โอ๊ยเล่าเรื่อง เทอม4 (HauntedUniversities4)

โอ๊ยเล่าเรื่อง เทอม4 (HauntedUniversities4)

โอ๊ยเล่าเรื่อง เทอม4 (HauntedUniversities4)

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“จักรวาลผีมหา’ลัย” หนังผีจากค่ายสหมงคลฟิล์ม เดินทางมาถึง เทอม4 ต่อจาก มหา’ลัยสยองขวัญ(2552)เทอม2สยองขวัญ(2565)เทอม3(2567)หนังผี4เรื่องสั้น4ผู้กำกับนำเสนอ ความน่ากลัว จาก เรื่องเล่าเรื่องผีๆ จากรั้วมหาวิทยาลัย 4ภาค แต่ละเรื่อง ไม่เกี่ยวข้องกัน เรื่องของใครของมันแต่ละเรื่อง มีแนวทางที่ต่างกัน  แต่ยังคง ชัดเจน ใน ลายเซ็น ความเป็น หนังผี ของค่ายใบโพธิ์สหมงคลฟิล์มทั้งบรรยากาศโทนเรื่องการนำเสนอ(กลายเป็นจักรวาลหนังผี นักศึกษา-สหมงคลฟิล์มพี่นาค/ครูพนอ-ไฟว์สตาร์ธี่หยด-MStudio)“เปิดเทอมใหม่..ใครจะอยู่?ใครจะตาย?”

สะพานขาว (30นาที)..เส้นทางความเฮี้ยน วิญญาณทับซ้อน คลุ้งคาวเลือดหลอน คู่รัก สุดสะพรึงบนสะพานที่ห้ามบอกเลิก..อย่าเลิกผิดที่..มายด์ กับ บอส คู่รักปี1-4 รักๆ เลิกๆ จนตัดสินใจ ยุติความสัมพันธ์ เลิกกันบน สะพานขาว สะพานที่มีตำนาน โศกนาฏกรรมคู่รัก จนทำให้ ทั่งคู่เจอดี เผชิญหน้า ผีร้ายเรื่องรัก แบบผีๆ ตั้ม-พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว ทำออกมา ดูน่ากลัว สร้างความหลอน จาก สะพานขาว ผีคู่รักหัวแบะดูสยอง แม้จะน่ากลัว แต่ไม่หลุดจากเรื่องของ ความรัก น่าเสียดาย ที่ พอ ผีมาเป็นเบือ บนสะพาน ดูไม่ค่อยน่ากลัว แถม ยังออกแนว บู๊ๆ มอไซด์ ท้าชนผี วี-วิโอเลต วอเทียร์ กับ เก้า-จิรายุ ละอองมณี ส่งพลัง ความเป็นคู่รักจริงๆ นอกจอ ทำให้ อิน..ไปกับ คู่รัก ในจอ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การแสดง จน รู้สึก ลุ้น เอาใจช่วยให้ ในเรื่อง กลับมาคืนดีกันเกรซ-บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ นิ่งๆ เรียบๆ แต่ พอเป็น ผี น่ากลัวทีเดียว

เรือนนางสนม (33นาที)…เรือนร้างอาถรรพ์และความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความลับ อย่าคบผิดคน ถ้าไม่อยากเจอความสยองที่นำไปสู่ความตาย…เกรซ นักศึกษาสาวแฟชั่น มี บิวช่างภาพสาวรุ่นพี่เป็นไอดอล จนเธอล่วงรู้ความลับของบิว  ทั้งคู่ มาถ่ายแบบ ที่ เรือนนางสนม ทำให้เผชิญหน้า กับ ผีร้าย ในบ้านร้าง มูย่า-ฐามุยา ทัศนานุกุลกิจ นำเสนอ หนังผีออกมาในแบบ หนังผียุคใหม่ หนังแบบเจนซี สลัดภาพ หนังผีแบบเดิมๆ ออกแนวหนังอินดี้ หนังอาร์ต ไม่เอาใจตลาดนัก ‘เรือนนางสนม’ ดูหลอน น่ากลัว จาก ภาพ/แสง/สี ความมืด ของบ้านร้าง ที่ชวนขนหัวลุก อารมณ์ประมาณ ไปล่า ท้าผี บุกบ้านผีสิง โจริญ คัมภีรพันธุ์ (4EVE) จับคู่ ปะทะกับ เอิงเอย-ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ ได้ดี มีพลังตลอดเรื่อง ออกมาแรง เหมือนไม่ได้แสดง ดูธรรมชาติ มากๆ ดูเป็นรุ่นน้องรุ่นพี่ที่ใช่ความหลอน..ชวนขนหัวลุค มาแบบเต็มร้อย

คืนดีเดย์ (31นาที)..เขาบอกว่า ถ้าใครไม่เข้าบูมรับน้อง รุ่นพี่ที่ตายไปแล้ว จะตามมาบูมสยองให้ถึงที่ อย่าบูมผิดวัน ถ้าไม่อยากเจอเรื่องหลอน… ก่อ-ชาคร ไชยปรีชา ทำ  ‘คืนดีเดย์’ ออกมาเป็น หนังผีที่ดูน่ารักสดใส ผีเป็นผีจริงๆ ที่มาพร้อมกับอารมณ์ขันของ ตัวละครที่เป็นคน รถบัส/ผีรุ่นผี เรือนนอน โรงพละ ดูหลอนใช้ได้ ดีทีเดียว แทด-ฐาปนา จงกลรัตนาภรณ์ (วง ATLAS) เป็นเป๋า สดใสเล่นแบบน่ารัก แบบมีลูกคู่ เจน-กุลจิราณัฐ วรรักษา ในบท นุ้ย บัดดี้ สาว กับ ตังโก้-ฐิตินันต์ รัตนฐิตินันต์ เป็น ชัตเตอร์ หนุ่มวิศวะผมยาวแหล่งใต้ ที่ขโมยซีน เรียกเสียงหัวเราะ ได้ในทุกๆ ฉากมี เจนนี่ ปาหนัน มาเพิ่มความสนุก ในบท นักศึกษารุ่นพี่ นำรับน้องคืนดีเดย์..สนุก ขำน่ารัก เน้ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ที่มากำลังดี ผ่านตำนาน เรื่องผีๆ กับ การบูมรุ่นน้อง..

 ห้องชมพู (30นาที).. ห้องสีชมพู ที่มีเสียงลือกันว่ามีคนตายในห้องนั้น อย่าเช่าผิดห้อง ถ้าไม่อยากเจอเรื่องหลอน.. คะนิ้ง  นักศึกษาปีหนึ่ง ตัดสินใจ ย้ายมาอยู่หอพัก ห้องในตำนานฆาตกรรม จนเธอต้องเผชิญ กับ เรื่องลี้ลับ ที่ดึง ให้ เพื่อนใหม่ ในชั้นเรียน เข้ามาเกี่ยวข้อง พั้น-พันธิตา บุญชวน น่ารักมากๆ ตรึงให้ ใจจดใจจ่อไปกับตัวหนัง จนอดเอาใจช่วยลุ้น ให้ รอดพ้นจากผี  เพอซ-นันทวรรณ พงศ์ประเสริฐสิน เป็น ผีสาวในห้อง เน้น น่ากลัวผักกาด-ปลายกันยา ฐิติสุรวัฒน์, เปรม-กฤตภาส สันติลินนท์, โค้ด-อัฐพล สำเภากลาง เป็นสามเพื่อนใหม่ ที่ เข้ามาเสริมทีม ยังเล่นแบบ ไม่โดนนัก เลยไม่ช่วยหนังสักเท่าไหร่ แต่กลายเป็นไปเพิ่มความเด่นให้กับน้องพั้นรักแมวสิ่งที่ ติดตาตรึงใจ คือ ผีที่มาพร้อมเหล็กฟุต และ ถ้าไม่เจอผี แบบจะๆ เต็มๆ คงไม่เชื่อ จนกว่า จะเจอกับตัวเองโทนหนังห้องชมพูเหมือนดูละครคุณธรรม ‘เทอม4’คืออีกหนึ่งงานหนังผีที่ชอบที่โดนเรียงตามลำดับความชอบจากมากไปน้อย สะพานขาว-คืนดีเดย์-ห้องชมพู-เรือนนางสนมได้ใจไปเต็มๆ 7/10 หัวกระโหลก

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เลือดรักนักฆ่า (MyDearestAssassin) 7/10

เลือดรักนักฆ่า(MyDearestAssassin) 7/10

เลือดรักนักฆ่า(MyDearestAssassin) 7/10

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนังไทยเรื่องล่าสุดของ Netfix ที่มาคราวนี้ นำเสนอ หนังแอ็คชั่นเต็มรูปแบบ ในแนว MartialArtsแนวสตั้นแมนตาต่อตาฟันต่อฟัน มี‘ใบเฟิร์น’จับคู่‘ต่อ’เป็นจุดขายพฤกษ์ ฮันเตอร์นักล่าของล้ำค่า ถูกจ้างวาน ให้ตามหา   คนที่มีกรุ๊ปเลือดพิเศษหายาก  ‘เลือดรักนักฆ่า’ มาในแนวโทนหนัง บู๊แอ็คชั่นระเบิดภูเขาเผากระท่อม ที่ชวนให้นึกถึง บรรยากาศหนังบู๊ ในสไตล์ของหนัง ‘พันนา ฤทธิไกร’ที่สู้กันในทุกรูปแบบ ทั้งตัวต่อตัว อาวุธใกล้ตัวมีดผาหน้าไม้ปืนและอาวุธหนักรวมทั้งจาก แนวเรื่อง บุคลิค ตัวละคร ยังชวนให้ นึกถึง หนังฮ่องกงแนวโหดๆที่คุ้นเคยกันดีในยุค80-90

เส้นเรื่องของ เลือดรักนักฆ่า มาตามสูตรหนังแนวนี้ การตามล่าตามล้างตามฆ่า คนหนีหลบซ่อนตัว ก่อนให้มีเหตุให้เปิดตัวออกมา จนปะทะกันเลือดสาด ระหว่างทาง มีเรื่อง ดราม่า/รัก เข้ามา สร้างความสนุกรักสามเส้า..เราสามคน..เพื่อนกันมา..ตั้งแต่เด็กปรานต์-ลัน-เอ็ม ช่วยเหลือดูแล กันมาตลอด เสียสละให้แก่กันและกัน ยามปกติเรื่องสดใส สบายๆ ยามรบ..เต็มที่ เสียสละ เล่นเอาอึ้ง
น่าเสียดาย ที่ หน้าหนัง โปรยที่ ใบเฟิร์น-ต่อ เลยทำให้ น้ำหนักของปอร์เช่ ตกลง ไปดราม่า ความรักของ โปกับปรานต์ โปกับสองลูกเลี้ยง ลินกับเอ็ม ความสัมพันธ์ของสมาชิก บ้าน House89ในส่วนของ ดราม่าทำได้ดี แทรกในทุกส่วนของตัวเรื่องได้ โป เป็น ตัวนำในการขยี้ เน้นๆ ไปที่ ปรานต์ลูกชาย กับ ลัน ลูกเลี้ยงบทบู๊สู้ตาย..เลือดนอง ไปกับ การตามล่าตามฆ่า พฤกษ์ กับ การตามล่าหาเลือดพิเศษ ตามล่าลัน ที่มี กลุ่มหมาล่า มาเป็นผู้ช่วย หรือ การต่อสู้ แย่งกันทำงาน ของ บ้าน89 กับ หมาล่า

คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา ทำเลือดรักนักฆ่าออกมาได้ดีดูสนุกชัดเจนในความเป็นหนังบู๊ดราม่า รักโรแมนติกครบรสถ้า ไม่บอกว่า เป็น ผู้กำกับ ที่ ดังมาจากการ ทำหนังผี ทำหนังผีที่ดูสนุกอย่าง ‘ธี่หยด’หรือ‘ทองสุก13’มาก็คงจะไม่นึกว่าเป็นผลงานของเขา เส้นเรื่องของ ‘เลือดรักนักฆ่า’มาตามสูตรหนังแนวนี้การตามล่าตามล้างตามฆ่าคนหนีหลบซ่อนตัวก่อนให้มีเหตุให้เปิดตัวออกมา จนปะทะกันเลือดสาดระหว่างทางมีเรื่องดราม่าความรักรักเข้ามาสร้างความสนุก

เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน เขียนบท ‘เลือดรักนักฆ่า’ ออกมาได้ดีเฉลี่ยน้ำหนักในทุกๆส่วนออกมาได้ดีการผูกเรื่องจากการชิงเลือดก็ไม่เลวมีการปูรายละเอียดความสัมพันธ์ตัวละครออกมาดีลุ้นตลอดว่าใครจะอยู่ใครจะไปใครจะรอดใครจะตาย

ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ เด่นมากๆ กับบท ‘ลัน’ในบทที่ครบทั้ง ดราม่า/รัก/บู๊ ออร่า!กระจายในทุกๆตอนจนรู้สึกมา‘ใบเฟิร์น’คือ‘ลัน’น่าเสียดาย..นิดๆ ลีลาท่าทางคิวบู๊ ยังดูขัดๆแม้ว่า ลีลาท่าทาง ดูโอเค..ระหว่างดู อดนึกถึง ภาพตอนเล่นบู๊ ในโคตรสู้โคตรโส(2553) ไม่ได้

ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร เป็น ‘ปรานต์’ ที่ดูน่ารัก ดูดี ดูเป็นแฟนคนรักเพื่อน ที่ดูอบอุ่น คอยปกป้องน้องสาว เป็นเพื่อนที่ดีกับ เอ็ม หรือเป็น ลูกที่ ไม่เข้าใจ พ่อ ที่ไม่ยอมให้ออกงาน ในขณะที่ฉากบู๊ใช้ได้ทีเดียวมาแบบเด็กเด็กหนุ่มที่ซ่อนความเก่งในตัว

ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล รับบท‘เอ็ม’หล่อใสการแสดงดีๆทำให้คนดูอดหลงรัก สงสาร และคอยลุ้น!! ว่า สุดท้าย จะสมหวังหรือผิดหวัง ในเรื่องรัก ลีลาคิวบู๊ ออกมาดี ในทุกๆ ตอน

โทนี่ รากแก่น พลิกบทบาท มาร้ายแบบสุดๆ เป็น พฤกษ์ นักฆ่าหน้าหยก เหี้ยม ทั้งท่าทาง/น้ำเสียงบทบู๊ก็เล่นได้ดีออร่า..นักฆ่ามาแบบเต็มๆ

ชาย-ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ เป็น ‘โป’พลังการแสดงไม่ต้องพูดถึง เติมเต็ม/ขยี้ได้ดี ในทุกๆ ฉากบรรดา สมาชิกในทีมบ้าน 89 เล่นได้ดี แทบทุกๆ คน มีทั้ง สองนักแสดงบู๊ชายหญิง และ สองนักแสดงรางวัลศิลปาธรเก่งด้านการแสดงละครเวที/หนัง/ละคร

เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง ในบท หนุ่มใบ้ นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล เจ๊หมวยใหญ่ เสมือนแม่บ้านของทีมนำทีมบู๊ในแนวแอ็คชั่นแบบชัดเจน คาเงะ-ธีระวัฒน์ มุลวิไล กับ นิกร แซ่ตั้ง มาเป็น คนในทีมปกติเหมือนเน้นๆความเก่งในแนวบุ๋นๆแต่พอออกศึกได้ทุกรูปแบบโดยเฉพาะอาวุธหนักๆ

พัดชา-ชนุดม สุขสถิตย์ หรือ พัดชา เทพสามตา ขโมยซีน มาทั้งความโหด แบบกวนๆ ในบทนักฆ่าLGBTเสื้อผ้าลีลาท่าทางความเก่ง/ความโหดมาแบบเต็มๆ

นะโม-เบนเนดิค เรอบิเย เป็น บลู คู่หู นักฆ่าหล่อหล่ำ พูดน้อย เหมือนเป็นไบ้ ทั้งเรื่อง พูดแค่บ้าน89แค่คำเดียวตอนเปิดตัวสองนักฆ่าแก๊งหมาล่า สร้างสีสัน ได้ดี ในแบบหยินหยาง คนหนึ่งพูดมากกวนๆอีกคนไม่พูดลุยอย่างเดียว

หมีพูห์-วิน สกุลแสงประภา กับ ยูเค-ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล มารับบทเป็น ปรานต์กับลันในวัยเด็กดูน่ารักสมวัย

เลือดรักนักฆ่า คือ อีกหนึ่งหนังสตรีมมิ่ง ที่โปรดักขั่น ออกมาดูดี ทั้งงานด้านภาพ การตัดต่อ เสื้อผ้าหน้าผม โลเกขั่น คิวบู๊ การเดินเรื่อง บทหนัง ดนตรีประกอบ เพลงประกอบ(เพลง WHYของวงSVRN)และการแสดงของทีมนักแสดง ติด ขัดๆ นิดๆ หน่อย ที่ขัดใจมากๆ คือ เลิฟซีน ที่ดูธรรมดาๆ ไปสักนิดกับหนังสมัยนี้ หรือ ฉากในต่างประเทศ ทั้งเวียตนาม/ดูไบ ดูไม่ลงทุนเลยดูไม่สมจริงจริงๆแล้วไม่ต้องผูกเรื่องไปต่างแดนอยู่ในไทยก็ได้หนังจบปิดท้าย ด้วยติ่ง ในช่วงเอนเครดิตชีวิตต่อไปของคนที่รอดและปิดจ็อบกับบางคน..
 

เลือดรักนักฆ่า คืออีกหนึ่งงานหนังไทย ที่ออกมาดี แต่ยังไงๆ ความรู้สึก อารมณ์หนัง ก็ยังชัดเจน ในความเป็นหนัง สตรีมมิ่ง ไม่ใช่ หนังใหญ่ฉายในโรง หรือไม่ใช่ หนังซีรี่ย์ที่ขยายเรื่องราวตัวหนังจบ..ในตัวของตัวเอง ดูเพลินๆ สบายๆ ในระดับ 7/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง 6/10 มอร์ทัลคอมแบท2(MortalKombatII)

โอ๊ยเล่าเรื่อง 6/10 มอร์ทัลคอมแบท2(MortalKombatII)

โอ๊ยเล่าเรื่อง 6/10 มอร์ทัลคอมแบท2(MortalKombatII)

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รู้จักครั้งแรกจากหนัง มอร์ทัล คอมแบท (Mortal Kombat) (1995) จากหนังแอ็คชั่น เกรดบีที่ดูสนุกดูได้เพลิน และที่จำแม่นๆ และชอบมากๆ เพราะยกกองมาถ่ายทำในบ้านเรา ลานต่อสู้อยู่หน้าเจดีย์อยุธยาแม้ว่า..หนังจะไม่ได้รับคำชม ไม่ได้ดีมากมาย แต่ก็อยู่ในความทรงจำ ภาพการต่อสู้ ตัวละคร นักแสดงยังติดตาจำได้มาจนถึงทุกวันนี้และมีภาคสองตามมาในปี 1897 แต่กลับเฉยๆไม่สนุกเท่าภาคแรกและมีมินิซีรี่ย์การ์ตูนตามออกมาแต่ไม่ได้ดู

จนมีการนำ มอร์ทัล คอมแบท (Mortal Kombat) มาสร้างใหม่ ในปี 2021 แต่ดูจบแล้วจบกัน จำอะไรไม่ได้เลย จำได้แค่ว่า หนังไม่ค่อยสนุก จนผ่านมาหลายปีมีการสร้างต่อ มอร์ทัล คอมแบท 2(Mortal Kombat II)จากผู้กำกับคนเดิม ไซมอน แมคควอยด์ ออกฉายในปีนี้ 2026

การกลับมาพร้อมความโหดดิบเต็มพิกัด ครั้งนี้เหล่าแชมเปี้ยนขวัญใจแฟนๆ และจอห์นนี่ เคจ ตัวจริงเข้าร่วมศึกต้องห้ำหั่นกันเองในการต่อสู้ไร้กติกาสุดอำมหิตเพื่อล้มล้างการปกครองอันชั่วร้ายของเซาข่านซึ่งกำลังคุกคามการดำรงอยู่ของเอิร์ธเรล์มและเหล่าผู้พิทักษ์ เอาเข้าจริงๆ แล้วไปๆ มาๆ มอร์ทัล คอมแบท 2(Mortal Kombat II) เหมือน เป็นเอกเทศ เป็นตอนใหม่ตอนเดี่ยวมีจุดเริ่มต้นและจุดจบเป็นของตัวเองไม่เหมือนเป็นหนังภาคต่อดังนั้นใครที่ไม่เคยดูภาคแรก หรือลมเลือนจำอะไรไม่ได้ไม่ต้องตกใจมาดูสนุกรู้เรื่องแน่นอน

เส้นเรื่องหลักของ ภาคนี้ เน้นไปที่ จอห์นนี่ เคจ ที่ถูกดึงข้ามมิติ เข้าทา และ คิทาน่า ที่มีปมความแค้นภาระหน้าที่ที่ต้องเจอะเจอตัวละครหลักๆ ที่คุ้นเคย จากเวอร์ชั่นแรก ฉบับปี1995 หรือในภาค1ปี2021มากันแบบครบทีม

มอร์ทัล คอมแบท 2(Mortal Kombat II)  มาพร้อมบรรยากาศของหนังแอ็คชั่น ที่สร้างจากวิดีโอเกมส์ ในโทนลูกผสม หนังบู๊ตาต่อตาฟันต่อฟัน ที่มีทั้ง การโชว์คิวบู้สวยงวม ในแบบหนังแฟนตาซีโชว์เทคนิคพิเศษเส้นเรื่องหลักๆ มาตามสูตรสำเร็จ ง่ายๆ สั้นๆ ง่าย การประลองของธรรมะกับ อธรรม   ที่มีความสงบสุขของโลกเป็นเดิมพัน โดยมี ดาราหนังบู๊ชื่อดัง ถูกดึงเข้ามาเป็นตัวแปรในการต่อสู้หาผู้ชนะ

บรรยากาศเดิมๆ กลับมา การต่อสู้จับคู่ประลอง เป็นยกๆ พลัดกันแพ้ชนะ สนุกไปกับการต่อสู้ที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนถึงคู่สุดท้ายเพียงแต่ใน มอร์ทัล คอมแบท 2 ฉีกจาก ภาพของ หนังแอ็คชั่นเกรดบี มาเป็น หนังแอ็คชั่น ฟอร์มดี ทุ่มทุนสร้าง เน้นๆ เลือดสาด การต่อสู้ที่หนักแน่นรุนแรงมากจากกว่าเน้น..แค่การต่อสู้ถึงเนื้อถึงตัวเป็นสมัยก่อนฉากแอ็คชั่น ชวนให้นึกถึงความรุนแรงของหนัง เควนติน ทาเรนติโน่ ผสมๆกับหนังชุด จอมโหดของ จางเชอะ ในหนัง ชอว์บราเดอร์ลีลาการต่อสู้ของเฉินเสี่ยวตงในเทคนิคพิเศษของฉีเคอะ

การดีไซด์ออกมาแบบตัวละครทำออกมาได้แต่ละคนมีความแตกต่าง/มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว/ความสามารถ/อาวุธเสื้อผ้าหน้าผม ที่ ต่างกัน ชัดเจน ในความรู้สึก เหมือน เข้าไปเล่นวิดีโอเกมส์เกมที่เราจะเลือกเป็นตัวไหนก็ได้ชอบการเลือกนักแสดง มาสวมบทบาท ใช้นักแสดงหลายชาติ มาแสดง ตามชื่อตามชาติของ แต่ละคน เลยทำให้อิน สนุกไป กับ ทุกๆ ตัวละคร
(ตอนที่ดู อดนึกไปถึง  มหาศึก4ธาตุจอมราชันย์(The Last Airbender) (2010)ของ เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน ที่หลายๆ ส่วนของตัวหนัง มาในแบบเดียวกัน แต่กลับไม่อินกับตัวละคร ดูขัดๆ เขินๆ ใช้นักแสดงฝรั่งมาสวมบทตัวละครที่จีนทั้งชื่อและการแสดง)

ที่ชอบมากดูดีคือบรรดาอาวุธของแต่ละคน เก๋ไก๋ ดูมีไอเดีย ดูมีคลาส โดยเฉพาะ หมวกติดมีด ของ ตัวร้าย หรือ พัดปลายมีดของนางเอก ที่ชวนให้ นึกถึง หนังชอว์บราเดอร์ จริงๆเรื่องนี้เป็นหนังอึก เรื่อง ที่แทบไม่คุ้นหน้าคุ้นตา นักแสดงเลย ที่ เด่นๆ มาก สะดุดตา มี อาทิอะเดลีนรูดอล์ฟสวยใสลีลาพริ้วไหวดูน่ารักในบทคิทาน่าดีใจที่เห็น ซาดาโนบุ อาซาโน่ ในบทลอร์ดไรเดนที่ยังดูหล่อมีเสน่ห์มาดเท่ห์ๆเหมือนเดิมร่วมด้วย เจสสิก้า แมคเนมี, จอช ลอว์สัน, ลูดี หลิน, เมฮ์แคด บรูคส์, ทาที กาเบรียล, ลูอิส แทน, เดมอน เฮร์ริมาน, ชิน ฮาน, ทาดาโนบุ อาซาโนะ,โจทัสลิมและฮิโรยูกิซานาดะรับบทฮันโซฮาซาชิและสกอร์เปี้ยน

น่าเสียดายนิดถึงคือ คาร์ล เออร์เบิน ในบท จอห์นนี่ ฟักกิ้ง เคจ พระเอกหนังบู๊ ที่ถูกดึง มาร่วมการต่อสู้ ดูเก้งๆ กังๆ ขาดเสน่ห์ไปสักนิด ลีลาคิวบู๊ ก็ดูขัดๆ เขินๆ ผิดกับ ในฉบับปี ที่ดูทะมัดทะแม่งในแบบทที่ไม่ได้มีวิชา นอกจากฉากแอ็คชั่นแล้วหนังยังแทรกมุขตลกขำๆเฮฮา เข้ามาเบรคหลายตอน มีทั้งต่อปากต่อคำ ตลกร้าย ล้อเลียนหนังบู๊ จิกกัดๆหนังบู๊แอ็คชั่น เพิ่มความสนุกให้กับตัวเรื่องงานด้านโปรดักชั่น ออกมาดีงามทั้งงานด้านภาพ เทคนิคพิเศษ การตัดต่อ ฉาก เสื้อผ้าหน้าผม บทหนังที่อาจจะดูเรื่อยๆ ไปสักนิด  ดนตรีและเพลงประกอบ(มีกลิ่นๆ ชวนให้นึกถึงดนตรีประกอบฉบับปี1995ที่ติดหู)ที่เข้ากับเรื่อง

มอร์ทัล คอมแบท 2(Mortal Kombat II) อาจจะไม่ใช่ หนังดี หนังโดนใจ แต่ก็ ..มีความสนุก ในแบบเพลินๆ สำหรับมคอหนังแอ็คชั่นโหดๆ หรือ คนที่ชอบ หนังที่สร้างจากวิดีโอเกมและเป็น อึกหนึ่งงานที่มีชื่อ เจมส์ วาน เป็นทีมผลิตที่โชว์ให้เห็นว่าไม่ใช่เฉพาะหนังผี เท่านั้นหนังบู้เลือดสาดก็ทำได้เหมือนกันเวทีประลองครั้งนี้ ครบยกได้ 6/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง นางมารสวมปราด้า 2(The Devil Wears Prada 2)

โอ๊ยเล่าเรื่อง นางมารสวมปราด้า 2(The Devil Wears Prada 2)

โอ๊ยเล่าเรื่อง นางมารสวมปราด้า 2(The Devil Wears Prada 2)

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นางมารสวมปราด้า(The Devil Wears Prada) หนังดังปี 2006 ผลงานการกำกับของ เดวิด แฟรงเคิล ที่สร้างจากนิยายดัง The Devil Wears Prada งาน เขียน ลอเรน ไวส์เบอร์ เขียนบทโดย ไอลีน บรอช แม็กเคนนา จากความดังของ หนัง ทำให้  ลอเรน ไวส์เบอร์ เขียนภาคต่อ Revenge Wears Prada: The Devil Returns ในปี 2013 แต่ย่าเสียดาย ที่ ไม่ได้ถูกนำมาสร้างหนัง เนื่องจาก สองดารานำหลักอย่าง เมริล สตรีพ กับ แอนน์ แฮตธาเวย์ ไม่สนใจ ที่จะกลับมาแสดงจนมา ในปีนี่ 20 ปี ผ่านมา นางมารสวมปราด้า 2(The Devil Wears Prada 2) จึงได้มีโอกาศขึ้นจอ มากันพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งนักแสดง และทีมงานหลักชุดเดิม
 

‘แอนดี้’ กลับเข้าสู่วงการนิตยสารอีกครั้ง หลังเผชิญวิกฤตงาน ถูกดึงตัวมาช่วยนิตยสารRunway ที่กำลังตกต่ำ มาเป็นผู้ช่วย ‘มิแรนด้า’บรรณาธิการจอมโหดอดีตหัวหน้าเก่า ที่กำลังเจอปัญหา เพื่อรับมือ พยุง หนังสือในอยู่รอด ในยุคที่ โลกเทคโนโลยี กำลังเข้ามาแทนที่
 

นางมาร2 เดินเรื่องต่อจาก นางมารแรก 20 ปี ผ่านมา พามาตามติดชีวิต 4 ตัวละครหลัก แอนดี้, มิแรนด้า, เอมิลี่ สาวสวยผู้ตัวตัวเองมาสู่แบรนด์ดิออร์ และไนเจล ผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ นิตยสาร ที่ต้อง กลับมาเจอกันอีกครั้ง โดยที่ หนังเดินไปข้างหน้า ไม่เสียเวลา ไม่ย้อนกลับไป ภาคแรก ตัวหนังมาตามสูตรสำเร็จ เดินเรื่อง เล่าเรื่อง บรรยากาศโทนหนัง พาย้อนกลับไปสู่หนัง ดราม่า สนุกสนาน ในยุค 80-90 ที่อาจจะดูเชย ดูธรรมดา สำหรับ หนังในยุคนี้ ที่ มักจะมีอะไรใส่มาในหนัง มากกว่าในยุคสมัยนั้น
 

นางมารสวมปราด้า 2(The Devil Wears Prada 2) คือหนัง ที่ดูแล้ว มีความสุข เหมือน งานเลี้ยงรุ่น ได้เจอเจอะกับ ตัวละคร/นักแสดง ที่ เคยสร้างรอยยิ้ม และความสนุก มาแล้วจากในภาคแรก ที่มา พร้อม กับ วัยที่สูงขึ้น ตามเวลาจริง เหมือน แวะมาทักทาย ว่า ยังอยู่ดีมีสุข
 

แอนน์ แฮตธาเวย์ ยังคงเป็น แอนดี้ ที่สวย ดูเก่ง มีเสน่ห์ มองโลกในแง่ดี ที่แม้จะ ผ่านมากว่า 20 ปี ความน่ารักยังคงมีอยู่ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ โตขึ้น สวยแบบผู้ใหญ่ แต่ยังคงมีความเป็นสาวรุ่นๆ แฝงอยู่ในตัว

เมลริล สตรีพ  เปล่งประกาย  เป็น มิแรนด้า ที่ดูเฉิดฉาย ในความเป็น หัวหน้างานไฮโซ เจ้าแม่แฟชั่น ออร่า ยังคงมาแบบเต็มๆ สีหน้า ท่าทาง แววตา น้ำเสียง ใช่เลย!! ดูแล้วเชื่อ ใน พลังที่อยู่ใน ตัวนาง ทั้ง ความเก๋า ความร้าย ความเป็นเจ้านาย และเป็น ไฮโซ ตัวแม่
 

เอมิลี บลันท์ เป็น เอมิลี่ ที่มา พร้อมความสวย เรื่องราวอาจจะ น้อยกว่า สองสาวตัวแม่ แต่ก็เป็นตัวละคร ที่มี สีสัน มีอะไรๆ ชวนค้นหาในตัว ออกแนว การ์ตูนนิดๆ
 

สแตนลีย์ ทุซซี่ เป็น ไนเจล ที่มีเสน่ห์ น่ารัก สีหน้าท่าทางจริตจะก้าน ความเป็น สไตล์ลิส มาแบบเต็มร้อย เป็นตัวละครที่น่ารัก เรียกร้อยยิ้ม ได้ตลอดเวลา และยังช่วยขยี้ ในส่วนของดราม่า
 

นางมาร2 ยังคงเน้นๆ ให้น้ำหนัก ไปที่ 4 ตัวแม่ จากภาคแรก และเหมือน หนังที่คุ้นเคยในยุคก่อน ตัวละครใหม่ๆ ที่ ใส่เข้ามา ในภาคนี้ มาเพื่อเพิ่ม ในเรื่องสมบูรณ์ขึ้น จัดเจน ในความเป็น นักแสดงสมทบ ที่มาน้อยๆ  แต่ดูดี

ทราซี ธอมส์ กลับมารับบท ลิลลี่ สสวอาร์ต เพื่อนซี้ แอนดี้ ในภาคแรก ,เคนเนธ บรานา รับบท สจ๊วต,แพทริค แบรมมอลล์ เป็น ปีเตอร์ เจ้าของ อพาร์ตเมนท์ เพื่อนชายคนใหม่ของ แอนดี้,จัสติน เทรูซ์ ที่เล่นได้กวนๆ ในบท เบนจี่,ลูซี หลิว ไฮโซ เศรษฐีนี ผู้เก็บตัวรักงานศิลป์,เฮเลน เจ. เฉิน เป็น จิน เด็กจบใหม่ผู้ช่วยของแอนดี้ ใสๆ ในแบบเด็กแนวๆ เจนนี้ ,ซิโฒน แอชลีย์ เป็น อามารี เลขาสนิทของ มิแรนด้า ,เคเลบ เฮียรอน เป็น ชาร์ลี เลขาเบอร์2 หน้าห้อง,ทิบอร์ เฟลด์แมน กลับมารับบทเดิมเป็น เอิร์ฟ ราวิตซ์ เจ้าของ รันเวย์,บี. เจ. โนวัค เป็น เจย์ ลูกชาย,เลดี้ กาก้า เล่น เป็นตัวเอง ออกมา ได้แบบ กวนๆทั่งสีหน้าท่าทาง แถมมาพร้อมกับเพลง ที่ไพเราะ เข้ามากับ ตัวหนังและ สำหรับ คอแฟชั่น คงถูกใจ ที่ มี นางแบบแฟชั่น มาร่วมเดินแบบบนแคทงอร์ครันเวย์ กันนับสิบ

จาก นางมาร1 ที่ พาไปสนุกจาก เด็กสาวจบใหม่ ที่ ก้าวเข้ามาสู่ แวดวงนิตยสาร วงการแฟชั่น ที่ยากจะรับมือ เพื่อสานฝันอาชีพของเธอ มาใน นางมาร2 เส้นเรื่อง หลัก เปลี่ยนมา นำเสนอ สภาพที่เปลี่ยนไปของ สภาพวงการ นิตยสารที่ปัจจุบัน ในยุคนี้ ที่ ตกต่ำหนังสือ กระดาษ กลายเป็น ตัวหนังสือดิจิตอลการเทคโอเว่อร์ ของ นายทุน ที่มีแต่เงินแต่ไร้รสนิยมการเลย์อ๊อฟ พนักงาน หันมาใช้ AI แทนซึ่งเอาจริงๆ แล้ว สะท้อน เรื่องของธุรกิจ ในยุคปัจจุบัน ที่ นำเสนอผ่าน เส้นเรื่อง นิตยสาร ที่ออกมาในแนวตลกร้าย

เรื่องราว นิตยสาร สำหรับคนที่คุ้นเคย เคยทำ ทั้ง บก. นักข่าว สไตลิส คนเขียน คอลัมม์ ช่างภาพ เลขา ผู้ประสานงาน ดู ภาคนี้ แล้วรับรอง โดน..โดน..แน่นอน ประสบการณ์ ความทรงจำ ค่อยๆ ลอยขึ้นมา จนทำให้ ดูแล้ว ที่ รอยยิ้ม มีความสุข หรือ น้ำตาปริ่มๆ สะเทือนใจ กับ การเปลี่ยนแปลง ในยุคนี้นางมารสวมปราด้า 2(The Devil Wears Prada 2) คือ หนังที่ทำออกมาได้ชัดเจนในหน้าหนัง ที่ เกี่ยวกับ นิตยสารวงการแฟชั่น ผ่าน งานด้านโปรดักชั่น ที่ สวยงาม มุมกล้อง การตัดต่อ เสื้อผ้าหน้าผม ดนตรี/เพลงประกอบ  โลเคชั่นในเมืองใหญ่ ฯลฯ ดูแล้วใช่เลย ไม่มี ส่วนไหนของ หนัง ที่ไม่รู้สึกถึง ความเป็นไฮโซหนังสนุก เพลินตาเพลินใจ ..ดูเพลินจนไม่อยากให้จบ8/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ระยะสร้างรัก (BrandNewLandscape)

ระยะสร้างรัก(BrandNewLandscape)

ระยะสร้างรัก(BrandNewLandscape)

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนังขนาดยาวเรื่องแรกจาก  ยุอิกะ ดันซึกะ ผู้กำกับวัย 27 ปีซึ่งสร้างสถิติเป็น “ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่อายุน้อยที่สุด” ที่มีผลงานฉายในสาย “Directors’ Fortnight” ที่ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 78” (2025 Cannes Film Festival) และได้เข้าชิงรางวัลในสาขา “Camérad’Or”อันทรงเกียรติด้วย
ระยะ สร้าง รัก(Brand New Landscape) มาในบรรยากาศของหนังเหงาๆ หนังดราม่าครอบครัว ตัวละครไม่ยอม Move on ออกจาก ปมในใจ การพลัดพราก จากลาในอดีตแต่ ความเหงาของ ระยะ สร้าง รัก(Brand New Landscape) กลับต่างไปจากหนังเหงาๆ ที่เคยดูๆ กันมา ไปๆ มาๆ ไม่รู้สึกว่าหนังเศร้า หดหู่ หรือ เหงา ตามแค่เป็นหนังที่ ไม่ได้ขยี้! อะไรมากมาย แต่กลับดึงให้ค่อยๆตามดูตัวละครว่าจะจัดการกับปมในใจMoveOnออกมาได้อย่างไรหนังค่อยๆ เล่าเรื่องไปเรื่อยๆไม่รีบร้อนเน้นไปที่ตัว‘เร็น’กับ‘เอมิ’พี่สาวเป็นหลัก แม้หนังจะค่อยเป็นค่อยไปแต่หนังกลับออกมาดูเพลินไม่น่าเบื่อหนังเด่นมากในทุกส่วนผสมกันได้แบบลงตัว ทั้ง การแสดง โปรดักขั่นงามๆ สวยๆ ทั้ง ภาพ แสง สี ดนตรีประกอบ ที่ทำให้ หนัง ออกมา เป็นหนังดราม่าดีๆ ดูเพลินไม่รู้สึกว่าเป็นหนังอาร์ต/นอกกระแสแต่เป็นหนังที่ดูง่ายย่อยง่าย

งานด้านภาพที่ดูแปลกตาสวยดูมีเสน่ห์เหมือนมาดูภาพถ่ายสวยที่มาจัดแสดงในงาน นิทรรศการงานโชว์ภาพศิลป์สวยมีการจัดวางตำแหน่งของคนองค์ประกอบแบล็คกราวน์ในภาพ แสงเงาเหลี่ยมมุมต่างๆออกมาดีดูมีดีไซด์มีทั้งลองเทคและถ่ายธรรมดาภาพต่างๆในหนัง ช่วย ดึงให้เข้าไปสู่ตัวหนังทำให้ดูหนังได้แบบไม่น่าเบื่อดูเพลินดูสนุกได้ตลอดเรื่องเหมือนเป็นตัวละครตัวหนึ่งในหนังภาพสวยเข้ากับเรื่องราวของสถาปนิกในเรื่องจริงๆ


ดนตรีประกอบรื่นหูเป็นหนังอีกเรื่องที่ไม่ใช้ดนตรีประกอบฟุ่มเฟือยหลายช่วงเงียบ ไม่มีดนตรีเสียงเพลงมีเพียงเสียงประกอบรอบๆตัวละคร จนแทบลืมไปว่า หนังมีดนตรีประกอบ แต่เสียงดนตรีมาก็มาแบบเนียนและยังเป็น หนังอีกเรื่อง ที่เพลงประกอบ ไพเราะ ทั้งเพลงในยุคนี้ หรือ เพลงในอดีตหรือ การใส่ รายการวิทยุ เรื่องราวผีๆ เข้ามา ผ่านวิทยุในรถ ก็เบรคอารมณ์ของหนัง อาจจะดูขำหลอนเหมือนไม่มีอะไร ก่อนที่จะเป็นอีกหนึ่ง ที่มีส่วนกับปมในใจตัวละครนักแสดงทุกๆ คน เล่นได้ดี เข้ากับบท ดูเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่า แสดง มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน สีหน้าท่าทาง การแสดง ถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆ ออกมาดี รับส่งบทกันไปมาทั้งตัวละครหลักๆหรือสมทบ


เคนอิจิ เอ็นโดะเป็น ฮาจิเมะ  ดูเป็นสถาปนิกที่มีทั้งความอาวุโสเป็นนักธุรกิจแต่นอกเวลางาน ดูเป็น หนุ่มติสค์ ชุดหนังขี่มอเตอร์ไซด์ ทำให้รู้สึกถึง ความเฉยเฉื่อยชา กับ ลูกๆ ดูเห็นแก่งานมากกว่าครอบครัว


โคได คุโรซากิ เป็น เร็น ชัดเจนในการมีปมในใจ เก็บตัว ปิดกั้นตัวเอง ดูอารมณ์รุนแรง ใจร้อน แสดงความรู้สึกออกมา แบบตรงๆ ไม่มีเก็บ ชีวิตเหลือแค่พี่สาว เกลียดพ่อแบบรุนแรง ทำตัวเองเหมือนเป็นคนไร้บ้านก่อนที่จะมีเด็กใหม่ในที่ทำงานมาคอยช่วยเหลือ


ไม คิริว เป็น เอมิ พี่สาวของ เร็น สวยใสน่ารัก ในแบบ เหงาๆ ดูกลัวๆกล้าๆการแต่งงาน อันเกิดมาจากครอบครัวที่แตกแยกเล่นนิ่งๆสบายๆแต่โดนใจ
ฮารุกะ อิกาวะ เป็น ยูมิโกะ แม่ผู้จากไป ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ดูเรียบๆ ไม่พูด แม้ไม่ชอบที่ สามีเลือกงานมากกว่าครอบครัว สุดท้ายที่จะเลือก ปลดปล่อย ตัวเอง เลือกที่จะจากลา
“แม่ชอบนอนตะแคง”“ง่ายแต่ชัดเจนบอกอะไรหลายๆอย่าง


อากิโกะ ติกูจิ สวยมีเสน่ห์แบบเท่ห์ๆในบท มากิ สาวสวยผมสั้น เพื่อนใหม่ในตลาสพิลาทิส ที่กลายเป็นคนที่เอมิยอมเปิดใจระบายความรู้สึก


แม้  ระยะ สร้าง รัก(Brand New Landscape) จะมีเส้นเรื่อง ดราม่าครอบครัว แต่ก็ยัง แทรกสิ่งที่ หนังต้องการสะท้อน ภาพ สังคม ในปัจจุบันคนไร้บ้าน คนชนล่างในสังคม  ระยะ สร้าง รัก(Brand New Landscape) คือ หนังญี่ปุ่นที่โดนใจ ชอบ/รัก มากๆดูแล้ว อยากไป ญี่ปุ่น9/10

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘โกฮัง..หัวใจโกโฮม’ 10/10

โอ๊ยเล่าเรื่อง 'โกฮัง..หัวใจโกโฮม' 10/10

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘โกฮัง..หัวใจโกโฮม’ 10/10

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนังน้องหมาแบบไทยที่ทำให้คูมีความสุข สนุก รู้สึก ฮีลใจ ดีต่อใจ บรรดาทาสหมาหัวใจ ละลายอย่างแน่นอน 1เจ้าหมา3เจ้านายกับความหมายของคำว่าบ้าน การเดินทางเพื่อตามหา ‘บ้าน’ ที่เจ้าหมาจรฝันอยากจะมี ผ่านสามเจ้าของ ในสามช่วงวัย ที่จะอยู่ในใจมันตลอดกาล

หน้าหนังของ โกฮัง..หัวใจโกโฮม ชวนให้นึกถึง หนังเรียกน้ำตา หนังเศร้า เหมือนที่ หนังหมาๆ หลาย เรื่องเรื่อง แต่เอาเข้าจริงๆ ตัวหนัง โกฮัง..หัวใจโกโฮม กลับไม่ใช่อย่างที่คิด
โกฮัง..เรียกน้ำตา ได้จริง แต่ เป็นน้ำตา ในหลายๆ รูปแบบ ความสุข ความเศร้า ที่ มาจาก การอินไปกับ น้องหมากับ เจ้าของ ไม่ได้มาจากการ ขยี้ ..อะไรมากมาย มาจากข้างในล้วนๆ อารมณ์ได้ น้ำตา..มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ตลอดเรื่องโกฮัง..หัวใจโกโฮม พาไปดู หมาจรโกฮัง ใน 3ช่วงวัย สามช่วงเวลา เหมือนดู หนังสั้น3 เรื่อง 3แนว 3อารมณ์ 3ผู้กำกับ ตัวละครหลักไม่ซ้ำกัน

สามหมาสามวัยที่มารับบทเป็น ‘โกฮัง’น่ารัก เล่นดี ทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น เจ้าโคริ รับบท โกฮัง ,เจ้ามีโชค รับบท บราวนี่ (โกฮังวัยหนุ่ม) ,เจ้าหิมะ รับบท หิมะ (โกฮังวัยชรา)
ยาซูชิ คิตะจิมะ ดูอบอุ่น ดูแล้วมีความสุข ท่าทางใจดี ดึงให้ขำ/รอยยิ้ม ชวนให้เหงา ไปกับ ภาพคนไกลบ้านเหงา มีแค่ หมาน้อย ตัวเดียว เป็นเพื่อน

พิ้งกี้-ปู มามี ตา นางเอกสาวเมียนม่าในบท ‘น้ำชา’ รักเธอเลย เล่นเก่ง เล่นเป็นธรรมดา สวยน่ารักในแบบ สาวแกร่ง ไกลบ้าน ดูบู๊ลุยๆ สีหน้าแววตา ถ่ายทอด ความในใจ ของตัว น้ำชา ออกมาได้เป็นอย่างดี ดูแล้ว สงสารเอาใจช่วย กับ การเป็นคน จากบ้าน มาเป็นแรงงานเถื่อน เพลินไปกับ การผจญภัย ไปกับ เจ้าบราวนี่-โกฮังฉากร่ำลา หมาน้อย ทาแป้งทานาคา ให้ เพื่อนรักหมาน้อย งดงามดีงาม เล่นเอาน้ำตาซึม

เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน มาแบบน่ารักๆ ทะเล้นๆ ทำให้โลกดูสดใส แต่พอถึง ฉากดราม่า น้ำตาไหล ทั้งกับ คนรักและน้องหมา ก็เล่นได้ดี  ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล สวยใสน่ารัก ในแบบ สาวรุ่นใหม่ GenZ ดูเป็น สาวมั่น สาวเก่งเจ้านาย-ตู จับคู่รับส่งบทกันได้ดี ทั้งรัก ดราม่า หัวเราะ ยิ้ม เสียน้ำตาไม่เพียง นักแสดงหลัก นักแสดงสมทบ/รับเชิญ ก็เข้ามาเติมเต็ม ในแบบที่กำลังดี ไม่แย่งไม่ขโมยซีน เพิ่มความสนุกให้กับ เรื่องได้มากทีเดียว

ตาต้าร์-ชาติชาย ชินศรี ในบท ‘ไพฑูรย์’คนขับของ ฮิโระ สีหน้าคำพูด เรียกเสียงหัวเราะได้ในทุกฉาก เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติในบท ‘เหมียว’สาวที่อยากได้ โกฮัง มาเลี้ยงแทน เจ้ามะลิ หมาเลี้ยงที่จากไป เรียวตะ โอมิ เป็น  ‘ซาวาดะ’พนักงานใหม่ที่มาแทน ฮิโระ เป็นแฟนของ เหมียว อ้น-นพพันธ์ บุญใหญ่ แรงร้ายมจนคนเกลียด กับบท ‘พ่อกุ้ง’เจ้าของเพจ หมาจร โย-อรุณี ขวัญยืน รับบท ‘ป้าศร’ป้าขายข้าวใจดีที่สถานีรถไฟ ที่ปรึกษาของเด็กๆ มหาวิทยาลัยแอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์ ลูกแม่ชมพู่-อาริยา เด็กน้อย ชั้นเรียนศิลปะของ เปเล่ น่ารักสุดๆ รวมทั้งบรรดา พนักงานบริษัทญี่ปุ่น เพื่อนๆ ร่วม มหาลัยของ ใจดีกับเปเล่ เด็กน้อยตัวเล็กๆทั้งในงานวัด ในโรงเรียนสอนศิลปะ หรือ หนุ่มพม่า ที่ให้ น้ำชาติดรถ

ต้องชม หมู-ชยนพ บุญประกอบ, บาส- นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, อัตต้า-อัตตา เหมวดี สามผู้กำกับ ที่ต่างช่วยกำกับในแต่ละช่วงเวลา  โกฮัง..หัวใจโกโฮม ออกมาได้ดี ชัดเจน ในแนวที่ตัวเองถนัดโกฮัง..หัวใจโกโฮม คือ หนังไทยที่ดีงาม ดูลงตัว กลมกล่อม ผสมกันได้อย่างลงตัว ทั้ง เรื่องราว การเล่าเรื่อง นักแสดงเล่นเก่ง ทั้งหมา และคน  งานโปรดักขั่นดีงาม บทดี ภาพสวย ตัดต่อลื่นไหล ดนตรีประกอบ เพลงประกอบ ที่ไพเราะ ในเพลง Love Me Love My Dog เสียงร้องของ เจ้านายรักหมดใจ โกฮัง..หัวใจโกโฮม คือหนังไทย ที่ดีงามชอบในอันดับต้นๆของ  GDH เข้าไปอยู่ในดวงใจเรียบร้อยแล้วเสียน้ำตา..ยิ้ม..หัวเราะ..แบบนี้ โดนใจ ไปเต็มๆ 10/10 คะแนน

กัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes) โอ๊ยเล่าเรื่อง 7/10

กัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes) โอ๊ยเล่าเรื่อง 7/10

กัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes) โอ๊ยเล่าเรื่อง 7/10

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนังผีร่วมทุนสร้าง ไทย-มาเลเซีย ภายใต้ชื่อ บริษัท Exit45 Solutions ที่ นำเสนอ เรื่องผีๆ 4 เรื่องสั้น ไม่ยาว ไม่เกี่ยวข้องกัน 2เรื่องไทย2เรื่องมาเลเซีย 

กัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes) หมายถึง เวรกรรม หรือ กรรมตามสนอง ที่ถูกนำมาเป็นธีมหลักเส้นเรื่องหลักของทั้งสี่เรื่อง  ทั้ง4 เรื่อง เรื่องใครเรื่องมัน เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกัน แต่พูด ในเรื่องเดียวกัน มีผู้หญิงเป็นตัวละครหลัก ตัวละครชายเป็นตัวทำให้เกิดเรื่อง ผีแต่ละเรื่อง มาในรูปแบบ ที่ต่างกัน สองเรื่องมาเลเซียใส่เรื่องราวไสยศาสตร์ ของท้องถิ่นที่เราอาจจะไม่คุ้นเคย สิ่งที่มีในทั้ง4เรื่องคือ ตุ๊กตาแปลกๆ น่ากลัวชวนขนหัวลุก

ทวงบาป (Reclaimed) ชวลิต พงศ์ไชยยง ⁣ทำ ทวงบาป ออกมา ในความรู้รึก ผีหลอกวิญญาณหลอน แนวจิตๆ ฝันร้ายๆ ดึง ในคนดู เอาใจช่วย เรื่องหลักเกิดขึ้น ใน โฮมแคร์ที่ ดูหลอนๆ ไปกับ บรรยากาศโรงพยาบาล  หนังเต็มไปด้วย ผีหบอก ผีอาฆาต เลือด เป็นตอนที่ ใช้ CG เปลือง มีระเบิดไฟไหม้ แต่ น่าเสียดาย ที่ จังหวะสะดุ้ง มีน้อยไปหน่อย ยังดี ที่ ตอนจบ ปมเฉลย มีการหักมุม แบบนึกไม่ถึง

นาว-ทิสานาฏ ศรศึก เล่นดี ในบท แพง  ชวนให้ตามดูลุ้นเอาใจช่วย เดินเรื่อง แบกเรื่อง คนเดียว  สืบ-บุญส่ง นาคภู่ ยังคง เล่นใหญ่เล่นเยอะ ในทุกฉาก ในบท ลุงศร คนไข้ที่ถูกผีหลอก ต๊อกแต๊ก (Pizza Moive)-สุธิรจน์ ศรีเพ็ชร รับบท ตอง นางพยาบาล รุ่นพี่ ที่ช่วยเบรคความน่ากลัว ด้วย เสียงพูดสำเนียงทองแดง และ ธีระวัฒน์ มุลวิไล รับบท ลุงมิ่ง ผีชุดนักโทษ

สายพยาบาท (The Li(n)e) ซาคินา ลาติฟ ⁣ ผู้กำกับ สร้างความน่ากลัว โดยใช้สิ่งต่างๆ ในสตูดิโอ เสียงต่างๆ การบันทึกเสียง แสงไฟวูบๆ วาบๆ โทรศัพท์ในสตูดิโอ ตัวหนัง เล่นกับบทสนทนาโต้ตอบ การเจาะลึก เข้าไป ข้างในแม้ ผีจะออกมา หลายตัว ชัดเจน ในความเป็นผี แต่ไปๆ มา กลับไม่รู้สึกสะดุ้ง ไม่ค่อยน่ากลัว เท่าไรนัก ยังดี ที่ หนังปู สิ่งต้องห้ามในการสู้ผี ได้อย่างน่าสนใจ ห้ามเรียกชื่อคนตาย ห้ามรับสายโทรศัพท์ช้ากว่า8 เสียง ห้ามเดินไปที่ประตู ฯลฯ

บรรยากาศ การนำเสนอ/การเล่าเรื่อง ชวนให้ นึกถึง ละครเวที แนวน่ากลัวๆ เน้นๆ การแสดงสีหน้าท่าทาง ผ่านตัวเอก ใช้แสงสีเสียง มาเป็น ตัวสร้างความน่ากลัวหนังอาจจะไม่น่ากลัวนัก แต่ก็มีการหักมุม ในตอนท้าย ชนิดที่ คาดไม่ถึง 

JOYCE ANG TZE HAM รับบท ฉวน เด่นๆ แบกเรื่องอยู่คนเดียว โดยมี ผีๆ ญาติพี่น้อง พ่อ/แม่เลี้ยง/น้องชาย/น้องสาว กับ สองหมอผีแม่/ลูก เข้ามา ในแต่ละช่วงที่นำแสดงโดย

CHONG WAH KONG รับบท จิม CHAN YOKE PENG รับบท เพจ สองหมอผี 

หมอผี (Bomoh)  อันวาร์ดี จามิล⁣ ทำ เรื่องนี้ ออกมาชัดเจน ในแนว มนต์ดำแบบบ้านๆ ในโทน มืดไม่มีความสว่างไสว เน้นๆ ความชั่วร้าย ของตัวร้าย หนังเดินเรื่องไปเรื่อยๆ กว่าผีจะออก ก็ลืมไปแล้ว นึกว่าดู ละครคุณธรรม ก่อนที่ ช่วงท้าย ผีจะออกมาแบบ เน้นๆ มาแบบจัดเต็ม ในแบบ ผีนองเลือด ไม่ใช่ แนวผีหลอกและ ยังเป็นเรื่อง ที่ นำเสนอเรื่อง เซ็กซ์ ที่ ให้ความรู้สึก รุนแรง/ดิบๆ น่าเสียดาย..ที่ หนังปูเรื่อง ด้วย น้ำมันพราย ของ มาเลเซีย แต่ไปๆ มาๆ กลับ มีผลกับเรื่อง แค่นิดเดียว  SABRI YUNUS รับบท ปกรณ์ ชัดเจน ในการเป็นหมอผี BULAN TERRY รับบท ฟ้า เหยื่อรายล่าสุด ที่ดูแข็งๆ หน้าตาอาจจะดูธรรมดาๆ แต่ฉากร่ายรำ แปลกตาดีงาม 

 AMALINA ARHAM รับบท นิค RINGGO EL AMIR รับบท อาร์ม สองลูกสาวลูกชายขิงปกรณ์

สามเรา (Threesome) กรัณย์ คุ้มอนุวงศ์ ⁣ทำ สามเรา (Threesome) เป็น เรื่องที่สนุก มีครบรส ผีหลอกภาพหลอน แทรกมุข หักมุมด้วยมุขตลก ที่ กำลังดี ในแนวของ เด็กรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ ผ่านบทสนทนา มุมมอง ท่าทาง ไม่ใช่ ตลกเลอะเทอะ จังหวะของหนัง ออกมาดี ทั้ง ส่วน ผีๆ น่ากลัว เลือดสาด หรือ ส่วนขำๆ แม้แต่ เรื่อง เซ็กซี่ ก็ยังออกมา ในแนวน่ารักๆขำๆ 

ต้องชม นักแสดง ที่เล่นดี น่ารัก ใส่เสน่ห์ เฉพาะตัวเข้ามาบนจอ รับส่งบทกันได้ดี  จนทำให้ เป็นหนังผี ที่ดูสดใสมากกว่าอึก 3 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น สองตัวหลัก  แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ ใน บท แจน นนท์-ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์  ใน เบิร์ด   ดูเป็นคู่รักคู่กัดคู่ฮา ทำให้เรื่องออกมา สนุก ไม้น่าเบื่อ นัจโน๊ะ-นัจฐณิชา โรจนะจารุนันท์ รับบท เมจิ สวยใสน่ารักๆ ในทุกๆ ฉาก ที่แม้แต่ตาย แต่หนังพาย้อนกลับไปหาตลอดเวลาร่วมทั้ง ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ที่มารับเชิญ ในบททนาย ที่เรียกรอยยิ้มให้กับ ตัวเรื่องในตอนนี้ ได้ พิง ลำพระเพลิง มาเขียนบท ใส่ลูกเล่นลูกชน เต็มที่ ทำให้หนังดูสนุก และ ยังเป็นตอนที่ นำเสนอ ภาพยามค่ำคืน ในป่าลึกออกมาได้ดี ภาพสวย ดนตรีประกอบดีงาม 

Ghost Radioกัม มะ เว คะ ( The De4d Echoes)  คือ หนังผี ที่ดูได้เพลินๆ สบายๆ ผีไทยOK ผีมาเลเซียอาจจะรู้สึกเชยๆ ไปสักนิด ไม่ค่อยคุ้นกับ คนดูโดยทั่วๆ ไป แต่ก็ดูโอเค สนุกระดับ 7/10 หัวกระโหลก 

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘พี่นาค5’ภาคต่อความหลอนจักรวาล ‘ผีพี่นาค’

โอ๊ยเล่าเรื่อง‘พี่นาค5’ภาคต่อความหลอนจักรวาล 'ผีพี่นาค'

โอ๊ยเล่าเรื่อง‘พี่นาค5’ภาคต่อความหลอนจักรวาล ‘ผีพี่นาค’

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พี่นาค คือ หนังผีของค่าย ‘ไฟว์สตาร์’ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในปี 2562 จนต่อยอดมาเป็น พี่นาค2(2563) พี่นาค3 (2565) พี่นาค4 (2567)สร้างภาพของความน่ากลัวของ ผีพี่นาค(ในแต่ละภาค) และเฮฮา กับ แก๊งเพื่อน มาปีนี้ พี่นาค5 กลับมา ให้ แฟนๆ ได้หายคิดถึงความเกลียดชัง ยิ่งกว่าคำสาป ความอาฆาต ยิ่งกว่าทุกตำนาน!หลังจากเผด็จศึก ‘ผีนาคติณณ์’จนสิ้นฤทธิ์ หนึ่งปีให้หลัง ‘คิว’เสิร์ฟความอาฆาตแบบฉ่ำ ๆก็เวียนมาอีกครั้ง เมื่อจู่ ๆ บอลลูน, เฟิร์ส, คุณโท ประสบพบเจอ ‘ผีพี่นาค’ตนใหม่ที่ตามไล่ตามล่า โชคดีที่ ‘น็อต’ เข้ามาช่วยได้ทันเวลา แต่กลับกลายเป็นว่าผีพี่นาคตนใหม่หมายเอาชีวิตทุกคนที่ ‘น็อต’รัก ทำให้แก๊งพี่นาครวมตัวจัดทริปเกิดแต่กับกู กลับไปสืบค้น หาต้นตอความเฮี้ยนสุดกุฏิ แม้จะเคยเจอผีพี่นาคมาทุกรูปแบบ ปราบมาก็เยอะ หนีมาก็แยะ แต่ศึกสู้ผีพี่นาคครั้งนี้ต่างออกไป เป้าหมายไม่ใช่น็อต แต่คือคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขา จะนอนมง หรือนอนหลุมเดี๋ยวได้รู้กัน “มึงรักใคร คนนั้นตาย!”

ไมค์-ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ ทำ‘พี่นาค5’ ออกมาชัดเจน ในความเป็น หนังพี่นาค  หนังผีที่ดูน่ากลัว ทั้งหลอนทั้งหลอกโหดๆ จาก ผีพี่นาค ไปพร้อมๆ กับการเรียกเสียงฮากับ แก๊งค์เพื่อนจับทางถูกว่า ควรจะนำเสนออะไร คนดูต้องการอะไร ผสมผสานทั้งในส่วน ผีหลอก มุขขำๆ หรือ ดราม่า ได้แบบลงตัว  ผีพี่นาค-กระเทย-เพื่อน-พญานาค-หลวงพ่อ-สามเณร – สร้อยคอเหรียญพระนาคปรก-ประเพณีการบวชแบบโบราณ..กลับมาเหมือนเดิม

‘ผีพี่นาค’ ตามหลอกหลอน สืบเสาะหาเบาะแส คลายปม ที่มีอยู่ในใจปมในใจ ภาคนี้ ใครๆ ก็ไม่รัก ฉนั้น ใครที่เป็นเพื่อน..ต้องตาย ผีพี่นาค ..ที่ อาฆาตแค้น เป็นผีร้าย เพราะไม่ได้บวช ยังคงออกมาดูดี โหดร้าย มีปม ในใจ ผีพี่นาค มีมสาเหตุการตาย ที่ต่างกันในทุกๆ ภาคภาค 1 อุบัติเหตุตาย, ภาค 2 เป็นโรคระบาด, ภาค 3 เป็นคําสาปแช่ง, ภาค 4 ฆ่าตัวตาย มา พี่นาค5 ภาคนี้ถูกฆ่าตาย

ขำๆ เฮฮา ไปกับ แก๊งค์เพื่อนซี้ ที่ถูก ‘พี่นาค’ ตามหลอก ในมุข LGBTQ+ ที่คุ้นเคย โวกแหวกโวยวาย ทำให้หนังไม่เงียบ มุขผีหลอก/หนีผี/สู้ผี หรือแม้แต่ จิกกัด แซวหนังภาคก่อนๆ แซวกันเอง แม้แต่แซวผู้กำกับพี่นาค5 ในส่วนของ ผี ยังคงน่ากลัว ใน แบบ ผีพี่นาค ที่ไม่ฉีกไปจากเดิม เพียงแต่..รู้สึก โดน มกรคายนาค แย่งซีนไปไม่น้อย และด้วยความที่ ผ่านมาหลายภาค เลย รู้มุขรู้มุม เลยแทบจะไม่มี สะดุ้งตกใจ เสียดาย คือ บรรยากาศหลอนๆ ในวัดกลางป่า ในภาคนี้หายไป ไม่เหมือนภาคก่อนๆ ฉาก ‘นาคนิลตาย’ ดูสยอง รุนแรงฉากผีหลอก บนภูเขาทอง ดูดี แปลกตา ฉาก ‘นาคนิล’ ฆ่า ใครบางคน เล่นเอาช็อค อึ้ง!ไป ฉากง่ายๆ แต่โดนเข้าไปข้างในคนดู หรืออาจะรู้สึกๆ สะดุดๆ อยู่บ้าง กับ ในส่วน ของ แก๊งเพื่อนๆ ในหลายๆฉาก แต่ก็ดึงกลับมา สู่ความน่ากลัว ได้ในจังหวะที่ดีปมดราม่า ภาคนี้ เน้นไปในส่วนของ พี่น้อง ทำได้ดี ทั้งของ ‘นาคนิล’กับ ‘น้อต’ หรือแม้ แต่ ‘แพรี่’กับ ‘โบนัส’ยังดูโอเค เอาเข้าจริงๆ ปม ดราม่า ภาคนี้ ดูหนัก/จริงจัง มากกว่า ภาคก่อนๆ และ ด้วยความที่ มาถึง 5 ภาค หนังเลย คนดูคุ้นเคย รู้จักตัวละคร เลยไม่มี ย้อน เรื่องราว ให้เสียเวลา ‘พี่นาค5’คือ หนังไทยอีกเรื่องหนึ่ง ที่เอาเข้าจริงๆ ไม่มี.. พระเอก-นางเอก มีแต่กลุ่มดารานำ ในแต่ละภาค จะมีตัวละครที่เป็นต้นเรื่อง ออกมา เด่นกว่าคนอื่น จาก คุณโท ใน ผีนาค4 มาสู่ น็อต ที่ ทิ้งเชื้อ จาก ท้ายภาค4

ต้า-อธิวัตน์ แสงเทียน เป็น ‘น็อต’จากสามเณรตัวน้อยใน พี่นาค1-3 โตเป็นหนุ่มตามวัยใน พี่นาค4 จากบทสมทบ ขึ้นมาเป็นบทนำ บทเด่น เล่นได้ดีและน่ารัก มีฉากแสดงอารมณ์ ในหลายๆฉาก แก๊งเพื่อนๆ ยังคงดูเด่น เป็นบทเสริม เรียกเสียงฮา เป็นหลัก เน้นๆ บุคลิกของใครของมัน มาครบจัดเต็ม จากคนที่รอดมาจากตอนก่อนๆ ‘เอม-วิทวัส รัตนบุญบารมี’กับ ‘เจมส์-ภูริพรรธน์ เวชวงศำเตชำวัชร์’ยังคง บอลลูน กับ เฟิร์ส สองตัวละครหลักที่อยู่มาตั้งแต่ ภาคแรกเล่นกันได้แบบเข้าขา รับส่งความสนุกเสียงหัวเราะ มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร รับบท โทมินจุน ลุคดูดี ดูเป็น โอปป้าเกาหลี เหมือนที่ผ่านมาใน พี่นาค2-4 

นนท์-อินทนนท์ บุญชื่น กับ ‘มินตัน-มินตรา เชื้อวังคำ’ มารับบท แพรรี่ แม่ครัวปากแจ๋ว กับโบนัส  เครื่องด่าแห่งหมู่บ้านสองพี่น้อง เพื่อนเก่าของ โท สองตัวละครใหม่ใน พี่นาค4 ตามมาเรียกเสียงหัวเราะ นนท์ อินทนนท์ เน้นๆ ตลกเจ็บตัว โชว์ ปากแจ๋ว เพิ่มความเด่น จน แพร์รี่ เขยิบขึ้นมา สามตัวแม่ รวมกับ บอลลูน/เฟิร์สมินตัน-มินตรา  เล่นได้น่ารัก คิคุอาโนเนะ สวยใสสำเนียงอีสาน (นักแสดงหญิง..ยังคง มาน้อย ไม่มีบทบาท เป็นแค่ บทสมทบ)

ปอนด์-คุณพัทธ์ พิเชษฐ์วรวุฒิ รับบท ‘อ๊อด’ เพื่อนสนิทของ ‘น็อต’จาก พี่นาค1-3 หายหน้าไป ไม่มาพี่นาค4 กลับมาเป็น คู่หู น็อต อีกครั้ง กาโตว์-ปัณณวิชญ์ พัฒนศิริ รับบท ‘ไอ้ยิ้ม’ จาก พี่นาค4 มา พี่ตาค5 ที่ยังคงทำทุกอย่างเพื่อเงิน พร้อมรอยยิ้ม น่ารักสดใส พรีเมียร์-ปฤณภพ ผาหวบ รับบท ‘เณรฮังเล’เณรน้อยใหม่ ประจำภาค ที่เน้นน่ารักๆ แม้จะ ไม่มีพระเอก แต่มีบทเด่นสุดๆ ในทุกๆ ภาค คือ ตัวผีพี่นาค ที่ทุกเรื่อง มาพร้อมปมร้าย ที่มีที่มาที่ไป ‘เด่นคุณ งามเนตร’มารับ ‘ผีพี่นาคนิล’ที่เล่นได้ร้าย/น่ากลัว ผ่านทาง สีหน้า น้ำเสียงแววตา ทั้งภายใต้หน้าเละๆหน้าผีๆ ในชุดนาค หรือ ตอนเป็นคน ที่ถูกกระทำ มาครบจัดเต็มทั้ง ดราม่าน่าสงสาร ดูเกเรจนน่ากลัวเป็นพี่ชายที่รัก น็อต น้องชายมากๆ ร่วมด้วย ธรรมชาติ โยธาจุล ที่มาน้อย แต่ ดูสนุก ในบท แม่หมอหมอนทอง หมอผีสาวสอง ที่ เหมือนมีแค่เฮฮา แต่ไปๆ มาๆ วิชาขลังพอตัว 

รามิล-ศศิศ ฉัตรพิรุฬห์พันธุ์ กับ ปิติ ปภิณวิช สองเด็กน้อย ที่ มารับบท นิล กับ น็อต ในวัยเด็ก เล่นดีเป็นธรรมชาติ ดูน่ารักน่าสงสาร เช่นเดียวกับ คนที่มารับบท พ่อ ดูแรงใจร้าย เป็น สามตัวละครเสริม ที่เพิ่มขยี้ในส่วนดราม่า ได้ดีทีเดียว(น้องรามิล ใน พี่นาค4 ร่วมแสดง ในบท ผีนาคติณณ์ ตอนเด็ก มาภาคนี้ ยังรับบท เด็กของ ผีพี่นาค อีก)

แม้แต่ ตุ๊กแกน้อย สร้างสีสันได้ไม่น้อย เสียดาย นิดหนึ่ง ใหนๆ ก็เป็นหนังผี เฮฮา ถ้า เปิดหน้าตอนเป็นคน มาสักนิด จะเรียกเสียงฮาได้ไม่น้อยรวมไปถึง คิดดี ที่รับบทโดย อติรุจ แสงเทียน  กับ มุขไทยประกันชีวิต ขายของกันแบบ ชัดเจนเต็มๆ เน้นๆ เหมือนทุกๆ ภาคที่ผ่านมา

พี่นาค5 ยังคงเป็น หนังผี ที่มีงานโปรดักขั่น ดีงาม ภาพสวยๆ ภาพน่ากลัวๆ ของวัดโบราณ ท่ามกลางป่าเขาธรรมชาติ งานCG เทคนิคพิเศษที่มากขึ้น ดูจริงจังขึ้น

พี่นาค5 เหมือน จะจบ แบบ สวยงาม เหมือนจะ..จะจบ แบบสมบูรณ์ พาย้อนไป..พบภาพจำ ของ 4 พี่นาค ภาพจำๆ ของแก๊งเพื่อนตัวต้นเรื่อง ที่ทำออกมาได้แต่ดีแต่..ยัง วกกลับมา ทิ้งเชื้อ..ด้วย เพื่อต่อไป ใน ภาค6กับ ใคร..เอ่ย ที่ยังไม่เป็นต้นเรื่อง รวมถึง เสียงพี่นาค ปริศนา ..คนต่อไปช่วงเอนเครดิต ยังมี ภาพหลุดๆ ให้ขำกันก่อนกลับ เคล้า ด้วย2 เพลงสนุกสนาน 

เพลงผีพี่นาค – สไปร์ทเพลงหลอกเก่งกว่าผี เสียงร้อง พี่นาคแบนด์(เอม วิทวัส/เจมส์ ภูริพรรธน์/ต้า อธิวัตน์/ปอนด์ คุณพันธ์)พี่นาต5 อาจจะไม่สนุก มากมาย นัก กับ คนที่ไม่ชอบ พี่นาคภาคก่อนๆ แต่ ถ้าใคร ..ที่เป็น FC แฟนคลับ น่าจะชอบ แน่นอน‘พี่นาค5’น่ากลัว/สนุก ในระดับ 7/10 คะแนน 

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’ 10/10 ‘ถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value)’

'โอ๊ยเล่าเรื่อง'10/10 'ถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value)'

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’10/10 ‘ถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value)’

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปกติแล้ว จะไม่ค่อย อิน เฉยๆ ไม่ค่อยสนุกไปกับ นอร์เวย์ สักเท่าไรนัก ทั้งหนังปกติ/หนังรางวัล/หนังที่เดินสายประกวด แต่ ถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value) กลับผิดคาด เป็น หนังนอร์เวย์ ที่เข้าไปดูแบบงั้นๆ กลับกลายเป็นหนังที่ชอบมากๆ “…มีที่บางที่…ที่เราเรียกว่าบ้านมีบางความรู้สึก…ที่เราเรียกว่าความผูกพัน

แต่ที่ตรงนั้น…ตอนนี้เหมือนว่าไม่เคยมีอยู่จริง…”หนังเล่าเรื่องของ “พี่น้องสองสาว” ที่ต้องกลับมาเจอหน้า“พ่อ” ของตัวเองอีกครั้งหลังจากที่พ่อทิ้งไปสมัยที่พวกเธอยังเป็นเด็ก พ่อซึ่งเป็นผู้กำกับหนังกำลังจะทำหนังที่อิงมาจากชีวิตของตนเอง เขาจึงพยายามใช้โอกาสนี้สานสัมพันธ์อันแตกสลายกับลูกสาวแม้โอกาสจะดูริบหรี่ก็ตามที…

เสน่ห์ของหนังอยู่ที่การสร้างครอบครัวนี้ พ่อเป็นผู้กำกับหนังดัง ลูกสาว เป็น นักแสดงละครเวที ซึ่ง ทำให้หนังสนุกไปกับ ความเป็น หนังซ้อนหนังในเรื่องเส้นเรื่องนี้ บอกเลยว่า ชอบสุดๆทุกบททุกตอนพ่อผู้กำกับ เขียนบทหนัง สร้างจากชีวิตจริง เขียนขึ้นมาเพื่อให้ลูกสาว แสดงโดยเฉพาะผู้กำกับหนังระดับตำนาน ที่ร้างลาการสร้างหนังกว่า 15 ปี การคืนวงการไม่ใช่เรื่องง่าย ระดับงานที่ เปลี่ยนจากโรงมาเป็น สตรีมมิ่งในเรื่องนี้จิกกัดเสียดสี Netflix แบบเต็มๆ 

หนังพูดภาษาอังกฤษ แต่เรื่องเกิดในนอร์เวย์ ตัวละครควรพูดสำเนียง นอร์เวย์หรือไม่หรือ แม้แต่ เบื้องหลัง ละครเวที นักแสดงกลัวตื่นเวที ความสัมพันธ์ลับๆ กับ ทีมงานนักข่าวที่ สัมภาษณ์ พูดตรง พูดแรงๆ แบบไม่เกรงใจ ถามเรื่องส่วนตัว มากกว่าเรื่องงานและ….อีกหลายเรื่องราว ฯลฯ ที่ชัดเจนคือ..เก่าไป..ใหม่มา คนรุ่นเก่าถูกแทนที่ด้วยคนรุ่นใหม่

หนังนำเสนอในส่วนนี้ออกมาแบบธรรมดาดูเป็นธรรมชาติ ไม่ขยี้มากมาย แต่ดูดี ผสมแทรกเข้ามาใน เส้นเรื่องดราม่า ได้แบบเนียนลงตัวกลมกลืน เป็นเรื่องเดียวกันตัวละครหลักๆ ในเรื่องมีเพียงแค่ 4 ตัวละครหลัก ที่มีสีสัน มีความแตกต่างๆ แต่ออกมาดูดี ซึ่งต้องชมนักแสดงที่ เข้าถึงบทบาท อารมณ์ตัวละคร เล่นดีทุกคน เล่นดี จนไม่แปลกใจ ที่จะได้เข้าชิง รางวัลในสาขาการแสดง ทุกๆ คน

นอร่า’พี่สาวคนโตนักแสดงละครเวทีฝีมือเยี่ยมอารมณ์แปรป่วนมีปัญหาทางจิตต้องคุยกับจิตแพทย์ทั้งๆ ที่ แม่เป็นจิตแพทย์ เธอเกลียดพ่อที่ทิ้งครอบครัวไป เป็นนักสร้างหนัง ที่สวีเดน และไม่รับ ร่วมแสดงในหนัง ที่พ่อเขียนบทเพื่อเธอ เรอนาเต เรนส์เว สวมบทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม สวยใสดูเป็นศลปินติสๆสีหน้าท่าทางน้ำเสียงแววตา สุดยอด ตรึงคนดูได้ทุกฉาก มีทั้ง ชอบ และน่ารำคาญในบทอารมณ์ และที่สุดยอดมากๆ คือ การแสดงฉากละครเวที สุดยอดจริงๆ จนอยากปรบมือให้ ทั้งบนเวที และชีวิตจริงในเรื่อง 

อักเนส น้องสาว ที่ทิ้งหันหลัง ให้กับ วงการแสดง เป็น นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ มีครอบครัวเล็กๆ สามี/ลูกชายตัวน้อยน่ารัก คอยดูเคียงข้าง พี่สาว พยายามเชื่อมรอยร้าว พ่อกับพี่สาวให้คืนดีกัน อิงกา อิบส์ดอตเตอร์ ลิลเลียส เล่นแบบนิ่งๆ ดูเรื่อยๆ สบายๆ ออร่า.. ในการเป็นตัวเชื่อมรอยร้าว มีแบบจัดเต็ม พอตอนระเบิดอารมณ์ ก็เล่นได้ดีและที่ยิ้ม..ได้คือ ตอนเป็นเด็กน้อย เคยร่วมแสดงในหนัง คลาสสิคของพ่อ เป็นครั้งแรกเรื่องเดียวที่แสดง ดังเป็นที่รู้จักของคนดู กุสตาฟ บอร์ก พ่อ ผู้กำกับที่มีปัญหาครอบครัว ลี้ภัยไปสวีเดน ทิ้ง สองลูกสาวให้อยู่กับ แม่ที่เป็นจิตแพทย์ จนแก่ชรา กลับมานอร์เวย์ อยากดึงลูกสาว มาเล่นหนัง ที่ เขียนบทเพื่อเธอโดยเฉพาะ  สเตลลัน สการ์สการ์ด มาดบุคลิก พลังล้นเหลือ กับการรับบทนี้ ดูแล้วเชื่อในการเป็นผู้กำกับดัง ในระบบเก่าๆ หรือการเป็นผู้ใหญ่ใจดี เป็นครูสอนการแสดงที่ดี หรือแม้แต่ ความเป็นพ่อที่เคยผิดพลาด อยากแก้ตัวชอบๆ การแสดง และการวางบทบาท ที่ให้ความรู้ เหงา สงสาร ไปกับ ชายชราปลดระวาง ที่อยากแก้ปมชีวิต ของตัวเอง

 ราเชล เคมป์ นักแสดงสาวชื่อดัง ที่เจอ ผู้กำกับในดวงใจ ในเทศกาลหนังเก่า จนอยากร่วมงานด้วย ให้ทุน/หาทุน ฝึกการแสดง เพื่อจะได้รับบทนางเอกนักแสดง ใน หนังที่ ผู้กำกับ อยากให้ลูกสาวแสดง แต่เธอปฏิเสธ  แอลล์ แฟนนิง สวย งามสง่า ออร่า..ในความเป็นนางเอกสาวสวย ชื่อดังในยุคสมัยนี้ มาแบบจัดเต็ม จนอดหลงรักเธอไม่ได้ และยิ่ง รักตัวละครตัวนี้ มากๆ เมื่อต้องระบายอารมณ์ความรู้สึก กับผู้กำกับวนดวงใจ ต้องชม  ยัวคิม เทรียร์ ผู้กำกับที่ ทำงานชิ้นนี้ ออกมาเป็น หนังดราม่าครอบครัว หนังซ้อนหนัง ที่ออกมาดีเยี่ยม ดูดีไปหมด ทั้งบทหนัง การเล่าเรื่อง การแสดงของนักแสดง งานด้านโปรดักชั่น ภาพ การตัดต่อ เสื้อผ้าหน้าผม เพลง/ดนตรีประกอบ และต้องปรบมือ ยกนิ้วให้ กับทุกส่วน หนังบนจอ กองถ่ายหนัง หรือแม้แต่ละครเวทีบนเวทีในเรื่องถ้าตอนนั้นยังมีเรา(Sentimental Value)กวาดรางวัลมากมาย และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ (Oscars 2026) ครั้งที่ 98 ถึง 9 สาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ,ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (นอร์เวย์), ,ผู้กำกับยอดเยี่ยม (ยัวคิม เทรียร์) ,นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม(เรอนาเต เรนส์เว),นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม(สเตลลัน สการ์สการ์ด),นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (แอลล์ แฟนนิง) ,นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม(อิงกา อิบส์ดอตเตอร์ ลิลเลียส),บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (เอสกิล โวต, ยัวคิม เทรียร์) 

ลำดับภาพยอดเยี่ยม(โอลิวิเยร์ บัก คูเต)มาลุ้นๆ กันว่า จะกวาดมาได้กี่รางวัลถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value) คือ หนังที่ดูแล้ว มีความสุข ครบรส มีทั้งรอยยิ้ม น้ำตาซึมๆ ตื่นตัน ทำให้ จนเป็น หนัง ที่…ชอบ/รัก/สนุก ไปกับ ตัวหนังทั้งเรื่อง10/10 คะแนน

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘เดอะ สเตรนเจอร์ส’ กระชากหน้าอำมหิต(The Strangers Chapter3)

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘เดอะ สเตรนเจอร์ส’ กระชากหน้าอำมหิต(The Strangers Chapter3)

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘เดอะ สเตรนเจอร์ส’ กระชากหน้าอำมหิต(The Strangers Chapter3)

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เพราะความตาย… มาเคาะประตูแบบไม่เลือกหน้า! ย้อนรอยความอำมหิต ภาค 1-2เมื่อทริปหวานกลายเป็นเกมไล่ล่าของ “กลุ่มคนแปลกหน้า” และ “มายา” หญิงสาวผู้โชคร้าย ต้องกลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว เดอะ สเตรนเจอร์ส กระชากหน้าอำมหิต(The Strangers Chapter3)“เมื่อการไล่ล่ากลายเป็นความผูกพันที่บิดเบี้ยว…ระหว่างเราไม่ใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไป”หลังจาก “มายา” สูญเสียคู่หมั้นด้วยเงื้อมือหน้ากากฆาตกรไปต่อหน้าต่อตา เธอเหมือนถูกพรากความเป็นมนุษย์ไปจนหมดสิ้น เธอฆ่าหนึ่งในพวกมันได้สำเร็จ แต่ฝันร้ายกลับยังไม่จบ พวกมันยังพุ่งเป้าเอาชีวิตเธออย่างไม่ลดละ มายาต้องหนีตายเพียงลำพังในเมืองที่เต็มไปด้วยเหล่าคนแปลกหน้าและปริศนาต่างๆโอกาสสุดท้ายที่จะรอดคือเธอต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน

เรนนี่ ฮาเรน ยังคงเส้นคงวาในการทำหนังภาคต่อคุมโทนหนังไม่ให้ หลุดหรือฉีกไปจาก ภาคก่อนหน้า เหมือน ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ แนวที่เคยทำมา  ไม่ว่าจะเป็น หนังแอ็คชั่น ที่ บู๊ระห่ำ หรือ หนังโหดๆ สยดสยองเลือดสาด  เรื่องนี้ เรนนี่ ฮาเรน ยังคงสร้างความโหด ความบันเทิง ในรูปแบบเดิมๆไม่เน้นCGไม่ใช่เทคนิคพิเศษ แต่เน้น ขาย ความรุนแรง การฆ่ากันแบบเห็นจะๆ ตรงๆ ผ่านงานด้านภาพ การแสดงที่สมจริงสมจัง โดยใช้ งานด้านภาพ แสง สี เสียง รอบๆ มาซับพอร์ต ความโหด ความรุนแรงของตัวหนัง ทั่งในป่าและในเมือง เลือดเป็นเลือด อาวุธครบ-ทั้งปืนผาหน้าไม้มีดพร้า ใบเลื่อยรถพุ่งชน หรือแม่ สว่านที่เจาะหน้า ด้วย สว่านสั่นอยู่บนหน้าผาก สมจริงชวน สยองมากๆ  

 ตัวหนังตามติด ‘มายา’ที่ ‘รอดตาย’ในช่วงหลบหนีเอาตัวรอด จากฆาตกร ที่ยังคงตามล่า ไปพร้อมๆกับเฉลยปมที่มาที่ไปที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากรวมทั้งพี่สาว/พี่เขยที่เดินทางมาตามหาน้องสาว นายอำเภอที่รู้ทุกเรื่อง และเหยื่อตัวหนัง ยังคงเปิดเรื่อง เหมือนสองภาคแรก ด้วย การอิงถึง เรื่องราวของ ฆาตกรต่อเนื่อง ที่เกิดขึ้น จริงในอเมริกาแต่ น่าเสียดาย ที่กลุ่มคนลัทธิฆาตกร ที่มีรอยสักสัญลักษณ์รอยยิ้ม ที่แม้จะยังคงพูดถึง แต่กลับ ไม่เด่นเท่ากับภาคก่อนเพื่อไม่ให้เสียเวลา ในภาคสามนี้ เดินเรื่องต่อจาก สองภาคแรก โดยไม่มีการย้อนเล่าเรื่อง ไม่ย้ำคิดย้ำคำ เดินหน้าในทันทีถ้าใครที่ไม่เคยดูภาคก่อนมาก่อนอาจจะงง!ไม่รู้จักตัวละครไม่อินกับเหยื่อหรือฆาตกร ไม่เข้าใจถึงคาแรคเตอร์ก่อนฆ่าเหยื่อ 

แต่ถ้า..ไม่คิดอะไรมากดูเอาบันเทิงดูตามกระแสไม่เอาเรื่องราวชอบฉากโหดๆถึงเลือดถึงเนื้อก็พอจะดูสนุกได้ ส่วนใคร..ที่ดูหนังโหดๆต้องรู้ที่มาที่ไปถ้าไม่เคยผ่ายตามาก่อนแนะนำ..หาสองภาคก่อนมาดูแมเดอเลนเพตซ์มารับบทเดิม‘มายา’สาวน้อยเพียงคนเดียวที่รอดตายจาก ฆาตกรต่อเนื่องที่ยังคงแบกหนังไว้คนเดียวทั้งเรื่องบทเด่นมากๆดูแล้วเหนื่อยแทน

โดนหนักโดนทั้งขึ้นทั้งร่อง ซึ่งก็ทำได้ดีชอบสีหน้าแววตาที่สื่อ บ่งบอกถึงความรู้สึกได้ดี ดึงให้เข้าถึงจนอยากตามติด ลุ้น/สงสาร/เอาใจช่วย และ แม้จะโดนแบบอ่วมๆใบหน้า เต็มไปด้วย รอยเลือด/รอยแผล ก็ยังไม่สามารถ กลบ/ลบ ความสวย/เสน่ห์ ให้ตัวเธอได้ ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ อาทิ แกเบรียล บาสโซ, เอมา ฮอร์วาธ, ริชาร์ด เบรค, จานิส เอเฮิร์น, เอลลา บรอคโคเลรี ฯลฯชัดเจนในการเป็นตัวสมทบบทสมทบมาแบบผ่านมาผ่านไปมาร่วมเฟรมเพื่อให้หนังสมบูรณ์มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวพี่สาว/พี่เขย/บอดี้การ์ดผู้ช่วยนายอำเภอ ที่เด่นหน่อยมีนายอำเภอเบรค ที่มา พร้อมสีหน้ารอยยิ้ม ที่น่าสงสัย ดูร้ายสุดๆ กับ ลูกชายลูกสาวสองพี่น้องที่พร้อมกับรอยยิ้มสดใสแต่ข้างใน…ใครที่ชอบ..รอบทสรุป..อยากรู้บทเฉลย ที่มาที่ไปทั้งหมด ที่ตามดูกันมา ตั้งแต่ สองภาคแรก ใน ภาค3 นี้ มีคำตอบ ทุกสิ่งทุกอย่าง เคลียร์ กระจ่าง เรื่องจบ..บริบูรณ์ แต่ก็ยัง ทิ้งท้าย..มาตามสูตร ที่ พอจะ ต่อ ยอดไป ภาคต่อไป ..ได้อีกหนังบทท้าย ด้วย ภาพวาด..ภาพเขียน..ภาพการ์ตูน ที่ชวนให้ นึกถึง ภาพที่คุ้นเคย ใน เรื่อง/นิยายภาพ จาก คอมมิค หนังสือ แนวนี้ อดนึกย้อนไป สมัยเด็กๆ ใน หัวหนังสือประเภท ช้อคซีนีนีม่า ไม่ได้ส่วนนี้..ชอบมาก ดูเพลินๆ ดีงาม ไม่แพ้หนัง ทั่งเรื่อง เดอะ สเตรนเจอร์ส กระชากหน้าอำมหิต(The Strangers Chapter3) สนุกแบบโหดๆ เลือดสาดทะลุจอ ในระดับ 7/10 ถุงเลือด