Surf Surf ร้านง่าย-ง่าย…นั่งได้ทุกวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07025011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 382

รายงานพิเศษ

อันติกา

Surf Surf ร้านง่าย-ง่าย…นั่งได้ทุกวัน

“…ความตั้งใจตั้งแต่ต้นคือ ไม่โปรโมต เพราะอยากเป็นร้านธรรมดา ไม่ใช่ร้านตามแฟชั่นหรือตามกระแส เป็นเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านลาบ ที่คนมากินทุกวัน ร้านพวกนั้นเขาไม่มีเฟซบุ๊กนะ แต่ทำไมพอเลิกงานคนต้องไปกินร้านพวกนี้ที่เปิดมาเป็นสิบปี”

แม้เปิดตัวมาได้ไม่ถึงปี แต่ลูกค้า…ตรึม

โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา ข่าวว่ามีหนุ่มสาวทั้งไทย-ต่างชาติ ยืนคอยคิวกันยาวเกือบกิโล

สำหรับ Surf Surf (เซิร์ฟ เซิร์ฟ) ร้านอาหารทะเลปิ้งย่างสไตล์ชิล-ชิล ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนศรีวรา ในย่านทาวน์อินทาวน์ ลาดพร้าว ทำเลทองของออฟฟิศจำนวนไม่น้อย

ลงทุนไม่ถึงล้าน

ญี่ปุ่น-แรงบันดาลใจ

ถึงจะกำลังง่วนอยู่กับการจัดร้าน แต่ยังสละเวลามาต้อนรับตามนัดหมาย ด้วยบุคลิกสุภาพและเป็นกันเอง

เจ้าของเรื่องเริ่มต้นแนะนำตัว ชื่อ ฟิล์ม-ยุทธการ บุญยิ่ง อายุ 31 ปี จบปริญญาตรีด้านสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง พื้นเพเป็นคนอำเภอหล่มเก่า เพชรบูรณ์ อาชีพปัจจุบัน ประจำอยู่โปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ในตำแหน่งช่างภาพถ่ายงานโฆษณา

ส่วนกิจการ Surf Surf นี้ มีหุ้นส่วนอีก 2 คน คือ คุณอัพ-วิสิฎฐ์สร สุทธิไชยากุล และ คุณเคน-ปิติพันธุ์ พงษ์พานิช ซึ่งมีงานประจำอยู่บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ชื่อดัง

สาเหตุที่มารวมตัวกันลงหุ้นเพื่อทำร้านนี้ มีจุดเริ่มมาจากทั้ง 3 คนถูกอัธยาศัยและชอบอะไรคล้ายกัน เมื่อสนิทมากขึ้น จึงชวนกันมาเปิดร้านแบบที่ทุกคนชอบ และทำเลที่เลือกลงเจาะจงเป็นย่านทาวน์อินทาวน์นั้น เนื่องจากใกล้บ้านและที่ทำงานของทั้ง 3 คน

“พวกเราอยากมีร้านของตัวเอง ที่มานั่งสังสรรค์กันได้หลังเลิกงาน เลยลงขันรวมกัน 3 คน ทุนไม่ถึง 1 ล้านบาท ขอเช่าตึกร้าง ที่ตั้งได้ 10 โต๊ะ ทำเป็นร้านซีฟู้ดปิ้งย่าง ใช้ชื่อว่า Surf Surf เพราะนอกจากจะได้บรรยากาศทะเลแล้ว ยังเป็นคำพูดเหมือนให้มาลอง มาเซิร์ฟ เซิร์ฟ ดูก่อน” คุณฟิล์ม เล่าอย่างนั้น

หลังทำสัญญาเช่าตึก พวกเขาจึงลงมือทำความสะอาด และช่วยกันรีโนเวตร้าน โดยใส่ดีไซน์ในสไตล์ที่ชื่นชอบ

“3 คนช่วยกันทุกอย่าง หาวัสดุเอง เดินไฟเอง ทำให้ลดค่าแรงช่างไปได้เยอะ ร้านเราไม่ติดแอร์ เพราะอยากให้โล่งอากาศถ่ายเทสะดวก ส่วนการตกแต่งก็ง่ายๆ เพ้นต์ผนังเป็นรูปคลื่น เอาเซิร์ฟบอร์ดมาตั้ง ทำบรรยากาศให้เหมือนอยู่ชายทะเล” คุณฟิล์ม บอกให้ฟัง

และว่าถึงแนวคิดหลักในการทำกิจการนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหุ้นส่วนอีก 2 คนคือ คุณเคนและคุณอัพ ชอบไปท่องเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งเคยเห็นร้านอาหารเล็กๆ ริมทางนำของทะเลสดๆ มาปิ้งขายกัน ไม่ต้องมีครัวปรุงอะไรให้ยุ่งยาก

“หุ้นส่วนทุกคน ไม่มีใครทำกับข้าวเป็น และไม่อยากง้อพ่อครัว เพราะถ้าพ่อครัวลาออกไปที คงไปกันไม่เป็น เลยคิดว่าจะทำร้านแบบไหนที่ไม่ต้องใช้พ่อครัว พออัพกับเคนไปเที่ยวญี่ปุ่น เจอร้านแบบที่เอาอาหารสดมาปิ้งย่างอย่างเดียวเลย จึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ แต่เราทำไม่เหมือนกัน” คุณฟิล์ม อธิบายที่มา

เตาต้องเตี้ย

เบียร์แค่ส่วนประกอบ

ขั้นตอนต่อไปคือ การหาแหล่งซื้อวัตถุดิบหลัก ได้แก่ อาหารทะเล ประเภท กุ้ง ปู หอย หมึก ฯลฯ ประเด็นดังว่า น่าจะไม่เป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับร้านนี้ เพราะครอบครัวแฟนสาวของคุณอัพ หนึ่งในหุ้นส่วน มีกิจการเรือประมงอยู่ที่จังหวัดระนอง

ของสดจากทะเลทั้งหมดที่ขายในร้าน จึงส่งตรงมาจากจังหวัดระนองกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ไม่ต้องไปแย่งหรือรับซื้อจากพ่อค้าคนกลาง พอขึ้นจากเรือก็ทำการแพ็กใส่กล่องส่งมาให้วันต่อวัน เพราะทางร้านจะไม่สต๊อกของเกิน 2 วันเด็ดขาด

ยกตัวอย่าง ถ้าของทะเลส่งมาถึงเมื่อคืน รุ่งขึ้นคือวันที่ 1 ที่ของสดจะถูกนำไปเป็นเมนูปิ้งย่าง พอเข้าวันที่ 2 ปู จะถูกนำไปทำข้าวผัด หรือยำปูดอง พวกเขาจะเปลี่ยนของที่เกิน 1 วัน ให้กลายเป็นเมนูอื่น อย่างผัดหรือยำตามแต่คำสั่งของลูกค้า

กวาดตาบนเมนู เห็นอาหารทะเลจัดขายเป็นเซตเล็ก-กลาง-ใหญ่ หรือใครจะสั่งเป็นจานตามแต่ชนิดของทะเลที่ชื่นชอบก็ไม่ผิดกติกา เรื่องนี้ คุณฟิล์ม อธิบายว่า การจัดไว้เป็นเซตช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยของที่จะนำมาจัดเป็นเซต เริ่มจากดูก่อนว่าอะไรย่างได้บ้าง จากนั้นจึงดูปริมาณกับราคาว่าเหมาะสมแค่ไหน

“เรื่องนี้ตั้งต้นจากความคิดง่ายๆ คือ ถ้าเราเป็นลูกค้าจะกินหรือเปล่าถ้าร้านขายในราคานี้ อย่างเซตกลาง เราขาย 580 บาท ถ้ามา 2 คนหารกันคนละไม่ถึง 300 บาท แต่หากไปกินแบบบุฟเฟ่ต์ คนละ 390 บาท 2 คนจ่าย 780 บาท ไม่รวมค่าน้ำ จะต้องกินเอาอิ่มภายใน 1 ชั่วโมงครึ่ง ทำยังไงก็ได้ให้คุ้ม ผมว่าบรรยากาศในการกินมันต่างกันนะ” คุณฟิล์ม ยกตัวอย่าง

พลิกเมนูอีกด้าน เห็นเครื่องดื่มส่วนใหญ่เป็นเบียร์สารพัดยี่ห้อ คุณฟิล์ม บอก มีใบอนุญาตขายเรียบร้อย ส่วนเหตุผลที่เน้นความหลากหลายนี้เป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะเป็นสินค้าขายดี แต่เป็นแอกเซสซอรี่ของร้านมากกว่า เหมือนกับการแต่งตัว ที่อาจมีนาฬิกา แว่นตา สวมหมวก แต่หัวใจหลัก คืออาหารทะเลสดๆ และบรรยากาศในร้านมากกว่า

สังเกตเห็นเตาปิ้งย่าง รูปทรงแปลกตา ไม่เหมือนเตาอั้งโล่ทั่วไป เจ้าของกิจการคนเดิม บอก เป็นเตาที่สั่งทำขึ้นใหม่ ให้เตี้ยสุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าสูงเท่ากับเตาตามท้องตลาด พอนำไปตั้งบนโต๊ะ จะสูงเกินไป เวลาลูกค้าจะปิ้งแต่ละที ต้องชะเง้อคอกันจนเมื่อย

จุดขาย (ต้อง) อินเทรนด์

โปรโมต…ไม่จำเป็น

มาถึงไฮไลต์ที่เป็นจุดขายสำคัญ นั่นคือ “บาร์หน้าร้าน” ที่หุ้นส่วนทั้งสาม ช่วยกันออกแบบและตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายรถบ้านสไตล์อเมริกัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณฟิล์ม บอกว่า ปัจจุบันกระแสฟู้ดทรักกำลังมาแรง หลายคนนำรถรูปแบบต่างๆ มาดัดแปลงทำเป็นรถขายของกันหลายราย

พวกเขาเลยช่วยกันคิดว่า ถ้าจะใช้รถเป็นจุดขายหรือตัวดึงดูด รถอะไรน่าจะเจ๋งที่สุด กระทั่งได้ข้อสรุป ทุกคนเทคะแนนให้ “แอร์สตรีม” ดีไซน์ยุคซิกตี้

จากนั้นจึงช่วยกันออกแบบและลงมือทำ จนออกมาเป็นรูปทรงและสเกลใกล้เคียงของจริงที่สุด ซึ่งใช้เรียกลูกค้าได้ดีทีเดียว

ขอย้อนไปเมื่อครั้งเริ่มต้น ใช้เวลาแค่ไหนกว่าลูกค้าจะเข้ามาอุดหนุน คุณฟิล์ม บอก ประมาณ 2 สัปดาห์ เริ่มจากพรรคพวก เพื่อนฝูง คนรู้จัก จากนั้นไม่นานน้องๆ ที่เป็นเน็ตไอดอล มานั่งทาน และด้วยความเป็นกันเอง พวกเขาจึงช่วยบอกต่อผ่านสื่อออนไลน์ ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น ทั้งที่ใจจริงอยากอยู่เงียบๆ ให้กิจการเติบโตเองตามธรรมชาติ

“ทุกวันนี้เป็นยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่พวกเราคิดว่าความดังในโลกออนไลน์ มันจบลงเร็วมาก ความตั้งใจตั้งแต่ต้นคือ ไม่โปรโมต เพราะอยากเป็นร้านธรรมดา ไม่ใช่ร้านตามแฟชั่นหรือตามกระแส เป็นเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านลาบ ที่คนมากินทุกวัน ร้านพวกนั้นเขาไม่มีเฟซบุ๊กนะ แต่ทำไมพอเลิกงานคนต้องไปกินร้านพวกนี้ที่เปิดมาเป็นสิบปี

อยากให้ร้านของพวกผมเป็นแบบนั้นบ้าง ที่ไม่ต้องเป็นเทรนด์ แต่อยากให้อยู่ในชีวิตประจำวัน ให้ลูกค้ารู้สึกเองว่า ถ้าอยากนั่งชิล คุยกับเพื่อน ปิ้งย่างของทะเลที่ง่ายๆ ผ่อนคลาย ปล่อยตัว ไม่ต้องสวย ต้องหล่อมาก ก็มาที่นี่ได้” คุณฟิล์ม บอกยิ้มๆ

จากเริ่มต้นมีแค่ 10 โต๊ะ ใช้เวลาไม่ถึงปีต้องขยับขยายเพิ่มขึ้นเป็น 30 โต๊ะ จึงกระซิบถามถึงผลตอบแทน คุณฟิล์มยิ้มกว้าง ก่อนบอกเสียงดังฟังชัด คืนทุนนานแล้ว ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ คือกำไรชีวิต

ส่วนอุปสรรคในการทำธุรกิจ ย่อมมีบ้างเป็นธรรมดา เรื่องน่าหนักใจที่สุดของเขาก็คือ ฝนที่ตกแทบทุกวัน จนคนไม่อยากออกมาหาอะไรทานนอกบ้าน

“ร้านอาหารทะเลปิ้งย่าง ช่วงนี้อาจกำลังเป็นกระแส คงเป็นเพราะคิดว่าทำง่าย แต่จากประสบการณ์มันก็ไม่ง่ายนะ ก่อนที่จะมีลูกน้องมาช่วย ผมต้องช่วยกันเตรียมอาหาร ร้านปิดเที่ยงคืน พอตี 3-ตี 4 ต้องไปรอรับของที่สะพานปลา กรุงเทพฯ แล้วกลับมาที่ร้าน จัดเก็บให้ดี เพื่อรอขายตอนเย็นของวันรุ่งขึ้น ถ้าของเน่านี่เจ๊งเลย กว่าจะเก็บเสร็จเกือบเช้า นอนได้แป๊บหนึ่ง ต้องตื่นมาเปิดร้านแล้ว

อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจกับคนที่ถูกจ้างให้ทำ ความใส่ใจย่อมต่างกัน แต่ถ้าไม่ท้อซะก่อน ธุรกิจนี้ยังน่าจะไปได้นะ” คุณฟิล์ม ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

……………

ร้าน Surf Surf เจ้าของสโลแกน Seafood-Good Beer ตั้งอยู่ริมถนนศรีวรา ตรงข้าม @Park Town in Town ลาดพร้าว เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน ราคาเซตเล็ก 380 บาท กลาง 580 บาท ใหญ่ 980 บาท ถ้าสั่งแยกเป็นจานเริ่มต้นร้อยกว่าบาท และหากสั่งให้ทางร้านปิ้งย่างมาให้ขอคิดราคาเพิ่มอีก 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาของสด สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ (092) 930-9992

(ขอบคุณ…ร้าน Surf Surf เอื้อเฟื้อภาพ)

Leave a comment