ตุ๊กกี้ ฟิวส์ขาด ลุกขึ้นสู้เพจปลอมปั่นดราม่าทำลายชื่อเสียง

ตุ๊กกี้ ฟิวส์ขาด ลุกขึ้นสู้เพจปลอมปั่นดราม่าทำลายชื่อเสียง

ตุ๊กกี้ ฟิวส์ขาด ลุกขึ้นสู้เพจปลอมปั่นดราม่าทำลายชื่อเสียง

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

เป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลจนเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจง สำหรับตลกซุปตาร์ชื่อดัง “ตุ๊กกี้ สุดารัตน์” หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบจากการโปรโมทรายการหนึ่ง ซึ่งมีการแชร์ต่ออย่างแพร่หลายทั้งในสื่อหลักและเพจต่าง ๆ ล่าสุด ตุ๊กกี้ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงความจริง 4 ข้อหลัก ยืนยันว่าได้เคลียร์ใจกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

สรุป 4 ข้อชี้แจงจาก “ตุ๊กกี้” เคลียร์จบทุกดราม่า

 ข้อ 1: ทางรายการได้ดำเนินการลบคลิปในส่วนที่มีปัญหาในการตัดต่อออกเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งส่งข้อความขอโทษทางแอปพลิเคชัน Line ถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

 ข้อ 2: ในส่วนของพิธีกร “นิกกี้ ณฉัตร” ได้ติดต่อมาขอโทษกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วเช่นกัน พร้อมทั้งได้ไลฟ์สดชี้แจงผ่านทาง TikTok เพื่อความโปร่งใส

 ข้อ 3: สื่อบันเทิงชื่อดังอย่าง Tvpool บรรณาธิการ (บก.) ได้โทรศัพท์มาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ และลบโพสต์ที่เป็นประเด็นเรียบร้อยแล้ว โดยตุ๊กกี้ยืนยันว่าไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแค่อยากให้ทุกคนทราบความจริง

 ข้อ 4: ตุ๊กกี้ย้ำชัดว่า ตนเองเป็นคนไม่ชอบดราม่า ไม่ชอบกระแสในเชิงลบ และไม่เคยพูดให้ร้ายใคร ตลอดการทำงานในวงการสื่อบันเทิงมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยถูกฟ้องร้องหรือมีเรื่องผิดใจกับใคร แต่ครั้งนี้จำเป็นต้องออกมาปกป้องชื่อเสียงของตนเอง

นอกจากจะเคลียร์ใจกับคู่กรณีหลักแล้ว ตุ๊กกี้ ยังได้ระบุทิ้งท้ายถึงเพจเฟซบุ๊กบางเพจที่ตั้งตนเป็นครีเอเตอร์ แต่กลับนำภาพ AI และใช้ถ้อยคำรุนแรงมาโจมตี แขวน และบิดเบือนข้อมูลเพื่อเรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ และสร้างรายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องหรือจิตใจของผู้อื่น

‘จากนี้ไปขอใช้พื้นที่ตัวเองปกป้องชื่อเสียงที่มีบ้างนะคะ รู้สึกเสียความรู้สึกมากๆ ไม่คุ้มเลย ทำงานหาเงิน ใช้ชีวิตปกติก็พอละค่ะ อย่าหาเรื่องให้ต้องมาปวดหัวแบบนี้เลย ขอร้อง!!นะคะ’ 

งานนี้แฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจสาวตุ๊กกี้กันอย่างล้นหลาม พร้อมสนับสนุนให้จัดการกับเพจที่สร้างข่าวปลอมอย่างเด็ดขาด

เอ็นดูไม่ไหว ลิซ่า แชะภาพคู่ ลาบูบู้ ทำรันเวย์วงการอาร์ตทอยสะเทือนอีกรอบ

เอ็นดูไม่ไหว ลิซ่า แชะภาพคู่ ลาบูบู้  ทำรันเวย์วงการอาร์ตทอยสะเทือนอีกรอบ

เอ็นดูไม่ไหว ลิซ่า แชะภาพคู่ ลาบูบู้ ทำรันเวย์วงการอาร์ตทอยสะเทือนอีกรอบ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.56 น.

กลายเป็นโมเมนต์ที่ทำเอาแฟน ๆ ใจฟูและยิ้มตามกันทั้งโซเชียล! เมื่อดาราสาวระดับโลกอย่าง “ลิซ่า-ลลิษา มณีบาล” (Lalisa) โพสต์ภาพความน่ารักสดใสผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับเจ้า “ลาบูบู้” (Labubu) คาแรกเตอร์อาร์ตทอยสุดฮอตจากค่าย Pop Mart ที่เธอเป็นคนรันวงการจนขาดตลาดไปทั่วโลก

โดยในภาพ สาวลิซ่าอยู่ในลุคสปอร์ตเกิร์ล ถ่ายทำเอ็มวี บอลโลก GOALS  บอกได้เลยว่าแซ่บปนน่ารัก สวมเสื้อฟุตบอลครอปสีเหลืองแมตช์กับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สาดรอยยิ้มสดใสพิมพ์ใจตามสไตล์ของเธอ แต่ที่ทำเอาแฟน ๆ หลุดโฟกัสและเอ็นดูกันสุด ๆ ก็คือการที่เธอได้กระทบไหล่กอดคอกับ “ลาบูบู้” ในชุดมาสคอตตัวเป็น ๆ ที่ร่วมแสดงในเอ็มวีเพลงบอลโลก GOALS  แถมในมือยังอุ้มตุ๊กตาลาบูบู้เวอร์ชันพิเศษและน้องมอลลี่ (Molly) ไว้อย่างทะนุถนอมอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นการโคจรมาเจอกันของ “ตัวแม่ผู้รันวงการ” กับ “ลูกรักอาร์ตทอยอันดับหนึ่ง” ที่เคมีเข้ากันจนเกินต้าน เห็นโมเมนต์น่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้แล้ว ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ราคาค่าตัวน้องลาบูบู้จะพุ่งทะยานไปถึงไหนกันนะแม่!

ลูกเกด เมทินี ฟาดเดือดกลางไลฟ์ ประกาศตัดขาดรายการดัง ลั่นไม่เคยชวนแต่พูดให้ความหวังคนดู

ลูกเกด เมทินี ฟาดเดือดกลางไลฟ์ ประกาศตัดขาดรายการดัง ลั่นไม่เคยชวนแต่พูดให้ความหวังคนดู

ลูกเกด เมทินี ฟาดเดือดกลางไลฟ์ ประกาศตัดขาดรายการดัง ลั่นไม่เคยชวนแต่พูดให้ความหวังคนดู

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.28 น.

ร้อนฉ่าสะเทือนวงการบันเทิง เมื่อตัวแม่ตัวมัมอย่าง “ลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม” ออกมาไลฟ์สดฟาดกลับแบบจุก ๆ หลังเกิดกระแสดราม่าหนาหู จากกรณีที่มีการส่งต่อคลิปสัมภาษณ์คนในรายการชื่อดังพร้อมแคปชั่นชวนคิดลึกว่า “ไม่โกรธลูกเกด บี โอเค” และยังมีการทิ้งท้ายหว่านล้อมให้แฟน ๆ ลุ้นตัวโก่งว่า “หรืออาจจะมาร่วมงานด้วยกัน”

โดย “ลูกเกด เมทินี” ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ด้วยท่าทีสุดเซ็งว่า ตื่นมาก็ต้องตกใจเพราะเจอคลิปและแคปชั่นที่สร้างความเข้าใจผิด พร้อมประกาศชัดเจนว่าดิฉันไม่ได้ไปร่วมรายการนั้นอย่างแน่นอน แต่ความจริงคือตนเองไปร่วมรายการ “Take Hormone” ตั้งแต่วินาทีแรก ส่วนเรื่องที่มีคนเชื่อมโยงธีมองุ่นในทีเซอร์อีกรายการ จนคิดว่าเป็น “ลูกเกด” (โยงคำว่าองุ่นแห้ง) นั้น เป็นเพียงความเข้าใจผิดไปเองเมื่อพูดถึงประเด็นที่รายการดังกล่าวพยายามทิ้งท้ายเหมือนจะมีเซอร์ไพรส์ร่วมงานกัน ลูกเกดได้ตอกกลับหน้าหงายว่า  “เขาไม่ได้ชวนดิฉันเลย… ไม่เคยชวน”

พร้อมตั้งคำถามกลับอย่างเผ็ดร้อนถึงเจตนาของอีกฝ่ายว่า การออกมาพูดให้ความหวังคนดูซ้ำ ๆ แบบนี้คือต้องการอะไรกันแน่นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้เปิดอกถึงเบื้องลึกเบื้องหลังความสัมพันธ์กับรายการคู่กรณี ยอมรับว่าที่ผ่านมาตนเองรักและให้เกียรติรายการนั้นมาก เพราะเป็นคนช่วยลงแรงปั้นมากับมือและหยาดเหงื่อของตัวเอง แต่ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องสะบั้นรัก เป็นเพราะเหตุการณ์ในซีซั่นที่ผ่านมา ที่ตนเองรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า “ไม่ได้ถูกให้เกียรติเท่าที่ควร” จึงเป็นเหตุผลให้ตัดสินใจไม่ไปต่อ

 “เราก็แฟร์ เราก็รักรายการนั้น แต่พอเห็นเราไปที่อื่น กลับมาบอกแบบนี้… งงเหมือนกัน”

ลูกเกดกล่าวทิ้งท้ายด้วยความผิดหวัง พร้อมยืนยันปิดฉากการร่วมงานและจบไม่สวยอย่างเป็นทางการ เรียกว่างานนี้ดับฝันแฟนคลับที่รอคอยการกลับมาของตัวแม่ไปโดยปริยาย

กาล่า Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์ ผลงานจาก Master Class Advance Acting For Film รุ่นที่ 3

กาล่า Student Battle ซนซ่าส์...ล่าแชมป์ ผลงานจาก Master Class  Advance Acting For Film รุ่นที่ 3

กาล่า Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์ ผลงานจาก Master Class Advance Acting For Film รุ่นที่ 3

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.31 น.

ผ่านไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก สำหรับการฉายภาพยนตร์รอบกาล่าร์เรื่อง “Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์” ผลงานภาพยนตร์จากนักแสดงเลือดใหม่ผู้จบหลักสูตร Master Class : Advance Acting For Film รุ่นที่ 3 ที่จัดขึ้นเมื่อวันก่อน ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้ชม แขกผู้มีเกียรติ ผู้ปกครอง แฟนคลับ และสื่อมวลชนที่เดินทางมาร่วมให้กำลังใจกันอย่างคับคั่ง โดยมีครูแมกซ์ – ภัทรกฤต ดวงสนิท ผู้ดูแลหลักสูตร พร้อมด้วยทีมนักแสดงจากภาพยนตร์ ร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงาน การฝึกฝน และประสบการณ์ครั้งสำคัญจากห้องเรียนการแสดง สู่ผลงานจริงบนจอภาพยนตร์

“Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์” ถ่ายทอดเรื่องราวของความฝัน มิตรภาพ การแข่งขัน และพลังของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมพิสูจน์ตัวเอง ผ่านสีสันความสนุก ความแสบ และความตั้งใจของเหล่านักแสดงหน้าใหม่ที่ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ หลังผ่านกระบวนการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างเข้มข้นในหลักสูตรการแสดงสำหรับภาพยนตร์ โดยหลักสูตร Master Class : Advance Acting For Film รุ่นที่ 3 ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้การแสดงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่พื้นฐานการเข้าใจบท การสร้างตัวละคร การใช้ร่างกาย เสียง อารมณ์ การทำงานหน้ากล้อง ไปจนถึงการทำงานร่วมกับทีมโปรดักชันจริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักแสดงรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงไทยอย่างมั่นใจ

“คอร์สนี้เราไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเรียนแค่ทฤษฎี แต่เราอยากให้ทุกคนได้เรียนจริง ปฏิบัติจริง และสัมผัสกระบวนการทำงานแบบมืออาชีพจริง ๆ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ผลงานได้ออกสู่สายตาผู้ชม วันนี้จึงไม่ใช่แค่วันฉายภาพยนตร์ แต่เป็นวันที่ทุกคนได้เห็นผลลัพธ์ของความพยายาม ความอดทน และหัวใจของนักแสดงหน้าใหม่ที่กล้าฝัน กล้าลงมือทำ และกล้าพัฒนาตัวเอง ผมเชื่อว่าวงการบันเทิงไทยยังต้องการนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ มีวินัย และมีความเข้าใจในอาชีพนี้อย่างแท้จริง สิ่งที่เราพยายามทำคือการสร้างพื้นที่ให้เด็ก ๆ และนักแสดงหน้าใหม่ได้มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้ทดลอง ได้ผิดพลาด ได้พัฒนา และได้แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ ผมอยากฝากลูกศิษย์ทุกคนไว้กับผู้ชม สื่อมวลชน และผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงด้วยครับ ทุกคนตั้งใจมาก และผมเชื่อว่าหลายคนมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปในเส้นทางนี้ได้อย่างสวยงาม” ครูแมกซ์กล่าว

บรรยากาศภายในโรงภาพยนตร์เต็มไปด้วยเสียงปรบมือ รอยยิ้ม และความประทับใจจากผู้ชมที่ได้ร่วมชมผลงานของนักแสดงรุ่นใหม่บนจอใหญ่ โดยหลายคนต่างชื่นชมถึงความตั้งใจ พลังการแสดง และเสน่ห์เฉพาะตัวของนักแสดงแต่ละคนที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าจับตา

สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ นำแสดงโดยทีมนักแสดงเลือดใหม่ ได้แก่ ปุ๊ย ชัยวุฒิ สดาวงศ์วิวัฒน์, มีนา พรชนก จันทร์ฉาย, ตังตัง ภัทรานิษฐ์ พยัฆพันธ์, ตั๊ก พัฒราลัย กงไกรราช, หมิว นภัสสร วิทยานันท์, อามีน คลาร่า กีรติเวคิน, พล กุศล ทองอรุณศรี, ปีใหม่ นรภัทร พลีคาม, เทนนิส ธนวินท์ หงษ์เวียงจันทร์, ขวัญ เพียงขวัญ พันธุมพันธ์, จิมมี่ พงศ์ฑัฒ นิลพันธ์, พราว สิริภัทรา จันทรานุวัฒน์, อองลี ประเสริฐ แวงวิจิตร, วิลเลี่ยม วิลเลียม เฮ้าส์ฮาห์น และ คุณพี ก้องภพ พร้อมประเสริฐ

การฉายรอบกาล่าในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนักแสดงหน้าใหม่ ที่ไม่เพียงได้แสดงผลงานของตนเองต่อหน้าผู้ชมจริง แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่าการเรียนรู้อย่างจริงจัง การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และการทำงานแบบมืออาชีพ สามารถผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงไทยได้อย่างมีคุณภาพ “Student Battle ซนซ่าส์…ล่าแชมป์” จึงไม่ใช่เพียงภาพยนตร์จากห้องเรียนการแสดง แต่คือผลงานแห่งความฝัน ความพยายาม และพลังของนักแสดงรุ่นใหม่ที่พร้อมจะก้าวต่อไปบนเส้นทางบันเทิงอย่างภาคภูมิใจ

ไอซ์ เอ็มโบ ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ ชวนแบ่งปันน้ำใจผ่าน เข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569

ไอซ์ เอ็มโบ ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ ชวนแบ่งปันน้ำใจผ่าน เข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569

ไอซ์ เอ็มโบ ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ ชวนแบ่งปันน้ำใจผ่าน เข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.05 น.

ศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ไอซ์ – ศรัณยู วินัยพานิช และ เอ็มโบ – พันธกานต์ พุ่มพฤกษ์   จากวง New Country ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด“Care Beyond Cancer” เข็มที่ระลึกเนื่องใน “วันอานันทมหิดล” วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 8  (9 มิถุนายน) ผู้พระราชทานกำเนิด “แพทย์จุฬาฯ” พร้อมเชิญชวนบริจาคเพื่อนำไปสมทบทุนมูลนิธิ    อานันทมหิดล, มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก สภากาชาดไทย, ช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์อาพาธ – ผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, กิจกรรมจิตอาสา สโมสรนิสิต คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยมะเร็งในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมีผู้ใจบุญและแฟนคลับให้ความสนใจร่วมสนับสนุนเป็นจำนวนมาก ณ อาคารจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ไอซ์ – ศรัณยู วินัยพานิช เปิดเผยว่า

“รู้สึกดีใจและภูมิใจมากครับ ที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เราได้ใช้พลังของตัวเองในการส่งต่อกำลังใจและช่วยเหลือผู้อื่นได้ ผมขอเชิญชวนทุกคนส่งต่อพลังแห่งน้ำใจ สร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ มาร่วมบริจาคเงินเพื่อรับเข็มที่ระลึกเนื่องในวันอานันทมหิดล  ประจำปี 2569 และรับเสื้อยืดและเสื้อโปโลสวยๆ เป็นของที่ระลึกกันนะครับ”

เอ็มโบ – พันธกานต์ พุ่มพฤกษ์ เปิดเผยว่า

“ผมเชื่อว่าการบริจาคเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ป่วยและผู้ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ เพราะทุกพลังของการให้ เมื่อรวมกันแล้ว ก็สามารถสร้างโอกาสให้ใคร            อีกหลายคนได้ครับ โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้จากเพจเฟซบุ๊ก ANAN DAY แล้วมาร่วมส่งต่อกำลังใจและความหวังด้วยกันนะครับ”

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาค ผ่านเลขที่บัญชี 045-508231-4 บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี วันอานันทมหิดล ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย หรือทางเว็บไซต์ https://ananday.docchula.com ติดตามข่าวสารของโครงการได้ที่ Facebook: ANAN DAY หรือโทร. 02 256 4452-3

56 สาวงาม MGI All Stars เยือนดำเนินสะดวก ล่องเรือชมวิถีชุมชน ดันเสน่ห์ราชบุรีสู่สายตาโลก

56 สาวงาม MGI All Stars เยือนดำเนินสะดวก ล่องเรือชมวิถีชุมชน ดันเสน่ห์ราชบุรีสู่สายตาโลก

56 สาวงาม MGI All Stars เยือนดำเนินสะดวก ล่องเรือชมวิถีชุมชน ดันเสน่ห์ราชบุรีสู่สายตาโลก

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.00 น.

อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี คึกคักขั้นสุด หลัง 56 สาวงามจากกิจกรรม MGI All Stars ซึ่งเดินทางมาจากนานาประเทศทั่วโลก เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมท้องถิ่น ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก นายอำเภอ นายกเทศมนตรี และ หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยคณะสาวงามและทีมงาน บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เข้าพักที่โรงแรมสุดหรู คุ้มดำเนิน รีสอร์ท ก่อนไปเยือนสถานที่ต่างๆ อาทิ Damnoen Sky Cafe , ร้านอาหารขวัญดำเนิน 1  , ท่าเรือยุวันดา , ครัวเจ้เนาว์ , ท่าเรือหญิงกอล์ฟ , เจริญสุขโข กุ้งแม่น้ำ River , Prawn Damnoen Saduak , Supachai Art Gallery สัมผัสวิถีไทยในทุกแง่มุมของจังหวัดราชบุรี  เรียกว่าสนุกทุกกิจกรรม โดยเฉพาะการได้ร่วมล่องเรือชมวิถีชีวิตริมคลอง สัมผัสบรรยากาศชุมชนดั้งเดิม พร้อมเยี่ยมชมตลาดน้ำดำเนินสะดวก ดื่มด่ำธรรมชาติที่คาเฟ่ชื่อดังอย่าง Your Garden ดำเนินสะดวก และไม่พลาดการเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาหารอร่อย และของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรี  สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอดำเนินสะดวก เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการเดินทางของสาวงาม MGI All Stars ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาร่วมต้อนรับและบันทึกภาพความประทับใจตลอดเส้นทาง ต่างกล่าวขอบคุณ บริษัท มิสแกรนด์ฯ และ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ที่นำสาวงามจากนานาชาติมาเยือนจังหวัดราชบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ท้องถิ่น วิถีชุมชน และเสน่ห์ของตลาดน้ำดำเนินสะดวกให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้กลับมาคึกคักอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง และหวังว่าจะได้ต้อนรับทุกคนอีกในโอกาสต่อไป ราชบุรีเรามีความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ อาหารหลากหลาย และวัฒนธรรมที่ยังคงรักษาเอาไว้ได้อย่างงดงาม

สำหรับการประกวดรอบสำคัญมีดังนี้

27 พฤษภาคม: Preliminary Round 1 (ชุดราตรี และ Bareface)

28 พฤษภาคม: Preliminary Round 2 (ชุดว่ายน้ำ และ Runway Challenge)

30 พฤษภาคม: รอบตัดสิน

ดาวดวงใดจะได้เปล่งประกายสูงสุด คว้ามงกุฎแรกแห่งเวที MGI All Stars ไปครอง ต้องลุ้นกัน

โอบ ปราง ยอมรับมีความสุข จนน้ำตาไหลเผยรักครั้งนี้ดีจนกลัวว่าจะหายไป

โอบ ปราง ยอมรับมีความสุข จนน้ำตาไหลเผยรักครั้งนี้ดีจนกลัวว่าจะหายไป

โอบ ปราง ยอมรับมีความสุข จนน้ำตาไหลเผยรักครั้งนี้ดีจนกลัวว่าจะหายไป

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

จากคนที่เคยผ่านแผลใจในความรัก วันนี้ “โอบ โอบนิธิ – ปราง กัญญ์ณรัณ” เปิดใจผ่านรายการ WandOland ถึงความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่ทำให้หลายคนกลับมาเชื่อว่ารักดี ๆ ยังมีอยู่จริง ทั้งคู่ยอมรับว่าความรักไม่ได้มีแค่ความสุข มีความไม่มั่นใจและบาดแผลเก่าที่ต้องค่อย ๆ เยียวยา ผ่านการพูดความรู้สึกตรง ๆ ขอโทษให้เป็น และเลือกเป็นตัวเองโดยไม่ต้องฝืนเปลี่ยนเพื่อให้ใครรัก ปรางน้ำตาไหลกลางรายการเผยรักครั้งนี้ดีจนกลัวว่าวันหนึ่งจะหายไป

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเห็นอะไรในตัวเองที่เปลี่ยนไปบ้าง ?

เลดี้ปราง: ปรางชอบบอกเขาตั้งแต่วันแรกแล้ว เพราะเห็นเขาอยู่ในช่วงที่ยังไม่ใช่แฟน จนปัจจุบันเป็นแฟน ปรางเคยนั่งมองหน้าเขาแล้วปรางก็พูดว่า ฉันรู้สึกบางทีฉันก็ไม่ชินเหมือนกัน คนที่เห็นจากตรงโน้น แล้วอยู่ดี ๆ วันนี้มานั่งอยู่ที่โซฟา นั่งดูหนังด้วยกัน แล้วก็ต้องชอบนั่งมองหน้าเขา ตลกดี ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าคนนี้จะมานั่งอยู่ข้างเราในฐานะอีกแบบหนึ่ง คือมันไม่ได้คิดไปถึงจุดนี้จริง ๆ ค่ะ ตั้งแต่ครั้งแรกปรางก็มองเขาเป็นเหมือนรุ่นน้องในวงการ เพราะเขาอายุน้อยกว่า แปลกดีที่วันนี้มานั่งอยู่ในสถานะแฟน แล้วก็นั่งเล่นกัน คุยเล่นกัน หรือว่าเป็นคนที่ซัพพอร์ตเรามากที่สุดคนหนึ่ง

ตั้งแต่ตอนไหนที่รู้สึกว่าความสัมพันธ์มันเปลี่ยน ?

โอบ โอบนิธิ: ผมว่ามันเป็นเรื่องค่อย ๆ มากกว่า มันมีโอกาสให้ได้คุยกันเยอะตรงที่ทุก ๆ คนเชียร์ด้วย 200% เลย

เลดี้ปราง: รายการพี่วู้ดดี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น เหมือนพอมาออกรายการปุ๊บเจอกัน ทีนี้ก็ต้องคุยกัน หรือพอรายการจะออก เราก็ได้พูดคุยกัน

โอบ โอบนิธิ: และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ได้คุยกันมากขึ้นน่าจะเป็นเรื่องการเป็นศิลปินครับ การที่เรา  2 คนหันกลับมาทำเพลง แล้วก็ได้มีการปรึกษาว่าเราเจอปัญหาอะไรกันบ้าง เทคนิคเหล่านี้ควรใช้อะไรกันยังไง มันเลยทำให้เราคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น

ในทุกความสัมพันธ์มีเรื่องทั้งทุกข์และสุขอยู่แล้วไม่มีวันที่คุณจะมีแต่ความสุขในความสัมพันธ์ ต้องติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกก่อน มีสุขต้องมีทุกข์

โอบ โอบนิธิ: มันค่อนข้างซับซ้อนครับ แต่ผมรู้สึกดีใจมากเลยที่วันนี้เหมือนคนเดินมาบอก หรือเห็นเขาเป็นตัวอย่างที่สำคัญในการทำให้หลาย ๆ คนกลับมาเชื่อว่า ชีวิตเขาจะมีความรักที่ดีอีกครั้ง มีคนเคยเดินมาจับแขนเขาแล้วก็พูดว่า พี่คะหนูเคยผิดหวังเรื่องความรักมาก ๆ เลย และหนูก็หมดหวังไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องความรัก จนวันนี้หนูมาเห็นความรักของพี่ มันทำให้หนูมีไฟกลับมา ทำให้รู้สึกว่าอยากจะมีความรักที่ดีอีกหนึ่งครั้ง หนูขอกอดพี่เป็นกำลังใจได้ไหม มันทำให้เราเห็นว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เราสื่อสารออกไป มันเป็นสิ่งที่เราตั้งต้นมาตั้งแต่แรกว่าเราอยากเห็นทุกคนมีความรักที่ดีเช่นกัน วันนี้เห็นผลลัพธ์แล้วว่ามีคนได้รับข้อความนั้นจริง ๆ

ความรักที่ผ่านมามีอะไรที่คุณตั้งใจกับตัวเองว่าครั้งนี้จะไม่ทำเหมือนเดิมอีก ?

โอบ โอบนิธิ: เวลาผมมีอะไรจะเก็บเอาไว้ เป็นคนที่ผ่านมารู้สึกขี้อาย แสดงออกไม่ค่อยเก่ง แล้วก็ไม่ค่อยกล้าแสดงออกต่อหน้า Public สักเท่าไหร่ เลยรู้สึกว่าเราอยากจะเก็บไว้ หรือบางทีเราไม่พอใจอันนี้แต่เรากลับไม่พูด บางทีเราชอบสิ่งนี้เรากลับไม่พูด ไม่ Appreciate ให้คนที่เคยอยู่ด้วยกันเขาได้มองเห็น เลยทำให้จริง ๆ แล้วเวลาเรามีความฝันอะไร วาดฝันอะไรไว้ในอนาคตมีเขาอยู่ด้วยก็จริง แต่สุดท้ายเราไม่ได้บอกเขา เลยทำให้เขารู้สึกว่ามันจะต้องรอหรือเปล่า หรือจะต้องรอไปจนถึงเมื่อไหร่อันนี้ผมคิดเองนะว่าทำให้เขาเกิดความรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า หลังจากนั้นก็เลยทำให้ผมรู้สึกว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะปรับปรุงตัวเอง เวลาคิดอะไรหรือมีความฝันอะไรก็จะพูดออกมาในทุก ๆ เรื่องครับ

เลดี้ปราง: เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนไปแล้วค่ะ แต่ปรางแอบคิดว่าเรามีส่วนที่ทำให้เขา Open มากขึ้น  เพราะปรางเป็นคนพูดหมดทุกอย่างเลย แบบที่รัก ฉันรู้สึกอย่างนี้ ๆ นะ มันอาจจะทำให้เขารู้สึก Comfortable กับการที่เขาได้เล่ากลับมาด้วย ปรางจะบอกเขาทุกอย่าง ทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นบอกรัก วันนี้ดีใจจังเลยที่เธอมาหา ปรางพูดหมดทุกรายละเอียด ปรางเป็นสายชอบแบบนี้อยู่แล้ว แล้ววันหนึ่งเราได้รับกลับมาจากเขา เราดีใจมาก ๆ เหมือนกันค่ะ

การที่เรากล้าพูดความรู้สึกออกไป มันมีพลังบางอย่าง ?

โอบ โอบนิธิ: น่าจะเป็นการเซ็ตอินเนอร์ตัวเองครับ ว่าเราจะไม่กลับไปทำสิ่งนี้แล้ว ชอบอะไร ไม่พอใจอะไร หรือบางทีเราอาจจะเกิดความรู้สึกอะไร จะพูดออกมาให้เขารับรู้ เหมือนเป็นการบอกเขาว่าสุดท้ายแล้วเรายังอยู่กับเขา การไม่พูดออกไป มันเหมือนเราไม่ได้ใส่ใจ ถามว่าจริง ๆ ใส่ใจนะ แต่แค่ไม่ได้พูด ไม่ได้แสดงออก ผมว่าวิธีแสดงออกน่าจะเป็นเรื่องที่ผมไม่ชินมากกว่า แต่พอวันนี้มาเจอคนที่แสดงออกมาก ๆ มันเลยทำให้ผมรู้สึกกล้าที่จะทำกลับคืนไปมากกว่าครับ

เลดี้ปราง: จริง ๆ ปรางตรงอยู่แล้ว ปรางจะมีวิธีการพูดที่ค่อนข้างไม่ทำร้ายจิตใจใคร มันตรงได้แต่มันต้องไม่ทำร้ายจิตใจเขา เช่น ที่รักฉันรู้สึกว่าฉันไม่ค่อยสบายใจ มันมีวิธีพูดที่ทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกเรา แล้วเราก็ไม่ได้บีบบังคับเขาว่าเธอต้องทำ แต่ถ้าเธอทำได้ แล้วไหวไหม หรือถ้าทำไม่ได้บอกกันได้ไหม อยากเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น แล้วเราก็บอกเหตุผลเราด้วยว่า ทำไมเราถึงไม่ชอบ เราอาจจะมีแผลตรงนี้ที่รู้สึกว่าไม่อยากเจออีกค่ะ

โอบ โอบนิธิ: ใช่ครับ และวิธีพูดเป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างที่บอกว่าวิธีพูดมีเป็นล้านวิธี แต่คุณเลือกที่จะพูดวิธีเดียวที่ทำร้ายจิตใจเขา

ประโยคไหนที่รู้สึกว่า เป็นตัวอย่างที่ดี ?

โอบ โอบนิธิ:  สิ่งที่เป็นคำต้องห้ามนะ สำหรับเขาคือ ที่รัก อันนี้ไม่ตลกแล้ว ขึ้นมาปุ๊บ ผมขนลุกเลย

เลดี้ปราง: บางทีรู้สึกว่าเขาไม่ได้ผิด เขาก็ทำไปตามเนเจอร์เขา พอเราพูดเขาก็ยังไม่หยุด  เขาก็จะอธิบายก็อย่างนั้นอย่างนี้ เราไม่รู้จะเบรกเขายังไง เลยบอกว่า ที่รัก อันนี้ไม่ตลกนะคะ คือเขาก็จะเริ่มเบรก เพราะเราไม่รู้จะทำยังไงให้เขาเบรก พอเขาเบรกเขาก็ฟังเรา และเราก็ค่อย ๆ อธิบาย

โอบ โอบนิธิ: ผมรู้สึกว่าทุกครั้งผมไม่เคยทะเลาะกับเขา สิ่งที่อาจจะพูดว่าเป็นการทะเลาะกันหรือความไม่เข้าใจกัน มันจะทำให้ถ้าสมมุติเรายังจะเดินต่อไปด้วยกัน เราจะหันหน้ามาคุยกัน แล้วผ่านบททดสอบต่อไปได้เรื่อย ๆ ครับ ไม่ได้มีเส้นที่จะทำให้ไปสู่การทะเลาะ พอเรารู้ว่ามันกำลังจะถึงแล้วจะมีคนใดคนหนึ่งผ่อนก่อน ถอยก่อน เราสองคนรู้ว่าสุดท้ายแล้วต้นเหตุคืออะไร ถ้าคุยกันด้วยเหตุผลแล้วฝ่ายไหนเป็นฝ่ายผิด ถ้าผิดก็ขอโทษกัน ผมพูดได้สบายมากเลยว่า อันนี้ขอโทษจริง ๆ นะ เราไม่ได้ตั้งใจ การพูดคำว่าขอโทษบางทีมันเป็นอีโก้อะไรบางอย่างในคู่รัก

เลดี้ปราง: ประโยคเดียวมันจบได้นะคะถ้ามันจริง แต่บางทีปรางรู้สึกว่าก็ยังไม่ได้โอเคกับสิ่งที่เขาทำนะ แต่เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่ผิด เขาไม่พอใจเรา ปรางก็จะขอโทษที่ทำให้เขาไม่พอใจว่า โอเค งั้นขอโทษที่ทำให้รู้สึกแบบนี้ก่อนนะ แต่ฟังนะว่าทำไมฉันถึงทำแบบนั้น การขอโทษที่ทำให้เสียความรู้สึกกันก่อนมันช่วยได้ค่ะ

โอบ โอบนิธิ: การได้ยินคำนี้มันเหมือนประโยคเบรก ทำให้เราใจเย็นลงแล้วกลับมาคุยกันว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น สิ่งที่ผ่านมาคือเราพูดกันหมด ไม่ใช่แค่เรื่องไม่เข้าใจกัน แต่เวลาทำอะไรให้กันเราก็จะขอบคุณกันเสมอ อย่างเช่น วันนี้ผมไปร้องเพลงมา ผมมีความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ผมก็จะมาบอกเล่าความรู้สึกดี ๆ ให้เขาฟัง เขาก็จะบอกว่าเขารับรู้ได้และดีใจกับเราด้วย บางทีเราอาจจะลืมสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ไปเลย

พอเราอยู่ในความสัมพันธ์ บางทีลืมตัวเองทุ่มเทมากจนลืมให้เวลาและพื้นที่ของตัวเอง ลืมสิ่งที่รัก ลืมความฝันตัวเอง

เลดี้ปราง: ของปรางแอบคล้ายแบบนี้ เพราะจากความรักที่ผ่านมาปรางเป็นคนเวลารักใครแล้วจะเต็มที่มาก บางทีถ้าเราเจอคนที่ยังไม่แมตช์กัน เราจะพยายามเปลี่ยนตัวตนไปให้แมตช์กับเขาในทันทีเพราะรักเขามาก เชื่อไหมว่า ปรางตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกที่แบบนี่ฉันเป็นใคร นี่ไม่ใช่ฉันเลย เรากำลังทำเพื่อคนอื่นอยู่ เรามีความสุขนะคะเพราะได้รักคนนั้น แต่มันทำให้ไม่เคยให้เวลาตัวเองเลย  ครั้งนี้ปรางเลยจะ Balance รักตัวเองให้มากขึ้น และเชื่อไหมว่ามันดี เพราะถ้าเขารักเราจริง ๆ เขาจะรักที่เราเป็นเราค่ะ

รักตัวเองยังไงบ้าง ?

เลดี้ปราง: เห็นความฝันตัวเองให้ชัดเจน ชอบอะไรทำอะไรก็แชร์กับเขาตั้งแต่แรก พยายามทำให้เข้ากับสิ่งที่เขาเป็น แต่อย่าลืมตัวเองด้วย พาเขาเข้ามาในโลกของเราบ้าง เราเข้าไปในโลกของเขาบ้าง  แล้วหา Balance ที่ตรงกลางค่ะ ปรางก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าที่ผ่านมาเราไม่เห็นต้องทำแบบนั้นเพื่อที่จะให้ตัวเองมีความสุขเลย ตอนนั้นหนูมีความสุขไง เลยไม่อยากให้ใครไปพาดพิงถึงความรักครั้งเก่าเลย เพราะหนูมีความสุขจริง ๆ แต่พอวันนี้เราได้มาเจอสิ่งนี้ เลยรู้ว่า จริง ๆ เป็นตัวเรา เขาก็รักเราเหมือนกัน ไม่เห็นจะต้องเปลี่ยนเพื่อเขาเลย คนหลายคนติดกับดักตรงนี้เวลาชอบใครมาก ๆ มันจะเป็นอัตโนมัติ เช่น เรื่องง่าย ๆ เรื่องฟุตบอล ผู้ชายคนนั้นชอบฟุตบอลมาก เราชอบเขามากเราก็ไปดู ทั้งที่จริง ๆ เราไม่ได้ชอบ แล้วความฝันของเราก็หายไป เพราะมัวแต่ไปอยู่กับเขา อยากให้เขามีความสุข ปรางเลยอยากบอกทุกคนว่าถ้ามีโอกาสได้เริ่มใหม่กับความสัมพันธ์ เป็นตัวเองให้มากที่สุด ส่วนจะชอบกันหรือไปต่อได้ไหม นั่นคืออีกเรื่องหนึ่ง อย่าไปพยายามฝืน เพราะสุดท้ายเราต้องอยู่กับคนๆนี้ตลอดชีวิต

คิดว่ามนุษย์ทุกคนต้องการมี Time ของตัวเองไหม ?

โอบ โอบนิธิ: ใช่ครับ หรือบางเวลาที่ผมได้อยู่กับครอบครัว เขาก็จะไม่ได้มาขัด คือให้ผมได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวได้เต็มที่ หรือบางทีเขารู้สึกว่าอยากจะมาอยู่ด้วย เขาก็จะมาอยู่ร่วมกับครอบครัวผมด้วย

เลดี้ปราง: ปรางกับโอบตัวติดกันมาก คนข้างนอกจะเห็นว่าติดกันสุด ๆ แต่จริง ๆ เราก็มีเวลาส่วนตัว เหมือนวันนี้โอบไปเจอเพื่อน ปรางก็บอกว่า ไปเถอะที่รัก ไปเลย หรือบางทีถ้าไม่อยากให้เขาลำบากใจ ปรางก็จะบอกว่า ที่รักเดี๋ยววันนี้อย่างนี้นะ คือเขาก็รู้แล้วว่าเราไม่ได้ชวน แค่เล่าให้ฟังเฉย ๆ แต่ถ้าเราอยากให้เขาไป เราก็จะตรงไปตรงมาเลยว่า ที่รักไปด้วยกันไหมวันนี้

คิดว่าลึก ๆ แล้วคู่ของคุณยังมีความกลัวอะไรอยู่เกี่ยวกับความรัก ?

เลดี้ปราง: คิดว่าเขากลัวความสูญเสียเดานะ กลัวว่าเราจะหายไปจากชีวิตเขา คือเขาอาจจะเคยผ่านเรื่องราวแบบนี้มาแล้วไม่อยากให้เกิดซ้ำ บางทีเขาเล่าว่า ฝันร้ายบ้าง แต่ปรางจะบอกเขาเสมอว่า เรื่องแบบนั้นไม่เกิดขึ้นกับฉันแน่นอน ให้เขาสบายใจ แต่หนูสัมผัสได้ว่าลึก ๆ เขาน่าจะกลัวสิ่งนี้

โอบ โอบนิธิ: ก็มีส่วนครับ มันเป็นภาพเก่า ๆ เด้งขึ้นมาหมดเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วนี่มันจะเกิดซ้ำสองอีกแล้วเหรอ มันรู้สึกแย่ว่าทำไมเราต้องเจอสิ่งนี้อีก ในเมื่อเรารักคนนี้มาก ทำไมต้องเจออีก เราแค่ไม่อยากเสียเขาไป สำหรับสิ่งที่ผมคิดคือเขาน่าจะกลัวผมเปลี่ยนไป ไม่ได้เป็นคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก หรือเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย ซึ่งผมอธิบายให้เขาฟังไปเรียบร้อยแล้วว่านี่คือตัวผมแบบสุด ๆ ไปเลย น่าจะไม่มีใครเป็นตัวเองได้มากขนาดนี้แล้วครับ

เลดี้ปราง: ใช่ค่ะ จริง ๆ ปรางกลัวการเปลี่ยนแปลง ปรางพูดกับเขาเสมอ หนูอาจจะผ่านอะไรแบบนั้นมามีแผลในใจจากการอยู่ในความสัมพันธ์ที่ยาวนาน พอถึงจุดเปลี่ยนแล้วทุกอย่างมันไม่เหมือนวันแรกหัวใจมันแตกสลายจริง ๆ เราไม่สามารถเรียกร้องสิ่งเดิมกลับมาได้ ตอนนั้นหนูพยายามต่อสู้ให้วันแรกมันกลับมา แต่มันเหมือนการหลอกตัวเอง พอมาเจอความสัมพันธ์ครั้งนี้ 1 ปีที่ผ่านมามันดีมาก ๆ เลยพูดเสมอว่า ขอให้เป็นอย่างนี้ ฉันไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว หนูยอมรับว่ากลัวการเปลี่ยนแปลงมาก

ขอบคุณที่กล้าแสดงความรู้สึกเพื่อให้เราเข้าใจว่านี่คือความสุขที่คุณอยากเก็บไว้

เลดี้ปราง: ใช่ค่ะ หนูมีความสุขมากจริง ๆ นะ ที่หนูร้องไห้นี่คือหนูมีความสุขมากจนกลัวจะสูญเสียมันไป ที่จริงมันคล้าย ๆ เพลงที่ออกมาด้วย ทรงแบบอย่าไปรักใครอีกนะ มันดูเป็นการห่วงสุด ๆ เขาก็จะแสดงออกในแบบของเขาว่า ฉันรักเธอ แต่ตัวหนูก็จะมีความกังวลว่า เขาจะเปลี่ยนไปจะหายไป ไม่อยากหัวใจแตกสลายอีกครั้ง

โอบ โอบนิธิ: ผมเห็นคอมเมนต์ต่าง ๆ เวลาทำอะไรให้เขา คนชอบพูดว่าก็ไม่กี่ปีเอง เดี๋ยวรอดูต่อไปละกัน ผมไม่ค่อยอยากพูดอะไรเยอะ ผมอยากทำให้เห็นมากกว่า ผมเป็นคนชอบทำมากกว่าไม่รู้หรอกอนาคตจะเป็นยังไง แต่เดี๋ยวผมทำให้ดู

เรื่องอะไรที่คู่ของคุณพยายามทำเพื่อคุณ ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด ?

เลดี้ปราง: จริง ๆ สำหรับปราง น้อยมากค่ะ แต่ถ้ามีเรื่องหนึ่งคือเราเป็นสายโรแมนติก ชอบการ Skinship ตลอดเวลา แล้วอยากให้เขาทำกลับบ้าง แต่เขาจะขัด ๆ ยิ่งในที่สาธารณะเขาจะเขิน     แต่หลัง ๆ เขาพยายามทำให้นะ มีวันหนึ่งนั่งโซฟาแล้วหลับไปด้วยกัน เขาหลับอยู่แต่เขายังพยายามเอามาสัมผัสหนูทั้งที่ตัวพลิกไปแล้ว หนูรู้เลยว่านี่คือจิตใต้สำนึก แกหลับอยู่แต่แกไม่ลืมฉัน รู้เลยว่ามันฝังเข้าไปในสมองเขาจริง ๆ

โอบ โอบนิธิ: ผมจำไม่ได้เลยว่าหลับไปตอนไหน แต่ก็ใช่ครับ ผมพยายาม อย่างที่บอกว่าผมแสดงออกไม่เก่ง ขี้อาย การพูดเยอะ ๆ ของผมบางทีอาจเป็นการแก้เขินเพื่อ Protect ตัวเองด้วยมั้ง ผมเลยพยายามแสดงออกทางการกระทำมากกว่าคำพูดครับ

ภาษารัก 5 อย่าง มี 1. คำพูด 2. เวลา 3. ของขวัญ 4. การปรนนิบัติ และ 5. การสัมผัส ของปรางคือสัมผัสกับคำพูดใช่ไหม ?

เลดี้ปราง: ใช่ค่ะ

โอบ โอบนิธิ: ของผมคือการปรนนิบัติครับ Acts of Service

การปฏิบัติแบบไหนสำหรับคุณคือภาษารัก ?

โอบ โอบนิธิ: ผมทำเยอะมาก เช่น ซักผ้า รีดผ้า จัดกระเป๋าให้เขา

เลดี้ปราง: ทริปแรกที่ไปเที่ยวกัน เขาอยากจัดให้มาก หนูบอกไม่เอา ฉันทำเองได้ เพราะหนูโตมาแบบผู้หญิงแกร่ง ต้องทำทุกอย่างได้เอง แต่พอเขายืนยันจะทำจนสุดท้ายเขาก็ทำให้มาโดยตลอดทุกทริปเลยค่ะ

โอบ โอบนิธิ: มีนึกออก 2 เรื่องครับ เรื่องแรกคือ เทนนิส ผมอยากเล่นเทนนิสและอยากใช้กิจกรรมร่วมกันกับเขา ตอนแรกเขาลังเลว่า ฉันจะร้อนไหม ผมเลยบอกว่าไม่เป็นไร วันไหนเธอสระผม เดี๋ยวเราเป่าให้ เขาก็เลยยอมมาเรียนและอดทนฝึกมาเป็นปีแล้ว

เลดี้ปราง: ใช่ค่ะ บางทีหนูตีไปก็บอกเขาว่า ที่รักรู้ไหมถ้าไม่มีเธอฉันไม่ตีหรอก

โอบ โอบนิธิ: อีกเรื่องคือเรื่องที่เขาไม่ถนัดเลย ผมชอบ G-Dragon มาก มีคอนเสิร์ตไฟนอลที่เกาหลีปีที่แล้ว ผมต้องให้ปรางช่วยกดบัตร มันทำให้เห็นว่าสิ่งที่เขาไม่ถนัดตั้งแต่นั่งกดบัตรยันพาไปสนามบินทั้งที่ไม่รู้จะได้บินไหม เขาแค่พยายามสนับสนุนในสิ่งที่เราชอบครับ

ประชดชีวิตจนติดดื่มษา วรรณษา หวั่นเป็นมะเร็ง เผยที่มาข้อความสุดซึ้งถึงลูกชายจนเป็นไวรัล

ประชดชีวิตจนติดดื่มษา วรรณษา หวั่นเป็นมะเร็ง เผยที่มาข้อความสุดซึ้งถึงลูกชายจนเป็นไวรัล

ประชดชีวิตจนติดดื่มษา วรรณษา หวั่นเป็นมะเร็ง เผยที่มาข้อความสุดซึ้งถึงลูกชายจนเป็นไวรัล

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.49 น.

ต้องยกให้เป็นสาวแกร่งแห่งชาติอีกหนี่งคน สำหรับ “ษา วรรณษา” ที่หลายคนก็รับทราบกันอยู่แล้วว่าเจ้าตัวต้องเลี้ยงดูลูกชาย “น้องเซย์เดย์” ที่ป่วยเป็นออสทิติค และบอกเลยว่าวันนี้นอกจากทั้งคู่ควงกันมาออกรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน31 ที่มาพร้อมอัปเดตล่าสุด ว่าลูกชายคนเก่งขึ้นมหาลัยแล้ว แถมตั้งเป้าเป็นโปรแกรมเมอร์อีกด้วย และเจ้าตัวที่นอกจากจะมาเล่าเรื่องความผูกพันกับลูกชายวัย 20 แล้ว ก็ยังมาแชร์เรื่องราวในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการดื่มหนักจนเป็นแผลในกระเพราะ จนหวั่นใจกลัวจะเป็นมะเร็ง รวมไปถึงเรื่องราวการโดนโกงกว่า 5 ครั้งในชีวิต

ล่าสุด เพิ่งโดนเมื่อเช้า มีคนแอบอ้างชื่อ สร้างเพจปลอมผ่อนทองคำ?

ษา : ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่าเราไม่เคยทำ เหมือนเค้าสร้างขึ้นมาใหม่ และเอารูปษาไปเป็นโปรไฟล์ คือษามีร้านทองจริง แต่เป็นของครอบครัวคุณอาท มีหน้าร้าน แต่เพจที่ทุกคนเห็น คือมิจฉาชีพ เพราะว่าจริงๆชีวิตก็โดนอะไรแบบนี้ตลอดเวลา สวยเหรอ? หรือยังไง ถึงได้โดนเอารูปไปแอบอ้าง อยากจะบอกว่าอย่าดิสเครดิตกัน เพราะว่าเราก็ทำงานตรงนี้จริงๆ และลูกค้าทองที่เค้าอยู่กับเรา พอเค้าเจอข่าวแบบนี้เค้าก็งงๆ 

ตอนนี้เซย์เดย์อายุเท่าไหร่แล้ว ?

เซย์เดย์ : ตอนนี้อายุ 20 แล้ว เรียนอยู่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ชั้นปีที่ 2 

ษา : คือเค้าจะเป็นเด็กที่ปักหมุดมาตั้งแต่เด็ก ว่าเค้าจะเป็นโปรแกรมเมอร์ ซึ่งเขาไม่เคยเปลี่ยน 

เซย์เดย์ : คือเราอยู่กับเกมส์มาโดยตลอด และเราก็อยากสร้างเกมส์เป็นของตัวเองของตัวเอง ตอนนี้ส่วนมากที่สร้างขึ้นมาก็เป็นทางที่มหาวิทยาลัยเค้าให้ทำ ส่วนมากจะเป็นเกมส์ที่ต้องคลิกเมาท์ไวๆ หรือเป็นเกมส์ที่ต้องแอ็คชั่น 

อย่างการเลี้ยงลูกของเราเป็นยังไง?

ษา : การเลี้ยงลูกของคนเราไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของครอบครัวของแต่ละคน 

 เราไม่ได้มาในเจนของเซย์เดย์ แต่มาในเจนที่คุณแม่เคี้ยวมาก แต่เราเลี้ยงลูกเราไม่ให้เป็นเหมือนที่เราโดนเลี้ยงมา แล้วอย่างของเซย์เดย์ เราจะเครียดมาก ตอนที่ มัธยมมามหาลัยฯ เป็นการเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนกลุ่มเพื่อน เค้าก็ต้องมีการปรับตัว อย่างตอนมัธยม เซย์เดย์จะมีเพื่อนชั้นละหนึ่งคน ที่คุยได้จริงๆ พอขึ้นมหาลัยฯ สังคมมันจะไม่เหมือนมัธยม มหาลัยเค้าก็ต้องดูแลตัวเอง เค้าก็ต้องทำงานกลุ่ม ต้องคุยกับเพื่อนๆ เราก็กังวลว่าเค้าจะเข้าใจลูกเราไหม เราก็แค่ภาวนาว่าขอให้เพื่อนๆ เข้าใจเขา

เซย์เดย์ : ผมอาจจะไม่ได้มีเพื่อนเยอะ (กำลังนับนิ้วมือ) ประมาณ 5-6 คน แต่เวลาเรามาอยู่มหาลัย เราก็ไม่ต้องปรับตัวยากขนาดนั้น อาจจะไม่คุ้นอะไรบ้าง แต่พอเจอ เราก็เริ่มเข้าได้ 

ษา : คือตอนนี้คุณยายก็มาส่งที่สถานีรถไฟฟ้า แล้วเค้าก็นั่งรถไฟฟ้าไปเรียน คือตอนแรกเราก็เป็นห่วง เพราะว่าเราก็สอนเขาตั้งแต่แรก ขึ้นรถไฟฟ้าไปพร้อมเขา 

เซย์เดย์ : ก็กลับบ้านตรงเวลา ถ้าไม่มีนัดกับเพื่อน แต่ถ้ามีนัดก็บอก 

คุณแม่บอกว่า สเปคของเซย์เดย์ชอบผู้หญิงใจดี?

เซย์เดย์ : ไม่รู้เหมือนกันครับ ต้องไปเจอก่อน ถึงจะค่อยรู้ แต่ตอนนี้ยังไม่เจอ

ษา : แสดงว่าตอนนี้ยังไม่เจอใคร ที่สวยกว่าแม่

เซย์เดย์ : ก็อาจจะ

อย่างตอนนี้อาการ ออทิสติก ล่าสุดของน้องเซย์เดย์เป็นยังไงบ้าง?

ษา : คุณหมอบอกว่าดีขึ้น มีการโต้ตอบกันมากขึ้น เวลาคุยหรือตอบคำถามคุณหมอ ก็จะชัดเจนมากขึ้น แล้วก็ต้องทานยาอยู่ ก็จะช่วยในเรื่องของสมาธิ ก็ทำให้เขาเรียนได้ดีขึ้น 

ซึ่งย้อนกลับไป ในช่วงเวลาที่เราเครียด บางทีเราก็ปรี้ด ตรงนั้นมันเป็นยังไงบ้าง?

ษา : ษาก็เป็นซึมเศร้าเหมือนกัน แต่เป็นซึมเศร้าสามารถเอามาปรับตัวเองได้ ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องพบคุณหมอ ซึ่งพบคุณหมอแค่ครั้งเดียว เค้าก็แนะนำว่าถ้าทานยา คุณก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนแบบนี้ ถ้าทำได้ มันก็จะดี มันก็จะเป็นธรรมชาติช่วย มันก็จะทำให้เราสามารถควบคุมอารมณ์ของเราได้ เพราะเรารู้สึกว่าเราทานยา มันจะมีผลกระทบค่อนข้างเยอะ และวิธีที่ษาเลือก คือออกจากตรงนั้นก่อน แล้วไปสงบสติอารมณ์ จะนับ 1-2-3 อะไรก็ว่าไป เปิดเพลงฟัง หรือไปหาสิ่งที่เราชอบ คุณหมอบอกว่าถ้าเรามีอาการปุ๊บ ให้ออกจากตรงนั้น ไปหาสิ่งที่เราชอบ ตอนนั้นเราก็จะถักโคเช จนสมาธิไปอยู่กับโคเช ซักพักนึงอารมณ์ตรงนั้นแล้วมันก็จะหายไปเอง ตอนนี้ตุ๊กตาเต็มบ้านเลย เรารู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง ษา ถึงบอกว่ามันเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ของพวกเราสองคน ทุกอย่างมันปรับได้มันก็โอเค

เซย์เดย์เคยเห็นคุณแม่ปรี๊ดไหม?

เซย์เดย์ : (พยักหน้า) ไม่รู้ว่ามีถาดบินหรือเปล่า เพราะว่าได้ยินเสียงปัง แต่ไม่ค่อยได้ยินเสียงแม่กรี้ด

ษา : เป็นการปิดประตู ลมมันปิด

และเรื่องที่น้อยใจก็คือลูกไม่ให้หอม?

ษา : นานๆ ที หอมจริงจังแบบคุณยายไม่ได้ แต่ถ้าคุณยายเรียกมา ให้หอมทันที เราต้องบอกก่อนว่า บางทีเราไปออกบูธ 7-10 วัน พอเรากลับมา มันไม่เหมือนกับว่าเค้าอยู่กับคุณยายทุกวัน 

เซย์เดย์ : ก็เหมือนกับที่แม่บอก ว่าเราอยู่กับคุณยายทุกวัน อยู่กันเป็นพี่น้อง (ยิ้ม) 

อย่างเซย์เดย์ ถ้าเค้ามีเรื่องปรึกษา ปรึกษาแต่ละคน แต่ละเรื่อง ไม่เหมือนกัน?

ษา : ถ้าปรึกษาคุณยายก็จะเป็นเรื่องทั่วไป ถ้าเป็นอาท ก็จะเป็นเรื่องของผู้ชายคุยกัน ซึ่งษาไม่รู้ว่าเค้าคุยอะไรกัน ความลับก็อยู่กับอาทคนเดียว

อาท : ช่วงที่เค้าเครียดๆ หรือเราเห็นเค้ามีการโวยวาย เราก็จะเข้าไปหาเขา เราก็ถามว่าเป็นอะไรลูก มีอะไรอยากบอกกับน้าอาทไหม มีหน้าที่ไปปลอบใจเขา ให้เขาซอฟท์ลง หรือถ้าเค้ามีเพื่อน เราเป็นผู้ชาย เราก็จะคุยแบบเปิดอก อธิบายเค้าฟัง เราพยามให้เขามองโลกแบบกว้างขึ้น ไม่อยากให้เค้าคิดอยู่กับตัวเอง 

ษา : ไม่มีความลับอะไรใช่ไหม

อาท : อันนี้มันเป็นความลับระหว่างผมกับเซย์เดย์ เค้ายัดไว้ 20 บาท (ยิ้ม) 

เซย์เดย์ เคยปรึกษาเรื่องสาวกับอาอาทไหม?

เซย์เดย์ : ไม่มีครับ มีแต่อาอาท มาถาม

ษา : (ควักมือเรียกอาท รณชัย) 

เซย์เดย์ : แค่มาถามว่าสเปคผมเป็นไง

อาท : เป็นคือด้วยความที่เราเป็นผู้ชาย เราก็อยากรู้ว่าลูกเรามีแฟนไหม สเปกเป็นไง ก็เลยลองให้เค้าเลือกระหว่างผู้หญิงขาวกับผู้หญิงดำ เค้าก็บอกว่าแล้วแต่ครับ เค้าก็บอกว่าได้หมดครับ ผมว่าใครที่ดีกับเขา เขาก็คงโอเค

ษา : ดำได้แม่ไม่ว่า แต่ยิ้มมาต้องเห็น แต่ก็เป็นการพูดกันเล่นๆ ในบ้าน แต่กลับมาที่ษา ถ้าเค้าอยากได้อะไร เขาก็จะมาหาเรา แต่เค้าน่ารัก สมมุติตอนที่จะจ่ายค่าเทอม เค้าก็จะถามเราคุณแม่ไหวไหม หรือบางทีเค้าก็จะถามว่าขายของดีไหม เพราะเค้าถาม จนเค้ากังวลกับตัวเอง เราก็บอกหนูไม่ต้องเป็นห่วง หรือบางทีเค้าก็จะมาถามเราว่าทำไมแม่โดนโกงอีกแล้ว จนเค้าเก็บไปคิด จนเค้าเครียด เราก็บอกว่าไม่ต้องเครียด ตอนนี้ไม่มีใครทำอะไรแม่ได้ แม่แข็งแรง เค้าก็มาปรึกษาในเรื่องการซื้ออุปกรณ์การเรียน 

โพสต์ล่าสุดที่เราเขียนถึงลูก จนหลายคนซึ้ง?

ษา : เราเป็นคนออนไลน์ รู้สึกว่าสังคมสมัยนี้บางทีมันก็โหดร้ายไป ในบางเรื่อง อย่างเรื่องครอบครัวทั่วไป หรือบางทีอ่านในเม้น มันแย่มาก เราก็หันมาดูที่ครอบครัวของเรา เราก็เลยโพสต์ คนที่ตามเราเค้าอาจจะทัชใจกับข้อความของเรา ถ้าเกิดว่าในเส้นทางเดินมันไม่ใช่เฉพาะแม่และลูก กับแฟนเองก็ด้วย เพราะปลายทางมันอาจจะต้องแยกกัน ก็อยากให้ทุกคนมองเห็นความสุขมากกว่า เพราะจุดหมายของทุกคนก็อยากจะมีความสุขเหมือนกัน แม่ก็เดินทางหนึ่ง ลูกก็เดินทางหนึ่ง แต่ปลายทางมันคือความสุขเหมือนกัน 

ย้อนกลับไป ช่วงที่เราดื่มหนักๆ ตอนนั้นเป็นยังไง?

ษา : ดื่มประมาณ 5-6 ปี เกือบทุกวัน ตอนนั้นสนุกมาก มันแฮปปี้ แต่มันไม่สนุกตอนอายุ 40 สาเป็นโรคนี้ก่อนที่จะมีเดย์ ประมาณ 27-28 เราปวดท้องโดยไม่รู้สาเหตุ ไปฉีดยาก็แล้ว ไม่หาย จนกว่าหมอขอส่องกล้องทางหลอดอาหาร มันทรมานมาก สรุปเจอจุดแดงเต็มกระเพาะ เป็นแผลค่อนข้างใหญ่ ที่หูรูดกระเพาะอาหาร หมายถึงว่าเราปาร์ตี้ แต่เรายังไม่ได้กินอาหาร แล้วตอนนั้นเราก็จะคลั่งเรื่องความผอม ไม่ทานอาหาร มันมาจากการที่เราโดนบลูลี่ ในเรื่องของความอ้วน โดนว่าไม่สวยเลย เพราะเรามาจากเส้นทางนางงาม เราก็ต้องอด ล้วงคอ อาเจียน ไม่กินข้าว ไม่กินแป้ง จนแม่ถามว่าเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ตอนนั้นษาเป็นโรคอะนอเร็กเซีย (โรคคลั่งผอม) แล้วที่มันหายนอกจากมีเซย์เดย์ และเราก็ทานครบ โดยคุณแม่เป็นคนจัดอาหารให้ ซึ่งแผลที่หูรูดกระเพาะอาหาร มันก็ไม่ได้หายถาวร มันทำให้เหมือนเราเป็นนักโภชนาการอาหาร ถ้ามันกำเริบอีก เราจะหนักกว่าทุกคน เรากลัวเป็นมะ(เร็ง)มาก กลัวอยู่กับลูกไม่นาน 

ทำไมเราทำธุรกิจกี่ครั้ง  ก็โดนโกง?

ษา : สงสัยเราคงใจดีเกินไป เพราะทุกครั้งที่โดน เราก็เริ่มต้นใหม่ตลอด ที่ผ่านมาก็มากกว่า 5 รอบ บางอันก็หมดตัว บางอันก็เหลือนิดหน่อย มันเกิดจากความใจดี เพราะคนใจดีกับคนที่จ้องจะเอามันคนละแบบ แต่ตอนนี้เราแข็งแรงแล้ว แต่ถ้าโดนบ่อยๆ ก็คงไม่เอาแล้ว(ยิ้ม) แล้วอย่างล่าสุดเราไปออกบูธขายน้ำพริก ก็มีคนมาพูดต่อหน้าเลยว่า ทำไมทำบูธไม่อลังการเลย เป็นถึงดารา ดูไม่แพง ตอนนั้นเราก็เสียใจ แต่เราก็เข้าใจเขานะ เค้าอาจจะพูดแบบจริงใจ แต่เค้าอาจจะใช้คำพูดคำพูดไม่เป็น แต่เราก็อึ้งไป เก็บความน้อยใจแล้วก็น้ำตาซึม กลับบ้านค่ะ (ยิ้ม) 

มิตรภาพเหนือกาลเวลา คิมเบอร์ลี่ เผยความในใจสุดซึ้ง กลั้นน้ำตาไม่อยู่ในวันแต่งงาน ญาญ่า ณเดชน์

มิตรภาพเหนือกาลเวลา คิมเบอร์ลี่ เผยความในใจสุดซึ้ง กลั้นน้ำตาไม่อยู่ในวันแต่งงาน ญาญ่า ณเดชน์

มิตรภาพเหนือกาลเวลา คิมเบอร์ลี่ เผยความในใจสุดซึ้ง กลั้นน้ำตาไม่อยู่ในวันแต่งงาน ญาญ่า ณเดชน์

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.31 น.

ทำเอาแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงซาบซึ้งใจไปตาม ๆ กัน สำหรับงานวิวาห์ดั่งเทพนิยายของคู่รักซุปเปอร์สตาร์ “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” และ “ณเดชน์ คุกิมิยะ” ที่เพิ่งผ่านพ้นไปท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกและอบอุ่น ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือภาพความผูกพันของเพื่อนรักร่วมช่องอย่าง “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” ที่มาทำหน้าที่ เพื่อนเจ้าสาว ให้กับญาญ่า

ล่าสุด คิมเบอร์ลี่ ได้เปิดเผยภาพบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยให้เห็นโมเมนต์ตั้งแต่ช่วงเตรียมตัวในห้องแต่งตัว โดยคิมเบอร์ลี่และกลุ่มเพื่อนเจ้าสาวในชุดเดรสสีฟ้าพาสเทล คอยช่วยจัดแจงชุดแต่งงานผ้าลูกไม้สุดประณีตและสวมถุงมือยาวให้กับเจ้าสาวอย่างใกล้ชิด

มีหลายช็อตที่ทำเอาแฟน ๆ สัมผัสได้ถึงความรักอันบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นภาพที่คิมเบอร์ลี่คุกเข่าลงไปช่วยจัดชายกระโปรงยาวให้ญาญ่า ภาพการส่งสายตาและรอยยิ้มให้กัน และโมเมนต์ที่คิมเบอร์ลี่เอามือประคองแก้มเพื่อนรักด้วยความทะนุถนอม ซึ่งในระหว่างพิธีการ คิมเบอร์ลี่ถึงกับกลั้นน้ำตาแห่งความปิติไว้ไม่ไม่อยู่ จนต้องซับน้ำตาในขณะที่มองเพื่อนรักเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์

นอกจากภาพถ่ายที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งแล้ว คิมเบอร์ลี่ยังได้ระบุแคปชันภาษาอังกฤษสุดกินใจถึงญาญ่าและณเดชน์ โดยมีใจความว่า

“ทุก ๆ ก้าวในชีวิตของฉันจะมีเธออยู่ตรงนั้นเสมอ และถ้าชาติหน้ามีจริง ฉันก็อยากจะใช้ชีวิตร่วมกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอคือคนของฉันตลอดไป  และที่รัก… งานแต่งงานของเธอมันเหมือนกับการได้ก้าวเข้าไปในเทพนิยายที่เธอเคยฝันไว้เลย แต่มันสวยงามและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ยิ่งกว่านั้นอีก เพื่อนเก่าเงาะมากๆๆ ขอบคุณที่ให้เกียรติพวกเราได้ทำหน้าที่ Best Man, Maid of Honor, Ring Bearer และ Game master.. รักทั้งคู่มาก ๆ นะคะ “

นับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ประวัติศาสตร์ของวงการบันเทิงไทย ที่ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความรักของคู่บ่าวสาว แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึง “มิตรภาพที่แท้จริง” ของสองนางเอกแถวหน้าที่เติบโตและอยู่เคียงข้างกันในทุกช่วงจังหวะสำคัญของชีวิตอย่างแท้จริง

เจาะลึกแฟชั่นวิวาห์หยุดโลก ส่องดีเทลชุดแต่งงาน ณเดชน์ ญาญ่า เรียบหรูระดับกูตูร์

เจาะลึกแฟชั่นวิวาห์หยุดโลก ส่องดีเทลชุดแต่งงาน ณเดชน์ ญาญ่า เรียบหรูระดับกูตูร์

เจาะลึกแฟชั่นวิวาห์หยุดโลก ส่องดีเทลชุดแต่งงาน ณเดชน์ ญาญ่า เรียบหรูระดับกูตูร์

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.14 น.

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาไทม์ไลน์โซเชียลแทบแตก สำหรับภาพบรรยากาศพิธีสมรสสุดโรแมนติกของคู่รักซุปตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา” ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ นอกจากความหวานและบรรยากาศเรือนกระจกในฝันแล้ว สิ่งที่ผู้คนและกูรูแฟชั่นจับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “ชุดแต่งงาน” ของทั้งคู่ ที่บอกได้คำเดียวว่าประณีตและซ่อนดีเทลระดับลักชัวรีไว้ทุกตารางนิ้ว

อลังการงานปัก! ชุดเจ้าสาว Louis Vuitton สั่งตัดพิเศษของ “ญาญ่า”เรียกได้ว่าสมฐานะ House Ambassador ของแบรนด์ระดับโลก แฟชั่นชุดแต่งงานหลักของ “ญาญ่า อุรัสยา” มาในลุคที่เรียบหรู แต่ทรงพลังด้วยงานฝีมือชั้นสูง

 ตัวเดรส ชุดเดรสยาวสายเดี่ยวสีขาวนวล ทรงเข้ารูปเน้นสรีระอย่างสง่างาม ความพิเศษคือเทคนิคการปัก “ไข่มุก” (Pearl-Embellished) เม็ดต่อเม็ดกระจายตัวอย่างมีมิติทั่วทั้งชุด เมื่อขยับตัวภายใต้แสงเทียนและแสงธรรมชาติในเรือนกระจก ตัวชุดจึงส่งประกายระยิบระยับดูเลอค่าโดยมี แอคเซสเซอรีเสริมลุค เพิ่มความคลาสสิกสไตล์เจ้าหญิงยุโรปด้วย “ปลอกแขนผ้าลูกไม้” (Lace Sleeves) แยกชิ้นยาวถึงต้นแขน แมตช์เข้ากันอย่างลงตัวกับ “เวลคลุมผม” (Wedding Veil) ผืนยาวที่กุ๊นขอบด้วยลูกไม้เนื้อละเอียด ให้กลิ่นอายความวินเทจที่ดูอมตะ

ฝั่งเจ้าบ่าว “ณเดชน์ คูกิมิยะ” หล่อเนี้ยบราวกับเจ้าชายในลุค White Tie สุดคลาสสิกมาในโค้ดการแต่งกายขั้นสูงสุดของงานทางการ (Most Formal Dress Code) ที่หาชมได้ยาก แต่เจ้าตัวเอาอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ กับสูทเทเลอร์เมด หางยาวด้านหลัง (Tailcoat) สีดำ คัตติ้งเน้นโครงสร้างไหล่และทรวดทรงที่สมาร์ท ด้านในเลเยอร์ด้วยเสื้อเชิ้ตคอปกปีกนก (Wing Collar) และเสื้อกั๊ก (Vest) สีขาวสะอาดตา คอมพลีทลุคด้วยหูกระต่ายสีขาว (White Bow Tie) ยกระดับลุคให้ดูหล่อเนี้ยบราวกับเจ้าชายในเทพนิยาย