‘พลพีร์’ ถก ‘เอกนัฏ-กฟภ.-กฟน.’ พรุ่งนี้ จัดสรรงบ 2 หมื่นล้านดูแลไฟสาธารณะ 

‘พลพีร์’ ถก ‘เอกนัฏ-กฟภ.-กฟน.’ พรุ่งนี้ จัดสรรงบ 2 หมื่นล้านดูแลไฟสาธารณะ 

‘พลพีร์’ ถก ‘เอกนัฏ-กฟภ.-กฟน.’ พรุ่งนี้ จัดสรรงบ 2 หมื่นล้านดูแลไฟสาธารณะ 

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.54 น.

 ‘พลพีร์’ นัดถก ‘เอกนัฏ‘ พร้อม กฟภ. – กฟน. พรุ่งนี้ หาแนวทางจัดสรรงบประมาณ 2 หมื่นล้าน ดูแลไฟสาธารณะ – ไฟถนน ชง ‘อนุทิน’ พิจารณาหลังกลับจากฝรั่งเศส

เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) จะหารือร่วมกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อหาแนวทางจัดสรรงบประมาณวงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท สำหรับดูแลระบบไฟฟ้าสาธารณะและไฟส่องสว่างบนถนน 

ทั้งนี้ จะพิจารณาว่างบประมาณหรือรายได้ส่วนใดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำมารับผิดชอบได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ก่อนนำข้อสรุปเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหลังกลับจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ 

‘พลพีร์’ เผย OTOP Midyear 2026 ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาท

‘พลพีร์’ เผย OTOP Midyear 2026 ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาท

‘พลพีร์’ เผย OTOP Midyear 2026 ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาท

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.51 น.

‘พลพีร์’ เผย OTOP Midyear 2026 ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาท ชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ หนุนกำลังซื้อ แม้เศรษฐกิจชะลอตัว

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 17.25 น. ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงาน OTOP Midyear 2026 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เกินกว่าที่คาดไว้ โดยล่าสุดมียอดจำหน่ายภายในงานอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังชะลอตัว แต่โครงการไทยช่วยไทยพลัส มีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนได้เป็นอย่างดี 

ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ก็ยังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าผลตอบรับของงานปีนี้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยการคัดเลือกร้านค้าที่เข้าร่วมงาน จะเน้นสินค้าระดับ 3 ดาวขึ้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากทั่วประเทศได้นำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายและสร้างรายได้

‘กมธ.ป.ป.ช.’ ลงพื้นที่หาดนุ้ย-ฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ขีดเส้นเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูลเร่งสอบ ‘นอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ’

‘กมธ.ป.ป.ช.’ ลงพื้นที่หาดนุ้ย-ฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ขีดเส้นเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูลเร่งสอบ ‘นอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ’

‘กมธ.ป.ป.ช.’ ลงพื้นที่หาดนุ้ย-ฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ขีดเส้นเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูลเร่งสอบ ‘นอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ’

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.37 น.

‘กมธ.ป.ป.ช.’ ลงพื้นที่หาดนุ้ย-ฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ขีดเส้นเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูลเร่งสอบ ‘นอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ’ 

27มิ.ย.2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกมธฯ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหาดนุ้ยและหาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินโดยมิชอบ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ การใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินี และปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

นายอาสพลธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า กรรมาธิการฯ พร้อมคณะ และ สส.ที่มาวันนี้มาตรวจดูสภาพพื้นที่จริง กรณีหาดนุ้ย ศาลฎีกามีคำพิพากษาตั้งแต่ปี 2557 ว่าการออกโฉนดที่ดินเป็นไปโดยมิชอบ และได้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯยังได้รับเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ข้างเคียงอีก 7 แปลง จึงจะรวบรวมข้อเท็จจริงและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าชี้แจงข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณา หากพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เพิ่มเติมหากมีเหตุอันควร

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีหาดฟรีดอม  จากข้อมูลของกรมที่ดิน พบว่า  พื้นที่ดังกล่าวแบ่งออกเป็นที่ดิน 9 แปลง โดยศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แล้ว 2 แปลง เนื่องจากออกโดยมิชอบ ส่วนอีก 7 แปลง อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของการออกโฉนดและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าอาจเป็นพื้นที่ป่า ขณะเดียวกัน ยังพบคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในบริเวณหาดฟรีดอมรวม 24 คดี ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของสถานีตำรวจในพื้นที่ โดยบางคดีมีความคืบหน้า ขณะที่บางคดียังไม่สามารถติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการฯยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการดำเนินคดี พร้อมกำหนดกรอบติดตามผลภายใน 90 วัน ก่อนนำเรื่องกลับมาพิจารณาว่าการดำเนินการมีความล่าช้าหรือไม่

นายอาสพลธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรอบระยะเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯนั้น ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด แต่ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมเอกสารและข้อมูลทั้งหมดส่งมายังคณะกรรมาธิการฯภายใน 15 วัน ผ่านสำนักงานจังหวัดภูเก็ต ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต่อไป

สุทิน เชื่อปัญหาในมหาดไทย ไม่เกินมือ อนุทิน เหตุมีอำนาจเต็ม คงไม่มีใครกล้าแทรกแซง

สุทิน เชื่อปัญหาในมหาดไทย ไม่เกินมือ อนุทิน เหตุมีอำนาจเต็ม คงไม่มีใครกล้าแทรกแซง

สุทิน เชื่อปัญหาในมหาดไทย ไม่เกินมือ อนุทิน เหตุมีอำนาจเต็ม คงไม่มีใครกล้าแทรกแซง

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.29 น.

“สุทิน” เชื่อปัญหาในมหาดไทยไม่เกินมือ “อนุทิน“ เหตุมีอำนาจเต็ม คงไม่มีใครกล้าแทรกแซง

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทย มอว่ากระทบการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ ว่า ปัญหาความขัดแย้งในกระทรวงมหาดไทยเป็นเรื่องน่าห่วงและเชื่อว่าจะกระทบกับการผลักดันนโยบายสำคัญของรัฐบาล แต่เชื่อว่าปัญหานี้จะแก้ไขได้ในไม่ช้า เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย มีอำนาจที่สมบูรณ์เช่นนี้ กับปัญหาที่เห็นอยู่ 

“เชื่อว่าไม่เกินมือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ที่มีอำนาจเต็มทั้งคุมประเทศและคุมกระทรวงมหาดไทย เชื่อว่าคงไม่มีอำนาจอื่นใดเข้ามาแทรกแซงอำนาจท่านได้”นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาเหล่านี้จะมาจากสาเหตุอะไรตนดูแล้วมันมีทุกกระทรวงโดยเฉพาะหากระบบการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ยึดหลักคุณธรรมก็มักจะมีปัญหาแบบนี้ตามมา เพราะฉะนั้นใครจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไปต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มากด้วย 

‘สีหศักดิ์’ มอง ‘ฮุนเซน’เดินทางเยือนจีนปกติ ขออย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา

'สีหศักดิ์' มอง 'ฮุนเซน'เดินทางเยือนจีนปกติ ขออย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา

‘สีหศักดิ์’ มอง ‘ฮุนเซน’เดินทางเยือนจีนปกติ ขออย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.13 น.

“สีหศักดิ์” ชี้ “ฮุน เซน” เดินทางเยือนจีน ขออย่าหวั่นไหวกับข่าวที่ออกมา เชื่อ “จีน”รู้ต้องวางตัวอย่างไร ย้ำเดินหน้ากรอบ UNCLOS บอกรับได้หากไทยได้ประโยชน์ แต่หากไม่เที่ยงธรรมก็ต้องคุยกันต่อ

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น.ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน จะมีอะไรน่ากังวลหรือไม่ ว่า กัมพูชาก็ไปเยือนตามปกติ เขาก็มีความสัมพันธ์ของเขา ซึ่งเราทราบว่าจีนไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราจะต้องดูให้ดีอย่าไปหวั่นไหวต่อการรายงานข่าวทุกอย่างที่ออกมา เพราะบางครั้งเป็นรายงานข่าวจากกัมพูชา

“คิดว่าจีนเขารู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไร ทั้งเรื่องความสัมพันธ์แบบทวิภาคี ก็ถือเป็นเรื่องปกติของทั้งจีนและกัมพูชา แต่อะไรที่จะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ความขัดแย้ง จีนรู้อยู่แล้วว่าควรจะหลีกเลี่ยง อย่าไปหวั่นไหวกับอะไรมากมาย เพราะเป็นข่าวที่กัมพูชาปล่อยออกไปเพื่อเข้าข้างตัวเอง”

เมื่อถามว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ากัมพูชาขอซื้อเครื่องกระสุนจากประเทศจีนนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เขามีการตกลงกันมาก่อน รวมทั้งจีนก็มีผลประโยชน์ในกัมพูชาบางเรื่อง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ปัญหาไทย-กัมพูชา เช่น ฐานทัพที่เขามีอยู่ ซึ่งจีนอาจจะมาในบริบทแบบนั้น แต่อะไรก็ตาม จะต้องทำอะไรไม่ให้กระทบต่อความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจจะออกไปในแนวทางเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตนเชื่อว่าจีนรู้ดีและข่าวที่ออกไปเราก็รู้ว่าความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เป็นอย่างไร

ส่วนกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ยังคงดำเนินตามปกติใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ยังคงเดินหน้าต่อไป เรื่องกรอบดังกล่าวเราต้องดูในรายละเอียดและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่าสุดท้ายผลลัพธ์และแนวทางในการแก้ปัญหาเขตแดนทางทะเลระหว่างสองประเทศจะเป็นอย่างไร หากดีก็อาจจะรับได้ แต่ถ้าคิดว่าไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของไทย หรือไม่เที่ยงธรรมก็คงต้องคุยกันต่อ

‘สีหศักดิ์’ หวัง ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยึดข้อตกลงหยุดยิง สงบศึก คืนสันติภาพ ชี้ การสู้รบกระทบราคาพลังงาน

‘สีหศักดิ์’ หวัง ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยึดข้อตกลงหยุดยิง สงบศึก คืนสันติภาพ ชี้ การสู้รบกระทบราคาพลังงาน

‘สีหศักดิ์’ หวัง ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยึดข้อตกลงหยุดยิง สงบศึก คืนสันติภาพ ชี้ การสู้รบกระทบราคาพลังงาน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.01 น.

“สีหศักดิ์“หวัง“สหรัฐฯ-อิหร่าน”ยึดข้อตกลง คืนสู่สันติภาพ หลังเกิดการโจมตีกันที่ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลเปิดล่าช้าออกไป กระทบพลังงาน

เมื่อเวลา 16.15 น.ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ล่าสุดอิหร่านและสหรัฐอเมริกา เปิดการโจมตีกันที่ช่องแคบ
ฮอร์มุซว่า เนื่องจากทั้งสองประเทศเพิ่งมีข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งหวังว่าจะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพ ที่ผ่านมาการทำสงครามระหว่างกันไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา เป็นอะไรที่คนทั่วโลก และประเทศประชาคมโลกมีความคาดหวังว่า ที่มีการตกลงกันจะปฏิบัติตามนั้น เพื่อยุติความรุนแรง นำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน เราอยากกลับไปใช้ชีวิตที่ปกติ ช่วงนี้ตกลงกันอย่างไร ขอให้ทำตามนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังจะไม่มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจกับประเทศไทย หรือความมั่นคงทางด้านเชื้อเพลิงใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ส่งผลกระทบ ถ้าเกิดสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง เรื่องของพลังงานและราคาพลังงานจะได้รับผลกระทบ รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อยู่ในกระบวนการ หากมีการสู้รบกัน การเปิดจะล่าช้าออกไป

หวังพลังเงียบและแรงหนุนจากกลุ่มคนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ส่ง ‘อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ’ เบอร์ 3 ปักธง ปชป.สำเร็จ

หวังพลังเงียบและแรงหนุนจากกลุ่มคนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ส่ง 'อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ' เบอร์ 3 ปักธง ปชป.สำเร็จ

หวังพลังเงียบและแรงหนุนจากกลุ่มคนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ส่ง ‘อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ’ เบอร์ 3 ปักธง ปชป.สำเร็จ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.50 น.

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่มีขึ้นในพรุ่งนี้(28มิ ย.)เขตสะพานสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่จับตามองมากที่สุด ว่า “อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ” ผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 3 จากพรรคประชาธิปัตย์ กระแสมาแรง อันดับต้น ๆ ที่มีโอกาสเบียดชนะในศึกครั้งนี้

นายพลรักษ์ รักษาพล นักวิชาการอิสระด้านการสื่อสารทางการเมือง วิเคราะห์ว่า ชื่อของนายอรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ กลายเป็นที่พูดถึงของพี่น้องชาวสะพานสูงอย่างกว้างขวาง ปัจจัยสำคัญมาจากโปรไฟล์การทำงานในฐานะ “คนหน้างาน” ที่คลุกคลีและลงพื้นที่รับฟังปัญหา พร้อมสแตนบายเคียงข้างช่วยเหลือประชาชนในชุมชนมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งมาปรากฏตัวในช่วงฤดูกาลเลือกตั้ง

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า อรรถวิทย์เป็นผู้สมัครที่เข้าใจบริบทและข้อจำกัดของพื้นที่สะพานสูงอย่างแท้จริง โดยเฉพาะปัญหาเรื้อรังที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง ปัญหาถนนหนทาง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงการยกระดับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

ยุทธศาสตร์ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ นายอรรถวิทย์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำแนวคิดหลัก “ดูแลทั่วถึง ทำงานถึงพื้นที่ ฟังทุกเสียงของประชาชน” โดยเจ้าตัวมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้คนสะพานสูงเห็นว่า การเมืองท้องถิ่นในยุคใหม่ต้องเริ่มต้นจากการ “ลงพื้นที่จริง รับฟังจริง และลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง” เพื่อเปลี่ยนเสียงสะท้อนของชาวบ้านให้กลายเป็นการพัฒนาที่จับต้องได้

น่าจับตาว่า ในวันลงคะแนนเสียงที่กำลังจะมาถึง พลังเงียบและแรงหนุนจากกลุ่มคนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ จะส่งผลให้ “อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ เบอร์ 3” สามารถปักธงพรรคประชาธิปัตย์ คืนความสุขให้ชาวสะพานสูง และล้มแชมป์เก่าได้สำเร็จหรือไม่

กวีเหลวไหลติง’หมอวรงค์’ ตรวจสอบโครงการทุจริต อย่าเหมารวมระบอบสีน้ำเงิน

กวีเหลวไหลติง'หมอวรงค์' ตรวจสอบโครงการทุจริต อย่าเหมารวมระบอบสีน้ำเงิน

กวีเหลวไหลติง’หมอวรงค์’ ตรวจสอบโครงการทุจริต อย่าเหมารวมระบอบสีน้ำเงิน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.14 น.

วันที่ 27 มิถุนายน 2569จากกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี  ที่แสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบความน่ากลัวระหว่างระบอบทักษิณ และระบอบสีน้ำเงินว่าน่ากลัวทั้งคู่ แต่ต้องยอมรับว่าผู้นำของทั้ง 2 ระบอบมีความแตกต่างกันโดยผู้นำระบอบทักษิณมีความก้าวร้าว แต่ผู้นำระบอบสีน้ำเงิน ที่อยู่ในตำแหน่งมีความนุ่มนวลกว่า ซึ่งในเชิงความรู้สึกความนุ่มนวลช่วยได้เยอะ แต่ระบอบสีน้ำเงินมีความน่ากลัวตรงที่เป็นเจ้าของระบบเกือบทั้งหมด รวมถึง สว. องค์กรอิสระ ขณะที่ระบอบทักษิณเพียงแค่พยายามเข้าไปแทรกแซง แต่ระบอบสีน้ำเงินเข้ามาเพื่อเทคโอเวอร์ มีอิทธิพลเหนือกว่ามากๆ ถ้าใช้พฤติกรรมในทางที่ไม่ชอบถือว่าอันตราย

พร้อมจำว่านับวันจะยิ่งทำให้คนกังวลใจ ช่วงแรกๆตนก็ไม่กังวลใจเพราะเห็นว่าไม่น่าจะมีความเลวร้าย แต่ตนเห็นพฤติกรรมในสภาในช่วงหลังๆ เหิมเกริมในอำนาจมากขึ้น จึงขอเตือนว่าให้มีความพอดิบพอดี อะไรที่เป็นประโยชน์และเพื่อประเทศชาติเป็นหลักก็จะสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ หากเปรียบเทียบทั้งสองอย่างก็แย่ทั้งคู่ (หมอวรงค์ มอง ระบอบน้ำเงิน-ทักษิณ น่ากลัวทั้งคู่! ต่างกันแค่ ซอฟท์กับก้าวร้าว เตือนกระแสไม่เอามาเร็ว)

ล่าสุด  เพจเฟซบุ๊ก กวีเหลวไหลแท้ โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ว่า เรียนคุณหมอด้วยความเคารพครับ

ในฐานะเป็น สส. อิสระ ท่านสามารถคัดค้านไม่เห็นด้วยกับโครงการหรือนโยบายที่ส่อในทางทุจริต ไม่เกิดประโยชน์ ได้อย่างเต็มที่เลยครับ แต่ขอให้แยกแยะเป็นโครงการไป โดยมีรายละเอียดประกอบ แล้วชี้ชวนให้คนไทยช่วยกันจับตาตรวจสอบ

เชื่อว่า นโยบายรัฐบาลแม้ไม่ถูกทั้งหมดแต่ก็ไม่ผิดทั้งหมดหรอกครับ อย่าเหมารวมตั้งธงล่วงหน้าไปก่อนดีกว่า

ยอดไลค์ ยอดกระแสตอบรับอาจจะดีก็จริง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากคนชิงชังรัฐบาลฝังในยีนแล้วทั้งนั้น ถึงเวลาเลือกตั้ง ไม่มีใครซัดตาแลท่านหรอกครับ

กลุ่มโหวตเตอร์ที่ท่านควรโฟกัสเป็นเป้าหมายในการเพิ่มคะแนนเสียงของท่าน คือคนกลุ่มที่ชื่นชอบรัฐบาลนี่แหละครับ

คนกลุ่มนี้อพยพมาเรื่อย จากประชาธิปัตย์ พันธมิตร กปปส. ลุงตู่+พีระพันธุ์ แล้วก็อนุทินในปัจจุบัน

นั่นหมายความว่าคนกลุ่มนี้ไม่ฝังหัวยึดติดกับนักการเมืองใดๆ พร้อมที่จะเปลี่ยนหากพบเห็นความไม่ดี พร้อมจะเทใจให้หากพบเห็นความเหมาะสมที่จะนำพาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

หากคุณหมอค้านอย่างมีวุฒิภาวะ มุ่งเน้นถึงผลประโยชน์ประเทศชาติ คนกลุ่มนี้มองเห็นความดีของท่าน มองเห็นความไม่ดีของภูมิใจไทย ก็จะเทคะแนนมาให้ท่านเองครับ

การเหมารวมโดยใช้คำว่า ระบอบสีน้ำเงิน จะทำให้ภาพลักษณ์ของท่านด้อยค่าลงไปจนอยู่ในระดับเดียวกับพรรคส้ม ซึ่งนับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง

เราเคยเสียดายมาคนหนึ่งแล้ว อย่าให้ต้องเสียดายท่านอีกเลย

ด้วยความจริงใจครับ…

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิถล่มทลาย เผยพรุ่งนี้ขอวิ่งแก้เครียดก่อนเข้าคูหา 8โมงเช้า

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิถล่มทลาย เผยพรุ่งนี้ขอวิ่งแก้เครียดก่อนเข้าคูหา 8โมงเช้า

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิถล่มทลาย เผยพรุ่งนี้ขอวิ่งแก้เครียดก่อนเข้าคูหา 8โมงเช้า

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.57 น.

“ชัชชาติ” ปราศรัยบนลังไม้ปิดทริป หาเสียง 24ชม. ที่สยามสแควร์ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิถล่มทลาย เผยพรุ่งนี้ขอวิ่งแก้เครียดก่อนเข้าคูหา 8โมงเช้า

วันที่ 27 มิถุนายน 2569  เวลา 15.45น. ที่สยามสแควร์  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 ปราศรัยบนลังไม้ปิดทริป  “ทัวร์ทั่ว กทม. โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง 24 ชั่วโมง” บรรยากาศมีวัยรุ่น ประชาชนรอล้อมวงฟังคึกคัก

นายชัชชาติ กล่าวปราศรัย โดยถามประชาชนว่า พรุ่งนี้พร้อมหรือไม่ วันที่ 28 มิ.ย.69 ไปเลือกผู้ว่าฯ กาเบอร์ 9   ส่วน ส.ก.รักใครก็ไปเลือกกันเอง ที่ผ่านมาเราเดินหน้าเต็มที่ 24 ชั่วโมง 50 เขต เพื่อประชาชน นโยบายเราคือ “จะสร้างเมืองที่มีโอกาสและความหวังให้กับทุกคน” เน้น 4 เรื่องได้แก่ คน การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต รวม 260 แผนนโยบาย  

ที่ผ่านมาทำงานหนัก เป็นเดือนหนึ่งที่สนุกเพราะหาเสียงกันมันหลายรูปแบบ ขอยืนยันเรื่องความโปร่งใสที่มีคนพูดหรือวาทกรรมต่าง ๆ ไม่มี เพราะความโปร่งใสเท่านั้นที่จะทำให้เรามีความยั่งยืนได้ในอนาคต ประเทศชาติต้องการความโปร่งใสและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมีเป้าหมายที่ชัดเจน

นายชัชชาติ กล่าวต่อ นาทีนี้เชื่อว่าทุกคนมีคนในใจแล้ว ขอให้ไปเลือกคนที่รักและไว้ใจ ออกไปใช้สิทธิกันเต็มที่เพราะผู้ว่าฯ คนใหม่ต้องการฉันทามติจากพวกเรา ต้องการแรงสนับสนุนจากพวกเราจะได้มีพลังไปทำงานให้กับพวกเราในอนาคต ขอให้ออกไปถล่มทลายสร้างประวัติศาสตร์ให้มีคนมาลงคะแนนมากที่สุด  ที่บ้านมีกี่คนขอให้ไปให้ครบ อย่าให้ขาด กาเสร็จแล้วไปลั้นลา เย็นก็มานับคะแนนช่วยกัน

”ผมจะรอพวกเราอยู่ทุกหน่วยเลือกตั้ง เพราะรูปผมอยู่ทุกหน่วยเลือกตั้งไปดูได้เบอร์ 9  ผู้ว่าฯสีเขียว ส.ก.บัตรสีชมพู ขอให้ไปเลือกคนที่ไว้ใจว่าจะพาเมืองเราไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน“ 

นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงการหาเสียง 50 เขตว่า สนุกดี ได้เจอปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องขยะ คนไร้บ้าน และการจราจร ตนเองยังได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนได้จดเอาไว้เผื่อเป็นผู้ว่าฯ จะได้ไปทำต่อ รู้สึกว่ากรุงเทพฯ ใหญ่มาก มีคนที่ต้องดูแลจำนวนมากจึงต้องมีนโยบายให้ครบถ้วน เรามาถูกทางแล้วที่ 260 นโยบายสามารถเดินหน้าได้ทันที วินาทีแรกที่ได้รับเลือกก็สามารถคุยและกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจน สิ่งที่ต้องทำต่อเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการออกข้อบัญญัติต่าง ๆ ผลพรุ่งนี้จะออกมาเป็นอย่างไรไว้ว่ากันอีกครั้งหนึ่ง 

อย่างไรก็ตามเมื่อคืนแอบนอนไป 2 ชั่วโมง แต่ก็มีกำลังใจเพราะมีประชาชนขับรถมาหาจากเขตคลองสามวา ในเวลา 01.00 น. โดยระบุว่าอยากมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ อยากเห็นกรุงเทพฯ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นทำให้มีกำลังใจฮึด ไม่นอนเลย  

”ขอให้ทุกคนออกไปสร้างประวัติศาสตร์ ไม่เลือกเราไม่เป็นไร ขอให้เลือกคนที่รักและไว้ใจ เราเคารพสิทธิ์ของประชาชนทุกคน ไม่มีใครดีกว่าใคร ขึ้นอยู่ที่ว่าประชาชนจะไว้ใจใคร“

ส่วนกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร  ไม่เป็นไรเราเคารพทุกคน เพราะทุกคนมีเหตุผลในการเลือกของตนเอง ตัดสินใจได้จากข้อมูลที่มี แต่ขอให้ไปเลือกกัน ส่วนเหตุผลที่มาปิดท้ายทริปทัวร์ กทม.ที่สยามสแควร์วัน เพราะใกล้บ้านตอนนี้ง่วงนอนแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เป็นส่วนสำคัญของกรุงเทพฯ จะเป็นคนที่ดูแลเมืองต่อไป พวกเขาอาจจะเป็นผู้ว่าฯ ในอนาคต หวังว่าจะมีคนเข้าใจและมีนโยบายดี ๆ ต่อไป

นายชัชชาติยังย้ำว่า ในวันพรุ่งนี้อาจจะมีฝนตกขอให้รีบไปลงคะแนน เพราะเป็นห่วงหน่วยเลือกตั้งหลายแห่งเป็นเตนท์อยู่ริมถนน ตนเองไม่มีอำนาจอะไรขอฝากผู้อำนวยการการเลือกตั้งให้ดูเรื่องฝน 

พร้อมเปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ ตนเองจะไปวิ่งแก้เครียดก่อนตอนเช้า วิ่งแล้วสบายใจหายปวดหัว และอาจจะไปใช้สิทธิเวลาประมาณ 08.00 น. 

ทั้งนี้ ภายหลังการปราศรัยเสร็จสิ้น  มีประชาชนมารอต่อแถวถ่ายรูป ชนหมัดกับนายชัชชาติอย่างคึกคัก

โจ ชัยวัฒน์ ลุยตลาดเช้า ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พรุ่งนี้

โจ ชัยวัฒน์ ลุยตลาดเช้า ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พรุ่งนี้

โจ ชัยวัฒน์ ลุยตลาดเช้า ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

‘โจ ชัยวัฒน์’ ลุยตลาดเช้าหาเสียงวันสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เปิดประตูให้พรรคประชาชนเข้าไปทำงานเปลี่ยนกรุงเทพฯ 

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 พรรคประชาชน รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กทม. วันสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน โดย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่า กทม. เบอร์ 10 พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตั้งแต่เช้าที่ตลาดปิ่นทอง เขตบางบอน พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ, นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ, ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กรุงเทพฯ (จอมทอง-บางบอน) พรรคประชาชน ก่อนเดินทางไปหาเสียงต่อที่ตลาดเช้าวัดหนองแขม เขตหนองแขม

โจ ชัยวัฒน์

โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ ส.ก.ในวันพรุ่งนี้ ย้ำหมายเลขของพรรคประชาชน บัตรสีเขียวเลือกผู้ว่ากาเบอร์ 10 บัตรสีชมพูกาเบอร์ของ ส.ก. พรรคประชาชนในแต่ละพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อเปิดประตูให้ทีมพรรคประชาชนเข้าไปทำงานผลักดันนโยบายสร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่แคร์คน แก้ปัญหาที่เรื้อรังของเมืองด้วยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ พร้อมกับยกระดับสภา กทม. ตรวจสอบงบประมาณกว่าแสนล้านบาทต่อปีให้มีความโปร่งใสและคุ้มค่า ผลักดันวาระระดับเขตไปจนถึงข้อบัญญัติของ กทม. เพื่อการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์