แม่น้ำยมสายเก่าแห้งขอด ชาวบ้านเร่งทำพนังกักน้ำ เพื่อสูบเข้านาตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/546270

แม่น้ำยมสายเก่าแห้งขอด ชาวบ้านเร่งทำพนังกักน้ำ เพื่อสูบเข้านาตัวเอง

แม่น้ำยมสายเก่าแห้งขอด ชาวบ้านเร่งทำพนังกักน้ำ เพื่อสูบเข้านาตัวเอง

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.25 น.

สถานการณ์ภัยแล้ง กำลังเริ่มต้นแล้ว หลังจากแม่น้ำยมสายเก่า ที่ไหลผ่านจังหวัดพิษณุโลก แห้งขอดยาว จนชาวบ้านต้องใช้วิถีจ้างแบ็คโฮมาขุดกลางแม่น้ำ เพื่อกักเก็บไว้ทางการเกษตรของตนเอง ขณะที่ชลประทานจังหวัดพิษณุโลก วอนเกษตรกรหยุดทำนาปรังปีนี้ เพื่อน้ำน้อยมาก แต่ก็ยังมีชาวนาที่ฝืนทำนากว่า 2 แสนไร่

18 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ภัยแล้ง เริ่มต้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่จังหวัดพิษณุโลก แหล่งน้ำทางธรรมชาติ เริ่มแห้งขอด ไม่มีน้ำทางการเกษตร โดยเฉพาะแม่น้ำยมสายเก่า ที่ไหลจากจังหวัดสุโขทัย ผ่าน อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางระกำ ก่อนที่จะไหลเข้าสูจังหวัดพิจิตร และลุ่มเจ้าพระยา ขณะนี้ปริมาณน้ำน้อยมาก และบางช่วงแทบไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงเลย โดยเฉพาะบริเวณหมู่ 10 และ หมู่  12 บ้านวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่ขณะนี้น้ำแห้งขอด มาหลายวันแล้ว บางช่วงไม่มีน้ำเลย ทำให้ชาวนาที่ทำนาปรังต้องหาวิธีขุดเป็นแอ่ง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรด้วยตนเอง เป็นทอดๆ และในช่วงน้ำในแม่น้ำยมสายเก่าแห้งขอดนั้น ส่งผลให้

นายประจบ  จงกรม อายุ 64 ปี ชาวนาหมู่12 บ้านคลองเมม ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม กล่าวว่า ในปีนี้น้ำในแม่น้ำยมสายเก่า แห้งเร็วมาก เนื่องจากทางชลประทานยังไม่ปล่อยน้ำมา ทำให้ชาวนาในพื้นที่ต้องหาวิธีกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรด้วยตนเอง ทั้งขุดบ่อบาดาล และขุดคันดินกลางแม่น้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้สูบขึ้นมาในนาข้าว ซึ่งยังต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงอีกประมาณ 2 เดือน โดยตนเองนั้นได้จ้างแบ็คโฮ ขุดบ่อดินกลางแม่น้ำยม ร่วมกับเพื่อนบ้าน เป็นจำนวนเงินกว่า 10,000 บาท ซึ่งก็ต้องยอม เพื่อหาน้ำไว้หล่อเลี้ยงนาข้าว 

นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ในปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักค่อนข้างน้อยมาก ทางกรมชลประทาน นั้นจัดแผนการจัดการน้ำในปีไว้ในการส่งน้ำเพื่ออุโปภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ ในพื้นที่  22 จังหวัดเท่านั้น ยังไม่มีแผนในการปล่อยน้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากมีปริมาณน้ำค่อนข้าง จึงได้ขอความร่วมมือกับเกษตรกรว่าในปีนี้ให้งดทำนาปรัง เนื่องจากเสี่ยงต่อความเสียหายไม่มีน้ำใช้ แต่ก็ยังมีชาวนาในหลายพื้นที่ ที่ยังฝืนทำนาปรังกว่า 200,000 ไร่ ซึ่งเรายังต้องอยู่กับสถานการณ์ภัยแล้งไปอีกกว่า 270 วัน ถึงจะเข้าสู่ฤดูฝน จึงขอความร่วมให้เกษตรกรให้น้ำในระบบให้น้อยที่สุด

สกู๊ปพิเศษ : ผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้ากระทบโควิด เร่งปรับตัวขายออนไลน์รับวิกฤตินักท่องเที่ยวหาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/546088

สกู๊ปพิเศษ : ผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้ากระทบโควิด เร่งปรับตัวขายออนไลน์รับวิกฤตินักท่องเที่ยวหาย

สกู๊ปพิเศษ : ผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้ากระทบโควิด เร่งปรับตัวขายออนไลน์รับวิกฤตินักท่องเที่ยวหาย

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบเกษตรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้า ที่ผลผลิตสตรอเบอร์รี่กำลังออก แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นสู่บ้านร่องกล้าน้อยลงทำให้กำลังซื้อลดลง ด้านสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือพิษณุโลก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก เร่งให้ความช่วยเหลือสนับสนุนให้เกษตรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้าเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์

ที่แปลงปลูกสตรอเบอร์รี่ บ้านใหม่ร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือพิษณุโลก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่ส่งเสริมกลุ่มเกษตรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้า สำหรับการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ทางนางศศิวัณย์ ศรีพรหม นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 รอบใหม่ซึ่งมีสถานการณ์ที่รุนแรงมาก ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรและของที่ระลึก ให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยปีนี้มีอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็น ทำให้มีผลผลิตสตรอเบอร์ร่ี พันธุ์พระราชทาน 80 ออกมาสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือและสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ลงพื้นที่ให้ความรู้และแนะนำช่องทางการนำผลผลิตออกจำหน่ายผ่านทางช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะการขายทางออนไลน์ ที่สอนให้เกษตรขายด้วยตนเองและรู้จักการสร้างเครือข่าย โดยครั้งนี้ต่างก็ได้รับความร่วมมือ จากผู้ที่มีความรู้ด้านการใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้ความรู้กับ กลุ่มผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่ และพืชเมืองหนาวต่างๆ ในครั้งนี้

สำหรับ สตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้านั้น มีรสชาติหวาน กรอบอร่อย ตามลักษณะของสายพันธุ์ พระราชทาน 80 นอกจากนี้แล้วที่บ้านใหม่ร่องกล้าแห่งนี้ยังมีพืชเมืองหนาวอีกหลายชนิด โดยเฉพาะ กาแฟ บ้านร่องกล้า ซึ่งได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ที่สำคัญหากนักท่องเที่ยวท่านใดได้ขึ้นมาเยือน พื้นที่แห่งนี้ก็จะได้ พบกับ หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยซากุระเมืองไทย(ดอกนางพญาเสือโคร่ง) ที่กำลังบานสะพรั่งทั่วหมู่บ้าน สภา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก จึงใคร่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนและเลือกซื้อสตรอเบอร์รี่และพืชผักเมืองหนาวได้ทั้งออนไลน์และมาด้วยตนเองที่ยึดตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม สามารถติดต่อได้ที่ นายผ้า แซ่หว้า ประธานกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านร่องกล้า หมายเลขโทรศัพท์ 08-6200-2842, 08-9959-5808

ด้าน นางสาว ดารุณี ลีชานนท์  หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บ้านร่องกล้า กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่บ้านใหม่ร่องกล้าจำนวนน้อยลงทำให้สตรอเบอร์รี่ ที่กำลังออกในไร่ที่ปลูกไว้ขายได้น้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วแต่ก็ยังพอจำหน่ายได้เรื่อยๆ ทำให้ผลผลิตที่เหลือบางส่วนก็ต้องนำมาแปรรูปเป็นแยมสตรอเบอร์รี่เก็บไว้

เปิด ‘ตลาดประมงปลอดภัยGAP’ ช่วยเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสู้โควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/546081

เปิด‘ตลาดประมงปลอดภัยGAP’ ช่วยเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสู้โควิด

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมประมง กรมการค้าภายใน ตลาดไทจับมือช่วยเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเปิด “ตลาดประมงปลอดภัย GAP” ในยุค COVID-19 บนพื้นที่ตลาดไทกว่า 7,750 ตร.ม. เตรียมปั้นเป็นศูนย์กลางค้าส่งสินค้าสัตว์น้ำแห่งใหม่

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) รอบใหม่ ในประเทศไทย ที่มีแหล่งแพร่กระจายของเชื้อโรคจากตลาดกลางกุ้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และได้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่น สร้างความตื่นตระหนกให้พี่น้องประชาชนถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยในการบริโภคสัตว์น้ำและธุรกิจต่อเนื่องกรมประมงเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยที่ผ่านมาเร่งระบายสินค้าสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้งทะเล และกุ้งก้ามกรามออกสู่ตลาดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโดยเร็วที่สุด เช่น การเปิดพื้นที่ในกรมประมงให้เกษตรกรมาขายกุ้ง และในส่วนของภูมิภาคได้ให้สำนักงานประมงจังหวัดทั่วประเทศ เปิดให้เกษตรกรมาขายกุ้งโดยตรงแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือห้องเย็นโรงงานแปรรูปในการรับซื้อกุ้ง และประสานความร่วมมือไปทุกภาคส่วนในการช่วยประชาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจในการบริโภคกุ้งและสินค้าสัตว์น้ำและช่วยเป็นแหล่งจำหน่ายกุ้งอีกด้วย อาทิ กรมอนามัย Modern Trade สื่อมวลชน กองทัพบก ฯลฯ

สำหรับการร่วมมือระหว่าง กรมประมง กรมการค้าภายใน และตลาดไท เปิดตลาดประมงปลอดภัย GAP ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มตลาดค้าส่งสินค้าสัตว์น้ำเพื่อเป็นสถานที่กระจายสินค้าสัตว์น้ำ เพราะด้วยทำเลที่ตั้งของตลาดไทนั้น มีความเหมาะสม เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่ครบวงจร มีฐานลูกค้าที่สามารถกระจายสินค้าสัตว์น้ำไปสู่ภาคอีสานและภาคเหนือ รวมทั้ง Modern Trade ใหญ่ๆ ซึ่งประโยชน์ในระยะสั้นของการเปิดตลาดนี้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำในภาวะวิกฤติ COVID-19 ซึ่งจะเปิดให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายได้ ส่วนในระยะยาว คือ การพัฒนาให้เกษตรกรเข้าสู่วัฏจักรการตลาดด้วยตนเอง ให้เกษตรกรได้เรียนรู้แนวคิดด้านการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบใหม่ที่มีการวางแผนการผลิตสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด ต้นทุนการผลิตสูง เข้าสู่กลไกการตลาดนำการผลิต เพื่อให้เกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพของเกษตรกรได้ โดยเบื้องต้นมีเกษตรกรเข้ามาร่วมจำหน่ายสินค้าประมงปลอดภัยในครั้งนี้ กว่า 200 ราย จาก 5 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกราม กุ้งขาวแวนาไม และปลากะพงขาว ซึ่งเป็นฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมประมงทั้งสิ้น

ในส่วนของทางตลาดไท นายโชคชัย คลศรีชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทย แอ็กโกรเอ็กซเชนจ์ จำกัด (ตลาดไท) กล่าวว่าทางตลาดไทได้เปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งของตลาดให้เป็นโซนจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำปลอดภัย โดยจัดสรรพื้นที่กว่า 7,750 ตารางเมตร สำหรับรองรับเกษตรกรและผู้ซื้อ มีการปรับโครงสร้าง และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นไปตามมาตรฐานของกรมประมงพร้อมมีระบบการจัดจำหน่ายเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เข้มงวด มีระบบ QR Code ที่ใช้ตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาของสินค้าได้ รวมไปถึงมาตรการ D-M-H-T ที่เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย สแกนไทยชนะ ก่อนเข้าตลาด เพื่อสุขอนามัยที่ดี ที่สำคัญทางตลาดไทยังยินดีเปิดให้บริการเกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายฟรี เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม- 20 เมษายน 2564 อีกด้วย

ชายคาพระพิรุณ : 18 มกราคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/546080

ชายคาพระพิรุณ : 18 มกราคม 2564

ชายคาพระพิรุณ : 18 มกราคม 2564

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่งแต่งตั้งตำแหน่งรองอธิบดีที่ว่างอยู่จำนวน 4 กรม หลังจากว่างเว้นมาหลายเดือน ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการเกษตร คือ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ ที่ข้ามห้วยมาจาก ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว ซึ่งแต่เดิมนายณัฏฐกิตติ์ เองก็เป็นลูกหม้อมาจากกรมส่งเสริมการเกษตร เคยเป็นเกษตรจังหวัดสกลนคร ก่อนจะโยกไปกินตำแหน่งผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่กรมการข้าวมาเมื่อไม่กี่ปีมานี้ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถงานด้านส่งเสริมมาเป็นอย่างดีและฝากผลงานที่กรมการข้าวมาพอสมควร ก็ต้องมารอดูผลงานกันต่อไปเมื่อได้กลับมาสู่บ้านเก่าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งน่าจะเป็นงานที่ถนัดอยู่แล้ว อีกหน่วยงานคือ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ที่ได้ นายกฤษ อุตตมะเวทิน เลขานุการกรม คนหนุ่มไฟแรงขยับขึ้นมาเป็นรองเลขาธิการฯมกอช. ส่วนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ นางนรีลักษณ์ วรรณสาย ขยับมาจากผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง ด้านกรมประมง ได้ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และ นายถาวร ทันใจ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง ขึ้นมาเป็นรองอธิบดี ขุนเกษตรา ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ทุกคนด้วยครับ…

มีข่าวฝากชี้แจงจากสมาคมทุเรียนไทย จากกรณีที่มีข่าวคลาดเคลื่อนว่าทุเรียนไทยส่งออกไปจีนไม่ได้เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ใกล้ฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนในภาคตะวันออกประกอบกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กำลังระบาดอยู่ในหลายจังหวัด ทำให้มีข่าวที่เกี่ยวกับทุเรียนไทยออกมาจากสำนักข่าวหลายแห่ง ที่มีการพาดหัวข่าวที่ค่อนข้างรุนแรง และไม่เป็นความจริงซึ่งเป็นข่าวที่ค่อนข้างอ่อนไหวมากและสร้างความตื่นตระหนกให้กับภาคเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนของทุเรียนไทยได้ ด้วยเหตุนี้ทางเกษตรกรชาวสวนทุเรียน และสมาคมทุเรียนไทย ได้ขอความร่วมมือ สื่อมวลชน ให้ช่วยเขียนข่าว นำเสนอข่าวด้วยความระมัดระวัง และเพื่อเป็นการป้องกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งในและต่างประเทศ โดยสมาคมทุเรียนไทยร่วมกับภาครัฐและเอกชน จัดทำมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไว้แล้ว เช่น การพ่นฆ่าเชื้อตั้งแต่ต้นทางสวนทุเรียน การมีจุดตรวจวัดอุณหภูมิ จุดทำความสะอาด การรักษาระยะห่าง ตามแนวทางการป้องกันของภาครัฐ และได้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ และตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดกับเกษตรกรเองและอาจจะส่งผลถึงกระทบส่งออกทุเรียนด้วย ทั้งๆ ที่ การส่งออกทุเรียนและผลไม้ไปจีนยังดำเนินการได้ตามปกติ…ทุกวันนี้ต้องเสพข่าวอย่างมีสติครับ และสื่อมวลชนเองต้องมีข้อมูลรอบด้านครับ กรณีนี้ถือว่าเป็นการปล่อยข่าวเพื่อช่วยเหลือล้งจีนให้ทุบราคาเกษตรกรโดยแท้ยังไงเสียก็ฝากกระทรวงเกษตรฯช่วยดูกรณีนี้ด้วยนะครับ ว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะช่วยดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

ขุนเกษตรา

เดินหน้าจัดประกวดข้าวไทยหนุนพัฒนาส่งออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/546084

เดินหน้าจัดประกวดข้าวไทยหนุนพัฒนาส่งออก

เดินหน้าจัดประกวดข้าวไทยหนุนพัฒนาส่งออก

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดจัดงานการประกวดข้าว เพื่อรองรับและส่งเสริมการส่งออกของตลาดข้าวโลก ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 14-15 มีนาคม 2564 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกข้าวพันธุ์ดี เพื่อเป็นการรองรับและส่งเสริมการส่งออก และเป็นแนวทางในการพัฒนาข้าวไทยให้ตรงต่อความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งเกษตรกรและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และถือเป็นโอกาสที่ดีที่เชื่อมโยงการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวันสถาปนากรมการข้าวครบรอบ 15 ปี ในวันที่16 มีนาคม 2564 ด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่ชนะการประกวดจะได้รับโล่รางวัลและเงินรางวัลจากนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการพัฒนาข้าวไทยสู่การครองแชมป์ประเทศผู้ผลิตข้าวที่ดีที่สุดของโลกต่อไป

สำหรับตัวอย่างข้าวที่ส่งเข้าประกวดปีนี้กำหนดไว้ 3 ประเภท ได้แก่ ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมไทย และข้าวขาวพื้นนุ่ม มีหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและตัดสินที่สำคัญคือข้าวที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นข้าวพันธุ์แท้และไม่มีข้าวพันธุ์อื่นปน ข้าวที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เป็นข้าวที่ละเมิดสิทธิทางปัญญาหรือลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายหรือมีการดัดแปลงทางพันธุกรรม (GMOs) สามารถส่งข้าวเข้าประกวดได้มากกว่า 1 ประเภท โดยส่งตัวอย่างข้าวเปลือกแห้งประเภทละ 15 กิโลกรัม ทั้งนี้คณะกรรมการตัดสินการประกวดจะพิจารณาจากคุณภาพทางกายภาพ เช่น ความยาวเมล็ด ท้องไข่ คุณภาพการสี พิจารณาคุณภาพทางเคมี เช่น ปริมาณอมิโลส ความหอม และพิจารณาคุณภาพการหุงต้มและรับประทาน เช่น เนื้อสัมผัสและรสชาติ โดยจะมีการพิจารณาตัดสินในวันที่ 11 มีนาคม 2564 ณ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี และกำหนดมอบรางวัลในวันที่ 15 มีนาคม 2564

“ขณะนี้กรมการข้าวกำลังเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมการประกวด และเปิดกว้างการรับสมัครจากทุกภาคส่วนทั้งเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย สมาคม ชมรม มูลนิธิหรือองค์กรอื่นๆรวมถึงประชาชนทั่วไป ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 29 มกราคม 2564 ผู้สนใจสามารถสมัครได้ด้วยตนเอง หรือสมัครทางไปรษณีย์ ได้ที่ กรมการข้าว เลขที่ 2177 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 หรือ http://www.ricethailand.go.thหรือ โทรศัพท์ 0-2579-3642 ในวันและเวลาราชการ” รองอธิบดีกรมการข้าวกล่าว

นอกจากนี้ กรมการข้าวยังมีแผนจัดการประกวดพันธุ์ข้าวใหม่พันธุ์ดีซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆของไทยและเพื่อให้มีศักยภาพในการแข่งขันกับตลาดโลกได้ โดยการประกวดพันธุ์ข้าวใหม่นี้จะเป็นการกระตุ้นให้นักวิชาการนักวิจัยพันธุ์ข้าวได้เกิดการตื่นตัวเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ที่ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยใช้เกณฑ์อ้างอิงวัดจากพันธุ์ข้าวเดิมที่เป็นที่นิยมในตลาดเช่น กลุ่มข้าวหอมมะลิไทยอ้างอิงจากข้าวขาวดอกมะลิ 105 กลุ่มข้าวหอมไทยอ้างอิงจากข้าวปทุมธานี 1 กลุ่มข้าวขาวอ้างอิงจากข้าวชัยนาท 1 เป็นต้น โดยพันธุ์ข้าวใหม่นี้จะต้องดีกว่าพันธุ์เดิมทุกด้านทั้งในเรื่องของอายุเก็บเกี่ยว ความหอม ความนุ่ม ผลผลิตต่อไร่ ทรงต้นเตี้ยเหมาะกับเครื่องเกี่ยว ความทนทานต่อโรคและแมลง เป็นต้นโดยกรมการข้าวจะประกาศเปิดรับสมัครประกวดในเร็วๆ นี้

‘Mido’ ดึงซูเปอร์สตาร์ ‘Kim Soo Hyun’ นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/546199

'Mido' ดึงซูเปอร์สตาร์ 'Kim Soo Hyun'นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่

‘Mido’ ดึงซูเปอร์สตาร์ ‘Kim Soo Hyun’นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 13.36 น.

Mido (มิโด) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้เครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ดึงซูเปอร์สตาร์สุดฮอตอย่าง “Kim Soo Hyun” (คิม ซู ฮยอน) นักแสดงหนุ่มชาวเกาหลีใต้แถวหน้าของวงการ ผู้มี ผลงานมากมาย อาทิ It’s okay not to be okay (เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน), The Producers (โปรดิวเซอร์หน้าใส หัวใจกุ๊กกิ๊ก) และ My Love from the Star (ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว) นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์นาฬิการุ่น Ocean Star 200C (โอเชี่ยน สตาร์ 200ซี) นาฬิกาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยหน้าปัดนาฬิกาสีเขียวใหม่ และดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวที่เหมาะสำหรับกีฬาทางน้ำ มาพร้อมความพิเศษของขอบหน้าปัดนาฬิกาเซรามิก กลไกอัตโนมัติ Calibre 80 และการกันน้ำในระดับ 200 เมตร จึงนับได้ว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวของประสิทธิภาพและเทคโนโลยีอย่างแท้จริง

Franz Linder (ฟรานซ์ ลินเดอร์) ซีอีโอของแบรนด์มิโด เผยถึงการร่วมงานกันในครั้งนี้ว่า เรารู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับคิม ซู ฮยอน ซึ่งทำให้เราสามารถถ่ายทอดตัวตนของนาฬิกามิโดผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ โดยที่ทั้งเขาและ แบรนด์ต่างก็มีเสน่ห์และบุคลิกอันโดดเด่นเช่นเดียวกัน จึงทำให้คิม ซู ฮยอน เหมาะสมที่สุดที่จะมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของมิโดครับ

ด้าน คิม ซู ฮยอน นักแสดงหนุ่มชาวเกาหลีใต้ กล่าวว่า สำหรับผมแล้ว แบรนด์มิโดคือแบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ทรงอิทธิพลมากทั้งในแง่ของความหรูหราและความเป็นนาฬิกาสปอร์ต สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากที่สุดคงจะเป็นดีไซน์ของนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรม ซึ่งถือว่าไม่ซ้ำใครเลยจริง ๆ ครับ

นาฬิกา Ocean Star 200C โดดเด่นด้วยวัสดุเซรามิกชั้นเลิศ

นาฬิการุ่น Ocean Star 200C จากมิโด คือการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย ผสมผสานการใช้วัสดุที่ดีที่สุด และการขัดแต่งในระดับไฮเอนด์ โดยยังคงรักษาระดับมาตรฐานและคุณค่าของแบรนด์มิโดไว้อย่างครบถ้วน ที่สำคัญคือ      วงแหวนสำหรับใช้บนขอบตัวเรือนซึ่งผลิตด้วยเซรามิกและมาพร้อมกับสีเขียวที่สดใส ถือเป็นโทนสีใหม่แกะกล่องสำหรับผู้ผลิตนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ โดยจะจับคู่กับหน้าปัดที่เป็นโทนสีแบบด้านซึ่งบนพื้นผิวมีการขัดแต่งและตกแต่งด้วยรายละเอียดที่เป็นระลอกคลื่น ซึ่งถือเป็นหน้าปัดแบบใหม่ที่โดดเด่นสำหรับ Ocean Star 200C ส่วนประสิทธิภาพในการทำงานที่มีความยอดเยี่ยมในเชิงเทคโนโลยีนั้นถูกสะท้อนผ่านทางกลไกอัตโนมัติ Calibre 80 เช่นเดียวกับความสามารถในการกันน้ำระดับ 200 เมตร

#MidoXKimSooHyun

#Midowatches
#OceanStar

Yves Rocher (อีฟ โรเช่) เสิร์ฟความสุขและความสนุกรับปี 2021 ถึงหน้าจอ ผ่านกิจกรรมไลฟ์ออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/546196

Yves Rocher (อีฟ โรเช่) เสิร์ฟความสุขและความสนุกรับปี 2021 ถึงหน้าจอ  ผ่านกิจกรรมไลฟ์ออนไลน์

Yves Rocher (อีฟ โรเช่) เสิร์ฟความสุขและความสนุกรับปี 2021 ถึงหน้าจอ ผ่านกิจกรรมไลฟ์ออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 13.32 น.

วิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท อีฟ โรเช่ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าไม่หยุดแม้ช่วงโควิด-19 ล่าสุดคว้าตัวนางเอกสาวสวย “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์โปรดักส์คนแรกของประเทศไทย พร้อมด้วยหนุ่มรักษ์โลกอย่าง บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแคมเปญ ช้อป แชร์ได้เงินชิลๆ โดยทั้งคู่จะชวนกันมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในกิจกรรมไลฟ์ทางเฟซบุ๊กเพจ Yves Rocher Thailand แฟนๆ สามารถติดตามกิจกรรมของ Yves Rocher Thailand (อีฟ โรเช่ ไทยแลนด์) ได้ในวันอังคารที่ 19 มกราคม 2564 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป  

‘ศูนย์น้ำใจสู้ภัยโควิด’ จัดน้ำพริกพม่า ‘บาลาฉ่อง’ แจกคนถูกกักตัวที่โรงพยาบาลสนาม สมุทรสาคร : อาทร จันทวิมล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/546175

‘ศูนย์น้ำใจสู้ภัยโควิด’ จัดน้ำพริกพม่า ‘บาลาฉ่อง’ แจกคนถูกกักตัวที่โรงพยาบาลสนาม สมุทรสาคร : อาทร จันทวิมล

‘ศูนย์น้ำใจสู้ภัยโควิด’ จัดน้ำพริกพม่า ‘บาลาฉ่อง’ แจกคนถูกกักตัวที่โรงพยาบาลสนาม สมุทรสาคร : อาทร จันทวิมล

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 11.49 น.

นายอาทร จันทวิมล หัวหน้าศูนย์น้ำใจสู้ภัยโควิด ซึ่งเป็นหน่วยอาสาสมัครเอกชน ที่คอยช่วยเหลือ สนับสนุน การป้องกันรักษาโรคโควิด-19  ของหน่วยงานต่างๆ  แถลงว่า  ได้พยายามวิเคราะห์ ค้นหาสิ่งเหมาะสม สำหรับส่งไปช่วยผู้ติดเชื้อโควิด  ซึ่งถูกกักตัวบริเวณโรงพยาบาลสนาม สมุทรสาคร  ที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติชาวพม่า แล้วพบว่า สิ่งหนึ่งที่น่าจะเหมาะสมคือ “น้ำพริกบาลาฉ่อง”

น้ำพริกคั่วกุ้งแบบพม่า  หรือ บาลาฉ่อง/ปาลาชอง/ปะหล่าฉ่อง (Balachaung) เป็นอาหารโบราณอายุหลายร้อยปีที่คนพม่าเกือบทุกคนชื่นชอบ เหมือนที่คนไทยส่วนใหญ่ชอบกินน้ำพริกตาแดงหรือน้ำพริกเผา น้ำพริก “บาลาฉ่อง” ทำจากกุ้งแห้ง กระเทียม พริกป่น หอมแดง มะขามเปียก และ น้ำตาลมะพร้าว สามารถเก็บไว้นานโดยไม่ต้องใช้สารกันบูด  เพราะใช้เทคนิคการถนอมอาหารของชาวพม่าโบราณที่นิยมใช้กินตอนเดินทางไกล ขณะเกิดภัยพิบัติ หรือยามศึกสงคราม   โดยมีวัตถุดิบสำคัญ คือ กระเทียมและหอมแดงที่มีสรรพคุณเพิ่มความต้านทานโรคให้ร่างกาย “บาลาฉ่อง” สามารถนำมาคลุกข้าวคล้ายข้าวคลุกกะปิของคนไทย หรือข้าวยำของชาวไทยปักษ์ใต้ใช้กินกับผักกาดสด  แตงกวา  สะระแหน่   ผัดกับข้าวหรือสปาเก็ตตี้ ยำกับผักพื้นบ้าน   ยำกับข้าวเกรียบงาดำ หรือจิ้มกินกับโรตี/ขนมปัง/ข้าวเหนียว

ศูนย์น้ำใจสู้ภัยโควิดได้หารือกับผู้ผลิตน้ำพริกชาวไทย ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทำการผลิตน้ำพริกบาลาฉ่องขึ้นในประเทศไทย โดยใช้เนื้อกุ้งแห้งที่ส่งมาจากนครศรีธรรมราชนำมาปั่นให้ฟู แล้วคลุก กับกระเทียมเจียว หอมเจียวและน้ำมะขามเปียก  ไม่ใส่เกลือ ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สารกันบูด จึงทำให้ไม่เหม็นหืนและไม่เหม็นคาว  สามารถเก็บไว้นอกตู้เย็นได้นาน 4 เดือน  โดยมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพจาก อย.ฮาลาล  และ โอทอปเรียบร้อย

นายอาทร  กล่าวว่า “ตอนไปเรียนต่างประเทศ เคยได้รับน้ำพริกตาแดงขวดเดียวจากเมืองไทย ทำให้จำความอร่อยนานต่อมาอีกหลายปี   คราวนี้จึงนึกถึงคนพม่าแรงงานต่างด้าวหลายพันคนที่ถูกกักตัวในโรงพยาบาลสนามสมุทรสาคร ว่าจะดีใจแต่ไหนถ้าได้กินน้ำพริกกุ้ง”บาลาฉ่อง” อาหารพื้นเมืองรสดั้งเดิมที่คนพม่าโปรดปราน”

ศูนย์น้ำใจสู้ภัยโควิดได้ใช้เงินของศูนย์ ซื้อวัสดุทำน้ำพริกบาลาฉ่อง 200 กระปุก สำหรับแจกผู้ถูกกักตัวที่โรงพยาบาลสนาม เทศบาลตำบลนาดี สมุทรสาคร   ส่วนโรงพยาบาลสนามอื่นๆก็อาจใช้เงินบริจาคที่มีอยู่ ซื้อน้ำพริกบาลาฉ่อง   โดยติดต่อตรงที่ผู้ผลิตร้านจรรย์สุดา จังหวัดตาก โทร 089-133-1911 หรือ 055-531-551ในราคา กระปุกละ 35 บาท

‘อิ่มท้อง อุ่นใจ กับข้าวมาบุญครอง’ พร้อมถุงยังชีพวันสร้างสุข เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ พี่น้องผู้ประสบอุทกภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/546038

‘อิ่มท้อง อุ่นใจ กับข้าวมาบุญครอง’พร้อมถุงยังชีพวันสร้างสุข เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ พี่น้องผู้ประสบอุทกภัย

‘อิ่มท้อง อุ่นใจ กับข้าวมาบุญครอง’พร้อมถุงยังชีพวันสร้างสุข เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ พี่น้องผู้ประสบอุทกภัย

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.30 น.

คณะจิตอาสาข้าวมาบุญครอง จากกลุ่มธุรกิจบริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงตราข้าวมาบุญครอง มาบุญครองพลัส และศูนย์อาหารฟู้ด เลเจ้นด์ส บายเอ็มบีเค นำโดยพรพิมล กิริวรรณา ผู้อำนวยการสายการตลาด พร้อมด้วย มัลลิกา บุระขันธ์ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด พร้อมพันธมิตรช่อง one 31 เดียว วรตั้งตระกูลรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธิติพรจุติมานนท์ บรรณาธิการบริหารฝ่ายข่าวบันเทิง พร้อมทีมข่าวช่อง one 31 ลงพื้นที่มอบผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิ 100% คัดพิเศษ และข้าวรวงแก้ว จากข้าวมาบุญครอง พร้อมด้วยถุงยังชีพ วันสร้างสุขเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ กว่า 500หลังคาเรือน

พรพิมล กิริวรรณา ผู้อำนวยการสายการตลาด กลุ่มธุรกิจข้าวมาบุญครองกล่าวว่า จากการประสบภัยต่างๆ สิ่งที่จำเป็นที่สุดนั่นคืออาหาร โดยข้าวมาบุญครอง ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายด้านอาหาร เรามีความพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยด้วยกันเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดี จึงได้จัดตั้งกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “อิ่มท้องอุ่นใจ กับข้าวมาบุญครอง” ในวันนี้ข้าวมาบุญครองไม่ได้มาแค่มอบข้าวเท่านั้นยังมามอบกำลังใจให้ผู้ประสบภัย อยากให้เขารับรู้ว่าคนไทยไม่ทิ้งกัน อย่างกิจกรรมวันนี้เราได้ร่วมกับพันธมิตรในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะทางช่อง one 31ที่ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเข้าถึงพี่น้องได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งเข้าถึงผู้ประสบภัยได้มากยิ่งขึ้น

มัลลิกา บุระขันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด กล่าวเสริมว่าไม่เพียงแค่เฉพาะอุทกภัยภาคใต้เท่านั้น โดยเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ที่เกิดวิกฤติอุทกภัยในจังหวัดนครราชสีมา ข้าวมาบุญครอง พร้อมช่อง one 31 ได้ลงพื้นที่ร่วม พร้อมประสานงานกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อร่วมมอบข้าวคุณภาพส่งออก จำนวน 10 ตัน มอบให้ผู้ประสบภัยที่ชุมชนบิงน้อย อำเภอโชคชัย และชุมชนไชยมงคล อำเภอปักธงชัย รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง กว่า 2,000 พันหลังคาเรือน ซึ่งเป็น 2 พื้นที่หลักที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมของจังหวัด

ข้าวมาบุญครองยังคงยึดมั่นที่จะดูแล และยึดหลักการบริหารเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบริษัท ในการเป็นธุรกิจชั้นนำสำหรับผลิตภัณฑ์ และบริการด้านอาหาร เพื่อเพิ่มความอิ่มอุ่นให้ทุกครอบครัว

เปลี่ยนวิกฤติโควิด-19 เป็นโอกาส เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษช่วง WFH #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/546025

เปลี่ยนวิกฤติโควิด-19 เป็นโอกาส เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษช่วง WFH

เปลี่ยนวิกฤติโควิด-19 เป็นโอกาส เพิ่มทักษะภาษาอังกฤษช่วง WFH

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ต้อนรับปี 2021 เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส เพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับตัวคุณ สถาบันสอนภาษาอังกฤษ Wall Street English(วอลล์สตรีท อิงลิช) ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง Work from Home หรือช่วงเวลาว่าง อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ พร้อมร่วมส่งมอบกำลังใจและความห่วงใยในสถานการณ์โรคระบาด โควิด-19 ให้ทุกคนก้าวผ่านไปด้วยกัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบอย่างมีศักยภาพ เป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสที่ดีกว่าในการประกอบอาชีพ การติดต่อสื่อสาร การค้าขาย อีกทั้ง ยังเป็นประโยชน์ในตำแหน่งหน้าที่การงาน เพื่อก้าวสู่ระดับผู้บริหารสู่ในอนาคต ทั้งองค์กรชั้นนำของไทย หรือองค์กรใหญ่ระดับโลกซึ่ง Wall Street English เป็นมากกว่าสถาบันสอนภาษา เพราะเป็นแหล่งการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบมีสไตล์ มีการบูรณาการหลักสูตรไม่หยุดนิ่งคิดค้นนำกิจกรรมต่างๆ นอกเหนือหลักสูตรหลัก มาเสริมสร้างให้ผู้เรียนได้เกิดทักษะการใช้ภาษาได้มากยิ่งขึ้น และไม่น่าเบื่อ พร้อมมีหลักสูตรภาษาอังกฤษที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน มีเครือข่ายการเรียนการสอนกว่า 420 สาขาใน 29 ประเทศ

ปัจจุบัน วอลล์สตรีท อิงลิชประเทศไทยมี 15 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งเปิดสอนมามากกว่า18 ปี มีความน่าเชื่อถือตามหลักสูตรมาตรฐานระดับโลกผ่านการรับรองจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ให้เทียบเท่าCEFR (Common Europen Frameworkof Reference) เป็นมาตรฐานการใช้ภาษาอังกฤษที่ยอมรับทั่วโลก และมีผู้เรียนเชื่อมั่นมากกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก

ในต้นปี 2021 นี้ Wall Street English ขอมอบของขวัญครั้งยิ่งใหญ่ให้ทุกคน ด้วยส่วนลดพิเศษทุกคอร์สการเรียน ดูรายละเอียดได้ทาง http://bit.ly/39ebqK6 รวมไปถึงสมัครเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ 1 เดือน ในราคาสุดพิเศษ ดูรายละเอียดได้ที่ https://bit.ly/39a59PC ตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2564 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมเงื่อนไขต่างๆ ได้ที่ Call Center : 1211 หรือเว็บไซต์ www.wallstreetenglish.in.thและ Facebook : Wall StreetEnglish