กองทัพอัฟกันยันสุดชีวิต ตอลิบานรุกชิงพื้นที่เมืองสำคัญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659459

วันที่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 14:05 น.

กองทัพอัฟกันยันสุดชีวิต ตอลิบานรุกชิงพื้นที่เมืองสำคัญสถานการณ์นี้ต้องจับตาทุกระยะ! กองกำลังอัฟกันต่อสู้เพื่อขัดขวางการจู่โจมของกลุ่มตอลิบานในเมืองสำคัญ

กองกำลังของรัฐบาลอัฟกันต่อสู้กับกลุ่มตอลิบานที่เข้าโจมตีเมืองใหญ่หลายแห่งเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่ตอลิบานเปิดฉากการรุกทั่วประเทศ โดยเฉพาะสนามบินสำคัญทางตอนใต้ถูกยิงถล่มด้วยจรวดในตลอดทั้งคืน

หน่วยคอมมานโดหลายร้อยนายถูกส่งไปยังเมืองเฮรัต (Herat) ทางตะวันตก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ในเมืองลัชคาร์ กาฮ์ (Lashkar Gah) ทางใต้เรียกร้องให้ส่งกองกำลังหนุนเพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมการโจมตีของตอลิบาน

การต่อสู้ได้เพิ่มขึ้นทั่วประเทศในช่วงหลายเดือนนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม เมื่อกองกำลังต่างประเทศที่นำโดยสหรัฐ เริ่มการถอนกำลังครั้งสุดท้ายจากอัฟกานิสถานซึ่งตอนนี้เกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

หลังจากยึดพื้นที่ขนาดใหญ่ในชนบทและยึดจุดผ่านแดนที่สำคัญ กลุ่มตอลิบานได้เริ่มล้อมเมืองหลวงของจังหวัดต่างๆ

เที่ยวบินออกจากกันดาฮาร์ เมืองใหญ่อันดับสองของอัฟกานิสถาน และเคยเป็นปราการของกลุ่มกบฏด้วย ถูกระงับหลังจากจรวดโจมตีสนามบินก่อนรุ่งสาง

มัสซูด ปัชตุน (Massoud Pashtun) หัวหน้าสนามบินกล่าวว่าจรวดสองลำพุ่งชนรันเวย์และการซ่อมแซมกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการโดยมีแนวโน้มที่สนามบินจะกลับมาให้บริการได้ในวันอาทิตย์

นามบินมีความสำคัญต่อการรักษาการขนส่งและการสนับสนุนทางอากาศที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มตอลิบานบุกรุกเมือง ในขณะที่ยังให้ความคุ้มครองทางอากาศสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน

การโจมตีดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่กลุ่มตอลิบานเข้าใกล้การบุกรุกเมืองหลวงของจังหวัดอื่นๆ อย่างน้อยสองแห่ง รวมถึงลัชคาร์ กาห์ ในจังหวัดเฮลมันด์

“การต่อสู้กำลังดำเนินไปในเมือง และเราขอให้กองกำลังพิเศษส่งกำลังเข้ามาในเมือง” อาตาอุลลฮ์ อัฟกัน (Ataullah Afghan) หัวหน้าสภาจังหวัดเฮลมันด์ บอกกับเอเอฟพี

กองกำลังความมั่นคงของอัฟกานิสถานพึ่งพาการโจมตีทางอากาศมากขึ้นเพื่อผลักดันกลุ่มติดอาวุธให้ออกจากเมือง แม้ว่าพวกเขาจะเสี่ยงที่จะทำให้พลเรือนในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นถูกลูกหลงก็ตาม

“เมืองนี้อยู่ในสภาพที่แย่ที่สุด ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ฮาลิม การิมี ชาวเมืองลัชคาร์ กาห์ เมืองที่มีประชากร 200,000 คน กล่าว “ทั้งตอลิบันก็จะไม่เมตตาเรา และรัฐบาลจะไม่หยุดระเบิดถล่เราม”

ไกลออกไปทางตะวันตกในเมืองเฮรัต การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปในเขตชานเมืองของเมืองในชั่วข้ามคืนด้วยการโจมตีทางอากาศที่มุ่งเป้าไปที่ฐานที่มั่นของตอลิบาน

ไจลานี ฟาร์ฮัด (Jailani Farhad) โฆษกผู้ว่าราชการจังหวัดเฮรัต กล่าวว่า นักรบติดอาวุธราว 100 คนถูกสังหารในการโจมตี

ทั้งกลุ่มตอลิบานและกองกำลังของรัฐบาลมักจะกล่าวอ้างเกินจริงเรื่องการบาดเจ็บล้มตายที่เกิดจากกองกำลังของกันและกัน และจำนวนที่แท้จริงนั้นยากต่อการตรวจสอบ

เมื่อวันอาทิตย์ กระทรวงกลาโหมกล่าวว่าหน่วยคอมมานโดหลายร้อยหน่วยถูกส่งไปยังเฮรัตเพื่อช่วยปราบปรามการโจมตีของผู้ก่อความไม่สงบ

“กองกำลังเหล่านี้จะเพิ่มปฏิบัติการเชิงรุกและปราบปรามกลุ่มตอลิบานในเมืองเฮรัต” กระทรวงระบุในทวิตเตอร์

เป็นเวลาหลายเดือนที่กลุ่มตอลิบานชิงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วในช่วงสุดท้ายของการถอนทหารของสหรัฐ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรเบาบาง

แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาได้เพิ่มแรงกดดันให้กับเมืองหลวงของจังหวัดต่างๆ และการยึดจุดผ่านแดนที่สำคัญ

การยึดกุมศูนย์กลางเมืองใหญ่ๆ ใดๆ จะทำให้จะช่วยยกระดับการรุกคืบของตอลิบานให้ก้าวไปอีกระดับหนึ่ง และยิ่งทำให้เกิดความกังวลใจว่ากองทัพไม่สามารถต้านทานการรุกในสนามรบของตอลิบานได้

รัฐบาลได้เพิกเฉยต่อการรุกคืบอย่างต่อเนื่องของกองกำลังติดอาวุธในช่วงฤดูร้อนนี้ เนื่องจากมองว่าพื้นที่ที่ถูกชิงไปไม่มีคุณค่าทางยุทธศาสตร์

ก่อนหน้านี้กลุ่มตอลิบานได้ยึดบางเมืองแต่สามารถรักษาไว้ได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น

กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบบุกยึดเมืองคุนดุซสองครั้งในปี 2015 และ 2016 และเข้าควบคุมเมืองฆาซนีชั่วครู่หลังจากจุดไฟเผาอาคารรัฐบาลสำคัญๆ และทำลายเสาโทรคมนาคม

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพอากาศของรัฐบาลอัฟกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐ ช่วยทำให้กรุงคาบูลมีความได้เปรียบเหนือกลุ่มตอลิบาน และจนถึงตอนนี้ช่วยป้องกันตอลิบานจากการบุกรุกพื้นที่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่

แม้จะอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการถอนทหาร กองทัพสหรัฐก็ยังทำการโจมตีทางอากาศโดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มตอลิบาน

“กองทัพสหรัฐมีส่วนร่วมในทางที่จำกัด แต่มีความสำคัญที่ส่งผลต่อการปฏิบัติตามพันธกรณีของเราในการปกป้องกองกำลังอัฟกันเมื่อพวกเขาถูกโจมตี” ทูตระดับสูงของสหรัฐในกรุงคาบูล รอส วิลสัน (Ross Wilson) กล่าวกับผู้สื่อข่าวในสัปดาห์นี้

Photo by Hoshang Hashimi / AFP

Javelin FGM-148 เขี้ยวเล็บทัพไทยที่สหรัฐเพิ่งตกลงขายให้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659453

วันที่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 12:41 น.

Javelin FGM-148 เขี้ยวเล็บทัพไทยที่สหรัฐเพิ่งตกลงขายให้FGM-148 Javelin เป็นขีปนาวุธต่อต้านรถถังแบบ ‘ยิงแล้วลืม’ หรือยิงแล้วไม่ต้องบังคับเพิ่มเติมอีก เป็นหนึ่งฝนอาวุธต่อต้านรถถังที่ทรงอานุภาพที่สุด

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้เคลียร์การขายเฮลิคอปเตอร์บรรทุกหนัก CH-53K จำนวน 18 ลำ ให้กับอิสราเอล ซึ่งมีมูลค่า 3,400 ล้านดอลลาร์ ในเวลาเดียวกันนั้นยังไฟเขียวขายขีปนาวุธ Javelin FGM-148 จำนวน 300 ลูก ให้กับประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่า 83.5 ล้านดอลลาร์

แพ็คเกจขายอาวุธให้ประเทศคือจรวด Javelins หน่วยปล่อยคำสั่ง Javelin จำนวน 50 หน่วยและการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง สินค้าสงครามชุดนี้เป็นผลผลิตของบริษัท Javelin Joint Venture ที่เป็นการผนึกกำลังกันของบริษัท Raytheon Missiles & Defense และบริษัท Lockheed Martin ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอาวุธ

ประกาศของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าการขาย Javelin FGM-148 ให้ไทยเพื่อที่ไทยจะนำมาปฏิบัติงานแทนที่ หรือ ปรส. 106 มม (ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลังขนาด 106 มม.) หรือ Recoilless Rifle 106 mm ซึ่งเป็นอาวุธใช้ยิงต่อสู้รถถังของกองทัพบกไทยที่รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐบอกว่า “ล้าสมัย”

รายงานยังระบุว่า Javelin FGM-148 ที่ขายให้ไทยจะช่วยปรับปรุงความสามารถในการต่อต้านรถถังแบบเบา และเพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันกับสหรัฐในระหว่างการปฏิบัติการและการฝึกปฏิบัติ

Javelin FGM-148 เป็นขีปนาวุธแบบ ‘ยิงและลืม’ (Fire-and-forget) ซึ่งไม่ต้องการคำสั่งเพิ่มเติมหลังจากการยิง เช่น การส่องสว่างของเป้าหมายหรือการนำทางด้วยลวด และสามารถยิงโดนเป้าหมายโดยที่ปืนยิงไม่ได้อยู่ในแนวสายตาของเป้าหมาย

จุดเด่นของ Javelin FGM-148 คือมีการล็อคเป้าก่อนยิงและระบบนำทางอัตโนมัติ และยิงโจมตีด้านบนสุดกับยานเกราะ (โจมตีเกราะส่วนบนซึ่งโดยทั่วไปจะบางกว่าส่วนอื่น) แต่สามารถใช้โหมดการโจมตีโดยตรงเพื่อใช้ทำลายสิ่งปลูกสร้างและเป้าหมายภายใต้สิ่งกีดขวาง

มันมีน้ำหนัก 8.4 ก.ก. พิสัยการยิงสูงสุด 4,750 ม. ต่ำสุด 2,500 ม. สามารถยิงได้สูงถึงระดับความสูง 150 ม. ในโหมดโจมตีด้านบน มีการติดตั้งเครื่องค้นหาโดยภาพอินฟราเรด จรวดมีหัวรบ 2 ระยะ (Tandem-charge) คือแบบตั้งต้นเพื่อจุดชนวนระเบิดเกราะรีแอกทีฟ (Reactive armour ซึ่งช่วยลดความเสียหายเมื่อยานเกราะถูกโจมตี) และหัวรบหลักสำหรับเจาะเกราะฐานของยานเกราะ

Javelin FGM-148 มักดำเนินการโดยทีมสองคนที่ประกอบด้วยมือปืนและผู้ถือกระสุน แต่ก็สามารถยิงได้ด้วยคนเพียงคนเดียวหากจำเป็น ในขณะที่มือปืนเล็งและยิงขีปนาวุธ ผู้ถือกระสุนจะสแกนหาเป้าหมาย มองหาภัยคุกคาม เช่น ยานเกราะและกองกำลังของศัตรู และตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีคนในทีมเดียวกันและสิ่งกีดขวางที่ท้ายปืยนเพราะจะมีการระเบิดที่ท้ายปืนหลังการยิง

ในรายงานของกระทรวงตางประเทศสหรัฐที่ไฟเขียวขาย Javelin FGM-148 ให้กองทัพไทยรบุถึงแพ็ตเกจการซื้อซึ่งมีทั้งเครื่องยิงและกระสุน (จรวด) รวมถึงการฝึกใช้ ตามปกติแล้ว กองทหารอเมริกันได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับระบบ Javelin FGM-148 ที่โรงเรียนทหารราบในฟอร์ตเบนนิ่ง รัฐจอร์เจีย เป็นเวลาสองสัปดาห์ ทหารจะได้รับการสอนเรื่องการดูแลและบำรุงรักษาขั้นพื้นฐาน การใช้งานและความสามารถ การประกอบและการถอดประกอบ และตำแหน่งที่สามารถยิงได้ ทหารยังได้รับการสอนให้แยกแยะระหว่างยานพาหนะประเภทต่างๆ แม้ในสถานการณ์มองเห็นได้เฉพาะโครงร่างคร่าวๆ

ทหารต้องทำการฝึกซ้อมตามกำหนดเวลาหลายครั้งด้วยมาตรฐานที่กำหนดไว้ก่อนที่จะมีคุณสมบัติในการใช้งานระบบทั้งในสถานการณ์การฝึกและสงคราม นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมการฝึกขนาดเล็กที่ตั้งขึ้นในฐานทัพส่วนใหญ่ที่สอนทหารเกี่ยวกับการใช้ Javelin FGM-148 อย่างเหมาะสม ในหลักสูตรเหล่านี้ โปรแกรมการฝึกอบรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หลักสูตรการฝึกอบรมทั้งสองประเภทจำเป็นต้องบรรลุระดับความชำนาญ ก่อนที่ทหารจะสามารถใช้ Javelin FGM-148 ในการฝึกซ้อมหรือภารกิจในช่วงสงครามได้

Javelin FGM-148 ถูกใช้งานในสงครามอิรัก, อัฟกานิสถาน, สงครามกลางเมืองซีเรีย และในความขัดแย้งที่ลิเบีย

ประเทศที่มี Javelin FGM-148 ครอบได้ เช่น ออสเตรเลีย (92 เครื่อง) บาห์เรน (13 เครื่อง) ฝรั่งเศส (76 เครื่อง) อินโดนีเซีย (25 เครื่อง) นอร์เวย์ (100 เครื่อง) ไต้หวัน (40 เครื่อง) สหราชอาณาจักร (850 เครื่อง 9,000 หัวรบ)

Photo The U.S. Army / Javelin Fire! – Attribution 2.0 Generic (CC BY 2.0)

เดลตาทะลวงจีน 14 มณฑล ยังเชื่อมั่นวัคซีนเอาอยู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659440

วันที่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 11:17 น.

เดลตาทะลวงจีน 14 มณฑล ยังเชื่อมั่นวัคซีนเอาอยู่สถานการณ์ของจีนเลวร้ายแค่ไหน? หลังเผชิญกับการระบาดที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดใหญ่ที่อู่ฮั่น

การระบาดระลอกล่าสุดของจีนที่เกิดจากการรุกรานของเชื้่อเดลตาขณะนี้ครอบคลุม 14 มณฑลแล้ว ซึ่งเป็นการระบาดมากที่สุดในรอบหลายเดือน ท้าทายความสำเร็จในช่วงต้นของประเทศจีนในการแก้ไขควบคุมการระบาดได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ จนผู้คนกลับมาใช้ชีวิตค่อนข้างปกติได้แล้วในหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ตอนนี้สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป

จีนทำการล็อคตดาวน์ผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านคนและเริ่มต้นแคมเปญการตรวจเชื้อประชาชนจำนวนมาก

หมี่ เฟิง โฆษกคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) กล่าวว่า “สายพันธุ์หลักที่หมุนเวียนอยู่ในปัจจุบันคือสายพันธุ์เดลตา ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นสำหรับงานป้องกันและควบคุมไวรัส”

ตอนนี้ หลายแสนคนถูกล็อคในมณฑลเจียงซูแล้ว ในขณะที่หนานจิตรวจสอบการติดเชื้อประชาชนทั้งหมด 9.2 ล้านคนจำนวนสองครั้ง ทั้งนี้ มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 260 รายทั่วประเทศเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ในหนานจิง ซึ่งพนักงานทำความสะอาดห้องโดยสาร 9 คนในสนามบินนานาชาติมีผลตรวจเป็นบวกเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม

นอกจากนี้ เมื่อวันเสารร์ที่ผ่านมายังมีรานงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอีก 2 ภูมิภาค ได้แก่ มณฑลฝูเจี้ยนและมหานครฉงชิ่ง รวมถึงผู้ป่วยรายหนึ่งที่ไปเยือนเมืองท่องเที่ยวเมืองซีอาน มณฑลส่านซี และลูกเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่เพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่ในเขตมหานครฉงชิ่งแห่งหนึ่งได้สั่งให้ทำการตรวจเชื้อมวลชนฉุกเฉินในช่วงเย็นวันศุกร์กับผู้ที่ได้เยี่ยมชมสถานที่ที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน

หลังจากพบผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการรายหนึ่งในเมืองเจิ้งโจว ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุทกภัยร้ายแรงล่าสุดในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของมณฑล เจ้าหน้าที่ของเมืองสั่งทำการตรวจเชื้อประชาชนทั้งหมด 10 ล้านคน หัวหน้าคณะกรรมการสาธารณสุขของเมืองก็ถูกไล่ออกเช่นกัน

เมืองท่องเที่ยวจางเจียเจี้ย ในมณฑลหูหนาน ซึ่งภูมิทัศน์ดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์เรื่อง “อวาตาร์” สั่งล็อกชาวเมืองทั้งหมด 1.5 ล้านคน และปิดสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดในวันศุกร์ ตามประกาศอย่างเป็นทางการ

ตามการสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวว่าไวรัสน่าจะมาจากคลัสเตอร์ที่หนานจิง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดิ้นรนเพื่อติดตามผู้คนทั่วประเทศที่เพิ่งเดินทางจากหนานจิงหรือจางเจียเจี้ย และได้เรียกร้องให้นักท่องเที่ยวอย่าเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่พบเคสติดเชื้อ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หยางโจวประกาศระงับเที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากท่าอากาศยานนานาชาติไท่โจว และสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งสำคัญ อาทิ ทะเลสาบโซ่วซีหูและวัดต้าหมิง พร้อมยกระดับ 2 พื้นที่ในเขตหานเจียงเป็นพื้นที่เสี่ยงปานกลางสำหรับโรคโควิด-19

ทั้งนี้ หยางโจวตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ติดเชื้อในท้องถิ่นรวม 16 ราย นับตั้งแต่วันพฤหัสบดี (29 ก.ค.)

ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ (31 ก.ค.) หน่วยงานป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ในฉางซาประกาศยกระดับพื้นที่ 3 แห่งในเมืองจากเขตที่มีความเสี่ยงต่อโรคโควิด-19 ระดับต่ำสู่ระดับปานกลาง พร้อมดำเนินการทดสอบนิวคลีอิกแก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างครอบคลุม

นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบผู้ป่วยในกลุ่มล่าสุดได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวว่า “เป็นเรื่องปกติ” และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนควบคู่ไปกับมาตรการที่เข้มงวด

“วัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับสายพันธุ์เดลต้าอาจลดลงบ้าง แต่วัคซีนปัจจุบันยังคงมีผลในการป้องกันและป้องกันที่ดีจากสายพันธุ์เดลตา” เฝิง จื่อเจี้ยน นักไวรัสวิทยาจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน กล่าว

NHC เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ มีการฉีดวัคซีนมากกว่า 1.6 พันล้านโดสทั่วประเทศแล้ว แต่ไม่ได้ระบุจำนวนคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจีนกล่าวว่า พวกเขากำลังตั้งเป้าว่า 80% ของประชากรทั้งหมดจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนภายในสิ้นปีนี้

Photo by – / AFP

ผู้เชี่ยวชาญชี้วัคซีนจีนมีประสิทธิภาพป้องกัน ‘การติดเชื้อ-เสียชีวิต’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659433

วันที่ 01 ส.ค. 2564 เวลา 09:51 น.

ผู้เชี่ยวชาญชี้วัคซีนจีนมีประสิทธิภาพป้องกัน ‘การติดเชื้อ-เสียชีวิต’ผชช. ชี้ ‘วัคซีนโควิด-19’ ฝีมือจีน มีประสิทธิภาพป้องกัน ‘การติดเชื้อ-เสียชีวิต’

บัวโนสไอเรส, 30 ก.ค. (ซินหัว) — คณะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจากไวรัสและโรคติดเชื้อกล่าวย้ำถึงประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของจีนที่มีต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์

“หลักฐานที่มีอยู่ถึงตอนนี้บ่งชี้ว่าวัคซีนที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) มีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ ทุกสายพันธุ์ทั่วโลก” ไจโร เมนเดซ-ริโก ที่ปรึกษาโรคไวรัสอุบัติใหม่ขององค์การอนามัยแพนอเมริกัน (PAHO) กล่าวกับสำนักข่าวซินหัวเมื่อไม่นานนี้

องค์การอนามัยโลกอนุมัติการใช้งานกรณีฉุกเฉินแก่วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาโดยซิโนฟาร์ม (Sinopharm) และซิโนแวค (Sinovac) บริษัทเภสัชภัณฑ์สัญชาติจีน ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนตามลำดับ

“เราจำเป็นต้องกล่าวย้ำถึงผลลัพธ์อันเด่นชัดของการฉีดวัคซีนที่สามารถลดทอนอัตราการเสียชีวิต การป่วยขั้นรุนแรง และการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์พื้นฐานของการควบคุมโรคระบาดใหญ่” เมนเดซ-ริโกระบุ

“นั่นเป็นเหตุผลว่าแม้มีการระบาดของเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ วัคซีนและมาตรการด้านสาธารณสุขทั้งหมดที่เราทราบกันอยู่แล้ว อาทิ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง แยกกักโรค และกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ยังคงมีประสิทธิภาพสูงสุดที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาด” เมนเดซ-ริโกเผย

เมนเดซ-ริโกเสริมว่าวัคซีนไม่ได้มีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ร้อยเปอร์เซ็นต์ “ดังนั้นเราจะยังคงตรวจพบผู้ป่วยบางส่วนอยู่เสมอ แม้พวกเขาฉีดวัคซีนครบโดสแล้วก็ตาม”

รายงาน “การศึกษาประสิทธิภาพโครงการฉีดวัคซีนแห่งชาติในการลดอัตราเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป” ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงสาธารณสุขอาร์เจนตินา และมีผู้เข้าร่วมทดลองจาก 24 จังหวัดของประเทศระหว่างวันที่ 1 ม.ค. ถึง 22 มิ.ย. พบวัคซีนของซิโนฟาร์มมีประสิทธิภาพป้องกันการเสียชีวิตร้อยละ 84

ผลการศึกษาระบุว่าประสิทธิภาพการป้องกันการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ของวัคซีนของซิโนฟาร์มสูงถึงร้อยละ 61.6 หลังฉีดวัคซีนโดสแรกให้ผู้เข้าร่วมทดลอง 147,908 คน และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 84 หลังฉีดโดสที่ 2 ให้ผู้เข้าร่วมทดลองจำนวนเท่ากัน

อาร์เจนตินาอนุมัติการใช้งานกรณีฉุกเฉินแก่วัคซีนของซิโนฟาร์มในเดือนกุมภาพันธ์ หลังคาร์ลา วิซซอตตี รัฐมนตรีกระทรวงฯ ลงนามมติทางการที่เน้นย้ำ “ความปลอดภัย การสร้างภูมิคุ้มกัน และประสิทธิภาพ” ของวัคซีนของซิโนฟาร์ม ต่อมาเดือนมิถุนายนทางการอาร์เจนตินาอนุมัติการใช้งานกรณีฉุกเฉินแก่วัคซีนที่พัฒนาโดยแคนซิโน ไบโอโลจิกส์ (CanSino Biologics) ของจีน

มาร์ติน โฮจแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในอาร์เจนตินา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่าทั้งวัคซีนของซิโนฟาร์มและแคนซิโนนั้น “มีประสิทธิภาพ” และการที่อาร์เจนตินาได้รับมอบวัคซีนดังกล่าวถือเป็น “ข่าวดีอย่างยิ่ง”

“ซิโนฟาร์มเป็นวัคซีนเชื้อตายแบบฉีดสองโดส ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพและปราศจากผลข้างเคียง มันเป็นวัคซีนที่ปลอดภัย” โฮจแมนกล่าว “ส่วนข้อดีของแคนซิโนคือเป็นวัคซีนแบบฉีดโดสเดียวที่มีประสิทธิภาพเยี่ยม และสามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิเย็นตามปกติเป็นเวลานาน ทำให้เป็นวัคซีนที่ใช้งานได้ง่ายกว่า”

เนื้อหาข่าวด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

Photo by STR / AFP

ช็อตเด็ดโอลิมปิก ยอโควิชชวดเหรียญทองแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659422

วันที่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 20:10 น.

ช็อตเด็ดโอลิมปิก ยอโควิชชวดเหรียญทองแดงรวมโมเมนต์ที่น่าประทับใจของนักกีฬาจากทั่วโลกในการแข่งขัน Tokyo 2020 Olympic Games

ภาพปก: โนวัค ยอโควิช นักเทนนิสชื่อดังชาวเซอร์เบียขว้างแร็กเก็ตระหว่างหวดชิงเหรียญทองแดงเทนนิสชายเดี่ยวกับ ปาโบล การ์เรโญ บุสตา จากสเปน 1 ต่อ 2 เซ็ต (Photo by Tiziana FABI / AFP)

สุเบญรัตน์ อินแสง นักกีฬาขว้างจักรของทีมชาติไทยในรอบคัดเลือก (Photo by Andrej ISAKOVIC / AFP)

(จากซ้ายไปขวา) เชียกา อ็อกโบกู, มิเชลล์ บาร์ตช์ แฮคลีย์, จอร์แดน ธอมป์สัน และจอร์ดิน โพลเทอร์ ของทีมชาติสหรัฐดีใจหลังทำแต้มได้ระหว่างตบกับทีมชาติรัสเซียที่สนามอาริอาเกะอารีน่าในกรุงโตเกียว (Photo by JUNG Yeon-je / AFP)

เคเลบ เดรสเซล (ซ้าย) นักว่ายน้ำทีมชาติสหรัฐ กับ คริสตอฟ มิลัค ของฮังการี จับมือฉลองเหรียญทองและเหรียญเงินว่ายน้ำท่าผีเสื้อ 100 เมตรชายที่สนามโตเกียวอะควอติกส์เซ็นเตอร์ (Photo by Jonathan NACKSTRAND / AFP)

เนสธี เพเทซิโอ ของฟิลิปปินส์ ถึงกับหลั่งน้ำตาหลังเอาชนะ เออร์มา เทสตา ของอิตาลี ในการชกมวยหญิงรุ่นเฟเธอร์เวทรอบก่อนรองชนะเลิศที่สนามโคคุงิคังอารีน่า (Photo by UESLEI MARCELINO / POOL / AFP) 

ยูจีเนีย มาเรีย ทรินชิเนตติ ของอาร์เจนตินา (ซ้าย) และ เกรตา เฮเยส ของออสเตรเลีย แย่งลูกฮอกกี้กันอย่างดุเดือดที่สนามโออิฮอกกี้สเตเดียม (Photo by MARTIN BUREAU / AFP) 

จีนเตือนเรือรบอังกฤษอย่าทำอะไรไม่เหมาะสมในทะเลจีนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659407

วันที่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

จีนเตือนเรือรบอังกฤษอย่าทำอะไรไม่เหมาะสมในทะเลจีนใต้ จีนเตือนเรือบรรทุกเครื่องบินควีนอลิซาเบธของอังกฤษอย่าทำอะไรไม่เหมาะสมในทะเลจีนใต้

จีนเตือนกองเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษซึ่งนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินควีนอลิซาเบธไม่กระทำการใดๆ ที่ไม่เหมาะสมขณะแล่นเข้าสู่ทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทที่จีนอ้างสิทธิ์

สำนักข่าว Global Times ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุว่า กองทัพเรือแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนมีความพร้อมระดับสูงสุดสำหรับการสู้รบ

จีนจับตาดูกองเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษอย่างใกล้ชิดขณะแล่นเข้าทะเลจีนใต้มุ่งหน้าไปยังญี่ปุ่น และยังกล่าวหาว่าอังกฤษยังอยู่ในยุคล่าอาณานิคม

กองเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษเข้าร่วมซ้อมรบกับกองทัพเรือของสิงคโปร์ และ เบน วอลเลซ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอังกฤษไม่ได้ปกปิดว่าอังกฤษมีเจตนาจะ “เดินเรือโดยเสรีภาพ” ผ่านทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมองว่าเป็นการท้าทายการอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ของตัวเอง

ดังนั้นคำถามคือ เราจะได้เห็นการประจัญหน้ากันอย่างที่เกิดในทะเลดำเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่เรือพิฆาต HMS Defender ของอังกฤษถูกเรือรบของรัสเซียบินประกบขณะเดินเรือผ่านช่องแคบไครเมียหรือไม่

เวียร์เลอ นาวเวนส์ นักวิจัยจากศูนย์วิจัยด้านการทหารและความมั่นคง Royal United Services Institute ของอังกฤษเผยว่า “จีนไม่ต้องการเผชิญหน้าโดยตรงกับพันธมิตรของสหรัฐในทะเลจีนใต้ แต่จะประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนแน่นอน”

นาวเวนส์เชื่อว่าหากอังกฤษเดินเรือผ่านทะเลจีนใต้ เราอาจจะได้เห็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับเรือ HMS Albion ของอังกฤษที่แล่นผ่านทะเลจีนใต้เมื่อปี 2018 ซึ่งถูกเรือรบของจีนตามประกบห่างเพียง 200 เมตรและเตือนให้ออกจากน่านน้ำ ทั้งยังส่งเครื่องบินบินต่ำประกบด้วย

Global Times ยังอ้างคำพูดของตัวแทนจากสถานทูตจีนในกรุงลอนดอนว่า “การคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือมาจากผู้ที่ส่งกองเรือรบไปยังทะเลจีนใต้ที่อยู่ห่างออกไปครึ่งโลก และโชว์แสนยานุภาพของกองทัพเรือเพื่อสร้างความตึงเครียดทางทหารในภูมิภาคนั้นเท่านั้น”

อังกฤษเตือนโควิดสายพันธุ์ต่อไปอาจคร่าชีวิตคน 1 ใน 3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659399

วันที่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 16:30 น.

อังกฤษเตือนโควิดสายพันธุ์ต่อไปอาจคร่าชีวิตคน 1 ใน 3  อังกฤษเตือน Covid-19 สายพันธุ์ต่อไปอาจร้ายแรงเท่าโรคเมอร์สที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 35%

กลุ่มที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์เพื่อสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลอังกฤษ (SAGE) เตือนว่า สายพันธุ์ของ Covid-19 ในอนาคตอาจมีความร้ายแรงเท่าโรคเมอร์ส (MERS) ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 1 ใน 3 หรือราว 35% ซึ่งเป็นความเป็นไปได้ที่ไม่เกินจริง

กลุ่มที่ปรึกษายังระบุอีกว่า โอกาสที่เชื้อไวรัสจะกลายพันธุ์ยิ่งสูงขึ้นเมื่อมันแพร่กระจายไปทั่วเช่นที่กำลังเกิดขึ้นในอังกฤษ และข้อเสียของการระดมฉีดวัคซีนของอังกฤษคือ ระดับภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้นของอังกฤษอาจช่วยเร่งปฏิกิริยาการกลายพันธุ์ของ Covid-19 

ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังเตือนว่า สายพันธ์กลายพันธุ์แบบซูเปอร์ (super mutant variant) อาจเป็นสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ และอาจเป็นสายพันธุ์ที่ดื้อวัคซีนที่เกิดขึ้นจากสายพันธุ์เบตาที่พบครั้งแรกในแอฟริกาซึ่งลดประสิทธิภาพวัคซีนผนวกรวมกับสายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายอย่างอัลฟาที่พบครั้งแรกในอังกฤษ หรือเดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดีย

การรวมตัวกันเช่นนี้อาจก่อให้เกิดสายพันธุ์ที่เพิ่มอัตราการป่วยและการเสียชีวิต

ทีม SAGE ยอมรับว่า วัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพ นอกเสียจากจะมีสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่ลดประสิทธิภาพในการป้องกันการป่วยหนักของวัคซีน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าไม่น่าเกิดขึ้น

ตาลีบันคืนชีพยึดอัฟกานิสถานได้เกือบครึ่งประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659395

วันที่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 14:30 น

ตาลีบันคืนชีพยึดอัฟกานิสถานได้เกือบครึ่งประเทศหลังจากกองทัพสหรัฐถอนกำลังทหาร กลุ่มตาลีบันก็ฟื้นคืนชีพ รุกคืบยึดพื้นที่ในอัฟกานิสถานได้เกือบครึ่งประเทศ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า กลุ่มติดอาวุธตาลีบันฟื้นคืนชีพหลังการถอนกำลังทหารของกองทัพสหรัฐ บุกยึดพื้นที่ในอัฟกานิสถานคืนจากรัฐบาลได้เกือบครึ่งประเทศภายในเวลาเพียง 2 เดือน นับเป็นการบุกยึดพื้นที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมานับตั้งแต่ถูกสหรัฐปราบปรามเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

การวิจัยของ BBC Afghan พบว่า กลุ่มตาลีเข้าควบคุมพื้นที่หลายแห่งจนมีฐานที่มั่นแข็งแกร่งทั่วอัฟกานิสถาน รวมทั้งทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ และตอนกลางของประเทศ อาทิ กัซนี เมเดนวอร์ดัก และยังบุกประชิดหลายเมืองใหญ่ๆ เช่น คุนดุซ ฮารัต กันดาฮาร์ และลัชคาร์กาห์

ทั้งนี้ คำว่าการควบคุมของ BBC Afghan หมายถึงจังหวัดที่ศูนย์บริหาร สำนักงานตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มตาลีบัน

แม้ว่ากลุ่มตาลีบันจะบุกประชิดหลายเมืองสำคัญแต่ยังยึดไม่ได้ แต่พื้นที่ที่ตาลีบันยึดได้แล้วทำให้มีอำนาจในการเจรจาต่อรอง ทั้งยังเป็นแหล่งรายได้จากการเก็บภาษีและของที่ปล้นสะดมมาจากสงคราม

นอกจากนี้ กลุ่มตาลีบันยังเข้าควบคุมจุดข้ามพรมแดนอีกหลายแห่ง อาทิ สปินโบดัก ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญไปสู่ปากีสถาน โดยกลุ่มตาลีบันจะเก็บภาษีสินค้านำขนถ่ายผ่านจุดข้ามแดนที่ตัวเองควบคุม และแม้ว่าตัวเลขรายได้จะไม่แน่ชัดเนื่องจากการซื้อขายลดลงในช่วงที่เกิดการสู้รบ แต่ด่านในเมืองอิสลามกาลาที่อยู่ติดกับอิหร่านเก็บภาษีได้ถึง 20 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน

ด้านรัฐบาลอัฟกานิสถานเสริมกำลังในเมืองสำคัญๆ ทุกเมืองที่ถูกตาลีบันคุกคามและประกาศเคอร์ฟิวตอนกลางคืน 1 เดือนทั่วประเทศเพื่อหยุดยั้งกลุ่มตาลีบันไม่ให้ยึดเมือง

Photo by Hoshang Hashimi / AFP หมายเหตุ: ในภาพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอัฟกันและกองกำลังอัฟกันต่อต้านตาลีบันยืนรักษาความปลอดภัยในเขตเอนจิล จังหวัดฮารัต

CDC เผยฉีดวัคซีนแล้วก็อาจแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659380

วันที่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 12:00 น.

CDC เผยฉีดวัคซีนแล้วก็อาจแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ “สงครามเปลี่ยนไปแล้ว” ข้อมูลใหม่พบคนที่ฉีดวัคซีนแล้วอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้อีก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เผยข้อมูลใหม่ว่า ผู้ติด Covid-19 สายพันธืเดลตาที่ฉีดวัคซีนแล้วยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้อีกไม่ต่างจากคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน เนื่องจากมีปริมาณเชื้อไวรัสในร่างกายใกล้เคียงกับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ฉีดวัคซีน อย่างไรก็ดี CDC เผยว่าวัคซีนยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการรุนแรงและการเสียชีวิต

การเปิดเผยของ CDC มีขึ้นหลังจากการค้นพบข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับสายพันธุ์เดลตาที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิทยาศาสตร์ อาทิ การติดเชื้อในรัฐแมสซาชูเซตส์ที่ 3 ใน 4 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว

เอกสารภายในของ CDC ถึงกับระบุถึงสายพันธุ์เดลตาว่า สงครามได้เปลี่ยนไปแล้ว

โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC เผยว่า “ปริมาณไวรัสมากบ่งบอกว่ามีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดความกังวลว่าคนที่ฉีดวัคซีนแล้วที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตายังสามารถแพร่เชื้อได้ ซึ่งต่างจากสายพันธุ์อื่น”

Kevin Dietsch/Getty Images/AFP

จีนด่านแตกเจอเดลตาระบาดหนักที่สุดนับตั้งแต่อู่ฮั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659375

วันที่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 11:00 น.

จีนด่านแตกเจอเดลตาระบาดหนักที่สุดนับตั้งแต่อู่ฮั่นความสำเร็จในการคุมโควิดของจีนพังเพราะเดลตาหลังคลัสเตอร์ที่เมืองนานจิงกระจายไปถึงปักกิ่ง

สำนักข่าว AFP รายงานว่า คลัสเตอร์ Covid-19 ที่เมืองนานจิงในมณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีนกระจายไปในมณฑลอื่นอีกอย่างน้อย 5 มณฑล รวมทั้งในกรุงปักกิ่ง ทำให้หลายพื้นที่ต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง ขณะที่สื่อท้องถิ่นระบุว่าครั้งนี้เป็นการรระบาดที่หนักที่สุดนับตั้งแต่การระบาดที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อช่วงปลายปี 2019

ก่อนหน้านี้จีนภาคภูมิใจกับความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของ Covid-19 หลังจากสั่งล็อกดาวน์ครั้งแรกของโลกเมื่อต้นปี 2020 ที่เมืองอู่ฮั่นซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด

ทว่า การแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตาที่เริ่มจากสนามบินนานจิงเมื่อช่วงต้นเดือนทำให้ด่านของจีนแตก

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาพนักงานทำความสะอาด 9 คนของสนามบินหนานจิงลู่โข่วมีผลตรวจ Covid-19 เป็นบวก โดยทั้งหมดเข้าไปทำความสะอาดห้องโดยสารของเที่ยวบิน CA910 จากรัสเซียเมื่อวันที่ 10 ก.ค.

หลังจากนั้นก็เริ่มมีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาเพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันศุกร์ (30 ก.ค.) เมืองหนานจิงพบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 184 ราย ขณะที่ทั่วประเทศพบผู้ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 206 ราย ที่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์สนามบินหนานจิง

เบื้องต้นทางการมณฑลเจียงซูสั่งล็อกดาวน์พื้นที่และเร่งตรวจหาเชื้อในประชากรทั้งหมด 9.2 ล้านคน

ขณะนี้เดลตาแพร่ระบาดไปแล้วอย่างน้อย 13 เมืองของ 5 มณฑล รวมทั้งเมืองเฉิงตู เมืองฉงชิ่ง และกรุงปักกิ่ง จนทางการกรุงปักกิ่งต้องล็อกดาวน์เมืองฉางผิงซึ่งพบผู้ติดเชื้อในชุมชน 2 ราย นับเป็นการติดเชื้อในชุมชนครั้งแรกในรอบ 6 เดือนของกรุงปักกิ่ง

เจ้าหน้าที่บ้านเมืองกล่าวโทษเจ้าหน้าที่ของสนามบินหนานจิงว่า ขาดการกำกับดูแลที่ดีและขาดความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการ และตำหนิว่าไม่มีการแยกพนักงานทำความสะอาดบนเที่ยวบินระหว่างประเทศกับเที่ยวบินในประเทศ

สัปดาห์ที่แล้วสื่อท้องถิ่นรายงานโดยอ้างคำพูดของแพทย์อาวุโสของเมืองหนานจิงว่า ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ที่หนานจิงฉีดวัควีนแล้ว ทำให้โลกออนไลน์ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของวัคซีนของจีน

จางเหวินหง ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในเซี่ยงไฮ้เผยว่า “ถ้าเป้าหมายคือการชะลอการแพร่ระบาดและลดอัตราการเสียชีวิต วัคซีนของจีนปกป้องได้ดี แต่ถ้าเป้าคือการขจัดไวรัส อาจเป็นสิ่งที่วัคซีนที่มีอยู่ไม่สามารถตอบสนองได้”