LYN เปิดตัวคอลเลคชั่น SPRING 2022 – JANIE PRESENTS LYN TRICIA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673467

วันที่ 20 ม.ค. 2565 เวลา 09:15 น.LYN เปิดตัวคอลเลคชั่น SPRING 2022 - JANIE PRESENTS LYN TRICIAเปิดตัว “JANIE PRESENTS LYN TRICIA” กระเป๋า IT Bag แห่งปี ประจำคอลเลคชั่น Spring 2022 พร้อมแบรนด์มิวส์คนล่าสุด “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ”

LYN (ลิน) แบรนด์แอคเซสซอรี่ กระเป๋า และรองเท้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกลุคของสาวยุคใหม่ กลับมาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “JANIE PRESENTS LYN TRICIA” กระเป๋า IT Bag แห่งปี ประจำคอลเลคชั่น Spring 2022 โดยได้ดาราสาวมากความสามารถและสไตล์ไอคอน อย่าง ‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ มานำเสนอในฐานะกระเป๋าคู่ใจใบใหม่ ที่บ่งบอกถึงตัวตนของเธอได้อย่างครบครัน ซึ่งเจนี่คือภาพสะท้อนคาแรคเตอร์อันเด็ดเดี่ยว น่าหลงใหลและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสาวยุคใหม่ ที่ซ่อนไว้ภายใต้รูปลักษณ์อันคลาสสิคมีเสน่ห์เย้ายวนใจเช่นเดียวกันกับกระเป๋า “Tricia”

กระเป๋า Tricia คอลเลคชั่นนี้ได้ถูกบรรจงออกแบบมาเพื่อนำเสนอมิติความเป็นผู้หญิงในหลากหลายแง่มุมที่ชวนให้น่าค้นหาอย่างไม่รู้จบ โดยได้เลือกเอาจุดเด่นของเทคนิคงานควิลต์มานำเสนอเป็นดีเทลที่เป็นซิกเนเจอร์บนตัวกระเป๋า แพทเทิร์นเรขาคณิตบนวัสดุหนังนุ่มหรูหรา ก่อนเติมความแกลมปนเซ็กซี่ด้วยหมุดคริสตัลในสีคุมโทนที่เพิ่มประกายงดงามเช้าจรดค่ำคืน นอกจากนี้ ยังมีความพิเศษของฮาร์ดแวร์โซ่ขึ้นเงา ประดับประดาด้วยพู่ชาร์มหรูหรา ประดับโทนให้อ่อนหวานด้วยไข่มุกล้ำค่าที่ผสมผสานกับตัวอักษร L ลงยาอย่างลงตัว เสริมเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาวด้วยซิลลูเอ็ตของกระเป๋าสะพายไหล่แบบวินเทจ ทรงโค้งมน เสริมลุคให้เด็ดเดี่ยวยากเกินจะต้านทาน

“Tricia คือกระเป๋าที่เจนี่ขอยกให้เป็นไอเท็มติดตัวชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มลุคในโอกาสต่าง ๆ ของสาวๆ ในฤดูกาลนี้เลยค่ะ ด้วยดีไซน์ที่ช่วยยกระดับการแต่งตัวให้เป็นเรื่องง่ายพร้อมความสะดวกคล่องตัวของขนาดที่กะทัดรัด นอกจากนี้ ยังมีสายสะพายด้วยกันถึงสองแบบให้สาวๆ เลือกเปลี่ยนได้ทั้งแบบสั้นสะพายไหล่และแบบยาวสะพายข้างลำตัว เสริมลุคให้เจนี่มั่นใจในทุกวัน เจนี่ต้องขอบอกเลยว่า Tricia เป็นกระเป๋าอีกหนึ่งใบที่เจนี่ขาดไม่ได้เลยค่ะ” คุณเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กล่าว

กระเป๋า “Tricia” มีวางจำหน่ายในสีขาว สีเงินเมทัลลิก สีดำ สีเบจ และสีเขียวเอิร์ธโทน ส่วนสีดำโฮโลแกรมจะเป็นสีพิเศษที่วางขายเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น สาวๆสามารถจับจองเป็นเจ้าของ IT bag แห่งปีได้แล้ววันนี้ที่ LYN ทุกสาขาและ LYNACCS.COM สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ LYN ทุกสาขา หรือสามารถดูข่าวสารและโปรโมชั่นล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ www. LYNACCS.COM

Made with Care ชวนคอกาแฟดื่มด่ำรสชาติความใส่ใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673461

วันที่ 20 ม.ค. 2565 เวลา 08:55 น.Made with Care ชวนคอกาแฟดื่มด่ำรสชาติความใส่ใจเนสเพรสโซสานต่อแนวคิด Made with Care ชวนคอกาแฟดื่มด่ำรสชาติความใส่ใจ พร้อมเปิดตัว ลิมิเต็ด อิดิชั่นใหม่ในกลุ่ม Reviving Origins

จากอุดมการณ์อันแรงกล้าของ เนสเพรสโซ (Nespresso) ที่เชื่อว่ากาแฟทุกหยดสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้โลกใบนี้ได้ นำมาสู่ความมุ่งมั่นขององค์กรที่เติมเต็ม “ความใส่ใจ” ฝังลึกไปในทุกย่างก้าว โดยกว่าจะออกมาเป็นกาแฟคุณภาพหนึ่งแก้วนั้น เนสเพรสโซได้พิถีพิถันต่อการผลิตในทุกห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) ตั้งแต่การทำงานร่วมกับชาวไร่กาแฟ ไปจนถึงก้าวสุดท้ายเพื่อส่งเมล็ดกาแฟกลับคืนสู่ธรรมชาติ ในปีนี้ เนสเพรสโซ ยังคงเดินหน้าสานต่อแนวคิด Made with Care ตอกย้ำเจตนารมณ์ส่งมอบกาแฟคุณภาพ พร้อมรสชาติของความใส่ใจในทุกแก้ว

หนึ่งในความพิเศษของกาแฟเนสเพรสโซนอกจากการได้ลิ้มรสกาแฟคุณภาพสุดกลมกล่อมแล้ว ผู้บริโภคยังสามารถดื่มด่ำเรื่องราวเบื้องหลังผ่านกาแฟทุกหยดที่เริ่มต้นมาจากความใส่ใจอีกด้วย โดยแนวคิด Made with Care ถือเป็นหัวใจหลักที่บอกเล่าปณิธานของเนสเพรสโซ ที่มุ่งรังสรรค์กาแฟเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงและ “รอยยิ้ม” ให้กับโลกใบนี้ผ่านหลากหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับชาวไร่กาแฟ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อมสร้างความมั่นคงทางอาชีพ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ Nespresso AAA Sustainable QualityTM Program ตลอดจนโครงการ Reviving Origins ที่มุ่งพลิกฟื้นไร่กาแฟในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ ทั้งความขัดแย้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไปจนถึง Master Origins ที่ส่งตรงกาแฟจากดินแดนต้นกำเนิด โดยใช้กรรมวิธีและภูมิปัญญาของการปลูกกาแฟจากชุมชนชาวไร่ท้องถิ่น ในขณะเดียวกัน      เนสเพรสโซยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกย่างก้าว และขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายในการเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2022

สำหรับในปี 2022 นี้ เนสเพรสโซเดินหน้าปลุกแนวคิด Made with Care ผ่านกาแฟออร์แกนิกลิมิเต็ด อิดิชั่นรสชาติใหม่ Kahawa ya Congo ในกลุ่ม Reviving Origins เป็นรสชาติแรก สะท้อนรสชาติแห่ง “ความหวัง” จากความร่วมมือของเนสเพรสโซที่เข้าไปพลิกฟื้นไร่กาแฟใกล้สูญพันธุ์ในสาธารณรัฐคองโก สู่กาแฟอาราบิก้านุ่มละมุนพร้อมกลิ่นหอมหวานของผลไม้อันเป็นเอกลักษณ์ส่งตรงจากดินแดนต้นกำเนิดแคว้นคีวู

ความพิเศษของกาแฟแคปซูลลิมิเต็ด อิดิชั่นใหม่ประจำปี 2022 นี้ เป็นกาแฟเบลนด์ออร์แกนิกรสชาติแรกในโครงการ Reviving Origins  รสชาตินุ่มละมุนและกลิ่นหอมกรุ่นของผลไม้ที่ได้จากการเพาะปลูกบนผืนดินภูเขาไฟอันอุดมด้วยแร่ธาตุตามแนวชายฝั่งของทะเลสาบคีวู (Lake Kivu) ในสาธารณรัฐคองโก ซึ่งในอดีตได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เพาะปลูกกาแฟที่ดีที่สุดในโลกสำหรับกาแฟอาราบิก้า โดยเฉพาะกาแฟออร์แกนิก อย่างไรก็ตาม ด้วยผลกระทบจากการเมืองและเศรษฐกิจอย่างยาวนานทำให้พื้นที่เพาะปลูกบางส่วนถูกทิ้งร้าง อีกทั้งวิถีชีวิตชาวไร่กาแฟยังเสี่ยงถูกทำลาย

เนสเพรสโซได้ริเริ่มโครงการ Reviving Origins ในพื้นที่แคว้นคีวู (Kivu) สาธารณรัฐคองโก เพื่อฟื้นคืนแหล่งเพาะปลูกกาแฟให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ผ่านความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง TechnoServe, องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) รวมถึงบริษัทธุรกิจค้ากาแฟอย่าง Virunga Coffee และ Olam International โดยทีมงานได้เข้าไปทำงานกับชาวไร่กาแฟในแคว้นคีวูตอนใต้กว่า 2,500 คน เพื่อฟื้นคืนแหล่งเพาะปลูกกาแฟที่เปรียบดั่งขุมทองของคีวู รวมถึงพัฒนาคุณภาพของกาแฟและปลูกฝังวิถีการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงให้อาชีพชาวไร่กาแฟในระยะยาว

เบื้องหลังชื่อแคปซูล Reviving Origins Kahawa ya Congo มีความหมายตรงตัวว่า “ความหวังแห่งคองโก” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสเพรสโซเพื่อเป้าหมายในการมอบชีวิตใหม่ให้กาแฟคองโกอีกครั้ง ทำให้รับประกันได้ว่า นอกจากจะได้ลิ้มรสชาติกาแฟอาราบิก้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากผืนดินคองโกแท้ๆ แล้ว ทุกหยดจากแคปซูลดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นคืนชุมชนกาแฟในสาธารณรัฐคองโกอีกด้วย

กาแฟคองโกลิมิเต็ด อิดิชั่นใหม่นี้ มีความเข้มข้นอยู่ที่ระดับ 8 ส่งตรงรสชาติกาแฟอาราบิก้าอันเป็นเอกลักษณ์จากแคว้นคีวู โดยเมล็ดกาแฟจะถูกนำไปผ่านกรรมวิธีการคั่วที่คัดแยกเอาเมล็ดขนาดคล้ายๆ กันไปคั่วด้วยกัน เช่นนำเอาเมล็ดกาแฟส่วนน้อยไปคั่วเข้มเพื่อดึงความเข้มข้นของกาแฟออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้กาแฟอาราบิก้าที่รสชาติกลมกล่อมและสมดุล พร้อมอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของธัญพืชและถั่ว สะท้อนถึงกลิ่นอายของผืนดินคีวูซึ่งเป็นดินแดนต้นกำเนิดของเมล็ดกาแฟแคปซูลนี้ โดยหากนำกาแฟไปผสมเข้ากับนม รสชาติกาแฟจะดึงความหอมหวานบางเบาออกมาเจือกลิ่นบิสกิตและวอลนัต เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติกลมกล่อมพร้อมรสสัมผัสนุ่มละมุน

ทั้งนี้ เนสเพรสโซมีแผนเดินหน้าเปิดตัวกาแฟหลากหลายรสชาติใหม่ในกลุ่ม Reviving Origins และ Master Origins ตลอดปี 2022 เพื่อตอกย้ำแนวคิด Made with Care ส่งตรงกาแฟคุณภาพเต็มเปี่ยมพร้อมด้วยความใส่ใจ เพื่อมอบรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากดินแดนต้นกำเนิด โดยแฟนๆ เนสเพรสโซ สามารถรอติดตามรายละเอียดสำหรับกาแฟรสชาติใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ เพื่อลิ้มรสชาติเอกลักษณ์ พร้อมซึมซับเรื่องราวของความใส่ใจผ่านเบื้องหลังการผลิตกาแฟ

พบกับกาแฟลิมิเต็ด อิดิชั่นรสชาติใหม่ Reviving Origins Kahawa ya Congo ได้ ตั้งแต่นี้ – 8 กุมภาพันธ์ 2565 ที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ nespresso และเนสเพรสโซแอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android ในราคาแคปซูลละ 30 บาท ติดตามรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคอลเล็กชั่นนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก Nespresso , อินสตาแกรม: @Nespresso.th #NespressoTH, และไลน์ : @NespressoTH

ยลโฉมผลงานจากเหล่าคนหลงรักพลังงาน ปีที่ 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673372

วันที่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 09:20 น.ยลโฉมผลงานจากเหล่าคนหลงรักพลังงาน ปีที่ 8ชวนชมงานศิลป์จากคนที่มีใจรักพลังงาน จากที่สุดผลงานกิจกรรมประกวดโครงการ “หลงรักพลังงาน” โดยกระทรวงพลังงาน ร่วมรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่ 8

ประกาดผลสุดยอดผลงานศิลปะโครงการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่ 8 ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงพลังงาน ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการเฟ้นหาสุดยอดผลงาน 64 รางวัล ในผลงานที่ส่งเข้าร่วมกว่า 600 ชิ้น รวมรางวัลมูลค่ากว่า 1,120,000 บาท พร้อมชวนชมจัดนิทรรศการภาพวาด “หลงรักพลังงาน” ที่สามารถเข้าชมได้ บริเวณวีรันดา ฮอลล์ เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ – 21 มกราคม 2565

นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลกิจกรรมประกวดวาดภาพ โครงการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่ 8 โดยมีผู้ได้รับคัดเลือกรวมจำนวน 64 รางวัล ในประเภทมัธยมศึกษาตอนต้น ประเภทมัธยมศึกษาตอนปลาย และ ปวช. ประเภทอุดมศึกษา และ ปวส. และประเภทประชาชนทั่วไป ณ เดอะคริสตัล (เอกมัย-รามอินทรา) บริเวณวีรันดา ฮอลล์ กรุงเทพฯ

“กระทรวงพลังงาน ได้จัดโครงการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนขึ้น ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้ว กระทรวงพลังงานยังคงต้องการให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของพลังงานจากการถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ โดยในปีนี้ ได้กำหนดหัวข้อว่า “หลงรักพลังงาน” ซึ่งเปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมประกวดได้ใช้จินตนาการในการสื่อสารข้อมูลด้านพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น การอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน หรือการใช้พลังงานที่ ตัวผู้ประกวดเองได้เห็นหรือได้เข้าถึงการใช้พลังงานในรูปแบบต่างๆ และก็เป็นที่น่าภาคภูมิใจว่า ในปีนี้ มีผลงานเข้าร่วมประกวดมากกว่าปีที่แล้ว โดยในปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดถึง 619 ผลงาน แสดงให้เห็นว่าประชาชนได้ให้ความสนใจด้านพลังงานมากขึ้น ซึ่งนอกจากกระทรวงพลังงานจะยังคงมีการสื่อสารข้อมูลด้านพลังงานผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจรูปแบบการใช้พลังงานที่จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในอนาคตอันใกล้ อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของกระทรวงพลังงานที่จะยังคงเน้นย้ำ คือ การส่งเสริม จัดหา พัฒนา ทางเลือกของพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการจัดประกวด ในครั้งนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้ให้ทั้งนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านพลังงาน และจะดำเนินกิจกรรมนี้ต่อไปในปีหน้าอีกด้วย” นางเปรมฤทัย กล่าว

สำหรับคณะกรรมการในการตัดสินประกอบด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงพลังงาน ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมี นางเปรมฤทัย วินัยแพทย์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ดร.สังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร นายสมภพ บุตรราช ศิลปินอิสระ นายประทีป คชบัว ศิลปินอิสระ นางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน และนายประครอง สุวงทา หัวหน้ากลุ่มสื่อโสตทัศนูปกรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน

โครงการประกวดวาดภาพในครั้งนี้ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและเปิดรับผลงานเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมีนาคม ถึงวันที่ 31 เดือนสิงหาคม 2564 มีประชาชนจากทุกภาคส่วนให้ความสนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 619 ผลงาน โดยแบ่งเป็น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 201 ผลงาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและปวช. 242 ผลงาน ระดับอุดมศึกษาและปวส. 69 ผลงาน และระดับประชาชนทั่วไป 107 ผลงาน

นายบรรหาร ประมาณ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทประชาชนทั่วไป ให้สัมภาษณ์ว่า “เคยเข้าประกวดวาดภาพกับกระทรวงพลังงานครั้งแรกตอนมัธยมศึกษาปีที่ 5 แล้วก็หายไป 8 ปี กลับมาประกวดอีกครั้ง แนวคิดก็เปลี่ยนไป อยากนำเสนอเรื่อง community mall energy คือเป็นชุมชนพลังงานทางเลือก ที่ร่วมกันอนุรักษ์พลังงานโดยใช้พลังงานทางเลือกและพัฒนาเทคโนโลยีให้เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน ผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาทำ 20 ชั่วโมง เป็นการ Paint ที่มีมิติ เพราะเป็น pop up ใช้สีอะครีลิคและสีไม้ เสน่ห์ของศิลปะคือสามารถสร้างแรงดึงดูดให้คนสนใจ สัมผัสง่าย หวังว่าผลงานชิ้นนี้จะช่วยให้คนรุ่นใหม่หลงรักพลังงานได้”

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการภาพวาด “หลงรักพลังงาน” สามารถเข้าชมได้ที่ บริเวณวีรันดา ฮอลล์ เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ – 21 มกราคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เสริมความเฮงปีขาล ขานรับทุกความมงคล ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673369

วันที่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 08:25 น.เสริมความเฮงปีขาล ขานรับทุกความมงคล ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ชวนเบิกฟ้าฉลองเทศกาลตรุษจีน ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ “ไอคอนสยาม” อัญเชิญเทพ “ท่ามก๋งเยี่ย” จากฮ่องกง ให้ชาวไทยสักการะเสริมสิริมงคล พร้อมชื่นชมการแสดงมังกรทานตะวันตัวแรกของประเทศไทย 27 ม.ค. – 2 ก.พ. ศกนี้

เทศกาลตรุษจีนปีนี้มาร่วมสืบสานประเพณีสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน เบิกฟ้าสู่ศักราชใหม่รับความมั่งคั่งตลอดปีเสือทอง ฉลองตรุษจีน ณ โค้งน้ำท้องมังกรเก็บทรัพย์ เมื่อหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าไทยไหหลำ สมาคมใหหนำแห่งประเทศไทย Jubilee Diamond และ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา จับมือกันจัดงาน THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2022

เชิญสักการะองค์ยุวเทพ ท่ามก๋งเยี่ย ซึ่งได้อัญเชิญมาจากวัดท่ามกง เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมขอพรและเสี่ยงเซียมซี 64 คำทำนาย เนรมิตพื้นที่ริเวอร์พาร์คริมน้ำเจ้าพระยา ประดับตกแต่งด้วยสัตว์มงคลต่างๆ ที่มีความหมายแห่งความรุ่งเรืองพร้อมให้ถ่ายรูปเช็คอิน ชมการแสดงเชิดมังกรทานตะวันตัวแรกของประเทศไทย ดอกไม้มงคลที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีชีวิตยืนยาว ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงเชิดสิงโต การแสดงเสือไหหลำและการแสดงดนตรีจีน รวมถึงออก บูธร้านค้าให้ได้ช้อปปิ้งของมงคลต้อนรับปีใหม่จีน ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ไอคอนสยาม ซึ่งเข้มข้นตามแนวปฏิบัติ Covid-Free Setting และเป็นไปตามมาตรการการจัดงานตามที่ ศบค.กำหนด

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญของทั้งชาวจีนและพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน เพราะถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ ไอคอนสยามได้ให้ความสำคัญกับการสืบสานประเพณีอันสำคัญนี้เสมอมา จึงได้จัดเตรียมความพิเศษไว้ให้กับชาวจีนที่พำนักในประเทศไทย และพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ได้เฉลิมฉลองเนื่องในเทศกาลปีใหม่จีนนี้ โดยปีนี้เราได้อัญเชิญองค์ยุวเทพ ท่ามก๋งเยี่ย มาจากวัดท่ามกง เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน มาประดิษฐาน ณ รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1 ท่ามก๋งเยี่ยเป็นเทพอารักษ์คุ้งน้ำ ที่ชาวฮ่องกง มาเก๊า เมื่อจะเดินทางโดยเรือจะต้องอธิษฐานขอพรจากท่าน เพื่อให้เดินทางโดยสวัสดิภาพแคล้วคลาดปลอดภัยตลอดการเดินทาง มือขวาองค์ท่านจะถือพู่สีขาว ผู้สักการะมีความเชื่อว่าท่านจะปัดเป่าความไม่ดีออกไป และยังประทานพรให้กับพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนให้ทำธุรกิจการค้าให้สำเร็จ ราบรื่น รุ่งเรืองอีกด้วย พร้อมกันนี้ ยังขอเชิญทุกท่านร่วมขอพร และเสี่ยงเซียมซี 64 คำทำนาย ซึ่งผู้คนที่เคารพนับถือต่างกล่าวขานถึงความแม่นยำ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมสักการะและขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่จีนปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ศกนี้

สำหรับที่สุดของความพิเศษในงานนี้ไอคอนสยามได้จัด การแสดงมังกรทานตะวันตัวแรกของประเทศไทย ที่ลำตัวของมังกรประดับดอกทานตะวันตลอดทั้งตัว โดยคนจีนเชื่อว่าดอกทานตะวันเป็นดอกไม้มงคลที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาวเปี่ยมไปด้วยความสุข ส่วนมังกรจีนเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นอันหนึ่งของจักรพรรดิและวัฒนธรรมจีน มีลักษณะที่มาจากสัตว์หลายๆ ชนิดผสมผสานกัน เชื่อว่ามีพลังอันยิ่งใหญ่ สง่างาม มีความอุดมสมบูรณ์ สติปัญญา และสิริมงคล การเชิดมังกรเชื่อว่าจะนำความโชคดีมาให้กับผู้คน ยิ่งเชิดมังกรระยะเวลานานมากเท่าไหร่ก็จะนำความโชคดีมาให้ชุมชนมากขึ้นเท่านั้น ในปีนี้ไอคอนสยามตั้งใจส่งตรงให้มังกรทานตะวัน นำพาความมั่งมี สุขขี มามอบให้กับทุกคน พร้อมโชว์พิเศษจาก Jubilee Diamond คอลเลกชั่น THE REIGN OF DIAMOND TIGER : PRESTIGIOUS HIGH JEWELY CREATIONS, THE ICON OF POWER AND BEYOND PROSPERITY พร้อมด้วยการแสดงเสือไหหลำจากปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ในวันที่ 27 มกราคม 2565 ณ บริเวณริเวอร์ พาร์ค ชั้น G

สำหรับบริเวณเจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมจีน การแสดงดนตรีจีน Music of China และขบวนเสือไหหลำพาเหรดอวยพร ส่งความสุข และกิจกรรมอีกมากมาย และช้อปไอเทมเสริมดวงเฮงเครื่องประดับ เสื้อผ้า อุปกรณ์ไหว้เจ้า อาหาร และต้นไม้มงคล สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าภายในไอคอนสยามในช่วงเทศกาลตรุษจีนครบ 1,500 บาท ขึ้นไปจะได้รับ “ฮู้” หรือยันต์ศักดิ์สิทธิ์จากวัดท่ามกง (จำนวนจำกัด)

ด้านเมืองสุขสยาม ชั้น G ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนจัดงาน มหัศจรรย์ตรุษจีน มั่งมีสุข ชวนอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารมงคลเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และสินค้ามงคลอีกมากมาย พร้อมชมการแสดง เชิดสิงโตมงคล เชิดมังกรทอง ขบวน 7 นางฟ้า แจกส้มมงคล อุปรากรจีนเปลี่ยนหน้ากาก การแสดงกู่เจิ่ง และเขียนคำอวยพรภาษาจีน

นอกจากนี้ ที่ Dear Tummy ไลฟ์สไตล์ซูเปอร์มาร์เก็ต ชั้น G ไอคอนสยาม ได้จัดเตรียมชุดไหว้มงคลต่างๆ ประกอบไปด้วย ชุดเครื่องไหว้ ชุดผลไม้ ชุดขนมไหว้ เสริมมงคล รวมถึงชุดของแห้งและเครื่องปรุง หรือจะซื้อแยกเป็น หมู เป็ด ไก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ทั้งปลากระพงนึ่งไหว้เจ้า กุ้งต้ม หมูกรอบชาชู ขนมส่งตรงจากเยาวราช ผลไม้มงคล รวมถึงกระดาษเผาชุดแก้ชง โดยทุกคนสามารถมาจับจ่ายซื้อของได้ที่เดียร์ทัมมี่ ชั้น G ไอคอนสยาม

พลาดไม่ได้ !!! กับจุดเช็คอินถ่ายรูป ณ ริเวอร์ พาร์ค ริมน้ำเจ้าพระยาบนพื้นที่ 1, 000 ตารางเมตร สัมผัสบรรยากาศความงดงามของสวนจีนจำลองพร้อมเก๋งจีนขนาดใหญ่ตั้งเป็นตระหง่านท่ามกลางโคมไฟหลากรูปแบบและสีสัน ประดับตกแต่งด้วยสัตว์มงคลต่างๆ อาทิ มังกร ซึ่งเป็นสัตว์มงคลสูงสุด เป็นตัวแทนแห่งความดีงาม ความแข็งแกร่ง ความตั้งใจ ความอุตสาหะพยายาม ความกล้าหาญ และความอดทน สิงห์เป็นเครื่องหมายของความรุ่งเรือง ยศถาบรรดาศักดิ์ ฐานะและชื่อเสียง คุ้มครองให้ร่มเย็นเป็นสุข และนกฟีนิกซ์ นกยูง นกกระเรียน อันเป็นสัญลักษณ์ ความสุข ความโชคดี ความรุ่งเรือง รวมถึงโคมไฟตัวอักษรจีนที่มีความหมายมงคลต่างๆ อาทิ ความสุข, ราบรื่น, รุ่งเรือง และ ร่ำรวย สำหรับบริเวณ ไอคอนสยาม พาร์ค ชั้น 2 ได้ประดับประดาไปด้วยโคมไฟและนกยูงตกแต่งอย่างตระการตา โดยไอคอนสยามเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาชื่นชมความงดงามพร้อมเก็บภาพความประทับใจได้ถึง 15 มีนาคม ศกนี้

พิเศษสำหรับนักช้อป ไอคอนสยาม (ปี) ขาลรับทุกความมงคล มั่งคั่งตลอดปีเสือทอง ชวนช้อปจุใจแลกรับ SIAM GIFT CARD รวมมูลค่ากว่า 1.4 ล้านบาท เพียงช้อปครบ 5,000 บาท แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 150 บาท, ช้อปครบ 8,000 บาท แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 400 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2565 และพิเศษสุดเมื่อ ช้อปครบ 12,000 บาทแลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 800 บาท ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ (ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย)

ทั้งนี้ ไอคอนสยามเคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยขั้นสูงสุด ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตามแนวทางจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยจัดจุดตรวจวัดอุณหภูมิ จุดบริการแอลกอฮอล์ มีพนักงานทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆ พนักงานได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และพนักงานต้องทำแบบคัดกรองโรคทุกสัปดาห์ตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงการเข้ารับการตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และแสดงผลเป็นลบ (Negative) เท่านั้น พร้อมเน้นย้ำให้ทุกท่านสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไอคอนสยามเข้มข้นตามแนวปฏิบัติ COVID Free Setting เป็นไปตามมาตรการตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดอย่างเคร่งครัด

ก้าวสู่ศักราชใหม่ Birkenstock ปล่อยรองเท้ารุ่นใหม่แกะกล่อง พร้อมโทนสีใหม่เอาใจสายสตรีท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673277

วันที่ 18 ม.ค. 2565 เวลา 08:30 น.ก้าวสู่ศักราชใหม่ Birkenstock ปล่อยรองเท้ารุ่นใหม่แกะกล่อง พร้อมโทนสีใหม่เอาใจสายสตรีทGet Ready to Your New Year with Birkenstock เซอร์ไพร์สรับปีใหม่ด้วยรองเท้าล่าสุดจากแบรนด์ Birkenstock ซึ่งมีทั้งรุ่นใหม่แกะกล่อง และรองเท้ารุ่นยอดนิยมที่มาพร้อมโทนสีใหม่เอาใจแฟนคลับ

ก้าวสู่ศักราชใหม่ด้วยรองเท้าล่าสุดจากแบรนด์ Birkenstock (เบอร์เคนสต๊อก) ซึ่งมีทั้งรุ่นใหม่แกะกล่อง ได้แก่ รุ่น Rotterdam รองเท้าลำลองมีกลิ่นอายความเท่สไตล์สปอร์ต และรุ่น Siena รองเท้าสำหรับสุภาพสตรีที่โดดเด่นด้วยสไตล์มินิมอล และบัคเคิลขนาดใหญ่ที่รับกับความกว้างของสายหนังที่ไขว้กัน ปิดท้ายด้วย Madrid Big Buckle รองเท้ารุ่นยอดนิยมที่มาพร้อมโทนสีใหม่รับปีใหม่

ต้นฉบับพื้นรองเท้า (Footbed) ระดับพรีเมี่ยมของ Birkenstock ถือเป็นหัวใจหลักของรองเท้าทุกรุ่น โดยทางแบรนด์ได้อธิบายถึงพื้นรองเท้าด้านในที่มีรูปร่างทางกายวิภาค พร้อมองค์ประกอบรองรับพิเศษ การออกแบบที่ได้รับการวิเคราะห์และรังสรรค์อย่างถี่ถ้วน แม้ว่าจะเป็นรายละเอียดที่เล็กที่สุด พร้อมเลียนแบบรอยเท้าตามธรรมชาติบนพื้นทรายช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แม้จะยืนอยู่อย่างชั่วโมงก็ตาม เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพตลอดจนการใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ดียิ่งขึ้น

สำหรับความพิเศษของพื้นรองเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Birkenstock ในรุ่นใหม่ยังคงความพิเศษเหล่านั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นส้นรองเท้าก้นลึก ที่ช่วยในการรองรับปัญหาเท้าและยึดกระดูกส้นเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ แม่พิมพ์ส้นเท้า ที่ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อน่อง รักษาความมั่นคงบริเวณด้านหลังเท้า พร้อมปรับท่าทางการเดินและการประสานงานของกล้ามเนื้อให้ดีมากขึ้น รวมทั้งการออกแบบภายในและภายนอกที่ช่วยในการรองรับตามแนวโค้ง เส้นโค้งแนวขวางช่วยการรองรับ ร่องยึดนิ้วเท้าออกแบบให้มีความหลวม ทำให้นิ้วเท้าสามารถกระจายออกไปในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติได้ รอยยักนั้นช่วยให้นิ้วเท้างอได้ตามธรรมชาติ ตลอดจนพื้นรองเท้าที่ถูกยกให้สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหน้า ซึ่งขอบพื้นรองเท้าที่ยกสูงขึ้นนั้นช่วยปกป้องเท้าขณะเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ความสบายสูงสุดเมื่อยืนเป็นเวลานานๆ ฝึกให้ช่วงขาและเท้าของเราได้สัมผัสถึงความสบายจรดเท้าปลาย ซึ่งความลับอยู่ในรองเท้าที่สวมใส่ เมื่อเท้าได้รับการรองรับอย่างสมบูรณ์แบบในแต่ละขั้นตอน ร่างกายทุกส่วนของเราก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีไปด้วย

Rotterdam MF สี Light Gray และ Black FB Black (ราคา 9,990 บาท)

ใครเป็นสายสตรีทไม่ควรพลาด! รุ่น Rotterdam รองเท้าลำลองที่โดดเด่นด้วยตัวล็อคแบบตะขอและตัวห่วงแบบหนาที่ช่วยเพิ่มความกระชับและทนทานยามสวมใส่ อีกทั้งพื้นรองเท้าที่มีการจับคู่สีทำให้รองเท้าดูหรูหรา อัปเปอร์ทำจากไมโครไฟเบอร์ที่เป็นมิตรต่อผิวหนังรุ่นนี้มาในลุคสตรีทที่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ สามารถหยิบมาแมทช์กับลุคต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายอีกด้วย

Madrid Big Buckle NU สี Mud Green / Dove GrayและCacao (ราคา 4,990 บาท)

กลับมาอีกครั้งกับรุ่นยอดนิยมอย่าง รุ่น Madrid Big Buckle โดดเด่นและคลาสสิกด้วยสายรัด หัวเข็มขัด Big Buckle และพื้นไม้ก๊อกที่เป็นเอกลักษณ์โค้งมนผสมผสานกันอย่างลงตัว เพิ่มความพิเศษด้วยหนังนูบัคโทนสีใหม่ 3 เฉด ได้แก่สี Mud Green, Dove Gray และ Cacao

Siena Big Buckle FL สี Cognac HEX และ Black HEX (ราคา 6,790 บาท)

อีกหนึ่งสมาชิกใหม่ของครอบครัว Birkenstock อย่าง Siena เป็นรองเท้าลำลองมีรูปลักษณ์อันปราณีต สายรัดแบบไขว้ทำให้รองเท้าแตะมีรูปลักษณ์ที่พิเศษและไม่เหมือนใคร พร้อมเติมความโดดเด่นด้วย Big Buckle หัวเข็มขัดหมุดขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา บริเวณพื้นรองเท้า (Footbed) หุ้มด้วยหนังเรียบนุ่มและเข้ากับสีของตัวรองเท้า อีกทั้งอัปเปอร์ยังทำจากหนังนูบัคแบบหนาพิเศษอีกด้วย

รีบจับจองเป็นเจ้าของ Birkenstock รุ่นพิเศษเหล่านี้กันได้ บนเว็บไซต์ www.ikonthailand.com และพบความคลาสสิกร่วมสมัยของเบอร์เคนสต๊อกได้ที่ Shop ,? Consignment Counter , ร้าน IKON 

3 ช่างภาพชื่อดังร่วมเปิดตำนานครั้งใหม่กับ Leica M11

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673149

วันที่ 17 ม.ค. 2565 เวลา 09:50 น.3 ช่างภาพชื่อดังร่วมเปิดตำนานครั้งใหม่กับ Leica M11Leica เปิดศักราชใหม่ปีเสือด้วยการเผยโฉมกล้องไลก้าตระกูล M รุ่นใหม่ล่าสุด “Leica M11” พร้อมชวน 3 ช่างภาพชื่อดังร่วมเปิดตำนานครั้งใหม่ ลั่นชัตเตอร์เล่าขานความเป็น M ซีรีย์ ธีม “Legacy of Leica”

คุ้มค่าแก่การรอคอยถึง 5 ปีเต็ม! สำหรับสาวกกล้องตำนานระดับโลกอย่าง “ไลก้า” เมื่อ Leica Camera Thailand (ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์) โดย ดนัย สรไกรกิติกูล เปิดศักราชใหม่ปีเสือด้วยการเผยโฉมกล้องไลก้าตระกูล M รุ่นใหม่ล่าสุด “Leica M11” (ไลก้า เอ็ม 11) ราคา 303,800 บาท ที่พัฒนาต่อยอดฟังก์ชั่นใหม่หมดจากรุ่นยอดนิยม Leica M10 ด้วยนวัตกรรมการถ่ายภาพสุดล้ำ ผสมผสานประสบการณ์ของการถ่ายภาพดั้งเดิมแบบเรนจ์ไฟน์เดอร์เข้ากับเทคโนโลยีกล้องร่วมสมัย เพื่อให้ผู้รักการถ่ายภาพได้สัมผัสกับที่สุดของความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพจากเซ็นเซอร์แบบเฉพาะที่มี Triple Resolution พร้อมช่วง ISO ที่กว้างขึ้น หน่วยความจำคู่ อีกทั้งแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า และระบบเมนูที่ปรับเปลี่ยนใหม่ให้เข้าใจง่ายโดนใจคนรักการถ่ายภาพ

พร้อมชวนเซียนกล้องระดับแถวหน้าของเมืองไทยในฐานะ “ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์” นำโดย ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์, “แอ๊ด” พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ และ “ชัช” ชัชวาล จันทโชติบุตร ร่วมสัมผัสความล้ำสมัย รังสรรค์ภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดประทับใจ ภายใต้โจทย์ “ Legacy of Leica” ผ่าน Leica M11 ในแบบฉบับของตัวเอง

ดนัย สรไกรกิติกูล ผู้บริหาร ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์ เผยว่า ไลก้า เอ็ม 11 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการถ่ายภาพดิจิทัล และยังเป็นกล้อง M-System ที่ยืดหยุ่นที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Leica อีกด้วย โดยจุดเด่นที่เป็นหัวใจของกล้องรุ่นนี้ คือเซ็นเซอร์ BSI CMOS แบบฟูลเฟรมที่มาพร้อมเทคโนโลยี Triple Resolution ทำให้สามารถบันทึกไฟล์ภาพในรูปแบบ DNG และ JPEG ได้ที่ความละเอียด 60, 36 หรือ 18 ล้านพิกเซล โดยใช้เซ็นเซอร์เต็มพื้นที่ตลอดเวลา ตัวเลือกความละเอียดที่ 60 ล้านพิกเซล ให้คุณภาพของภาพ ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน และเก็บบันทึกรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนโดยใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบออปติกของเลนส์ APO ล่าสุดจาก Leica สำหรับ M-System และหากเลือกความละเอียดที่ต่ำลงมา กล้องจะสามารถทำงานได้เร็วขึ้น ถ่ายภาพรัวต่อเนื่องได้นานขึ้น และทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลง

อีกสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปใน M11 คือการตั้งใจถอด Base plate กล้องที่เคยมีมาแต่เดิมออก เพื่อให้ช่างภาพสามารถเข้าถึงแบตเตอรี่และช่องใส่การ์ด SD ได้ง่าย และนอกเหนือจากช่องใส่การ์ด SD แล้ว Leica M11 ยังมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในความจุสูงถึง 64 กิกะไบต์ ทำให้ M11 เป็นกล้องโมเดล M รุ่นแรก ที่บันทึกภาพลงบนสื่อจัดเก็บข้อมูลที่ต่างกันสองชนิดได้ ส่วนแบตเตอรี่ 1800mAh นั้นเก็บพลังงานได้มากขึ้น 64% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเมื่อรวมกับการทำงานที่ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้นของกล้องรุ่นนี้แล้ว ช่างภาพจึงสามารถใช้กล้องต่อเนื่องได้นานขึ้นมากต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังสามารถชาร์จแบตเตอรี่ของกล้อง ผ่านพอร์ต USB-C อเนกประสงค์ที่เพิ่มมาใหม่ได้โดยใช้ที่ชาร์จ USB-C ทั่วไป

และเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายทุกการเชื่อมต่อ Leica M11 จะได้รับการอัปเกรดคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อผ่านเฟิร์มแวร์ใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 เพื่อเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ในการเชื่อมต่ออันล้ำสมัยให้กับ M11 และยกระดับเวิร์กโฟลว์การทำงานผ่านอุปกรณ์พกพาของช่างภาพให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้แอป Leica FOTOS สามารถฝังข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง เข้าถึงภาพผ่านการเชื่อมต่อบลูทูธ และถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วขึ้นด้วย ที่สำคัญ Leica M11 ยังผ่านการรับรองอุปกรณ์เสริม “Made for iPhone and iPad” ของ Apple แล้ว จึงสามารถใช้งานผ่านสาย Leica FOTOS ที่มีมาให้ได้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร

มาฟังประสบการณ์ของเหล่า ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์ ที่มีโอกาสได้สัมผัสและลั่นชัตเตอร์ Leica M11 ก่อนใคร เริ่มจากเซียนถ่ายภาพขาวดำ ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยว่า ด้วยความละเอียดของกล้องที่สูงถึง 60 ล้านพิกเซล ที่สำคัญเป็นเลนส์ High-Solution จึงสามารถปรับลดทอนได้ถึง 3 ระยะ ทำให้ภาพมีความคมชัดยิ่งขึ้น เป็นการดึงศักยภาพ ที่แท้จริงของกล้องและเลนส์ออกมา ตอบโจทย์ในการนำไปใช้งานรูปแบบต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่ง

“ภาพเซตนี้ถ่ายที่เกาะยาวน้อย ภูเก็ต เป็นชุมชนชาวประมง ขณะเด็กๆ กำลังเล่นน้ำ ยิ่งขยายเข้าไปดูหรือพริ้นซ์ออกมายิ่งเห็นรายละเอียด แต่ละภาพมีทั้งรูปที่เบลอ ไม่โฟกัส มีความบิด กระทั่งสปีดชัตเตอร์ต่ำ ที่เผยให้เห็นเม็ดน้ำที่กระเด็นกระจายรอบตัวเด็ก ไลก้าเป็นเลนส์ไวแสงที่แอคทีฟกับไฮไลท์ของภาพเสมอ ถึงพูดกันว่าเลนส์ไลก้าเวลาถ่ายคนจะดูมีชีวิตมากกว่าเลนส์อื่นๆ แม้กระทั่งประกายตาซึ่งเล็กมากๆ ก็เก็บได้ ผมจึงเลือกถ่ายคนหรือสิ่งมีชีวิตแล้วมองย้อนกลับไปถึงรุ่น M3 ที่เป็นออริจินัลของแบรนด์ ที่บ่อยครั้งมักถูกใช้เล่าภาพประวัติศาสตร์ต่างๆ และด้วยสปีดชัตเตอร์ของกล้องที่สามารถปรับได้สูงถึง 160,000 จึงเป็นไลก้าตัวแรก ที่สามารถถ่ายในสภาพแสงเดย์ไลท์ และผมเลือกช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก เพราะอยากโชว์ศักยภาพกล้องหลายๆ อย่าง โดยดัน ISO ขึ้นไปสูงมากๆ ทำให้ภาพแทบไม่เห็น Noise ของภาพเลย ซึ่งเซอร์ไพรส์มากๆ เพราะปกติกล้องที่พิกเซลสูงๆ จะมาพร้อมกับ Noise ที่สูงมากเช่นกัน ปกติกล้องหลักของผมคือไลก้า MP 240 M10 R แล้วก็ SL เมื่อเทียบกับ M11 ความละเอียดคนละจักรวาลเลย เลยรู้สึกว้าวและประทับใจมาก ถ้าอยากเลือกกล้องสักตัวที่จะใช้บันทึกความทรงจำ หรือสิ่งที่อยากให้อยู่ในความทรงจำกับเรา นี่คือกล้องที่ดีที่สุด และนั่นคือนิยามของ Legacy of Leica” ช่างภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทย เน้นย้ำ

เช่นเดียวกับช่างภาพหนุ่มผู้หลงใหลธรรมชาติ “ชัช” ชัชวาล จันทโชติบุตร เลือกสะท้อนเลนส์คมของ Leica M11 ผ่านภาพขาวดำที่เต็มไปด้วยมิติของเงาสะท้อนบนผืนน้ำ ด้วยตั้งใจสื่อถึงจุดเริ่มต้นของไลก้า ในมุมมองขาวดำขณะที่ฟิล์มสียังไม่ถูกค้นพบมาใช้งาน โดยเขาเล่าว่า พยายามตีโจทย์ที่ได้รับมา ซึ่งในความเป็นไลก้านั้นสามารถตีความได้หลายมิติ ทั้งในเรื่องของตัวกล้อง ตำนานของคนที่นำไปใช้ รวมถึงเรื่องราว ที่ได้รับการตีพิมพ์แล้วเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำอย่างไรที่จะถ่ายทอดความเป็นไลก้าผ่าน Leica M11 ได้ดีที่สุด

“ผมชอบอยู่กับธรรมชาติ เลยนำสิ่งนี้มาตีความ ตอนอยู่ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา ได้ไปเจอซีนหนึ่ง เป็นกิ่งก้านไม้แห้งตายและพืชน้ำในทะเลสาบ ทำให้นึกถึงภาพหนึ่งของ René Burri ช่างภาพชาวสวิสเซอร์แลนด์ชื่อ Former Summer Palace. Dead Lotus Flowers on Kunming Lake. Bejing, ที่ประเทศจีน ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 1964 ช่างภาพคนนี้ถ่ายภาพด้วยกล้องไลก้ามาตลอด ภาพชุดนี้ของผมจึงตอบโจทย์ในสองมิติ อย่างแรกพูดถึงตัวกล้องซึ่งเงาสะท้อนอันหนึ่งสื่อถึงไลก้าในอดีต ส่วนเงาสะท้อนอีกอันสื่อถึงไลก้า เอ็ม บางจุดที่น้ำกระเพื่อมก็เกิดความบิดเบี้ยว ผมพยายามสื่อออกมาในแง่มิติที่เป็นตำนานของไลก้ามากกว่าเรื่องกลไกเทคนิคการถ่ายภาพ” ช่างภาพหนุ่ม กล่าว

ขณะที่เจ้าของฉายา “ADD CANDID” “แอ๊ด” พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ ที่เลือกสะท้อนมุมมองภาพถ่ายผ่านสถาปัตยกรรมไทยที่เต็มไปด้วยสีสันสะดุดตา กล่าวว่า เสน่ห์ของ Leica M11 นอกจากรูปลักษณ์หน้าตาที่ยังคงความเป็นไลก้า ขนาดเล็กเหมาะมือแล้ว ยังอยู่ที่ปุ่มฟังก์ชั่นพิเศษช่วยให้การซูมดูภาพได้ง่าย และชัดเจนขึ้น และสามารถปรับแต่งภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงได้โดยสะดวก ซึ่งกล้องบางตัวมีข้อจำกัดในเรื่องนี้

“รุ่นนี้ไม่ต้องพกพาแบตเตอรี่ไปด้วยหลายๆ ก้อน สามารถใช้งานได้ยาวกว่ารุ่นเอ็ม 10 พอสมควร นอกจากนี้ การมีความจุมากถึง 64 กิกะไบต์ ก็มีประโยชน์มากเวลาที่เราเพลิดเพลินในการถ่ายภาพแล้วการ์ดอาจจะเต็มโดยไม่รู้ตัว ถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษ สำหรับโจทย์ถ่ายภาพที่ได้รับมาในเรื่องของความเป็นตำนานนั้น ผมนำมาตีโจทย์ต่อว่า ศิลปะมีความยืนยาว ต่อเนื่อง และสืบทอด อย่างกรุงเทพฯ อะไรคือแรงบันดาลใจตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน ซึ่งสีและความอ่อนช้อยถือเป็นเอกลักษณ์ของงานศิลปะไทย ผมเลือกใช้เลนส์อาร์มาใส่ ในบอร์ดี้เอ็ม เก็บภาพบรรยากาศความเป็นรัตนโกสินทร์ในแบบที่ตัวเองชอบ อย่างในวัดพระแก้วผมชอบศิลปะการประดับกระจกซึ่งภาพที่สะท้อนผ่านกระจกสวยงามแปลกตาดี สื่อสารความเป็นอดีตในมุมมองปัจจุบันได้โดยไม่บอกตรงๆ หรืออย่างภาพวัดอรุณถ่ายผ่านซี่กรงรั้วก็เป็นมุมมองส่วนตัว ผมว่าการถ่ายภาพวัดสามารถเป็นได้ทั้งความคลาสสิกและภาพในมุมมองส่วนตัวในแบบร่วมสมัย” เจ้าของฉายา ADD CANDID กล่าวทิ้งท้าย

สัมผัสนวัตกรรมถ่ายภาพสุดล้ำ กับ Leica M11 ได้แล้ววันนี้ ที่ Leica Store สาขา เกษรวิลเลจ ชั้น 2 โทร. 02-656-1102 และ สาขา ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น เอ็ม โทร. 02-003-6068 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Line Official: @leicath

Burberry LNY22 แรงบันดาลใจจากนักษัตรปีเสือ จิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและมาดมั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/673130

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 13:45 น.Burberry LNY22 แรงบันดาลใจจากนักษัตรปีเสือ จิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและมาดมั่นBurberry เปิดตัวแคมเปญ Lunar New Year 2022 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปีขาล ถ่ายทอดโดยนางแบบสาวดาวรุ่งอย่าง Liu Bingbing, Liu Chunjie, Wang Xiangguo และ Yang Ling ถ่ายโดยช่างภาพชื่อดัง Feng Li

Burberry เริ่มต้นปีด้วยแคมเปญ Lunar New Year 2022 ที่ได้รับการถ่ายทอดโดยนางแบบสาวดาวรุ่งอย่าง Liu Bingbing, Liu Chunjie, Wang Xiangguo และ Yang Ling ถ่ายโดยช่างภาพชื่อดัง Feng Li เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองปีขาลปีนักษัตรที่สื่อถึงจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและมาดมั่น

โดยคอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้นำเสนอลวดลายของสัตว์อย่างลายเสือมาในโทนสีส้มที่ได้รับการตกแต่งบนกระเป๋าอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ อย่างกระเป๋ารุ่น  Lola และ Olympia มาพร้อมลายพิมพ์เสือเฉดสีส้ม ที่ได้รับการตกแต่งด้วยด้วยโซ่สะพายไหล่ ประดับด้วยบัคเคิ้ล Thomas Burberry นอกจากนั้น ส่วนกระเป๋าทรงโค้งมนอย่างรุ่น Olympia ประดับด้วยโลโก้ปักลายเสือสีส้มมาพร้อมลายพิมพ์สัตว์  ปิดท้ายด้วยกระเป๋าแมสเซนเจอร์ และกระเป๋าโท้ททรงกว้างลายพิมพ์เสือ รวมถึงไอเท็มอันโดดเด่นอย่างผ้าพันคอแคชเมียร์ และรองเท้าผ้าใบ นับเป็นการนำเสนอมุมมองใหม่เกี่ยวกับการลายพิมพ์ TB Monogram อันเป็นซิกเนเจอร์มาในเฉดสีน้ำผึ้งผสานกับสีส้มสดใสประดับด้วยตัวอักษร B อันเป็นซิกเนเจอร์อันโดดเด่นของแบรนด์

สำหรับแคมเปญ Lunar New Year 2022 นี้มีทั้งไอเท็มทั้งหญิงและชายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นแจ๊กเก็ต เสื้อคลุมที่มาพร้อมลายพิมพ์เสือ ลวดลายโมโนแกรมร่วมสมัย น้ำหนักเบา เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ เสื้อฮู้ด และกางเกงจ็อกกิ้งแบบมีเชือกผูกโดดเด่นด้วยลวดลายโมโนแกรมให้หนุ่มๆ แต่งตัวหล่อเท่อย่างมีสไตล์เลยทีเดียว

เรียกได้ว่าน่าดึงดูดทั้งลวดลายและสีสันที่บ่งบอกถึงปีเสือได้อย่างร่วมสมัย งานนี้รับรองว่าสาวกลายเสือจะได้แต่งตัวสนุกสนานยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

#BurberryLNY22 #Burberry

ส่งความสุข “เสิร์ฟความสด”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672927

วันที่ 13 ม.ค. 2565 เวลา 15:20 น.ส่งความสุข “เสิร์ฟความสด” The Farm ปี 5 ส่งความสุข “เสิร์ฟความสด” ในปีใหม่นี้ด้วยสินค้าท้องถิ่น ที่ “ทำด้วยใจพร้อมส่งตรงจากฟาร์มถึงมือคุณ” ที่เซ็นทรัล 4 สาขาในกรุงเทพฯ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท เจียไต๋ โปรดิ๊วซ์ จำกัด และ NIA สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดงาน เดอะฟาร์ม ปีที่ 5 “The Value of originally of local taste” เชิญร่วมสัมผัสคุณค่าแห่งท้องถิ่น ยกระดับความอร่อยจากวัตถุดิบท้องถิ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทำด้วยใจพร้อมส่งตรงจากฟาร์มถึงมือคุณ” ให้คุณได้อิ่มอร่อยกับผลิตผล ผลิตภัณฑ์ คุณภาพสดใหม่ ส่งตรงจากฟาร์ม รวมถึงสินค้าผัก ผลไม้ ออร์แกนิก เนื้อสัตว์คุณภาพ รวมมถึงขนมปังโฮมเมด ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 4 สาขาในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม – 31 มีนาคม 2565 โดยเริ่มที่ เซ็นทรัล เวสต์เกต ระหว่าง 11 – 24 มกราคม 2565, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ระหว่าง 17 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2565, เซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 ระหว่าง 4 – 17 มีนาคม 2565 และ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ระหว่าง 25-31 มีนาคม 2565

หาวันชิลๆ แล้วไปช้อปผลิตภัณฑ์ดีๆ รับปีใหม่กันได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เมนูอร่อย รังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นจากเกษตรกรทั่วไทยสู่ใจกลางเมือง อาทิเช่น น้ำส้มโอจากสวนส้มโออำนวย จ.ชัยนาท, น้ำอ้อยออร์แกนิก, ข้าวเหนียวปิ้งน้ำดอกอัญชัน อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม, เมี่ยงผักสด จ.หนองคาย

สินค้าคุณภาพจากฟาร์มชื่อดังที่คัดสรรผัก ผลไม้เกษตรอินทรีย์สดใหม่ จาก เจียไต๋โปรดิ๊วซ์ จำกัด (Chiatai) เอาใจคนชอบปลูกพืชปลูกผักกับเมล็ดพันธุ์โฮมการ์เด้นท์ตัวใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซอง Easy ปลูกง่ายสไตล์คุณ” สามารถอ่านวิธีปลูกได้จากข้างหลังซอง พร้อมเทคนิคการปลูกผักแต่ละชนิด นอกจากนี้ภายในงานจะได้พบกับผักและผลไม้จากเจียไต๋ฟาร์ม อาทิ เมล่อน ฟักทองมินิบอล เป็นต้น และเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด คือ น้ำเมล่อนปั่น หวาน หอม ชื่นใจ

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) [NIA] ที่นำสินค้าพรีเมียมผ่านการคัดเลือกการันตีคุณภาพโดย NIA อาทิ ไวน์ผลไม้พรีเมี่ยม จาก The Mae Nai’s Winery จ.พะเยา, โปรตีนจากไข่ขาว Albupro, ผลิตภัณฑ์วีแกน ซุปและซีเรียลจากจมูกข้าวกล้องงอก จาก NaturBloom, ผักโขมอินทรีย์อบกรอบ จาก Crispy Go, น้ำหวานดอกมะพร้าวออร์แกนิก จากชีวาดี และอื่นๆ อีกมากมาย

KU Milk จากมหาวิทยาลัยเกษตรษศาสตร์ ผลิตภัณฑ์มาตรฐานสืบสานตำนานนมเกษตร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ พันาจากศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาทิ นมสด หลากหลายรสชาติให้เลือก โยเกิร์ตนมสด ไอศกรีมซอร์ฟเสิร์ฟนมสด และเมนูยอดฮิต น้ำนมข้าวโพดหวาน ที่ไม่ต้องไปไกลถึงไร่สุวรรณ

อีกบูธที่ไม่ควรพลาด โก๋นมถั่ว จาก โก๋แก่ หลากหลายเมนูแสนอร่อย โก๋ นม ถั่ว จากแบรนด์ โก๋แก่ ไอศครีมรสเนยถั่ว หอมกลิ่นเนย หวานมัน ผสมถั่วให้ความละมุนได้อย่างลงตัว ไอศกรีมมะพร้าว มีความหอมของมะพร้าวไทย หวานสดชื่น อีกทั้ง ปังโก๋แมคคาเดเมียที่มีให้เลือกหลายรสชาติ และพลาดไม่ได้ ชานมไข่มุกนมถั่วลิงสงและนมอัลมอนด์

ร้าน De La Lita ที่นำ โฮลวีตชิปส์ และน้ำสลัดปรุงสด มาจำหน่าย ที่เทนูเน้นการนำวัตถุดิบมาจากธรรมชาติอย่างรสเค็มจากชีส รสเผ็ดจากพริกไทย และกระเทียมรสเปรี้ยวจากเกอร์กิ้นและเคเปอร์น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น รวมทั้งอโรมาจากอิตาเลียนเบซิลที่ทางร้านปลูกเอง นำมาปรุงรวมกันแบบสดใหม่ ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่แต่งสี และไม่แต่งกลิ่น

ร้านผักบ้านต่าย ผักและผลไม้สด ตัดสดวันต่อวันจากเกษตรกร อาทิเช่น ผักโขมอินทรีย์ หัวไชเท้าไร้สาร คะน้าอินทรีย์ มะละกอออร์แกนิก ฟักทองไร้สาร มะเขือเทศราชินีไร้สาร นำมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา ณิชชา ฟาร์ม ฟาร์มแตงโมส่งตรงจากสวน จ.ชลบุรี และ แตงโมสเลอปี้ หวาน เย็น สดชื่น ให้ได้ชิมเพลินๆ ภายในงาน

Chinese New Year คอลเลกชั่นแรกของปี ‘Jaspal’ คว้า ‘ยูน ปัณพัท’ ร่วมรังสรรค์แฟชั่นสุดเก๋รับตรุษจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672905

วันที่ 13 ม.ค. 2565 เวลา 13:05 น.Chinese New Year คอลเลกชั่นแรกของปี 'Jaspal' คว้า 'ยูน ปัณพัท' ร่วมรังสรรค์แฟชั่นสุดเก๋รับตรุษจีนตรุษจีนปีนี้ต๊าซให้สุด เสริมลุคสุดเฮงต้นรับตรุษจีนปีเสือ กับ Jaspal คอลเลกชั่นแรกของปี Chinese New Year 2565 ที่คว้าตัวดีไซเนอร์สุดเก๋ คุณยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ร่วมออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษในเทศกาลตรุษจีนปีเสือ

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ … เพิ่มความปังรับตรุษจีนให้คนเหลียวหลังหันมามอง ต้องแฟชั่นเก๋ๆ ที่จะหยุดทุกสายตาให้จ้องมาพร้อมกัน โดย Jaspal แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทย พร้อมเพิ่มความเฮงความปังรับตรุษจีนกับ คอลเลกชั่นแรกของปี 2565 คว้าตัวดีไซเนอร์สุดเก๋ คุณยูน – ปัณพัท เตชเมธากุล ร่วมส่งคอลเลกชั่นพิเศษรับตรุษจีนในปีเสือน้ำ 2565 ให้ตาลุกวาวไปกับดีไซน์ที่แตกต่างแต่ลงตัว ไม่ทิ้งกลิ่นอายความเป็นจีนที่ครั้งนี้มีสไตล์และมีความหมายซ่อนอยู่ในลายของผ้า เรียกว่าใครเห็นต้องเหลียวมอง

ตรุษจีนทั้งทีชุดกี่เพ้าต้องพร้อม พร้อมกับดีไซน์สวยๆ ที่ออกแบบมาให้อินเทรนด์ในปี 2565 ซึ่งไม่ใช่เพียงชุดกี่เพ้าเท่านั้นที่สะท้อนความเป็นจีน ในตรุษจีนนี้ Jaspal ยังมีชุดหลากหลายแบบ หลายสไตล์ให้เลือกสวมใส่ โดยคอลเลกชั่นนี้ได้ศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง คุณยูน – ปัณพัท เตชเมธากุล มาร่วมออกแบบ ซึ่งจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินเป็นการใช้บุคลิกที่แตกต่างกันของสัตว์เพื่อแสดงความรู้สึก โดยเธอชอบวาดภาพสัตว์และดอกไม้ที่มีรายละเอียดอันน่าค้นหาภายในภาพ รวมถึงการเลือกใช้สีในการสร้างผลงาน โดยคอลเลกชั่นตรุษจีนจาก Jaspal ศิลปินได้ดีไซน์เสือหลากหลายอิริยาบถ พร้อมกับผีเสื้อและดอกไม้นานาพรรณที่แทรกตัวอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืน สร้างความแตกต่างและไม่ซ้ำใคร ความโดดเด่นของการออกแบบจากคุณยูนยิ่งทำให้คอลเลกชั่นนี้พิเศษและสวยงามชวนให้สวมใส่ไปอีกเท่าตัว

ลงตัวและต๊าซสุดๆ ด้วยดีไซน์ของชุดที่คงความเป็นจีน แต่มีความอินเตอร์ สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเดรสกี่เพ้า, เสื้อคอกี่เพ้าในทรงแขนสั้นและแขนดอลลี่ มีให้เลือกทั้งโทนสีแดงและชมพู นอกจากนี้ยังเอาใจคนที่ชอบความเรียบง่ายแต่มีดีเทลด้วยเสื้อยืดแขนสั้น เสื้อเชิ้ต แจ็คเก็ต ชุดเดรสและ Coordinate Set สกรีนลาย ทางฝั่งของผู้ชายตอบโจทย์ทุกสไตล์ ทั้งเสื้อยืดคอกลม เสื้อโปโล และเสื้อเชิ้ตที่มีลวดลายจากการออกแบบของศิลปินให้ได้ Mix & Match ตามสไตล์ที่ชอบ ส่วนแฟชั่นสำหรับเด็กก็น่ารักไม่แพ้กัน ทั้งเสื้อและชุดเซตลายสวยงาม มีให้เลือกทุกวัยรวมกว่า 62 แบบ ที่ไม่ว่าจะหยิบลุคไหนมาใส่รับรองว่าปัง! ถ้าอยากต๊าซสุดในยุคนี้ต้องหยุดที่ Jaspal

คุณยูน เผยถึงแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นนี้ว่า “ต้องการส่งพลังบวกให้กับทุกคนที่สู้กับโควิดมาตลอด 2 ปี ซึ่งอยากให้ปีนี้เป็นปีที่มีความหวัง ที่ได้กลับมาตั้งหลักเริ่มต้นกันใหม่ ผ่านการเปรียบเทียบกับ “แมวเก้าชีวิต” ที่สามารถรอดพ้น หลบหลีก รวมถึงมีการฟื้นตัวกลับมาได้เสมอ สะท้อนให้เห็นว่าชีวิตจริง หลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้ก้าวข้ามผ่านได้ง่ายๆ จึงอยากให้คอลเลกชั่นนี้เป็นกำลังใจและเป็นพลังงานดีๆ สำหรับการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งในปี 2565”

อีกความพิเศษคืด Fashion Set ในคอลเลกชั่นนี้ ยังได้สาวหมวย “ออกแบบ-ชุติมณฑน์” และหนุ่มตี๋สุดฮอต “กระทิง – ขุนณรงค์” มาร่วมถ่ายทอดคอลเลกชั่นสุดปัง! Chinese New Year 

เพิ่มความเฮง ความปัง และปลุกพลังในตัวเองให้ลุกขึ้นมาสดใสรับตรุษจีนนี้ด้วยคอลเลกชั่น Chinese New Year จาก Jaspal ไม่ว่าสาวๆ จะเลิฟแบบลุคจีนไม่หลุดธีมด้วยชุดกี่เพ้า หรือเป็นสายแมทช์ชุดไม่ซ้ำใคร เน้นสีสันสุดจี๊ด ไปจนถึงแมนๆ แต่คงความเท่และ cool หรือจะสนุกสนานกับการแต่งตัวไปทั้งครอบครัวพร้อมลูกๆ หลานๆ ก็เก๋และปังไปอีกแบบ คอลเลกชั่นรับตรุษจีนจาก Jaspal เริ่มจำหน่าย 14 มกราคม 2565 ที่ Jaspal ทุกสาขา / Chat&Shop ง่ายๆ เพียงแอด @jaspalthailand หรือ Shop online สไตล์ New normal ได้ที่ www.jaspal.com และมาเพิ่มความปังและความเฮงกับแฟชั่นสุดเก๋รับตรุษจีน 2565 นี้ด้วยกัน!

รวมกระเป๋า 5 รุ่นสุดปังจาก Off-White ออกแบบโดย Virgil Abloh

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/672705

วันที่ 11 ม.ค. 2565 เวลา 09:10 น.รวมกระเป๋า 5 รุ่นสุดปังจาก Off-White ออกแบบโดย Virgil Ablohนอกจากฝีมือการออกแบบสนีกเกอร์ชั้นเลิศไม่เป็นรองใครของ Virgil Abloh ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White แล้ว ครั้งนี้ยังทำเอาสาวๆ ใจสั่น กับการแนะนำกระเป๋า 5 รุ่นสุดปังที่จัดมาให้ตามคำเรียกร้อง

หากใครกำลังมองหากระเป๋าแบรนด์เนมที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ทุกคนคงจะต้องนึกถึงแบรนด์ออฟไวท์ (Off-White) วันนี้ เราจึงขอมาแนะนำกระเป๋า 5 รุ่นสุดปังตามคำเรียกร้อง ที่ออกแบบโดย เวอร์จิล แอบโลห์ (Virgil Abloh) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ นอกจากฝีมือการออกแบบสนีกเกอร์ชั้นเลิศไม่เป็นรองใครของเวอร์จิลแล้ว เขายังพกความใส่ใจในรายละเอียดพร้อมแอบแฝงการเล่าเรื่องราวทางสังคมที่น่าสนใจมาแสดงฝีมือในการสร้างสรรค์กระเป๋าเจ๋งๆ สำหรับผู้หญิงอีกด้วย งานนี้บอกเลยว่าทำเอาสาวๆ ใจสั่นแน่นอน

1. เริ่มต้นกันที่กระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง Burrow Shoulder Bag ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “สวิสชีส” และ “ฝนดาวตก” มาด้วยรูปทรงที่เว้าแหว่ง ประกอบกับเทคนิคการเจาะรูที่ใช้ช่างฝีมือชั้นยอดและความประณีตชั้นสูง ด้วยผิวสัมผัสที่นุ่มของกระเป๋า ประกอบกับรูปทรงที่โดดเด่น ทำให้กระเป๋าเป็นที่นิยมและสร้างความประทับใจที่น่าจดจำให้แก่สาวๆ จากทั่วทุกมุมโลก แอบกระซิบไว้ตรงนี้เลยว่ากระเป๋ารุ่นนี้ราคาขึ้นทุกปีนะจ๊ะ ต้องรีบไปจัดกันเลยแม่

2. หากใครชอบกระป๋าทรงโท้ท ขอแนะนำเป็น Burrow Tote Bag รุ่นยอดนิยม ผลิตจากหนังลูกวัวคุณภาพดีจากอิตาลี พร้อมสีสันให้เลือกหลากหลาย มีตั้งแต่ไซส์มินิที่สุดแสนจะน่ารักไปจนถึงไซส์ใหญ่ที่จุของได้หนำใจ เหมาะเป็นกระเป๋าสำหรับใช้ประจำวัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของสาวๆแน่นอน แมทช์กับเสื้อผ้าแล้วสวยเก๋มากเวอร์ รุ่นนี้เหล่าเซเลปถือกันเยอะมาก ห้ามพลาดจริงๆ

3. กระเป๋าสุดคลาสสิกฮิตตลอดกาล ไม่ว่าจะปีไหนๆ ก็ไม่เคยตกเทรนด์ ต้องขอยกให้รุ่นนี้เลย Jitney Bag ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถบัสสายแฮมป์ตัน จิทนีย์ (Hampton Jitney) ในกรุงนิวยอร์ค เวอร์จิล แอบโลห์ ได้นำแรงบันดาลใจจากความหลากหลายและความแตกต่างของแต่ละบุคคลที่สัญจรโดยรถบัสสายนี้ ที่ทุกคนต่างมีจุดหมายปลายทางเป็นสถานที่เดียวกันโดยที่ไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมใดๆ แค่คอนเซปต์ในการออกแบบก็กินขาดแล้ว โดยสัญลักษณ์ Arrow หรือลูกศร จะถูกออกแบบและเพิ่มลูกเล่นต่างกันไปในแต่ละซีซันอีกด้วย

4. สำหรับสาวๆ ที่ชอบกลิ่นอายความเป็นสตรีทสไตล์ต้องห้ามพลาดกับกระเป๋าตระกูล Binder Clip Bag ที่มีรูปทรงหลากหลาย โดดเด่นด้วย Diagonal Line ที่สามารถพบเจอตามท้องถนน พร้อมอะไหล่รูปคลิปหนีบกระดาษที่บริเวณฝากระเป๋า รวมถึงสลักเกลียวน็อตบริเวณด้านข้างกระเป๋า แสดงออกถึงภูมิหลังและจิตวิญญาณของเวอร์จิลเองที่มีความผูกพันธ์กับงานวิศวกรรมโยธาและงานด้านสถาปัตยกรรม

5. สุดท้ายกับกระเป๋าน้องใหม่รุ่น Jackhammer กระเป๋ารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าบุนวมเป็นเส้นสายที่สวยทันสมัย ขอบอกเลยว่าใบนี้นุ่มมากๆ พร้อมสายสะพายโซ่ที่ปรับได้เพื่อความหลากหลายในการใช้งาน ไม่ว่าจะปรับเป็นสายสั้นหรือสายยาว เรียกได้ว่าซื้อหนึ่งได้ถึงสอง ที่ปิดกระเป๋าตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์ Arrow หรือลูกศร อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ควบคู่ไปกับแท็ก Zip Tie เรียกได้ว่าสวยเด่นสะดุดตาแน่นอน

ใครที่อยากติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ออฟไวท์ สามารถติดตามได้ที่ Instagram https://www.instagram.com/off_white_bangkok/ หรือทาง Official Line Account :: @offwhitebangkok สอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ Off-White™ สาขา The EmQuartier ชั้น M โทร. 02-003-6168 และสาขา Siam Paragon ชั้น M โทร. 02-129-4530