ท็อปส์ เดินหน้ายกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญาผลักดันสินค้า GI ไทยจากแหล่งผลิต

ท็อปส์ เดินหน้ายกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญาผลักดันสินค้า GI ไทยจากแหล่งผลิต

ท็อปส์ เดินหน้ายกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญาผลักดันสินค้า GI ไทยจากแหล่งผลิต

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.35 น.

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้ายกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยผนึกความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ผลักดันสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่  เปิดโอกาสให้เกษตรกรนำผลผลิตปลอดภัยจากแหล่งผลิตทั่วประเทศจำหน่ายโดยตรงสู่ผู้บริโภค  ตอกย้ำบทบาทของท็อปส์ในฐานะการเป็น “GI Destination” รีเทลที่มีสินค้า GI จำหน่ายมากที่สุดในประเทศไทย  รวมกว่า 139 รายการจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา 

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า “กรมทรัพย์สินทางปัญญามีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นของไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ผ่านระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการคุ้มครองชื่อเสียงของสินค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการสนับสนุนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน GI การควบคุมคุณภาพสินค้า การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ตลอดจนการขยายช่องทางการตลาดผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ความร่วมมือกับท็อปส์ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันสินค้า GI ของไทยเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น พร้อมสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคได้รู้จักสินค้าอัตลักษณ์ไทยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลไม้พื้นถิ่น สินค้าเกษตร หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ ทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานชุมชนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยในระยะยาว”

ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 254 รายการ จากแหล่งผลิตทั่วประเทศ โดยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 115,224 ล้านบาทต่อปี สะท้อนถึงศักยภาพของสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจชุมชนและสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าไทยในตลาดโลก ทั้งนี้สินค้า GI ของไทยครอบคลุมหลากหลายประเภท ได้แก่ สินค้าเกษตรกว่า 171 รายการ งานหัตถกรรม 46 รายการ และสินค้าอาหารหรือผลิตภัณฑ์แปรรูป 37 รายการ ซึ่งล้วนสะท้อนถึงภูมิปัญญา วิถีชีวิต และเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ”

ธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล

ธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ท็อปส์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อผลักดันสินค้า GI ของไทยสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด และขยายจำนวนสินค้าอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันท็อปส์กลายเป็นรีเทลที่รวบรวมสินค้า GI มากที่สุดในประเทศไทย เราทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ผลิตในชุมชน และผู้บริโภค ผ่านการคัดสรรสินค้าอัตลักษณ์คุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและเอกลักษณ์ของพื้นที่ พร้อมเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน จากอินไซต์ของลูกค้าท็อปส์พบว่าสินค้า GI โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้ไทยได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยผลไม้เมืองร้อน เช่น มะม่วง ทุเรียน มะพร้าว และส้มโอ มีสัดส่วนยอดขายรวมกันถึง 30–40% ของยอดขายผลไม้ไทยทั้งหมด ที่จำหน่ายผ่านท็อปส์ สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิต”

ปัจจุบันท็อปส์นำสินค้า GI จากแหล่งผลิตทั่วประเทศมาจำหน่ายกว่า 139 รายการ ผ่านเครือข่ายร้าน ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เดลี่ กว่า 726 สาขา รวมถึง ท็อปส์ ออนไลน์ และขยายช่องทางสู่ ‘ตลาดจริงใจ Farmers’ Market’ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตปลอดภัยและสินค้าชุมชนมาจำหน่ายโดยตรงสู่ผู้บริโภค ปัจจุบันมีการดำเนินงานแล้ว 34 สาขา ใน 30 จังหวัด ช่วยสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ แนวทางการคัดสรรสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบ หรือ Responsible Sourcing ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ภายใต้แนวคิด ‘Small Acts Together’ ที่เชื่อว่าการสนับสนุนสินค้าเกษตรจากชุมชนและการสร้างช่องทางตลาดที่เป็นธรรม สามารถร่วมกันขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจและสังคมได้

“ท็อปส์ยังคงเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำสินค้า GI และสินค้าอัตลักษณ์คุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ มานำเสนอผ่านเครือข่ายร้านค้าของท็อปส์ ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก พร้อมส่งเสริมการบริโภคสินค้าที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และได้สัมผัสรสชาติประจำถิ่นจากทุกภูมิภาค ทั้งผัก ผลไม้ และสินค้าแปรรูปจากชุมชน ตอกย้ำบทบาท ‘GI Destination’ ที่รวบรวมผลผลิตเด่นของไทยไว้ในที่เดียว เพื่อให้ทุกการจับจ่ายไม่เพียงได้ความสดใหม่และคุณภาพจากแหล่งผลิต แต่ยังช่วยต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างโอกาสทางการตลาดและรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายธนวัตร กล่าวสรุป

สัมผัสความพิเศษของสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากแหล่งผลิตทั่วประเทศ รวบรวมผลผลิตคุณภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ในที่เดียวใ นฐานะ “GI Destination” ได้ที่
ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ เดลี่ และท็อปส์ ออนไลน์ รวมถึงตลาดจริงใจ Farmers’ Market ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tops.co.th เฟซบุ๊ก TOPSThailand หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

5 มหัศจรรย์พลังอาหารธรรมชาติให้ลูกเติบโตแข็งแรง และสมวัย

5 มหัศจรรย์พลังอาหารธรรมชาติให้ลูกเติบโตแข็งแรง และสมวัย

5 มหัศจรรย์พลังอาหารธรรมชาติให้ลูกเติบโตแข็งแรง และสมวัย

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.09 น.

คุณพ่อคุณแม่หลายๆ บ้าน  อาจมีความกลุ้มใจในเรื่องการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะวัยเตาะแตะที่อยากจะเล่นมากกว่าอยากจะรับประทานอาหาร แต่ละมื้อผ่านไปด้วยความยากเย็น

พญ. รังรักษ์ สวนดอก (ว.23354) กุมารแพทย์ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช มีเคล็ดลับดีๆ มาฝากในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ การกลับมาหา “พลังจากธรรมชาติ” คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกรักเติบโตได้อย่างสมวัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะการสร้างลูกให้สูง แกร่ง และสมบูรณ์แบบ เริ่มต้นได้ที่คำแรกของมื้ออาหาร

พญ. รังรักษ์ สวนดอก (ว.23354) กุมารแพทย์ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช 

สิ่งสำคัญอันแรก คือบรรยากาศในการรับประทานต้องมีความสุข  สนุก เฉกเช่นเดียวกับการเล่น  ไม่บังคับ  ไม่ยัดเยียด ให้ทานเป็นมื้อ ๆ รับประทานพร้อมผู้ใหญ่และไม่ควรให้นมหรือขนมก่อนมื้อข้าว  เพื่อกระตุ้นให้เกิดความหิว 

เรื่องที่ 2 ในเด็กที่รับประทานได้น้อย เราจะเน้นเรื่องคุณภาพอาหารมากกว่าปริมาณอาหารครบ 5 หมู่ และจับคู่อาหาร เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูดซึม ทั้งหมดนี้เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วย “พลังอาหารธรรมชาติ” ที่ครบถ้วนและเหมาะกับวัยของเขา มีดังนี้  โปรตีนคุณภาพดี: ตัวช่วยสร้างกล้ามเนื้อและส่วนสูง แหล่งอาหารธรรมชาติที่แนะนำได้แก่ ไข่ เนื้อสัตว์ เช่น ไก่ หมู กุ้ง

ปลา (โดยเฉพาะปลาทะเล) เต้าหู้ และถั่วต่าง ๆ นมสดรสจืด  โดยโปรตีนจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมร่างกาย และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเจริญเติบโต เด็กวัยเรียนควรได้โปรตีนทุกมื้อโดยเฉพาะมื้อเช้า

แคลเซียม + วิตามินดี: เสริมกระดูกให้ยาวพบมากใน นม ปลาตัวเล็กกินได้ทั้งกระดูก งาดำ ผักใบเขียว และการรับแสงแดดอ่อนๆยามเช้า 10-15 นาที แคลเซียมช่วยเสริมความหนาแน่นกระดูก ส่วนวิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น

เคล็ดลับเสริมให้ลูกสูงและแข็งแรง

นอนหลับให้พอ (เด็กวัยเรียน 9–11 ชม./วัน) ออกกำลังกาย เช่น กระโดดเชือก ว่ายน้ำ บาสเกตบอล ลดน้ำหวาน น้ำอัดลม และขนมแปรรูป กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ ไม่งดมื้อเช้า

ผักผลไม้หลากสี: วิตามินและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ผักผลไม้ที่แนะนำ ได้แก่ บรอกโคลี แครอท ฟักทอง   และผักอื่นๆ กล้วย มะละกอ ส้ม ฝรั่ง สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น ประโยชน์ของผักผลไม้หลากสี: แนะนำควรให้ลูกกินผักผลไม้วันละ 3–5 ส่วน  โดยวิตามินเอ →บำรุงสายตา วิตามินซี → เสริมภูมิคุ้มกัน ใยอาหาร → ระบบขับถ่ายดี

ไขมันดี: สมองไว เรียนรู้เร็ว แหล่งไขมันดี (โอเมก้า 3) มีประโยชน์ช่วยพัฒนาสมอง ความจำ และสมาธิ ประกอบด้วย

ปลาทะเลน้ำลึก: ปลาแซลมอน, ปลาทู, ปลาทูน่า, ปลาซาบะ, ปลาซาร์ดีน (มีโอเมก้า-3 สูง), ผลไม้และไขมันพืช: อะโวคาโด (มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง), น้ำมันเพื่อสุขภาพ: น้ำมันมะกอก, น้ำมันรำข้าว, น้ำมันคาโนลา, น้ำมันถั่วลิสง, ถั่วและเมล็ดพืช: อัลมอนด์, วอลนัท, เมล็ดแฟลกซ์, เมล็ดเจีย, ถั่วเหลือง  รวมทั้ง ดาร์กช็อกโกแลต, โยเกิร์ตชนิดไขมันเต็ม (Plain Yogurt) ,คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: พลังงานยาวนาน เลือกแบบไม่ขัดสี ได้แก่ ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต มันเทศและข้าวโอ๊ต มีประโยชน์ช่วยให้พลังงานสม่ำเสมอ ไม่หิวบ่อย และควบคุมน้ำหนักดี

ความสูงและแข็งแรงไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่สร้างได้ใน ‘ทุกมื้อ’ เริ่มต้นปั้นอนาคตของลูกรักตั้งแต่วันนี้ ด้วยพลังมหัศจรรย์จากธรรมชาติ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช โทร. 1507 I Line: @navavej

ระวัง ‘ตับอักเสบเอ’ พุ่ง 2 เท่าในหน้าร้อน คุมเข้มอาหาร–น้ำ ป้องกันก่อนระบาดเป็นกลุ่มก้อน

ระวัง ‘ตับอักเสบเอ’ พุ่ง 2 เท่าในหน้าร้อน คุมเข้มอาหาร–น้ำ ป้องกันก่อนระบาดเป็นกลุ่มก้อน

ระวัง ‘ตับอักเสบเอ’ พุ่ง 2 เท่าในหน้าร้อน คุมเข้มอาหาร–น้ำ ป้องกันก่อนระบาดเป็นกลุ่มก้อน

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.06 น.

รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังสถานการณ์โรคตับอักเสบเออย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 2 เท่า โดยกระจุกตัวในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก อาทิ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนความเสี่ยงของการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในช่วงฤดูร้อน

ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า โรคตับอักเสบเอเป็นโรคติดต่อที่แพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเข้าสู่ร่างกายผ่านทาง “อุจจาระสู่ปาก” มักพบในอาหารที่ปรุงไม่สุก น้ำดื่ม หรือน้ำแข็งที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยในระยะแรกอาการอาจไม่ชัดเจน เช่น ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ก่อนจะมีอาการเด่นชัด เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง และปัสสาวะสีเข้ม ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้

ทั้งนี้ โรคมีระยะฟักตัวเฉลี่ยประมาณ 28 วัน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบแหล่งที่มาของการติดเชื้อ และเชื้อสามารถแพร่ได้ตั้งแต่ก่อนแสดงอาการ ส่งผลให้การควบคุมโรคมีความท้าทาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารจากหลายแหล่ง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานสาธารณสุขเร่งค้นหาเชิงรุก เฝ้าระวังการเกิดคลัสเตอร์ และตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำอย่างเข้มงวด เพื่อควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่ระยะแรก และป้องกันการแพร่กระจายในวงกว้าง

ในส่วนของประชาชน ขอให้ยึดหลัก “ป้องกันไว้ก่อน” โดยรับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงน้ำแข็งหรืออาหารที่ไม่มั่นใจ ล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง

“ตับอักเสบเอเป็นโรคที่ป้องกันได้ หากลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในช่วงฤดูร้อน เพื่อร่วมกันลดการแพร่ระบาดและปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัว” นางสาวลลิดา กล่าวในที่สุด

จุฬาฯ – สภากาชาดไทย แถลงก้าวสำคัญยาชีววัตถุรักษามะเร็ง พร้อมลงนามร่วมมือวชิรพยาบาล เตรียมทดสอบในอาสาสมัคร

จุฬาฯ - สภากาชาดไทย แถลงก้าวสำคัญยาชีววัตถุรักษามะเร็ง พร้อมลงนามร่วมมือวชิรพยาบาล เตรียมทดสอบในอาสาสมัคร

จุฬาฯ – สภากาชาดไทย แถลงก้าวสำคัญยาชีววัตถุรักษามะเร็ง พร้อมลงนามร่วมมือวชิรพยาบาล เตรียมทดสอบในอาสาสมัคร

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.04 น.

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สภากาชาดไทย และพันธมิตรทางคลินิก จัดงานแถลงข่าวความก้าวหน้าโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อมุ่งสู่การวิจัยในมนุษย์ และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งไทย ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

จากโจทย์ของประเทศ สู่พันธกิจระดับชาติ

“โรคมะเร็ง” ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตหลักของประเทศไทย และเป็นภาระสำคัญต่อระบบสาธารณสุข ทั้งในด้านการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด โดยสามารถช่วยยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาในผู้ป่วยมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านวัตกรรมทางการแพทย์ดังกล่าวจะสร้างความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ข้อจำกัดด้านต้นทุนของยานวัตกรรมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริบทของระบบสาธารณสุขไทยที่ต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของการรักษาและความยั่งยืนด้านทรัพยากร

รศ.ดร.นพ. จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่าโครงการนี้คือความร่วมมือเพื่อลดช่องว่างระหว่างศักยภาพการรักษาและโอกาสในการเข้าถึงยา โดยผลักดันงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่การใช้จริง เพื่อเสริมศักยภาพด้านยาชีววัตถุของประเทศในระยะยาว

สภากาชาดไทยสนับสนุนการผลิตสู่การวิจัยในมนุษย์

ศ.นพ.สุทธิพงษ์ วัชรสินธุ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า สภากาชาดไทยทำหน้าที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เข้ากับความพร้อมด้านการผลิตและบริหารจัดการชีววัตถุ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยเข้าสู่ระยะการวิจัยในมนุษย์อย่างเป็นระบบ มุ่งหวังเป็นต้นแบบการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม

ความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิก

ผศ.นพ. จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า วชิรพยาบาลพร้อมสนับสนุนบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยจริง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและข้อมูลที่มีคุณภาพ ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมองค์ความรู้เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความก้าวหน้าการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย

อ.นพ. ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล ผู้ช่วยคณบดีด้านยุทธศาสตร์องค์กร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯและรองผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย เผยว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ และตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาเซลล์ตั้งต้นในการผลิตยา การออกแบบกระบวนการผลิต ไปจนถึงการขยายขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการสนับสนุนจากประชาชนไทย ทำให้โครงการสามารถเดินหน้ามาได้อย่างต่อเนื่อง

ความก้าวหน้าที่สำคัญในปัจจุบัน คือการที่ทีมสามารถพัฒนาจนได้ผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุรักษามะเร็งในระดับมาตรฐาน GMP และดำเนินการในขั้นตอนการบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูป ด้วยความร่วมมือกับสภากาชาดไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถเข้าสู่ระยะการวิจัยในมนุษย์ได้ จากผลการวิเคราะห์คุณภาพยาชีววัตถุรักษามะเร็งของเรา พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเทียบเท่ากับยาของต่างประเทศตามหลักวิชาการ เพื่อสนับสนุนการนำไปสู่การวิจัยในมนุษย์อย่างมีคุณภาพในระยะถัดไป โครงการมีแผนที่จะดำเนินการวิจัยในมนุษย์ภายใต้กรอบที่กำหนด ซึ่งถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ โครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของประชาชนไทยที่ร่วมกันผลักดันและให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

 “โครงการนี้เกิดจากคนไทยและเพื่อคนไทย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชน เป็นแรงสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถดำเนินมาถึงจุดปัจจุบัน และเรามุ่งหวังว่าจะสามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยไทยในระยะยาว” อ.นพ.ไตรรักษ์ กล่าวเพิ่มเติม

เตรียมความพร้อมสู่การวิจัยในมนุษย์

ในส่วนของแผนการวิจัยในมนุษย์ ศ.ดร. นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ อ.นพ.ยศวัจน์ รุ่งโรจน์วัฒนา อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ร่วมกันนำเสนอแนวทางการดำเนินการวิจัย โดยเน้นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลาม ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาจะดำเนินการตามมาตรฐานการวิจัยทางคลินิก โดยมีการคัดเลือกผู้ป่วยอย่างเหมาะสม และมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการตอบสนองต่อการรักษาและความปลอดภัย โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านเอกสาร การขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรม และการดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนเริ่มการวิจัยในมนุษย์ในระยะถัดไป

ก้าวต่อไปของโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย

ภายหลังจากการวิจัยในมนุษย์ โครงการมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการนำยาดังกล่าวไปใช้ในระบบบริการสุขภาพของประเทศอย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบของการพัฒนายาชีววัตถุในประเทศไทย ที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่การยกระดับการรักษาและความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ

หนังสือพิมพ์แนวหน้า ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” พร้อมด้วยมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

หนังสือพิมพ์แนวหน้า ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” พร้อมด้วยมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

หนังสือพิมพ์แนวหน้า ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” พร้อมด้วยมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.39 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด และ มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพระสงฆ์ 10 รูป จากวัดสุคันธาวาส วัดกำแพง วัดคำหนักพระเจ้าทรงธรรม วัดในสองวิหาร วัดพุทธภาวนาราม และวัดชัยมงคล สวดมาติกา สดัปกรณ์ และอนุโมทนา เมื่อวันที่  18 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ในการนี้ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด และประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร นำคณะพนักงานและคณะกรรมการมูลนิธิร่วมพิธี นำโดย ดวงใจ ตั้งสง่า, รักษา แสงภู่, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง, พัชรา มาดล, อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์, เฉลิมชัย ยอดมาลัย ด้วยพร้อมคณะ ร่วมพิธี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของปวงชาวไทยมาโดยตลอด

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า และ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า และ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า ทอดผ้าบังสุกุล

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า ทอดผ้าบังสุกุล

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า พร้อมพนักงาน อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์, พัชรา มาดล, ยินดี สุวรรณรักษา, หทัยทิพย์ ศรีคำ, เฉลิมชัย ยอดมาลัย, ลฎาภา ทิวะสิงห์, อารีย์ เหมเปา, สิริพร พานทองถาวร, วาสนา นิภากรพันธุ์, ทิพวิมล จันทาทับ, ปรัษฐา คงเขียน ปาริชาติ ชำนิบรรณการ, ชัยสิทธิ์ รอดทอง และ รัฐปัถย์ เสถียรภูริภาคย์ วางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า พร้อมพนักงาน อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์, พัชรา มาดล, ยินดี สุวรรณรักษา, หทัยทิพย์ ศรีคำ, เฉลิมชัย ยอดมาลัย, ลฎาภา ทิวะสิงห์, อารีย์ เหมเปา, สิริพร พานทองถาวร, วาสนา นิภากรพันธุ์, ทิพวิมล จันทาทับ, ปรัษฐา คงเขียน ปาริชาติ ชำนิบรรณการ, ชัยสิทธิ์ รอดทอง และ รัฐปัถย์ เสถียรภูริภาคย์ วางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า พร้อมพนักงาน อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์, พัชรา มาดล, ยินดี สุวรรณรักษา, หทัยทิพย์ ศรีคำ, เฉลิมชัย ยอดมาลัย, ลฎาภา ทิวะสิงห์, อารีย์ เหมเปา, สิริพร พานทองถาวร, วาสนา นิภากรพันธุ์, ทิพวิมล จันทาทับ, ปรัษฐา คงเขียน ปาริชาติ ชำนิบรรณการ, ชัยสิทธิ์ รอดทอง และ รัฐปัถย์ เสถียรภูริภาคย์ วางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า พร้อมพนักงาน อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์, พัชรา มาดล, ยินดี สุวรรณรักษา, หทัยทิพย์ ศรีคำ, เฉลิมชัย ยอดมาลัย, ลฎาภา ทิวะสิงห์, อารีย์ เหมเปา, สิริพร พานทองถาวร, วาสนา นิภากรพันธุ์, ทิพวิมล จันทาทับ, ปรัษฐา คงเขียน ปาริชาติ ชำนิบรรณการ, ชัยสิทธิ์ รอดทอง และ รัฐปัถย์ เสถียรภูริภาคย์ วางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และผู้ได้รับพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพร่วมในการบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และผู้ได้รับพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพร่วมในการบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ

ดวงใจ ตั้งสง่า, เฉลิมชัย ยอดมาลัย และ ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง

ดวงใจ ตั้งสง่า, เฉลิมชัย ยอดมาลัย และ ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง

พัชรา มาดล, ศุลีพร โชควิวัฒน, ธัญรัศมิ์ เศรษฐสิริวุฒิ, ยินดี สุวรรณรักษา, ธนาธร ธนะคำดี และ พญ.ศิริวัฒน์ มโนธรรม

พัชรา มาดล, ศุลีพร โชควิวัฒน, ธัญรัศมิ์ เศรษฐสิริวุฒิ, ยินดี สุวรรณรักษา, ธนาธร ธนะคำดี และ พญ.ศิริวัฒน์ มโนธรรม

รักษา แสงภู่ และ อารีย์ เหมเปา

รักษา แสงภู่ และ อารีย์ เหมเปา

อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์, หทัยทิพย์ ศรีคำ

อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์, หทัยทิพย์ ศรีคำ

ทิพวิมล จันทาทับ และ สิริพร พานทองถาวร

ทิพวิมล จันทาทับ และ สิริพร พานทองถาวร

ลฎาภา ทิวะสิงห์ และ ปรัษฐา คงเขียน

ลฎาภา ทิวะสิงห์ และ ปรัษฐา คงเขียน

พนักงาน บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า และคณะกรรมการมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พนักงาน บจก.หนังสือพิมพ์แนวหน้า และคณะกรรมการมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์ และ ภัชรินทร์ พร้อมพรม

อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์ และ ภัชรินทร์ พร้อมพรม

ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดวงใจ ตั้งสง่า, ธนาธร คำดี และ พญ.ศิริวัฒน์ มโนธรรม

ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดวงใจ ตั้งสง่า, ธนาธร คำดี และ พญ.ศิริวัฒน์ มโนธรรม

ผาณิต พูนศิริวงศ์, ศุลีพร โชควิวัฒน, ธัญรัศมิ์ เศรษฐสิริวุฒิ, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง และ รักษาแสงภู่

ผาณิต พูนศิริวงศ์, ศุลีพร โชควิวัฒน, ธัญรัศมิ์ เศรษฐสิริวุฒิ, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง และ รักษาแสงภู่

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมให้กำลังใจทหารชายแดน มอบถุงยังชีพพระราชทานแก่กำลังพลกองทัพภาค 1

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมให้กำลังใจทหารชายแดน  มอบถุงยังชีพพระราชทานแก่กำลังพลกองทัพภาค 1

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมให้กำลังใจทหารชายแดน มอบถุงยังชีพพระราชทานแก่กำลังพลกองทัพภาค 1

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.22 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 500 ถุง พร้อมด้วยข้าวสารจำนวน 493 ถุง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลกองทัพภาคที่ 1 ผู้ซึ่งต้องปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละและเสี่ยงต่อภัยคุกคาม เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทยในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ผู้ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบให้แก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้บริหารมูลนิธิฯ ตลอดจนนายทหาร และกำลังพลกองทัพภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมกองทัพภาคที่ 1 

ในโอกาสนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ผู้ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ ได้ให้กำลังใจและชื่นชมกำลังพลที่ประจำการตามแนวชายแดน กล่าวว่า “มูลนิธิฯ และประชาชนคนไทยต่างได้รับทราบและชื่นชมในวีรกรรมอันหาญกล้าในการอุทิศตนเพื่อพิทักษ์ผืนแผ่นดินไทย และปกป้องอธิปไตยของชาติ สิ่งของพระราชทานเหล่านี้ เป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความห่วงใยและกำลังใจที่พระราชทานมาเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของท่านทั้งหลาย มูลนิธิฯ ขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจในความมุ่งมั่น อดทน และความเสียสละของทหารทุกนายที่ทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติอย่างเข้มแข็งเสมอมา”

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งตามพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ ในการบรรเทาทุกข์ และร่วมฟื้นฟู ผู้ตกทุกข์ได้ยากให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยหน่วยงานทหารถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความช่วยเหลือของมูลนิธิฯ ไปยังประชาชนผู้ประสบภัย การจัดพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทานให้แก่ทหารกล้าในวันนี้ เป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่ามูลนิธิฯ และประชาชนคนไทยไม่เคยทอดทิ้งทหารที่ทำหน้าที่อยู่แนวหน้า

ภาคธุรกิจหนุนประเพณีลับแล เสริมศักยภาพท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ สืบสานประเพณีสงกรานต์เมืองลับแลงไชย เมืองลับแล ในงานคัดสรรเทพบุตรอุตรดิตถ์ 2569

ภาคธุรกิจหนุนประเพณีลับแล เสริมศักยภาพท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ สืบสานประเพณีสงกรานต์เมืองลับแลงไชย เมืองลับแล ในงานคัดสรรเทพบุตรอุตรดิตถ์ 2569

ภาคธุรกิจหนุนประเพณีลับแล เสริมศักยภาพท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ สืบสานประเพณีสงกรานต์เมืองลับแลงไชย เมืองลับแล ในงานคัดสรรเทพบุตรอุตรดิตถ์ 2569

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.19 น.

จังหวัดอุตรดิตถ์ เดินหน้าสืบสานประเพณีท้องถิ่นอันทรงคุณค่า ผ่านการจัดกิจกรรม “คัดเลือกมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล” ประจำปี 2569 เพื่อเฟ้นหาตัวแทนของจังหวัดในการประกอบพิธีตั้งสัตยาธิษฐานเสี่ยงทายน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณที่สะท้อนถึงความเชื่อและอัตลักษณ์ของชาวลับแล ควบคู่กับการมีบทบาทสำคัญในพิธีสรงน้ำ “พระเจ้าลับแลง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์
การจัดงานในปีนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการอนุรักษ์และต่อยอดวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่มิติทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดย Dr.J Clinic ร่วมสนับสนุนรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เข้าประกวด และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณี อันเป็นการต่อยอด “ทุนทางวัฒนธรรม” สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ ร้านอาหารบลูอิเลฟเฟ่น ร่วมสนับสนุนรางวัล , องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ธนาคารออมสิน ร้านอาหารโรงเหล้าแสงจันทร์ เอกมัย-รามอินทรา และ ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนกิจกรรมวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ธนพล ศิริเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจพี วันคอนซัลแทนท์ จำกัด และ นายสันต์ชัย มานิมนต์ รองอันดับ 1 Mr. Rainbow Sky 2025 ร่วมมอบรางวัลให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นตัวแทนมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล ประจำปี 2569 ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ นายตั้งปณิธาร นาก้อนทอง รองชนะเลิศอันดับ 1 นายนราวิชญ์ บุญเกิด รองชนะเลิศอันดับ 2 นายฐิติวัฒน์ ออนตะไคร้ รองชนะเลิศอันดับ 3 นายพุฒิพงศ์ หลิน รองชนะเลิศอันดับ 4 นายเซดดริก สันดำ

การประกวดมังคละมานพ (เทพบุตร) เมืองลับแล เทพบุตรอุตรดิตถ์ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดประเพณีท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของ “เมืองลับแล” อย่างใกล้ชิด

งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ วัดท้องลับแล ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนถึงศักยภาพของวัฒนธรรมท้องถิ่นในการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และสร้างคุณค่าให้กับชุมชนในระยะยาว

ไวไว ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยว สืบสาน ‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’ 2569 ฉลอง 730 ปีเชียงใหม่

ไวไว ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยว สืบสาน 'ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่' 2569 ฉลอง 730 ปีเชียงใหม่

ไวไว ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยว สืบสาน ‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่’ 2569 ฉลอง 730 ปีเชียงใหม่

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.09 น.

บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ไวไว” เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานประเพณีสงกรานต์ “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมล้านนาอย่างคับคั่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และส่งต่อเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมายาวนานกว่า 730 ปี

นางสาวณิชรัตน์ ชำนาญกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ “ไวไว” มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมจัดงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ล้านนาอันงดงาม ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญยิ่งของชาวล้านนา อีกทั้งยังเป็นวาระพิเศษในการร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 730 ปีของการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ อันสะท้อนถึงความรุ่งเรืองและความเข้มแข็งของชุมชนล้านนามาอย่างยาวนาน

ไวไวเชื่อว่าการสืบสานประเพณีท้องถิ่น ไม่เพียงช่วยรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในสังคม และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิต ความเชื่อ และคุณค่าของชาวล้านนาอย่างใกล้ชิด” นางสาวณิชรัตน์ กล่าว

สำหรับการจัดงาน “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 16 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญตามขนบธรรมเนียมล้านนาอย่างครบถ้วน อาทิ พิธีทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 90 รูป ณ ข่วงประตูท่าแพ พิธีอาราธนาพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานบนรถบุษบก (ชาวล้านนานิยมเรียกว่า “พระสิงห์”) ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงขบวนแห่พระพุทธรูปสำคัญ อาทิ พระเจ้าทองทิพย์ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างเนืองแน่น สะท้อนถึงพลังศรัทธาและความร่วมมือร่วมใจในการสืบสานประเพณีอันดีงาม

นอกจากนี้ “ไวไว” ยังได้มีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญตามความเชื่อของชาวล้านนา อาทิ พิธีสืบชะตา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และพิธีก่อเจดีย์ทรายถวายดุง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการทำบุญสะสมกุศล พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่จัดขึ้นตลอดช่วงเทศกาล

ในด้านกิจกรรมเพื่อสังคม “ไวไว” ได้จัดตั้งโรงทาน ณ วัดพระสิงห์วรมหารวิหาร ระหว่างวันที่ 11 – 16 เมษายน 2569 เพื่อแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน สร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปันและน้ำใจไมตรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยผู้เข้าร่วมงานต่างร่วม “อิ่มบุญ อิ่มใจ” กันอย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน ภายในงานยังเต็มไปด้วยสีสันแห่งความสนุกสนานจากบูธ “WAIWAI Songkran 2026” ที่ “ไวไว” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย ทั้งการร่วมเล่นเกม รับของที่ระลึก และการแจกผลิตภัณฑ์ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน ซึ่งสามารถสร้างความประทับใจและการมีส่วนร่วมได้อย่างคึกคักตลอดงาน

ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของประเพณีล้านนา คือ “พิธีสระเกล้าดำหัว ป้อเมืองเจียงใหม่” ซึ่งเป็นพิธีแสดงความเคารพและขอพรจากผู้ใหญ่ตามธรรมเนียมโบราณ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวเชียงใหม่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยในโอกาสนี้ “ไวไว” ยังได้ร่วมจัดบูธภายในงาน พร้อมนำเสนอเมนูพิเศษให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธี ซึ่งได้รับความสนใจและเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ “ไวไว” ในการร่วมสืบสานประเพณีไทย พร้อมสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงเวลา และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทุกความสุขในทุกเทศกาล

ผู้สนใจสามารถติดตามภาพบรรยากาศและกิจกรรมดี ๆ จาก “ครอบครัวไวไว” ได้ทาง Facebook: waiwaiinstantnoodle และเว็บไซต์ www.waiwai.co.th

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชวนเสวนา ‘นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน’ พลิกโฉมการดูแลสุขภาพ… บอกลาโรคอ้วนด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่!

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชวนเสวนา 'นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน' พลิกโฉมการดูแลสุขภาพ... บอกลาโรคอ้วนด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่!

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชวนเสวนา ‘นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน’ พลิกโฉมการดูแลสุขภาพ… บอกลาโรคอ้วนด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่!

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.09 น.

ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานเสวนา “นวัตกรรมการจัดการโรคอ้วนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน – Innovative Obesity Care for Sustainable Health” พบกับแนวทางการดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ที่จะช่วยให้คุณพิชิตโรคอ้วนได้อย่างถาวรและปลอดภัย วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา: 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม CONVENTION ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

Expert Talk: เจาะลึกนวัตกรรมการจัดการโรคอ้วน จากทีมแพทย์เฉพาะทางและสหสาขาโภชนศาสตร์คลินิก ศัลยศาสตร์ ออร์โธปิดิกส์ สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ทางเดินอาหารและตับ ระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤต

กิจกรรมภายในงาน

• The Robotic Surgery: สัมผัสนวัตกรรมหุ่นยนต์ผ่าตัดลดน้ำหนัก ทางเลือกใหม่เพื่อชีวิตที่คล่องตัว

• Healthy Diet: เคล็ดลับโภชนาการจัดการความอ้วน

• Healthy Life: ออกกำลังกายง่ายๆ แต่ลดพุงได้จริง

• Body Composition: ตรวจองค์ประกอบร่างกาย

• Appointment: นัดหมายปรึกษาคลินิกโรคอ้วนและเมตาบอลิซึม

• Food Innovation: คณะนวัตกรรมอาหารและโภชนาการ

ร่วมแชร์ประสบการณ์การรักษาโรคอ้วนกับ ยิป-พัชรดา ทองนาค Miss Popular Vote จากเวที Miss Tiffany’s Universe ครั้งที่ 25 (ประจำปี 2024)

เริ่มต้นวันนี้เปลี่ยนให้คุณเป็นคนที่สุขภาพดีอย่างยั่งยืน ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน  https://forms.cloud.microsoft/r/f8xfsVK4vG มาร่วมสร้างหุ่นใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

นักร้องรุ่นใหม่รวมตัวขึ้นเวทีศาลาเฉลิมกรุง เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ…เพลงสุนทราภรณ์”

นักร้องรุ่นใหม่รวมตัวขึ้นเวทีศาลาเฉลิมกรุง เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ...เพลงสุนทราภรณ์”

นักร้องรุ่นใหม่รวมตัวขึ้นเวทีศาลาเฉลิมกรุง เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ…เพลงสุนทราภรณ์”

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.33 น.

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงเปิดเวทีเริงลีลาศ…รับลมร้อน สืบสานเพลงสุนทราภรณ์ เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน บูรพศิลปิน เจ้าของฉายาขุนพลแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บุคคลสำคัญของโลก ปี 2553 โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิสุนทราภรณ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี รวมตัวนักร้องรุ่นใหม่แชมป์จากเวทีศาลาเฉลิมกรุง…สืบสานตำนานเพลง ร่วมขับขานบทเพลงสุนทราภรณ์ ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ…เพลงสุนทราภรณ์” วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง

นฤมล ล้อมทอง กรรมการผู้จัดการโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง นำทีมนักร้องรุ่นใหม่และ วง Big Band เฉลิมราชย์ บรรเลงเพลงสุนทราภรณ์ ควบคุมวงโดย อ.วิรัช อยู่ถาวร(ศิลปินแห่งชาติ) คัดสรรผลงานเพลงอันไพเราะ เพลงลีลาศจังหวะต่างๆ ผลงานการประพันธ์ของครูเอื้อ สุนทรสนาน มาถ่ายทอดให้ฟังกันแบบครบทุกอรรถรส…หลังจากโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงประสบความสำเร็จอย่างสูงในการจัดคอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง “บูรพศิลปิน ครูเอื้อ สุนทรสนาน” ขึ้นในครั้งแรกเมื่อปี 2567 ส่งผลให้แฟนเพลงเรียกร้องให้จัดขึ้นอีกครั้ง ปีนี้พิเศษสุด….มาในคอนเซ็ปต์ เริงลีลาศ พาย้อนวันวานเข้าสู่ยุคสมัยวัฒนธรรมการเต้นรำที่รุ่งเรืองผ่านบทเพลงอันไพเราะ ถ่ายทอดโดยนักร้องคุณภาพรุ่นใหม่แชมป์จากเวทีศาลาเฉลิมกรุง…สืบสานตำนานเพลง สปาย- ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย พลอย-ทิพย์รมิดา พันตาวงษ์กบิล เมจิ-ภัทรานิษฐ์ เพฑูริยาเวทย์ เข้ม-ศุภกิจ กัลยาณกุล ผิงผิง-สรวีย์ ธนพูนหิรัญ แบ็งค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล เอฟ-รัฐพงศ์ ปิติชาญ แบ๋ม-สิริรัตน์ คำหงค์ษา บาร็อก-ชลธาร เซ็นเชาวนิช ร่วมด้วยนักร้องคุณภาพ อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน เบลโลล่า-กนิษฐา  ศรีลุปะบาต เริงลีลาศไปกับทีมนักเต้นจาก DANCEMASTER พิธีกร โกมุท คงเทศ – พิชญาพร โพธิ์สง่า 

ครูเอื้อ สุนทรสนาน บุคคลสำคัญของโลก สาขาวัฒนธรรมดนตรีไทยสากล ปี 2553 ผู้ก่อตั้งวงดนตรี “สุนทราภรณ์” ชื่อวงซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่าง “สุนทรสนาน” นามสกุลของครูเอื้อ และ “อาภรณ์” ชื่อของ อาภรณ์​ กรรณสูตร ลูกสาวคหบดีข้างบ้านที่ครูเอื้อหลงรัก ซึ่งครูเอื้อใช้เป็นนามแฝงตอนอัดแผ่นเสียง ก่อนจะนำมาตั้งเป็นชื่อวงเมื่อรับงานนอกราชการ ครูเอื้อเป็นผู้ที่มีความสามารถในการประพันธ์ดนตรี และยังเป็นนักดนตรีผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งเป็นนักร้องที่ขับร้องเพลงได้มากมาย จนได้รับฉายา “ขุนพลเพลงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” เป็นบุคคลสำคัญที่มีคุณูปการทางด้านดนตรีของประเทศไทยและของโลก ด้านการประพันธ์เพลง ครูเอื้อเป็นผู้ประพันธ์ทำนองเพลง มีผลงานการประพันธ์เนื้อร้องร่วมกับครูเพลงหลายท่าน โดยสร้างสรรค์ผลงานเพลงอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาตามยุคตามสมัย อาทิ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ครูเวส สุนทรจามร ครูสุรัฐ พุกกะเวส ครูพจน์ จารุวณิช ครูสมศักดิ์ เทพานนท์ ครูธาตรี (วิชัย โกกิลกนิษฐ์) ครูธนิต ผลประเสริฐ เป็นต้น

ครูเอื้อ สุนทรสนาน มีผลงานเพลงสุนทราภรณ์ที่ประพันธ์ไว้หลากหลายแนวเพลง โดยเฉพาะเพลงลีลาศนั้น มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนมากมาย ได้แก่ วอลซ์(Waltz) อาทิ หงส์เหิน, ดอกไม้กับแมลง แทงโก้ (Tango) เป็นเพลงเน้นท่วงทำนองหนักแน่น และเร้าใจ อาทิ ผู้ครองฟ้า, ดาวล้อมเดือน ชะชะช่า(Cha Cha Cha) เพลงลีลาศที่เน้นจังหวะสนุกสนาน อาทิ เพลินเพลงแมมโบ้, สุขกันเถอะเรา บีกิน(Beguine) แนวเพลงละตินจังหวะช้าๆ โรแมนติก อาทิ น้ำตาลใกล้มด, นวลปรางนางหมอง, จากรัก รัมบ้า(Rumba) ท่วงทำนองที่นุ่มนวล โรแมนติก อาทิ หนึ่งน้องนางเดียว, โอ้ยอดรัก ตะลุง เพลงจังหวะสนุกสนานแบบไทย อาทิ ตะลุงมอญซ่อนผ้า, ตะลุงสากล  ฟ็อกซ์ทร็อต(Foxtrot) เพลงที่เน้นท่วงทำนองนุ่มนวล ลื่นไหล อาทิ โลกหมุนเวียน, อุษาสวาท กัวราช่า(Guaracha) เป็นดนตรีลาตินอเมริกันที่มีจังหวะคึกคัก สนุกสนาน และเคลื่อนไหวเร็ว ท่วงทำนองเน้นความรื่นเริงและเร้าใจ อาทิ มองอะไร, ไพรพิสดาร ออฟบิท(Off beat) เพลงลีลาศที่เน้นจังหวะเคาะที่ยกขึ้น ให้ความรู้สึกสนุกสนาน คึกคัก และโยกย้ายตามได้ง่าย อาทิ รักในลมหนาว, แสนงอน ร็อค(Rock) เป็นเพลงลีลาศจังหวะเร็ว สนุกสนาน อาทิ อย่าลืมฉัน แซมบ้า(Samba) เป็นเพลงลีลาศสไตล์ลาตินที่เร้าใจ เน้นการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วและสนุกสนาน อาทิ จุฬาแซมบ้า และรำวง เป็นเพลงจังหวะสนุกสนาน เป็นต้น

ร่วมเป็นกำลังใจให้นักร้องศิลปินรุ่นใหม่ถ่ายทอดบทเพลงสุนทราภรณ์…เริงลีลาศรับลมร้อน สืบสานบทเพลงสุนทราภรณ์เชิดชูครูเพลง ครูเอื้อ สุนทรสนาน บูรพศิลปิน ในคอนเสิร์ต “เริงลีลาศ…เพลงสุนทราภรณ์”  วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 รอบ 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง บัตรราคา 1,200 บาท ทุกที่นั่ง จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร. 0-2225-8757-8 และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา www.thaiticketmajor.com