โซไซตี้ : พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดเต็มกิจกรรมออนไลน์ สุข สนุก เรียนรู้ชัด ปฏิบัติได้จริง ครบจบง่ายแค่ปลายนิ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/601235

โซไซตี้ : พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดเต็มกิจกรรมออนไลน์  สุข สนุก เรียนรู้ชัด ปฏิบัติได้จริง ครบจบง่ายแค่ปลายนิ้ว

โซไซตี้ : พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดเต็มกิจกรรมออนไลน์ สุข สนุก เรียนรู้ชัด ปฏิบัติได้จริง ครบจบง่ายแค่ปลายนิ้ว

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พล.อ.อ.เสนาะ พรรณพิกุล ผอ.สนง.พิพิธภัณฑ์เกษตร

สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ปรับรูปแบบการดำเนินกิจกรรม เผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตร
ผ่านช่องทางออนไลน์ แบบครบวงจร อัดแน่นด้วยกิจกรรมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เรียนรู้ได้ทั้งครอบครัว พร้อมตลาดนัดองค์ความรู้ เศรษฐกิจพอเพียงออนไลน์ ช้อปสินค้าเกษตรปลอดภัยกันได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วในราคาโปรโมชั่นพร้อมจัดส่งถึงบ้าน

พลอากาศเอกเสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า “สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ มีภารกิจในการเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านการเกษตร และเป็นศูนย์กลางแห่งการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่สังคม โดยในแต่ละปีจะมีนักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯเพื่อเรียนรู้พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพพระมหากษัตริย์ไทย ด้านการเกษตรปีละหลายแสนคน แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จึงมีการปรับรูปแบบการดำเนินกิจกรรมจากหลักสูตรการเรียนรู้ 13 หลักสูตร ที่รองรับผู้เข้าเรียนรู้ในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ฯ ปรับเปลี่ยนเป็นหลักสูตรออนไลน์ 100% เต็มรูปแบบ แต่ยังคงความเป็น Learning & Doing อันเป็นจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ทั้งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการเกษตร รวมถึงเรียนรู้จากการลงมือฝึกปฏิบัติไปพร้อมกัน”

กิจกรรมออนไลน์ฯ ในรูปแบบหมู่คณะ ได้แก่ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ออนไลน์ โดยทั้งการเข้าชมนิทรรศการออนไลน์ รับชมภาพยนตร์แอนิเมชั่น2 มิติ พร้อมด้วยกิจกรรมลงมือปฏิบัติ ทุกกิจกรรมแฝงแง่คิดของการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปปรับใช้ในชีวิตจริง อีกหนึ่งกิจกรรมคือ ท่องเที่ยวสุขสันต์ที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯออนไลน์ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2, 3, 4 ของทุกเดือน กิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ร่วมเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกันได้ทุกวัย โดยผ่านการรับชมพิพิธภัณฑ์ออนไลน์ และภาพยนตร์แอนิเมชั่น 2 มิติ จุดเด่นคือกิจกรรมลงมือปฏิบัติที่นำเรื่องราวที่อยู่รอบตัวเด็กๆไม่ว่าจะเป็น ของกิน ของเล่นของใช้ ให้มาฝึกคิดฝึกปฏิบัติ สอดแทรกเนื้อหาด้านเกษตรผ่านรูปแบบที่สนุกสนาน อาทิ การทำพิซซ่าขนมปังโฮลวีทซีฟู้ด วุ้นผลไม้แฟนซี ของเล่นจากธรรมชาติ DIY กระถางต้นไม้จากขวด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เรียนรู้ผ่าน Application Zoom ด้านงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง พื้นที่แห่งมิตรภาพ และการแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อจุดประกายความคิดสู่การน้อมนำไปใช้ในชีวิตจริง ปรับโฉมใหม่เป็นรูปแบบออนไลน์เช่นกัน เอาใจนักช้อปและผู้ที่สนใจเรียนรู้ด้านการเกษตรในรูปแบบวิถี New normal ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมายังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สำหรับเดือนกันยายนนี้พบกับงานตลาดนัดเศรษฐกิจพอเพียงออนไลน์“เกษตรไทย ทุกวัยทำได้สุขภาพดี”พร้อมร้านค้าเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จากทั่วประเทศที่หมุนเวียนยกขบวนสินค้ามาจำหน่ายในราคาโปรโมชั่น จัดเต็มกับการอบรมความรู้ด้านการ เกษตรวิชาของแผ่นดิน และอบรมเชิงปฏิบัติการและกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของที่ระลึกตลอดช่วงรายการผ่านทางไลฟ์สด Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ยังคงปิดให้บริการเข้าชมเป็นการชั่วคราว ยกเว้นในส่วนของร้าน อาหารกินอยู่ดี ร้าน MADO Cafe ที่เปิดให้บริการและสั่งกลับบ้าน รวมถึงมีบริการส่ง Delivery จาก Line man ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์: http://www.wisdomking.or.th Facebook : พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ Line : @wisdomkingfan Youtube :กษัตริย์เกษตร หรือโทร.02-5292212,087-3597171 และ 094-6492333

โซไซตี้ : เสริมสร้างกำลังใจจิตอาสา มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้ Super Rider #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/599846

โซไซตี้ : เสริมสร้างกำลังใจจิตอาสา มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้ Super Rider

โซไซตี้ : เสริมสร้างกำลังใจจิตอาสา มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้ Super Rider

วันอาทิตย์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แอนดรูว์ นิสเบ็ท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ ชับบ์ พร้อมด้วย บุรินทร์ เหมทัต ผู้จัดการโครงการเจอนี่แคร์และผู้ดำเนินรายการบุรินทร์เจอนี่มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม ให้กับSuper Rider จิตอาสา ซึ่งเป็นอาสาสมัคร ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ทำหน้าที่ส่งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และความอุ่นใจ ที่ได้เสียสละ ทุ่มเททำงานเพื่อสังคม

“ชับบ์ เห็นถึงความตั้งใจ และความเสียสละของ Super Rider จิตอาสา ซึ่งการทำงานส่วนใหญ่จะอยู่บนท้องถนน ที่มีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาบริษัทจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้การปฏิบัติงานให้สำเร็จ โดยไม่ต้องมีความกังวล ด้วยการมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้เป็นขวัญกำลังใจ กับผู้ปฏิบัติงาน”

สำหรับขอบเขตความคุ้มครองได้ให้ความคุ้มครอง 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ สำหรับความเสียหายอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ โดยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต การสูญอวัยวะ การสูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเนื่องจากอุบัติเหตุทั่วไปการถูกฆาตกรรม ถูกทำร้ายร่างกาย และการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ วงเงิน 100,000 บาททั้งนี้ยังครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ วงเงิน 5,000 บาทต่อครั้ง จำนวน 5 ครั้งตลอดระยะกรมธรรม์ ซึ่งมีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี นับจากวันที่ได้รับบัตรประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มจาก ชับบ์ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องเป็น Super Rider จิตอาสากลุ่มแรก โดยมีอายุตั้งแต่ 15-65 ปี

นพ.วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กล่าวว่า Super Rider :ภารกิจพาหมอไปหาคนไข้ เป็นแนวคิดที่เชิญชวนฮีโร่นักบิดที่ต้องการเป็นอาสาสมัคร ขับขี่มอเตอร์ไซค์ประสานระหว่างผู้ป่วยกับเจ้าหน้าที่ไปยังห้องแล็บของ สปคม. โดยมีหน้าที่หลักๆ คือ 1) ขนส่งตัวอย่างของผู้ป่วย และอุปกรณ์มายังห้องแล็บของ สปคม. 2) นำส่งกล่องรอดตาย กล่องยา อุปกรณ์ป้องกัน ไปยังผู้ป่วยโควิดถึงบ้าน 3) ส่งยาเมื่อร่วมเข้าระบบแยกกักรักษาที่บ้าน

การขับขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อปฏิบัติภารกิจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ตลอดเวลา สถาบันฯ ขอขอบคุณ โครงการเจอนี่แคร์ บริษัทชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) และรายการบุรินทร์เจอนี่ ที่เห็นถึงความสำคัญและร่วมกันส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้กับSuper Rider จิตอาสากลุ่มแรก โดยการทำประกันภัยอุบัติเหตุนี้ จะเป็นการสร้างความมั่นใจ ในการขับขี่และการปฏิบัติงานได้อย่างไม่ต้องกังวล

ทั้งนี้ Super Rider ที่เข้าร่วมงานได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 รวมถึงรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และอบรมการป้องกันตัวเอง จากเจ้าหน้าที่ก่อนปฏิบัติงาน โดยกิจกรรมนี้ได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ซึ่งจิตอาสาทุกท่านได้ให้ความร่วมมือและร่วมกันปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังและจากที่เริ่มดำเนินการสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงที ช่วยลดตัวเลขผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตลงได้กว่า 400 ราย

โซไซตี้ : TCP จับมือ กสศ. เร่งดูแลสุขภาพและการศึกษา เด็กกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598208

โซไซตี้ : TCP จับมือ กสศ. เร่งดูแลสุขภาพและการศึกษา  เด็กกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

โซไซตี้ : TCP จับมือ กสศ. เร่งดูแลสุขภาพและการศึกษา เด็กกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กลุ่มธุรกิจ TCP ผนึกกำลังร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สนับสนุน “กลไกอาสาสมัครคุณภาพ” เร่งดูแลผู้ป่วยเด็กและครอบครัวในพื้นที่เปราะบางทั่วกรุงเทพมหานครและโครงการ “สานฝันการศึกษาเพื่อน้อง” สร้างโอกาสทางการศึกษาไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบแบบครอบคลุมทุกมิติ

นุชรี อยู่วิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจ TCP มุ่งดูแลสังคมในภาวะวิกฤต โดยมีแนวทางตามกรอบการทำงานเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ ซึ่งมีขอบเขตการทำงานเกี่ยวกับชุมชน นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP ในฐานะองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องดูแลพนักงานกว่า 5,000 ชีวิตเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมาก โดยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้ให้การสนับสนุนโครงการการศึกษาทั้งในและนอกองค์กรอย่างต่อเนื่อง เช่น มอบทุนการศึกษา แนะแนวอาชีพบุตรหลานพนักงาน ริเริ่มโครงการด้านการศึกษาร่วมกับภาครัฐ”

“วิกฤตจากโควิด-19 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ณ ขณะนี้รุนแรงถึงที่สุด และคนอีกกลุ่มหนึ่งในสังคมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือเด็กกลุ่มเปราะบาง เรื่องด่วนที่กลุ่มธุรกิจ TCP จะเข้าไปดูแลร่วมกับ กสศ. คือ การดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ของเด็กๆ เพื่อให้พวกเขาปลอดภัยและอยู่ในสภาพที่พร้อมเรียนรู้ รวมทั้งมีทุนทรัพย์พอที่จะได้เรียนหนังสือต่อโดยไม่ต้องออกจากระบบกลางคัน โดยให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ “กลไกอาสาสมัครคุณภาพ” และโครงการ “ทุนสานฝันการศึกษาเพื่อน้อง”ที่ดูแลทั้งสุขภาพและทุนทรัพย์ไปพร้อมกัน นี่คือเหตุผลหลักที่กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ริเริ่มผนึกกำลังร่วมกับกสศ. ในโครงการด้านการศึกษาเพื่อหยุดยั้งปัญหานี้ วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบอย่างหนักสู่สังคมทุกภาคส่วน เด็กในชุมชนเปราะบางมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งจากการเข้าไม่ถึงการรักษาที่มีคุณภาพและปัญหาเศรษฐกิจ จนท้ายที่สุด อาจส่งผลให้การศึกษาต้องหยุดชะงัก ด้วยเหตุนี้ กลุ่มธุรกิจTCP จึงสานพลัง กสศ. ช่วยเหลือเด็กๆ กลุ่มเป้าหมายระยะเร่งด่วน ผ่านการระดมทุนสนับสนุนโครงการสนับสนุนกลไกอาสาสมัครคุณภาพ ให้แก่อาสา กสศ.จำนวน 100 คน คนละ 400 บาท รวมงบประมาณ1.2 ล้านบาท และโครงการทุนสานฝันการศึกษาเพื่อน้อง มอบโอกาสให้เยาวชนได้ศึกษาต่อในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช. 1)ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการศึกษาจำนวน 400 คน คนละ 10,000 บาท รวมเป็นงบประมาณ 4 ล้านบาท เพื่อสร้างความเสมอภาค รวมถึงดูแลเด็กและเยาวชนครอบคลุมทุกมิติ

นุชรี อยู่วิทยา กก.ผจญ. กลุ่มธุรกิจ TCP

กลไกอาสาสมัครคุณภาพ จะทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมให้แก่หน่วยงานหลักต่างๆ เช่น อาสาสมัครคุณครูทั้งในระบบและนอกระบบในชุมชนอาสาสมัครเยาวชน ช่วยรับส่งผู้ป่วยเด็กรวมถึงส่งชุดยาและเครื่องมือติดตามอาการหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตในกรณีจำเป็นเร่งด่วนตลอด24 ชั่วโมง และยังสนับสนุนระบบอาสาสมัครดูแลเด็กสัมผัสเสี่ยงสูงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระหว่างระยะเวลากักตัว 14 วัน ในสถานที่กักตัว (State Quarantine) รวมถึงดูแลเด็กป่วยติดเชื้อที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในสถานพยาบาลทุกรูปแบบ พร้อมจัดตั้งอาสาสมัครเยี่ยมเด็กและครอบครัวในพื้นที่ชุมชน เพื่อติดตามการเลี้ยงดูส่งยา อาหารหรือเครื่องใช้จำเป็น และอาสาสมัครเลี้ยงดูเด็กชั่วคราวในครอบครัวอุปถัมภ์ 

ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เผยว่าสถานการณ์ปัจจุบันพบเด็กติดเชื้อโควิด-19 รายวันล่าสุดประมาณ 2,900 คน มีจำนวนเด็กติดเชื้อสะสม107,245 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 สิงหาคม2564) จำนวนนี้ คาดว่าราว 70% เป็นกลุ่มยากจนด้อยโอกาส เนื่องจากสมาชิกแต่ละครอบครัวอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด ความแออัดทำให้การติดเชื้อโรคโควิด-19 เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและได้รับผลกระทบในทุกมิติ ได้แก่ สุขภาพกาย ใจ สังคม และความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา

กสศ. จึงระดมความร่วมมือเพื่อทำงานเชิงรุกบรรเทาปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า ผ่านศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต กสศ. เพื่อเสริมการทำงานของหน่วยงานหลักที่ยังเป็นช่องว่างหรือเป็นอุปสรรคทำให้กลุ่มเป้าหมายตกอยู่ในภาวะวิกฤต โดยสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นเร่งด่วนและสำคัญที่สุดคือกลไก อาสากสศ. ที่มีภารกิจชัดเจนว่าวิกฤตเกิดขึ้นกับเด็กของเราที่จุดไหน อาสากสศ.จะเข้าไปช่วยในจุดนั้นอย่างรวดเร็วทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง นอกจากนี้ในระยะฟื้นฟูจะมีการติดตาม วางแผนช่วยเหลือเป็นรายคนเพื่อป้องกันหลุดออกจากระบบการศึกษา กสศ.ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นได้จริงแม้ในยามวิกฤต

ดร.ไกรยส ภัทราวาท รอง ผจก.กสศ.

โซไซตี้ : ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯ มอบโล่ ‘ผู้ทำประโยชน์ให้แก่วงการแพทย์จักษุ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/594953

โซไซตี้ : ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯ มอบโล่  ‘ผู้ทำประโยชน์ให้แก่วงการแพทย์จักษุ’

โซไซตี้ : ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯ มอบโล่ ‘ผู้ทำประโยชน์ให้แก่วงการแพทย์จักษุ’

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ห้างแว่นท็อปเจริญ รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก ศ.พญ.วณิชาชื่นกองแก้ว ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ในฐานะ “ผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่วงการแพทย์ด้านจักษุ” โดยเป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ฯ รวมไปถึงการดำเนินโครงการเด็กไทยสายตาดี ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนประกอบแว่นสายตาพร้อมเลนส์ และส่งมอบแว่นสายตาให้แก่เด็กไทยทั่วประเทศกว่า 150 โรงพยาบาล ตามเจตนารมณ์ที่ปรารถนาให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้ใช้แว่นตาที่มีคุณภาพ มีดวงตาที่สดใส มองเห็นชัดเจน นำไปสู่การดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยมีรศ.นพ.อนุชิต ปุญญทลังค์รองประธานราชวิทยาลัยฯ,นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการฯและ พ.อ.นพ.ยุทธพงษ์ อิ่มสุวรรณ เลขาธิการฯเข้าร่วมในพิธีมอบโล่รางวัล เนื่องในงานประชุมวิชาการราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยครั้งที่ 45 ณ ห้องประชุมสยามมกุฎราชกุมาร อาคารเฉลิมพระบารมี50 ปี ซอยศูนย์วิจัย

โซไซตี้ : กองทุน ‘น้ำพระทัยหลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร’ ส่งต่อของบริจาคมอบให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/594776

โซไซตี้ : กองทุน ‘น้ำพระทัยหลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร’  ส่งต่อของบริจาคมอบให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19

โซไซตี้ : กองทุน ‘น้ำพระทัยหลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร’ ส่งต่อของบริจาคมอบให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กองทุน “น้ำพระทัยหลวงพ่อโต” วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร โดย พระโสภณ ธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) เจ้าอาวาสฯมอบให้กองงานเลขานุการวัดฯ มีท่านพระครูธรรมธรอินทรจักร (บุญเสริม) และคณะสงฆ์คณะศิษย์ได้ลงพื้นที่ชุมชนยศเส ย่านป้อมปราบศัตรูพ่าย เพื่อส่งมอบเครื่องอุปโภค- บริโภค แก่ชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่ยังไม่ได้มีหน่วยงานใดลงไปให้ความช่วยเหลือ โดย กองทุน “น้ำพระทัยหลวงพ่อโต” ได้นำถุงยังชีพส่วนหนึ่งของสมาคมแม่บ้านทหารบกในพระอุปถัมภ์ฯ โดย พ.อ.หญิง พิมพ์พิศา จิตต์แก้วแท้ นายกสมาคมแม่บ้านทหารบกพร้อมคณะกับสิ่งของบริจาค และอีกส่วนของประชาชนที่นำมาถวายสนับสนุนเข้ากองทุน“น้ำพระทัยหลวงพ่อโต” นำไปส่งมอบช่วยเหลือณ จุดรับบริจาควัดอินทรวิหาร และสนับสนุนศูนย์ “พักคอยเพื่อส่งต่อ” ของเขตพระนคร ทั้งนี้สิ่งของที่ประชาชนมาร่วมบริจาคนั้นมีพอประมาณในการดำเนินการ จึงได้แบ่งปัน และส่งต่อมายังประชาชนที่ยังขาดแคลน และยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออีกส่วนหนึ่งด้วย เน้นการเป็นศูนย์กลางของ“รู้จักรับ รู้จักพอประมาณ รู้จักส่งต่อ รู้จักแบ่งปัน ไม่กักตุน” ในยุคโควิด-19 และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากของบริจาคที่ประชาชนร่วมบริจาคมา เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของประชาชนในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 2019

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมคณะ เข้านมัสการ พระโสภณ
ธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหารฯ และลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ประสานงานปฏิบัติการส่วนที่เกี่ยวข้อง แบบบูรณาการเน้นนโยบายการพัฒนาสังคมแบบยั่งยืนโดยใช้หลัก “บวร” บ้าน (ชุมชน), วัด (ศูนย์กลาง),โรงเรียน เพื่อให้เกิดการร่วมมือในด้านต่างๆ และได้ประสานงานศูนย์พักคอยส่งต่อ เพื่อรองรับคนไร้บ้าน ที่ติดเชื้อ เข้ารับการดูแล ตามวัตถุประสงค์ ของศูนย์ฯ ในการนี้ได้ถวายและมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯลฯ เพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง“ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ เขตพระนคร”ณ อาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติวัดอินทรวิหารฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อไวรัสCOVID-19 ที่เข้ามาพักรักษาตัว และเพื่อมอบให้ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และยังได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจแก่คณะผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ฯ โดยมี ว่าที่ร้อยตรีฤทธิพันธ์นันทศุภกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ฯ ต้อนรับ

โซไซตี้ : ร่วมฝ่า COVID-19 ต่อเนื่อง ส่งมอบนมถั่วเหลือง ให้ รพ.-รพ.สนาม-วัด-มูลนิธิ 50 แห่งทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593355

โซไซตี้ : ร่วมฝ่า COVID-19 ต่อเนื่อง ส่งมอบนมถั่วเหลือง  ให้ รพ.-รพ.สนาม-วัด-มูลนิธิ 50 แห่งทั่วประเทศ

โซไซตี้ : ร่วมฝ่า COVID-19 ต่อเนื่อง ส่งมอบนมถั่วเหลือง ให้ รพ.-รพ.สนาม-วัด-มูลนิธิ 50 แห่งทั่วประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การระบาดของโรค COVID-19 ยังคงมีความรุนแรง และไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย บริษัท แลคตาซอย จำกัดในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำนมถั่วเหลืองของไทยมานานกว่า 39 ปี มีนโยบายหลักในการผลิตสินค้าที่ดีต่อสุขภาพของคนไทย เพื่อให้คนไทยได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ พร้อมร่วมฝ่าวิกฤติ COVID-19 เดินหน้าแคมเปญ “ซังซัง…รักกัน” ครั้งที่ 2 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ส่งมอบนมถั่วเหลืองแบรนด์ “ซังซัง” ขนาด 125 ml. 200 ml และ 300 ml จำนวน 2,799 หีบ ให้โรงพยาบาลสนามโรงพยาบาล วัด มูลนิธิ รวม 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ที่เสียสละแรงกายแรงใจปฏิบัติภารกิจดูแลผู้ป่วยโรค COVID-19 อย่างเข้มแข็ง

โซไซตี้ : สธ.ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว ก่อนส่งต่อ รพ.สนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591739

โซไซตี้ : สธ.ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร  รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว ก่อนส่งต่อ รพ.สนาม

โซไซตี้ : สธ.ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว ก่อนส่งต่อ รพ.สนาม

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวงเขตพระนคร รองรับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวกว่า 200 เตียง ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนาม พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์พักคอย เพื่อนำไปพัฒนาต่อไป โดยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัยอธิบดีกรมอนามัย, นพ.อรรถพลแก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย และเจ้าหน้าที่กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักคอยวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวงเขตพระนคร โดยมี พระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม เป็นผู้ให้ข้อมูลเพื่อรับฟังปัญหาและแลกเปลี่ยนแนวทางในการจัดตั้ง “ศูนย์พักคอยส่งต่อ”เขตพระนคร ณ อาคารปฏิบัติธรรมวัดอินทรวิหาร และรับฟังแนวความคิดเห็นการดำเนินการจัดตั้ง “๑ วัด ๑ ศูนย์พักคอย/๑ อบต. ๑ ศูนย์พักคอย”

โซไซตี้ : วว./พันธมิตร มุ่งพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591528

โซไซตี้ : วว./พันธมิตร มุ่งพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ

โซไซตี้ : วว./พันธมิตร มุ่งพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พืชที่มีศักยภาพสร้างการแข่งขันในการส่งออก และยังเป็นที่ต้องการของตลาด ได้แก่พืชสกุลไทร และพืชไม้ดอกที่สามารถปลูกเลี้ยงเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ เบญจมาศ นอกจากนี้ยังมีไม้ดอกชนิดใหม่ๆ เช่น ลิเซียนทัสที่สามารถส่งเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยง และพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตไม้ดอกไม้ประดับให้กับผู้ประกอบการผู้ปลูกเลี้ยงไม้ประดับสกุลไทรเชิงพาณิชย์ รวมทั้งกระบวนการผลิตต้นพันธุ์ การใช้ประโยชน์ การเพิ่มมูลค่าทางการค้าและการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ประกอบการอย่างมั่นคงและยั่งยืน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร พาณิชย์จังหวัดและมหาวิทยาลัยในพื้นที่ดำเนินการ เป็นต้น ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัย โดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มุ่งดำเนิน “กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาคลัสเตอร์ SMEs ปี 2564” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกิดความร่วมมือและเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม จากฐานรากถึงระดับบน ในกลุ่มคลัสเตอร์เป้าหมายที่เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้เป็นคลัสเตอร์ที่เข้มแข็งได้ รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย รายเล็ก หรือ Micro-SMEs (MSME)ในคลัสเตอร์เป้าหมายให้เป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนากระบวนการผลิต คุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และระบบการบริหารจัดการ รวมไปถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้มีความสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการให้มีมูลค่ามากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดทำแผนพัฒนาคลัสเตอร์ สำหรับใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานของคลัสเตอร์ในอนาคต และพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันด้านการตลาด โดยสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการในคลัสเตอร์เป้าหมาย และดำเนินกิจกรรมการตลาดที่เหมาะสมกับคลัสเตอร์ในพื้นที่ดำเนินการ

การพัฒนาผู้ประกอบการคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ได้มีการดำเนินงานในพื้นที่คลัสเตอร์ต่อเนื่องที่มีความเข้มแข็งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 ประกอบด้วย คลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเลย และจังหวัดนครราชสีมา และยังได้ขยายพื้นที่คลัสเตอร์ใหม่ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายและการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ ในปี พ.ศ. 2564 ประกอบด้วย คลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครนายก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

“…วว. และพันธมิตร ดำเนินการครบวงจรในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ คัดเลือกสายพันธุ์ ระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับตามหลักความพอดีไม่เหลือทิ้ง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปลอดภัยด้วยต้นทุนที่เหมาะสม มีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย รวมถึงการเพิ่มมูลค่าเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารอุตสาหกรรมสุขภาพ และความงาม ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในจังหวัด โดยมีพื้นที่นำร่องในจังหวัดเลยสามารถรวมกลุ่มผู้ประกอบการมากกว่า 180 ราย เป็นคลัสเตอร์ สามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ90 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ในปัจจุบัน วว.บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเลยดำเนินการจัดตั้ง “มาลัยวิทยสถาน” เพื่อทำหน้าที่เป็นวิทยสถานแห่งปัญญา พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรม ตลาดไม้ดอกไม้ประดับและผลิตภัณฑ์…” ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าว

ผลงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยไม้ดอกไม้ประดับของ วว. เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของนักวิจัยไทย เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปช่วยขับเคลื่อน นโยบาย BCG Modelของรัฐบาล ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมมีการนำไปใช้จริงในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านการบูรณาการดำเนินงานร่วมกันของพันธมิตรภาครัฐและเอกชนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ภาพความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่ผ่านการดำเนินกิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาคลัสเตอร์ SMEs นั้น เป็นคุณประโยชน์ที่เกิดจากการประยุกต์ใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปเสริมแกร่ง สร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ ให้เทียบชั้นระดับสากล และภาพความสำเร็จในปี 2564 ซึ่งได้ขยายพื้นที่การดำเนินกิจกรรมนั้น จะเป็นโมเดลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นของคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ที่พร้อมจะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ของไทย พร้อมทั้งขยายตลาดขยายฐานเศรษฐกิจต่อไปยังต่างประเทศให้มากขึ้นอันจะสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจของประเทศต่อไปศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.ณวิสาร์ มูลทา ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.เชียงใหม่ณวิสาร์ มูลทา ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.เชียงใหม่นฤดี ทองวัตร ผู้ประสานงานคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.เลยนฤดี ทองวัตร ผู้ประสานงานคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.เลยเกียรติศักดิ์ กตกุลสัญญา ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับจ.นครราชสีมาเกียรติศักดิ์ กตกุลสัญญา ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับจ.นครราชสีมาวิมล บุญรอด ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.นครนายกวิมล บุญรอด ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.นครนายกอำนวย มาลัย ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.สุพรรณบุรีอำนวย มาลัย ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ จ.สุพรรณบุรีบุญเรือน ระหงษ์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ กทม.และปริมณฑลบุญเรือน ระหงษ์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ กทม.และปริมณฑล

โซไซตี้ : ไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน จับมือ การรถไฟแห่งประเทศไทย มอบเงินสนับสนุน รพ.บุรฉัตรไชยากรจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/590104

โซไซตี้ : ไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน จับมือ การรถไฟแห่งประเทศไทย  มอบเงินสนับสนุน รพ.บุรฉัตรไชยากรจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19

โซไซตี้ : ไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน จับมือ การรถไฟแห่งประเทศไทย มอบเงินสนับสนุน รพ.บุรฉัตรไชยากรจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สุชีพ สุขสว่าง รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย เหว่ยเหวย หวง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ และ สุเทพ เตมานุวัตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ร่วมมอบเงินสนับสนุนงบประมาณโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร เพื่อนำไปใช้ในการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 แบบ แรพิด แอนติเจน เทสต์ จำนวนทั้งสิ้น 800 ชุด เพื่อใช้ในการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อพนักงาน และลูกจ้างการรถไฟฯ โดยมี นพ.องอาจ จริยาสถาพร หัวหน้าสำนักงานแพทย์ โรงพยาบาล บุรฉัตรไชยากรเป็นผู้รับมอบ ณ ตึกบัญชาการ การรถไฟแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ สุชีพ สุขสว่าง รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ชุดตรวจโควิด-19 เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพนักงาน และลูกจ้างการรถไฟที่ปฏิบัติหน้าที่ในหลากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้านการให้บริการประชาชน ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการตรวจหาเชื้อได้อย่างรวดเร็ว จะสามารถช่วยแยกผู้ติดเชื้อออกจากสังคม และเข้าสู่กระบวนการกักตัวได้อย่างทันท่วงที และจะทำให้สามารถลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อบุคคลอื่น โดยเฉพาะบุคคลในครอบครัวการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงได้ประสานงานกับ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด เพื่อร่วมกันมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร ในการนำไปจัดหาชุดตรวจโควิด-19 เป็นการเร่งด่วน

“ต้องขอบคุณ บริษัท รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ในความร่วมมืออันดีที่มีให้แก่กันมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาหน้ากากอนามัย และสิ่งของจำเป็นในการป้องกัน และลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แก่พนักงาน และลูกจ้างการรถไฟ ตลอดจนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงมาโดยตลอดผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากรในวันนี้จะสามารถช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์คัดกรองผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วแยกผู้ติดเชื้อและพาเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาต่อไปได้ทันท่วงที”

ด้าน เหว่ย เหวย หวง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยและบริษัทฯ ในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พนักงาน และลูกจ้างการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งนับเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกันกับบริษัท สอดคล้องกับหลักค่านิยม3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการดำเนินงานโดยคำนึงถึง ประเทศชาติ และประชาชนไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นที่ตั้ง

“วันนี้ บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมร้อยเรียงความดีแก่สังคม ภายใต้โครงการ “ซีพีร้อยเรียงความดี” เนื่องในโอกาสที่เครือฯ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสนับสนุนนงบประมาณโรงพยาบาล บุรฉัตรไชยากร เพื่อนำไปใช้ในการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 ในวันนี้ จะสามารถช่วยแบ่งเบาภารกิจของบุคลากรทางการแพทย์ และบรรเทาความเดือดร้อน ตลอดจนคลายความกังวลใจให้แก่พนักงานการรถไฟได้ส่วนหนึ่ง บริษัทขอส่งความห่วงใย และกำลังใจให้ทุกท่านสามารถผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ด้วยกัน”

นพ.องอาจ จริยาสถาพร หัวหน้าสำนักงานแพทย์ โรงพยาบาล บุรฉัตรไชยากร กล่าวว่า โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร ให้บริการประชาชน พนักงาน และครอบครัวพนักงาน และลูกจ้างการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่มักกะสันเป็นหลัก ปัจจุบัน โรงพยาบาล มีความพยายามตรวจหาผู้ติดเชื้อให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้อย่างน้อยระหว่างรอเข้าสู่กระบวนการรักษา ก็สามารถคัดแยกผู้ป่วยออกจากครอบครัว และชุมชน ก่อนเกิดการระบาดในวงกว้าง

“ในนามของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร ผมขอขอบคุณการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ที่สนับสนุนงบประมาณในการซื้อชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็น และจะมีประโยชน์มาก นับเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้”

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘Hope Reef’ โครงการฟื้นฟูปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/588383

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘Hope Reef’ โครงการฟื้นฟูปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โซไซตี้ : เปิดตัว ‘Hope Reef’ โครงการฟื้นฟูปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยง SHEBA®ในเครือของ มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด ร่วมมือกับชุมชนเกาะบอนโตซัว บริเวณนอกชายฝั่งซูลาเวซี เปิดตัวโครงการฟื้นฟูปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้ชื่อ Hope Reef พร้อมเชิญทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ได้ โดยการชมคลิป“The Film That Grows Coral” บนช่องทาง YouTube ซึ่งยอดวิวทั้งหมดจะนำ ไปใช้สนับสนุนโครงการฟื้นฟูแนวปะการังต่อไป

รัชกร เจนพัฒนพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและอินโดจีน มาร์สไทยแลนด์อิงค์ ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารแมวและขนมแมวเกรดพรีเมียมแบรนด์ SHEBA® กล่าวว่าแนวปะการังนับว่ามีความสำคัญต่อระบบนิเวศในมหาสมุทร เนื่องจากเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลจำนวนมาก แต่ปัจจุบันแนวปะการังกำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงจากการแสวงหาผลประโยชน์ การทำประมงที่ไม่ถูกวิธี รวมไปถึงมลพิษและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยเหตุนี้ มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด จึงได้ริเริ่มโครงการฟื้นฟูปะการัง Hope Reef ขึ้นในปี 2562 เพื่อฟื้นฟูแนวปะการังขนาดใหญ่ซึ่งมีผลกับระบบนิเวศที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยอาศัยความร่วมมือระดับโลก ทั้งจากรัฐบาล มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และองค์กรพัฒนาเอกชน ภายใต้โครงการ Hope Reef ได้ดำเนินการฟื้นฟูแนวปะการังบริเวณนอกชายฝั่งซูลาเวซี ประเทศอินโดนีเซีย บนแท่นแนวปะการังซาลิซี เบซาร์ ใกล้กับเกาะบอนโตซัว โดยใช้นวัตกรรม “Reef Star” ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็กรูปดาวทำด้วยมือ ภายใต้ชื่อ Mars Assisted Reef Restoration System (MARRS) วัสดุของดาวแนวปะการังนั้นมาจากแหล่งในท้องถิ่นและทำด้วยมือของชุมชนท้องถิ่นบอนโตซัว โดย SHEBA®

นอกจากนี้ แนวปะการังดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเป็นตัวสะกดคำว่า H-O-P-E ที่แปลว่าความหวัง มีขนาด 45×15 เมตร เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้โลกได้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกสามารถเกิดขึ้นได้ภายในช่วงชีวิตของเรา และความหวังนั้นก็สามารถเติบโตได้ ซึ่งสามารถมองเห็นได้จาก Google Earth โดยบริษัทแม่อย่าง มาร์ส อินคอร์ปอเรทเต็ด ได้ตั้งเป้าหมายในการฟื้นฟูแนวปะการังตามจุดต่างๆ ทั่วโลกให้ได้มากกว่า 185,000 ตารางเมตร ซึ่งเท่ากับขนาดของสระว่ายน้ำโอลิมปิกประมาณ 148 สระภายในสิ้นปี 2572

“เรียกได้ว่า Hope Reef เป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศที่สำคัญ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังสำหรับอนาคตของมหาสมุทร โดยมาร์ส หวังว่าโครงการHope Reef จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนได้เห็นความสำคัญของการดูแลระบบนิเวศและร่วมกันกู้คืนที่อยู่อาศัยและความหลากหลายทางชีวภาพที่สูญเสียไป ซึ่งการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เป็นไปตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างความยั่งยืน ซึ่งมารส์ทราบดีว่าผู้บริโภคไม่เพียงคาดหวังอาหารคุณภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังต้องการแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมด้วย โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการฟื้นฟูปะการัง Hope Reef จนถึงปัจจุบันแนวปะการังรอบเกาะบอนโตซัว ได้เพิ่มขึ้นจาก5% เป็น 55% ความอุดมสมบูรณ์ของปลาเพิ่มขึ้น300% อีกทั้งยังได้เห็นสัตว์น้ำสายพันธุ์ต่างๆ เช่น ฉลาม และเต่า กลับมายังพื้นที่นี้ด้วย”รัชกร กล่าว

ขอเชิญชวนผู้รักสัตว์เลี้ยงทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูแนวปะการัง และร่วมสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์เพียงชมและแชร์วีดีโอ#hopegrows: The Film That Grows Coral ผ่านช่อง YouTube ของ SHEBA® โดยทุกยอดการรับชมจะเปลี่ยนเป็นเงินทุนเพื่อการฟื้นฟูแนวปะการัง ผ่านทางองค์กร The Nature Conservancy เนื่องในวันมหาสมุทรโลก SHEBA® ได้เปิดตัวแอป iOS ตัวแรกที่ชื่อ SHEBA Hope Grows ซึ่งจะพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์ 3 มิติ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแนวปะการังได้จากทุกที่ทั่วโลก เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและฟื้นฟูแนวปะการังของคุณเอง ด้วยการติดตั้งนวัตกรรม Reef Stars เสมือนจริง หลังจากนั้น สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในบริเวณนั้นจากเศษหินที่แห้งแล้งไปสู่สภาพแวดล้อมทางทะเลที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์