โซไซตี้ : ‘จริงใจ FARMERS’ MARKET’ คัดที่สุด ผัก ผลไม้ทั่วไทย ส่งตรงจากมือเกษตรกรทั่วไทยสู่ชาวกรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/579779

โซไซตี้ : ‘จริงใจ FARMERS’ MARKET’ คัดที่สุด ผัก ผลไม้ทั่วไทย  ส่งตรงจากมือเกษตรกรทั่วไทยสู่ชาวกรุงเทพฯ

โซไซตี้ : ‘จริงใจ FARMERS’ MARKET’ คัดที่สุด ผัก ผลไม้ทั่วไทย ส่งตรงจากมือเกษตรกรทั่วไทยสู่ชาวกรุงเทพฯ

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย ย้ำวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยหลักธรรมาภิบาล สร้างคุณค่าร่วมกันกับทุกภาคส่วน ยกระดับต่อยอดความสำเร็จจากตลาด “จริงใจ FARMERS’ MARKET”สู่แฟล็กชิพสโตร์เต็มรูปแบบแห่งแรก คัดที่สุดผัก ผลไม้ ทั่วไทย ของดีเอกลักษณ์จาก77 จังหวัด กว่า 290 รายการ ส่งตรงจากมือเกษตรกรผู้ผลิตทั่วประเทศสู่คนกรุงเทพฯที่ชั้น บี 1 หน้าเซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซาบางนา ตั้งเป้าให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3 เท่า ช่วยเหลือเกษตรกร46 ชุมชน กว่า 3,000 ครัวเรือน พร้อมยึดต้นแบบ“จริงใจ FARMERS’ MARKET” สาขาเซ็นทรัล บางนา เปิดเพิ่มอีก 10 สาขาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลภายในปีนี้

ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เซ็น ทรัล รีเทล มีแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างสรรค์คุณค่าร่วม (creating share value) กับทุกภาคส่วน หนึ่งในพันธกิจสำคัญคือการขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ครัวเรือนและชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองมีรายได้และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเซ็นทรัล รีเทลนำประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจองค์ความรู้ด้านค้าปลีก จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล และช่องทางจัดจำหน่ายแบบไร้รอยต่อ เพื่อถ่ายทอดทุกองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพให้กับเกษตรกร ชุมชน ซึ่งโครงการต้นแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ได้แก่ ตลาดจริงใจ FARMERS’ MARKET ตลาดรูปแบบใหม่ที่กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ เซ็นทรัล รีเทล ริเริ่มขึ้นเปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อปี 2561 ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เซ็นทรัล พลาซา อุดรธานี โดยมีความตั้งใจสร้างให้เป็นแหล่งรวม ผัก ผลไม้ปลอดภัย ปลอดสารพิษ และของดีประจำจังหวัด ซึ่งได้รวบรวมผลผลิตคุณภาพดีจากเกษตรกรท้องถิ่น ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบให้ได้มาตรฐาน จนได้สินค้าคุณภาพดี ปัจจุบันตลาดจริงใจฯ เปิดไปแล้ว 23 สาขา ประสบผลสำเร็จอย่างสูงทั้งในแง่การตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรกว่า 6,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ และยังเป็นต้นแบบของตลาดที่ปลอดการใช้พลาสติก เน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติในท้องถิ่นเพื่อลดปริมาณขยะ และรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงผ้ามาช้อปปิ้ง”

สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบจ.เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล

ด้าน สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “จริงใจ FARMERS’MARKET แฟล็กชิพสโตร์ที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกนี้ จะช่วยสร้างโอกาส เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้แก่เกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ ตลอดจนเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์สินค้า และเชื่อมโยงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้รู้จักสินค้าอัตลักษณ์จากท้องถิ่นได้มากยิ่งขึ้น โดยมีไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ผักพื้นบ้านที่หายาก เช่น ผักสลัดน้ำ จ.ยะลา,ผักกระชับ จ.ระยอง,หน่อหวาย จ.สกลนคร, มะพร้าวกะทิเกาะพะงันจ.สุราษฎร์ธานี, ส้มจุก จ.สงขลา และรวบรวมสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไว้มากถึง60 รายการ เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ, ลิ้นจี่ จ.นคร พนม, หอมแดงทุเรียนภูเขาไฟ จ.ศรีสะเกษ ฯลฯ อาหารพร้อมทานของดีขึ้นชื่อคัดสรรมาจากตลาดจริงใจทั้ง23 สาขาหมุนเวียนทุกเดือน พร้อมสาธิตกิจ กรรมพื้นบ้านที่น่าสนใจ อาทิ การสานผักตบชวาและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย”

ร่วมสนับสนุนผัก ผลไม้ ทั่วไทย ของดี เด่น ดัง เป็นเอกลักษณ์จาก 77 จังหวัดกว่า 290 รายการ ที่ปลูกด้วยใจของพี่น้องเกษตรกรได้ที่ “จริงใจ FARMERS’ MARKET” แฟล็กชิพสโตร์ ชั้น บี 1 หน้าเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลบางนา เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-22.00 น.เกษตรกรที่ร่วมโครงการจริงใจ FARMERS’ MARKETเกษตรกรที่ร่วมโครงการจริงใจ FARMERS’ MARKET

ผลผลิตการเกษตรที่วางจำหน่ายในจริงใจ FARMERS’ MARKETผลผลิตการเกษตรที่วางจำหน่ายในจริงใจ FARMERS’ MARKET

โซไซตี้ : เสริมกำลังด้านสื่อสาร ทรู เดินหน้าสนับสนุน โรงพยาบาลสนาม กรมแพทย์ทหารบก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/578098

โซไซตี้ : เสริมกำลังด้านสื่อสาร ทรู เดินหน้าสนับสนุน  โรงพยาบาลสนาม กรมแพทย์ทหารบก

โซไซตี้ : เสริมกำลังด้านสื่อสาร ทรู เดินหน้าสนับสนุน โรงพยาบาลสนาม กรมแพทย์ทหารบก

วันอาทิตย์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตลอดช่วงวิกฤติโควิด-19 ทุกภาคส่วนรวมถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ และกลุ่มทรูได้เร่งระดมความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ “โครงการซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” ซึ่งครั้งนี้คณะผู้บริหารเครือฯ นำโดย วรวิทย์เจนธนากุล กรรมการบริหาร และรองกรรมการผู้จัดการบริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร พร้อมด้วย วิเชียร จึงวิโรจน์ กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์, พิชิต ธันโยดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กรบมจ.สยามแม็คโคร ได้ส่งมอบอาหารน้ำดื่ม และความสะดวกด้านการสื่อสารแก่โรงพยาบาลสนาม กรมแพทย์ทหารบกโดย พลโทชาญชัย ติกขะปัญโญเจ้ากรมแพทย์ทหารบก, พลตรีเฟื่องวิทย์ เลาหสุรโยธิน เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกและ พลตรีสรรเสริญ คล้ายแก้วเสนาธิการกรมยุทธศึกษาทหารบก รับมอบ

ทั้งนี้ กลุ่มทรู ได้ติดตั้งเครือข่ายสัญญาณทรู 5G / 4G / WiFi มอบ True Super Talkie 4G จำนวน 10 เครื่อง พร้อมซิมโทรฟรี เนตฟรี ความเร็ว 10 Mbps. นาน 1 ปี จำนวน 30 ซิมให้บุคลากรทางการแพทย์ติดต่อสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุด รวมถึงเพิ่มความผ่อนคลายให้ผู้ป่วยด้วยบริการ “ทรูวิชั่นส์ นาว”(TrueVisions NOW) รับชม 24 ช่องดังจากทรูวิชั่นส์ได้ทันทีผ่านสมาร์ทโฟนบนแอปพลิเคชั่นทรูไอดี โดยมอบรหัสดูฟรีคอนเทนต์หลากหลาย ทั้งสาระ และบันเทิงในรูปแบบสตรีมมิ่ง ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าวตอกย้ำความตั้งใจของกลุ่มทรู ที่จะอยู่เคียงคู่คนไทยให้ก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19ไปด้วยกันโดยเร็ว

โซไซตี้ : ส่งมอบเครื่องออกซิเจนไฮโฟลว์ ช่วยผู้ป่วยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/574882

โซไซตี้ : ส่งมอบเครื่องออกซิเจนไฮโฟลว์ ช่วยผู้ป่วยโควิด-19

โซไซตี้ : ส่งมอบเครื่องออกซิเจนไฮโฟลว์ ช่วยผู้ป่วยโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาสบ9 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธาน การส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์ พร้อมด้วยนักธุรกิจเอกชน ร่วมบริจาคเครื่องออกซิเจนไฮโฟลว์ (Oxygen High Flow) 1 เครื่อง ให้แก่มูลนิธิพงษ์ศักดิ์ วิทยากร เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยส่งต่อมาใช้ในโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ซึ่งได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการร่วมดูแลและรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันออกและสมุทรปราการที่ยังคงเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยมีธานี มณีนุตร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทพริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด(มหาชน) หรือ PRINC พร้อมด้วย นพ.วรัญญ์ เทียนส่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ และคณะผู้บริหารร่วมรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่านทางมูลนิธิพงษ์ศักดิ์ วิทยากร ณ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

สำหรับเครื่องออกซิเจนไฮโฟลว์ (Oxygen High Flow) ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการช่วยชีวิตผู้ป่วยภาวะหายใจล้มเหลว หรือมีภาวะพร่องออกซิเจน และเพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้มายิ่งขึ้น ปัจจุบันประสบปัญหาขาดแคลนทั้งในโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งนี้จังหวัดสมุทรปราการอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดง) ล่าสุดโรงพยาบาลหลายแห่งในเครือพริ้นซ์ฯ ร่วมมือกับภาครัฐในการกระจายการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มเป้าหมายระยะแรกผ่านระบบหมอพร้อมและประสานโดยตรงมายังโรงพยาบาลที่ร่วมการกระจายวัคซีนในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมเตรียมดำเนินการประสานลงพื้นที่เพื่อช่วยภาครัฐในการตรวจคัดกรองเชิงรุกย่านชุมชนกลุ่มเสี่ยง ประสานส่งต่อรักษาตัวยังโรงพยาบาล Hospitelหรือโรงพยาบาลสนาม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และควบคุมการระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ต่างๆ ให้ได้โดยเร็ว

โซไซตี้ : ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมส่งกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ มอบผลิตภัณฑ์ Double A Care สู้โควิด-19 ระลอกใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/574722

โซไซตี้ : ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมส่งกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์  มอบผลิตภัณฑ์ Double A Care สู้โควิด-19 ระลอกใหม่

โซไซตี้ : ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมส่งกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ มอบผลิตภัณฑ์ Double A Care สู้โควิด-19 ระลอกใหม่

วันเสาร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดั๊บเบิ้ล เอ ตระหนักถึงสถานการณ์การกลับมาระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในคลัสเตอร์ชุมชนต่างๆ ที่กระจายทั้งกรุงเทพฯปริมณฑลและต่างจังหวัดในวงกว้าง จึงได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย Double ACare ให้โรงพยาบาลต่างๆ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 รวมทั้งชวนคนไทยการ์ดอย่าตกสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง กระตุ้นสังคมดูแลใส่ใจสุขภาพ

ชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เปิดเผยว่า “ด้วยสถานการณ์ของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล ดั๊บเบิ้ล เอ มีความห่วงใยและขอส่งกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขอย่างหนักในช่วงนี้ โดยได้มอบ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย “Double A Care” ได้แก่ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ สบู่เหลวล้างมือแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ ถุงมือยาง ให้กับโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อสนับสนุนภารกิจสู้กับโควิด-19 รวม 9 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสนามของกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลพุทธโสธร โรงพยาบาลสนามเชียงใหม่เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสนามคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า  โรงพยาบาลศิริราชโรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  นอกจากนี้ยังร่วมกับร้านค้าเครื่องเขียนดั๊บเบิ้ล เอ มอบ Double A Careให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดราชบุรีอีกด้วย” 

  พร้อมทั้งรณรงค์คนไทยการ์ดอย่าตกโดยการสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงใส่ใจสุขภาพดูแลตนเองให้ร่างกายแข็งแรง เตรียมพร้อมในการฉีดวัคซีน สร้างภูมิคุ้มกันหากคนไทยทุกคนร่วมมือกันก็จะช่วยพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้อย่างเร็วที่สุด 

โซไซตี้ : ‘ซีอาร์จี อิ่มนี้เพื่อทีมแพทย์’ ส่งมอบอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/573271

โซไซตี้ : ‘ซีอาร์จี อิ่มนี้เพื่อทีมแพทย์’ ส่งมอบอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์

โซไซตี้ : ‘ซีอาร์จี อิ่มนี้เพื่อทีมแพทย์’ ส่งมอบอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์

วันอาทิตย์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท เซ็นทรัลเรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล มอบผลิตภัณฑ์อาหารแทนกำลังใจสู้วิกฤติโควิด-19 ให้แก่พลอากาศตรี นายแพทย์สันติ ศรีเสริมโภครองเลขาธิการ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ภายใต้โครงการ “ซีอาร์จี อิ่มนี้เพื่อทีมแพทย์”เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ในการทำหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ตลอดจนเป็นกำลังใจ แทนคำขอบคุณในความเสียสละของทีมแพทย์ทุกท่าน ณ สำนักงานราชวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

โดย ณัฐ วงศ์พานิช กล่าวว่า “บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน เป็นผู้อยู่ท่ามกลางความเสี่ยงและต้องเสียสละอย่างมาก เพื่อปฏิบัติงานดูแลคนไข้ และช่วยปกป้องคนไทยจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซีอาร์จี จึงขอเป็นตัวแทนประชาชนทุกคนส่งมอบความปรารถนาดี และคาดหวังว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยเสริมกำลังกาย และเป็นกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนได้ต่อสู้กับไวรัสโควิดต่อไปได้อย่างเต็มกำลัง”

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ ส่งผลให้เหล่าบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานอย่างหนักซีอาร์จี จึงขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ส่งมอบความปรารถนาดี เพื่อตอบแทนในความความทุ่มเท และความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน สานต่อโครงการ“ซีอาร์จี อิ่มนี้เพื่อทีมแพทย์” ส่งมอบอาหารแทนกำลังใจแก่โรงพยาบาลจำนวน 7 แห่ง จาก 7 แบรนด์ในเครือซีอาร์จี อาทิเปปเปอร์ ลันช์, ไทยเทอเรส, โยชิโนยะ,โอโตยะ, คัตสึยะ, อร่อยดี และ เคเอฟซีเป็นจำนวน 2,500 เสิร์ฟ รวมมูลค่า 333,525 บาท ซึ่งนอกจาก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แล้ว ซีอาร์จี ยังสนับสนุนอาหารให้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต), สถาบันบําราศนราดูร, ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มศว องครักษ์, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลศิริราช และ โรงพยาบาล
รามาธิบดี

โซไซตี้ : 60 ปี ปส. ยกย่องและประกาศเกียรติคุณ แด่ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิวเคลียร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/571529

โซไซตี้ : 60 ปี ปส. ยกย่องและประกาศเกียรติคุณ  แด่ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิวเคลียร์

โซไซตี้ : 60 ปี ปส. ยกย่องและประกาศเกียรติคุณ แด่ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิวเคลียร์

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 60 ปี ปส. พร้อมยกย่องและประกาศเกียรติคุณแด่ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิวเคลียร์ที่สร้างคุณประโยชน์และพัฒนาวงการนิวเคลียร์ไทยสู่สากล

โดย เพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เปิดเผยว่าวันที่ 26 เมษายน 2564 เป็นวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 60 ปี ปส. ได้จัดกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างเคร่งครัด อาทิ การไหว้สักการะพระพรหม การใส่บาตร ข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อนำไปถวาย ณ วัดเทวสุนทร นอกจากนี้ ปส. ยังได้ประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูเกียรติแด่ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิวเคลียร์ จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์และ ศ.เกียรติคุณ พญ.ลักษณา โพชนุกูล,สาขาฟิสิกส์การแพทย์ รศ.ดร.อัญชลี กฤษณจินดา,สาขาความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ วิทิต เกษคุปต์และสาขาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการรศ.ดร.พัตธนี วานิชกูล เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติที่ท่านได้ทำคุณประโยชน์และผลงานเป็นที่ประจักษ์รวมทั้งพัฒนางานด้านการพัฒนานิวเคลียร์ไทยตลอดระยะเวลาหลายปี อีกทั้งยังทุ่มเทกำลังความรู้ความสามารถเพื่อทำงานร่วมกับ ปส. ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี

ตลอดระยะ 60 ปี ปส. ได้ดำเนินการพัฒนากฎหมาย กฎระเบียบ การกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์และรังสี รวมถึงการเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และก้าวต่อไป ปส. มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศด้านมาตรวิทยารังสีให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน และพัฒนาระบบการให้บริการสู่องค์กรดิจิทัล ตลอดจนดำเนินภารกิจบูรณาการกับส่วนราชการ สถาบันการอุดมศึกษา หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาบทบาทความร่วมมือในมิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของไทย นานาชาติ และองค์การระหว่างประเทศ ถือว่าเป็นการสร้างรากฐานสำคัญของประเทศ และประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าประเทศไทยสามารถพัฒนานำพลังงานนิวเคลียร์และรังสีมาใช้ในทางสันติอย่างปลอดภัย

โซไซตี้ : Work from Anywhere ไม่ใช่แค่เทรนด์ ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ขององค์กรชั้นนำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/569961

โซไซตี้ : Work from Anywhere ไม่ใช่แค่เทรนด์  ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ขององค์กรชั้นนำ

โซไซตี้ : Work from Anywhere ไม่ใช่แค่เทรนด์ ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ขององค์กรชั้นนำ

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เทรนด์การทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) ถูกพูดถึงว่าเป็นอนาคตของโลกการทำงาน (Future of Work) ซึ่งพนักงานออฟฟิศหลายคนต่างใฝ่ฝันที่จะได้ทำงานรูปแบบนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้องค์กรต่างๆ ในไทยทดลองให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้น ซึ่งหลายองค์กรก็มีผลลัพธ์ในด้านประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น จึงได้เริ่มปรับนโยบายให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ไปตลอด ซึ่งรูปแบบการทำงานนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องปกติของการทำงาน และจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงานกับองค์กร ด้วยเหตุนี้จ๊อบไทย (JobThai)ในฐานะผู้นำบริการแพลตฟอร์มหางานและสมัครงานออนไลน์ของประเทศไทย จึงพาไปเจาะลึก3 บริษัทในไทยที่ให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ไปตลอด

THiNKNET – บริษัท ทิงค์เน็ตจำกัด ทิงค์เน็ต เป็นบริษัทไอทีด้านการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นประโยชน์กับสังคมไทยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้มีการปรับให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ โดยปรับรูปแบบการทำงาน (Workflow) ให้พร้อมกับวิธีการทำงานแบบใหม่ และจัดสรรเครื่องมือและเทคโนโลยีให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

พัฒนาแอปฯ จัดการงานทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีครบครันเพื่อความสะดวกในการทำงาน การทำงานแบบเดิมที่ต้องทำงานออฟฟิศ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น
ไม่มีอีกต่อไป เพราะทิงค์เน็ตให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการทำงานมากกว่า พนักงานสามารถจัดเวลาการทำงานของตัวเองได้ โดยทิงค์เน็ตได้พัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้ในการบริหารจัดการพนักงานสำหรับการทำงานจากระยะไกล (Remote Working) โดยแอปพลิเคชันนี้มีหน้าที่ในการจัดการเรื่องเข้า-ออกงาน และการแจ้งลา เป็นต้น

ปรับออฟฟิศรับวิถีการทำงานแบบ New Normal มีการปรับสถานที่ทำงานให้รองรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่มีโต๊ะประจำถูกเปลี่ยนเป็นโต๊ะทำงานแบบ Open-plan Office และจัดตู้ล็อกเกอร์เพื่อให้พนักงานสามารถเก็บของส่วนตัว และยังมีการทำความสะอาดพื้นที่ส่วนรวมตลอดเวลานอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์การประชุมที่ทันสมัยสามารถเชื่อมต่อกับการทำงานออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พนักงานมีความสุขในการทำงานจากที่ไหนก็ได้ พนักงานทิงค์เน็ตต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำให้พวกเขามีเวลาไปทำกิจกรรมที่ต้องการมากขึ้น พนักงานที่มีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดก็สามารถไปทำงานที่บ้านต่างจังหวัดและมีเวลาดูแลครอบครัว ส่วนพนักงานที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานได้ตามต้องการ และพนักงานหลายคนก็มีเวลาไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หรือทำงานอดิเรกได้

Builk – บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ปบิลค์ วัน กรุ๊ป บริษัทเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีนโยบายให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ จึงมองหาพื้นที่สำหรับขยายออฟฟิศให้ใหญ่ขึ้นอยู่เสมอ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้บิลค์ได้ทดลองให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ซึ่งพบว่าองค์กรและพนักงานต่างได้ประโยชน์จากการทำงานแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายเรื่องสถานที่ค่าเดินทาง และยังสามารถจัดสรรเวลาของตัวเองได้มากขึ้น

นโยบาย Work from Anywhere มาจากการรับฟังพนักงาน และออกแบบโมเดลการทำงานของตัวเอง บิลค์ ให้พนักงานเลือกทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นทำงานจากที่บ้าน หรือออฟฟิศสำนักงานใหญ่และบิลค์ ยังได้หาพื้นที่ Co-working Office กระจายในย่านต่างๆ เพื่อให้พนักงานที่พักอยู่ในย่านนั้นไปทำงานร่วมกันได้ โดยบิลค์มีไอเดียที่จะต่อยอดโมเดลนี้ไปใช้ในต่างจังหวัดด้วย เพราะมองว่าโมเดลนี้จะช่วยหาคนเก่งมาร่วมงานได้ และคนเก่งเหล่านั้นก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามที่พวกเขาต้องการได้

การสื่อสารและเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานแบบ Work from Anywhere การทำงานจากระยะไกลนั้นคนไม่จำเป็นต้องมาอยู่ร่วมกันในที่เดียวกัน การสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานแบบนี้ โดยผู้บริหารมีการสื่อสารกับพนักงานมากขึ้นเพื่อให้มองเป้าหมายเดียวกันชัดเจน และในการทำงานต้องมีการประสานงานกันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องมีความพร้อมในเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือในการบริหารจัดการงานด้านต่างๆ ซึ่งบิลค์เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีระบบซอฟต์แวร์รองรับการทำงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์สำหรับจัดการอนุมัติเอกสาร การจองสถานที่ที่ออฟฟิศ รวมถึงงานด้านบัญชี ดังนั้นการปรับให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้จึงทำได้อย่างรวดเร็ว

เลือกคนให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร คนที่จะทำงานจากที่ไหนก็ได้ ต้องเป็นคนที่สร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ด้วยตัวเอง เนื่องจากการทำงานจากที่ไหนก็ได้จะผสานเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวเข้าด้วยกันมากขึ้น นอกจากนี้จะต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกคนมาร่วมงานกับบิลค์

SCB – ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) หลังจากที่ SCBมีนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้านเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แล้วพบว่าพนักงานสามารถทำงานได้โดยมีประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity) มากขึ้น SCB จึงได้นำคอนเซ็ปต์การทำงานจากที่ไหนก็ได้มาปรับใช้เพื่อตอบโจทย์วิถีการทำงานใหม่

การทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้นการทำงานในองค์กรขนาดใหญ่มักมีกระบวนการพิจารณา และอนุมัติเอกสารหลายขั้นตอน ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องความเร็วในการทำงาน การทำงานจากระยะไกล ทำให้ SCB ทลายกรอบการทำงานแบบเดิมๆ

มองที่เป้าหมายมากกว่าเวลาเข้า-ออกงาน การสื่อสารและCollaboration คือสิ่งสำคัญ เวลาเข้า-ออกงาน ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญของการทำงานจากที่ไหนก็ได้ เพราะปัจจัยสำคัญของการทำงานแบบนี้อยู่ที่เป้าหมายและผลลัพธ์ของงาน โดยในแต่ละแผนกสามารถวางแผนงานและบริหารจัดการวิธีการทำงานของตัวเองได้โดยยึดถือวัฒนธรรมการทำงานเดียวกัน และอาศัยสิ่งที่สำคัญในการทำงานคือการสื่อสารมากขึ้น การเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการทำงานจากที่ไหนก็ได้ของ SCB สามารถบริหารจัดการให้พนักงานทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีในการทำงานร่วมกัน (Collaboration) และพร้อมที่จะปรับตัวตามสถานการณ์อยู่เสมอ

ความสุขของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ พนักงาน SCB ต่างมีความสุขกับการทำงานจากที่ไหนก็ได้ เพราะทำให้จัดการบริหารเวลาได้มากขึ้น ไม่ต้องเผชิญปัญหารถติด ซึ่ง SCB ก็มองถึงความสุขของพนักงานในหลายมิติ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดย SCB ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเพื่อดูแลเรื่องสุขภาพให้กับพนักงานแบบออนไลน์สามารถพบหมอเพื่อปรึกษาอาการเจ็บป่วยจากที่ไหนก็ได้ พร้อมทั้งส่งยาไปให้ที่บ้านและยังมีนักจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการความเครียดให้กับพนักงานด้วย

โซไซตี้ : วางศิลาฤกษ์โครงการ ‘สยาม ปทุมวัน เฮาส์’ ศูนย์กลางนักธุรกิจยุคใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/568288

โซไซตี้ : วางศิลาฤกษ์โครงการ ‘สยาม ปทุมวัน เฮาส์’  ศูนย์กลางนักธุรกิจยุคใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัย

โซไซตี้ : วางศิลาฤกษ์โครงการ ‘สยาม ปทุมวัน เฮาส์’ ศูนย์กลางนักธุรกิจยุคใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทันสมัย

วันอาทิตย์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“สยาม ปทุมวัน เฮาส์” สำนักงานเกรด A ของกลุ่มสยามกลการ ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาธุรกิจประเภทอสังหาริมทรัพย์เป็นอาคารสำนักงานให้เช่า ศูนย์กลางนักธุรกิจยุคใหม่ ตอบทุกไลฟ์สไตล์ทันสมัย ย่านใจกลางเมืองใกล้สี่แยกปทุมวัน โดย “ครอบครัวพรประภา” นำโดย ปริญญา พรประภา, พรทิวา พรประภา, พรพินิจ พรประภา และ พรพรรณ ก่อนันทเกียรติ และทีมนักบริหารรุ่นใหม่ ได้แก่ ประณิธานพรประภา,ประกาสิทธิ์ พรประภา, ประณัยพรประภา และ ธยาน์ ก่อนันทเกียรติ พร้อมด้วยผู้บริหารกลุ่มสยามกลการได้ฤกษ์งามยามดีวางศิลาฤกษ์โครงการเกรด A“สยาม ปทุมวัน เฮาส์” หรือ SIAMPATUMWAN HOUSE บริเวณสี่แยกปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ที่สำคัญ ไฮไลท์ของ “สยาม ปทุมวันเฮาส์” [SIAM PATUMWAN HOUSE]ชูคอนเซ็ปต์ “Japanese Style” ตามมาตรฐานLEED GOLD จำนวน 33 ชั้น มีพื้นที่ก่อสร้างประมาณ 90,000 ตารางเมตร เป็นอาคารสำนักงานบริเวณใกล้สี่แยกปทุมวัน อาคารรูปทรงสมัยใหม่ ตอบสนองไลฟ์สไตล์นักธุรกิจยุคใหม่ โดย Location ที่สามารถมีจุดเชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย สะดวกสบายเอื้อต่อทุกการเดินทาง เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม และสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ที่สำคัญ คือ การได้อยู่ใกล้กับศูนย์กลางธุรกิจแห่งมหานครอย่างแท้จริง รวมทั้งยังใกล้แหล่งช็อปปิ้งของคนไทยและชาวต่างชาติ

ในส่วนของพื้นที่สำนักงานแบ่งออกเป็น อาคารสำนักงานให้เช่า, พื้นที่สำหรับร้านค้าชื่อดังและพื้นที่อาคารจอดรถ 780 คันแน่นอนว่าจะตอบโจทย์นักธุรกิจ และกลุ่มคนทำงานยุคใหม่ ซึ่งที่แห่งนี้จะเสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 โดยโครงการนี้ได้มีการออกแบบด้านสถาปัตยกรรม โดย บริษัท สำนักงานสถาปนิกกรุงเทพ จำกัด และบริษัทสุมิโตโม มิตซุย คอนสตรัคชั่นจำกัด ประเทศญี่ปุ่น ส่วนงานโครงสร้างออกแบบ โดย CEDA Co.,Ltd. และบริษัท โจนส์แลง ลาซาลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้บริหารการเช่า คาดว่าจะเสร็จในปี 2565

โซไซตี้ : เมเจอร์ฯ ร่วมกับ สภากาชาดไทย ขอรับบริจาคโลหิต แก้ปัญหาภาวะขาดแคลนโลหิต สู้วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/568110

โซไซตี้ : เมเจอร์ฯ ร่วมกับ สภากาชาดไทย ขอรับบริจาคโลหิต  แก้ปัญหาภาวะขาดแคลนโลหิต สู้วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19

โซไซตี้ : เมเจอร์ฯ ร่วมกับ สภากาชาดไทย ขอรับบริจาคโลหิต แก้ปัญหาภาวะขาดแคลนโลหิต สู้วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19

วันเสาร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เล็งเห็นความสำคัญของการบริจาคโลหิตเพื่อให้มีโลหิตเพียงพอให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ในสภาวะขาดแคลนโลหิตในทุกกรุ๊ปเลือด ช่วงสถานการณ์วิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในขณะนี้ ที่ส่งผลให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตมีจำนวนลดลง ทำให้ภาวะโลหิตสำรองไม่เพียงพอ ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยและโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมถึงต้องใช้รองรับผู้ป่วยในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ที่มีการเกิดอุบัติเหตุซึ่งมีความต้องการโลหิตมากกว่าช่วงเวลาปกติจึงได้ร่วมกับสภากาชาดไทย จัดกิจกรรมขอรับบริจาคโลหิตเพื่อให้โลหิตสำรองในคงคลังมีปริมาณโลหิตเพียงพอจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งการรับบริจาคโลหิตประจำปี 2564 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของปีนี้ โดยมีผู้บริหาร พนักงานในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมบริจาคโลหิต ณ ห้อง M Passion ชั้น 14 อาคารอเวนิว เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมขอรับบริจาคโลหิตในปีนี้อีก2 ครั้ง คือ ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 และ 15 ตุลาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น. ณ ห้อง MPassion ชั้น 14อาคารอเวนิว เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน จึงขอเชิญชวนทุกคนมาเป็น “ผู้ให้” ร่วมทำความดีที่มีคุณค่า ด้วยการให้โอกาสตัวเองได้ช่วยเหลือผู้อื่นและเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวเองด้วยการร่วมทำบุญบริจาคโลหิต

โซไซตี้ : มั่นคงเคหะการ จับมือ ไมเนอร์ บำรุงราษฎร์ เดินหน้าปรับปรุงครัวโรงเรียน ปีที่ 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/566620

โซไซตี้ : มั่นคงเคหะการ จับมือ ไมเนอร์ บำรุงราษฎร์  เดินหน้าปรับปรุงครัวโรงเรียน ปีที่ 2

โซไซตี้ : มั่นคงเคหะการ จับมือ ไมเนอร์ บำรุงราษฎร์ เดินหน้าปรับปรุงครัวโรงเรียน ปีที่ 2

วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มั่นคงเคหะการ จับมือ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ดำเนินโครงการ “ชุมชนอยู่ดีมีสุข” ปีที่ 2 ปรับปรุง
ครัวโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน พื้นที่บางกะเจ้าจ.สมุทรปราการ พร้อมวางแผนขยายผลสู่โรงเรียนอีก 6 ตำบลใกล้เคียง เพื่อส่งเสริมสุขภาพและมาตรฐานความปลอดภัยด้านโภชนาการ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า บริษัทร่วมกับองค์กรพันธมิตรได้แก่ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ดำเนินโครงการ “ครัวโรงเรียน”ภายใต้แนวคิด “ชุมชนอยู่ดีมีสุข” (WellnessCommunity) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียนในชุมชนบนพื้นที่บางกะเจ้า จ.สมุทรปราการมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านความปลอดภัยและโภชนาการที่ดีขึ้น โดยในปี 2563 ได้ดำเนินกิจกรรมปรับปรุงครัวของโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมต้น มีนักเรียน กว่า 200 คน

บริษัทได้เข้าไปดูแลด้านการปรับปรุงโครงสร้างต่างๆ อาทิ การปรับปรุงซ่อมแซมพื้นที่ประกอบอาหาร พื้นบริเวณรอบโรงอาหาร การปรับปรุงท่อระบายน้ำและเพิ่มบ่อดักไขมัน สนับสนุนให้โรงเรียนจัดทำแปลงปลูกผักอินทรีย์ เพื่อให้มีแหล่งอาหารที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขอนามัยและโภชนาการ รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางด้านโภชนาการ เพื่อส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชนให้มีสุขภาพที่ดีจากอาหารกลางวันซึ่งบริษัทฯ ยินดีที่ได้มีส่วนร่วม และเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลชุมชน และเล็งเห็นว่าสุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่ครัว ดังนั้น การสนับสนุนให้โรงเรียนปรับปรุงครัว และโรงอาหาร ให้มีมาตรฐาน รวมถึงการส่งเสริมความรู้ในเรื่องหลักโภชนาการที่เหมาะสมให้เด็กและเยาวชนจึงเป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งเด็กยังสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันต่อไปได้ด้วย

ทั้งนี้ รูปแบบของโครงการฯ ในปีนี้ ยังคงเน้นแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงครัวของโรงเรียนในทุกด้าน อาทิ การติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานของการก่อสร้างอาคารครัวโรงเรียนให้มีความมั่นคงแข็งแรง จัดหาอุปกรณ์จำเป็นสำหรับใช้ในครัวที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ปรับปรุงจุดล้างภาชนะ รวมทั้งการปลูกฝังจิตสำนึกในด้านการคัดแยกขยะ โดยมีการนำขยะอินทรีย์มาผลิตเป็นน้ำหมัก ปุ๋ยหมัก และก๊าซชีวภาพ รวมทั้งการปลูกผักสวนครัว เพื่อนำไปใช้ในการปรุงอาหารได้อย่างปลอดภัยและลดค่าใช้จ่ายให้กับโรงเรียน เป็นต้น

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยินดีที่ได้มีส่วนสำคัญในการดำเนินโครงการครัวโรงเรียน เป็นปีที่ 2แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการให้มีความยั่งยืนและต่อเนื่อง เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีสุขอนามัยที่ดี ซึ่งศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ จึงเล็งเห็นความจำเป็นที่มีส่วนช่วยเหลือสังคมให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นโดยนำองค์ความรู้ด้านสาธารณสุข ตลอดจนประสบการณ์และความชำนาญการของบุคลากรเข้าไปสนับสนุนโครงการมาอย่างต่อเนื่องจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการผนึกกำลังความร่วมมือของทั้ง 3 องค์กร ตลอดจนโรงเรียน และชุมชนในครั้งนี้ จะช่วยให้เกิดพลังแห่งการเสริมสร้างสุขภาพดีของชุมชนอย่างยั่งยืน”

ด้าน วิลเลียม ไฮเน็ค ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ไมเนอร์ฯ เริ่มต้นด้วยการช่วยปรับปรุงครัวให้กับโรงเรียน และได้นำพนักงานเข้าไปช่วยดูแลและให้ความรู้เรื่องการจัดการด้านสุขอนามัยในการประกอบอาหารให้กับแม่ครัวโรงเรียน และได้ร่วมดำเนินโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2563 บริษัทได้ใช้ความชำนาญของพนักงานในส่วนต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อพัฒนาจัดระเบียบ และกระบวนการการประกอบอาหารให้ถูกหลักสุขอนามัย และทำให้แม่ครัวโรงเรียน สามารถทำการประกอบอาหารได้ง่ายสะดวก ปลอดภัยในการทำงานมากยิ่งขึ้น และได้ช่วยวางรูปแบบ และการจัดหาอุปกรณ์เพื่อใช้ส่วนการจัดเตรียม ส่วนการประกอบอาหารและส่วนการให้บริการอาหารแก่นักเรียนโดยครั้งนี้ไมเนอร์ ได้ส่งมอบตู้เย็นขนาดใหญ่เพื่อเก็บอาหารถนอมตามหลักสุขอนามัยชั้นแบบตั้งพื้น และติดผนังเพื่อเก็บแยกประเภทอุปกรณ์ และภาชนะในการประกอบอาหารอาหารแห้งได้เป็นสัดส่วน เพื่อส่งเสริมสุขนิสัยในการรับประทานอาหารของนักเรียน บริษัทได้เชิญชวนพนักงานจิตอาสาร่วมกันทำการติดตั้งอุปกรณ์จ่ายน้ำยาล้างมือ แผ่นป้ายความรู้รวมถึงจัดเปลี่ยนโต๊ะรับประทานอาหารให้กับนักเรียนใหม่ ไมเนอร์เชื่อว่าการรับประทานที่มีโภชนาการ และผ่านการประกอบอาหารที่ถูกหลักสุขอนามัย ในโรงอาหารที่สะอาดจะช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมในการเรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“จากผลการดำเนินงานปรับปรุงครัวโรงเรียนในปีแรก ที่โรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งนอก พบว่าแม่ครัวได้ให้ความสำคัญในการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของเด็กนักเรียน และเด็กนักเรียนยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิต เช่น รู้จักเลือกซื้ออาหารรับประทาน รวมทั้งโรงเรียนเองก็ยังได้รับการตรวจประเมินจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 ว่ามีการพัฒนาครัวโรงเรียนได้ถูกสุขลักษณะมากขึ้นกว่าเดิมโดยหลังจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยเทอมละ 1 ครั้งเพื่อย้ำเตือนให้ตระหนักถึงความสำคัญและเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ ทั้งนี้ บมจ.มั่นคงเคหะการ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และไมเนอร์ฯ ได้มีเป้าหมายที่จะดำเนินกิจกรรมปรับปรุงครัวโรงเรียนให้ครอบคลุมพื้นที่บางกะเจ้าทั้ง 6 ตำบลเพื่อมุ่งส่งเสริมสุขภาพและมาตรฐานความปลอดภัยด้านโภชนาการ และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ต่อไป”