‘แอ๊ด คาราบาว’ เล่าหมดเปลือก! มิตรภาพ’เจ้าสัว CP’ ที่ไม่มีวันลืม จากวงไก่ชน สู่เบื้องหลัง ‘คาราบาวแดง

12 กันยายน 2569 เวลา 12:02 น.

ธนินท์ เจียรวนนท์

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Add Bao เป็นบันทึกความทรงจำและมิตรภาพอันยาวนานที่มีต่อ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อ ซีพี เล่าถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ บทเรียนชีวิต และความช่วยเหลือทางธุรกิจที่ไม่มีวันลืม

โดย แอ๊ด คาราบาว เล่าว่า ครอบครัวของตนเป็นคนไทยเชื้อสายจีนอพยพที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารแบบ เสื่อผืนหมอนใบ เช่นเดียวกับตระกูลใหญ่ในไทยที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศ ซึ่งต่างจากกลุ่ม “จีนเทา” ในปัจจุบัน โดยจุดเริ่มต้นที่ได้พบกับนายธนินท์เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2530–2531 ณ สนามชนไก่ จ.ชลบุรี ก่อนที่นายธนินท์จะชวนไปชมฟาร์ม และมอบไก่ชนพันธุ์เวียดนามให้นำไปเพาะพันธุ์ จากนั้นทั้งคู่จึงสนิทสนมกันผ่านความชอบในการชนไก่ ได้เดินทางไปแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับบุคคลสำคัญในตระกูลเจียรวนนท์ เช่น นายจรัญ และนายมนตรี เจียรวนนท์

Add Bao

ยิงยาวถึงเหตุการณ์สำคัญ ในช่วงที่เกิดวิกฤตไข้หวัดนก นายธนินท์ได้ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมอาชีพไก่ชนไทย และมอบหมายให้ตนดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ เพื่อร่วมกันเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชนในขณะนั้น

นอกจากประเด็นไก่ชน แอ๊ด คาราบาว ได้ถ่ายทอดบทเรียนและประทับใจในตัวนายธนินท์หลายประการ เช่น ความอ่อนน้อมถ่อมตน แม้เป็นนักธุรกิจระดับแสนล้าน แต่นายธนินท์จะตักอาหารให้แขกก่อนเสมอ เดินมาส่งแขกถึงประตูรถทุกครั้ง และให้เกียรติเรียกว่า “เพื่อน” อย่างไม่ถือตัว หรือในด้านปรัชญาและมุมมองชีวิต มองการแข่งขันมากกว่าแพ้ชนะ แต่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ และสอนเรื่องความประหยัด ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในสิ่งที่ไม่จำเป็น

Add Bao

ไม่เพียงแค่นั้นในด้านการสนับสนุนทางธุรกิจ ช่วงก่อตั้งธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง นายธนินท์เป็นผู้แนะนำให้ปรับชื่อแบรนด์จาก คาราบาวตะวันแดง เหลือเพียง คาราบาวแดง เพื่อความกระชับ พร้อมทั้งช่วยประสานงานผ่อนปรนเงื่อนไขทางการค้าในการนำสินค้าเข้าวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น และเสนอโอกาสในการขยายตลาดไปยังประเทศจีน

แอ๊ด คาราบาว ยังได้ทิ้งท้ายว่า แม้ในปัจจุบันตนและ เสถียร เสถียรธรรมะ จะเติบโตขึ้นในทางธุรกิจ จนบางธุรกิจอาจดูเหมือนเป็นคู่แข่งกับเครือซีพี แต่ทั้งตนและนายเสถียรยังคงเคารพและกตัญญูต่อ นายธนินท์ เจียรวนนท์ อย่างสุดจิตสุดใจ ในฐานะผู้มีพระคุณ ครู และเพื่อนผู้มอบโอกาสที่ไม่มีวันลืมตลอดชีวิต

Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Add Bao

‘ครูสลา’ เผยศิลปินคู่ชีวิต เบื้องหลังเพลงฮิตระดับประเทศ แต่งจบใน 1 ชั่วโมง

11 กันยายน 2569 เวลา 17:30 น.

“ครูสลา คุณวุฒิ” เปิดใจถึงเส้นทางบนถนนสายดนตรี กับบทบาทคนเบื้องหลังที่สร้างศิลปินนักร้องมาแล้วมากมาย พร้อมย้อนความทรงจำถึงนักร้องที่ร่วมฝ่าฟันมาด้วยกันตั้งแต่ยุคเริ่มต้น โดยยกชื่อ “ไมค์ ภิรมย์พร” เป็นหนึ่งในคนสำคัญที่ผ่านทั้งช่วงลำบากและการเรียนรู้มาด้วยกัน

ครูสลาเล่าว่าช่วงแรกทั้งครูและไมค์ต่างก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จเพราะต่างคนต่างเพิ่งเริ่มต้นในเส้นทางของตัวเองถึงขั้นที่แกรมมี่ส่ง “ไมค์ภิรมย์พร” และ “พรชัยวรรณศรี” ไปเรียนร้องเพลงกับอาจารย์สยามรักถิ่นไทยที่จังหวัดอุบลราชธานีและเป็นจังหวะเดียวกับที่ครูสลาเองก็เป็นนักแต่งเพลงมือใหม่จึงเปรียบเหมือนการ “เข้าโรงเรียนพร้อมกันแต่ต่างวิชาเอก” ก่อนจะค่อยๆเรียนรู้ลองผิดลองถูกและต่อสู้มาด้วยกันผ่านความยากความเสี่ยงและการลุ้นกับชีวิตจนในที่สุดประสบความสำเร็จกลายเป็นภาพความทรงจำสำคัญบนเส้นทางดนตรีของทั้งคู่

อีกหนึ่งเรื่องที่ครูสลาเล่าด้วยความประทับใจคือเบื้องหลังเพลงฮิต“ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้” ของ “ตั๊กแตนชลดา”ซึ่งเกิดขึ้นจากโจทย์เร่งด่วนหลังทีมงานพบว่าอัลบั้มยังขาดเพลงอีกหนึ่งเพลง

ครูสลาเผยว่าขณะนั้นเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ยุโรปก่อนจะได้รับการประสานกลับมาว่าอัลบั้มของตั๊กแตนยังปิดไม่ลงเพราะเหลือเพลงสุดท้ายอีกหนึ่งเพลงโดย “อาจารย์บอยธีระพงษ์” ซึ่งดูแลด้านดนตรีต้องการเพลงในรูปแบบหนึ่งจึงส่งโจทย์มาให้ครูสลา

จากโจทย์ดังกล่าวครูสลาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการแต่งเพลงก่อนนำไปเกลาเนื้อร้องและนัดตั๊กแตนเข้ามาร้องเพื่อใช้เป็นเพลงปิดอัลบั้ม

หลังปล่อยเพลงออกมาเพลงกลับได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วและขึ้นชาร์ตเพลงลูกทุ่ง FM ทันทีในช่วงนั้นเพลง “จิรักหรือจิหลอก” ถูกปล่อยออกมาก่อนและเริ่มมีกระแสตอบรับขณะที่เมื่อพูดถึงเพลงของตั๊กแตนหลายคนก็มองว่าเพลงดังน่าจะเป็นเพลงนี้เพราะเป็นเพลงภาษาโคราชซึ่งเป็นภาษาบ้านเกิดของตั๊กแตนและมีอาจารย์สิงห์เฒ่าศราวุธเป็นผู้แต่ง

แต่สิ่งที่ทำให้ครูสลาประหลาดใจก็คือมีคนบอกว่า “ไม่ใช่” เพราะยังมีอีกหนึ่งเพลงช้าที่กำลังมาแรงจนครูสลาต้องถามกลับว่า “เพลงอะไร?”

เมื่อได้ยินชื่อเพลงครูสลาถึงกับร้องอุทานว่า…  “นั่นคือเพลงที่ตัวเองเคยแต่งขึ้นแบบเร่งรีบในตอนนั้น และกลายเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่อยู่ในความทรงจำของครู โดยมองว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่แต่งแบบเร่งด่วนแล้วได้ผลตอบรับดี และยังมีอีกหลายเพลงที่เป็นลักษณะนี้”

ยินดีกับ ‘พีเจ มหิดล’ สำเร็จการศึกษา คว้าปริญญาตรี นิเทศฯ จุฬาฯ

11 กันยายน 2569 เวลา 15:41 น.

ร่วมยินดีกับอีกหนึ่งความสำเร็จของ “พีเจ-มหิดล พิบูลสงคราม” หนึ่งในนักแสดงหนุ่มสุดฮอตจาก iQIYI Original “GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน” ที่ล่าสุดขึ้นแท่นบัณฑิตใหม่ป้ายแดง คว้าปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากตั้งใจเรียนควบคู่ไปกับการทำงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มที่

งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับรวมถึงคนบันเทิงเตรียมจัดเต็มของขวัญเพื่อร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคึกคัก

โดยพีเจมีกำหนดการเข้ารับปริญญาบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นี้

‘ฝน-ไอซ์-เบน’ชวนแฟน ‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’ ลุ้นแชมป์เพลงลูกทุ่งสุดฮิต ‘รักจางที่บางปะกง’

11 กันยายน 2569 เวลา 15:36 น.

คึกคักครื้นเครง ดวลเพลงดัง พลังมัธยม การันตีความบันเทิง เปิดเวทีเฟ้นหาหนุ่มน้อยเสียงดีดวลโจทย์เพลงฮิตประจำสัปดาห์ พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ ส่งคนบันเทิงมากประสบการณ์ฝน-ธนสุนทร, ไอซ์-ศรัณยู และเบน-สันติราษฎร์ นั่งเก้าอี้กรรมการร่วมตัดสิน พร้อมแชร์เทคนิคดี ๆ ทั้งเรื่องการร้องการทำโชว์ รวมถึงการบริหารเสน่ห์บนเวที ทำให้การแข่งขันสนุกเข้มข้นและสูสีกันมาก ๆ แต่ก่อนจะไปร่วมลุ้นและสนุกกับเสียงเพลง มีโชว์บรรเลงขลุ่ยสุดพิเศษจาก ครูเอิร์ธ-นรภัทร ภาบรรจงจิตต์ หัวหน้าโครงการทูตวัฒนธรรมเครือข่ายองค์กรศาสนาพุทธโลก เจ้าของรางวัล The Best Teacher Award ระดับ World Music และ น้องเควิน-อัศวงศ์รัตน์ อัสรางชัย แชมป์ดนตรีโลก วัฒนธรรมวินิต ตัวแทนคนไทยขลุ่ยไทยเวทีโลก มาฝากกันด้วย

 จากนั้นลุ้นและเชียร์ 3 ผู้เข้าแข่งขัน น้องอันดา, น้องออโต้ และน้องกิต กับภารกิจพิชิตแชมป์เพลงลูกทุ่งยอดฮิต  รักจางที่บางปะกง ของนักร้องชั้นครู สดใส รุ่งโพธิ์ทอง โจทย์สัปดาห์นี้โดนใจกรรมการและผู้ชม แม้เนื้อหาจะแอบเศร้า
แต่มีดนตรีสนุกสนานชวนให้เต้นตาม ทำให้เหล่าผู้เข้าแข่งขันต้องงัดความสามารถออกมาสู้กัน จัดเต็มทั้งเสียงร้อง ลีลาท่าทาง โดยเฉพาะโน้ตประหารที่ต้องเก็บทุกเม็ด โกยคะแนนให้มากที่สุด ใครจะคว้าแชมป์และถ้วยรางวัลไปครอง มีนัดกัน
วันพุธนี้ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 16 กันยายนนี้เวลา 13.10 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment  และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

‘ไบร์ท วชิรวิชญ์‘ สร้างโมเมนต์ระดับโลก กระทบไหล่ CEO คนใหม่ของ Apple

11 กันยายน 2569 เวลา 15:31 น.

“ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี” สร้างอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญบนเส้นทางระดับนานาชาติ หลังได้รับเชิญจาก Apple ให้เข้าร่วม Apple Event: Surprise and Shine ณ Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 8 และ 9 กันยายน 2569 ท่ามกลางแขกรับเชิญจากหลากหลายประเทศทั่วโลก

ไฮไลต์สำคัญคือการได้พบปะพูดคุยและถ่ายภาพร่วมกับ John Ternus CEO คนใหม่ของ Apple ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งภาพที่น่าจดจำและสะท้อนช่วงเวลาสำคัญของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของแบรนด์ระดับโลก

วันที่ 8 กันยายนไบร์ทได้รับเชิญให้ร่วมดินเนอร์ณ Apple Park ซึ่งจัดขึ้นสำหรับแขกรับเชิญพิเศษโดยเฉพาะท่ามกลางบุคคลจากหลากหลายวงการและหลากหลายประเทศเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของ Apple Park

ต่อเนื่องในวันที่ 9 กันยายนไบร์ทปรากฏตัวณ Steve Jobs Theater เพื่อร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมสัมผัสประสบการณ์ต่างๆภายใน Apple Park อย่างใกล้ชิดทั้งเทคโนโลยีดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์

การได้รับเชิญครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวของ “ไบร์ทวชิรวิชญ์” ในฐานะศิลปินและนักแสดงจากประเทศไทยกับการปรากฏตัวในงานสำคัญระดับโลกและได้ร่วมอยู่ในโมเมนต์แห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ Apple พร้อมสร้างอีกหนึ่งภาพจำบนเวทีนานาชาติ

‘จูเน่ เพลินพิชญา’ สวยแกลมสะกดทุกสายตา! เปลี่ยนลุคสุดปัง ร่วมชม Ralph Lauren Spring 2027 ที่นิวยอร์ก

11 กันยายน 2569 เวลา 15:07 น.

 เรียกเสียงฮือฮาให้กับรันเวย์ไม่น้อย เมื่อ “จูเน่ – เพลินพิชญา โกมลารชุน” นักแสดงมากความสามารถ ปรากฏตัวในลุคสุดแกลมจากลักชัวรีแบรนด์ระดับโลก Ralph Lauren เพื่อร่วมชมแฟชั่นโชว์ Ralph Lauren Spring 2027 Collection ณ มหานครนิวยอร์ก งานนี้บอกเลยว่าออร่าความสวยมาเต็ม! ทำเอาเหล่าช่างภาพพร้อมใจกดแฟลชกันรัว ๆ เมื่อเจ้าตัวสลัดภาพสาวหวาน พลิกลุคมาเป็นสาวสวยสุดแกลมที่ทั้งหรูหรา โดดเด่น และเต็มไปด้วยเสน่ห์ จนกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่เรียกสายตาจาก
ฟรอนต์โรว์ได้อยู่หมัด

นอกจากจะโดดเด่นด้วยลุคสุดแกลมจนเหล่าช่างภาพกดแฟลชกันรัว ๆ แล้ว งานนี้ “จูเน่” ยังได้กระทบไหล่เหล่าคนดังระดับโลกที่มาร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ไวโอลา เดวิส (Viola Davis), เมแกน เฟฮี (Meghann Fahy), อาเรียนา เดอโบส (Ariana DeBose), ไอซา กอนซาเลซ (Eiza González), ซินเทีย เอริโว (Cynthia Erivo), กิโกะ มิซูฮาระ (Kiko Mizuhara) และอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สาวไทยได้เฉิดฉายท่ามกลางเหล่าซูเปอร์สตาร์ระดับโลก พร้อมร่วมสัมผัสเสน่ห์ของ Ralph Lauren Spring 2027 อย่างใกล้ชิด

สำหรับคอลเลกชัน Spring 2027 Ralph Lauren พลิกนิยามความชิคผ่านมุมมองใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังบวก ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตผ่านอิสระแห่งดีไซน์ พร้อมผสานความโรแมนติก ความดิบเท่ และความประณีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนเสน่ห์ของหญิงสาวที่กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองและสนุกไปกับการสร้างสรรค์สไตล์ในแบบที่ไม่ซ้ำใคร โดดเด่นด้วยพาเลตต์สี น้ำเงินกรมท่าและสีขาว ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกเหนือกาลเวลา ควบคู่กับซิลูเอตที่ชัดเจนและมีโครงสร้าง โดยเฉพาะ กางเกงทรงกว้าง ที่กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของคอลเลกชัน เสริมด้วยไอเทมเดนิม แจ็กเก็ต และชุดสูทที่ยังคงถ่ายทอดกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ralph Lauren ได้อย่างชัดเจน

@RalphLauren
#RalphLauren #RalphLaurenSpring27 

#RLCollection #NYFW

‘ปอป้อ แพนเค้ก บี้’ร่วมงานเปิดเกม DITP กับหมากใหญ่ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ดันเสน่ห์สุขภาพแบบไทย

11 กันยายน 2569 เวลา 14:14 น.

ในวันที่ผู้บริโภคทั่วโลกไม่ได้มองหาเพียงสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” และ “สุขภาวะที่ดี” มากกว่าที่เคย อุตสาหกรรม Wellness จึงกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness)  อาหารเพื่อสุขภาพ ความงาม สปา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ 

รายงาน Global Wellness Economy: Country Ranking Report จากสถาบันวิจัย Global Wellness Institute (GWI) องค์กรวิจัย การศึกษา และสถิติระดับสากลสำหรับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจด้านสุขภาพ (Wellness Economy)  เปิดเผยว่าตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของประเทศไทยในปี 2567 ขยายตัวถึง 10% เมื่อเทียบกับปี 2566 หรือนับเป็นมูลค่าจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness) ของไทยเติบโตอย่างโดดเด่น โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลกและอันดับ 9 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยที่สร้างมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สร้างมูลค่าสูงสุดกว่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 15 ของโลก การแพทย์แผนดั้งเดิมและทางเลือกสร้างมูลค่า 3.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก และธุรกิจสปาสร้างมูลค่า 1.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก โดยกลุ่มสปาเชิงการแพทย์ (Medical Spa) มีการขยายตัวแบบก้าวกระโดดที่ 13.8%

เจาะหมากใหญ่ขยับธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโกลบอล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ กลุ่มสินค้าและบริการสุขภาพ ความงาม และ Wellness ผ่านการจัดคณะผู้แทนการค้าและการร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก พร้อมวางแผนเชิงรุกปี 2570 “ขับเคลื่อนธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโลก” เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาด Niche ได้แก่ การมุ่งเจาะกลุ่มสปาหรู (Luxury Spa) ในตลาดยุโรป กลุ่มบริการทางการแพทย์ (Medical) ในตะวันออกกลาง

กลุ่มบริการเสริมความงามและการนวดในจีน และกลุ่มนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่น เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน โดยผลการดำเนินงานผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดนานาชาติสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้าได้ถึง 468.44 ล้านบาทในปี 2568 ผ่านการจัดกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 6 ครั้ง (กัมพูชา ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และจีน 2 เมือง) รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Cosmoprof 2024 ณ เมืองฮ่องกง และ 159.60 ล้านบาทในปี 2569 จากกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 3 ครั้ง (ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเวียดนาม) และการเข้าร่วมงาน Cosmoprof 2025 ณ เมืองฮ่องกง

ก้าวต่อไป เมื่อประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026

การเติบโตของธุรกิจด้าน Wellness ของประเทศไทย ไม่ใช่เพียงกระแสที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่เป็นสิ่งที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติ การแพทย์ การบริการ และวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จนได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้าน Wellness ของโลก พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ และในปี 2569 นี้ ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดด้านสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Summit) ครั้งที่ 20 ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำระดับนานาชาติ ในการร่วมกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 นี้

ความท้าทายและโอกาสในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Wellness

ตลาดส่งออกสินค้า Wellness และสมุนไพรไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อตลาดหลักเดิมเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น (-15.56%) ที่โดนผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าและเศรษฐกิจซบเซา ออสเตรเลีย (-22.25%) ที่ผู้บริโภคต้องประหยัดจากภาระหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูง หรือจีนที่เติบโตแบบทรงตัว (+1.05%) ที่คนรุ่นใหม่หันไปอินกับแบรนด์ในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยยังคงมีทางรอดและโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และเมียนมา ที่ยังคงโตต่อเนื่องเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและมองว่าสินค้าไทยหรูหราในราคาที่จับต้องได้ “Affordable Luxury”  รวมไปถึงขุมทรัพย์ใหม่อย่างตะวันออกกลาง ทั้งซาอุดีอาระเบีย  (+25.51%) และ UAE (+22.82%) ที่มีกำลังซื้อสูงมากและหลงใหลในเครื่องหอมกับน้ำมันหอมระเหยของไทย สถานการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้ประกอบการไทยจะเน้นขายเน้นปริมาณแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องเร่งใส่ “นวัตกรรม” ยกระดับภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ และหันมาจับตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในเวทีโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับ NEXT LEVEL ต่อไป

เมื่อแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL พร้อมยก Wellness ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนจากการ “ซื้อสินค้า” ไปสู่การ เลือกรูปแบบ “ไลฟ์สไตล์” การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถตอบโจทย์ตลาด Wellness จึงเป็นภารกิจสำคัญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ผลักดัน Wellness ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเสาหลักของการส่งเสริมการค้าไทย ภายใต้แนวคิด Thai to Global — From Local Value to Global Vision มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าและบริการไทยเชื่อมโยงกับวิถีแห่งสุขภาวะ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลก

ขับเคลื่อนแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ผ่าน 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า แคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567 มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลกอย่างครบวงจร โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทย ในปีนี้ DITP มุ่งผลักดันสินค้าและบริการด้าน Wellness ไทย มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ นวัตกรรมสุขภาพ และบริการที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรักสุขภาพ ให้สามารถขยายโอกาสทางการค้า สร้างการยอมรับ และแข่งขันได้ในเวทีโลก ผ่านการนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและบริการไทยที่มีเอกลักษณ์ สร้างสรรค์ นวัตกรรม และมีคุณภาพ ทั้งในกลุ่มบริการทางการแพทย์และความงาม บริการส่งเสริมสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเวชสำอาง อาหารสุขภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

ล่าสุดกับการเปิดตัว 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ แฟชั่น อาหาร และ Wellness เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าบริการไทยสู่สายตาผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคในตลาดโลก

“ปอป้อ–ทรัพย์สิรี” แชมป์โลกนักแบดมินตันหญิง ชูศักยภาพ Wellness ไทย

ปอป้อ–ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์โลกและอดีตนักกีฬาอันดับ 1 ของโลกประเภทคู่ผสม รับบทแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้าน Wellness ของแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ถ่ายทอดศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยภาพลักษณ์ของนักกีฬาระดับโลกที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง วินัย ความเป็นมืออาชีพ และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ปอป้อจึงเป็นตัวแทนที่สะท้อนคุณค่าของ Wellness ได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของการมีสุขภาวะที่ดี การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ สร้างการรับรู้ว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นจุดหมายด้าน Wellnessที่ครบวงจรและมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก ภาพลักษณ์ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนผ่านบุคคลต้นแบบเท่านั้น แต่ยังได้รับการต่อยอดสู่ผู้ประกอบการไทยที่สามารถพัฒนาสินค้าและบริการด้าน Wellness ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทย จนสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างโดดเด่น

ดึง “แพนเค้ก เขมนิจ – บี้ ธรรศภาคย์” ร่วมบูมแฟชันและอาหารไทยมัดใจชาวโลก

นอกจากนี้ยังมี แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางแบบและนักแสดงผู้มีประสบการณ์ในวงการแฟชั่นทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในฐานะตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์และมาตรฐานระดับสากล สะท้อนจุดแข็งของแฟชั่นไทยที่หลอมรวมงานหัตถศิลป์ ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการออกแบบร่วมสมัยไว้ในผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมี บี้ ธรรศภาคย์ ชี นักร้องและนักแสดงไทยผู้ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในประเทศจีน เป็นตัวแทนถ่ายทอดศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก โดยอาศัยภาพลักษณ์ของศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อสินค้าอาหารไทยในวงกว้าง

ทั้งนี้ DITP เล็งเห็นการต่อยอดความสำเร็จของสินค้าและบริการด้าน Wellness เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผสานศักยภาพทั้งด้านภูมิปัญญา วัฒนธรรม การบริการ และนวัตกรรม มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม ยกระดับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดโลก และขยายเครือข่ายเชิงรุก รักษาส่วนแบ่งในตลาดหลักและเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การจัดตั้งคณะผู้แทนการค้าเยือนต่างประเทศ และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในระดับประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการของ DITP สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.ditp.go.th, Facebook : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ DITP, LINE Official @DITP หรือสายด่วน 1169 และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านเว็บไซต์ https://thinkthailand.ditp.go.th, http://WWW.THAITRADE.COM, https://nea.ditp.go.th

#Thinkthailandnextlevel #Thaitoglobal #Thinkthailand #DITP

#คิดจะส่งออกนึกถึงDITP

ปิดดีลยืนยันสิทธิ์ ‘กรุงเทพฯ–นนทบุรี–นครศรีฯ’แตะมือ ‘ผู้กองแคท’ พร้อมปลุกตำนานนางสาวไทยให้กลับมายิ่งใหญ่สะเทือนวงการ

11 กันยายน 2569 เวลา 14:18 น.

นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการนางงามไทย เมื่อการประกวด “นางสาวไทย ประจำปี 2570” ภายใต้แนวคิด “The Golden Era – ยุคทองแห่งสยามสากล” ประกาศเปิดตัวผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดระดับจังหวัดกลุ่มปฐมฤกษ์ จาก 3 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และนครศรีธรรมราชทั้ง 3 จังหวัดได้ดำเนินการลงนามสัญญาและชำระเงินเพื่อยืนยันสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย พร้อมก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญกลุ่มแรกที่จะร่วมวางรากฐาน สร้างมาตรฐาน และขับเคลื่อนเวทีนางสาวไทยบทใหม่ให้กลับมาทรงพลังในระดับประเทศการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นำโดย “ผู้กองแคท” ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เบ็ญจะปัก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคท ยูนีค จำกัด และผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2570-2572 ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ในฐานะผู้นำทัพคนสำคัญ ผู้กองแคทพร้อมนำวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และพลังของบุคลากรจากทุกภูมิภาคมาร่วมยกระดับการประกวดนางสาวไทย ให้เป็นมากกว่าเวทีแห่งความงาม แต่เป็นเวทีแห่งคุณค่า โอกาส ความสามารถ และพลังของสตรีไทยยุคใหม่สามจังหวัดปฐมฤกษ์ที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร นำโดย “คุณธนนันทน์ แก้วพวง” ผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2570 กรุงเทพมหานคร ผู้มากด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในวงการนางงาม พร้อมนำพลังของเมืองหลวงมาสร้างสรรค์เวทีที่สง่างาม ทันสมัย และเปี่ยมด้วยมาตรฐาน เพื่อเฟ้นหาสตรีไทยที่เหมาะสมกับการเป็นตัวแทนกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง

จังหวัดนนทบุรี นำโดย “คุณวรางคณา อุเทนสุต” CITY DIRECTOR นางสาวไทยจังหวัดนนทบุรี 2570 ซึ่งรับบทบาทสำคัญในฐานะจังหวัดเจ้าภาพของการจัดงานในปีนี้ พร้อมรักษาคำมั่นตามที่ได้ตกปากรับคำ และเดินหน้าเตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างสรรค์งานครั้งสำคัญให้ยิ่งใหญ่ สง่างาม และสมศักดิ์ศรีจังหวัดเจ้าภาพ จังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดย “คุณปารณัท ชัยณรงค์” CITY DIRECTOR นางสาวไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช 2570 ผู้พร้อมนำเสน่ห์แห่งเมืองคอน อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และศักยภาพของสตรีภาคใต้ มาร่วมสร้างสีสันและความภาคภูมิใจบนเวทีระดับประเทศ พร้อมผลักดันเวทีนางสาวไทยจังหวัดนครศรีธรรมราชให้เป็นเวทีสำคัญของภาคใต้ และเฟ้นหาสตรีผู้มีความพร้อมในทุกมิติ เพื่อก้าวขึ้นเป็นตัวแทนจังหวัดอย่างสง่างาม

ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เผยว่า “แคทรู้สึกยินดีและขอบคุณ คุณธนนันทน์ แก้วพวง คุณวรางคณา อุเทนสุต และคุณปารณัท ชัยณรงค์ ที่เชื่อมั่นในตัวแคทและบริษัทของแคทตัดสินใจร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับนางสาวไทยเป็นกลุ่มแรกๆ โดยเฉพาะจังหวัดนนทบุรีที่มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรับหน้าที่เจ้าภาพ เชื่อว่าจะสามารถสร้างสรรค์งานออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่และสมศักดิ์ศรีแน่นอนค่ะ สำหรับจังหวัดอื่นๆที่ยังลังเลแคทแนะนำว่าตัดสินใจลุยเลยค่ะ กองกลางเองเราพร้อมซัพพอร์ตมากๆและแคทอยากได้ผู้ร่วมอุดมการณ์มาปลุกตำนานเวทีนางงามที่คนไทยภาคภูมิใจ นางสาวไทย 2570 ด้วยกันค่ะ”

การผนึกกำลังของผู้ได้รับสิทธิ์ทั้ง 3 จังหวัดจึงไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นจัดการประกวดระดับจังหวัด แต่คือการประกาศความพร้อมของบุคคลคุณภาพ ผู้กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และพร้อมเข้ามาร่วมสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้แก่เวทีนางสาวไทยทั้งกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และนครศรีธรรมราช ถือเป็น 3 จังหวัดปฐมฤกษ์ที่พร้อมก้าวเคียงข้างผู้กองแคท ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ และร่วมปลุกตำนานเวทีนางสาวไทยให้กลับมาเปล่งประกายอย่างสง่างามใน ยุค The Golden Era ภายใต้การนำของผู้กองแคท

การประกวดนางสาวไทย 2570 จะเชื่อมโยงพลังจากทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ให้แต่ละจังหวัดถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความภาคภูมิใจ ผ่านตัวแทนสตรีไทยผู้มีศักยภาพ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้จัดงาน ภาคธุรกิจ หน่วยงานในพื้นที่ และประชาชนทั่วประเทศ บทบาทของ CITY DIRECTOR จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นผู้จัดการประกวด เพราะคือการเป็นผู้นำ ผู้สร้างโอกาส และผู้ร่วมขับเคลื่อนชื่อเสียงของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ พร้อมสร้างคุณค่าและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจผ่านเวทีนางสาวไทย เวทีนางสาวไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่ยุคทองครั้งใหม่ จังหวัดต่อไปที่จะร่วมจารึกชื่อบนหน้าประวัติศาสตร์ “นางสาวไทย 2570 – The Golden Era” จะเป็นจังหวัดใด ต้องติดตาม

‘ฮาย อาภาพร’ฟิวส์ขาด! โพสต์เดือดข่าวพระฉาว ตั้งคำถามถึงเวลาเปลี่ยนวิธีทำบุญ

11 กันยายน 2569 เวลา 12:57 น.

กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในคนบันเทิงสายบุญ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโพสต์ข้อความบน Facebook ส่วนตัว แสดงความรู้สึกเอือมระอาต่อข่าวฉาววงการสงฆ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดย ฮาย อาภาพร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

🐊🐊🐊 ขนาดเป็นคนทำบุญนะ เห็นข่าวแบบนี้ เหนื่อย เบื่อ ไอ้ชิบหาย เปลี่ยนวิธีการทำบุญดีกว่าไหม Gu เนี่ย แบบนี้พระดีๆเตรียม อดต_ย”

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและชาวเน็ต ซึ่งต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นสะท้อนความรู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อข่าวพระสงฆ์ทำผิดศีลธรรม พร้อมทั้งเห็นด้วยกับแนวคิดที่จะหันมาทบทวนหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำบุญในยุคปัจจุบัน

โซเชียลฮากระจาย ‘อาร์ต พศุตม์’ โพสต์ภาพล้อกระแสดังต้านพลังไม่ไหว

11 กันยายน 2569 เวลา 12:39 น.

กลายเป็นกระแสไวรัลเรียกรอยยิ้มบนโลกออนไลน์ทันที หลังจากนักแสดงหนุ่มกล้ามโต อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม (⁠@art_phasut98⁠) ได้โพสต์ภาพฮาๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการร่วมเกาะกระแสข่าวเด่นข่าวดังในสังคมช่วงนี้

จากภาพดังกล่าว เป็นช็อตสุดปั่นที่หนุ่มอาร์ตกำลังทุ่มพลังกายสุดกำลังเพื่อดึงจีวรของพระสงฆ์รูปหนึ่งที่กำลังจะก้มลงไปหาโต๊ะอาหาร พร้อมแคปชันชวนขำว่า‘ผมก็ทำสุดความสามารถแล้วนะครับ ดึงไม่ไหวจริงๆ #ใส่สบงและทรงพลัง ได้ป่ะ #แรงใดในโลกไม่เท่าแรงโยกของอาตมา #แรงโยกเหลือล้น’ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันจากดาราดังที่นำกระแสข่าวกระตุกจิตสำนึกในสังคมมาสร้างรอยยิ้มและเรียกเสียงหัวเราะให้กับคลายเครียดกันไป