โอ๊ยเล่าเรือง : ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy)

ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin's The Mummy)

ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy)

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มัมมี่ คือ หนังผีที่เคยดูตั้งแต่ ตอนเป็นเด็กมาพร้อมกับ ความน่ากลัวสยดสยอง กี่เรื่องๆ ก็ดูน่ากลัว ชวนขนหัวลุกจนมาใน เดอะ มัมมี่ คืนชีพคำสาปนรกล้างโลก (The Mummy) ในปี 1999 ที่ได้สร้างภาพของ ‘ผีมัมมี่’ใหม่ที่ดูสนุกสนานในแนวผีผจญภัย ไม่เน้นน่ากลัว ทำให้หนังผี มัมมี่ ฟื้นคืนชีพ มาอีกครั้งพอมาปีนี้ วอร์เนอร์ ปลุกผี มัมมี่ขึ้นมาอีกครั้ง ในแบบ ผีน่ากลัว ผีจริงจัง ผลงานการจับมือกันผลิตของ New Line Cinema, Atomic และ Blumhouse กำกับโดย ลี โครนิน สร้างความฮือฮา ความสำเร็จ มาแล้วจากใน ผีอมตะผงาด (Evil Dead Rise)(2023)

‘เคธี่’ ลูกสาวตัวน้อยวัย8ขวบ ของ ‘ชาร์ลี’ นักข่าวคนหนึ่ง หายสาบสูญไปในทะเลทรายใน ‘ไคโร’โดยไร้ร่องรอย 8 ปีต่อมา ครอบครัวที่แตกสลายต้องตกตะลึงเมื่อ ‘เคธี่’ ถูกส่งตัวกลับคืนมา และสิ่งที่ควรเป็นการกลับมาพบกันอย่างเปี่ยมสุข กลับกลายเป็นฝันร้ายที่มีชีวิตลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy) ฉีกภาพเดิมๆภาพเก่าๆที่เคยคุ้นหรือที่เคยดูกันมา กับ ‘ผีมัมมี่’ในอดีต ไม่ใช่..งานรีเมค..งานสร้างใหม่..งานตีความใหม่ แต่เป็น งานสร้าง ..ผีมัมมี่..ตัวใหม่ ขึ้นมาที่แม้จะ เป็น ผีมัมมี่..ตัวใหม่ แต่ยังคง กลิ่นไอ ดูปุ๊บ..เห็นหน้าปั๊บ..บรรยากาศ ความเป็น ‘มัมมี่’ ขึ้นมาในทันที

ภาพความน่ากลัวของ ‘มัมมี่’ในอดีตที่เน้นจริงของ ผีน่ากลัว ที่เคยดูตอนเด็ก กลัวจนฝังใจหรือแบบหนังผีผจญภัย ขายเอฟเฟคสมจริงแฟนตาซี ในเวอร์ชั่น1999 ที่เคยนำเอา หนังมัมมี่ คืนชีพขึ้น อีกครั้งในยุคใหม่ ..ก็ไม่มา ‘ผีมัมมี่’ ที่อิงกับความเชื่อของ ชนชั้นกษัตริย์ ของ
อียิปต์ เปลี่ยนไป กลายมาเป็น ‘มัมมี่’ที่เกิดมาจาก การสืบทอดจากต้นตระกูล โยงมาถึง ปีศาจร้าย ที่จ้องทำลายมนุษย์ ไม่ใช่ ‘มัมมี่’ ที่ต้องการคืนชีพ เหมือนที่ผ่านมา

ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy) ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับมาดู หนังผีคลาสสิค หนังผีระดับตำนาน หนังผีที่ชื่นชอบ ในช่วงยุค80-90 หลายๆ เรื่อง และที่แปลกตาไปจาก หนังผีโดยทั่วๆ ไปคือเส้นเรื่องที่ผสมผสานระหว่าง ความเป็นหนังผีกับการสืบสวนสอบสวน คลี่คลายคดี หนังเดินเรื่องแบบคู่ขนาน ผีร้ายที่ตามทำลาย ทำร้ายครอบครัวนี้ กับ การสืบสวนหาที่มาที่ไปหาตัวคนที่จับหนู‘น้อยเคธี่’เอาเข้าจริงๆ กลับไม่รู้สึกถึง ความหลอน ความน่ากลัว หรือขวนขนหัวลุก ไม่มีฉากสะดุ้งตุ้งแช่ หรือตกใจกลัว ฉากสยดสยองเลือดสาด ก็ดูธรรมดา แต่..หนังก็พาให้สนุกไปกับ การเล่าเรื่อง ดึงให้อยากตามว่า ผีจะเอายังไง มีที่มาที่ไปอะไร และจะโหดเอาตายแค่ไหนรวมทั้ง มีหลายฉาก ที่อาจจะ ดูธรรมดา แต่ภาพที่ออกมา รู้สึกเสียวสันหลัง ขนหัวลุกจนต้องปิดตา

ชอบโลเคชั่น บรรยากาศหนังที่เน้นๆโทนของหนังมัมมี่ ไม่ว่าจะเป็น ทะเลทราย เมืองในไคโร ต้นเรื่อง พายุทะเลทราย หรือแม้แต่ ชายแดนเม็กซิโก บ้าน ครอบครัวตัวเอก ที่ อยุู่โดดเดี่ยวหนังฉลาด ที่เลือกให้เรื่องมาเกิดต่อที่ เม็กซิโก แทนที่จะเป็น ในเมืองใหญ่ๆ บรรยากาศ ความน่าสะพึงกลัว แบบ ธรรมชาติ มาแบบเต็มๆนักแสดงในเรื่องนี้ แทบจะไม่คุ้นหน้า ในเรื่องนี้ บทเด่นเน้นไปที่ตัวละครผู้หญิงเป็นหลัก ตัวละครชาย หลักๆ มีแค่ พ่อกับลูกชายเท่านั้น

แจ็ก เรย์เนอร์ เป็น ชาร์ลี ดูดีในมาด นักข่าว ที่บังเอิญ มาเจอเรื่อง ผีๆ  และต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยครอบครัว แม้จะ แลกด้วยชีวิตก็ตาม ไลอา คอสตา มาในบท ลาริสซา คุณแม่ พยาบาล ยังสาว ที่ ทำทุกอย่าง เพื่อให้ ลูกสาว กลับมาเหมือนเดิม สีหน้าท่าทาง มาแบบจัดเต็ม บางช่วงบางตอน ดูแล้ว อดรู้สึกเป็นตัวละครที่ไม่ค่อยมีเหตุผลงี่เง่านิดๆ

นาตาลี เกรซ  เป็น แคธี่ ที่เปลี่ยนจากเด็กน้อย หน้าตาบ้องแบ้ว น่ารัก น่าเอ็นคู แต่พอกลับมา มาแบบเหี่ยวย่นๆ ก็เล่นดูน่ากลัวๆ หลอนดู ดูแล้วเหนื่อยแทน แทบไม่มี มุมดีๆหน้าตาดีๆ เลย(เอมีลี่ มิตเชล รับบทเป็น แคธี่ ตอนเป็นเด็กน้อยน่ารักๆ)

ลี โครนิน ทำ ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin’s The Mummy) ออกมา ระดับที่น่าพอใจ มีความเป็นตัวเองสูง สร้างความสนุกกับการเป็นหนังผี ได้อย่างลงตัว ทั่งงานด้านภาพ เทคนิคพิเศษ CG การเล่าเรื่อง บท เสื้อผ้าหน้าผม ดนตรีและเพลงประกอบ
แม้ งานชิ้นนี้ จะมีชื่อของ เจมส์ วาน แต่ก็แทบ จะไม่รู้สึกถึง ความเป็น หนังเจมส์วาน เลย
สนุกสนาน..ในแบบ..หนังผี..แนวสืบสวนสอบสวน ตามล่าหาความจริงๆ อาจจะไม่น่ากลัว ..มากมายนัก แต่ก็เป็น อีกหนึ่ง หนังผี..ที่เป็นหนังผี จริงๆ ที่ออกมาดูดีทีเดียวหนังผี..เดินเรื่องแบบ ผีหลอกวิญญาณหลอน ชวนติดตามไปกับการ สืบสวนสอบสวน ก่อนจะมา สู้กันแบบเอาเป็นเอาตายปราบผีร้าย ปิดท้าย..แบบสวยงาม ในแบบ ดิบๆ ดาร์คๆ โหดได้ใจ ในแบบ หักมุม..คาดไม่ถึง8/10 หัวกระโหลก

Celebrity Gossip : 19 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 19 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 19 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– รายงานล่าสุดจาก Page Six และ The Daily Mail ระบุว่า เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะเข้าพิธีวิวาห์กับ ทราวิส เคลซี คู่หมั้นในช่วงฤดูร้อน โดยอาจเป็นวันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนวันครบรอบ 250 ปีของสหรัฐอเมริกา และเป็นช่วงวันหยุดที่เทย์เลอร์ชื่นชอบ สถานที่น่าจะเป็นที่นครนิวยอร์กแทนที่โรดไอแลนด์ เพื่อรองรับแขกที่เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะมีเพื่อนสนิทระดับ A-list เข้าร่วม เช่น เซเลนา โกเมซ, จีจี ฮาดิด , แพทริก มาโฮล์ม ควอเตอร์แบ็ค KC เพื่อนร่วมทีมเจ้าบ่าว และครอบครัวเคลซี โดยอาจมีแขกประมาณ 150 คน ในส่วนของชุดเจ้าสาว เทย์เลอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดแต่งงานในปี 1950 ของ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ โดยเน้นสไตล์ Old Hollywood และความคลาสสิก ส่วนแหวนเพชรเป็นเพชรทรง Old Mine Brilliant Cut บนตัวเรือนทองคำที่ทราวิสร่วมออกแบบ อย่างไรก็ดี รายละเอียดทั้งหมดยังถูกปิดเป็นความลับในขณะเพื่อความปลอดภัย

– คานเย เวสต์ ประกาศเลื่อนคอนเสิร์ตที่เมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 11 มิถุนายน ออกไปอย่างไม่มีกำหนดในสัปดาห์นี้ หลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่ากำลังหาทางสั่งแบนการแสดงดังกล่าว เนื่องจากประวัติการแสดงความคิดเห็นที่เหยียดเชื้อชาติและสนับสนุนลัทธินาซีของเขา รัฐมนตรีมหาดไทยและนายกเทศมนตรีเมืองมาร์กเซยต่างคัดค้านการจัดคอนเสิร์ตนี้อย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า มาร์กเซยจะไม่เป็นพื้นที่แสดงออกสำหรับผู้ที่ส่งเสริมความเกลียดชังและลัทธินาซี ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งสัปดาห์ รัฐบาลอังกฤษได้ปฏิเสธวีซ่าของคานเย โดยให้เหตุผลว่าการปรากฏตัวของเขาไม่เป็นผลดีต่อสาธารณชน ส่งผลให้เทศกาลดนตรี Wireless Festival ในลอนดอนที่เขาเป็นหัวเรือใหญ่ต้องถูกยกเลิกไป

– การแสดงของ จัสติน บีเบอร์ ในเทศกาลดนตรี Coachella 2026 เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนักในโซเชียลมีเดีย ทั้งการที่เจ้าตัวนั่งบนเก้าอี้สตูลและใช้แล็ปท็อปเพื่อเปิดคลิปวิดีโอจาก YouTube โดยเลือกเปิดคลิปวิดีโอเก่าๆ ของตัวเองที่เคยร้อง Cover เพลงศิลปินอื่น รวมถึงคลิปสมัยเด็ก แล้วร้องคลอไปกับวิดีโอเหล่านั้น แทนที่จะเป็นการแสดงสดเต็มรูปแบบพร้อมวงดนตรีหรือแดนเซอร์ แถมยังขึ้นเวทีโดยสวมเสื้อฮู้ด กางเกงขาสั้น และแว่นกันแดด จนถูกนำไปเปรียบเทียบกับการแสดงที่มีโปรดักชันจัดเต็มของหลายศิลปิน นักวิจารณ์และผู้ชมบางส่วนมองว่าเซ็ตการแสดงนี้ดูเรียบง่ายเกินไปสำหรับการเป็นศิลปินหลัก ที่ได้รับค่าจ้างสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ แต่ฝ่ายที่สนับสนุนจัสตินมองว่า การใช้ YouTube เป็นการสื่อถึงแพลตฟอร์มที่ทำให้โลกได้รู้จักเขาครั้งแรก ถือเป็นการแสดงความขอบคุณต่อรากเหง้าของตัวเอง  และเป็นการแสดงออกถึงการเยียวยาจิตใจ หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ จนต้องหยุดพักงานไปนานถึง 4 ปี

– บริตนีย์ สเปิยร์ส สมัครใจเข้ารับการบำบัดที่สถานบำบัดยาเสพติด ห้าสัปดาห์หลังจากที่เธอถูกจับกุมในข้อหา สงสัยว่าขับรถขณะมึนเมาในเวนทูรา เคาตี รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แหล่งข่าวระบุว่า สเปียร์สตัดสินใจเข้ารับการบำบัดด้วยตนเองโดยไม่มีคำสั่งศาล หลังจากได้รับการสนับสนุนจากคนใกล้ชิด รวมถึงลูกชายทั้งสองคนคือ ฌอน เปรสตัน   และ เจย์เดน เจมส์ ที่มีส่วนสำคัญในการโน้มน้าวให้เธอเข้ารับความช่วยเหลือ โดยเธอมีกำหนดเดินทางไปขึ้นศาลชั้นต้นในวันที่ 4 พฤษภาคม เพื่อพิจารณาคดีขับรถขณะมึนเมาดังกล่าว ตัวแทนของสเปียร์สบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ให้อภัยไม่ได้อย่างยิ่ง แต่หวังว่านี่จะเป็นก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงที่ค้างคามานาน เพื่อสุขภาวะที่ดีและความมั่นคงในชีวิตของเธอ

– ซีรีส์ Euphoria เปิดตัว Season 3 ในสัปดาห์ที่ผ่านมาท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหู ผู้ชมจำนวนมากมองว่าซีซันใหม่นี้นำเสนอภาพที่น่ารังเกียจ เช่น ฉากที่ตัวละคร Cassie Howard นำแสดงโดย ซิดนีย์ สวีนีย์ ทำงานใน OnlyFans โดยแต่งกายเลียนแบบทารกพร้อมคาบจุกนมปลอม และฉากที่เธอแต่งชุดสุนัขพร้อมปลอกคอและสายจูง นักวิจารณ์และแฟนละครโจมตีผู้สร้าง แซม เลวินสัน  ว่านำเสนอเรื่องราวที่ดูถูกเหยียดหยามผู้หญิง และเน้นเพียงแค่การสร้างความตกตะลึงมากกว่าการพัฒนาบทที่ดี จน Season 3 ได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์บน Rotten Tomatoes ต่ำถึง 44% – 57% ลดลงอย่างมากจากสองซีซันแรก แฟนๆ บางส่วนประกาศเลิกดูซีรีส์เรื่องนี้ทันทีหลังจากดูตอนแรกจบ กดดันให้ HBO และผู้ผลิตต้องทบทวนเนื้อหาที่เหลือในซีซันนี้

โก๊ะตี๋ เปิดใจ รักต่างวัย 24 ปี น้องใบมิ้นต์ หลังชีวิตพัง 9 เดือน เคลียร์ดรามาฝ่ายหญิงคบหวังเงิน

โก๊ะตี๋ เปิดใจ รักต่างวัย 24 ปี น้องใบมิ้นต์ หลังชีวิตพัง 9 เดือน เคลียร์ดรามาฝ่ายหญิงคบหวังเงิน

โก๊ะตี๋ เปิดใจ รักต่างวัย 24 ปี น้องใบมิ้นต์ หลังชีวิตพัง 9 เดือน เคลียร์ดรามาฝ่ายหญิงคบหวังเงิน

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 22.02 น.

“โก๊ะตี๋” เปิดใจ เลิกอดีตเมีย ซังกะตาย 9 เดือน ก่อนเจอ “น้องใบมิ้นต์” โต้ฝ่ายหญิงคบหวังเงิน เผยพรหมลิขิต เคยเจอตั้งแต่ 5 ขวบ!

 “โก๊ะตี๋ อารามบอย” เปิดใจครั้งแรก รักครั้งนี้ถึงขั้นคิดไกลเรื่องแต่งงาน เปิดเส้นทางรัก “น้องใบมิ้นต์” แฟนสาวรุ่นลูก อายุห่าง 24 ปี เผยเหตุการณ์ทะเลาะกันจนเกือบเลิกรา เคลียร์ชัดหลังชาวเน็ตเม้าธ์คบกันหวังเงิน พร้อมเผยโก๊ะตี๋เตรียมงานแต่งแล้ว? ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 ปัจจุบันโสดมั้ย?

“ไม่นะ (ยิ้ม)” 

ตอนนี้มีแฟนใหม่แล้ว ไม่โสดแล้ว ที่สำคัญแฟนกับโก๊ะเกิดปีเดียวกัน?

“เกิดปีเดียวกัน เพื่อนกัน เกิดปีวอกเหมือนกัน วอกสองรอบ (หัวเราะ)” 

รักครั้งเก่าก่อนหน้านี้แต่งงานแล้วเลิกกันไป?

“แต่งงาน 17 ธ.ค. 2566 วันที่ 17 ธ.ค. 2567 เราบอกเลิก จริงๆ ระยะเวลาก่อนหน้านี้เป็นสิบปีที่ใช้ชีวิต เราพยายามปรับ เปลี่ยน จริงๆ ไม่ได้อยากมีรักหลายครั้งหรอก แต่หนูว่าคนแต่งงานแล้วเลิกกันจะเข้าใจคำนี้ว่า ชีวิตก่อนแต่งงาน กับชีวิตหลังแต่งงานมันไม่เหมือนกัน”

เขาเราเป็นยังไง?

“ก่อนแต่งงานเป็นอีกแบบนึง หลังแต่งงานก็เป็นอีกแบบนึง แล้วรู้สึกว่าก่อนแต่งงานเราคุยกันไว้แบบนี้นะ จริงๆ พี่พูดกับเขาว่าก่อนแต่งงานถ้าคุณไม่อย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายเราจะเลิกกัน แล้วเราก็เลิกกันจริงๆ”

 คนบอกว่าคบสิบกว่าปี แต่งงานได้ปีเดียว โดนผู้หญิงทิ้ง?

“เอาจริงๆ เราเป็นคนบอกเลิกเขา ไม่ใช่เขาบอกเลิกเรา เราไม่อยากเป็นหลุมดำแล้ว เราไม่อยากพูดถึงว่าเลิกกันเพราะอะไร เลิกก็เลิกกันแล้ว บางทีเราไม่อยากเอาบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในใจให้ใครได้รู้ การที่เราบอกเลิกใครสักคน แล้วป่าวประกาศว่าผู้หญิงเป็นแบบนั้นแบบนี้ เราเป็นผู้ชายจะไม่ใช่สุภาพบุรุษ ในเมื่อไปกันไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เขาเพิ่ง 35 ก็ให้เขาไปมีชีวิตที่ดี”

ทำไมเพิ่งบอกตอนนี้ คบ 12 ปี แต่งปีนึง แล้วเพิ่งไม่ใช่อะไรตอนนี้?

“พยายามแล้ว ก่อนแต่งงานก็พยายาม หลังแต่งก็พยายาม แต่สุดท้ายแล้วความพยายามมันไม่สำเร็จ”

บอกเลิกแต่เสียใจ?

“เสียใจ กลับมากินยาคลายเครียด ไม่อยากเรียกตัวเองว่าเป็นโรคซึมเศร้า แต่เครียดต้องกินยาก่อนนอนเป็นกำๆ มันเหมือนชีวิตเราทิ้งไปเลย แคคตัสที่เราเคยขาย ตั้งใจทำเพื่ออนาคตของเรา ทิ้งเลย ไม่แตะเลย ไม่เอาเลยประมาณ 8-9 เดือน”

ใช้ชีวิตซังกะตาย 8-9 เดือน?

“ใช่ คือตื่นมาไปทำงานประจำ ไปทำงานกับอาต๋อย แต่ไม่ได้มีแพสชั่นจะทำแบบนี้เพื่ออนาคต รู้สึกว่าหลานก็เรียนจบหมดแล้ว 3 คน เราถึงวัยที่ตกตะกอน นอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้ ไม่เป็นไร”

สิ่งที่เยียวยาชีวิตได้คือติ๊กต๊อก?

“จริงๆ ต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ในติ๊กต๊อก ในโซเชียล เราเป็นหัวหน้าครอบครัว เราเป็นยอดเขา เราจะปรึกษาแม่เรา แม่เป็นคนไม่สบายอยู่ หลานเราเลี้ยงมา พี่ชายเราปรึกษาไม่ได้อยู่แล้ว ทั้งบ้านมีแค่เราคนเดียว ไม่มีใครที่จะปรึกษา บางวันนอนในเปล นั่งร้องไห้ ไม่รู้จะคุยกับใคร”

นึกถึงพี่อ้อย-พี่ฉอดมั้ย?

“ก็มี อยากมีคนปรึกษา แต่พอเรารู้จักติ๊กต๊อก ก็เริ่มจากคนที่เล่นติ๊กต๊อกเขามีอายุ เขาติดตาม บอกว่าติดตามโก๊ะตี๋ตั้งแต่เด็กๆ นะ ตั้งแต่มีผมโก๊ะ แสดงว่าเป็นแฟนคลับ ก็เริ่มสร้างฐานแฟนคลับทีละคน สองคน สามคน สี่คน กลายเป็นทุกเช้าเราตื่นขึ้นมานั่งรถน้ำต้นไม้ เปิดเพลงฟัง แล้วก็ถามแฟนคลับว่าพี่เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้หนูดีขึ้นแล้วนะ ก็สร้างฐานแฟนคลับไปเรื่อย จนคนเข้ามาดูเยอะ เราก็ผ่อนคลาย บางทีก็ให้คำปรึกษาเขา เหมือนเรามีเพื่อน บางคนเครียดกับเรื่องครอบครัว บอกว่าเป็นโรคร้ายจะยังไง กลายเป็นเรามาคุยกัน ได้คุยกับแฟนคลับ บางคนหนักกว่าเราอีก”

ติ๊กต๊อกทำให้เราเจอแฟนคนปัจจุบัน?

“พูดง่ายๆ ในติ๊กต๊อกมีผู้หญิงเยอะแหละ เวลาไปพีเค ชนจอเขา แอปฯ ติ๊กต๊อกเราชนจอกับใครก็ได้ที่เขาเล่นเหมือนเรา ไม่ว่าคุณอยู่มุมไหนของโลกใบนี้ ก็ชนจอกันได้ กลายเป็นเรามีเพื่อนเยอะขึ้น แล้วเราก็โสด เราเป็นสุภาพบุรุษท่านนึง คนกดฟอลโลว์เป็นผู้หญิงทั้งนั้น (หัวเราะ) เราโสด เราจะคุยกับใครจะแรดกับใครก็เรื่องของเรา ก็กลายเป็นเริ่มติดตามน้องๆ บางคนทีแรกก็หวัง”

ก่อนเจอใบมิ้นต์ มีชนจอกับสาวๆ?

“เยอะเป็นร้อย มีที่หวังเยอะ คนนี้ก็หน้าตาดี คนนี้หน้าตาน่ารัก สวมบทเป็นอาหวังท่านนึงก็ชนจอกันไปชนจอกันมา แต่ทีนี้บางคนมันหวังไม่ได้ เพราะเขาคิดกับเราเหมือนพี่ โอเค พี่ก็พี่ ก็กลายเป็นพี่น้องกัน เริ่มเป็นสังคมกลุ่มก้อนกลุ่มนึง เริ่มชนจอบ่อยๆ พากันไป แต่ที่เจอน้องใบมิ้นต์ มีน้องคนนึงชื่อแอ็กเป็นผู้ชายสูง 189 ซม. เป็นคนไทยอยู่สวีเดน หน้าตาหล่อ ไทม์โซนสวีเดนจะตรงกับเรา 6 โมงเช้า เราตื่นมารดน้ำต้นไม้ ไลฟ์สดปุ๊บ ไอ้แอ็กชนจอมาเลย แล้วเขาบอกว่าพี่ วันนี้ผมพาน้องคนนึงมารู้จักพี่ แต่ละวันไอ้แอ็กพาผู้หญิงมาให้เราดูไม่ซ้ำหน้า บางทีไลฟ์ตีสองตีสาม ไอ้แอ็กพาไปดู กดจอไปก็รู้จักกัน สร้างกลุ่มก้อนกันไป สุดท้ายวันนึงเขาพาน้องใบมิ้นต์มา”

 เห็นปุ๊บถูกใจเลยมั้ย?

“ถูกชะตาก่อน ทำไมเขาเป็นคนมองไม่เบื่อเลยวะ วิธีการพูดของเขา เราถูกใจ เสียงหัวเราะเขาเหมือนม้า ฮี่ๆ เราก็ผู้หญิงอะไรหัวเราะเหมือนม้าวะ เขาก็ตั้งอีโมจิเป็นม้าลาย เล่นติ๊กต๊อกต้องมีอีโมจิประจำตัว ของเราเป็นกระบองเพชร ก็เริ่มชนจอกัน เริ่มเป็นกลุ่มเป็นก้อน พอรู้จักกันแล้ว ก็ฟอลโลว์กันไป“ 

พอได้ชนจอ ถูกชะตา ความสัมพันธ์พัฒนาไปยังไง?

“เราถามเขาว่าเขาเป็นคนที่ไหน เขาเป็นคนนครนายก มันก็ไม่ไกลนี่ ตอนนี้เรียนอยู่ที่ไหน เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยที่นึง เอกภาษาจีน เขาเป็นเด็กเจน Z พูดไม่ชัด เราก็มา งั้นมาชนจอกัน แล้วก็ฝึกเขาพูด เช้าฟาดฝักพัด เย็นฟาดฟักผัด หมูหมึกกุ้ง ระนอง ระยอง ยะลา ทุกวันนี้ก็ฝึกอยู่ เด็กสมัยใหม่เดี๋ยวนี้เขาพูดไม่ค่อยเปิดปากกว้างๆ เราก็เป็นคนหูไม่ดี ห๊ะ! พูดดังๆ บางทีเราขี้เกียจพูดว่าห๊ะ เราก็ตีความหมายไปว่าใช่เหรอ เขาบอกว่าถ้าไม่เข้าใจถามอีกครั้งก็ได้ ก็เลยกลายเป็นพูดกัน สอนเขาพูดภาษาไทย”

เขาอายุเท่าไหร่?

“22 ปี”

พอได้ชนจอกันบ่อยๆ เป็นยังไง?

“กิเริ่มหัวหมอไง ก็สร้างไลน์กลุ่ม แต่เราไม่เคยอินบ็อกซ์ไปคุยหลังบ้าน ไปจีบไปทัก ถ้าจะจีบจะคุยจะแอ๊ว แอ๊วหน้าไลฟ์ เราชัดเจน ไม่อยากให้มีประวัติ สมัยนี้เอาอินบ็อกซ์มาโชว์มาดิสเครดิตกัน ถ้าจะอำทุกคนเป็นพันต้องเห็นหมด”

 ระหว่างนั้นไปแอ๊วไปหยอดหรือยัง?

“ไม่มี มีกลุ่มนึงผู้หญิง 3-4 คน เขาคิดกับเราเหมือนพี่ แต่พี่คิดไม่ซื่อ เราไม่ได้คิดเขาเป็นน้องหรอก ก็เลยตั้งไลน์กลุ่มขึ้นมา รวมแอ็กด้วย ผู้หญิง 3-4 คน แอ็กอยู่สวีเดน เราก็บอกว่าว่างๆ ไปกินข้าวกันมั้ย แล้ววัยรุ่นไปกินที่ไหน สุกี้ ไปก็ไป นั่นคือเดตแรก นัดกัน 4 คน เขาเรียกเดตหมู่ ไปนั่งกินเสร็จปุ๊บเลิก 2-3 ทุ่ม ไปไหนกันต่อ เขาไม่รู้จะไปที่ไหน ก็ชวนมานั่งเล่นที่สวนพี่มั้ย ชวนมาเป็นไข้เลือดออกที่สวน เปิดเพลง ถ่ายคอนเทนต์แล้วแยกย้ายกัน นั่นคือครั้งแรก” 

ได้ไลน์ส่วนตัวแล้ว?

“ได้แล้ว สมมติคุยกัน 4 คน ก็ถามว่าถ้าว่างๆ พี่ไลน์หาน้องได้ใช่มั้ย เขาบอกได้ แต่คนที่เราหวังคนนี้นะ ถามไปก่อนแต่ละคน”

จะไม่ขอไลน์คนที่ชอบตรงๆ แต่จะสร้างคอมมูนิตี้ขึ้นมา นัดไปกินข้าว สุดท้ายก็ได้กดแอดไลน์คนที่ชอบไป?

“ใช่ ถามว่า 1 2 3 4 แต่คนที่เราถามคือคนที่ 4 เลย”

ตอนนั้นมีน้องอีกคนที่ไม่ใช่ใบมิ้นต์ สุดท้ายคุยกับใครก่อน?

“คุยเยอะเลย แต่เป็นใบมิ้นต์เพราะรู้สึกถูกชะตา ไลฟ์สไตล์ มายด์เซ็ตมันคล้ายๆ กัน เราทักไปสวัสดีครับน้อง ครั้งแรกที่เราส่งไป ว่างๆ พี่ขับรถต่างจังหวัด พี่ง่วงๆ คุยได้มั้ย เขาบอกคุยได้ แฟนไม่ว่าเหรอ เขาบอกไม่มีแฟน หลังจากนั้นเด็กสมัยใหม่ส่งอะไรมาก็ไม่รู้ 543235 แต่เด็กรุ่นใหม่เขาจะรู้ ถ้ารุ่นเราหัวเราะจะ 5555 เขาตั้งใจ ไอ้นี่มา 52352532 อะไรแบบนี้ ทีนี้ก็เริ่มคุย เราเริ่มขับรถไปต่างจังหวัด ไปทำงาน บางทีไม่ได้ขับรถเองหรอก หลานขับ แต่หาข้ออ้าง ก็ถามสารทุกข์สุกดิบว่าเป็นคนที่ไหนยังไง หลายๆ วันก็ถามเขาว่าไม่มีแฟนแล้วใช้ชีวิตอยู่ยังไง แฟนต้องอายุเท่ากันมั้ย ต้องรุ่นเดียวกันมั้ย เขาบอกหนูไม่ได้ติดเรื่องอายุ หน้าตาต้องเป็นยังไง ต้องดีเจพุฒมั้ย เขาบอกหนูไม่ได้ติดเรื่องหน้าตา เฮ้ย หน้าตาก็ไม่ติด อายุก็ไม่ติด กูก็มีสิทธิ์สิวะ ก็โอเค ในใจนับไว้หนึ่ง เวลาเรามุ่งเราก็มุ่งจริง ชนจอกันบ่อย จนแฟนคลับเริ่มรู้ว่าโก๊ะตี๋ชอบใบมิ้นต์ ระยะเวลาผ่านไป ก็เอาวะ ไม่ลุยแล้วจะรู้ได้ไง จะจบได้ไง กำลังไลฟ์สดอยู่ คนดู 2,500 คน เขาก็เมนต์มาว่าพี่บอกเลย ก็รวบรวมความกล้า เปิดเพลงบิวต์เลย เพลงแต่เราก็หากันจนเจอ”

เรามั่นใจในความรู้สึกของเรา?

“มั่นใจเลยว่าถ้าเราพูดโอเค เขาต้องโอเคน่า ก็บอกว่ามิ้นต์พี่มีอะไรจะพูดอย่างนึงได้มั้ย เขาบอกว่ามีอะไรเหรอ นอนเปลแล้วคุยกัน ก็บอกว่าคบกันมั้ย หน้าเขาก็ช็อตฟีลไป 3-4-5 วิ แล้วก็บอกว่าหนูขอตัดสินใจแป๊บนะ เขาหายไป 5 นาที เราก็เปิดเพลงบิวต์ เราก็เปิดเพลงรัก สักพักเขาบอกหนูพร้อมจะบอกแล้ว เราก็ปิดเพลง หนูไม่คบนะ ทุกอย่างจากคน 2,500 คน เหมือนผึ้งแตกรัง เหลือ 700 พอบอกไม่คบ สักพักเขาถามว่าพี่โอเคมั้ย ก็ถามว่าพี่มีสิทธิ์ไม่โอเคเหรอ ใจตอนนั้นแว็บเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุผลคืออะไร ขอคบแต่เขาไม่คบ พอลงไลฟ์โทรหาแอดมินพี่หวาน อยู่ระยอง เป็นเจ้าของสวนทุเรียน พี่หวาน ทำไมมันเหมือนจะได้แต่เขาไม่คบ เขาบอกว่าพี่โก๊ะ เด็กเจน Z คบของเขากับเราไม่เหมือนกัน คบของเขาคือคบเลย มีแค่คนเดียว แต่ถ้าคุย เขาคุยด้วยหลายคน งงเลยเว้ย ถ้าบอกขอคุยได้มั้ย เขาก็จะบอกว่าคุย แต่นี่เราขอคบเลย เขาไม่โอเค วันรุ่งขึ้นก็โทรหาเลย ใบมิ้นต์พี่อาจเป็นการคุยครั้งสุดท้ายนะ พี่เคารพการตัดสินใจของใบมิ้นต์นะ แต่พี่ไม่เข้าใจ ก็เลยถามเขาว่าคนคบของน้อง ต้องคบคนเดียวใช่มั้ย เขาบอกว่าใช่ แต่ถ้าคุย คุยได้หลายคนใช่มั้ย เขาบอกว่าใช่ เราก็บอกว่างั้นขอเป็นคนคุยได้มั้ย เขาเลยตอบมาว่าได้”

ต้องขอบคุณแอดมิน ไม่งั้นจบแล้ว?

“ไม่งั้นไปแล้ว พี่หวานสวนทุเรียน”

พอคุยได้ พัฒนาความสัมพันธ์ต่อยังไง?

“พอเราพูดไปแล้วว่าขอคบ แต่พอขอคุย ผู้หญิงก็รู้ว่ามึงก็จีบกูแหละ พอเริ่มคุยๆ ก็ถามว่าตกลงคบกันมั้ย พอตกลงคบกัน หนูก็บอกว่าถ้าจะคบกัน ขอไปคุยกับพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ เราต้องจริงจัง แสดงความบริสุทธิ์ใจ เขาบอกไปคุยกับพี่ชายคนโตเขาก็ได้ เขาอยู่กับแม่ด้วย เราก็ไปที่นครนายก นี่คือเดย์แรกที่ไปเจอแม่เขา พี่ชายของเขา และไปคุยกับเขาเลย”

ครอบครัวน้องว่าไง?

“โชคดีพี่ชายมิ้นต์แก่กว่าเราปีเดียว เหมือนคนรุ่นเดียวกัน ก็ถูกชะตา ชอบนะ อยากคบ เขาบอกขอบคุณนะ พี่ก็แมนนะ ที่มาพูดอะไรแบบนี้ ก็ไปบอกแม่เขา ยายเขา พี่ชายเขา ว่าระหว่างน้องเรียน หนูขอเป็นคนที่คบกับน้องนะ”  

โลกกลม คุยกันไปคุยกันมา พี่โก๊ะเคยเจอใครในครอบครัวใบมิ้นต์?

“น้าหนุ่มคือคนเล่นไก่ชนกับเรามา 20 กว่าปี เขาอยู่เมืองทอง แจ้งวัฒนะ เขามาหาเรา วันนั้นหนูเข้าห้องน้ำ ใบมิ้นต์นั่งอยู่ น้าหนุ่มบอกว่าหนูเป็นแฟนน้าโก๊ะใช่มั้ย เป็นคนที่ไหน ใบมิ้นต์บอกนครนายก น้าหนุ่มบอกอ้าว เขาก็คนนครนายก อำเภออะไร อำเภอองครักษ์ อยู่ตำบลเดียวกัน น้าหนุ่มถามใบมิ้นต์ว่านามสกุลอะไร อ้าวนามสกุลเดียวกับเมียน้า ปรากฎว่าใบมิ้นต์เป็นญาติเมียน้าหนุ่ม น้าหนุ่มถามว่าน้าโก๊ะจำได้มั้ย เมื่อ 20 ปีก่อน น้าโก๊ะไปวิดบ่อปลาที่องครักษ์มาทำปลาร้า บ้านน้องใบมิ้นต์แหละ พ่อชื่อวัฒน์ไง กลายเป็นว่าเคยเจอใบมิ้นต์ตอนเขา 5-6 ขวบ”

20 ปีผ่านไป ได้เจอน้องใบมิ้นต์อีกที?

“เราเพิ่งมารู้ทีหลัง เราถามว่าจริงเหรอน้าหนุ่ม”

พอคบน้องใบมิ้นต์ เขาน่ารักยังไง?

“คนสองวัยที่ต่างกัน มีทั้งความน่ารัก และความไม่เข้าใจเด็กเจน Z ในปัจจุบัน แต่เรื่องบางเรื่องเรามองข้ามไป ความน่ารักคือเขาเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย เขาไม่กินของมัน ไม่กินของดิบ ไม่กินของคาว แค่นั้นเอง ไม่กินไข่แดง อะไรเลี่ยนๆ ทำให้อ้วกเขาไม่กิน ก็กลายเป็นว่าคล้ายๆ เรากินแบบนี้ เขาไม่กินแบบนี้ เราชอบกินมันๆ มันก็พอดีกัน แต่อย่างที่บอกว่าบางทีบางครั้งโลกโซเชียลใหม่ๆ แรกๆ ไปกินข้าวกัน เขาสั่งข้าวมา กระเพราไข่ดาวจานนึง เขาเอาไข่แดงออก เราก็จะกินไข่แดง ซึ่งเรารู้ว่าเขาไม่กินไข่แดง แล้วเราตักกับเขามาครึ่งนึง เพราะเขากินข้าวเยอะกับน้อง เราเป็นคนกินข้าวน้อยกับเยอะ เราก็ตักข้าวเราให้เขาครึ่งนึง ตักกับเขามาครึ่งนึง โซเชียลก็ดราม่า มึงกินไม่พอทำไมไม่สั่งใหม่ไปแย่งผู้หญิงกินทำไม กินแต่ไข่แดงให้ผู้หญิงกินไข่ขาว กินแต่กับให้ผู้หญิงกินแต่ข้าว”

จากแบ่งกินดูชั่วไปเลย?

“เรารู้กันว่าใบมิ้นต์กินข้าวเยอะ แต่พอเขาติดตามเราบ่อยๆ เขาจะรู้ว่าอ๋อ ใบมิ้นต์เป็นคนกินข้าวเยอะ กินกับน้อย ใบมิ้นต์เป็นคนกินไข่ขาว ไม่กินไข่แดง ไม่กินมันหมู กินเนื้อล้วน กินอกไก่”

คบน้องมานานแค่ไหน?

“เข้า 8 เดือน” 

พี่โก๊ะเจนไหน?

“เจนวายก็พอมั้ง หรือเอ็กซ์”

ช่องว่างระหว่างเจน มีอะไรต้องปรับตัว?

“เอาจริงๆ วิธีคิดของเขาเป็นแบบคนโต แต่เรากลายเป็นเด็ก เพียงแต่จะมีวิถีชีวิตของเด็กเจน Z อีกแบบนึง ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรยังไง แต่มันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราพยายามมองข้ามไปดีกว่า มันเป็นช่องว่างระหว่างวัย เราเลยไม่เอาจุดนั้นมาเป็นจุดโฟกัสที่ทำให้เราทะเลาะกัน”

มีชื่อเรียกกันมั้ย?

“พี่เรียกเขาหนู เขาเรียกเราว่าบี๋”

ทุกอย่างดูลงตัว มีความสุขแฮปปี้ แต่อายุห่างกัน 24 ปี ก่อนหน้านี้เคยเลิกกันไปแล้วด้วย?

“เขาบอกเลิก พอเรามีแฟนเด็ก บางทีเราอยากคุย เขากลับไปหาแม่หายายที่ไม่สบาย ก็บอกว่าว่างๆ บี๋โทรหานะ เราทำงานเสร็จก็โทรไป บังเอิญเขาเพิ่งตื่นกับแม่ บอกว่าแม่อยากกินอะไร เขาจะทำกับข้าวให้แม่กิน เราโทรไปก็ฮัลโหล คุยกับใคร เขาบอกคุยกับแม่ ในใจก็คิดก็เลยพูดออกไปว่าอยู่กันทั้งวันทำไมไม่คุยกันเหรอ มาคุยตอนผมโทรมา โอเค แค่นี้ คุยกับแม่เถอะ แล้วก็วาง”

งี่เง่านะ?

“เหมือนเรารอสายทั้งวันจะคุยกับเขา แต่เขาหันไปคุยกับแม่ ก็รู้สึกว่าอยู่กันทั้งวันไม่คุยกันเหรอวะ เขารู้สึกเรางี่เง่า”

กะว่าเขาโทรมาง้อ แต่เขาขอเลิก?

“เขาเป็นคนบอก เขารู้สึกเรางี่เง่า เขาพูดมาคำนึงว่าตอนบี๋อยู่กับแม่ หนูไม่เคยไปเร่งไปเร้า หนูซะอีกบอกให้บี๋ดูแลแม่ดีๆ แต่พอหนูกลับมาดูแลแม่ บี๋เป็นแบบนี้ หนูไม่โอเค เราก็เลยรู้สึกว่าเออจริงวะ ทีนี้พี่ชายเขาเป็นคนมาเคลียร์ บางคนบอกหนูเลิกคอนเทนต์ ไม่ใช่คอนเทนต์ เลิกจริง”

เลิกกี่วัน?

“วันเดียว แต่ทีนี้ข่าวเริ่มออก ติ๊กต๊อกมันไวไง พี่สะใภ้เขารู้ข่าวก็ไปบอกกับแฟน คือพี่ชาย เขาก็โทรมาว่าเรื่องราวเป็นไง เราก็เล่าความจริงให้เขาฟัง เขาก็บอกว่าพี่ไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่นะ ก็คุยกับพี่ชายเขาเรียบร้อย เมื่อเขาอยู่กับแม่อยู่กับยาย เราก็ต้องให้โลกส่วนตัวเขา เวลาเราดูแลแม่เรา ก็เลยตกลงกันเรียบร้อย หลังๆ ไม่มีเรื่องทะเลาะกันเป็นเรื่องที่ปรับ” 

ทุกวันนี้ไม่งี่เง่าแล้ว?

“เขาใช่มั้ย (หัวเราะ) เราเข้าใจแล้ว ณ ตอนนั้นเราคิดถึง ไม่อยู่ทั้งวัน เราทำงาน เราโทรมาหา ไม่คุยกับเรา คุยกับแม่ซะงั้นแหละ”

มีคนเม้าธ์ว่าที่ใบมิ้นต์คบกับโก๊ะเพราะหวังเรื่องเงิน?

“เอาจริงๆ ก็ไม่แปลก และไม่ผิด อย่างเป็กกี้กับพี่พุฒ ทำรายงานการกุศลมั้ย ก็ต้องหวังเงินถูกมั้ย มีใครชีวิตนี้ไม่หวังเงินบ้าง มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเราตัดสินใจมาคบกันแล้วหวังว่าอยากมีอนาคตที่ดี ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าคิดว่ามาเอาเงินโน่นนี่นั่น หนูจะมีบางส่วนที่ดูแลครอบครัว บางส่วนที่เราดูแลเรื่องบ้าน ไม่แปลกจัดสรรปันส่วนเรื่องเงิน แต่ตอนนี้เราสร้างอนาคตร่วมกัน เราเป็นผู้ชาย บางทีไปกินข้าว เราก็ให้เขาเลี้ยงนะ ไม่มีคำว่าเปย์ คนเราพอใช้ชีวิตกันง่ายๆ เขาโอเคนะ เขาก็เข้าใจว่าเรามีภาระต้องดูแล”

มีแยกบัญชีมั้ย?

“มี ถ้าวันนี้ชาวเน็ตจะบอกว่าใบมิ้นต์คบโก๊ะตี๋หวังเงิน ไม่แปลก เพราะตอนนี้เรากำลังสร้างเงินด้วยกัน เอาไว้อนาคตเขาเรียนจบ แต่งงานก็ว่าไป”

น้องเรียนจบเมื่อไหร่?

“กำลังจะขึ้นปีสอง เราวางอนาคตร่วมกัน สำหรับน้องใบมิ้นต์เป็นคนมีมายด์เซ็ตที่ดี ที่สำคัญเรารู้สึกว่าเขาเป็นคนอยากหาเงินได้ด้วยตัวเอง เราเลยบอกโอเค มาหาเงินด้วยกัน บางทีไปกินข้าวไลฟ์สดขายของโน่นนี่ มีแฟนคลับมาอุดหนุน เราได้เงินมาก็เข้าบัญชีคู่ ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเบิกได้ ต้องเบิกทั้งคู่” 

มีอะไรอยากบอกใบมิ้นต์?

“การกระทำสำคัญกว่าคำพูดเสมอ ต่อให้บอกว่ารักคุณมากแค่ไหน แต่เขาประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอื่นมันก็เท่านั้น ฉะนั้นก็อย่างที่หนูรู้ จะซื่อสัตย์และทำให้รักครั้งนี้ดีที่สุดครับ”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เปิดภาพ น้องหงส์ น้องสาวณเดชน์ ทำพิธีล้างเท้าให้พี่ชาย ตามประเพณีอีสานโบราณ

เปิดภาพ น้องหงส์ น้องสาวณเดชน์ ทำพิธีล้างเท้าให้พี่ชาย ตามประเพณีอีสานโบราณ

เปิดภาพ น้องหงส์ น้องสาวณเดชน์ ทำพิธีล้างเท้าให้พี่ชาย ตามประเพณีอีสานโบราณ

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.01 น.

18 เมษายน 2569 เรียกได้ว่าเป็นงานวิวาห์แห่งปีเลยก็ว่าได้สำหรับพิธีแต่งงานตามประเพณีอีสานของคู่รักซุปตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ (17 เม.ย.) โดยมีพิธีแห่ขันหมากสู่ขอ พิธีผูกข้อไม้ข้อมือ รวมถึงพิธีสวมแหวน โดยอีกหนึ่งโมเมนต์ที่หลายคนพูดถึงคือ ‘พิธีล้างเท้าเจ้าบ่าว’ ตามประเพณีแต่งงานของอีสานแบบโบราณ ซึ่งคนที่ล้างเท้าให้คือ ‘น้องหงส์’ น้องสาวของเจ้าบ่าวนั่นเอง 

ต่อมาแม่แก้ว คุณแม่ของณเดชน์ ก็ได้โพสต์คลิปพร้อมทั้งเขียนข้อความว่า ตำนานโบราณของเจ้าบ่าวอิสาน…ถึงเวลาทำพิธีหมั้นเจ้าสาว…ต้องทำพิธีล้างเท้าให้เจ้าบ่าว…ให้สะอาดหมดจด ก่อนจะขึ้นเรือนโดยให้เจ้าบ่าวเหยียบหินที่รองด้วยใบตองกล้วยเต็มใบไม่ให้ใบขาดหรือมีรอยฉีกขาด…แล้วให้น้องชาย หรือน้องสาว ใช้กระบวยตักน้ำล้างเท้าให้พี่ชาย 3 ครั้ง แล้วใช้ผ้าเช็ดให้สะอาดหมดจด…แล้วจึงเดินถือพานขันหมากขึ้นเรือนพร้อมจะเข้าสู่พิธีหมั้นกับเจ้าสาว เพื่อความเป็นสิริมงคลให้สำเร็จในความรัก ให้งดงามหวานชื่นมั่นคงสืบไปตราบนานเท่านาน…

วันนี้แม่ดีใจที่สุดของหัวใจ และเชื่อว่าทุกท่านที่รักเอ็นดูเมตตา NY มาเป็นเวลาอันยาวนานคงดีใจที่สุดเช่นกันนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่เป็นแรงใจและให้กำลังใจกันตลอดมา…และตลอดไปนะคะ @kugimiyas @urassayas #NYเขยนอร์เวย์สะใภ้ขอนแก่น #17เมษายน2026″

‘ฟลุค-ลี-นาตาชา’พีกส่งท้ายทริปฮ่องกง

'ฟลุค-ลี-นาตาชา'พีกส่งท้ายทริปฮ่องกง

‘ฟลุค-ลี-นาตาชา’พีกส่งท้ายทริปฮ่องกง

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.00 น.

สุดพีก! วันสุดท้ายในฮ่องกง ฟลุค-เกริกพล, ลี-นาตาลี และ น้องนาตาชา ต้องขึ้นเครื่องบินกลับแล้วแต่แพลนยังแน่นเวอร์ ทั้งขึ้นจุดชมวิวพาโนรามา 360 องศา สูงที่สุดของฮ่องกง เป็นอีกไฮไลต์ที่ห้ามพลาด และที่สำคัญคิวยาวมาก ไม่แค่นั้นยังจองร้านอาหารดัง 3 ดาวมิชลินไว้ งานนี้ต้องแข่งกับเวลาสุดๆ “หนีเที่ยวกัน” วันเสาร์ที่ 18 เม.ย. นี้ 09.00 น. ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังได้ทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featured และติดตามหนีเที่ยวกันได้ทุกช่องทางทั้ง Facebook https://www.facebook.com/nheetiew/ IG https://www.instagram.com/nheetiewgun.th/ TikTok https://www.tiktok.com/@nheetiewgun_th

ชมความน่ารัก ‘โกโก้’เจ้าของฉายา’หน้าโหดโหมดคิตตี้’น้องหมาสุดหวงของ ‘โก๊ะตี๋ อารามบอย’

ชมความน่ารัก 'โกโก้'เจ้าของฉายา'หน้าโหดโหมดคิตตี้'น้องหมาสุดหวงของ 'โก๊ะตี๋ อารามบอย'

ชมความน่ารัก ‘โกโก้’เจ้าของฉายา’หน้าโหดโหมดคิตตี้’น้องหมาสุดหวงของ ‘โก๊ะตี๋ อารามบอย’

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.00 น.

ว่ากันว่า น้องหมาพันธุ์ พิทบลู เป็นน้องหมาพันธุ์ที่ดุมาก ดุซะจนบางคนไม่กล้าเข้าใกล้ แต่สำหรับ “เจ้าโกโก้” น้องหมาสุดรัก สุดหวงของนักแสดงตลกระดับประเทศอย่าง โก๊ะตี๋ อารามบอย กลับเชื่องจนได้รับฉายาว่า “หน้าโหดโหมดคิตตี้” ที่เราเชื่อว่าถ้าใครได้ชมรายการ “PET Planet รักนี้มีหาง” ในวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 16.00น. ทางช่อง 3HD รับรองได้เลยว่าจะเปลี่ยนภาพน้องหมาพันธุ์ พิทบลู ไปแบบสิ้นเชิง!!!

สามพิธีกรสุดคิวบ์ เอ ไชยา, เอ๋ ดาเรศ และ น้องแป้ง ศรัณฉัตร จะพาแฟนๆ รายการไปชมการเลี้ยงน้องหมาพันธุ์พิทบลู ชื่อ “เจ้าโกโก้” แว่วมาว่า เจ้าโก้ ไม่ดุกับคน แต่ดุกับสัตว์ แถมกลัวความสูงด้วยวีรกรรมเด็ดๆเจ้าโก้ ทำเอา 3 พิธีกรถึงกับฮาในความน่ารัก นอกจากนี้ 3 พิธีกรยังจะพาไปชม “การทำแคนตัส” และเจาะลึกเรื่องราว “ความรัก” แบบ Exclusive ของตลกหนุ่มอารมณ์ดี “โก๊ะตี๋” ที่แฟนๆ รายการต้องไม่พลาด!!! 

ติดตามชมความน่ารักของ “เจ้าโกโก้” ได้ในรายการ “PET Planet รักนี้มีทาง” วันอาทิตย์ที่ 19เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. ทางช่อง 3HD กด 33 และติดตามชมได้ทาง youtube : Pet Planet รักนี้มีหาง , IG: petplanetonline.th , Facebook: Pet Planet รักนี้มีหาง , TikTok: รักนี้มีหาง แอป : ch3plus.com

ห้ามพลาด!!! แฟนๆ รายการสามารถร่วมสนุก โดยส่ง “คลิปลูกรัก” ลุ้นขึ้นจอช่วง “แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง” กันได้  เพียงกด Follow Subscribe ช่องทาง Social Media ของรายการในทุกช่องทาง แล้วโพสต์คลิปน้อง ๆ ลงโซเชียลตัวเอง ติดแฮชแท็ก #แจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง  พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพียงแค่นี้ก็สามารถลุ้นแจ้งเกิดซุปตาร์มีหาง ในรายการ “PET Planet รักนี้มีหาง” พร้อมรับของที่ระลึกกันได้ทุกสัปดาห์

วงการเพลงสะเทือน สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น โพสต์ฟาดเดือด พวกคุณมันก็แค่หาเงินจากเด็ก

วงการเพลงสะเทือน สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น โพสต์ฟาดเดือด พวกคุณมันก็แค่หาเงินจากเด็ก

วงการเพลงสะเทือน สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น โพสต์ฟาดเดือด พวกคุณมันก็แค่หาเงินจากเด็ก

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.42 น.

วานนี้ 17 เมษายน 2569 สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น หรือ สไปร์ท ศุกลวัฒน์ พวงสมบัติ แร็ปเปอร์หนุ่มน้อยสู้ชีวิตเจ้าของฉายา แร็ปเปอร์รองเท้าแตะ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแบบดุเดือด ทำเอาชาวเน็ตสะดุ้งกันทั้งไทม์ไลน์ จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียล โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ถ้าผมโกงคุณผมก็รวยสิครับ มีพระธรรมในใจเหมือนที่สอนผมสิ นี่ตัวเองรวยเอาๆ เเละยังมาทำเหมือนกับว่าถูกกระทำ พวกคุณมันก็เเค่หาเงินจากเด็ก เอาเงินจากเด็ก ให้เด็กทำงาน ตลอด 5 ปีมานี้ผมทำไรบ้าง ผมมอบความรัก ดูแลพวกคุณชีวิตผมก็ให้คุณได้ คุณมันมองผมเเค่สินค้าชิ้นนึง ชีวิตผมครอบครัวผมพัง ผมเสียอะไรไปเยอะ เดินร้องไห้ริมถนน มันเศร้ากว่าร้องไห้ในบ้านราคาหลายสิบล้านที่คุณอยู่ หลายเท่านะ #ชีวิตไม่เเน่นอน #hustle”

สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น

หลังโพสต์ของ สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น เผยแพร่ออกไป มีคนกดถูกใจมากกว่า 8,000 ครั้ง และแชร์ออกไปมากกว่า 500 ครั้ง ภายในเวลาอันรวดเร็ว ขณะที่เหล่าแฟนคลับและชาวเน็ตต่างหลั่งไหลเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม เช่น

“แล้วซักวันอะไรดีๆมันจะคืนกลับไปหานายเว้ยพ่อหนุ่ม”

“เราเป็นคนคิดดีทำดี อดทนนะน้องชาย รักเสมอครับ”

“รู้กัญดีอยู่ หากินกับเด็ก 40%60%80% ทำแบบนี้ กัญเยอะอยุ่ที่คนดีและไม่ดีน้องชาย คนทำแบบไหนได้แบบนั้นพี่อยู่ข้างน้องชายเสมอ ลุย KKC”

“เข้าใจคำว่า หากินกับเด็ก… สู้ๆไอ้น้องชาย”

“เป็นกำลังให้เสมอครับลูกชาย”

“สู้ๆ น้องชาย คนทำดี อยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรักครับ”

“ทำนาบนหลังคนมีทุกยุคจริง รักน้องนะครับเป็นกำลังใจให้ครับ

“เคยบอกแล้วเคยเตือนแล้ว ไฮเทคเป็นยังไง แต่เอาเหอะผ่านมาแล้ว ก็ผ่านไปนะน้อง สู้ๆนะไปร์ ขยันไม่มีวันอดน้องชาย”

“สู้จะพี่ว่าน้องเก่งแล้วมาถึงจุดนี้ได้ใช้ว่าใครจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ด้วยอายุแค่นี้ผ่านอะไรมาเยอะกว่าพวกมีอายุอีกสู้ๆต่อไปยังเหลือพลังอีกเยอะสู้ๆจ้า”

“กอดๆและให้กำลังใจนะครับน้องชาย พี่ติดตามน้องตั้งแต่ super10 ความสามรถน้องมี เยอะ เอาออกมาใช้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาพวกนั้น ดีกว่าครับ สู้ๆนะน้องชาย”

สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น
สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น
สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น

สำหรับ สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น หรือ สไปร์ท ศุกลวัฒน์ พวงสมบัติ คือแร็ปเปอร์หนุ่มน้อยจาก จ.ฉะเชิงเทรา ที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากรายการ Super 10 Season 2 ทางช่อง Workpoint เมื่อปี 2561 จนได้รับฉายาว่า แร็ปเปอร์รองเท้าแตะ ด้วยสไตล์การร้องลูกทุ่งผสมแร็ปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนก้าวสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพที่มีผลงานเพลงฮิตระดับร้อยล้านวิวในปัจจุบัน

สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น
สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น

244 ปีกรุงรัตนโกสินทร์

244 ปีกรุงรัตนโกสินทร์

244 ปีกรุงรัตนโกสินทร์

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในวันอังคารที่ 21 เมษายน ที่จะถึงนี้  เป็นวันที่ “กรุงเทพมหานคร” หรือ “กรุงรัตนโกสินทร์ จะมีอายุครบ 244 ปี “แนวหน้า” ขอประมวลเรื่องราวและสถานที่ที่เกี่ยวกันกับเหตุการณ์แรกสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ มาให้ทราบกัน ดังต่อไปนี้


1.ปราบดาภิเษก ณ กรุงธนบุรี
ภายหลังยุติเหตุวุ่นวายภายในกรุงธธนบุรีจนสงบราบคาบลงแล้ว มุขอำมาตย์ราชมนตรีและราษฎรพร้อมใจอัญเชิญสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ทองด้วง) ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 จึงได้มีพิธี “ปราบดาภิเษก” ขึ้น ณ กรุงธนบุรี ซึ่งปัจจุบันคือ “พระราชวังเดิม” ภายในกองบัญชาการกองทัพเรือ หลังป้องวิชัยประสิทธิ์ ปากคลองบางกอกใหญ่หรือคลองบางหลวง นั่นเอง


2. สถาปนา “กรุงรัตนโกสินทร์”  
หลังจากได้ทรงปราบดาภิเษกเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรี ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา  มายังฝั่งตะวันออก เพื่อสถาปนาเป็นเมืองหลวงใหม่ โดยประเพณีโบราณ  การสร้างเมืองสำคัญจำเป็นต้องมีการยกหลักเมืองขึ้นเป็นมิ่งเมืองและเป็นขวัญเมืองสืบไป

ดังนั้น ในวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธี “ยกเสาหลักเมือง” ขึ้น โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์ทำเป็นเสาหลักเมือง ประกบด้านนอกด้วยไม้แก่นจันทน์ มีเม็ดยอดรูปบัวตูมสวมลงบนเสาหลัก ลงรักปิดทอง  ภายในมีช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง  และถือเอาวันที่ 21 เมษายน เป็นวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์  ส่วนวันที่ 6 เมษายน วันปราบดาภิเษก ถือเป็น “วันจักรี” คือ วันเริ่มต้นของราชวงศ์จักรี นั่นเอง


3. เสาหลักเมือง ทำไมมี 2 ต้น

ผู้ที่ได้มีโอกาสไปกราบสักการะศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร มาแล้ว  คงจะเห็นว่า มีเสาหลักเมืองภายในศาลอยู่ 2 เสาด้วยกัน ซึ่งก็อาจทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจว่า เหตุใดเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ จึงมีถึง 2 เสาเช่นนี้?

สาเหตุที่เสาหลักเมืองกรุงเทพฯ มี 2 เสานั้น  เกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในปี พ.ศ. 2379 เมื่อพระองค์ทรงตรวจดวงพระชะตาของพระองค์เอง พบว่าเป็นอริแก่ลัคนาดวงเมือง จึงโปรดเกล้าฯให้สร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่อีก 1 ต้น เพื่อเป็นการแก้เคล็ด พร้อมบรรจุดวงชะตาเมืองขึ้นมาใหม่

ในครั้งนั้น ได้มีการขุดเสาหลักเมืองเดิม และจัดสร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ทดแทนของเดิมที่ชำรุด เป็นแกนไม้สัก ประกอบด้านนอกด้วยไม้ชัยพฤกษ์ 6 แผ่น สูง 108 นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง 70 นิ้ว บรรจุดวงเมืองในยอดเม็ดทรงมัณฑ์ที่มีความสูงกว่า 5 เมตร พร้อมกับอัญเชิญหลักเมืองเดิม และหลักเมืองใหม่ ประดิษฐานอยู่ใกล้กันในอาคารศาลหลักเมืองที่มียอดปรางค์ ก่ออิฐฉาบปูนขาวที่ได้แบบอย่างจากศาลหลักเมืองอยุธยา

ต่อมาใน พ.ศ.2525 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนิน ณ ศาลหลักเมือง ในพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่มหานครตามโบราณราชประเพณี และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการดำเนินการปรับปรุงศาลหลักเมืองให้มีความงดงามบริบูรณ์สมกับเป็นที่สถิตแห่งองค์พระหลักเมือง และให้เชิญเสาหลักเมืองต้นเดิมไปประดิษฐานไว้คู่กับเสาหลักเมืองต้นปัจจุบัน เมื่อบูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จสมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีสมโภชพระหลักเมือง ณ วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2529

ในการนี้ คณะกรรมการดำเนินการปรับปรุงศาลหลักเมือง ได้กราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์การดำเนินงานปรับปรุงศาลหลักเมืองรวมทั้งได้สร้างศาลเทพารักษ์เพื่อเป็นที่สถิตแห่งเทพารักษ์ทั้ง 5 ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง และอาคารหอพระพุทธรูปขึ้นอีกด้วย

4. ชื่อเมืองหลวงที่ยาวที่สุดในโลก
ภายหลังจากจัดพิธียกเสาหลักเมืองขึ้นในวันที่ 21 เมษายน 2325  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้พระราชทานนามพระนครใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ เป็นชื่อเมืองที่ยาวที่สุดในโลก มีความหมายว่า “พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร อันเป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครสามารถรบชนะ มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้ว 9 ประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง มีพระราชนิเวศน์ใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้”

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงเปลี่ยนจาก “…บวรรัตนโกสินทร์…” เป็น “…อมรรัตนโกสินทร์…” และเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2514  รัฐบาลในขณะนั้นได้รวม จังหวัดพระนครกับจังหวัดธนบุรี เข้าด้วยกันเป็น นครหลวงกรุงเทพธนบุรี และในปี พ.ศ.2515 ได้เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น “กรุงเทพมหานคร”

5. ศาลเทพารักษ์ ในศาลหลักเมือง
ภายใน ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร นอกจากประดิษฐานหลักเมืองแล้ว ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กันมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช คือ เทพารักษ์ 5 องค์ ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อหอกลอง และเจ้าพ่อเจตคุปต์

พระเสื้อเมือง รูปเทพารักษ์หล่อด้วยสำริดปิดทอง ประทับยืนบนฐานสิงห์ พระหัตถ์ซ้ายทรงคทาวุธ พระหัตถ์ขวา ยกชูขึ้นทรงจักราวุธ “พระเสื้อเมือง” เป็นเทพารักษ์คุ้มครองป้องกันภัยทั้งทางบกและทางน้ำ คุมไพร่พลรักษาบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากอริราชศัตรูมารุกราน
พระทรงเมือง รูปเทพารักษ์หล่อด้วยสำริดปิดทอง ประทับยืนบนฐานปัทม์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพระขรรค์ พระหัตถ์ ขวายกชูขึ้นทรงสังข์ “พระทรงเมือง” เป็นเทพารักษ์มีหน้าที่ปกป้องดูแลทุกข์สุขของประชาชนทั้งแผ่นดิน และดูแลความผาสุกของประเทศ

พระกาฬไชยศรี รูปเทพารักษ์สี่กรหล่อด้วยสำริดปิดทอง ประทับบนหลังนกแสก ซึ่งอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยมปิดทอง พระหัตถ์ซ้ายบนยกชูทรงเชือกบาศสำหรับคล้องมัดปราณของมนุษย์ผู้ถึงฆาต พระหัตถ์ซ้ายล่างยกเสมอพระนาภี พระหัตถ์ขวาบนยกชูทรงชวาลา พระหัตถ์ขวาล่างทรงพระขรรค์ “พระกาฬไชยศรี” เป็นเทพารักษ์ที่เป็นบริวารพระยม มีหน้าที่ป้องกันมิให้ผู้ใดทำความชั่ว รวมทั้งสอดส่องดูแลบุคคลอันธพาลในยามค่ำคืน ด้วยการขี่นกแสกออกตรวจตรา และเมื่อบุคคลใดถึงฆาตก็นำตัวไปให้พระยมชําระความ ถ้าทำความดีก็ส่งขึ้น สวรรค์ ทำความชั่วก็ส่งลงนรก

เจ้าพ่อหอกลอง รูปเทพารักษ์หล่อด้วยสำริดปิดทอง ประทับยืนบนแท่นแปดเหลี่ยม พระหัตถ์ทั้งสองยกเสมอระดับพระอุระ พระหัตถ์ขวาทรงดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายทรงเขาสัตว์ สำหรับใช้เป่าเป็นสัญญาณเรียกประชุมไพร่พลให้มาเข้าประจำ หน้าที่ตามธรรมเนียมปฏิบัติกันในสมัยโบราณ “เจ้าพ่อหอกลอง” เป็นเทพารักษ์ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแผ่นดิน แล้วรายงานเหตุร้ายที่เกิดขึ้นให้พระเสื้อเมืองซึ่งมีหน้าที่ดูแลความเป็นไปต่างๆ ในเมืองให้รับทราบเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เจ้าพ่อเจตคุปต์ รูปเทพารักษ์จำหลักด้วยไม้ปิดทองทั้งองค์ ประทับยืนบนแท่น พระหัตถ์ทั้งสองยกเสมอระดับพระอุระ พระหัตถ์ขวาถือเหล็กจาร พระหัตถ์ซ้ายถือใบลานอัครสันธานาสำหรับจดความชั่วร้ายของชาวเมืองที่ตายไป “เจ้าพ่อเจตคุปต์” เป็นเทพารักษ์ที่เป็นบริวารพระยม มีหน้าที่จดบันทึกความชั่วร้ายของมนุษย์ที่ตายไปแล้วนำเสนอต่อพระยม 

ปัจจุบัน เทพารักษ์ 5 องค์นี้ ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลเทพารักษ์ ภายในศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าสักการะได้


6. พระประจำแผ่นดิน
เมื่อสร้างกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ รัชกาลที่ 1 มีพระราชปณิธานที่จะสร้างให้เป็นกรุงศรีอยุธยาแห่งใหม่ โดยจำลองแบบอย่างหลายอย่างมาไว้ที่กรุงเทพฯ ขาดเพียงพระพุทธรูปที่เปรียบเสมือน “ใจเมือง” แม้โปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปลงมาไว้กรุงเทพฯ หลายองค์ แต่ก็ไม่มีองค์ใดเลย ที่จะมีพระราชศรัทธาในพุทธคุณเทียบเท่า “พระแก้วมรกต” 

“พระแก้วมรกต” จึงประดิษฐานเป็นประธานอยู่ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางราชอาณาจักรสยาม และศูนย์กลางแห่งพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันกษัตริย์ ศาสนา และราษฎร

ตำนานเกี่ยวกับพระแก้วมรกต ที่ว่าเป็นพระพุทธรูปที่เทวดาสร้าง มีการอัญเชิญไปยังดินแดนต่างๆ เช่น ประดิษฐานอยู่เมืองลำปางนาน 32 ปี (พ.ศ. 1979-2011), เชียงใหม่ 85 ปี (พ.ศ. 2011-2096), หลวงพระบาง ไม่ถึงปี (พ.ศ. 2096), เวียงจันทน์ 225 ปี (พ.ศ. 2096-2322) กรุงธนบุรี 5 ปี (พ.ศ. 2322-2327) และสุดท้ายประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งแต่ พ.ศ. 2327 เป็นต้นมา

หลังจากอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพียง 2 เดือน ได้เกิดธรรมเนียมใหม่ขึ้น คือ พ.ศ. 2328 รัชกาลที่ 1 โปรดให้ตั้งพระราชกำหนดใหม่ให้ข้าราชการทั้งปวงต้องเข้าไปกราบนมัสการพระแก้วมรกตก่อน แล้วจึงเข้ารับพระราชทานน้ำพระพิพัฒน์สัจจาภายหลัง
 

นี่คือเรื่องราวที่เกี่ยวกันกับวาระ 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ที่ “แนวหน้า” นำมาฝากทุกท่าน.

‘บ้านนางรำ’ฟาดดราม่าโดนใจ ทำเรตติงพุ่ง’แอนน่า’ปลื้มกระแสแรง ชวนลุ้นพีคขึ้นทุกตอน

'บ้านนางรำ'ฟาดดราม่าโดนใจ ทำเรตติงพุ่ง'แอนน่า'ปลื้มกระแสแรง ชวนลุ้นพีคขึ้นทุกตอน

‘บ้านนางรำ’ฟาดดราม่าโดนใจ ทำเรตติงพุ่ง’แอนน่า’ปลื้มกระแสแรง ชวนลุ้นพีคขึ้นทุกตอน

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระแสแรงไม่แผ่วสำหรับละครดราม่า “บ้านนางรำ” จากค่ายปภัสรา โปรดักชั่น ของผู้จัดคนเก่ง กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ ที่เดินหน้ากวาดใจแฟนละครอย่างต่อเนื่อง ด้วยเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นและการแสดงที่เข้าถึงอารมณ์ของทีมนักแสดง นำโดย ภูมิ-เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์, แอนน่า กลึคส์, แพม-สุชานุช ศุภธรรมวงศ์, บิ๊กเอ็ม-สุเมธา รอยสี และ อีฟ-กัญณัฐสินี ทรัพย์มี ร่วมด้วยนักแสดงอีกคับคั่ง ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าติดตาม จนล่าสุดโกยเรตติงกลุ่มผู้ชม 15+ ทั่วประเทศไปถึง 3.2 (ข้อมูลวันที่ 16 เมษายน 2569)

 ด้านนางเอกสาว “แอนน่า กลึคส์” เผยความรู้สึกถึงกระแสตอบรับสุดอบอุ่นว่า “แอนน่าอยากขอบคุณแฟนละครทุกคนมาก ๆ นะคะ ตั้งแต่ละครออกอากาศเลย แอนน่าได้รับฟีดแบ็กกลับมาดีมาก ๆ ทั้งแฟนละครที่เข้ามาทักทายกันเวลาแอนน่าไลฟ์ รวมถึงที่เราได้เจอกัน ทุกคนบอกว่าติดตามชมละครบ้านนางรำอยู่ ต่างชมว่าละครสนุก ได้เห็นแอนน่าในคาแรกเตอร์ที่ต่างไปจากที่เราเคยเล่นมา ทั้งบทของ บัว ในพาร์ทอดีต  รวมถึง ดวงอัปสร ในพาร์ทปัจจุบัน ขอบคุณที่ชอบทุกอย่างในละครบ้านนางรำนะคะ วันนี้พอทราบว่าละครทำเรตติงได้ดี แอนน่าก็ยิ่งดีใจค่ะ เพราะเรื่องนี้เป็นความตั้งใจของพวกเราทุกคน ทั้งนักแสดง ทีมงาน โดยเฉพาะพี่กบผู้จัด ที่ตั้งใจทำงานมาก ๆ กระแสตอบรับ และฟีดแบ็กที่ดี จะเป็นกำลังใจให้กับเราทุกคนได้จริง ๆ ค่ะ 

แอนน่าอยากชวนทุกคนนะคะ ให้มาติดตามละครบ้านนางรำกันต่อไปเรื่อย ๆ เพราะสิ่งที่ทุกคนคิดว่าเข้มข้นแล้ว ยังเข้มข้นขึ้นกว่านี้ได้อีกแน่นอน รอติดตามชมไปด้วยกันนะคะ”ติดตามชมละคร “บ้านนางรำ” ได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และรับชมย้อนหลังบนแอป TrueVisions NOWและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD  

ช่องวัน 31 เอาจริง ร่อนแถลงการณ์ขู่ดำเนินคดีคนบิดเบือนปม หงสาวดี

ช่องวัน 31 เอาจริง ร่อนแถลงการณ์ขู่ดำเนินคดีคนบิดเบือนปม หงสาวดี

ช่องวัน 31 เอาจริง ร่อนแถลงการณ์ขู่ดำเนินคดีคนบิดเบือนปม หงสาวดี

วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.38 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกจับตามองอย่างมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เมื่อโลกโซเชียลเริ่มตั้งคำถามถึงซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ หงสาวดี ของทางช่องวัน 31 ว่ามีความคล้ายคลึงหรือเป็นการลอกเลียนแบบผลงานการ์ตูนเรื่องดังอย่าง อโยธยาเอยาวดี หรือไม่ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างราวกับไฟลามทุ่ง

ซึ่งทางช่องวัน 31 ได้ออกมาเปิดเผยถึงที่มาของโปรเจ็กต์ดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ว่า เป็นการต่อยอดความสำเร็จมาจากซีรีส์ แม่หยัว โดยมอบหมายให้คุณศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ นักเขียนบทละครชื่อดัง พัฒนาเนื้อหาที่อ้างอิงประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทีมงานเลือกที่จะตีความความสัมพันธ์ระหว่าง พระนเรศวร และ พระมหาอุปราชา ในมุมมองของ Human Drama หรือความเป็นมนุษย์ที่ผูกพันกันมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยที่พระนเรศวรทรงเป็นเชลยอยู่ที่หงสาวดี ก่อนที่ทั้งคู่จะต้องมาเผชิญหน้ากันในศึกยุทธหัตถีเพื่อแผ่นดิน

หงสาวดี

แต่อย่างไรก็ตาม ในระหว่างขั้นตอนการพัฒนาบท ทีมงานยอมรับว่าได้พบข้อมูลของผลงานการ์ตูนเรื่อง อโยธยาเอยาวดี ซึ่งมีแนวคิดบางส่วนคล้ายคลึงกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ทีมงานกำลังศึกษาอยู่ เพื่อแสดงความโปร่งใสและให้เกียรติผู้สร้างสรรค์งานต้นฉบับ ทางช่องวัน 31 จึงได้มอบหมายให้ผู้เขียนบทติดต่อประสานงานไปยังผู้สร้างการ์ตูนล่วงหน้าเพื่อแจ้งเจตจำนงและหารือเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ต่อมาภายหลังจากการเจรจา ทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันว่าไม่ต้องมีการซื้อขายลิขสิทธิ์ เนื่องจากเนื้อหามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในเชิงลึก โดยในการ์ตูนเป็นการเล่าเรื่องในโลกสมมติคู่ขนานและนำเสนอความสัมพันธ์ในรูปแบบชายรักชาย (BL) ในขณะที่ซีรีส์ หงสาวดี จะอ้างอิงบุคคลจริงตามประวัติศาสตร์ ซึ่งต้องตีความอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมและระมัดระวังความละเอียดอ่อน เมื่อตกลงกันว่าจะไม่ใช้ชื่อและเนื้อหาตามการ์ตูน ทางช่องจึงไม่ได้ซื้อลิขสิทธิ์แต่ได้มอบเงินชดเชยค่าเสียเวลาในการหารือให้แก่ผู้สร้างการ์ตูนเรียบร้อยแล้ว

หงสาวดี

และทางช่องวัน 31 ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีเจตนาที่จะละเมิดหรือเอาเปรียบทรัพย์สินทางปัญญาของใคร และการพูดคุยกับผู้สร้างการ์ตูนจบลงด้วยความเข้าใจอันดี พร้อมที่จะรับฟังทุกเสียงสะท้อนจากผู้ชมเพื่อนำมาพัฒนาผลงานต่อไป แม้ว่าจะมีดราม่าเกิดขึ้นในช่วงแรก แต่ความโปร่งใสในการเข้าหาผู้สร้างผลงานต้นฉบับตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ทำให้แฟน ๆ บางส่วนเริ่มเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น

หงสาวดี
หงสาวดี

กระทั่งล่าสุดในวันนี้ 17 เมษายน 2569 ทางช่อง one31 ได้ทำการโพสต์แถลงการณ์อย่างเป็นทางการผ่านสื่อออนไลน์อีกครั้ง โดยมีข้อความว่า “ตามที่ได้มีกระแสในสื่อสังคมโซเชียลเกี่ยวกับซีรีส์เรื่อง “หงสาวดี” ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นและข้อชี้แนะที่มีต่อกระแสดังกล่าวในทุก ๆ ด้าน โดยบริษัทฯ ยินดีรับฟังและหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกที่ดีให้กับทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม หากบริษัทฯ พบว่า มีการใช้ข้อความที่ไม่เป็นความจริง หยาบคาย รวมถึงการแสดงความคิดเห็นที่สร้างความเกลียดชัง บิดเบือนข้อเท็จจริง มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ทำให้เกิดความเสียหาย บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิพิจารณาที่จะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเป็นการปกป้องสิทธิ์ และชื่อเสียงของบริษัทฯ ต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด 17 เมษายน 2569″

หงสาวดี

ทันทีที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างแห่กันเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลามกับซีรีส์ หงสาวดี โดยเฉพาะคอมเมนต์ที่เป็นประเด็นเผ็ดร้อนจากการปรากฏตัวของ หมออั้ม หรือ อั้ม อิราวัต อารีกิจ อดีตนักร้องค่าย RS ที่เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างดุเดือดว่า “ยินดีรับฟังแบบใด 555555+” ซึ่งคำพูดเพียงประโยคเดียวนี้กลับจุดชนวนให้โลกโซเชียลร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางการถกเถียงของแฟน ๆ ทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

 อั้ม อิราวัต
หงสาวดี
หงสาวดี
หงสาวดี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ช่อง one31