Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463731

Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็ก

Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็ก13 เมษายน 2564 – 18:18 น.

พาสู่โลกแห่งความสุขในวัยเด็ก กับบีชแวร์ สีสันสดใส จาก AB. Angelys Balek Spring Summer 2021 “Baby Icing” Collection 

เมื่อลมแห่งฤดูร้อนมาเยือน ถึงเวลาของ AB. Angelys Balek (เอบี. แอนเจลิส บาเลก) อวดโฉมชุดว่ายน้ำคอลเลกชั่นใหม่ Spring Summer 2021 – “Baby Icing” ดึงความสดใสในวัยเด็กให้หวนคืนมาอีกครั้ง

Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็ก

ROMANCE IS THE ICING BUT THE LOVE IS THE CAKE!  ส่วนผสมความรักแบบฉบับของ แองจี้ – แอนเจลิส บาเลก ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ ส่งต่อความสุขถึงผู้หญิงทุกคน ผ่านความชื่นชอบของเธอที่มีต่อขนมเค้กที่เปรียบได้กับตัวแทนแห่งความทรงจำในวัยเด็ก งานเฉลิมฉลองของสมาชิกในครอบครัว เพื่อนสนิท กับการรอคอยช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นในขณะเป่าเค้กวันเกิด ลวดลายของเค้ก และการยืนอยู่ หน้าตู้เค้กในร้านเบเกอรี่เพื่อเลือกชิ้นที่ถูกใจมากที่สุด สร้างสรรค์เป็นบีชแวร์ที่โดดเด่นด้วยสีสันฉูดฉาด ลายพิมพ์สุดพิเศษพร้อมด้วยดีเทล หนึ่งเดียวไม่ซ้ำใคร 

“Baby Icing” คือ ความลงตัวของแฟชั่นและช่วงเวลาแห่งความสุข นำไอเดียการแต่งหน้าเค้กมาเป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงสไตล์ #ABWOMEN หญิงสาวที่รักในงานศิลปะและชื่นชอบการเดินทาง สะท้อนผ่านซิลลูเอตที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับชุดว่ายน้ำอันน่าตื่นเต้น SWAROVSKI (สวารอฟสกี้) ถูกนำมาประดับลงบนชุดว่ายน้ำ เปรียบเสมือนน้ำตาลตกแต่งขนม (Sprinkles) ที่โรยอยู่บนตัวเค้ก ลวดลายที่ครีเอทขึ้นจากงานศิลปะผสานเข้ากับแฟชั่นตามแบบฉบับ แอนเจลิส บาเลก กลายเป็นบีชแวร์ที่มาเติมเต็มความมั่นใจให้ผู้หญิง

Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็ก

ซีซั่นนี้ แอนเจลิส บาเลก เพิ่มดีกรีความเปรี้ยวซ่า ในงานดีไซน์ด้วยลายพิมพ์ที่ใช้เทคนิคเพ้นท์ติ้งภาพแนวแอบสแตก อาร์ต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยลายพิมพ์ของคอลเลกชั่นนี้ แอนเจลิส เลือกใช้คู่สีที่จัดจ้าน อย่าง สีน้ำเงิน Navy Peony – สีส้ม Tangerine Tango, สีเหลือง Yellow Iris – สีเขียว Jelly Bean Green, สีส้ม Flame Orange – สีชมพู Orchid Pink สื่อถึงความสดใสรับซัมเมอร์ ไอเดียการตกแต่งเค้กด้วย Pastry tip (หัวบีบครีมแต่งหน้าขนม) ถูกนำมาดัดแปลงสร้างสรรค์เป็นลายเส้นโค้ง ลายจุดในรูปแบบฟรีฟอร์ม รวมไปถึงการนำงานลูกไม้วินเทจหลายรูปแบบมาตีความใหม่ในสไตล์โมเดิร์น เทคนิคคอลลาจ (Collage) หรือ ศิลปะภาพปะติด และ เทคนิค โอริกามิ (Origami) หรือ การพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ สร้างลายพิมพ์ดอกไม้ในรูปแบบสามมิติ เพื่อความสวยงามบนชุดเดรสคาฟทัน (Kaftan Dress) และงานปักประดับเลื่อมแบบเต็มตัวที่ได้ช่างฝีมือผู้ชำนาญจากอิตาลีมาสร้างสรรค์ชุดว่ายน้ำที่ดึงดูดทุกสายตาบนคอนเซ็ปต์ Wearable Art บ่งบอกถึงดีเอ็นเอของแบรนด์ที่ผูกพันกับงานศิลปะมาโดยตลอด  

Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็ก

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบีชแวร์ที่เข้าใจในสรีระและโครงร่างของผู้หญิงทุกรูปแบบ แอนเจลิส บาเลกเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ชุดของเธอด้วยงานดีไซน์แบบ Laser-cut (เลเซอร์-คัท) ที่ยกระดับความเซ็กซี่แบบเหนือชั้นบนคอนเซปต์ Paper Art – ศิลปะกระดาษ ที่นำมาพัฒนาลงบนเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ แอนเจลิส บาเลก สนุกกับการนำฟอร์มของชุดเดรสวินเทจ อาทิ แขนตุ๊กตา การจับเดรป และงานระบายมาเพิ่มความอ่อนหวานน่ารักให้กับชุดบีชแวร์ที่สาวๆ สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ใส่ได้หลายโอกาสในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการนำผ้าลายทางมาดีไซน์ใหม่บนไอเดียของกระดาษห่อของขวัญที่แอนเจลิสตั้งใจส่งความสุขให้กับผู้หญิงทุกคนในทุกคอลเลกชั่น     

เติมความสดใสไปกับ AB. Angelys Balek Spring Summer 2021 Collection – Baby Icing ได้ที่ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่ หรือ ช่องทางออนไลน์ https://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalek, @angelysbalekth
#AB #ABWorld #ABAngelysBalek #ABSS2021

หน้าร้อนกับไอศกรีมเป็นของคู่กัน พบกับไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463713

หน้าร้อนกับไอศกรีมเป็นของคู่กัน พบกับไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ 

หน้าร้อนกับไอศกรีมเป็นของคู่กัน พบกับไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ 13 เมษายน 2564 – 14:49 น.

หน้าร้อนกับไอศกรีมเป็นของคู่กัน พบกับไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ 

อากาศร้อนๆ แบบนี้ คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ทานไอศกรีมอร่อยๆ เย็นชื่นใจ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ขอแนะนำไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเนื้อเนียนนุ่มในชาร์โคลวาฟเฟิลโคนแบบโฮมเมด โดยมีไอศกรีมให้เลือก 2 รส คือ วานิลลา และ ช็อกโกแลต 

หน้าร้อนกับไอศกรีมเป็นของคู่กัน พบกับไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ 
หน้าร้อนกับไอศกรีมเป็นของคู่กัน พบกับไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ 

โอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟรสช็อกโกแลต ของเราทำมาจากช็อกโกแลตคุณภาพสูง  สำหรับรสวานิลลาเราใช้วานิลลาแท้ๆ นำเข้าจากมาดากัสการ์ ไม่ใช่วานิลลาสังเคราะห์ เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด พร้อมเสิร์ฟให้ทุกคนได้ลิ้มลองในราคาเพียง 95 บาท หรือเพิ่มความอร่อยด้วยช็อตกาแฟเข้มข้นในราคา 140 บาท ที่สาขาโครงการเวลา หลังสวน และ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน ศกนี้ เท่านั้น  

หน้าร้อนกับไอศกรีมเป็นของคู่กัน พบกับไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ 
หน้าร้อนกับไอศกรีมเป็นของคู่กัน พบกับไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ 

ติดตามข่าวสาร กิจกรรม หรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจได้ทาง Facebook: The Coffee Academics Thailand และ Instagram: @TheCoffeeAcademicsTH 

สยามเซ็นเตอร์ ยกทัพไอศกรีม – เบเกอรี่ หวานฉ่ำแต่แซ่บรับซัมเมอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463706

สยามเซ็นเตอร์ ยกทัพไอศกรีม – เบเกอรี่ หวานฉ่ำแต่แซ่บรับซัมเมอร์

สยามเซ็นเตอร์ ยกทัพไอศกรีม - เบเกอรี่ หวานฉ่ำแต่แซ่บรับซัมเมอร์13 เมษายน 2564 – 13:27 น.

สยามเซ็นเตอร์ ยกทัพไอศกรีม – เบเกอรี่ หวานฉ่ำแต่แซ่บรับซัมเมอร์ ชวนทุกคนลิ้มลองในงาน “nICE CREAM Fest” ระหว่างนี้ถึง 19 เม.ย. 2564

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ชวนทุกคนมาดับกระหายคลายร้อน ให้ซัมเมอร์นี้หายคลั่งแบบสดใสซาบซ่า หวานแต่แซ่บกับทัพขบวนไอศกรีมหวานเย็นชื่นใจ เครื่องดื่มเย็นๆ และเบเกอรี่ร้านเด็ดแบรนด์ดังที่จะมาสาดความชุ่มฉ่ำสู่กระเพาะของทุกคนในงาน “nICE CREAM Fest” ยกขบวนไอศกรีมร้านดังมากมายกว่า 30 ร้านมาให้ลิ้มลองเต็มเอเทรี่ยม 1 – 2 ,พื้นที่ไอเดียอะเวนิว 4 บริเวณชั้น G ระหว่างนี้ถึงวันที่ 19 เม.ย. 2564 และสนุกเพิ่มเติมไปกับสีสันของความซ่าใน Kove.Cafe คาเฟ่สำหรับโคเรียเลิฟเวอร์ที่ชั้น 1 ถึงวันที่ 6 พ.ค. ณ  สยามเซ็นเตอร์ 

สยามเซ็นเตอร์ ยกทัพไอศกรีม - เบเกอรี่ หวานฉ่ำแต่แซ่บรับซัมเมอร์

ความหวานแต่แซ่บที่ทุกคนไม่ควรพลาดกับ Black Canyon เจลาโตสูตรอิตาเลียน ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพสูง เนื้อไอศกรีมแน่นเนียนนุ่ม ไขมันต่ำ มาพร้อมรสชาติพิเศษที่ทุกคนไม่ควรพลาดกับไอศกรีมผสมกัญชา “Cannabis Lime Sherbet” รสชาติเปรี้ยวจี้ดจ๊าดเติมความซาบซ่าช่วงซัมเมอร์ กินแล้วอินเทรนด์สุดๆ มาต่อความสดชื่นกับน้ำแตงโมปั่น Sunny Side แตงโมออร์แกนิคสายพันธุ์ USA ปั่นสดเนื้อล้วนไม่ผสมน้ำเชื่อมไม่ใส่น้ำแข็ง แต่ได้ความเย็นหวานฉ่ำชื่นใจ , I Sea Cream  ไอศกรีม-คุ้กกี้โฮมเมด ที่ไม่ต้องไปถึงบางแสนก็ได้ชิมไอศกรีมแสนอร่อยหลากรสชาติท้อปปิ้งด้วยคุ้กกี้โฮมเมดลายน่ารักๆอย่างน้องหมีน้องแมว 

สยามเซ็นเตอร์ ยกทัพไอศกรีม - เบเกอรี่ หวานฉ่ำแต่แซ่บรับซัมเมอร์

 Justjela ไอศกรีมสูตรอิตาเลียนแท้ซึ่งเชฟเรียนมาจาก Carpigiani, Gelato University ประเทศอิตาลี อร่อยได้ไม่อ้วน ไอศกรีมไขมันต่ำ/ไขมัน 0% ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% ไม่แต่งสีสังเคราะห์ ไม่มีนมผง ไม่ผสมน้ำมันพืช ไม่มีไขมันทรานซ์ ด้านในตัวไอศกรีมไม่มีเนื้อเค้ก เหมาะกับทุกเพศทุกวัยเด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี, Ghee Gelato House ร้านเจลาโต้โฮมเมดดังย่านท่าเตียน ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเนื้อไอศกรีมนุ่มเหนียวละลายยากเหมาะกับอากาศเมืองไทย รสชาติเข้มข้น พร้อมรสชาติกลิ่นอายไทยๆอย่าง รสมะพร้าวน้ำหอม, รสน้ำผึ้งมะนาว

สยามเซ็นเตอร์ ยกทัพไอศกรีม - เบเกอรี่ หวานฉ่ำแต่แซ่บรับซัมเมอร์

นอกจากนี้ยังมีร้านต่างๆที่น่าสนใจทั้ง  Sant De’ Nhuad ซองต์เดอร์หนวด หรือ ครัวซองต์ของหนวด วัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศสทั้งหมด พิเศษกับเมนูใหม่เปิดตัวที่นี่ที่แรกกับไอศกรีมโฮมเมดเนื้อละมุนเสิร์ฟคู่กับครัวซองต์ชิ้นโตหอมกรุ่นร้อนๆจากเตา , Croissant Factory ครัวซองต์อบอร่อยวัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศส ,Brett_Bake ร้าน Bakery สไตล์โฮมเมด ไฮท์ไลท์อยู่ที่ Mandarin orange cake เค้กส้มแมนดารินสุดฉ่ำ ที่เสิร์ฟเนื้อส้มแมนดารินแบบจุกๆ พร้อมราดด้วยซอสส้มที่เคี่ยวเองกับมือเปรี้ยวหวานลงตัว เป็นต้น 

ไม่เพียงเท่านี้สยามเซ็นเตอร์ยังชวนทุกคนไปสนุกกับ Kove.Cafe คาเฟ่เอาใจเหล่าโคเรียเลิฟเวอร์โดยเฉพาะที่จะมาสร้างบรรยากาศสีสันช่วงซัมเมอร์ที่ชั้น 1 โดยจะสลับสับเปลี่ยนธีมทุกๆหนึ่งสัปดาห์เพื่อให้ทุกคนได้ถ่ายรูปกับ Mini Gallery ศิลปินคนโปรด ถึงวันที่ 6 พ.ค. 2564    

สยามเซ็นเตอร์ ยกทัพไอศกรีม - เบเกอรี่ หวานฉ่ำแต่แซ่บรับซัมเมอร์

เลือกไอศกรีมได้แล้วอย่าลืมแวะแชะรูปสวยๆกับเลคเชอร์บาร์ เก้าอี้เลคเชอร์ที่ถูกจัดตั้งเรียงรายท่ามกลางสีสันสดใสให้ทุกคนได้โพสต์ท่าถ่ายรูปแต่ไม่ลืมที่จะเว้นระยะห่าง Social Distancing ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงสิทธิพิเศษของเหล่านักช้อป เพียงช้อปสินค้าภายในสยามเซ็นเตอร์ ทุก 500 บาทขึ้นไป สามารถแลกรับสเลอบี้แสนอร่อยที่สเลอปี้ สเตชั่น พร้อมฟังเพลงเพราะๆจาก Joox playlist ที่ครีเอท playlist สุดพิเศษเพื่องาน “nICE CREAM Fest” โดยเฉพาะ หรือถ่ายภาพแซ่บๆจากตู้สติกเกอร์ได้ทันที ยิ่งช้อปเยอะก็ยิ่งได้สิทธิเยอะ จำกัดจำนวน 100 สิทธิต่อวัน สมาชิก VIZ Card เลือกสิทธิได้เลยทั้งสองแบบ ถ่ายรูปสวยๆในงานแล้วอย่าลืมโพสต์ + แชร์ในโซเชียลมีเดียทั้ง FB , IG พร้อมติด #nICECREAMFest #SiamCenter สร้างสีสันรับซัมเมอร์ พิเศษ สมัครสมาชิก VIZ ผ่านเครื่องอัตโนมัติภายในงาน รับทันทีคูปองส่วนลด 50 บาท  สำหรับซื้อไอศกรีมจากร้านค้าที่ร่วมรายการภายในงาน      

อย่าพลาดความอร่อยจากไอศกรีมเนื้อนุ่มเย็นๆสดชื่นและหลากขนมเครื่องดื่มแสนอร่อยรับซัมเมอร์ในงาน  “nICE CREAM Fest” ที่สยามเซ็นเตอร์ยกทัพความหวานแต่แซ่บร้านเด็ดร้านดังมาให้ลิ้มลองถึงที่ ระหว่างนึ้ถึง 19 เม.ย. 2564 

“วัคซีนโควิด-19” คือคำตอบสุดท้าย คำถามคาใจ “ฉีดดี-ไม่ฉีดดี” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463620

“วัคซีนโควิด-19” คือคำตอบสุดท้าย  คำถามคาใจ “ฉีดดี-ไม่ฉีดดี”

"วัคซีนโควิด-19" คือคำตอบสุดท้าย  คำถามคาใจ "ฉีดดี-ไม่ฉีดดี"12 เมษายน 2564 – 11:25 น.

“วัคซีนโควิด-19” คือคำตอบสุดท้าย  คำถามคาใจ “ฉีดดี-ไม่ฉีดดี”

…ติดรึยัง ติดรึยัง… 
อยู่บ้านมาได้สิบสี่วัน ติดรึยัง ติดรึยัง 
ตรวจวัดไข้วันละพันครั้ง ติดรึยัง ติดรึยัง อยากตรวจโรคแต่ไม่มีตังค์…

เพลงของ Noth Getsunova อาจจะแทงใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่มันกลับมาอีกแล้ว และนักวิชาการบางคนประเมินว่าการแพร่ระบาดละลอกใหม่นี้จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากกว่าปีที่แล้วหลายเท่า..โควิด-19 แม้ ณ วันนี้ประเทศไทยเริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วในหลาย ๆ พื้นที่ เปิดให้ลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยง กระนั้น ยังคงมีนานาคำถามคาใจเกี่ยวกับโควิด-19 อาทิ ฉีดวัคซีนดีมั้ย ฉีดแล้วยังจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยอีกหรือเปล่า ร่างกายเราสามารถรักษาโควิด-19 ได้เองหรือไม่ ทุกคนควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไหม……

รายการ Rama Variety ของ RAMA CHANNEL ขับเคลื่อนสังคมไทยให้สุขภาพดี รายการที่นำเสนอเรื่องน่ารู้หลากหลายมุมมองเกี่ยวกับสุขภาพ พาไปหาคำตอบจาก ศ. พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

Q วัคซีนโควิด-19 สามารถป้องกันการติดเชื้อได้มากเพียงใด 
ต้องบอกว่าบางทีวัคซีนโควิด-19 อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปอธิบายถึงการแพร่กระจายของโควิด-19  ก่อน โควิด-19 เกิดจากไวรัส ซึ่งเชื้อแพร่กระจายได้ง่ายผ่านทางละอองน้ำมูก ละอองน้ำลาย โดยการติดเชื้อเกิดขึ้นได้ 2 ทาง 
1. การอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ คือห่างกันน้อยกว่า 1 เมตร เมื่อผู้ติดเชื้อไอจามหรือพูด และละอองน้ำมูก ละอองน้ำลายกระเด็นเข้าจมูกเข้าปากของอีกฝ่ายโดยตรง 

2. เมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจามแล้วเชื้อโรคจากละอองน้ำมูก ละอองน้ำลาย ไปติดตามพื้นผิวพื้นที่สาธารณะ เช่น บนพื้น ราวบันได หรือกรณีที่มือผู้ติดเชื้อเปื้อนละอองเหล่านั้นและไปจับตามพื้นที่สาธารณะ ฉะนั้นเวลาที่เราไปจับหรือสัมผัสตามพื้นที่สาธารณะแล้วเผลอมาจับหน้า ป้ายตา แคะจมูก หรือจับปาก ซึ่งเป็นทางเข้าของเชื้อโรคอีกทางหนึ่ง จะเกิดการรับเชื้อไปด้วย 

ฉะนั้นถามว่า มีวัคซีนโควิด-19 แล้วเราทำชีวิตตามปกติ ไม่ต้องสวมหน้ากาก ไม่ต้องล้างมือบ่อย ๆ ไม่ต้องเว้นระยะห่างได้มั้ย ต้องบอกว่า “ไม่ได้” เรายังคงต้องป้องกันตนเองอย่างที่เคยทำมา เนื่องจากข้อมูลของวัคซีนตอนนี้ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ แต่ถ้ามีการติดเชื้อแล้วจะลดความรุนแรงลงรวมถึงลดอัตราการเสียชีวิต

Q ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอีกต่อไป
ต้องบอกว่าวัคซีนทุกชนิดในโลกนี้  ไม่มีวัคซีนชนิดไหนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนโควิด-19 หรือวัคซีนอื่นๆ  ที่มีมาก่อนหน้านี้   วัคซีนที่เรามีอยู่ในขณะนี้บางชนิดประสิทธิภาพเต็มที่อาจจะสัก 60 เปอร์เซ็นต์หรือบางยี่ห้ออาจมากถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีวัคซีนไหนที่ให้ประสิทธิภาพเต็มร้อย   ปัจจุบันแม้จะฉีดวัคซีนครบโดส   คือฉีด 2 เข็มแล้ว อย่างไรเรายังคงต้องป้องกันตัวเหมือนเดิม

Q ทุกคนควรได้รับวัคซีน
ในความเป็นจริงการได้รับวัคซีนทุกคนเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ด้วยกำลังการผลิตยังทำได้ไม่เต็มที่ จึงต้องทยอยให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงก่อน

Q เมื่อได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ให้ประสิทธิภาพยาวนานแค่ไหน
ณ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าจะต้องฉีดซ้ำหรือไม่  ทั้งนี้ การที่เราจำเป็นต้องฉีดซ้ำหรือไม่ขึ้นกับ 2 ประเด็นหลัก ๆ 
1.ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของเราว่าจะอยู่นานแค่ไหน  ถ้าภูมิคุ้มกันลดลงจนถึงเกณฑ์ที่ป้องกันโรคไม่ได้ ก็ต้องฉีดซ้ำ 
2.การกลายพันธุ์ของไวรัส  ถ้าไวรัสกลายพันธุ์หมายความว่าวัคซีนที่เราได้รับไม่สามารถจะป้องกันการติดเชื้อของไวรัสนั้นได้ 

Q การฉีดวัคซีนโควิด-19 และการตรวจเชื้อ โควิด-19 มีค่าใช้จ่ายหรือไม่
ขณะนี้รัฐบาลได้จัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนฟรี โดยเป็นวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย   แต่จะได้รับครบทุกคนหรือไม่ต้องว่ากันอีกที   ส่วนการตรวจหาเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด-19 นั้น  เราพยายามวินิจฉัยให้เร็ว  เพื่อจะส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล ป้องกันการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่น

สำหรับการเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด-19 นั้น ตามโรงพยาบาลถ้าเข้าเกณฑ์ความเสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เช่น ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ผู้ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสโรคสูง เข้าเข้าไปพื้นที่สีแดง หรือใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ สามารถเข้ารับการตรวจฟรี

Q ทุกคนควรจะเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 หรือไม่
ในความเป็นจริงไม่ใช่ว่าทุกคนจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ   เพราะบางคนไม่ได้เดินทางไปที่ไหนเลย อยู่แต่บ้านไม่มีความเสี่ยงอะไร แต่ถ้าไม่แน่ใจสามารถปรึกษาแพทย์หรือขอเข้ารับการตรวจได้

Q การจะหยุดเชื้ออย่างแท้จริงต้องมีข้อปฏิบัติอย่างไร
ประการแรกคือ การป้องกันตัวเองก่อน มีสติตลอดเวลา ทั้งนี้มี 3 อย่างที่ต้องทำตลอดเวลา คือ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ยิ่งถ้าต้องออกนอกบ้านให้พกเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ  และต้องมี Social Distancing คือการเว้นระยะห่างต้องทำอย่างต่อเนื่องและทำไปเรื่อยๆ รวมทั้งให้ความร่วมมือในการวัดอุณหภูมิ และสแกนแอปพลิเคชันที่ได้รับการแนะนำ

Q สำหรับคนที่มีรู้สึกมีอาการไม่อยากบอกไทม์ไลน์ แต่ใช้วิธีการกักตัว 14 วันแทนได้ไหม ร่างกายเราสามารถรักษาหายได้เอง
เชื้อที่ทำให้เกิดโควิด-19 เป็นเชื้อไวรัส ถามว่าถ้าเราแข็งแรงจริงๆ  สามารถรักษาหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยาได้   โดยเฉพาะถ้าไม่มีอาการเลย และเป็นคนหนุ่มสาวที่ไม่มีโรคประจำตัว   เช่นเดียวกับการเป็นไข้หวัด  แต่ประเด็นคือ  เราไม่สามารถทราบได้เลยว่าเราจะเป็นคนส่วนน้อยที่บังเอิญมีอาการแย่ลงและเกิดอาการเชื้อลงปอด และเกิดปอดอักเสบหรือไม่

ทั้งนี้  ในผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ถ้าอาการทรุดลงจะเกิดขึ้นในช่วงคือปลายสัปดาห์แรก คือประมาณวันที่ 6-7 หลังมีอาการ ฉะนั้นก็ต้องนั่งลุ้นอาการว่าจะแย่ลงมั้ย  จะเหนื่อยจะหอบมั้ย  ถ้าอาการแย่ลง อาจจะเกิดอาการปอดอักเสบ  ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้น อาจจะช้าไปแล้ว ยาอาจจะช่วยไม่ทัน แต่ถ้าได้รับยาเร็วจะให้ผลในการรักษาได้ดีกว่า

สรุปคือ แม้วัคซีนโควิด-19 จะมาแล้ว แต่วิถี New Normal ยังคงต้องมี สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง กินอาหารจานใครจานมัน ไม่ควรเอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยง ที่มีคนหนาแน่น อากาศถ่ายเทไม่ดี เป็นดีที่สุด.
#โควิด-19  #ฉีดวัคซีนโควิด19 #วัคซีนโควิด19

Rama Variety – วัคซีน Covid 16/02/64 | RAMA CHANNEL – YouTube

เล่าขานตำนาน “ชื่นสุข สงกรานต์” ร้องเล่นเพลงพื้นบ้านใจกลาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กับ “เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน” ครั้งที่ 4 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463559

เล่าขานตำนาน “ชื่นสุข สงกรานต์”  ร้องเล่นเพลงพื้นบ้านใจกลาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  กับ “เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน” ครั้งที่ 4 

เล่าขานตำนาน "ชื่นสุข สงกรานต์"  ร้องเล่นเพลงพื้นบ้านใจกลาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  กับ "เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน" ครั้งที่ 4 11 เมษายน 2564 – 13:53 น.

เล่าขานตำนาน “ชื่นสุข สงกรานต์”  ร้องเล่นเพลงพื้นบ้านใจกลาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  กับ “เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน” ครั้งที่ 4 

ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์แบบวิถีใหม่  กับการรับชมการแสดงทางวัฒนธรรมที่ทุกคนคิดถึง  ย้อนวันวานความสุข อบอุ่นหัวใจไปกับ “เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน” (MBK Center Music & Performance Fest) โดย  ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ผนึกหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มวัฒนธรรมพื้นบ้าน และสถาบันการศึกษา เดินหน้าสร้างแลนด์มาร์คปักหมุด งานดนตรีและการแสดงใจกลางเมือง ในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน  

เล่าขานตำนาน "ชื่นสุข สงกรานต์"  ร้องเล่นเพลงพื้นบ้านใจกลาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  กับ "เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน" ครั้งที่ 4 

โดยสำหรับเดือนเมษายนนี้ เริ่มต้นด้วยความชื่นมื่น  “เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน  ครั้งที่ 4”  ตอน  “ชื่นสุข สงกรานต์” บริเวณ ลานกิจกรรม พญาไท ฮอลล์  ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  สัมผัสวัฒนธรรมการร้องเล่นเพลงพื้นบ้าน โดยนักแสดงกลุ่มคนรุ่นใหม่จาก กลุ่มเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน และ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี  ที่นำการแสดงดีๆ หาชมได้ยาก ประยุกต์นำความร่วมสมัยมาผสมผสานมาให้รับชมอย่างสนุกสนาน  โดยได้รับเกียรติจาก  รศ.บัวผัน สุพรรณยศ อุปนายกสมาคม สมาคมเพลงพื้นบ้านภาคกลางประเทศไทย ในการสร้างสรรค์ประพันธ์ร้อยเรียงเพลงให้ ทั้งเพลงยั่วกลองยาว เพลงพวงมาลัย และ เพลงอีแซวมาเผยแพร่ให้ผู้ชมอย่างเต็มที่ 

เล่าขานตำนาน "ชื่นสุข สงกรานต์"  ร้องเล่นเพลงพื้นบ้านใจกลาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  กับ "เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน" ครั้งที่ 4 

การแสดงเปิดตัวด้วย ขบวนแห่กลองยาวสุดคึกคัก จากนั้นพ่อเพลง แม่เพลงและนักแสดงเยาวชน กลุ่มเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน ที่ได้ร่วมกันร้องเล่นในชุดการแสดง เพลงยั่วกลองยาว การร้องโต้ตอบของหนุ่มสาวประกอบดนตรีกลองยาว  ต่อด้วยการแสดงเลิเก ตอนพิเศษ “ลานรัก MBK” ชมการพระนางเกี้ยวพาราสี และตบตีอย่างเร้าใจ ย้อนนึกถึงบรรยากาศหนุ่มสาวเที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์อย่างครื้นเครง ต่อด้วย เพลงพวงมาลัย เล่าขานตำนานสงกรานต์ เสนอรูปแบบถาม-ตอบ  เรื่องขนบบประเพณีดั้งเดิมของการเล่นเพลงพื้นบ้านไทย และใช้ไหวพริบปฏิญาณในการโตตอบของนักแสดงอย่างสนุกสนาน    โดยระหว่างแสดงมีเซอร์ไพร์สจากน้อง ชญานิษฐ์ แก้วแหวน นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เยาวชนเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้านรุ่นที่ 4 ที่วันนี้มาในฐานะผู้ชม และขึ้นเวทีร่วมร้องเพลงฉ่อยแบบสดๆ ให้ผู้ชมในงานฟัง พร้อมเชิญชวนให้เยาวชน มาร่วมสืบสานการแสดงประเพณีไทยๆ ให้คงอยู่กับคนไทยตลอดไป   

เล่าขานตำนาน "ชื่นสุข สงกรานต์"  ร้องเล่นเพลงพื้นบ้านใจกลาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  กับ "เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน" ครั้งที่ 4 

จากนั้น สุธาทิพย์ ธราพร (สมหญิง ศรีประจันต์) ทายาทของแม่ขวัญจิต ศิลปินแห่งชาติปี 2539   นำคณะนักแสดงเครือข่ายเยาวชนเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน มาสร้างความคึกครื้นแบบไทยๆ กับ เพลงอีแซวชื่นสุขสงกรานต์ ก้าวผ่าน โควิด เพลงพื้นบ้านของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 150 ปี เดิมเป็นเพลงที่หนุ่มสาวใช้ร้องรับลูกคู่เพื่อเกี้ยวพาราสี ปัจจุบันถูกประยุกต์ลักษณะการร้องให้มีความทันสมัยสะท้อนเรื่องราวความเป็นอยู่ในยุคปัจจุบันมากขึ้น   

ปิดท้ายที่ การแสดงเพลงคล้องช้าง เพลงประกอบการเล่นคล้องช้างของหนุ่มสาวในเทศกาลสงกรานต์ ของชาวไทยภาคกลางที่สืบต่อกันมาอย่างช้านานลักษณะการเล่น ให้หนุ่มสาวยืนล้อมวง แล้วให้คนตรงกลางได้คล้องผ้าเลือกคนที่จ้องการร่ายรำด้วย  การละเล่นนี้สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน ให้ผู้เล่นมีโอกาสสานสัมพันธ์ มิตรภาพความผูกพันแก่กัน  และในโอกาสนี้เหล่านักแสดง กลุ่มเพาะกล้าพันธุ์เก่งเพลงพื้นบ้าน ได้เชิญชวนให้ผู้ชมงาน เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน ครั้งที่ 4 ได้มีส่วนร่วมในการแสดงเพลงคล้องช้างอย่างสนุกสนาน เกิดแรงบันดาลใจในการส่งเสริมสืบทอดภูมิปัญญาไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้นไป  

เล่าขานตำนาน "ชื่นสุข สงกรานต์"  ร้องเล่นเพลงพื้นบ้านใจกลาง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  กับ "เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน" ครั้งที่ 4 

สำหรับความสนุกครั้งต่อไปใน  “เทศกาลดนตรี มาร้อง เล่น เต้น กัน ครั้งที่ 5”  จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2564  บริเวณ ลานกิจกรรม ชั้น G  โซน A   เวลา 16.30 น. – 18.00 น. ในตอน “เสน่ห์แห่งศิลปะการต่อสู้ไทย” ปลุกความตื่นเต้นเร้าใจใน   โดย กลุ่มเยาวชนศรศิลป์นาฏมวยไทย  ดีกรีแชมป์เวที นาฏมวยไทยอีซูซุ  โครงการ “รักชาติ รักษ์มวยไทย และผู้ชนะผลโหวตอันดับที่ 3 จากคนดูทั่วประเทศ ในรอบตัดสิน เวที Thailand Got Talent ซีซั่นที่ 3  ที่จะมาโชว์ศาสตร์และศิลป์การต่อสู้มวยไทยโบราณ รวมถึง การแสดงหุ่นละครเล็กที่จะทำให้ทุกคนทึ่งไปกับการเคลื่อนไหวอย่างสวยงามของหุ่นละครไทย  

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการส่งเสริม สืบสานศิลปวัฒนธรรม  สัมผัสความสุขที่ทุกคนคาดไม่ถึง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ตลอดทั้งงาน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ http://www.mbk-center.co.th และwww.facebook.com/mbkcenterth   #มาMBKกัน  #TheNextEpisode   #มาชิลกัน

“เขื่อน ภัทรดนัย” เปิดพอดคาสต์ “Genderista” ชวนคุยความหลากหลายทางเพศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463517

“เขื่อน ภัทรดนัย” เปิดพอดคาสต์ “Genderista” ชวนคุยความหลากหลายทางเพศ

"เขื่อน ภัทรดนัย" เปิดพอดคาสต์ "Genderista" ชวนคุยความหลากหลายทางเพศ11 เมษายน 2564 – 07:09 น.

“เขื่อน ภัทรดนัย” ควงแขนตัวละครลับ “ระฆังทอง” เพื่อนสนิทจากอังกฤษ จัดรายการ “Genderista” ชวนคุยเรื่องความหลากหลายทางเพศและความสัมพันธ์แบบเปิดอกสนุกสนาน หวังสร้างค่านิยมและความเข้าใจเปิดกว้างในสังคมไทย

“เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ” นักจิตบำบัดฝึกหัดและอดีตนักร้องวงเคโอติก จับมือตัวละครลับ “ระฆังทอง Queen of Soho” เพื่อนสนิทครั้งเรียนปริญญาเอกที่อังกฤษด้วยกัน จัดรายการ “Genderista” ด้วยแนวคิด “เพราะโลกนี้ ไม่ได้มีแค่ชายและหญิง” ออกอากาศทางยูทูปช่อง Koendanai และพอดคาสต์ช่อง Genderista Podcast ซึ่งเป็นรายการที่พูดคุยแบบเปิดอกเรื่องความสัมพันธ์และเพศ(สัมพันธ์) ในรูปแบบสนุกสนาน ไม่จำเจ ตรงไปตรงมา มีเนื้อหาที่เป็นปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับถึงความสัมพันธ์และความเท่าเทียมทางเพศแบบหลากหลาย และแตกต่างให้แก่สังคมไทย

"เขื่อน ภัทรดนัย" เปิดพอดคาสต์ "Genderista" ชวนคุยความหลากหลายทางเพศ

“ตั้งแต่ “เขื่อน” กลับมาจากอังกฤษรอบนี้ จะเห็นได้ว่า เขื่อนสนับสนุนเรื่องเสื้อผ้าไร้เพศ ความเท่าเทียมทางเพศ และประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับ LGBTQ+ ทำให้มีทั้งคนใกล้ตัว และแฟนคลับส่งข้อความมาปรึกษาปัญหาเรื่อง LGBTQ+ และประเด็นเรื่องความสัมพันธ์เยอะมาก ทำให้เขื่อนตระหนักว่า ต้องออกมาสร้างองค์ความรู้และช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวแบบจริงจัง จึงตั้งใจทำรายการ Genderista ออกมาครับ” เขื่อน ภัทรดนัยกล่าว

เขื่อน  กล่าวต่อว่า “แต่ถ้าเขื่อนออกมาทำรายการรณรงค์เรื่องเพศและความสัมพันธ์คนเดียว ผู้ฟังอาจจะได้มุมมองที่มาจากเขื่อนคนเดียว อาจจะไม่หลากหลายตามคอนเซปต์ของรายการที่เราตั้งใจไว้ เขื่อนเลยคิดถึงเพื่อนรักซึ่งเรียนด้วยกันที่อังกฤษ เลยชวนกันมาทำรายการ  ระฆังทองเพื่อนเขื่อนคนนี้เป็นคนตลกมาก และมีประสบการณ์เรื่องความสัมพันธ์และเพศหลากหลายมาก เขาไปเรียนที่อังกฤษก่อนเขื่อนหลายปี และใช้ชีวิตคุ้มค่า เป็นที่รู้จักในหมู่นักเรียนไทยในอังกฤษ จนได้ฉายาว่า “Queen of Soho” เวลาที่เขื่อนคุยกับระฆังทอง เพื่อนๆ จะชอบฟัง เพราะเวลาเราคุยกันสองคนแล้วสนุกมากครับ ชอบถกเถียงเรื่องต่างๆ ได้เป็นครึ่งค่อนวันแบบไม่รู้ตัวครับ”  

"เขื่อน ภัทรดนัย" เปิดพอดคาสต์ "Genderista" ชวนคุยความหลากหลายทางเพศ

ขณะที่ “ระฆังทอง Queen of Soho”  กล่าวว่า รายการ Genderista มีสโลแกนว่า “เพราะโลกนี้ ไม่ได้มีแค่ชายและหญิง” อันสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นนอนไบนารี่ (non-binary) หรืออทวิลักษณ์ ซึ่งเป็นแนวทางที่รายการใช้นำเสนอ ถกเถียง สร้างองค์ความรู้ และเผยแพร่ความเข้าใจในประเด็นต่างๆ โดยไม่ยึดติดกับแนวคิดแบบแบ่งแยก ทว่ามีความไหล่ลื่นไปตามบริบทและกาลเวลาที่ไม่ตายตัว 

เหตุผลที่ไม่เปิดหน้าตัวเอง ไม่ใช่เพราะต้องปิดบัง เพียงแต่อยากนำเสนอตัวเองในมุมมองของระฆังทอง ซึ่งเป็นฮีโร่ของตัวเราเอง มาเปิดเผยเรื่องราวในอดีต และถกเถียงปัญหากับเขื่อน ซึ่งตัวเองหวังว่าตัวละครลับนี้และรายการของเราจะทำประโยชน์ให้แก่สังคม ทั้งช่วยเหลือน้องๆที่กำลังโตให้มีความเข้าใจเรื่องเพศที่หลากหลาย และความพันธ์ที่ซับซ้อนที่มีมากขึ้นในยุคปัจจุบัน 

“เราอยากสร้างรายการ sex education แบบสนุกๆ ในรูปแบบที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน ดูไปได้ทั้งเสียงหัวเราะและความรู้รายการแรกในเมืองไทย ที่สามารถคุยเรื่องเพศแบบเปิดอก และไม่ต้องอายเวลาพูดในที่สาธารณะ แถมสอดแทรกประสบการณ์ที่ระฆังทองและตัวเขื่อนได้มีมาจากการใช้ชีวิตในต่างประเทศอีกด้วยค่ะ” ระฆังทองกล่าว    

รายการ Genderista ซีซั่นแรกออกอากาศแล้ว 4 ตอน โดยมีเนื้อหาครอบคลุมจักรวาลเรื่องเพศและความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เจาะจงแค่กลุ่ม LGBTQ+ แต่สำหรับทุกเพศ ทุกวัย ได้แก่ ความสัมพันธ์แบบเปิด (open relationship) แสลงภาษาอังกฤษที่ใช้ในกลุ่ม LGBTQ+ การนัดบอด การเปิดตัวและการรับมือจากคนรอบข้าง ความรุนแรงในครอบครัว (domestic violence) เป็นต้น ซึ่งเป็นหลายๆหัวข้อที่ยังไม่ค่อยถูกพูดถึงในสังคมไทย ผู้สนใจสามารถรับชม Genderista ที่ช่องยูทูป Koendanai และรับฟังผ่านช่องพอดคาสต์ Genderista Podcast ได้ทาง Spotify Apple Podcast Google Podcast และ Soundcloud เดือนละสองครั้ง (ทุกวันจันทร์เว้นจันทร์) 

“ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463476

“ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง”

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง" 10 เมษายน 2564 – 14:22 น.

“ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง” อาหารไทยโบราณหารับประทานยากพร้อมเครื่องเคียง 9 มงคล

ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูต้นตำรับด้วย “ข้าวแช่ข้างวัง” โดยฝีมือจาก เชฟโธมัส วรพล อิทธิคเณศร เชฟอาหารไทยที่มากด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี  ที่จะมาเผยเคล็ดลับในการทำตำรับข้าวแช่โบราณที่สุดพิถีพิถันจะกระทั่งออกมาเป็นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง”  ที่เลอค่าน่ารับประทาน โดยลูกค้าสามารถมาลิ้มลองด้วยตัวเองหรือจะส่งมอบให้เป็นของขวัญต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้  

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง"

มี 4 แบบที่บรรจุไว้ในกล่องสวยหรูให้เลือก ได้แก่  ชุดเล็กราคา 495 บาท  ชุดเล็กพร้อมมาลัยราคาชุดละ 750 บาท  ชุดใหญ่ในรูปแบบปิ่นโตไม้สานราคา 1,290 บาท และข้าวแช่ชุดใหญ่ในรูปแบบปิ่นโตไม้สานพร้อมมาลัยราคาชุดละ 1,590 บาท  หรือรับประทานในร้านราคา 385 บาท โดยเมนูตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง” นี้จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันนี้  – 30 มิถุนายน ศกนี้  

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง"

เชฟโธมัส วรพล อิทธิคเณศร กล่าวว่า “การรังสรรค์เมนูข้าวแช่ข้างวังในครั้งนี้ ผมได้ลงมือทำอย่างพิถีพิถันและมีการลงรายละเอียดอย่างประณีต ที่เริ่มตั้งแต่การขัดล้างข้าวถึง 7 ครั้ง โดยนำข้าวสารไปล้างน้ำและขัดด้วยสารส้มเบาๆ จนน้ำล้างข้าวใส  ซึ่งผมได้เลือกใช้ข้าวสารคุณภาพดีจาก จ.ปทุมธานี  ในส่วนของน้ำลอยดอกไม้ข้าวแช่ตำรับข้างวังครั้งนี้ ผมได้ใช้วิธีการร่ำน้ำอย่างไทยโดยใช้ดอกมะลิ กุหลาบมอญ และเทียนร่ำกระดังงา และในส่วนของเครื่องเคียง 9 มงคลนั้นก็ได้มีการปรุงแต่งออกมาอย่างพิถีพิถัน อาทิ เกสรไพลิน (ดอกอัญชันสอดไส้ไข่เค็ม), หมูฝอยเส้นทอง, ลูกกะปิทอด ,หอมแดงสอดไส้กุ้ง, ปลายี่สนผัดหวาน ,พริกหยวกสอดไส้, การะเวกสอดสี (หมูสับห่อกุนเชียง),ไชโป๊วผัดน้ำตาลโตนด, และเครื่องผักสดผักเคียงจักดอก เพิ่มอรรถรสในการรับประทานและตัดรสชาติได้ดีครับ” เชฟโธมัส กล่าว

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง"

ท่านใดเป็นแฟนพันธุ์แท้ข้าวแช่ต้องไม่พลาดเมนูตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง”  ไม่ว่าจะรับประทานเอง หรือจะส่งมอบเป็นของขวัญให้คนที่ท่านรัก  สามารถสั่งจองได้ที่ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ณ โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.30 – 21.00 น. และบริการเดลิเวอรี่ ผ่านไลน์ : Thonglor Cuisine โทร. 092-966-2563, 02-000-4701 เวปไซต์ http://www.thong-lor.com เฟซบุ๊ก,อินสตาแกรม Thonglor Cuisine‬ และอย่าลืมติดตามช่องทางใหม่กับเรื่องราวงานหัตถศิลป์เอาใจคนรักงานฝีมือ อินสตราแกรม: Sri.thonglor‬‬‬

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463472

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง10 เมษายน 2564 – 13:34 น.

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง แก้ปัญหาต่อมไทมัสโตผิดปกติหรือเนื้องอกของต่อมไทมัส โดย นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะ  ทางด้านโรคปอด โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

ในอดีต หากเห็นใครบางคนที่มีปัญหาลักษณะของหนังตาตก อาจไม่ใช่มาจากสาเหตุของกล้ามเนื้อหย่อนหรืออายุที่เปลี่ยนไป แต่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงบริเวณใบหน้าหรือที่เรียกว่า “โรคมัยแอสทีเนีย กราวิส” ( Myasthenia Gravis : MG)    ที่คนไทยมักนิยมเรียกว่า “โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ เอ็มจี” โดยโรคนี้เกิดจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติไปทําลายตัวรับสัญญาณประสาทที่อยู่บนกล้ามเนื้อของตัวเอง ทําให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยปัจจุบันยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุของความผิดปกติของโรคได้  อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง(MG) คือ อาการหนังตาตก ส่งผลทำให้เห็นภาพซ้อน  อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นในช่วงเช้า ๆ หลังจากตื่นนอนหรือหลังจากพักหลับตา ในบางรายอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ของร่างกาย รวมไปถึงระบบส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการ เช่น แขนขาอ่อนแรง เกิดอาการตะคริว รวมไปถึงส่งผลต่อการกลืนอาหารหรือการหายใจ  จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากอายุรแพทย์ระบบประสาท 

นพ.ศิระ เลาหทัย กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MG) ควรได้รับการตรวจหาภาวะต่อมไทมัสโตผิดปกติหรือเนื้องอกของต่อมไทมัสด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก (CT chest) โดยมักจะพบร่วมด้วยประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วย ในวิธีการรักษาปัจจุบันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MG) สามารถรักษาได้ด้วยยาที่มีออกฤทธิ์ลดการทำลายสารสื่อประสาทที่บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และในผู้ป่วยกลุ่มที่มีเนื้องอกต่อมไทมัสควรได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ส่วนในบางรายที่ไม่มีเนื้องอกอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยหลังได้รับการผ่าตัดโดยส่วนมาก มักจะมีอาการที่ดีขึ้นและสามารถลดการใช้ยากดภูมิคุ้มกันลงได้

การผ่าตัดต่อมไทมัสไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ต่อมไทมัสปกติเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณหน้าหัวใจ โดยตัวต่อมมีลักษณะคล้ายผีเสื้อ ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันในช่วงแรกเกิด จากนั้นตัวต่อมไทมัสจะค่อย ๆ ฝ่อลงจนเป็นเพียงเนื้อเยื่อไขมันในช่วงผู้ใหญ่ ฉะนั้นการตัดต่อมไทมัสไปจะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบในร่างกาย    

การผ่าตัดนั้นในอดีตได้ทำการผ่าเปิดกระดูกบริเวณหน้าอก ( Median sternotomy) แต่ปัจจุบันการผ่าตัดต่อมไทมัส สามารถทำการผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง ( Video assisted thoracoscopic surgery; VATS thymectomy) แผลจุดเดียวขนาด 2.5 เซนติเมตร ข้างลำตัวทั้ง 2 ข้าง ระยะเวลานอนโรงพยาบาลเฉลี่ยเพียงแค่  2-3 วันเท่านั้น โดยจากการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดเปิดและการผ่าตัดส่องกล้อง นั้นไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของการผ่าตัด  นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในเรื่องของระยะเวลานอนโรงพยาบาลที่สั้นกว่า และมีสภาวะแทรกซ้อนทางร่างกายน้อยกว่า  อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดที่รักษาได้หายขาด แต่ การผ่าตัดต่อมไทมัส ส่งผลทำให้ผู้ป่วยมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มีพัฒนาการเรื่องของกล้ามเนื้ออ่อนแรงดีขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการรักษาโรคมัยแอสทีเนีย กราวิส หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งเป็นนวัตกรรมรูปแบบการรักษาสมัยใหม่ในการรักษา 

ผู้หญิงท้องยาก จงให้ความสำคัญกับ ไข่ มดลูก และฮอร์โมน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463400

ผู้หญิงท้องยาก จงให้ความสำคัญกับ ไข่ มดลูก และฮอร์โมน

ผู้หญิงท้องยาก จงให้ความสำคัญกับ ไข่ มดลูก และฮอร์โมน9 เมษายน 2564 – 12:46 น.

“ภาวะมีบุตรยาก”หมายถึงภาวะที่คู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้ทั้งที่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอนับวันไข่ตกและไม่ได้คุมกำเนิดโดยแบ่งเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า35ปีที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ภายใน1ปีและผู้หญิงอายุตั้งแต่35ปีขึ้นไปที่ไม่สามารถมีบุตรได้ภายในเวลา6เดือน

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) สาเหตุการมีบุตรยากที่มาจากฝ่ายชาย ได้ แก่ คุณภาพของสเปิร์ม ส่วนสาเหตุจากฝ่ายหญิงจะพบได้มากกว่า เนื่องจากระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงมีความซับซ้อนที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติได้ในหลายประการ  เช่น ปัญหาเรื่องรังไข่ คุณภาพของ
ไข่ ความผิดปกติของรอบเดือน มดลูก ท่อนำไข่อุดตัน เนื้องอกมดลูก ซีสต์รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่  เป็นต้น

ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์ที่ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาด้านการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยากและผู้ก่อตั้งเพจ Babyandmom.co.th สำหรับผู้มีบุตรยาก เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การตรงด้านมีบุตรยากที่เคยผ่านกระบวนการรักษาผู้มีบุตรยากมาทุกขั้นตอน พร้อมศึกษางานวิจัยจากผู้มีบุตรยากและการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์จากงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ  
จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลงานวิจัย ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ได้สรุปปัจจัยหลัก 3 ประการในการตั้งครรภ์ ไว้ดังนี้

1.ไข่
คือ วัตถุดิบตั้งต้นของการตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์เริ่มต้นที่เซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ได้พบกับสเปิร์มที่แข็งแรง ปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อน ฝังตัวในมดลูกและเติบโตในครรภ์ต่อไป ดังนั้นไข่ใบน้อยๆ ใบนี้จะกลายไปเป็นลูกน้อยในอนาคต ในร่างกายเรามีเซลล์หลายล้านเซลล์ ไข่ก็คือเซลล์ และเป็นเซลล์สืบพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย แต่เซลล์ไข่อ่อนไหวต่ออนุมูลอิสระมากๆ เซลล์ไข่เสื่อมง่าย เสียหายง่าย ฝ่อง่ายจากการทำลายของอนุมูลอิสระที่เกิดจากกระบวนการออกซิเดชั่นที่เกิดขึ้นในร่างกายเราทุกวัน ดังนั้นเซลล์ไข่ที่ไม่มีคุณภาพจึงเป็นปัญหาหลักที่สำคัญที่สุดจากฝ่ายหญิงที่ทำให้มีบุตรยาก

ผู้หญิงมีเซลล์ไข่กว่า 6-7 ล้านเซลล์ติดตัวมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ฟังดูเหมือนไข่มีจำนวนเยอะมาก แต่รู้หรือไม่ว่านับตั้งแต่วันที่ผู้หญิงเราคลอดออกมาเซลล์ไข่จะเหลือเพียง 1-2 ล้านเซลล์ และจากนั้นไข่ก็จะฝ่อไปเรื่อยๆ ทั้งจากอายุที่มากขึ้น และจากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ จนเมื่อถึงวัยมีประจำเดือน ไข่จะเหลือแค่ประมาณ 7 แสนใบ แต่ทั้งนี้จะมีไข่ที่มีผลทำให้ตั้งครรภ์ได้เพียงแค่ 400-500 ฟองเท่านั้น เพราะการตกไข่แต่ละครั้งจะมีไข่เพียงฟองเดียวที่สมบูรณ์และกว่าจะถึงวัยเจริญพันธุ์ หรือเมื่อถึงเวลาที่เราพร้อมมีลูกไข่ของผู้หญิงเราก็เหลือน้อยลงและเสื่อมคุณภาพลงเรื่อยๆ 

สาเหตุหลักที่ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมคุณภาพ
1.อายุของฝ่ายหญิงที่เพิ่มขึ้น 
นอกจากเซลล์ไข่จะลดจำนวนลงแล้ว ความผิดปกติทางโครโมโซมของเซลล์ไข่ก็จะเพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยผู้หญิงวัย 35 ขึ้นไปถือเป็นช่วงขาลงของวัยเจริญพันธุ์ ในทางการแพทย์ คุณภาพของเซลล์ไข่ (Egg Quality) เชื่อมโยงถึง “ความปกติทางโครโมโซมของไข่” โดยไข่ที่โครโมโซมปกติ เรียกว่า “euploid” ส่วนไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติเรียกว่า “aneuploid” ซึ่งไข่ที่มีโครโมโซมปกติ (Chromosomally normal egg) จะมีโครโมโซม 23 แท่ง เมื่อมีการปฏิสนธิจากอสุจิของฝ่ายชายที่มีโครโมโซมปกติอีก 23 แท่ง ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ก็จะมีโครโมโซมรวม 46 แท่ง ความสัมพันธ์ของอายุกับคุณภาพของไข่ก็คือ เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะมีไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติ (aneuploid) เพิ่มขึ้น ไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติ คือมีจำนวนโครโมโซมมาก หรือ น้อยกว่า 23 แท่ง  

โดยสถิติความผิดปกติของโครโซมของเซลล์ไข่ในแต่ละช่วงอายุปรากฏตามข้อมูล ดังนี้ 
•อายุ 25 โครโมโซมผิดปกติ 25%
•อายุ 35 โครโมโซมผิดปกติ 50%
•อายุ 40 โครโมโซมผิดปกติ 85-90% 
ซึ่งไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติอาจส่งผลให้ 
•อัตราการปฏิสนธิต่ำ (low fertilization rate)
•ตัวอ่อนไม่ฝังตัว (embryo fails to implant in the uterus)
•แท้งในระยะเริ่มแรก (early miscarriage)
•ทารกเป็นดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) 

2.อนุมูลอิสระ
 อนุมูลอิสระส่งผลต่อความเสื่อมของเซลล์ไข่และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้โครโมโซมเซลล์ไข่ผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วในร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระออกมาตลอดเวลาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร อนุมูลอิสระส่วนใหญ่มีอะตอมของออกซิเจนที่ไวต่อการทำปฏิกริยาออกซิเดชัน หรือเรียกว่า Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เซลล์ หากร่างกายเรามีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่จะมาจัดการกับ ROS ไม่เพียงพอจะทำให้เซลล์ต่างๆถูกทำลายจนเสื่อมไปเรื่อยๆ รวมถึงเซลล์ไข่ของผู้หญิงด้วย

มีงานวิจัยศึกษาพบว่า สาเหตุหลักของการทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่ประสบความสำเร็จมาจากตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ (รองลงมาคือปัญหาเรื่องผนังมดลูก)  ซึ่ง ตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์อาจมาจากโครโมโซมผิดปกติ สืบเนื่องมาจากเซลล์ไข่มีความเสื่อมจากอนุมูลอิสระ หรือไข่ที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นนั่นเอง เมื่อเกิดการรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนไป ส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้น lipid ซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมสภาพ (Oocyte aging) 

นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ไข่ได้มากยิ่งขึ้นในกระบวนการ “ทำเด็กหลอดแก้ว” เนื่องจากเซลล์ไข่ที่เก็บออกมา จะไม่มีของเหลวที่เรียกว่า “follicular fluid” ป้องกันอยู่เหมือนในร่างกายมนุษย์ ทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นไปอีก 

สำหรับผู้หญิงที่มีบุตรยาก ที่ต้องใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) การมีเซลล์ไข่ที่มีคุณภาพเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ ส่งผลต่อโอกาสในความสำเร็จ อย่างไรก็ตามการทำเด็กหลอดแก้วเป็นการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการคัดเลือกไข่และอสุจิตัวที่ดีที่สุด ซึ่งเทคโนโลยีช่วยในการคัดเลือกไข่ที่ดีได้ แต่ไม่สามารถทำให้ไข่มีคุณภาพได้

“คุณภาพของไข่” ขึ้นอยู่กับการบำรุงและสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายของผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ ต้องเตรียมบำรุง “วัตถุดิบตั้งต้น” ไปให้พร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมเซลล์ไข่ให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด และถูกทำลายน้อยที่สุดก่อนเข้ากระบวนการทางการแพทย์ด้วยการทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระให้เพียงพอ

ภาพเซลล์ไข่ที่เก็บออกมาจากรังไข่ เพื่อคัดเลือกไข่ที่สุก ที่มี โพลาร์บอดี้ (Polar Body) หรือ “PB” เข้าสู่กระบวนการ ICSI (เด็กหลอดแก้ว)

ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หลังจากการกระตุ้นไข่ จะมีการเก็บไข่เพื่อนำไปปฏิสนธิ ซึ่งไข่ที่เก็บมาได้นั้นไม่ได้หมายความว่าใช้ปฏิสนธิได้ทุกใบ แพทย์จะเลือกเฉพาะ “ไข่สุก” เท่านั้นที่สามารถนำไปปฏิสนธิต่อไปได้ ส่วนใบที่เป็นไข่อ่อนจะไม่สามารถนำไปปฏิสนธิได้ ซึ่งไข่สุก คือ ไข่ที่มีแนวโน้มการแบ่งเซลล์เป็นปกติ หรืออยู่ในระยะ Metaphase II (MII) พร้อมที่จะทำการปฏิสนธิได้ ส่วน Metaphase I (MI) เป็นระยะไข่อ่อนที่ยังไม่พร้อมที่จะทำการปฏิสนธิค่ะ และ Abn. เป็นไข่ที่รูปร่างผิดปกติ เช่น มี 2 Polar Body หรือ มีรูปร่างผิดปกติจากการแตกหักของเซลล์ เป็นต้น
 
ภาพเซลล์ไข่สุกที่มี โพลาร์บอดี้ (Polar Body) หรือ “PB” 

ซึ่งเมื่อเก็บไข่ออกมาแล้ว “ไข่สุก” จะดูจาก โพลาร์บอดี้ (Polar Body) หรือ “PB”  คือ จุดเล็กๆ ที่อยู่บนเซลล์ไข่ เป็นตัวที่บอกว่าไข่ใบนั้นสุกแล้ว ถ้าไข่อ่อนจะไม่มีจุดเล็กๆ นี้ 
นอกจากดูจาก โพลาร์บอดี้ (Polar Body) แล้ว ก็ต้องดูคุณภาพของเซลล์ไข่ด้วย
 โดยประเมินได้จาก
•ความเรียบเนียนเนื้อไข่ 
•ความยืดหยุ่นขณะทำ ICSI (จับสเปิร์มเจาะไข่)
•รูปร่างทั่วไป มี 1 polar body และจุดไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป 
•สี ไม่คล้ำ ไม่มีขยะเซลล์ 
•ไซโตพลาสซึมมีลักษณะไม่หยาบ สีไม่คล้ำ
•เซลล์ไข่ที่ดี ไม่ควรมีช่องว่างระหว่างไซโตพลาสซึม กับ zona pellucida (perivitelline space) มากเกินไป 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคุณภาพของเซลล์ไข่ การเจริญเติบโตของไข่ที่สมบูรณ์ (ไข่สุก) ต้องสร้างมาจากภายในร่างกายของผู้หญิง ไม่สามารถมาเพิ่มคุณภาพในภายหลังที่เก็บออกมาแล้วได้  

มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการทานอาหารและภาวะเจริญพันธุ์ (The influence of diet on fertility) หลายฉบับ ศึกษาพบว่า การทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจะช่วยบำรุง ซ่อมแซมเซลล์และปกป้องเซลล์ไข่จากการถูกทำให้เสียหายจากอนุมูลอิสระทำให้เซลล์ไข่สมบูรณ์ขึ้น เป็นการเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้ 

โดย “ครูก้อย” ได้แนะนำให้ผู้ที่ติดตามในเพจ babyandmom.co.th ให้เน้นการรับประทานโปรตีน ลดคาร์โบไฮเดรตลง ทานไขมันดี และเน้นสารต้านอนุมูลอิสระ การทานอาหารแบบนี้จะส่งผลต่อเซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ ฮอร์โมนที่สมดุลและส่งผลต่อวงจรการตกไข่ที่เป็นปกติอีกด้วย ถึงแม้จะมีไข่น้อย แต่ถ้าเป็น “ไข่ที่มีคุณภาพ” ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น ผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์ต้องรู้จักบำรุงเซลล์ไข่ของเราให้มีคุณภาพ เป็น “ไข่ทองคำ” ที่จะกลายมาเป็นเบบี๋ของเราในอนาคต

2. มดลูก
มดลูก คือ บ้านหลังแรกของลูก เมื่อไข่ที่สมบูรณ์ปฏิสนธิกับสเปิร์มที่แข็งแรง เกิดเป็นตัวอ่อนคุณภาพดี ตัวอ่อนก็จะค่อยๆ แบ่งเซลล์และเดินทางเข้ามาฝังตัวที่บ้านหลังนี้ ดังนั้นมดลูกต้องแข็งแรงและสมบูรณ์พร้อมที่สุด ตัวอ่อนจึงจะมาฝังตัวได้อย่างอยู่รอดปลอดภัย และเติบโตเป็นครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง 

 ภาพอัลตร้าซาวด์มดลูก 
ในการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) นั้นหลังจากทำการเก็บไข่และนำไปผสมกับอสุจิเกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนแล้ว ก็จะมีการเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมในการย้ายตัวอ่อนกลับเข้ามาใส่ในโพรงมดลูก

ดังนั้นผู้หญิงที่อยู่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI)  จึงต้องเตรียมมดลูกให้พร้อมก่อนย้ายตัวอ่อน ซึ่งขั้นตอนการเตรียมผนังมดลูกเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ผู้หญิงมีบุตรยากต้องให้ความสำคัญ เพราะมันเป็นปัจจัยหลักอีกประการหนึ่งที่จะชี้ว่าตัวอ่อนจะฝังตัวได้หรือไม่ เราจะท้องหรือไม่ในรอบนี้

โดยผนังมดลูกที่สมบูรณ์พร้อมตามเกณฑ์ที่เหมาะสมในการฝังตัวของตัวอ่อนมีลักษณะดังนี้ 
1.ผนังมดลูกต้องหนา 8-10 มิลลิเมตร (ไม่ควรหนาเกิน 14 มิลลิเมตร) 
2.เรียง 3 ชั้นสวย (Triple lines) ผิวเรียบเห็นเส้นกลางชัดเจน 
3.ใสเป็นวุ้น สะอาด ไม่หนาทึบทับถมด้วยประจำเดือนเก่าที่คั่งค้าง
4.มดลูกอุ่น คือ มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ ไม่มีสารพิษตกค้าง
โดย “ครูก้อย นัชชา” ได้ให้คำแนะนำนำกับผู้หญิงที่มีบุตรยากและผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ ว่า ควรให้ความสำคัญกับการเตรียมมดลูกให้ได้ตามเกณฑ์ก่อนย้ายตัวอ่อน ซึ่งทำได้ด้วยหลักโภชนาการที่ถูกต้อง การรับประทานโปรตีนให้เพียงพอเพื่อสร้างผนังมดลูกให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงมดลูก เช่น น้ำขิง และดื่มน้ำมะกรูดคั้นสดที่มีสารไบโอฟลาโวนอยด์สูงช่วยให้เลือดสูบฉีดและทำให้เส้นเลือดฝอยที่โอบอุ้มมดลูกแข็งแรง ลดการอักเสบติดเชื้อที่มดลูก 

นอกจากนี้การบำบัดหรือดีท็อกซ์สารพิษจากการใช้ฮอร์โมนที่คั่งค้างในมดลูกก็มีความสำคัญ เสมือนเป็นการเคลียร์มดลูกให้สะอาดพร้อมรับการฝังตัว ทำได้ด้วยการ “ดื่มชาดอกคำฝอย” เพื่อขับลิ่มเลือดประจำเดือนเก่าที่คั่งค้าง และ “การแพ็คน้ำมันละหุ่ง (Castor Oil Pack)”  เพื่อขับล้างสารพิษที่คั่งค้างจากการใช้ฮอร์โมน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้ระบบสืบพันธุ์และอวัยวะภายในทำงานได้ดีขึ้น

3. ฮอร์โมนที่สมดุล
ฮอร์โมนเปรียบเสมือนน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิต ฮอร์โมนเป็นตัวควบคุม และกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายให้เป็นไปอย่างปกติ รวมไปถึงฮอร์โมนเพศด้วย ในการตั้งครรภ์นั้น ฮอร์โมนเพศต้องสมดุลจึงจะส่งผลให้มีลูกง่าย เพราะฮอร์โมนมีผลตั้งแต่การผลิตไข่ การกระตุ้นไข่ให้มีการเจริญเติบโต ฮอร์โมนทำให้ไข่ตกออกจากถุงไข่ รวมถึงการทำให้ผนังมดลูกฟอร์มหนาตัวขึ้นเพื่อเพิ่มความพร้อมให้ตัวอ่อนฝังตัว 
สำหรับการทำเด็กหลอดแก้ว ( ICSI ) นั้น การตรวจฮอร์โมนเป็นสิ่งสำคัญที่แพทย์จะนำผลมาพิจารณาการเลือกวิธีการรักษา การให้ยา หรือประเมินความสำเร็จในการรักษาได้ในเบื้องต้น ซึ่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องได้แก่
•AMH บอกจำนวนฟองไข่ตั้งต้น
•E2 หรือ เอสตราไดออล ฮอร์โมนเพศหญิง บอกถึงความเจริญเติบโตของไข่ ไข่สุก
•FSH บอกความเสื่อมของรังไข่ ประสิทธิภาพของรังไข่
•LH ฮอร์โมนการตกไข่
•TSH ฮอร์โมนไทรอยด์ หากพบฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติจะส่งผลต่อความสมดุลของการสร้างฮอร์โมนเพศ
•PRL ฮอร์โมนน้ำนม หากมีค่าสูงจะกดวงจรการตกไข่ ทำให้ไข่ไม่ตก 

ซึ่งสาเหตุที่ฮอร์โมนไม่สมดุลอาจมาจากภาวะ PCOS (ภาวะถุงน้ำหลายใบในรังไข่) การทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ น้ำหนักมากหรือน้อยเกินไป หรือ ความเครียด โดยผู้หญิงที่มีบุตรยากต้องหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก พักผ่อนให้เพียงพอและปรับการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย เมื่อฮอร์โมนกลับมาสมดุล การทำงานของระบบสืบพันธุ์ปกติจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการบำรุงไข่ให้มีคุณภาพ โตสมบูรณ์พร้อมปฏิสนธิ บำรุงผนังมดลูกให้แข็งแรง หนา ใส สวยอุ่น รวมถึงปรับฮอร์โมนให้สมดุลจึงเป็นหัวใจหลักที่จะเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยหลักโภชนาการที่ถูกต้อง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงก่อนตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และต่อเนื่อง เบบี๋มาไม่นานเกินรอ “ครูก้อย” นัชชา ลอยชูศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย 

เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463280

เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ

เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ8 เมษายน 2564 – 08:54 น.

เที่ยวทะเลอย่างไรให้ปลอดภัยกับผิวพรรณ โดย ผศ.พญ. สุวิรากร ธรรมศักดิ์     ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย  

ถึงเวลาเข้าสู่ช่วงเมษา-พฤษภา หน้าร้อน หลังจากหลาย ๆ คนอยู่ในช่วงของ Work From Home จนเบื่อเด็ก ๆ ก็ได้หยุดเรียนช่วงปิดเทอม แถมรัฐบาลก็ใจดีประกาศให้หยุดยาว แถมวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เริ่มฉีดให้กับประชาชนกันแล้ว  หลาย ๆ จังหวัดก็ได้มีการคุมเข้มและเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง บางจังหวัดก็ปราศจากผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วในหลาย ๆ จังหวัด แต่ก็อย่าชะล่าใจต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคมต่อไปเรื่อย ๆ ให้ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และหากต้องเดินทางไปท่องเที่ยวทะเลช่วงนี้ ซึ่งทะเลกำลังสวยมาก มีชายหาดหลายแห่งที่มีสีเขียวมรกตมองดูสะอาดตา ธรรมชาติได้ฟื้นตัวเองไปพร้อม ๆ กับการที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศ ดังนั้นจึงต้องรีบไปเที่ยวกันให้สนุกกันก่อนที่จะมาลุยงานกันต่อ     

การไปเที่ยวทะเล เดินเล่นชายหาดแต่กลัวแสงแดด แล้วเราจะทำอย่างไรดี ผศ.พญ.สุวิรากร ธรรมศักดิ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แสงแดด เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแก่ ผิวเสื่อมเกิดริ้วรอย  เกิดฝ้า กระ และมะเร็งผิวหนัง 

ตัวช่วยที่ 1 ในการเตรียมชุดหมวกและร่มไปด้วย หากจะไปทะเลจะให้ใส่เสื้อแขนยาว ขายาว ก็อาจจะดูตลก ดังนั้นควรพกเสื้อคลุมกันแดด ผ้าคลุมปิดขา เวลาไม่จำเป็นต้องชุดสวยก็ให้คลุมผ้าชายทะเลพันทับกางเกงขาสั้นหรือบิกินีก็ได้ ถึงแม้จะไม่หนามาก แต่ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งและถึงแม้ว่าเราจะทาสารกันแดดแล้วแต่แสง UV A สามารถผ่านผ้าได้ และก็ช่วยกรองแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง ขึ้นอยู่กับชนิดของผ้าด้วย ส่วนหมวกควรจะเป็นแบบปีกกว้าง เพื่อให้คลุมหน้าได้ และช่วงนี้ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่แล้ว ก็ทำให้ช่วยกันแสงแดดได้ดี     

ตัวช่วยที่ 2 สารกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นต้องทาตั้งแต่ใบหน้า หลังคอ  แขน ขา แผ่นหลัง โดยเฉพาะผู้ชายไม่มีผมบังด้านหลังต้นคอ จะเป็นบริเวณที่ผิวไหม้ง่าย การทาพบว่าทุกวันนี้จะทาไม่ทั่วถึงและไม่ได้ประสิทธิภาพที่ต้องการ การทาที่ถูกต้องปริมาณความหนาต้องให้ได้ 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร คือ ถ้าเป็นครีมต้อง 2 ข้อนิ้วชี้ต่อ 1 หน้า หรือถ้าเป็นโลชั่นให้เทในอุ้งมือได้ขนาดประมาณเหรียญ 10 บาท ทาให้ทั่วใบหน้า ใบหูหลังคอบริเวณท้ายทอยและทาทุกส่วนที่อยู่นอกร่มผ้า หากทำกิจกรรมมีเหงื่อหรือกิจกรรมทางน้ำ ต้องทำซ้ำ ๆ  ทุก  2  ชั่วโมง

เคล็ดลับการเลือกสารกันแดด การจะเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่ดีและเหมาะสมนั้น จะต้องเลือก 1.เลือกผลิตภัณฑ์กันแดด ที่กันได้ทั้ง UVA และ UVB  โดยจะมีการเขียน PA+++ สำหรับการกัน UVA และ SPF สำหรับ UVB  โดยเลือกที่ค่าสูงไว้ก่อน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ (อย.) ให้ได้สูงสุด SPF50  ที่เห็นสูงกว่านี้อาจไม่ถูกต้อง 2. เลือกตามกิจกรรมที่ทำ หากลงน้ำต้องเลือกชนิดกันได้ Water-Resistance อาจจะเป็นชนิดน้ำ ครีมหรือสเปรย์ได้และทาซ้ำเช่นเดียวกับใบหน้า 3.วันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ไม่มีแสงแดด ก็ต้องทา เพราะแสงUV ยังผ่านมาได้  4. UVA ไม่ทำให้ไหม้ แต่ทำให้ผิวคล้ำได้อย่างเฉียบพลัน ส่วน UVB ทำให้ผิวไหม้ได้ และยังทำให้ผิวคล้ำช้าและอยู่นานกว่า หลายคนจึงมักจะบ่นว่าตอนไปเที่ยวไม่เห็นดำหรือผิวคล้ำ แต่พอกลับจากไปเที่ยว ผิวก็ค่อย ๆ คล้ำ เพราะ Delayed  Tanning ของ UVB นั่นเอง 5.หมั่นตรวจสอบวันหมดอายุทุกครั้งเพราะสารกันแดด หากเก็บไว้ไม่ดี โดนความร้อนหรือแสงสว่าง อายุของสายกันแดดก็จะสั้นลง บางครั้งพอนำมาทาแล้วไม่ได้ผล หรือเกิดอาการแพ้สารกันแดดได้     

ตัวช่วยที่ 3 หากเกิดอาการผิวไหม้แดด จะทำอย่างไร หากเตรียมตัวมาดีแล้ว แต่ยังเกิดอาการแสบผิวแดง ปวดแสบปวดร้อน ให้ลดอุณหภูมิในร่างกาย อาบน้ำ ทาครีมให้ความชุ่มชื่น ถ้าหากมีว่านหางจระเข้ ให้ฝานเอาส่วนที่เป็นเจลใส ๆ มาประคบบริเวณที่แสบร้อน  หากมียาแก้อักเสบให้ทายาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ได้ ดื่มน้ำสะอาด วิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ ถ้าปวดมากให้ทานยาแก้ปวด แก้ไข้ได้     

ตัวช่วยที่ 4  อย่าลืมสวมแว่นกันแดด เนื่องจากแสงแดดและลมเป็นอันตรายต่อดวงตา ทำให้เกิดต้อเนื้อ ต้อลม ควรใส่แว่นตากันแดดด้วย และถ้าให้ป้องกันแบบเต็มที่ควรเลือกแบบที่มีปิดด้านข้างด้วย    

ตัวช่วยที่ 5 ไปเที่ยวทะเลต้องพึงระวัง เรื่องแมงกะพรุนด้วย แมงกะพรุนจะมี 2 ชนิดที่มีอันตรายคือ แมงกะพรุนกล่องและแมงกะพรุนสาย โดยเฉพาะช่วงวันฝนตก แมงกะพรุนจะถูกน้ำทะเลพัดเข้าฝั่ง หากร่างกายโดนหรือสัมผัสกับแมงกะพรุนอย่าเพิ่งตกใจ ให้รีบล้างด้วยน้ำทะเลสะอาด อย่าใช้น้ำเปล่าล้างโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้กระเปาะพิษแมงกะพรุนแตก ที่สำคัญหากมีน้ำส้มสายชูให้ผสมน้ำ พยายามล้างนานๆ ให้สังเกตว่าที่ชายทะเลมีต้นผักบุ้งทะเลหรือไม่  ถ้ามีให้ใช้ส่วนใบ บดกับน้ำให้ละเอียด แล้วเอามาพอกที่บริเวณแผล จำช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนได้     

ตัวช่วยที่ 6  คือ การดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ รับประทานวิตามิน C ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยลดอาการอักเสบจากการถูกแดดแผดเผาได้  คราวนี้ก็สามารถไปเที่ยวทะเลได้อย่างสบายใจ