‘ธนกร’ควง’ฐาปกรณ์’เปิดงานแข่งขันดนตรี Phra Pradaeng Next Gen Music Competition 2026

'ธนกร'ควง'ฐาปกรณ์'เปิดงานแข่งขันดนตรี Phra Pradaeng Next Gen Music Competition 2026

‘ธนกร’ควง’ฐาปกรณ์’เปิดงานแข่งขันดนตรี Phra Pradaeng Next Gen Music Competition 2026

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.27 น.

“ธนกร”ควง”ฐาปกรณ์”เปิดงานแข่งขันดนตรี Phra Pradaeng Next Gen Music Competition 2026 มุ่งส่งเสริมเยาวชนกล้าคิดกล้าทำ สร้างสรรค์สิ่งดี ชู”เนเน่”แบบอย่างความสำเร็จสู่ระดับโลก

10 สิงหาคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน Phra Pradaeng Next Gen Music Competition 2026 ที่โรงเรียนวัดทรงธรรม อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยมี นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย , นายศาสตรา ศรีปาน อดีต สส.สงขลา และผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทรงธรรม ให้การต้อนรับ

นายธนกร กล่าวว่า สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดของการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการค้นหาวงดนตรีที่ดีที่สุด แต่คือการได้เห็นเยาวชนที่กล้าฝัน กล้าลงมือทำ และทุ่มเทฝึกฝนจนสามารถก้าวมาถึงรอบนี้ได้ ซึ่งเท่าที่ตนทราบมา มีวงดนตรีเข้าประกวดในรายการนี้มากถึง 80 วง ดังนั้น การจะเข้ามาถึงรอบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ดนตรีเป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน และยังเป็นบทเรียนที่สอนให้เรารู้จักการทำงานเป็นทีม การรับฟังกัน การเคารพบทบาทของเพื่อนร่วมวง และการก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน คุณสมบัติเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ไม่ว่าจะเดินไปในเส้นทางสายดนตรี หรือเส้นทางอาชีพใดในอนาคตก็ตาม อยากให้น้องๆ ใช้เวทีแห่งนี้อย่างเต็มที่ แสดงความสามารถอย่างมั่นใจ เคารพกติกา ให้เกียรติคู่แข่งขัน และแสดงน้ำใจนักกีฬา เพราะสิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่สำคัญไม่แพ้ผลการแข่งขัน

.ขอขอบคุณผู้ปกครอง คุณครู และทุกภาคส่วน ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของน้องๆ ทุกคนในครั้งนี้ ขอให้ดูน้องเนเน่ หรือน้องแพรว น.ส.รัตติกานต์ อำลอย เป็นตัวอย่าง ซึ่งสามารถผ่านเข้ารอบไปแข่งขันระดับโลกในรายการ America’s Got Talent (AGT) ได้ โดยเฉพาะในรอบ Judges’ Callbacks ที่น้องเนเน่ทำได้ดีมาก ถือเป็นแบบอย่างได้ว่า ในอนาคตเราเองก็สามารถก้าวไปเป็นศิลปินระดับโลกได้ ถ้าเราทุ่มเท ฝึกฝน และพยายามมากเพียงพอ. นายธนกร กล่าว

เส้นทางชีวิต’ฉลอง เรี่ยวแรง’ จากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สู่การเมืองระดับชาติ ก่อนตัดสินใจบุกยิง นายกอบจ.นนท์ดับ

เส้นทางชีวิต'ฉลอง เรี่ยวแรง' จากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สู่การเมืองระดับชาติ ก่อนตัดสินใจบุกยิง นายกอบจ.นนท์ดับ

เส้นทางชีวิต’ฉลอง เรี่ยวแรง’ จากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สู่การเมืองระดับชาติ ก่อนตัดสินใจบุกยิง นายกอบจ.นนท์ดับ

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.26 น.

วันที่ 10 สิหงาคม 2569 จากกรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) เนื่องจากสาเหตุการทวงหนี้ 11 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (เปิดภาพนาที รวบ ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง นายกอบจ.นนทบุรี) 

สำหรับ “ฉลอง เรี่ยวแรง” เป็นอดีต สส.คนดังที่คอการเมืองต่างรู้จัก เกิดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2498 เป็นชาว จ.นนทบุรีโดยกำเนิด

ก่อนก้าวสู่ถนนการเมือง เคยประกอบอาชีพหลายอย่าง เป็นผู้คุมเรือนจำนนทบุรีเหมือนบิดา เคยขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ค้าขาย และนักการเมืองท้องถิ่น

“ฉลอง” เคยเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนนทบุรี ส่วนระดับชาติเป็นอดีต สส.นนทบุรี 3 สมัย พ.ศ. 2539 สังกัดพรรคประชากรไทย พ.ศ. 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย และ พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย

“ฉลอง” ขึ้นชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่ย้ายพรรคบ่อยมาก เคยสังกัดพรรคประชากรไทย พรรคราษฎร พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยรักไทย พรรคประชาราช พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย 

นอกจากตำแหน่ง สส.แล้ว ยังเคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์) ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (นางอุไรวรรณ เทียนทอง)

ทั้งนี้ ในปี 2563 “ฉลอง” ลงสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี แต่พ่ายแพ้ โดยผู้ชนะคือ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

นอกจากนี้ “ฉลอง” ยังเป็นนักการเมืองมากฉายา อาทิ “หลอง งูเห่า” เพราะเป็น 1 ใน 13 สส.พรรคประชากรไทยที่ลงมติสวนทางกับมติพรรค สนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ เมื่อปี 2540

“หลอง ซีดี” เพราะถูกกล่าวหาว่าพัวพันซีดีเถื่อน แต่ผลการตรวจค้นบ้านพัก ตำรวจไม่พบหลักฐานใด ๆ

กระทั่งล่าสุด ตกเป็นผู้ต้องหาบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตที่สำนักงาน อบจ.นนทบุรี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : พลิกปูม ‘ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนท์ 5 สมัย จากตำรวจสู่ถนนการเมือง ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ บุกยิงคา อบจ.

เปิดภาพนาที รวบ ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิง นายกอบจ.นนทบุรี

แกะรอยเพื่อนรักหักเหลี่ยม ฉลอง vs ธงชัย ปมแตกหักหนี้ 11 ล้านบาท ชนวนบุกยิงคาอบจ.นนท์

ฉลอง เปิดปากเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี ทวงเงิน 11 ล้าน อ้างคนขับชักปืนก่อน ยันไม่มีเจตนาฆ่า

นายกฯไฟเขียวคิกออฟ โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินกว่า 4 พันล้าน

นายกฯไฟเขียวคิกออฟ โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินกว่า 4 พันล้าน

นายกฯไฟเขียวคิกออฟ โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินกว่า 4 พันล้าน

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

“นายกฯ”ไฟเขียวคิกออฟ โครงการ”ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด

10 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยมี นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแหงชาติ เข้าร่วมด้วย

โดย นายกฯ กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในวันนี้ เห็นว่า ไทยช่วยไทย ไม่ใช่แค่ 60 – 40 ไม่ใช่เป็นเรื่องของไทยช่วยไทย แต่คำว่าพลัส คือ เราพยายามจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อยู่ทั่วไปในประเทศของเราได้มีต้นทุนชีวิตที่ลดลง และเราพยายามจะหาโครงการต่างๆ และวิธีการต่างๆ มาทำให้ท่านได้สามารถสร้างโอกาสสร้างรายได้เรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก นั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นต้น รัฐบาลจึงมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายแก้ไขปัญหาหนี้สิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่เป็นธรรมและมีต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพเพิ่มรายได้และเสริมความเข้มแข็งของทุกครัวเรือน และทุกชุมชนอันเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

นายกฯ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนให้โครงการดีดีเช่นนี้ไปถึงมือของพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุดและถ้าเป็นไปได้ให้ครอบคลุมให้มากที่สุด วันนี้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านได้ดำเนินโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ด้วยวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านกองทุนชุมชนเมืองและกองทุนชุมชนทหาร 79,610 กองทุน ในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับประชาชนทั่วประเทศให้เงินทุนหมุนเวียน สำหรับการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเงินทุน แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้มากที่สุด จะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และเสียดอกเบี้ยสูงๆ แพงๆ เราทนสภาพนั้นไม่ได้ เพราะต้องเสียไร่ เสียนา เสียบ้าน โครงการนี้จะสร้างโอกาสให้ประชาชนได้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งการจะประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนให้อำนาจในการตัดสินใจอำนาจในการจัดตั้งนโยบายกับนางสุขสำรวย อย่างเต็มที่ เพื่อให้ไปทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อทำให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งหลาย ฉะนั้นความร่วมมือทั้งหลายที่จะเกิดขึ้น ขอให้ข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะเราจัดงบประมาณไว้แล้วและจัดโครงการจัดหลักการการให้การช่วยเหลือประชาชนให้เขามีต้นทุนในการลงทุนต่างๆ ได้ดีขึ้น ซึ่งเงินกองทุนหมู่บ้านได้สร้างหมอลำที่มีชื่อเสียงมาแล้ว อย่าคิดว่าเงินนี้เป็นเงินเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเราสามารถจับหลักของธุรกิจสามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสของการสร้างรายได้ นี่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เราจะช่วยให้ท่านไม่ต้องไปจมปลักอยู่กับเงินกู้นอกระบบที่มีต้นทุนแพงอย่างมหาศาล และยังต้องเซ็นสัญญาทาสต่างๆ ทำให้เราเสียโอกาสทั้งหมดในชีวิตที่เรามีอยู่และความเดือดร้อนนี้มันก็ไปถึงครอบครัวเราด้วย ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะเริ่มด้วยเงินงบประมาณประมาณ 4.4 พันล้านบาท แต่ถ้าท่านทำแล้วแล้วมันเกิดประโยชน์เกิดผลสำเร็จเกิดประสิทธิภาพ สร้างรายได้สู่เศรษฐกิจ ฉะนั้น รัฐบาลต้องถือว่าท่านคือเฟืองจักรตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวหลัก เพราะท่านเป็นกลุ่มคนที่มากที่สุดในประเทศของเราการสนับสนุนการไว้วางใจความมุ่งมั่นที่อยากจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะผลสำเร็จเหล่านี้เกิดขึ้นรัฐบาลก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างให้กับท่านอย่างเต็มที่

“ผมอยากจะเซ็นเพิ่มงบให้พวกท่านใจจะขาด ขอให้พวกเราช่วยกันทำให้บรรลุผลสำเร็จ” นายกฯ กล่าว

ด้าน นางสุขสมรวย กล่าวว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก ประชาชนฐานราก ต้องการเพิ่มรายได้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกแหล่งเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อสร้างสภาพคล่อง ในระบบการผลิต การประกอบอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญ และเล็งเห็นว่าการเข้าไปช่วยเหลือ โดยการเพิ่มงบประมาณ เพื่อเข้าไปสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านฯ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิกในระยะยาว และยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ให้แก่ประชาชนในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

นางสุขสมรวย กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการขยายโอกาสในการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เสริมสภาพคล่องทางการเงิน ก่อเกิดประโยชน์แก่สมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ได้จัดเตรียมงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 4,452,000,000 บาท ไว้สำหรับการดำเนินโครงการดังล่าวแล้ว กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่จะขอสนับสนุนงบประมาณ จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการกองทุนตามระเบียบที่กำหนด และส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี (ปี 2556 – ปัจจุบัน) สิ่งสำคัญคือจะต้องมีการจัดประชุมเพื่อมีมติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีมติการลดอัตราอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกกองทุน บัญชีที่ 1 ลง 50% สำหรับสัญญาที่เริ่มในปีบัญชีปัจจุบัน (1 รอบสัญญา) ปรับปรุงสัญญา และจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญา เพื่อให้สมาชิกได้รับอัตราดอกเบี้ยใหม่ และจัดทำประกาศลดดอกเบี้ยและเอกสารประกอบโครงการ หากได้รับเงินเพิ่มทุนแล้ว แต่ไม่ดำเนินการลดดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สามารถเรียกคืนเงินเพิ่มทุนได้ ทั้งนี้ กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ

ฉลอง เปิดปากเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี ทวงเงิน 11 ล้าน อ้างคนขับชักปืนก่อน ยันไม่มีเจตนาฆ่า

ฉลอง เปิดปากเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี ทวงเงิน 11 ล้าน อ้างคนขับชักปืนก่อน ยันไม่มีเจตนาฆ่า

ฉลอง เปิดปากเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี ทวงเงิน 11 ล้าน อ้างคนขับชักปืนก่อน ยันไม่มีเจตนาฆ่า

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.03 น.

อดีต สส.นนทบุรี เปิดใจหลังถูกตำรวจคุมตัว อ้างเดินทางไปทวงเงินเพื่อน 11 ล้านบาท ก่อนมีปากเสียงและคนขับรถชักปืน จึงตัดสินใจยิง ยืนยันไม่ได้มีเจตนาฆ่า พร้อมขอโทษประชาชนชาวนนทบุรีและครอบครัวนายก อบจ.

วันที่ 10 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรีหลายสมัย มาที่สถานีตำรวจ หลังก่อเหตุอุกอาจ บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี พร้อมคนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัย ได้รับบาดเจ็บ

ล่าสุด เวลา 13.20 น. ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ คุมตัวนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ลงจากชั้น 3 มายังห้องประชุม เพื่อเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายฉลองยอมรับว่า เดินทางไปพบเพื่อน เนื่องจากต้องการทวงเงินจำนวน 11 ล้านบาท ที่เคยให้ยืมไป หลังปัจจุบันประสบปัญหาด้านการเงินและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการป่วยจำนวนมาก

นายฉลอง เผยว่า ที่ผ่านมาเคยช่วยเหลือเพื่อนหลายคน ทั้งเรื่องธุรกิจและการทำหมู่บ้าน บางรายให้เงินถึง 6 ล้านบาท หรือ 15 ล้านบาท แต่ไม่ได้ทวงคืน เนื่องจากเต็มใจช่วย กระทั่งครั้งนี้มีความจำเป็นต้องขอเงินคืน จึงเดินทางไปพูดคุย

นายฉลอง อ้างว่า ระหว่างพูดคุยกันมีปากเสียงและถูกผลัก ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินลงไปขึ้นรถ ทำให้ตนเดินตามไปเคาะกระจกเพื่อขอพูดคุย พร้อมถือปืนไปด้วย แต่ยืนยันว่าไม่ได้คิดจะยิง อย่างไรก็ตาม จังหวะนั้นคนขับรถได้ชักปืนออกมา จึงตัดสินใจยิง

หลังเกิดเหตุ นายฉลอง บอกว่า ได้หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะเป็นอะไรมาก ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์กลับมามอบตัว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าใคร

นายฉลอง ยังกล่าวขอโทษประชาชนชาวนนทบุรี และครอบครัวนายก อบจ.นนทบุรี พร้อมระบุว่า ตนเองกับนายก อบจ. เป็นเพื่อนกัน และไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น โดยหากได้พูดคุยกัน เหตุการณ์ก็น่าจะจบลงด้วยดี

นายฉลองกล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงความรู้สึกของครอบครัว โดยเฉพาะลูกสาว ซึ่งเชื่อว่าจะต้องเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ครั้งนี้

แกะรอยเพื่อนรักหักเหลี่ยม ฉลอง vs ธงชัย ปมแตกหักหนี้ 11 ล้านบาท ชนวนบุกยิงคาอบจ.นนท์

แกะรอยเพื่อนรักหักเหลี่ยม ฉลอง vs ธงชัย ปมแตกหักหนี้ 11 ล้านบาท ชนวนบุกยิงคาอบจ.นนท์

แกะรอยเพื่อนรักหักเหลี่ยม ฉลอง vs ธงชัย ปมแตกหักหนี้ 11 ล้านบาท ชนวนบุกยิงคาอบจ.นนท์

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.41 น.

สรุป : ความสัมพันธ์ ระหว่าง นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส. นนทบุรี และ พ.ต.อ. ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ. นนทบุรี

พบว่า มีลักษณะเป็นทั้ง “เพื่อนรักร่วมสาบาน” และ “คู่แข่งทางการเมือง” ที่ซับซ้อนและยาวนาน จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งล่าสุดในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569

มิติความสัมพันธ์ของทั้งสองคนสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้

1. ความสัมพันธ์ส่วนตัวในฐานะเพื่อนรัก

สายสัมพันธ์เดิม: ทั้งสองคนมีความสนิทสนมกันอย่างมากในฐานะเพื่อนรักที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

การยอมความทางการเมือง: นายฉลองระบุว่าในอดีตเคยยอมไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งแข่งในเขตเดียวกันตามคำขอร้องของ พ.ต.อ. ธงชัย เพื่อรักษาความสัมพันธ์และผลประโยชน์ทางการเมืองร่วมกัน

2. ความขัดแย้งในฐานะคู่แข่งทางการเมือง

ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น: ในการเลือกตั้งนายก อบจ. นนทบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2563 นายฉลองได้ตั้ง “กลุ่มพลังนนท์” ลงสมัครแข่งขันตำแหน่งนายก อบจ. โดยตรงกับ พ.ต.อ. ธงชัย จาก “กลุ่มผึ้งหลวง” (เจ้าของพื้นที่เดิม) ซึ่งผลการเลือกตั้ง พ.ต.อ. ธงชัย เป็นฝ่ายชนะ

การร้องเรียน กกต.: หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งในครั้งนั้น นายฉลองได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้ง โดยกล่าวหาว่าฝั่ง พ.ต.อ. ธงชัย มีการซื้อเสียง แต่สุดท้าย กกต. ได้รับรองให้ พ.ต.อ. ธงชัย ดำรงตำแหน่งต่อไป

3. ชนวนเหตุและจุดแตกหักสุดท้าย

ปมหนี้สิน 11 ล้านบาท: ความตึงเครียดสะสมมาถึงขีดสุดจากปัญหาหนี้สินส่วนตัว โดยนายฉลองอ้างว่า พ.ต.อ. ธงชัย เป็นหนี้ตนอยู่จำนวน 11 ล้านบาท

เหตุการณ์บุกยิง: ในช่วงสายของวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายฉลองได้เดินทางไปทวงเงินจำนวนดังกล่าวที่สำนักงาน อบจ. นนทบุรี เมื่อ พ.ต.อ. ธงชัย ปฏิเสธว่าไม่มีให้ จึงเกิดความโมโหและใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิง พ.ต.อ. ธงชัย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส (และมีบางรายงานระบุว่าเสียชีวิต) ก่อนที่นายฉลองจะรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา

พลิกปูม ‘ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนท์ 5 สมัย จากตำรวจสู่ถนนการเมือง ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ บุกยิงคา อบจ.

พลิกปูม ‘ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนท์ 5 สมัย จากตำรวจสู่ถนนการเมือง ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ บุกยิงคา อบจ.

พลิกปูม ‘ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนท์ 5 สมัย จากตำรวจสู่ถนนการเมือง ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ บุกยิงคา อบจ.

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.47 น.

พลิกปูม ‘ธงชัย เย็นประเสริฐ’ นายก อบจ.นนท์ 5 สมัย จากตำรวจสู่ถนนการเมือง ก่อนเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ บุกยิงคา อบจ

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 จากกรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ฉลอง เรี่ยวแรง บุกยิงนายกอบจ.นนท์ ก่อนโทรแจ้ง ‘เจ๊ปอง’ กลางรายการสดแนวหน้า)

สำหรับ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) นนทบุรี ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ในนามกลุ่มผึ้งหลวง เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 เป็นชาว ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  พ.ต.อ.ธงชัย จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ในฐานะนักเรียนนายร้อยตำรวจพิเศษ รุ่นที่ 9 ก่อนเข้ารับราชการตำรวจใน จ.นนทบุรี ได้เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจในจ.นนทบุรีหลายพื้นที่ และสุดท้ายเป็นผู้กำกับ สภ.ปากเกร็ด และลาออกจากราชการก่อนเกษียณ เพื่อเตรียมตัวลงสมัครนายก อบจ.นนทบุรี

โดยจัดตั้งกลุ่มผึ้งหลวง และประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งจนดำรงตำแหน่งต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันพ.ต.อ.ธงชัยนับเป็นผู้มีคอนเนกชันกับกลุ่มการเมืองต่างๆ เป็นอย่างดี รวมถึงนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรีหลายสมัย ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน เหตุการณ์ที่นายฉลองบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย ภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี จึงเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นตระหนกอย่างยิ่ง

‘อนุทิน’ ชม ‘พลพีร์’ ทำหน้าที่ได้ดี ลงตรวจธุรกิจจีนย่านห้วยขวาง  กำชับเดินหน้าตรวจต่อเนื่อง

‘อนุทิน’ ชม ‘พลพีร์’ ทำหน้าที่ได้ดี ลงตรวจธุรกิจจีนย่านห้วยขวาง  กำชับเดินหน้าตรวจต่อเนื่อง

‘อนุทิน’ ชม ‘พลพีร์’ ทำหน้าที่ได้ดี ลงตรวจธุรกิจจีนย่านห้วยขวาง  กำชับเดินหน้าตรวจต่อเนื่อง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.13 น.

“อนุทิน” รับรายงาน “พลพีร์” ลงพื้นที่ตรวจธุรกิจจีนย่านห้วยขวาง ชื่นชมทำหน้าที่ได้ดี กำชับเดินหน้าตรวจต่อเนื่อง ลั่นไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล ใครอยากโทรคุยคุยได้ แต่ “เบ่งใส่ไม่ได้“

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569  ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจค้นโรงแรม ร้านอาหาร และร้านทำผมย่านห้วยขวาง หลังพบประกอบธุรกิจโดยชาวจีนที่ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับรายงานหรือยัง ว่า “ได้รับแล้วครับ เขาทำหน้าที่ได้อย่างดี ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมีความเกรงกลัว กังวลอิทธิพลใดๆ โทรศัพท์ก็คุยไป ใครอยากคุยก็คุย ไม่มีปัญหา แต่เบ่งใส่ไม่ได้

นายกฯ ยันรัฐบาลเข้มงวด เอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ชี้โทษรุนแรง

นายกฯ ยันรัฐบาลเข้มงวด เอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ชี้โทษรุนแรง

นายกฯ ยันรัฐบาลเข้มงวด เอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ชี้โทษรุนแรง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.41 น.

”นายกฯ“ ยัน รบ.เข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตร ปชช.ให้ต่างชาติ  บอกข้าราชการต้องไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย ชี้โทษรุนแรง

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 10.05 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีชาวต่างชาติได้บัตรประชาชน จะมีมาตรการเข้มงวดดูแลเรื่องนี้อย่างไรว่า  ได้ดำเนินการไปแล้ว และเห็นว่าคนที่กระทำผิด ถูกดำเนินคดีอยู่ 

พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ อดีตปลัดอำเภอ ก็รมควันตัวเองไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าเราดำเนินการอย่างรุนแรงมาก จนเขาเห็นว่าความผิดรุนแรงจึงต้องบอกว่าใครที่ทำอยู่อย่าทำ และตนได้สอบถามอธิบดีกรมการปกครองว่าทำไมเขาต้องถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ปลิดชีพตัวเอง ขนาดนี้ ซึ่งพอมีหลายๆคดี ต่างกรรมต่างวาระ รวมโทษแล้วไม่ต่ำกว่า 400 ปี เขาก็อาจจะเกิดความเครียดขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเกตุการณ์แบบนี้ขึ้น เพราะฉะนั้นต้องไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยเฉพาะผู้ที่เป็นข้าราชการ

นายกฯ ถกหน่วยมั่นคง ร่วมจัดระเบียบอาวุธปืน เข้มงวดการพกพา ใครพกในที่สาธารณะ จับหมด

นายกฯ ถกหน่วยมั่นคง ร่วมจัดระเบียบอาวุธปืน เข้มงวดการพกพา ใครพกในที่สาธารณะ จับหมด

นายกฯ ถกหน่วยมั่นคง ร่วมจัดระเบียบอาวุธปืน เข้มงวดการพกพา ใครพกในที่สาธารณะ จับหมด

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.33 น.

“นายกฯ” เข้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช ในโอกาสวันเข้าพรรษา เรียกหน่วยงานความมั่นคงถกด่วน รับมอบนโยบายทำงาน หลังเกิดเหตุยิงในโรงเรียน เข้มบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืน มอบ “ปกรณ์” ปรับปรุง-ออกกฎหมายใหม่ พกพาอาวุธปืน ลั่น สอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการ บอก หารือโยกย้ายเหล่าทัพ ปัดเอี่ยวข้ามห้วยนั่ง เลขาฯ สมช. 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่วัดราชบพิธฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ ภริยา ถวายเครื่องสักการะแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569  ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

โดยก่อนเข้าถวายสักการะ นายกฯ ได้เรียก พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าพบที่กระทรวงมหาดไทย 

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายกฯได้เรียกมาเพื่อรับมอบนโยบายการทำงานในห้วงที่เกิดสถานการณ์สำคัญ อาทิ มาตรการควบคุมอาวุธปืนทั่วประเทศ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ยิงครู และนักเรียน ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ภายหลังพบผู้กระทำผิดถึง 5,925 ราย และนำไปสู่การถอดถอนผู้ทุจริตพ้นตำแหน่ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูง

ทั้งนี้ ภายหลังเข้าพบ พล.ท.อดุลย์ ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ว่านายกฯได้กำชับเรื่องใดบ้าง โดยระบุว่า ให้ไปถามนายกฯ

ด้าน พล.ต.อปสำราญ เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า จะไปติดตามเรื่องนอมินี 

จากนั้น นายกฯ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชน ถึงกรณีที่ได้เรียกหน่วยงานต่างๆมาหารือที่กระทรวงมหาดไทย ว่า มาหารือกันเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของทั้งทหารและตำรวจ ซึ่งตนก็ได้ให้การบ้านไป ว่าทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง รวมถึง ป.ป.ท. ให้ร่วมกันจัดระเบียบการครอบครองและพกพาอาวุธปืนให้มีความเข้มข้นสูงสุด แต่หากจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเป็นการเฉพาะก็ขอให้เร่งดำเนินการเสนอขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ต้องมีการเข้มงวดการจับกุมดำเนินคดีกับผู้พกพาอาวุธปืนด้วย ซึ่งตนขอย้ำว่า ใครก็ไม่มีสิทธิ์พกอาวุธปืนไปไหนมาไหนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่สาธารณะ ฉะนั้นหากใครพกพาไปถือว่าผิดกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดี จะมาบอกว่าป้องกันตัวอย่างไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนใบสุดท้ายถูกออกไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และใบอนุญาตก็มีอายุเพียง 1 ปี เพราะฉะนั้น ไม่มีใครสามารถพกอาวุธปืนได้หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ตนก็ต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก นอกจากนี้ จะมีการตั้งด่านตรวจอาวุธปืนอย่างเข้มข้น เพราะเป็นสิ่งที่เราได้เตือนมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งเรื่องของกฎหมาย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็กำลังจะยกร่างปรับปรุงแก้ไขอยู่ หรือหากจำเป็นจะต้องออกเป็นกฎหมายฉบับใหม่ก็จะเสนอมาให้ตนพิจารณา

ส่วนที่นายกฯบอกว่ามีการหารือเรื่องโผการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหาร และตำรวจ แต่ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าจะมีการย้ายข้ามห้วยไปนั่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วยนั้น นายกรัฐมนตรี อุทานว่า “อุ๊ย จะมาถามเป็นรายบุคคลไม่ได้ เขามาหารือเรื่องไทม์ไลน์กำหนดการ ผู้สื่อข่าวจะมาถามว่าใครจะไปไหนอย่างไรไม่ได้หรอก”

นายกฯ ยังเปิดเผยต่อว่า จากการหารือกับเลขาธิการ ป.ป.ท. ได้มาหารือเรื่อง การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนเคยกล่าวไว้ ว่าเราต้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ และยกเลิกผู้ที่ได้คะแนนไม่ตรงกับคะแนนที่ประกาศ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป พร้อมยืนยันว่า ไม่มีละเว้นใคร ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราต้องการ และสาวถึงตัวการแน่นอน

อนุทิน ตอบแล้ว วิ่งหัวชนกำแพง แค่ไว้สอน-เตือนตัวเอง เอามือแตะหน้าผาก บอก หัวโน

อนุทิน ตอบแล้ว วิ่งหัวชนกำแพง แค่ไว้สอน-เตือนตัวเอง เอามือแตะหน้าผาก บอก หัวโน

อนุทิน ตอบแล้ว วิ่งหัวชนกำแพง แค่ไว้สอน-เตือนตัวเอง เอามือแตะหน้าผาก บอก หัวโน

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

’อนุทิน‘ ตอบแล้ว โพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ไว้สอน – เตือนตัวเอง ไม่ตอบหมายถึงใคร เอามือแตะหน้าผาก บอก “หัวโน”

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 10.05 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความ “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก” ซึ่งถูกนำไปเชื่อมโยงว่าเป็นการโพสต์พาดพิง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน จนถูกบรรดา สส.พรรคประชาชนออกมาโพสต์ตอบโต้นั้น หมายถึงใคร โดยนายกรัฐมนตรี ได้เอามือแตะไปที่หน้าผาก ก่อนกล่าวว่า “หัวโน” 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าต้องการจะสื่ออะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า ”สอนตัวเอง เตือนตัวเอง“