โซไซตี้ : นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยยุคดิจิทัล ‘Quantum Kawaii’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/628868

โซไซตี้ : นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยยุคดิจิทัล ‘Quantum Kawaii’

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ร่วมกับ Joyman Gallery จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยยุคดิจิทัล “Quantum Kawaii” จากแนวคิดที่ต้องการนำเสนอความงดงามของศตวรรษที่ 21 ผ่านผลงานของศิลปินที่อยู่ในประเทศไทยทั้ง 5 ท่าน อาทิ ภาพวาดดิจิทัล และวีดีโอแอนิเมชั่น 3 มิติ ในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองปีนี้ นอกจากเป้าหมายหลักที่ต้องการส่งมอบประสบการณ์แห่งเทศกาลของการเฉลิมฉลองแล้ว ผู้จัดงานยังต้องการนำเสนอผลงานศิลปะในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้เข้าชมโดยการนำเสนอผลงานที่สื่อถึงสังคมยุคดิจิทัล หรือวีดีโอแอนิเมชั่น ในการจัดงานนิทรรศการครั้งนี้รวมถึงการนำเสนอผลงานผ่านเทคโนโลยีเชิงโฮโลแกรม 3 มิติ หรือผ่านมุมมองแว่น VR

ในนิทรรศการ ผู้เข้าชมจะได้พบกับผลงานไฟล์วีดีโอโมชั่นที่แสดงบนจอทีวี ซึ่งเป็นผลงานของ Tyler James Bangkok ศิลปินหนุ่มชาวอเมริกันที่พักอาศัยและมีผลงานในหลายๆ ประเทศโซนเอเชียหรือเพลิดเพลินไปกับภาพวาดเสมือนจริงจากผลงานของ วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ (อายิโน๊ะ)นักออกแบบที่ได้รับรางวัลมากมาย โดยชมผ่านแว่น VR 3 มิติ รวมถึงพื้นที่จัดแสดงงานแอนิเมชั่นSci-Fi ในรูปแบบโฮโลแกรม ฉายภาพ 3 มิติ จากศิลปิน ธารธารา สุดาดวง ศิลปินหนุ่มนักออกแบบที่นำผลงานแอนิเมชั่นสื่อถึงความน่ารักของสัตว์บนโลก ผ่านจุดมองจากโลกคู่ขนาน อีกทั้งยังมีประติมากรรมสไตล์ป๊อปอาร์ตจากศิลปิน ปรัชสินธุนาวา (Bobby Leash) ผู้ถ่ายทอดความรักในการ์ตูนญี่ปุ่น และวีดีโอเกมส์ในผลงานอันโดดเด่นของเขา และประติมากรรมเชิงมุมโดย MaMaMiyaที่ทำให้นึกถึงโอริกามิ

ผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยยุคดิจิทัล “Quantum Kawaii” ณ บริเวณล็อบบี้ชั้น 11 โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ถนนเจริญนคร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จัดแสดงถึงวันที่ 31 มกราคม 2565

โซไซตี้ : ‘ซอนต้าสากล’ สร้างพลังร่วมกันยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/624608

โซไซตี้ : ‘ซอนต้าสากล’ สร้างพลังร่วมกันยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก

วันอาทิตย์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุลผู้อำนวยการสำนักฯ

ซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 เขต 6 (ประเทศไทย) เสริมด้านวิชาการ จับมือร่วมกับ สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ แฟร์บิซจัดอบรมหัวข้อทันยุค เรื่อง “การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะและการเขียนโครงการ” (Gender Responsive Budgeting : GRB) พร้อมเสนอจัดตั้งกระทรวงภาคประชาสังคมเพื่อยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน (Ministry of Civil Societies for Strategic Sustainable Development) ระหว่างการอภิปราย “สร้างพลังในการร่วมกันยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก”

ซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการ ซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 เขต 6 (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ เป็นเรื่องที่ซอนต้าสากลให้ความสำคัญ และเป็นหัวข้อหนึ่งในการประชุมซอนต้าสากล ที่ผ่านมาประเทศไทยมีความก้าวหน้าในด้านนโยบาย กฎหมาย ข้อบังคับโดยคำนึงถึงมิติเพศภาวะ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มสตรีและเด็ก ตลอดมา และเป็นที่น่าภาคภูมิใจว่าการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ (GRB)คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างคู่มือจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ สร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมระหว่างเพศ โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้รับผิดชอบ

วิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ต้อนรับคณะซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการ ซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 เขต 6 (ประเทศไทย)

ด้วยเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ซอนต้าประเทศไทย จึงได้ขอความร่วมมือทางด้านวิชาการจากสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า โดย ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักฯ และดำรงตำแหน่งเป็นนายกสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 6 จัดอบรมการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะและการเขียนโครงการ” (GRB) เพื่อให้ฝ่ายวิชาการ นายกสโมสรและสมาชิกของซอนต้ประเทศไทย ได้รับความรู้ ความชำนาญเพิ่มศักยภาพ ทัศนคติ มุมมองในการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ และสามารถนำมาเขียนเป็นโครงการที่สอดคล้อง การจัดอบรมได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ในรูปแบบไฮบริด ที่สถาบันพระปกเกล้า และผ่านระบบการอบรมออนไลน์ และต่อมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ระหว่าง 16 วันสากลแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก 23 พฤศจิกายน-10 ธันวาคมซอนต้าสากล ภูมิภาค 17 เขต 6(ประเทศไทย) ยังได้ให้ความร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้า พร้อมกับ 12 องค์กร จัดการสัมมนาออนไลน์ สร้างพลังในการร่วมกันยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กในโรงเรียนและที่ทำงาน โดยมี จินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม.ร่วมอภิปราย ในหัวข้อ ความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก : มองโลก มองไทย มุ่งไปสู่อนาคต โอกาสเดียวกันนี้ ซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการซอนต้า ประเทศไทยได้เสนอให้การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กเป็นวาระสำคัญแห่งชาติ เนื่องจากสถิติตัวเลขของความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นที่น่าตระหนก โดยเฉพาะการกระทำรุนแรงในโรงเรียน ปัจจุบันประเทศไทยอยู่เป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีจำนวนเด็กในวัยเรียน ถูกกระทำรุนแรงและล่วงละเมิดทางเพศหลากหลายรูปแบบ ไม่ต่ำกว่า600,000 คน ต่อปี นอกจากนั้น ข้อเสนอของซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชรเรศานนท์ ตัวแทนจากซอนต้าประเทศไทยยังได้เสนอจัดตั้งกระทรวงใหม่ ชื่อว่า กระทรวงภาคประชาสังคมเพื่อยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรวบรวมเครือข่ายองค์กรและบุคคลากรภาคประชาสังคมที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาและชุมชนมาอยู่ในสังกัดกระทรวง ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการเป็นหุ้นส่วนในยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาประเทศร่วมกัน

ในวาระปี 2022-2024 ซอนต้า ประเทศไทย ได้รับเชิญจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติให้เป็นหนึ่งในองค์กรคณะกรรมการที่ปรึกษาภาคประชาสังคม ประจำโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยง เครือข่ายภาคประชาสังคม นำไปสู่การบรรลุผล 17 เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ได้ตั้งไว้
ร่วมกัน ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือ อีก 10 ปีข้างหน้าซึ่งจะได้ประสานความร่วมมืออย่างบูรณาการกับองค์การภาคประชาสังคมที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านอื่นในประเทศไทยซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ ผู้ว่าการภูมิภาค 17

ซอนเชี่ยน ชวาลี โอสถานุเคราะห์ ผู้ว่าการภูมิภาค 17ซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการซอนต้าสากลฯซอนเชี่ยน ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ ผู้อำนวยการซอนต้าสากลฯดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักฯดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักฯประชุมออนไลน์

ประชุมออนไลน์

โซไซตี้ : ‘ทริพเพิล ไอ’ ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมไทยตลอดปี 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623027

โซไซตี้ : ‘ทริพเพิล ไอ’ ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมไทยตลอดปี 2564

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มุ่งมั่น และให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยความเชื่อที่ว่าธุรกิจไม่อาจประสบความสำเร็จอย่างยั่นยืนหากขาดการให้ความสำคัญกับสังคม โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ในขณะที่ทุกภาคส่วนของประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ในปีนี้จึงมีการร่วมแรงร่วมใจทั้งทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์และบริษัทในเครือร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ คืนสู่สังคมหลายโครงการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาให้กับหน่วยงานต่างๆ และช่วยบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โรคระบาด

ทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เล่าให้เราฟังว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 แม้ว่าบริษัทเองจะได้รับผลกระทบในการดำเนินธุรกิจบางส่วน แต่ทีมผู้บริหารรวมถึงพนักงานทุกระดับชั้น ยังพยายามขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้การรวมตัวทำกิจกรรมจะทำได้ยากก็ตาม แต่เรามองว่าเมื่อสังคมประสบกับภาวะที่ยากลำบาก เรายิ่งต้องพยายามยื่นมือเข้าช่วยเหลือกัน

เรื่องราวดีๆ ในปีนี้ที่บริษัทได้เข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมด้านแรก คือ ด้านสาธารณสุข โดยเริ่มตั้งแต่การจัดหาวัคซีนให้แก่พนักงาน และกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทางบริษัทเข้าร่วมโครงการขอรับการจัดสรรวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” กับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นอกจากการจัดหาวัคซีนให้แล้วนั้น ทางบริษัทยังจัดเตรียมชุด Home Isolation Kit ที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์พื้นฐานทางการแพทย์ และชุดยาที่ครอบคลุมอาการเจ็บป่วยส่งไปให้พนักงานที่ติดเชื้อไรวัสโควิด-19 เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นในระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ในช่วงที่การแพร่ระบาดเริ่มรุนแรง บริษัทร่วมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ได้แก่ชุด PPE หน้ากากอนามัย เฟซชิลด์ อุปกรณ์วัดออกซิเจนปลายนิ้ว ถุงมือยาง และสเปรย์แอลกอฮอล์ ให้แก่ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานแพทย์ในการออกตรวจและรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่สาธารณสุข อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

คุณทิพย์ เล่าต่อว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับช่วงวิกฤต ปัญหาผู้ป่วยล้นเตียง และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ในการช่วยเหลือไม่เพียงพอ ตนจึงเป็นโต้โผใหญ่ชวน วิรัช นอบน้อมธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน และกรรมการบริษัทและบริษัทในเครือ นำเครื่องช่วยหายใจ High Flow Oxygen จำนวน 4 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ไปมอบให้กับโรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ กทม. เพื่อช่วยสนับสนุนเครื่องมือสำคัญแก่บุคลากรทางการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วย อีกทั้งมีการบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 ลิตร จำนวน 7 เครื่องให้กับหอผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 (ICU สนาม)โรงพยาบาลศิริราช และกระจายไปยังโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช และโรงพยาบาลชัยบาดาล จ.ลพบุรี อีกจำนวน 5 เครื่อง นอกจากนี้บริษัทยังได้บริจาคอาหารเสริม น้ำดื่ม ของใช้เด็ก และสนับสนุนอาหารประจำวันจำนวนสามมื้อให้กับน้องๆ และเจ้าหน้าที่ในสถานสงเคราะห์เด็กบ้านคามิลเลียนเพื่อเด็กพิการลาดกระบัง ภายหลังจากเหตุที่มีเด็กและเจ้าหน้าที่บางส่วนติดเชื้อโควิด-19ให้กับเด็กๆ และเจ้าหน้าที่ในสถานสงเคราะห์อีกด้วย

ต่อมาในช่วงปลายปี 2564 หลังจากประชาชนจำนวนมาก ได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 แล้วทำให้จำนวนตัวเลขของผู้ป่วยติดเชื้อลดน้อยลงและดูเหมือนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19จะเริ่มคลี่คลาย แต่หลายจังหวัดในภาคใต้กลับประสบกับอุทกภัยอย่างหนัก ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนที่อยู่อาศัย อาหาร และน้ำดื่มบริษัทได้จัดการสนับสนุนรถขนส่งน้ำดื่มให้กับสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และล่าสุดบริษัทยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับวิสาหกิจชุมชนจากการเข้าร่วมโครงการ Rayong InfluencerChallenge 2021 เพื่อระดมรายได้สนับสนุนสินค้าชุมชนที่เป็นของดีในจังหวัดระยอง

จากความตั้งใจที่จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่มีโอกาสช่วยเหลือสังคม ในปีนี้ ทริพเพิล ไอโลจิสติกส์ ได้จัดทำโครงการต่างๆ รวมมูลค่ากว่าสองล้านห้าแสนบาท และยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับการยืนเคียงข้างภาคสังคมและชุมชนให้สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน เพราะเราเชื่อว่าแม้ในยามยากลำบาก เราจะสามารถผ่านวิกฤตไปพร้อมกันได้ด้วยการเกื้อกูล

โซไซตี้ : เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีแบบนิว นอร์มอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621508

โซไซตี้ : เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีแบบนิว นอร์มอล

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โชว์พิเศษจากจากศิลปินดัง ตู่-ภพธร และ แอลลี่-อชิรญา

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ร่วมกับ ธนาคารซิตี้แบงก์ และลาซาด้า ประเทศไทย ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข จัดงาน “เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2021 เดอะ เจอร์นีย์ออฟ จอย” (Emporium EmquartierWinter Wonderland 2021: The Journeyof Joy) เนรมิตทั่วทั้งศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียมและ ดิ เอ็มควอเทียร์ เป็นดินแดนแห่งความสุขความรักที่มอบให้แก่กัน พร้อมกิจกรรมมากมาย มอบความสุขสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจจากแสง สี เสียงดนตรีจากศิลปินชั้นนำ

งานนี้ เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ กล่าวว่า “กิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขคริสต์มาสและปีใหม่ ถือเป็นซิกเนเจอร์อีเว้นท์ของศูนย์การค้าฯ ที่จัดขึ้นทุกปี ในปีนี้ทุกคนต้องร่วมใจกันต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราจับมือกับธนาคารซิตี้แบงก์ และ ลาซาด้าประเทศไทย ร่วมสร้างแลนด์มาร์คแห่งความสุขมอบความรัก ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะและความประทับใจ จัดงานนี้ขึ้นให้เป็นดินแดนแห่งความสุข ความรักที่มอบให้กัน สัมผัสบรรยากาศการตกแต่งด้วยสีสันสดใส รวมถึงตัวการ์ตูนและลายกราฟิกสุดน่ารัก ที่จะมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนอีกครั้ง พบกับต้นคริสต์มาสเดอะเจอร์นีย์ ออฟ จอย สูงกว่า 20 เมตร พร้อมอุโมงค์ประดับไฟตกแต่งด้วยลูกบอลสีสันสดใสถือเป็นแลนด์มาร์คสำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่แห่งเดียวใจกลางสุขุมวิท

เปิดงานยิ่งใหญ่ด้วยโชว์พิเศษจากศิลปินดัง ตู่-ภพธร และ แอลลี่-อชิรญา ร่วมด้วยวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย โดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมคณะผู้บริหารศูนย์การค้าและแขกผู้มีเกียรติมากมายมาร่วมงาน โดยงานนี้ยังมีกิจกรรมมากมายเพื่อมอบความสุขสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจ จากแสง สี เสียงดนตรีจากศิลปินชั้นนำ ต่อเนื่องตลอด 1 เดือนเต็ม เพื่อให้การเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ในปีนี้ เต็มไปด้วยความสุข ความทรงจำ และความประทับใจ นอกจากนี้ ร้านอาหารชั้นนำที่ศูนย์การค้า ดิเอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ชวนนักชิมมาค้นพบความอร่อยกับแคมเปญ “เอ็มไดนิ่ง เฟสทีฟ เซเลเบรชั่น 2021 : เทสต์ ออฟ จอย” เปิดประสบการณ์ลิ้มลองความอร่อยกับร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ พร้อมเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลองมากกว่า 100 เมนูได้ฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่กับคนรักครอบครัวอย่างมีความสุข พร้อมเลือกของขวัญถูกใจ ช้อปปิ้งร้านค้าชั้นนำภายในศูนย์การค้า ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขแบบนิว นอร์มอล พร้อมมาตรการความปลอดภัยสูงสุด ในงาน “เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์วินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ 2021 เดอะ เจอร์นีย์ออฟ จอย” ได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม2564 ที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ศุภลักษณ์ อัมพุชศุภลักษณ์ อัมพุชเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูลเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูลจรรยา สว่างจิตรจรรยา สว่างจิตรธาริณี ตั้งไชยวงศ์ และครอบครัวธาริณี ตั้งไชยวงศ์ และครอบครัวสุดถนอม กรรณสูต, พิมพ์ จารุเศรนี

สุดถนอม กรรณสูต, พิมพ์ จารุเศรนีมัณทิยา-วารุณา สุธัมมัญญมัณทิยา-วารุณา สุธัมมัญญ

โซไซตี้ : ‘ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621350

โซไซตี้ : ‘ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์’

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพลงพระราชนิพนธ์ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”กระหึ่มทั่วไทย 5 ธันวาคม อว. จัดแสดง “ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึก จัดต่อเนื่องติดต่อกัน 15 วัน ส่งมอบความสุขให้คนไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) จัดแสดง “ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ลานพาร์คพารากอน กทม. มี ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.เป็นประธาน โดยจัดพร้อมกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ 48 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร รวมถึงส่งมอบความสุขให้คนไทยทั่วประเทศผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยที่ลานพาร์คพารากอน มีวงดนตรี แจ๊สบิ๊กแบนด์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล มาบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2564

ประธานในงาน ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นสังคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง และเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ทรงเป็นต้นแบบของการสร้างความสุขแก่ผู้ฟัง ด้วยทรงนิพนธ์บทเพลงหลายบทเพลง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความสุข อาทิ เพลงพรปีใหม่ให้ตราตรึงอยู่ในใจของประชาชนจนถึงปัจจุบัน โดย อว.จัดแสดงต่อเนื่อง 15 วันตั้งแต่วันที่ 5-19 ธันวาคมที่ผ่านมา วันที่ 8-12 ธ.ค. จัดที่ไอคอนสยาม ริเวอร์พาร์ค และวันที่ 13-19 ธ.ค. จัดแสดงที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์  

ทั้งนี้ รมว.อว.กล่าวต่อว่า กระทรวง อว.นอกจากจะทำหน้าที่ให้ความรู้ ทำวิจัย ทำนวัตกรรมและประดิษฐกรรมต่างๆ แล้ว เรายังทำงานศิลปะ โดยเฉพาะดนตรีที่มีอยู่มากมายหลากหลายประเภทในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ มหกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติฯ ครั้งนี้จะทำให้คนไทยได้เห็นฝีมือนักศึกษาด้านดนตรีของเราว่ามีความสามารถเพียงใด และยังแสดงให้เห็นว่า อว. มีของดีและสิ่งดีๆ อยู่ไม่น้อย ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์

“เพลงที่นำมาบรรเลงทั้งหลายเหล่านี้ทำให้เราได้รำลึกถึงพระปรีชาสามารถในด้านการดนตรีพร้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านยังคงสถิตอยู่กับเราตลอดไป”

ขณะที่ในต่างจังหวัดบรรยากาศก็คึกคักกระหึ่มไปด้วยเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิ ม.เชียงใหม่ จัดดนตรี อว.เทิดพระเกียรติลมหนาว ที่บริเวณลานน้ำพุศาลาธรรม, ม.นเรศวร ขับร้องประสานเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, มรภ.ลำปาง ร่วมกับ อว.ส่วนหน้า จ.ลำปาง จัดแสดงดนตรี ณ ข่วงวัฒนธรรม สำนักศิลปะและวัฒนธรรม, มรภ.ลำปาง มรภ.ยะลา ร่วมกับ อว.ส่วนหน้าจ.ยะลา จัดแสดงดนตรีพื้นบ้านบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ50 พรรษา, ม.นราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับ อว.ส่วนหน้า จ.นราธิวาส จัดแสดงดนตรีตั้งแต่เวลา 16.30-19.30 น. ณ สวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เทศบาลเมืองนราธิวาส ส่วน มรภ.เชียงราย จัดแสดงดนตรีเวลา 17.00-19.00 น. ที่ มรภ.เชียงราย เป็นต้น

โซไซตี้ : ‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ ย้อนรอย 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ โครงการสร้างนักลงทุนคุณภาพ ‘The Stock Master’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620144

โซไซตี้ : ‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ ย้อนรอย 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ  โครงการสร้างนักลงทุนคุณภาพ ‘The Stock Master’

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เยี่ยมชมนวัตกรรมที่เกาหลี

เป็นเวลา 1 ทศวรรษแล้ว ที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการสร้างนักลงทุนคุณภาพออกสู่สังคมการลงทุน ผ่านการจัดทำโครงการ “The Stock Master” ที่มี บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัด การอาวุโส กิจการค้าหลักทรัพย์ หลักทรัพย์บัวหลวง เป็นผู้เริ่มต้นคิดค้นออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้สุดเข้มข้น ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เน้นสอนกันตั้งแต่ให้รู้จักวางแผนการลงทุน, สอนวิเคราะห์หลักทรัพย์ ด้วยปัจจัยพื้นฐาน และปัจจัยทางเทคนิค ไปถึงสอนให้รู้จักเครื่องมือการลงทุนออนไลน์ต่างๆ ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์การลงทุน ก่อนก้าวสู่สนามการลงทุนจริงได้อย่างมั่นใจ ตามคอนเซ็ปต์ “รู้จริงกับสนามจริง”

“หลายปีที่ผ่าน คนไทยเริ่มให้ความสนใจเรื่องการออมเงินและการลงทุนมากขึ้น สะท้อนจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นของ นักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้ด้านการลงทุนของบริษัทฯ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดเปิดบัญชีใหม่เพื่อซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ก็ขยายตัวขึ้นเช่นกัน ทางทีมผู้บริหาร
จึงเกิดแนวคิดที่จะให้ความรู้ด้านการลงทุนอย่างถูกต้องกับนักลงทุนไทย เพื่อตอบสนองความต้องการ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้เรื่องการลงทุนอย่างถูกวิธี ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ได้รับการตอบรับอย่างดี จากทั้งนักลงทุนหน้าใหม่และนักลงทุนมืออาชีพ เพราะความรู้จากโครงการนี้ตอบโจทย์การลงทุนในทุกมิติ พร้อมยังมีทีมกูรูคอยประกบคู่อยู่ตอบคำถาม และให้คำแนะนำด้านต่างๆ ทำให้การลงทุนดูเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น” บรรณรงค์ กล่าว

บรรณรงค์ พิชญากร กก.ผจก.อาวุโส กิจการค้า หลักทรัพย์บัวหลวง

โครงการ The Stock Master เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2555 ภายใต้แนวคิด “Reality ShowInvestor lifestyle” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมโครงการได้แสดงศักยภาพในการคิดวิเคราะห์ และคัดเลือกหุ้นที่ตัวเองสนใจ เพื่อนำมาให้ทีมกูรูช่วยแนะแนวทางที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในปีแรกมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 600 คน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ต่อมาในปีที่ 2 มากับแนวคิด Reality Show “Man and Machine” ปีนี้เริ่มมีการนำระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยบริหารพอร์ต (Robot Trade) เราจึงได้นำเรื่องนี้มาแนะนำให้ได้รู้จัก ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องที่นักลงทุนให้ความสนใจ ในปีที่ 3มาในแนวคิด “เปลี่ยนเม่า เป็นเหาฉลาม” เราออกแบบหลักสูตรให้มีความแตกต่างออกไปจาก 2 ปีแรก ด้วยการนำเครื่องมือวิเคราะห์ผลการลงทุนส่วนบุคคลสำหรับลูกค้า “Bualuang iTracker” มาเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการตัดสินใจลงทุนและการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้ร่วมโครงการ ต่อมาปีที่ 4 เป็นครั้งแรกที่มีการเรียนรู้ออนไลน์เต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “Bualuang CONNEX เชื่อมโยงความคิด ต่อติดทุกการลงทุน” โดยได้นำแอปพลิเคชั่นใหม่ Bualuang CONNEX เครื่องมือช่วยลงทุนล้ำสมัยมาให้ผู้ร่วมโครงการได้ใช้บริการก่อนใคร ถัดมาในปีที่ 5 เน้นสอนให้นักลงทุนรายย่อยรู้เท่าทันนักลงทุนต่างชาติ และเข้าใจผลกระทบของฟันด์โฟลว์ เพื่อให้สามารถคัดเลือกหุ้นและจับจังหวะลงทุนได้เหมาะสม ภายใต้แนวคิด “เทรดสะบัดฟัดฝรั่ง” ส่วนปีที่ 6 ได้ปรับหลักสูตรใหม่ด้วยการให้ความรู้เรื่องการเงินและการออมกับนักลงทุนและบุคคลทั่วไป ในชื่อ “สติมี สตางค์มา” โดยปลูกฝัง 6 สติสำคัญทางการเงิน เพื่อช่วยสร้าง “ยันต์กันจน” ในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งรายได้ทั้งหมดได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิพระดาบส ต่อมาปีที่ 7 ได้ปรับหลักสูตรอีกครั้ง หลังเริ่มเห็นบริษัทขนาดเล็กและกลางสนใจเข้าตลาดหุ้นมากขึ้น จึงอยากให้ความรู้ในเกมส์การเงิน 3 มิติ ทั้งการลงทุนระยะยาว,การเทรดระยะสั้น และการนำบริษัททำ IPO กับเจ้าของกิจการ และทายาทธุรกิจในชื่อ The Stock Master Exclusive : Money Game รู้รอบเกมส์การเงิน ในปีที่ 8 เป็นอีกปีที่ภูมิใจนำเสนอมาก เพราะเราได้เปิดตัว “Trade Master” นวัตกรรมเทรดหุ้นอัตโนมัติระดับมืออาชีพที่มาช่วยแก้ปัญหาและข้อจำกัดของนักเทรด ทีมงานจึงออกแบบหลักสูตรที่จะพัฒนาให้เป็นนักเทรดหุ้นมืออาชีพ นับเป็นอีกหนึ่งความสนใจที่มีผู้ร่วมโครงการหลายพันคน ส่วนปีที่ 9 ช่วงที่ต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ ทำให้คนเริ่มสนใจการลงทุนมากขึ้น เห็นได้จากตัวเลขเปิดบัญชีใหม่ที่ขยับขึ้นต่อเนื่อง จึงออกแบบเนื้อหาที่สอนให้รู้จักวิกฤตและโอกาสของตลาดหุ้นในรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่โอกาสลงทุน สำหรับมือใหม่” ซึ่งมีผู้สนใจร่วมโครงการสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3 พันคน

โครงการThe Stock Master ปีที่ 9

ล่าสุดปีที่ 10 กับแนวคิด “สร้างพลังเงินลงทุน สำหรับมือใหม่” ทีมกูรูยังคงเน้นให้ความรู้นักลงทุนมือใหม่ เพราะในปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เราเน้น 3 เรื่องหลัก คือ 1.Create สอนสร้างแผนการเงิน เพื่อมุ่งสู่Financial Freedom 2.Accumulateสอนสะสมความมั่งคั่ง และต่อยอดอัพเกรดพอร์ต ด้วยเครื่องมือลงทุนออนไลน์ และ 3.Protect สอนให้รู้จักปกป้องความเสี่ยง ด้วยการวางแผนประกันคุ้มครองชีวิตในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญ สุดพิเศษ พร้อมพันธมิตรมากมายมาร่วมให้ข้อมูล และยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนเหมือนเช่นทุกปี

“ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โครงการ The Stock Masterมีความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะร่วมส่งเสริมความรู้ทางด้านการเงินการลงทุน ผ่านประสบการณ์จริงให้กับนักลงทุนไทยได้มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งในแต่ละปี นอกจากจะออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ให้มีความแตกต่างกันออกไปแล้ว เรายังมีการแนะนำและคอยอัพเดตเครื่องมือลงทุนออนไลน์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอีกด้วย เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้องการเห็นนักลงทุนไทยเริ่มต้นการลงทุนได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน” บรรณรงค์ กล่าว

บรรยากาศจากห้องเรียนโครงการ The Stock Masterบรรยากาศจากห้องเรียนโครงการ The Stock Master

บรรยากาศห้องเรียนออนไลน์บรรยากาศห้องเรียนออนไลน์

โซไซตี้ : เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ร่วมมือภาครัฐ ปันสุขช่วยเหลือชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619955

โซไซตี้ : เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ร่วมมือภาครัฐ ปันสุขช่วยเหลือชุมชน

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ร่วมกับ สำนักงานเขตราชเทวี และ สถานีตำรวจนครบาลพญาไท จัดกิจกรรมปันสุขช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ร่วมมือร่วมใจลงพื้นที่ชุมชนเพื่อนำตู้ปันสุข พร้อมด้วยสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม ไข่ไก่ ฯลฯ และข้าวกล่องปรุงสำเร็จ แจกจ่ายสู่ 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนซอยสมประสงค์ 5, ชุมชนนิคมมักกะสัน, ชุมชนโรงเจมักกะสัน, ชุมชนหลังวัดมักกะสัน, ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน, ชุมชนสุเหร่าซอยเพชรบุรี 7เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และให้กำลังใจชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบโควิด-19

โดยกิจกรรมปันสุขช่วยเหลือชุมชน ในครั้งนี้ มีตัวแทนผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ จิรายุ รัตตประดิษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการอาคาร บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป, ขวัญเมือง บุญประสงค์ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตราชเทวี, ภัคภร แสงศิวะฤทธิ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม,พันตำรวจโทศรภพ นาคเอก สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลพญาไท และตัวแทนผู้บริหาร จากดองดองกิ สาขาเดอะ มาร์เก็ต แบงคอกร่วมแจกจ่ายสิ่งของพร้อมแสดงความห่วงใย ให้คำแนะนำชุมชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนให้ห่างไกลโควิด-19 โดยมี สุมิตรา วุฒิวารี ประธานชุมชนริมทางรถไฟมักกะสันพร้อมตัวแทนชุมชน ร่วมต้อนรับ ณ บริเวณชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน

โซไซตี้ : ‘รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ’ ลงนาม MOU บ.ยูโรฟินส์ จากฝรั่งเศส ตรวจทดสอบหาเชื้อโควิด-19 รองรับการเปิดประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/618612

โซไซตี้ : ‘รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ’ ลงนาม MOU บ.ยูโรฟินส์ จากฝรั่งเศส  ตรวจทดสอบหาเชื้อโควิด-19 รองรับการเปิดประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ธานี มณีนุตร์ ผช.กก.ผจก.บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล ลงนามความร่วมมือกับ กับ นิธิวัชร์ยิ่งกิจวิวัฒน์ ประธานกก.ผจก. บ.ยูโรฟินส์-ประเทศไทย

บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ ในนามเครือ พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ยูโรฟินส์ (Eurofins) บริษัทผู้นำด้านทดสอบและวัดผลทางห้องปฏิบัติการที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ร่วมมือในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลูกเรือของสายการบินในกลุ่มสมาชิกสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และกลุ่มนักกีฬาต่างชาติที่จะเข้ามาแข่งขันรายการต่างๆในประเทศไทย คาดจำนวนตรวจโควิด-19 จะเพิ่มขึ้น 50% นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 นี้รองรับการเปิดประเทศนับตั้งแต่ 1 พ.ย. 2564 เป็นต้นไป

ธานี มณีนุตร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ ในนามเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ กล่าวว่าความร่วมมือครั้งสำคัญนี้นอกจากจะส่งผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระดับห้องปฏิบัติการแล้ว ยังคาดส่งผลให้ปริมาณการตรวจโควิด-19 ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ นำร่องที่รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เพิ่มไม่ต่ำกว่า 50% จากปัจจุบันให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR อยู่ที่ประมาณ 200 รายต่อวัน ขณะที่ศักยภาพรองรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการอยู่ที่ราว 800-1,000 ราย/วัน ยังสามารถรองรับการให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้อีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าหรือออกประเทศไทย ได้รับความสะดวกในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพียงทำนัดหมายและชำระเงินผ่านทางแอปพลิเคชั่น IATA Travel Pass และเดินทางเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิในรูปแบบ COVID-19 Drive Thru หรือรับบริการตรวจนอกสถานที่และรายงานผลให้ทราบผ่านแอปพลิเคชั่นต่อไป

ด้าน นิธิวัชร์ ยิ่งกิจวิวัฒน์ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูโรฟินส์-ประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัท ยูโรฟินส์ (Eurofins) ให้บริการครบทุกๆ ด้านเกี่ยวกับการตรวจและป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19ในระดับสากลได้ตามมาตรฐานและครอบคลุมากกว่า50 ประเทศภายใต้โครงการ Eurofins SAFER@WORK™COVID-19 Solutions มีการตรวจเชื้อโควิด-19ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานสากลทั้ง ATK, RT-PCR และในสิ่งแวดล้อม เช่น ภายในห้องโดยสารเครื่องบิน สถานที่ทำงานที่มีบุคลากรจำนวนมาก ในการแข่งขันกีฬาสำคัญหลายรายการ เช่น การแข่งขันความเร็วรถสูตร 1ระดับนานาชาติ FORMULA 1, รายการการแข่งขันเทนนิสระดับโลก, LPGA ฯลฯ นอกจากนี้ยังให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ สำหรับบุคลากรที่ทำงานในภาคการขนส่งทางอากาศยาน และผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ทั้งในแถบยุโรปและตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะให้บริการให้ครอบคลุมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ

โซไซตี้ : Blood Hero ร่วมปลุกพลังซุปเปอร์ฮีโร่ บริจาคโลหิตกู้วิกฤต COVID-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/617010

โซไซตี้ : Blood Hero ร่วมปลุกพลังซุปเปอร์ฮีโร่  บริจาคโลหิตกู้วิกฤต COVID-19

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ พร้อมด้วย นริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารองค์กร ณัฐชัย ผะเดิมชิตผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัย และรักษาความปลอดภัย ฐากูร สิงหนิก ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรม และ จิตตพิมพ์ ฮัดเจสสัน ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำพนักงาน เจ้าหน้าที่ ร่วมบริจาคโลหิต ให้กับสภากาชาดไทย ภายใต้แคมเปญ “Blood Hero ร่วมปลุกพลังซุปเปอร์ฮีโร่ บริจาคโลหิตกู้วิกฤต COVID-19” ได้โลหิตรวมทั้งหมด 58,400 ซีซี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวบริษัทฯ ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 รวมโลหิตที่บริจาคแล้วทั้งสิ้น 5,283,750 ซีซี เพื่อเป็นการส่งมอบโลหิตต่อชีวิตให้แก่ผู้ป่วยในภาวะวิกฤตโควิด-19 และผู้ที่ต้องการต่อไป ณ ศูนย์ฝึกอบรม สำนักงานใหญ่รถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564

โซไซตี้ : เปิดตัวโครงการ ‘Better Life Through Better Sight’ วัดสายตาและตัดแว่นให้กับมูลนิธิ สถานสงเคราะห์ และชุมชนต่างๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/616859

โซไซตี้ : เปิดตัวโครงการ ‘Better Life Through Better Sight’  วัดสายตาและตัดแว่นให้กับมูลนิธิ สถานสงเคราะห์ และชุมชนต่างๆ

วันเสาร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เซ็นทรัล ทำ โดย กลุ่มเซ็นทรัล และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำอสังหาริมทรัพย์และผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัลภูเก็ต และเซ็นทรัล วิลเลจ และร้านแว่น OPTIC SQUARE จัดโครงการ Better Life Through Better Sight ให้บริการวัดสายตาและตัดแว่นตาพร้อมกรอบแว่นจำนวน 1,000 คู่ แก่ผู้มีปัญหาทางสายตาจากสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านราชวิถี, มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล, ชาวชุมชนคลองเตย, ชาวชุมชนบางกะเจ้า,สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านมหาราช,นักเรียนโรงเรียนวัดบางกอบัว,มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย, มูลนิธิคนพิการออทิสติกไทย, คนพิการด้านสติปัญญาและผู้ดูแลคนพิการ, ชุมชนผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยจัดขึ้นบริเวณ ชั้น 3 โซนอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 74 ปีในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจพร้อมควบคู่กับการส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย ภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ ซึ่งในครั้งนี้เซ็นทรัลพัฒนา จึงดำเนินโครงการเซ็นทรัล ทำและร่วมมือกับ ออพติคสแควร์ เปิดตัวโครงการฯมีจุดมุ่งหมายในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการมองเห็นที่ดีขึ้น ผ่านการส่งมอบแว่นตาและเลนส์แว่นจำนวน 1,000 คู่ โดยเราเชื่อว่าการมีสายตาและการมองเห็นที่ดีขึ้น จะทำให้ผู้ด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นการมอบโอกาสที่มากขึ้นทั้งในด้านการประกอบอาชีพ และการใช้ชีวิต ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือครอบครัวหรือชุมชนที่อาศัยอยู่ได้ เราจึงได้ผสานความร่วมมือภายในชุมชนของเราร่วมจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา มุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ที่ต้องการนำความเชี่ยวชาญของกลุ่มธุรกิจมาเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาชุมชนและสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนาให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องตรงกับความเชื่อและค่านิยมขององค์กรในเรื่อง Community at Heart จึงได้ขับเคลื่อนโครงการ “เซ็นทรัล ทำ”โดยร่วมกับ OPTIC SQUARE พันธมิตรที่อยู่กับเราในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 19 แห่งทั่วประเทศจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมมอบการมองเห็นที่ชัดเจนด้วยการให้บริการวัดสายตาและตัดแว่นตาพร้อมกรอบแว่นแก่ผู้มีปัญหาทางสายตาแก่ประชาชนจากมูลนิธิ สถานสงเคราะห์และชุมชนต่างๆ”

สาวิตรี สุรธรรมวิทย์ กรรมการบริหาร บริษัท ออพติคสแควร์ จำกัด กล่าวว่าโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่เล็งเห็นว่าการมีสายตาที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มอบโอกาสให้กับกลุ่มคนจากมูลนิธิและชุมชนต่างๆ ได้มีสิทธิ์เข้าถึงแว่นตาและเลนส์คุณภาพ โดยเราได้จัดเตรียมเลนส์และกรอบแว่นตาเพื่อ
บริจาคให้กับมูลนิธิและชุมชน รวมกว่า 1,000 คู่รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตาที่มีองค์ความรู้ทางด้านการวัดสายตามาให้บริการแก่ผู้ด้อยโอกาสได้สามารถเข้าถึงการวัดสายตาและแว่นตาที่เหมาะสมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดย OPTICSQUARE เป็นร้านแว่นตาชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจและอยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 36 ปี สร้างประสบการณ์เหนือระดับทางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ดีที่สุด และวิวัฒนาการด้านวัดสายตามาตรฐานระดับสากล เป็นเทรนด์เซตเตอร์แว่นตารันเวย์ระดับโลก มีสาขามากถึง 22 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ และเป็นที่แรกและแห่งเดียวได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO: 9001 ทั้งระบบการบริการของพนักงานและผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตาและองค์ความรู้ทางด้านวัดสายตา จึงวางใจได้ว่าจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของมาตรฐานสินค้าและการบริการนอกจากจะเน้นการให้บริการอย่างมืออาชีพแล้วยังเป็นผู้นำแฟชั่นแว่นตาที่ทันสมัยกว่า 300 แบรนด์ชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งล้วนแต่มีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์สุดพิเศษ จนได้รับความไว้วางใจ จากบริษัทแบรนด์แว่นตาชั้นนำจากทั่วโลกให้ได้รับสินค้า New Collection และสินค้า Limited มาวางจำหน่ายก่อนใครในประเทศไทย”

โครงการ Better Life Through Better Sight ถือเป็นการมอบความสุขในการมองเห็นแก่ผู้มีปัญหาทางสายตา เพื่อสามารถดำรงชีวิตได้อย่างคล่องตัวขึ้น เป็นการมอบของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ แก่มูลนิธิสถานสงเคราะห์และชุมชนต่างๆ ที่ได้รับเลือกมาในครั้งนี้อีกด้วย