สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระผู้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระผู้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระผู้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.56 น.

น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระผู้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตาตลอดพระชนม์ชีพ สนองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลายวาระและทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก และเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยยิ่ง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาท สมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเข้ารับการศึกษา ระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ณ โรงเรียนราชินี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ โรงเรียนฮีธฟิลด์ ประเทศอังกฤษและโรงเรียนจิตรลดา จากนั้นทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง  และระดับปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ต่อมาทรงสำเร็จการศึกษาระดับชั้นเนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) เนติบัณฑิตยสภา รวมทั้ง Master of Laws (LL.M.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และ Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ทรงเข้ารับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ดังนี้  พุทธศักราช 2549 ปริญญากิตติมศักดิ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, พุทธศักราช 2551 ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, พุทธศักราช 2552 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, พุทธศักราช 2553 ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, พุทธศักราช 2553 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์, พุทธศักราช 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ 8 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, พุทธศักราช 2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,พุทธศักราช  2554 ปริญญานิติศาสตรดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พุทธศักราช 2563 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระกตัญญูกตเวทิตา สนองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระและทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย อีกทั้ง ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก นอกจากนี้ ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สานักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงานสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนาพระเกียรติยศให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ เมื่อวันที่  28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงประกอบพระกรณียกิจด้านต่างๆ  อันเป็นประโยชน์อเนกอนันต์แก่พสกนิกรชาวไทย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จากความทุกข์ร้อนของประชาชนคนไทยจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะสร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจนไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ในสถานการณ์อันโหดร้ายเหล่านั้นพวกเขาไม่เคยต้องโดดเดี่ยว ด้วยน้ำพระทัยอันหาที่เปรียบมิได้ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงห่วงใยราษฎรมาตลอด นับตั้งแต่การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อ พุทธศักราช 2538 ในปีนั้นถือเป็นปีที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับระดับน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพุทธที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2.27 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโลอิส ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วม ทวีความรุนแรง น้ำปริมาณมากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครเป็นระยะเวลานานถึง 2 เดือน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย และเขตคลองสาน หน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ พยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ด้วยปริมาณน้ำที่เข้าท่วมนั้นมีมากและเป็นอุปสรรคในการลงพื้นที่บางส่วน จึงทำให้ความช่วยเหลือทำได้ไม่ทั่วถึงและประชาชนเกิดความเข้าใจผิด รู้สึกขาดที่พึ่งพิง และไม่ได้รับความเท่าเทียมจากหน่วยงานราชการ

กระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม พุทธศักราช 2538 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯ ลงพื้นที่ออกรับน้ำใจจากประชาชนที่สถานีบริการน้ำมันย่านคลองสาน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จากนั้นในช่วงบ่าย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จไปยังซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย และซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ประสบภัยกับหน่วยงานราชการพระกรณียกิจในครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 21 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2544 จึงทรงก่อตั้งมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเป็น นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธาน  มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรง อันได้แก่ การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นครั้งใดภาพของเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่มักปรากฏอย่างแจ่มชัด พร้อมด้วยถุงยังชีพพระราชทาน ที่ไม่ใช่เพียงบรรจุสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ประสบอุทกภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งขวัญกำลังใจที่จะนำพาผู้ประสบภัยให้ก้าวพ้นช่วงเวลาวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะทรงแก้ไขปัญหาระหว่างคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  รับ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์  ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย  พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการฯ ด้วยทรงมีพระบรมราโชบายในการอนุรักษ์ป่าและช้าง รวมทั้งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง ตลอดจนมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการจัดการความขัดแย้งของคนกับป่าและการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงแก้ปัญหาคนกับช้างป่าด้วยการ พัฒนาแหล่งน้ำและส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน โดยมีพระดำริสร้างพื้นที่โครงการเร่งด่วน เพื่อกักเก็บน้ำในฤดูฝน เมื่อปี พุทธศักราช 2563 ที่ บ้านคลองมะหาด หมู่ที่ 14 อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา และพื้นที่เกษตรแปลงรวมบ้านหนองกระทิง หมู่ที่ 20 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา(แก้มลิงคลองมะหาด) ช่วยเหลือทั้งคนและช้างตามวัตถุประสงค์ของ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์  โดยเฉพาะการช่วยเหลือให้ประชาชนมีอาชีพที่ยั่งยืนตามสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่

โครงการกำลังใจ ในพระดำริ ทรงก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน พุทธศักราช 2544 เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย โดยครั้งแรกเสด็จฯ เยี่ยมผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยความสนพระทัยในสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง โครงการนี้ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังเด็กที่ติดท้องแม่ก่อนเข้าจำคุก รวมทั้งผู้ต้องขังหญิงสูงอายุ และเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงได้กระจายไปทั่วโลก ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต่อสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ภายใต้ชื่อ“Enhancing Life for Female Inmates: ELFI”

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ  จัดตั้งขึ้นด้วยพระประสงค์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2557 โดยพระราชทานพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิฯ เพื่อดำเนินกิจการตามพระดำริด้านสาธารณกุศลในการให้โอกาส การเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และการพัฒนาชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องขัง ตลอดจนกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของการให้โอกาส สนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

มูลนิธิ ณภาฯ เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือในด้านดังกล่าว ตั้งแต่การทำความเข้าใจและฝึกอบรม ในขณะที่เป็นผู้ต้องขังที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของสังคมภายนอก ให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความความต้องการของตลาด และในขณะที่พ้นโทษแล้วนั้นก็สามารถฝึกวิชาชีพต่อยอดเพิ่มเติม เพื่อให้รู้จักวิธีการใหม่ๆ ที่ข้อจำกัดของเรือนจำทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่ผลิต รวมทั้งสอนการบริหารจัดการทรัพยากร การผลิต เพื่อการรู้จักการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ภายใต้ ณภาฯ ปัจจุบัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปโภคตรา “จัน” ที่มาจากคำว่า จันทรา อันแปลว่า พระจันทร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังนั้นไม่ได้พบเห็น เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นต้องเข้านอนตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่มืด ประกอบกับกำแพงเรือนจำที่สูงทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เห็นพระจันทร์ อันเป็นแสงสว่างของท้องฟ้าในยามค่ำคืน คำว่า จันทรา จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ ณภาฯ ที่อยากจะสื่อให้เห็นว่าพวกเขาอยากมีโอกาสเห็นพระจันทร์อย่างคนทั่วไป ผลิตภัณฑ์ “จัน” จึงเป็นเสมือน “โอกาส” ที่จะมอบให้คนด้อยโอกาสเหล่านั้นได้เห็นว่าสังคมรับรู้และให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริโภคตรา “ธรา” โดยมูลนิธิ ณภาฯ มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นทุนในการสนับสนุนงานของมูลนิธิต่อไป

พระเกียรติคุณ ประกอบด้วย รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544   คณะกรรมการรางวัลสัญญาธรรมศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 เป็นกรณีพิเศษแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยทรงเป็นตัวอย่างในด้านการศึกษาและด้านกิจกรรมนักศึกษา ตลอดเวลาที่ทรงศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนักศึกษาทั่วไปทั้งในด้านการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมต่างๆ

รางวัล Medal of Recognition  ทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา เพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ โครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี) การทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ หน่วยงาน UNODC (ยูเอ็นโอดีซี) สหประชาชาติ จึงพิจารณาทูลเกล้าถวายรางวัลเกียรติยศสูงสุดจากสหประชาชาติ

องค์ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador) ของ UNIFEM โดย ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UNIFEM)  กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งพระราชทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และพระราชทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี  หน่วยงาน UNIFEM  จึงขอพระราชทานกราบทูลเชิญเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง

 มูลนิธิ/องค์กรในพระอุปถัมภ์ ประกอบด้วย  มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา,เครือข่ายคนรักน้องหมา,กองทุนกำลังใจ และศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ)

จับตา ‘ต๊อด ปิติ’ ยืนหยัดฝั่งความถูกต้อง ลั่น ‘ถ้าวันนึงพูดได้ จะพูดทุกเรื่อง’

จับตา 'ต๊อด ปิติ' ยืนหยัดฝั่งความถูกต้อง ลั่น 'ถ้าวันนึงพูดได้ จะพูดทุกเรื่อง'

จับตา ‘ต๊อด ปิติ’ ยืนหยัดฝั่งความถูกต้อง ลั่น ‘ถ้าวันนึงพูดได้ จะพูดทุกเรื่อง’

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.19 น.

กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองในโลกออนไลน์ทันที เมื่อ ต๊อด – ปิติ ภิรมย์ภักดี” ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยโพสต์ภาพถ่ายรวมญาติพร้อมระบุแคปชั่นที่มีนัยยะว่า ผมพร้อมจะช่วยนะ ผมก็รักของผม ท่ามกลางกระแสสังคมที่กำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ช่วยฝั่งไหนคะ ซึ่งทางหนุ่มต๊อดไม่ปล่อยให้สงสัยนาน ได้เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับแบบตรงไปตรงมาว่า ฝั่งความถูกต้องสิ คือฝั่งไหนก็งงเหมือนกัน”

ประเด็นยังทวีความน่าสนใจขึ้นไปอีก เมื่อมีผู้เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดว่า มาถูกทางละ แต่หลงไปไหนซะตั้งนานนนนนน แต่ยังทันอยู่ เอาให้เด็ดขาดไปเลย เอาอี Meena ติดคุกให้ได้ ส่วนสายเลือดไปคุยกันเองหลังบ้าน

งานนี้ ต๊อด ปิติ ได้เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับเพื่ออธิบายจุดยืนและวิธีการรับมือกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยระบุข้อความอย่างชัดเจนว่า

ผมไม่ใช่ศาล ผมตามเรื่องมาตลอดแล้วก็รู้ทุกๆ เรื่องพร้อมกัน ป้าก็รู้จักผมมานานพอควร ผมก็เป็นคนแบบนี้แหละ ถ้าวันนึงผมพูดได้ผมจะพูดทุกเรื่องเลยสัญญา”

นอกจากนี้ กระแสในโซเชียลยังมีชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งที่เข้ามาคอมเมนต์แสดงความรู้สึกดีใจที่เจ้าตัวเลือกความยุติธรรม โดยระบุว่าแม้ก่อนหน้านี้จะมีการชะลอการสนับสนุนสินค้าของทางตระกูลไปบ้างเพื่อรอความชัดเจน แต่เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวนี้ก็พร้อมที่จะกลับมาสนับสนุนและชื่นชมอีกครั้ง

เซอร์ไพรส์หวาน! ‘เนท My Mate Nate’ คุกเข่าขอ ‘น้ำตาล’ แต่งงาน

เซอร์ไพรส์หวาน! 'เนท My Mate Nate' คุกเข่าขอ 'น้ำตาล' แต่งงาน

เซอร์ไพรส์หวาน! ‘เนท My Mate Nate’ คุกเข่าขอ ‘น้ำตาล’ แต่งงาน

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.49 น.

ทำเอาแฟนคลับเฮลั่นและร่วมยินดีกันอย่างถ้วนหน้า เมื่อยูทูบเบอร์ชื่อดังชาวอเมริกัน “เนท นาธาน บาร์ทลิง” หรือ My Mate Nate จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์สุดโรแมนติก คุกเข่าขอแฟนสาว “น้ำตาล วิลาสินี รัตนนัย” ดีกรีนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิงทีมชาติไทย แต่งงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยในอินสตาแกรม @mymatenate ได้โพสต์ภาพนาทีที่เนทคุกเข่าขอน้ำตาลแต่งงาน เขียนข้อความเป็นอีโมจิหัวใจ แหวนเพชร และทำมือบอกรัก อีกทั้งโพสต์คลิปรวมโมเมนต์หวานๆ ของ เนท-น้ำตาล และนาทีที่เนทขอน้ำตาลแต่งงาน พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “วันนี้เป็นหนึ่งในวันที่พี่จะจำไปตลอดชีวิต ❤️ น้ำตาลไม่ได้เป็นแค่คนที่พี่รัก แต่เป็นคนที่ทำให้พี่อยากเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกวัน เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นกำลังใจ เป็นความสบายใจ และเป็นบ้านของพี่ในวันที่โลกข้างนอกวุ่นวายที่สุด ขอบคุณที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตพี่ในแบบที่ไม่มีใครแทนได้ การขอแต่งงานครั้งนี้อาจเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ในวิดีโอ แต่สำหรับพี่ มันคือคำสัญญาจากหัวใจ ว่าพี่จะรัก ดูแล ซัพพอร์ต และเดินข้างๆ น้ำตาลไปตลอด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเจออะไร พี่ดีใจที่สุดที่ได้มีน้ำตาลเป็นคนรัก เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกและเป็นครอบครัวของพี่”

ทราย สก๊อต รู้สึกไม่ปลอดภัย เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ศาล

ทราย สก๊อต รู้สึกไม่ปลอดภัย เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ศาล

ทราย สก๊อต รู้สึกไม่ปลอดภัย เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ศาล

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.13 น.

กลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตยังคงจับตามองอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ ทราย สก๊อต หรือ สิรณัฐ สก๊อต นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลชื่อดัง กับคดีความที่ถูกฟ้องร้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ในวันนัดขึ้นศาลแพ่ง ฝั่งคู่กรณี มารดาและพี่ชาย ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเองแต่ได้มอบหมายให้ทนายความเข้ามาดำเนินการแทน ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าตัวได้มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและมีการฉีกสัญญาปิดปากกลางวงสัมภาษณ์ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียลในขณะนั้น

ล่าสุดเมื่อวานนี้ 12 มิถุนายน 2569 ทราย สก๊อต ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวอีกครั้ง โพสต์ข้อความระบายความในใจถึงความรู้สึกไม่ปลอดภัยขณะอยู่ที่ศาล โดยมีเนื้อหาว่า “วันที่ทรายไปศาล ทราย รู้สึกไม่ปลอดภัยจริงๆๆ บุคคลที่เรารับรู้ว่าทำคลิปพาดพิงเราในมารยาทและวิธีการ/คำพูดที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาเป็นบุคคลที่ไม่ปลอดภัยสำหรับตัวผม- บุคคลนี้หาทางเข้าไปในศาลโดยอ้างว่าเป็นทีมทนายอีกฝั่งซึ่งไม่มีบุคคลคนไหนที่เกี่ยวข้องกับเขาหรือทีมเขามีการปฏิเสธหรือเชิญออก- ตลอดเวลา 3/4 ชม ที่ทรายอยู่ในห้องศาลในวันนั้น bodyguard ของ ทรายพยายามคัดค้านแต่เจ้าหน้าที่ศาลไม่ยอมและ bodyguard ผมก็เข้าไม่ได้ เพราะ limit “เกินจำนวนคน” .. ทรายกังวลและอึดอัดตลอดทั้งเวลาที่อยู่ศาล..ร่างกายทรายไม่รู้สึกปลอดภัยที่คนแบบนี้สามารถเข้าใกล้ตัวเราโดยอ้างอำนาจศาลหรือทนายฝั่งใดๆได้ขนาดนี้- ทรายรู้สึกสิทธิถึงความปลอดภัยของร่างกายและพื้นที่ส่วนตัวถูกละเมิด”

ทราย สก๊อต

พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้ทิ้งท้ายถึงนัดสำคัญครั้งต่อไปว่า “ทรายรู้สึกไม่ปลอดภัยครับและเรามีนัดศาล 16 อาทิตย์หน้า..”

ทราย สก๊อต
ทราย สก๊อต
ทราย สก๊อต

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม psiscott 

ลาล่า โปงลางสะออน โพสต์อาลัยสุดซึ้ง เผยคลิปครั้งได้รับพระเมตตาจาก องค์ภา ชมคลิป

ลาล่า โปงลางสะออน โพสต์อาลัยสุดซึ้ง เผยคลิปครั้งได้รับพระเมตตาจาก องค์ภา ชมคลิป

ลาล่า โปงลางสะออน โพสต์อาลัยสุดซึ้ง เผยคลิปครั้งได้รับพระเมตตาจาก องค์ภา ชมคลิป

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.34 น.

วันนี้ 13 มิถุนายน 2569 ขวัญนภา เรืองศรี หรือที่รู้จักกันในนาม ลาล่า โปงลางสะออน เป็นศิลปินและนักแสดงตลกสาวชาวไทย โด่งดังมาจากวงดนตรีพื้นบ้านอีสาน โปงลางสะออน โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ลาล่า โปงลางสะออน” เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยคลิปดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ลาล่าได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมและร้องเพลงกับพระองค์ท่าน โดยมีข้อความว่า “ขอน้อมส่งเสด็จพระองค์ภา สู่สวรรคาลัย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงเป็นเจ้าฟ้าหญิงที่น่ารักมาก เป็นคลิปที่ได้ร่วมทำกิจกรรมกับองค์ภา ได้ร่วมร้องเพลง ท่านประทานเค้ก และช่อดอกไม้ใหญ่ๆให้ ท่านกล่าวว่า #นี่สำหรับคุณดอกไม้ใหญ่ และมีอีกหลายครั้งที่เราได้ร่วมทำกิจกรรมวิ่งมาราธอนกับองค์ภา ท่านน่ารักมาก ตั้งแต่ท่านประชวน ลาล่าเฝ้าติดตามข่าว หวังว่า ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น และแล้ว ข่าว สำนักพระราชวัง ก็ประกาศออกมา ไม่อยากอ่าน ไม่อยากได้ยินเลย เข่าแทบทรุด ตอนได้ยินประกาศข่าว ลาล่าทำการแสดงที่นอร์เวย์ เหมือนหัวใจแตกสลาย ชาตินี้ บุญที่สุดในชีวิต ที่องค์ภาเมตตาลาล่า พิมพ์ไปร้องไห้ไปฮือๆๆ

ขออนุญาตนำคลิปที่ประทับใจในที่สุดชีวิตนี้ ได้ใกล้ชิดท่าน และที่ท่านได้เมตตาลาล่าโพสลงนะคะ นับเป็นความภูมิใจในสูงสุด ที่ได้มีโอกาสนี้ ด้วยความรักและอาลัยพระองค์ภาอย่างหาที่สุดไม่ได้”

ลาล่า โปงลางสะออน

หลังจากที่โพสต์ของ ลาล่า โปงลางสะออน เผยแพร่ออกไป แฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นและถวายความอาลัยอย่างเนืองแน่น

“ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย…ความสุขนี้จะไม่มีพระองค์อีกแล้วหรือเศร้ามากๆค่ะv

“พระองค์ท่านเก่งทุกด้านจริงๆ ไม่มีปาฎิหารย์ให้คนไทยได้ชื่นชมพระบารมีท่านนานๆ”

“ดูไปน้ำตามันก็ไหลโดยไม่รู้ตัวขอให้องค์ภาเสด็จสู่สวรรค์”

“ท่านทรงน่ารักทุกอิริยาบถ”

“ทรงพระปรีชาในทุกด้าน ขอพระองค์ทรงสู่สวรรค์คาลัยv

“พระองค์ ทรงเก่งทุกด้าน เป็นที่รักของทุกคน ขอน้อมส่งเสด็จสู่ สวรรคาลัย”

“สุดเศร้า”

“น้ำตามาล่ะ คิดถึงพระองค์ท่าน”

“คิดถึงน้ำตาจะไหล”

“พูดไม่ออก”

ลาล่า โปงลางสะออน
ลาล่า โปงลางสะออน
ลาล่า โปงลางสะออน
ลาล่า โปงลางสะออน

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ลาล่าโปงลางสะออน

สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ดี้ นิติพงษ์ โพสต์กลอนอาลัยสุดซึ้ง น้อมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ดี้ นิติพงษ์ โพสต์กลอนอาลัยสุดซึ้ง น้อมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ดี้ นิติพงษ์ โพสต์กลอนอาลัยสุดซึ้ง น้อมส่งเสด็จ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.28 น.

วานนี้ 12 มิ.ย. 2569  นักแต่งเพลงระดับตำนานของเมืองไทย อย่าง ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค โพสต์เฟซบุ๊กร่ายกลอนอันกลั่นออกมาจากความรู้สึกส่วนลึก เพื่อกราบลาและส่งเสด็จทูลเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทำเอาโลกโซเชียลบันทึกและแสดงความอาลัยกันอย่างล้นหลาม โดยมีข้อความว่า

“แม้เตรียมใจไว้นานว่าวันหนึ่ง

ต้องมาถึงวันนี้ที่ใจหาย

แม้เข้าใจถึงความเกิดแก่เจ็บตาย

แต่เหตุใดเป็นพระองค์ผู้ทรงเยาว์

จากวันนั้นจากวันที่เกิดเรื่อง

คนทั้งบ้านทั้งเมืองมีเรื่องเศร้า

สวดอ้อนวอนขอเรื่องหนักให้กลับเบา

ขอให้เราได้คืนพระองค์ภา

แล้วสิบเอ็ดมิถุนาก็มาถึง

ใจก็จึงจำยอมให้กับฟ้า

ยอมให้เสด็จจำพรากต้องจากลา

ด้วยน้ำตาอาวรณ์และอาลัย

ได้แต่ก้มลงกราบส่งเสด็จ

พระทัยเพชรที่ต่อสู้จนเกินไหว

ให้พวกเกล้ากระหม่อมได้เตรียมใจ

มีแรงได้กราบส่งพระองค์เทอญ . . .

นิติพงษ์ ห่อนาค / ผู้ประพันธ์

๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙”

ดี้ นิติพงษ์

หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวของ ดี้ นิติพงษ์ เผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสแชร์และเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเนืองแน่นจากแฟนเพลงและประชาชนคนไทย ซึ่งทุกข้อความต่างสะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และความใจหายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีคอมเมนต์ที่น่าสนใจและกินใจเป็นจำนวนมาก เช่น

“เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ และทำให้ตระหนักถึงคำกล่าวที่ว่า “ปาฏิหาร์ย์ไม่มีจริง” เป็นคำรบที่ 3 แล้วค่ะ ป.ล. ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตกใจหมดเลย เข้า FB ของตนเองไมไ่ด้อยู่พักใหญ่เลยค่ะ”

“แม้รู้ว่าเป็นสัจธรรม แม้รู้ว่า วันนี้จะมาถึง แม้มีเวลาเตรียมใจเกือบ สี่ปี แต่…ยังเศร้ายังอาลัย และ ยังตั้งคำถามในใจว่า ฟ้ารีบพรากพระองค์ไปทำไม”

“บทกลอนคุณดี้แทนทุกความนึกคิดในใจค่ะ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย”

“รักพระองค์สุดหัวใจ คำถามในใจคือ ทำไมต้องเป็นพระองค์ด้วย แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบ มีแต่น้ำตาที่ไหลอาบแก้มตลอด”

“คิดเช่นพี่ดี้เลยค่ะสวดมนต์ถวายแทบทุกวันถ้าวันใหนมีเวลาเยอะ ก็จะสวดบทรัตนสูตรและโพชฌังร่วมด้วย เพื่อให้มีปาฏิหารย์ สงสารในหลวง แต่ปาฏิหารย์ไม่มีจริงย้อยใจสิ่งศักดิ์สิมธิ์มากค่ะ
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย”

“ใจหาย​ เห็นคนโพสต์​แปลกๆ​ ในเพจหลายเพจตั้งแต่เมื่อคืน​ ภาวนาให้เป็น​แค่ข่าวลือ​ จนกระทั่ง​เห็นประกาศ​ตอนเช้า​ เศร้าเหลือเกิน​ กราบลาทูลกระหม่อม​แก้ว​ของปวงชนชาวไทย​”

“#รักเจ้าหญิง ขอถวายความอาลัยเจ้าหญิงพระองค์เจ้าฟ้าหญิงพัชรกิติยาภาฯ พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความรักและภักดีค่ะ ขอถวายกำลังใจแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ ค่ะ ขอพระองค์ มีพระวรกายที่แข็งแรง และมีพระกำลังพระราชหฤทัยที่เข้มแข็งค่ะ ขอถวายกำลังใจแด่ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ขอให้พระองค์มีกำลังพระราชหฤทัยที่เข้มแข็ง มากๆๆๆๆๆค่ะ”

ดี้ นิติพงษ์
ดี้ นิติพงษ์
ดี้ นิติพงษ์
ดี้ นิติพงษ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Nitipong Honark

ขยันจริงไม่มีพัก อุ๊บ วิริยะ สู้ชีวิต เก็บขวดขาย เลี้ยงปากท้องลูก ๆ 4 ขา ชมคลิป

ขยันจริงไม่มีพัก อุ๊บ วิริยะ สู้ชีวิต เก็บขวดขาย เลี้ยงปากท้องลูก ๆ 4 ขา ชมคลิป

ขยันจริงไม่มีพัก อุ๊บ วิริยะ สู้ชีวิต เก็บขวดขาย เลี้ยงปากท้องลูก ๆ 4 ขา ชมคลิป

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.19 น.

วันนี้ 12 มิถุนายน 2569 ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องยกนิ้วให้กับความขยันของนักปั้นมือทอง อุ๊บ วิริยะ พงษ์อาจหาญ ที่ล่าสุดได้เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเผยให้เห็นภาพเจ้าตัวกำลังเดินสายปฏิบัติภารกิจยามเย็นด้วยการเก็บขวดน้ำพลาสติกตามจุดต่าง ๆ ย่านบางกะปิ เพื่อนำไปขายเป็นรายได้เสริม

โดยในคลิปดังกล่าว อุ๊บ วิริยะ ได้กล่าวถึงที่มาของกิจกรรมนี้ว่าเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อหาเงินเป็นค่าขนมให้กับเด็ก ๆ (สัตว์เลี้ยง) ที่ตนดูแลอยู่ภายในห้อง ซึ่งเจ้าตัวยึดคติประจำใจว่า “อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา” และเผยว่ารายได้จากการเก็บขวดขายนั้นสามารถทำเงินได้หลายพันบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

อุ๊บ วิริยะ

แม้ว้าช่วงนี้จะมีงานในวงการบันเทิงเข้ามาติดต่ออย่างต่อเนื่อง และได้รับความเมตตาจากคนในวงการรวมถึงแฟนคลับที่คอยส่งอาหารมาให้เด็กๆ อยู่เสมอ แต่ อุ๊บ วิริยะ ก็ยังคงยึดหลักการพึ่งพาตนเองและดิ้นรนด้วยความขยันหมั่นเพียร ไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย โดยเจ้าตัวยังได้ทิ้งท้ายแคปชั่นสุดซึ้งถึงสาเหตุที่ต้องสู้ว่า “เพราะความจนมันน่ากลัวจริงๆ ครับ รีบฟื้นรีบมีเงินจะได้ไม่เป็นภาระของใคร เพื่อลูกๆ 4 ขา พี่อุ๊บจะต้องทำได้ครับ”

ภาพเหตุการณ์ที่เห็น อุ๊บ วิริยะ ในลุคสบาย ๆ เดินถือถุงพลาสติกบรรจุขวดน้ำ เดินไปตามทางเท้าอย่างมุ่งมั่น กลายเป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับผู้ที่พบเห็นและบรรดาชาวเน็ตที่ได้ชมคลิป ต่างเข้ามาร่วมส่งกำลังใจให้กับความสู้ชีวิตของนักปั้นคนดังท่านนี้กันอย่างล้นหลาม เช่น

“ที่บ้านให้โลละ 3-4 บาท คะ”

“บางทีเราตื่นตันใจนะเห็นอะไรแบบนี้คนที่เมตตาต่อหมาแมวต่างช่วยด้วยโดยไม่คิดถึงอะไรทั้งสิ้นขอให้พวกเขาได้กินอิ่มไม่ว่าคนในวงการไหนก็ทำด้วยใจแม้ตัวเองจะลำบากก็ตามเหมือนเราตอนนี้เลี้ยงหมาทั้งในบ้านนอกบ้านเกือบ 10 กว่าตัวก็ยังลำบากแต่ภูมิใจและดีใจทุกครั้งเมื่อเห็นเขากินอิ่มขอบุญบารมีทั้งหมดขอให้พี่อุ๊บเจอสิ่งดีๆในทุกๆด้านนะคะ”

“พี่อุ๊พักอยู่ซอยไหนครับ คอนโดอะไรเผื่อผมมีโอกาศแวะไปเยี่ยมเยือนให้อาหารสัตว์เลี้ยงของพี่”

“ใส่ถุงมือ ด้วยคร้าบ พี่ เพื่อ ป้องกันของมีคมบาด คร้าบ”

“มาเอาที่บ้านค่ะเยอะมากๆๆค่ะ”

“เราเข้าใจคุณอุ๊บเลยค่ะ เพราะเราก็เลี้ยงทั้งแมวและหมาหลายตัวเหมือนกันค่ะ ค่าอาหารหมดเป็นหมื่นต่อเดือน สู้ๆค่ะคุณอุ๊บการเก็บขยะหรือของเก่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย ดีเสียอีกที่ทำให้บ้านเมืองน่าอยู่ เป็นกำลังใจให้นะคะ”

“ที่บ้านก็เก็บพี่พอได้ขาย”

“หัวใจติดดินมากๆคะ เเถมมีจิตใจที่เมตตา สัตว์น้อย ขอให้คุณอุ๊บ จงมีสุขภาพ เเข็งเเรงงานเงิน ไหลเข้า มา มิขาดสายนะคะ ความดีที่คุณทำ จะสท้อนย้อน กลับมา. ช่วยคนดีมีเมตตาเเน่นอนคะ ขอให้ มีเข้ามาตลอดวัน เดือน ปีนะคะ”

อุ๊บ วิริยะ
อุ๊บ วิริยะ
อุ๊บ วิริยะ
อุ๊บ วิริยะ
อุ๊บ วิริยะ
อุ๊บ วิริยะ
อุ๊บ วิริยะ
อุ๊บ วิริยะ

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วิริยะ พงษ์อาจหาญ

เผยที่มาภาพประทับใจ พระองค์ภา ทรงแบกกล้องทีวีช่อง 7

เผยที่มาภาพประทับใจ พระองค์ภา ทรงแบกกล้องทีวีช่อง 7

เผยที่มาภาพประทับใจ พระองค์ภา ทรงแบกกล้องทีวีช่อง 7

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.50 น.

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นภาพความทรงจำสุดประทับใจที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ เมื่อ กฤษดา นวลมี ผู้ประกาศข่าวชื่อดังของช่อง 7HD ได้โพสต์บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังภาพพระฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (พระองค์ภา) ขณะทรงแบกกล้องถ่ายภาพยนตร์ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ไว้บนพระอังสา (บ่า) ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความปลาบปลื้มใจแก่คนทำงานสายข่าวพระราชสำนักเป็นอย่างยิ่ง

ภารกิจตามเสด็จฯ สายงาน 904
คุณกฤษดาได้บอกเล่าถึงการทำงานของสายข่าวพระราชสำนักว่า สถานีโทรทัศน์แต่ละช่องจะมีการแบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบถวายงานรับใช้เจ้านายแต่ละพระองค์ ซึ่งในส่วนของช่อง 7 นั้น ได้รับผิดชอบตามเสด็จฯ สาย “904” อันหมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงพระองค์ภาด้วย ทำให้ทีมข่าวช่อง 7 มีโอกาสได้ถวายงานรับใช้พระองค์ท่านอยู่เสมอ

เบื้องหลังเหตุการณ์ ณ ยอดเขาเมืองลี่เจียง
เหตุการณ์ในภาพเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2553 ในขณะที่พระองค์ภาทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ นำคณะอัยการไทยไปทัศนศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านกฎหมาย ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ณ เมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี “พี่ชาตรี พุ่มบุตร” ช่างภาพข่าวในพระราชสำนักของช่อง 7 เป็นผู้ตามเสด็จฯ ไปถ่ายทำข่าวในครั้งนั้น

คุณกฤษดาได้เล่าถึงนาทีประทับใจไว้ว่า:
“เกิดเหตุการณ์ชวนน่าตื่นเต้นขึ้น ขณะนั้นอยู่บนยอดเขา เป็นช่วงพัก มีอัยการคนอื่นมาขอลองแบกกล้องถ่ายภาพโทรทัศน์ พระองค์ท่านทอดพระเนตรแล้วทรงอยากลองบ้าง ซึ่งกล้องก็มีน้ำหนักมากพอสมควร ต่างจากกล้องในสมัยนี้ แต่พระองค์ก็ทรงยืนยันและทรงรับไปประทับบ่า พี่ชาตรีก็เลยใช้กล้องภาพนิ่งของตัวเองมาฉายพระรูปพระองค์ท่าน”

เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้เกิดเป็นพระฉายาลักษณ์ประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก และกลายมาเป็นภาพมิ่งขวัญของชาวช่อง 7HD ทุกคน ซึ่งคุณกฤษดาได้ทิ้งท้ายโพสต์ด้วยความจงรักภักดีและระลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดว่า “สถิตอยู่ในใจตราบนิจนิรันดร์” 

อ้างอิงข้อมูลและภาพประกอบจาก โพสต์เฟซบุ๊ก กฤษดา นวลมี 

คนบันเทิงสายสร้างสรรค์ รับรางวัลเกียรติยศ ตรีคเณชาบารมี เชิดชูความดีสู่สังคม

คนบันเทิงสายสร้างสรรค์ รับรางวัลเกียรติยศ ตรีคเณชาบารมี เชิดชูความดีสู่สังคม

คนบันเทิงสายสร้างสรรค์ รับรางวัลเกียรติยศ ตรีคเณชาบารมี เชิดชูความดีสู่สังคม

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.01 น.

วงการบันเทิงและสังคมไทยคึกคักอีกครั้ง เมื่อองค์กรส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บางกอกทูเดย์ จัดพิธีมอบรางวัล “สยามคเณศวร” และ “ตรีคเณชาบารมี” ครั้งที่ 6 รางวัลแห่งคุณค่าและความสำเร็จ เพื่อเชิดชูบุคคลต้นแบบที่มีผลงานโดดเด่น สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่สังคม และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นใหม่

เชิดชูคนดี สร้างกำลังใจแก่สังคมไทย

ภายในงาน คุณกฤต สุวรรณวิไลกุล ประธานองค์กรส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและยกย่องบุคคลที่ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม คิดดี ทำดี และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม ตลอดจนเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ที่อุทิศตนทำประโยชน์แก่ประเทศชาติในหลากหลายสาขาอาชีพ

ขณะที่ คุณศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติกล่าวต้อนรับและร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ณ รอยัลปาร์ค ศูนย์การค้าพาราไดซ์ ปาร์ค กรุงเทพมหานคร

“แม็กกี้-ไนกี้” คว้ารางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการมอบรางวัลด้านการแสดง โดย “แม็กกี้-อาภา ภาวิไล” จากละครเรื่อง “อกธรณี” ช่อง ONE31 คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงดีเด่น ขณะที่ “ไนกี้-นิธิดล ป้อมสุวรรณ” จากละครเรื่องเดียวกัน ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายดีเด่น สะท้อนถึงความสำเร็จของผลงานที่ได้รับการตอบรับจากผู้ชมอย่างต่อเนื่อง

ซีรีส์วายและศิลปินรุ่นใหม่โดดเด่น

อีกหนึ่งสีสันของงานคือการมอบรางวัลให้กับนักแสดงซีรีส์วายส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ กีต้าร์-วชรธร วงศ์ใหญ่ และ ธนากร ชื่นอารมณ์ จากซีรีส์ “นายโขน” รวมถึงรางวัลนักแสดงซีรีส์วายดาวรุ่งยอดเยี่ยมแก่ ริวกิ-ณภัทร สีลา และ ทีม-ธัชนนท์ ทองเก้า จากซีรีส์สั้น “Zantiis Miss You ซานทิสคิดถึงเธอ”

ด้านวงการเพลงก็มีศิลปินรุ่นใหม่และศิลปินคุณภาพเข้ารับรางวัลอย่างคับคั่ง อาทิ ปิ๊งปิ๊ง-รภัทร เอกนิธิเศรษฐ์ เจ้าของเพลงฮิต “โสดนะจีบได้”, เอส-ปราชญา บัวหลวง ศิลปินลูกกตัญญูดีเด่น, ก๊อต จิรพัฒน์ ศิลปินยอดเยี่ยม และ จักรพันธ์ เครือน้ำคำ ศิลปินอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านดีเด่น

ยกย่องบุคคลต้นแบบหลากหลายสาขา

นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลแก่บุคคลและองค์กรที่สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม อาทิ ครอบครัวศิลาชัย, ภาณุวัฒน์ เชษฐรตานนท์ ประธานพระวิหารศรีชลมิ่งมงคลวัฒนา, เด็กชายนครา ศิลาชัย ในสาขาเยาวชนดีเด่น รวมถึง เมย์-กานต์รวี ศรีตระพันธ์ พิธีกรหญิงตัวอย่างต้นแบบดีเด่น และ ดร.วโรดม ศิริสุข พิธีกรรายการดีเด่น

ขณะเดียวกัน รางวัลด้านสื่อมวลชนยังมอบให้แก่รายการข่าวและรายการโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยม อาทิ รายการ “ข่าวอรุณอมรินทร์” ทาง Amarin TV HD34 และรายการ “ข่าว 3 สี” ทางช่อง 3HD

สะท้อนพลังของคนคุณภาพในสังคม

การจัดงานรางวัล “ตรีคเณชาบารมี” ครั้งที่ 6 นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของบุคคลต้นแบบในหลากหลายวงการ ทั้งบันเทิง สื่อสารมวลชน ศิลปวัฒนธรรม และงานเพื่อสังคม ซึ่งล้วนเป็นผู้มีบทบาทในการสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนสังคมไทยไปในทิศทางที่ดีงาม พร้อมตอกย้ำคุณค่าของการ “คิดดี ทำดี และเป็นแบบอย่างที่ดี” ให้คงอยู่ในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

‘แอนโทเนีย’ ไม่ห่วงสวย นำทีมอินฟลูฯ ลุยโคลนเก็บขยะ

‘แอนโทเนีย’ ไม่ห่วงสวย นำทีมอินฟลูฯ ลุยโคลนเก็บขยะ

‘แอนโทเนีย’ ไม่ห่วงสวย นำทีมอินฟลูฯ ลุยโคลนเก็บขยะ

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.00 น.

SEALECT  จัดกิจกรรมเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลน ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องใน วันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) คว้าตัว แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 และอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพ มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจและเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการปลุกจิตสำนึกรักษ์โลก โดยมีหน่วยงานรัฐ เอกชน และนักเรียนจากสมุทรสาคร เข้าร่วม

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ของกลุ่มไทยยูเนี่ยน ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการลดปริมาณขยะพลาสติกที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและมหาสมุทรให้ได้ 1,500 ตัน ภายในปี 2573 ผ่านการจัดกิจกรรมเก็บขยะ การสร้างความตระหนักในสังคม และการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันขยะตั้งแต่ต้นทาง

นางสาวณัฐวีณ์ วชิรทวีพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริหารกลุ่มตลาดเกิดใหม่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ซีเล็คตระหนักดีว่าท้องทะเลนั้นเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของผู้คนทั่วโลก ในฐานะแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เรามุ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าอาหารทะเลที่ตนเลือกบริโภคนั้นมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและดูแลทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน”

งานนี้ แอนโทเนีย โพซิ้ว นางแบบและรองอันดับ 1 Miss Universe 2023 ได้กล่าวว่า “ปัจจุบัน ปัญหาขยะพลาสติกได้กลายเป็นประเด็นความท้าทายในระดับโลก ในแต่ละปีมีขยะจำนวนมากไหลลงสู่แหล่งน้ำและท้องทะเล ส่งผลกระทบต่อทั้งสัตว์ทะเล ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคน การได้มาร่วมกิจกรรม Ocean Cleanup กับทางซีเล็คในวันนี้ยิ่งทำให้เราตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องดูแลท้องทะเล เราจึงอยากเชิญชวนทุกคนให้เข้ามามีส่วนร่วมและลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน โดยเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่โลกของเรา”