เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อนักเรียนที่ขาดแคลน ครั้งที่ 3

เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อนักเรียนที่ขาดแคลน ครั้งที่ 3

เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อนักเรียนที่ขาดแคลน ครั้งที่ 3

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.46 น.

มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) โดย อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ จัดงานกาลาดินเนอร์คอนเสิร์ตการกุศล  “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) โดยได้รับเกียรติจาก คุณขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย และที่ปรึกษา ม.น.ข. เป็นประธานเปิดงาน โดยได้รับความร่วมมือจาก มูลนิธิสุนทราภรณ์  ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดย คุณอติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ  นักร้องกิตติมศักดิ์ ศิลปินรับเชิญ บริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่ร่วมให้การสนับสนุน และท่านผู้มีจิตศรัทธา ที่ให้เกียรติมาร่วมงานอย่างคับคั่ง เมื่อ วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00-20.30 น. ณ ห้องอินฟินิตี้ บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์  ซ.รางน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โดยรายได้หลังจากการหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำไปจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ต่อไป

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) กล่าวถวายอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง ก่อนพิธีเปิดงาน

ผู้ร่วมงานร่วมยืนถวายอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) และประธานจัดงาน

ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย และที่ปรึกษา ม.น.ข. ประธานเปิดงาน

วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ รองประธาน ม.น.ข. และประธานดำเนินงาน

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธาน ม.น.ข. พร้อมคณะกรรมการ วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์, สมบัติ วัฒนไทย, เอมอร ศรีวัฒนประภา, อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ และ ลัดดาวัลย์ จงวิศาล ต้อนรับประธานเปิดงาน ขรรค์ ประจวบเหมาะ

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ มอบหนังสือผลงาน ม.น.ข.และพวงมาลัยให้ ขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานในพิธี

(นั่ง) ขรรค์ ประจวบเหมาะ, อารีย์ เตชะหรูวิจิตร, (ยืน) สุกัญญา ประจวบเหมาะ ,อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์  และ สมบัติ วัฒนไทย

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. กล่าวว่า “นับเป็นเวลา 65 ปีแล้ว ที่ มูลนิธิฯ ได้สืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  องค์อุปถัมภิกาของมูลนิธิฯ โดยได้จัดสรรทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลนให้ได้รับการศึกษาสมควรแก่ศักยภาพ มาแล้วมากกว่า 25,000 คน ครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ ทุนพระราชทาน “นวฤกษ์”  ทุน “ม.น.ข.”  ทุนโครงการ “ม.น.ข.เฉลิมพระเกียรติ 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”  ทุนโครงการ “ม.น.ข.เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ (72 พรรษา) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”  ทุนโครงการ “ม.น.ข.เฉลิมพระเกียรติ 68 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” รวมทั้งโครงการพิเศษเพื่อช่วยเหลือนักเรียน นิสิต นักศึกษาให้ได้รับโอกาสจนสำเร็จการศึกษา โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น  

(นั่ง) ภาวิไล บุราวาศ, อัจฉรา เสริมบุตร,นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ, พจน์ หาญพล (ยืน) ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, อิสินธร สอนไว, อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์, กำธร สิทธิโชค, ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ ธนรัตน์ ธนพุทธิ

เพื่อนๆ น้องๆคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ

ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ และผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงานเพื่อช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน

วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ ต้อนรับเพื่อนๆ ที่มาร่วมชมคอนเสิร์ต อาทิ ไพศาล พืชมงคล ,พิชัย พืชมงคล และ กรกช วนสวัสดิ์

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติใจบุญ

สี่ทหารเสือที่ทำให้งานนี้สำเร็จ วิภารัตน์ ไชยานุกิจ, วิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ พร้อมด้วย จัตรตุพล ชมภูพงษ์

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ พร้อมลูกหลาน และลูกศิษย์

แฟนคลับ เพลินเพลงสุนทราภรณ์กับ ม.น.ข. อาทิ อุษณีย์ วรวงศ์วสุ, พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร และ พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร

อาสาสมัคร AFS Thailand ร่วมงาน

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ พร้อมด้วย จัตรตุพล ชมภูพงษ์ มอบพวงมาลัยแสดงความยินดีกับศิลปินแห่งชาติ นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธาน ม.น.ข. กล่าวขอบคุณผู้ให้เกียรติมาร่วมงาน

มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงขอเรียนเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคเพื่อช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้ที่ สำนักงานมูลนิธิฯ อาคารศูนย์ดิจิทัลเพื่อการศึกษาขึ้นพื้นฐาน ชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน ในวันและเวลาราชการ หรือบริจาคผ่านบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต ชื่อบัญชี มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ บัญชีออมทรัพย์     เลขที่186-2-30147-8 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-391-3796

ประธาน ม.น.ข. มอบเงินสนับสนุน สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี สุดา ชื่นบาน นายกสมาคมฯ เป็นผู้รับมอบ

จัตรตุพล ชมภูพงษ์ นักร้องกิตติมศักดิ์ ขับร้องเพลง”ฟลอร์เฟื่องฟ้า”

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ มอบช่อดอกไม้ให้แก่ลูกชาย จัตรตุพล ชมภูพงษ์

บรรยากาศวงสุนทราภรณ์

ขรรค์ ประจวบเหมาะ มอบดอกไม้แก่ศิลปิน อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน, พรศุลี วิชเวช, ครูณรงค์ เนตรเจริญ และ เอฟ-รัฐพงศ์ ปิติชาญ

อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ มอบดอกไม้แก่ศิลปิน แบงค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล, สุดา ชื่นบาน, สุภาดา วิจักรชัยวงศ์ และ ธัช – กิตติธัช แก้วอุทัย

จิตรศิริ สนองชาติและเพื่อนๆนักเรียนเก่า ร.ร.ศึกษานารี

ฮอนด้า ฉลอง Pride Month ผ่านคลาสแอโรบิกสุดพิเศษกับ ‘เบเบ้–ธันย์ชนก’

ฮอนด้า ฉลอง Pride Month ผ่านคลาสแอโรบิกสุดพิเศษกับ ‘เบเบ้–ธันย์ชนก’

ฮอนด้า ฉลอง Pride Month ผ่านคลาสแอโรบิกสุดพิเศษกับ ‘เบเบ้–ธันย์ชนก’

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.00 น.

ผ่านไปแล้วกับกิจกรรมรับ Pride Month อย่าง “Energizing M.O.V.E. – Honda Pride Aerobic Dance” โดย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Move with Pride, Shine with Confidence” ชวนทุกคนมาปลดปล่อยพลังผ่านคลาสแอโรบิกสุดมันส์ สนุกไปกับการออกกำลังกายท่ามกลางบรรยากาศสุดคัลเลอร์ฟูล พร้อมร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายในแบบของตัวเอง โดยมี “เบเบ้–ธันย์ชนก” มาร่วมสร้างสีสันให้กับกิจกรรมอย่างใกล้ชิด ณ The M.O.V.E. by Honda ชั้น G Em Glass ศูนย์การค้า EMSPHERE

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและเอเนอร์จี้แบบเกินต้าน เมื่อเหล่าผู้ร่วมกิจกรรมและอินฟลูเอนเซอร์สายไลฟ์สไตล์กว่า 150 คน ต่างจัดเต็มแฟชั่นสีสัน Pride กันมาอย่างสวยงามสมกับคอนเซ็ปต์ “Move with Pride, Shine with Confidence” พร้อมร่วมออกสเต็ปไปกับคลาสแอโรบิกแดนซ์สุดพิเศษที่ผสมผสานทั้งเสียงเพลง ความสนุก และการออกกำลังกายไว้ในกิจกรรมโดยได้ตัวแม่สายสตรองอย่าง “เบเบ้–ธันย์ชนก” มาร่วมนำคลาสและชวนทุกคนขยับไปพร้อมกันอย่างสุดเหวี่ยง อัดแน่นด้วยท่าเต้นสุดไอคอนิคที่มีเฉพาะในงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นท่าบิดรถมอเตอร์ไซค์ และท่าซักผ้า ที่ทำเอาสายแดนซ์ปวดขาไปอีกหลายวัน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของกิจกรรมคือขบวนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า New Honda UC3 ที่ร่วมสร้างสีสันด้วยการขับเคลื่อนไปตามเส้นทางย่านสุขุมวิท สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ ออกไปใช้ชีวิตแบบที่ชอบ พร้อมดึงดูดความสนใจจากผู้คนตลอดเส้นทาง และร่วมเติมบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง Pride Month ให้คึกคักยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้รับ Honda Pride Collection Set ของที่ระลึกสุดพิเศษจำนวนจำกัดที่จัดทำขึ้นสำหรับกิจกรรมครั้งนี้โดยเฉพาะ ประกอบด้วย Honda T-Shirt และ Bandana Pride Collection สีสันสดใส ช่วยคอมพลีตลุคให้เข้ากับบรรยากาศของงานได้อย่างลงตัว

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแอคทิวิตี้ที่ผสานความสนุก การออกกำลังกาย และพลังของคอมมูนิตี้ Pride เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมสร้างโมเมนต์ดี ๆ ให้กับผู้ร่วมกิจกรรมตลอดทั้งงาน สามารถติดตามกิจกรรมและความสนุกครั้งต่อไปจากรถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้ที่เพจ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) เร็ว ๆ นี้

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก:www.facebook.com/hondamotorcyclethailand อินสตาแกรม:www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

NSM ชวนผจญภัยกับโรงภาพยนตร์ 5D ผ่านหนัง 5 มิติ 3 เรื่องรวด พร้อมสำรวจทุกซอกมุมของพิพิธภัณฑ์

NSM ชวนผจญภัยกับโรงภาพยนตร์ 5D ผ่านหนัง 5 มิติ 3 เรื่องรวด พร้อมสำรวจทุกซอกมุมของพิพิธภัณฑ์

NSM ชวนผจญภัยกับโรงภาพยนตร์ 5D ผ่านหนัง 5 มิติ 3 เรื่องรวด พร้อมสำรวจทุกซอกมุมของพิพิธภัณฑ์

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.30 น.

ผจญภัยกับโรงภาพยนตร์ 5D ผ่านหนัง 5 มิติ 3 เรื่องรวด “การผจญภัยของฟ็อกซ์ – ผู้พิทักษ์แห่งทะเลทราย – ซิ่งฝ่าทะเลทรายพิชิตดาการ์” สนุกเหมือนเข้าไปอย่าในเหตุการณ์จริงกับ “5D Mixed Reality Experience” แล้วไปสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ผ่านแว่น RokidMax Pro สำรวจทุกซอกมุมของพิพิธภัณฑ์ ก่อนไปชมความงามของ Hidden Paradise : ธรรมชาติสร้างสรรค์ สวรรค์บนดิน” ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช.คลอง 5 ปทุมธานี

12 มิถุนายน 2569 นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทน ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า NSM เปิดตัว“นิทรรศการ 5D Mixed Reality Experience” และกิจกรรม “Hidden Paradise” ใหม่ ที่มีจุดเริ่มต้นหรือแนวคิดในการพัฒนา “5D Mixed Reality Experience” และ Hidden Paradise มาจากการตั้งคำถามว่า “จะทำอย่างไรให้การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป” NSM จึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสานกับการเรียนรู้ เพื่อเปลี่ยนจากการอ่านหรือฟังเพียงอย่างเดียว ให้ผู้เข้าชมได้ “สัมผัส” และ “มีส่วนร่วม” กับวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง ผ่านประสบการณ์เสมือนจริงที่ทั้งตื่นตา สนุก เข้าใจได้ง่าย มีความทันสมัย สอดรับกับโลกแห่งอนาคต และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น

นายสุวรงค์ กล่าวต่อว่า โดย “นิทรรศการ 5D Mixed Reality Experience” และกิจกรรม “Hidden Paradise”  มี 3 ไฮไลต์สำคัญที่ทั้งตื่นตาและสร้างประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ไฮไลต์แรก คือ “โรงภาพยนตร์ 5D” ณ โซนทะเลทราย ซึ่งนำเทคโนโลยีภาพยนตร์เสมือนจริงมาผสมผสานเอฟเฟกต์พิเศษ พร้อมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศและธรรมชาติได้อย่างสมจริง ผ่าน 3 เรื่องราวหลัก เรื่องละกว่า 20 นาที ได้แก่ 1. “การผจญภัยของฟ็อกซ์” สำรวจ 7 ชีวนิเวศของโลก สัมผัสความแตกต่างของสภาพอากาศ ภูมิประเทศ และสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น 2.เรื่อง “ผู้พิทักษ์แห่งทะเลทราย” สนุกไปกับภารกิจล่าตราศักดิ์สิทธิ์ เรียนรู้ความหลากหลายของทะเลทราย และ 3.เรื่อง “ซิ่งฝ่าทะเลทรายพิชิตดาการ์” สัมผัสความเร้าใจของการแข่งขันแรลลี่ระดับโลก ฝ่าผืนทะเลทรายสุดท้าทายผ่านปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในทะเลทราย ทั้ง 3 เรื่องราว ผู้ชมจะเสมือนได้เข้าไปผจญภัยด้วยตัวเองจากระบบ 5D

ไฮไลต์ที่สอง ได้แก่  “Mixed Reality Journey” เปิดประสบการณ์ใหม่ของการสำรวจพิพิธภัณฑ์ ด้วยเทคโนโลยี Mixed Reality ผ่านแว่น RokidMax Pro ที่จะเปลี่ยนทุกก้าวของคุณให้เต็มไปด้วยภาพเสมือนจริงสุดตื่นตา ผ่าน 30 จุดสำคัญภายในพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ กิจกรรม “Hidden Paradise : ธรรมชาติสร้างสรรค์ สวรรค์บนดิน” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวระบบนิเวศขนาดเล็กและความหลากหลายทางชีวภาพใกล้ตัว ผ่านพื้นที่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย 5 โซน ได้แก่ Hidden Home-สำรวจบ้านและที่หลบซ่อนของสิ่งมีชีวิตในสวน, Hidden Life-เรียนรู้ชีวิตเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงกันในระบบนิเวศรอบบ้าน, Hidden Sound-ชวนฟังเสียงธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตรอบสวน, Hidden Clues-ชวนสังเกตร่องรอย ลวดลาย และพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต และ Hidden Diary บันทึกธรรมชาติ ชวนสังเกต มอง ฟัง ดม สัมผัส และบันทึกในแบบฉบับของตัวเอง

ผู้ชมจะได้พบกับการจำลองลุ่มน้ำต่างๆ ของประเทศไทยมาไว้ให้ชม อาทิ ทุ่งน้ำหลากบางประกง  -ลำธารลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันตก – คลองเชื่อมต่อชายฝั่งทะเลตะวันออก – ลำธารลุ่มน้ำแม่กลอง – พรุโต๊ะแดง เป็นต้น และยังได้ชมปูแวมไพร์หรือปูแสมภูเขา ปูขนาดเล็กประมาณ 1.3 ซม.หรือประมาณเหรียญบาท หรือผีเสื้อนานาชนิด เป็นต้น

ที่สำคัญยังมีการจัดแสดง “แมลงหางดีดพระรามเก้า” แมลงชนิดใหม่ของโลก ที่ถูกค้นพบครั้งแรกโดยทีมนักวิจัยของ NSM มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งสถานที่ค้นพบ คือ บริเวณสวนป่า ณ ตึกพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า

“อยากเชิญชวนครอบครัว พี่น้องประชาชน นักเรียน นิสิน นักศึกษามาชมนิทรรศการ 5D Mixed Reality Experience” และกิจกรรม “Hidden Paradise”  ที่เป็นการผสาน “ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี” เข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งผู้เข้าชมจะได้ “สัมผัส” และ “มีส่วนร่วม” กับวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริงผ่านประสบการณ์เสมือนจริงที่ทั้งตื่นตา สนุก และเข้าใจได้ง่าย เปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” นายสุวรงค์ กล่าว

มาสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำครั้งนี้ได้ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ณ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดให้บริการวันอังคาร – วันศุกร์  ตั้งแต่เวลา 09.30 – 15.00 น. วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.30 – 17.00 น  (ปิดทำการทุกวันจันทร์) สอบถามโทร.02 – 577 -9999 ต่อ 2122-2123 หรือ Facebook : NSMThailand

คุณแหน: 12 มิถุนายน 2569

คุณแหน: 12 มิถุนายน 2569

คุณแหน: 12 มิถุนายน 2569

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 2 แสนตัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพิ่มความอุดมสมบูรณ์แหล่งน้ำชุมชน..
  • ยินดีกับ สุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ที่ล่าสุด เทศบาลเมืองน่าน คว้ารางวัลระดับนานาชาติ ASEAN Clean Tourist City Standard 2026 ในงานเทศกาลท่องเที่ยวอาเซียน ณ เมืองเซบู ฟิลิปปินส์..
  • ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม รศ.ดร.ภญ.สุณี เลิศสินอุดม และ รศ.(พิเศษ) ภก.กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ พร้อมคณะ เข้าหารือและศึกษาดูงานด้านเฮลท์ แอนด์ เวลเนส กับ รศ.ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ และ ดร.พท.คณิศร์ณิชา ชาญภา ณ วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ สมุนไพรไทยและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมให้สอดรับกับทิศทางในอนาคต..
  • สุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ชวนเพื่อนๆ Digital CEO#7 มาสังสรรอัพเดทชีวิต งานนี้ ทรงศักดิ์ พุ่มสวัสดิ์, ไพศาล หงษ์ทอง, ทองคำ เกตุโชติ, สร้างรัฐ หัตถวงษ์, ชัชฎา อภิชาสุทธากุล, ณัฐกรณ์ รัตนชัยสิทธิ์, กุลจักก์ พานิชพัฒน์, ไพโรจน์ ต้นศิริอนุสรณ์, ชานนท โตวิกกัย, ชัยภัทร เขมาภิรักษ์, ฐานนท์ เรืองวิวัฒนพันธุ์, ธิดารัตน์ จันทร์ไทย ไม่พลาด..
  • วาสนา รุ่งแสนทอง ผู้แทน TEPCoT 17 ร่วมกับ NaRaYa มอบเงินบริจาค จากการจัดทำกระเป๋า Naraya รุ่นพิเศษ ผ่านโครงการ “The Craft of Sustainability” ด้วยความตั้งใจในการส่งต่อความหวัง ความสุขและสร้างคุณค่าให้กับสังคม เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็ก มูลนิธิรามาธิบดี โดยมี ศ.นพ. สุรเดช หงส์อิง รับมอบ..
  • คมกฤช ตันตระวาณิชย์ วันเกิดได้ไปทำบุญที่วัดแล้วกลับมารับพรจากคุณพ่อคุณแม่และเป่าเค็กทานอาหารกันอย่างอบอุ่น..
  • วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พร้อม จิรภัทร พิมานทิพย์, วรจรรย์ เที่ยงธรรม, พิมลดา วังวิทยากุล ไป เที่ยวทริปทะเลสวยๆที่เกาะยาวน้อย พร้อมฉลองวันเกิดให้ เสาวณีย์ อภิวันทน์โอภาส ได้พักที่รีสอร์ทติดทะเล Pool Villa Amber Yao Noi  ต่างติดใจบรรยากาศดี อากาศดี เงียบสงบและอาหารอร่อยทุกมื้อ..
  • ชาว Digital CEO#8 ยินดีกับ ดร.วิชัย สีสุด รอง ผอ. รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที่ได้รับโล่รางวัล The Winner of Secondary Education รางวัลชนะเลิศผู้นำการบริหารระบบการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา จากการประกวดโครงการรางวัลผู้นำการบริหารระบบการศึกษา: ESML Leadership Award 2026 สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาทุกสังกัด จัดโดย สาขาวิชาภาวะผู้นำการบริหารระบบการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับงานประชุมวิชาการนานาชาติ ICESML 2026..
  • ณรงวิทย์ ชดช้อย ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แจ้งต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นลูกม้าลาย เพศเมีย จำนวน 1 ตัว โดยเป็นลูกที่เกิดจากแม่ม้าลายอายุ 7 ปี และพ่อม้าลายอายุ 9 ปี ปัจจุบันได้รับการเลี้ยงดูและเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์และผู้ดูแลสัตว์..
  • เพื่อนๆชาว BCC 129 ร่วมเสียใจกับ พล.อ.ต.อากาศ ปิ่นสุวรรณ์ ที่สูญเสีย คุณแม่มลุลี (กุญชรฯ) ปิ่นสุวรรณ์..

น้องใหม่

‘Modern Thai Wisdom’ เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก

‘Modern Thai Wisdom’ เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก

‘Modern Thai Wisdom’ เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.46 น.

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ  OKMD เปิดตัวโครงการ Modern Thai Wisdom : From Knowledge to Market ภายใต้แนวคิดการต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ มุ่งพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และชุมชนสร้างสรรค์ เพื่อเชื่อมทุนวัฒนธรรมไทยสู่ผลงานและโอกาสทางเศรษฐกิจที่แข่งขันได้จริงในโลกปัจจุบัน

งานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ SCBX Next Stage ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมกรรมการบริหาร สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น งานสร้างสรรค์ และภาคธุรกิจดิจิทัล เข้าร่วมงาน

ดร.ปรเมธี วิมลศิริ กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านความคิดสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ และความสามารถในการสร้างคุณค่าใหม่ ประเทศไทยอาจไม่ได้มีต้นทุนอุตสาหกรรมมากที่สุด แต่มีทุนวัฒนธรรมที่แข็งแรง ทั้งภูมิปัญญา งานฝีมือ ศิลปะ วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของผู้คน ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ดังนั้น โจทย์สำคัญของประเทศไทยวันนี้ ไม่ใช่เพียงรักษาภูมิปัญญาไทยไว้ในอดีต แต่คือทำให้ภูมิปัญญาไทยกลายเป็นพลังเศรษฐกิจของอนาคต

ด้าน ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า Modern Thai Wisdom ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าหลักสูตรอบรม แต่เป็นระบบนิเวศการเรียนรู้และการต่อยอดเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เชื่อมองค์ความรู้ไทยเข้ากับการออกแบบ เทคโนโลยี การตลาด และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาผลงาน ทดลองตลาด และต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ได้จริง เมื่อองค์ความรู้เชื่อมกับตลาด จะกลายเป็นโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย”

โครงการดังกล่าวจะดำเนินการตลอดปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการมากกว่า 30 ครั้งทั่วประเทศ ใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และหัตถอุตสาหกรรม โดยออกแบบการเรียนรู้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ Design & Inspiration, Marketing & Branding และ Business & Commercial เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาตั้งแต่แนวคิดสร้างสรรค์ไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างครบวงจร

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ (E-Learning) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึงองค์ความรู้ด้านแฟชั่นและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับทุนวัฒนธรรมไทย การออกแบบเพื่อความยั่งยืน ทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างแบรนด์ และการตลาดสร้างสรรค์ พร้อมตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่นไม่น้อยกว่า 4,500 คน และผู้เรียนออนไลน์มากกว่า 5,000 คน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ การสร้างพื้นที่สื่อสารสาธารณะและแรงบันดาลใจ ผ่านแคมเปญ “Creative Thais Story” และ “#WhyICreate” ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของคนทำงานสร้างสรรค์ไทยรุ่นใหม่ ตลอดจนการจัด Fashion Show, Creative Showcase และ Lookbook เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผลงานของผู้เข้าร่วมโครงการได้เชื่อมต่อกับภาคธุรกิจ ผู้ซื้อ นักลงทุน และตลาดจริง

ภายในงานยังมีเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมแฟชั่นและงานคราฟต์ อาทิ พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ดีไซเนอร์และเจ้าของห้องเสื้อ Atelier Pichita, ดร.กรกต อารมย์ดี ผู้ก่อตั้ง Korakot International Limited Partnership และอินทิรา ทัพวงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ INTIRA ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการต่อยอดมรดกงานช่างไทยสู่ตลาดโลก รวมถึง ธชปาณ ปิติตรานันท์ Content Creator เจ้าของช่อง Here’s Jae ร่วมถ่ายทอดมุมมองการสร้างคอนเทนต์จากแรงบันดาลใจ และตัวตนของผู้สร้างสรรค์ สู่การเล่าเรื่องผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อทำให้ผลงานไทยร่วมสมัยมีภาพจำ เข้าถึงผู้ชม และต่อยอดสู่โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

พร้อมกันนี้ ยังมี Mini Fashion Showcase ภายใต้แนวคิด “Modern Thai Wisdom” ถ่ายทอดการผสมผสานภูมิปัญญา อัตลักษณ์ และงานฝีมือจากหลากหลายภูมิภาคของไทย ผ่านมุมมองแฟชั่นร่วมสมัย สะท้อนศักยภาพของทุนวัฒนธรรมไทยที่สามารถพัฒนาเป็นสินค้าและประสบการณ์สร้างสรรค์ที่เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ และแข่งขันได้ในระดับสากล

ดร.ทวารัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า “OKMD เชื่อว่าการพัฒนาคน คือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในระยะยาว และการสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงองค์ความรู้ เครือข่าย และตลาด จะช่วยให้ทุนวัฒนธรรมไทยไม่เพียงได้รับการอนุรักษ์ แต่ยังสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้าง value creation ใหม่ให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน เราไม่ได้ต้องการเพียงผู้สร้างสรรค์ แต่ต้องการสร้างผู้ประกอบการสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ที่สามารถใช้ทุนวัฒนธรรมไทยสร้างมูลค่าใหม่ สร้างโอกาสใหม่ และสร้างอนาคตใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทยได้จริง”

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ Modern Thai Wisdom รวมถึงกำหนดการเปิดรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรมและหลักสูตรต่าง ๆ ได้ทาง Facebook Page: OKMD และ Modern Thai Wisdom โดยกิจกรรมส่วนใหญ่เปิดให้เข้าร่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เช็คอิน ‘สกลนคร’ สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองคาทอลิก บุกอาณาจักร ‘ผ้าย้อมคราม’มรดกภูมิปัญญาสู่อินเตอร์

เช็คอิน ‘สกลนคร’ สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองคาทอลิก บุกอาณาจักร ‘ผ้าย้อมคราม’มรดกภูมิปัญญาสู่อินเตอร์

เช็คอิน ‘สกลนคร’ สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองคาทอลิก บุกอาณาจักร ‘ผ้าย้อมคราม’มรดกภูมิปัญญาสู่อินเตอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.42 น.

‘เต้ย พงศกร’ พิธีกรหนุ่มรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” พาแขกรับเชิญสายฮาอย่าง ‘อาไท’ ตะลุย เช็คอินที่จ.สกลนคร ในรูปแบบ One Day Trip ที่ครบรส เริ่มต้นกับความอลังการชุมชนท่าแร่ หมู่บ้านคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในไทย ชมความงามของ อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ตึกแถวโบราณสไตล์โคโลเนียลที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ยุโรป ก่อนจะไปพักสายตาชมความงดงามของบัวกว่า 100 สายพันธุ์บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ณ อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ แหล่งรวบรวมบัวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ พร้อมไหว้ขอพร องค์พญานาคเผือก เพื่อความเป็นสิริมงคล และไม่พลาดลิ้มรสของดีระดับตํานานที่ ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อโคขุนโพนยางคํา ที่คัดสรรเนื้อเกรดพรีเมียมมาปรุงเป็นเมนูรสเด็ดเข้มข้นจนใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ

ชมไฮไลท์ที่สําคัญในการเดินทางไปตามหาภูมิปัญญาแห่งผืนผ้า ณ ศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมคราม พิสูจน์ความมหัศจรรย์ของ “ต้นคราม” พืชท้องถิ่นสีเขียวขจี ที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสีนํ้าเงินเข้มทรงเสน่ห์ได้อย่างน่าทึ่ง เตรียมพบกับความสนุกของการท่องเที่ยว ที่มาพร้อมนวัตกรรมการแปรรูปมรดกภูมิปัญญาไทยสู่สินค้าแฟชั่นโมเดิร์น “เกษตรติดแกลม” (Agri-Glam) ทั้งเสื้อผ้าและกระเป๋าที่โกอินเตอร์ได้อย่างภาคภูมิใจ ภายใต้การสนับสนุนของ ธ.ก.ส. ที่มาช่วยเติมทุนและองค์ความรู้เพื่อยกระดับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคง

มาร่วมค้นหาคําตอบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้าน จะถูกรังสรรค์เป็นสินค้าพรีเมียมระดับโลก ในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายนนี้ เวลา 20.20  น. ทางช่อง 9 กด 30

หนุน ‘เยาวชนไทย’ ลุยสเปน! ชูโภชนาการเด็กนักกีฬา กุญแจสำคัญสู่เวทีโลก

หนุน ‘เยาวชนไทย’ ลุยสเปน! ชูโภชนาการเด็กนักกีฬา กุญแจสำคัญสู่เวทีโลก

หนุน ‘เยาวชนไทย’ ลุยสเปน! ชูโภชนาการเด็กนักกีฬา กุญแจสำคัญสู่เวทีโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.38 น.

เมื่อเร็วนี้ๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานสนับสนุนทีมนักฟุตบอลโรงเรียนโสมาภาพัฒนา รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี ซึ่งได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน MIC Football 7 หรือ Mediterranean International Cup ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ประเด็นโภชนาการสำหรับเด็กและเยาวชนสายกีฬา ถูกพูดถึงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังทีมฟุตบอลเยาวชนไทยเตรียมเดินทางไปแข่งขันในเวทีนานาชาติที่ประเทศสเปน

นายพนิพล เกิดแย้ม หรือ”โค้ชตู่” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลโรงเรียนโสมาพัฒนา และอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย กล่าวว่าจากประสบการณ์การพาเยาวชนไทยไปแข่งขันต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน เบลเยียม และฮอลแลนด์ ทำให้เห็นว่าเด็กไทยมีทักษะ ความตั้งใจ และวินัยการฝึกซ้อมไม่แพ้ชาติอื่น แต่ยังมีโจทย์สำคัญเรื่องความพร้อมของร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งที่มีรูปร่าง แรงปะทะ และความแข็งแรงที่มากกว่า จึงต้องมีการดูแลด้านร่างกายและโภชนาการอย่างจริงจัง

“เด็กที่ลงแข่งขันในต่างประเทศต้องเจอกับแรงปะทะและความแข็งแรงของคู่แข่งที่มากกว่า ดังนั้นการพัฒนาเด็กไทยให้พร้อมแข่งขันกับต่างชาติ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลด้านโภชนาการอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับความแข็งแรงของร่างกาย การฝึกซ้อมและการพักฟื้น”

ด้านดร.นำโชค โสมาภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนซุส จำกัด กล่าวว่า การพัฒนา Bronto Protein เกิดจากการมองเห็นว่าโปรตีนในตลาดส่วนใหญ่ถูกออกแบบสำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มออกกำลังกายหรือสร้างกล้ามเนื้อ แต่เด็กและเยาวชนไม่ใช่ผู้ใหญ่ ตัวเล็กเพราะร่างกายยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต และมีความต้องการโภชนาการแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย การเสริมโปรตีนสำหรับเด็กจึงไม่ควรมองเพียงเรื่องกล้ามเนื้อ แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับช่วงวัย ความแข็งแรงของร่างกาย และการฟื้นตัวหลังทำกิจกรรมทางกาย โดยเฉพาะเด็กที่ฝึกซ้อมกีฬาอย่างต่อเนื่อง

ดร.นำโชค กล่าวด้วยว่า การเสริมโปรตีนสำหรับเด็กไม่ควรถูกมองเฉพาะเรื่องกล้ามเนื้อ แต่ควรอยู่ในกรอบของการดูแลสุขภาพ การเจริญเติบโต และความพร้อมของร่างกายตามช่วงวัย เริ่มเข้าสู่ระบบฝึกซ้อมกีฬาอย่างจริงจัง หรือมีกิจกรรมทางกายเป็นประจำ

“ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดโปรตีนในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังสื่อสารกับกลุ่มผู้ใหญ่ คนออกกำลังกาย และผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อเป็นหลัก แต่เมื่อกีฬาเยาวชนได้รับความสนใจมากขึ้น ทำให้เริ่มมีการพัฒนาทางเลือกด้านโภชนาการสำหรับเด็กวัยเรียน โดยเน้นให้ใช้ควบคู่กับอาหารหลัก ไม่ใช่ทดแทนมื้ออาหารหรือทดแทนนม หนึ่งในแนวทางที่ถูกพัฒนาขึ้นคือโปรตีนจากพืชสำหรับเด็กและเยาวชน  โดยเน้นสูตรไม่มีน้ำตาล ใช้โปรตีนจากพืชหลายชนิด เพื่อให้เป็นทางเลือกเสริมโภชนาการสำหรับเด็กที่มีกิจกรรมทางกายเป็นประจำ”

นอกจากนี้ ดร.นำโชค ยังย้ำว่าอาหารหลักที่ครบ 5 หมู่ ยังเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต โดยผลิตภัณฑ์เสริมควรถูกใช้ในฐานะตัวช่วยตามความเหมาะสมแนวคิดดังกล่าวเชื่อมโยงกับการพัฒนา Youth Athlete Ecosystem หรือระบบนิเวศเพื่อสนับสนุนเยาวชนสายกีฬา ซึ่งไม่ได้มองเด็กเฉพาะในสนามแข่งขัน แต่รวมถึงบทบาทของครอบครัว โรงเรียน โค้ช ชุมชน และผู้ปกครอง ที่ช่วยให้เด็กเติบโตอย่างแข็งแรง มีวินัย และมีโอกาสพัฒนาศักยภาพในระยะยาว ซึ่งการพัฒนาเยาวชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากโภชนาการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากระบบสนับสนุนรอบตัวเด็ก ทั้งครอบครัว โรงเรียน โค้ช พื้นที่ฝึกซ้อม และโอกาสในการแข่งขัน เพราะเด็กที่มีศักยภาพจำเป็นต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะวันที่ลงสนาม

“การขยับของตลาดโภชนาการสำหรับเด็กและเยาวชนครั้งนี้ สะท้อนว่า การพัฒนาเยาวชนไทยให้พร้อมแข่งขันในระดับนานาชาติจำเป็นต้องมองให้ครบทุกมิติ ตั้งแต่ทักษะกีฬา อาหารหลัก สารอาหารที่เหมาะสม การพักผ่อน การฟื้นตัว ไปจนถึงระบบสนับสนุนรอบตัวเด็ก เพราะโอกาสของเยาวชนไม่ได้เกิดขึ้นจากสนามแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการดูแลร่างกายและสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวันด้วย”

ไทยเบฟ โชว์ศักยภาพความแข็งแกร่งผู้นำอาเซียน พร้อมขยายเครือข่ายการค้าสู่เวทีโลก ดึงนักลงทุนนานาชาติเข้าเจรจาธุรกิจคึกคัก ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026

ไทยเบฟ โชว์ศักยภาพความแข็งแกร่งผู้นำอาเซียน พร้อมขยายเครือข่ายการค้าสู่เวทีโลก ดึงนักลงทุนนานาชาติเข้าเจรจาธุรกิจคึกคัก ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026

ไทยเบฟ โชว์ศักยภาพความแข็งแกร่งผู้นำอาเซียน พร้อมขยายเครือข่ายการค้าสู่เวทีโลก ดึงนักลงทุนนานาชาติเข้าเจรจาธุรกิจคึกคัก ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.46 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ”) ร่วมจัดแสดงบูทในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 บูทไทยเบฟได้รับความสนใจจากนักลงทุน ผู้ประกอบการ พันธมิตรทางธุรกิจและสื่อมวลชนจากทั้งในและต่างประเทศที่เข้าเยี่ยมชมบูทและร่วมเจรจาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องดื่มและอาหาร จาก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจสุรา กลุ่มธุรกิจเบียร์ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และกลุ่มธุรกิจอาหาร พร้อมเปิดโอกาสในการเจรจาทางธุรกิจและให้ผู้ชมบูทได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ทางแบรนด์สรรสร้างความหลากหลายมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกช่วงวัย ตอกย้ำศักยภาพความแข็งแกร่งของผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารครบวงจรที่มั่นคง และยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียน (Stable and Sustainable ASEAN Leader)

ตลอดการจัดงาน ไทยเบฟได้รับเกียรติจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กลินท์ สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย อีกทั้ง ฌอน เค. โอนีล (Mr. Sean K. O’Neill) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย อดัม แบรนสัน (Mr. Adam Branson) อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตร รวมถึงคณะนักลงทุนและผู้แทนภาคธุรกิจจากประเทศต่าง ๆ เยี่ยมชมบูทไทยเบฟอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะผู้บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ

กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เดินหน้าขับเคลื่อนผ่านการขับเคลื่อนนวัตกรรมสินค้า การสร้างสรรค์รสชาติใหม่ พร้อมแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกมิติ

“โออิชิ กรีนที” ชาพร้อมดื่มเบอร์ 1 ของไทย ยังคงเดินหน้าสร้างสีสันให้ตลาดชาเขียวด้วยการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่นที่ครองใจคนไทยอย่างต่อเนื่อง การันตีความแข็งแกร่งด้วยรางวัล “Thailand’s Most Admired Brand” ต่อเนื่องยาวนาน 15 ปี ภายในงาน “โออิชิ กรีนที” นำเสนอผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง รสฮันนี่เลมอน, ต้นตำรับ, องุ่นเคียวโฮและโออิชิ ไอซ์ เลมอนที พร้อมทั้งรสชาติใหม่ที่ผสานความหอมสดชื่นของผลไม้เข้ากับชาเขียวได้อย่างลงตัว ได้แก่ โมโมะพีช, ทรอปิคอล บลิส, ไวท์สตรอว์เบอร์รี่ และ นาชิ แพร์  รวมถึงชาพร้อมดื่มอัดลมรสใหม่ “โออิชิ ชาคูลล์ซ่า” พีชชี่ ป๊อบ ชาเขียวโซดากลิ่นพีชที่เติมความซ่าและความสนุกให้ทุกโมเมนต์ อีกหนึ่งไฮไลต์ คือความร่วมมือกับ Magnolia ภายใต้ F&N เปิดตัว “Oishi Icy Jell-To รสชาเขียวน้ำผึ้งมะนาว” ไอศกรีมรูปแบบใหม่ที่ต่อยอดจากชาเขียวรสชาติยอดนิยมของโออิชิ สู่ประสบการณ์ความอร่อยแบบ “กัดได้ เคี้ยวได้” มอบความสดชื่นแบบคูณสองในทุกคำ

“คริสตัล” ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดน้ำดื่มคุณภาพของไทย ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยในทุกหยด ผ่านการใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการผลิต การบรรจุ ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล โดยได้รับการรับรองจากองค์กรชั้นนำทั้ง NSF International, ISO 22000 และ FSSC 22000 รวมถึงรางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด สะท้อนความเชื่อมั่นในฐานะแบรนด์น้ำดื่มคุณภาพที่คนไทยไว้วางใจมาอย่างยาวนาน ควบคู่กับการเดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด Sustainability ผ่านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกอย่าง “Tethered Caps” หรือ “ฝาติดขวด ฝารักขวดของคนรักษ์โลก” ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกและเพิ่มประสิทธิภาพในการรีไซเคิล ภายใต้แนวคิด “คริสตัล เซฟพื้นที่สีฟ้า” สะท้อนพันธกิจของแบรนด์ในการดูแลทั้งคุณภาพชีวิตผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม พร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนไทยมากว่า 30 ปี

“เอส” เครื่องดื่มอัดลมของ Gen Z เดินหน้าสร้างสีสันให้ตลาดน้ำอัดลมด้วยการเปิดตัว “est Shoot Salty Lemonade” (เอส ชูท ซอลตี้ เลมอนเนด) น้ำอัดลมรสเลมอนผสมซอลตี้ที่ให้รสชาติเปรี้ยวซ่า กลมกล่อม น้ำตาลน้อย พร้อมเครื่องหมายทางเลือกเพื่อสุขภาพ และเสริมวิตามินบีคอมเพล็กซ์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สายแอคทีฟ อีกทั้ง “est Glow Edition” น้ำอัดลม เรืองแสง 4 สี 4 รสชาติที่ผสานรสผลไม้หลากหลาย สะท้อนความสนุก กล้า และความเป็นตัวเองได้แก่ “est Electric Green” รสแอปเปิ้ลผสมกีวี, “est Sigma Blue” รสมิกซ์เบอร์รี่ผสมพีซ, “est Pinky Winky” รสพีชและกลิ่นดอกซากุระ และ “est Flashy Yellow” รสแคนตาลูปผสมสาลี่หิมะนอกจากนี้ เอส ยังเปิดตัว “เอส ขนาด 10 บาท” ขนาด 359 มล. ครอบคลุมทั้งกลุ่มโคล่า น้ำอัดลมสี และรสชาติใหม่ “est Shoot Salty Lemonade” เพื่อขยายการเข้าถึงและเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

“100 PLUS” แบรนด์เครื่องดื่มเกลือแร่ยอดนิยม เดินหน้าต่อยอดนวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อตอบรับเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพ ความแอคทีฟ และการดูแลร่างกายในทุกวัน ด้วยการเปิดตัว “100PLUS PRO” สูตรใหม่ เครื่องดื่มรีเฟรชความสดชื่นที่ผสานโปรตีนในรูปแบบใส มีวิตามิน B3, B6, B12 และ BCAAs ชูจุดเด่นด้านการช่วยฟื้นคืนกล้ามเนื้อ 

กลุ่มธุรกิจอาหาร

สำหรับกลุ่มธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทาน ภายใต้แบรนด์ “โออิชิ อีทโตะ” (OISHI EATO) มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอาหารคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้งความอร่อย ความสะดวก และคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง อาทิ “โออิชิ อีทโตะ แซนวิชไส้เบคอนหมูซอสยากินิกุ” ผลงานความร่วมมือกับ เชฟบิ๊ก – อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล ท็อปเชฟ ประเทศไทย 2023 ที่ได้รับการตอบเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค และล่าสุดกับ “โออิชิ อีทโตะ แซนวิชไส้ชีสซี่เบคอนสลัดไข่” รสชาติยอดนิยมที่กลับมาตามเสียงเรียกร้อง หลังได้รับกระแสตอบรับที่ดีในปีที่ผ่านมา พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ เซเว่น อีเลฟเว่น ตั้งแต่วันนี้จนถึง 21 กันยายน 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

ขณะเดียวกัน ยังคงเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศเชิงรุก ภายใต้แบรนด์ “โอโยชิ อีทโตะ” (OYOSHI EATO) ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์รสชาติแบบเอเชียนอินสไปร์สู่ตลาดโลก
โดยไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือ “โอโยชิ อีทโตะ มินิ พัฟเฟลตส์” ขนมแป้งทอดกรอบไส้หวานในรูปแบบสแน็กพรีเมียมที่นำเสนอเสน่ห์ของผลไม้ไทยและเมนูขนมหวานไทยยอดนิยม พร้อมเปิดตัว 4 รสชาติใหม่ ได้แก่ มะม่วง ข้าวเหนียวมะม่วง ทุเรียน และข้าวเหนียวทุเรียน เพื่อตอบรับผู้บริโภคต่างชาติที่ชื่นชอบรสชาติแบบไทย ๆ  นอกจากนี้ ยังมุ่งขยายการเติบโตในตลาดยุโรป สหราชอาณาจักร และออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้ง “โออิชิ อีทโตะ มินิ พัฟเฟลตส์” ข้างต้น และ “โอโยชิ อีทโตะ เกี๊ยวซ่า สยาม เอสเซ็นซ์” ที่นำเสนอรสชาติอาหารไทยยอดนิยมในรูปแบบเกี๊ยวซ่าสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงกลุ่มเกี๊ยวซ่าต้นตำรับญี่ปุ่น ซึ่งยังคงได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ สะท้อนศักยภาพของแบรนด์อาหารไทยที่เติบโตสู่ตลาดระดับสากลอย่างแข็งแกร่ง

การเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ของไทยเบฟครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารของภูมิภาคอาเซียน แต่ยังตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนไทยในการร่วมผลักดันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเวทีการค้าของโลกอย่างยั่งยืน

แคนนอน นำพนักงานจิตอาสาส่งต่อรอยยิ้มต้อนรับเปิดเทอม สานต่อ ‘Canon Volunteer ครั้งที่ 45’ เพื่อเยาวชนพื้นที่ห่างไกล

แคนนอน นำพนักงานจิตอาสาส่งต่อรอยยิ้มต้อนรับเปิดเทอม  สานต่อ ‘Canon Volunteer ครั้งที่ 45’ เพื่อเยาวชนพื้นที่ห่างไกล

แคนนอน นำพนักงานจิตอาสาส่งต่อรอยยิ้มต้อนรับเปิดเทอม สานต่อ ‘Canon Volunteer ครั้งที่ 45’ เพื่อเยาวชนพื้นที่ห่างไกล

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.29 น.

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอิมเมจจิ้งระดับโลก นำทีมพนักงานจิตอาสาแคนนอนพร้อมสมาชิกในครอบครัวรวม 53 คน สานต่อโครงการเพื่อสังคม “Canon Volunteer ครั้งที่ 45” ลงพื้นที่ปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียนบ้านช่องตะเคียน (ละเอียดวารีอุปถัมภ์) ตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล เปิดภาคเรียนใหม่ในปีการศึกษา 2569 นี้

พงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและ CSR บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด

นายพงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและ CSR บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “แคนนอน ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโรงเรียนรัฐบาลขนาดเล็กในชุมชนห่างไกล เพื่อให้เยาวชนไทยทุกคนมีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น เพราะเยาวชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ และการพัฒนาเยาวชนที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากการศึกษาที่มีคุณภาพ ภายใต้สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้ออำนวย ซึ่งช่วงเปิดภาคเรียนแรกของแต่ละปีถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของนักเรียนในทุกระดับชั้น  และครั้งนี้ แคนนอน ได้จัดกิจกรรมอมรบเชิงปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และความปลอดภัย ที่เน้น “สนุก-เข้าใจง่าย-ทำได้จริง” เพื่อเพิ่มความรู้นอกตำรา และเสริมทักษะชีวิตให้กับเยาวชนในโรงเรียนอีกด้วย”

โรงเรียนบ้านช่องตะเคียน (ละเอียดวารีอุปถัมภ์) เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 อาคารเรียนเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวจำนวน 2 หลัง ที่ผนังและพื้นไม้ชำรุด สีภายในซีดจางตามกาลเวลา ทางโรงเรียนจึงประสานขอความอนุเคราะห์มายังแคนนอน เพื่อร่วมปรับปรุงห้องเรียนให้พร้อมต้อนรับนักเรียนในปีการศึกษาใหม่ ปัจจุบันมีนักเรียน 73 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน

กิจกรรม “Canon Volunteer ครั้งที่ 45” ที่เหล่าอาสาสมัครร่วมมือกันในครั้งนี้  ได้แก่ การให้บริการถ่ายภาพติดบัตรแก่นักเรียนและคุณครูเพื่อใช้ประกอบเอกสารทางการศึกษา การทาสีห้องเรียนและห้องคอมพิวเตอร์รวม 5 ห้องให้สวยงามน่าเรียน การจัดซื้อและติดตั้งตาข่ายประตูฟุตบอลใหม่จำนวน 2 ชุดทดแทนของเดิมที่ชำรุด การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมความรู้พื้นฐานด้านความปลอดภัยและกฎจราจร การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย และการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการคัดแยกขยะและการลดขยะอาหาร พร้อมส่งมอบชุดโต๊ะนักเรียนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล (กล่องนม UHT) จำนวน 1 ชุด เพื่อจุดประกายให้เยาวชนเห็นคุณค่าของการรีไซเคิลผ่านประสบการณ์จริง รวมถึงการมอบเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจากบริษัท แมทเธเรียล ออโตเมชั่น จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทแคนนอนในประเทศไทยจำนวน 3 เครื่อง เพื่อใช้ในห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน และการมอบอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน และสิ่งของจำเป็น ที่พนักงานแคนนอนนำมาร่วมสมทบให้แก่นักเรียนเพื่อนำไปใช้ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่นี้

นายวชิรวิชญ์ แก้วตา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านช่องตะเคียน (ละเอียดวารีอุปถัมภ์) กล่าวว่า “ทางโรงเรียนขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับความช่วยเหลือจากแคนนอนในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากการมาปรับปรุงให้โรงเรียนมีบรรยากาศที่น่าเรียนรู้ยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยเปิดโลกทัศน์ให้นักเรียนได้รู้จักสังคมนอกชุมชน ได้พัฒนาทักษะการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ได้รับความรู้และทักษะใหม่ๆ  ทั้งยังได้เห็นแบบอย่างที่ดีจากพี่ ๆ จิตอาสา ทั้งในด้านความสามัคคีและการเสียสละเพื่อสังคม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะช่วยปลูกฝังเยาวชนให้เติบโตเป็นคนคุณภาพของประเทศชาติต่อไป”

กิจกรรม Canon Volunteer ครั้งที่ 45 ตอกย้ำเจตนารมณ์ของแคนนอน ในการดำเนินธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างการพัฒนาผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคมไทย ภายใต้ปรัชญาเคียวเซ (Kyosei) หรือการอยู่ร่วมกันและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน แคนนอนเชื่อมั่นว่าทุกห้องเรียนที่สดใสและทุกรอยยิ้มของเยาวชนในวันนี้ คือเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังที่จะเติบโตขึ้นเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยในวันข้างหน้า

THΞPOP 2026 โชว์ผลงานศิลปินและครีเอเตอร์รุ่นใหม่จาก 12 ประเทศ

THΞPOP 2026 โชว์ผลงานศิลปินและครีเอเตอร์รุ่นใหม่จาก 12 ประเทศ

THΞPOP 2026 โชว์ผลงานศิลปินและครีเอเตอร์รุ่นใหม่จาก 12 ประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.18 น.

Bangkok Contemporary Art Fair ภูมิใจนำเสนอ THΞPOP 2026 งาน International Creative & IP Art Fair ครั้งแรกของประเทศไทย นำเสนอ Art Toy, Character IP และศิลปะร่วมสมัยไว้ด้วยกัน โดยรวบรวมศิลปิน สตูดิโอชั้นนำของเอเชีย และแกลเลอรี่กว่า 60 ราย จาก 12 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และเมียนมา มาไว้ในงานเดียว พร้อมสะท้อนบทบาทใหม่ของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจครีเอเตอร์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชีย

THΞPOP 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Safe to Bloom” เพื่อสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ความคิดสร้างสรรค์เติบโตได้อย่างอิสระ พร้อมโอบรับความหลากหลายของศิลปิน และครีเอเตอร์รุ่นใหม่จากหลากหลายประเทศ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 มิถุนายน 2569 ณ centralwOrld PULSE ชั้น 7-8 เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมกว่า 60,000 คน ตลอด 4 วัน

ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมครีเอเตอร์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วเอเชีย ทางผู้จัดมีความตั้งใจให้ THΞPOP 2026 เป็นมากกว่างานแฟร์ แต่สร้างแพลตฟอร์มแห่งเศรษฐกิจครีเอเตอร์ของเอเชีย โดยมี IP เป็นหัวใจสำคัญ ให้พื้นที่คาแรกเตอร์ต้นฉบับนำเรื่องเล่ามาเชื่อมต่อกับนักสะสม แบรนด์ สื่อ และพันธมิตรด้านลิขสิทธิ์โดยตรง