
นายกฯ ถกหน่วยมั่นคง ร่วมจัดระเบียบอาวุธปืน เข้มงวดการพกพา ใครพกในที่สาธารณะ จับหมด
วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.33 น.
“นายกฯ” เข้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช ในโอกาสวันเข้าพรรษา เรียกหน่วยงานความมั่นคงถกด่วน รับมอบนโยบายทำงาน หลังเกิดเหตุยิงในโรงเรียน เข้มบังคับใช้กฎหมายอาวุธปืน มอบ “ปกรณ์” ปรับปรุง-ออกกฎหมายใหม่ พกพาอาวุธปืน ลั่น สอบท้องถิ่นสาวถึงตัวบงการ บอก หารือโยกย้ายเหล่าทัพ ปัดเอี่ยวข้ามห้วยนั่ง เลขาฯ สมช.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่วัดราชบพิธฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ ภริยา ถวายเครื่องสักการะแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
โดยก่อนเข้าถวายสักการะ นายกฯ ได้เรียก พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าพบที่กระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายกฯได้เรียกมาเพื่อรับมอบนโยบายการทำงานในห้วงที่เกิดสถานการณ์สำคัญ อาทิ มาตรการควบคุมอาวุธปืนทั่วประเทศ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ยิงครู และนักเรียน ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ภายหลังพบผู้กระทำผิดถึง 5,925 ราย และนำไปสู่การถอดถอนผู้ทุจริตพ้นตำแหน่ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูง
ทั้งนี้ ภายหลังเข้าพบ พล.ท.อดุลย์ ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ว่านายกฯได้กำชับเรื่องใดบ้าง โดยระบุว่า ให้ไปถามนายกฯ
ด้าน พล.ต.อปสำราญ เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า จะไปติดตามเรื่องนอมินี
จากนั้น นายกฯ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชน ถึงกรณีที่ได้เรียกหน่วยงานต่างๆมาหารือที่กระทรวงมหาดไทย ว่า มาหารือกันเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของทั้งทหารและตำรวจ ซึ่งตนก็ได้ให้การบ้านไป ว่าทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง รวมถึง ป.ป.ท. ให้ร่วมกันจัดระเบียบการครอบครองและพกพาอาวุธปืนให้มีความเข้มข้นสูงสุด แต่หากจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเป็นการเฉพาะก็ขอให้เร่งดำเนินการเสนอขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ต้องมีการเข้มงวดการจับกุมดำเนินคดีกับผู้พกพาอาวุธปืนด้วย ซึ่งตนขอย้ำว่า ใครก็ไม่มีสิทธิ์พกอาวุธปืนไปไหนมาไหนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่สาธารณะ ฉะนั้นหากใครพกพาไปถือว่าผิดกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดี จะมาบอกว่าป้องกันตัวอย่างไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนใบสุดท้ายถูกออกไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และใบอนุญาตก็มีอายุเพียง 1 ปี เพราะฉะนั้น ไม่มีใครสามารถพกอาวุธปืนได้หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ตนก็ต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก นอกจากนี้ จะมีการตั้งด่านตรวจอาวุธปืนอย่างเข้มข้น เพราะเป็นสิ่งที่เราได้เตือนมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งเรื่องของกฎหมาย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็กำลังจะยกร่างปรับปรุงแก้ไขอยู่ หรือหากจำเป็นจะต้องออกเป็นกฎหมายฉบับใหม่ก็จะเสนอมาให้ตนพิจารณา
ส่วนที่นายกฯบอกว่ามีการหารือเรื่องโผการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหาร และตำรวจ แต่ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าจะมีการย้ายข้ามห้วยไปนั่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วยนั้น นายกรัฐมนตรี อุทานว่า “อุ๊ย จะมาถามเป็นรายบุคคลไม่ได้ เขามาหารือเรื่องไทม์ไลน์กำหนดการ ผู้สื่อข่าวจะมาถามว่าใครจะไปไหนอย่างไรไม่ได้หรอก”
นายกฯ ยังเปิดเผยต่อว่า จากการหารือกับเลขาธิการ ป.ป.ท. ได้มาหารือเรื่อง การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนเคยกล่าวไว้ ว่าเราต้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ และยกเลิกผู้ที่ได้คะแนนไม่ตรงกับคะแนนที่ประกาศ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป พร้อมยืนยันว่า ไม่มีละเว้นใคร ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราต้องการ และสาวถึงตัวการแน่นอน