อยากปกป้องสุขภาพ(หัว)ใจ ต้องไม่ลืมใส่ใจดูแลสุขภาพจิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611763

อยากปกป้องสุขภาพ(หัว)ใจ ต้องไม่ลืมใส่ใจดูแลสุขภาพจิต

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.11 น.

การใส่ใจดูแลสุขภาพจิตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงของสุขภาพกาย รวมถึง “หัวใจ” อวัยวะที่ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตเพื่อไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โครงการ Hug Your Heart โดย แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เชิญ  นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่[1][1] มาให้ความรู้และคำแนะนำด้านการป้องกันและรักษาปัญหาสุขภาพด้านหัวใจ ที่สามารถทำได้ด้วยการรู้จักดูแลสุขภาพจิตทั้งของผู้ป่วยและผู้ดูแลอย่างเข้าใจและสม่ำเสมอ 
 
ปัญหาด้านสุขภาพจิตในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ น่ากังวลกว่าที่คิด 
 
ปัญหาด้านสุขภาพจิตในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ประเภทแรกคือ โรคเครียดหรือโรควิตกกังวล (Anxiety) ซึ่งเป็น Positive symptoms คือการมีความกังวลหรือความกลัวต่อโรคที่เป็นว่าจะมีอาการหนักเพียงใด จะเสียชีวิตเมื่อใด หรือจะรักษาได้จริงหรือไม่ เนื่องด้วยโรคหัวใจมักมีอาการที่ซับซ้อน ทำให้ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อย ผู้ป่วยจึงมักเกิดความรู้สึกไม่มั่นคง เพราะชีวิตขาดความแน่นอนและมองไม่เห็นอนาคต ก่อตัวเป็นความเครียดจนเกิดอาการ อาทิ นอนไม่หลับ ปวดหัวเรื้อรัง หรือใจสั่น โดยบางอาการก็แยกจากโรคหัวใจได้ยาก เช่น หายใจไม่อิ่ม ใจไม่ดี ตกใจง่าย หรือไม่กล้าออกจากบ้านคนเดียว ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มี Negative symptoms หรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ป่วยรู้สึกหมดหวัง ท้อแท้ และมองว่าตนเองไม่มีค่า  
 
“มากถึง 1 ใน 3 ของคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลว (Heart failure) มีภาวะซึมเศร้า และกว่า 50% มีภาวะซึมเศร้าชนิดรุนแรง (Major depressive disorder) ซึ่งมีอาการถึงขั้นคิดอยากฆ่าตัวตายหรือไม่ให้ความร่วมมือต่อการรักษาใดๆ ทั้งนี้สถานะทางสุขภาพจิตของผู้ป่วยมีความสำคัญมากต่อผลลัพธ์ของการรักษา หากแต่คนไข้จำนวนไม่น้อยไม่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะซึมเศร้า เพราะหมอส่วนใหญ่จะวินิจฉัยทางกายเป็นหลัก ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาที่ทำให้ไม่สามารถพิจารณาได้ในทุกมิติ รวมถึงคนไข้เองก็อาจจะไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน” นายแพทย์รังสฤษฎ์ กล่าว 
 
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว หรือคือผู้ดูแล ก็ต้องระวังปัญหาด้านสุขภาพจิต 
 
ระบบประสาทของมนุษย์มี 2 ระบบ คือ ระบบ Sympathetic ซึ่งทำหน้าที่เป็น “คันเร่ง” คอยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ และระบบ Para-sympathetic ระบบที่ทำหน้าที่เป็น “เบรก” คอยชะลอไม่ให้หัวใจทำงานหนักเกินไป โดยในยามที่เกิดความเครียดหรืออาการซึมเศร้า ระบบคันเร่งจะได้รับการกระตุ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดหดเกร็ง และความดันสูงขึ้น เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าออกโรงพยาบาลนับครั้งไม่ถ้วน ค่าใช้จ่ายที่อาจกระทบฐานะ และอาการของโรคที่หนักและเรื้อรัง  ทั้งผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวและคนในครอบครัวที่ต้องคอยดูแลก็ล้วนสามารถก้าวสู่ภาวะเครียดหรือซึมเศร้าได้ 
 
“โรคหัวใจทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ขณะเดียวกันความเครียดก็ส่งผลให้ความดันขึ้นและหัวใจเต้นเร็วตามการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีเรื่องฮอร์โมนที่หลั่งออกมาส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดและหัวใจโดยตรงอีก ทำให้หัวใจโตมากขึ้นและบีบตัวแย่ลง กลไกเหล่านี้เร่งให้เกิดความเสื่อมทางสมรรถภาพการทำงานของหัวใจ ก็ทำให้คนไข้ยิ่งต้องมาโรงพยาบาลซ้ำ และนำไปสู่อัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้น สิ่งที่เกิดนี้คือวงจรอุบาท จากหัวใจที่มีสภาพแย่อยู่แล้ว เมื่อมีปัญหาจิตใจที่ไม่ได้รับการแก้ไข ก็ทำให้หัวใจมีสภาพแย่ลงไปอีก” นายแพทย์รังสฤษฎ์ กล่าว 
การมีผู้ป่วยในบ้านส่งผลกระทบต่อทั้งครอบครัว สิ่งสำคัญคือต้องมีเสาหลักของบ้าน ที่คอยเฝ้าระวังโดยใช้สติ คอยดูแลให้คนในบ้านมีระบบสนับสนุนกันและกันอยู่เสมอ ไม่มีการดุหรือต่อว่ากันในเชิงลบ หรือการใช้คำพูดที่ขาดจิตวิทยา ซึ่งมีผลซ้ำเติมให้คนไข้รู้สึกแย่หรือไม่มีค่า  
 
“สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า เราต้องทำให้เขามีเหตุผลในการใช้ชีวิต เห็นว่าเขามีคุณค่าที่จะอยู่ต่อเพื่ออะไรบางอย่าง ต้องทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นที่รัก หากเป็นคนไข้ที่มีภาวะซึมเศร้ารุนแรงจนถึงขั้นไม่กิน ไม่นอน หรือไม่ดูแลตนเอง กลุ่มนี้อาจมีปัญหาด้านสารเคมีในสมอง และอาจจะต้องใช้ยาเข้าไปช่วย โดยผู้ดูแลคนไข้ต้องคอยดูแล อย่าเป็นต้นเหตุ หรือบังคับขู่เข็ญเกินไป แม้เราจะทำเพราะความรักหรือความห่วงใย เราก็ต้องระวัง เพราะผลกระทบอาจรุนแรงมากกว่าที่คิด นอกจากนี้ ครอบครัวผู้ป่วยก็ต้องระวังอย่าพากันดำดึ่งลงเหวอารมณ์กันไปหมด” นายแพทย์รังสฤษฎ์ กล่าว 
 
 เคล็ด (ไม่) ลับการเอาชนะปัญหาสุขภาพจิตในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว 
 

• มีความเข้าใจต่อการรักษาโรคที่ถูกต้อง: โรคหัวใจล้มเหลวเป็นโรคที่รักษาได้ แม้ไม่หายขาด แต่การปฏิบัติตามแผนการรักษาจะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ดีและยืนยาวได้ 

• มีทีมที่พร้อมใจพุ่งชนเป้าหมายเดียวกัน: ผู้ป่วย ครอบครัวหรือผู้ดูแล แพทย์ และพยาบาล ที่มุ่งมั่นและเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของกระบวนการรักษาต่างๆ  

• ดูแลอย่างเข้าถึงและเข้าใจ: การดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเป็นการดูแลแบบบูรณาการหรือกระบวนการต่อเนื่องระยะยาว โดยมีแพทย์ให้การวินิจฉัยและมีพยาบาลให้คำแนะนำด้านการดูแลผู้ป่วย โดยสิ่งสำคัญคือการสื่อสารระหว่างผู้ป่วย ผู้ดูแล และทีมดูแลในโรงพยาบาล ทั้งการตรวจตามนัดและผ่านช่องทางต่างๆ เช่น LINE หรือโทรศัพท์ ที่ล้วนทำให้คนไข้และครอบครัวอุ่นใจอยู่เสมอ 

• รักษาด้วยยาและแผนการรักษาอย่างครบถ้วนและต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์: ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวต้องได้รับการส่งเสริมจากครอบครัวให้มั่นใจที่จะกินยาและปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างถูกต้องคือครบถ้วนและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ห้ามหยุดหรืองดกินยาเองโดยไม่มีคำแนะนำของแพทย์ โดยผู้ป่วยที่กินยาและปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ มีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตต่ำกว่าผู้ป่วยที่ไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ ถึง 10 เท่า 

• บำรุงสุขภาพจิตแก่กันและกันอยู่เสมอ: การเว้นระยะห่างจากกันในช่วงโควิด-19 อาจทำให้เกิดภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม นำไปสู่ความเสี่ยงทางสุขภาพจิตของผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวได้ ควรส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น การใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อให้คนไข้ได้มีสังคม รู้สึกมีความหมาย และปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง 

สายปาร์ตี้มีเฮ! กับตัวช่วยสุดต๊าช ที่ผนึก 3 กำลัง บำรุง ปกป้อง ฟื้นฟูตับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611670

สายปาร์ตี้มีเฮ! กับตัวช่วยสุดต๊าช ที่ผนึก 3 กำลัง บำรุง ปกป้อง ฟื้นฟูตับ

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.48 น.

ปรบมือให้กับทุกคนที่ตั้งใจงดแอลกอฮอล์ 3 เดือนแห่งความพยายามในช่วงเข้าพรรษา ให้ “ตับ” อวัยวะสำคัญ ที่ช่วยย่อยสลาย กำจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายในรูปแบบของน้ำดี เปรียบเสมือนโรงงานใหญ่ในร่างกายได้พักจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  แต่ถึงจะออกพรรษาแล้วอย่าเพิ่งรีบคอนเฟิร์มคิวก๊วนเพื่อนๆ ไปเฮฮาปาร์ตี้ในยุค New Normal เบาได้เบาเพื่อสุขภาพตับที่ดี

ใช่ว่าจะมีแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้นที่ทำลายตับ การแฮปปี้กับอาหารไขมันสูงหรือน้ำตาลสูงก็เป็นตัวร้ายทำลายตับด้วยเช่นกัน รวมถึงการกินยา การกินสมุนไพรเป็นประจำ หรือได้รับสารพิษจากเชื้อราอะฟลาทอกซิน ที่มีในถั่วหรือพริกแห้ง มีผลกับตับด้วยเหมือนกัน รู้อย่างนี้แล้วคิดก่อนกิน ไม่ต้องไว้วานให้ตับทำงานหนักจะดีกว่า

รู้หรือไม่ว่ายิ่งค่าตับสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้น ค่าตับที่สูงเกินมาตรฐาน สาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตการดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันมาเป็นเวลานาน กินอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง และพักผ่อนไม่เพียงพอ ถ้าหากไม่ปรับพฤติกรรมไม่รัก ไม่แคร์ตับก็จะตามมาด้วยโรคเกี่ยวกับตับที่มีมากมาย ทั้งไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ จะน่ากลัวชวนขนลุกแล้ว การที่มีไขมันพอกตับมากยังส่งอันตรายไปสู่โรคตับได้ทั้ง ตับอักเสบ พังผืดเกาะตับ ตับแข็งและนำไปสู่โรคมะเร็งตับ โดยพบมากเป็นอันดับ 1 ของโรคมะเร็งที่เกิดในผู้ชาย และมากเป็นอันดับ 4 ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด ขณะที่ผู้ชายเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับมากกว่าผู้หญิง 2-3 เท่า คุณผู้ชายสายปาร์ตี้ที่ไม่อยากเจ็บป่วย ทรมาน ต้องปรับตัวเพื่อสุขภาพที่ดีโดยด่วน

แล้วจะทำอย่างไรกับการปรับตัวเพื่อสุขภาพที่ดี เคล็ด (ไม่) ลับถนอมตับ ถือว่าขอเลยอย่างอาหารทอดเลี่ยงได้ควรเลี่ยง สายปลาดิบต้องทำใจควรห่างกันดีกว่า รวมไปถึงอาหารที่ไม่ปรุงสุกก็ต้องพักก่อน  ถ้างดหรือลดดื่มสุราได้ก็จะเยี่ยมไปเลย เพราะนี่แหละเป็นสาเหตุของตับแข็ง เป้าหมายใหม่คือการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ใช่แค่ส่งผลดีกับตับอย่างเดียว แต่ดีไปหมดทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลดอาหารที่ไขมันสูงและน้ำตาลสูง เชื่อสิว่าอร่อยได้แบบฉบับคนเฮลตี้ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารแต่ละมื้อในแต่ละวันที่ทานได้รับสารอาหารครบถ้วน จะต้องมานั่งคำนวณจนกลายเป็นกังวลใจแบบนี้ก็ไม่ไหว ควรมีตัวช่วยให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

งานนี้ใครกำลังมองหาตัวช่วยสุดต๊าชเรื่องตับต้องรู้จักกับ “โปร ลิโว” (ProLivo)เป็น สูตรที่อินเตอร์ฟาร์มา วิจัย พัฒนาและผลิตที่ญี่ปุ่นเป็นการรวม 3 in 1Triple Action ดูแลตับครบวงจรด้วยการบำรุง ปกป้อง ฟื้นฟู ด้วยสุดยอดสารอาหารบำรุงตับขายดีอันดับหนึ่งจากญี่ปุ่นอันนี้คือตัวที่คนญี่ปุ่นและ นักท่องเที่ยว จะทานเวลาดื่มเหล้า เป็น anti-hangover โดยLiver Hydrolysate และ ขมิ้นชันสายพันธุ์ญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองตัวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีมากๆ ในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีวิตามินและแร่ธาตุมากถึง 20 ชนิด ช่วยลดอาการเมาค้างสำหรับคนดื่มเหล้าป้องกันเซลล์ตับถูกทำลายจากแอลกอฮอล์ ยา รักษาตับจากสาเหตุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มแอลกอฮอล์ หรือไขมัน แทรกตับ

“โปร ลิโว” (ProLivo) สารอาหารและสารสกัดจากธรรมชาติ คัดสรรทุกอย่างเพื่อตับโดยเฉพาะทั้งการบำรุงที่มีกรดอะมิโน 14 ชนิดและวิตามินบี 2 เพิ่มการปกป้องด้วยเคอร์คูมิน สารสำคัญที่พบในขมิ้นชันสายพันธุ์ญี่ปุ่น ซึ่งช่วยเป็นเกราะปกป้องให้ตับไม่ถูกทำลายและมีวิตามินอี อีกทั้งฟื้นฟูการทำงานของตับด้วยอิโน ซิทอลและโคลีน ลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันในตับและลดคอเลสเตอรอล รวมถึงยังมีแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่าง ซิลิเนียม เอนริชส์ ยีสต์ ที่ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูการทำงานของตับ ช่วยต่อต้านสารอนุมูนอิสระและกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน

สำหรับผู้ดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำ ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับและตับอักเสบ มาดูแลตับให้แข็งแรงและไม่ต้องกลุ้มอีกต่อไปด้วย “โปร ลิโว” (ProLivo) สูตร Triple Action ครบทั้งช่วยบำรุงและฟื้นฟูการทำงานของตับ ปกป้องตับไม่ให้ถูกทำลายจากแอลกอฮอล์และยา ช่วยลดอาการเมาค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ “โปร ลิโว” (ProLivo) เป็นโภชนเภสัชเพื่อการดูแลตับ วิจัยและพัฒนาในประเทศญี่ปุ่น หลังจากนี้คุณจะได้ให้ชีวิตง่ายขึ้นและเบาใจไม่ต้องกังวลเรื่องตับอีกต่อไป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม :https://bit.ly/3vLmcST

โลตัส ผุดแคมเปญ‘คู่บุญ’ เชิญชวนบริจาคช้อนส้อมพลาสติกที่ยังไม่ได้ใช้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611467

โลตัส ผุดแคมเปญ‘คู่บุญ’ เชิญชวนบริจาคช้อนส้อมพลาสติกที่ยังไม่ได้ใช้

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โลตัส ผุดแคมเปญ “คู่บุญ” เชิญชวนลูกค้าบริจาคช้อนส้อมพลาสติกที่ยังไม่ได้ใช้และยังอยู่ในบรรจุภัณฑ์ โดยโลตัสจะสมทบช้อนส้อมมุกหนึ่งคู่ ด้วยข้าวกล่องหนึ่งอิ่ม มอบให้กับกลุ่มเราต้องรอดและมูลนิธิดวงประทีป เพื่อนำไปมอบให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งผู้ที่ขาดรายได้ ศูนย์พักคอย และกลุ่มเปราะบาง โดยโลตัส ตั้งจุดรับบริจาคช้อนส้อมใน 46ไฮเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ พร้อมเปิดจุดรับบริจาคส่วนกลางเพื่อให้ลูกค้าและประชาชนสามารถส่งช้อนส้อมผ่านไปรษณีย์  

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบุคคลและความยั่งยืน โลตัส กล่าวว่า“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เกิดการสั่งอาหารออนไลน์มากยิ่งขึ้นซึ่งอาหารเหล่านี้มักจะมาพร้อมกับชุดช้อนส้อมพลาสติก แต่ผู้บริโภคส่วนมากไม่ได้ใช้ช้อนส้อมพลาสติกเหล่านี้ เนื่องจากรับประทานอาหารที่บ้านและใช้ช้อนส้อมที่มีอยู่ จึงทำให้หลายครัวเรือนสะสมช้อนส้อมพลาสติกที่ยังไม่ถูกใช้และยังอยู่ในบรรจุภัณฑ์อยู่เป็นจำนวนมาก โลตัสเล็งเห็นโอกาสในการสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถนำช้อนส้อมพลาสติกเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ แทนการทิ้งให้เป็นขยะและสิ้นเปลืองทรัพยากร จึงเป็นที่มาของโครงการ “คู่บุญ” ที่เราเชิญชวนให้ลูกค้าและประชาชนนำชุดช้อนส้อมพลาสติกที่ยังไม่ได้ถูกเปิดใช้ มาบริจาค โดยโลตัสจะสมทบช้อนส้อมหนึ่งคู่ ด้วยข้าวกล่องหนึ่งอิ่มส่งมอบให้กับกลุ่มเราต้องรอดและมูลนิธิดวงประทีป ไปแจกจ่ายให้กับศูนย์พักคอย ชุมชน และประชาชนกลุ่มเปราะบางต่อไป ถือว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อม และได้ช่วยเหลือชุมชนและผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ไปพร้อมๆ กัน”

ลูกค้าที่สนใจร่วมโครงการ สามารถนำช้อนส้อมพลาสติกที่ยังไม่ถูกใช้และยังอยู่ในบรรจุภัณฑ์มิดชิดบริจาคได้ที่โลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ร่วมรายการทั้ง 46 สาขา หรือสามารถส่งไปรษณีย์มาที่โลตัสสาขาพระราม 4 เลขที่ 3300ถ.พระราม 4 แขวงคลองตันเขตคลองเตย กทม. 10110ได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564

‘ศาลาเขาใหญ่ยกระดับประสบการณ์การพักผ่อน’ ขยาย3โซนใหม่ ใกล้ชิดธรรมชาติ แบบวิว360องศา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611466

‘ศาลาเขาใหญ่ยกระดับประสบการณ์การพักผ่อน’  ขยาย3โซนใหม่ ใกล้ชิดธรรมชาติ แบบวิว360องศา

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เตรียมรองรับกับการเปิดประเทศสำหรับศาลาเขาใหญ่ ศาลาบูติกแห่งแรกของกลุ่มโรงแรมในเครือศาลา ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ด้วยการเปิดตัวโซนห้องพักใหม่หลากหลายสไตล์ชูไฮไลท์ เป็นวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวโดยปรับพื้นที่ให้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบ 360 องศา โอบล้อมด้วยธรรมชาติ และวิวภูเขาเขียวชอุ่ม พร้อมยกระดับประสบการณ์ในการพักผ่อนและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้เข้าพักได้อย่างลงตัว

โดยการปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ได้ร่วมมืออีกครั้งกับ อริศรา จักรธรานนท์และ ศิริยศ ชัยอำนวย จาก Onionสตูดิโอออกแบบในกรุงเทพฯ หลังจากประสบความสำเร็จร่วมกันในการเปิดตัวโรงแรมศาลามาแล้วกว่า 4 สาขาโดยได้นำการออกแบบร่วมสมัย(Contemporary) มาใช้ตกแต่งวิลล่าต่างๆ ให้มีรูปร่างโค้งมนสีขาวทั้งภายในและภายนอก ประกอบกับวัสดุไม้และหนังธรรมชาติ ที่เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์และกลิ่นอายแบบซาฟารีช่วยให้ความรู้สึกสบายตาและผ่อนคลาย นอกจากนี้ ยังนำการออกแบบที่เรียกว่าอาร์ตเดคโค (Art Deco) หรือการตกแต่งแบบเรียบง่ายทันสมัย ที่ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำสำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในวิลล่า ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียง Marshall ระดับไฮเอนด์ที่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน สมาร์ททีวีและเครื่องชงกาแฟ รวมถึงโซนห้องน้ำที่มาพร้อมอ่างอาบน้ำและฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์

โวลเคิร์ท เกียร์เซน ผู้จัดการทั่วไปคลัสเตอร์ประจำศาลาบูติกและผู้บริหารงานรีสอร์ทศาลาเขาใหญ่ กล่าวว่า “ศาลาเขาใหญ่พร้อมที่จะมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าพักทุกท่าน ด้วยการปรับปรุงและขยายพื้นที่ในประเภทห้องต่างๆ ให้มีความสมบูรณ์หรูหราและตอบโจทย์ผู้มาเยือนที่สุด ทั้งสระว่ายน้ำแบบไร้ขอบอ่างน้ำร้อนออนเซ็นกลางแจ้งของวิลล่าแต่ละหลัง และสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่อื่นๆ ที่จะทำให้ผู้เข้าพักได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง เราตั้งใจสร้างสรรค์พื้นที่ทุกตารางเมตรให้ผู้พักอาศัยได้ใช้เวลาส่วนตัวและสัมผัสกับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยภูเขา ป่า และที่พักสุดโรแมนติกแห่งนี้อย่างเต็มที่พร้อมมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัย SALA Safe เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถไว้วางใจและได้รับประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับไปกับเรา”

สำหรับการปรับโฉมของศาลาเขาใหญ่ในครั้งนี้ได้พร้อมให้บริการใน 3 โซนใหม่ ได้แก่ ศาลาพูลวิลล่าออนเซ็น ขนาด 185 ตร.ม. จำนวน 2 หลัง ภายในห้องมีพื้นที่กว้างขวาง ทั้งโซนห้องนอนที่เป็นหน้าต่างใสมองเห็นวิวหุบเขาที่ลดหลั่นเป็นชั้นของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รอบด้าน ห้องวัน เบดรูม พูลวิลล่าออนเซ็น สวีท ขนาด 214 ตร.ม. จำนวน 2 หลังประกอบไปด้วย ห้องนอนห้องนั่งเล่น และห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสปาให้ผู้พักอาศัยรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้สปาในพื้นที่ส่วนตัวโดยพูลวิลล่าทั้ง 2 ประเภทนี้ มีจุดชมวิวบนชั้นดาดฟ้าที่ให้วิวธรรมชาติสุดตระการตาแบบ 360 องศา ให้คุณได้ใช้เวลาใกล้ชิดกับผู้ร่วมทริป หรือสังสรรค์บาร์บีคิว รวมไปถึงสระว่ายน้ำส่วนตัวกลางแจ้งของพูลวิลล่าที่มาพร้อมศาลาโอบล้อมหรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาแช่อ่างน้ำร้อนออนเซ็นกลางแจ้งในสไตล์ญี่ปุ่นที่มาพร้อมเตียงนอนเล่นรับลมชิลๆ ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ และ ศาลาซิกเนเจอร์ เป็นพูลวิลล่า 3 ห้องนอนขนาด 1,192 ตร.ม. ตั้งตระหง่านอยู่ทางตอนเหนือสุดของศาลาเขาใหญ่ตัวห้องหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าได้ ถือเป็นสถานที่พักผ่อนบนยอดเขาที่ดีที่สุดภายนอกวิลล่ามีพื้นที่ทำบาร์บีคิวส่วนตัวลานกลางแจ้งกว้างขวาง ถึงสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าแบบไร้ขอบให้แขกผู้มาพักได้ดื่มด่ำกับวิว 360 องศา ตลอดแนวเทือกเขาของเขาใหญ่โดยวิลล่านี้สามารถรองรับแขกได้ถึง 6 ท่าน เหมาะสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่จะมาพักผ่อนและใช้เวลาร่วมกันอย่างเพลิดเพลินในบรรยากาศที่รายล้อมด้วยธรรมชาติอันแสนอบอุ่น

สัมผัสมนต์สะกดแห่งประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ “Opening Special” รับเครดิตรีสอร์ทสำหรับอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่ 1,000 บาทถึง 5,000 บาท++ต่อวัน สำหรับการสำรองและเข้าพักในพื้นที่โซนใหม่ตั้งแต่วันนี้-23 ตุลาคม พ.ศ.2564 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง LINE : @salakhaoyai หรือโทร.089-8460500

Life & Health : วิตามินและแร่ธาตุ สำคัญอย่างไร? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611472

Life & Health : วิตามินและแร่ธาตุ สำคัญอย่างไร?

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คนส่วนใหญ่จะเคยเรียนเรื่องสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งแต่ละสารอาหารมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป วันนี้จะมาแนะนำเรื่องความสำคัญของวิตามินและแร่ธาตุ ข้อมูลจาก ภญ.เสาวลักษณ์ ตุรงคราวี ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า เมื่อพูดถึงวิตามิน สิ่งแรกที่เรานึกถึงส่วนใหญ่คือ เม็ดยา ทั้งในรูปแบบเม็ด แคปซูลหรือ ผงละลายน้ำ จึงทำให้บางคนเกิดความสับสนระหว่างยาที่ใช้รักษาโรคกับวิตามิน ในความเป็นจริงแล้ววิตามินไม่ใช่ยารักษาโรค อธิบายง่ายๆว่า วิตามินคือ สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อชีวิตมีความสำคัญต่อการทำหน้าที่ตามปกติของร่างกายเราและร่างกายไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์วิตามินขึ้นเองได้ วิตามินจึงได้มาจากการรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น

วิตามินไม่สามารถทดแทนโปรตีนหรือสารอาหารอื่น เช่น เกลือแร่ ไขมัน คาร์โบไฮเดรต น้ำหรือแม้แต่ทดแทนกันเองได้ คุณไม่สามารถรับประทานแต่วิตามิน แล้วเลิกรับประทานอาหารอื่นๆ เพื่อหวังให้มีสุขภาพที่ดีได้เพราะวิตามินและแร่ธาตุเป็นสารอาหารรอง (Micronutrients) ไม่ได้เป็นตัวที่ให้พลังงานกับเราโดยตรง เหมือนสารอาหารหลัก (Macronutrients) เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ปริมาณของสารอาหารหลักและสารอาหารรองที่คุณต้องการเพื่อคงไว้ซึ่งสุขภาพดีนั้นแตกต่างกัน แต่ล้วนมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดังเช่น ร่างกายจะคงอยู่ไม่ได้หากปราศจากวิตามินที่จำเป็นทุกชนิด

วิตามินส่วนใหญ่ถูกตั้งตามตัวอักษร แม้ว่าจะมีชื่อทางวิทยาศาสตร์แต่ไม่เป็นที่นิยมในการจดจำ วิตามินต่อไปนี้เป็นที่รู้จักกันในปัจจุบัน คือ วิตามิน A (เรตินอล แคโรทีน) วิตามิน B ได้แก่ B1 (ไทอะมีน) B2 (ไรโบฟลาวิน ) B3 (ไนอะซิน) B4 (อะดีนีน ) B5 (กรดแพนโทเทนิก) B6 (ไพริด็อกซิน) B10 B11 (สารกระตุ้นการเจริญหรือโกร๊ธแฟ็กเตอร์) B12 (ไซยาโนโคบาลามิน) B13 (กรดออโรติก) B15 (กรดแพงเกมิก)B17 (อะมิกดาลิน) BC (กรดโฟลิก) BT (คาร์นิทีน) BX หรือ PABA (กรดพารา-แอมิโนเบนโซอิก) วิตามิน C (กรดแอสคอร์บิก) วิตามิน D (แคลซิเฟอรอล ไวออสเตอรอล เออร์กอสเตอรอล) วิตามิน E (โทโคฟีรอล) วิตามิน K (เมนาไดโอน)

ว่าด้วยเรื่องของแร่ธาตุ

แม้ว่าร่างกายต้องการแร่ธาตุที่รู้จักกันประมาณ18 ชนิด ในการรักษาสภาพและควบคุมการทำงาน แต่ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภค (RDA : Recommended Dietary Allowance) ได้กำหนดไว้เพียง 7 ตัว คือ แคลเซียม ไอโอดีน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม เหล็ก และสังกะสี

ไม่ว่าวิตามินจะมีความสำคัญเพียงใด แต่วิตามินจะไม่สามารถทำงานและไม่สามารถถูกดูดซึมได้เลยหากปราศจากแร่ธาตุถึงแม้ว่าร่างกายจะสังเคราะห์วิตามินบางตัวได้เอง แต่กลับไม่สามารถผลิตแร่ธาตุได้เลยสักตัว ยกตัวอย่างแร่ธาตุที่ช่วยเสริมการทำงานให้วิตามินทำงานได้มีประสิทธิภาพ เช่น วิตามิน A ทำงานร่วมกับแร่ธาตุอย่าง แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ซีลีเนียมและสังกะสี ได้ดีที่สุด

วิตามิน B ต่างๆ ทำงานร่วมกับแร่ธาตุกลุ่มดังกล่าว รวมถึงโคบอลต์ ทองแดง เหล็ก แมงกานีส โพแทสเซียม และโซเดียมด้วย

วิตามิน C ทำงานร่วมกับแร่ธาตุแคลเซียม โคบอลต์ ทองแดง เหล็ก และโซเดียม สำหรับวิตามินดี ได้แก่ แคลเซียม ทองแดง แมกนีเซียม ซีลีเนียม และโซเดียม และสำหรับวิตามิน E ทำงานได้ดีหากได้ร่วมกับแร่ธาตุ แคลเซียม เหล็ก แมงกานีส ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ซีลีเนียม โซเดียม และสังกะสี เป็นต้น

จากการที่แร่ธาตุช่วยส่งเสริมให้วิตามินมีประสิทธิภาพมากขึ้นนี้ จะสังเกตได้ว่าในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะมีส่วนประกอบของวิตามินและแร่ธาตุร่วมด้วยเสมอ

วิตามินมีแหล่งที่มาจากอะไร?แตกต่างกันอย่างไร?

วิตามินแบ่งออกเป็นวิตามินธรรมชาติและวิตามินสังเคราะห์ ทั้ง 2 ชนิดจะให้ประสิทธิผล เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือวิตามินธรรมชาติจะให้ประโยชน์ที่หลากหลายกว่าวิตามินสังเคราะห์ ถึงแม้ว่าโครงสร้างทางเคมีของวิตามินทั้ง 2 ชนิดจะเหมือนกัน แต่วิตามินธรรมชาติมี ส่วนประกอบที่มากกว่า เช่น วิตามิน C สังเคราะห์มีเพียงกรดแอสคอร์บิกเท่านั้น แต่วิตามิน C ธรรมชาติจะ มีไบโอฟลาโวนอยด์ ซีคอมเพล็กซ์ทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้นมา จึงส่งผลให้วิตามิน C ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

นายแพทย์เธรอน จีแรนดอล์ฟ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ให้ความเห็นว่า “สารที่สังเคราะห์อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ในคนที่มีแนวโน้มว่าจะแพ้ง่าย ถึงแม้ว่าสารที่มีโครงสร้างทางเคมีแบบเดียวกันจากธรรมชาติจะไม่ทำให้เกิดการแพ้แต่อย่างใด”

แหล่งที่มาของวิตามินธรรมชาติต่างๆ ได้แก่ วิตามิน A มักมาจากน้ำมันตับปลา, วิตามิน B รวมได้มาจากยีสต์หรือตับ, วิตามิน C พบในผลไม้รสเปรี้ยว หรือที่ดีที่สุดคือสารสกัดมาจากโรสฮิป ซึ่งเป็นผลของกุหลาบชนิดหนึ่ง, วิตามิน E จากสารสกัดจากถั่วเหลือง จมูกข้าวสาลี หรือข้าวโพด

จะรับประทานวิตามินเสริมอาหารเมื่อใดและอย่างไร??

ช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับรับประทานวิตามินคือ พร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหาร เนื่องจากวิตามินเป็นสารอินทรีย์ จึงควรรับประทานพร้อมอาหารและแร่ธาตุอื่นๆ เพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด หากคุณต้องรับประทานวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ได้แก่ วิตามิน B และ Cซึ่งจะถูกขับออกทางปัสสาวะอย่างรวดเร็ว คุณสามารถรับประทานพร้อมอาหารเช้ากลางวัน และเย็นได้ จะช่วยให้ร่างกายคุณมีวิตามินในระดับสูงตลอดทั้งวัน แต่ถ้าไม่สะดวกที่จะรับประทานหลังอาหารทุกมื้อ อาจรับประทานครึ่งหนึ่งหลังอาหารเช้าและอีกครึ่งหนึ่งหลังอาหารเย็นแทนได้

หากคุณต้องรับประทานวิตามินทั้งหมดภายในมื้อเดียวควรเลือกรับประทานหลังอาหารมื้อใหญ่สุดของวัน และอย่าลืมว่าแร่ธาตุสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูดซึมของวิตามิน คุณจึงควรรับประทานวิตามินและแร่ธาตุไปพร้อมๆ กัน

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวิตามินที่คุณอาจไม่เคยรู้??

l การสูบบุหรี่หนึ่งมวนทำลายวิตามินซีถึง 25-100 มิลลิกรัม

l ประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีควันพิษหนาแน่นจะไม่ได้รับวิตามินดีอย่างที่ประเทศในชนบทได้รับ เพราะหมอกควันพิษขัดขวางการส่องผ่านของรังสียูวี

l คนสูงอายุส่วนใหญ่ไม่ได้รับวิตามินดีอย่างพอเพียงจากอาหาร และร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้มากนัก เพราะได้รับแสงแดดไม่พอเพียง

l การดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเพียงวันละ 1 แก้ว ทำให้ร่างกายต้องสูญเสียวิตามิน B1 และ B6 และกรดโฟลิก

l การรับประทานยาคุมกำเนิดอาจทำให้ร่างกายขาดวิตามิน B6 B12 โฟลิกและวิตามิน C

l วิตามิน B1 ช่วยรักษาอาการเมารถ เมาเรือ และเมาเครื่องบินได้

l ยาแอสไพรินสามารถเพิ่มอัตราการขับออกของวิตามินซีถึง 3 เท่า

l ฟลาโวนอยด์ในองุ่นแดงมีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอีมากกว่าพันเท่า ในการยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของคอเลสเตอรอลชนิด LDL

l หากคุณต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หรือมากกว่า คุณจำเป็นต้องเสริมแคลเซียมเป็นพิเศษ เพราะร่างกายสูญเสียความหนาแน่นของมวลกระดูกไปในระหว่างที่ต้องนอนนานๆ

จะเห็นได้ว่าวิตามินและแร่ธาตุเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตและมีความสำคัญต่อการทำหน้าที่ในร่างกาย ไม่เพียงแต่การรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่เพื่อให้ได้วิตามินและแร่ธาตุที่ครบถ้วนแล้ว ควรการหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการรับประทานอาหาร หรือยาบางอย่างเพื่อลดการทำลายวิตามินในร่างกายของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้สนใจข้อมูลสุขภาพและการใช้ยาของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล สามารถติดตามได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service-knowledge.php

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

CPF ร่วมผลักดัน SMEs รุ่นใหม่ พัฒนานวัตกรรมลดขยะอาหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611464

CPF ร่วมผลักดัน SMEs รุ่นใหม่ พัฒนานวัตกรรมลดขยะอาหาร

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs รุ่นใหม่ ในโครงการ Shaper in Action : Waste Hero Awards คิดค้นนวัตกรรมสร้างโมเดลธุรกิจเพื่อจัดการและสร้างคุณค่าขยะอาหาร อำนวยความสะดวกการลงมือปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรคุ้มค่าในระดับครัวเรือนและอุตสาหกรรมขนาดเล็ก สร้างอาหารมั่นคงและสมดุลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โครงการ Shaper in Action : Waste Hero Awards จัดเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ในงาน “Thailand Sustainability Expo 2021” (TSX) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยซีพีเอฟ ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน มี นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เป็นผู้มอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศ ที่คิดค้นนวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจรักษ์โลก ช่วยจัดการขยะอาหาร สร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์ และมีส่วนร่วมผลักดันสังคมสู่การลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้มีการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อจัดการและเพิ่มมูลค่าขยะอาหาร (Food Waste management and Value-added)

ปีนี้มี SMEs รุ่นใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและการบริโภคอย่างยั่งยืน สนใจส่งผลงานเข้าประกวดมากกว่า 50 ผลงาน โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ ทีม Innowaste ผลิตเครื่องกำจัดขยะมูลฝอยอินทรีย์ในครัวเรือนและร้านค้าขนาดเล็ก ตัดขยะให้เป็นชิ้นเล็ก กวนคลุกเคล้ากับจุลินทรีย์ให้เข้ากัน สู่กระบวนการย่อยสลายเป็นปุ๋ยไร้กลิ่น ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง ช่วยประหยัดพลังงาน และรองชนะเลิศอีก 3 ราย ประกอบด้วยทีม Food Loss Food Waste Thailand พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับชุมชนผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ช่วยให้ขายผลผลิต สอนชุมชนแยกขยะ จัดการบริหารขยะอินทรีย์ที่ต้นทาง ตามความต้องการของชุมชน ทีม Laika ผลิตขนมสุนัขคุณภาพพรีเมียม โดยใช้โปรตีนจากแมลงเป็นวัตถุดิบหลักและใช้ผักออร์แกนิกคุณภาพดีที่กำลังจะถูกคัดทิ้งจากโรงงานมาเป็นอาหารเลี้ยงแมลงในฟาร์ม ลดปัญหาขยะอาหารส่วนเกิน และ ทีม Oklin Thailand ผลงานเครื่องกำจัดเศษขยะอาหารเป็นปุ๋ยภายใน 24 ชั่วโมง ผ่านกระบวนการธรรมชาติโดยไม่ต้องเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ ไม่ต้องเปลี่ยนฟิวเตอร์หรือใช้ตัวกรอง

สำหรับโครงการ Shaper in Action : Waste Hero Awards จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาความยั่งยืนในประเทศไทย ตลอดจนการสร้างคุณค่าให้กับสังคมเชื่อมโยงสู่ระดับภูมิภาคได้ และยังเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับ 1 ใน 9 ความมุ่งมั่น ตามแนวทางสร้างคุณค่า ปราศจากขยะ (Waste to Value) ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืนใหม่ของ ซีพีเอฟ “CPF 2030 Sustainability in Action” ซึ่งมีเป้าหมายในการลดขยะอาหารในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นศูนย์ รวมถึงจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุอาหารให้นำกลับมาใช้ซ้ำ นำมาใช้ใหม่ หรือย่อยสลายได้ 100% ในปี 2573 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

ทั้งนี้ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นบริหารจัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพผ่านกิจกรรมหลายรูปแบบตั้งแต่ต้นทางการผลิต การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ มีเอกสารรับรองตรวจสอบกลับถึงแหล่งที่มาได้ นำเทคโนโลยีทันสมัยทั้งปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent : AI) และ Internet of Things (IoT) ช่วยการติดตาม วิเคราะห์และประเมินผลที่แม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตลดการสูญเสียและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นสูญ ในปี 2573  

เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าวซีพีเอฟ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและความร่วมมือในระดับบุคคล เช่น โครงการ “กินเกลี้ยงเลี้ยงโลก” รณรงค์ให้พนักงานและครอบครัวกินอาหารอย่างรู้คุณค่าไม่เหลือทิ้ง โครงการ “Circular Meal…มื้อนี้เปลี่ยนโลก” เพื่อนำอาหารส่วนเกินที่มีคุณค่าทางโภชนาการไปปรุงเป็นอาหารมื้อพิเศษให้กับกลุ่มเปราะบาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหารและการนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกกลับมาจัดการอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ รวมถึงจัดทำโครงการ“กล้าจากป่า พนาในเมือง” ซึ่งเป็นโครงการ 5 ปี (2564-2568) ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในครัวเรือน สถานประกอบการ พื้นที่สาธารณะและพื้นที่ป่า มีเป้าหมายการปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น ภายในปี 2568 เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและปริมาณออกซิเจนในอากาศ ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  โดยซีพีเอฟ บูรณาการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals : SDGs) โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมลดขยะอาหารและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งมีผลต่อความบริโภคและความเป็นอยู่ ของประชากรโลกในอนาคต

คุณแหน : 27 ตุลาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611498

คุณแหน

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เชิญร่วมบริจาคโลหิตเพื่อสำรองโลหิตให้โรงพยาบาลที่ต้องนัดผ่าตัดรักษาผู้ป่วยเพิ่มขึ้น พร้อมรับเสื้อยืด“BLOOD HERO”ถึง 31 ธ.ค.นี้ที่หน่วยรับบริจาคโลหิตฯ โทร.02-2639600..

ll ชื่นชม ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ที่ให้ดีป้า จับมือ ซีพีเอส เวเธอร์ ออกแอปฯ“ฟ้าฝน”ให้ข้อมูลสภาพอากาศล่วงหน้า7 วัน รายพิกัด รายแปลง เพื่อใช้ตั้งหลักรับมือภัยธรรมชาติได้ทันท่วงที แก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร คาดว่าภายใน 3 ปีมีเกษตรกรเข้าถึงข้อมูล 10 ล้านคน..

ll ชยันต์ ศิริมาศ ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานมอบรถจักรยาน หน้ากากอนามัย และเสื้อกันฝน ให้แก่โรงเรียน 5 แห่งในนครสวรรค์ จากมูลนิธิปากน้ำโพประชานุเคราะห์ ร่วมกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง..

ll อนุโมทนาบุญกับ พรเพ็ญ เดชวิไลศรีที่ได้บริจาคเงินช่วยการศึกษาของนักศึกษาผู้พิการของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคายในพระราชูปถัมภ์ฯ..

ll วิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(สวพส.)ต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัล ด้านธุรกิจเกษตร (CDA) รุ่นที่ 2 อาทิม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล,นราพัฒน์ แก้วทอง,ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์,ดร.จิราพร ศิริคำ,ศลิษา หาญพานิช,สวาท ธีระรัตนนุกูลชัย,เสกสรรค์ จันทร์ขวาง,ชวิศ ยงเห็นเจริญ,พรพนิต รัตนกุล,บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุลโดยมี ดร.อัจฉรา ภาวศุทธิ์ และ ดร.เมธีพยอมยงค์ เพื่อนร่วมรุ่นพาลงพื้นที่ไปดูโครงการตามดอยต่างๆ ในเชียงใหม่อย่างใกล้ชิดเป็นที่ประทับใจอย่างยิ่ง..

ll DAPPER ร่วมส่งพลังน้ำใจผ่านสภากาชาดไทย โดย ภมรทิพย์ ศรีไพศาล มอบชุดป้องกันการติดเชื้อ(PPE)1,000 ชุด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ พยาบาล ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19..

ll ห่วงสุขภาพเพื่อนๆ ยามนี้ ศักดาเด่นแดนโดม มอบกาแฟ Oye ที่มีสมุนไพรและเอนไซม์โปรไบโอติก ให้เพื่อนๆ เวลาพบกันเพื่อไปบำรุงที่บ้านทุกคน..

ll ด้วยไม่ได้เจอกันนาน หลังคลายล็อกดาวน์ ดร.พรพรรณ ไพบูลย์วัฒนชัย นัดเพื่อนๆ อาทิ ดร.อลิสาคงทน,อาทิชา เอนคสัมพันธ์,พิมพ์ลักษณ์กิจเลิศนภา,ศิรินทรา จงพิพัฒนสุข มาทานข้าวอัพเดตชีวิต โดยให้ทุกคนตรวจ ATK กันก่อน..

ll ชื่นชมคูโบต้าฟาร์ม ฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ที่ได้มอบผลิตผลทางการเกษตรให้มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ซึ่งดูแลผู้พิการกว่า 800 คน..

ll แม้ภารกิจมาก แต่ อราคิน รักษ์จิตตาโภค หัวหน้าฝ่ายงานขับเคลื่อนนวัตกรรม AIS ได้จัดสรรเวลามาบรรยายออนไลน์ให้กับหลักสูตร Digital CEO#4 ในฐานะเป็นรุ่นพี่..ll

น้องใหม่

ปวดท้องใครก็ไม่อยากเป็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611468

ปวดท้องใครก็ไม่อยากเป็น

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปวดท้อง อาการป่วยที่ใครก็ไม่อยากเป็นที่สำคัญหลายๆ ครั้ง ก็ยังไม่แน่ใจอีกว่าปวดเพราะอะไร ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก https://lifecenterthailand.wordpress.com ชวนมาเช็คอาการปวดว่าแต่ละลักษณะอาจเกิดจากอะไรได้บ้าง

แสบร้อนกลางอก อาการ : ความรู้สึก ทั้งแสบและร้อน มักวิ่งขึ้นมาตามช่องอก ทางแก้ :ยาลดกรดเป็นของคู่กันกับอาการนี้ ถ้าทานยาแล้ว การแสบร้อนหายไปก็สบายใจไม่ต้องกังวล แต่ถ้าอาการดังกล่าวกลับมาบ่อยๆ หรือปล่อยไว้นานๆ กรดจะทำลายหลอดอาหาร ทำให้กลืนอาหารลำบาก ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลด จนถึงขั้นอาการรุนแรง ต้องรีบปรึกษาแพทย์

แผลเปื่อยเพปติก อาการ : คลื่นไส้ กินแล้วหิวบ่อย ปวดท้องตื้อๆ ต่อเนื่อง ทางแก้ : ทานยาลดกรดเพื่อลดอาการปวด อาการป่วยแบบนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย H’pylori ควรปรึกษาแพทย์เพื่อจัดการกับเจ้าเชื้อร้ายนี้ อย่านิ่งนอนใจ เพราะถ้าปล่อยไว้นานไป อาการอาจลุกลามไปถึงขั้นตกเลือด หรือลำไส้ทะลุก็เป็นได้

กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กอักเสบ อาการ : ปวดเกร็งท้อง ท้องเสีย มีไข้ คลื่นไส้และปวดท้องเป็นระยะ ทางแก้ :ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะการถ่ายบ่อยจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ รอดูอาการสักนิด ถ้าคุณมีภาวะขาดน้ำ ไข้ขึ้นสูงเกิน 2 วัน ต้องรีบปรึกษาแพทย์ด่วน

ท้องอืด อาการ : อึดอัด บวม แน่นท้อง ปวดแปล๊บรุนแรง ทางแก้ : ทานคาร์โบไฮเดรต จะทานโยเกิร์ต หรือสเต็กก็ได้ตามใจชอบ เพราะคาร์โบไฮเดรต และโปรไบโอติก (ในโยเกิร์ต) จะช่วยลดแก๊สส่วนเกินในกระเพาะและลดอาการปวดแน่นท้องได้ในที่สุด

ไส้ติ่งอักเสบ อาการ : มีอาการปวดบริเวณท้องส่วนบนอย่างมาก เหมือนโดนโจมตีอย่างเฉียบพลัน จากนั้นก็ย้ายมาทางท้องน้อยด้านขวา คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ ทางแก้ : รีบไปหาแพทย์ด่วนๆ เพราะอาการจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 24 ชม.ถ้าปล่อยไว้ไส้ติ่งอาจแตก เชื้อโรคกระจายไปทั่วช่องท้อง

อย่างไรก็ตาม อาการปวดท้องอาจมีความซับซ้อนกว่าที่เราเข้าใจ ถึงแม้จะพอสังเกตได้เบื้องต้น ว่าอาการปวดของเราน่าจะเป็นเพราะอะไร แต่ถ้าอาการรุนแรง หรือไม่แน่ใจ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาการปวดอาจจะเกิดจากหลายๆ สาเหตุได้ในเวลาเดียวกัน และการปล่อยไว้นานอาจทำให้การรักษายากขึ้นได้

หายจากโควิดก็ยังต้องเช็กและฟื้นฟูสมรรถภาพปอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611469

หายจากโควิดก็ยังต้องเช็กและฟื้นฟูสมรรถภาพปอด

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปอดยังดีอยู่หรือเปล่า! เช็กสมรรถภาพปอดได้ด้วย Spirometer และฟื้นฟูปอดด้วยโปรแกรมกายภาพบำบัดเฉพาะบุคคล หลังหายจากโควิด-19

แม้จะหายจากโควิด-19 แล้วก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะปอดอาจโดนทำลายจนประสิทธิภาพการทำงานถดถอยไม่รู้ตัว นายแพทย์ฐชิภัทร เสรีอรุโณ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี ระบุว่า เชื้อไวรัสโควิดจะทำให้ปอดอักเสบและมีโอกาสเกิดพังผืดในเนื้อปอด แม้จะรักษาการติดเชื้อโควิดจนหายขาดแล้วก็ยังสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ หรือที่เรียกว่า Long COVID-19 หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนนั้นคือประสิทธิภาพการทำงานของปอดที่ลดลงรวมถึงการถดถอยของสภาพร่างกายโดยรวม กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ตลอดจนระบบหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลให้มีอาการเหนื่อยง่ายระหว่างทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือออกกำลังกายได้ไม่เท่ากับก่อนป่วย

ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายขณะที่ติดเชื้อโควิด-19 อาจมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการอะไรเลย แต่หากมีการอักเสบเกิดขึ้นในเนื้อปอดย่อมมีโอกาสเกิดการทำลายเนื้อปอดหรือพังผืดตามมาได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลง ซึ่งตอนที่เราอายุยังไม่มากอาจจะยังไม่แสดงอาการเหนื่อยง่ายให้เห็น เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของปอดยังดีเพียงพอต่อความต้องการใช้ออกซิเจนของร่างกาย แต่ตามธรรมชาติประสิทธิภาพการทำงานของปอดคนเราจะถดถอยลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้ผู้ที่มีประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลงในวันนี้แสดงอาการเหนื่อยง่ายได้ก่อนอายุที่ควรจะเป็น หรือมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าคนอื่นในยามที่การทำงานของปอดลดลงจากปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต เพราะฉะนั้นการตรวจเช็กประสิทธิภาพการทำงานของปอด รวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนการบริหารฟื้นฟูปอดและร่างกายโดยรวมให้กลับมาดีดังเดิมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในยามสูงอายุ และช่วยลดความรุนแรงในยามเจ็บป่วยด้วยโรคทางปอดอื่นๆ

Spirometer เป็นเครื่องทดสอบสมรรถภาพปอด ด้วยการหายใจเพื่อวัดปริมาตรอากาศเข้าและออกจากปอดด้วยความเร็วและแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมแสดงผลเป็นตัวเลขค่าร้อยละและกราฟ เพื่อให้แพทย์ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของปอด นอกจากนี้ยังสามารถทดสอบสมรรถภาพการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดด้วยโปรแกรม Six minute walk test หากพบว่าสมรรถภาพการทำงานของปอด หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงกล้ามเนื้อถดถอยหรือต่ำกว่าเกณฑ์ของคนปกติทั่วไป แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะออกแบบโปรแกรมในการฟื้นฟูปอดและร่างกายให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ดังนั้น ผู้ป่วยที่หายขาดจากโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ทั้งผู้ที่ไม่มีอาการและผู้ที่มีอาการแสดง เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น รู้สึกหวิวๆ ในขณะที่ทำกิจวัตรระหว่างวันที่เคยทำได้ รู้สึกล้า เพลีย ยืนเดินได้ไม่ทน หรือออกกำลังกายได้ไม่หนักเท่ากับก่อนป่วยนายแพทย์ฐชิภัทร แนะนำว่าควรต้องได้รับการทดสอบสมรรถภาพปอด กล้ามเนื้อตลอดจนการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเข้ารับการฟื้นฟูหากพบว่าประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายลดลง ทั้งนี้เพื่อให้ปอดและสุขภาพร่างกายโดยรวมกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

PRINC ร่วมสมทบทุน ‘ทุนจุฬาสงเคราะห์’ เนื่องในงานปิยมหาราชานุสรณ์ 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/611521

PRINC ร่วมสมทบทุน ‘ทุนจุฬาสงเคราะห์’  เนื่องในงานปิยมหาราชานุสรณ์ 2564

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พวัสส์ ธนวุฒิศิรวัชร์ Relationship Executives ในนาม ดร.สาธิต วิทยากร กรรมการผู้จัดการบริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอลจำกัด (มหาชน) หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพ เครือรพ.พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ร่วมมอบเงินจำนวน 500,000 บาทสมทบทุนจุฬาสงเคราะห์ ทุนอาหารกลางวันและสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ให้น้องนิสิตเนื่องในงาน “ปิยมหาราชานุสรณ์ 2564” โดยมี อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานคณะกรรมการดำเนินงานปิยมหาราชานุสรณ์ 2564 เป็นผู้รับมอบ และ ศ.นพ.กำธร พฤกษานานนท์ อุปนายก สนจ. ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา

พวัสส์ ธนวุฒิศิรวัชร์ Relationship Executives บริษัท พริ้นซิเพิลแคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINCเผยว่า “ในด้านการพัฒนาคนเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับปณิธานองค์กรของบริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด(มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารโรงพยาบาลและธุรกิจสุขภาพในเครือรพ.พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ที่มุ่งสร้างคนให้มีจิตใจของความเป็นผู้ให้” ด้านอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “สำหรับทุนจุฬาสงเคราะห์เป็นกองทุนของสมาคมฯ ที่ให้ทุนต่อเนื่องมายาวนานกว่า 60 ปี ซึ่งคณะกรรมการบริหารทุนจุฬาสงเคราะห์จะคัดเลือกนิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 ที่มีความประพฤติดี ขาดแคลนทุนทรัพย์ มอบทุนการศึกษา 120,000 บาทต่อคนต่อปีให้ได้รับทุนต่อเนื่องทุกปีจนสำเร็จการศึกษา”

ทั้งนี้สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ยังขอเชิญชวนนิสิตเก่าและผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคเงินเนื่องในงานปิยมหาราชานุสรณ์ปีนี้ในแคมเปญ “Less is More” เพียงคลิก https://cuaa.chula.ac.th/membership/deposit โดยเงินบริจาคจะนำไปสมทบทุนจุฬาสงเคราะห์ ทุนอาหารกลางวันและสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ให้น้องนิสิตจุฬาฯ