โอ๊ยเล่าเรื่อง : มหานครเมือง(ห)ลวง (Bangkok Breaking) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/605962

โอ๊ยเล่าเรื่อง : มหานครเมือง(ห)ลวง (Bangkok Breaking)

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผลงานซีรี่ส์ไทยเรื่องที่สองต่อจาก “เคว้ง” ที่เป็นผลงานการผลิตภายใต้ โลโก้ Netfix ที่ออกซีซั่น 1 มาให้ดูกันรวดเดียว ตอนจบ มหานครเมือง(ห)ลวง (Bangkok Breaking) เป็นซีรี่ส์ที่เปิดตัว ออกตัวแรงด้วยความน่าสนใจจากเนื้อหาและตัวผู้กำกับโขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ

มหานครเมือง(ห)ลวง (Bangkok Breaking) มาพร้อมกับ บรรยากาศอึมครึมของกรุงเทพฯ ออกมาในโทนดาร์กๆ ไม่สดใสชวนให้นึกถึงด้านมืดของกรุงเทพฯ โดยใช้หน่วยกู้ภัยมาเป็นแบล็กกราวนด์เมื่อตัวเรื่องมาพร้อมกับความดาร์ก ตอนแรกที่ดู อดนึกถึงสัมผัสเสียงมรณะ (Voice) งานรีเมคเกาหลี ที่ เตอร์-นพชัยชัยนาม กำกับไม่ได้ เรื่องดาร์กจริง ดำมืดทุกอย่าง ทั้งเรื่องและตัวละคร สำหรับใน มหานครเมือง(ห)ลวง (Bangkok Breaking)ดูเด็กไปเลย…ก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมภาพของทั้งสองเรื่องมาคู่กัน อาจเป็นเพราะงานโปรดักชั่นที่ดูเนี้ยบดูดีเหมือนกันก็ได้

โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ ยังคงชัดเจนในลายเซ็นผลงานของตัวเอง กลิ่นอาย บรรยากาศความรุนแรง มาแบบเต็มที่ เพียงแต่ภาพที่ออกมาอาจจะไม่หนักแน่นหรือรุนแรงเท่ากับผลงานหนังใหญ่แต่ก็ยังดูดี ทั้งการเดินเรื่อง การทำให้หนังดูสนุกหรือสิ่งที่มาล้อเลียนเสียดสีในตัวเรื่อง

เส้นเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เน้นไปที่เรื่องของชายหนุ่มที่จับพลัดจับผลูเข้ามาสู่วงจรธุรกิจมืด การเปิดโปง การเอาตัวรอด และพิสูจน์ ค้นหาความจริงในแนวทางของหนังแนวดราม่าแอ๊กชั่นดราม่าตามสูตร ดูแบบเพลินๆ ไม่ต้องคิดมาก บทหนังอาจจะมีข้อผิดพลาดเยอะ บางจุดอาจดูลอยๆ ไม่สมเหตุสมผลไปบ้าง แต่ก็ถูกทดแทนด้วยโปรดักชั่นและการแสดงของนักแสดง

เวียร์-ศุกลวัฒน์  คือส่วนที่ดีงามที่สุด เล่นแบบลื่นไหล ดูเป็นธรรมชาติ ทุกฉากที่ออกมาพลังล้นเหลือ ดูแล้วอินตาม เชื่อว่าเป็นวันชัย จริง ออร่าความเด่นมาแบบเต็ม ดูดีครบสูตร ทั้งดราม่าแอ๊กชั่น รัก 

ออม-สุชาร์  เล่นน่ารักตามสไตล์ บุคลิก ท่าทาง แม้ว่าอาจจะเยอะเกิน เล่นใหญ่ ใช่เลยกับการเป็นนักข่าวจริงๆ ดูเป็นเจ๊ของวงการบันเทิง ออม จับคู่กับ เวียร์ ได้แบบเข้าขา ลงตัว

แบงค์-ปวริศร์ ยังคงมาดๆ เซอร์ๆ ดิบๆ แต่แฝงไว้ด้วย ความเป็นคนดี คนมีความหลัง เมื่อสวมชุดกู้ภัยนี่ใช่เลย

หนึ่ง-ภาสวร (วรเขษฐ์ นิ่มสุวรรณ) โชว์เก๋ากับบท ฮาร์ตคอร์ตัวร้ายโรคจิต ดิบ เถื่อน บทเด่นมากๆ กวน/ร้ายในแบบซาดิสม์ชวนให้นึกถึงบทแบบนี้ในหนังไทยในอดีตบุคลิกเดียวกับเอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไทย, สหัสชัย ชุมรุม

ปู-สหจักร นิ่งๆ แต่มีความร้ายแฝงอยู่ในบทประทีป ผู้บริหารกู้ภัยพลังธรรม ฮาร์ท-สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล จัดเต็มกลุ้มกลิ่ม ลื่นไถลสมเป็นนักธุรกิจใหญ่ ดูเหมาะกับบทเฮียวัฒนา เสี่ยใหญ่ที่ถอดแบบนักธุรกิจที่พบเห็นกันได้ทั่วๆ ไป

ที่ชอบมากๆ คือ เพลงประกอบ เพลง เพียงเธอที่จริง เสียงร้องของ จมาพร แสงทอง เนื้อเพลง ทำนอง เสียงร้อง เข้ากับตัวเรื่องและยังช่วยขยี้อารมณ์ให้เพิ่มขึ้นได้มากทีเดียว รวมไปถึง ตรงเส้นขอบฟ้า เพลงดังของ น้าหมู-พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ที่ให้ เวียร์มาเกากีตาร์ในอารมณ์เหงาๆ ก็ไพเราะไปอีกแบบโดยรวมแล้ว ค่อนข้างที่ชอบ มหานครเมือง(ห)ลวง (Bangkok Breaking) ไม่น้อยอาจจะไม่ดีที่สุด แต่ก็ดูได้แบบเพลิดเพลินจำเริญใจ ชนิดดูแบบรวดเดียว 6 EP 8/10 คะแนน +อีก 1 คะแนน ให้ ออม-สุชาร์

โอ๊ยเล่าเรื่อง : อิน จัน (Extraordinary Siamese Story : Eng and Chang) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/604428

โอ๊ยเล่าเรื่อง : อิน จัน   (Extraordinary Siamese Story :  Eng and Chang)

วันเสาร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อิน จัน (Extraordinary Siamese Story : Eng and Chang) ซีรี่ส์ความยาว 13 ตอน ผลงานของ ทรู ออริจินัล และ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ที่เปิดตัวอย่างฮือฮา ในการเป็นซีรี่ส์ไทยเรื่องแรกที่เปิดตัวพร้อมกับ Disney +Hotstar หนึ่งในงานฉลองครบรอบ 70 ปีของ กันตนา และเป็นอีกครั้งของ กันตนา กับการหยิบเอาเรื่อง แฝดสยาม มาทำเป็นหนังที่เคยทำเป็นสารคดี ความยาว 26 ตอนจบ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

อิน จัน เล่าเรื่องของแฝดสยาม ในประเด็นความรักครอบครัวที่อเมริกา การดำเนินชีวิตในอเมริกาเป็นหลัก ในรูปแบบของดราม่า ไม่ได้เน้นวิชาการต่างๆ เริ่มต้นแต่พบรักมาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต 

บ็อบ-วรุตม์ บราวน์ และ เบ็น-วราวุฒิ บราวน์ ไปได้ดีกับบท อิน จัน ในบุคลิกที่ต่างกันออกไป ชัดเจนในตัวตนของแต่ละคน อิน สุภาพสุขุมรอบรอบ จัน วู่วามขี้เหล้า ชอบเสี่ยงอารมณ์ร้อน ทั้งคู่เล่นดี ทั้งสีหน้าท่าทาง ทำให้เชื่อว่าทั้งคู่เป็นอิน จัน จริงๆ

เดน่า สโลซาร์ ในบท ซาร่า กับ มารีญา พูลเลิศลาภในบท แอดิเลด สวยเล่นดี ดูดีทั้งบทกุ๊กกิ๊ก รัก หรือแม้แต่บทดราม่าหนักๆ บทเด่น แบกหนังไว้ตลอดไม่แพ้ตัวอิน จันดูแล้วเชื่อในความเป็นพี่น้องที่มีทั้งรักกัน ขัดแย้งกัน ไม่แพ้อิน จัน ดูแล้วบางทีก็รัก บางทีก็น่ารำคาญกับบางเรื่องที่ทั้งคู่ทำ

เจสัน ยัง มารับบท ชาร์ล แฮริส เพื่อนสนิทของอิน จันเล่นสบายๆ ไม่มีอะไรมาก โอซา แวง แปลงโฉมอ้วนฉุ แก้มป่องที่ดูแปลกตา แต่ดูไปดูมาไม่ค่อยสมจริง ดูหลอกๆ ในบท แนนซี่ เยทส์ แม่ยายของอิน จัน 

อิน จัน ดีงามในด้านโปรดักชั่น ภาพ มุมกล้อง แสงการตัดต่อ ออกมาดูดีสวย เครื่องแต่งกายสวย ดูดีเหมือนดูหนังฝรั่งโปรดักชั่นดีๆ มิวสิกวีดีโองามๆ เนรมิตภาพออกมาดูแล้วเชื่อว่าเกิดในอเมริกา ในยุคนั้นจริงๆ มีการยกกองไปถ่ายทำในไร่ที่อเมริกา จริงๆ ฉากบ้านเมือง บ้าน ดูสมจริง ที่เด่นมากๆ คือ สถานีรถไฟ ถ้าไม่สังเกตดีๆ จะไม่รู้เลยว่าคือหัวลำโพง บ้านของอิน จัน ที่สร้างในกันตนามูฟวี่ทาวน์ดนตรีประกอบกับเพลงประกอบ ฝีมือ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ เพราะมาก มีสกอร์เป็นของตัวเอง ในแต่ละช่วง ช่วยเพิ่ม/ขยี้อารมณ์ให้กับหนังมากมาย ให้บรรยากาศเหงาๆ ในแบบชาวไร่อเมริกันดีๆ แค่สงสัยนิดหนึ่ง ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมด เพลงนำยังภาษาอังกฤษ แต่พอช่วงท้ายๆ เพลงประกอบกลับเป็นภาษาไทย 

เต้นท์-กัลป์ กัลย์จาฤก ทำ อิน จัน ออกมาได้ในระดับดีโกอินเตอร์ได้อย่างสบายๆ ดูสนุก ดูได้เรื่อยๆ เพลินๆ ทำให้รู้จักแฝดสยามอิน จัน ในมุมที่อาจจะไม่มีใครรู้ ในรูปแบบความบันเทิงที่ดีงามไม่แพ้สารคดี แฝดสยาม อาจจะไม่สนุกตื่นเต้นเร้าใจอะไรมากนัก แต่ก็เป็นงานที่ดูได้เรื่อยๆ สบายๆ ในแบบที่รู้สึกว่ามีความอินเตอร์กันเลยทีเดียว 7/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ครูเอลล่า (Cruella) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602849

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ครูเอลล่า (Cruella)

วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Cruella หนังใสๆ สไตล์ดิสนีย์ที่อิงตัวละครมาจากการ์ตูนคลาสสิก ประจำปี 1961 ที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนของโดดี้ สมิธ ซึ่ง ครูเอลล่า เดอวิล ตัวร้าย ใน Cruella ฉบับนี้ เป็นแค่การดึงตัวละครจากวรรณกรรมมาตีความใหม่ สร้างเหตุการณ์ใหม่ เป็นฉบับคนแสดง ต่างไปจากฉบับคนแสดงที่ แกลน์ โคส เคยเล่นเอาไว้ซึ่งนำเอา ทรามวัยกับไอ้ด่าง ขึ้นจอแบบคนแสดง

เอสเตลล่า สาวนักต้มตุ๋น ส้มหล่น ได้เข้าอยู่ร่วมทีมกับบารอนเนส เจ้าแม่วงการแฟชั่น ผู้ทรงอำนาจจอมเกรี้ยวกราด ผู้มีดัลเมเชี่ยน 3 ตัวเป็นเพื่อน ก่อนที่เธอจะรู้ที่มาที่ไปในชาติกำเนิดตัวเองครูเอลล่า เดอวิล ด้านมืดของ เอสเตลล่า จะปรากฏตัวขึ้น สงครามของเจ้าแม่แฟชั่นผู้ยิ่งใหญ่กับสาวเก่งคิดนอกกรอบ แหวกแนว ไอเดียล้ำจึงเริ่มต้นขึ้น

Cruella เดินตามรอย Maleficent มาเลฟิเซนต์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ (2014) ที่ดิสนีย์ดึงเอาตัวร้ายจากหนังการ์ตูนเรื่องดังออกมาเป็นตัวเอก มีเส้นเรื่องเป็นของตัวเอง เรื่องฉีกจากต้นฉบับที่ชัดเจนคือ จากตัวร้ายกลายมาเป็นนางเอก จาก มาเลฟิเซนต์ แม่มดตัวร้ายในเจ้าหญิงนิทรา มาสู่ ครูเอลล่า หญิงร้ายใน ทรามวัยกับไอ้ด่าง

ใน Cruella พาไปเจอะเจอกับ ครูเอลล่า ตั้งแต่เด็ก ที่มาที่ไป ปมต่างๆ ในตัวนาง เนื้อเรื่องเป็นเอกเทศ ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวต้นฉบับ มีเพียงแค่ตัวละครหลักๆ (ที่เป็นคน) ที่โผล่มากันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา มาในทิศทางเดียวกับ ครูเอลล่า มีความเกี่ยวพันมาอย่างไร

เอ็มม่า สโตน เล่นเป็น เอสเตล่า ที่ดูเจ้าคิดเจ้าแค้น เก่ง ดูมีเล่ห์เหลี่ยม เป็นสาวสดใส แก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่าส์ พอมาเป็นครูเอลล่าก็ดูร้ายกาจ เปรี้ยว ดูนอกกรอบ ด้วยทรงผมสองสี ครึ่งขาวครึ่งดำกับทำความรักผสมการแสดงที่ล้นเหลือแม้ภาพที่ออกมาจะดูน่ารักไม่ดูรังสีแผ่ซ่านร้ายหรือน่ากลัวแบบในต้นฉบับ

เอ็มม่า ทอมป์สัน พลังเหลือล้น ดูร้ายสุดๆ กับ บท บารอนเนสเจ้าแม่วงการแฟชั่น สวย/เริ่ด/เชิด/หยิ่ง เล่นร้ายทางสีหน้า ท่าทางแววตา ดูเป็นตัวร้ายในการ์ตูน จริงๆ ดูน่ากลัวกว่า ครูเอลล่า เดอวิลในการ์ตูนซะอีก

สอง “เอ็มม่า” คือการแสดงกันได้แบบเข้าขากัน จนเป็นจุดเด่นโดดเด่นมากๆ ทำให้หนังดูสนุก เพลิน ตั้งแต่ต้นจนจบ Cruella เดินเรื่องในแนวการ์ตูนๆ แฟนตาซีเหนือจริง ดูตลกร้าย เสียดสี เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน โปรดักชั่นยอดเยี่ยมมาแบบจัดเต็ม สมกับเป็นหนังที่เกี่ยวกับวงการแฟชั่น อลังการงานสร้างทั้งแสงสี เครื่องแต่งกาย และที่เด่นมากๆ คือ เพลงประกอบ ที่นำเอาเพลงคุ้นหูเข้ามาเพิ่มเติมความสนุกเข้ากับฉากหลังใจกลางกรุงลอนดอน

คริส หอวัง พากย์เสียงไทย ครูเอลล่า ได้ไม่เลว ดูไปฟังไปหน้าของเธอลอยมาเลย 

น่าเสียดายที่  Cruella ถูกนำมาออนแอร์ทางดิสนีย์+ ทั้งๆ ที่ภาพรวม ถ้าได้ดูบนจอใหญ่ เสียงกระหึ่มๆ น่าจะดูสนุกมากกว่าและท้ายเครดิต ยังมีติ่งเล็กๆ ที่โยงเข้าสู่ ทรามวัยกับไอ้ด่าง (One Hundred and One Dalmatians) ที่รับรอง ยิ้มส่งท้ายกันได้เลยทีเดียว ดูให้จบถึงในเอนเครดิตนะครับ Cruella ยาว 134 นาที แต่ดูเพลิน เหมือนไม่ยาว แป๊บเดียวจบ และพอดู Cruella จบ อดไม่ได้ที่จะกลับมาย้อนวัยเยาว์ มีความสุขกับ ทรามวัยกับไอ้ด่าง อีกครั้ง สนุกถูกใจระดับ 8/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ทรชนคนปล้นโลก (Money Heist) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/601224

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ทรชนคนปล้นโลก (Money Heist)

วันเสาร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลังจากปล่อยให้ใจจดใจจ่อรอกันมานานข้ามปี ในที่สุด Netfix ก็ได้ฤกษ์ส่ง “ทรชนคนปล้นโลก” (Money Heist)ซีรี่ส์ชิ้นเยี่ยมที่ดังระดับโลกจากสเปนออกมาให้ดู

“ทรชนคนปล้นโลก” (Money Heist) ซีซั่น 1-2 (2017)เปิดตัวปฏิบัติการกลุ่มโจรวางแผนปล้นโรงกษาปณ์ของสเปนจับตัวประกัน เปิดตัวกลุ่มโจรในชุดฮู้ดสีแดง ใส่หน้ากากโดยมีศาสตราจารย์คอยเป็นกุนซือสั่งการอยู่ข้างนอกปฏิบัติการสำเร็จ แม้จะมีคนสูญเสียมาถึงซีซั่น 3-4 (2019/2020) ทางการปฏิบัติการเอาคืน สมาชิกโจรหน้ากากบางคนถูกจับ ศาสตราจารย์กลับมาอีกครั้งรวมทีมเก่า เพิ่มสมาชิกใหม่เข้ามา เพื่อช่วยคนที่ถูกจับ ด้วยภารกิจใหม่ จับตัวประกัน บุกยึดธนาคารกลางของสเปน ทางการส่งสารวัตรสาวท้องแก่คนเก่งมารับมือกลุ่มโจร เริ่มจนตรอก มีการสูญเสียสถานการณ์เริ่มอันตราย (ในซีซั่น 3 มีการยกกองมาถ่ายทำในไทยด้วย ศาสตราจารย์หนีมาซ่อนตัวในเมืองไทย) ทรชนคนปล้นโลก (Money Heist) ซีซั่น 5 (2021) มาสานต่อเรื่องราวเหตุการณ์ต่อจากซีซั่น 3-4 ปิดจ๊อบซีรี่ส์ชุดนี้ 

“ทรชนคนปล้นโลก” (Money Heist) ในซีซั่น 5 ยังคงดูสนุกสนานลุ้นระทึกไม่แพ้ใน 4 ซีซั่น สนุกไปกับการหักมุมการล่อหลอกให้คนดูหลงทาง (แม้ในภาคนี้ คนดูพอจับทางออกตัวละครหลักๆ เหลือน้อย แต่ก็ยังสนุก) ระทึกไปกับฉากแอ๊กชั่นเร้าใจ ยิงกระจุยระเบิดกระจาย เรื่องดราม่ากินใจ สนุกไปกับการเล่าเรื่องใน 2 สถานที่ที่เกี่ยวข้องกันในสถานการณ์เดียวกัน ณ เวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นเสน่ห์และเป็นการนำเสนอมาตั้งแต่ซีซั่น1-4 และมีการตัดสลับไปกับภูมิหลังอดีต เล่าย้อนไปถึงตัวละครหลักๆ

กองบัญชาการ ศาสตราจารย์ ยังคงอัจฉริยะ วางแผนสั่งการเหมือนเดิม เพียงแต่ครั้งนี้ต้องรับมือและพลาดพลั้งให้กับอลิเซีย ซิเอร์ร่า สารวัตรสาวท้องแก่ใกล้คลอด หลังจากที่นำเสนอเรื่องราวของตัวละครหลักๆ ไปเกือบหมด ในซีซั่นนี้ก็มาถึงคิวของ “โตเกียว” ที่ตัวหนังตัดสลับไปกับเหตุการณ์ปัจจุบันพาไปรู้จักเธอ ทั้งอดีต ความรัก ความเจ็บปวด และตัวตนจริงๆ ที่เธอเป็น พาย้อนดูที่มาที่ไป การร่วมแก๊ง รวมไปถึงความรักครั้งแรกกับ เรม่า ที่ออกปล้นด้วยกัน รวมทั้งมีการตัดสลับย้อนไปถึง “เบอร์ลิน” กับ “ตาเดียน่า” ที่พา “ราฟาเอล”ลูกชายออกปล้นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งตรงนี้ยังงงๆ อยู่ เกี่ยวข้องอะไรกับปัจจุบัน “เบอร์ลิน” ที่ตายไปตั้งแต่ซีซั่นสอง แต่ยังอุตส่าห์เล่าย้อนอดีตมาจนถึงซีซั่นนี้ และมีการพูดถึง ย้อนถึง “ไนโรบี” สาวห้าวขวัญใจของคนดูที่หมดตัวไปแล้วจากซีซั่นที่แล้วมาให้หายคิดถึงแบบเล็กๆ

ทรชนคนปล้นโลก (MoneyHeist) ซีซั่น 5 เดินทางมาถึงครึ่งทาง กำลังสนุกแต่ก็หยุดพักให้หายคอหายใจกลับมาอีกครั้งกับอีก 5EP ที่เหลือ ที่ต้องรอกันถึง 5 ธันวาคมนี้ อดใจรออีกนิดและทาง Netfix ยังมีของแถมท้ายสารคดี เบื้องหลังหนังชุดนี้ชุดที่ 1 ให้ดูอีกด้วย นำทีมคุยโดย โตเกียว “ทรชนคนปล้นโลก”(Money Heist) ซีซั่น 5 มันส์สะใจ ลุ้นระทึกในระดับ 9/10 คะแนนชอบมาก

โอ๊ยเล่าเรื่อง : The Silent Forest สบายใจเถอะ ที่นี้ไม่มีคนเลว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/599672

โอ๊ยเล่าเรื่อง : The Silent Forest  สบายใจเถอะ ที่นี้ไม่มีคนเลว

วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

The Silent Forest คือ หนังดราม่าเรื่องดังของไต้หวันประจำปี 2020 ที่หยิบเอาเรื่องจริงของการคุกคามทางเพศในโรงเรียนเล็กๆ มาเป็นเส้นเรื่องหลัก “จางเฉิน” เด็กหนุ่มพิการที่มีปัญหาบ่อยครั้งย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนผู้พิการทางการได้ยินแห่งไถหนาน ที่นี่เขาได้“เป้ยเป้ย” สาวน้อยน่ารักเป็นเพื่อน ต่อมา เป้ยเป้ย ถูกดึงเข้ามาในเกมที่เกิดท้ายรถโรงเรียนที่ตกทอดมาสู่รุ่นของรุ่น ที่มี เสี่ยวกวาง เป็นหัวโจก “จางเฉิน” ทำทุกอย่างเพื่อช่วย เป้ยเป้ย โดยมี “หวังต้าจวิน” ครูหนุ่มใจดีคอยช่วยเหลือ จนเรื่องบานปลายใหญ่โต เส้นแบ่งระหว่างผู้กระทำผิดกับเหยื่อที่เกิดจากความเคยชินจากรุ่นสู่รุ่นกำลังจะกลายเป็นเส้นเดียวกัน 

The Silent Forest คืองานเปิดตัวหนังยาวเรื่องแรกของเค่อเจิ้นเหนียน ผู้กำกับหญิงหน้าใหม่ชาวไต้หวัน ที่กำลังมาแรง และจากงานชิ้นนี้เองที่สะท้อนให้เห็นถึงระบบความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันนี้ของไต้หวัน เค่อเจิ้นเหนียน ทำ The Silent Forest ไปแบบเรื่อยๆ เหมือนเป็นหนังดราม่าของคนพิการธรรมดาๆ แต่ในความเรียบๆ ง่ายๆ ตัวหนังกลับมาพร้อมบรรยากาศหนักอึ้ง ค่อยๆ บีบอารมณ์ขึ้นเรื่อยๆผู้กำกับเก่งในด้านการใช้ทุกอย่างที่มีอยู่ นักแสดง การแสดง บท ภาพเสียง เพลง และบรรยากาศ ฝนตกฟ้าร้อง ลมพัดรอบๆ ข้าง ทำให้หนังตัวละครที่ไร้เสียง กลับไม่ทำให้รู้สึกว่าหนังเงียบ หรือไม่ทำให้หนังน่าเบื่อ

“เฉินเอี้ยนเฟย” มารับบท “เป้ยเป้ย” นางเอกของเรื่อง ที่มาพร้อมกับวัยที่น่ารัก สดใส แต่ก็ทำให้สะเทือนใจไปกับเหตุการณ์ที่เธอเจอบทหนักๆ เธอทำได้ เล่นเก่งทั้งสีหน้าท่าทาง ยิ่งเธอสดใสน่ารักเท่าไรยิ่งทำให้หนังออกมาหดหู่มากเท่านั้น ในขณะที่กุ๊กกิ๊กสบายๆ ก็อดยิ้มไปกับเธอด้วยไม่ได้ ดูเรื่องนี้แล้วหลงรัก “เฉินเอี้ยนเฟย” ขึ้นมาทันที จนต้องไปตามหางานเก่าๆ เธอมาดู

“หลิว ทรอย” รับบท “จางเฉิน” ตัวเดินเรื่องหลักที่มีทั้งความน่ารักความหล่อ บุคลิกที่ดูมีปมในใจ ความเข้มแข็ง พร้อมที่จะปกป้องคนรักเขาเล่นได้ดีครบสูตร “หลิวติ้งควน” รับบท “หวังต้าจวิน” คุณครูหนุ่มที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือลูกศิษย์ แก้ปมปัญหาต่างๆ รวมทั้งพยายามแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบ “The Silent Forest’ คือหนังดี ที่ดูแล้วหดหู่สะเทือนใจ ใครที่ชอบหนังดี หนังที่ดูเหมือนจะเบาๆ สบายๆ แต่เอาจริงๆแล้วดราม่า สาระหนักอึ้ง อีกหนึ่งหนังคุณภาพที่หาดูได้ทาง Disney+Hotstar 9/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Ray (X-Ray : Selected Satayjit Shorts) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/597970

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Ray  (X-Ray : Selected Satayjit Shorts)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Ray (X-Ray : Selected Satayjit Shorts)

วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ซีรี่ส์ชิ้นเยี่ยมจำนวน 4 ตอนจากอินเดีย จากค่าย Netfix ที่นำเอาเรื่องสั้น 4 เรื่อง ของ สัตยาจิต เรย์ ผู้กำกับชื่อดังระดับโลกชาวอินเดียมาสร้าง เพื่อร่วมในวาระชาตกาลครบรอบ 100 ปี Ray เป็นเรื่องสั้นแนวลี้ลับในแบบ แดนสนธยา (Twilight Zon)หรือถ้าเป็นไทยๆ ก็ประมาณบันทึกกรรม กฎแห่งกรรม ที่ดูง่ายๆ สบายๆ ต่างคนต่างตอนไม่เกี่ยวข้องกัน แต่พูดถึงในเรื่องคล้ายๆ กันความเชื่อเทพเจ้า โชคลางสะท้อนภาพชีวิต สังคมแนวจริงจังกับชีวิต ในแบบของ สัตยาจิต เรย์ สบายใจได้ไม่มีแน่นอน

อย่าลืมฉัน (Forget Me Not)

อิปสิต รามา แนร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มีความมั่นใจในความจำอันเป็นเลิศ ประสบความสำเร็จทั้งในธุรกิจและครอบครัวเพิ่งได้ลูกสาว จนมาพบกับสาวสวยแปลกหน้ามาทัก ความหลังสัมพันธ์สวาท เมื่อวันเกิดครบรอบ 30 ปี เรื่องที่เขาจำอะไรไม่ได้ คิดแค่เป็นเรื่องหลอกลวง จากนั้นมาเขาเริ่มประสาทหลอน มีอาการสับสน ความจำที่เคยเลอเลิศกลับเลอะเลือนสับสน..ตอนนี้ออกมาในแนวพิศวาสฆาตกรรม ระทึกขวัญ แนวจิตๆ สนุกชวนติดตามหาคำตอบที่มาที่ไปของความสัมพันธ์เริ่มต้นแบบปริศนา คลี่คลายในแบบสะใจ 7/10 คะแนน

ศาสตร์แห่งการปลอมตัว (Bahupiya : Character)

อินทราชิช ช่างแต่งหน้าหนุ่มผู้แสนดี แต่ขี้แพ้ขี้บ่น บุญหล่นทับ ได้รับมรดกและตำราแต่งหน้าแปลงโฉมชั้นเลิศจากยายผู้ล่วงลับ เขาใช้วิชาแปลงโฉม กลับมาแก้แค้นคนที่เคยทำกับเขา ก่อนที่จะเริ่มท้าทายเทพเจ้า คนทรง แชะการหลอกลวง ชัดเจนในการเล่าเรื่อง แบบ บันทึกกรรม คนดีที่แปรเปลี่ยนไป สิ่งที่ได้รับการท้าทายกับสิ่งที่มองไม่เห็น สุดท้ายสิ่งที่ได้รับ ก็ย้อนกลับมาเข้าตัวเอง เข้าทำนอง คนเล่นของ แล้วของกลับมาเข้าตัวเอง 7/10 คะแนน

Hungama Hai Kyon Barpa

Barin Bhowmick’s Ailment

มูซาเฟียร์ อาลี นักร้องนักขับกล่อมบทกวีชื่อดังกับอัสลาม เบจ นักข่าวอดีตนักมวยปล้ำ ชายแปลกหน้าที่ต้องมาอยู่ร่วมกันในระยะเวลาสั้นๆ บนรถไฟ บทสนทนาสั้นๆ พาทั้งคู่ย้อนกลับไป 10 ปีก่อน ที่ทั้งสองเคยเจอกันแบบนี้บนรถไฟมาแล้วไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตา การเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ตอนที่เล่นกับเรื่องของ เครื่องราง ความเชื่อหัวขโมยปมปัญหาที่อยู่ในใจ การปลดปล่อย การให้อภัย เป็นตอนที่ดูดราม่าที่สุด เดินเรื่องไปกับการสนทนาของสองตัวละคร เป็นตอนที่ดูแล้ว ฟิลกู๊ดที่สุด “เมื่อคนเราขโมยของ ที่เป็นของโปรด ประเมินค่าไม่ได้ไปจากคนอื่น เขาคนนั่นควรจะโดนสาปไปทั้งชีวิตเรื่องสั้นของ สัตยาจิต เรย์ ที่ถูกขโมยไปก็อยู่ตรงนี้” 8/10 คะแนน

Spotlight

วิกรม ดาราผู้เอาแต่ใจตัวเอง เปิดศึกแย่งห้องพักในโรงแรมหรูหรา กับ ดิดิ ร่างทรงของเจ้าแม่ศักดิ์สิทธิ์ ที่คนศรัทธาทั้งประเทศสนุกสนานเฮฮาไปกับดาราหนุ่มหลงตัวเอง ดาราที่เล่นได้หน้าเดียว ลุคเดียว ที่ไปท้าทายกับ คนดังตัวแทนความศรัทธาของคนทั้งประเทศ ดารากับคนดัง ใครจะแน่กว่ากันเป็นตอนที่ดูแล้ว ใกล้ตัว เห็นได้บ่อยในประเทศนี้ ดาราคนดัง เจ้าแม่หรือนักต้มตุ๋นที่เล่นกับความเชื่อความศรัทธาพลังศรัทธาของลูกศิษย์ลูกหาจากสงครามแย่งห้อง มาสู่ การโกอินเตอร์ พี่วิกรม จะได้ข้ามจากบอลลีวู้ดไปฮอลลีวู้ด หรือเจ้าแม่ดีดี จะได้ย้ายไปตั้งสำนักใหม่ในอเมริกา..“ทุกคนจำกัดตัวเองด้วยขอบเขตต่างๆ ไม่มีใครยอมข้ามไป คุณต้องก้าวข้ามขอบเขตไป เพื่อคว้าสิ่งที่ต้องการ…ฉันคือหุ่นเขิด และเธอคือหุ่นเชิด” 9/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ลูก้า (Luca) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/596426

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ลูก้า (Luca)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ลูก้า (Luca)

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Luca (2021) แอนิเมชั่นน่ารักๆ เรื่องล่าสุดจากค่ายดีสนีย์ กับ พิกซ่าร์ ที่ทาง Disney +Hotstar นำออกมาให้แฟนๆ ประจำได้ยิ้ม สนุก มีความสุข Luca มีความชัดเจนในความเป็นแอนิเมชั่น 3D จากค่ายพิกซ่าร์ กับการ์ตูนลายเส้นสวยๆ ของ ดีสนีย์

“ลูก้า” ปีศาจทะเลตัวน้อยได้พบกับ “อัลแบร์โต้” ปีศาจทะเลกำพร้าที่ขึ้นมาใช้ชีวิตบนบกโดยบังเอิญ “อัลแบร์โต้” สอน “ลูก้า” ใช้ชีวิตแบบมนุษย์ ทั้งคู่ชื่นชอบและมีความฝันอยาก “ขี่เวสป้า” จึงตัดสินใจออกเดินทางมายังเมืองมนุษย์จนมาเจอกับ “จูเลีย” เด็กสาวจอมแก่น และตัดสินใจตั้งทีม“ไก่รองบ่อน” ขึ้นมา เพื่อเข้าแข่งขันไตรกีฬา เพื่อนำเงินรางวัลมาซื้อ “เวสป้า”

ด้วยพลอตเรื่องง่ายๆ ดูสบายพอเดาทางได้ ทำให้ดูกันได้แบบเพลินๆ ดูได้เรื่อยๆ สนุกสนานไปกับตัวละครน่ารักๆ เนื้อเรื่องใสๆ ที่แทรกมุขน่ารักๆ ที่ดูไปยิ้มไปได้ตลอดเรื่องใน “Luca” เรื่องเกิดขึ้นใน เมืองโปโตรโรสโซ่เมืองเล็กๆ ริมทะเลของอิตาลี ตัวหนังสร้างตัวละครที่มีหน้าตา รูปร่างท่าทาง สภาพบ้านเมือง ชัดๆ คืออิตาลี แถมยังขยี้ด้วยดนตรีและเพลงประกอบเพราะๆในแบบอิตาลี

คาแร็กเตอร์ตัวละคร ปีศาจทะเล ดูแปลกใหม่ผิดไปจากที่เคยๆ เห็นมาในนิทาน มีชีวิตเหมือนปลาในน้ำแต่พอขึ้นมาพ้นผิวน้ำกลายร่างเป็นคน พอโดนน้ำ ส่วนที่โดนน้ำจะกลับกลายเป็นปีศาจทะเล บรรดาสัตว์ใต้น้ำปีศาจทะเล ในบรรยากาศของความเป็นการ์ตูนเน้นลายเส้นที่คุ้นตากันดีในการ์ตูนของดีสนีย์ แต่พอขึ้นมาบนบกจะมาในอีกอารมณ์ ความเป็นตัวการ์ตูนหน้าตาบ๊องแบ๊วน่ารักๆ บรรยากาศเมืองท้องทะเล จัดเต็มในความเป็นแอนิเมชั่นของ “พิกซ่าร์” สนุกสนานไปกับมิตรภาพของเพื่อนรัก “ลูก้า” กับ “อัลแบรโต้” ที่พยายามเดินทางไปเพื่อตามหาความฝัน 

สำหรับคนที่ชอบดูการ์ตูนพากษ์ไทย “Luca” ยังคงมาตรฐานเสียงไทย เสียงน่ารักๆ ใสๆ เพลินไม่นอกเรื่องส่วนเพลงนั้นปล่อยเสียงต้นฉบับไม่มีเสียงร้องเวอร์ชั่นไทยแต่ก็มีเสียดายที่เพลงไม่มีคำบรรยาย เลยไม่รู้ความหมายแต่เป็นเพลงที่เพราะมากๆ หนังจบแล้ว ในเอนเครดิตยังใช้ภาพลายเส้นแบบแรเงาน่ารักๆ แบบภาพประกอบในหนังสือนิทานก่อนนอนมาแทรกประกอบรายชื่อทีมงานก่อนที่จะปิดท้ายแบบจริงๆ กับติ่งน่ารักๆที่มาให้เกิดรอยยิ้มส่งท้าย อย่าลืม…ดูให้จบสนิทน่ารักๆแบบนี้ Luca ได้ใจไปแบบเต็มๆ 8/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : วีโว่ (Vivo) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594741

โอ๊ยเล่าเรื่อง : วีโว่ (Vivo)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : วีโว่ (Vivo)

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แอนิเมชั่นชิ้นเยี่ยมจาก “ค่ายโซนี่” ที่เดิมมีกำหนดเข้าฉายโรงแต่เพราะโควิดก็เลยต้องเปลี่ยนแผนมาเข้าฉายใน “Netfix” แทน“วีโว่” คิงกาจูน้อย ผู้รักเสียงเพลง ได้รับการเลี้ยงดูจาก“อันเดรส” นักกีตาร์ชรา ทั้งคู่ให้ความสุขทางด้านเสียงเพลงให้กับชาวเมืองในคิวบา

จนวันหนึ่ง “อันเดรส” ได้รับจดหมายให้ไปร่วมขึ้นคอนเสิร์ตอำลาเวทีของ “มาร์ตา” นักร้องสาวชื่อดังที่ไมอามี

“มาร์ตา” คือสาวที่ “อันเดรส” รักมานานแต่เขาไม่มีโอกาสได้บอกความในใจกับเธอ

ภารกิจส่งความรักของ “วีโว่” ผ่านบทเพลงรัก “แด่เธอ..มาร์ตา”ที่ “อันเดรส” แต่งขึ้น จึงเริ่มต้นการเดินทางข้ามน้ำทะเลจากคิวบามาอเมริกาของ “วีโว่” จึงเริ่มขึ้นพร้อมๆ กับมิตรภาพกับ “แก๊บบี้” เด็กน้อยผมสีม่วงขาแร็พ สุดติสท์ หลานปู่ของ อันเดรสก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น (คิงคาจู เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในเขตป่าร้อนแถบอเมริกาใต้ที่หายาก บางคนเรียกหมีน้ำผึ้ง)

“Music Animation” ที่ดูสบายๆ สนุกสนาน เพลิดเพลินไปกับตัวการ์ตูนน่ารักๆ สดใส ไร้มลพิษ ดูง่าย เนื้อหาไม่ซับซ้อนไม่ต้องตีความ ดูกันแบบไม่ต้องคิดมากๆ ตัวละครสดใสน่ารัก ดูไปยิ้มไปภาพสดใสสวยงาม ทั้งบรรยากาศในเมืองอย่างคิวบา, ฟลอริดาและไมอามี่ หรือท่ามกลางป่าที่เต็มไปด้วยบรรดาสัตว์น่ารัก

ลิน มานูเอล มิแรนดา นักแต่งเพลงชื่อดัง (โดยเฉพาะหนังการ์ตูนค่ายดิสนีย์) มารับหน้าที่ดูแลงานชิ้นนี้และร่วมให้เสียง “วีโว่”

อีนาอีราลี ซีโม ให้เสียง “แก๊บบี้”, โซอี้ ซัลดานา มาให้เสียง“โรซ่า” แม่ของแก๊บบี้, ฮวน เด มาร์โกส มาให้เสียง “อันเดรส”และสุดๆ ไปกับ กลอเรีย เอสเตฟราน ในบท “มาร์ตา” พลังเสียงของเธอสุดยอดจริงๆ 

บทเพลงในเรื่อง บอกได้คำเดียว ละลาย เพราะมาก เพราะทุกเพลง ในสไตล์ลาติน แร๊พ เพลงป๊อป ฟังสบายๆ ครบทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว สนุกสนาน เศร้าซึ้งกินใจ หรือแม้แต่เพลงในรูปแบบละครเวทีมิวสิคัล

ในส่วนของเสียงภาษาไทย “วีโว่” เป็นอีกเรื่องที่ทำออกมาได้แบบลงตัวและดีงาม นำทีมโดย โอ๊ต-ปราโมทย์ ในบท “วีโว่”,เฟรม-ศุภัคชญา วันเดอร์เฟรม เป็น “แก๊บบี้” และ คิ้ม-เจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็น “มาร์ตา” สุดยอดทั้งการให้เสียงภาษาไทยกับตัวละครหลักๆ และการร้องเพลงประกอบเวอร์ชั่นภาษาไทย ที่ไพเราะไม่แพ้ต้นฉบับ แถมยังมีความไพเราะในแบบที่เป็นไทยๆ

“vivo” เป็นอีกหนึ่งแอนิเมชั่นที่ดีงาม สนุก ยิ้มไปกับตัวละคร ประทับใจกับความรักที่เชื่อมกันด้วยความรู้สึก และดื่มด่ำไปกับบทเพลงอันไพเราะ มีความหมาย มีครบทั้งสนุกสนาน เฮฮา หรือตื้นตันใจ รักโรแมนติก ตามไปดูกันได้แล้วใน Netfix ดีงามแบบนี้ได้ใจไปเต็มๆ 8/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Deep โปรเจ็คต์ลับ หลับเป็นตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/593167

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Deep โปรเจ็คต์ลับ หลับเป็นตาย

โอ๊ยเล่าเรื่อง : Deep โปรเจ็คต์ลับ หลับเป็นตาย

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

..ทุกคนรู้ว่าคนเรา ควรนอนวันละแปดถึงสิบชั่วโมง

แต่ไม่เคยมีใครรู้เลยว่า คนเราจะอดนอนได้นานที่สุดเท่าไหร่..

หลังจากที่ GDH ส่ง Ghost Lab ฉีกกฎทดลองผี คุณหมอผู้สงสัยเรื่องผี มาเขย่าขวัญ ใน Netflix มาได้ไม่นานทรานฟอร์เนชั่น ก็เอาใจคอหนังระทึกขวัญด้วยการส่งนักเรียนแพทย์มาทำการทดลอง ที่มีความตายเป็นเดิมพัน ใน Deep โปรเจ็คต์ลับ หลับเป็นตาย หนังไทยเรื่องใหม่ ภายใต้แบรนด์ Netflix 

กลุ่มนักศึกษาแพทย์ ที่ต่างมีปัญหานอนไม่หลับ มาเข้ารับการทดลองพิเศษ เพื่อสกัดสารคิวราโทนีนแลกกับเงินมหาศาล เจนผู้อดหลับอดนอน เรียน อ่านหนังสือ ทำทุกอย่างเพื่อหาเงินเรียน และดูแลยายกับ จูน น้องสาวที่มีบางเรื่องที่เข้ากันไม่ได้ ทะเลาะกันตลอดเวลา

วิน สายปาร์ตี้ ประจำคณะแพทย์ ใช้ชีวิตท่ามกลางแสงไฟในงานปาร์ตี้ มากกว่าแสงไฟนีออนในห้องเรียน ซิน เซเลบฯประจำคณะ บิวตี้บล็อกเกอร์ ความงามชื่อดัง พีซ เด็กเนิร์ซเกมเมอร์ นอกจากเรื่องเรียนก็ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับโลกของเกม เกม เกม และก็เกม 

จากจุดเริ่มต้นด้วยการอดนอนเพียงไม่กี่วัน แล้วขยายเวลามากขึ้น ทุกคนต้องทำการทดลองให้เสร็จสิ้น ห้ามหลับ เผลอหลับได้แค่ 60 วินาที ไม่งั้น..ตาย  Deep โปรเจ็คต์ลับ หลับเป็นตาย มีพล็อตที่น่าสนใจ สามารถเล่นอะไรได้หลากหลาย ทั้งดราม่า และในส่วนของความสยองขวัญ เนื้อเรื่อง ตัวละคร บรรยากาศ เอื้อให้เกิดความสนุกได้ไม่ยาก ตัวหนังวางรายละเอียดตัวละครได้ค่อนข้างดี ทุกตัวละครมีปมที่หลากหลายต่างกันออกไป ตัวหนังใช้เวลาไม่มาก ในการทำความรู้จักตัวละคร ในบรรยากาศที่สบายง่ายๆ ไม่ซับซ้อนก่อนจะค่อยๆ สร้างเงื่อนไข ที่โยงไปถึงปมของแต่ละคน หลังจากที่เริ่มเข้าสู่การทดลอง

น่าเสียดายที่หนังไม่สามารถดึงเข้าไปสู่ความระทึกขวัญได้แบบเต็มที่ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างเอื้ออำนวย แต่พอถึงบทไคลแมกซ์บทเฉลยก็ง่าย การต่อสู้ การเอาตัวรอด การคลี่คลายปมของตัวละครทุกอย่างมันดูง่ายไปหมด หาความระทึกขวัญแทบไม่เจอ แทบไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ 

ยังดีที่นักแสดงเล่นได้ดี เล่นกันได้แบบเข้าขากันดี โปรดักชั่นดีงานด้านภาพ การตัดต่อเยี่ยม ออกไปแนวหนังโฆษณาหรือเอ็มวีดนตรีประกอบก็เร้าอามรมณ์หนังได้ดี และที่โดนมากๆ คือเพลงมีเพลงประกอบที่เข้ากับหนัง เพราะมาก

Deep โปรเจ็คต์ลับ หลับเป็นตาย อังเคิ่ล-อดิเรก วัฏลีลา มาช่วยกำกับ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง มาร่วมเขียนบท โดยมีผู้กำกับหลักๆมาจากรั้ว ม.กรุงเทพ สิตา ลิขิตวนิชกุล, เจตริน รัตนเสรีเกียรติ, อภิรักษ์ สมุดกิจไพศาล, ธนบดี เอื้อวิทยา ซึ่งทุกคนร่วมเขียนบทด้วย (ผู้เขียนบทอีก 1 คน คือ กิตติธัช นกงาม และได้ทีมสตันท์แมนของ หญิง-จุฬาลักษณ์ มาช่วยในฉากแอ๊กชั่น เรียกได้ว่ามีทีมงานมืออาชีพมาร่วมงานนี้หลายคน เรียกได้ว่าเป็นหนังไทยระทึกขวัญที่อาจจะยังไม่เต็มที่ แต่ก็ดูได้แบบเพลินๆ สบายๆ น่าจะเป็นก้าวแรกที่น่าสนใจของทีมผู้กำกับหน้าใหม่จาก ม.กรุงเทพ…สุดท้ายทุกคนเลือกที่จะนอนหลับอย่างเต็มที่มากกว่าที่จะหลับเป็นตาย แล้วไม่มีใครตื่นขึ้นมาอีกเลย 6/10 คะแนนสำหรับเรื่องนี้

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาซินแห่งเผ่าเหนือ (Kingdom: Ashin of the North) ..พืชชนิดนี้คืนชีพคนตายได้ แต่ต้องมีราคาให้ชดใช้.. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/591499

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาซินแห่งเผ่าเหนือ (Kingdom: Ashin of the North) ..พืชชนิดนี้คืนชีพคนตายได้ แต่ต้องมีราคาให้ชดใช้..

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด: อาซินแห่งเผ่าเหนือ (Kingdom: Ashin of the North) ..พืชชนิดนี้คืนชีพคนตายได้ แต่ต้องมีราคาให้ชดใช้..

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รอคอยกันมาข้ามปี กับ ตอนต่อของ Kingdom ซีรี่ส์ผีดิบซอมบี้ถล่มเมือง ที่สร้างจาก Kingdom of Gods คอมมิกส์ดังของเกาหลี หนังของ Netflix ทำออกมาถึง 2 ซีซั่น พร้อมกับทิ้งเหตุการณ์ต่อไปยัง ซีซั่น3

องค์ชายรัชทายาท พาหมอซอบี และ ยองซิน เดินทางขึ้นเหนือ เพื่อสืบสวนเรื่องราวต่างๆ โดยมีการปรากฏตัวของสาวสวยลึกลับ ที่เล่นเอาฮือฮากับคนดู เพียงการปรากฏตัวเพียงนิดเดียวแต่ เปรี้ยงปร้างไม่แพ้ตัวซีรี่ส์ทั้งเรื่องคือ “จวนจีฮุน” 

Kingdom : Ashin of the North ไม่ใช่ซีซั่น 3 แต่เป็นหนังความยาว 93 นาที ที่หยิบเอา “อาซิน” สาวปริศนา ท้ายซีซั่น 2 ออกมามีเรื่องราวเป็นของตัวเองสั้นๆ ง่ายๆ เส้นเรื่องหลักKingdom ตัวหนังพาเราย้อนกลับไป ในช่วงเวลาก่อนที่เกิดผีดิบบุกถล่มเมือง ใน Kingdom ซีซั่น 1-2 มีพล็อตเรื่องตามสูตรที่คุ้นเคยกันดี ชวนให้นึกถึงแนวหนังกำลังภายในการทรยศหักหลัง ครอบครัวถูกทำลาย กำพร้า ฝึกวิชา รอการเวลาในการกลับมาแก้แค้น การเอาคืน ตัวหนังชัดเจนในความเป็นหนังดราม่าแอ๊กชั่น แต่ด้วยความเป็นตอนย่อยของซีรี่ส์ซอมบี้ มีการใส่บรรยากาศรวมๆ ทั้งภาพ เสียง อารมณ์ มาแบบเน้นๆ เลยทำให้ความรู้สึก ความหลอนของบรรดาผีดิบ อบอวลอยู่กับหนังตลอดเรื่อง

จวนจีฮุน มารับบท อาซิน ที่มีพลัง ไม่ทำให้ผิดหวังกับบทดราม่าหนักๆ บีบคั้น บู๊กระจาย สู้สนั่น ฉีกไปจากภาพเดิมบทเดิมๆ ที่เคยเห็น บท “อาซิน” เด่นมากๆ ทั่งตอนโตที่ จวนจีฮุน นำแสดง หรือแม้แต่ช่วงวัยเด็ก เล่นดี ถอดบุคลิกกันมาแบบชัดๆ เน้นๆ ทุกคน และถึงแม้ตัวหนังจะแบ่งกันครึ่งๆ ระหว่างวัยเด็กกับวัยสาว แต่ก็ยังรู้สึกว่า “จวนจีฮุน”อยู่กับเราทั้งเรื่อง และ Kingdom : Ashin of the North ก็ยังเป็นหนังของ “จวนจีฮุน” โดยเฉพาะ นักแสดงคนอื่นถูกกลบลบหมดจนกลายเป็นแค่เพียงแค่ตัวประกอบ นักแสดงสมทบ เท่านั้น 

Kingdom : Ashin of the North เป็น หนัง Netfixที่ดูสนุกเพลินๆ เรื่องหนึ่งที่ดูได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเคยดูตัว Kingdom ซีรี่ส์หลักทั้ง 2 ซีซั่น มาก่อน 

ต่อจาก Kingdom : Ashin of the North จะมีการทำภาคแยกอีก 1 เรื่อง ใน The Crown Prince เรื่องราวของ “องค์ชายรัชทายาท” โดยจะเริ่มถ่ายทำปลายปีนี้ และมีกำหนดออกฉายในปี2023 ส่วนตัว Kingdom Season 3 นั้น ยังไม่มีกำหนดหรือข่าวคราวใดๆ ออกมา แม้ว่าอาจจะไม่สนุก เร้าใจ ตื่นเต้นเท่า Kingdom ชอบระดับ 8/10 คะแนน ที่ให้กับ“จวนจีฮุน” ล้วนๆ