มองหน้าหาเรื่องเรอะ..”เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง” ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447579

มองหน้าหาเรื่องเรอะ..”เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง” ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี

มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี30 ตุลาคม 2563 – 14:40 น.

มองหน้าหาเรื่องเรอะ..”เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง” ด้วยสีหน้าสุดหาเรื่อง ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮาประจำปี 2020 ไปครอง ในงาน Comedy Wildlife Photo Awards 2020

“มองหน้าหาเรื่องเรอะ?” เทอร์รี่ เจ้าเต่ายักษ์ที่ทำท่าไม่พอใจ เป็นเหมือนบทสรุปความรู้สึกของคนทั่วไปในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งโหดร้ายเป็นพิเศษต่อทั้งการเดินทางและสัตว์ป่า ภาพถ่ายของเขา “โชว์ครีบ” ได้รับการคัดเลือกให้เป็นภาพถ่ายสัตว์ที่ตลกที่สุดในงาน Comedy Wildlife Photo Awards 2020

วันที่ 30 ตุลาคม 2563 เว็บไซต์ PetaPixel รายงานการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าประจำปี 2020 ในหมวดภาพถ่ายสัตว์ป่าสุดฮาในปีนี้ ซึ่งช่างภาพที่ได้รางวัลก็คือ มาร์ค ฟิตซ์แพทริค (Mark Fitzpatric)ช่างภาพชาวออสเตรเลียในชื่อภาพว่า Terry the turtle flipping the bird หรือ เจ้าเต่าเทอร์รี่ชูนิ้วกลาง

มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี

ทั้งนี้  Mark Fitzpatric ช่างภาพชาวออสเตรเลีย ถ่ายภาพนี้ได้ นอกชายฝั่ง Lady Elliot Island กล่าวว่าเขา รู้สึกยินดีที่ได้รับรางวัลใหญ่สำหรับภาพของเขา ซึ่งได้รับเลือกจากกว่า 7,000 รายการ เป็นภาพที่ใครๆก็ชื่นชอบในทันทีที่ได้เห็นจนเป็นไวรัลทางออนไลน์ โดย Fitzpatric จะได้รับรางวัลใหญ่ด้วยการไปท่องเที่ยวซาฟารีไปเคนยาเป็นระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์

การประกวดนี้ เริ่มต้นในปี 2015 โดย Tom Sullam และ Paul Joynson-Hicks เป็นการแข่งขันประจำปีค้นหา “การถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมที่จับสัตว์ป่ามาทำอะไรตลก ๆ จนทำให้เราต้องปล่อยหัวเราะออกมาแบบสุดกลั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ความขบขันกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ รายชื่อผู้เข้ารอบการประกวดจะได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการที่เป็นผู้มีชื่อเสียงรวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านการอนุรักษ์จากมูลนิธิ Born Free ด้วย

ส่วนภาพที่ได้รางวัลในหมวดสัตว์ป่าสุดฮาสาขาอื่นๆมีดังนี้

มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี
มองหน้าหาเรื่องเรอะ.."เจ้าเต่าชูนิ้วกลาง" ฝีมือช่างภาพชาวออสเตรเลีย คว้ารางวัลภาพสัตว์ป่าสุดฮา แห่งปี

Cr. petapixel.com (คลิกชมภาพสุดฮา)

เทคนิคขั้นเทพ… เลือกแป้งผิวผ่อง…เนื้อต้องดี สีต้องใช่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447560

เทคนิคขั้นเทพ…   เลือกแป้งผิวผ่อง…เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 

เทคนิคขั้นเทพ...   เลือกแป้งผิวผ่อง...เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 30 ตุลาคม 2563 – 11:40 น.

ก็เพราะใบหน้าของเราเปรียบเสมือนแคนวาสผืนใหญ่ การจะแต่งหน้าให้สวยดูเป็นธรรมชาติ จึงต้องเริ่มจากการมีผิวหน้าที่เนียนฉ่ำเด้งดูสุขภาพดี

   
ช่างแต่งหน้ามืออาชีพให้ความสำคัญมากกับขั้นตอนการเตรียมผิวและลงรองพื้น เพราะรู้ดีว่านี่คือหัวใจสำคัญของการเมคอัพยุคใหม่ แต่สำหรับสาวๆ ที่ไม่ถนัดการใช้รองพื้น เพราะเกลี่ยไม่เป็น กลัวหน้ามันเยิ้ม และดูหนาโบ๊ะเหมือนโบกปูน ลองเปลี่ยนมาใช้ “แป้งผสมรองพื้นยุคใหม่” ที่มีคุณสมบัติในการเบลอรูขุมขน ช่วยให้ผิวสวยเนียนผ่อง เกลี่ยง่าย เนื้อแป้งเนียนไปกับผิว สภาพผิวแบบไหนก็เอาอยู่ พกแค่ตลับเดียวก็สวยเนียนใสไร้ที่ติได้ทั้งวัน 

เทคนิคขั้นเทพ...   เลือกแป้งผิวผ่อง...เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 


ด้วยความที่ “แป้งผสมรองพื้น” มีส่วนผสมของน้ำมันน้อย  จึงช่วยให้ได้ฟินิชลุคแบบแมตต์ และติดทนนาน  โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ “แป้งผสมรองพื้น” ให้เลือกหลากหลายแบรนด์มาก ตั้งแต่อินเตอร์แบรนด์ ไปจนถึงแบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทย อย่าง “กิฟฟารีน” 
    

นอกจากความคุ้มค่าเงินในกระเป๋าแล้ว เทคนิคการเลือก “แป้งผสมรองพื้น” ควรดูจากลักษณะการใช้งานเป็นสำคัญด้วย เช่น ใช้สำหรับป้องกันความมัน  ใช้เติมระหว่างวัน  ใช้ปรับสภาพผิว  ใช้ปกปิด รอยสิว-ฝ้า-กระ  ใช้ฟินิชลุคหลังการแต่งหน้า หรือจะใช้เป็นสกินแคร์ก็ยังได้ ด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่มีการพัฒนาไปถึงขั้นคิดค้น “แป้งผสมรองพื้น” ที่มีสารบำรุงผิวในตัว เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงผิวหน้าไปอีกขั้น ร่วมด้วยนวัตกรรมเนื้อสี (Pigment) บางเบา ช่วยควบคุมความมันได้ดี และเหมาะกับอากาศร้อนชื้น บางแบรนด์ยังเพิ่มคุณสมบัติป้องกันแดดในตลับเดียว ตอบโจทย์สาวยุคใหม่ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย
    

เทคนิคขั้นเทพ...   เลือกแป้งผิวผ่อง...เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 

ก่อนจะเลือก “แป้งผสมรองพื้น” ควรศึกษาให้ดี เพราะผิวของคนเรามีหลากหลายโทนมาก การเลือก “แป้งผสมรองพื้น” ให้เหมาะกับสีผิว ถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่สำคัญในการเมคอัพ สำหรับ “สาวผิวขาวมาก” ควรใช้แป้งผสมรองพื้นอมชมพูเพื่อช่วยขับผิวหน้าให้แลดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี  ส่วน “สาวผิวขาวเหลือง” แนะนำให้เลือกแป้งผสมรองพื้นที่สีใกล้เคียงกับผิว เพื่อป้องกันการขาววอก  จะเป็นโทนเหลือง หรือชมพู ก็ขึ้นกับอันเดอร์โทนของผิว ขณะที่ “สาวผิวสองสี” หากต้องการผิวกระจ่างใสเป็นธรรมชาติแนะนำให้เลือกสีแป้งผสมรองพื้นที่สีใกล้เคียงกับผิว แต่หากต้องการให้ผิวดูสว่างกว่าผิวหน้าจริงเล็กน้อย ลองเลือกแป้งผสมรองพื้นที่ขาวกว่าผิวหน้าจริงหนึ่งเฉดสี  สำหรับ“สาวผิวเข้ม” แนะนำให้เลือกแป้งผสมรองพื้นที่สีกลมกลืนกับผิว เผยผิวเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ    

เทคนิคขั้นเทพ...   เลือกแป้งผิวผ่อง...เนื้อต้องดี สีต้องใช่ 

ในฐานะผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการความงามและสุขภาพมายาวนาน  และได้พัฒนาแป้งรองพื้นหลากหลายรุ่นมาตลอดระยะเวลา 25 ปี  “กิฟฟารีน” ได้คิดค้นพัฒนา “กิฟฟารีน อินโนเวีย ฟลอเลส คอมแพ็ค พาวเดอร์ เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++” ถือเป็นแป้งที่กิฟฟารีนภูมิใจที่สุด ที่สามารถพัฒนาสูตร  แป้งรองพื้นยุคใหม่ได้สำเร็จ  นอกจากจะติดทนนานและปกปิดริ้วรอยได้เนียนกริบไม่แพ้แป้งกิฟฟารีนในรุ่น ก่อนหน้า “แป้งกิฟฟารีน อินโนเวีย ฟลอเลส” ยังถือเป็นแป้งผิวผ่องตัวจริงเสียงจริงเรื่องเนียนใสเป็นธรรมชาติ มีความบางเบาไม่หนักหน้า แถมยังเบลอรูขุมขนและริ้วรอยเนียนสนิท เติมได้ตลอดวันไม่ต้องกลัวมันเยิ้ม ที่สำคัญช่วยบำรุงผิวหน้าด้วย Hyaluron และวิตามิน E พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดเต็มประสิทธิภาพ เรียกว่าใช้แค่ตลับเดียวจบปุ๊บออกจากบ้านได้เลย มีให้เลือก 4 เฉดสีสวย เพื่อผิวผู้หญิงไทยและเอเชีย คือ No.10 PINK GLOW เหมาะกับผิวขาวอมชมพู, No.01 LIGHT เหมาะกับผิวขาวเหลือง  No.02 NATURAL เหมาะกับผิวสองสี และ No.03 HONEY เหมาะกับผิวเข้ม 

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา “โบว์แดง” ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447482

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา “โบว์แดง” ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง29 ตุลาคม 2563 – 14:36 น.

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา “โบว์แดง” ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง

ซีพี ออลล์ เดินหน้าสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสสู่สังคม ร่วมส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ภูมิปัญญาไทย ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร “โบว์แดง” ยาแผนโบราณ คุณภาพดี ราคาประหยัดเพื่อคนไทยทุกรุ่น จำหน่ายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในชุมชน สร้างรายได้สู่เกษตรกรไทยทั่วประเทศ ด้วยการรับซื้อพืชสมุนไพรเป็นวัตถุดิบ 8,000-10,000 กิโลกรัมต่อปี
 นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า บริษัทมีปณิธานองค์กร “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” โดยได้ส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นที่นิยมจากประชาชนมาตลอด โดยบริษัทจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME มีโอกาสส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรงผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางของบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสิ้นกว่า 20,000 รายการ และมีการพัฒนา SME ให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง

 “ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ได้ช่วยส่งเสริม และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีหลายประเภท โดยเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เช่น ผลไม้, ผลไม้แปรรูป, เครื่องดื่ม, เบเกอรี่, ขนมหวาน, ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เป็นต้น รวมถึงสินค้าที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตรของกลุ่มธุรกิจ SME จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายบัญญัติ กล่าว

เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง
    ด้านนายนรเทพ เชาวน์วิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างขายยาห้องยาเภสัช เจ้าของรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่นเอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2562 ประเภท SME ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่วันนี้โด่งดังเป็นที่รู้จัก เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจว่า ผมจบการศึกษาด้านเทคนิคการแพทย์ เริ่มทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่แล้วย้ายมาอยู่ที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี  และผันตัวมาประกอบอาชีพพนักงานขายยา เพราะเห็นว่ามีรายได้ดี จากนั้นได้คิดหาช่องทางในการทำธุรกิจที่ทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวมากขึ้น จึงเปิดร้านขายยาชื่อ “ห้องยาเภสัช” อยู่แถวบางกะปิ ซึ่งกิจการดำเนินไปด้วยดี สามารถขยายสาขาไปเปิดที่จังหวัดนครราชสีมา กระทั่งวันหนึ่งประสบปัญหาเรื่องสุขภาพ ทำให้ร้านขายยาที่เคยเจริญรุ่งเรืองก็ต้องเปิดบ้างปิดบ้าง ประกอบกับมีคนรู้จักแนะนำให้เปิดโรงงานผลิตยา เพราะเป็นสิ่งที่มีความรู้อยู่แล้ว จึงพยายามหาลู่ทางทำธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิต โดยการลงทุนเปิดโรงงานผลิตยาสมุนไพร พร้อมกับศึกษาด้านแพทย์แผนไทยเพิ่มเติมเพื่อนำความรู้ไปประกอบธุรกิจ 

          เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง
 “ในปี พ.ศ. 2550 ได้สร้างโรงงานผลิตยาสมุนไพรขึ้น และตั้งชื่อตรา “โบว์แดง” ด้วยแนวคิดที่ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรโดยภูมิปัญญาของคนไทย มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ราคาย่อมเยา ที่สำคัญรับประทานแล้วต้องได้ผล โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยกลางคนถึงคนสูงอายุ เนื่องจากเป็นสมุนไพรแผนโบราณ อาทิ ยาว่านชักมดลูก ยาประสะไพล ยาดมสมุนไพร เป็นต้น ปัจจุบันมีลูกชาย (นายนรรัตน์  เชาวน์วิวัฒน์) เข้ามาช่วยบริหารงานด้านการตลาด และได้ขยายไปเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยมุ่งเน้นทำการตลาดผ่านช่องทางโซเชียล มีเดีย โทรทัศน์ วิทยุ และใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะต้องการสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภคในวงกว้าง” เจ้าของยาสมุนไพรโบว์แดง กล่าว 

             เปิดตำนานผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรห้างขายยาห้องยาเภสัชตรา "โบว์แดง" ยาจากภูมิปัญญาไทย ขายผ่านร้านเซเว่นฯ พร้อมหนุนเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง
 หลังจากนั้นเริ่มมองหาช่องทางเพื่อขยายตลาดไปยังผู้บริโภคในภาคต่าง ๆ และได้รับโอกาสจากซีพี ออลล์ให้นำยาสมุนไพรเข้ามาจำหน่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น 
“วันหนึ่งครอบครัวของผมได้ดูภาพยนตร์ “วันรุ่นพันล้าน” ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจในการนำยาเข้ามาขายที่ร้าน เซเว่นฯ ผมตัดสินใจติดต่อเข้ามา เพื่อนำผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรเข้ามานำเสนอกับทีมงานเซเว่นฯ และยาสมุนไพรโบว์แดงได้รับสนใจอย่างมาก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เริ่มนำยาแก้ท้องเสีย เข้ามาจำหน่ายที่ร้านเซเว่นฯ เป็นครั้งแรก จากนั้นจึงนำยายาดม หจก.สมานฉันท์ ยาไทย, ยาดมสมุนไพร ตราโบว์แดง , ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อย , ยาประสะไพลแคปซูล ,ยาน้ำว่านชักมดลูก สูตร๒ , ยาแคปซูลโสมเกาหลี ผสมกระชายดำ, ยากุมารแพนดี้ เข้ามาเพิ่ม และจำหน่ายทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ได้วางแผนพัฒนาสูตรยาสมุนไพรใหม่ ๆ เข้าไปขายเพิ่ม ปีละ 1-3 รายการ  ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 30,000-50,000 ชิ้นต่อวัน ล่าสุดได้รับรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2562 ประเภท SME ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมาครองด้วย” 
 การได้รับโอกาสให้นำสินค้าไปวางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ ไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตครอบครัวคนขายยาไปสู่ธุรกิจผลิตยาสมุนไพรที่มีชื่อเสียง แต่โบว์แดงยังช่วยสร้างงานให้คนในชุมชน และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวนไม่น้อย 
  “หลังจากนำยาสมุนไพรเข้าเซเว่นฯ ไปแล้ว ทำให้โบว์แดงมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีศักยภาพมากขึ้น เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วประเทศ  และมีทีมงานมืออาชีพคอยให้คำปรึกษาอัพเดทข้อมูลการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึง  เทรนด์ใหม่ ๆ ให้ทราบ เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดที่ให้ความใส่ใจอยู่เสมอ การมีเซเว่นฯ เป็นคู่ค้าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเราเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

นอกจากนี้ธุรกิจโบว์แดงได้สนับสนุนและให้โอกาสแก่กลุ่มเกษตรกรด้วยการรับซื้อพืชสมุนไพรจากเกษตรทั่วประเทศ อาทิ  ขมิ้นชัน, ไพล, ว่านชักมดลูก, กระชายดำ, ขมิ้นอ้อย , ดีปลี ,กล้วยดิบ และสมุนไพรอื่น ๆ เป็นจำนวน 8,000 – 10,000 กิโลกรัมต่อปี นับเป็นการช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างแท้จริง ทำให้เกษตรกรในท้องถิ่น มีรายได้ที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในท้องถิ่น” นายนรเทพ กล่าวทิ้งท้าย 

สุโขทัยสุดคึกคัก ลอยกระทง นักท่องเที่ยวแห่จองที่พักเต็ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447440

สุโขทัยสุดคึกคัก ลอยกระทง นักท่องเที่ยวแห่จองที่พักเต็ม

สุโขทัยสุดคึกคัก ลอยกระทง นักท่องเที่ยวแห่จองที่พักเต็ม

29 ตุลาคม 2563 – 09:11 น.

สุโขทัยสุดคึกคัก ลอยกระทง นักท่องเที่ยวแห่จองที่พักเต็ม ห้องพักตามโรงแรมและรีสร์อทต่างๆ ได้ถูกจ้องไว้ล่วงหน้าจนเต็มแล้ว โดยเฉพาะวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันลอยกระทง

บรรยากาศงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2563  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2563 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  บรรยากาศคึกคัก ทำให้ห้องพักตามโรงแรมและรีสร์อทต่างๆ ได้ถูกจ้องไว้ล่วงหน้าจนเต็มแล้ว โดยเฉพาะวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันลอยกระทง

นางวรมาศ สาเขตต์ กรรมการผู้จัดการ เจนทู บูทีค by บ้านหมอรีสอร์ท ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย กล่าวว่าสำหรับการจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2563 ที่ทางจังหวัดสุโขทัย ได้กำหนดจัดขึ้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตั่งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2563 อย่างยิ่งใหญ่ถึง 10 วัน 10 คืน ปีนี้มีนักท่องเที่ยวได้จองห้องพักเพื่อที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย ในช่วงวันลอยกระทงอย่างคึกคักทำให้ห้องพักได้ถูกจ้องไว้ล่วงหน้าตั่งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 1 พ.ย. เต็มแล้ว

และด้วยมนต์เสน่ห์ของงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟจังหวัดสุโขทัย ทำให้นักท่องเที่ยวต้องการเข้ามาเที่ยวชมการแสดงแสงสีเสียง ชมพลุตะไลไฟพะเนียง และวัฒนธรรมของสุโขทัย นอกจากนี้ทางจังหวัดสุโขทัย ยังได้มีมาตรการป้องกันเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ไว้ดูแล นักท่องเที่ยวให้มันใจในความปลอดภัยอีกด้วย

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

สุดฮือฮา พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นกลางพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก วัตถุมงคลองค์พระวิษณุกรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447375

สุดฮือฮา พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นกลางพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก วัตถุมงคลองค์พระวิษณุกรรม

สุดฮือฮา พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นกลางพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก วัตถุมงคลองค์พระวิษณุกรรม

28 ตุลาคม 2563 – 16:31 น.

สุดฮือฮา พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นกลางพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก วัตถุมงคลองค์พระวิษณุกรรม ครบรอบ 80 ปี วิทยาลัยเทคนิคระยอง

เมื่อเวลา 09.19 น.วันที่ 28 ต.ค.63 ที่วิทยาลัยเทคนิคระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้จัดงานพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก จัดสร้างวัตถุมงคลพระวิษณุกรรม ครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งวิทยาลัยเทคนิคระยอง มี ดร.อรรถพล สังขวาสี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานพิธีฯ มีว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง นำครู นักเรียน นักศึกษา ร่วมพิธีฯโดยมีพระเกจิชื่อดังของภาคตะวันออก 10 รูป นั่งปลุกเสก และมีพิธีพราหมณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ขณะประกอบพิธีฯ ได้เกิดปรากฎการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นเหนือปะรำพิธี สร้างความฮือฮาแก่ผู้เข้าร่วมพิธีเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์การจัดสร้างพระวิษณุกรรมดังกล่าว จัดสร้างเพื่อหารายได้ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่รอบองค์พระวิษณุกรรมที่หน้าเสาธงตึกอำนวยการให้มีความสวยงาม และเพื่อจัดสร้างเสาธงชาติให้ใหม่ รวมทั้งเพื่อสมทบทุนจัดตั้งกองทุนพัฒนาการศึกษาด้วย สั่งจองได้ที่เพจ วิทยาลัยเทคนิคระยอง

สำหรับเหรียญวัตถุมงคลพระวิษณุกรรม ครบรอบ 80 ปี วิทยาลัยเทคนิคระยอง ประกอบด้วยเหรียญพระวิษณุกรรม เนื้อทองแดง ผลิตเพียง 30,000 เหรียญ ราคาจองเหรียญละ 200 บาท เหรียญพระวิษณุกรรม 2 ชุด เนื้อนวโลหะ และเนื้อเงินบริสุทธิ์ มีเพียง 300 ชุด ราคาจองเหรียญละ 2,000 บาท พระวิษณุกรรม ขนาด 12.5 นิ้ว และเหรียญพระวิษณุกรรม เนื้อทองแดง 10 เหรียญ มีเพียง 300 ชุดราคาจองชุดละ 5,000 บาท และพระวิษณุกรรม ขนาด 22 นิ้ว และเหรียญพระวิษณุกรรม เนื้อทองแดง จำนวน 30 เหรียญ มีเพียง 300 ชุด ราคาจอง 10,000 บาท.

อัจฉรา วิเศษศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดระยอง

ติวเข้ม คัดเลือกนักเรียนและสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานจังหวัดเพชรบูรณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/447264

ติวเข้ม คัดเลือกนักเรียนและสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานจังหวัดเพชรบูรณ์

ติวเข้ม คัดเลือกนักเรียนและสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานจังหวัดเพชรบูรณ์27 ตุลาคม 2563 – 16:19 น.

จังหวัดเพชรบูรณ์จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการการคัดเลือกนักเรียนและสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปีการศึกษา 2563 ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 ณ ห้องประชุม AOC สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเพชรบูรณ์จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการการคัดเลือกนักเรียนและสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปีการศึกษา 2563 ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 ณ ห้องประชุม AOC  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 โดยมีคณะผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ทั้ง 4 สำนักงานเขตพื้นที่ร่วมเป็นกรรมการ และมีนายสมบูรณ์ เกียรติบัณฑิต รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 เป็นประธาน

สำหรับการประชุมในวันนี้มีเรื่องเพื่อทราบได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการคัดเลือก นักเรียน และสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ระดับจังหวัด ประจำปีการศึกษา 2563 ซึ่งมีหน้าที่ในการวางแผนการประเมิน กลั่นกรองผลการประเมิน และเสนอผลไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นศูนย์ประสานงานการคัดเลือกระดับกลุ่มจังหวัด (สพป.พิษณุโลก เขต 1) ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 และสรุปจำนวนนักเรียนและสถานศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง เสนอเข้ารับการคัดเลือกในระดับจังหวัดปีการศึกษา 2563 จากนั้นได้ร่วมกันพิจารณาเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกนักเรียน และสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานระดับจังหวัด ประจำปีการศึกษา 2563 และกำหนดการประเมินนักเรียนเพื่อรับรางวัลพระราชทาน จังหวัดเพชรบูรณ์  ปีการศึกษา 2563

อนึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีนโยบายในการดำเนินงานการคัดเลือกนักเรียน และสถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา 2563 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ทั้งนี้ รางวัลพระราชทานที่พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษาและสถานศึกษาตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ  ได้จัดขึ้นเพื่อสนองพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้มีกระแสพระราชดำรัสแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ม.ล.ปิ่น มาลากุล)  เมื่อปีการศึกษา 2506 ว่า “มีนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งมีความประพฤติดีและมีความมา นะพยายามศึกษาเล่าเรียนได้ผลดี รวมทั้งมีโรงเรียน ซึ่งจัดการศึกษาดีจนนักเรียน ได้รับการเรียนดีเป็นส่วนรวม นักเรียนและโรงเรียนที่มีคุณสมบัติดังกล่าว สมควร จะได้รับรางวัลพระราชทานและทรงยินดีจะพระราชทานรางวัลให้ด้วย”

วิธีการคัดเลือก ให้ดำเนินการตามแบบประเมินและคู่มือการประเมินของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งใช้ทั้งการสังเกต การสัมภาษณ์ และพิจารณาหลักฐาน และร่องรอยที่ปรากฏโดยมีรายการประเมินและหลักเกณฑ์กำหนดไว้ชัดเจนงานคัดเลือก นักเรียนนักศึกษาและสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานนี้เป็นงานที่มีเกียรติ เป็นสิริ มงคลสมควรที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งการประเมินและคัดเลือกคณะกรรมการ ต้องกระทำอย่างมีหลักเกณฑ์ บริสุทธิ์ยุติธรรม ใช้ความสามารถและดุลพินิจในการพิจารณาตัดสินผลอย่างถูกต้อง ตามหลักการ มีใจ เป็นกลาง ไม่โน้มเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้ได้บุคคลหรือสถานศึกษาที่สมควรได้ รับรางวัลพระราชทานอย่างแท้จริงนักเรียนนักศึกษาและสถานศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก ต้องมีสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมดีเด่นได้อย่างชัดเจนและดีจริง

นายศุภเดช  คำพุฒ / นายสมชาย  คำพุฒ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เพชรบูรณ์

การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงบนฐานของคุณค่ามนุษย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/636446

วันที่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 06:33 น.การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงบนฐานของคุณค่ามนุษย์โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่เคยหยุดนิ่ง สร้างความไม่แน่นอนและความเสี่ยงในทุกกิจกรรมการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคศตวรรษที่ 21 ที่เป้าหมายขององค์กรคือ ความยั่งยืน และความยั่งยืนจะเป็นจริงได้ บุคลากรต้องเปลี่ยน จึงเกิดคำถามที่สำคัญว่า แล้วสถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ความท้าทายอะไร แล้วทำไมต้องเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนอะไร และเราตระหนักดีว่า เราต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลง ถ้าเช่นนั้นแล้วภาวะผู้นำคืออะไร สำคัญอย่างไร ภาวะนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราจะสร้างภาวะนี้ขึ้นมาได้อย่างไร เพื่อนำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ทำไมต้องเปลี่ยน

ก็เพราะโลกเปลี่ยนไม่แน่นอนซับซ้อนคลุมเครือเพราะเทคโนโลยีก้าวล้ำสมัยในอัตราเร่งแต่ก็ล้าสมัยชั่วข้ามคืนใครตามไม่ทันต้องถูกทิ้งและล่มสลายและจากความไม่แน่นอนดังกล่าวนำไปสู่ความท้าทายที่สำคัญอย่างยิ่งคือทำอย่างไรองค์กรจึงจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนหนึ่งในคำตอบนั้นคือองค์กรต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลง

แล้วภาวะผู้นำคืออะไร สำคัญอย่างไร เราจะพัฒนาภาวะนี้ขึ้นมาได้อย่างไร

ภาวะผู้นำมิใช่ตำแหน่งผู้นำภาวะผู้นำไม่เกี่ยวกับอายุหรืออายุงานหรือการศึกษาหรือฐานะตำแหน่งผู้นำมันเป็นเรื่องสมมติมันแต่งตั้งกันได้แต่ภาวะผู้นำมันตั้งกันขึ้นมาเองไม่ได้เรียกร้องก็ไม่ได้มันต้องสร้างขึ้นเองเพราะภาวะผู้นำเป็นเรื่องของสถานะของการยอมรับที่ฝ่ายหนึ่งให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง 

แต่การที่ตนจะยอมรับอีกฝ่ายว่ามีภาวะผู้นำนั้น ก็ต่อเมื่อตนต้องได้รับการยอมรับจากผู้นั้นเสียก่อน การยอมรับที่ว่านี้มิใช่การยอมรับในเรื่องความสามารถด้านเทคนิคหรือการบริหารจัดการเท่านั้น เพราะนั่นเป็นเรื่องฉาบฉวย ผิวเผินเกินไป แต่ที่มีความหมายมากกว่าคือ การยอมรับในคุณค่าความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์คือชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย

เมื่อตนได้รับการยอมรับ ตนจึงแสดงการยอมรับตอบ มันคือการยอมรับว่าเขามีภาวะผู้นำ เมื่อผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า ดังนั้น เมื่อเขาพูดอะไร เราจะฟังและทำตาม “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” และเนื่องจากมนุษย์เราแตกต่างกัน ดังนั้น ที่ว่าการยอมรับนั้น มันก็คือการยอมรับในความแตกต่างกัน นั่นเอง กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันคือการเห็นคุณค่าและความหมายในความมีชีวิตของเพื่อนร่วมงาน

การเห็นคุณค่าในความแตกต่างนี้เองตนจึงรู้สึกว่าได้รับการยอมรับเมื่อตนได้รับการยอมรับบุคคลจึงเปิดใจกว้างรับฟังสื่อสารกันอย่างเข้าใจกันเกิดความไว้วางใจเชื่อมั่นและศรัทธาภาวะนี้เท่านั้นที่บุคคลจะสามารถขับศักยภาพและสร้างพลังร่วมได้อย่างเป็นหนึ่งเดียวภาวะนี้เท่านั้นจึงจะสามารถพัฒนาภาวะผู้นำที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีส่วนร่วมเกิดความร่วมมือสามารถสร้างทีมงานและเครือข่ายที่เข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้จึงต้องตั้งอยู่บนฐานของการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์เมื่อผู้นำโดยตำแหน่งมีภาวะผู้นำที่สอดคล้องกันก็สามารถนำการเปลี่ยนแปลงและสร้างทีมงานให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีเอกภาพได้

โดยสรุป ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำองค์กรสู่ความยั่งยืนได้ต้องตั้งอยู่บนฐานของการเห็นคนเป็นมนุษย์ เพื่อนำไปสู่

  1. การเหนี่ยวนำให้บุคลากรปรับออกจากกรอบความคิดเดิมๆ มีทัศนคติเชิงบวก สามารถระเบิดศักยภาพภายในตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ให้สามารถนำตนเองได้ เพื่อเล่นเชิงรุก มองปัญหาเป็นความท้าทาย มีทางออก
  2. การสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ สามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ผ่านการคิดเชิงระบบ และการมองภาพเชิงองค์รวม
  3. การส่งเสริมให้บุคลากรเห็นคุณค่าตนเอง มีความมั่นคงทางอารมณ์ มีความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน มีความเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหว สามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างยืนหยัด อดทน
  4. การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง สามารถปลดปล่อยศักยภาพร่วมออกมาเสริมกัน ด้วยใจที่เปิดกว้างบนฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และศรัทธา
  5. การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างทีมงานอย่างมีส่วนร่วม เกื้อกูล ยื่นมือช่วยเหลือ เพื่อให้องค์กรดำเนินไปอย่างสอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ 

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ เพื่อการพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อสร้างวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อสร้างองค์กรให้เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

ไอเดียรักษ์โลกของคอกาแฟสายกรีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/636333

วันที่ 24 ต.ค. 2563 เวลา 08:20 น.ไอเดียรักษ์โลกของคอกาแฟสายกรีนคอฟฟี่เลิฟเวอร์สายกรีนแชร์หลากไอเดียรักษ์โลก พร้อมสนับสนุนแคมเปญรีไซเคิลจากเนสเพรสโซ ภายใต้แนวคิด “การมอบชีวิตใหม่ให้อะลูมิเนียมและกากกาแฟ”

ยังคงสานต่อโครงการรีไซเคิลผ่านแคมเปญ “Doing is Everything” อย่างต่อเนื่อง สำหรับ เนสเพรสโซ (Nespresso) ที่ส่งมอบช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยกาแฟหนึ่งแก้วจากแคปชูลให้แก่ผู้บริโภค พร้อมสร้างประโยชน์และความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ด้วยการชวนลูกค้าให้นำกาแฟแคปซูลใช้แล้วมาคืนเพื่อให้เนสเพรสโซได้นำไปเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายและรีไซเคิลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “การมอบชีวิตใหม่ให้อะลูมิเนียมและกากกาแฟ”

“นับเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีที่เราริเริ่มโครงการรีไซเคิลในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามุ่งมั่นในการส่งมอบกาแฟที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคควบคู่กับการใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดนี้เป็นหนึ่งในปณิธานหลักของเรา รวมถึงการส่งเสริมและผลักดันโครงการ รีไซเคิล และสนับสนุนให้ลูกค้านำกาแฟแคปซูลใช้แล้วกลับมาคืนที่ร้าน เพื่อนำแคปซูลเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา เราได้นำแคปซูลกาแฟใช้แล้วไปย่อยสลายให้กลายเป็นปุ๋ยและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ปากกา หรือ จักรยาน โดยได้ร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นมา เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจพร้อมกับการขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” ปรีติ ฮาลัย ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจ เนสเพรสโซ ประเทศไทย กล่าว

“เชฟตาม” ชุดารี เทพาคำ เชฟสาวซึ่งยึดแนวคิดอาหารปลอดภัยและยั่งยืน เล่าว่า ทุกๆ วันที่ปรุงอาหารในร้านของตัวเองนั้น จะเน้นลดปริมาณขยะต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาโดยวิธีการหมักปุ๋ยเองจากเศษอาหารในครัว รวมถึงปลูกผักสมุนไพรที่ใช้ในรายการอาหาร เป็นการช่วยให้ลดเรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ ภาวะเรือนกระจก ซึ่งตัวเองค่อนข้างให้ความสำคัญ อันที่จริงทุกครัวเรือนก็สามารถทำได้ เพราะต้องทำอาหารและรับประทานอาหารอยู่แล้ว ไม่เพียงจะช่วยลดปริมาณขยะในทางตรง เรายังมีปุ๋ยไว้ปลูกพืชในทางอ้อมอีกด้วย

ทางด้านสาวช่างแต่งตัวผู้ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่น้อย “บุ๊ค” พิมพ์เลิศ ใบหยก เผยว่า เพราะชอบแต่งตัวชอบแฟชั่น เมื่อก่อนเน้นช็อปปิ้งแบบฟาสต์แฟชั่น คือ ซื้อเสื้อผ้าใส่ครั้งเดียวทิ้ง พอโตมาตระหนักได้ว่านี่คือการทำลายสิ่งแวดล้อมโลก เป็นการสร้างขยะ จึงเกิดจุดเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวหันมาเลือกซื้อแฟชั่นที่สามารถใช้ได้หลายครั้ง เพื่อให้เราสามารถหยิบขึ้นมาสวมใส่ได้เรื่อยๆ เป็นการลดขยะ ลดมลพิษ พอเริ่มจากเสื้อผ้าก็ไปสู่เรื่องอื่นๆ เช่น การดื่มกาแฟ จากแก้วใช้ครั้งเดียวทิ้งก็เริ่มใช้แก้วส่วนตัวซึ่งสามารถใช้ได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟทุกวันก็ยังสร้างขยะอยู่ดี ดังนั้นการที่แบรนด์เนสเพรสโซจัดโครงการ “Doing is Everything” เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนนำแคปซูลใช้แล้วมาคืนเพื่อนำอะลูมิเนียมไปแปรสภาพให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ รู้สึกชื่นชมโครงการดังกล่าว แค่เปลี่ยนที่ทิ้งขยะ จากเดิมทิ้งที่บ้านแค่รวบรวมแคปชูลแล้วหิ้วมาทิ้งที่ช็อป นับว่าเป็นวิธีการรักษ์โลกที่ง่ายนิดเดียว

เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว “จูน” สาวิตรี โรจนพฤษ์ พิธีกรสาวชื่อดังกล่าวว่า ตัวเองไม่ได้เพิ่งสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมตามเทรนด์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่เป็นการดำเนินชีวิตที่คำนึงถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการจัดการขยะ ซึ่งได้รับการปลูกฝังมาโดยตลอดว่าห้ามทิ้งขยะไม่ว่าที่ไหนก็ตามหากไม่ใช่ที่รองรับ อีกเรื่องที่ให้ความสำคัญมาก คืออาหารที่รับประทานจะไม่ให้เหลือทิ้งขว้าง เมื่อไรที่สั่งอาหารมาแล้วมีไซส์ใหญ่ เราจะแบ่งเก็บไว้รับประทานมื้อต่อไป หรืออาจจะแบ่งให้คนอื่นๆ เพื่อไม่ให้กลายเป็นของเหลือและสุดท้ายกลายเป็นขยะในที่สุด เพียงแค่ทำให้รอบตัวเรามีขยะน้อยลงก็เท่ากับว่าเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้แบบง่ายๆ

“ปุ๊ก” จงกล พลาฤทธิ์ แม้ไม่ถึงขั้นเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแต่คุณแม่ลูกหนึ่ง บอกว่า ชีวิตในแต่ละวันค่อนข้างใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมพอสมควร ประการแรกพยายามสร้างขยะให้น้อยที่สุด ง่ายที่สุดคือการลดใช้ถุงพลาสติกโดยการพกถุงผ้าติดรถไว้ เมื่อต้องการซื้อของก็หยิบถุงติดมือลงไปด้วย หรือแม้แต่ของเล่นให้ลูกชาย ส่วนใหญ่เลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือของเล่นรีไซเคิล อีกข้อคือจะไม่เปลี่ยนของเล่นให้ลูกบ่อยๆ ไม่ใช่เบื่อแล้วทิ้งจนกลายเป็นขยะในที่สุด ทั้งนี้ตัวเองเชื่อว่าสิ่งที่ปฏิบัติเป็นประจำเหล่านี้ แม้ว่าไม่ได้ช่วยในภาพใหญ่ แต่ว่าความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ สักวันหนึ่งต้องบังเกิดผลดีแน่นอน โดยเฉพาะลูก เชื่อว่าเขาจะค่อยๆ ซึมซับแล้วนำไปปฏิบัติตาม

สำหรับนายแบบหนุ่มที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว “ดัช” ณัฐกิจ แตงไทย บอกว่า เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน ชุมชน หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือน โดยลดการสร้างขยะหรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็พยายามสร้างขยะให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เสื้อผ้า หรือสิ่งของต่างๆ อีกทั้งยังเชื่อว่าหากทุกคนตระหนักและเริ่มปฏิบัติจากตัวเองก่อนในวันนี้ แล้วค่อยๆ ขยายเป็นวงกว้างไปเรื่อยๆ และเมื่อถึงวันนั้นจะเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าโลกที่มีสิ่งแวดล้อมดี มันดีแค่ไหน

BIRKENSTOCK 2020 FALL/WINTER คอลเลคชั่นใหม่ที่จะทำให้รู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/636051

วันที่ 21 ต.ค. 2563 เวลา 11:14 น.BIRKENSTOCK 2020 FALL/WINTER คอลเลคชั่นใหม่ที่จะทำให้รู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาวBIRKENSTOCK ออกไลน์รองเท้าผ้าใบและรองเท้าบู๊ต พร้อมเฉดสีที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาว กับ BIRKENSTOCK 2020 FALL/WINTER

คอลเลคชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2020 ของ BIRKENSTOCK (เบอร์เคนสต็อก) ออกไลน์รองเท้าผ้าใบและรองเท้าบู๊ตหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมเฉดสีที่จะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นในฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่อย่าง ซีรีส์เบนด์ (Bend Series) เป็นรองเท้าหนังที่มีฟังก์ชั่นใหม่และสวมใส่สบายแม้จะใส่เป็นระยะเวลานานแค่ไหน,รองเท้ากึ่งแตะรองเท้ารุ่นบัคลีย์ (Buckley) ซึ่งเป็นรุ่นคลาสสิกประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว และรองเท้าแตะดีไซน์คลาสสิกที่นำวัสดุหลายชนิดมาใช้ ทั้งรองเท้ารุ่นฟรังก้า (Franca) รุ่นแอริโซน่า (Arizona) และรุ่นกิเซ่ (Gizeh) เรียกได้ว่ารองเท้าในซีซั่นนี้มีให้เลือกหลายแบบ ทำให้รองเท้าของเบอร์เคนสต๊อกขยายจากไลน์สินค้าจากรองเท้าแตะลำลองไปจนถึงรองเท้าสนีกเกอร์ระดับพรีเมียม

รองเท้าทุกรุ่นมาพร้อมพื้นไม้ค็อก (Cock Footbed) ซึ่งเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์ การันตีได้ถึงความสบายยามสวมใส่ ซึ่งไม่ใช่แค่รองเท้าแตะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรองเท้าสนีกเกอร์และรองเท้าบู้ทด้วย ยิ่งคุณใส่รองเท้าที่พื้นไม้ทำจากไม้ค็อกนี้มากเท่าไร พื้นรองเท้าก็จะปรับให้พอดีกับรูปเท้าและกลายเป็นรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดของคุณ

รองเท้ารุ่น BEND LOW

เป็นกลุ่มรองเท้าผ้าใบหนังที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในคอลเลคชั่นรองเท้าของฤดูกาลนี้ รุ่น BEND LOW เป็นรองเท้าสนีกเกอร์สไตล์โลว์คัต มีดีไซน์แบบพื้นไม้ค็อกอันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถมองเห็นได้จากช่วงส้นรองเท้า มีการใช้ไม้ค็อก-พียู (PU) แบบใหม่สำหรับพื้นรองเท้าชั้นกลางและไม้ค็อกจะดูดซับแรงกระแทกเมื่อมีการทิ้งน้ำหนักลงไป ช่วงปลายเท้ายังมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยรักษาความมั่นคงและรองรับการเดินอย่างเป็นธรรมชาติ มาพร้อมพื้นรองเท้าด้านในที่ถอดออกได้และซับในที่สามารถระบายอากาศได้ดี รองเท้าผ้าใบหนังรุ่นนี้ช่วยให้ผู้ใส่ไม่มีอาการเมื่อยล้าแม้จะสวมใส่เป็นเวลานาน นอกจากสีขาวและสีดำที่เรียบง่ายแล้วยังมีสีให้เลือกอีก ได้แก่สี Ochre และ White ซึ่งเป็นสีที่เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

รองเท้ารุ่น Buckley Suede Leather

รองเท้ารุ่น Buckley (บัคลีย์) เป็นรองเท้ากึ่งรองเท้าแตะ โดยมีเอกลักษณ์เป็นพื้นรองเท้าไม้ค็อกแบบเปิดโล่ง ที่สามารถจดจำได้ทันทีว่าเป็นของแท้จากเบอร์เคนสต๊อก ส่วนด้านบนรองเท้าทำจากหนังกลับเนื้อนุ่มชนิดเดียวกับที่ใช้ทำสายคาดรองเท้าและซับที่ใช้บุพื้นรองเท้าด้านใน ซึ่งตัวซับนั้นมีความยืดหยุ่นและอ่อนโยนต่อผิว โอบรับเท้าของผู้สวมใส่อย่างนุ่มนวลและปรับให้เข้ากับรูปทรง นอกจากนี้ยังสามารถระบายอากาศได้ดี มีสองเฉดสีให้เลือกได้แก่สี Black และTea

รองเท้ารุ่น Franca

อีกหนึ่งรองเท้าแตะแสนสบายที่สะดุดตาด้วยสายไขว้แบบบาง ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์และความสบายอันน่าประทับใจยามสวมใส่ ทำให้สาวๆ สายแฟชั่นมีทั้งความสง่างามและความสะดวกสบายตลอดวัน ในส่วนของพื้นรองเท้าบุด้วยหนังเปียอูมาโตเนื้อนุ่ม (Soft Piumato) ทำให้สวมใส่สบายเป็นพิเศษ สายด้านบนรองเท้ามีทั้งที่ทำจากหนังนูบัคสองชนิด ได้แก่ แบบเคลือบเงาและแบบด้าน มีด้วยกันสองเฉดสี ได้แก่ สี Black และ Cognac

รองเท้ารุ่น Arizona และ Gizeh (Patent Fuchsia Tulip)

ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน รองเท้ารุ่นยอดนิยม Arizona ก็สามารถหยิบมาใส่ได้ไม่มีปัญหา สำหรับซีซั่นนี้โดดเด่นสดใสด้วยสายรัดสีทิวลิปฟิวเชียที่ทำจาก Birko – Flor ซึ่งเป็นวัสดุที่มีโครงสร้างคล้ายหนังฟอก ทนต่อการฉีกขาด และง่ายแก่การบำรุงรักษา มาพร้อมพื้นรองเท้าไม้ค็อกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ นอกจากนี้ยังมีรุ่นยอดนิยมอีกหนึ่งรุ่นคือ รุ่น Gizeh ที่ใช้วัสดุและเฉดสีเดียวกัน

ช้อปฯ รองเท้ารุ่นล่าสุดได้แล้วที่เว็บไซต์ www.ikonthailand.com

เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์การเงิน LINE BK แชท-โอน-ยืม-จ่ายได้ในแอพเดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/636029

วันที่ 20 ต.ค. 2563 เวลา 18:02 น.เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์การเงิน LINE BK แชท-โอน-ยืม-จ่ายได้ในแอพเดียวเปิดประสบการณ์ใหม่ “เรื่องเงินง่ายใน LINE คุณ” LINE BK เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์การเงิน พร้อมให้บริการ Social Banking แชท-โอน-ยืม-จ่าย สะดวกครบจบใน LINE

ตอบสนองความต้องการในโลกดิจิทัลด้วยบริการทางการเงิน หรือ Social Banking เต็มรูปแบบรายแรกของไทย โดยความร่วมมือระหว่าง KBank กับบริษัทระดับโลกอย่าง LINE พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนไทย ด้วยคอนเซ็ปต์ “เรื่องเงินง่ายใน LINE คุณ” นำเสนอไลฟ์สไตล์การเงินออนไลน์รูปแบบใหม่ ที่แชท-โอน-ยืม-จ่าย ทำได้เสร็จครบจบใน LINE ลื่นไหล ไม่สะดุด สะดวกและปลอดภัย รวมถึงบริการสินเชื่อที่จะปลดล็อคข้อจำกัดให้กลุ่มฟรีแลนซ์หรือคนไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมวิสัยทัศน์ที่จะมุ่งมั่นพัฒนานำเสนอนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบโจทย์ทางการเงินให้กับผู้ใช้งานทุกราย 

“ปัจจุบันคนไทยมีความพร้อมที่จะเปิดรับบริการทางดิจิทัลใหม่ๆ โดยจะเห็นได้จากตัวเลขการใช้เวลาบนโซเชียลแพลตฟอร์มและการใช้งานดิจิทัลแบงกิ้งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จึงเป็นโอกาสดีที่ LINE BK จะเข้ามาเชื่อมโลกโซเชียล และโลกดิจิทัลแบงกิ้งเข้าด้วยกัน LINE BK จะยกระดับประสบการณ์การเงินออนไลน์ให้สะดวกและรวดเร็ว โดยยังคงความปลอดภัยในมาตรฐานระดับเดียวกับธนาคารกสิกรไทย” นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าว

สำหรับการเปิดตัว LINE BK ในครั้งนี้จะเป็นการเปิดบริการเต็มรูปแบบผ่านบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน 4 รูปแบบ ดังนี้

  1. บริการบัญชีเงินฝาก (Powered by KBank) : ครอบคลุมบริการโอน ถอน จ่าย ทำทุกอย่างได้บน LINE ไม่ต้องสลับแอปพลิเคชัน ไม่ต้องจำเลขบัญชี  ทั้งการโอนเงินได้ในแชทพร้อมการแจ้งเตือนยอดเงินเข้า-ออก เช็คยอดได้เรียลไทม์  และฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น การส่งสลิปแบบพิเศษพร้อมลายคาแรคเตอร์ จาก LINE ได้ทันที, บริการขอเรียกเก็บเงินและการหารค่าใช้จ่ายกับเพื่อนใน LINE  รวมไปถึงการถอนเงินสดไม่ต้องใช้บัตรได้ที่ตู้ ATM ของธนาคารกสิกรไทยทั่วประเทศ
  2. บริการบัญชีเงินออมดอกพิเศษ (Powered by KBank) : บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 1.5% ต่อปี โดยมี บราวน์ โคนี และ แซลลี มาเป็นผู้ช่วยในการเก็บเงิน ทำให้การเก็บเงินเป็นประสบการณ์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป สามารถกำหนดระยะเวลาออมเงินได้เอง ทั้งแบบระยะสั้น 6 เดือน หรือระยะยาว 12 เดือน
  3. บริการบัตรเดบิต (Powered by KBank) : บัตรเดบิตวีซ่า LINE BK ให้เงินคืน 0.5% เมื่อชอปออนไลน์ 100 บาทขึ้นไป โดยมีบัตรให้เลือกถึง 3 ประเภท เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง บัตรเดบิต (Debit Card) ที่มาพร้อมลายคาแรคเตอร์น่ารักสดใส จาก LINE ทั้งบราวน์? โคนี และ แซลลี บัตรเดบิตออนไลน์ (Online Debit Card) ที่สามารถสมัครและใช้งานได้ทันทีบนแอปพลิเคชัน LINE และ บัตรเดบิตคู่วงเงิน (Debit Card with Credit Line) ที่สามารถแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อยอดเงินในบัญชีไม่เพียงพอ พร้อมให้ดึงเงินจากวงเงินให้ยืมมาใช้จ่ายต่อได้ทันที ไม่มีสะดุด
  4. บริการวงเงินให้ยืม (Credit Line): บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบดิจิทัล ผู้ใช้บริการสามารถขอวงเงินสินเชื่อได้ด้วยตัวเอง ทุกที่ ทุกเวลา อนุมัติไว เบิกเงินเข้าบัญชีได้ทันที โดยผู้มีรายได้ขั้นต่ำแค่ 7 พันบาทก็สามารถขอสินเชื่อได้ ช่วยปลดล็อคข้อจำกัดให้กับผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำและไม่มีสลิปเงินเดือน เช่น ฟรีแลนซ์ และผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก 

ด้านจุดเด่นของ LINE BK คือเข้าใจง่าย เข้าถึงง่ายและไว้ใจได้ ทำธุรกรรมได้รวดเร็วเหมือนการแชทบน LINE เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานในปัจจุบัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ตอนนี้ที่มีความต้องการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืมที่มากขึ้น การให้บริการวงเงินให้ยืมจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะฉีกกรอบการกู้ยืมเงินในรูปแบบเดิม” เมื่อเปรียบเทียบกับการกู้ยืมเงินแบบทั่วไป  LINE BK จะมีขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงของการอนุมัติสินเชื่อที่แตกต่าง โดยใช้รูปแบบเฉพาะที่จะนำข้อมูลทางการเงินและโซเชียลมีเดียมาวิเคราะห์ร่วมกัน ทั้งนี้ LINE BK มีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลในทุก ๆ ส่วน โดย LINE BK จะไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาของการสื่อสารของลูกค้าและจะไม่นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลอย่างเด็ดขาด 

ส่วนในด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับลูกค้า LINE BK มีขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้อย่างเป็นระบบ โดยมีการปัองกันและรักษาความปลอดภัยแบบหลายชั้น รวมถึงการเข้ารหัสความปลอดภัยของโครงสร้างระบบเครือข่ายและบริการ (Network and Application Encryption) และ การปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสฐานข้อมูลในรูปแบบเฉพาะ (Database Encryption) เพื่อให้ผู้ใช้บริการ LINE BK มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

ผู้ใช้งาน LINE สามารถใช้บริการ LINE BK ได้ เพียงกดไปที่หน้า Wallet ในแอปพลิเคชัน LINE แล้วกดปุ่ม LINE BK เพื่อเริ่มสมัครบริการได้ฟรีไม่จำเป็นต้องโหลดแอปใด ๆ เพิ่มเติม สำหรับลูกค้าที่มีบัญชี K PLUS อยู่แล้วยังสามารถนำบัญชีใน K PLUS มาใช้บริการใน LINE BK ได้อีกด้วย ลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากใน LINE BK แล้วจะสามารถสมัครขอวงเงินให้ยืมแล้วรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน  2 เดือน โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆเพิ่มเติม นอกจากนี้ลูกค้า LINE BK จะได้รับสิทธิพิเศษจากบริการต่าง ๆ ของ LINE BK และพันธมิตร อาทิ LINE MAN Wongnai, Rabbit LINE Pay, Lazada และ Agoda ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID:@linebk หรือดูคลิปการสมัครได้ที่ https://youtube.com/c/linebk