ม.รามคำแหง ประกาศเลื่อนการสอบไล่ภาค 2/2563 (ส่วนกลาง) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/463419

ม.รามคำแหง ประกาศเลื่อนการสอบไล่ภาค 2/2563 (ส่วนกลาง)

ม.รามคำแหง ประกาศเลื่อนการสอบไล่ภาค 2/2563 (ส่วนกลาง)9 เมษายน 2564 – 16:05 น.

ม.รามคำแหง ประกาศเลื่อนการสอบไล่ภาค 2/2563 (ส่วนกลาง) หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.รามคำแหง) จึงประกาศ เลื่อนการสอบไล่ภาค 2 ปีการศึกษา 2563 (ส่วนกลาง) จากเดิมวันที่ 19 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2564 #เป็นวันที่ 11 – 24 พฤษภาคม 2564 โดยวิชาที่สอบ คาบเวลาสอบ และสถานที่สอบเป็นไปตามกำหนดเดิม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด19พุ่งสูงอีก วันนี้พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม1ราย

สำหรับ กำหนดการสอบไล่ ภาค 2 ปีการศึกษา 2563 #ส่วนภูมิภาค เป็นไปตามกำหนดเดิม คือ

ช่วงที่ 1: วันที่ 8-9 พฤษภาคม 2564

ช่วงที่ 2: วันที่ 15-16 พฤษภาคม 2564

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายลงทะเบียนเรียนและจัดสอบ โทร. 0-2310-8611

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/463393

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  10 เมษายน 2564 – 00:00 น.

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  คอลัมน์…  ตามรอย ตำนานแผ่นดินโดย… เอก อัคคี  

ผมว่าในบรรดาเครื่องรางของขลังของคนไทยเราที่คุ้นเคยกันมายาวนานประเภทโชคลาภ ค้าขาย ทำมาหากินคล่องตั้งแต่โบราณมาที่มีมากมายหลายอย่างอาทิเช่น นางกวัก กุมารทอง ปลัดขิก ฯลฯ  แต่อีกหนึ่งในเครื่องรางที่เกจิอาจารย์ตั้งแต่ยุคโบาณมักสร้างขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาได้บูชาเพื่อหวังผลทางอิทธิคุณอำนาจทางด้านโชคลาภ หาเงินคล่องเงินทองไหลมาเทมาที่ไม่มีใครปฏิเสธ นั่นก็คือ ปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… จาก “แม่หม่อมกวัก”สู่”แม่หม่อมกวักมโนราห์”  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า 

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

หลวงพ่อประเสริฐ เมตตาเป่ากระหม่อมให้ผู้เขียน เมื่อครั้งไปกราบขอพร

ซึ่งจะสร้างขึ้นเป็นรูปลักษณ์ของปลาตะเพียน ทั้งที่เป็นลักษณะของเหรียญโลหะรูป เป็นผ้ายันต์บ้าง และยังได้มีการนำใบทางมะพร้าวหรือวัสดุประเภทสานอื่นๆมาสานเป็นรูปปลาแล้วทาสีเงินสีทองแล้วนำมาผูกเชือกทำเป็นพวงแขวนเพื่อเป็นวัตถุมงคลติดไว้หน้าร้านหรือบ้านอีกด้วย แต่ผมอยากจะบอกว่า ปลาตะเพียนสานที่ถือว่า เป็นสุดยอดของขลังนั้นจะต้องสานขึ้นมาจากไม้ไผ่สีสุกที่นำมาจากบายศรีใหญ่หรือบายศรีชั้นในพิธีกรรมทำขวัญนาคเท่านั้น 

ซึ่งเคล็ดวิชาการสานปลาตะเพียนด้วยไม้ไผ่สีสุกจากบายศรีชั้นในพิธีกรรมทำขวัญนาคนั้น หลวงพ่อประเสริฐ เจ้าอาวาสวัดแก้ว เมืองสุพรรณบุรี ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมของท่าน ท่านได้เมตตาให้ความรู้ว่า ในสมัยโบราณพระเกจิอาจารย์ครูบาอาจารย์เวลาท่านจะสร้างเครื่องของของขลังปลาตะเพียนลงอาคม ท่านจะให้ไปนำ ไม้ไผ่สุกผ่าซีก3ซีกที่พันด้วยผ้าขาวเอาวางรอบข้างบายศรีผูกเป็นสามเปลาะเพื่อไม่ให้โงนเงนนั้นทำเป็นมวลสาร เพราะไม้ไผ่สีสุก ชื่อก็เป็นมงคลอยู่แล้วว่า เป็น “ศรี”และเป็น “สุข” เพราะไม้ไผ่นี้เมื่อเขานำมาค้ำบายศรีสำหรับทำขวัญนาคแล้ว เขาจะเอาใบตองอ่อน3ยอดประทับปิดซีกไม้ต่อจากนั้นก็เอาผ้าอย่างดีมีราคา อย่างเช่นผ้าตาดคลุมรอบบายศรีอีกชั้นหนึ่ง เรียกว่าผ้าห่อขวัญ แล้วผู้คนทั้งหลายก็มานั่งรายล้อม บายศรีที่มีไม้ไผ่นี้ก็อยู่ตรงกลางอันหมายถึงเป็น ศูนย์กลาง ศูนย์รวมจิตใจในพิธีมงคล

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

หลวงพ่อประเสริฐ เมตตาเป่ากระหม่อมให้ผู้เขียน เมื่อครั้งไปกราบขอพร

การนำไม้ไผ่ทั้งสามชิ้นมาผ่าและทำเป็นตอกสานปลาตะเพียนย่อมเป็นคุณด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ เป็นที่รักของทุกคน นี่คือเคล็ดวิชาสานปลาตะเพียน ถ้าเป็นไม้ไผ่จากที่อื่นมันขลังสู้ไม้ไผ่จากพิธีนี้ไม่ได้ แต่ทุกวันนี้ ไม้ไผ่ในพิธีแบบนี้หายากมาก เพราะบานศรีสมัยนี้ก็ไม่มีไม้ไผ่สีสุกมาค้ำแล้ว การสร้างปลาตะเพียนก็เลยต้องใช้วัสดุชนวนมวลสารอื่นๆตามความเหมาะสม

และอย่างที่่บอกว่า เครื่องรางของขลังปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง เป็นหนึ่งในวิชาทางด้านพระเวทย์ที่สรรค์สร้างโดยพระเกจิอาจารย์มาตั้งแต่โบราณเพราะวิถีไทยเราคืออยู่ใกล้แม่น้ำ ย่อมเห็นพฤติกรรมของสัตว์อย่างปลาตะเพียนว่า เป็นปลาที่มีลักษณะสวยงาม แหวกว่ายได้พลิ้วไหว หากินเก่ง เกจิอาจารย์จึงนำเอารูปของปลาตะเพียนมาผูกด้วยอักขระยันต์คาถา ทางด้านเรียกโชคลาภ หาเงินหาทอง ซึ่งก็มีนามเป็นมงคลด้วยว่า ตะเพียน ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า ขยันหมั่นเพียร

สำหรับพระเกจิอาจารย์ในสมัยโบราณ ที่สร้างเครื่องรางประเภทปลาตะเพียน จนเป็นที่โด่งดัง ยอมรับกันในเรื่องพุทธคุนด้านเมตตาค้าขายและได้รับความนิยมจากอีตจวบจนปัจจุบันและราคาเช่าหากันก็ไม่ใช่ว่าน้อยๆ อาทิ 
-หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา
-หลวงพ่อเต๋คงทอง วัดสามง่าม จ.นครปฐม
-หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ จ.นครสวรรค์

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

หลวงพ่อประเสริฐ เมตตาเป่ากระหม่อมให้ผู้เขียน เมื่อครั้งไปกราบขอพร

นอกจากนี้ก็ยังมีพระเกจิอาจารย์ยุคหลังอีกมากมายหลายท่าน ที่ได้สร้างเครื่องรางปลาตะเพียนนี้ขึ้นอีกหลายรุ่น ต่างได้รับความนิยมจากบรรดาพ่อค้าแม่ขายมักบูชาไว้ในร้านเสมอเพื่อหวังผลทางด้านโชคลาภค้าขาย

แต่ครูบาอาจารย์ส่วนใหญ่ในอดีตนั้นจะสร้างปลาตะเพียนซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นปลาตะเพียนสองตัว ถ้าเป็นไม้ไผ่จักสานก็จะทาสีเงินสีทองอย่างละตัว หรือถ้าทำด้วยโลหะก็จะทาสีเงินกับสีทองเช่นกัน แล้ว เรียกว่า “ตะเพียนเงินตะเพียนทอง” ใช้ห้อยแขวนในร้านในเรือ คือมีทั้งปลาตะเพียน อันหมายถึงความอิ่มหมีพีมัน ผนวกรวมด้วย “เงิน-ทอง” เข้าไปอีก เหมาะควรแก่การเป็นเครื่องรางของพ่อค้าแม่ขายทั้งหลาย หรือแม้แต่ปลาตะเพียนสานอย่างที่แขวนเป็นพวง ผูกไว้เหนือเปลให้เด็กแบเบาะนอนดูเล่น ก็น่าจะมีนัยความหมายเป็นเครื่องรางแห่งชีวิต

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ปลาตะเพียนรูปแบบต่างๆที่จัดสร้างเพื่องานกฐินปีนี้

แต่ความลับที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นอกจากความหมายเชิงความอุดมสมบูรณ์แล้ว อักขระเลขยันต์ “คาถา”ที่ลงกำกับปลาตะเพียนก็มีความสำคัญเพราะจะเป็นการปลุกให้  “ปลาตะเพียน มีชีวิตมีจิตวิญญาน ให้ขยันเวียนว่ายชวนให้ผู้คนที่เห็นแวะเข้ามาทำให้ ขายดิบขายดี มั่งมีเยอะแยะ” 

ในงานทอดกฐินปีนี้ หลวงพ่อประเสริฐ  โชติปัญโญ แห่งวัดแก้ว เมืองสุพรรณบุรี ท่านจึงมีดำริว่า สมควรจะสร้างปลาตะเพียนขึ้นมามอบให้กับลูกศิษย์ทั้งหลายเก็บไว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวใครมีไว้มีกินไม่มีอด” 

ใครมีบูชาไว้ก็จะได้พบกับความสุข ความเจริญ หนุนเสริมให้กิจการค้ารุ่งเรืองและที่สำคัญในการจัดสร้างปลาตะเพียนที่ระลึกงานทอดกฐินวัดแก้วปีนี้ ท่านให้สร้างแบบมีขนาดเล็กๆเป็นเนื้อโลหะ แต่ขอบอกว่าถ้า ยิ่งส่อง จะยิ่งพบ ปริศนาธรรม ที่ท่านแฝงไว้กับอักขระเลขยันต์ที่หลวงพ่อท่านลงไว้ให้ และทุกขั้นตอนทุกรายละเอียดที่หลวงพ่อท่าน เมตตาตรวจแบบออกแบบเองทั้งหมด

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ตัวอย่าง ลองพิมพ์ตะกั่ว ปลาตะเพียน หลวงพ่อประเสริฐ

“วัตถุมงคลทำทั้งที อย่าทำแบบสุกเอาเผากิน ครูบาอาจารย์สอนเรามา ศิษย์มีครู ทำให้ถูกต้องบูชาคุณครู คนนำไปขึ้นคอนำไปใช้ จะได้คุ้มครองส่งเสริม ต้องทำให้ถูกต้อง ทำให้ดี ทำให้ตามที่เรียนมา ไม่ใช่อุตริทำขึ้นมาไม่เคยเรียมมาโบราณเรียกว่าเป็น ผิดครูผิดอาจารย์ มันเข้าตัว แล้วจะทำอะไรจะดีจะเจริญได้ไง แค่เริ่มแรกยังผิด ทำให้ถูกต้องทำให้ดีจะมีคุณอนันต์” หลวงพ่อประเสริฐ  โชติปัญโญ ท่านได้บอกกับ อ.ไก่ มือจูน-พระเครื่อง  ลูกศิษย์คนใกล้ชิดเอาไว้เช่นนั้น 

ซึ่งผมเองมีโอกาสได้รับความรู้ คำแนะนำจากท่านหลายครั้งในหลายโอกาสก็รับรู้ได้ว่า มีหลายเหตุผล มีหลายปริศนาธรรม ที่บอกให้รู้ว่าท่านต้องการขอบารมีครูบาอาจารย์ ที่สืบทอดสรรพวิชา เอามาเกื้อมาหนุน เพราะคนเราแต่ละคนมีโชคมีลาภวาสนาชีวิตไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนสามารถเข้าถึงธรรมมะได้เสมอกัน ถ้าไขปริศนาธรรมแห่งพุทธาคุณออก 

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ตำแหน่งการจัดวางอักขระเลขยันต์บนเกล็ดปลาตะเพียน

ความสำเร็จปาฏิหาริย์ในชีวิตของคนที่มีเครื่องรางของขลังวัตถุมงคบพกติดตัวนั้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกันทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่มักเกิดกับผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง แม้ว่าวัตถุมงคลนั้นจะไม่มีราคาเช่าหามากมาย แต่ถ้าคุณศรัทธาเชื่อมั่นก็อาจจะส่งผลให้ชีวิตของคุณมีแต่ความเจริญ มีแต่จะเพิ่มทรัพย์สินให้มีมากกว่าเดิมด้วยบารมีธรรมแห่งศรัทธา 

สำหรับปลาตะเพียนทองมหามงคล ตำนานแห่งยุคนี้ ของหลวงพ่อประเสริฐ โชติปัญโญไม่ได้มาเพราะไปลอกเลียนแบบใคร แต่เพราะครูบาอาจารย์ของท่านสอนมาและท่านได้ร่ำเรียนมา จึงต้องการสร้างเพื่อบูชาครูบาอาจารย์ และมีวาระการปลุกเสกหลายวาระมาก รวมทั้งปลุกเสกหนึ่งไตรมาศคือ ตลอดพรรษาปีนี้ด้วย เพื่อให้ศิษย์ให้ผู้ศรัทธา เอาไปใช้ให้เกิดผลสำเร็จ มีเมตตา มีเสน่ห์ ค้าขายดี มีคนอุปถัมป์ค้ำชู กิจการได้ก็ก้าวหน้า เจรจาต่อลองก็สำเร็จ  พกพาบูชาติดตัวเดินทางน้ำขึ้นเหนือล่องใต้ก็แคล้วคลาดปลอดภัย มีแต่คนช่วยเหลือ

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ปลาตะเพียนทอง ที่จัดสร้างเพื่องานนี้เช่นกัน

สำหรับ อักขระเลขบัยต์คาถา ทีหลวงพ่อประเสริฐ์ลงไว้ที่เกล็ดปลาตะเพียน ประกอบด้วย ยันต์คาถา นะ ชา ลี ติ,ยันต์คาถา นะ มะ พะ ทะ, ยันต์คาถา มะ อะ อุ ,ยันต์คาถานะโม พุทธ ธา ยะ,ยันต์คาถา อะระหัง นะ หน้า ทอง

เรียกว่าขอดเกล็ดออกมาแล้วก็จะพบว่า เป็นปลาตะเพียนทองมหามงคลจริงๆแต่จะเปิดให้เช่าบูชาเมื่อไร ต้องติดต่อสอบถามไปที่วัดแก้วหรือที่www.facebook อ.ไก่ มือจูน พระเครื่อง ศิษย์เอกของหลวงพ่อ  ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานนี้

“ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463476

“ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง”

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง" 10 เมษายน 2564 – 14:22 น.

“ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง” อาหารไทยโบราณหารับประทานยากพร้อมเครื่องเคียง 9 มงคล

ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” เปิดกรุเมนูต้นตำรับด้วย “ข้าวแช่ข้างวัง” โดยฝีมือจาก เชฟโธมัส วรพล อิทธิคเณศร เชฟอาหารไทยที่มากด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี  ที่จะมาเผยเคล็ดลับในการทำตำรับข้าวแช่โบราณที่สุดพิถีพิถันจะกระทั่งออกมาเป็นตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง”  ที่เลอค่าน่ารับประทาน โดยลูกค้าสามารถมาลิ้มลองด้วยตัวเองหรือจะส่งมอบให้เป็นของขวัญต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้  

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง"

มี 4 แบบที่บรรจุไว้ในกล่องสวยหรูให้เลือก ได้แก่  ชุดเล็กราคา 495 บาท  ชุดเล็กพร้อมมาลัยราคาชุดละ 750 บาท  ชุดใหญ่ในรูปแบบปิ่นโตไม้สานราคา 1,290 บาท และข้าวแช่ชุดใหญ่ในรูปแบบปิ่นโตไม้สานพร้อมมาลัยราคาชุดละ 1,590 บาท  หรือรับประทานในร้านราคา 385 บาท โดยเมนูตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง” นี้จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันนี้  – 30 มิถุนายน ศกนี้  

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง"

เชฟโธมัส วรพล อิทธิคเณศร กล่าวว่า “การรังสรรค์เมนูข้าวแช่ข้างวังในครั้งนี้ ผมได้ลงมือทำอย่างพิถีพิถันและมีการลงรายละเอียดอย่างประณีต ที่เริ่มตั้งแต่การขัดล้างข้าวถึง 7 ครั้ง โดยนำข้าวสารไปล้างน้ำและขัดด้วยสารส้มเบาๆ จนน้ำล้างข้าวใส  ซึ่งผมได้เลือกใช้ข้าวสารคุณภาพดีจาก จ.ปทุมธานี  ในส่วนของน้ำลอยดอกไม้ข้าวแช่ตำรับข้างวังครั้งนี้ ผมได้ใช้วิธีการร่ำน้ำอย่างไทยโดยใช้ดอกมะลิ กุหลาบมอญ และเทียนร่ำกระดังงา และในส่วนของเครื่องเคียง 9 มงคลนั้นก็ได้มีการปรุงแต่งออกมาอย่างพิถีพิถัน อาทิ เกสรไพลิน (ดอกอัญชันสอดไส้ไข่เค็ม), หมูฝอยเส้นทอง, ลูกกะปิทอด ,หอมแดงสอดไส้กุ้ง, ปลายี่สนผัดหวาน ,พริกหยวกสอดไส้, การะเวกสอดสี (หมูสับห่อกุนเชียง),ไชโป๊วผัดน้ำตาลโตนด, และเครื่องผักสดผักเคียงจักดอก เพิ่มอรรถรสในการรับประทานและตัดรสชาติได้ดีครับ” เชฟโธมัส กล่าว

"ทองหล่อ" เปิดกรุเมนูสำรับต้นตำรับ "ข้าวแช่ข้างวัง"

ท่านใดเป็นแฟนพันธุ์แท้ข้าวแช่ต้องไม่พลาดเมนูตำรับ “ข้าวแช่ข้างวัง”  ไม่ว่าจะรับประทานเอง หรือจะส่งมอบเป็นของขวัญให้คนที่ท่านรัก  สามารถสั่งจองได้ที่ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ณ โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.30 – 21.00 น. และบริการเดลิเวอรี่ ผ่านไลน์ : Thonglor Cuisine โทร. 092-966-2563, 02-000-4701 เวปไซต์ http://www.thong-lor.com เฟซบุ๊ก,อินสตาแกรม Thonglor Cuisine‬ และอย่าลืมติดตามช่องทางใหม่กับเรื่องราวงานหัตถศิลป์เอาใจคนรักงานฝีมือ อินสตราแกรม: Sri.thonglor‬‬‬

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463472

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง10 เมษายน 2564 – 13:34 น.

หนังตาตก..กล้ามเนื้ออ่อนแรงรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง แก้ปัญหาต่อมไทมัสโตผิดปกติหรือเนื้องอกของต่อมไทมัส โดย นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะ  ทางด้านโรคปอด โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

ในอดีต หากเห็นใครบางคนที่มีปัญหาลักษณะของหนังตาตก อาจไม่ใช่มาจากสาเหตุของกล้ามเนื้อหย่อนหรืออายุที่เปลี่ยนไป แต่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงบริเวณใบหน้าหรือที่เรียกว่า “โรคมัยแอสทีเนีย กราวิส” ( Myasthenia Gravis : MG)    ที่คนไทยมักนิยมเรียกว่า “โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ เอ็มจี” โดยโรคนี้เกิดจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติไปทําลายตัวรับสัญญาณประสาทที่อยู่บนกล้ามเนื้อของตัวเอง ทําให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยปัจจุบันยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุของความผิดปกติของโรคได้  อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง(MG) คือ อาการหนังตาตก ส่งผลทำให้เห็นภาพซ้อน  อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นในช่วงเช้า ๆ หลังจากตื่นนอนหรือหลังจากพักหลับตา ในบางรายอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ของร่างกาย รวมไปถึงระบบส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการ เช่น แขนขาอ่อนแรง เกิดอาการตะคริว รวมไปถึงส่งผลต่อการกลืนอาหารหรือการหายใจ  จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากอายุรแพทย์ระบบประสาท 

นพ.ศิระ เลาหทัย กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MG) ควรได้รับการตรวจหาภาวะต่อมไทมัสโตผิดปกติหรือเนื้องอกของต่อมไทมัสด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก (CT chest) โดยมักจะพบร่วมด้วยประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วย ในวิธีการรักษาปัจจุบันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MG) สามารถรักษาได้ด้วยยาที่มีออกฤทธิ์ลดการทำลายสารสื่อประสาทที่บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ และในผู้ป่วยกลุ่มที่มีเนื้องอกต่อมไทมัสควรได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ส่วนในบางรายที่ไม่มีเนื้องอกอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยหลังได้รับการผ่าตัดโดยส่วนมาก มักจะมีอาการที่ดีขึ้นและสามารถลดการใช้ยากดภูมิคุ้มกันลงได้

การผ่าตัดต่อมไทมัสไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ต่อมไทมัสปกติเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณหน้าหัวใจ โดยตัวต่อมมีลักษณะคล้ายผีเสื้อ ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันในช่วงแรกเกิด จากนั้นตัวต่อมไทมัสจะค่อย ๆ ฝ่อลงจนเป็นเพียงเนื้อเยื่อไขมันในช่วงผู้ใหญ่ ฉะนั้นการตัดต่อมไทมัสไปจะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบในร่างกาย    

การผ่าตัดนั้นในอดีตได้ทำการผ่าเปิดกระดูกบริเวณหน้าอก ( Median sternotomy) แต่ปัจจุบันการผ่าตัดต่อมไทมัส สามารถทำการผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง ( Video assisted thoracoscopic surgery; VATS thymectomy) แผลจุดเดียวขนาด 2.5 เซนติเมตร ข้างลำตัวทั้ง 2 ข้าง ระยะเวลานอนโรงพยาบาลเฉลี่ยเพียงแค่  2-3 วันเท่านั้น โดยจากการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดเปิดและการผ่าตัดส่องกล้อง นั้นไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของการผ่าตัด  นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในเรื่องของระยะเวลานอนโรงพยาบาลที่สั้นกว่า และมีสภาวะแทรกซ้อนทางร่างกายน้อยกว่า  อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดที่รักษาได้หายขาด แต่ การผ่าตัดต่อมไทมัส ส่งผลทำให้ผู้ป่วยมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มีพัฒนาการเรื่องของกล้ามเนื้ออ่อนแรงดีขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการรักษาโรคมัยแอสทีเนีย กราวิส หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งเป็นนวัตกรรมรูปแบบการรักษาสมัยใหม่ในการรักษา 

ผู้หญิงท้องยาก จงให้ความสำคัญกับ ไข่ มดลูก และฮอร์โมน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/463400

ผู้หญิงท้องยาก จงให้ความสำคัญกับ ไข่ มดลูก และฮอร์โมน

ผู้หญิงท้องยาก จงให้ความสำคัญกับ ไข่ มดลูก และฮอร์โมน9 เมษายน 2564 – 12:46 น.

“ภาวะมีบุตรยาก”หมายถึงภาวะที่คู่สมรสไม่สามารถมีบุตรได้ทั้งที่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอนับวันไข่ตกและไม่ได้คุมกำเนิดโดยแบ่งเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า35ปีที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ภายใน1ปีและผู้หญิงอายุตั้งแต่35ปีขึ้นไปที่ไม่สามารถมีบุตรได้ภายในเวลา6เดือน

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) สาเหตุการมีบุตรยากที่มาจากฝ่ายชาย ได้ แก่ คุณภาพของสเปิร์ม ส่วนสาเหตุจากฝ่ายหญิงจะพบได้มากกว่า เนื่องจากระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงมีความซับซ้อนที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติได้ในหลายประการ  เช่น ปัญหาเรื่องรังไข่ คุณภาพของ
ไข่ ความผิดปกติของรอบเดือน มดลูก ท่อนำไข่อุดตัน เนื้องอกมดลูก ซีสต์รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่  เป็นต้น

ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์ที่ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาด้านการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางแพทย์สำหรับผู้มีบุตรยากและผู้ก่อตั้งเพจ Babyandmom.co.th สำหรับผู้มีบุตรยาก เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การตรงด้านมีบุตรยากที่เคยผ่านกระบวนการรักษาผู้มีบุตรยากมาทุกขั้นตอน พร้อมศึกษางานวิจัยจากผู้มีบุตรยากและการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์จากงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ  
จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลงานวิจัย ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์ ได้สรุปปัจจัยหลัก 3 ประการในการตั้งครรภ์ ไว้ดังนี้

1.ไข่
คือ วัตถุดิบตั้งต้นของการตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์เริ่มต้นที่เซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ได้พบกับสเปิร์มที่แข็งแรง ปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อน ฝังตัวในมดลูกและเติบโตในครรภ์ต่อไป ดังนั้นไข่ใบน้อยๆ ใบนี้จะกลายไปเป็นลูกน้อยในอนาคต ในร่างกายเรามีเซลล์หลายล้านเซลล์ ไข่ก็คือเซลล์ และเป็นเซลล์สืบพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย แต่เซลล์ไข่อ่อนไหวต่ออนุมูลอิสระมากๆ เซลล์ไข่เสื่อมง่าย เสียหายง่าย ฝ่อง่ายจากการทำลายของอนุมูลอิสระที่เกิดจากกระบวนการออกซิเดชั่นที่เกิดขึ้นในร่างกายเราทุกวัน ดังนั้นเซลล์ไข่ที่ไม่มีคุณภาพจึงเป็นปัญหาหลักที่สำคัญที่สุดจากฝ่ายหญิงที่ทำให้มีบุตรยาก

ผู้หญิงมีเซลล์ไข่กว่า 6-7 ล้านเซลล์ติดตัวมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ฟังดูเหมือนไข่มีจำนวนเยอะมาก แต่รู้หรือไม่ว่านับตั้งแต่วันที่ผู้หญิงเราคลอดออกมาเซลล์ไข่จะเหลือเพียง 1-2 ล้านเซลล์ และจากนั้นไข่ก็จะฝ่อไปเรื่อยๆ ทั้งจากอายุที่มากขึ้น และจากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ จนเมื่อถึงวัยมีประจำเดือน ไข่จะเหลือแค่ประมาณ 7 แสนใบ แต่ทั้งนี้จะมีไข่ที่มีผลทำให้ตั้งครรภ์ได้เพียงแค่ 400-500 ฟองเท่านั้น เพราะการตกไข่แต่ละครั้งจะมีไข่เพียงฟองเดียวที่สมบูรณ์และกว่าจะถึงวัยเจริญพันธุ์ หรือเมื่อถึงเวลาที่เราพร้อมมีลูกไข่ของผู้หญิงเราก็เหลือน้อยลงและเสื่อมคุณภาพลงเรื่อยๆ 

สาเหตุหลักที่ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมคุณภาพ
1.อายุของฝ่ายหญิงที่เพิ่มขึ้น 
นอกจากเซลล์ไข่จะลดจำนวนลงแล้ว ความผิดปกติทางโครโมโซมของเซลล์ไข่ก็จะเพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยผู้หญิงวัย 35 ขึ้นไปถือเป็นช่วงขาลงของวัยเจริญพันธุ์ ในทางการแพทย์ คุณภาพของเซลล์ไข่ (Egg Quality) เชื่อมโยงถึง “ความปกติทางโครโมโซมของไข่” โดยไข่ที่โครโมโซมปกติ เรียกว่า “euploid” ส่วนไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติเรียกว่า “aneuploid” ซึ่งไข่ที่มีโครโมโซมปกติ (Chromosomally normal egg) จะมีโครโมโซม 23 แท่ง เมื่อมีการปฏิสนธิจากอสุจิของฝ่ายชายที่มีโครโมโซมปกติอีก 23 แท่ง ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ก็จะมีโครโมโซมรวม 46 แท่ง ความสัมพันธ์ของอายุกับคุณภาพของไข่ก็คือ เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะมีไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติ (aneuploid) เพิ่มขึ้น ไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติ คือมีจำนวนโครโมโซมมาก หรือ น้อยกว่า 23 แท่ง  

โดยสถิติความผิดปกติของโครโซมของเซลล์ไข่ในแต่ละช่วงอายุปรากฏตามข้อมูล ดังนี้ 
•อายุ 25 โครโมโซมผิดปกติ 25%
•อายุ 35 โครโมโซมผิดปกติ 50%
•อายุ 40 โครโมโซมผิดปกติ 85-90% 
ซึ่งไข่ที่มีโครโมโซมผิดปกติอาจส่งผลให้ 
•อัตราการปฏิสนธิต่ำ (low fertilization rate)
•ตัวอ่อนไม่ฝังตัว (embryo fails to implant in the uterus)
•แท้งในระยะเริ่มแรก (early miscarriage)
•ทารกเป็นดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) 

2.อนุมูลอิสระ
 อนุมูลอิสระส่งผลต่อความเสื่อมของเซลล์ไข่และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้โครโมโซมเซลล์ไข่ผิดปกติ โดยทั่วไปแล้วในร่างกายมีการสร้างอนุมูลอิสระออกมาตลอดเวลาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร อนุมูลอิสระส่วนใหญ่มีอะตอมของออกซิเจนที่ไวต่อการทำปฏิกริยาออกซิเดชัน หรือเรียกว่า Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เซลล์ หากร่างกายเรามีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่จะมาจัดการกับ ROS ไม่เพียงพอจะทำให้เซลล์ต่างๆถูกทำลายจนเสื่อมไปเรื่อยๆ รวมถึงเซลล์ไข่ของผู้หญิงด้วย

มีงานวิจัยศึกษาพบว่า สาเหตุหลักของการทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่ประสบความสำเร็จมาจากตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ (รองลงมาคือปัญหาเรื่องผนังมดลูก)  ซึ่ง ตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์อาจมาจากโครโมโซมผิดปกติ สืบเนื่องมาจากเซลล์ไข่มีความเสื่อมจากอนุมูลอิสระ หรือไข่ที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นนั่นเอง เมื่อเกิดการรวมตัวกับ DNA แล้วทำให้โมเลกุลของ DNA เปลี่ยนไป ส่งผลให้โครโมโซมเสียหาย หรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ชั้น lipid ซึ่งเป็นองค์ประกอบในผนังเซลล์ทำให้เซลล์ไข่เสื่อมสภาพ (Oocyte aging) 

นอกจากนี้อนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ไข่ได้มากยิ่งขึ้นในกระบวนการ “ทำเด็กหลอดแก้ว” เนื่องจากเซลล์ไข่ที่เก็บออกมา จะไม่มีของเหลวที่เรียกว่า “follicular fluid” ป้องกันอยู่เหมือนในร่างกายมนุษย์ ทำให้เซลล์ไข่ถูกทำลายและเสื่อมสภาพเร็วขึ้นไปอีก 

สำหรับผู้หญิงที่มีบุตรยาก ที่ต้องใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) การมีเซลล์ไข่ที่มีคุณภาพเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ ส่งผลต่อโอกาสในความสำเร็จ อย่างไรก็ตามการทำเด็กหลอดแก้วเป็นการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในการคัดเลือกไข่และอสุจิตัวที่ดีที่สุด ซึ่งเทคโนโลยีช่วยในการคัดเลือกไข่ที่ดีได้ แต่ไม่สามารถทำให้ไข่มีคุณภาพได้

“คุณภาพของไข่” ขึ้นอยู่กับการบำรุงและสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายของผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ ต้องเตรียมบำรุง “วัตถุดิบตั้งต้น” ไปให้พร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมเซลล์ไข่ให้มีคุณภาพที่ดีที่สุด และถูกทำลายน้อยที่สุดก่อนเข้ากระบวนการทางการแพทย์ด้วยการทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระให้เพียงพอ

ภาพเซลล์ไข่ที่เก็บออกมาจากรังไข่ เพื่อคัดเลือกไข่ที่สุก ที่มี โพลาร์บอดี้ (Polar Body) หรือ “PB” เข้าสู่กระบวนการ ICSI (เด็กหลอดแก้ว)

ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หลังจากการกระตุ้นไข่ จะมีการเก็บไข่เพื่อนำไปปฏิสนธิ ซึ่งไข่ที่เก็บมาได้นั้นไม่ได้หมายความว่าใช้ปฏิสนธิได้ทุกใบ แพทย์จะเลือกเฉพาะ “ไข่สุก” เท่านั้นที่สามารถนำไปปฏิสนธิต่อไปได้ ส่วนใบที่เป็นไข่อ่อนจะไม่สามารถนำไปปฏิสนธิได้ ซึ่งไข่สุก คือ ไข่ที่มีแนวโน้มการแบ่งเซลล์เป็นปกติ หรืออยู่ในระยะ Metaphase II (MII) พร้อมที่จะทำการปฏิสนธิได้ ส่วน Metaphase I (MI) เป็นระยะไข่อ่อนที่ยังไม่พร้อมที่จะทำการปฏิสนธิค่ะ และ Abn. เป็นไข่ที่รูปร่างผิดปกติ เช่น มี 2 Polar Body หรือ มีรูปร่างผิดปกติจากการแตกหักของเซลล์ เป็นต้น
 
ภาพเซลล์ไข่สุกที่มี โพลาร์บอดี้ (Polar Body) หรือ “PB” 

ซึ่งเมื่อเก็บไข่ออกมาแล้ว “ไข่สุก” จะดูจาก โพลาร์บอดี้ (Polar Body) หรือ “PB”  คือ จุดเล็กๆ ที่อยู่บนเซลล์ไข่ เป็นตัวที่บอกว่าไข่ใบนั้นสุกแล้ว ถ้าไข่อ่อนจะไม่มีจุดเล็กๆ นี้ 
นอกจากดูจาก โพลาร์บอดี้ (Polar Body) แล้ว ก็ต้องดูคุณภาพของเซลล์ไข่ด้วย
 โดยประเมินได้จาก
•ความเรียบเนียนเนื้อไข่ 
•ความยืดหยุ่นขณะทำ ICSI (จับสเปิร์มเจาะไข่)
•รูปร่างทั่วไป มี 1 polar body และจุดไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป 
•สี ไม่คล้ำ ไม่มีขยะเซลล์ 
•ไซโตพลาสซึมมีลักษณะไม่หยาบ สีไม่คล้ำ
•เซลล์ไข่ที่ดี ไม่ควรมีช่องว่างระหว่างไซโตพลาสซึม กับ zona pellucida (perivitelline space) มากเกินไป 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าคุณภาพของเซลล์ไข่ การเจริญเติบโตของไข่ที่สมบูรณ์ (ไข่สุก) ต้องสร้างมาจากภายในร่างกายของผู้หญิง ไม่สามารถมาเพิ่มคุณภาพในภายหลังที่เก็บออกมาแล้วได้  

มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการทานอาหารและภาวะเจริญพันธุ์ (The influence of diet on fertility) หลายฉบับ ศึกษาพบว่า การทานอาหารที่มีโปรตีนสูงและอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจะช่วยบำรุง ซ่อมแซมเซลล์และปกป้องเซลล์ไข่จากการถูกทำให้เสียหายจากอนุมูลอิสระทำให้เซลล์ไข่สมบูรณ์ขึ้น เป็นการเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้ 

โดย “ครูก้อย” ได้แนะนำให้ผู้ที่ติดตามในเพจ babyandmom.co.th ให้เน้นการรับประทานโปรตีน ลดคาร์โบไฮเดรตลง ทานไขมันดี และเน้นสารต้านอนุมูลอิสระ การทานอาหารแบบนี้จะส่งผลต่อเซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ ฮอร์โมนที่สมดุลและส่งผลต่อวงจรการตกไข่ที่เป็นปกติอีกด้วย ถึงแม้จะมีไข่น้อย แต่ถ้าเป็น “ไข่ที่มีคุณภาพ” ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น ผู้หญิงเตรียมตั้งครรภ์ต้องรู้จักบำรุงเซลล์ไข่ของเราให้มีคุณภาพ เป็น “ไข่ทองคำ” ที่จะกลายมาเป็นเบบี๋ของเราในอนาคต

2. มดลูก
มดลูก คือ บ้านหลังแรกของลูก เมื่อไข่ที่สมบูรณ์ปฏิสนธิกับสเปิร์มที่แข็งแรง เกิดเป็นตัวอ่อนคุณภาพดี ตัวอ่อนก็จะค่อยๆ แบ่งเซลล์และเดินทางเข้ามาฝังตัวที่บ้านหลังนี้ ดังนั้นมดลูกต้องแข็งแรงและสมบูรณ์พร้อมที่สุด ตัวอ่อนจึงจะมาฝังตัวได้อย่างอยู่รอดปลอดภัย และเติบโตเป็นครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง 

 ภาพอัลตร้าซาวด์มดลูก 
ในการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) นั้นหลังจากทำการเก็บไข่และนำไปผสมกับอสุจิเกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนแล้ว ก็จะมีการเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บจนถึงระยะบลาสโตซิสต์ ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมในการย้ายตัวอ่อนกลับเข้ามาใส่ในโพรงมดลูก

ดังนั้นผู้หญิงที่อยู่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI)  จึงต้องเตรียมมดลูกให้พร้อมก่อนย้ายตัวอ่อน ซึ่งขั้นตอนการเตรียมผนังมดลูกเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ผู้หญิงมีบุตรยากต้องให้ความสำคัญ เพราะมันเป็นปัจจัยหลักอีกประการหนึ่งที่จะชี้ว่าตัวอ่อนจะฝังตัวได้หรือไม่ เราจะท้องหรือไม่ในรอบนี้

โดยผนังมดลูกที่สมบูรณ์พร้อมตามเกณฑ์ที่เหมาะสมในการฝังตัวของตัวอ่อนมีลักษณะดังนี้ 
1.ผนังมดลูกต้องหนา 8-10 มิลลิเมตร (ไม่ควรหนาเกิน 14 มิลลิเมตร) 
2.เรียง 3 ชั้นสวย (Triple lines) ผิวเรียบเห็นเส้นกลางชัดเจน 
3.ใสเป็นวุ้น สะอาด ไม่หนาทึบทับถมด้วยประจำเดือนเก่าที่คั่งค้าง
4.มดลูกอุ่น คือ มีเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ ไม่มีสารพิษตกค้าง
โดย “ครูก้อย นัชชา” ได้ให้คำแนะนำนำกับผู้หญิงที่มีบุตรยากและผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ ว่า ควรให้ความสำคัญกับการเตรียมมดลูกให้ได้ตามเกณฑ์ก่อนย้ายตัวอ่อน ซึ่งทำได้ด้วยหลักโภชนาการที่ถูกต้อง การรับประทานโปรตีนให้เพียงพอเพื่อสร้างผนังมดลูกให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงมดลูก เช่น น้ำขิง และดื่มน้ำมะกรูดคั้นสดที่มีสารไบโอฟลาโวนอยด์สูงช่วยให้เลือดสูบฉีดและทำให้เส้นเลือดฝอยที่โอบอุ้มมดลูกแข็งแรง ลดการอักเสบติดเชื้อที่มดลูก 

นอกจากนี้การบำบัดหรือดีท็อกซ์สารพิษจากการใช้ฮอร์โมนที่คั่งค้างในมดลูกก็มีความสำคัญ เสมือนเป็นการเคลียร์มดลูกให้สะอาดพร้อมรับการฝังตัว ทำได้ด้วยการ “ดื่มชาดอกคำฝอย” เพื่อขับลิ่มเลือดประจำเดือนเก่าที่คั่งค้าง และ “การแพ็คน้ำมันละหุ่ง (Castor Oil Pack)”  เพื่อขับล้างสารพิษที่คั่งค้างจากการใช้ฮอร์โมน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้ระบบสืบพันธุ์และอวัยวะภายในทำงานได้ดีขึ้น

3. ฮอร์โมนที่สมดุล
ฮอร์โมนเปรียบเสมือนน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิต ฮอร์โมนเป็นตัวควบคุม และกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายให้เป็นไปอย่างปกติ รวมไปถึงฮอร์โมนเพศด้วย ในการตั้งครรภ์นั้น ฮอร์โมนเพศต้องสมดุลจึงจะส่งผลให้มีลูกง่าย เพราะฮอร์โมนมีผลตั้งแต่การผลิตไข่ การกระตุ้นไข่ให้มีการเจริญเติบโต ฮอร์โมนทำให้ไข่ตกออกจากถุงไข่ รวมถึงการทำให้ผนังมดลูกฟอร์มหนาตัวขึ้นเพื่อเพิ่มความพร้อมให้ตัวอ่อนฝังตัว 
สำหรับการทำเด็กหลอดแก้ว ( ICSI ) นั้น การตรวจฮอร์โมนเป็นสิ่งสำคัญที่แพทย์จะนำผลมาพิจารณาการเลือกวิธีการรักษา การให้ยา หรือประเมินความสำเร็จในการรักษาได้ในเบื้องต้น ซึ่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องได้แก่
•AMH บอกจำนวนฟองไข่ตั้งต้น
•E2 หรือ เอสตราไดออล ฮอร์โมนเพศหญิง บอกถึงความเจริญเติบโตของไข่ ไข่สุก
•FSH บอกความเสื่อมของรังไข่ ประสิทธิภาพของรังไข่
•LH ฮอร์โมนการตกไข่
•TSH ฮอร์โมนไทรอยด์ หากพบฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติจะส่งผลต่อความสมดุลของการสร้างฮอร์โมนเพศ
•PRL ฮอร์โมนน้ำนม หากมีค่าสูงจะกดวงจรการตกไข่ ทำให้ไข่ไม่ตก 

ซึ่งสาเหตุที่ฮอร์โมนไม่สมดุลอาจมาจากภาวะ PCOS (ภาวะถุงน้ำหลายใบในรังไข่) การทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ น้ำหนักมากหรือน้อยเกินไป หรือ ความเครียด โดยผู้หญิงที่มีบุตรยากต้องหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาออกกำลังกายควบคุมน้ำหนัก พักผ่อนให้เพียงพอและปรับการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย เมื่อฮอร์โมนกลับมาสมดุล การทำงานของระบบสืบพันธุ์ปกติจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการบำรุงไข่ให้มีคุณภาพ โตสมบูรณ์พร้อมปฏิสนธิ บำรุงผนังมดลูกให้แข็งแรง หนา ใส สวยอุ่น รวมถึงปรับฮอร์โมนให้สมดุลจึงเป็นหัวใจหลักที่จะเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยหลักโภชนาการที่ถูกต้อง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงก่อนตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และต่อเนื่อง เบบี๋มาไม่นานเกินรอ “ครูก้อย” นัชชา ลอยชูศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย 

รำลึก 10 เมษา แดงบนเส้นขนาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463488

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน10 เมษายน 2564 – 15:48 น.

รำลึก 11 ปี สลายเสื้อแดง นปช.ต้องแยกทางกันเดิน กลายเป็นอุดมการณ์บนเส้นขนาน

++
เหตุการณ์ 10 เมษา 2553 เป็นความต่อเนื่องของการต่อสู้ของประชาชนเพื่อทวงอำนาจของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2550 – 2552 หมายความว่า ผลพวงการทำรัฐประหาร 2549 ยังดำรงอยู่จนถึงปี 2553 เช่นเดียวกันกับการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ต่อต้านรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจ (จากปี 2557)…”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… 10 เมษา  “เต้น” มาแล้ว หลัง “ตู่” หลบฉาก

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

จตุพร ทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี

ธิดา ถาวรเศรษฐ บันทึกไว้ในแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “เหตุการณ์ 10 เมษา และการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่” และเป็นอีกปีหนึ่งที่งานรำลึกและสดุดีวีรชน 10 เมษา 53 ต้องแยกกันจัดกิจกรรม     

กลุ่มของจตุพร พรหมพันธุ์ จัดที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี ซอยรามอินทรา 40 และกลุ่มของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จัดที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว

++
สายรามอินทรา
++
เช้าวันที่ 10 เม.ย.2564 ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยแกนนำ นปช.ส่วนหนึ่ง ร่วมกันรำลึกและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต เนื่องในโอกาสครบรอบ 11 ปี  10 เมษา 2553      

“ตู่ จตุพร” ยังวาดหวังที่จะได้มีอนุสรณ์สถาน เพื่อรวมอัฐิของพี่น้องไว้ในที่เดียวกัน เหมือนกรณีอนุสรณ์สถานพฤษภาคม 2535 

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคณะ ทำบุญที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

สำหรับเวที “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” ที่ต้องพักรบชั่วคราว เพราะโควิดระบาดรอบ 3 “จตุพร” อธิบายว่า การยุติเวที ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยไว้ชั่วคราว ว่า ตนสู้มาร่วม 30 ปี รู้ว่าจังหวะใดต้องรุกจังหวะใดต้องถอย แต่ประเด็น สำคัญใครคือ ผู้ถือความชอบธรรม  หากเรายังเดินการชุมนุมต่อรัฐก็จะปฏิบัติการไอโอ และเราก็จะกลายเป็นผู้ร้าย และถูกสร้างให้เกิดความชิงชัง เหมือนที่เคยสร้างมา      

คำถามที่จตุพร ต้องตอบอยู่บ่อยครั้งคือ กรณีของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าจะมาร่วมขึ้นเวทีเดียวกันอีกหรือไม่?     

“หากณัฐวุฒิมาร่วมตั้งแต่ต้น พรรคพวกที่เคยร่วมสู้กับผมเมื่อปี 2535 หรือพวกที่เคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะกระอักกระอ่วนใจ ไม่กล้าเข้ามาร่วม เราต้องให้เวลาเขาทำใจสักหน่อย การชุมนุมที่ผ่านมาเป็นเพียงการวอร์มอัพ เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น” 

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

ธิดา ถาวรเศรษฐ แม่งานใหญ่ของฝ่าย นปช.สายแยกแคราย

++
สายแคราย
++
สำหรับแกนนำ นปช.สายแยกแคราย ในนามยูดีดีนิวส์ จัดงานรำลึกและสดุดีวีรชน 11 ปี 10 เมษา ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (แยกคอกวัว) ในช่วงบ่าย    

แม่งานใหญ่คือ ธิดา ถาวรเศรษฐ ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนักข่าวยูดีดีนิวส์ ได้โหมโรงมาแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์โควิด จึงทำให้การจัดงานรำลึก 10 ปี 10 เมษา ต้องเลื่อนออกไป พอมาถึงปีนี้ ก็เกือบจัดไม่ได้    

ดังที่ทราบกัน “ธิดา” อดีตประธาน นปช. ได้เชิดชูการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ และส่งทีมงานยูดีดีนิวส์ ไปรายงานสดทุกกิจกรรม และทุกการชุมนุมของกลุ่มเยาวชน เพราะธิดามองว่าการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่เหนือกว่าคนเสื้อแดง โดยยกเหตุผลดังนี้
    
1.พลังปัญญาชนหนุ่มสาวที่มีความชอบธรรมและผลสะเทือนสูงกว่ามวลชนพื้นฐานทั้งในชนบทและในเมือง 2.เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้การนัดหมาย ส่งข่าว ทำได้รวดเร็วตลอดเวลา 3.การขับเคลื่อนเป็น Flash Mob 4.การระดมทุนทำได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งนายทุน 4.มีแนวร่วมมากยิ่งขึ้น จากปัญญาชน ชนชั้นกลาง สลิ่มกลับใจ    

บวกกับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ประกาศยืนเคียงข้างการต่อสู้ของคนหนุ่มสาว จึงทำให้ นปช.สายแคราย ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากกว่าสายรามอินทรา    

สรุปว่า แกนนำ นปช. 2 ปีก ต่างก็มี “ธง” ในการเคลื่อนไหวการเมือง และยากที่พวกเขาจะหันกลับมาร่วมใจร่วมแรงเหมือนในอดีต

สายเย็น “ไอติม” รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463474

สายเย็น “ไอติม” รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์10 เมษายน 2564 – 13:42 น.

ข่าวลือเยอะ พลันที่ “ไอติม” หลานมาร์ค จับมือเครือข่าย “ธนาธร” รื้อระบอบประยุทธ์ คอลัมน์… ท่องยุทภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เกมบนท้องถนนของฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ไหลลื่น เพราะปัญหาความขัดแย้งภายในขบวนการคนหนุ่มสาว และมาตรการทางกฎหมายอันเข้มงวด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ไอติม พริษฐ์” โผล่ร่วมม็อบ ล่า 5 หมื่นรายชื่อ

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

ไอติม วันที่เปิดแคมเปญขอหนึ่งชื่อรื้อระบอบประยุทธ์

“เดอะป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จึงจับมือ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ผุดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์” ในนามกลุ่ม Re-solution โดยคำนี้หมายถึงการหา “ทางออกใหม่” ให้กับประเทศ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่    

กลุ่ม Re-solution เป็นความร่วมมือกันของ 4 องค์กรคือ 1.คณะก้าวหน้า 2.พรรคก้าวไกล 3.กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า และ 4.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์     

ล่าสุด “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ เปิดเผยว่า การเปิดตัวแคมเปญ“ขอคนละชื่อระบอบประยุทธ์”เมื่อ 6 เม.ย.2564 ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร่วมลงชื่อได้โดยการส่งไปรษณีย์เข้ามานั้น ปรากฏว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้แจ้งว่า ต่อไปนี้การส่งจดหมายไม่สามารถจ่าหน้าซองด้วยคำว่า “ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์” ได้ โดยอ้างอาจไม่เป็นไปตามระเบียบไปรษณีย์ เนื่องจากชื่อไม่ตรงกับผู้ขอเปิดตู้ และยังขอความร่วมมือไม่ให้จ่าหน้าซองด้วย “ตู้ ปณ.33 ปณฝ.ประสานมิตร กรุงเทพฯ 10114” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ระบุชื่อจริง-นามสกุลจริงของผู้ขอตู้ด้วย 

ดังนั้น ไอติมทำการเปลี่ยนที่อยู่และเปิดให้ส่งจดหมายเข้ามาได้ทุกช่องทาง โดยใช้บริษัทขนส่งใดก็ได้ ให้ส่งมาที่ Re-Solution สำนักงานคณะก้าวหน้า 1768 อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ ชั้นที่ 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

ปิยบุตร หัวเรี่ยวหัวแรงร่วมกับไอติม

++
แผนลับจริงหรือ
++
บทบาทของ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานรักของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่แนบแน่นกับเครือข่ายสายสีส้ม ทั้งพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า จึงเป็นที่มาของข่าวลับข่าวลือ    

นักวิชาการปีกขวาจัดรายหนึ่ง ถึงขั้นปล่อยข่าวว่า ไอติมเตรียมเป็นหัวหน้าพรรคสีส้ม และมาร์คก็จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคสีฟ้า เพื่อบรรลุดีลลับกับคนแดนไกล     

“เสี่ยคึก” เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ทนไม่ไหว จึงโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ นักวิชาการสายจารีตว่า จินตนาการทางการเมือง หรือมโนไปเอง แบบไม่มีมูลความจริงใดๆ ทั้งสิ้น     

นักการเมืองคนดัง ซัดกลับไม่ยั้ง และเรียกร้องให้นักวิชาการรายนั้น หากมีข้อมูลจริง ก็ระบุชื่อตรงๆ เลย “อย่าทำตัวเป็นอีแอบ หรือหมาลอบกัด เพราะจะได้นำเรื่องทั้งหมด ไปพิสูจน์ความจริงกันในศาล ดีกว่ามาสร้างกระแส ปล่อยข่าวให้เกิดความสับสน ตีความกันไปต่างๆ นานา ในหมู่คนที่สนใจเรื่องการเมือง”    

พูดกันตามเนื้อผ้า การเคลื่อนไหวของ “ไอติม” นั้น มีความชัดเจน ไม่มีลับลมคมในมาตั้งแต่การล่ารายชื่อประชาชน ร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน    

หลังจาก “ไอติม” ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ตั้ง “กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า” แตะมือกับภาคประชาชน จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อแก้วิกฤตทางการเมืองปัจจุบัน และเปลี่ยนแปลงสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง    

กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้านั้น ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” (ครช.) เมื่อปลายปี 2562    

เมื่อรัฐสภาไม่ฟัง 1 แสนเสียงที่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน “ไอติม” จึงต้องออกมาเคลื่อนไหวล่ารายชื่อรื้อระบอบประยุทธ์อีกครั้ง 

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา

++
อนาคตพรรคไหน?
++
หลายคนรู้จักไอติมครั้งแรก ในฐานะหลานชายของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์เป็นน้องแท้ๆ มารดาของไอติม)    

ปี 2561 ไอติมตัดสินใจลาออกจากบริษัท Junior Manager ในเครือ บริษัท McKinsey & Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เพื่อทำงานการเมืองตามที่ตัวเองวาดฝันไว้    

ปลายปีเดียวกัน ไอติมและผองเพื่อนประกาศเปิดตัวกลุ่ม “นิวเดม” ที่ย่อมาจากคำว่า “นิวเดโมเครต” หรือ “ประชาธิปัตย์ใหม่” จำนวน 21 คน     

ผลการเลือกตั้ง 2562 พรรคประชาธิปัตย์พ่ายยับในสนาม กทม. และภาคใต้ “มาร์ค” อภิสิทธิ์ จึงต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค และจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ นำพรรคเข้ารัฐบาลประยุทธ์ ไอติมและกลุ่มนิวเดม ถึงได้รู้ว่า “โลกไม่สวยอย่างที่คิด”    

ไอติม ตัดสินใจลาออกจากพรรค ปชป. และเขาให้เหตุผลว่า อุดมการณ์ของเขาและพรรคแตกต่างกัน     

หลังจากนั้น ไอติมจึงเลือกที่จะเข้าร่วมกับคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน(ครช.) สานต่ออุดมการณ์ไม่เอาเผด็จการ    

นักข่าวเคยถามว่า ไอติมสนใจจะเล่นการเมืองในสังกัดพรรคก้าวไกลหรือไม่? ตัวเขาเองตอบเพียงว่า ขอให้เป็นเรื่องในอนาคต วันนี้ขอทำงานในนามภาคประชาชน 

เลขาฯองค์กรต้านคอร์รัปชั่น ชี้วิกฤตจริยธรรมนักการเมืองเที่ยวผับทองหล่อต้นเหตุโควิดระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/463473

เลขาฯองค์กรต้านคอร์รัปชั่น ชี้วิกฤตจริยธรรมนักการเมืองเที่ยวผับทองหล่อต้นเหตุโควิดระบาด

เลขาฯองค์กรต้านคอร์รัปชั่น ชี้วิกฤตจริยธรรมนักการเมืองเที่ยวผับทองหล่อต้นเหตุโควิดระบาด10 เมษายน 2564 – 13:45 น.

เลขาฯองค์กรต้านคอร์รัปชันฯ ชี้วิกฤติจริยธรรมนักการเมืองที่ผับทองหล่อ จี้ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งตรวจสอบพฤติกรรมนักการเมือง – จนท.รัฐต้นเหตุโควิดระบาด แนะรัฐเอาผิดเจ้าของผับ ผู้บริหาร กทม. ตำรวจและจนท.สาธารณสุขที่ละเลยในการตรวจตรา บังคับใช้กฎหมาย

10 เม.ย.64  ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โพสต์เฟซบุ๊ก Mana Nimitmongkol  เรื่อง วิกฤติจริยธรรมนักการเมืองที่ผับทองหล่อ มีเนื้อหาระบุว่า ต้นเหตุการระบาดใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประชาชนทั่วไป เคยเกิดมาแล้วจากสนามมวยของกองทัพ บ่อนการพนัน แรงงานผิดกฎหมายและล่าสุดที่ผับย่านทองหล่อ ทุกกรณีล้วนเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายและมีพฤติกรรมคอร์รัปชันอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น กรณีผับทองหล่อล่าสุดนี้ได้สร้างความไม่พอให้ประชาชนอย่างมาก เนื่องจากข่าวอันอื้ออึงเซ็งแซ่ว่ามีรัฐมนตรีและนักธุรกิจคณะใหญ่โคจรร่วมกันไปติดโควิดในสถานที่นั้น โดยทุกคนล้วนละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับประชาชน กลายเป็นว่าการระบาดใหญ่รอบนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีนำทีมไปทำเรื่องไม่เหมาะสมเสียเอง เหตุการณ์นี้จึงสะท้อนปัญหา ‘จริยธรรม’ ของนักการเมืองที่เรื้อรัง
 

เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมบอบช้ำซ้ำซาก สิ่งที่รัฐบาลควรทำโดยด่วน คือ
1. ใช้กฎหมายเอาผิดเจ้าของผับ ผู้บริหารของ กทม. ตำรวจและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขที่ละเลยในการตรวจตรา บังคับใช้กฎหมาย
2. ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกสามัญสำนึกด้านจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ร่วมกันฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโรค นอกจากการด่าประณามของสังคมแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านจริยธรรม คือ ป.ป.ช. , ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ควรทำหน้าที่วินิจฉัยว่าพฤติกรรมของพวกเขาเป็นความผิดหรือไม่
3. ออกมาตรการควบคุมที่ชัดเจนและเข้มงวดสำหรับสถานประกอบการแต่ละประเภททั่วประเทศ เพื่อให้มีการตรวจตราเตรียมพร้อม ควบคุมกฎหมายกฎระเบียบทุกอย่างก่อนที่จะเปิดให้สถานประกอบการเหล่านี้กลับมาดำเนินการต่อไปได้
4. รัฐบาลควรจัดให้มีช่องทางสายด่วนให้ประชาชนร้องเรียนเมื่อพบเห็นผู้ฝ่าฝืนมาตรการโควิดนี้
5. ต้องเป็นกติกาว่า ทุกมาตรการที่รัฐแนะให้ประชาชนปฏิบัติ เจ้าหน้าของรัฐทุกคนต้องปฏิบัติเท่าเทียมกันไม่มีข้อยกเว้น เช่น การโหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะ การเปิดเผยไทม์ไลน์ต่อเจ้าหน้าที่และสาธารณชน

ช่วงท้ายของบทความ ดร.มานะ ยังระบุด้วยว่า  การระบาดรุนแรงของโควิด-19 ที่ผ่านมาไม่ได้ให้บทเรียนแก่ทุกคนเลยกระนั้นหรือ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐที่ควรตระหนักถึงความประมาทของคนไม่กี่กลุ่มที่จ้องแต่จะหาผลประโยชน์ หาความสุขแค่ชั่วคราว แต่ส่งผลให้การดำเนินชีวิตต้องเปลี่ยนไปของประชาชนทั้งประเทศ กี่ครั้งแล้วที่ต้องทนกับความประมาท ขาดสติ ไร้ความรับผิดชอบและการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐ จะซ้ำเติมจนประเทศไทยบอบช้ำไม่ต้องฟื้นฟูประเทศกันอีกเลยหรือไม่ แล้วเมื่อไรที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์จะลืมตาอ้าปากทำมาหากินตามปกติได้เมื่อใด ใครจะเป็นคนตอบดี

เลขาฯองค์กรต้านคอร์รัปชั่น ชี้วิกฤตจริยธรรมนักการเมืองเที่ยวผับทองหล่อต้นเหตุโควิดระบาด

“แรมโบ้” เตือน “ชูวิทย์” พูดอะไรต้องรู้จักคิดอย่าเอาแต่มันส์ปาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/463461

“แรมโบ้” เตือน”ชูวิทย์” พูดอะไรต้องรู้จักคิดอย่าเอาแต่มันส์ปาก

 "แรมโบ้" เตือน"ชูวิทย์" พูดอะไรต้องรู้จักคิดอย่าเอาแต่มันส์ปาก 10 เมษายน 2564 – 11:07 น.

“แรมโบ้” เตือน “ชูวิทย์” พูดอะไรต้องรู้จักคิดอย่าเอามันส์ปาก เข้าใจดีเคยทำงานสถานบันเทิงมานานจึงไม่เข้าใจความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น”ตึกไทยคู่ฟ้า”

10 เม.ย.64 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กกรณีที่นายกฯจะฟ้องที่มีการโยงเรื่องของสถานบันเทิงกับชื่อตึก “ไทยคู่ฟ้า” และบอกว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ยันไม่ต้องการให้ใครเสื่อมเสีย มองสังคมไทยดัดจริต รักษาภาพลักษณ์ แต่ไม่ยอมรับความจริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“ชูวิทย์” ขู่เปิดเลขทะเบียนรถรัฐมนตรีแพร่ “โควิด-19”
 

โดยนายเสกสกลชี้แจงว่าเรื่องนี้นายกฯบอกแล้วว่าจะขอดูว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการทางกฎหมาย เพียงนายกฯเตือนการเอาสถานที่สำคัญบ้านเมืองไปเปรียบเทียบกับสถานบันเทิงควรคิดว่า เหมาะสมหรือไม่ นายชูวิทย์ควรที่จะระมัดระวังปากพาไปหาเรื่อง ไม่มีใครดัดจริต อยากให้นายชูวิทย์พูดความจริงไม่มีใครห้ามอยู่แล้ว แต่ความจริงสิ่งใดควรพูดหรือไม่ควรพูด และการเอาสถานที่สำคัญของบ้านเมืองไปตั้งชื่อประชดประชันให้เสื่อมเสีย นายชูวิทย์ควรคิดได้มิใช่หรือ

ทั้งนี้ตนเองก็เห็นด้วยกับนายกฯที่ให้ระมัดระวังการที่จะใช้คำว่า“ไทยคู่ฟ้า”  เพราะสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ทำงานของผู้นำประเทศทุกคน เป็นหน่วยงานราชการ และยังถือว่าเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  ซึ่งนายชูวิทย์ไม่ควรที่จะนำมาพูดเล่นหรือนำมาเปรียบเทียบ เชื่อมโยงกับสถานบันเทิง จะพูดความจริงกล่าวหาว่าใครก็เอ่ยชื่อไปเลย มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเอาชื่อไทยคู่ฟ้าไปพูดให้เสียหายภาพพจน์

นายเสกสกลยังระบุว่าเข้าใจว่านายชูวิทย์ เป็นคนที่เคยทำงานกลางคืน และอยู่กับสถานบันเทิงมานานอาจไม่ค่อยได้ใส่ใจ หรือเข้าใจลึกซึ้งถึงสถานที่สำคัญอย่างตึกไทยคู่ฟ้า แต่ก่อนที่นายชูวิทย์จะนำสถานที่ที่มีความสำคัญแบบนี้มาเปรียบเทียบกับอะไร  ตนเองก็ขอให้ใช้สมองคิดก่อนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และควรให้เกียรติกับสถานที่แห่งนี้ด้วย

“และการที่นายชูวิทย์บอกว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย มองสังคมไทยดัดจริต รักษาภาพลักษณ์ แต่ไม่ยอมรับความจริง กับการที่นำชื่อตึกไทยคู่ฟ้าไปเปรียบเทียบกับสถานบันเทิง มันก็ถือเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งไม่ควรนำไปเปรียบเทียบเช่นนี้ เพราะจะสร้างความเสียหาย ทำลายความน่าเชื่อถือทั้งของนายกฯและรัฐบาล รวมถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างตึกไทยคู่ฟ้า

“ตนฝากถึงนายชูวิทย์ การพูดความจริงมันไม่ตายหรอก เป็นสิ่งที่ดี แต่การพูดในสิ่งที่จะต้องเปรียบเปรยใช้ภาษาเปรียบเทียบแบบไม่ใช้สมองคิดหรือคิดไม่เป็นใช้ได้หรือไม่ โตป็นผู้ใหญ่แล้วควรคิดว่า”ควรหรือไม่ควร เหมาะสมหรือไม่ ” บางครั้งการพูดเอามันส์ปากหรือสนุกปากใครก็พูดได้  แต่ไม่ควรใช้วาจา ทำให้สถานที่สำคัญของบ้านเมืองเสื่อมเสีย นายชูวิทย์โตจนผมหงอก สุนัขเลียก้น ไม่ถึงแล้ว พูดอะไรควรรู้จักระมัดระวังให้มากกว่านี้มิใช่หรือ” นายเสกสกลกล่าว

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463431

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด9 เมษายน 2564 – 18:59 น.

มิคสัญญีกลียุค ทหารเมียนมาปราบโหด ปิดเน็ต ปิดสื่อ ไล่รื้อจานดาวเทียมบนหลังคาบ้าน

++
    2 เดือนกว่าแล้ว กองทัพเมียนมายังเดินหน้าเปิดปฏิบัติการปราบปรามผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นกว่า 500 คนแล้ว 
    วันที่ 8 เม.ย.2564 ตำรวจ-ทหารเมียนมา นำกำลังเข้ารื้อถอนทำลายค่ายของผู้ชุมนุม ที่เมืองกะเล่ ภูมิภาคสกาย โดยใช้อาวุธหนักคือ จรวดอาร์พีจียิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมด้วย 
    วันที่ 9 เม.ย.2564 ที่เมืองพะโค ตำรวจ-ทหารเมียนมา ใช้จรวดอาร์พีจีถล่มบังเกอร์ของผู้ชุมนุม ซึ่งปฏิบัติการล้อมปราบทั้ง 2 แห่ง เกิดขึ้นในช่วงรุ่งสาง 
    ควบคู่กับยุทธการทางทหาร สภาบริหารภาครัฐ(SAC) ยังทำการปิดกั้นการสื่อสาร ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ และเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2564 ตำรวจในเขตอิระวดี และรัฐมอญ ได้ประกาศให้ประชาชนรื้อจานรับสัญญาณดาวเทียม หรือจานทึบ(ระบบเคยูแบนด์) ออกจากหลังคาบ้าน 

นอกจากนี้ ตำรวจเมียนมา ยังได้ตรวจยึดจานรับสัญญาณดาวเทียม และอุปกรณ์ Set-Top-Box จากร้านรับติดตั้งจานดาวเทียม ซึ่งปฏิบัติการตรวจยึดจานรับสัญญาณดาวเทียม มีเจตนาเพื่อปิดกั้นการติดตามรับชมข่าวสารจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์  Mizzima และ DVB

ประชาชนเมียนมาเชื่อว่า ปฏิบัติการรื้อจานดาวเทียมครั้งนี้ เพราะคณะรัฐประหาร ต้องการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนในพม่าได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะชาวเมียนมาในชนบท ที่มีปัญหาการรับสัญญาณอินเตอร์เน็ต ยังสามารถรับชมทีวีดาวเทียมได้

อีกด้านหนึ่ง การตัดสัญญาณอินเตอร์ของกองทัพเมียนมาเป็นช่วงๆ ทำให้การรับข่าวสารทางสื่อโซเชียลมีความยุ่งยาก ทีวีดาวเทียมจึงเป็นทางเลือกภาวะวิกฤต โดยเฉพาะชาวเมียนมานับล้านคนที่อยู่ในประเทศไทย ที่มีจานทึบระบบเคยูแบนด์ก็รับชมข่าวการประท้วงในเมียนมาได้ตลอดเวลา

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

ที่ผ่านมา สำนักข่าว Mizzima และสำนักข่าว DVB ได้รายงานข่าวการประท้วงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 9 เม.ย.2564 ผู้ให้บริการจานรับสัญญาณดาวเทียมยี่ห้อดัง ได้แจ้งแก่สมาชิกว่า ได้ยุติการแพร่ภาพของ Mizzima และ DVB บนแพล็ตฟอร์มแล้ว 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2564 สภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ได้สั่งถอนใบอนุญาตจัดพิมพ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และห้ามการออกอากาศของสื่อ 5 แห่ง ได้แก่ Mizzima, DVB, Myanmar Now, Khit Thit Media และ 7 Day News    

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

สำหรับสำนักข่าว DVB และ Mizzima เป็นสื่อที่ก่อตั้งโดยนักกิจกรรมต่อต้านเผด็จการทหาร ที่ต้องออกไปเคลื่อนไหวอยู่นอกประเทศ และเพิ่งได้กลับเข้ามาในเมียนมา เมื่อไม่กี่ปีมานี้

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

DVB (The Democratic Voice of Burma) ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1992 โดยนักกิจกรรมชาวเมียนมา ในกรุงออสโล นอร์เวย์ โดยเริ่มจากการทำรายการวิทยุและโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ออกอากาศที่นอร์เวย์ จากนั้นย้ายฐานการออกอากาศมาที่เมืองไทย และกลับเข้าไปตั้งฐานภายในเมียนมาเมื่อปี ค.ศ. 2012

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

ส่วน Mizzima ก่อตั้งขึ้นโดยโซ มยิ้นท์ ในกรุงนิวเดลี อินเดีย ในปี ค.ศ.1998 โดยเขาเป็น 1 ใน 2  นักศึกษาเมียนมาที่จี้เครื่องบินของบริษัทการบินไทย เที่ยวบินกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง จากสนามบินดอนเมืองไปลงที่เมืองกัลกัตตา ของอินเดีย เมื่อปี ค.ศ.1990 เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและปล่อยตัวนักโทษการเมืองในเมียนมา แต่ไม่สำเร็จ และยอมมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่อินเดีย

ปัจจุบัน คณะรัฐประหารหรือสภาบริหารภาครัฐ ได้เปิดให้ประชาชนได้รับชมข่าวสารทางสถานีโทรทัศน์ MRTV ที่ดูแลโดย Ministry of Information (Myanmar) และสถานีโทรทัศน์Myawaddy หรือ MWD ของกระทรวงกลาโหมเมียนมา