้นที่ภาคอีสาน อันเป็นที่มั่นใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.เขตจากภาคอีสาน แค่ 12 คน

หากการเลือกตั้งใช้บัตร 2 ใบ เลือกคนและเลือกพรรค ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ สามารถบอกกับชาวบ้านได้ว่า ขอเลือกคนพลังประชารัฐ แต่หากชอบทักษิณ ก็ให้เลือกเพื่อไทย

ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม เขต 7 ขอนแก่น คือบทพิสูจน์ว่า พลังประชารัฐได้ตัวผู้สมัครมีชื่อเสียง บวกกับกลยุทธ์กระสุนดินดำ ก็เอาชนะผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทยได้

สิ่งที่ธรรมนัส ทำเป็นมองไม่เห็นคือ เลือกตั้ง 2562 กระแสความสงบจบที่ประยุทธ์ ทำให้พรรคได้ ส.ส.เขตจากภาคใต้ ,ภาคกลาง และกรุงเทพฯ

หากเลือกตั้งครั้งหน้า พลังประชารัฐ สร้างกระแสไม่ได้ ก็จะเอาอะไรมาสู้ทักษิณ และโค้งสุดท้ายเจอกลยุทธ์ “รับเงิน….กาเพื่อไทย” ก็จบข่าว

‘บทเรียนเนวิน’

เมื่อปี 2554 “พล.อ.ประวิตร” อาจลืมไปว่า ทีมบ้านป่ารอยต่อ เคยเจรจากับสุเทพ เทือกสุบรรณ และเนวิน ชิดชอบ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

กลับมาใช้เขตเดียว เบอร์เดียว ด้วยพรรคภูมิใจไทย เชื่อในศักยภาพ “ส.ส.เขต” ในภาคอีสาน

เลือกตั้ง 2554 ใช้บัตร 2 ใบ คล้ายรัฐธรรมนูญ 2540 ค่ายเนวินก็ให้คนอีสานเลือก “คนภูมิใจไทย” และหากชอบทักษิณ ก็เลือกเพื่อไทย แต่คนแดนไกล งัดยุทธศาสตร์นารีขี่ม้าขาว ปั้นยิ่งลักษณ์ภายใน 40 กว่าวัน ก่อให้เกิดสึนามิการเมือง กวาด ส.ส.อีสานมาเกือบหมด

อดีต ส.ส.ที่ว่าแข็งแกร่งในเขตเลือกตั้งของค่ายเนวิน เจอกระแสยิ่งลักษณ์ก็พ่ายเรียบ ตั้งแต่อีสานเหนือยันอีสานใต้

ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องบัตร 2 ใบ หมากกระดานนี้ พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์สูงสุด เพราะกระแสทักษิณ ยังครองใจชาวอีสาน และคนเหนืออยู่

พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเผชิญวิกฤติศรัทธา มีคนออกมาไล่ทุกวัน บวกมหาวิกฤตโควิด กระทบเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้าน ซึ่งต่างจากช่วงเลือกตั้ง 2562

ประกอบกับพรรคพลังประชารัฐ ที่มีหัวหน้าพรรคชื่อ “ประวิตร” ไม่สามารถจุดกระแสความนิยมได้เลย จนถึงนาทีนี้ ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะชนะทักษิณได้ยังไง

“บิ๊กป้อม”ตั้งเพื่อนสนิท อดีตบิ๊กทหาร ประธานยุทธศาสตร์พรรคพปชร. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483837

“บิ๊กป้อม”ตั้งเพื่อนสนิท อดีตบิ๊กทหาร ประธานยุทธศาสตร์พรรคพปชร.

15 ก.ย. 2564

ไพ่ใบแรกถูกเปิดออก “บิ๊กป้อม” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตั้งเพื่อนสนิท “อดีตบิ๊กทหาร” ทำหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์”พรรคพลังประชารัฐ” สอดรับปรับจูนพรรคกระชับสำพันธ์ ปูพรมลงพื้นที่พบประชาชน เจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

การขยับของ”พรรคพลังประชารัฐ” ภายใต้การนำของ”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง 

ภายหลัง กลุ่ม “3 ป.” ได้ร่วมหารือกันที่มูลนิธิป่ารอยต่อ ถึงแนวทางสยบคลื่นใต้น้ำของคณะ”ผู้คิดก่อการใหญ่” ได้มีการวางแผนถึงการปรับโครงสร้างของ“พรรคพลังประชารัฐ”เพื่อเตรียมพร้อมรับอุบัติเหตุทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ 


ผลของการหารือ คือ การปรับจูนความสัมพันธ์ของกลุ่ม 3 ป. กับกลุ่มก๊วนในพรรคพปชร.ให้กระชับแน่นแฟ้นขึ้น 

ทั้งกรณีเคยมีเสียงเรียกร้องของคนในพรรคว่า กลุ่ม 3 ป. ค่อนข้างทำตัวห่างเหิน   จึงเป็นที่มาของการปรับท่าทีของ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยการประกาศกลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วยการให้รัฐมนตรีหมั่นลงพื้นที่ โดยเฉพาะเน้นย้ำไปถึงพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา  รมว.มหาดไทย ต้องเป็นตัวหลักสำคัญในการพบปะประชาชน 

ขณะเดียวกัน ทีมงานนายกฯ เตรียมกางปฏิทินในการให้นายกฯ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตามพื้นที่ของส.ส.ในพื้นที่ แบบนันสต็อป 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อีกประการจากการหารือ ต้องดำเนินการทันที ก่อนถึงการประชุมพรรคในช่วงสายที่ผ่านมา   ปรากฎว่า  “พล.อ.ประวิตร”   ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.ลงนามแต่งตั้ง “พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” เป็นประธานยุทธศาสตรพรรคพปชร. 

"บิ๊กป้อม"ตั้งเพื่อนสนิท อดีตบิ๊กทหาร ประธานยุทธศาสตร์พรรคพปชร.“บิ๊กป้อม”ตั้งเพื่อนสนิท อดีตบิ๊กทหาร ประธานยุทธศาสตร์พรรคพปชร.

เนื้อความในคำสั่งดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการของพรรคพลังประชารัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุตามอุดมการณ์ วัตถุประสงค์และนโยบายของพรรค

อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ.2561 และแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 15 ( 1 ) จึงแต่งตั้ง “พล.อ.วิชญ์  เทพหัสดิน ณ อยุธยา” เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ  ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)

สำหรับ พล.อ.วิชญ์ ถือเป็นนายทหารที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับ “บิ๊กป้อม” เป็นอย่างดี โดยตำแหน่งสุดท้ายทางกองทัพเป็นประธานที่ปรึกษากองทัพบก ต่อมาคสช.เข้ายึดอำนาจ รัฐบาลยิ่งลักษณ์  ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อปี 2557 

“พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 11 (ตท.11) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ กับ พล.ร.อ.สุวิทย์ ธาระรูป ต่อด้วย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 22 (จปร.22) รุ่นเดียวกับ พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของ นปช. รับราชการในเหล่าทหารราบ 

พล.อ.วิชญ์ ได้รับตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 รองแม่ทัพภาคที่ 1 แม่ทัพน้อยที่ 1 หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ตุลาการศาลทหารสูงสุด

เป็นหนึ่งในนายทหารที่ควบคุมการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พ.ศ. 2553 เป็นกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

การเข้ารับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคพปชร.เพื่อนำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ ของฝ่ายบริหาร มาเชื่อมประสานกับการเคลื่อนไหวของพรรค ในการสร้างความนิยมจากประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 

ชิงปรับทัพ”พลังประชารัฐ” ตั้งแต่หัวหมู่ยุทธศาสตร์จรดหิวแสง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483675

ชิงปรับทัพ”พลังประชารัฐ” ตั้งแต่หัวหมู่ยุทธศาสตร์จรดหิวแสง

15 ก.ย. 2564

3ป. ก้าวเร็วไม่รอใคร ประเดิมแต่งตั้ง “บิ๊กข้างกาย” นั่งปธ.ยุทธศาสตร์พลังประชารัฐ ด้าน”บิ๊กตู่” ขานรับเสียงเรียกร้องแจ้ง บิ๊กป๊อก ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ตามเอ็กซเรย์รายบุคคลที่อาจต้องถูกปรับทัศนคติ รับการเขย่าโครงสร้างใหญ่รับมือการเลือกตั้ง เจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

“ท่านนายกฯห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วม ขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมแผนรองรับ โดยมอบหมายให้รมต.แต่ละกระทรวงลงพื้นที่รวมทั้งขอให้ท่านรมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมประชาชน” 

ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมครม. เมื่อวันที่ 14 ก.ย.

จากถ้อยแถลงข้างต้น นอกจากทำให้เห็นรัฐบาลภายใต้การนำของ “ลุงตู่” เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังไหลบ่ามาอย่างรวดเร็ว

หากแต่ยังเป็นการจับจังหวะก้าวทางการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์  ด้วยการกำชับกำชารัฐมนตรีให้ลงพื้นที่ โดยเฉพาะกับการเน้นย้ำไปถึง “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย” ได้ลงพบปะประชาชน  ซึ่งเหมือนเป็นการอุดจุดอ่อนตนเอง หลังจากแกนนำพรรคพลังประชารัฐเคยส่งเสียงเรียกร้องมายัง “3 ป.” จนเกิดแรงกระเพื่อมกินแหนงแคลงใจกันภายในพรรค 

อย่างที่… อสนีบาต… เคยนำเสนอไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า หมากเกมต่อไปของพล.อ.ประยุทธ์ คือการลงพื้นที่ถี่ขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ของส.ส.พรรคพลังประชารัฐในการเตรียมต้อนรับขับสู้ เพื่อหวังสะสมแต้มพลังศรัทธาของประชาชน 

ชิงปรับทัพ"พลังประชารัฐ" ตั้งแต่หัวหมู่ยุทธศาสตร์จรดหิวแสงชิงปรับทัพ”พลังประชารัฐ” ตั้งแต่หัวหมู่ยุทธศาสตร์จรดหิวแสง

ไม่เพียงเท่านั้น อาการขยับอย่างเด่นชัด มาจากฟากพี่ใหญ่  “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ลงนาม แต่งตั้ง “พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา”  เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ 

เท่ากับตอกย้ำให้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐเดินหน้าต่ออย่างมียุทธศาสตร์ 

อ่านข่าวที่เีกี่ยวข้อง

นอกจาก 3 ป.ปรับตัวตามเสียงเรียกร้อง สิ่งที่ต้องเกาะติดต่อไปคือการปรับโครงสร้างภายในพปชร.ในวันข้างหน้า เพราะปล่อยไว้แบบนี้ใช่จะเป็นผลดีในระยะยาวกับพปชร.หากประสงค์จะลุยงานการเมืองในศึกเลือกตั้งครั้งหน้าเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าสังคมยอมรับพปชร.หรือไม่

ดังนั้นการยกเครื่องหลากวาระในพปชร.จึงเป็นสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น โดย”ลุงตู่-ลุงป้อม-ลุงป๊อก” มีแผนการไว้แล้ว เพราะสัญญาณจาก “ร.อ.ธรรมนัส”ย้ำชัดว่าไม่ไปเหยียบที่ทำการพรรค ถนนรัชดาภิเษกแน่นอน (อาคารดังกล่าวเป็นของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และผอ.พรรค)

“ที่ทำการพรรคแห่งนี้ดูเหมือนฮวงจุ้ยไม่ค่อยดี”   ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อสื่อมวลชนในวันแถลงข่าวยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่รัฐสภา ส่งซิกแบบนี้จะทำงานกันต่ออย่างไร

แม้ลุงป้อมย้ำว่า “ร.อ.ธรรมนัส” และ”ดร.แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์  ยังมีเก้าอี้เลขาธิการพรรคและเหรัญญิกพรรค พปชร.ในตอนนี้ และไม่มีการปรับโครงสร้างพรรค”แต่ใช่ว่าเก้าอี้นี้จะยังอยู่กับสองชีวิตข้างต้น เพราะหากยังไม่ยอมลดราวาศอก ก็ทำงานกันยาก

อย่าลืมว่าส.ส.พะเยา เขตหนึ่งที่ชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส” ท้า “ลุงป้อม” ให้ขับออกจากพรรค(กฎหมายให้สิทธิ ส.ส.ที่โดนขับออกจากพรรคหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายในสามสิบวัน  ซึ่งมีตัวอย่างแล้วที่พรรคเพื่อไทยจ่อขับนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานีและนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์)    

ขณะเดียวกัน เมื่อสำรวจรายชื่อผู้แทนฯสาย”ร.อ.ธรรมนัส” จะพบว่า ” นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรคพปชร.  /นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา /นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก/นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก /นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร/นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ /นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง/นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ/นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่นคือผู้แทนฯที่หลายคนย้ำว่าเป็นสายตรงร.อ.ธรรมนัส ”

แต่ต้องดูว่าใครจะกล้าเดินตามออกไปบ้าง   (แต่ประเมินแล้วพปชร.คงไม่ขับร.อ.ธรรมนัสพ้นพรรค แต่อาจจะแขวนไว้ในพรรคกับบางหน้าที่ ซึ่งมิใช่เก้าอี้พ่อบ้านพรรคเเน่นอน  เว้นแต่ร.อ.ธรรมนัส จะเปิดเกมหักหน้าคีย์แมนในรัฐบาลและพปชร.อีกครั้ง )

ตอนนี้ส.ส.และสมาชิกพรรคสายเปรี้ยวในพปชร.หลายคนก็มีการขึ้นบัญชีดำ เพราะแกนนำพรรคบางคนจับสัญญาณแล้วว่าไม่มีใจให้กันแล้วและบางคนก็ส่อแววแห้วทางการเมือง  ดังนั้นควรเตรียมทางเลือกใหม่ไว้ดีกว่า ส่วนจะเป็นใครบ้างนั้น ข้อมูลขั้นต้นดังนี้

“นายสามารถ เจนชัยจิตวนิช”อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี(กระทรวงยุติธรรม) อดีตผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ พรรคพลังประชารัฐ  ข้อหาให้นายตำรวจยศพ.ต.ท.นายหนึ่งสังกัดบช.น.ไปเข้าเรียนและเข้าสอบแทน ณ สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง(  แต่ทราบว่าบช.น.ยังไม่ดำเนินการสอบสวนกับนายตำรวจคนนี้ว่าร่วมกระทำการทุจริตกับนายสามารถในเรื่องข้างต้นหรือไม่)  

ณ ขณะนี้ นายสามารถโดนปลดทุกตำแหน่งและมีสถานะเพียงสมาชิกพรรคเท่านั้น โดยกรณีนี้”ลุงป้อม”สั่งให้จัดการเด็ดขาดเพื่อไม่ให้พรรคเสียชื่อเสียง  และมองแล้วนายสามารถคงหมดอนาคตกับพปชร.

“น.ส.ธนิกานต์   พรพงษาโรจน์” ส.ส.กทม. หลังยุติการปฏิบัติหน้าที่จากคำสั่งศาลฯ หลังจากปปช.ชี้มูลว่า “ส.ส.คนนี้ไม่อยู่ในห้องประชุมสภาผู้แทนฯในการลงมติร่างพ.ร.บ.เหรียญราชรุจิ รัชกาลที่10และมีการเสียบบัตรแทนกัน” ประเมินแล้วหากมีคำพิพากษาลงมาในห้วงปีเศษๆข้างหน้านี้ พปชร.หาตัวสำรองมาแต่งตัวรอลงแทนส.ส.อุ๋มน่าจะเหมาะสมกว่า

“น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.ราชบุรี ซึ่งส.ส.เอ๋โดนคำสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว  และต้องไปสู้คดีในคดีรุกป่าเจ็ดร้อยไร่ เคสนี้คล้ายกับเคสส.ส.อุ๋มคือหากศาลตัดสินคดีในห้วงหนึ่งปีเศษ(อายุรัฐบาลนี้ก่อนจะครบการทำงานสี่ปีในเดือนมีนาคม2566)สมมติว่าพิพากษาว่าส.ส.เอ๋มีความผิด ส.ส.ราชบุรีคนนี้หมดสิทธิลงสมัครผู้แทนฯแบบถาวร ดังนั้นพรรคน่าจะหาตัวสำรองมาฝึกงานไปพลางๆดีกว่า ปล่อยเวลาให้เนิ่นนานจนแก้ไขลำบากในวันข้างหน้า

“นายสิระ เจนจาคะ” ส.ส.กทม. มีลุ้นว่าหลายภารกิจในบทบาทส.ส.ที่”ล้ำเส้น”   รวมทั้งวีรกรรมปกป้องผู้ใหญ่ในพรรคและผู้ใหญ่ในรัฐบาลแบบเกินควรนั้น ใช่ว่าจะเป็นผลบวกกับพรรคและรัฐบาลเท่าใดนัก   เพราะส.ส.เมืองหลวงคนนี้ชอบอยู่บนสปอตไลท์เรื่องร้อนของสังคมแบบชิงพื้นที่ข่าวเสมอมา จนเกิดการจองกฐินส.ส.คนนี้จากหลากวงการ แบบนี้ต้องลุ้นว่าหากพรรคยังให้โอกาสส.ส.คนนี้ทำหน้าที่ต่อ แต่ต้องปรับทัศนคติและพฤติกรรมเพื่อขอโอกาสกับสังคมอีกนั้น จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

“นายวิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และครอบครัว  จากเหตุการณ์ทุจริตสร้างสนามฟุตซอลในจ.นครราชสีมา หากศาลฯรับคดีนี้ไว้พิจารณา ประธานวิปรัฐบาลคนนี้และคณะที่มีรายชื่อในสำนวนคดีต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แบบนี้พรรคต้องหาตัวตายตัวแทนไว้แต่หัววันเช่นกันหากไม่อยากเสียแต้มที่เมืองโคราช

รอลุ้นกันว่าการยกเครื่องใหม่”พปชร.”จากค่ายสามบูรพาพยัคฆ์ จะบังเกิดเมื่อใดและมีผลอย่างไร

พิษฟุตซอล “วิรัช” ซุ้มแตก ส่งไม้ต่อ 3 ทายาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483700

พิษฟุตซอล “วิรัช” ซุ้มแตก ส่งไม้ต่อ 3 ทายาท

14 ก.ย. 2564

ฟุตซอลเอฟเฟกต์ “วิรัช” สะเทือน เขย่าฐานโคราช วัดฝีมือ 3 ทายาทหนุ่ม บ้านรัตนเศรษฐ จะไปต่อไหวมั้ย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เหตุอัยการสั่งฟ้องคดีทุจริตสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมา ย่อมส่งผลสะเทือนต่อ “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 2 ส.ส.นครราชสีมา อย่างทัศนียา รัตนเศรษฐ และทัศนาพร เกษเมธีการุณ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“วิรัช” เป็นประธานวิปรัฐบาล และเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ หากศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เท่ากับว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะหายไป 3 คน

กว่า 30 ปีบนถนนการเมือง คดีสนามฟุตซอลฯ น่าจะเป็นวิบากครั้งใหญ่ในชีวิต “วิรัช” และครอบครัว

ช่วงที่พาครอบครัว “รัตนเศรษฐ” มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ “วิรัช” ก็ถูกสื่อหลายสำนักตั้งข้อสังเกตว่า พวกเขาเข้ามาอยู่กับฝ่าย คสช. เพื่อต่อรองคดีสนามฟุตซอลฯ หรือไม่ ซึ่งวิรัชก็ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ ไม่มีการต่อรองใดๆทั้งสิ้น

สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ภาค 2 “วิรัช” ได้รับตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ โควตาพรรคชาติไทย ครั้งนั้น วิรัชต้องลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ อันเนื่องมาจากข้อครหา “โครงการผักสวนครัวรั้วกินได้” ด้วยการอนุมัติจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ผักแพงเกินจริง เพื่อนำไปให้ชาวบ้านปลูกไว้กินเอง

‘บ้านรัตนเศรษฐ’

คนโคราชแถวชายขอบติดเขต จ.ชัยภูมิ และ จ.บุรีรัมย์ ย่อมรู้จัก ไพบูลย์ รัตนเศรษฐ แห่งบริษัทนครราชสีมาทำไม้ เมื่อครั้ง พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ก่อตั้งพรรคชาติไทย ปี 2517 และลงสมัคร ส.ส.โคราช “เสี่ยไพบูลย์” ก็สนับสนุน “น้าชาติ” และพรรคชาติไทยทันที

ปี 2529 “วิรัช” บุตรของไพบูลย์ รัตนเศรษฐ ได้ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรก ในสีเสื้อพรรคชาติไทยและได้เป็น ส.ส.นครราชสีมา สมใจบิดา

ฐานเสียงของวิรัช จะอยู่ในเขต อ.โนนสูง, อ.ขามสะแกแสง, อ.ประทาย และ อ.พิมาย ซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานทำไม้ของบริษัทนครราชสีมาทำไม้

วิรัชปักหลักอยู่กับพรรคชาติไทยหลายสมัย ก่อนจะย้ายไปพรรคมหาชน, พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา, พรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ

นับแต่กระแสทักษิณมาแรง วิรัชก็เจอศึกหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพาครอบครัวย้ายเข้าพรรคเพื่อไทย แต่คนโคราชก็งง เหตุใดวิรัชจึงทิ้งค่ายทักษิณ มาอยู่กับค่าย คสช.

‘ฟุตซอลสะเทือน’

ช่วงเลือกตั้งปี 2562 “วิรัช” ประกาศทีม “บ้านรัตนเศรษฐ” ได้เก้าอี้ ส.ส.อย่างน้อย 7 ที่นั่ง โดยระบบบัญชีรายชื่อ 3 คน คือ วิรัช รัตนเศรษฐ ลำดับที่ 7, วลัยพร รัตนเศรษฐ น้องสาวของวิรัช ลำดับที่ 29 และ ตติรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนเล็ก ลำดับที่ 35

ส.ส.บ้านรัตนเศรษฐ แห่งโคราชส.ส.บ้านรัตนเศรษฐ แห่งโคราช

ส่วนระบบ ส.ส.เขตของนครราชสีมา ประกอบด้วย ทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยาของวิรัช เขต 7, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนโต เขต 6, ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนรอง เขต 4 และ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ น้องสาวภรรยาของวิรัช เขต 8

หลายคนอาจไม่เชื่อว่า คนโคราชจะชื่นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะลูกหลานย่าโม บวกกับความเก๋าในการจัดการเรื่องหาคะแนน ปรากฏว่า บ้านรัตนเศรษฐ ได้ ส.ส.เขต 4 คน ตามเป้าหมาย

นี่เป็นครั้งแรกที่ “วิรัช” นำมาสมาชิกครอบครัวเข้าสภาได้มาก 5 คน รวมถึงตัวเขาด้วย ดังนั้น “ปลัดแบงก์” อธิรัฐ รัตนเศรษฐ จึงได้ตำแหน่ง รมช.คมนาคม

วิรัชในตำแหน่งประธานวิปรัฐบาล ก็ยึดคติการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร แสวงความร่วมมือกับทุกพรรค รวมถึงประสานกับซุ้มต่างๆในพรรคพลังประชารัฐ

คล้ายกับว่า “วิรัช” จะรู้ชะตากรรมตัวเองล่วงหน้า ในช่วง 3-4 เดือนมานี้ ทัศนียา รัตนเศรษฐและทัศนาพร เกษเมธีการุณ ได้พาอธิรัฐ ,ทวิรัฐ และตติรัฐ ลงพื้นที่ถี่ยิบ

หากว่า วิรัช พร้อมกับภรรยา และทัศนาพร ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ มรดกการเมืองย่อมตกมาที่ลูกชายทั้ง 3 คน

เหตุก่อกบฎ “ศรัณย์วุฒิ” ขาใหญ่บีบพ้น สนามอุตรดิตถ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483659

เหตุก่อกบฎ “ศรัณย์วุฒิ” ขาใหญ่บีบพ้น สนามอุตรดิตถ์

14 ก.ย. 2564

เกมเชือดงูเห่า “ศรัณย์วุฒิ” ปมศึกในอุตรดิตถ์ สนามเล็กคนเยอะ ขาใหญ่เจ้าถิ่น รวมตัวเบียดขับ ส.ส.เอลวิส คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า 2 งูเห่าเพื่อไทย คือ “ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ” ส.ส.อุตรดิตถ์ และ พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี จะถูกขับออกจากพรรค

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลังแม่บ้านเพื่อไทยแถลงข่าว “ศรัณย์วุฒิ” สวนเปรี้ยงผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “เพื่อไทยไม่ต้องไล่ ไร้อุดมการณ์ผมไปเอง”

ส.ส.เอลวิส หรือ “ศรัณย์วุฒิ” รู้ชะตากรรมตัวเองดี นับแต่ดับเครื่องชนพรรคในช่วงศึกซักฟอก และก่อนหน้านั้น มีข่าวซุบซิบว่า ส.ส.เอลวิสมีบ้านหลังใหม่แล้ว

ด้วยรูปลักษณ์และคาแร็กเตอร์ส่วนตัวที่โดดเด่น “ผมดกดำ คิ้วเข้ม เคราแสนงาม” จึงถูกชาวบ้านเรียกว่า ส.ส.เอลวิสบ้าง ส.ส.หนวดงามบ้าง “ศรัณย์วุฒิ” เชื่อมั่นในฐานเสียงของตัวเอง จะไปอยู่พรรคไหน ชาวบ้านก็เลือก

‘ชายหลายโบสถ์”

“ศรัณย์วุฒิ” มีชื่อเดิมว่า ปรีดา และเปลี่ยนเป็น “ศรัณย์” เกิดในครอบครัวคนจีนแต้จิ๋วย่านบางรัก แล้วไปโตที่สำเพ็ง วัยหนุ่ม ทำธุรกิจหลากหลาย และมีคนชวนไปทำมาหากินแถวอุตรดิตถ์

เลือกตั้งปี 2548 “ศรัณย์วุฒิ” ในชื่อ ศรัณย์ ศรัณย์เกตุ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 (อ.ทองแสนขัน, อ.ท่าปลา, อ.น้ำปาด, อ.ฟากท่า และ อ.บ้านโคก) ซึ่งพื้นที่เลือกตั้งเหล่านี้อยู่ติดชายแดนไทย-ลาว

เลือกตั้งปี 2550 พรรคไทยรักไทย ถูกยุบ “ศรัณย์วุฒิ” สังกัดพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ลงเลือกตั้งแบบพวงใหญ่ แต่พ่ายแพ้

เลือกตั้งปี 2554 ศรัณย์วุฒิ ย้ายกลับมาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 โดยแรงสนับสนุนจากคนเสื้อแดงอุตรดิตถ์

ปลายปี 2556 ยิ่งลักษณ์ยุบสภา มีเลือกตั้งใหม่ ศรัณย์วุฒิย้ายไปพรรคชาติไทยพัฒนา แต่เลือกตั้งโมฆะ แล้วก็กลับเพื่อไทย เมื่อเลือกตั้งปี 2562

เลือกตั้งหนที่แล้ว ศรัณย์วุฒิ ให้ลูกสาว จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ไปเป็นกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ และได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่พรรคถูกยุบ ลูกสาว ส.ส.เอลวิส เลยติดโทษแบนยาว

จ.อุตรดิตถ์ เป็นเมืองขนาดกลางอยู่ภาคเหนือตอนล่าง ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ เคยสร้างฐานการเมืองไว้ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น แต่ “ทักษิณ” ได้เปลี่ยนทัศนคติคนเมืองพระยาพิชัยดาบหักให้มาเลือกพรรคเครือข่ายของทักษิณ นับแต่ปี 2544 เป็นต้นมา

ศรัณย์วุฒิ มีอะไรดี จึงกล้าย้ายพรรค ครั้งแล้วครั้งเล่า และไม่กลัวสอบตกเลยหรือ

‘สนามเล็ก-คนเยอะ’

ขณะที่ “ศรัณย์วุฒิ” โชว์ความเป็น ส.ส.เอลวิส ให้เข้าตาชาวบ้าน และเตรียมย้ายบ้านใหม่ อีกด้านหนึ่ง ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรัฐมนตรีช่วยคลัง และกฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่างควงคู่หาเสียงอย่างคึกคัก

ก่อนเลือกตั้งปี 2562 ค่ายเพื่อไทยเมืองอุตรดิตถ์ ก็วุ่นวาย เพราะมีอดีต ส.ส.อยู่ 4 คน กฤษณา สีหลักษณ์, กนก ลิ้มตระกูล, ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และทนุศักดิ์ เล็กอุทัย แต่เขตเลือกตั้งลดจาก 3 เขต เหลือ 2 เขต

ในที่สุด กนกศักดิ์ ลงเขต 1 และศรัณย์วุฒิ เขต 2 ส่วนทนุศักดิ์ไปอยู่บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เหมือนกฤษณา อยู่บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ

พรรค ทษช.ถูกยุบ กฤษณาก็แห้ว เหมือนทนุศักดิ์ ที่ชวดเป็น ส.ส.เพราะพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

เมื่อการเลือกตั้งกลับมาเป็น “บัตร 2 ใบ” ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน สนามเลือกตั้งอุตรดิตถ์ จะกลับไปมี ส.ส. 3 คน

ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยก็ลงตัว 3 เขตคือ กฤษณา สีหลักษณ์, กนก ลิ้มตระกูล และทนุศักดิ์ เล็กอุทัย

ส่วนเกินอย่าง “ศรัณย์วุฒิ” ก็ต้องไปหาบ้านใหม่ พลังประชารัฐ หรือพรรคขนาดกลาง ใจถึงพึ่งได้

“ธรรมนัส” อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483613

“ธรรมนัส” อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

14 ก.ย. 2564

ประชุมพรรคพลังประชารัฐ ไพบูลย์ยัน “ธรรมนัส” อยู่อีกนาน มีเวลาทำงานให้พรรคมากขึ้น นายกรัฐมนตรี ปรับท่าทีเข้ากับส.ส.รอเลือกตั้งครั้งหน้า

"ธรรมนัส" อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง“ธรรมนัส” อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

20.00 น.คืนนี้ อดีตนายกฯทักษิณนัดหมาย พูดคุยทางคลับเฮ้าส์ จั่วหัวเรื่อง15ปี รัฐประหารที่จะเวียนมาครบรอบวันที่ 19 กันยายนนี้  เรื่องที่น่าสนใจที่จั่วหัวไว้ คือการพูดถึงการเมืองเน่าๆ การเมืองเน่าๆของโทนี่ จะเกี่ยวกับการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันนี้หรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตาม 

วันพรุ่งนี้ พรรคพลังประชารัฐนัดประชุม ส.ส.ที่อาคารรัฐสภาไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ยืนยันว่าเป็นการประชุมส.ส.ธรรมดาๆ ก่อนประชุมสภา  ซึ่งมีพระราชกฤษฎีกา ปิดสมัยประชุมวันที่ 19กันยายนนี้ ไม่มีวาระการปรับเปลี่ยน กรรมการบริหาร  หรือเลขาธิการพรรค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

-ประชุม “พลังประชารัฐ” ลุ้นปรับโครงสร้างพรรค 15กันยายนนี้

อย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง

-โปรดเกล้าฯ “ปิดประชุมรัฐสภา” สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2564

"ธรรมนัส" อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง“ธรรมนัส” อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวานนี้ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตอบเหมือนตัดความรำคาญต่อคำถามที่ว่า ร้อยเอกธรรมนัส ยังทำหน้าที่เลขาธิการพรรคอยู่หรือไม่ คำตอบสั้นๆคือใช่ เป็นคำตอบที่สอดรับกับ ไพบูลย์ที่ว่า ร้อยเอกธรรมนัส ยังอยู่กับพรรคไปอีกนานมากๆไม่ใช่นานแบบธรรมดา แต่นานชนิดที่ว่าใครๆอาจจะคาดไม่ถึง   ร้อยเอกธรรมนัสจะอยู่เป็นเลขาธิการพรรคไปอีกนานอย่างที่ไพบูลย์ว่า ได้อย่างไร  มีคำทำนายอยู่หลาย คำตอบ  
 

"ธรรมนัส" อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง“ธรรมนัส” อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ร้อยเอก ธรรมนัส ได้อย่างที่นักการเมืองอยากได้ อาจมีการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการวางรากฐานเพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างกระทรวงมหาดไทย หรืออย่างน้อยก็ต้องปรับท่าที อย่างที่นายกรัฐมนตรีปรับจูนเข้ากับส.ส.ให้มากขึ้น นั่นเป็นประการที่1

รัฐธรรมนูญ กำหนดให้สส.ต้องสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนการเลือกตั้ง ในขณะที่การยุบสภาผู้แทนราษฎรให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปภายใน60วัน การย้ายพรรคไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ ยกเว้นแต่มีมติขับออก อย่างที่พรรคเพื่อไทย พยายามกระทำกับส.ส.งูเห่า นับเป็นประการที่2 

ประการสุดท้าย ร้อยเอกธรรมนัส มีคดีคาอยู่ในปปช.กรณีจงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ มีโทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง5ปีอยู่หลายคดี   ปปช.แจ้งว่าอยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ยังไม่ตั้งอนุกรรมการฯไต่สวน  ซ้ำยังมีกรณีที่ควรแก่การศึกษาเมื่อคราวไต่สวนเรื่องนาฬิกา ของหัวหน้าพรรค  พลตำรวจเอก วัชรพงษ์ ประสานราชกิจ ประธาน ปปช.ซึ่งมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับพลเอกประวิตร ขอถอนตัว

ร้อยเอกธรรมนัส จะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐไปอีกนาน เป็นไพบูลย์ นิติตะวันที่ออกมาตอกย้ำ เป็นไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ฉายเดี่ยว ยุบพรรคแบบข้ามาคนเดียว เข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในสภา และแก้ปัญหาภายในพรรค ไม่ว่าจะเป็นการขับแก๊งค์สี่กุมาร และแก้รัฐธรรมนูญ ล้วนผลงานอันเป็นที่ประจักษ์  ไม่ต้องแปลกใจหากการเมืองในพรรคพลังประชารัฐจะเป็นเรื่องมายาเพราะแม้แต่ นาฬิกา ยังยืมเพื่อน 

จบแต่ไม่เจ็บ “ตำรวจลาออก” อื้อ!! เปรยผิดพลาดบำนาญหายเกลี้ยง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483537

จบแต่ไม่เจ็บ “ตำรวจลาออก” อื้อ!! เปรยผิดพลาดบำนาญหายเกลี้ยง

14 ก.ย. 2564

ขอเลือกแบบจบแต่ไม่เจ็บ “ตำรวจแห่ลาออก” ก่อนเกษียณฯเกือบพัน ลั่นไม่มีเส้นไม่มีสายอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ หากทำผิดพลาดผลคือโดนไล่ออกเงินบำนาญหายในพริบตา

-ต้องบอกว่าได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าสำหรับวิกฤติโควิดฯในครั้งนี้ เศรษฐกิจพังย่อยยับธุรกิจขาดทุนเป็นหนี้เดือดร้อนกันแสนสาหัส บริษัทห้างร้านฯหลายแห่งปิดกิจการเอาคนออกหลายคนต้องตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว!! 

 “เหยี่ยวขาว” สอบถามเพื่อน ๆ ด้วยความเป็นห่วง ปรากฏว่าหลายคนต้องประสบเคราะห์กรรมสังเวยให้กับความอยู่รอดของนายทุน ซึ่งก็น่าเห็นใจเพราะมันคือคำตอบสุดท้ายที่เขาเลือกจะทำ.. จริงอย่างที่ว่าบริษัทเอกชนเงินดีแต่ไม่มั่นคงเหมือนข้าราชการ แต่ในความมั่นคงระบบข้าราชการเองก็มีการเปิดโครงการลาออกก่อนเกษียณฯเช่นกัน!!!

จบแต่ไม่เจ็บ "ตำรวจลาออก" อื้อ!! เปรยผิดพลาดบำนาญหายเกลี้ยงจบแต่ไม่เจ็บ “ตำรวจลาออก” อื้อ!! เปรยผิดพลาดบำนาญหายเกลี้ยง

-อย่างเช่นวันก่อนกองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพลเปิดรายชื่อข้าราชการ “ตำรวจลาออก” จากราชการตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล(การขอพระราชทานยศหรือเลื่อนยศสูงขึ้นเป็นกรณีพิเศษให้กับข้าราชการตำรวจที่ขอลาออกฯก่อนเกษียณอายุ)รุ่นที่ 22 ประจำปีงบประมาณ 2565 จำนวนทั้งสิ้น 986 นาย ไล่ไปตั้งแต่ยศ พล.ต.ท.ถึง ด.ต.ถามว่าเกิดอะไรขึ้น!!ตำรวจถึงได้แห่เข้าโครงการฯดังกล่าวทุกปี ๆ ละเกือบพันมาอย่างต่อเนื่อง คำตอบที่ได้คือ ต้องการพักผ่อน สุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์  หันไปทำอาชีพอื่น ฯลฯ!!!

จบแต่ไม่เจ็บ "ตำรวจลาออก" อื้อ!! เปรยผิดพลาดบำนาญหายเกลี้ยงจบแต่ไม่เจ็บ “ตำรวจลาออก” อื้อ!! เปรยผิดพลาดบำนาญหายเกลี้ยง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-จากการสอบถามพูดคุยกับตำรวจที่เข้าโครงการฯรุ่นที่ 22 คนหนึ่ง(ขอสงวนนาม) บอกเหตุผลที่ลาออกว่า อยู่ไปก็ตำแหน่งเดิม เงินเดือนตัน ไม่มีเส้นไม่มีสายวิ่งเต้นให้ดีไปกว่านี้ ผมเข้าโครงการฯลาออกไปกินบำนาญยังมีแรงหาเงินทางอื่นเพิ่มดีกว่า อีกทั้งการเลื่อนตำแหน่งสมัยนี้ความอาวุโส (senior) กับฝีมือใช้ไม่ได้แล้ว อยู่ต่อไปไม่มีประโยชน์เสี่ยงมีเรื่องผิดพลาดอย่างที่เห็นเป็นข่าวโดนไล่ออกบำนาญไม่ได้จบกัน ขอเลือกแบบจบแต่ไม่เจ็บดีกว่าครับ!!! 

จบแต่ไม่เจ็บ "ตำรวจลาออก" อื้อ!! เปรยผิดพลาดบำนาญหายเกลี้ยง

-ฟังแล้วน่าท้อใจแทน “ตำรวจแห่ลาออก” ย้ำว่าทุกอาชีพ-คนทำงานทุกคนล้วนหวังถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงานกันทั้งนั้น แต่ทำแล้วย่ำอยู่กับที่-ไม่มีทางก้าวหน้ามันเหนื่อยนะนาย…ตำรวจบางคนเขามุมานะอุตส่าห์หาเวลาไปเรียนจนจบปริญญาตรี หวังรอวันที่หน่วยจะเปิดสอบเลื่อนตำแหน่ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เปิด บางหน่วย 7 ปีแล้วไม่มีการเปิดสอบเลื่อนตำแหน่ง..

-ส่วนหน่วยที่เปิดสอบเขาก็วางตัวคนที่ได้เอาไว้แล้ว หนีไม่พ้นลูกท่านหลานเธอ!! หนักสุดคือ เปิดรับสมัครสอบระดับวุฒิปริญญาตรีเอาบุคคลภายนอกเข้าเป็นมาเป็นนายร้อย ทั้ง ๆ ที่นายสิบของ สตช.ที่ไปเรียนจนจบวุฒิปริญญาตรีก็มีมากมาย…เห็นใจตำรวจดี ๆ ให้โอกาสพวก “มดงาน” ได้มีโอกาสก้าวหน้าบ้างเถอะครับนาย. 
 


เรื่อง…เหยี่ยวขาว

อ่านหมาก”ลุงตู่” เดินเกมสู่สนามการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483561

อ่านหมาก”ลุงตู่” เดินเกมสู่สนามการเมือง

14 ก.ย. 2564

เมื่อเส้นทางการเมืองถูกกำหนดให้ต้องไปต่อ “ลุงตู่” จึงต้องก้าวตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค อ่านหมาก”ลุงตู่”การชิงลงพื้นที่สะสมคะแนน กระชับสัมพันธ์ส.ส. เจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

คอการเมืองตอนนี้คงตามกระเเสข่าวกันเเบบใจจดใจจ่อ ภายหลัง “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรา 171 เเห่งรัฐธรรมนูญ ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจาก รมช.เกษตรเเละสหกรณ์  นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นเก้าอี้รมช.เเรงงาน จนเกิดกระเเสข่าวกระเพื่อมในพรรคพลังประชารัฐเเละครม.เป็นระยะ

อ่านหมาก"ลุงตู่" เดินเกมสู่สนามการเมืองอ่านหมาก”ลุงตู่” เดินเกมสู่สนามการเมือง

โดยเฉพาะกระเเสข่าวว่า จะมีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค พปชร.ที่ชื่อ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”   รวมถึงเลขาธิการพรรคคือ “ร.อ.ธรรมนัส” เเละ “ดร.แหม่ม” ที่ยังนั่งในตำแหน่งเหรัญญิกพรรค  จน “ลุงป้อม”ต้องสยบข่าวลือว่าไม่มีการปรับโครงสร้างพรรคในตอนนี้


เเปลว่าตอนนี้ยังไม่ปรับตำแหน่งในพรรคเเละในครม. เเต่วันหน้าอาจจะปรับ

รวมทั้งสัมพันธภาพของ 3ป. คือ “พล.อ.ประวิตร”  “พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา” เเละ“พล.อ.ประยุทธ์” ที่หลายคนมองว่าไม่น่าจะเหมือนเดิมเเล้ว 

บางฝ่ายระบุว่า “ลุงป้อม” อาจมีเคือง”ลุงป๊อก”เเละ“ลุงตู่” หลังจับมือไม่เเจ้งพี่ใหญ่ในการเด้ง “ดร.เเหม่ม”   “ร.อ.ธรรมนัส”  ออกจากเรือเหล็กในข้อหากบฏต่อรัฐบาล 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พึงพินิจให้จงหนักถึงความเป็น 3ป. ยังเหนียวเเน่นหนึบ แม้มีการสร้างกระเเสข่าวช่วงที่ผ่านมาว่า “ลุงป้อม”  น้อยใจ “ร.อ.ธรรมนัส” ขอให้พรรคขับออก”  ดร.เเหม่มร่ำไห้”ว่า “เเหม่มผิดอะไร”นั้น   ตรงนี้ต้องนำมาคัดกรองกันสักหน่อย ข่าวพวกนี้มาจากกลุ่มใดในพรรคเพื่อเรียกราคาหรือไม่ ทั้งที่ข้อเท็จจริง เเทบทุกกลุ่มในพปชร.สงบนิ่งเพื่อดูท่าทีของ 3ป. ว่าจะวางจังหวะอย่างไรต่อ…

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่มิอาจมองข้ามภายใต้การปล่อยข่าวความระหองระแหงพี่ใหญ่น้องเล็กอะไรทำนองนั้น ก็ปรากฎความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องด้วยความพยายามไล่เช็กถึงบุคคลที่อ้างชื่อใครบางคนใน 3ป. ไปขยับอะไรเเบบมีนอกมีใน  โดยตอนนี้สังคมการเมืองจับตา อดีตพล.ต.อ.นอกราชการบางนาย เเละเเกนนำองค์กรอิสระบางเเห่ง รวมทั้ง“บิ๊กสีกากี”บางคนว่า  จับมือกันเพื่อกระทำการลับหาเครื่องไม้เครื่องมือเลื่อยขาเก้าอี้นายกรัฐมนตรี จริงหรือไม่


เชื่อว่าไม่กี่วันนี้ ผลจะปรากฏ ถึงตอนนั้น ไพ่การเมืองหลายใบที่หมกอยู่จะโดนคลี่ออกมาให้สังคมอ่านกลเกมการเมืองในวันข้างหน้าในการกำกับของ3ป.ได้กระจ่างขึ้น

อ่านหมาก"ลุงตู่" เดินเกมสู่สนามการเมืองอ่านหมาก”ลุงตู่” เดินเกมสู่สนามการเมือง

แต่สำหรับหน้างาน ณ ตอนนี้ ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ เเละ”ลุงป๊อก” รับรู้ความในใจหลายวาระจากส.ส. หลังจากบางคนในพปชร.ริอาจก่อกบฏพรรค  โดยปั่นกระเเสผู้เเทนฯเพื่อโหวตคว่ำ”นายกฯ”ในศึกซักฟอก ทราบความโดยละเอียดเเล้ว ทำให้  2ป.  พล.อ.ประยุทธ์  และ พล.อ.อนุพงษ์ ต้องปรับทิศทางการเมืองด้วยการลงพื้นที่หลายจังหวัดเพื่อตรวจราชการเเละรับฟังปัญหา โดยส.ส.พปชร.ในพื้นที่นั้นๆจะรอพบ เพื่อสะท้อนปัญหาให้สร.1เเละมท.1รับฟังเเละเร่งเเก้ไข

อาการขยับอย่างรวดเร็วหลังศึกซักฟอก ปรากฎขึ้นด้วยการสร้างกำหนดการด่วน ลงตรวจความพร้อมรับมือน้ำท่วมที่เมืองปากน้ำแบบไม่ต้องรอน้ำเหนือจ่อมาทักทาย 


ถือเป็นการสร้างบทบาทใหม่หลังศึกซักฟอก ในเมื่อได้รับฉันทามติได้รับความไว้วางใจตามกฎกติกาประชาธิปไตย จึงต้องปรับท่วงท่าเข้าหามวลชนเพื่อตรึงคะเเนนว่ารัฐบาลมิได้นิ่งดูดายเเละสร้างภาพใหม่ว่าเกมการเมืองจะเป็นเช่นใด ควรอยู่ในระบบ รัฐบาลมีหน้าที่ติดตามทุกข์สุขของประชาชนอย่างดีที่สุด

เป็นจังหวะก้าวเพื่อต้องการให้เห็นความต่างกับบางฝักบางฝ่ายที่ต้องการเล่นเกมการเมืองนอกสภา ชนิดที่ไม่ได้อยู่ตามกฎกติกา กลายร่างเป็นแก๊งป่วนเมือง ก็ยิ่งทำให้การบริหารจัดการของรัฐบาลง่ายขึ้น ในการสร้างมวลชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ 

รวมทั้ง”ลุงตู่”จะค่อยๆปรากฏตัวเเสดงวิชั่นในการผลักดันการพัฒนาประเทศหลากมิติเพื่อกำหนดอนาคตบ้านเมืองร่วมกับทุกฝ่าย


เเบบนี้”ลุงตู่”เเละอีกสองบูรพาพยัคฆ์ลงมากำกับบทบาทการเมืองด้วยตัวเองเเบบเปิดหน้าลุยอย่างเป็นทางการ เเละน่าจะลุยจนครบวาระ

เว้นเเต่จะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเเบบมิคาดคิด ก็คงต้องรอดูว่า”ลุงตู่”จะใช้หมากอะไรกับเกมการเมืองในวันนั้น

2 ป.ออนทัวร์ “ประยุทธ์” ขยับลุยพื้นที่ เตรียมเลือกตั้ง #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/483519

2 ป.ออนทัวร์ “ประยุทธ์” ขยับลุยพื้นที่ เตรียมเลือกตั้ง

13 ก.ย. 2564

สยบฝ่ายกบฎ “ประยุทธ์” กระชับอำนาจ คุมพลังประชารัฐ จัดคิว 2 ป.ออนทัวร์ทั่วไทย พบหน้า ส.ส.ทุกพื้นที่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เสถียรภาพรัฐบาลยังมั่นคง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โชว์ภาพโอบกอด “พี่ป้อม” ต่อหน้าสื่อมวลชน สยบข่าวความแตกแยกภายใน “3ป.”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักข่าวเห็น “พล.อ.ประยุทธ์” รู้สึกชื่นมื่น จึงหยอดถามถึงกระแสข่าวเตรียมไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายกฯประยุทธ์ตอบทันที “เฮ้ย ยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้น”

พล.อ.ประยุทธ์ ยังอธิบายเพิ่มว่า “ยังไม่ถึง อะไรก็อย่าเพิ่งไปถามดักหน้าดักหลังกับผมนะ มันไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้นตอนนี้ เวลาวันนี้ ก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้วกัน โอเคนะจ๊ะ สวัสดีนะจ๊ะ”

เพียงคำตอบประโยคสั้นๆ สำนักออนไลน์ตีความกันไปต่างๆนานา บ้างก็ว่า “ประยุทธ์” แบ่งรับแบ่งสู้

อย่างไรก็ตาม “พล.อ.ประยุทธ์” ได้ขยับออกจากบ้านพักไปตรวจราชการบ่อยครั้งขึ้น โดยทุกครั้งที่ไปจะต้องหนีบเอา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ตามไปด้วย เนื่องจาก “2 ป.” เจอ ส.ส.พลังประชารัฐบางกลุ่ม วิจารณ์ว่า ห่างเหินประชาชน และไม่ลงพื้นที่

ร้อยซุ้มพันก๊ก

บทวิเคราะห์การเมืองหลายสำนักระบุตรงกันว่า ชั่วโมงนี้ “ประยุทธ์” ได้เข้ามาดูแลพรรคมากขึ้น โดยมอบให้ ส.ส.ระดับแกนนำ ดูแล ส.ส.แบบ 1 ต่อ 10

เมื่อไม่มี “ธรรมนัส” บรรดาแม่ทัพนายกองที่เหลือนั้น ต่างเข้ามาใกล้ชิด ส.ส.มากขึ้น บรรยากาศในพรรคพลังประชารัฐ คล้ายยุคหลังเลือกตั้งใหม่ๆ ที่ “ส.ส.ขาใหญ่” พยายามรวบรวม ส.ส.หน้าใหม่หรือ ส.ส.นกแล เอามาไว้ในซุ้ม

ซุ้มมะขามหวาน โดยสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ถูกจับตามองมากที่สุด เพราะศึกซักฟอกหนที่ผ่านมา “สันติ” ยืนข้าง “ประยุทธ์” ล้านเปอร์เซนต์

ซุ้มสามมิตร ของสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม , สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมและอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีสำนักนายกฯ ซุ่มเงียบ แต่ก็ช่วย “ประยุทธ์” เหมือนกัน

ซุ้มมังกรน้ำเค็ม โดย สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ออกแรงดึง ส.ส.ภาคกลาง และพรรคเล็ก มาช่วยโหวตนายกฯ ประยุทธ์ จึงได้เห็น “สุชาติ” ไปตรวจราชการพร้อม “2 ป.” ในช่วงนี้

ซุ้มโคราช ของ วิรัช รัตนเศรษฐ์ ที่ตัดสินใจชิ่งออกจากกลุ่ม 3 ช. ได้ใจ “ประยุทธ์” ไปไม่น้อย และอธิรัฐ รัตนเศรษฐ์ ยังเกาะอี้ รมช.คมนาคม ไว้ได้

ซุ้มเมืองสิงห์ โดย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ที่กำลังมาแรง เพราะมีกองหนุนแข็งแกร่ง

‘2 ป.ออนทัวร์’

ช่วงหลังศึกซักฟอก ดูเหมือน “ประยุทธ์” จะปรับตัวให้เข้าหา ส.ส.มากขึ้น ดังนั้น ทีมงานนายกรัฐมนตรี จึงวางแผนให้มีรายการออนทัวร์ในพื้น ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ

ที่สำคัญ ทีมงานนายกฯ ได้กำหนดให้ “2 ป.” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดา ออกไปพื้นที่คู่กัน ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์

อย่างเช่นวันที่ 12 ก.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมควงคู่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เดินทางไป จ.สมุทรปราการ เพื่อตรวจความพร้อมแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง ที่สะพานน้ำยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร อ.เมืองสมุทรปราการ

ในวันดังกล่าว ทีม ส.ส.สมุทรปราการ และทีมนักการเมืองท้องถิ่นของตระกูลอัศวเหม ก็มากันพร้อมหน้า

ไฮไลท์ของภารกิจวันนั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบนโยบายให้ ส.ส.ในจังหวัดสมุทรปราการ และนันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ สร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ถึงที่มาของปัญหาภัยธรรมชาติ และการดำเนินนโยบาย ช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ อย่างบูรณาการ

จากนี้ไปก็ต้องดูว่า คิว “2 ป.ออนทัวร์” จะไปจังหวัดไหน แต่ประเด็นข้อราชการก็จะเป็นเรื่องแผนจัดการน้ำ เพราะช่วงนี้ฝนตกชุก และพายุมาหลายลูก