โซไซตี้ : โครงการ Design Service Society 2020 สร้างมูลค่าแบรนด์ให้สินค้าไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/524146

โซไซตี้ : โครงการ Design Service Society 2020  สร้างมูลค่าแบรนด์ให้สินค้าไทย

โซไซตี้ : โครงการ Design Service Society 2020 สร้างมูลค่าแบรนด์ให้สินค้าไทย

วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ สมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จัดกิจกรรม Design Service Society 2020 ประจำปี 2563ให้คำปรึกษาสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจและผู้ที่สนใจด้านการออกแบบแบรนด์และบรรจุภัณฑ์อาหารในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2020 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 22-26 กันยายน ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับออกแบบแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด 97 ราย ส่วนใหญ่ปรึกษาเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก ตามมาด้วยความสนใจในวัสดุบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างไบโอพลาสติก รวมถึงสนใจปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบกราฟิกสำหรับใช้สื่อสารทางออนไลน์ขณะเดียวกัน มีอีกกลุ่มเข้ารับคำปรึกษาทางออนไลน์70 ราย ใน 4 หัวข้อด้วยกันคือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การออกแบบกราฟิกและการสร้างแบรนด์ กิจกรรมอบรมสัมมนาออนไลน์ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 85 ราย

ประอรนุช ประนุช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้าฯกล่าวว่า “โครงการ Design Service Society 2020 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จะช่วยพัฒนาองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า/บริการ มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์หรือตราสินค้าสู่สากล (Brand) การพัฒนานวัตกรรม (Innovation) โดยเฉพาะนวัตกรรมในด้านการดำเนินธุรกิจ (New Business Model)การพัฒนาการออกแบบ (Design) หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการใหม่ๆ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ” ด้าน รศ.ดร.โชคอนันต์ บุษราคัมภากรนายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า นอกจากผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสตาร์ทอัพแล้ว ในปีนี้สมาคมฯจะเน้นเรื่องสินค้าชุมชน เพราะเล็งเห็นว่าสินค้าชุมชนมีความน่าสนใจ อยากช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าของชุมชน นำเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ มาทำให้สินค้าชุมชนมีความน่าสนใจและโดดเด่นมากขึ้น

สำหรับกิจกรรมให้คำปรึกษาของบูธ Design Service Society 2020 ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์มีดังนี้ สมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสมาคมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทย Arn Creative Studio, COTH Studio, Prompt Partners,Yindee Design,SCG Packaging Design Team,345 Provider,Solution Creation และทีมนักออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อิสระระดับประเทศ อย่าง Solution Creation แสดงความเห็นว่า บรรจุภัณฑ์ประเภท Single-use หรือใช้แล้วทิ้ง วัสดุประเภทไบโอพลาสติกหรือพลาสติกชีวภาพ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในตอนนี้ เพราะย่อยสลายได้และไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมแม้ว่าจะต้นทุนจะสูงกว่าพลาสติกทั่วไป แต่ก็เป็นสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ เช่น คาเฟ่ที่เลือกใช้หลอดไบโอพลาสติก ก็จะประชาสัมพันธ์ได้ว่าเป็นคาเฟ่รักษ์โลกส่วนประเด็นที่กลุ่มสตาร์ทอัพสนใจขอรับคำปรึกษา เช่น จะทำอย่างไรให้ตลาดรับรู้ถึงตัวตนของผลิตภัณฑ์ สนใจพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ ต้องการไอเดียในการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับขนมเพื่อสุขภาพ ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยากเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อเป็นการรีแบรนด์สินค้า อยากปรับบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนการผลิต อยากได้บรรจุภัณฑ์ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อในทันทีที่เห็น เป็นต้น ผู้ที่พลาดกิจกรรมดีๆ จากโครงการ Design ServiceSociety 2020 สามารถเข้าไปศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบบแบรนด์และบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.creativethailand.net

โซไซตี้ : อิ่มบุญสุขกายสุขใจ ใน ‘คาราวาน เที่ยววิถีใหม่ ไปสุโขทัยให้…หายคิดถึง’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/522643

โซไซตี้ : อิ่มบุญสุขกายสุขใจ ใน ‘คาราวาน เที่ยววิถีใหม่ ไปสุโขทัยให้...หายคิดถึง’

โซไซตี้ : อิ่มบุญสุขกายสุขใจ ใน ‘คาราวาน เที่ยววิถีใหม่ ไปสุโขทัยให้…หายคิดถึง’

วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เริ่มต้นขอพร ณ ทุ่งทะเลหลวงกับพระพุทธรัตนสิริสุโขทัย

เมื่อการท่องเที่ยวช่วยเยียวยาหัวใจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงร่วมกับ Mono Next และบริษัทในเครือ จัดทริปสุดพิเศษพาเหล่าผู้โชคดีรวม 20 คน จากกิจกรรม เที่ยวสไตล์ New Normal สุขใจแบบ New me ร่วมทริป“คาราวาน เที่ยววิถีใหม่ ไปสุโขทัยให้…หายคิดถึง” ณ จังหวัดสุโขทัย โดยมี อ.มิก-พชร ทูตเทวะ และปราชญ์ชุมชน กบ-ณรงค์ชัย โตอินทร์ เป็นผู้นำทริปอิ่มบุญสุขกายสุขใจในครั้งนี้

เริ่มต้นรายงานตัวผู้โชคดีพร้อมรถส่วนตัวร่วมคาราวาน พร้อมเปิดทริปไหว้เอาฤกษ์เอาชัยขอพร ณ ทุ่งทะเลหลวง กับพระพุทธรัตนสิริสุโขทัย พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองชาวสุโขทัยที่มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ก่อนสตาร์ทรถออกเดินทางไปณ ศาลพระแม่ย่า ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองสุโขทัย ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเคารพของพี่น้องที่นี่ งานนี้ผู้โชคดีที่ร่วมทริปเมื่อฟังคำบอกเล่าต่างกราบไหว้ตั้งจิตอธิษฐานอย่างตั้งใจ จากนั้นแวะเติมพลังที่ร้านก๋วยเตี๋ยวตาปุ้ยร้านก๋วยเตี๋ยวสุดอร่อย พร้อมเดินทางต่อไปยังศูนย์การเรียนรู้บ้านพระพิมพ์แหล่งรวมประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของชาวสุโขทัย พร้อมกิจกรรมต่างๆฟังบรรยายประวัติศาสตร์ของสุโขทัย, พิมพ์พระเนื้อผงด้วยตนเอง, ทดลองยิงธนูไม้แบบโบราณ และสาธิตการจุดไฟแบบสมัยก่อน ที่ผู้ร่วมทริปร่วมกิจกรรมด้วยความสนใจ จากนั้นเดินทางไปยังวัดศรีชุม กราบไหว้ขอพรพระพุทธอจนะอันเลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ และออกเดินทางไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โบราณสถานที่รวมประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองสุโขทัย ทั้งวัดศรีสวายที่มีลักษณะเป็นปรางค์สามยอดแบบขอม มีคูน้ำล้อมรอบ ก่อนนั่งรถรางไปสักการะ ศาลหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุโขทัยปิดทริปวันแรกที่วัดช้างล้อม ที่ผู้ร่วมทริปได้โอกาสมาเดินเวียนเทียนสวดมนต์เชื่อมบุญเป็นสิริมงคลในชีวิต

ทริปอิ่มบุญสุขกายสุขใจในวันที่สอง ตื่นเช้ามาด้วยความสดใส ด้วยการใส่บาตรรับบุญที่ วัดตระพังทอง บนสะพานบุญโคมเหลือง สถานที่สัญลักษณ์อีกแห่งของเมืองสุโขทัย และออกเดินทางต่อยังวัดเขาแก้วชัยมงคล ทำพิธีสืบชะตา-เสริมบารมีกับ พระอาจารย์ภูไทย ปภากโรเจ้าอาวาส และชิมอาหารไทยสุดอร่อย บรรยากาศดีๆ ที่ร้านอาหารสิบสองหน่วยตัด โดยมี อภิวัฒน์ ทับทิมโตผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัยกล่าวอวยพรและมอบของที่ระลึกให้กับผู้ร่วมทริป เป็นการปิดทริปด้วยความสุขใจ พร้อมเบิกทางในการท่องเที่ยวครั้งใหม่ ให้ทุกคนได้เดินทางไปให้หายคิดถึงกันทีเดียวณ ทุ่งทะเลหลวงกับพระพุทธรัตนสิริสุโขทัยณ ทุ่งทะเลหลวงกับพระพุทธรัตนสิริสุโขทัยไหว้พระบรมสารีริกธาตุไหว้พระบรมสารีริกธาตุทำพิธีสืบชะตา-เสริมบารมี วัดเขาแก้วชัยมงคลทำพิธีสืบชะตา-เสริมบารมี วัดเขาแก้วชัยมงคลเวียนเทียนสวดมนต์วัดช้างล้อมเวียนเทียนสวดมนต์วัดช้างล้อมพิมพ์พระศูนย์การเรียนรู้บ้านพระพิมพ์พิมพ์พระศูนย์การเรียนรู้บ้านพระพิมพ์ยิงธนูโบราณยิงธนูโบราณรถรางชมเมืองรถรางชมเมือง

โซไซตี้ : วว. รับมอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ มอก.17025 -2561 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/522481

โซไซตี้ : วว. รับมอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ มอก.17025 -2561

โซไซตี้ : วว. รับมอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ มอก.17025 -2561

วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รับใบรับรอง

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิตผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รับมอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ มอก. 17025-2561 (ISO/IEC 17025 : 2017) จาก วันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดย ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง (ศทร.) วว. ได้รับการรับรองห้องปฏิบัติการครอบคลุมด้านการทดสอบทางกลของโลหะและผลิตภัณฑ์โลหะรวมถึงชิ้นงานเชื่อมของเหล็ก เหล็กกล้าโลหะผสม ผลิตภัณฑ์ระบบราง ได้แก่ หมอนคอนกรีต หมอนประแจและเครื่องยึดเหนี่ยวราง ซึ่งเป็นหน่วยงานแรกของประเทศไทยที่ได้รับด้านระบบรางตามมาตรฐาน BSEN 13230, BSEN 13481 และ BSEN 13146 โดยที่ศทร. วว. สามารถทดสอบได้ครบทุกรายการ พร้อมนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนวัตกรรม ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยผลิตและส่งออกสินค้าในภูมิภาคสนับสนุนพัฒนาโลจิสติกส์ประสิทธิภาพสูงสร้างความได้เปรียบการแข่งขันให้ประเทศไทย โอกาสนี้ นำชัย สกุลฏ์โชคนำชัยประธานกรรมการกลุ่มบริษัทโชคนำชัย,กฤช นิวาตพันธุ์ ผู้จัดการหน่วยวิจัยและพัฒนา (เชซซีย์) บริษัท ไมน์ โมบิลิตีรีเสิร์ช จำกัด, จิตต์ เลวรรณ์ ผู้ช่วยรองประธานบริหารสายงานธุรกิจ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด,Mr.Louis Vandamme, GeneralManager, Pandrol (Thailand) Co.,Ltd.,ณัฐพงษ์ ปิตา Technical support manager, VOSSLOH, วิรัช จันทรา รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว.,ดร.อาณัติ หาทรัพย์ ผู้อำนวยการ ศทร. พร้อมคณะนักวิชาการร่วมแสดงความยินดี ณ อาคาร สมอ. กระทรวงอุตสาหกรรม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง เป็นหน่วยงานในสังกัดกลุ่มบริการอุตสาหกรรม วว. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการทดสอบวัสดุชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์โลหะ และชิ้นส่วนระบบราง การที่ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2017แสดงให้เห็นว่าห้องปฏิบัติการ วว. ดำเนินงานด้านระบบคุณภาพ มีความสามารถทางวิชาการ ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการของ ศทร. น่าเชื่อถือ ถูกต้องตามหลักวิชาการ มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือในรายงานผลการทดสอบเป็นที่ยอมรับในกลุ่มประเทศสมาชิก Asia Pacific Laboratory Accreditation (APLAC)และ International LaboratoryAccreditation Council (ILAC) ในความเทียบเท่าทางด้านความสามารถทางวิชาการ การอำนวยประโยชน์และความสะดวกทางการค้าระดับประเทศ และระดับระหว่างประเทศ ลดการกีดกันทางการค้า อันเนื่องมาจากการทดสอบซ้ำลดการตรวจซ้ำจากประเทศคู่ค้า ทั้งนี้การได้รับการรับรองในวันนี้เป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นหน่วยงานแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 เวอร์ชั่น 2017 โดยที่ ศทร. สามารถทดสอบได้ครบทุกรายการ และ ศทร. ยังมีแผนงานจะขยายขอบข่ายขอการรับรองให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์งานทาง และล้อเลื่อนทุกระบบต่อไปในอนาคต ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของประเทศไทยในด้านระบบรางที่ก้าวหน้าและไม่ได้ด้อยกว่าประเทศใดๆ ในภูมิภาคนี้

วิรัช จันทรา รองผู้ว่าการกลุ่มบริการอุตสาหกรรม วว. กล่าวว่า ศทร.มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ บริการทดสอบให้แก่โครงการก่อสร้างรถไฟของกระทรวงคมนาคม 15 สัญญาโครงการชิ้นส่วนที่ ศทร.ให้บริการทดสอบ เช่นตาข่ายเสริมกำลังดิน (Geo-grid)วัสดุในงานก่อสร้าง (คอนกรีต ยาง วัสดุคอมโพสิต เหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อยเหล็กรูปพรรณ ลวดเหล็กอัดแรง) แผ่นยางรองราง สลักภัณฑ์ หมอนคอนกรีตหมอนประแจ รางรองเชื่อมราง ประกับรางเครื่องยึดเหนี่ยวราง แผ่นพื้นทางผ่านเสมอระดับ คันชักประแจกล ท่อร้อยสายไฟชิ้นส่วนสะพานรถไฟ โครงเสาระบบจ่ายไฟเหนือศีรษะ ชิ้นส่วนรางสามโครงแคร่ ล้อ เพลาล้อ โบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต.) แท่งห้ามล้อ เป็นต้น นอกจากนี้ศทร. ยังสามารถขยายงานบริการทดสอบไปยังผู้ประกอบการในภูมิภาคและต่างประเทศ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เวียดนาม เมียนมา มาเลเซีย สิงคโปร์ รวมทั้งยังดำเนินงานในด้านการยกร่างมาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า(บทต.) ให้แก่ กรมการขนส่งทางรางร่างมาตรฐานแผ่นยางพาราครอบกำแพงคอนกรีตให้แก่ กรมทางหลวงชนบท รวมทั้งพัฒนาการทดสอบประเมินสมรรถนะการชนของรถบรรทุกขนาด 2 ตัน ได้สำเร็จในประเทศ ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณในการส่ง แผ่นยางพาราครอบกำแพงคอนกรีต ไปทดสอบที่ประเทศเกาหลีได้ (ค่าทดสอบลดลงมากกว่า 5 เท่า)ตลอดจนการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนให้นโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราในอุปกรณ์ความปลอดภัยทางถนน สามารถเดินไปสู่นโยบายการผลิตได้ เพราะมีหน่วยงาน วว. ทดสอบรับรองได้ในประเทศ

ดร.อาณัติ หาทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง (ศทร.) วว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้เตรียมแผนในการให้บริการทดสอบด้านระบบขนส่งทางราง อาทิ บริการทดสอบและพัฒนาห้องปฏิบัติการทดสอบ และตรวจสอบระบบรางระดับสากล ครอบคลุมรถไฟทุกระบบทั้งความเร็วปานกลางและความเร็วสูง การร่วมกับบริษัทเอกชน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนผลิตในประเทศ หรือ local content การยกร่างมาตรฐานให้แก่หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ตลอด จนการดำเนินงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง เช่น ระบบเฝ้าระวังน้ำหนักบรรทุกรถไฟ รวมทั้งส่งเสริมการใช้ยางพาราในงานรางเช่น Fastener, Under Sleeper Pad เป็นต้น

“วว. พร้อมใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีนวัตกรรม ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยผลิตและส่งออกสินค้าในภูมิภาค สนับสนุนการพัฒนาโลจิสติกส์ประสิทธิภาพสูงสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้ประเทศไทย” ผู้ว่าการ วว. กล่าวสรุปในตอนท้ายดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.วันชัย พนมชัย เลขาธิการสมอ.

วันชัย พนมชัย เลขาธิการสมอ.นำชัย สกุลฏ์โชคนำชัย ประธาน กก.กลุ่ม บ.โชคนำชัยนำชัย สกุลฏ์โชคนำชัย ประธาน กก.กลุ่ม บ.โชคนำชัยกฤช นิวาตพันธุ์ ผจก.หน่วยวิจัยและพัฒนาฯ บจ.ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ชกฤช นิวาตพันธุ์ ผจก.หน่วยวิจัยและพัฒนาฯ บจ.ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ชจิตต์ เลวรรณ์ ผช.รองประธานบริหารฯ บจ.อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์จิตต์ เลวรรณ์ ผช.รองประธานบริหารฯ บจ.อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์Mr.Louis Vandamme,GM, Pandrol (Thailand) Co.,Ltd.Mr.Louis Vandamme,GM, Pandrol (Thailand) Co.,Ltd.ณัฐพงษ์ ปิตา Technical support manager,VOSSLOHณัฐพงษ์ ปิตา Technical support manager,VOSSLOH

โซไซตี้ : บล.บัวหลวง ประกาศความสำเร็จ‘ธุรกิจ Global Investing’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/513458

โซไซตี้ : บล.บัวหลวง ประกาศความสำเร็จ‘ธุรกิจ Global Investing’

โซไซตี้ : บล.บัวหลวง ประกาศความสำเร็จ‘ธุรกิจ Global Investing’

วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

(ซ้าย) พิเชษฐ สิทธิอำนวย กก.ผอ. บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง –  รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ ผอ.หัวหน้าฝ่าย Global Investing (ขวา)

หลักทรัพย์บัวหลวง ปลื้ม “ธุรกิจบริการลงทุนต่างประเทศ Global Investing” ประสบความสำเร็จอย่างท้วมท้น หลังเปิดบริการครบรอบ 1 ปี นักลงทุนสนใจเปิดบัญชี
ลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศล้นหลาม รับเทรนด์ลงทุนหุ้นต่างประเทศมาแรงยุคดอกเบี้ยต่ำ ขณะที่เครื่องมือช่วยจับสัญญาณเทคนิคหุ้นต่างประเทศ “Global Signals” ถูกใจสายโกอินเตอร์ พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนและหุ้นเด่นช่วงครึ่งหลังปี 2563

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความสำเร็จของบริการลงทุนต่างประเทศ Global Investing ว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีลูกค้าสนใจเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศอย่างล้นหลาม หลังกระแสลงทุนหุ้นต่างประเทศได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่บางประเทศติดลบ นอกจากนั้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาผลตอบแทนการลงทุนตลาดหุ้นไทยติดลบ 19% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เช่น ดัชนี Nasdaq บวก 40% และ ดัชนี S&P500 บวก 18% ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันหลักทรัพย์บัวหลวงยังได้ออกแบบตัวช่วยที่ทำให้การลงทุนต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว โดยเฉพาะเครื่องมือช่วยจับสัญญาณเทคนิคหุ้นต่างประเทศ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ง่ายๆใน 1 นาที ในชื่อ “Global Signals”ที่แสดงออกมาให้เข้าใจง่ายๆ ด้วยจำนวนรูปของกระทิง (Bull Signals) และหมี (Bear Signals) ซึ่งนวัตกรรมสุดล้ำตัวนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการลงทุนหุ้นต่างประเทศของนักลงทุนได้อย่างดี นอกจากนั้นยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า Global Investing“วันอังคาร Transfree” ฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินไปต่างประเทศทุกวันอังคารตลอดวันจากปกติ 1,000 บาทต่อครั้งต่อสกุลเงิน จนถึงสิ้นปี 2563

“นอกจากเราจะพัฒนานวัตกรรมสุดล้ำมาช่วยให้การลงทุนหุ้นต่างประเทศเป็นเรื่องสะดวกและง่ายขึ้นแล้ว เรายังมีรายงานสรุปเงินได้จากการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อประกอบการพิจารณาภาษีรอบปี พร้อมบทวิเคราะห์เกาะติดสถานการณ์รอบโลกและหุ้นที่น่าสนใจเป็นประจำทุกสัปดาห์ที่สำคัญยังมีการจัดสัมมนาออนไลน์เอ็กซ์คลูซีฟแบบส่วนตัวกับทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้ความรู้นักลงทุนเป็นประจำทุกเดือนอีกด้วย” พิเชษฐ กล่าว

ด้าน รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย Global Investing บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนหุ้นต่างประเทศในช่วงครึ่งหลังปี’63 ว่า การลงทุนหุ้นต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์แล้วยังสร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ไม่มีในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตต่อเนื่องไปพร้อมกับนวัตกรรมของโลกอนาคตหลังการเข้ามาของเทคโนโลยีทำให้หลากหลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัว เช่นธุรกิจโรงพยาบาล และธุรกิจการเงิน เป็นต้น

ปัจจุบันหุ้นต่างประเทศหลายตัวปรับตัวขึ้นมามาก ดังนั้นนักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ “รอย่อสะสม” เน้นการลงทุนใน “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” สัดส่วนประมาณ 70% ใน 3 กลุ่มหลักคือ 1.กลุ่มเทคโนโลยี เช่นหุ้น Microsoft (MSFT) และหุ้น Apple (AAPL) เป็นต้นโดยหุ้นทั้ง 2 ตัว มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีมีค่า P/E ประมาณ 30 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาด NASDAQ ที่มีค่าP/E เฉลี่ย 50 เท่า ถือเป็นหุ้นที่น่าสนใจ 2.หุ้นกลุ่ม Growth Stock อย่าง “กลุ่มเฮลธ์แคร์ เช่น หุ้น Intuitive Surgical Inc. (ISRG) เจ้าของหุ่นยนต์ทางการแพทย์ “ดาวินซี” ซึ่งเป็นหุ้นที่เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว และมีจุดแข็งที่คู่แข่งสู้ได้ยาก 3.หุ้นคุณค่า (Value Stock) ที่มีมูลค่ากิจการเติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วงที่ผ่านมาราคาปรับตัวลดลงจากวิกฤติโควิด-19 แต่ธุรกิจยังมีความแข็งแกร่ง หากผ่านสถานการณ์นี้ไปแล้ว เชื่อว่าราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัว เช่นหุ้น Starbucks  (SBUX) ร้านกาแฟชื่อดัง แม้ที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ในระยะยาวยังเติบโตได้ดี เพราะมี Brand Loyalty แข็งแกร่ง รวมถึง หุ้น Ferrari (RACE) ผู้ผลิตรถยนต์หรูจากประเทศอิตาลี ถือเป็นหุ้นอีกตัวที่น่าสนใจ แม้ยอดขายจะลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัทยังรักษาอัตรากำไรในระดับสูงไว้ได้ เพราะเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

นอกจากนั้นยังแนะนำลงทุนใน “ตลาดหุ้นฮ่องกง” สัดส่วนประมาณ 20% เนื่องจากประเทศฮ่องกงเป็นศูนย์กลางเอเชียและหุ้นหลายตัวเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจจีน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกภายในปี 2567 ดังนั้นหุ้นจีนถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ ซึ่งนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนหุ้นรายตัว หรือลงทุนผ่านกองทุน ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง เช่น CSI300 China ETF (3188.HK) อิงดัชนี CSI300 หุ้นจีนขนาดใหญ่300 ตัว เป็นต้น ส่วนที่เหลือแนะลงทุน “ตลาดหุ้นเวียดนาม” สัดส่วนประมาณ 10% เน้นลงทุนผ่านDR “E1VFVN3001” ที่อ้างอิง ETF ของดัชนี VN30 หรือหากต้องการลงทุนหุ้นรายตัวแนะนำ หุ้น Vinamilk (VNM) ที่เติบโตไปพร้อมกับการบริโภคภายในประเทศเวียดนาม

ทั้งนี้ ในโอกาสฉลองครบรอบ 1 ปี บริการลงทุนต่างประเทศ Global Investing ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวงที่มีบัญชีหลักทรัพย์ต่างประเทศและมีปริมาณซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป รับ Starbuckse-Coupon มูลค่า 500 บาท ระยะเวลาตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2563 ติดตามข้อมูลการลงทุนหุ้นต่างประเทศเพิ่มเติมที่ www.bualuang.co.th/globalinvesting หรือโทร.02-6181111

โซไซตี้ : ‘เที่ยวทั่วไทย เท่ทุกที่’นวัตวิถีท่องเที่ยวชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/510523

โซไซตี้ : ‘เที่ยวทั่วไทย เท่ทุกที่’นวัตวิถีท่องเที่ยวชุมชน

โซไซตี้ : ‘เที่ยวทั่วไทย เท่ทุกที่’นวัตวิถีท่องเที่ยวชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก โรงแรมในเครือโนโวเทล แอคคอร์ พร้อมด้วยพันธมิตรด้านธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยตอบสนองมาตรการภาครัฐ ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภาคการท่องเที่ยว ไปกับโครงการ“กำลังใจ” และ “เราเที่ยวด้วยกัน” ร่วมจัดงาน “เที่ยวทั่วไทย เท่ทุกที่” นวัตวิถีท่องเที่ยวชุมชน เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน บริษัทนำเที่ยว ที่พัก โรงแรม ร้านค้าอาหาร กว่า 100 บูธ ให้มีพื้นที่ประชาสัมพันธ์และจำหน่ายแพ็กเกจเส้นทางกิจกรรม สถานที่ท่องเที่ยว ราคาพิเศษ ณบริเวณชั้น M ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ตแบงคอก

ภายในงานได้รับเกียติจาก ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคณะทำงานประธานรัฐสภา เป็นประธานเปิดงานพร้อมด้วย พิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักกรุงเทพมหานคร, รัตนธร ลิมป์ไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการตลาด บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก, เพชรลดาศรชัยไพศาล นายกสมาคมภาษาเพื่อการศึกษาอาชีพและธุรกิจนำเที่ยว พร้อมชมการแสดงความสามารถพิเศษ ระบำชาตรีที่มาร่วมสร้างสีสันสร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ภายในงานประกอบไปด้วยโซนที่น่าสนใจ ได้แก่ โซนตลาดของดีของเด่นชุมชนอาทิ ตลาดคลองสวน ๑๐๐ ปีฝั่งสมุทรปราการ, ชุมชนสมหวังที่วังยาง, วิสาหกิจชุมชนบ้านธูปหอมสมุนไพร, บ้านบุ, ชุมชนริมคลองประเวศฝั่งเหนือ, ชุมชนย่านกะดีจีน โซนแนะนำแหล่งท่องเที่ยวและสินค้าเด่นชุมชน อาทิ ชุมชนนครศรีธรรมราช, ชุมชนเชียงคาน, ชุมชนบางกะอี่สมุทรปราการ, ชุมชนปรางค์นคร อ.คง, ชุมชนบ้านสี่เหลี่ยม, วิสาหกิจชุมชนหนองย่างเสือโซนแนะนำและจำหน่ายแพ็กเกจที่พัก ราคาพิเศษจากกลุ่มที่พักโรงแรมต่างๆ อีกด้วย

โซไซตี้ : ‘เด็กยามาฮ่าสุพรรณบุรี’ ก้าวสู่วิถีชีวิตใหม่ New Normal ชูผลสัมฤทธิ์ดนตรีศึกษา 1 เดียวในเมืองไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/510335

โซไซตี้ : ‘เด็กยามาฮ่าสุพรรณบุรี’ ก้าวสู่วิถีชีวิตใหม่ New Normal  ชูผลสัมฤทธิ์ดนตรีศึกษา 1 เดียวในเมืองไทย

โซไซตี้ : ‘เด็กยามาฮ่าสุพรรณบุรี’ ก้าวสู่วิถีชีวิตใหม่ New Normal ชูผลสัมฤทธิ์ดนตรีศึกษา 1 เดียวในเมืองไทย

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ชูผลสัมฤทธิ์ดนตรีศึกษา 1 เดียวในเมืองไทย

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ไม่เคยหยุดนิ่งในการสนับสนุนกิจกรรมดีๆ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะดนตรีแก่เด็กๆ เมืองสุพรรณบุรีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนการสอน และพิสูจน์ผลสัมฤทธิ์หลักสูตรดนตรียามาฮ่า ดีที่สุดหนึ่งเดียวในเมืองไทย และเพิ่มความมั่นใจแก่นักเรียนและผู้ปกครองที่ไว้วางใจส่งบุตร-หลานมาเรียนดนตรีกับหลักสูตร “ยามาฮ่ามิวสิค เวิร์ดวาย เอ็ดดูเคชั่น ซิสเต็ม” หนึ่งเดียวจากประเทศญี่ปุ่น

ในปี 2020 หลังจากฝ่าวิกฤติโควิด-19 วิศน์กานต์ ขุนสุวรรณ และ ณัฐตชา จันทกลัด สองผู้บริหารโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ได้ยกระดับมาตรฐานการเรียนสู่ความเป็นสากลกับการสอบเกรดระบบยามาฮ่าในการให้ความสำคัญครูสอนดนตรีทุกวิชาและนักเรียนทุกคน โดยมอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียน ประจำปี 2020 ซึ่งเป็นระบบการสอบเกรดยามาฮ่า Yamaha Grade Examination System หรือ YMES มีเกรดทั้งหมด 13 ระดับ และการสอบครั้งนี้มีการประเมินมาจากการเล่นดนตรีทางปฏิบัติ ความสามารถทางทักษะการปฏิบัติ และความรู้ทางดนตรีร่วมกับเทคนิคการเล่น ที่มีความจำเป็นสำหรับครูผู้สอนในระดับความรู้ความสามารถทั่วไป (Instructor of the fundamentalsstage) สร้างความมั่นใจในตัวเองกับวิชาดนตรีที่ตนได้ศึกษามาแก่นักเรียนโรงเรียนดนตรียามาฮ่า ในเครือข่ายทั่วประเทศ และประเมินผลดีที่สุดมีความเป็นสากลสามารถอ้างอิงได้มากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยระบบการสอบเกรดยามาฮ่า มียอดนักเรียนสอบประเมินผลสูงสุดเป็นที่ 1 ในเมืองไทย การันตีโดย ยามาฮ่า มิวสิค ฟาว์เดชั่น ประเทศญี่ปุ่น

ณ วันนี้ โรงเรียนดนตรียามาฮ่าสุพรรณบุรี พร้อมก้าวไปสู่วิถีใหม่ New Normal และนิยามใหม่คำว่า “ดนตรี” ด้วยรูปแบบการเรียน-การสอนแบบใหม่ที่ห่วงใย ดูแล และใส่ใจเด็กๆ ทุกคนให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนสองผู้บริหารโรงเรียน วิศน์กานต์ ขุนสุวรรณ และ ณัฐตชา จันทกลัดสองผู้บริหารโรงเรียน วิศน์กานต์ ขุนสุวรรณ และ ณัฐตชา จันทกลัด

โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี มอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียน ประจำปี 2020โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี มอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียน ประจำปี 2020

โซไซตี้ : กลุ่มบริษัทบีทีเอส จัดพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/509000

โซไซตี้ : กลุ่มบริษัทบีทีเอส จัดพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

โซไซตี้ : กลุ่มบริษัทบีทีเอส จัดพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงออกถึงความจงรัก ภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทบีทีเอส กวิน
กาญจนพาสน์, สุรพงษ์ เลาหะอัญญา,คง ชิ เคือง, ชัยวัฒน์ อัศวินทรางกูร, สุมิตรศรีสันติธรรม, พล.ต.ต.วราห์ เอี่ยมมงคล, นริศรา ศรีสันต์ พร้อมพนักงานกลุ่มบริษัท เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ

โซไซตี้ : สวทช. จับคู่นวัตกรรม นำแอพ QueQ หนุนธุรกิจท่องเที่ยวอ่าวไร่เลย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/506181

โซไซตี้ : สวทช. จับคู่นวัตกรรม นำแอพ QueQ หนุนธุรกิจท่องเที่ยวอ่าวไร่เลย์

โซไซตี้ : สวทช. จับคู่นวัตกรรม นำแอพ QueQ หนุนธุรกิจท่องเที่ยวอ่าวไร่เลย์

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) นำเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการในโครงการบ่มเพาะธุรกิจ นำร่องที่ แอพพลิเคชั่นQueQ (คิวคิว) เข้าไปเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ช่วยบริหารจัดการความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในช่วงสถานการณ์หลังคลายล็อกดาวน์ รวมถึงความหนาแน่นของการจอดเรือในท่าเทียบเรือของอ่าวไร่เลย์แหลมพระนางเพื่อยกระดับคุณภาพของการท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าว ตอบโจทย์ “ไร่เลย์ โมเดล” ที่มุ่งจัดระเบียบและแผนพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับจังหวัดกระบี่ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พร้อมใช้จาก สวทช. และพันธมิตรส่งต่อเพื่อใช้งานจริงในพื้นที่ ช่วยแก้ปัญหาภาคธุรกิจท่องเที่ยวกระบี่ และเป็นจังหวัดต้นแบบท่องเที่ยวตามวิถีใหม่

ศันสนีย์ ฮวบสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) สวทช. กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี (BIC) เป็นหน่วยงานภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สวทช. ที่สนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี ตั้งแต่เริ่มต้นกิจการจนในที่สุดสามารถดำเนินกิจการของตนได้อย่างประสบความสำเร็จ โดยบริษัท คิวคิว (ประเทศไทย)จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการนวัตกรรมภายใต้โครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี (Incubation) ของ สวทช. และได้รับทุน Startup Voucher หรือทุนสนับสนุนในโครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ของ สวทช. บทบาทหนึ่งที่สำคัญของศูนย์ BIC คือ การสนับสนุนการจับคู่นวัตกรรม (Innovation Matching) ระหว่างเจ้าของนวัตกรรมกับผู้ใช้งานจริง เช่น ชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวอ่าวไร่เลย์แหลมพระนางไร่เลย์ โมเดล กับ บริษัท คิวคิว (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น QueQ ด้วยการนำนวัตกรรมแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ไปใช้งานจริงกับการจัดการความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในช่วงสถานการณ์หลังคลายล็อกดาวน์ รวมถึงความหนาแน่นของการจอดเรือในท่าเทียบเรือของหาดไร่เลย์ ซึ่งนับเป็นการนำเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการในโครงการของศูนย์ BIC สวทช. เข้าไปเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่

สมบูรณ์ หง้าฝา ประธานชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวอ่าวไร่เลย์แหลมพระนาง ไร่เลย์ โมเดล เปิดเผยว่า เพื่อรักษาสภาพนิเวศและอนุรักษ์ธรรมชาติให้ยั่งยืน รวมถึงยกระดับคุณภาพของการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณฝั่งทิศตะวันตกและหาดพระนาง ซึ่งเป็นหาดที่สวยที่สุดติดอันดับโลก ผู้ประกอบการในชุมชนและชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวอ่าวไร่เลย์ฯ จึงมีความคิดเห็นรวมกันว่า ควรจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ ภายใต้โครงการ “ไร่เลย์ โมเดล” ซึ่งจะเป็นตัวอย่างการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติของประเทศไทย โดยมีแผนการดำเนินโครงการไร่เลย์โมเดล ได้แก่ จัดระเบียบเรือเพื่อยกระดับคุณภาพของการท่องเที่ยวในพื้นที่อ่าวไร่เลย์ ทั้ง 3 หาด การจัดการลดปัญหาการนำขยะบนชายฝั่งมาทิ้งพื้นที่อ่าวไร่เลย์ ห้ามนำขยะหรือขวดน้ำเข้ามาในพื้นที่ การจัดการยกระดับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว เช่น ติดตั้งระบบCCTV ในเขตพื้นเส้นทางสัญจรสาธารณะการจัดการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่ไปด้วย โดยตั้งเป้าที่การฟื้นฟูธรรมชาติ และท้ายสุดคือการปลูกฝังจิตสำนึกต่อธรรมชาติของนักท่องเที่ยวและเยาวชนรุ่นต่อไป”

รังสรรค์ พรมประสิทธิ์ CEO บริษัทคิวคิว (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แอพพลิเคชั่นQueQ คือ แอพที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อจองคิวร้านอาหารที่ไม่ต้องรอนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดการด้านอื่นๆ ได้หลากหลาย ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยว การสั่งอาหารกลับบ้านหรือการนั่งทานที่ร้านการนัดหมายล่วงหน้าในร้านตัดผม ร้านเสริมสวย สปา หรือคลินิก การทำจุดรับของ (Drive Thru) ของซูเปอร์มาร์เก็ตและตลาดสด เป็นต้น ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยว แอพ QueQ ได้นำมาใช้กับการจองล่วงหน้าเพื่อเข้าอุทยานแห่งชาติ โดยใช้จริงแล้วกับทุกอุทยานฯ ที่เปิดให้บริการจำนวน 127 แห่ง จากทั้งหมด 155 แห่ง ในส่วนของอ่าวไร่เลย์แหลมพระนาง จ.กระบี่ แอพ QueQ นำมาปรับใช้กับการจัดการเรื่องความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวตรวจสอบคิวก่อนการเข้าเกาะด้วยระบบการจองคิวเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อบริหารจัดการการท่องเที่ยวตามแนวทาง Carrying Capacity สามารถจองใช้บริการการท่องเที่ยวล่วงหน้า และการลงทะเบียนเข้า-ออกแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงแอพ QueQ ยังสามารถนำมาใช้กับการบริหารจัดการความหนาแน่นของการจอดเรือบริเวณท่าเทียบเรือของหาดไร่เลย์ได้ด้วย สอดคล้องกับไร่เลย์โมเดลที่มีแผนการดำเนินการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติของประเทศไทย โดยแอพ QueQ สามารถกำหนดจำนวนการให้บริการต่อช่วงเวลาได้ จองผ่านโมบายแอพหรือเว็บก็ได้ตามโควตาของแต่ละช่วงเวลา รวมถึงยังมีบริการจ่ายผ่านแอพด้วยช่องทางที่หลากหลาย สร้างรายงานการใช้บริการอัตโนมัติ รองรับผู้ใช้งานแบบไม่จำกัดจำนวน พร้อมมีทีมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และใช้เวลาขึ้นระบบเพียง 1 วันเท่านั้น

โซไซตี้ : พิธีเปิดทางเข้า โครงการ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ โฉมใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/504736

โซไซตี้ : พิธีเปิดทางเข้า โครงการ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ โฉมใหม่

โซไซตี้ : พิธีเปิดทางเข้า โครงการ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ โฉมใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนา โครงการ ธนาซิตี้คันทรี คลับ พร้อมคณะผู้บริหารบริษัท อาทิกวิน กาญจนพาสน์, รังสิน กฤตลักษณ์,สุรพงษ์ เลาหะอัญญา, คง ชิ เคือง, ศ.พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน, ดร.การุญ จันทรางศุ และเจ้าหน้าที่โครงการ ร่วมทำพิธีเปิดทางเข้าโครงการ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ รูปแบบใหม่อย่างเป็นทางการ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบอ่านเลขทะเบียนรถ และการเชื่อมต่อกับระบบของบัตรแรบบิท เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้แก่ผู้พักอาศัย สามารถรองรับการขยายตัวของโครงการแห่งนี้มากยิ่งขึ้น โดยมี พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ วิบูลย์เวทย์บรมหงส์ พรหมพงศ์พฤฒาจาริย์ ประธานพระครูพราหมณ์ สำนักพระราชวัง ทำพิธีสักการะพระพรหมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้พักอาศัย ณ บริเวณทางเข้า โครงการธนาซิตี้ คันทรี คลับ ถนนบางนา-ตราด กม.14เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2563

โซไซตี้ : ความห่วงไม่เคยห่าง ผ่านโครงการ ‘กรุงศรีปันสุข’ มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/504568

โซไซตี้ : ความห่วงไม่เคยห่าง ผ่านโครงการ ‘กรุงศรีปันสุข’  มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19

โซไซตี้ : ความห่วงไม่เคยห่าง ผ่านโครงการ ‘กรุงศรีปันสุข’ มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คงไม่ใช่หน้าที่ของใครหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะพยุงและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19“คนละไม้คนละมือ” ตามกำลังและศักยภาพที่มีคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสู่การฟื้นฟูและช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติ รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 ไปได้ ในเวลานี้ เราจึงได้เห็นองค์กรทั้งขนาดเล็กและใหญ่ที่มีศักยภาพออกโรงร่วมด้วยช่วยกัน แบ่งปันความสุขและส่งต่อความห่วงใยให้กับสังคมในรูปแบบต่างๆ

ล่าสุดได้เห็นกรุงศรี นำโดย เซอิจิโระอาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ พงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) พาชาวกรุงศรีหลายสิบชีวิตลงพื้นที่บริเวณสะพานพระราม 8 จัดโครงการ “กรุงศรีปันสุข” ช่วยกันมอบถุงยังชีพจำนวนกว่า 500 ถุง บรรจุของอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมชน ซึ่งแม้ว่าวันนี้สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโควิด-19จะคลี่คลายลง แต่ผลกระทบในเรื่องปากท้องยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่กรุงศรีไม่มองข้าม ถุงยังชีพจึงเป็นอีกหนึ่งความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับผู้ได้รับผลกระทบให้สามารถเดินหน้า เพื่อให้สามารถฟื้นจากผลกระทบ นับเป็นความห่วงใยที่กรุงศรีมอบให้ทั้งกับลูกค้าและสังคมอย่างต่อเนื่องและเสมอมา

ก่อนหน้านี้ ธนาคารได้ติดตั้ง“ตู้กรุงศรีปันสุข” บริเวณหน้าสาขาของธนาคาร โดยเลือกทำเลที่ตั้งของสาขาที่สามารถเข้าถึงชุมชน ซึ่งเริ่มต้นในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล และได้รับการตอบรับที่ดี ปัจจุบันได้ขยายออกไปในยังสาขาต่างๆ ในหลายพื้นที่จังหวัด และถุงยังชีพ “กรุงศรีปันสุข” จึงเป็นการต่อยอดของการส่งต่อความห่วงใยให้กับสังคมและชุมชน โดยได้จัดขึ้นเป็นที่ครั้งแรกเมื่อเร็วๆ นี้ ก่อนที่จะขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ ต่อไป