‘จ๋าย ไททศมิตร’นำทัพคนบันเทิงรวมพลัง! จัด’วิ่งเล่นบนหาดใหญ่ Charity’ฟื้นเมืองหลังน้ำท่วม

'จ๋าย ไททศมิตร'นำทัพคนบันเทิงรวมพลัง! จัด'วิ่งเล่นบนหาดใหญ่ Charity'ฟื้นเมืองหลังน้ำท่วม

‘จ๋าย ไททศมิตร’นำทัพคนบันเทิงรวมพลัง! จัด’วิ่งเล่นบนหาดใหญ่ Charity’ฟื้นเมืองหลังน้ำท่วม

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.00 น.

การรวมตัวเฉพาะกิจของพลังคนบันเทิงเกิดขึ้นอีกครั้ง เพื่อร่วมฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมกับงาน “วิ่งเล่นบนหาดใหญ่ Charity” ที่จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 ณ สนามกีฬาจิระนคร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี “จ๋าย ไททศมิตร” นำทีม พร้อมด้วย เหว่ง + เติ๊ด เทพลีลา, ป๋าเต็ด ยุทธนา และ โอ๊ต ปราโมทย์ ที่แท็กทีมศิลปิน ดารา และอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมสร้างรอยยิ้มและส่งต่อกำลังใจอย่างคับคั่ง อาทิ POP PONGKOOL, NAP THE NAP, WAN THANAKRIT, URBOYTJ, เป็ก ZEAL, MANUTSAWEE, MEAN BAND, TAITOSMITH, LITTLE JOHN,  ท็อป ทศพล, เกรท วรินทร, ลีซอ, เชา ชวลิต, บางระมาด, RUBSARB, คอเย็น, บ้านกูเอง, มีนาคม, BUFFALO GAGS, ART OF HONGTAE, PHAZTTER, PEAR IS HUNGRY, ROOFTOP, IPAN CHANNEL, BUFFET CHANNEL, PIGKAPLOY, กอล์ฟมาเยือน, KARNFOEI, SALMON PODCAST, ALIZ, ICE TAMONWAN, BEAMBEAMKO, BONNADOL, MAIYARAP, FLOWER.FAR, GOY NATTY DREAM และ JACKIE JACKRIN

บรรยากาศภายในงานคึกคักตลอดทั้งวัน โดยเริ่มต้นช่วงเช้าด้วยกิจกรรม “วิ่งเล่นบนหาดใหญ่ Charity” ระยะทาง5 กิโลเมตร บนเส้นทางรอบสนามจิระนคร พร้อมเหล่าคนดังที่มาร่วมวิ่งสร้างสีสันและส่งกำลังใจอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยสิทธิ์ผู้สมัครจำนวน 500 คน ซึ่งจะได้รับเสื้อสุดเท่จาก ‘CARNIVAL’ ถูกจองเต็มภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที และรายได้ทั้งหมดจากค่าสมัครมอบให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือกลับคืนสู่ชุมชน ต่อเนื่องในช่วงบ่ายถึงเย็น สนามกีฬาจิระนครถูกเนรมิตให้กลายเป็นตลาดนัดสุดคึกคัก รวบรวมร้านเด็ดท้องถิ่นของชาวหาดใหญ่มาไว้ในงานอย่างมากมาย พร้อมเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์ร้านค้าและสินค้าให้ผู้เข้าร่วมงานได้รู้จักมากขึ้น ขณะเดียวกันกิจกรรมบนเวทีก็เต็มไปด้วยสีสันทางดนตรี เปิดด้วยโชว์จากศิลปินท้องถิ่นวง “มาการอง” ก่อนส่งต่อความสนุกด้วยทีม “WHYLIVE” ที่ยกรายการสดมาไว้บนเวที พร้อมศิลปินและดารารับเชิญที่สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นมาสร้างเสียงหัวเราะและความสุขให้ผู้ชม พร้อมเปิดรับบริจาคแบบ Real-time ตลอดการแสดง ปิดท้ายค่ำคืนด้วยฟรีคอนเสิร์ตจากวง LITTLE JOHN และ TAITOSMITH ที่ปลุกพลังชาวใต้ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมงานแน่นสนามกีฬากว่า 13,000 คน สร้างภาพความประทับใจและความอบอุ่นให้เกิดขึ้นทั่วทั้งพื้นที่

งานครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งผู้สนับสนุน หน่วยงานราชการ เทศบาล สภ.เมืองหาดใหญ่ ทีมแพทย์ ทีมจิตอาสา ทีมงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ตลอดจนศิลปิน ดารา อินฟลูเอนเซอร์ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยเงินบริจาครวมจากผู้สนับสนุน รายได้จากการจำหน่ายเสื้อ และการบริจาคภายในงานทั้งหมดจะนำไปมอบให้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เพื่อสนับสนุนการดูแลศูนย์อพยพ และ โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ เหนือสิ่งอื่นใด งาน “วิ่งเล่นบนหาดใหญ่ Charity” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมวิ่งหรือคอนเสิร์ต แต่คือภาพของการรวมพลังจากคนบันเทิงและประชาชนที่ตั้งใจช่วยกันฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังน้ำท่วม และยืนยันว่าเมื่อสังคมต้องการความช่วยเหลือ คนไทยยังพร้อมยืนเคียงข้างกันเสมอ

#วิ่งเล่นบนหาดใหญ่charity #วิ่งช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ #หาดใหญ่

‘ส้มโอ’ปลื้ม แฟน ๆ อินหมั่นเขี้ยว บท’อมีนา’สุดงอแง

'ส้มโอ'ปลื้ม แฟน ๆ อินหมั่นเขี้ยว บท'อมีนา'สุดงอแง

‘ส้มโอ’ปลื้ม แฟน ๆ อินหมั่นเขี้ยว บท’อมีนา’สุดงอแง

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.00 น.

พีคแล้วแต่ยังพีคขึ้นได้อีกเรื่อย ๆ สำหรับละคร “ลางปริศนา” จากค่าย ดาราวิดีโอ  ทางช่อง 7HD  นำแสดงโดย ธันวาสุริยจักร ประกบคู่ กานต์-ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ ที่นอกจากจะเล่าเรื่องราวการตามหาครอบครัวที่แท้จริงของ พระ-นาง ผ่านลางปริศนา และเรื่องลี้ลับแล้ว อีกหนึ่งเส้นเรื่องที่เข้ามาเป็นสีสัน คือตัวละคร อมีนา รับบทโดย ส้มโอ-ชมพูนุช พึ่งผล ภรรยาของ เดช (ต้อง- สมิตพงศ์ สกุลพงศ์ชัย) ที่พร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อไม่ให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาวุ่นวายกับสามีของเธอ

โดย ส้มโอ เผยฟีดแบ็กของละคร พร้อมความรู้สึกในการมารับบท อมีนา ว่า “สำหรับฟีดแบ็กของละครออกมาดีมาก ๆ เลยค่ะ มีคนถามส้มเยอะเลยว่าบทสรุปของเรื่องจะออกมาแบบไหน แล้วก็มีคนแซวบอกว่าหมั่นเขี้ยวตัวละคร อมีนา มาก ๆ ถามว่าเมื่อไหร่อมีนาจะเลิกราวีกล้วย (กานต์ ณัฐชา) สักที ส้มโอมองว่าเป็นฟีดแบ็กที่ดีเลย เพราะแฟน ๆ ละครดูแล้วอิน

ซึ่งบท อมีนา ในมุมของส้มโอมองว่าผู้หญิงแบบนี้มีอยู่จริงค่ะ คนที่แบบว่าคลั่งรักมาก ๆ ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว จนมันกลายเป็นความทุกข์ เพราะทุกครั้งที่ตัวละครอมีนาออกมา ก็จะมีเรื่องราวตลอด คือไม่อยากให้กล้วย (กานต์) มายุ่งกับเดช ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง  ดังนั้นในมุมหนึ่งตัวละครอมีนาคือสีสันในเรื่อง เป็นคนที่ไม่ยอมใคร คิดว่ายังไงก็ต้องได้ ซึ่งถ้าเทียบกับตัวเอง อมีนาต่างจากส้มโอ มาก ๆ ช่วงแรก ๆ ก็มีการตั้งคำถามเหมือนกันว่า ทำไมอมีนาต้องทำแบบนี้ ทำเพื่ออะไร ได้คุยกับผู้กำกับ (ฬอน-คณวัชร สังวริบุตร) ซึ่งก็ทำให้เข้าใจความรู้สึกของตัวละครมากขึ้น และด้วยความที่พี่ฬอน เป็นผู้กำกับที่คิดเหมือนกับเด็กรุ่นใหม่ พี่ฬอนจะไม่ตีกรอบให้กับนักแสดงว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้

ส้มโออยากชวนทุกคน ติดตามชม ลางปริศนา กันนะคะ ตอนนี้ละครเข้มข้นมาก ๆ อย่างฉากที่เห็นว่าอมีนาเหมือนจะกลับตัวได้ แต่สุดท้ายไม่ใช่ กลายเป็นอีกหนึ่งแผนการที่อมีนาทำขึ้นมา เพื่อที่จะกันไม่ให้กล้วยมายุ่งกับเดช อยากให้ทุกคนรอติดตามชมไปเรื่อย ๆว่าอมีนาจะไปจบที่ตรงไหน ซึ่งในมุมหนึ่งส้มโอมองว่าตัวละครอมีนาก็มีข้อคิด สะท้อนให้คนดูได้เห็นว่า คนเราควรจะรู้จักการปล่อยวาง และรับฟังคนอื่นบ้าง จะเป็นคนที่คิดว่าโลกหมุนรอบตัวเราอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าอมีนาปล่อยวางได้บ้าง ชีวิตจะมีความสุขกว่านี้แน่นอนค่ะ”

คนบันเทิงร่วมอาลัยแน่น งานสวดพระอภิธรรมคุณพ่อ ‘จ๊ะ นงผณี’ คืนสุดท้าย เตรียมฌาปนกิจวันนี้

คนบันเทิงร่วมอาลัยแน่น งานสวดพระอภิธรรมคุณพ่อ 'จ๊ะ นงผณี' คืนสุดท้าย เตรียมฌาปนกิจวันนี้

คนบันเทิงร่วมอาลัยแน่น งานสวดพระอภิธรรมคุณพ่อ ‘จ๊ะ นงผณี’ คืนสุดท้าย เตรียมฌาปนกิจวันนี้

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.50 น.

บรรยากาศงานสวดพระอภิธรรมพ่อ จ๊ะ นงผณี คืนสุดท้าย แฟนคลับ เพื่อนสนิท ทั้งในและนอกวงการบันเทิง ที่ต่างส่งมาให้เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยต่อ คุณพ่อประดิษฐ และเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวจำนวนมาก จ๊ะ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้

15 เมษายน 2569 เมื่อวันที่ 14 เมษายน บรรยากาศงานสวดพระอภิธรรม คุณพ่อประดิษฐ มหาดไทย คุณพ่อของ จ๊ะ นงผณี คืนสุดท้าย ที่บ้านเลขที่ 83 ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง

มีคนบันเทิงมากมาย อาทิ เป๊ก สัณชัย , ป้าตือ ,อี๊ดโปงลาง ,เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ,เอแคร์ จือปาก ,ยิ่งยง ,ทศพล ,ศิลปิน แฟนคลับ เพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการบันเทิง ที่ต่างส่งมาให้เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยต่อคุณพ่อประดิษฐ และเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวจำนวนมาก โดยมีกำหนดจัดพิธีฌาปนกิจ ในวันที่ 15 เมษายน เวลา 16.00 น. ที่วัดบ้านเพชร อำเภอแสวงหา

จ๊ะ นงผณี ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่รักครอบครัวจ๊ะ และขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้ ทำงานทุกวันไม่เหนื่อย ทำงานทุกคืนไม่มีพัก วันนี้มี 2 งาน ทุกครั้งขึ้นเวทีจะขอพรพ่อ เหนื่อยหน่อยแต่อยากเต็มที่ทำงานให้พ่อเต็มที่ที่สุด และดูแลให้กำลังใจแม่เต็มที่ และในวันนี้พ่อแม่ของบิ๊ก แฟนหนุ่ม มาร่วมงานด้วย หลังจากงานฌาปนกิจ พ่อประดิษฐ มหาดไทย ทางครอบครัวเตรียมนำอัฐิของพ่อไปลอยอังคารที่แม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดกู้

เห็นแล้วใจฟูล! ‘บอย – เจี๊ยบ’ สานต่อความตั้งใจ’รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ’เติมรอยยิ้มให้น้องๆ

เห็นแล้วใจฟูล! 'บอย - เจี๊ยบ' สานต่อความตั้งใจ'รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ'เติมรอยยิ้มให้น้องๆ

เห็นแล้วใจฟูล! ‘บอย – เจี๊ยบ’ สานต่อความตั้งใจ’รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ’เติมรอยยิ้มให้น้องๆ

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ดี ๆ ที่ทำเอาโลกโซเชียลอบอุ่นหัวใจ เมื่อ บอย อนุวัฒน์ และ  เจี๊ยบ พิจิตตรา ได้ออกมาอัพเดทความสำเร็จของโครงการ #รถกับข้าวบอยเจี๊ยบ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปมอบความสุขให้กับน้อง ๆ โรงเรียนบ้านพุประดู่ จังหวัดกาญจนบุรี ทั้งเลี้ยงหมูกระทะ ทำกิจกรรมร่วมกัน และร่วมสนับสนุนการปรับปรุงพื้นที่การเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น

ล่าสุดทุกอย่างได้เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมอาคารเรียน ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด รวมถึงจัดหาอุปกรณ์การเรียนให้เพียงพอมากขึ้น พร้อมเนรมิตโรงเรียนให้กลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย อบอุ่น และน่าเรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ

นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องนอนเด็กเล็ก เพื่อให้น้อง ๆ ได้พักผ่อนอย่างสบายท่ามกลางอากาศร้อน รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และเจาะบ่อบาดาลเพื่อสร้างระบบน้ำภายในโรงเรียน รองรับทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและการเรียนรู้ตามแนว “ศาสตร์พระราชา”

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทำเอาหลายคนยิ้มตาม คือการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ด้านเกษตร ไม่ว่าจะเป็นโซนผักสวนครัว การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ และโรงปุ๋ยอินทรีย์ ที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้ลงมือทำจริง ทั้งรดน้ำ ดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยตัวเอง

“จากวันที่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ ได้เห็นน้อง ๆ ลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง มันมีความหมายมากจริง ๆ” ข้อความจากเจี๊ยบสะท้อนถึงความตั้งใจเล็ก ๆ ที่กลายเป็นพลังใจยิ่งใหญ่ให้กับทั้งเด็ก ๆ และคุณครู

เพราะบางครั้ง…สิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำ อาจกลายเป็น “รอยยิ้มที่ยิ่งใหญ่” สำหรับใครอีกหลายคนและนี่แหละคือคำตอบของทุกความตั้งใจ ที่เรียกว่า “ความสุขจากการเป็นผู้ให้” อย่างแท้จริง

‘Mrs.Tourism Thailand 2026’เปิดรับสมัครสาวงาม’ตัวแม่ยุคใหม่’พร้อมขับเคลื่อนวัฒนธรรมไทย

'Mrs.Tourism Thailand 2026'เปิดรับสมัครสาวงาม'ตัวแม่ยุคใหม่'พร้อมขับเคลื่อนวัฒนธรรมไทย

‘Mrs.Tourism Thailand 2026’เปิดรับสมัครสาวงาม’ตัวแม่ยุคใหม่’พร้อมขับเคลื่อนวัฒนธรรมไทย

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.00 น.

กองประกวด Mrs. Tourism Thailand (มิสซิส ทัวริซึม ไทยแลนด์) ประกาศความพร้อม จัดแถลงข่าว การจัดการประกวด Mrs. Tourism Thailand ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ คาลิปโซ่ โดยในปีนี้กองประกวดต้องการเฟ้นหา “สุภาพสตรีที่สมรสแล้ว” เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของ “ตัวแม่” ยุคใหม่ ที่มีทั้งความงาม ความสามารถและพลัง ภายใต้คอนเซปต์ ราชินีเสน่ห์ไทย “Empower• Culture • Connection” มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจและปลดล็อกศักยภาพในตนเองของผู้หญิง เชิดชูอัตลักษณ์ไทย และส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านมุมมองใหม่ การสร้างเครือข่ายระหว่างสุภาพสตรีทั่วโลกเพื่อขับเคลื่อนสังคม เป็นตัวแทนประเทศไทยไปสร้างชื่อเสียงบนเวทีนางงามโลก

หมอกี้ – ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้อำนวยการกองประกวด Mrs. Tourism Thailand เปิดเผยถึงทิศทางในปีนี้ว่า “เราต้องการลบภาพจำแบบเดิมๆ ของการประกวดนางงาม เพราะ Mrs. Tourism Thailand 2026 คือเวทีที่ให้ความสำคัญกับ ‘คุณค่า’ และ ‘พลัง’ เราต้องการเฟ้นหาตัวแม่ที่สามารถเป็น Soft Power ให้กับประเทศ ผสมผสานความงดงามทางวัฒนธรรมไทย เข้ากับวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่การประกวดความงาม แต่เรากำลังหาผู้หญิงที่เป็นตัวแทนประเทศไทยไปพิสูจน์ความสามารถบนเวทีโลก”

ภายในงานแถลงข่าว ได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้และแขกรับเชิญร่วมงานมากมาย นำโดย คุณจิตรลดา กัลย์จาฤก, คุณอสิตา วิมลไชยจิต, คุณนภัสนันท์ พันพึ่ง, ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขาลูกพีซ อชิรญา หนองใหญ่ ผู้จัดการกองประกวด Mrs. Tourism Thailand 2026 พร้อมด้วยนางงามรุ่นพี่ นำโดย ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ Mrs. Tourism Thailand 2022 , รัมณีย์ อภิชัยโชติรัตน์ Mrs.Tourism Thailand 2023, รัชวรรณ เลิศประสิทธิ์โชค Mrs.Tourism Thailand 2024, ไปรยา ธนะศรีสืบวงศ์Mrs Tourism Thailand 2025 พร้อมด้วย ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มาร่วมยืนยันความพร้อมในการผลักดันตัวแทนหญิงไทยสู่สายตาชาวโลก  

นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวมงกุฎเกียรติยศประจำตำแหน่ง และไฮไลต์กิจกรรมของผู้เข้าประกวดที่เน้นการลงพื้นที่จริงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยมี กิจกรรมเก็บตัวในวันที่ 11 – 13 กรกฎาคม 2569  และ รอบตัดสิน (Final Competition) จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569 ร่วมพิสูจน์ความปังและลุ้นว่าใครจะเป็นผู้ครอบครองมงกุฎอันทรงเกียรติ บนเวทีสุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ

กองประกวด Mrs. Tourism Thailand  ขอเชิญชวนสุภาพสตรีที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญนี้ มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปพร้อมกัน สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมประกวด สมัครได้แล้ววันนี้ทาง https://f orms.gle/zkduHYasWg5LDWp19 หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามรายละเอียดได้ทางเพจ Facebook : Mrs Tourism Thailand

สงกรานต์จัดเต็ม’พลพล-อิสร์-โบนัส’สาดความมันส์ เสิร์ฟความสนุกสุดเย็นฉ่ำ

สงกรานต์จัดเต็ม'พลพล-อิสร์-โบนัส'สาดความมันส์ เสิร์ฟความสนุกสุดเย็นฉ่ำ

สงกรานต์จัดเต็ม’พลพล-อิสร์-โบนัส’สาดความมันส์ เสิร์ฟความสนุกสุดเย็นฉ่ำ

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.00 น.

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยกทัพศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค บินลัดฟ้าเสิร์ฟความสุขถึงฮ่องกงในช่วงสงกรานต์     นำโดยศิลปินขวัญใจมหาชน พลพล พลกองเส็ง แท็กทีมหนุ่มหน้าหวานเสียงนุ่ม อิสร์ อิสรพงศ์   และนักร้องสาว โบนัส ภัทรธิรา จัดเต็มสาดความสนุกความมันส์แบบเย็นฉ่ำ ในงาน “Thai Songkran Festival in Kowloon City 2026” จัดโดย กระทรวงการต่างประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ร่วมกับสำนักงานเขตเกาลูนซิตี้ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย ส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-ฮ่องกง ณ สวนเกาลูนซิตี้ คาร์เพนเตอร์ โรด พาร์ค

ภายในงาน ยังจัดให้มีการสาดน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำ พร้อมกิจกรรมสะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทย ทั้งการแสดงแม่ไม้มวยไทย บูทอาหารไทย และไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือคอนเสิร์ตจากศิลปินจากเมืองไทย เปิดเวทีด้วย โบนัส ที่ขนเพลงฮิตอุ่นเครื่องให้แฟนๆได้ม่วนจอยแบบฟินๆ เติมสีสันเรียกเสียงกรี๊ดตั้งแต่ต้น    ไปกับเพลง “จื่อบ่” ก่อนส่งต่อไมค์ให้กับ อิสร์ โชว์สเต็ปแด๊นซ์ปลุกให้ทุกคนลุกขึ้นเต้นแบบไม่พัก พร้อมโชว์เซอร์ไพร์สพิเศษในบทเพลงภาษาจีน “กระบี่ไร้เทียมทาน” จนได้ใจแฟนๆ ชาวฮ่องกงไปแบบเต็มๆ ต่อเนื่องไปกับ พลพล ที่มาสร้างความประทับใจด้วยเสียงทุ้มละมุนในเพลง “ใครคนนั้น” ให้ได้ร้องตามกันทั้งงาน ก่อนจบความสนุกกันด้วยโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทั้งสามคนกับเพลง “พริกขี้หนู” ให้ทุกคนได้เต้นกระจาย เต็มอิ่มไปด้วยความสุขและความสนุกตลอดทั้งงานปิดท้ายด้วยวันชิลล์ๆ กับเหล่าศิลปินที่จะพาไปสัมผัสเสน่ห์ของฮ่องกงแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการเช็กอินแลนมาร์กชื่อดัง เดินเล่นชมบรรยากาศในฮ่องกง เก็บเกี่ยวความประทับใจกลับไปแบบครบ ทุกอรรถรส

อิสร์ อิสรพงศ์ เปิดเผยว่า“ดีใจและเป็นเกียรติมากครับ ที่ได้เป็นตัวแทนศิลปินไทยมาร่วมงานครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีๆ ที่ได้มาพบปะแฟนๆ ชาวไทยในฮ่องกงที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอันงดงามของไทยให้ชาวต่างชาติได้ชื่นชมด้วยครับ”

โบนัส ภัทรธิรา เปิดเผยว่า“รู้สึกตื่นเต้นมากๆค่ะ ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก ตั้งใจเตรียมโชว์เพื่อมอบให้กับแฟน ๆ ที่ฮ่องกงโดยเฉพาะ อยากให้ทุกคนได้ร้อง เต้น และสนุกไปกับการแสดงของพวกเราอย่างเต็มที่ และขอขอบคุณ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ขึ้นมาค่ะ”

สวยดั่งภาพวาด! ‘อแมนด้า ออบดัม’ โชว์ออร่าความงามผ่านดอกบัวสุดวิจิตร

สวยดั่งภาพวาด! ‘อแมนด้า ออบดัม’ โชว์ออร่าความงามผ่านดอกบัวสุดวิจิตร

สวยดั่งภาพวาด! ‘อแมนด้า ออบดัม’ โชว์ออร่าความงามผ่านดอกบัวสุดวิจิตร

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.00 น.

ตัวแม่แห่งวงการนางงามและนักแสดงสาวเจ้าบทบาทอย่าง “อแมนด้า ออบดัม” ปล่อยภาพเซตแฟชั่นล่าสุดที่ทำเอาโซเชียลแทบค้าง ด้วยการพรีเซนต์ความงามในคอนเซปต์ที่ผสมผสานความอ่อนหวานของสตรีไทยเข้ากับศิลปะร่วมสมัยได้อย่างไรที่ติสวยสะกดทุกสายตาในลุคเทพธิดาแห่งสายน้ำที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล โดยเธอสวมชุดราตรีสีชมพูหวานประดับด้วยดอกบัวบานและตูมที่งดงามราวกับเทพธิดาที่หลุดออกมาจากวรรณคดีไทยภาพถ่ายแฟชั่นสุดอลังการของอแมนด้านี้ ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม ด้วยความงดงามที่ลงตัวระหว่างวัฒนธรรมไทยและความทันสมัย ทำให้ภาพนี้กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำที่น่าประทับใจของมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนนี้

ในภาพเซตนี้ อแมนด้ามาในชุดผ้าพริ้วสีชมพู “Pink Lotus” ที่เน้นการจัดวางสรีระอย่างสง่างามการใช้ผ้าโปร่งบางโทนสีชมพูกลีบบัว พันรอบกายและพาดผ่านฉากหลัง สร้างมิติที่ดูเบาสบายแต่แฝงด้วยความหรูหราโดดเด่นด้วยการใช้ “ดอกบัวหลวง” ทั้งแบบบานและแบบตูม มาประดับเป็นศิราภรณ์บนศีรษะและโอบกอดไว้ในอ้อมแขน สื่อถึงความนอบน้อมและความงามที่เบ่งบานอย่างมีคุณค่า หลังจากภาพชุดนี้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาเพื่อนพ้องในวงการและแฟนนางงามต่างเข้ามาถล่มคอมเมนต์และกดหัวใจให้รัวๆ หลายคนนิยามลุคนี้ว่าคือการกำเนิดของ “เทพธิดาปทุมมา” ที่ดูอินเตอร์และทันสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างชัดเจนถือเป็นการตอกย้ำว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ออร่าความสวยและทักษะการถ่ายทอดอารมณ์ของอแมนด้ายังคงเป็นระดับ “ควีน” ที่หาตัวจับยากจริงๆ

สมเด็จครู : นายช่างใหญ่กรุงสยาม

สมเด็จครู :นายช่างใหญ่กรุงสยาม

สมเด็จครู :นายช่างใหญ่กรุงสยาม

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แผ่นดินไทย มีบุคคลสำคัญมากมายที่ร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนา จนเป็นแผ่นดินที่ทรงคุณค่า งดงาม และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง  หนึ่งในนั้นคือ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” ต้นราชสกุล “จิตรพงศ์” ผู้ที่ทรงได้รับยกย่องให้เป็น “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม”

ในวันที่ 28 เมษายน ของทุกปีถือเป็น “วันนริศ” หรือวันคล้ายวันประสูติของ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ ผู้ทรงเปรียบเสมือน “สมเด็จครู” ผู้ทรงเชี่ยวชาญงานช่างและศิลปะไทย และทรงเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปกรรมอันงดงาม อันก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวิทยาการด้านงานช่างและศิลปะไทยอย่างมากมาย ตลอดจนสืบทอดต่อมายังจนปัจจุบันและเนื่องในวาระฉลองวันประสูติครบ 100 ปี ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์  เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2506 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” ประจำปี พ.ศ. 2506 นับเป็นบุคคลไทยคนที่ 2 ที่ได้รับการยกย่องดังกล่าว ต่อจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย และมีการกำหนดให้วันที่ 28 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันครบรอบวันประสูติของพระองค์ เป็น “วันนริศ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

“กรมพระยานริศฯ” มีพระนามเดิมว่า “พระองค์เจ้าจิตรเจริญ” เป็นพระโอรสลำดับที่ 62 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระมารดา คือ พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย  ซึ่งพระอุปนิสัยของพระองค์ ทรงเป็นผู้มีความรู้และความสามารถในวิชาการต่าง ๆ เป็นอย่างดี เพราะพระองค์ทรงมีพระวิริยะ อุตสาหะ และหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มพูนสติปัญญาอยู่เสมอมาตั้งแต่ยังทรงวัยเยาว์ โดยบทบาทสำคัญที่ทรงทำให้พระองค์ทรงเป็นที่ยอมรับอย่างมาก คือ ความรู้และความสามารถในด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม เป็นต้น ดังจะเห็นได้จากบทบาทและพระราชกรณียกิจของพระองค์ ที่เป็นที่ยอมรับและชื่นชม
เช่น พระยาอนุมานราชธน ได้กล่าวถึงพระองค์ไว้ว่า

“ . . . ทรงแสดงให้ปรากฏเห็นว่าเป็นยอดในหมู่ศิลปิน ทางวิจิตรศิลปะไทยอยู่ถึง 4 สาขา คือ สถาปัตยกรรมศิลปะ จิตรศิลป ดุริยางคศิลปะ และวรรณคดี เพียงแต่พระอุโบสถวันเบญจมบพิตรอย่างเดียวก็พอจะกล่าวได้เต็มปากว่า พระองค์เป็นยอดสถาปัตยศิลปินในแบบที่เป็นศิลปะไทย  . . .”
ยกตัวอย่าง ผลงานของพระองค์ที่เป็นที่ยอมรับและยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน

“วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของพระองค์ ซึ่งเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระประสงค์ในการก่อสร้างก็เพื่อจะทรงรักษาพระราชประเพณีของพระมหากษัตริย์อันเป็นพุทธศาสนูปถัมภก โดยสถาปัตยกรรมที่ “กรมพระยานริศฯ”ได้ทรงออกแบบสนองพระบรมราชโองการนี้ คือ พระอุโบสถ ระเบียงคต ศาลาหน้าพระอุโบสถ ซุ้มประตู กำแพงวัด พระที่นั่งทรงธรรม และแผ่นศิลาจารึกสำหรับโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร 

อีกหนึ่งผลงานทางสถาปัตยกรรมที่งดงามเลื่องชื่อคือ “พระที่นั่งวิมานเมฆ” ในพระราชวังดุสิต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่สวนและนาระหว่างคลองผดุงกรุงเกษมไปจรดคลองสามเสนด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดสร้างเป็นอุทยานสถานและพระราชทานนามว่า “สวนดุสิต”

พระอุโบสถ “วัดราชาธิวาสวิหาร” หรือชื่อเดิมคือ วัดสมอราย ก็เป็นผลงานการออกแบบของพระองค์เช่นกัน วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ได้ปฏิสังขรณ์ใหญ่อีกครั้ง มีการรื้อสิ่งก่อสร้างเก่าๆ หลายอย่างทิ้งไป และสร้างใหม่ขึ้นทดแทน รวมถึงพระอุโบสถหลังใหม่ที่สมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นผู้ออกแบบ

ยังมี พระวิหารพระมงคลบพิตร ที่จังหวัดพระนครศนรีอยุธยา และตึกถาวรวัตถุ (ตึกแดง ท้องสนามหลวง) ด้วย ที่ทรงออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์และสวยงาม  ไม่นับตาลปัตรอีกนับจำนวนมากมายที่ทรงออกแบบไว้ จนเป็นที่ลือเลื่องทั้งพระนครว่าฝีมือหาใครเปรียบมิได้
เช่น ตาลปัตรรูปพระธาตุจอมเพชร แห่งพระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี
 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ออกแบบพัดรองที่ระลึก สำหรับงานพระราชพิธีต่างๆ  หลายโอกาส ด้วยความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ และสื่อความถึงวาระโอกาสนั้นๆ  การออกแบบพัดรองถวายพระสงฆ์ จึงได้ขยายออกไปสู่บรรดาพระราชวงศานุวงศ์ และบุคคลสำคัญอื่นๆ ด้วย  นอกจากเป็นของที่ทำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย  จึงทรงรับออกแบบให้แก่เจ้านายพระองค์ต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง นับตั้งแต่รัชกาลที่ 5 กระทั่งมาจนถึงรัชกาลที่ 8

ในปีพุทธศักราช 2481 สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ฯ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร  ในรัชกาลที่ 8  สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2481 ขณะพระชนม์ได้ 54 พรรษา โปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง    พระศพไว้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก่อนจะมีงานพระเมรุพระราชทานเพลิงพระศพ ในพุทธศักราช 2484 ซึ่งในงานพระเมรุครั้งนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้ทรงออกแบบ “พัดรองสังเค็ด” สำหรับงานพระเมรุคราวนั้นอีกครั้ง แม้จะทรงมีพระชนมายุมากถึง 70 กว่าพรรษาแล้ว ก็ยังทรงพระอุตสาหะร่างแบบพัดรองขึ้น ก่อนจะให้ผู้รับผิดชอบนำไปเพิ่มเติมรายละเอียดแก้ไขต่อไป ซึ่งน่าสนใจว่า พัดรองคราวนั้น ได้ทรงออกแบบมาให้เกี่ยวข้องกับเมืองเพชรบุรีตามตำแหน่ง “ทรงกรม” ของเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ฯ ด้วย

รูปพัดรองดังกล่าว มีลักษณะ เป็นพัดผ้าแพรสีเขียวอ่อน อันเป็นสีวันประสูติ คือ วันพุธ ขอบสีเขียวตองอ่อน ส่วนของนมพัดส่วนบน เขียนเป็นรูปพระเจดีย์ทรงลังกาสีขาวอยู่ตรงกลาง ตั้งอยู่บนเนินเขาสีเขียวตองอ่อน ซึ่งมีใบตาลเป็นแฉกประดับอยู่ ถัดลงมาใต้เนินเป็นอักษรโลหะ ที่ออกแบบเพื่อให้เป็นรูป ว.อ. อันย่อมาจากพระนาม “วไลยอลงกรณ์” ประดับอยู่ โดยมีตัวเลขไทย ๒๔๒๗ และ ๒๔๘๑ อยู่ถัดมาทางซ้ายและขวาของอักษรย่อนั้น อันหมายถึงปีประสูติ และสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยองกรณ์ฯ กรมหลวงเพ็ชรบุรีราชสิรินธร

พระเจดีย์ทรงระฆังสีขาว ซึ่งเป็นภาพหลักในพัดรองดังกล่าว มีรูปลักษณะเดียวกันกับ พระธาตุจอมเพชร ปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเพชรบุรี ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนยอดเขามหาสวรรค์ ในเวลาเดียวกันกับที่โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระราชวังขึ้น บนเขาลูกเดียวกันนี้ เมื่อพุทธศักราช 2402

พระธาตุจอมเพชร  นับว่าเป็นลักษณะที่นิยมสร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า เจดีย์ในลักษณะดังกล่าว เป็นเจดีย์ที่มีการถ่ายทอดรูปแบบมาแต่ครั้งโบราณ  ดังปรากฏกระแสพระราชดำริว่าด้วยการสร้างพระเจดีย์ทรงระฆังที่ทรงถือว่าเจดีย์ทรงดังกล่าวเป็นทรงที่ถูกต้องและเป็นรูปแบบที่ได้รับการพัฒนาสืบต่อมาจากลังกา ซึ่งแสดงให้เห็นความเก่าแก่สืบเนื่องมาแต่ครั้งพุทธศาสนาตั้งอยู่ในอินเดีย ก่อนจะเข้ามาสู่ลังกาและสยามประเทศ

พระธาตุจอมเพชร เป็นพระเจดีย์ทรงลังกาองค์ใหญ่ ที่สามารถมองเห็นได้แต่ไกล และด้วยนามที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานว่า “จอมเพชร” อันมาจากพระราชประสงค์ ที่จะให้เป็นปูชนียสถานอันยิ่งใหญ่ของเมืองเพชรบุรีนั้น คล้องกันกับพระนามกรมของสมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ฯ ซึ่งทรงกรมที่ “กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร” นั่นเอง จึงทำให้สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเลือกมาเป็นภาพประกอบพัดรองในงานพระศพเจ้าฟ้าพระองค์นี้

ในทางดุริยางคศิลป์  ทรงนิพนธ์เพลงที่มีชื่อเสียง เช่น เพลงเขมรไทรโยคเพลงสรรเสริญพระบารมี (บทร้อง) และเพลงมหาชัย
ในทางอักษรศาสตร์ ทรงนิพนธ์หนังสือสำคัญของแผ่นดิน คือ สาส์นสมเด็จ ร่วมกับ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ         
ในทางราชการ  ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ กลาโหม และวัง รวมถึงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 7

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นแบบให้ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ปั้นรูปเหมือน ซึ่งเป็นประติมากรรมสำริดครึ่งองค์ชิ้นแรกๆ ของศิลปินท่านนี้ในประเทศไทย ในยุคที่ยังไม่นิยมการสร้างรูปเหมือน  จนโน้มน้าวพระราชหฤทัยให้ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ทรงยอมเป็นแบบให้ปั้นรูปเหมือนในเวลาต่อมา

เนื่องใน “วันนริศ” ปี 2569 นี้  มูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์และสมาชิกราชสกุลจิตรพงศ์มีความยินดีเชิญท่านร่วมงานวันนริศ ประจำปี 2569 ในวันพุธ ที่ 29 เมษายน 2569 ณ บ้านปลายเนิน คลองเตย ตั้งแต่เวลา 9.00 – 19.30 น. เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

 ภายในงาน ท่านจะได้เข้าชมตำหนักไทย สถานที่สร้างสรรค์ผลงานของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หลังจากย้ายมาประทับยังบริเวณคลองเตยเมื่อร้อยปีก่อน ชมศิลปวัตถุทรงคุณค่าที่ทรงสะสมและทรงนับถือในฐานะครูช่าง ก่อนพาท่านชมผลงานฝีพระหัตถ์ชิ้นสำคัญ อันสะท้อนถึงพระปรีชาด้านทัศนศิลป์ โดยปีนี้ ผลงานฝีพระหัตถ์ที่นำมาจัดแสดงในงานประกอบด้วยแบบสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ พระเมรุ รวมถึงแบบร่างงานประณีตศิลป์สำหรับพิธีศพ นอกจากนี้ ท่านยังได้สัมผัสบรรยากาศอันร่มรื่นของสวนภายในบริเวณ ที่ทอดยาวไปสู่ตำหนักตึก สถานที่ประทับสุดท้าย และเรือนละคร ซึ่งอวลด้วยความทรงจำของผู้เคยเรียนนาฏศิลป์และดนตรีไทยในบ้านปลายเนินแห่งนี้

พระประวัติ พระกรณียกิจสำคัญของนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม รวมทั้งเรื่องราวของตำหนักปลายเนินจะได้รับการถ่ายทอดและนำชมโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่

• ม.ล.จิตตวดี จิตรพงศ์ พระทายาท และอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 • นายอธิภัทร แสวงผล ผู้ได้รับรางวัลนริศรานุวัดติวงศ์ (รางวัลแมวมอง) ประจำปี 2565, รางวัลนริศรานุวัดติวงศ์ (ผลงานวิจัยดีเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมไทย) ประจำปี 2568 และผู้ดูแลเพจสมเด็จครู

ผู้สนใจเข้าชมบ้านปลายเนิน สามารถลงทะเบียนได้ตามรอบเข้าชม จำนวน 8 รอบ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ รอบเข้าชมปกติ จำนวน 7 รอบ คือรอบที่ 1 – 7 รอบพิเศษ จำนวน 1 รอบ คือรอบที่ 8  จำกัดจำนวนผู้เข้าชมรอบละ 35 ท่าน ด้วยตำหนักไทยเป็นอาคารอนุรักษ์ จึงจำเป็นต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าชมแต่ละรอบ เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โครงสร้างอาคาร

รอบเข้าชมปกติ รอบที่ 1 – 7  ใช้เวลา  1 ชั่วโมง 10 นาที แบ่งเป็นการนำชมตำหนักไทยและผลงานฝีพระหัตถ์ 50 นาที  การนำชมสวนและอาคารสำคัญในบริเวณ 20 นาที ทุกรอบมีล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษแบบ Simultaneous Translation

รอบที่ 1 : 9.00 – 10.10 น.   บรรยายโดย ม.ล. จิตตวดี จิตรพงศ์

รอบที่ 2 : 10.00 – 11.10 น.  บรรยายโดย นายอธิภัทร แสวงผล

รอบที่ 3 : 11.00 – 12.10 น.   บรรยายโดย  ม.ล. จิตตวดี จิตรพงศ์

รอบที่ 4 : 13.10 – 14.20 น. บรรยายโดย ม.ล. จิตตวดี จิตรพงศ์

รอบที่ 5 : 14.10 – 15.20  น.  บรรยายโดย นายอธิภัทร แสวงผล

รอบที่ 6 : 15.10 – 16.20 น.  บรรยายโดย ม.ล. จิตตวดี จิตรพงศ์

รอบที่ 7 : 16.00 – 17. 10 น.  บรรยายโดย นายอธิภัทร แสวงผล

บัตรเข้าชมสำหรับรอบปกติ รอบที่ 1 – 7  ราคา 500 บาทต่อท่าน ซึ่งสามารถนำบัตรเข้าชมมารับกระเป๋าผ้าที่ระลึกได้ภายในงาน

รอบพิเศษ รอบที่ 8 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ระหว่างเวลา 18.00 – 19.30 น. ประกอบไปด้วย

18.00 – 18.50 น.  การบรรยายเทิดพระเกียรติสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในหัวข้อ ““ด้วยความระลึกถึง” หวนนึกถึงความตายในผลงานฝีพระหัตถ์สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์” โดยนายอธิภัทร แสวงผล ผู้ได้รับรางวัลนริศรานุวัดติวงศ์ ประจำปี 2565 และปี 2568

18.50 – 19.30 น.  นำชมตำหนักไทยยามค่ำแบบ Night Museum  บัตรเข้าชม ราคา 1,000 บาทต่อท่าน ซึ่งสามารถนำบัตรมารับกระเป๋าผ้าที่ระลึกได้ภายในงานเช่นกัน

เปิดจำหน่ายบัตรในวันที่ 17 เมษายนนี้ เวลา 9.00 น.  เป็นต้นไป  ทางเว็บไซต์ https://www.ticketmelon.com/the-naris…/narisday2026  โดยสามารถศึกษาวิธีการลงทะเบียนเบื้องต้นได้จากลิงก์นี้ https://organizer.ticketmelon.com/…/how-to-book-seated…

รายได้จากการจำหน่ายบัตร รวมทั้งเครื่องดื่มและของว่างนานาชนิด สมทบทุนมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ เพื่อสนับสนุนการศึกษา พัฒนาทักษะและความรู้ทางด้านศิลปะไทยทุกแขนง ทั้งด้านดุริยางคศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ และทัศนศิลป์ เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมประจำชาติให้คงอยู่สืบไป

‘THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026’เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก

'THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026'เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก

‘THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026’เฟ้นหาสุดยอดไอดอลเลือดใหม่เตรียมโกอินเตอร์สู่เวทีระดับโลก

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จบลงอย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ สำหรับโปรเจกต์เฟ้นหาดาวดวงใหม่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดแห่งปี “THE IDOL NEXT GEN THAILAND 2026” รอบไฟนอล ณ คาลิปโซ่ คาบาเร่ต์ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ทรงคุณวุฒิในวงการบันเทิงอย่างล้นหลาม เพื่อร่วมพิสูจน์ศักยภาพของเยาวชนไทยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดทางเพศ ภายใต้คอนเซปต์ Gender Inclusive​บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก เริ่มต้นด้วยแฟชั่นโชว์สุดตระการตาจากเหล่าผู้เข้าประกวด ตามด้วยการแสดงรอบความสามารถพิเศษที่แต่ละคนงัดไม้ตายทั้งร้อง เต้น และการแสดงออกมามัดใจคณะกรรมการ นำโดย คุณน็อต แม็กซิม (กฤติน จิกิตศิลปิน), คุณเวสป้า อิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา พร้อมไฮไลท์สุดพิเศษกับโชว์จาก ตะวัน-ภูตะวัน แย้มใสย์ (ตะวัน วง XI) ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์

สรุปผลการประกาศรางวัลค่ำคืนแห่งเกียรติยศ

​ผู้ที่ฉายแววโดดเด่นและคว้าตำแหน่งในแต่ละรุ่น มีดังนี้:

​รุ่น Teen (เยาวชน)

​รางวัลชนะเลิศ: ขวัญเอย – ณัฏฐ์กฤตา โรจน์รัตนกานต์

​รองชนะเลิศอันดับ 1: พอร์ช – กันตภณ เจตนาไทกุล

​รองชนะเลิศอันดับ 2: วีนัส – วีนัส พงษ์ประสิทธิ์

​รองชนะเลิศอันดับ 3: วินเทอร์ – ณัฏฐ์ธนัน มาสมบูรณ์

​รองชนะเลิศอันดับ 4: เอญ่า – อัญญพัชร์ รุ่งเรืองธนาวงศ์

​รุ่น Child (เด็ก)

​รางวัลชนะเลิศ: น้องเจ้านาง – ศิรภัสสร วิริยะศาสตร์

​รองชนะเลิศอันดับ 1: น้องลินา – วรวลัญช์ ชูศรีพัฒน์

​รองชนะเลิศอันดับ 2: น้องมิวสิค – สุพิชชญา ไพรสุวรรณ

​รองชนะเลิศอันดับ 3: น้องโบนัส – ปิ่นปินัทธ์ บุณย์ธราพัฒน์

​รองชนะเลิศอันดับ 4: น้องเจอาร์ – ธนกฤต จักรแก้ว และ น้องจีโอ้ – ธนวิน จักรแก้ว

​รางวัลพิเศษ (Special Awards)

​Sakiso Brand Ambassador Contest 2026: พอร์ช – กันตภณ เจตนาไทกุล และ มายลีณ – อภิรมย์กัลยา ศศิพงศ์ไพโรจน์

​The Next Icon By “VESPA”: ขวัญเอย – ณัฏฐ์กฤตา โรจน์รัตนกานต์ และ โทสต์ – วรินทร กิจธนากำจร

​ก้าวต่อไปสู่ระดับสากล: ผู้ชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกาศศักดาบนเวทีระดับโลกอย่าง Junior Celebrity World ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

​ความรู้สึกจากผู้จัดงาน

​คุณส้ม-พิศณุพร แก้วพิภพ ผู้ถือลิขสิทธิ์และผู้อำนวยการกองประกวด เผยว่า:”ส้มรู้สึกภูมิใจมากค่ะที่เห็นน้องๆ ทุกคนตั้งใจพัฒนาตัวเองมาจนถึงรอบนี้ เวทีนี้เราสร้างขึ้นเพื่อเปิดโอกาสแบบ Gender Inclusive อย่างแท้จริง เพราะเราเชื่อว่าความฝันไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศ วันนี้ทุกคนพิสูจน์แล้วว่าเด็กไทยมีศักยภาพพร้อมก้าวสู่ระดับสากล และเราพร้อมจะผลักดันผู้ชนะให้ไปให้ไกลที่สุดบนเวที Junior Celebrity World ค่ะ”

​คุณทิพย์-พันธ์ทิพย์ วัฒนวารุณ ผู้ถือลิขสิทธิ์และผู้อำนวยการกองประกวด กล่าวเสริม:”กระแสตอบรับปีนี้เกินคาดมากค่ะ คณะกรรมการหนักใจทุกคนเพราะน้องๆ มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่ต่างกัน ทิพย์อยากให้เวทีนี้เป็นบันไดขั้นแรกที่มั่นคง ให้พวกเขาได้รับทั้งประสบการณ์และการฝึกฝนสู่การเป็นไอดอลมืออาชีพ ฝากทุกท่านช่วยเป็นกำลังใจและติดตามผลงานของเด็กๆ ต่อไปด้วยนะคะ”

​ขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี​ความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจาก:​คุณส้ม-พิศณุพร แก้วพิภพ (Spectra): ผู้นำการส่งออกต้นไม้สู่ประเทศซาอุดิอาระเบีย​คุณทิพย์-พันธ์ทิพย์ วัฒนวารุณ (หมวยขายเสื้อ): ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าทุกรูปแบบ​Sakiso Thailand: เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานกิ๊ฟช้อปสไตล์ญี่ปุ่น​Minny Kids Closet: เสื้อผ้าเด็กออกงานสุดพรีเมี่ยมที่เป็นกระแสที่สุดในโลกออนไลน์​บริษัท รักษาความปลอดภัย ไดมอน เซอร์วิสเซส จำกัด (SDS)​IN2IT เครื่องสำอางค์ และ ICEAGE ไอศกรีม

​ช่องทางการติดตาม:ร่วมเป็นกำลังใจให้เหล่าไอดอลรุ่นใหม่ได้ที่ Facebook: THE IDOL NEXT GEN THAILAND

​#THEIDOLNEXTGENTHAILAND2026 #THEIDOLNEXTGEN #GenderInclusive #JuniorCelebrityWorld #ไอดอลไทยไประดับโลก #ขวัญเอยณัฏฐ์กฤตา #น้องเจ้านางศิรภัสสร #CalypsoCabaret #Asiatique #ข่าวบันเทิง

INK – JEFF SATURE – 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! ‘พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026’

INK - JEFF SATURE - 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! 'พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026'

INK – JEFF SATURE – 4EVE ชวนสัมผัสประสบการณ์เล่นน้ำสุดเดือด! ‘พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026’

วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เตรียมตัวให้พร้อมกับมหกรรมความบันเทิงริมทะเลสุดยิ่งใหญ่ “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026” ภายใต้ความร่วมมือของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา, เมืองพัทยา และ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ MONOMAX (โมโนแม็กซ์) เดินหน้ายกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เวทีระดับโลก

ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมครบทุกมิติ ทั้งคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย โซนเล่นน้ำสุดชุ่มฉ่ำตลอดแนวชายหาด และประสบการณ์ความบันเทิงที่ผสาน “ดนตรี กีฬา และวัฒนธรรม” ไว้อย่างลง พบกับโครงการ “สาดศิลป์ ริมทะเล เสน่ห์สงกรานต์ เมืองพัทยา” ที่เปิดพื้นที่ให้ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย ผ่านกิจกรรมสรงน้ำพระและสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 4 ภาค และพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไทย พร้อมตื่นตากับประติมากรรมเจดีย์ทราย เพลิดเพลินกับลานวัฒนธรรม การแสดงรำวงพื้นบ้าน และการละเล่นไทยโบราณนอกจากนี้ ยังครบครันด้วยโซน “ชม ชิม ช็อป” รวมอาหาร 4 ภาค และผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ รวมถึงนิทรรศการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 11 อำเภอของจังหวัดชลบุรี  พร้อมพานักท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในมิติใหม่ด้านความบันเทิง เตรียมพบกับทัพศิลปินตัวท็อปของเมืองไทย อาทิ INK Waruntorn, Tattoo Colour, 4EVE, Jeff Satur, New Country, Lipta, PROXIE, THX, F.HERO, INDIGO, Maiyarap และ Joey Boy ที่จะสลับกันขึ้นเวทีสร้างความมันส์ตลอดทั้ง 3 วัน พิเศษสุดในวันที่ 19 เมษายน เตรียมมันส์ต่อเนื่องกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล Premier League ระหว่าง Liverpool พบ Everton ให้แฟนบอลได้ร่วมเชียร์กันสนั่นหาด

โดย 3 ศิลปินไฮไลต์ INK Waruntorn, Jeff Satur และ 4EVE เผยความรู้สึกตรงกันว่า“รู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานวันไหลพัทยาในปีนี้ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ผสมผสานทั้งคอนเสิร์ตและวัฒนธรรมสงกรานต์ไทยไว้ได้อย่างลงตัว อยากชวนทุกคนมาร่วมสนุก เล่นน้ำ และสร้างโมเมนต์ความทรงจำดีๆ ไปด้วยกัน รับรองว่างานนี้สนุกครบทุกมิติ และมันส์ยกหาดแน่นอน”

ปักหมุดแล้วออกมาสนุกไปด้วยกันใน “พัทยา สงกรานต์ วันไหล 2026” วันที่ 17–19 เมษายนนี้ ณ ชายหาดพัทยากลาง พร้อมลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน PEEP SHARE

#MONOMAXวันไหลพัทยา2026 #MonomaxSongkranPattaya #วันไหลพัทยา2026 #งานวัน