Converse CX Artist Series

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686738

วันที่ 30 มิ.ย. 2565 เวลา 20:38 น.Converse CX Artist Series

Converse ดึงเหล่าครีเอทีฟรุ่นใหม่ เปลี่ยนพื้นที่เปล่าให้กลายเป็นครีเอทีฟสเปซแห่งใหม่สุดคูล ในแคมเปญ Converse CX Artist Series พร้อมเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ Aeon Active CX

คอนเวิร์ส (Converse) บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาสัญชาติอเมริกันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะรองเท้าสุดคูลขวัญใจใครหลายคน จัดงาน “คอนเวิร์ส ซีเอกซ์ อาร์ทิสต์ ซีรีส์” (Converse CX Artist Series) ณ บริเวณโซนเอเทรียม 2 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เหล่าเด็กรุ่นใหม่ได้ปลดปล่อยความครีเอทีฟในตัวของพวกเขา โดยร่วมกับเมนเทอร์ชื่อดังที่มีความสามารถด้านครีเอทีฟช่วยกันสรรค์สร้างพื้นที่เปล่าให้มีความ ครีเอทีฟฉีกกรอบออกไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยเปิดตัวความเคลื่อนไหวของเหล่าครีเอทีฟในคอมมูนิตี้ของ คอนเวิร์ส ออลล์ สตาร์ส (Converse All Stars) จากทั่วโลกไปแล้ว

ภายในงานจะได้พบกับ 4 สมาชิกคอนเวิร์สออลล์สตาร์ในประเทศไทยที่จะเอาผลงานและไลฟ์สไตล์มาแสดง เริ่มจาก “แดน – แดเนียล ดิษยะศริน” @danielrynnnnn ศิลปินอินดี้ กับ เสียง (Sound) ดนตรีที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เขามักจะเลือกใช้เสียง เอฟเฟกต์ (Effect) กีต้าร์หลากหลายชนิดผสมกันในการทำเพลง จึงทำให้เสียงดนตรีของเขามีเอกลักษณ์เฉพาะทาง และไม่เหมือนใคร ส่วน “ชิป – ศักดิพัฒน์ จิตรแสวงทรัพย์” @chxvp สนใจในงานออกแบบและงานดีไซน์ โดยชิปไม่หยุดที่จะเรียนรู้และสนุกกับการทดลองกับวัสดุใหม่ตลอดเวลา ผลงานออกแบบของเขาจึงดูแปลกตาและไม่ซ้ำใคร ด้าน “สตางค์ – ปรากฎการณ์ โกยะมาตย์” @stangpas ในฐานะสไตลิสต์ และแฟชั่นดีไซน์ที่จะมาทำให้เห็นว่า แฟชั่นไม่จำเป็นต้องยึดติดกับวัสดุเดิมๆ และคนสุดท้าย “ข้าวฟ่าง – สิริญาภรณ์ แซ่จิว” @kaaofangs สาวแกร่งที่มีแพสชั่นในกีฬาสเกตบอร์ดเมื่อใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป กีฬาประเภทนี้ จะไม่ถูกจำกัดอยู่ในรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป โดยทั้ง 4 คน ที่มาร่วมมือกันปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ Create Next บนพื้นที่เปล่าขนาด 10×10 เมตร สรรค์สร้างพื้นที่ที่จะให้คุณได้สัมผัสนิยามของความสบายที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับคอมมูนิตี้คอนเวิร์สออลล์สตาร์สได้รวบรวมเหล่าครีเอทีฟกว่ามากกว่าพันคนจากกว่า 30 ประเทศ ทั่วโลก ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความสามารถที่แตกต่างกันไปในแต่ละด้านไม่ว่าจะเป็น สไตล์กีฬา งานศิลป์ และดนตรี นอกเหนือจากโปรแกรมที่ทางคอนเวิร์สช่วยสนับสนุนและพัฒนาให้กับเด็กในชุมชนคอนเวิร์สออลล์สตาร์ส ด้วยความที่เหล่าออลล์สตาร์สต่างมีความสามารถในแต่ละแขนงที่ต่างกันไป ทำให้เป็นโอกาสที่ดีให้กับเด็กในคอมมูนิตี้ได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ที่หลากหลายกันมากขึ้น และเกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้จากหลายๆ ประเทศในที่สุด

โดยงานคอนเวิร์ส ซีเอกซ์ อาร์ทิสต์ ซีรีส์ เป็นโปรเจกต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าคอนเวิร์สซีเอกซ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมของวัสดุและเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องการซัพพอร์ตความนุ่มสบายเวลาสวมใส่ และเคลื่อนไหว ซึ่งมีความเชื่อเรื่องสปิริตของความครีเอทีฟ หากไม่ได้เคลื่อนไหวความคิดด้านครีเอทีฟก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ คอนเวิร์ส ซีเอกซ์ จึงจะช่วยให้เหล่าครีเอทีฟเคลื่อนไหวก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ขณะสวมใส่ นอกจากนั้น ภายในงานยังมีการเปิดตัวสินค้า “Aeon Active CX” โมเดลใหม่ล่าสุดจาก คอนเวิร์ส เป็นครั้งแรก กับดีไซน์แห่งอนาคตที่แตกต่างล้ำสมัยไปจากเดิม ช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสะดวกสบายและปลดปล่อยสไตล์แบบไร้ขีดจำกัดในแบบของตัวเอง โดยจะวางจำหน่ายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป

คอนเวิร์ส ซีเอกซ์ อาร์ทิสต์ ซีรีส์ เปิดให้เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์และนิยามของคำว่า Comfort ในรูปแบบใหม่ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน จนถึง 5 กรกฎาคม 2565 ที่ บริเวณโซนเอเทรียม 2 ศูนย์การค้าสยาม เซ็นเตอร์ พิเศษ! สำหรับแฟนตัวจริงของคอนเวิร์ส สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้แล้วที่ https://bit.ly/3OxnARw รับไปเลย! คูปองส่วนลดในการซื้อสินค้าคอนเวิร์สฟรี! มูลค่า 300 บาท สอบถามเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Converse TH : @conversethai หรือดูรายละเอียดเกี่ยวกับงาน Converse CX Artist Series ได้ที่ https://www.converse.co.th

#CXArtistSeries #CXArtistSeriesBKK #CreateNext

พัดลมอโรมา ไอเท็มควรค่าแก่การมีติดบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686441

วันที่ 27 มิ.ย. 2565 เวลา 11:05 น.พัดลมอโรมา ไอเท็มควรค่าแก่การมีติดบ้าน

Gaabor X Karmakamet เปิดประสบการณ์ใหม่ของเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก แนะนำ พัดลมอโรมาเธอราพี ผสานความหอมกลิ่นซัมเมอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ควรค่าแก่การมีติดบ้าน

Gaabor (กาบอร์) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ขายดีที่สุดในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งมั่น สั่งสมประสบการณ์มากว่า 10 ปี คิดค้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใส่ใจในสุขภาพ ให้ความสะดวกสบาย  และเปิดประสบการณ์ใหม่ของไลฟ์สไตล์ประจำวันให้ง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบัน Gaabor เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนขนาดเล็กที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศไทยบนแพลตฟอร์ม Shopee รวมทั้งช่องทางการวางจำหน่ายอื่นๆ ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ และที่มากไปกว่านั้นหม้อทอดไร้น้ำมัน Gaabor Air Fryer ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นสินค้าที่มียอดขายอันดับ 1 บน แพลตฟอร์ม Shopee ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าเดียวกัน

โดยทุกวันนี้หลายๆ คนให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย มองหาความรื่นรมย์หรือทำกิจกรรมที่ชอบมากยิ่งขึ้น ด้วยการมองหาสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงอุปกรณ์ที่ช่วยให้เกิดความผ่อนคลายจากการทำงานหนักหรือความเครียดความอ่อนล้า Gaabor ได้เล็งเห็นและเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค สร้างสรรค์แคมเปญ #SummerScent #กลิ่มหอมซัมเมอร์ ผ่านแพลตฟอร์ม Shopee และ E-commerce ชั้นนำ โดยจับมือร่วมกับ Karmakamet (คามาคาเมต) แบรนด์น้ำหอมที่โด่งดังและได้รับการยอมรับจากลูกค้าจำนวนมาก เปิดประสบการณ์ใหม่ของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรมีติดบ้าน ผสานความหอมกลิ่นซัมเมอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เมื่อได้ยินคำว่า อโรมาเธอราพี (Aromatherapy) เราจะนึกถึงศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยกลิ่นหอมจากน้ำมันระเหย เป็นการใช้นำน้ำมันหอมระเหยสูดดมหรือทาตามผิวหนัง ส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สร้างความกระปรี้กระเปร่า สดชื่น โดยประสาทสัมผัสทางการได้กลิ่น มีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตของเรา จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมที่บ้านถึงควรมีกลิ่นอโรมาเธอราพี

วันนี้ขอแนะนำ พัดลมอโรมาเธอราพี ซีรีส์ใหม่ล่าสุดของ Gaabor ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการมอบความสดชื่นเย็นสบาย ปลอดโปล่ง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องและอารมณ์ของคุณให้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้พัดลมอโรมาเทอราพี ยังมีข้อดี คือ หัวส่ายสามมิติ การจ่ายกระแสลมในมุมกว้าง การหมุนเวียนด้วยความเร็วลมสูง ตลับใส่น้ำหอม DIY หน้าหัวส่ายและอื่นๆ  ถือเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของคนรุ่นใหม่สาย รักครอบครัว สำหรับ Gaabor GFT-N150A และ Gaabor GFD-N180A สามารถกระจายความเย็นพร้อมด้วยกลิ่นหอมคลาสสิกของ Karmakamet  นับเป็นปรากฎการณ์ที่จะสร้างกระแสใหม่ของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน คุณภาพขนาดเล็ก ในช่วงฤดูร้อนมาให้คุณได้สัมผัส

Gaabor GFT-N150A พัดลมตั้งโต๊ะสีขาวสวยเรียบหรู ดีไซน์สวยด้วยวัสดุพรีเมียม ขนาดกะทัดรัด เหมาะกับทุกสภาพการใช้งาน แรงลมเย็นที่สดชื่นตลอดวัน สามารถปรับแรงลมได้ 3 ระดับ ปรับเอน ขึ้น – ลงได้ 70 องศา ส่ายซ้าย-ขวาอัตโนมัติ เหมาะกับพื้นที่ขนาด 10 – 15 ตร.ม.

คุณสมบัติ นวัตกรรมส่งกระแสลมกระยะไกล พลังลมสูง 5.8m/s  เสียงรบกวนต่ำ มาพร้อมตลับใส่น้ำหอมหน้าตะแกรง ให้ลมเย็นที่สดชื่นตลอดวัน ผสานการออกแบบตะแกรงหนา เพิ่มความปลอดภัยจากมือเด็ก สัตว์เลี้ยง ใช้กำลังไฟ 50W แรงดันไฟฟ้า 220~240V น้ำหนัก 1.3kg ขนาด  26x23x34 (ยาว x กว้าง x สูง) ราคา 990 บาท

Gaabor GFD-N180A พัดลมตั้งพื้น สีขาวสวยเรียบหรู ดีไซน์สวยด้วยวัสดุพรีเมียม แรงลมเย็นที่สดชื่นตลอดวัน สามารถปรับแรงลมได้ 3 ระดับ ปรับเอน ขึ้น – ลงได้ 90 องศา ปรับระดับความสูงได้ 2 ระดับ 40 และ 70 ซม. เหมาะกับทุกมุมห้อง ส่ายซ้าย-ขวาอัตโนมัติ เหมาะกับพื้นที่ขนาด 10 – 15 ตร.ม.

คุณสมบัติ ปรับได้สองระดับ ตั้งพื้นและตั้งโต๊ะ เหมาะกับทุกมุมห้อง กับนวัตกรรมส่งกระแสลมระยะไกล พลังลมสูง 6 m/s  เสียงรบกวนต่ำ พร้อมตลับใส่น้ำหอมหน้าตะแกรง ให้ลมเย็นที่สดชื่นตลอดวัน ด้วยดีไซส์ทันสมัย ถอดประกอบได้ สะดวกต่อการใช้งานและทำความสะอาด การออกแบบตะแกรงหนา เพิ่มความปลอดภัยจากมือเด็ก สัตว์เลี้ยง กำลังไฟ 50W แรงดันไฟฟ้า 220~240V น้ำหนัก 2.4 kg ขนาด  41x29x33 (ยาว x กว้าง x สูง) ราคา 1,890 บาท

รับโปรโมชั่นสุดพิเศษจากการจับมือกันครั้งแรกของ Gaabor X Karmakamet  ได้แล้ววันนี้ที่ช่องทางออนไลน์ Shopee คลิกเพื่อรับส่วนลดจากโปรโมชั่นเลย https://bit.ly/3x5aPpY หรือสอบถามหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gaaborthailand.com/

ARROW : THE ULTIMATE MEN’S DRESS WEAR “ที่สุด” ของเครื่องแต่งกายชาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686484

วันที่ 27 มิ.ย. 2565 เวลา 18:45 น.ARROW : THE ULTIMATE MEN’S DRESS WEAR “ที่สุด” ของเครื่องแต่งกายชาย

เปิดมิติเครื่องแต่งกายอย่างมีระดับของสุภาพบุรุษ ด้วยชุดสูทคอลเลคชั่น ARROW : THE ULTIMATE MEN’S DRESS WEAR “ที่สุด” ของเครื่องแต่งกายชาย ARROW เสริมภาพลักษณ์ของผู้สวมใส่ให้ดู สุภาพเรียบหรู ภูมิฐานอย่างสง่างาม ผสานความชัดเจนของวัฒนธรรมสากล กับช่วงเวลา “พิเศษ” ของคุณ พร้อมเปิดตัว “เจมส์ มาร์” นักแสดงหนุ่มรูปหล่อ ลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ ARROW

เสริมภาพลักษณ์สุภาพเรียบหรูดูภูมิฐานอย่างสง่างามแบบสากล กับ ARROW : THE ULTIMATE MEN’S DRESS WEAR “ที่สุด” ของเครื่องแต่งกายชาย ARROW ที่คัดสรรรูปแบบพร้อมองค์ประกอบสำคัญของชุดสูท เพื่อสร้างสรรค์ให้ช่วงเวลาพิเศษของคุณ คือความเป็นที่สุดอย่างครบครัน

ไม่ว่าจะเป็น SOLID COLORS SUIT : สูทสีพื้นมีให้เลือกทั้ง “สีอ่อน” และ “สีเข้ม” รวม 9 สี ได้แก่ CREAM (สีครีม) , BEIGE (สีเบจ) , LIGHT KHAKI (กากี) , BURGUNDY (แดงเข้ม) , NAVY (สีน้ำเงิน) , NAVY BLUE (สีน้ำเงินเข้ม) , LIGHT GREY (สีเทาอ่อน) , DARK GREY (สีเทาเข้ม) และ BLCK (สีดำ) กับ 2 เนื้อผ้า BIRD EYE และ SLUB ที่ไม่เป็นทางการมากนัก

BLAZER : เสื้อสูทภูมิฐานเหมาะสำหรับโอกาสไม่เป็นทางการ เช่น งานสโมสร แข่งขันกีฬา

SPORT JACKET : เสื้อสูทแบบ CASUAL สำหรับงานไม่เป็นทางการ หรือในเชิงธุรกิจ ทำให้การแต่งกายมีทางเลือกที่สนุกขึ้น MIX & MATCH ได้หลายรูปแบบ

TRAVELLER JACKET : ถูกออกแบบมาสำหรับความสะดวกในการเดินทาง มีลักษณะพิเศษคือ มีน้ำหนักเบา ไม่ร้อน ไม่ยับ ให้ความยืดหยุ่น เคลื่อนไหวสะดวก แต่ยังคงความภูมิฐานไว้ได้เช่นเดิม

TUXEDO หรือ BLACK TIE SUIT : ถือว่าเป็นชุดที่ผู้ชายทั่วโลกใส่แล้วจะหล่อที่สุด เหมาะสำหรับงานพิธีการ กาลาดินเนอร์ งานรับรางวัลสำคัญ สามารถเลือกได้ว่าเป็น “BLACK TUXEDO” หรือ “WHITE TUXEDO”

ARROW SHIRT & COLLAR : จากชื่อเสียงและประสบการณ์กว่า 150 ปี ของ ARROW SHIRT และปกทั้ง 6 แบบ ได้ถูกออกแบบและพัฒนาให้ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน พร้อมกับความภูมิฐานสวยงามและความคงทน เพื่อให้เข้ากับสรีระของคนไทยในระดับสากล

สำหรับ ARROW : THE ULTIMATE MEN’S DRESS WEAR ประกอบด้วย WING COLLAR ปกที่เหมาะสำหรับชุด TUXEDO, STRAIGHT-POINT COLLAR : ปกมาตรฐาน ใส่ได้กับเชิ้ตทุกแบบ, BUTTON-DOWN COLLAR : ปกที่ติดกระดุมบนปก เหมาะสำหรับเชิ้ตแบบลำลอง, HIDDEN-BUTTONS COLLAR : ให้ความรู้สึกเดียวกับ STRAIGHT-POINT COLLAR แต่เพิ่มความมั่นใจว่า ปกจะคงรูปเหมือนเดิม ไม่ว่าอิริยาบถจะเปลี่ยนไปอย่างไร

ตามด้วย WIDE SPREAD COLLAR : ปกที่มีความกว้างมากกว่าปกติ จะนิยมมากในประเทศอังกฤษและแถบยุโรปเหมาะสำหรับโอกาสที่เป็นทางการ การติดต่อธุรกิจ และ CUTAWAY COLLAR : จะมีแนวปลายปกตัดเป็นเส้นตรงหรือใกล้เคียง นิยมมากที่อิตาลี เหมาะสำหรับผู้ชายที่แต่งตัวเป็นทางการและทันสมัย

พบกับ ARROW : THE ULTIMATE MEN’S DRESS WEAR “ที่สุด” ของเครื่องแต่งกายชาย ARROW การสร้างสรรค์ประสบการณ์พร้อมภาพลักษณ์การแต่ง “สูท” เพื่อสะท้อนความเป็นมืออาชีพในตัวคุณได้แล้ววันนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ https://www.facebook.com/ARROWThailand หรือเคาน์เตอร์ ARROW ทุกสาขา

คิ้วดี ชีวิตดี เพราะคิ้วคือมงกุฎของหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686444

วันที่ 27 มิ.ย. 2565 เวลา 13:55 น.คิ้วดี ชีวิตดี เพราะคิ้วคือมงกุฎของหน้า

จะเขียนคิ้วอย่างไรให้รับกับใบหน้า…ไม่ใช่ปัญหาของเราต่อไป!! คุยกับกูรูผู้รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับคิ้ว “เอ็ม-นวพล วศินธรวิสุทธิ” เจ้าของร้าน M.D.Eyebrow Studio และ M.D.Eyebrow House

โดย : วารุณี มณีคำ

ถอดรหัสความสำเร็จผ่านแขกรับเชิญคนพิเศษ “เอ็ม-นวพล วศินธรวิสุทธิ” จาก Makeup Artist เครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ชื่อดัง สู่ผู้ให้คำปรึกษาเรื่อง “คิ้ว” เจ้าของธุรกิจที่ทำด้วยใจรัก M.D.Eyebrow Studio และ M.D.Eyebrow House

เพราะใครๆ ต่างก็รู้ว่า “คิ้วคือมงกุฎของหน้า” แต่รู้ไหมว่ากว่าจะรังสรรค์มงกุฎของหน้าให้ออกมาสอดรับกับใบหน้าเฉพาะบุคคล ต้องผ่านกรรมวิธีที่ละเอียดอ่อน กอปรกับการสั่งสมประสบการณ์ ผสานฝีมือทางด้านศิลปะ จึงจะออกมาเป็นความงดงามตามนิยามของ “คิ้ว” ในแบบที่ควรจะเป็น

เอ็ม-นวพล วศินธรวิสุทธิ เจ้าของธุรกิจ M.D.Eyebrow เล่าว่า กว่าจะมาเป็นวันนี้ ที่ผ่านมาเป็นช่างแต่งหน้าของเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ชื่อดัง เริ่มทำงานตั้งแต่สมัยเพิ่งเรียนจบ จากบัณฑิตคณะศิลปกรรมที่ช่ำชองเทคนิคการวาด การลงสี บวกกับมีใจรักในการแต่งหน้า พัฒนาเรื่อยมาจนมีโอกาสได้รับหน้าที่ดูแลเรื่องคิ้วโดยเฉพาะผ่าน Eyebrows Gourmet Expert ที่ต้องได้รับการเทรนด์มาอย่างดี ส่งผลให้เกิดความหลงใหลในเรื่องของคิ้ว จนต่อยอดเป็นการเรียนเพิ่มเติมเฉพาะทางด้านการออกแบบทรงคิ้ว 

เมื่อ Passion หรือความลุ่มหลงในการออกแบบคิ้วมีมากขึ้น บวกกับประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการการแต่งหน้า และการเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียสมดุลด้านสุขภาพ เพราะเป็นคนที่จริงจังกับงาน พักผ่อนน้อย ต้องทำงานในห้างที่อากาศปิดมาเกือบ 10 ปี  ทุกๆ 6 วันต่อสัปดาห์ ช่วงอายุวัยรุ่นตั้งแต่เลข 2 ย่างเข้าวัย 30 มัวแต่สนุกกับการทำงานและการใช้ชีวิตแบบวัยรุ่น สุดท้ายก็เริ่มส่งผลกระทบกับสุขภาพ เกิดเป็นภูมิแพ้ เมื่ออยากบาลานซ์ชีวิตมากขึ้นจึงตัดสินใจเลือกหยิบ Passion มาสร้างอาชีพเสริมทำควบคู่กับงานประจำ นี่เป็นจุดเปลี่ยนจากคนทำงานประจำสู่ความฝันแห่งช่วงเวลาได้ท่องเที่ยว

M.D.Eyebrow

เปรียบเสมือนที่ปรึกษาในเรื่องที่ทุกคนกังวล โดยทำตามเรื่องที่เราถนัด เพื่อช่วยกลบข้อด้อย เน้นจุดเด่น เสริมความมั่นใจให้แต่ละคนโดยยังคงความเป็นตัวเองอยู่มากที่สุด เริ่มตั้งแต่การให้ปรึกษา การออกแบบ การฝังสี การดูแลรักษา และแก้ไขแก้ทรง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของคิ้ว แต่รวมถึงในส่วนอื่นๆ อาทิ ริมฝีปาก ชายผม ไรผม ด้วยลายเส้นที่เป็นธรรมชาติเหมือนขนจริง และที่สำคัญที่นี่เราออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพราะทุกคนที่มามีโครงหน้าและองค์ประกอบ รวมถึงสไตล์ที่ชื่นชอบแตกต่างกันออกไป เมื่อได้แบบที่ตรงใจก็ช่วยเสริมความมั่นใจ และสามารถใช้งานได้ตลอดแบบไม่เขิน

“ที่นี่เราเริ่มจากการให้ปรึกษา พูดคุยถามถึงความชอบ สิ่งที่ต้องการ เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่าเค้าชอบคิ้วสไตล์ไหน หรืออยากได้ทรงคิ้วแบบไหน จากนั้นก็จะแนะนำรูปทรงคิ้วที่เหมาะสมกับโครงหน้า โดยพิจารณาจากทุกๆ องค์ประกอบอย่างละเอียด ก่อนฝังสีคิ้วและออกแบบบนผิวจริง ก็จะเริ่มขั้นตอนของการลงยาชาซึ่งใช้เวลาออกฤทธิ์ประมาณครึ่งชั่วโมง สู่ขั้นตอนการออกแบบทรงคิ้วผ่านอุปกรณ์การวัดและการร่างคิ้ว การเลือกสี เลือกลายเส้นที่เหมาะสม ก่อนจะถึงขั้นตอนของการฝังสีคิ้วจริงบนผิวหนัง” คุณเอ็ม กล่าว

คิ้วเปลี่ยน โหงวเฮ้งเปลี่ยน

ต้องบอกว่า จริง แต่ไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเรื่องคิ้วมีส่วน เมื่อคนเราคิ้วเปลี่ยนก็เหมือนองค์ประกอบใบหน้าเปลี่ยนไป หากเข้าทรงมากขึ้น บาลานซ์สวยงามตรงใจ ก็ส่งผลให้มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น กล้าแต่งหน้า มั่นหน้าสวยในแบบของตัวเอง ดูดีที่สุดในแบบที่เป็นตัวเอง สิ่งดีๆ ก็จะตามมา เหมือนผลงานศิลปะที่ไม่ใช่เรื่องของความงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผนวกกับฟีลลิ่ง ความรู้สึกเข้าไปด้วย

ออกแบบทรงที่เข้ากับใบหน้าสำคัญที่สุด

ตามที่เรารู้กันทั่วไป คนหน้ากลมต้องคิ้วทรงโค้ง หน้าแหลมต้องทรงตรงนิดนึง คนหน้าสามเหลี่ยมคิ้วต้องทรงกลม นั่นเป็นไปในทางทฤษฎี ส่วนในทางปฏิบัติ เรายังต้องใช้อุปกรณ์ในการวัดเพื่อหาค่าเฉลี่ยของทั้งสองข้าง โดยดูจากหลายๆ องค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นกระบอกตา ความกว้าง ความยาว ความสูง อย่างละเอียด ช่วยให้ช่างแต่งหน้าหรือเราเองมีไกด์ไลน์คิ้วไว้แล้ว การแต่งหน้าก็กลายเป็นเรื่องง่าย เหมือนออกแบบคิ้วครั้งเดียวช่วยให้ชีวิตง่ายได้เป็นปี

คิ้วทรงไหนโดนใจคนไทยมากที่สุด

ต้องบอกว่ายุคนี้เป็นเทรนด์การแต่งหน้า “น้อยแต่มาก” คนอยากสวยแบบเนเชอรัลลุคได้ทุกวัน ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยชอบคิ้วทรงฝรั่งกับเกาหลี ในทางกลับกันฝรั่งก็ชอบคิ้วสไตล์แบบคนไทย แนะนำได้ง่ายๆ ว่า “เขียนให้ตรงกระบอกตาเองสวยที่สุด มองแนวขนคิ้วอยู่ตรงไหนก็เขียนคิ้วให้อยู่ตรงนั้น”

คนที่ไม่เคยทำคิ้ว ทำในยุคนี้ยังไงก็ Win!! 

สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การสักคิว ฝังสีคิ้ว หรือที่ผ่านมาเคยมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีทางด้านนี้ ต้องบอกว่าปัจจุบันเรามีเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้น เทคนิคมากขึ้น มีสีที่ดีกว่า มีการอบรมการเรียนคอร์สเรียนต่างๆ ซึ่งช่วยให้ช่างทำได้ง่ายขึ้น ผลงานออกมาเสมือนคิ้วแบบธรรมชาติมากขึ้น เพียงแต่หากตัดสินใจทำแล้วต้องเลือกช่างที่มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญในการออกแบบทรงคิ้ว

สวยแบบเป็นตัวเอง คือสวยที่สุด

First Impression ที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ลองนึกดูว่าถ้าอาม่ามาสักคิ้วแล้วดูหน้าโกรธ วัยรุ่นสักคิ้วแล้วดูหน้าง่วง ก็สูญเสียความมั่นใจไปเลย คิ้วสวยของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะโครงหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น คิ้วของเราก็ย่อมต้องต่างกัน ส่วนเรื่องความชอบ บางคนอาจชอบคิ้วหนา บางคนชอบคิ้วบาง คม ซึ่งการออกแบบเราต้องคำนึงถึงพื้นฐานของความเป็นธรรมชาติ ในคอนเซ็ปต์ “สวยแบบเป็นตัวเอง คือสวยที่สุด”

เรื่องการทำคิ้วกับอายุและเพศ

เราเชื่อว่าทุกคนอยากดูดี เรื่องความสวยความงามนี่คือทลายขีดจำกัดเรื่องอายุและเพศไปเลย เพราะลูกค้าที่มาทำอายุมากสุด 98 ปี อายุน้อยสุด 17 ปี และไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือเพศทางเลือกก็ต้องการดูดีในแบบของตัวเองทั้งนั้น

สนใจขอคำปรึกษาคุณเอ็ม-นวพล วศินธรวิสุทธิ เจ้าของร้าน M.D.Eyebrow Studio และ M.D.Eyebrow House ได้ที่ mnavaphol หรือโทร. 082 294 8885 หรือ 063 242 5956

ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค ยกระดับการเฉลิมฉลอง Pride Month

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686345

วันที่ 25 มิ.ย. 2565 เวลา 07:56 น.ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค ยกระดับการเฉลิมฉลอง Pride Month

ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค (LS&Co.) ยกระดับการเฉลิมฉลอง “Pride Month” พร้อมเดินหน้าส่งต่อพลังสนับสนุนความเท่าเทียมให้กับกลุ่ม ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ที่จะให้ปลูกฝังวัฒนธรรมที่ผู้คนในองค์กรตระหนักถึงความหลากหลาย และความเท่าเทียมกันในสังคม พร้อมส่งต่อค่านิยมให้ผู้บริโภค

ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแฟชั่นมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งกับกลุ่ม LGBTQIA+ ในหลายๆ มิติ ครอบคลุมทั้งในวงกว้างและในเชิงลึก ไม่เพียงแต่ให้การสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ แต่ยังให้พื้นที่ที่สามารถปลดปล่อยความเป็นตัวเองได้อย่างอิสระ ซึ่ง ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค (LS&Co.) แบรนด์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ใหญ่ที่สุดบริษัทหนึ่งของโลก และผู้นำด้านเครื่องแต่งกายประเภทยีนส์ เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ให้พื้นที่สนับสนุนกลุ่มคนเหล่านี้มาโดยตลอด อีกทั้งยังก้าวไปอีกขั้นในการเฉลิมฉลอง “Pride Month” เดือนแห่งการรณรงค์ความเท่าเทียมของกลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วยการแคมเปญที่มีความหมายซึ่งเน้นการมุ่งเน้นของบริษัทในการสร้างความมั่นใจความเท่าเทียมสำหรับผู้คนในทุกรสนิยมทางเพศโดยการผลักดันแคมเปญที่ผลักดันสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญมาโดยตลอดอย่าง การสร้างความตระหนักรู้ถึงความเท่าเทียมกันของผู้คนทุกเพศมาอย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ปี 2558 ที่ลีวายส์เปิดตัว Pride Collection เป็นปีแรก จนถึงวันนี้ กล่าวได้ว่าลีวายส์เป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้บุกเบิกในการสนับสนุนกลุ่ม LGBTQIA+ และได้วางรากฐานเป็นแบบอย่างให้กับแบรนด์อื่นๆ ภายใต้บริษัท ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค ในการรณรงค์ให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้แสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ซึ่งสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญมาโดยตลอด อาทิ ความเห็นอกเห็นใจ ความริเริ่ม ความซื่อสัตย์ และความกล้าหาญ ถูกถ่ายทอดผ่านค่านิยมที่ส่งต่อออกมาในรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และขยายออกไปยังชุมชนระดับโลกในวงกว้าง

ในปี 2565 Pride Collection ของลีวายส์ได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแสดงความเคารพต่อสิทธิของนักเคลื่อนไหวและนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นแนวหน้าต่อสู้เรียกร้องความเท่าเทียมให้กับกลุ่ม LGBTQIA+ ในสังคม ซึ่งธีมในปีนี้ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ “สายรุ้ง” ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของกลุ่ม LGBTQIA+ แต่ถูกถ่ายทอดให้ลึกซึ้งขึ้นผ่านคำว่า “love” และ “open to all” ซึ่งถูกถักทอออกมาเป็นเรื่องราวที่ปราศจากนิยามของคำว่าเพศ และยังกล่าวได้อีกว่า Pride Collection ยังมีความเชื่อมโยงกับตลาดในประเทศไทยอย่างชัดเจน เห็นได้จากชื่อเสียงของประเทศไทยที่เป็นที่รู้กันในวงกว้างถึงความเปิดกว้างและเป็นมิตรกับกลุ่ม LGBTQIA+ เสมอมา ไม่เพียงเท่านี้ ร่างกฎหมาย พ.ร.บ คู่ชีวิต อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนรับสิทธิโดยเท่าเทียมกันในประเทศไทยได้ผ่านมติคณะสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติในขั้นตอนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเสนอในขั้นตอนต่อไป ซึ่งหากผ่านอนุมัติครบทุกขั้นตอน ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่สองในเอเชียที่ออกกฎหมายการสมรสเท่าเทียมกันทุกเพศ

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน กลุ่มคนเหล่านี้ต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธงานที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งถือเป็นการจำกัดลิดรอนเสรีภาพในการแสดงออกทางเพศ และยังจำกัดโอกาสการเติบโตด้านอาชีพ ซึ่งขัดต่อหลักจริยธรรมที่ ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค ยึดถือปฏิบัติ โดยที่ผ่านได้ขับเคลื่อนองค์กรโดยยึดถือค่านิยม การเอาใจใส่ ความริเริ่ม ความซื่อสัตย์ และความกล้าหาญ เราเชื่อว่า การยุติความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติต่อชุมชน LGBTQIA+ จะเปลี่ยนแปลงได้จากข้อเรียกร้องอย่างมุ่งมั่น และถูกผลักดันอย่างต่อเนื่อง ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค จึงได้ให้การสนับสนุนการเรียกร้องสิทธิของกลุ่ม LGBTQIA+ มากว่าสามทศวรรษ ตั้งแต่การสนับสนุนข้อเรียกร้องสหภาพแรงงานทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาในปี 2535 จนเกิดการร่างกฎหมายการครอบคลุมสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพให้แก่คู่รักที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน จนทำให้ ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค เป็นบริษัทแรกที่ติดอันดับ Fortune 500 จากการสนับสนุนเรื่องนี้

การสนับสนุนข้อเรียกร้องเหล่านี้ ยังแสดงให้เห็นภายในผ่านโปรแกรม Employee Resource Groups (ERGs) ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของพนักงานในองค์กร และ แคมเปญที่เพิ่งเปิดตัวในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สเปน และเยอรมนี อย่าง Global Self ID (GSID) โดยเพิ่ม 2 หมวดหมู่อย่าง คุณค่าทางอัตลักษณ์ และ รสนิยมทางเพศ เข้าไปเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่พนักงานในกลุ่ม LGBTQIA+ ให้ดีขึ้น

บริษัทฯ จะดำเนินโครงการนี้อีกครั้งในปีนี้ พร้อมมองหาลู่ทางขยายไปสู่กลุ่มอื่น ๆ และในปีนี้ รากฐานโปรแกรม ERG ที่บริษัทฯ ได้วางโครงสร้างไว้ ยังได้ขยายแผ่ไปอีก 2 แห่ง อย่างสิทธิสตรีในยุโรป และบทบาทใหม่ของกลุ่ม LGBTQIA+ ในเอเชีย ภายใต้ชื่อ BeYou Alliance ERGs โดยสิ่งเหล่านี้ จะช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานของ ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค ซึ่งถือเป็นยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ในองค์กรณ์ที่มีความหมายอย่างแท้จริง

ที่ ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค พนักงานไม่เพียงแต่ได้รับการสนับสนุนการแสดงออกตามคุณค่าที่แท้จริงอย่างเสรีแล้ว แต่ยังมอบพื้นที่ เวที และวัฒนธรรมที่มอบประสบการณ์ให้พนักงานสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างมีชีวิตชีวา และเติมเต็มคุณค่าในตัวเอง เท่าที่สามารถจะให้ได้ ซึ่งผลจากสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานสำหรับพนักงานในกลุ่มที่มีความหลากหลาย ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค เชื่อมั่นว่าเมื่อพนักงานมีความสุขกับงานที่ทำ ผลลัพธ์ของงานที่ออกมากจะมีคุณภาพที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา สิ่งที่ ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค ต่อยอดจาก “Pride Month” คือการบริจาคเงินให้แก่องค์กร OutRightAction International ที่สนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมและเป็นตัวแทนสร้างความตระหนักรู้ให้แก่กลุ่ม LGBTQIA+ ทั่วโลก ปีละ 100,000 ดอลลาร์

รากฐานที่ ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค ได้สร้างไว้เหล่านี้ จึงเป็นมากกว่าแบรนด์เสื้อผ้าและการสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้แก่พนักงานในกลุ่ม LGBTQIA+ แต่ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างแรงผลักดันในเชิงบวกให้แก่กลุ่มคนเหล่านี้ต่อสังคมในวงกว้าง ลดทอนการถูกสังคมตัดสิน การถูกปฏิบัติอย่างยุติธรรม พร้อมเรียกร้องความเท่าเทียมของสิทธิสตรี และชนกลุ่มน้อย โดยประเพณีการกุศลที่มีอายุมากกว่า 160 ปีนี้ เริ่มต้นด้วยการบริจาคเงิน 5 ดอลลาร์ จนถึงปัจจุบัน องค์กรการกุศล Levi Strauss Foundation ได้บริจาคเงินไปแล้วกว่า 340 ล้านเหรียญดอลล่าร์ โดยการมีส่วนร่วมของพนักงาน พร้อมทั้งการสนับสนุนจากสาธารณะ

ควบคู่ไปกับ ลีวายส์ แบรนด์ในเครือ ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค อย่าง Dockers® เป็นอีกแบรนด์ ที่เปิดตัว Pride Collection เพื่อเป็นเกียรติแก่กลุ่ม LGBTQIA+ และด้วยวิสัยทัศน์ที่คล้ายกัน Dockers® มุ่งมั่นที่จะตอบแทนชุมชน ซึ่ง Pride Collection ปีที่ 7 ของแบรนด์นำเสนอในธีม “Say It Loud” ที่เล่าผ่านแนวคิดการเป็นกลางทางเพศ และสนับสนุนให้คนทุกเพศมีความสุขกับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

การเฉลิมฉลองในการตระหนักถึงคุณค่าและความภาคภูมิใจในตัวเองของกลุ่ม LGBTQIA+ เป็นมากกว่าการรณรงค์สิทธิทางกฎหมาย แต่ยังเป็นการรวมถึงเสรีภาพในการแสดงออกที่ถูกสื่อออกมาอย่างแท้จริง ปีแล้วปีเล่า ลีวาย สเตราส์ แอนด์ โค ยังคงต่อและเรื่องราวใหม่ๆ ที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นในทุกๆ ปี พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาที่จะมุ่งมั่นสานต่อวิสัยทัศน์ในการสร้างสถานที่ทำงานที่มีความหลากหลายและเท่าเทียมกันให้ครอบคลุมในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความเป็นเจ้าของ และได้รับแรงผลักดันที่จะเป็นตัวของตัวเองในทุก ๆ วันของการทำงาน และได้รับแรงบันดาลใจในที่จะส่งต่อการสร้างความแตกต่างให้สังคมรับรู้ในวงกว้าง

แต้ว–ปราง มิวส์แบรนด์ MCM นำทีมร่วมงานเปิดตัวคอลเลกชั่น AUTUMN–WINTER 2022 ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686270

วันที่ 23 มิ.ย. 2565 เวลา 19:41 น.แต้ว–ปราง มิวส์แบรนด์ MCM นำทีมร่วมงานเปิดตัวคอลเลกชั่น AUTUMN–WINTER 2022 ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิค

MCM แบรนด์เครื่องหนังสุดหรูจากประเทศเยอรมนี จัดงานเปิดตัวคอลเลกชั่น AUTUMN – WINTER 2022 ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิค

ยิ่งใหญ่สมเป็นแบรนด์ระดับโลก MCM (Modern Creation München) แบรนด์เครื่องหนังสุดหรูจากประเทศเยอรมนี จัดงานเปิดตัวคอลเลกชั่น AUTUMN – WINTER 2022 ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิค ถ่ายทอดแรงบันดาลใจของการเคลื่อนไหว “The Movement ” นำพาเราสู่การเดินทางในรูปแบบต่างๆ รวมถึงความมีชีวิตชีวาที่ยังคงรักษาความยั่งยืนและเพิ่มความหรูหราที่แปลกใหม่ขึ้น ผ่านกราฟฟิกโดดเด่นสีสันสดใสเพิ่มความสนุกสนานที่ถูกถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้า เรดี้ทูแวร์ของทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีรวมไปถึงกระเป๋า ผ่าน 3 แคปซูลคอลเลกชั่นที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ณ ร้าน MCM ชั้น M ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

คุณสลิล สุญาณเศรษฐกร กรรมการบริหาร บริษัท พีพี แกลม จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ MCM (เอ็ม ซี เอ็ม) กล่าวว่า ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ MCM ได้เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่แรกในการเปิดตัวคอลเลกชั่น AUTUMN-WINTER 2022 คอลเลกชั่นใหม่ผลงานการออกแบบของ Global Brand Officer หรือครีเอทีฟของแบรนด์ เดิร์ก ชอนเบอร์เกอร์ (Dirk Schönberger) ที่ต้องการนำเสนอการเคลื่อนไหว “The Movement ” เพื่อนำพาเราไปสู่การเดินทางในรูปแบบต่างๆ ผ่านกราฟฟิกโดดเด่นสีสันสดใสเพิ่มความสนุกสนานที่ถูกถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าและกระเป๋าที่ได้รวบรวมคีย์ลุคไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า (Ready To Wear) หรือ กระเป๋า (Leather Goods) ซึ่งส่งตรงมาเปิดตัวในงานนี้เป็นครั้งแรกของโลก ถ่ายทอดผ่าน Live Mannequins ซึ่งเป็นแขกผู้มีเกียรติของทางแบรนด์ นอกเหนือจากความพิเศษนี้ ภายในงานยังมี DJ Booth และ Cocktail bar ที่ถูกตกแต่งด้วยไฟ LED ในดีไซน์พิเศษสุดอลังการ พร้อมเครื่องดื่มสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

ภายในงานได้รับเกียรติจากมิวส์ของแบรนด์ MCM นำโดย แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ และ ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล พร้อมด้วยศิลปินนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง  มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร, บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ, ซี-พฤกษ์ พานิช, นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ และ โบกี้ ไลอ้อน-พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ ที่มาใน MCM โททัลลุคสุดไอคอนิก

พบกับคอลเลกชั่น AUTUMN – WINTER 2022 จากแบรนด์ MCM ได้แล้ววันนี้ที่ช็อปทุกสาขา หรือช้อปออนไลน์ผ่านทาง LINE: @MCMTHAILAND FB: MCMTHAILANDOFFICIAL และ IG: @MCMTHAILAND

Refresh Your Summer with Nespresso Barista Creations for Ice

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686170

วันที่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 17:50 น.Refresh Your Summer with Nespresso Barista Creations for Ice

NESPRESSO สร้างสรรค์ประสบการณ์การจิบกาแฟฤดูร้อนแบบฉบับเฮลท์ตี้ พร้อมบูสต์พลังบวกตลอดซัมเมอร์ 2022

เมื่อลมร้อนมาพร้อมเกลียวคลื่นแห่งความสดชื่นซัดสาดเข้าสู่ฝั่ง สัญญาณแห่งฤดูกาลใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ซัมเมอร์นี้ เนสเพรสโซ (NESPRESSO) จัดเอ็กซ์คลูซีฟอีเว้นท์ “Refresh Your Summer with Nespresso Barista Creations for Ice” ที่ The Glass House ปาร์คนายเลิศ รังสรรค์ประสบการณ์การดื่มด่ำรสชาติของกาแฟแห่งฤดูร้อนที่มาพร้อมกับ Brazilian Vibes ถ่ายทอดความสนุกสนานและสีสันสดใสสะท้อนบรรยากาศซัมเมอร์ของชายหาดบราซิล ที่เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมส่งต่อพลังบวกให้เหล่าคอกาแฟได้ดื่มด่ำกับรสชาติใหม่จาก Barista Creations Liminha over Ice จากคอลเลกชั่น Summer 2022 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ไกปีรีญา (Caipirinha) เครื่องดื่มค็อกเทลอันเลื่องชื่อประจำชาติบราซิล นอกจากนี้ ยังเพิ่มเติมความพิเศษไปอีกระดับกับการกลับมาอีกครั้งของกาแฟ 3 รสชาติขายดีจากปีที่แล้วในกลุ่ม Barista Creations for Ice อย่าง “Freddo Intenso” “Freddo Delicato” และ “Coconut Flavour over Ice” ซึ่งเป็นที่โปรดปรานจากเหล่าคอกาแฟ พร้อมเติมความสดชื่นให้สุดกว่าที่เคย

สำหรับความพิเศษของแคมเปญ Summer 2022 เนสเพรสโซได้จับมือนางแบบระดับโลกควบดีกรีนักแสดงสาวสวยอย่าง ‘อเลสซานดร้า แอมโบรซิโอ’ (Alessandra Ambrosio) มาเป็นมิวส์ ร่วมนำเสนอประสบการณ์หน้าร้อนอันแสนประทับใจ พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจในสู่ไลฟ์สไตล์สุดการใช้ชีวิตแบบเฮลท์ตี้ เพื่อปรนนิบัติสุขภาพกายและใจ สร้างประสบการณ์การพักผ่อนควบคู่การดูแลสุขภาพ โดยงานนี้ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เนรมิตชายหาดบราซิลมาไว้ที่กรุงเทพ ด้วยสีเหลืองสดใสและลวดลายใบไม้เขตร้อนสะท้อนคอนเซ็ปต์คอลเล็กชั่นใหม่ พร้อมคอนเซ็ปต์สังสรรค์ริมทะเล ภายในงาน เนสเพรสโซได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการเปิดตัว 4 มิวส์ผ่านไลฟ์ช่องทางเฟสบุ๊ก ร่วมนำเสนอประสบการณ์การดื่มกาแฟสุดพิเศษ พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจให้คอฟฟี่เลิฟเวอร์ดื่มด่ำพลังบวกสร้างช่วงเวลาดีๆ จากกาแฟถ้วยโปรดของ เนสเพรสโซ (เข้าชมย้อนหลังได้ที่ Facebook.com/Nespresso.thailand)

ชาร์จพลังให้กับวันใหม่ด้วย ‘Sip & Shine’

เริ่มต้นช่วงเวลาที่ดีของวัน สาวอิทเกิร์ลอย่าง เก้า – สุภัสสรา ธนชาต ได้ปลุกพลังรีเฟรชร่างกายในตอนเช้ากับคอนเซ็ปต์ ‘Sip & Shine’ ด้วยการเลือกกาแฟแคปซูล “Barista Creations Freddo Intenso” กาแฟคั่วเข้มผสมผสานนม Plant-based เพื่อสุขภาพ จิบพร้อมเอ็นจอยไปกับอาหารเช้าสุดเฮลท์ตี้มาเติมความสดใสพร้อมได้สุขภาพดีแบบฟีลกู๊ด

‘Sip & Breath’ รีเซ็ตร่างกาย – จิตใจเข้าสู่โหมดสมดุล

เมื่อชีวิตเข้าสู่โหมดไร้บาลานซ์ การกดปุ่มรีเซ็ตปรับจูนร่างกายและจิตใจให้กลับสู่สมดุลจึงสำคัญ สาวสวยรักสุขภาพอย่าง แพทริเชีย – ธัญชนก กู๊ด ชวนคอกาแฟมาปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกพร้อมดึงสปิริตกลับคืนมาด้วยการ ‘Sip & Breath’ ดื่มด่ำเมนูกาแฟจากแคปซูล “Barista Creations Freddo Delicato” กาแฟคั่วอ่อนรสชาตินุ่มละมุน ควบคู่การฝึกโยคะรับอากาศบริสุทธิ์และวิตามินดีจากแสงแดดในช่วงเช้า ช่วยให้ร่างกายและจิตใจคืนสู่สมดุล พร้อมเติมพลังบวกให้กับตนเอง

‘Sip & Escape’ หลีกหนีความวุ่นวายแล้วมาดื่มด่ำกับความสโลวไลฟ์

ในวันที่ชีวิตต้องการความยืดหยุ่น จะดีไม่น้อยหากรู้จักการลดจังหวะชีวิตให้ช้าลง ปอร์เช่ – ศิวกร อดุลสุทธิกุล นักแสดงหนุ่มมากเอเนอร์จี้ ชวนหนุ่มสาวสายแอคทีฟหลีกหนีความวุ่นวาย ปล่อยใจไปกับความรื่นรมย์ของธรรมชาติอันเงียบสงบ พร้อมดื่มด่ำอรรถรสกับกาแฟแก้วโปรดจาก แคปซูล “Barista Creations Coconut Flavour Over Ice” กลิ่นมะพร้าวหอมหวานละมุน ที่มาช่วยรีเฟรช ความสดชื่นเสมือนได้นั่งจิบกาแฟเย็นอยู่ริมชายหาด

สร้างสรรค์ความสุขแบบไม่มีแฮงค์ด้วยการ Sip & Bloom

ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อหาโอกาสผ่อนคลาย แฮงค์เอาท์กับเพื่อน พีพี – กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ไอดอลหนุ่มสุดฮ็อต ร่วมจุดประกายให้คอฟฟี่เลิฟเวอร์ลองลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ๆ ด้วยการรับบทเป็นบาริสต้าสร้างสรรค์รสชาติความสุขจากกาแฟแคปซูล “Barista Creations Liminha Over Ice” รสชาติใหม่ล่าสุด มาพร้อมกลิ่นหอมของฟรุตตี้ โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยวของเลมอนตัดรสมินต์ที่หอมสดชื่น สะท้อนคอนเซ็ปต์ Brazilian Vibes เติมเต็มโมเม้นต์ความสดชื่นได้ ฟีลการสังสรรค์ไปกับเดอะแกงค์คนสนิท

ยกระดับการดื่มกาแฟเพื่อช่วงเวลาแสนวิเศษท่ามกลางบรรยากาศร้อนระอุตลอดซัมเมอร์ หน้าร้อนปีนี้ เนสเพรสโซนำเสนอ 2 แก้วมัคลิมิเต็ด อิดิชั่นดีไซน์สดใส โดยความพิเศษอยู่ที่แต่ละแก้วจะประดับประดาไปด้วยลายเซ็นของมิวส์ในแคมเปญอย่าง อเลสซานดร้า แอมโบรซิโอ เคียงคู่กับวลีที่ถือเป็นมันตราแห่งซัมเมอร์นี้ ที่เนสเพรสโซคัดสรรมาให้แฟน ๆ สำหรับบรรจุเครื่องดื่มร้อนและเย็นได้ตามสไตล์ที่ชื่นชอบ

เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นบาริสต้าแบบขั้นสุด เนสเพรสโซเปิดตัวเชคเกอร์สแตนเลสสตีล (micro-brushed stainless- steel Barista Shaker) ที่เพิ่มกิมมิกพิเศษด้วยปากขวดขนาดใหญ่ สามารถทำฟองเครมม่าอย่างง่าย ๆ เพื่อการรังสรรค์กาแฟในแบบฉบับบาริสต้าอย่างแท้จริง

ความสนุกช่วงซัมเมอร์ยังไม่จบแค่นี้! สำหรับคอกาแฟนักเดินทาง สามารถสนุกไปกับแก้วมัคพกพา (Nomad Travel Mug) สีใหม่อย่างสีฟ้าน้ำทะเล พร้อมสร้างสรรค์ช่วงเวลากาแฟดี ๆ ไปกับผลิตภัณฑ์ที่เนสเพรสโซดีไซน์มาเพื่อการเที่ยวชายหาดโดยเฉพาะอย่าง ผ้าขนหนู Upcycled Beach Towel สำหรับรองนั่งริมชายหาดที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลและขวดน้ำ ไม่เพียงเท่านั้นแฟนๆ ของเนสเพรสโซ สามารถติดตามรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ เพื่อลุ้นรับสิทธิพิเศษและของสมนาคุณตลอดแคมเปญได้ที่เฟซบุ๊ก: Facebook.com/Nespresso.thailand

สามารถติดตามรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆรวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคอลเล็กชั่นได้ที่เฟซบุ๊ก: Facebook.com/Nespresso.thailand, อินสตาแกรม: @Nespresso.th #NespressoTH, และไลน์ออฟฟิเชียล แอ็กเคานต์: @NespressoTH

#NespressoTH #Summer2022 #BrazillianVibes

ปรับสมดุลกาย-ใจ เข้าใจต้นตอ พร้อมรับมือความเครียดอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686184

วันที่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 19:25 น.ปรับสมดุลกาย-ใจ เข้าใจต้นตอ พร้อมรับมือความเครียดอย่างยั่งยืน

อย่าปล่อยความเครียดทิ้งไว้จนนำไปสู่โรคร้ายต่อร่างกายเรา “รักษ” ชวนปรับสมดุลกาย-ใจ เข้าใจต้นตอพร้อมรับมือความเครียดอย่างยั่งยืน

เมื่อความเครียดคือภัยเงียบ ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจเราโดยไม่รู้ตัว

ความเครียดดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในยุคสมัยนี้ เพราะมีสิ่งกระตุ้นอันเป็นสาเหตุของความเครียดไม่รู้ตัวมากมาย ทั้งปัจจัยภายนอกจากชีวิตประจำวันอันแสนเร่งรีบ หน้าที่การงานที่กดดัน หรือแม้กระทั่งความขัดแย้งในครอบครัว อีกทั้ง ปัจจัยภายในอย่างการหลั่งสารเคมีในสมอง การย่อยอาหารที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร และการอักเสบในร่างกาย ตลอดจนฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน หรือ อาการ Menopause ที่ล้วนสั่งสมทีละเล็กละน้อย และค่อย ๆ ก่อตัวเป็นภัยร้ายต่อกายและใจ บ่อยครั้ง ความเครียดถูกมองข้ามและพัฒนาเป็นโรคยอดฮิตของคนยุคใหม่อย่างโรควิตกกังวล, โรคแพนิก, โรคกลัวสังคม และโรคย้ำคิดย้ำทำ ในที่สุด หากแต่โรคเหล่านี้เป็นโรคที่สามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงได้ โดยมีกุญแจสำคัญคือการทำความเข้าใจและเข้ารับการรักษาต้นตอของปัญหาอย่างตรงจุด

ก่อนเดินหน้าค้นหาสาเหตุรากลึก เรามาทำความเข้าใจกับความเครียดสักเล็กน้อยว่าความเครียดนั้น แท้จริงแล้ว แบ่งออกเป็น 3 ประเภท เริ่มต้นจาก Acute Stress ที่มักเกิดขึ้นแบบฉับพลันและร่างกายเกิดการตอบสนองโดยทันที ซึ่งหากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จะพัฒนาสู่ระดับถัดไปที่เรียกว่า Episodic Acute Stress มักเป็นผลกระทบมากจากปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และเกิดขึ้นกับบุคคลในตำแหน่งงานที่ต้องใช้ความชำนาญการสูงอย่าง นักบิน หรือ ศัลยแพทย์ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขจะพัฒนาไปสู่ Chronic Stress ที่โดยส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาขัดแย้งภายในครอบครัว หรือปัญหาการเงินและธุรกิจ

ความเข้าใจอย่างถ่องแท้และการรับมืออย่างถูกต้องถือเป็นกุญแจสำคัญ สู่การปรับสมดุลแก้ปัญหาเรื้อรังอย่างยั่งยืน

หลายครั้งเราไม่อาจควบคุมและเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายนอกที่นำมาซึ่งความเครียดได้ แต่เราสามารถดูแลปัจจัยภายในและปรับรูปแบบการใช้ชีวิตเพื่อฝึกฝนและเรียนรู้การรับมือกับความเครียดได้อย่างยั่งยืน รักษ เวลเนส บางกะเจ้า ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งแรกในไทยและในภูมิภาคเอเชีย ชวนทุกท่านที่กำลังเผชิญกับ ‘ภาวะเครียด’ นำความสมดุลคืนสู่ร่างกาย พร้อมทำความเข้าใจร่างกายและจิตใจถึงต้นตอปัญหาสุขภาพ โดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนสจาก ศูนย์สุขภาพ ไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ นักกายภาพบำบัดจากหลากหลายศาสตร์ และนักโภชนาการ ที่จะร่วมทำการวิเคราะห์เชิงลึกถึงต้นตอสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง เพื่อออกแบบคัดสรรทรีตเมนต์บำบัดที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล พร้อมดูแลคุณแบบลงลึกและปรับสมดุลสุขภาพรอบด้าน

“รักษ” ชวนปรับสมดุลกาย-ใจ กับแพ็กเกจที่ให้คุณบรรเทาความเครียดอย่างยั่งยืน

เมื่อภาวะเครียดและสาเหตุความเครียดมีความแตกต่างระหว่างบุคคล การสร้างความเข้าใจพร้อมปรับสมดุลเฉพาะบุคคลคือทางออก แพ็กเกจ Stress release ชวนคุณบอกลาความเครียดท่ามกลางธรรมชาติในห้องพักการ์เด้นวิลล่าให้คุณ กินดี – ย่อยดี – ฮอร์โมนดี – อารมณ์ดี เพลิดเพลินกับอาหารเพื่อสุขภาพทั้ง 6 มื้อ ดื่มด่ำชุดน้ำชาและของว่างสุดพิเศษตามสูตรเฉพาะของรักษ ร่วมสัมผัสประสบการณ์บริการระดับ 6 ดาว ตลอด 3 วัน 2 คืน พร้อมสำรวจต้นตอบรรเทาภาวะเครียดกับทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนส รวมถึงตรวจประเมินการเคลื่อนไหว โดยนักกายภาพบำบัด อีกทั้งยังมีบริการฟิตเนสและพื้นที่สำหรับธาราบำบัด และการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มเพื่อเสริมสุขภาพตลอดช่วงเวลาเข้าพัก เพื่อปรนนิบัติร่างกายและจิตใจของคุณ ฟื้นคืนสมดุลให้มากกว่าที่เคย

เพื่อรับมือและบรรเทาความเครียดอย่างยั่งยืน แพ็กเกจ Stress release มอบทรีตเมนต์ครอบคลุมทุกศาสตร์ทั้ง 3 ประเภท ทั้ง Whole body light therapy ช่วยปรับการฟื้นฟูของเซลล์ด้วยคลื่นความถี่ของแสงเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น หรือ Hyperbaric Chamber ช่วยบำบัดร่างกายด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์เพื่อการนอนหลับที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี Crystal Healing ปรับสมดุลพลังงานภายในด้วยพลังบริสุทธิ์ของหินคริสตัล และ Chi Nei Tsang ศาสตร์แผนจีนเน้นการคลายความตึงเครียดผ่านการนวดท้อง ซึ่งเป็นสมองที่สองของร่างกายให้ผ่อนคลาย นอกจากการผสานหลากหลายศาสตร์เพื่อคืนความสมดุลให้ร่างกายแล้ว รักษ เวลเนส บางกะเจ้า ยังมี Destress Supplements วิตามินเสริมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด และต่อต้านการอักเสบของร่างกายซึ่งอาจเป็นหนึ่งในต้นตอของภาวะตึงเครียด โดยทรีตเมนต์สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ ตามเป้าหมายสุขภาพของคุณ ท่านสามารถคลิกเพื่อดูรายการทรีตเมนต์ได้ที่ https://bit.ly/3ITRVHK และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.rakxawellness.com Instagram: @rakxawellness หรือเบอร์โทรศัพท์ 0-2055-3100 และ LINE Official: @rakxawellness

เพราะเราเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ยั่งยืน คือความสำเร็จของเป้าหมายสุขภาพอย่างแท้จริง

เมื่อปัจจัยและข้อจำกัดต่าง ๆ มีส่วนในการกำหนดทิศทางการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เราต่างต้องเผชิญภาวะเครียดด้วยกันทั้งนั้นไม่มากก็น้อย หัวใจสำคัญของการป้องกันภัยร้ายจากความเครียดคือการรู้เท่าทันสาเหตุ รับมือ และรักษา อย่างถูกวิธี รักษ เวลเนส บางกะเจ้า ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งแรกในไทยและในภูมิภาคเอเชีย คือผู้นำศาสตร์การบูรณาการทางการแพทย์แบบองค์รวม ที่พร้อมสรรพด้วยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญในการร่วมวิเคราะห์ลงลึกถึงปัญหาความเครียด เพื่อออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพแก้ไขต้นตอปัญหาเฉพาะรายบุคคล ให้ผู้เข้ารับบริการเรียกคืนความสมดุลกลับสู่กายและใจ บรรเทาความเครียด เผยที่สุดแห่งผลลัพธ์สุขภาพปราศจากความเครียดอย่างยั่งยืน

CALVIN KLEIN อวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Spring-Summer 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/686178

วันที่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 18:57 น.CALVIN KLEIN อวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Spring-Summer 2022

CALVIN KLEIN แบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก อวดโฉมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Spring-Summer 2022 นำเสนอความทันสมัยที่เรียบง่ายเหนือกาลเวลา เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์จากแบรนด์

CALVIN KLEIN (คาลวิน ไคลน์) แบรนด์แฟชั่นชั้นนำอันเป็นที่ยอมรับระดับโลกยาวนานกว่า 50 ปี ภูมิใจนำเสนอคอลเลคชั่น Spring-Summer 2022 ที่มาพร้อมการถ่ายทอดไอเดียสดใหม่ในดีไซน์โมเดิร์นสุดเรียบหรู ภายใต้การออกแบบที่เรียบง่าย เหนือกาลเวลา อันเป็น DNA หลักของแบรนด์ ด้วยหลักการออกแบบที่ดึงเอาเอกลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรม และปะติมากรรม รังสรรค์ออกมาเป็นคอลเลคชั่นนี้ เผยโฉมออกมาเป็นนาฬิกาทั้งหมด 5 รุ่น ที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และยังคงมาตรฐานการเลือกใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการนาฬิกาที่สามารถเผยความเป็นตัวเอง สวมใส่ได้ทุกโอกาส แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพอย่างคุ้มค่าในทุกเรือน 

สำหรับเรือนเวลาจาก CALVIN KLEIN ดีไซน์ล่าสุดนั้น มี 5 รุ่นด้วยกัน เริ่มจาก Timeless อันเป็นรุ่นที่บ่งบอกความเป็น คาลวิน ไคลน์ ไว้ได้อย่างดีที่สุดด้วยความแคชชวล สบายๆในสไตล์มินิมอล ให้ลุคที่เรียบหรู ดูดีมีระดับ ตัวเรือนมีความโค้งมนและบาง โดดเด่นด้วยหน้าปัด Sunray ที่เปล่งประกาย มีให้เลือกทั้งสาย Mesh สายหนัง และสายเซรามิกให้เลือก

ถัดมาที่รุ่น Sculptural ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ การออกแบบสื่อถึงผู้หญิงที่มีความมั่นใจและแอบแฝงไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัดแบบเกลียวเกิดจากการผสมผสานระหว่างความคลาสสิคและความทันสมัยเข้าด้วยกันมาพร้อมหน้าปัดเรียบง่ายสบายตา มีให้เลือกทั้งสายนาฬิกาแบบ Mesh และสายหนัง

นาฬิกาที่ใส่ได้ทุกวัน Iconic ดีไซน์คลาสสิคเหมาะสำหรับหนุ่มสาวที่ชื่นชอบในความร่วมสมัย โดดเด่นด้วยหน้าปัดดีไซน์เก๋ที่มีโลโก้ CK อยู่ด้านบน ให้คุณคอมพลีทลุคไม่เหมือนใครในทุกวัน

Architectural นาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษผู้ชื่นชอบงานสไตล์โมเดิร์นส่งผ่านดีไซน์อันเรียบง่ายเพิ่มความโดดเด่นด้วยหน้าปัดหลากหลายแบบที่มีความเป็นแฟชั่น เหมาะสำหรับชายหนุ่มที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร

ปิดท้ายที่รุ่น Sport ดีไซน์ยอดนิยมที่สุภาพบุรุษเลือกใช้ หน้าปัดมีความโดดเด่น  ผนวกเข้ากับการใช้โทนสีที่ตัดกันสร้างความเท่ให้คุณมากกว่าที่เคย

คอมพลีทลุคด้วยคอลเลคชั่น Spring-Summer 2022 จาก CALVIN KLEIN ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน TIMEDECO, WATCH ELSE SHOP และแผนกนาฬิกาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทาง LINE Official Account @timedecowatchclub

#Calvinklein

#Calvinkleinwatch

New Deloitte report: LGBT+ inclusion efforts yield positive impacts in workplace, yet challenges persist

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40016889


Majority of respondents believe their organizations are prioritizing LGBT+ inclusion and that this is having a positive impact. Over four in ten have experienced non-inclusive behaviors at work. Despite steps taken by employers to further LGBT+ inclusion at work, many respondents choose not to share their sexual orientation and/or gender identity at work beyond their closest colleagues.

New Deloitte report: LGBT+ inclusion efforts yield positive impacts in workplace, yet challenges persist

Bangkok, June 21, 2022 – Many organizations are prioritizing LGBT+ inclusion, creating an overall positive impact in the workplace, according to nearly 80% of respondents in the latest Deloitte report, “LGBT+ Inclusion @ Work: A Global Outlook”, released recently. The research reveals that more than 70% of LGBT+ employees are more inclined to stay with their current employer because of its approach to LGBT+ inclusion and many cited visible allyship and the availability of Employee Resource Groups (ERGs) as key enablers of an inclusive culture. Yet despite these efforts, 42% of all respondents reported experiencing non-inclusive behaviors at work.

Surveying 600 respondents from organizations across 12 geographies and a range of sectors, the research provides a snapshot of the lived experiences of LGBT+ employees (defined as those who identify as Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender and more) to understand their daily realities, what organizations are getting right, and what can be improved.

“It is clear that employers are taking steps to incorporate LGBT+ inclusion into their DE&I strategies, and that this is regarded positively by their LGBT+ employees,” says Emma Codd, Deloitte Global Inclusion Leader. 

“However, it is also clear that there is much more for these organizations to do to fully embed LGBT+ inclusion into their everyday culture. Organizations need to go beyond programs to embed a truly respectful culture where non-inclusive behaviors are not tolerated and everyone feels able to be out at work.” 

New Deloitte report: LGBT+ inclusion efforts yield positive impacts in workplace, yet challenges persist

Organizations have introduced a range of actions that employees view as having led to meaningful support

Many organizations are focusing on LGBT+ inclusion within their Diversity, Equity & Inclusion (DE&I) strategies, with around 80% of respondents reporting that their employers have introduced LGBT+ inclusion actions and initiatives and 95% of those believing that this has led to meaningful support for LGBT+ employees across their respective organizations.

According to respondents, actions taken by organizations vary – nearly 40% say their company leaders speak openly about LGBT+ inclusion within the organization, a third say their organizations have LGBT+ allyship programs, and nearly a third (31%) say their employers discuss LGBT+ inclusion at external forums such as business events. 

Almost all (93%) of respondents who work for global organizations also believe that organization-level communications and actions around LGBT+ inclusion are translating into meaningful support in their home countries.
 

Despite supportive actions from employers, non-inclusive behaviors persist at work 

Despite the positive steps organizations are taking to support their LGBT+ employees, 42% of survey respondents reported experiencing non-inclusive behaviors at work. These non-inclusive behaviors included unwanted comments of a sexual nature (33%), unwanted comments on gender identity (25%), and broader unacceptable behavior.

Furthermore, these behaviors are experienced in both office and remote working environments. Nearly half (47%) of those who reported experiencing non-inclusive behaviors said they experienced these in a physical office, while 20% have experienced them in a virtual setting. One-third (33%) experienced such behaviors in both physical and remote environments. Of those who encountered these behaviors, nearly three-quarters reported their experience to their employer, and six in 10 were satisfied with the response. 

The rationale as to why respondents didn’t report non-inclusive behaviors was generally similar across all gender identities (for example, when it came to concerns as to the perception of colleagues). Women, however, were more concerned than men that their complaints would not be taken seriously (40% vs. 22%) and that the behavior wasn’t serious enough to report (33% vs. 16%), while men were more concerned than women that the behavior would get worse (38% vs. 17%) if it was reported.  

Many still choose not to share their sexual orientation and/or gender identity with the majority of their colleagues

Around one in five respondents are not out to anyone at work about their sexual orientation, while 34% are out only to their closest colleagues. Of the latter respondents, 36% reported that while their immediate team/colleagues made them feel comfortable disclosing their sexual orientation at work, the organization at large did not. From a gender identity perspective, nearly one-quarter (23%) who are out to some of their colleagues are worried that being out to the majority of their colleagues will adversely impact their career. 

Of those respondents who are out to the majority of their colleagues, nine in 10 agreed that this is because their workplace culture helps them feel comfortable being out. 

“It has been encouraging to see a focus on LGBT+ inclusion in the workplace,” says Michele Parmelee, Deloitte Global Deputy CEO and Chief People and Purpose Officer. 

New Deloitte report: LGBT+ inclusion efforts yield positive impacts in workplace, yet challenges persist

“However, the survey has also shown us that more needs to be done. Looking ahead as companies build future-ready organizations, it will be incumbent upon leaders and colleagues to focus on three critical elements to promote LGBT+ inclusion: enabling employees to feel comfortable being out at work, creating an environment where non-inclusive behavior is not tolerated, and leveraging visible and vocal allyship.” 

For more information and to view the full results of Deloitte’s LGBT+ Inclusion @ Work, visit: 
https://www2.deloitte.com/mt/en/pages/about-deloitte/articles/lgbt-at-work.html
 

Published : June 22, 2022

By : THE NATION