‘จอน’ เจ้าเก่า เขย่ารัฐสภา ชง รธน.ประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘จอน’ เจ้าเก่า เขย่ารัฐสภา ชง รธน.ประชาชน

 'จอน' เจ้าเก่า เขย่ารัฐสภา ชง รธน.ประชาชน 22 กันยายน 2563 – 16:19 น.

อุ่นเครื่องศึกรัฐธรรมนูญ “จอน” นำไอลอว์ ขนรายชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนทัพเพนกวินบุกรัฐสภา

++
    คักคักไม่แพ้ม็อบเพนกวิน ม็อบเสื้อขาว-โบว์ขาวของไอลอว์ และภาคประชาชน เดินขบวน 2.2 ก.ม. นำ 1 แสนรายชื่อไปส่งที่รัฐสภา ในกิจกรรม “ร่วมรื้อ-ร่าง-สร้าง รัฐธรรมนูญประชาชน” เมื่อ 22 ก.ย.2563
    เนื่องจากรัฐสภามีกำหนดวาระพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 23-24 ก.ย.2563 ฝ่ายประชาชนจึงนำเสนอทางออกปัญหาทางการเมืองในปัจจุบัน ผ่านช่องทางการเข้าชื่อร่วมกัน 

 'จอน' เจ้าเก่า เขย่ารัฐสภา ชง รธน.ประชาชน

++
ไอลอว์คืออะไร?
++
    ไอลอว์ หรือโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งทำงานกับภาคประชาสังคมและคนทั่วไปในสังคม
    ไอลอว์ หรือ iLaw ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 และมีเป้าหมายเพื่อไปให้ถึง หลักการประชาธิปไตย, เสรีภาพในการแสดงออก สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และระบบยุติธรรมไทยที่เป็นธรรม และตรวจสอบได้กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 
    เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2563 ทีมงานไอลอว์ (iLaw) จัดกิจกรรมเปิดตัวล่ารายชื่อประชาชนให้ครบ 50,000 รายชื่อ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ภายใต้แคมเปญ “50,000 ชื่อ ร่วมรื้อ ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ” เพื่อจะนำไปยื่นต่อรัฐสภา เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้กฎหมายได้จริง
    ครั้นถึงวันที่ไปยื่นรายชื่อที่รัฐสภา ปรากฏว่า มีลงชื่อเกิน 1 แสนคน

 'จอน' เจ้าเก่า เขย่ารัฐสภา ชง รธน.ประชาชน

                         จอน นำทีมชงรายชื่อถึงรัฐสภา

++
จอนเจ้าเก่า
++
    “จอน อึ๊งภากรณ์” ผู้อำนวยการไอลอว์ (iLaw) เป็นหัวเรือใหญ่ในการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเป็นระยะเวลา 6 ปีกว่าแล้วที่ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ รัฐบาลทหาร แม้มีเลือกตั้งแต่ก็เป็นรัฐธรรมนูญภายใต้ คสช. และกลุ่มคนที่มาจากพวกเดียวกันที่ยังเป็นรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน 
    รัฐธรรมนูญที่มี ไม่ใช่เพื่อประชาชนที่แท้จริง แต่เป็นกลุ่มชนชั้นปกครองที่ได้ประโยชน์ ซึ่งสังคมทุกส่วนต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องการการยกเลิกรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน 
    “จอน” เป็นบุตรชายคนโตของศาสตราจารย์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จบการศึกษาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กส์ (Sussex) ที่อังกฤษ แต่กลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทย เข้าทำงานเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ในมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเวลา 5 ปี 
    ปี 2543 จอน อึ๊งภากรณ์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร 
    ปี 2547 จอนได้ร่วมกับกลุ่มเพื่อนก่อตั้งหนังสือพิมพ์ออนไลน์อิสระชื่อ “ประชาไท”
    ปี 2552 จอนได้ริเริ่มทำโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)

ภาพลวงตา นักศึกษา-เสื้อแดง “ตู่” ติง “ป้า” หนุน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภาพลวงตา นักศึกษา-เสื้อแดง “ตู่” ติง “ป้า” หนุน

ภาพลวงตา นักศึกษา-เสื้อแดง "ตู่" ติง "ป้า" หนุน22 กันยายน 2563 – 15:21 น.

ภาพลวงตา นักศึกษา-เสื้อแดง “ตู่” ติง “ป้า” หนุน ภาพสะท้อน “เสื้อแดง” เคียงข้างนักศึกษา มีคำถาม ภาพจริงหรือมายา เพราะแกนนำ นปช.ยังเสียงแตก

++
ม็อบจบไปแล้ว แต่ควันหลงเรื่อง “นักศึกษา” กับ “คนเสื้อแดง” ยังมีประเด็นให้ถกเถียงต่อ เพราะมีเสียงสะท้อนว่า คนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมวันก่อน ไม่ใช่ทัพหลวง เป็นแดงกลุ่มย่อยที่กระจายตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

อ่านข่าว…  “เสื้อแดง” แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

“ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” แกนนำแดงอิสระที่พยายามก่อตั้งพรรคการเมือง ยืนยันว่า “ในความเห็นผม นี่คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ เหล่านักศึกษาได้ร่วมกันเปิดหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย และเป็นหน้าที่ของคนเสื้อแดงที่จะร่วมต่อสู้กับลูกหลานจนถึงฝั่งฝัน..”    

ถ้าสแกนใบหน้าผู้ชุมนุม 19 กันยา ก็จะพบว่า มีนักเรียน นักศึกษา จำนวนเทียบกันไม่ได้กับ 14 ตุลา แต่กลับมีใบหน้าผู้สูงวัยสวมเสื้อแดงเป็นจำนวนมาก
++
หาเสียงคนเสื้อแดง
++
ใกล้ 23.00 น.คืนวันเสาร์ที่ 19 ก.ย.2563 อานนท์ นำภา ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวว่า ตนเองไปเข้าคุกมา 5 วัน ไปเจอสุภาพบุรุษนักสู้เสื้อแดงคนหนึ่ง ตอนนี้ยังติดคุกอยู่ ปรบมือเป็นกำลังใจให้พี่ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หน่อย” จากนั้น ก็มีเสียงปรบมือจากผู้ร่วมชุมนุม ดังกึกก้อง    

เนื่องจากทนายอานนท์ เคยเป็นทนายความให้คนเสื้อแดงมาก่อน จึงเข้าถึงหัวอกหัวใจคนเสื้อแดงได้ดี     

ในวันชุมนุมใหญ่ “ธิดา ถาวรเศรษฐ” อดีตประธาน นปช. ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว UDD news ได้ส่งทีมงานไปออกบูธ ด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อเป็นประสานงานกับคนเสื้อแดงที่เดินมาชุมนุม    

“ธิดา” มีท่าทีสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ชัดเจน และเรียกการยุทธ์ท้องถนนครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ของคนสองรุ่น     

ทีมงานสื่อ UDD news ของธิดา ก็นำเสนอข่าวการทำกิจกรรมแฟลชม็อบ การชุมนุมใหญ่ของคณะประชาชนปลดแอก และแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ อย่างใกล้ชิด 

++
เดอะตู่คิดต่าง
++
หลังม็อบ 19 กันยา “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช. ออกมาแสดงความเห็นต่อการแถลงชัยชนะของแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมว่า การต่อสู้ได้เดินมาไกลและอยู่ใกล้เส้นชัยชนะเต็มที แต่นั่นเป็นการตีความฝ่ายเดียว     

“ตนมั่นใจว่า รัฐบาลได้รับความชำรุดน้อย เนื่องจากเป้าในการเคลื่อนไหวที่ชู 10 ข้อไม่ได้พุ่งไปเล่นงานรัฐบาล ขณะเดียวกันเป้าหมายนั้นไม่ได้ง่ายในทางปฎิบัติ และถ้ายิ่งเคลื่อนไหวรุกมากขึ้น ก็ยิ่งจะเกิดกระแสตีกลับเช่นกัน”    

สาเหตุที่จตุพร ต้องกล่าวเช่นนี้ เพราะเขาไม่เห็นกับข้อเสนอ 10 ข้อเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ    

“ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าเอาการต่อสู้ใน 3 ข้อแล้ว กระแสจะแรงมากที่สุด เพราะประชาชนเดือดร้อน ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน”     

3 ข้อที่ว่านั้น จตุพรหมายถึงข้อเรียกร้องให้มีการยุบสภา ประยุทธ์ลาออก และร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ฝันวันใหม่ “ไอติม” ลงถนน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฝันวันใหม่ “ไอติม” ลงถนน

ฝันวันใหม่ "ไอติม" ลงถนน22 กันยายน 2563 – 10:18 น.

ฝันวันใหม่ “ไอติม” ลงถนน ม็อบ 19 กันยา “ไอติม” หลานน้ามาร์ค ยืนอยู่ขอบสนามหลวง ปลุกประชาชนสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่เอาเผด็จการ  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เป็นระยะเวลาเดือนกว่า “ไอลอว์” และภาคประชาชน ทำการรวบรวมรายชื่อของประชาชนจากทั่วประเทศ เพื่อจะเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกกลไกสืบทอดอำนาจ คสช. และเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยประชาชน 

อ่านข่าว… “ไอลอว์” ตั้งโต๊ะข้างสนามหลวง ล่ารายชื่อผู้ชุมนุมร่วมแก้ไขรธน.ฉบับปชช.

ฝันวันใหม่ "ไอติม" ลงถนน

ไอติม วันที่ไปรณรงค์สร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ถนนราชดำเนิน

บ่ายวันที่ 22 ก.ย.2563 ไอลอว์ จึงจัดกิจกรรมส่งมอบรายชื่อให้กับรัฐสภา และเป็นเปิดศักราชใหม่ของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยนัดหมายที่ MRT เตาปูน ทางออก 4 เวลา 13.00 น. ก่อนจะเดินเท้าไปรัฐสภา เกียกกาย     

“ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนประชาชนว่า “ผมจะนำรายชื่อกว่า 100,000 คนไปยื่นที่รัฐสภา เพื่อให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมอภิปรายถึงเหตุผลว่า ทำไมร่างของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะถูกพิจารณาในวันที่ 23-24 ก.ย. ถึงไม่เพียงพอต่อการแก้วิกฤตทางการเมืองปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง”    

วันนี้ “ไอติม” ไม่ใช่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และพร้อมแล้ว สำหรับการเมืองนอกสภา    

หลังลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2562 ที่ผ่านมา ไอติมเปิดตัว “กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า” ในงานเปิดตัว “คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” (ครช.) เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2562    

อนาคตอันใกล้นี้ ไอติม จะมีบทบาทสำคัญสำหรับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากรัฐสภาไม่ฟังเสียงประชาชน 1 แสนเสียง ก็คงบีบให้ไอติมต้องก้าวลงท้องถนนเต็มตัว

++
หลานมาร์ค
++
คนไทยรู้จักไอติมครั้งแรก ในฐานะหลานชายของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์เป็นน้องแท้ๆ มารดาของไอติม)

วัยเรียน ไอติมสอบชิงทุน King’s Scholarship เข้าเรียนที่อีตัน (Eton College) ได้ ซึ่งในอดีต อภิสิทธิ์-น้าของเขาก็เคยเรียนที่นี่เช่นกัน

ไอติมยังคว้าดีกรีปริญญา สาขาปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ 

ปี 2561 ไอติม ตัดสินใจลาออกจากบริษัท Junior Manager ในเครือ บริษัท McKinsey & Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เพื่อทำงานการเมืองตามที่ตัวเองวาดฝันไว้
 

ฝันวันใหม่ "ไอติม" ลงถนน

ไอติม ไปสภาฯ 22 ก.ย.

++
นิวเดมอกหัก
++
แน่นอน ไอติมย่อมเลือกที่จะเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตามรอยน้าชาย “อภิสิทธิ์”

เดือน พ.ย.2561 ไอติมและผองเพื่อนประกาศเปิดตัวกลุ่ม “นิวเดม” ที่ย่อมาจากคำว่า “นิวเดโมเครต” หรือ “ประชาธิปัตย์ใหม่” จำนวน 21 คน 

ต้นปี 2562 โค้งสุดท้าย “อภิสิทธิ์” ประกาศหมัดเด็ด ไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช.    แต่ผลเลือกตั้ง ส.ส. ปรากฏว่า ประชาธิปัตย์พ่ายยับในสนาม กทม. “เดอะมาร์ค” จึงต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค 

15 พ.ค.2562 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ นำพรรคเข้ารัฐบาลประยุทธ์ ไอติมและกลุ่มนิวเดม ถึงได้รู้ว่า “โลกไม่สวยอย่างที่คิด”

5 มิ.ย.2562 ไอติม ตัดสินใจลาออกจากพรรค และวันนั้นเขาให้เหตุผลว่า อุดมการณ์ของเขาและพรรคแตกต่างกัน 

หลังจากนั้น ไอติมจึงเลือกที่จะเข้าร่วมกับคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน(ครช.) สานต่ออุดมการณ์ไม่เอาเผด็จการ

ฮาร์ดคอร์แดง แย้งเซียนม็อบ หยัน ‘เด็ก’ ใจเสาะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฮาร์ดคอร์แดง แย้งเซียนม็อบ หยัน ‘เด็ก’ ใจเสาะ

ฮาร์ดคอร์แดง แย้งเซียนม็อบ หยัน 'เด็ก' ใจเสาะ21 กันยายน 2563 – 20:30 น.

การ์ดแดงโต้ ปรมาจารย์ม็อบ วิจารณ์ “ม็อบ 19 กันยา” แกนนำเด็กใจเสาะ ไม่กล้าบุกทำเนียบรัฐบาล มวลชนผิดหวัง

        ควันหลังจากการชุมนุม 19 กันยา ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องพูดถึง อย่างเช่นเรื่อง “การ์ดซ้อนการ์ด”

     อ่านข่าว:“เสื้อแดง” แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

      เดิมที “สมบัติ ทองย้อย” แดงปากน้ำ ที่เคยเป็นการ์ด นปช.ในช่วงการชุมนุมปี 2552-2553 ได้ประกาศรับอาสาสมัครเป็นการ์ดดูแลความปลอดภัยในการชุมนุม 19 ก.ย.2563

ฮาร์ดคอร์แดง แย้งเซียนม็อบ หยัน 'เด็ก' ใจเสาะ

      นายสมบัติ ทองย้อย

     ครั้นใกล้วันชุมนุมใหญ่ “รุ้ง” แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่า การ์ดม็อบ 19 กันยา นำโดย “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ซึ่งได้ร่วมกับรุ่นน้องตั้งกลุ่ม We Volunteer

ฮาร์ดคอร์แดง แย้งเซียนม็อบ หยัน 'เด็ก' ใจเสาะ

   “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ

       We Volunteer คือกลุ่ม 3 พระจอมปกป้องประชาธิปไตย ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง   

       ดราม่า “การ์ดซ้อนการ์ด” ก็จบลง ที่แบ่งกันรับผิดชอบ โดยการ์ดคนเสื้อแดง ดูแลรอบนอก ส่วนการ์ดนักศึกษา 3 พระจอม ดูแลด้านใน รวมถึงตัวเวทีใหญ่ด้วย

      ++

      โต้ปรมาจารย์ม็อบ

       ++

      หลังจาก “เพนกวิน-รุ้ง” ตัดสินใจยุติการชุมนุมแบบไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย ทำให้คนเสื้อแดงบางกลุ่มแสดงอาการไม่พอใจ ตำหนิว่า แกนนำเด็กใจเสาะ ขี้ขลาด ไม่กล้าบุกทำเนียบรัฐบาล

      “สมบัติ ทองย้อย” การ์ด นปช.มากประสบการณ์ กลับมองว่า “เด็กจบแบบนี้ ก็ไม่ได้เหนือการคาดหมาย คำว่าชนะ คืออะไร เราชนะทางสติปัญญาและความคิดไงครับ เราชนะที่สามารถหลอกผู้นำโง่ๆ ให้มันแสดงความกลัวออกมาแบบขี้ขลาด แบบขี้ขึ้นสมอง”

     บทเรียนจากอดีต ไม่ว่าจะเป็นม็อบเหลือง ม็อบแดง ม็อบนกหวีด หากประกาศเดินหน้าว่าจะไปสู่จุดหมายใด ก็ต้องไปให้ถึง แม้จะมีด่านสกัด ทั้งตำรวจ-ทหาร และแท่งคอนกรีต ลวดหนาม

     คนเสื้อแดงที่ผ่านสมรภูมิราชดำเนินมาแล้ว จึงบอกว่า แกนนำเด็กถอดใจ ไม่กล้าลุย สมบัติอธิบายว่า “เด็กรู้หน้าทำเนียบมีอะไร การไปต้องมีปะทะแน่นอน เลือดตกยางออก ก็ต้องมีแน่นอน แล้วจะไปทำไมให้คนครหาว่าพามวลชนไปเจ็บตัว เหมือนที่ชอบว่ากันจังว่าแกนนำแดงพาคนไปตายแบบนั้นนะหรือถึงจะถูกใจกองเชียร์ (บ้า)..”

     หลายคนมองว่า สมบัติเป็นแดงฮาร์ดคอร์ อาจพาเด็กไปพบความเสียหาย แต่ศึกรบหนนี้ เขากลับมองว่า “การสู้รบไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเสมอไป ปัญญามี สมองมีก็ใช้ไปสิครับ”

‘เจียม’ มองศึกท้องถนน มีข้อจำกัด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘เจียม’ มองศึกท้องถนน มีข้อจำกัด

'เจียม' มองศึกท้องถนน มีข้อจำกัด21 กันยายน 2563 – 19:00 น.

“สมศักดิ์ เจียมฯ” หวังพรรคการเมืองรับไม้ต่อ “ปฏิรูปสถาบัน” เพราะการเมืองท้องถนน มีข้อจำกัด

       ข้อเสนอแบบพังเพดานของ “ม็อบ 19 กันยา” เชื่อว่า คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง ต้องนึกถึง “กลุ่มวิทยุใต้ดิน” ฝั่งลาว ซึ่งมีความคึกคักมาก ช่วงปี 2559-2560

    อ่านข่าว : ‘ หมอวรงค์ ‘ งง ม็อบประกาศชัยชนะอะไร

     สาเหตุที่กลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว ได้รับความสนใจ เพราะมีเสรีในการจัดรายการวิทยุระดับหนึ่ง และช่วงแรกๆ เหมือนปล่อยผี ต่างจากในกัมพูชา สมเด็จฮุนเซน ค่อนข้างเข้มงวด

       “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” นักวิชาการที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส จัดว่าเป็นแฟนพันธุ์ “วิทยุใต้ดิน” สมศักดิ์ฟังทั้งก๊วนเมืองลาว ไปจนถึงก๊วนสะใภ้เสียงชาวบ้านที่อยู่ในยุโรป หรือที่รู้จักกันในนาม “เหลืองใต้ดิน”

       ++

       การเมืองท้องถนน

       ++

       ล่าสุด หลังม็อบ 19 กันยา “สมศักดิ์ เจียมฯ” ขวัญใจของเยาวชนปลดแอก ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ผู้ที่ติดตามวิทยุใต้ดินอย่างสม่ำเสมอ คงพอทราบว่า ในวงการใต้ดินนั้น มีกระแสที่ปฏิเสธการเมืองอย่างเป็นทางการอยู่ และให้ความสำคัญกับการเมืองบนท้องถนน”

       ประเด็นนี้ สมศักดิ์เคยมีวิวาทะกับ “ลุงสนามหลวง” หรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ที่ปลุกระดมให้คนไทยลุกขึ้นก่อการแบบอนาธิปไตย ขับไล่เบื้องสูง

       สมศักดิ์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดสุดโต่ง เขามองว่า กลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว เป็นพวกสุ่มเสี่ยง พวกเพ้อฝัน

       “อันที่จริง ไม่มีหลักตายตัวว่า อะไรจะเป็นจุดชี้ขาด แต่แนวโน้มทั่วไปของโลกสมัยใหม่ จำเป็นต้องยอมรับว่า การเมืองแบบทางการ การต่อสู้ของพรรคการเมือง มีแนวโน้มจะเป็นจุดหลัก และแม้จะเหนื่อยยากเพียงใด การเมืองบนท้องถนนก็ยังมีข้อจำกัด (อาจจะยกเว้นนานปีทีหน นานมากๆ)..”     

       สมศักดิ์ยังหวังที่จะเห็นพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย นำ 10 ข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ไปเคลื่อนไหวในช่วงการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

       ++

       สุนัยโชว์

       ++

       หลังจากสิ้นวิทยุใต้ดินในลาว “สุนัย จุลพงศธร” อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ผันตัวเองมาทีวีออนไลน์ผ่านยูทูบชื่อ Sunai TV และ Sunai FC

       ช่วงนี้ วิทยุใต้ดินของสุนัย มาแรงสุดๆ แต่แนวคิดเขาก็ยังไม่ใช่แบบโกตี๋ ลุงสนามหลวง และสุรชัย แซ่ด่าน

       “โกตี๋” มีความชัดเจนการเรื่องการต่อสู้ด้วยความรุนแรง และปฏิเสธแนวทางรัฐสภา ส่วนกลุ่มลุงสนามหลวง หรือกลุ่มสหพันธรัฐไท ก็หนุนการเคลื่อนไหวนอกสภา

       พลันที่กลุ่มเพนกวิน และมิตรสหาย ชูธงปฏิรูปสถาบันฯ บรรดาวิทยุใต้ดินในต่างประเทศ กลับมาคึกคักอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาคม ซิดนีย์ ที่ออสเตรเลีย, ไฟเย็น จากฝรั่งเศส ,เพียงดิน รักไทย จากสหรัฐ ฯลฯ

“เสื้อแดง” แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เสื้อแดง” แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง21 กันยายน 2563 – 11:10 น.

“เสื้อแดง” แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง เก็บตกม็อบเพนกวิน คนเสื้อแดงสายนักเลือกตั้ง ฉวยโอกาสปั่นอีเวนท์หาเสียง เครื่องเคียงม็อบเด็ก

++
ยังโจษขานกันไม่หาย สำหรับม็อบคณะราษฎร 2563 ที่ท้องสนามหลวง โดยเฉพาะประเด็นพิธีกรรมวางหมุดใหม่    

ที่เป็นสีสันหรือเครื่องเคียงม็อบสายรุ้ง-เพนกวิน ก็คือ “คนเสื้อแดง” ที่เข้าร่วมการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะสวมเสื้อแดงมาเป็นกลุ่มเล็กๆ ทั้งจากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด    

ส่วนที่มาเป็นกลุ่มก้อน ประกาศตัวตนชัดเจน ก็ต้องยกให้ “แดงลำลูกกา” และ “แดงเมืองนนท์”

อ่านข่าว…  “แดง” มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน

อ่านข่าว… ตุลาเดือด “ม็อบสายรุ้ง” ส่งต่อ “ม็อบสายโรม” 

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

สมชาติ นาคบรรจง แถลงข่าวก่อน 19 กันยา

++
แดงค่ายบิ๊กแจ๊ส
++
บ่ายวันที่ 19 ก.ย.2563 บริเวณเจดีย์ขาว ชายขอบสนามหลวง ด้านสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นที่นัดรวมพลของคนเสื้อแดง และมีรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง พร้อมปักธงแดงปลิวไสว จอดอยู่หลายคัน     

คนเสื้อแดงกลุ่มนี้ เคลื่อนทัพออกจากคลองสี่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตั้งแต่เช้า โดยการนำของ ศรรัก ทองชัย อดีตแกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) หรือวิทยุคนเสื้อแดง 

อย่างที่รู้กัน กลุ่มนักจัดรายการวิทยุคนเสื้อแดงเมืองปทุมธานี ได้รวมตัวกันจัดตั้ง “ชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย” อยู่ที่ตลาดมหาลาภ ถนนตัดใหม่ลำลูกกา คลองสี่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

ศรรัก ทองชัย

รวมดาวดังครบ ทั้งสมชาติ นาคบรรจง, ศรรัก ทองชัย และเล็ก บ้านดอน โดยพวกเขาได้ทำทีวีออนไลน์สถานี SCTV 

เหนืออื่นใด แกนนำวิทยุคนเสื้อแดงที่แปลงร่างเป็นคนทำสื่อดิจิตอล ประกาศจุนยืนหนุน “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี

ภารกิจของพวกเขา ใช้กระบอกเสียง SCTV อุ้ม “บิ๊กแจ๊ส” เข้าทำเนียบ อบจ.ปทุมธานี ให้ได้ 

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ทำกิจกรรมที่สนามหลวง

++
แดงสายส้มเมืองนนท์
++
อีกสีสันหนึ่งในการชุมนุม 19 กันยา คือ การเคลื่อนขบวนมวลชนทางเรือ จากท่าน้ำนนท์ ถึงท่าพระจันทร์ นำโดย “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จัดกิจกรรม “รวมพลคนนนทบุรีไล่เผด็จการ” 

ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ชื่อนี้ฝ่ายความมั่นคงนนทบุรี รู้จักเขาดีอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2553 ชินวัตร ในนามเครือข่ายเสื้อแดงเมืองนนท์ และกลุ่มวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง

เมื่อมาถึงท้องสนามหลวง ชินวัตรก็ตรงมาขึ้นเวทีย่อยของแดงลำลูกกา เพราะพวกเขารู้จักกันดีอยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2556 ชินวัตรก็เป็นแกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) คนหนึ่ง

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

ชินวัตร สมัยเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่

สองปีมานี้ ชินวัตร เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ นนทบุรี และสนับสนุน ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี สังกัดคณะก้าวหน้า

ส่วนตัวชินวัตรเอง จะลงสมัคร ส.อบจ.นนทบุรี เขต 9 โดยอิสระ ไม่สังกัดคณะก้าวหน้า 

ระหว่างที่รอการเลือกตั้งท้องถิ่น ชินวัตรจึงกระโจนมาเป็นแกนนำแฟลชม็อบเมืองนนท์ เพราะคุ้นเคยกับน้องๆ อย่างเพนกวิน มาแต่สมัยม็อบคนอยากเลือกตั้ง

‘กวิ้น’ คิดไงเปิดเพลง ‘น้าหงา’ผิดวิกหรือเปล่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘กวิ้น’ คิดไงเปิดเพลง ‘น้าหงา’ผิดวิกหรือเปล่า

'กวิ้น' คิดไงเปิดเพลง 'น้าหงา'ผิดวิกหรือเปล่า20 กันยายน 2563 – 18:45 น.

เพนกวินฉลองชัย เปิดเพลง “น้าหงา” ลั่น สงสัยร้องเพลงผิดวิก เพราะ “เซิ้งอีสาน” เพลงด่ามะกัน

        ตอนสายของวันอาทิตย์ 20 ก.ย.2563 “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ประกาศยุติการชุมนุม “ทวงคืนอำนาจราษฎร” บนหลังคารถกระจายเสียง

       หลังจากนั้น รถบัญชาการหันหัวกลับเข้าสนามหลวง พร้อมกับเปิดเพลง “เซิ้งอีสาน” ฉลองชัยอย่างสนุกสนาน

       “โอ้ ฮะโอ ฮะโอ้ ฮะโอ แดนอีสานกำลังเดือดฮ้อน

       มันเป็นย้อนพวกเจ้านายมัน มันกวดขัน ตั้งแต่เรื่องการปราบ

       มันกำหราบชาวไร่ชาวนา มันตั้งข้อหา ให้เป็นคอมมิวนิสต์ เอาคนบ่ผิดมันก็จับไปขัง มันชังไผมันก็เอาไปฆ่า..”

       เสียงเพลงเซิ้งอีสานบนรถบัญชาการของเพนกวินเช้าวันนั้น เป็นเพลงต้นฉบับของวงคาราวาน ร้องโดย สุรชัย จันทิมาธร หรือ “หงา คาราวาน”

       ++

       บทเพลงไล่ฐานทัพ

       ++

       เพลง “เซิ้งอีสาน” อยู่ในอัลบั้มเพลงชุด “อเมริกันอันตราย” ที่วงคาราวาน บันทึกเสียงปี 2518 ซึ่งเวลานั้น ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) กำลังเคลื่อนไหวขับไล่ฐานทัพอเมริกา วงคาราวานจึงนำเพลงนี้มาบันทึกเสียง

       “มันหลอกลวงพวกเฮาพี่น้อง มันยกย่องอเมริกา ให้มันมาจัดตั้งฐานทัพ มันตั้งไนต์คลับ เต็มบ้านเต็มเมือง ไทยเฮาเปลืองทั้งข้าวทั้งน้ำ..”

       เบื้องหลังเพลงเซิ้งอีสาน ผู้ประพันธ์คือ มหาอุทัย คนใกล้ไขแสง สุกใส อดีต ส.ส.นครพนม ต้องการสะท้อนภาพสังคมอีสาน ยุคที่สหรัฐอเมริกา มาจัดตั้งฐานทัพในไทย และสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหาร ปราบปราบประชาชนในเขตชนบท โดยเฉพาะภาคอีสาน

       ถ้าเปรียบเทียบกับการต่อสู้ของขบวนการนักศึกษาที่ชูคำขวัญ”พังเพดาน” ในวันนี้ ดูเพลงเซิ้งอีสาน จะเป็นเพลงที่ผิดวิกผิดเวลา

       ++

       ไหนว่าไม่เอาเพื่อชีวิต

       ++

       ย้อนไปเมื่อ 47 ปีที่แล้ว ระหว่างวันที่ 21-27 มิ.ย. 2516 มีการชุมนุมใหญ่ของนักศึกษา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประท้วงอธิการบดีรามคำแหง ลบชื่อนักศึกษา 9 คน     

         การชุมนุมครั้งกระโน้น ได้ก่อให้เกิดเพลง “สู้ไม่ถอย” ปลุกใจให้ลุกขึ้นสู้เผด็จการ แต่สำหรับการชุมนุมของเยาวชนปลดแอก หรือกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ ปรากฎว่า ไม่มีเสียงเพลงเพื่อชีวิต เพลงสู้ไม่ถอย และกระทั่งเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา      

        ตรงกันข้าม คนรุ่นใหม่ร้องเพลง “Do you hear the people sing” แสดงพลังของประชาชน มีวง Rap Against Dictatorship (RAD) เจ้าของเพลงประเทศกูมี ,แอมมี่ The Bottom Blues และวงสามัญชน

   
       แม้แต่ “หนูหริ่ง” สมบัติ งามบุญอนงค์ พ่อยกม็อบเด็ก ยังพูดว่า “ปีนี้เพลงที่เล่นอยู่บนเวทีไม่มีเพลงเพื่อชีวิต ไม่ต้องไปร้อง หงา คาราวาน แต่ก่อนถ้าคุณจะมีม็อบ ต้องเชิญพวกนี้มา แต่พูดตรงๆ นะ ผมไม่คิดถึงเลย เปลี่ยนยุคไปเลย เอาต์ไปแล้ว”

       หนูหริ่งหรือ บก.ลายจุด บอกเพื่อชีวิตมันเอาต์ไปแล้ว แต่เพนกวิน และมิตรสหาย ร้องเพลงน้าหงากันสนุกสนาน ดูย้อนแย้งกันยังไงพิกล

'กวิ้น' คิดไงเปิดเพลง 'น้าหงา'ผิดวิกหรือเปล่า
'กวิ้น' คิดไงเปิดเพลง 'น้าหงา'ผิดวิกหรือเปล่า

เปิด 10 ข้อต่อสู้ “พ.ต.อ.รุ่งโรจน์”อดีตรักษาการ ผอ.อคส. จัดซื้อถุงมือยาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 เปิด 10 ข้อต่อสู้ “พ.ต.อ.รุ่งโรจน์”อดีตรักษาการ ผอ.อคส. จัดซื้อถุงมือยาง

 เปิด 10 ข้อต่อสู้ "พ.ต.อ.รุ่งโรจน์"อดีตรักษาการ ผอ.อคส. จัดซื้อถุงมือยาง20 กันยายน 2563 – 18:24 น.

 เปิด 10 ข้อต่อสู้ “พ.ต.อ.รุ่งโรจน์  พุทธิยาวัฒน์”อดีตรักษาการ ผอ.อคส. จัดซื้อถุงมือยาง แต่ต้องรอพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไปว่าฟังขึ้นหรือไม่ 

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งย้าย พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์  อดีตรักษาการผู้อำนวยการ องค์การคลังสินค้า(อคส.) มาปฏิบัติหน้าที่ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี หลังมีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีว่ามีผู้นำเงินของ อคส.หลายพันล้านบาทไปลงทุนในธุรกิจถุงมือยางช่วงที่พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ทำหน้าที่รักษาการแทนผู้อำนวยการ อคส. จนอาจเข้าข่ายพัวพันการทุจริต

และ ผอ.อคส.คนปัจจุบัน ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ. รุ่งโรจน์ รวมทั้งยื่นเรื่องให้ ป.ป.ง.
ตรวจสอบเส้นทางเงินและจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีด้วยนั้น

ในเรื่องนี้ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ได้เตรียมประเด็นสู้ไว้ดังนี้ 

 1.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมาย

 2.แม้ว่า พ.ร.ก.จัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ.2498 มาตรา 26 โดยกฎหมายดังกล่าวให้ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ให้อำนาจ ผอ.อคส. จัดซื้อจัดจ้างได้ในวงเงินไม่เกิน 25 ล้านบาท(สัญญาซื้อขายถุงมือยางจำนวนเงินทั้งหมด 112,500 ล้านบาท วางเงินมัดจำไปแล้ว 2,000ล้านบาท) แต่เมื่อข้อบังคับ อคส. ดังกล่าวไม่ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเท่ากับว่าไม่ต้องปฏิบัติก็ได้

 3.ไม่ได้มีการทุจริต

 4.ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินและขาดทุนของ อคส. ในช่วง 5 ปีติดต่อกันที่มีกว่า 11,000 ล้านบาทโดยการซื้อขายถุงมือยางครั้งนี้เป็นโอกาสที่ อคส.จะทำกำไรได้มาก

 5.ก่อนดำเนินการได้ประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนของ อคส.และเห็นตรงกันว่าจะซื้อขายถุงมือยาง เพราะเป็นโอกาสที่จะทำกำไร ล้างขาดทุนสะสมขององค์การได้

 6. ได้ทำหนังสือเวียนขอมติจากบอร์ดแล้ว 

 7. สาเหตุที่ไม่รอให้ผ่านการพิจารณาของบอร์ด อคส.เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนและเห็นว่าเป็นโอกาสทำกำไรของ อคส.

 8.บริษัท การ์เดียน โกลฟส์ จำกัด ที่ อคส. ทำสัญญาซื้อถุงมือยางด้วยให้วางเงินมัดจำแค่ 2% หรือ 2,000 ล้านบาท น้อยกว่าบริษัทอื่นที่ให้วางมัดจำถึง 50% ซึ่ง อคส. มีเงินไม่มากพอ

9. ถุงมือยางของบริษัท การ์เดียน โกลฟส์ จำกัด ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ

10.สัญญาซื้อขายถูกต้องตามมาตรฐาน

แต่ข้อต่อสู้ของ พ.ต.อ. รุ่งโรจน์  จะฟังขึ้นหรือไม่แค่ไหนเพียงไร ก็ต้องรอกระบวนการยุติธรรมพิสูจน์กันต่อไป

ม็อบเลิกเร็ว ‘ถอดใจหรือหักมุม’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม็อบเลิกเร็ว ‘ถอดใจหรือหักมุม’

ม็อบเลิกเร็ว 'ถอดใจหรือหักมุม'20 กันยายน 2563 – 17:59 น.

‘ม็อบเพนกวิน-รุ้ง’ มาเร็วเคลมเร็ว ยุติม็อบชนิดกองเชียร์อารมณ์ค้าง แกนนำถอดใจ หรือลดความสุ่มเสี่ยง 

++
    การประกาศชัยชนะยกแรกของ“เพนกวิน” แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หลังจาก “รุ้ง” เดินไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรีผ่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้กองเชียร์บางส่วนออกอาการงงๆ 
  “สมชัย ศรีสุทธิยากร”ยังโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.2563
    “1.ผู้ชุมนุมในช่วงเช้า น่าจะอยู่ที่ไม่เกินหมื่นคน เป็นกลุ่มที่ยืนหยัดค้างคืน ถือเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ไม่สามารถเป็นภาพที่สวยงามมีพลัง แบบ 14 ตุลา 2516  ทั้งนี้เพราะเงื่อนไขจำกัดหลายประการ
    2.การประกาศบนเวทีของผู้นำการชุมนุม ที่เปลี่ยนเส้นทางจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังที่ใหม่ที่ไม่ได้ชี้แจงชัดเจน  เป็นนาทีที่สุ่มเสี่ยงและน่าเป็นห่วงที่สุด..” 
    ปฏิกิริยาการยุติการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ยังเป็นข้อถกเถียงในสื่อโซเชียล 
    บางเสียงว่า แกนนำม็อบหักมุม ไม่เสี่ยงแตกหัก แสดงความมีวุฒิภาวะของแกนนำม็อบ
    ความต่างระหว่าง “มีอาการถอดใจ” กับ “มีวุฒิภาวะ” ก็อยู่กับมุมมองของกองเชียร์แต่ละฝ่าย 

++
มวลชนไม่ตามเป้า
++
 นับแต่มีนัดหมายชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้แถลงครั้งแล้วครั้งเล่าว่า จะปักหลักพักค้าง และเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล
 แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ คาดการณ์จะมีผู้มาร่วมชุมนุมประมาณ 2 แสนคน โดยเลือกท้องสนามหลวง เป็นสถานที่ปักหลักพักค้าง ส่วนสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์เป็นเป้าหลอก
 เอาเข้าจริง “จำนวน” มวลชนช่วงเวลาพีกสุดประมาณ 4 ทุ่ม ก็ไม่ถึง 5 หมื่นคน แม้จะประกาศบนเวทีว่า เต็มสนามหลวง แต่ของจริงก็แค่ครึ่งสนามหลวงแบบหลวมๆ 
 เนื่องจากไม่มี “มวลชนจัดตั้ง” เหมือนตอนม็อบเสื้อแดง จึงทำให้มวลชนเหลือถึงรุ่งเช้าแค่หลักหมื่น การจะไปตามเป้าหมายเดิม คงไม่ประสบความสำเร็จจึงต้องถอย
++
ฝ่ายรัฐตั้งรับแข็งแกร่ง
++
 ฝ่ายความมั่นคง ไม่เชื่อว่า ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จะไปทำเนียบรัฐบาล หรือสถานที่สำคัญใกล้เคียง จึงวางแนวป้องกันไว้ที่จุดแรกที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และจุดที่ 2 คือสะพานมัฆวานรังสรรค์ 
 รอบทำเนียบรัฐบาล 4 ด้าน มีแนวตั้งรับแท่งแบริเออร์ แท่งซีเมนต์ และลวดหนาม 
  เหนืออื่นใด หน่วยข่าวความมั่นคงรู้แผนที่จะไปวางหมุด “คณะราษฎรใหม่” ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จึงให้ ส.ว.คนหนึ่งปูดข่าวนี้ 
  แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ เลยตัดสินใจฝังหมุดคณะราษฎรใหม่ กลางท้องสนามหลวงแทน
 กลางดึกคืนวันเสาร์ ตำรวจนครบาลคงได้กลิ่นอะไรบางอย่าง จึงนำรถเมล์มาวางแนวป้องกันถนนราชดำเนินใน ฝั่งศาลฎีกาเพราะเส้นทางนี้จะไปทำเนียบองคมนตรีได้ 
 เมื่อเจอแนวต้านที่แข็งแกร่ง “เพนกวิน” และสหาย จึงปรับแผนไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี และส่ง “รุ้ง” ไปยื่นหนังสือข้อร้องเรียนแทน
++
ม็อบหักมุม
++
 อีกด้านหนึ่ง ผู้ที่เชียร์ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ก็มองว่า การเปลี่ยนแผนไม่ไปทำเนียบรัฐบาล คือ แกนนำม็อบได้สร้าง”เซอร์ไพรส์” โดยปักหมุดสนามหลวง และไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี โดยไม่เคลื่อนไปทำเนียบรัฐบาล
  แสดงถึง “วุฒิภาวะ” ของแกนนำม็อบวัย 18-19 ปี พวกเขามีความสุขุมรอบคอบ ไม่ได้มุทะลุ แกนนำม็อบเด็กคิดถึงการปกป้องมวลชนมากกว่าและคิดยาวกว่า
 สรุปว่า แกนนำม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ประเมินมวลชนสูงเกินจริง และขาดประสบการณ์ในสถานการณ์ “ม็อบเผชิญหน้า” จึงต้องพลิกเกมเล่นใหม่ 

เรื่องเล่าในอดีต บางครั้งเป็นได้เพียง “นิทานหลอกเด็ก” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เรื่องเล่าในอดีต บางครั้งเป็นได้เพียง “นิทานหลอกเด็ก”

เรื่องเล่าในอดีต บางครั้งเป็นได้เพียง "นิทานหลอกเด็ก"20 กันยายน 2563 – 15:10 น.

ภาพจำในอดีต วิถีชนบทแต่ละหมู่บ้าน ผู้สูงวัยถูกล้อมวงด้วยเด็กๆ เพื่อฟังนิทาน เมื่อวันเวลาผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยนไป อย่างรวดเร็ว เรื่องเล่าในอดีตบางครั้งก็เป็นได้เพียง นิทานหลอกเด็ก บทวิเคราะห์โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

         ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณยายเป็นนักเล่านิทานประจำหมู่บ้าน มีเด็กหลายคนมาล้อมวงคอยฟังนิทานจากคุณยาย ทุกคนจะเงียบกริบและตั้งใจฟังอย่างสนุกสนาน นิทานเป็นความบันเทิงเดียวที่เด็กๆ จะได้รับในยุคนั้น ก่อนที่เทคโนโลยีจะมาแยกระยะห่างระหว่างบุคคลออกไปจนหมดสิ้น

       โลกปัจจุบันเปลี่ยนไป ข่าวสารสามารถเข้าถึงทุกคนได้อย่างรวดเร็ว ไม่จำกัดสถานที่และเวลา การที่คนเราได้รับรู้อะไรเพียงบางส่วน อาจทำให้เข้าใจว่าตนเองรู้แจ้ง ทำให้เกิดความมั่นใจในองค์ความรู้ของตนเอง ที่ได้มาโดยปราศจากประสบการณ์หรือไม่เคยได้สัมผัสกับความเป็นจริงเลย อาจทำให้บุคคลนั้น ยิ่งมั่นใจในความรู้ของตนเองและแสดงออกถึงอาการที่แข็งกราว มั่นใจในตนเอง ทั้งที่มีความรู้เพียงครึ่งๆ กลางๆ อาจบอกได้ว่า เป็นการหลงผิดก็เป็นได้

      ส่วน โลกของนิทาน(หลอกเด็ก) สมัยผมฟังนิทาน ส่วนหนึ่งเพื่อความบันเทิงและรับคำสอนจากผู้ใหญ่สอนเราผ่านนิทานว่า โลกนี้มี ธรรมะกับอธรรม มีฝ่ายพระเอกกับฝ่ายผู้ร้าย บางคนเกิดมาเพื่อยิ้มละไมเป็นคนดีไปตลอดชีวิต บางคนเกิดมาเพื่อแยกเขี้ยวยิงฟันเป็นคนร้ายไม่ได้เลิก

        และเด็กทุกคนก็ควรตัดสินใจเลือกอยู่ข้างพระเอก ถ้าไม่ได้เป็นพระเอกอย่างน้อยเป็นลูกน้องพระเอกก็ยังดี ทุกอย่างถูกกำหนดเช่นนั้น แต่อย่างไรผู้ใหญ่ก็ไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องผีเป็นเรื่องสุดท้าย เพื่อให้เราเข้านอนด้วยความกลัวและหลับไปอย่างเร็ว จนกว่าจะถึงเช้าวันใหม่

          เป็นอันว่า ในหมู่มนุษย์ของเราอันเป็นสัตว์ครองโลก จัดว่าฉลาดที่สุดแล้ว (เท่าที่ทราบ ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่) มีสมองมากที่สุดแล้ว ตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา ไม่ได้ปล่อยให้เด็กเห็นโลกตามที่มันเป็น

        ซึ่งเด็กแต่ละคนควรจะโตขึ้นมา ด้วยวิธีแยกแยะของตัวเอง ว่าสิ่งใดควรฝังใจ ฝังจำ ยึดมั่นเป็นคุณงามความดีกันแน่ ทำอย่างไร เราจะให้เด็กเห็นความจริง คนๆ หนึ่งไม่ได้อยู่ข้างดีหรือข้างร้ายมาแต่เกิด ทุกคนมีที่มาที่ไป ทุกคนเผลอทำชั่วบ้าง มีแก่ใจทำดีบ้าง เด็กๆ สามารถโตขึ้นมาแบบทันเหตุการณ์ไม่ตกข่าว ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าข่าวสารไม่ได้น่าเสพไปทั้งหมด หลายเรื่องไม่ต้องรู้ก็ได้ 

        ย้อนกลับมาที่ การศึกษาของประเทศไทย ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นการจัดการศึกษา โดย มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกใน ความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

        มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อ การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ

        หรือว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นผลจากการจัดการศึกษาที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาอย่างมากมาย จนคนที่ออกแบบการศึกษายังรับมันไม่ได้ หรือเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของข่าวสารเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น       

          การได้รับองค์ความรู้ที่ไม่สมบูรณ์ โดยปราศจากประสบการณ์จริง ถ้าเป็นผลไม้ที่ยังไม่สุกก็รีบเด็ดมารับประทาน จึงไม่อร่อยอย่างที่คาดหวัง แม้จะเป็นไปในรูปแบบไหนก็ดีผลที่ได้รับก็ยังคงเป็นความเสียหายของบ้านเมือง อยากฝากให้ทุกคนลองไตร่ตรองดู

       แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมย้อนคิดถึงอดีต เพราะ มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองท่านหนึ่งออกมาเล่า “นิทานหลอกเด็ก” ผ่านสื่อหลายช่องทางกระจายไปทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นนิทานก่อนนอน เรื่องผี น่าจะเป็นการกล่อมให้เด็กนอน