Malaysian Foodpanda delivery boy on the fast track, thanks to benefactor #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40001747

Malaysian Foodpanda delivery boy on the fast track, thanks to benefactor


A Foodpanda delivery boy in Kota Bahru, Malaysia, who had to borrow a bicycle from his friend to deliver food during the Covid-19 crisis, can now do so riding a motorbike, thanks to a philanthropists generosity, according to a video posted by TikTok user ‘amrandoloh77’ on Friday.

Malaysian Foodpanda delivery boy on the fast track, thanks to benefactor

The teen delivery boy’s story had been shared earlier this month via social media in both Thailand and Malaysia. The 19-year-old hails from Kelantan and was struggling to earn money for his family after the city went on full lockdown to curb the spread of Covid-19.

Malaysian Foodpanda delivery boy on the fast track, thanks to benefactorMalaysian Foodpanda delivery boy on the fast track, thanks to benefactor

A man who saw a shared post recently contacted the delivery boy, treated him to a pizza meal, and bought him a motorcycle to use for food delivery. Their photos were later shared on social media. Netizens praised the philanthropist for helping another human being in times of need, while encouraging the young man to keep fighting amid the crisis.

Malaysian Foodpanda delivery boy on the fast track, thanks to benefactorMalaysian Foodpanda delivery boy on the fast track, thanks to benefactor

On Saturday, Malaysia reported 6,241 new cases and 87 deaths, bringing cumulative cases in the country to 616,815 patients with 3,378 deaths.

Published : June 07, 2021

By : THE NATION

บุกห้อง Working Woman คนเก่ง ‘จอย รินลณี’ มากความสามารถพ่วงตำแหน่งโสด สวย และรวยมาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654601

วันที่ 03 มิ.ย. 2564 เวลา 11:12 น.

บุกห้อง Working Woman คนเก่ง 'จอย รินลณี' มากความสามารถพ่วงตำแหน่งโสด สวย และรวยมากส่องคอนโดหรูอารมณ์บ้านเดี่ยวของ “จอย รินลณี” ราคาเฉียด 40 ล้าน บนทำเลทองย่านพร้อมพงษ์ บาลานซ์ชีวิตตอบโจทย์ความสุขทุกโหมดการพักผ่อน

เรียกว่าขยันทำงานตัวเป็นเกลียว ก็ต้องตบรางวัลให้ตัวเองหนักๆ หน่อย นักแสดงพิธีกรมากความสามารถแห่งวิกพระราม 4 คุณจอย-รินลณี ศรีเพ็ญ ยอมควักเงินเก็บเฉียด 40 ล้านบาท เพื่อเป็นเจ้าของคอนโดสุดลักซ์ชัวรี่ KRAAM Sukhumvit 26 บนทำเลกลางใจเมืองย่านพร้อมพงษ์ แถมเจ้าตัวขอกำกับการตกแต่งเองทุกมุม อยากรู้จะหรูหราน่าพักอาศัยแค่ไหน ตามไปบุกถึงห้อง Working Woman คนเก่ง พ่วงตำแหน่ง โสด สวยและรวยมากกันเลย

“ปกติจอยศึกษาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ก่อนหน้านี้ก็มีทั้งคอนโดและทาวน์เฮาส์ แต่ที่ผ่านมาเราซื้อแล้วก็ปล่อยเช่าเลย ไม่ได้มีฟีลเหมือนอยากอยู่เอง หรือเข้าไปตกแต่ง ให้สิทธิ์ผู้เช่าเต็มที่ แต่กับ KRAAM Sukhumvit26  กลับรู้สึกแตกต่างออกไป จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตกหลุมรักที่นี่คือเคยเห็นโฆษณา KRAAM Sukhumvit26 ผ่านโซเชียลมีเดียสักพักใหญ่ๆ แต่เราก็ดูหลายโครงการ หลายที่จนลืมไปแล้ว วันหนึ่งมาทานอาหารร้านใกล้ๆ โครงการ ก็นึกได้ว่าเราเคยสนใจโครงการนี้ วันต่อมาเลยเข้ามาดู รู้สึกประทับใจตั้งแต่บริเวณโดยรอบโครงการ สวนด้านหน้าร่มรื่นให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน จากความประทับใจหลายๆมุม ทำให้เข้ามาชมถึง 4 รอบ แรกเริ่มเลยคือคิดจะซื้อขนาด 1 ห้องนอน แต่พอได้ชมห้องตัวอย่างขนาด 2 ห้องนอนแล้ว ยิ่งประทับใจในการจัดการพื้นที่ใช้สอย รู้สึกพิเศษขึ้นไปอีกกับการวางพื้นที่ด้านข้างของแต่ละห้องให้เป็นพื้นที่ซักล้าง ทำให้ผนังแต่ละห้องเป็นอิสระต่อกัน ได้ความเป็นส่วนตัวตอกย้ำอารมณ์บ้านเดี่ยวขึ้นอีก จึงตัดสินใจว่าอยากซื้อเพื่ออยู่เอง ไม่ได้มองแค่มุมเพื่อการลงทุนอย่างเดียว เลยขอคุณแม่ซื้อแบบ 2 ห้องนอน และด้วยความที่เราเป็นคนเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยพอสมควร ก็ได้มีการเชิญซินแสที่เราเคารพมาช่วยเลือกทิศ โดยมากจะเลือกทิศตะวันออก แต่ห้องนี้จอยเลือกทิศตะวันตก เพราะชอบวิวถนนอุโมงค์ต้นไม้ในซอย สุขุมวิท 26 ซึ่งฮวงจุ้ยดีเลย อยู่แล้วเย็นสบายมาก

ส่วนของการตกแต่งจอยเป็นคนชอบเดินงานแฟร์เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์  ห้องนี้จอยก็ไปเดินเลือกของแต่งห้องเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคิ้วไม้แต่งผนังก็ไปเลือกถึงโรงงาน โคมไฟ หรือแม้แต่พรม บางชิ้นอาจจะไม่ได้แพงมาก หรือเป็นแบรนด์ดัง แต่จอยเน้นความเป็นตัวเรา เพราะเรามองว่าที่นี่คือบ้าน ก็อยากให้ได้บรรยากาศในห้องผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านมากที่สุด

ตกแต่งภายในด้วยตัวเองในห้องจึงมีมุมโปรดที่หลากหลาย ถ้ามาพร้อมหน้าทั้งครอบครัว ก็จะนั่งเอกเขนกกันที่หน้าทีวีในห้องรับแขกซึ่งมีพื้นที่กว้างมาก อาจจะมีทำอาหารบ้าง ห้องครัวที่นี่ขนาดใหญ่และคอนเนคต์ถึงห้องนั่งเล่นเดินถึงกันสะดวก ส่วนวันไหนที่อากาศดี จอยก็จะออกไปนั่งจิบกาแฟรับลมที่ระเบียง มองถนนต้นไม้สบายตาดีค่ะ

และด้วยความที่จอยเป็นคนชอบออกกำลังกาย จึงไม่ใช่แค่ความประทับใจแค่ฟังก์ชั่นภายในห้องพัก  โดยเฉพาะฟิตเนสที่นี่ถูกใจมากๆ ทั้งเครื่องออกกำลังกายได้มาตรฐาน และวิวสวยของแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งบางกะเจ้า สระว่ายน้ำโปร่งสบาย ได้รับการผ่อนคลายเต็มที่ค่ะ

อีกหนึ่งเหตุผลที่ดึงดูดใจให้เลือกที่นี่คือจอยทำงานช่อง 3 ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆ จึง สะดวกต่อการเดินทางมากๆ ทำเลที่ตั้ง ซอย สุขุมวิท 26 นับว่าเป็นแลนด์มาร์คที่ดี คอนเนคต์การเดินทางได้หลายเส้น งานส่วนใหญ่เราอยู่ในเมือง เลี่ยงรถติดก็สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าได้สะดวกสบาย ที่สำคัญที่นี่มีจัดเส้นทางรับ-ส่งในจุดต่างๆ ไว้บริการลูกบ้านด้วย  ถ้าวันไหนเหนื่อยไม่อยากขับรถไปเอง ก็ใช้บริการรถลีมูซีน ของคอนโดได้  อนาคตหากจะเปลี่ยนให้เป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เช่า ซึ่งจอยถือว่าคุ้มค่าทั้งด้านราคาและเอื้อต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมากๆค่ะ” 

ทำงานหนักเป็นเวิร์คกิ้งวูแมน สวยและโสด ซึ่ง “จอย” คอนเฟิร์มว่าแฮปปี้ดี ไม่มีเวลาเหงา“ตอนนี้แฮปปี้นะคะ เพราะจอยไม่ได้มองเป็นสูตรสำเร็จว่า ชีวิตต้องทำงาน เก็บเงิน แล้วมีแฟน หรือ ต้องสร้างครอบครัว ทุกวันนี้ทำงาน 7 วัน ถ่ายละคร 2 เรื่อง มีงานพิธีกรเปรี้ยวปาก มีงานอีเว้นท์ วันหนึ่งๆ ทำงาน ออกกำลังกาย เวลาก็แทบหมดแล้ว หากมีช่วงเวลาว่างก็ไปช้อปปิ้งกับคุณแม่บ้าง ไปทานข้าวกับพี่สาวพี่เขย จอยเป็นคนติดครอบครัว เลยไม่ได้มีเวลาเหงา ทุกวันนี้เลยไม่ได้โฟกัสเรื่องมีแฟน ใช้ชีวิตในแบบเราให้เต็มที่แฮปปี้มากค่ะ”

บาลานซ์ชีวิตได้รื่นรมย์ทุกมุมขนาดนี้ ต่อให้ไร้เงาบอดี้การ์ดหัวใจก็ไม่มีผลต่อมวลความสุขของ “จอย รินลณี” แน่นอน คอนเฟิร์ม!!!

ECOTOPIA แลนด์มาร์กของคนหัวใจอีโค่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654460

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 11:10 น.

ECOTOPIA แลนด์มาร์กของคนหัวใจอีโค่ ร่วมเป็นหนึ่งในการใช้ชีวิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก

วิถีการดำรงชีวิตแบบ New Normal ยังคงเป็นวิถีที่ยังต้องปฏิบัติอยู่ ซึ่งหลายคนเพิ่มการดูแลตัวเองมากขึ้น และมีหลากหลายวิธีการในการดูแล ปกป้อง ป้องกันตัวเอง รวมถึงคนรอบข้างด้วย เช่นเดียวกับที่ ECOTOPIA ที่สุดของแหล่งรวมสินค้าอีโค่สำหรับคุณ ครบครันหลากหลายเพื่อโลกที่ดีขึ้น เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิค เปิดให้ทุกคนเข้ามาค้นพบและเลือกสรรได้ที่อีโคโทเปียได้อย่างครบครัน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ECOTOPIA ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืนให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ตั้งอยู่ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซืพลอราทอเรี่ยม

โดย ECOTOPIA ได้นำเสนอผู้ช่วยในการดูแล ปกป้อง ป้องกันเรื่องสุขภาพ ความสะอาด และช่วยรักษ์โลกมากมาย ผ่านทั้งหมด 8 โซน เริ่มกันด้วยการเอาใจสายดูแลตัวเองและคนรอบข้าง โซน Hygienic รวบรวมสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันและสินค้าทำความสะอาดที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง

เช่น สเปรย์ฟอกอากาศลดฝุ่น PhytFoon (ไฟท์ฝุ่น) ผลิตจากสารธรรมชาติ ลดฝุ่นละอองทันทีเมื่อฉีดพ่น และฝุ่นพิษ PM2.5สูงสุดถึง 80% ฝุ่นไม่ฟุ้งกลับนานถึง 7ชั่วโมง ปราศจากแอลกอฮอล์ ไม่ระคายเคืองเมื่อสัมผัส ลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้, สบู่เหลวล้างมือฆ่าเชื้อแบคทีเรียสูตรมือขาวใส (So glow anti-bacterial hand wash) จากแบรนด์อารมณ์ดี มีส่วนผสมความเป็นธรรมชาติ 98.38% มีโมเลกุลที่ช่วยชะลอระบบชรา และพัฒนาโมเลกุลอีกขั้นของวิตามิน C เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานช่วยให้ผิวเรียบเนียน ขาวใสเป็นธรรมชาติ, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ Soganic (โซแกนิคส์) สูตรออร์แกนิคจากประเทศออสเตรเลีย น้ำยามหัศจรรย์ที่ทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่าย ทำจากส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ มีกลิ่นที่สะอาดและสดชื่น, ถุงขยะรักษ์โลก Morther Packer ทำจากพืช ย่อยสลายได้ 100% และยังมีหน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ ผงซักฟอก และอื่นๆ อีกมากมาย

สายสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดขยะ โซน Zero Waste เป็นโซนที่สามารถนำบรรจุภัณฑ์มารีฟิลผลิตภัณฑ์ต่างๆได้มากมาย มีทั้งน้ำยาซักผ้า ครีมอาบน้ำ น้ำยาล้างจาน เพื่อช่วยลดขยะให้กับโลกได้

ส่วนคนที่รักความเขียวและต้องการฟอกปอดแบบธรรมชาติ โซน Green แหล่งรวมต้นไม้ฟอกอากาศ เช่น กวักมรกต, ยางอินเดีย, ลิ้นมังกร, ไทรใบสัก พร้อมมีเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ,แคปซูลดูแลต้นไม้,อุปกรณ์ปลูกต้นไม้, ปุ๋ย รวมทั้งเมล็ดพันธุ์จากฟาร์มลุงรีย์ชื่อดัง

อยากสุขภาพดี มีความสุขกับขนมอาหารแบบไม่รู้สึกผิด โซน Healthy ได้รวมขนม อาหาร ที่ดีต่อสุขภาพ แคลอรี่ต่ำ และมีส่วนผสมธัญพืชให้เลือกมากมาย รวมถึงอุปกรณ์เสริมช่วยผ่อนคลายแบบออแกนิค เช่น 7Springs สเปรย์คลายเครียด แก้ปวดเมื่อย ออฟฟิศซินโดรม, Aroma Spray จาก LRL เป็นยาหม่องน้ำในรูปแบบเสปรย์ สามารถใช้พ่นลงมือแล้วสูดดม หรือจะทาบริเวณที่ปวดเมื่อย และแบบหัวโรลเลอ สามารถใช้สูดดม หรือทาในบริเวณที่ต้องการ กลิ่นออกแนวผ่อนคลาย สบายจมูก ใครเป็นภูมิแพ้ นอนหลับยากเพราะหายใจไม่ออก ต้องมีติดกระเป๋าไว้เลย

สำหรับคนรักความสวยความงามแบบไม่ต้องกลัวแพ้ โซน Beautiful แหล่งรวมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สกินแคร์ต่างๆ ที่หลากหลาย ทำมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น คลีนซิ่งโรสแมรี่สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า, ครีมกันแดดไม่ทำร้ายประการัง, เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน วัสดุสามารถรีไซเคิลได้, สำลีไม่ฟอกสี

นอกจากของใช้ส่วนตัวนตัวในชีวิตประจำวันแล้ว ECOTOPIA ก็ยังมีหมวดแฟชั่นที่รับรองว่าพกไปไหนรับรองความเท่แบบรักษ์โลกได้เลย กับโซน Up-cycled อาทิ กระเป๋าถุงน้ำยาล้างไต จาก KIDDEE PROJECT ซึ่งมีคุณสมบัติที่ทนทาน ดีไซน์สวย อีกทั้งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายยังนำไปสมทบทุนเพื่อการดูแลผู้ป่วยโรคไตและผู้ป่วยระยะสุดท้ายในจังหวัดน่านอีกด้วย, นาฬิกา ANNE KLEIN นาฬิกาจากคอลเลคชั่น Considered ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนโดยพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้ลดการเพิ่มจำนวนขยะ อีกทั้งยังเลือกวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ฝ้ายและใยไม้ เพื่อผลิตนาฬิกา รวมถึงสายหนังที่ทำจากเปลือกแอปเปิ้ล สับปะรด และไม้ก๊อกซึ่งมีความทนทาน อีกทั้งยังสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติอีกด้วย, กระเป๋าจากเสื้อกันฝน Walking.stitch ที่ผลิตจากเสื้อกันฝนที่ไม่ใช้แล้ว นำมาทำเป็นกระเป๋าสีสันสดใส

นอกจากนี้ ยังมีโซน Stylish รวมแฟชั่นที่ทำมาจากฝ้ายออร์แกนิค, เศษผ้า เสื้อภูคราม ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ทำลวดลายด้วยการปักมือจากจังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน และโซน Kind โซนที่รวมงานฝีมือและภูมิปัญญาชาวบ้านที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบธรรมชาติเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและชาวบ้าน ซึ่งแต่ละโซนล้วนถูกออกแบบมาให้ทุกคนได้มาร่วมสร้างโลกด้วยกันอย่างเป็นมิตร

ECOTOPIA จะเป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่เพื่อสร้างโลกที่ดีไปด้วยกัน แวะมาชมได้ที่ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่หรือ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และช้อปสินค้าได้ที่ https://www.facebook.com/EcotopiaTH

JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 เสน่ห์เกินต้านแห่งรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654480

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 09:55 น.

JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 เสน่ห์เกินต้านแห่งรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์ปลดล็อกความอิสระในตัวคุณ หลีกหนีทุกความวุ่นวายเพื่อสัมผัสกับความสนุกอย่างไร้กังกล ไปกับ JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 สีสันมนต์เสน่ห์ฤดูร้อน

ลองให้จินตนาการพาเราโบยบินไปยังสถานที่สักแห่งเพื่อหลบหนีทุกความว้าวุ่นไปกับ JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 (คอลเลกชั่นจิมมี่ ชู ไฮ ซัมเมอร์ 2021) สำหรับสตรีและบุรุษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสัน และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งฤดูร้อน รายล้อมไปด้วยไปวิวทิวทัศน์แบบคนเมืองที่โอบกอดด้วยชายหาดอย่างไมอามี

ไมอามี เมืองแห่งศิลปะแบบอาร์ตเดโค (Art Deco) อันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถพบได้เพียงในสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเสน่ห์ของเมืองใหญ่ที่มาพร้อมกับอิสรภาพ และความมีชีวิตชีวาของดวงอาทิตย์ ลูกเล่นแห่งความแตกต่างระหว่างภาพเงาอันคมชัด รายละเอียดแห่งความเป็นหญิงสาว และวัสดุที่คาดไม่ถึง

“สำหรับฉันแล้วช่วงกลางฤดูร้อน คือช่วงเวลาของดวงอาทิตย์ ทะเล และท้องฟ้าสีคราม นื้คือการหลีกหนีทุกความวุ่นวายเพื่อสัมผัสกับความสนุกอย่างไร้กังกล ฉันอยากแหวกว่ายไปในความร้อนของแสงอาทิตย์ที่แต่งแต้มไปด้วยสีสันหลากหลาย และสัมผัสแห่งเสรีภาพ ซึ่งเป็นการนำทางให้ฉันมาสู่ไมอามี ไมอามีคือเมืองแห่งความน่าตื่นเต้นอย่างไม่น่าเชื่อที่มาพร้อมเสน่ห์แห่งความหลากหลาย และศิลปะแห่งอาร์ตเดโคอันน่าตื่นตาตื่นใจ เราจึงนำสิ่งเหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านวัสดุแปลกใหม่ ผ่านดีไซน์ทรงเสน่ห์สำหรับกลางวันสู่ยามค่ำคืนที่มาพร้อมสีสันอันอบอุ่น คอลเลกชั่นนี้คือความอภิรมย์ ความตื่นเต้น และความรู้สึกถึงความร้อนแห่งรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์” แซนดร้า ชอย (Sandra Choi) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของจิมมี่ ชู (Jimmy Choo) กล่าว

อารมณ์แห่งความตื่นเต้นอันมีชีวิตชีวาและความมั่นใจ คือ ไฟจุดประกายคอลเลกชั่นนี้ ชุ่มฉ่ำไปด้วยแสง และสีสันอันสดใสสำหรับสุภาพสตรีของ จิมมี่ ชู จาก Jimmy Choo High Summer 2021 เฉลิมฉลองให้ความเสรี ดื่มด่ำไปกับมนต์เสน่ห์แห่งความหรูหรา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์ร้อนแรงในเมืองไมอามี สถาปัตยกรรม และความแตกต่างแต่ลงตัวของภูมิทัศน์ คอลเลกชั่นนี้คือความคอนทราสต์ที่โดดแต่ลงตัว บทกวีแซ่ซ้องการกำเนิดใหม่ของไมอามีในศตวรรษที่ 21 ในฐานะศูนย์กลางแห่งโลกศิลปะ ที่มาพร้อมกับศิลปะแห่งฝีแปรง รูปทรงประติมากรรม และเสน่ห์แห่งจานสี ล้วนเป็นส่วนสำคัญเฉกเช่นเดียวกับไมอามี คอลเลกชั่นนี้นำเสนอความยินดีปรีดาที่เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความตื่นเต้น ความรู้สึกที่ว่าทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ โดดเด่นด้วยความรู้สึกสะดวกสบาย Jimmy Choo เปิดตัวคอลเลกชั่นรองเท้าสำหรับสุภาพสตรีที่ไม่เพียงแต่ทำให้สุภาพสตรีดูดีที่สุด แต่ยังต้องรู้สึกดีที่สุดเมื่อสวมใส่

คอลเลกชั่นนี้เปิดตัวด้วย รุ่น เดอะ เบย์ (THE BAY) รองเท้าแบบมีสายคาดที่อวดโฉมมาในหลากหลายความแตกต่าง มาพร้อมสายรัดข้อเท้าอันนุ่มนวลเฉกเช่นเดียวกับโครงสร้างแบบสามมิติจากหนังวัวนัปป้าสุดนิ่มนวล โฉบเฉี่ยวด้วยรูปทรงแหลมแต่ตัดเป็นเหลี่ยม ไม่เพียงแต่เพื่อเพิ่มความงดงามแต่ยังเพิ่มความสบายในการสวมใส่ และรองรับกับทุกรูปทรงของเท้าได้อย่างลงตัว

ดิ โอเชี่ยน (THE OCEAN) นำเสนอดีไซน์แห่งเกลียวคลื่นที่พริ้วไหวแห่งศิลปะเครื่องหนังบนหน้ารองเท้าด้านบน ที่ช่วยรองรับหน้าเท้าของผู้สวมใส่อย่างมั่นคง อีกทั้งยังสวมใส่สบาย ดิ อาร์ต (THE ART) อวดโฉมมาด้วยความสง่า และมั่นคงด้วยพื้นที่รองเท้าหนา 85 มิลลิเมตร ที่มาในทรงแบบบล๊อคประติมากรรมแห่งลูไซต์ (Lucite) ไล่เฉดสี ส้นรองเท้าประดับประดาด้วยเพชรพลอย ดีไซน์ของส้นรองเท้าชวนให้นึกถึงความรู้สึกของการจิบค็อกเทลริมทะเลที่ส่องแสงระยิบระยับในยามอาทิตย์อัสดง

อารมณ์เหล่านี้ส่งต่อไปยังเครื่องประดับอื่นๆ จากคอลเลกชั่นเดียวกันเช่น กระเป๋า ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รุ่น บอน บอน (BON BON) ไอเท็มประดับกายสำหรับการออกงานกลางคืนที่อวดโฉมมาด้วยคริสตัลระยิบด้วยการไล่โทนสีของเฉดแสงอาทิตย์ยามเย็น ตามติดมาด้วย กระเป๋าไมโครแบ็ก รุ่น มินิ ปารีส (MINI PARIS) ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอผ่านวัสดุพื้นผิว สีสันจากการเรียงตัวและจัดวางของเหลี่ยมมุมแห่งเพชรพลอยระยิบที่นับเป็นแรงบันดาลใจจากแบรนด์ Jimmy Choo หรูหราแต่แอบแฝงด้วยความขี้เล่นไปกับ MINI PARIS ส่องประกายระยิบระยับ และอวดงานเคลือบพื้นผิวแบบมันวาว

ปิดท้ายคอลเลกชั่นด้วย กระเป๋าโฮโบ แบ็ก รุ่น แอนา (ANA) อวดโฉมมาในผ้าใบแคนวาสที่มีพื้นผิวและลูกเล่นของผงสี ส่วน เมซี่ (MACY) คือไอเท็มกระเป๋าสานทรงตะกร้าถักด้วยมืออย่างประณีตบรรจงในประเทศโคลอมเบียจากช่างฝีมือระดับสูง ที่ยังคงไว้ในเรื่องการเล่นสี และอวดความสดใสของเม็ดสีราวกับการใช้เม็ดสีบริสุทธิ์ในการบรรจงทาลงกระเป๋าอย่างประณีต ก่อให้เกิดเป็นชิ้นงานแห่งศิลปะในภาพรวมคอลเลกชั่น กลางฤดูร้อนนี้คือการเฉลิมฉลองของงานฝีมือ และงานศิลปะ ที่ผสมผสานไว้ ซึ่งเสรีภาพ ความสนุกสนาน และความสร้างสรรค์ นับเป็นบทสรุปของมนต์เสน่ห์แห่งความหรูหราที่เฉิดฉายภายใต้แสงตะวัน

สำหรับ Jimmy Choo High Summer 2021 Men’s Collection นำเสนอรองเท้าหลากหลายดีไซน์โดดเด่นด้วยลายโมโนแกรม ซิกเนเจอร์ JC ในโทนสีฟ้า ทั้ง สนีกเกอร์ (Sneakers) รุ่น DIAMOND X อันโด่งดัง, รองเท้าโลฟเฟอร์ (Classic Loafers) ดีไซน์คลาสสิค รุ่น MARTI และ รุ่น FOXLEY ปิดท้ายรองเท้าสลิปออน (Slip-on Shoes) รุ่น GROVE

บุรุษที่มองหารองเท้าแคชชวลเท่ๆ ต้องโดนใจกับรองเท้า รุ่น ENZO ผสานดีไซน์ระหว่าง รองเท้า Sock trainer กับ Espadrilles ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว รวมถึงรองเท้ารุ่น HAWAII อันเป็นเอกลักษณ์ของจิมมี่ ชู ซึ่งได้รับการดีไซน์ให้สามารถสวมใส่ได้กับทุกสไตล์ โดดเด่นด้วยลายนูน Jimmy Choo บริเวณส้น ในซีซั่นนี้ยังมีกระเป๋า และแอ็คเซสซอรี่ที่เพิ่มสไตล์ในชีวิตประจำวันของบุรุษอีกด้วย

พบกับ Jimmy Choo High Summer 2021 ได้ที่ Jimmy Choo Boutique Store ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5993, ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โทร. 02-003-6095 และชั้น M ศูนย์การค้า สยามพารากอน โทร. 02-610-9944 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID @jimmychooth และ Instagram: @jimmychoo

#JimmyChoo #JimmyChooThailand #JimmyChooHighSummer2021

เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition โฉมใหม่สุดเท่สำหรับเจ้าแห่งนาฬิกาจับเวลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654376

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 14:02 น.

เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition โฉมใหม่สุดเท่สำหรับเจ้าแห่งนาฬิกาจับเวลาTAG Heuer Carrera คอลเลกชั่นไอคอนิกในลุคสง่าแฝงความลึกลับ กับเอดิชั่นสุดพิเศษในเฉดสีเขียวน้ำเงินใหม่ล่าสุด

แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิส เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition ใหม่ล่าสุดได้จังหวะเหมาะเจาะกับช่วงหน้าร้อนพอดี ทั้งยังมาในเฉดสีเขียวเข้มอมน้ำเงินแฝงประกาย และผลิตเพียง 500 เรือนเท่านั้น นาฬิกาใหม่ล่าสุดนี้เป็นการผสมผสานขนบที่สืบทอดต่อมาจากจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นแรกๆ เข้ากับความสง่างามทันสมัยในสไตล์ริเวียร่าที่ยากจะหาใดเปรียบ

คอลเลกชั่น TAG Heuer Carrera เป็นการแสดงคารวะต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถผ่านการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสปอร์ตสง่าไร้กาลเวลา นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 60 กว่าปีก่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของแจ๊ก ฮอยเออร์ นาฬิกาซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายสะอาดตาและสัดส่วนที่สมบูรณ์ลงตัวนี้ก็ได้กลายเป็นผลงานไอคอนที่ทุกคนจดจำในทันที และผลงานใหม่ที่ผ่านการปรับแต่งให้ทันสมัยด้วยความเชี่ยวชาญนี้ก็เป็นการสืบสานจิตวิญญาณของผลงานรุ่นออริจินัลในปี 1963

นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังคงเอกลักษณ์ของนาฬิกา Heuer Carrera ref. 2447 ทั้งขาตัวเรือน ดีไซน์ตัวเรือน ปุ่มกดที่ขัดแต่งสวยเนี้ยบ และหน้าปัดที่โดดเด่นเช่นเดียวกับรุ่นก่อน แต่ก็มีรายละเอียดใหม่อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา และขนาดตัวเรือนที่ขยายใหญ่ขึ้นจาก 36 มม. เป็น 39 มม. เพื่อให้รับกับสมัยนิยม หน้าปัดใช้โครงสร้างแบบ tricompax ดูเรียบหรู หน้าปัดย่อยตกแต่งด้วยลายเส้นหมุนวนเป็นก้นหอย หน้าปัดจับเวลา 30 นาทีอยู่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดจับเวลาชั่วโมง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และแสดงวินาที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนเข็มชั่วโมงและนาทีดีไซน์เป็นเหลี่ยมมุมสวยงาม เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพื่อการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และส่วนกระจกแซฟไฟร์คริสตัล ‘ทรงกล่อง’ สไตล์เรโทร นั้นได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นออริจินัล หน้าปัดประดับโลโก้ Heuer และชื่อ Carrera

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือหน้าปัดเฉดเขียวเข้มขัดแต่งแบบซันเรย์ เฉดสีนี้ซึ่งไม่ค่อยปรากฏในนาฬิกาของ TAG Heuer เป็นส่วนผสมของสีน้ำเงินและสีเขียว ทำให้นาฬิกาดูครีเอทีฟ ทันสมัย และโดดเด่น เมื่อพลิกดูที่ฝาหลังตัวเรือนซึ่งเป็นกระจกแซฟไฟร์คริสตัลใส จะเห็นการแต่งแต้มด้วยสีเขียวสุดพิเศษบริเวณชิ้นส่วนคอลัมน์วีลของกลไก และบนตัวอักษรที่สลักคำว่า Calibre Heuer 02 และ Swiss Made บนโรเตอร์

TAG Heuer Carrera Green Special Edition ทำงานด้วยกลไก Calibre Heuer 02 เป็นกลไกอัตโนมัติจับเวลาสุดล้ำที่ทางแบรนด์พัฒนาและผลิตขึ้นในโรงงานของตนเองที่เมืองเชอเวอเนซ์ กลไกนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วน 168 ชิ้น พร้อมด้วยโครโนกราฟที่มีคอลัมน์วีลและเวอร์ติคอลคลัตช์เพื่อให้การจับเวลาเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ สามารถสำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง รับกับสายหนังจระเข้สีดำพร้อมตัวล็อกแบบบานพับและปุ่มกดล็อกสองปุ่ม ฝาหลังสลักคำว่า SPECIAL EDITION ผลิตเพียง 500 เรือน

นอกจากจะผสมผสานประวัติศาสตร์อันเป็นตำนาน สัดส่วนที่ลงตัว หน้าปัดเฉดสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกลไกที่แม่นยำแล้ว ตัวเรือนขนาด 39 มม. ของ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังดึงดูดใจผู้รักนาฬิกาทั้งชายและหญิงด้วยเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การสะสมและเป็นตัวแทนความทันสมัยโดดเด่น และจะวางจำหน่ายในบูติกของ TAG Heuer ในเว็บไซต์ e-commerce ของแบรนด์

คอมพลีทลุคได้แบบไม่สะดุด กับ 3 เรือนเวลาล่าสุดจาก ‘เพียเจต์’ ที่หนุ่มๆ ควรมีไว้ประดับข้อมือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654374

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 11:15 น.

คอมพลีทลุคได้แบบไม่สะดุด กับ 3 เรือนเวลาล่าสุดจาก ‘เพียเจต์’ ที่หนุ่มๆ ควรมีไว้ประดับข้อมือไม่ว่าจะ Work from home หรืออยู่ที่ไหน ก็คอมพลีทลุคได้แบบไม่สะดุด กับ 3 เรือนเวลาล่าสุดที่เพียเจต์หยิบมาแนะนำให้หนุ่มนักช้อปเตรียมเปย์กันก่อนใคร

สายลิมิเต็ด อิดิชั่น กับ Piaget Polo Chronograph เวอร์ชั่นสายรัดข้อมือยาง ที่ผลิตจำกัดเพียง 888 เรือน 

Piaget Polo Chronograph Limited Edition on a Rubber Strap (G0A46013)

เพียเจต์ โปโล เปิดตัวครั้งแรกปี 1979 ในฐานะสปอร์ตวอท์ชสุดหรูที่รังสรรค์เพื่อตอบโจทย์เหล่าเกม เชนเจอร์ ผู้ซึ่งไม่เคยหยุดนิ่งและกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองในแบบไม่ตามใคร โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นซิกเนเจอร์ที่สะท้อนถึงวิถีการใช้ชีวิตด้วยความมุ่งมั่นของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี 

เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่หลายหลากยิ่งขึ้น แบรนด์จึงหยิบสายรัดข้อมือยางแนวสปอร์ตมาผสานไว้ในโมเดลของ Piaget Polo Chronograph เป็นครั้งแรก โดย ref.G0A46013 นี้ ยังคงมาพร้อมฟังก์ชั่นจับเวลาโครโนกราฟ และกลไกอินเฮ้าส์คาลิเบอร์ 1160P คุมโทนด้วยหน้าปัดสไตล์ Panda ที่ออกแบบให้วงหน้าปัดย่อยสีน้ำเงิน ตัดรับกับสีเงินของพื้นหน้าปัดหลักได้อย่างลงตัว เพิ่มวิสัยทัศน์แม้ในที่สว่างน้อยด้วยเข็มและ อินเด็กซ์บอกเวลาเคลือบสารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่า

ที่ขาดไม่ได้คือเอกลักษณ์หน้าปัดรูปทรงสี่เหลี่ยมมน หรือทรงคุชชั่น บนตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลมขนาด 42 มิลลิเมตร และเมื่อพลิกกลับยังเผยให้เห็นการทำงานของกลไกได้อย่างชัดเจนผ่านกระจกฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัล จับคู่สายรัดข้อมือยางแนวสปอร์ตสีน้ำเงิน ผลิตจำกัดเพียง 888 เรือน

สายวิบวับ กับ Piaget Polo Chronograph ประดับเพชร 

Piaget Polo Chronograph Adorned with Diamonds (G0A46049)

สำหรับใครที่สนุกกับการสไตลิ่งไอเท็มแนววิบวับ Piaget Polo Chronograph ประดับเพชร คือคำตอบ ! โดยเรือนเวลาชิ้นนี้ถูกออกแบบในตัวเรือนไวท์โกลด์ ขนาด 42 มิลลิเมตร ดึงดูดสายตาด้วยประกายงามของเพชรที่ครอบคลุมทั่วทั้งหน้าปัดและตัวเรือนกว่า 480 เม็ด (ราว 3.96 กะรัต) จับคู่สายรัดข้อมือหนังจระเข้สีน้ำเงินกลิ่นอายสปอร์ต ที่ตอบโจทย์หนุ่มลุคเนี้ยบได้อย่างลงตัว

สายเพรียวบาง กับ Piaget Altiplano ที่มาพร้อมกลไกอัตโนมัติ 910P แบบบางเฉียบ

Altiplano Ultimate Automatic 910P (G0A45123)

สำหรับหนุ่มๆ ที่ชอบปลดล็อกความท้าทายอยู่ตลอดเวลา รับรองว่า Altiplano Ultimate Automatic 910P เรือนนี้ตอบโจทย์แน่นอน โดยนาฬิกากลุ่มนี้ โด่งดังอย่างมากในเรื่องของกลไกที่บางเฉียบ ไม่ว่าจะเป็น กลไก 9P ที่เปิดตัวในปี 1957 จนกลายเป็นนาฬิการะบบกลไกที่บางที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น หรือจะเป็นกลไก 12P ที่เปิดตัวในปี 1960

และเพื่อตอกย้ำแนวคิดอันแสนขบถ ปี 2016 แบรนด์ได้เปิดตัวกลไกไขลานด้วยมือ 900P ที่ถือเป็นความท้าทายด้านการปฏิวัติโครงสร้างของตัวเรือนครั้งสำคัญ ต่อด้วยปี 2018 กับกลไกอัตโนมัติ 910P ที่หนาเพียง 4.3 มิลลิเมตร ก่อนทุบทุกสถิติใน 2 ปีถัดมาด้วยการส่งมอบนาฬิการะบบกลไกที่บางที่สุดในโลกสู่ผู้ใช้งานตัวจริง ด้วยความหนาเพียง 2 มิลลิเมตร กับ Altiplano Ultimate Concept

มาปีนี้กับ Altiplano Ultimate Automatic 910P เวอร์ชั่นล่าสุด ที่มาพร้อมหน้าปัดบอกเวลาสีน้ำเงินในดีไซน์แบบเยื้องศูนย์กลางที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ขณะที่พื้นหน้าปัดส่วนที่เหลือเผยให้เห็นความงามของกลไกได้อย่างชัดเจน ซึ่งแม้จะถูกจำกัดไว้ด้วยความเพรียวบาง แต่องค์ประกอบทุกชิ้นกลับถูกปรับแต่งให้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการประกอบกลไกแบบ reverse ที่ส่งให้บริดจ์ถูกพลิกมาอยู่ฝั่งหน้าปัด ซึ่งการวางตำแหน่งของบริดจ์ลักษณะนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้นาฬิกาหยุดเดินในสภาวะที่คริสตัลแซฟไฟร์เผชิญกับแรงดันต่างๆ อีกด้วย

เช่นเดียวกับคริสตัลแซฟไฟร์ ก็ถูกดีไซน์ให้สามารถโค้งงอได้อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือแม้แต่ใต้น้ำ ซึ่งทั้งหมดเป็นนวัตกรรมที่แบรนด์จดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ตัว โรเตอร์สำหรับขึ้นลานนาฬิกายังรังสรรค์จากทองคำ 22k เคลือบสีน้ำเงิน อวดความหรูหราผ่านฝาหลัง ทั้งยังส่งมอบประสิทธิภาพการขึ้นลานได้อย่างทรงพลัง แม้จะถูกลดทอนความหนาออกเพื่อให้รับกับความบางในภาพรวมก็ตาม

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

#Altiplano #PiagetPolo

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ชวนชมนิทรรศการผ่านไลฟ์ Stay Home Stay Connected #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654368

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 10:50 น.

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ชวนชมนิทรรศการผ่านไลฟ์ Stay Home Stay Connectedพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดกิจกรรม “Stay Home Stay Connected” ชวนชมนิทรรศการผ่านไลฟ์พร้อมลุ้นรางวัล ทุกศุกร์ตลอดเดือน มิ.ย.นี้

อยู่บ้านก็ชมนิทรรศการได้! พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชวนท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์แบบเพลิดเพลิน แถมได้ความรู้ แม้ไม่ได้ออกเดินทาง กับกิจกรรมออนไลน์ “Stay Home Stay Connected” โดยภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์จะมาพาชมนิทรรศการผ่านช่องทาง การถ่ายทอดสด (Live) ในเพจเฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม ตอบคำถาม และรับของรางวัลพิเศษจากนิทรรศการต่าง ๆ ทุกวันศุกร์ ตลอดเดือนมิถุนายน เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๐ น. ประเดิมศุกร์แรก ๔ มิถุนายนนี้

กิจกรรมออนไลน์ครั้งนี้ ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์จะพาชม ๒ นิทรรศการซึ่งกำลังจัดแสดง ในปัจจุบัน ได้แก่ นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา เรื่องราวการเสด็จฯ เยือนชวาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้งสามครั้ง พร้อมชื่นชมความงดงามของผ้าบาติกในพระปิยมหาราชจากเมืองต่าง ๆ บนเกาะชวาอย่างทั่วถึงและนิทรรศการด้วยพลังแห่งรักบอกเล่าพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนับตั้งแต่ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมราชินี เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นต้นมา 

สำหรับกิจกรรมออนไลน์ “Stay Home Stay Connected” จะมีการไลฟ์แต่ละนิทรรศการผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles ทุกวันศุกร์ตลอดเดือนมิถุนายนศกนี้ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๐ น. ตามรายละเอียดดังนี้

  • วันที่ ๔ มิถุนายน นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา ตอนที่ ๑
  • วันที่ ๑๑ มิถุนายน นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา ตอนที่ ๒
  • วันที่ ๑๘ มิถุนายน ร้านพิพิธภัณฑ์และห้องกิจกรรม
  • วันที่ ๒๕ มิถุนายน นิทรรศการด้วยพลังแห่งรัก

ติดตามการไลฟ์ พร้อมลุ้นรับรางวัลได้ทุกวันศุกร์ ในวันที่ ๔, ๑๑, ๑๘ และ ๒๕ ตลอดเดือนมิถุนายนศกนี้ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๐ น.ได้ทางเฟซบุ๊ก www.facebook.com/qsmtthailand

How to ดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654273

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 12:30 น

How to ดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ดลับการดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส พร้อมบอกท่านวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ควรระวังเรื่องการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มือ” ทำให้เราต้องหมั่นทำความสะอาดมืออยู่ตลอดเวลาเพราะการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆเป็นการป้องกันเชื้อโรคที่ดีแต่ผิวก็จะสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็วยิ่งล้างผิวยิ่งแห้งและลอกได้ง่ายกว่าปกติ

แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสว่า “การล้างมือเป็นหนึ่งในมาตราการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่มีประสิทธิภาพ และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่างๆ ได้ดี เพราะผิวหนังบริเวณมือของเรานั้นเต็มไปด้วยรอยพับ รอยย่น รวมถึงซอกเล็กๆ มากมาย ทำให้เป็นที่หลบซ่อนของเชื้อโรค และแบคทีเรียต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

จากผลการวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การล้างมือเป็นประจำด้วยสบู่สามารถลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้ การล้างมือเป็นเวลาประมาณ 20 วินาที ด้วยสบู่สามารถทำลายเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ เนื่องจากสบู่มีโมเลกุลที่เป็นไขมันซึ่งมีโครงสร้างคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัส โดยโมเลกุลดังกล่าวจะไปทำการแยกไขมันออกและทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัสให้แตกออก ทำให้โครงสร้างภายในของไวรัสถูกทำลาย

ส่วนการทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70-90% โดยปริมาตรในน้ำ (%v/v) สามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ที่เป็นโปรตีนและไขมันของไวรัสให้แตกออก และเข้าไปรบกวนระบบเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสตายในที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 15 วินาที

แต่การล้างมือด้วยสบู่และการใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือบ่อยๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังชั้นนอกสุด (Stratum corneum) ซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยชั้นฟิล์มบางๆ ของน้ำและไขมัน ที่เรียกว่าไฮโดรไลปิด ฟิล์ม (Hydrolipid film) ทำหน้าที่ช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ปกป้องผิวจากแบคทีเรียและเชื้อโรค การล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์จะทำให้ชั้นฟิล์มของน้ำและไขมันถูกชะล้างออกไป ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านหรือระคายเคืองได้ง่าย เนื่องจากสูญเสียเกราะป้องกันผิวและอาจทำให้เกิดโรคผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis) ซึ่งหลังการล้างมือแต่การละครั้งผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นไปถึง 20%* ยิ่งล้างมือบ่อยๆ ผิวจะยิ่งแห้งกร้าน และลอกได้ง่ายกว่าปกติ

ดังนั้น หลังจากการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ ควรเพิ่มขั้นตอนการบำรุงและป้องกันผิวมือไม่ให้แห้งกร้าน เนื่องจากผิวบริเวณมือนั้นแทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย หากขาดการดูแลและบำรุงอย่างถูกวิธี อาจทำให้มือแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นลงเร็วกว่าปกติ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวมือ สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และมีความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ร่วมกับการนวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตด้วย’

ท่านวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ASV x Ink Waruntorn ผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654272

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 10:11 น

ASV x Ink Waruntorn ผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟอิ้งค์ วรันธร สุดประทับใจโชว์ฝีมือออกแบบเสื้อผ้าครั้งแรก กับคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’

เรียกได้ว่าทั้งสวย และเก่งแบบครบเครื่องเลยจริงๆ สำหรับนักร้องสาวมากความสามารถอย่าง อิ้งค์-วรันธร เปานิล ที่ไม่ว่าจะหยิบจับ ทำอะไรก็ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม ล่าสุดก็หันมารับบทดีไซเนอร์ ร่วมออกแบบคอลเลกชั่นเสื้อผ้ากับแบรนด์ดังอย่าง ASV (เอเอสวี) ของ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งอาซาว่า กรุ๊ป กับผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘ASV x Ink Waruntorn’ ที่ออกแบบมาได้น่ารัก สดใส เป็นตัวสาวอิ้งค์แบบสุดๆ

งานนี้สาว อิ้งค์-วรันธร เปานิล ยังเผยถึงความประทับใจในการออกแบบครั้งนี้ไว้ว่า “โดยปกติอิ้งค์ชื่นชอบ แบรนด์เอเอสวีอยู่แล้ว ถ้าสังเกตจะเห็นว่าอิ้งค์ใส่เอเอสวีแทบจะทุกคอลเลกชั่นเลย สำหรับอิ้งค์ เอเอสวีเป็นเสื้อผ้า ที่สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส ใส่แล้วเรารู้สึกมั่นใจ บ่งบอกถึงความเป็นตัวของตัวเองได้เป็นอย่างดี พอได้รับการติดต่อ จากทางแบรนด์ให้มาออกแบบคอลเลกชั่นร่วมกัน ก็ตอบตกลงทันทีเลย และด้วยความที่อิ้งค์ชอบสไตล์ของทางแบรนด์เป็นพิเศษอยู่แล้ว ก็เลยทำให้การออกแบบครั้งนี้สนุกและราบรื่นมากค่ะ

สำหรับคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’ อิ้งค์เลือกที่จะออกแบบให้มีความสนุกโดยถ่ายทอดคาแรคเตอร์และสไตล์ความเป็นตนเองลงไปบนผลงานการออกแบบ เน้นความสบายแต่แฝงไปด้วยเทคนิคและรายละเอียดที่โดดเด่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน สามารถใส่เที่ยวเล่นหรือแม้กระทั่งใส่ขึ้นคอนเสิร์ตได้อย่างมั่นใจ ‘ASV x Ink Waruntorn’ คือการผสมผสานระหว่างความเป็นอิ้งค์ และเอกลักษณ์ของเอเอสวีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ฝากติดตามอิ้งค์และเอเอสวีของอิ้งค์ด้วยนะคะ สำหรับคอลเลกชั่นนี้ตื่นเต้นมากเลย และหวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ” สาวอิ้งค์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

นอกจากนี้ สาวอิ้งค์ยังฝากติดตามชม Instagram Live เปิดคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’ ร่วมพูดคุยกับ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา และ อิ้งค์-วรันธร เปานิล แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในวันอังคารที่ 1 มิถุนายน เวลา 19.00 น. ทาง Instagram : @asv_official

พบกับคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ทางออนไลน์สโตร์ที่ https://www.asavagroup.com/product-category/online-exclusive/asv-x-ink-waruntorn/ และทาง ASV Flagship Store บน Lazada ในวันที่ 10 มิถุนายน 2564 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ IG: @asv_official , FB: https://www.facebook.com/asvthailandofficial , Website: asavagroup.com และ Line: @asavagroup

‘วัคซีนชีวิต’ ภูมิต้านทานชีวิตเชิงองค์รวม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654267

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 08:50 น

'วัคซีนชีวิต' ภูมิต้านทานชีวิตเชิงองค์รวมโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ในช่วงที่โควิดกำลังระบาดรอบ 3 สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ วัคซีน เพื่อสร้างภูมิต้านทานและลดความรุนแรงของโรค ในทำนองเดียวกัน ในโลกที่ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน คุลมเครือ เราต้องรีบหาวัคซีนเพื่อสร้างภูมิต้านทานชีวิตเช่นเดียวกัน แต่ภูมิต้านทานดังกล่าวต่างกับวัคซีนโควิดตรงที่ว่า เราพัฒนาวัคซีนโควิดเพื่อสู้กับศัตรูที่เราพอจะรู้ว่ามันคือใคร มันมีวิวัฒนาการมาอย่างไร แต่การสร้างภูมิต้านทานชีวิต เราจำเป็นต้องพัฒนาภูมิต้านทานในเชิงองค์รวม เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของความท้าทายที่อาจจะผ่านเข้ามา ดังนี้

ประการแรก ในภัยพิบัติเดียวกัน ปัญหาเดียวกัน บางคนสามารถปรับตนเองออกจากกรอบแนวคิดเดิมๆ ที่ติดลบ ออกจากภาพความสำเร็จเก่าๆ ที่คอยฉุดรั้งไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า สามารถสร้างแรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายในอย่างมุ่งมั่น สามารถดึงศักยภาพภายในออกมาเพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อเล่นเชิงรุกได้ แม้ในภาวะที่ยากลำบาก ยิ่งไปกว่านั้น เวลามีปัญหาเกิดขึ้น แทนที่จะโทษโน่นนี่นั่นว่าเป็นต้นเหตุ แต่กลับมองว่า ตนมีอำนาจในการเลือกตอบสนองได้ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และดูว่าตนจะทำอะไรได้บ้าง มีทางเลือกอะไรบ้าง ในสถานการณ์นั้นๆ นอกจากนี้ ตนยังสามารถควบคุมตนเองได้ ไม่ตกอยู่ในอำนาจของสื่อโซเชียล ไม่ถูกเหวี่ยงไปตามกระแสสังคม ไม่ยอมให้ความคิดคนอื่นมาคอยชี้นำ จนหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าคุณค่าตนเองอยู่ที่ไหน และนี่คือ…ภูมิต้านทานด้านจิตใจ

ประการที่สอง การทำงานคือการแก้ปัญหา ปัญหาไม่เคยเข้ามาเดี่ยวๆ แต่โถมเข้ามารอบด้านอย่างสลับซับซ้อน บางคนสามารถพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ โดยพัฒนาการคิดวิเคราะห์เพื่อหาองค์ประกอบของปัญหา อีกทั้งสามารถคิดเชิงสังเคราะห์เพื่อสร้างการเชื่อมโยงขององค์ประกอบเหล่านั้น เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถพัฒนามุมมองเชิงองค์รวม นำไปสู่ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่แตกต่าง ที่หลากหลาย เพื่อสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้จึงจะสามารถยกระดับองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง และนี่คือ…ภูมิต้านทานด้านปัญญา

ประการที่สาม บางช่วงปัญหาถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงรอบด้าน แต่บางคนสามารถสร้างความเข้มแข็งจากภายใน สามารถพลิกฟื้นคืนสภาพตนเองให้กลับมาได้แม้ในภาวะที่ยากลำบาก เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ความมั่นคงภายในให้กลับคืนมา เพื่อให้สามารถระเบิดศักยภาพภายในให้ออกมาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งสามารถสร้างภูมิต้านทานให้กับตนเอง สามารถควบคุมการตอบสนองของตนเองและการแสดงออกได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีแรงกระตุ้นจากภายนอกเข้ามากระทบ นั่นคือ มีความมั่นคงทางอารมณ์ผ่านการเห็นคุณค่าตนเอง นอกจากนี้ ยังเห็นคุณค่าในความแตกต่างระหว่างบุคคล นำไปสู่การเปิดใจกว้าง รับฟังโดยเอาอีกฝ่ายเป็นศูนย์กลาง เกิดเป็นศรัทธา สามารถสร้างการมีส่วนร่วม การทำงานเป็นทีมที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ และนี่คือ…ภูมิต้านทานด้านอารมณ์

ประการที่สี่ ในโลกที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงคือธรรมชาติ การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงคือคำตอบ ในการทำงานร่วมกัน ผู้นำบางคนเข้าใจและเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ เห็นคนมีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย จึงเกิดการยอมรับจากทีมงานด้วยใจ จึงสามารถพัฒนาศักยภาพทีมงานและขับออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถพัฒนาองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านการคิดเชิงระบบ สามารถสร้างทีมงานที่เข้มแข็งอย่างมีส่วนร่วมบนฐานของความเชื่อมั่นและศรัทธา สามารถสร้างทีมงานด้วยภาพเป้าหมายร่วมที่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน นำทีมงานไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นเอกภาพ หนึ่งเดียว และนี่คือ…ภูมิต้านทานด้านภาวะผู้นำ

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัต การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนคือคำตอบ และความหมายที่สำคัญที่สุดของการปรับตัวก็คือ การสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต ภูมิคุ้มกันดังกล่าวต้องตั้งอยู่บนแนวคิดเชิงองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งด้านจิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ