About SoClaimon

สุทิน คล้ายมนต์; Sootin Claimon; สอ คล้ายมนต์; SoClaimon; Bangkok Thailand; KU23,1963; NCSU USA,1974; SoilFertilizer; ชมรมดินปุ๋ยบนเว็บ; ทำบล็อกแรก วันที่ 26 กันยายน 2552 เวลา 17.48 น.

เอาจริง! คิมจองอึนสั่งยิงคนฝ่าฝืนมาตรการโควิดต่อหน้าสาธารณะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เอาจริง! คิมจองอึนสั่งยิงคนฝ่าฝืนมาตรการโควิดต่อหน้าสาธารณะ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 18:30 น.เอาจริง! คิมจองอึนสั่งยิงคนฝ่าฝืนมาตรการโควิดต่อหน้าสาธารณะแหล่งข่าวเผยเกาหลีเหนือใช้วิธีประหารชีวิตผู้ลักลอบเข้าประเทศ หวั่นนำโควิดมาแพร่ระบาด

เดลีเมล รายงานว่าเกาหลีเหนือภายใต้การปกครองของคิม จอง อึน ได้ยิงประหารชีวิตผู้ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาต่อหน้าสาธารณชน

ในขณะที่เกาหลีเหนืออ้างว่ายังไม่มีผู้ติดเชื้อ แต่รัฐบาลคิม จอง อึน ได้ใช้มาตรการฉุกเฉินระดับสูงพิเศษ และกองกำลังเกาหลีเหนือได้รับคำสั่งให้ยิงผู้บุกรุกที่ชายแดนติดกับประเทศจีน โดยรัฐบาลได้เพิ่มกองกำลังทหารบริเวณชายแดนเพื่อตรวจตราและป้องกันไม่ให้มีผู้ลักลอบเข้าประเทศเนื่องจากเกรงว่าผู้ลักลอบเข้าประเทศจะนำไวรัสเข้ามาแพร่ระบาดในเกาหลีเหนือ

แหล่งข่าวคนหนึ่งเผยว่า “พวกเขาจัดการประหารชีวิตต่อหน้าสาธารณชนโดยการยิงเพื่อขู่ประชาชนคนอื่นๆ ที่อาศัยในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากบริเวณนั้นมีการติดต่อกับผู้คนมากมายในอีกด้านหนึ่งของพรมแดน รวมถึงมีการลักลอบเข้าประเทศจำนวนมาก”

มีรายงานว่าบุคคลที่ถูกประหารชีวิตเป็นชายคนหนึ่งที่ลักลอบทำธุรกิจข้ามพรมแดนกับประเทศจีน แม้ว่าในปีนี้จะมีการปิดประเทศเกือบตลอดทั้งปีก็ตาม

นอกจากนี้วิทยุเอเชียเสรี รายงานว่าชายวัย 50 ปีคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบข้ามพรมแดนจากประเทศจีนถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 พ.ย. เพื่อสร้างความหวาดกลัวและขู่ให้ประชาชนคนอื่นปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ แต่การค้าระหว่างสองประเทศตกต่ำลงถึง 75% เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP

แฮกเกอร์อาละวาดโจมตีบริษัทขนส่งวัคซีนโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

แฮกเกอร์อาละวาดโจมตีบริษัทขนส่งวัคซีนโควิด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 17:35 น.แฮกเกอร์อาละวาดโจมตีบริษัทขนส่งวัคซีนโควิดขณะนี้นักวิเคราะห์ยังไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัท ไอบีเอ็ม พบแฮกเกอร์ออกอาละวาดโจมตีบริษัทหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการกระจายวัคซีน Covid-19 ตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยการอ้างตัวเป็นผู้บริหารจากบริษัทขนส่ง ไห่เอ๋อ ไบโอเมดิคอล (Haier Biomedical) ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิจากจีน ส่งอีเมลไปยังผู้บริหารของบริษัทต่างๆ

แคลร์ ซาโบเอวา และเมลิสซา ฟรีดรีช นักวิจัยของไอบีเอ็มระบุว่า จุดประสงค์ของคนร้ายคือเพื่อเก็บข้อมูลส่วนตัวเพื่อใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูลสำคัญของบริษัทในอนาคต อาทิ การสื่อสารภายในองค์กร ไปจนถึงกระบวนการ วิธี และแผนในการกระจายวัคซีน Covid-19

ไอบีเอ็มยังระบุอีกว่า แฮกเกอร์เจาะจงโจมตีเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ โดยวัคซีนบางตัวต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำมากเพื่อรักษาประสิทธิภาพ เช่น วัคซีนของไฟเซอร์ (Pfizer) ที่ร่วมกับไบโอเอ็นเทค (BioNTech) ที่ต้องเก็บในอุณหภูมิติดลบ 70 องศาเซลเซียส

อีเมลที่ไอบีเอ็มตรวจพบถูกส่งไปยังองค์กรในอิตาลี เยอรมนี เกาหลีใต้ สาธารณรัฐเชก ยุโรป และไต้หวัน โดยองค์กรที่ตกเป็นเป้าหมายรวมถึงสหภาพภาษีและศุลกากรของคณะกรรมาธิการยุโรป และบริษัทในยุโรปและเอเชียที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานวัคซีนซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ

ขณะที่นักวิจัยของไอบีเอ็มยังไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังการโจมตี แต่คาดว่าเป็นฝีมือของบุคคลหรือกลุ่มระดับรัฐมากกว่าเอกชน

รัฐบาลโครเอเชียเตรียมฉีดวัคซีนให้ประชาชนทุกคนฟรี! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รัฐบาลโครเอเชียเตรียมฉีดวัคซีนให้ประชาชนทุกคนฟรี! – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 16:30 น.รัฐบาลโครเอเชียเตรียมฉีดวัคซีนให้ประชาชนทุกคนฟรี!รัฐบาลโครเอเชียประกาศฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนทุกคนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายทันทีที่ได้รับวัคซีน พร้อมกระชับมาตรการป้องกันหลังยอดผู้ติดเชื้อพุ่ง

สำนักข่าวซินหัวรายงาน เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. อันเดรย์ เปลงกอวิช นายกรัฐมนตรีโครเอเชีย ประกาศในการประชุมคณะรัฐบาลว่าวัคซีนต้านโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จะถูกขนส่งมายังโครเอเชียในไม่ช้า และรัฐบาลจะฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนทุกคนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

เปลงกอวิชกล่าวว่า ทันทีที่องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) อนุมัติวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) วัคซีนชุดแรกจำนวน 125,000 โดสจะถูกส่งมายังโครเอเชียตามเงื่อนไขสัญญา

โดยรัฐบาลโครเอเชียจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้บุคคลที่ทำงานด้านสุขภาพ ผู้พักอาศัยในบ้านพักคนชรา ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้สูงอายุก่อนเป็นกลุ่มแรก

นอกจากนี้รัฐสภาโครเอเชียมีกำหนดลงมติแก้ไข “กฎหมายว่าด้วยการปกป้องประชาชนจากโรคติดเชื้อ” ซึ่งจะปรับเงินผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย 500 คูนาโครเอเชีย (ราว 2,727 บาท) และปรับเงินผู้ที่รวมตัวกันเกิน 10 คนในสถานที่ส่วนบุคคล 10,000 คูนาโครเอเชีย (ราว 48,542 บาท)

ทั้งนี้ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โครเอเชียมียอดผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ที่ 4,534 ราย และผู้เสียชีวิต 48 ราย รวมถึงนายกรัฐมนตรีเปลงกอวิชก็กำลังอยู่ในระหว่างการกักตัวเนื่องจากมีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวกเช่นกัน

Photo by Olivier HOSLET / POOL / AFP

รวบสองสามีมะกันขึ้นเครื่องบินทั้งที่รู้ตัวว่าติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รวบสองสามีมะกันขึ้นเครื่องบินทั้งที่รู้ตัวว่าติดโควิด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 15:30 น.รวบสองสามีมะกันขึ้นเครื่องบินทั้งที่รู้ตัวว่าติดโควิดยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ ประกาศไม่ต้อนรับทั้งคู่ขึ้นเครื่องของสายการบินตลอดชีวิต

สื่อท้องถิ่นของสหรัฐรายงานว่า เวสลีย์ มอริบี และคอร์ทนีย์ ปีเตอร์สัน สองสามีภรรยาจากรัฐฮาวาย รู้ตัวว่าผลตรวจเชื้อโคโรนาไวรัสของทั้งคู่เป็นบวก และได้รับแจ้งจากศูนย์กักตัวของสนามบินนานาชาติซานฟรานซิสโกให้กักตัวและงดเดินทาง

อย่างไรก็ดี ทั้งคู่พร้อมลูกชายวัย 4 ขวบฝ่าฝืนขึ้นเครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลนส์เพื่อเดินทางไปยังรัฐฮาวายโดยรู้อยู่แก่ใจว่าติด Covid-19

หลังจากเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานลีอู ทั้งคู่จึงถูกตำรวจควบคุมตัวเพื่อนำไปกักตัวและสอบสวน โดยถูกตั้งข้อหาประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย และได้รับการประกันตัวคนละ 1,000 เหรียญสหรัฐในเวลาต่อมา ส่วนลูกชายญาติมารับตัวกลับบ้าน

หากมีความผิดจริงสองสามีภรรยาต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับ 2,000 เหรียญสหรัฐ

สหรัฐขอให้ลูกสาวหัวเว่ยรับผิดแลกปล่อยตัวกลับจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สหรัฐขอให้ลูกสาวหัวเว่ยรับผิดแลกปล่อยตัวกลับจีน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 14:33 น.สหรัฐขอให้ลูกสาวหัวเว่ยรับผิดแลกปล่อยตัวกลับจีนกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเจรจากับทนายความของ เมิ่งหว่านโจว ลูกสาวหัวเว่ย เสนอข้อแลกเปลี่ยนเพื่อจบคดี

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเจรจากับทนายความของเมิ่งหว่านโจว บุตรสาวผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินหัวเว่ย เพื่อหาทางยุติคดีและเปิดทางให้เมิ่งเดินทางจากแคนาดากลับจีนได้

Wall Street Journal ระบุว่าฝั่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐยื่นข้อเสนอให้เมิ่งเข้าสู่กระบวนการชะลอฟ้อง โดยเมิ่งต้องยอมรับข้อหาฉ้อโกงและข้อหาสมรู้ร่วมคิดที่หัวเว่ยถูกกล่าวหาบางข้อหา ซึ่งหากเมิ่งยอมปฏิบัติตามพนักงานอัยการสหรัฐจะไม่ฟ้องคดี

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวเผยกับ Wall Street Journal ว่า เมิ่งหว่านโจวมั่นใจว่าเธอไม่ได้ทำผิดจึงยังลังเลที่จะสารภาพในสิ่งที่เจ้าตัวคิดว่าไม่จริง

ทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันอีกครั้งในวันศุกร์นี้และคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ก่อนที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะสิ้นสุดลง

ทั้งหัวเว่ยและกระทรวงยุติธรรมสหรัฐปฏิเสธแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว

การเจรจากันครั้งนี้เกิดขึ้น 1 เดือนหลังการเลือกตั้งสหรัฐ

ทั้งนี้ เมิ่งหว่านโจวถูกจับกุมตัวที่แคนาดาเมื่อปี 2018 ตามหมายจับของสหรัฐในข้อหาฉ้อโกงธนาคารโดยทำให้ธนาคารเอชเอสบีซีเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเจรจาธุรกิจของบริษัทหัวเว่ยในอิหร่าน ทำให้ธนาคารแห่งนี้ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ

เมิ่งได้รับการประกันตัวออกมาภายใต้เขื่อนไขห้ามเดินทางออกจากเมืองแวนคูเวอร์ซึ่งเธอมีบ้านอยู่ที่นั่น

การจับกุมครั้งนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของจีนกับแคนาดาตึงเครียดขึ้น หลังเมิ่งถูกจับกุมตัวทางการจีนระงับการนำเข้าเมล็ดคาโนลาจากแคนาดา รวมทั้งจับกุมตัวพลเมืองแคนาดา 2 คน ได้แก่ ไมเคิล คอฟริก และไมเคิล สเปวอร์ ในข้อหาเป็นสายลับ

Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า การเจรจากันครั้งนี้อาจเป็นการกรุยทางไปปล่อยตัวพลเมืองแคนาดาทั้งคู่ด้วย

เฉลยแล้ว! เสาโลหะปริศนาในยูทาห์หายไปได้อย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เฉลยแล้ว! เสาโลหะปริศนาในยูทาห์หายไปได้อย่างไร – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 13:30 น.เฉลยแล้ว! เสาโลหะปริศนาในยูทาห์หายไปได้อย่างไรเผยตัวผู้รื้อเสาโลหะปริศนาในยูทาห์ อ้างที่แห่งนี้ยังไม่พร้อมรับนักท่องเที่ยว

เดลีเมลรายงาน เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ซิลวาน คริสเตนเซน ไกด์นำเที่ยวในพื้นที่ออกมาอ้างว่าเขาและเพื่อนรวม 4 คน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรื้อถอนเสาโลหะปริศนาในทะเลทรายรัฐยูทาห์ โดยได้เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะทำการรื้อถอนลงในโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา

คริสเตนเซนกล่าวว่า การรื้อถอนเสาดังกล่าวเป็นเรื่องน่าเศร้าและพวกเขาไม่ได้ภาคภูมิใจ แต่ทะเลทรายแห่งนี้ยังไม่พร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่แห่มาชมเสาโลหะปริศนา ไม่ว่าจะเป็นโดยรถยนต์, รถประจำทาง, รถตู้ หรือแม้กระทั่งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ ในขณะที่พื้นที่แห่งนี้ไม่มีแม้แต่ที่จอดรถรวมถึงห้องน้ำ และแน่นอนว่ามีนักท่องเที่ยวขับถ่ายทิ้งไว้ที่นี่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่สาธารณะและแหล่งธรรมชาติในพื้นที่

เช่นเดียวกับสำนักจัดการที่ดินที่มองว่าการมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อภูมิทัศน์

อย่างไรก็ตาม การรื้อเสาโลหะปริศนาสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมากและเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกทำลายทรัพย์สิน

โดยบางคนมองว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์รื้อเสาดังกล่าวไปโดยพลการ ซึ่งเสาโลหะปริศนาไม่ใช่การทำลายภูมิทัศน์แต่อย่างใด ในทางกลับกันจะส่งผลให้ยูทาห์ได้รับความสนใจจากนานาชาติมากยิ่งขึ้น และยังมองว่าพวกเขากระทำไปเพราะต้องการชื่อเสียงเท่านั้น

https://www.dailymail.co.uk/embed/video/2304256.html

Photo by Handout / Utah Department of Public Safety / AFP

วุฒิสภาสหรัฐเปิดอภิปราย แสดงจุดยืนร่วมขบวนการประชาธิปไตยไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วุฒิสภาสหรัฐเปิดอภิปราย แสดงจุดยืนร่วมขบวนการประชาธิปไตยไทย – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 11:45 น.วุฒิสภาสหรัฐเปิดอภิปราย แสดงจุดยืนร่วมขบวนการประชาธิปไตยไทยส.ว.สหรัฐร่วมอภิปรายสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย หนึ่งในนั้นยังมีส.ว.อเมริกันเชื้อสายไทยอีกด้วย

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. คณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา เปิดการอภิปรายในประเด็นความเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยตามหลักนิติธรรม

วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกาที่เข้าร่วมการอภิปรายครั้งนี้ ได้แก่ บ๊อบ เมเนนเดซ, ดิก เดอร์บิน, เบน คาร์ดิน, ดิแอน เฟนชไตน์, คริส คูนส์, เอ็ด มาร์กี้, เจน ชาฮีน, ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ และคริส เมอร์ฟี่

โดยเมเนนเดซ กล่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญที่วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาจะยืนหยัดร่วมกับขบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย พวกเขาไม่ได้ต้องการปฏิวัติ เขาเพียงแค่โหยหาการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประชาธิปไตยในระบบการเมืองของประเทศรวมถึงเสรีภาพในการแสดงออก เพื่อให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมของประชาชาติที่เป็นประชาธิปไตย

“สหรัฐจำเป็นต้องสร้างความชัดเจนถึงจุดยืนในการเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนระยะยาวกับประเทศไทย และจะยังคงยึดมั่นในผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ เคารพซึ่งกันและกันในระบอบประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และหลักนิติธรรม” เมเนนเดซกล่าว

เดอร์บิน มองว่าประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐกำลังถกเถียงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้อนาคตทางการเมืองของพวกเขาควรถูกกำหนดผ่านการเจรจาอย่างสันติไม่ใช่การใช้ความรุนแรงหรือการคุกคาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงของประชาชนที่กล้าหาญจำนวนมากควรได้รับความสนใจ

ด้านดักเวิร์ธ ซึ่งเป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐเชื้อสายไทย กล่าวว่าในฐานะคนไทย-อเมริกันผู้ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิในการประท้วงอย่างสันติในบ้านเกิด ขอเรียกร้องให้ผู้นำประเทศไทยรับฟังเสียงของประชาชนและเคารพหลักการประชาธิปไตยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ

ทั้งนี้ การอภิปรายในครั้งนี้เพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนเสรีภาพในการพูดและการชุมนนุมในประเทศไทย รวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงหรือการคุกคามโดยไม่จำเป็น

ญี่ปุ่นเล็งสอบอาเบะใช้เงินรัฐจัดงานเลี้ยงผู้สนับสนุนพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ญี่ปุ่นเล็งสอบอาเบะใช้เงินรัฐจัดงานเลี้ยงผู้สนับสนุนพรรค  – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 04 ธ.ค. 2563 เวลา 09:00 น.ญี่ปุ่นเล็งสอบอาเบะใช้เงินรัฐจัดงานเลี้ยงผู้สนับสนุนพรรค อัยการญี่ปุ่นเตรียมเรียก ชินโซ อาเบะ เข้าให้การกรณีมีเอี่ยวใช้เงินรัฐจัดงานเลี้ยงมื้อเย็นให้กลุ่มผู้สนับสนุนพรรค

สำนักงานอัยการในกรุงโตเกียวเตรียมเรียก ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีเข้าให้การกรณีที่เลขานุการไม่รายงานค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการจัดงานเลี้ยงมื้อค่ำแก่ผู้สนับสนุนพรรคและยังใช้เงินของรัฐออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งในคนกลุ่มนี้ด้วย

แหล่งข่าวเผยกับสื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นว่า เลขานุการของอาเบะเป็นแกนนำในการจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคระหว่างปี 2013-2019 ซึ่งจัดขึ้น 1 วันก่อนที่จะมีงานเลี้ยงชมดอกซากุระประจำปีที่รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

การจัดงานเลี้ยงแก่ผู้สนับสนุนมีค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการจัดงานที่โรงแรมหรูสองแห่งในกรุงโตเกียวตลอด 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงปีที่แล้วรวมทั้งสิ้น 23 ล้านเยน ซึ่งสูงกว่าเงินที่เก็บจากผู้สนับสนุน โดยผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงดังกล่าวจ่ายเงินคนละ 5,000 เยนทั้งที่โรงแรมคิดค่าใช้จ่ายคนละอย่างน้อย 11,000 เยน

ด้วยเหตุนี้ฝั่งผู้จัดงานจึงต้องใช้เงินของรัฐบาลจ่ายส่วนต่างกว่า 1 ล้านเยนต่อปี โดยจำนวนเงินที่เคยจ่ายสูงสุดสูงถึง 2.5 ล้านเยน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเอกสารรายชื่อผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงถูกทำลายหลังจากพรรคฝ่ายค้านขอดูหลักฐาน

ก่อนหน้านี้ อาเบะเคยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำผิดและยืนยันว่าผู้เข้าร่วมงานเป็นผู้จ่ายเงินเองทั้งหมด

การสอบสวนกรณีนี้อาจจะสร้างปัญหาให้กับนายกรัฐมนตรี โยชิฮิเดะ สุงะ ซึ่งรับไม้ต่อจากอาเบะด้วย เนื่องจากขณะที่เกิดเรื่องสุงะนั่งตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและยังช่วยปกป้องอาเบะในเรื่องนี้ระหว่างการประชุมสภาหลังเรื่องแดงเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้วด้วย

ทั้งนี้ กฎหมายญี่ปุ่นห้ามไม่ให้นักการเมืองจัดหาสิ่งของให้แก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยเมื่อปีที่แล้วรัฐมนตรี 2 คนในคณะรัฐมนตรีของอาเบะต้องออกจากตำแหน่งหลังพบว่าให้เมล่อน ปู และมันฝรั่งแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่ของตัวเอง

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง (komchadluek.net)

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง4 ธันวาคม 2563 – 19:03 น.

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสร้างความทรงจำสุดแสนประทับใจในค่ำคืน “คริสต์มาสอีฟ” เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงไพเราะจากคณะนักร้องประสานเสียง พร้อมเต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำแสนอร่อยที่เชฟได้จัดเตรียมเมนูพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะ อาทิ ไก่งวงอบ แฮมอบน้ำผึ้ง ขาแกะย่าง เมนูความอร่อยนานาชาติ พร้อมขนมหวานเลิศรส ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์วิวสวยระฟ้าสัมผัส กลิ่นอายลมหนาวบนชั้นรูฟท็อป ในราคาเพียง 1,000 บาท (สุทธิ) ต่อท่าน (รับฟรี 1 เวลคัมดริงก์) เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา

เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง
เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับแกรนด์บุฟเฟ่ต์ดินเนอร์มื้อพิเศษ ณ 2 โรงแรมหรู ให้คุณนั่งรับลมชิลล์ๆ ใกล้ชายทะเลยามค่ำที่โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง หรือจะชมวิวคืนค่ำสุดพิเศษบนรูฟท็อปหรู ที่โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง กับอาหารเลิศรสหลากหลายสไตล์บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ทั้งติ่มซำ ซูชิ พาสต้า บาร์บีคิว มุมอาหารปรุงสดใหม่อีกมากมาย พร้อมด้วยคาราวานขนมหวานให้เลือกสรร สนุกสนานเพลิดเพลินกับการบรรเลงดนตรีสดและการแสดงโชว์ที่จะทำให้คุณประทับใจ พร้อมลุ้นรางวัล Lucky Draw สุดพิเศษ ในราคาเพียง 1,200 บาท (สุทธิ) ต่อท่าน (รับฟรี 1 เวลคัมดริงก์และ 1 สปาร์คกิ้งไวน์) เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา

เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง
เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

สำรองที่นั่งล่วงหน้า กรุณาติดต่อ โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง โทร. 038-804-844 และ
โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง โทร. 038-621-626

*กลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ สนับสนุนการป้องกันการทารุณสัตว์ 
ซึ่งโรงแรมฯ มีนโยบายชัดเจนในการห้ามไม่ให้มีการขาย หูฉลาม รังนก และตับห่าน ในทุกห้องอาหารของโรงแรม

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ (komchadluek.net)

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ4 ธันวาคม 2563 – 14:12 น.

สะเทือนจากท่าขี้เหล็ก ชาวจีนจากเมียนมาผ่านลาว ลอบกลับเข้าจีน พบติดเชื้อโควิด ลาวสั่งปิด 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

++
สปป.ลาว เผชิญสถานการณ์โควิดระบาดอีกรอบ ถึงขั้นปิดเศรษฐกิจพิเศษ ติดพรมแดนเมียนมา และจีน เนื่องจากสองหนุ่มจีนไปติดเชื้อมาจากท่าขี้เหล็ก

จากกรณีชาวจีนติดโควิด ส่งผลให้ทางการลาว ได้สั่งล็อกดาวน์เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม แขวงหลวงน้ำ และเมืองต้นผึ้ง(เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ) แขวงบ่อแก้ว

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

สองหนุ่มจีน ลักลอบข้ามแดนติดโควิด

++
ต้นตอ “ท่าขี้เหล็ก”
++
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2563 คณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ แขวงหลวงน้ำทา ได้ออกคำแถลงเกี่ยวกับชาวจีน 2 คน ติดเชื้อโควิด คือ MR.ZHANG ZHIXIN และ MR.ZHANG SONGWAI ชาวเมืองจ่างไจ มณฑลฟูเจี้ยน     

จากการตรวจสอบเส้นทางของชายจีน 2 คนดังกล่าว พบว่า พวกเขาเดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิง จ.ท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมา และมีชาวพม่าพาลักลอบนั่งเรือข้ามโขงผ่านบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว จากนั้น พวกเขานั่งรถตู้ไปแขวงหลวงน้ำทา เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตเศรษฐกิจบ่อเต็นแดนงาม เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2563

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

เขตเศรษฐกิจบ่อเต็น ถูกสั่งปิดชั่วคราว

ต่อมา คืนวันที่ 1 ธ.ค.2563 มีคนลาว 2 คน มารับตัวชายจีน 2 คน ไปส่งทางช่องธรรมชาติ เพื่อลักลอบข้ามแดนเข้าไปในมณฑลยูนนาน แต่ตำรวจจีนจับกุมตัวไว้ได้ จึงนำตัวชายจีน 2 คน ไปตรวจ PRC ที่บ่อหาน พบติดเชื้อโควิด    

หลังมีข่าวชาวจีน ติดเชื้อโควิด คณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจบ่อเต็นแดนงาม ได้ออกคำสั่งจำกัดบริเวณคนภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และห้ามเข้า-ออกเป็นการชั่วคราว

++
ปิดสามเหลี่ยมทองคำ
++
เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2563 คณะกรรมการเฉพาะกิจควบคุม และป้องกันโควิด แขวงบ่อแก้ว ได้ออกคำสั่ง “ปิดเมืองต้นผึ้ง”  เป็นการชั่วคราว    

สืบเนื่องกรณีชาวจีน 2 คนที่ติดเชื้อโควิด ข้ามแดนจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ผ่านมายังบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ก่อนเดินทางไปบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา    

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

ปิดเมืองต้นผึ้ง เพราะติดพรมแดนเมียนมา ด้าน จ.ท่าขี้เหล็ก

คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ แขวงบ่อแก้ว จึงออกคำสั่งดังนี้
1.ให้ปิดการเข้า-ออก ของพลเมืองอยู่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว เป็นการชั่วคราว
2.ตั้งด่านตรวจการเข้า-ออก อยู่ที่บ้านน้ำเกิ่งเก่า บ้านม่วงดำ เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของพลเมือง
3.สำหรับหมู่บ้านต่างๆ ให้ตั้งจุดตรวจการสัญจรไปมาของประชาชน ยกเว้นกรณีไปโรงพยาบาล ไปโรงเรียน ไปซื้ออาหาร แต่ต้องได้รับอนุญาต
4.ให้รวบรวมเรือบรรทุกสินค้า เรือเร็วมาไว้ที่จุดเดียว ส่วนเรือพายชาวบ้าน ให้นำขึ้นฝั่งให้หมด สั่งกองหลอน(ทหารบ้าน) -ปกส.บ้าน(ตำรวจบ้าน) ลาดตระเวนตามลำน้ำโขง

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

สามเหลี่ยมทองคำ ก็ถูกสั่งปิด

อนึ่ง เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ อยู่ในเขตปกครองเมืองต้นผึ้ง ทางแขวงบ่อแก้ว ได้ออกคำสั่งปิดด่านสากลสามเหลี่ยมทองคำ และด่านบ้านมอม ไปแล้ว พร้อมมีคำสั่งห้ามเดินเรือบรรทุกสินค้าในลำน้ำโขงโดยเด็ดขาด