เกษตรฯ-สสส.ภาคีอาหารฯ สานพลังพลิกโฉมระบบอาหารยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748384

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกิจกรรม Press interview เพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงเจตจำนงที่จะพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ในงาน Thailand Food and Agriculture Systems Stocktaking “เส้นทางสู่การพลิกโฉมระบบอาหารที่ยั่งยืนของประเทศไทย” พร้อมด้วย น.ส.นวรัตน์ เฉลิมเผ่า ผู้ช่วยผู้แทน FAO ประจำประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายเศรษฐเกียรติ กล่าวว่า ในการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลกปี 2564 (UN Food Systems Summit : UNFSS 2021) องค์การสหประชาชาติ (UN) สนับสนุนประเทศสมาชิกขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนระบบอาหารทั้งวิธีการผลิต การกระจาย และการบริโภค เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “อิ่มและดี 2030” ซึ่งภายหลังจากการประชุมครั้งนั้นกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างการรับรู้/การเข้าใจ ประเด็น “ระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน” ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบเกษตรและอาหาร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคีเครือข่าย สถาบัน สมาคม องค์กร และอื่นๆ จนนำไปสู่การเกิดการสร้างเครือข่าย “Partnerships” ในการขับเคลื่อน โดย สสส.นับเป็น 1 ใน “Partnerships” ที่สำคัญที่ร่วมขับเคลื่อน “ระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน” นับตั้งแต่ปี 2564 และยังมีหลายหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อน ในด้านการวิจัยมีการดำเนินโครงการวิจัยเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาระบบอาหารของประเทศไทย (Policy Research for Thailand’s Food Systems Development) โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

สำหรับการขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของสหประชาชาติใน 5 ประเด็น ภายใต้หัวข้อ “อิ่มและดี 2030” ประกอบด้วย 5 ด้าน ดังนี้ 1. “อิ่ม ดี ถ้วนหน้า” เข้าถึงอาหารปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ 2. “อิ่ม ดี มีสุข” ปรับเปลี่ยนวิถีการบริโภคเพื่อความยั่งยืน 3. “อิ่ม ดี รักษ์โลก” ส่งเสริมระบบการผลิตที่เพียงพอและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4. “อิ่ม ดี ทั่วถึง” ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่เสมอภาค เท่าเทียม และ 5. “อิ่ม ดี ทุกเมื่อ” สร้างระบบที่มีความยืดหยุ่นปรับตัวได้ในทุกวิกฤต

“การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการทบทวนความก้าวหน้า แชร์ประสบการณ์ เตรียมความพร้อมในการจัดการประชุม Food and Agriculture Stocktaking Moment ระดับรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2566 ณ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี และการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) ก.ย. 2566 ต่อไป ซึ่งจะเป็นการทบทวนและติดตามผลการดำเนินงานดังกล่าวครั้งแรกของโลกหลังจากการประชุมสุดยอดระบบอาหาร ปี 2564 และเป็นการทบทวนประเมินความคืบหน้าในการนำเส้นทางการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารของประเทศไปใช้” รองปลัดฯ กล่าว

รองปลัดฯร่วมถก คกก.นโยบายพัฒนา โคเนื้อและกระบือ ผลิตภัณฑ์แห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748382

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาโคเนื้อ-กระบือและผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (Beef Board) ครั้งที่ 1/2566 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134-135 โดยมีสาระสำคัญในการประชุม คือ 1.สถานการณ์การผลิตและการตลาดโคเนื้อ – กระบือ ในปัจจุบัน 2.สถานการณ์การค้าโคเนื้อ การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ 3. ความก้าวหน้าโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย

4.มาตรการเพื่อการคุมโรค และการบังคับใช้กฎหมายโคเนื้อและโคนำเข้า 5.โครงการตามนโยบายรัฐที่กรมปศุสัตว์ส่งเสริมสนับสนุนและผลักดัน 6.แผนปฏิบัติการด้านโคเนื้อ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อรักษาและขยายตลาดการบริโภคเนื้อโคไทย ผลักดันการเพิ่มปริมาณและคุณภาพโคเนื้อ และเพิ่มความมั่นคงทางด้านอาหารโคเนื้อ และ 7.แผนปฏิบัติการด้านควายไทย 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อการอนุรักษ์การผลิตควายปลักไทย (อนุรักษ์และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของเดิม) การผลักดันการผลิตควายตลอดห่วงโซ่ ให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย แข่งขันได้ เพิ่มปริมาณการบริโภคและมูลค่าสินค้าปศุสัตว์ที่ผลิตจากควายไทยต่อไป

เกษตรฯร่วมประชุม คกก.น้ำตาลครั้งที่5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748389

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทรายครั้งที่ 5/2566 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ) ที่ห้องประชุม 1601 ชั้น 16 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือและพิจารณาในประเด็น 1.การขอเพิ่มชนิดสินค้าเพื่อผลิตสินค้าส่งออก ปี 2566 (โดยสิทธิคงเดิม) 2.การขอเพิ่มชนิดสินค้า และขอเพิ่มสิทธิซื้อน้ำตาลทรายผลิตเพื่อการส่งออก ปี 2566,3.ขอเพิ่มสิทธิซื้อน้ำตาลทรายผลิตเพื่อการส่งออก ปี 2566 และ 4.ขอปรับลดสิทธิซื้อน้ำตาลทรายเพื่อผลิตสินค้าส่งออก ปี 2566

กรมวิชาการฯสนับสนุน ปลูกลิ้นจี่สินค้าGIนครพนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747794

กรมวิชาการฯสนับสนุน  ปลูกลิ้นจี่สินค้าGIนครพนม

กรมวิชาการฯสนับสนุน ปลูกลิ้นจี่สินค้าGIนครพนม

วันศุกร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สนับสนุน : นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร สนับสนุนเกษตรกรปลูกลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI จังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 2,969 ไร่ ผลผลิตรวม 1,574 ตัน โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครพนม ยังคงคอยให้ความรู้และแก้ปัญหาให้เกษตรกร

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การปลูกลิ้นจี่ใน จ.นครพนม เป็นการขยายผลจากงานวิจัยของศูนย์วิจัยและ
พัฒนาการเกษตรนครพนม มีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ปี 2533-2535 จากการที่ลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว จึงได้รับขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ของจังหวัดชื่อ“ลิ้นจี่นครพนม” ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 2,969 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 1,574 ตัน มูลค่า 51.8 ล้านบาทเกษตรกรมีการผลิตต้นพันธุ์จำหน่ายในราคาต้นละ40-100 บาท รวมทั้งยังมีการเลี้ยงผึ้งเพื่อจำหน่ายน้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ราคา 200 บาท/ขวด (750 มิลลิลิตร) หรือให้เช่าสวนสำหรับเลี้ยงผึ้งทำให้สามารถสร้างรายได้

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า เกษตรกรยังมีปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ลิ้นจี่ออกดอกติดผลไม่สม่ำเสมอในแต่ละปีหรือในต้นเดียวกันผลร่วงมาก ปัญหาผลแตก และแมลงศัตรูทำให้ผลผลิตต่ำหรือด้อยคุณภาพ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครพนมจึงได้ทำการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องโดยแนะนำการปลูกลิ้นจี่นครพนม 1 ตามคำแนะนำ (GAP)

ภายหลังการเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 46-0-0 (1:1) อัตรา2-3 กิโลกรัม/ต้น ปุ๋ยคอก 50 กิโลกรัม/ต้น หลังแตกใบอ่อนชุดสุดท้ายเข้าสู่ระยะเพสลาด (ปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน) พ่นปุ๋ยทางใบสูตร0-52-34 จำนวน 3 ครั้ง ทุก 7 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกดอกระยะผลเล็ก ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 46-0-0 0-0-60 (1:1:1) อัตรา 2-3 กิโลกรัม/ต้น1-2 ครั้งและก่อนเก็บเกี่ยว4-6 สัปดาห์ ใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-60 หรือ 13-13-21 อัตรา 2-3 กิโลกรัม/ต้น1-2 ครั้ง ช่วงออกดอกและติดผลให้น้ำ200-300 ลิตร/ต้น/สัปดาห์ ตัดแต่งกิ่งปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 หลังเก็บผลผลิต (เดือนพฤษภาคม) ตัดแต่งกิ่งแบบเปิดกลางทรงพุ่ม และแต่งกิ่งที่ผิดปกติออก 20-30% ครั้งที่ 2 ปลายฤดูฝน (เดือนตุลาคม) ตัดแต่งกิ่งที่อยู่ภายในทรงพุ่มและกิ่งไม่สมบูรณ์ออก 10% ให้ทรงพุ่มโปร่งแสงแดดส่องทั่วถึง

สำหรับการป้องกันกำจัดแมลงวันผลไม้และหนอนเจาะขั้วผล วิธีที่ดีที่สุดคือห่อผลด้วยถุงกระดาษห่อผลไม้สีขาวหลังติดผล 30 วัน รองลงมาคือใช้กับดักฟีโรโมนเมทิลยูจินอล 2 กับดัก/ต้นติดสูงจากพื้น 1.5 และ 2 เมตร หรือสุ่มนับผลร่วงสัปดาห์ละครั้งหลังติดผล 2 สัปดาห์ เมื่อพบการทำลายของหนอนเจาะขั้วผลมากกว่า 10% ฉีดพ่นด้วยสารคาร์บาริล 85% WP อัตรา 45 กรัม/น้ำ20 ลิตร หรือไซฟลูทริน 5% อีซี อัตรา 5 มิลลิลิตร/น้ำ20 ลิตร และระยะผลเริ่มเปลี่ยนสีฉีดพ่นด้วยปิโตเลียมออยล์ 83.9% อีซี อัตรา 40-60 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตรส่วนการรักษาผลผลิตให้แช่ผลลิ้นจี่ในกรดเกลือ (HCL) เข้มข้น 3% โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ (SMS) เข้มข้น 1% นาน 10 นาทีผึ่งให้แห้งในที่ร่ม เก็บที่อุณหภูมิ 5 องศาฯ ความชื้นสัมพัทธ์ 90-95% สามารถรักษาได้นานถึง 30 วัน

เกษตรฯจัดงาน จิตอาสาพัฒนา ฟื้นคลองเปรมฯ เฉลิมพระเกียรติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747791

วันศุกร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมจัดโครงการจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร ที่คลองเปรมประชากร ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 (พระชนมพรรษาครบ 71 พรรษา) มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 700 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ บุคลากรส่วนราชการ/หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ (ส่วนกลาง) จิตอาสา ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/เทศบาล เกษตรกร และประชาชนจิตอาสา

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การปล่อยขบวนจิตอาสา เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ 1.กิจกรรมทำความสะอาด ฟื้นฟูและบำรุงรักษาคลองเปรมประชากร (ช่วงหน้าวัดเปรมประชากร) 2.กิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาลงคลองเปรมประชากรและมอบพันธุ์ปลา 3.กิจกรรมทำความสะอาดบริเวณรอบวัดเปรมประชากร 4.กิจกรรมทำความสะอาดบริเวณรอบโรงเรียนวัดเปรมปรีชา 5.กิจกรรม สาธิต/ให้ความรู้ด้านการเกษตรแก่นักเรียนโรงเรียนวัดเปรมปรีชา (การปลูกผัก การเลี้ยงปลาดุกและกบ และการทำปุ๋ยหมักจากวัชพืช/เศษอาหาร) และ 6.กิจกรรมให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สัตว์เลี้ยงของประชาชน ตลอดจนนิทรรศการ “กษัตริย์เกษตร” และนิทรรศการผลการดำเนินงานจิตอาสา กระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งการร่วมกิจกรรมตามจุดสาธิตต่างๆ

รองปลัดฯจี้ติดใช้ประโยชน์งานวิจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747792

วันศุกร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมติดตามรายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 (ระยะ 2 เดือน) ด้านการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (RU : Research Utilization) ของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิของโครงการ “การพัฒนาและขยายผลองค์ความรู้ การผลิตแมลงโปรตีน(Hermetia illucens L.) สำหรับเป็นอาหารสัตว์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้ในระดับชุมชนและพัฒนาเป็นอาหารฟังก์ชั่นในอนาคต”จัดทำโดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)

สำหรับโครงการ “การพัฒนาและขยายผลองค์ความรู้ การผลิตแมลงโปรตีน (Hermetia illucens L.) สำหรับเป็นอาหารสัตว์ เพื่อลดต้นทุนการ
ผลิต สร้างรายได้ในระดับชุมชนและพัฒนาเป็นอาหารฟังก์ชั่นในอนาคต”เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้กระบวนการผลิต การใช้ประโยชน์แมลงโปรตีนเพื่อเป็นอาหารสัตว์ ให้แก่กลุ่มเกษตรกร เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการสร้างบุคลากรที่มีความรู้และสร้างวิทยากรตัวคูณในพื้นที่เป้าหมาย และขยายผลในด้านการตลาดร่วมกับกลุ่มเกษตรกร ซึ่งมีการดำเนินโครงการในระยะ 2 เดือน เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ โดยได้จัดกิจกรรม ได้แก่ 1.การประชุมชี้แจงโครงการกับนักวิจัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัย 2.การประชุมหารือความร่วมมือกับบริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่น จำกัด และ 3.การฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงแมลงโปรตีนให้แก่นักวิจัยมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป้าหมาย โดยมีแผนดำเนินโครงการในระยะต่อไปคือถ่ายทอดองค์ความรู้การเลี้ยงและการใช้ประโยชน์จากแมลงโปรตีนให้กับนักวิจัยท้องถิ่น คัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการต่อไป

‘กรมชลฯ’เผยน้ำ มีเพียงพอใช้ แต่ต้องร่วมใจกันประหยัดน้ำรับมือ’เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747734

‘กรมชลฯ’เผยน้ำ มีเพียงพอใช้ แต่ต้องร่วมใจกันประหยัดน้ำรับมือ'เอลนีโญ'

‘กรมชลฯ’เผยน้ำ มีเพียงพอใช้ แต่ต้องร่วมใจกันประหยัดน้ำรับมือ’เอลนีโญ’

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 16.42 น.

‘กรมชลประทาน’เผยน้ำในอ่างเก็บน้ำมีเพียงพอใช้ แต่ต้องร่วมใจกันประหยัดน้ำรับมือ ‘เอลนีโญ’

3 ส.ค.2566 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน (2 ส.ค. 66) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 39,201 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 51 มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 15,260 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 29 ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ ที่จะต้องมีการควบคุมการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด โดยจะเน้นสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเท่านั้น ได้แก่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนนฤบดินทรจินดา และเขื่อนปราณบุรี ปัจจุบันหลายพื้นที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาการคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด โดยบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง ทางด้านโครงการชลประทานทั่วประเทศ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ รวมถึงจัดสรรน้ำในพื้นที่ชลประทานอย่างประณีต เตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ เน้นเก็บกักน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำต่างๆให้ได้มากที่สุด และเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ ไว้ประจำในพื้นที่เสี่ยง พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน 

รองปลัดฯติดตาม ความก้าวหน้างาน หนุนอาชีพเกษตร ปัญหาชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747546

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 2/2566 ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน เป็นรายสินค้าดังนี้ 1. กาแฟ 1.1 การสนับสนุนต้นพันธุ์กาแฟในสวนมะพร้าวให้กับเกษตรกรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 1.2 ความก้าวหน้าสภาพพื้นที่การเพาะปลูกกาแฟที่ได้รับการสนับสนุน ระยะที่ 1 สนับสนุนกาแฟให้กลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสม 12,000 ต้น 1.3 การกำหนดราคาประกันเพื่อประกันรายได้ให้กับเกษตรกร

2.พืชอาหารสัตว์ ติดตามความก้าวหน้า ความต้องการใช้พืชอาหารสัตว์ในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลปริมาณสัตว์ในพื้นที่และการบริโภคอาหารสัตว์ในพื้นที่ และ 3.โคเนื้อ ติดตามความก้าวหน้า การคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการโคบาลชายแดนใต้

รองปลัดฯอบรมหลักสูตรวกส.รุ่น4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747550

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมพิธีเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 4 โดยมี ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เป็นประธาน ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม.ว่า กระทรวงเกษตรฯ และมูลนิธิเกษตราธิการ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ได้กำหนดจัดฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 4 โดยมีหลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.Agriculture and Cooperatives Landscape 2.Agricultural MarketMechanisms 3.Technology and Innovation 4.Current Issues for Agriculture Development 5.Research for the Future และ 6. Leadership and Sustainability ซึ่งครอบคลุมในทุกมิติในการพัฒนาภาคการเกษตร และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำมาซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรที่เป็น AgriChallenge รองรับความปกติใหม่ (New Normal to Next Normal) ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 96 ท่าน

“การจัดทำหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงสามารถขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย ให้เป็นผู้นำในระดับนานาชาติด้วยวิทยาการเกษตร เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ภายใต้หลักการตลาดนำการผลิตและเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความสมดุล มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ภาคเกษตร

สร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นและเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนองคาพยพของภาคการเกษตรให้สามารถผลักดันการพัฒนาสินค้าและบริการด้านการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยขับเคลื่อนให้บรรลุวิสัยทัศน์ ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป” นายเศรษฐเกียรติ กล่าว

เกษตรฯจัดนิทรรศการ ชูแนวคิด‘พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747554

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือการเข้าร่วมงาน Sustainability EXPO 2023 (SX 2023) ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ โดยมีมติเห็นชอบกำหนดแนวคิดหลัก “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” เน้นให้เห็นถึงความท้าทายที่สำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหาร เช่น แนวโน้มปริมาณการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) แนวโน้มของประชากรสูงวัย ภาวะทุพโภชนาการ และภาวะโลกร้อน โดยกระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนดำเนินการจัดการความเสี่ยง นอกจากนี้ จะมีการจัดแสดงสินค้าเกษตรที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนวัตกรรม มาพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้และสุขภาวะที่ดี เพื่อให้เกิดความตระหนัก แสวงหาวิธีการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกแก่ผู้เข้าร่วมงาน พร้อมดำเนินการเพื่อความยั่งยืนของภาคการเกษตรและอาหาร อันเป็นการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้

สำหรับการจัดงาน Sustainability Expo 2023 (SX) จัดโดยบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ภายใต้หัวข้อหลัก “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” ระหว่างวันที่ 29 กันยายน-8 ตุลาคม 2566 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงาน SX 2023 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 320,000 คน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดนิทรรศการ กิจกรรมบนเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง การเรียนรู้ การจำหน่ายอาหารและสินค้า Workshop สวนสนุกสำหรับเด็ก และกิจกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่จัดงานกับสวนป่า โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กลุ่มคนรุ่นใหม่มีกิจกรรมร่วมกันมุ่งเน้นสู่ความยั่งยืน