“จุรินทร์” เชื่อกติกาเลือกตั้งใหม่ ทำให้พรรคการเมืองไม่ถูกด้อยค่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493850

23 พ.ย. 2564 |12:00 น.

“จุรินทร์” ชี้กติกาใหม่รับเลือกตั้ง ให้ประชาชนได้ลงคะแนนผ่านบัตรเลือกตั้งสองใบ ทำให้พรรคการเมืองไม่ถูกด้อยค่า

23 พ.ย.64  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นรัฐธรรมนูญใหม่ และการปรับกลยุทธ์ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เรื่องสูตรการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อนั้นมีหลักที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญในภาพรวมอยู่แล้ว  ซึ่งถ้าพรรคไหนได้คะแนน 100% ก็ได้ปาร์ตี้ลิสต์ไปร้อยคน ถ้าพรรคการเมืองไหนได้คะแนน

"จุรินทร์" เชื่อกติกาเลือกตั้งใหม่ ทำให้พรรคการเมืองไม่ถูกด้อยค่า“จุรินทร์” เชื่อกติกาเลือกตั้งใหม่ ทำให้พรรคการเมืองไม่ถูกด้อยค่า

สำหรับบัตรใบที่ สอง 60% ก็ได้ ส.ส. 60 คน หลักก็เป็นโดยประมาณอย่างนี้ ถ้าได้ 10% ก็ได้ผู้แทน 10 คน ถ้าอย่างนี้จะเข้าใจได้ง่าย แต่วิธีการคำนวณตัวโน้นตัวนี้ไปหารมันก็ค่อนข้างซับซ้อน

พร้อมกับระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไข หรือฉบับใหม่นี้ก็ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองมากขึ้น เพราะว่าการเลือกตั้งโดยใช้บัตรใบเดียวนั้น ต้องเอาคนกับพรรคมามัดรวมกัน ประชาชนไม่สามารถแยกได้ว่า ถ้าต้องการเลือกคนแต่ไม่เลือกพรรค หรือเลือกพรรคแต่ไม่เลือกคนนี้จะทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นตัวบุคคลจะมีความสำคัญสำหรับบัตรใบเดียว แต่พรรคการเมืองก็ดูเหมือนจะถูกด้อยค่าลงไป 

นายจุรินทร์  กล่าวว่า  หลักการประชาธิปไตยนั้น พรรคการเมืองควรเป็นสถาบัน หรือกลไกที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น เพราะถ้าพรรคการเมืองไม่เข้มแข็ง ไม่มีความสำคัญ ประชาธิปไตยก็จะไปยาก เมื่อเป็นแบบบัตร 2 ใบแล้ว ก็คิดว่าจะทำให้พรรคการเมืองมีความสำคัญขึ้น การลงสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากประชาชนจะพิจารณาตัวบุคคลแล้ว ก็ต้องพิจารณาพรรคการเมืองด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี และประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนมาตลอด

"จุรินทร์" เชื่อกติกาเลือกตั้งใหม่ ทำให้พรรคการเมืองไม่ถูกด้อยค่า“จุรินทร์” เชื่อกติกาเลือกตั้งใหม่ ทำให้พรรคการเมืองไม่ถูกด้อยค่า

“มาถึงวันนี้เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นแบบนี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการสร้างความเข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตยรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องปรับโครงการอย่างไรหรือไม่นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า คงไม่ต้องปรับอะไร เพราะเราก็เคยคุ้นกับระบบนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 มาแก้เป็นบัตรใบเดียวอันนั้นเราต้องปรับตัว ทุกพรรคต้องปรับตัว แต่ถ้าย้อนกลับไปใช้บัตร 2 ใบ มันเป็นสิ่งที่เราเคยทำมาแล้ว ประชาชนก็เข้าใจดีอยู่แล้ว บัตรใบที่ 1 ก็เลือกบุคคล บัตรใบที่ 2 ก็เลือกพรรคการเมือง มันมีความชัดเจนในตัวของมัน

ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามว่า ทั้งคน และพรรค ควรเป็นเบอร์เดียวกันด้วยหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ควรจะเป็นเบอร์เดียวกัน เพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชนในการพิจารณาและตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปถึงเรื่องการส่งตัวผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะส่งครบทั้ง 400 กว่าเขตหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ก็กำลังดำเนินการอยู่ในเรื่องตัวบุคคล เพราะมีความคืบหน้าเยอะ โดยหลักก็ควรจะส่งให้ครบทุกเขต

ผู้สื่อข่าวระบุว่า มีอดีต กกต. คนหนึ่งให้ความเห็นว่า การใช้ระบบนี้จะเป็นการเทคะแนนให้พรรคเพื่อไทยนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน การวิเคราะห์วิจารณ์นั้นมันอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงก็ได้ ถึงเวลาประชาชนอาจจะพิจารณาไปทางใดทางหนึ่งก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับเสียงของพี่น้องประชาชน เราไปคาดคะแนนก่อน มันก็คือการคาดคะเนเท่านั้น และประชาธิปัตย์เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในร่างนี้ ก็ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง แล้วก็ไม่ได้ไปพิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์ของพรรคการเมือง พรรคไหนได้เปรียบ-เสียเปรียบ เราต้องการให้ระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภาไทยได้เปรียบ ได้มีความเข้มแข็ง

ฝ่ายค้านเล็งซักฟอกรัฐบาล ม.ค. 65 ส่วนกม.ลูกเลือกตั้งส.ส.จ่อยื่นสัปดาห์นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493846

23 พ.ย. 2564 |11:00 น.

“สุทิน” เผยหลังปีใหม่ ฝ่ายค้านเตรียมยื่นซักฟอกรัฐบาลเดือนมกราคม เน้นอภิปราย 4 ปัญหาหลัก คือเศรษฐกิจ โควิด การละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และท่าทีรัฐบาลต่อเมียนมา ส่วนกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ จ่อยื่นสัปดาห์นี้ ทั้งเรื่องการเลือกตั้งส.ส.และพรรคการเมือง

วันนี้ (23 พ.ย.) ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมยื่นกฎหมายประกอบรัฐบาลธรรม 2 ฉบับ คือกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.และกฎหมายพรรคการเมืองว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็เตรียมยื่นกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งแยกกันยื่นพรรคพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีข้อกฎหมายในเรื่องของวิธีคำนวณการได้มาของ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อที่ไม่ตรงกัน ก็เป็นสิทธิของแต่ละพรรคที่จะมีจุดยืนของตัวเองเพราะเรื่องนี้ก็ไม่ได้เห็นตรงกันทั้งหมดตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยก็ฟังความเห็นประชาชนมาตลอด และการประชุมพรรควันนี้ก็คงจะลงมติและยื่นร่างแก้ไขกฎหมายลูกได้ในเร็วๆ นี้ ไม่ยื่นภายในสัปดาห์นี้ ก็สัปดาห์หน้า 

ฝ่ายค้านเล็งซักฟอกรัฐบาล ม.ค. 65 ส่วนกม.ลูกเลือกตั้งส.ส.จ่อยื่นสัปดาห์นี้ฝ่ายค้านเล็งซักฟอกรัฐบาล ม.ค. 65 ส่วนกม.ลูกเลือกตั้งส.ส.จ่อยื่นสัปดาห์นี้

ส่วนกรณีการเตรียมเข้าชื่อยื่นญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป แบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นั้น นายสุทิน กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านจะยื่นหลังปีใหม่ คือเดือนมกราคมคงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม หลังรัฐบาลทำงานมาครึ่งเทอม และปัญหาที่มากที่สุดจะเกิดช่วงนั้น โดยฝ่ายค้านจะท้วงติงใน 4 ปัญหาหลักคือ  


1.ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งหลังจากรัฐบาลได้เปิดประเทศมา ช่วงปีใหม่ก็จะประเมินได้แล้วว่ามันเป็นอย่างที่คิด ที่หวังหรือไม่ หรือเปิดแล้วมันสูญเปล่า 
2.เรายังห่วงว่าโควิดจะมาอีกครั้งช่วงปีใหม่ ต้องดูมาตรการการแก้ไขปัญหารัฐบาลว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด 
3.การละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน พบว่ามีการคุกคามกันหนักขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ร้อนระอุ 
4.เรื่องท่าทีกับต่างประเทศที่รัฐบาลกำลังเดินอยู่นี้อาจจะเดินผิด เดินถูก โดยเฉพาะเรื่องพม่า หลังปีใหม่เรื่อนี้ก็อาจจะบวมขึ้น

ฝ่ายค้านเล็งซักฟอกรัฐบาล ม.ค. 65 ส่วนกม.ลูกเลือกตั้งส.ส.จ่อยื่นสัปดาห์นี้ฝ่ายค้านเล็งซักฟอกรัฐบาล ม.ค. 65 ส่วนกม.ลูกเลือกตั้งส.ส.จ่อยื่นสัปดาห์นี้ 
  

เมื่อถามว่าการเมืองที่ร้อนระอุ ส.ว.ก็มองว่าเป็นเรื่องการเมือง ประธานวิปฝ่ายค้านตอบว่าการเมืองที่ร้อนระอุ ก็เป็นเรื่องการเมืองอยู่แล้ว แต่ถ้าอยู่ในกรอบ ในเกณฑ์การเมืองก็จะไม่ระอุ ก็อยู่ที่ปัจจัยว่าใครจะทำให้เกิดขึ้น 

ส่วนกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เตือนเรื่องอุบัติเหตุทางการเมืองที่อาจจะทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับสะดุดลง นายสุทิน กล่าวว่า มันเป็นไปได้ตลอด แม้ในใจรัฐบาลอาจคิดว่าอยากลากยาว แต่มันทำไม่ได้อย่างที่คิด หากศรัทธาของประชาชนเสื่อม แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ 


“ในพรรคของคุณก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ทุกสัปดาห์ของการประชุมสภา ก็จะเห็นอยู่ว่าองค์ประชุมมันไม่ครบ ถ้ารัฐบาลไม่เป็นเอกภาพ มันก็หัวคะมำได้ตลอด ท่านชวนเตือนไว้ก็มีเหตุผล” นายสุทิน ย้ำและเผยว่าการประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ ก็เพื่อหารือเรื่องกระทู้ ที่จะยื่นกันในสัปดาห์นี้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง และแบ่งโควตากัน ส่วนที่รัฐบาลจะมาตอบกระทู้นั้น เป็นเรื่องที่คาดหมายได้ยากว่า เขาจะมาตอบกระทู้แค่ไหน   

เมื่อถามถึงกรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ระบุส.ว.มาตามรัฐธรรมนูญ และยังอยู่ในวาระอีก 2 ปีกว่า ถ้าส.ส.อดทนกับอำนาจของส.ว.ไม่ได้ ก็ไม่ควรมาลงสมัครส.ส. ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ที่พูดว่าทนไม่ได้ก็ไม่ต้องมาลง ตรงนี้ยิ่งอยากมาลง ส.ส. เพื่อเอาปัญหาและเอาอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนมาสะท้อนให้ผู้นำประเทศและ ส.ว.ได้รับฟัง ถ้าเรายิ่งไม่ลง ส.ส.ก็ทำให้เผด็จการก็ยิ่งร่าเริง ดังนั้น เราต้องลง ส.ส.

ฝ่ายค้านเล็งซักฟอกรัฐบาล ม.ค. 65 ส่วนกม.ลูกเลือกตั้งส.ส.จ่อยื่นสัปดาห์นี้ฝ่ายค้านเล็งซักฟอกรัฐบาล ม.ค. 65 ส่วนกม.ลูกเลือกตั้งส.ส.จ่อยื่นสัปดาห์นี้

“บิ๊กป้อม” ชี้ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อยู่ที่ ปชช.ตัดสินว่าจะเลือกใคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493842

23 พ.ย. 2564 |11:00 น.

“บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ ชี้ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อยู่ที่ ปชช. ตัดสินสู้กันไป ไม่รู้พรรคใหญ่ได้เปรียบไหม โยนประชาชนตัดสินเข้าทางเพื่อไทยหรือไม่ แจงเลื่อนงานปาร์ตี้พรรคร่วมรัฐบาล เหตุ ส.ส. ติดประชุมสภา

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”  รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึง เหตุผลที่มีการเปลี่ยนวันนัดสังสรรค์กับพรรคร่วมรัฐบาลจากวันที่ 26 พฤศจิกายนเป็นวันที่ 3 ธันวาคมว่า เนื่องจากส.ส.ติดภารกิจ และมีประชุมสภา จึงต้องเลื่อนวันออกไปเพื่อให้พร้อมเพรียง

ส่วนการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะทำให้พรรคใหญ่อย่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยได้เปรียบหรือไม่นั้น “พล.อ.ประวิตร”ตอบว่า ไม่รู้เลย เมื่อ 2 ใบ ก็ต้อง 2 ใบก็ต้องเลือกและสู้กันไป ส่วนจะได้เปรียบหรือไม่ได้เปรียบก็ไม่รู้ ต้องถามประชาชนดู

ส่วนจะเข้าทางพรรคเพื่อไทยหรือไม่ “พล.อ.ประวิตร” กล่าวว่า ก็ต้องถามประชาชน ซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อม และในขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีเมื่อไหร่

ภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติเห็นชอบผ่าน 3 วาระรวดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และกำหนดจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ที่เริ่มใช้บัตรเลือกตั้งเพียงแค่ใบเดียว ส.ส.เขต 350 คน

ซึ่งการแก้ไขดังกล่าวจะทำให้ประชาชนมีสิทธิ์ในการเลือกพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแยกออกจากกัน และทำให้ตรงกับความประสงค์ของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

ซึ่งรูปแบบเลือกตั้งโดยใช้บัตร 2 ใบ ระบบการเลือกตั้งดังกล่าวจะเรียกว่าการเลือกตั้งแบบผสมเสียงข้างมากMixed Member Majoritarian หรือ MMM มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสถียรภาพในการทำงานของรัฐบาล

บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ  จะประกอบด้วย 1.บัตรเลือก ส.ส.เขต 2.บัตรเลือกพรรค (ส.ส.บัญชีรายชื่อ) โดยกำหนดให้มี ส.ส.เขต จำนวน 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน สำหรับการเลือกจะเป็นลักษณะเลือกคนที่ชอบ กาเบอร์ที่ใช่ ซึ่งก็จะทำให้ได้ ส.ส.เขตตามที่ประชาชนเลือกหรือหากชอบนโยบายของพรรคการเมืองหรือผู้นำพรรคใด ก็ใช้สิทธิ์เลือกจากบัตรอีกใบได้ และผู้สมัคร ส.ส.ภายในพรรคทั้งเขต

และบัญชีรายชื่อสามารถออกไปช่วยรณรงค์หาเสียงได้ทั่วประเทศ พรรคการเมืองไม่ต้องมีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง เพราะว่าไม่จำเป็นต้องส่ง ส.ส.ครบทุกเขต หรืออาจจะไม่ส่ง ส.ส.เขตก็ได้ ถ้ามีนโยบายพรรคที่เชื่อว่าทำให้ประชาชนพึงพอใจก็มีสิทธิ์เข้าสภาได้ เพราะจะได้คะแนนจากบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

และวิเคราะห์กันว่าระบบเลือกตั้ง 2 ใบ พรรคการเมืองขนาดใหญ่กินรวบได้ง่าย 

คลังชง “ครม.” ยกเว้นภาษีเงินที่ได้จากโครงการรักษาจ้างงานธุรกิจเอสเอ็มอี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493799

23 พ.ย. 2564 |06:00 น.

จับตาวาระ “ครม.” วันนี้ กลาโหมขอโอน-เปลี่ยนแปลงงบปี 65 เป็นเงินราชการลับ- สตช. ชง โครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ -คลังชง ยกเว้นภาษีเงินที่ได้จากโครงการรักษาจ้างงานธุรกิจเอสเอ็มอี

ในการประชุม “ครม.” วันนี้ (23 พ.ย.) มีวาระที่น่าสนใจหลายเรื่อง

-เรื่องพิจารณา ขอโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เป็นเงินราชการลับ

-การเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนด้านพลังงานภายใต้ยุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Energy Partnership: BREP) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน

-ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รายการโครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ

-เรื่องเพื่อทราบ หากไม่มีข้อทักท้วงให้ถือเป็นเรื่องที่ ครม.เห็นชอบ/อนุมัติ อาทิ ผลการหารือระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับนายชอง อึย-ยง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

-ผลการประชุมรัฐมนตรีกลุ่มมิตรประเทศลุ่มน้ำโขง ผลการประชุมรัฐมนตรีหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ ครั้งที่ 2 ผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ

-ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลป่ากุมเกาะตำบลในเมือง ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก ตำบลศรีนคร ตำบลคลองมะพลับ อำเภอศรีนครจังหวัดสุโขทัย ตำบลไร่อ้อย ตำบลคอรุม อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ. ….

-ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประสานความร่วมมือของส่วนราชการในการสำรวจและศึกษาวิจัยสมุนไพรและถิ่นกำเนิดของสมุนไพรในเขตอนุรักษ์ พ.ศ. ….

-ร่างกฎกระทรวงการติดต่อหรือการแจ้งผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงในการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดิน พ.ศ.  

-ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 และรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564

-เรื่องเพื่อทราบ อาทิ ผลการประชุมระดับรัฐมนตรีด้าน SPS อาเซียน-จีน ครั้งที่ 7 และการลงนามในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยและจีนฉบับใหม่


-การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ (การปรับปรุงหลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ) สรุปผลการดำเนินการเรื่องร้องทุกข์และรับข้อคิดเห็นจากประชาชนไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ พ.ศ.2564

-รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานงบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 (กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาและเงินทุนหมุนเวียนเพื่อให้ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกู้ยืมเพื่อชำระหนี้สิน) และประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565

-กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรี(“ครม.”) ขอยกเว้นภาษีจากเงินที่ได้จากโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไม่ต่ำกว่า 95% โดยรัฐจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อส่งเสริมและรักษาการจ้างงานให้แก่นายจ้าง ให้กับลูกจ้างสัญชาติไทย จำนวนไม่เกิน 200 คน ในอัตรา 3,000 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน

ทั้งนี้ธุรกิจในกลุ่ม SMEs เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดอย่างมาก จึงจำเป็นต้องช่วยเหลือประคับประคอง เพื่อให้ ธุรกิจ SMEs กลับมาแข็งแรงประสบผลสำเร็จ ดั่งในอดีตที่ก่อนมีโรคโควิด  

-ร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตและใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ พ.ศ. ….

-การเพิ่มจำนวนกรรมการของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

-การโอนเงินหรือสินทรัพย์ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเพื่อชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ย FIDF 1 และ FIDF 3


-ร่างข้อตกลงขยายระยะเวลาบันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลกกับ สนง.นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

-สรุปผลประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26

-ร่างปฏิญญาทางการเมืองเรื่องการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการระดับโลกของสหประชาชาติเพื่อปราบปรามการค้ามนุษย์ การขอความเห็นชอบต่อร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมผู้นำเอเซีย-ยุโรป ครั้งที่ 13

-ขอรับการสนับสนุนการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2566-2570) ของมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริและสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ

-ขออนุมัติกรอบการหารือสำหรับการประชุมคณะมนตรี คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ครั้งที่ 28 และการประชุมระหว่างคณะมนตรี คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงกับกลุ่มหุ้นส่วนการพัฒนาครั้งที่ 26

-ร่างข้อบังคับการเคหะแห่งชาติ ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัทในเครือของการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. …. ข้อเสนอเชิงนโยบายของที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ปี 2563

-ร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถและการแสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

-ขอขยายกลุ่มเป้าหมายในการรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ขอความเห็นชอบโครงการอาชีวะสร้างช่างฝีมือ ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส

สมชายชงออกแบบกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ต้องเน้นให้เกิดความชอบธรรมมากที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493789

23 พ.ย. 2564 |04:00 น.

สมาชิกวุฒิสภาแนะออกแบบกฎหมายลูกในการเลือกตั้งส.ส. ต้องเน้นให้เกิดความชอบธรรมมากที่สุด ไม่เอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ประโยชน์จึงจะตกแก่ประชาชน และป้องกันการซื้อเสียงด้วย

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ “คมชัดลึก” ถึงรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่และกำหนดให้การเลือกตั้งทั่วไปในครั้งหน้านี้ ใช้บัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ โดยเป็นการเลือก ส.ส.แบบเขตเลือกตั้ง 400 คน และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ถูกออกแบบเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา หรือแม้แต่การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ทำให้การเลือกตั้ง ย้อนกลับไปเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่อย่างไรก็ตาม หากแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ตนเองก็เห็นด้วยทุกประการ

นายสมชาย กล่าวว่า การพัฒนาการเมืองมีหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนด้วยการลงคะแนนเสียงใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือการเสนอความคิดเห็นเพื่อให้เกิดการปฏิรูปการเมือง ซึ่งก็มีหลายรูปแบบ แต่ถ้าประชาชนหวังพึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ด้วยการให้เป็นตัวแทนเฉพาะกลุ่มผลประโยชน์ เฉพาะพื้นที่ ปัญหาที่ตามมาคือ ส.ส.จังหวัดที่เน้นกลุ่มผลประโยชน์เฉพาะพื้นที่ ก็จะสนใจแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่จังหวัดของตนเอง ไม่ได้สนใจการแก้ปัญหาภาพรวมของประเทศ 

สมชายชงออกแบบกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ต้องเน้นให้เกิดความชอบธรรมมากที่สุดสมชายชงออกแบบกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ต้องเน้นให้เกิดความชอบธรรมมากที่สุด

นอกจากนี้ หากการเลือกตั้งยังเป็นในลักษณะของการรับเงินซื้อเสียง ซึ่งในการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็พบว่ามีการใช้เงินซื้อเสียง ขนาดการเลือกผู้ใหญ่บ้านยังมีการซื้อเสียง ฉะนั้น เมื่อเพิ่มพื้นที่ในการมี ส.ส.เขตขยายมากขึ้น จากเดิมมีส.ส.เขต 350 คน การเลือกตั้งส.ส.แบบใหม่ ที่ขยายพื้นที่เป็น 400 คน 400 เขต ในส่วนของเขตพื้นที่ขนาดเล็ก ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะมีการซื้อเสียง ถ้าเขตไหนใช้เงินซื้อเสียงเลือกตั้งมาก เขตนั้นก็ชนะเพราะเคยมีงานวิจัย ระบุออกมาว่ามีการใช้เงินซื้อเสียงมาก ถึงจำนวน 20-70 ล้านบาท 

“ถ้ามีการใช้เงินซื้อเสียงและเข้ามาเป็นผู้แทน ที่จริงเงินเดือน ส.ส.หักภาษีแล้ว ก็ไม่คุ้มหรอก แต่ถ้ามีการนำงบประมาณไปลงในพื้นที่จังหวัดและกินเปอร์เซ็นต์จากงบประมาณ สมมุติได้เงินงบประมาณ 100 ล้านบาทต่อปีไปลงในพื้นที่และกินเปอร์เซ็นต์ที่ 20-30% ก็ได้ 20 ล้านบาทแล้ว แบบนี้ก็คืนทุนได้เร็วขึ้น หากใช้เงินซื้อเสียงเข้ามา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนอยากเป็นส.ส. และก็หนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์คือการคอร์รัปชัน” นายสมชาย ระบุ
 

เมื่อถามว่าจะให้แนวทางในการเลือกส.ส.แก่ประชาชนอย่างไร ส.ว.สมชาย กล่าวว่าประชาชนต้องดูที่นโยบายของพรรคการเมืองนั้นประกอบด้วยว่า มีนโยบายในการแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างไร ไม่ใช่เน้นดูเฉพาะผู้สมัคร ส.ส.เป็นหลัก ขณะเดียวกันในส่วนของกฎหมายลูกประกอบการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ก็ควรมีการออกแบบวิธีการ หลักเกณฑ์ในการลงคะแนน การนับคะแนนให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก็จะป้องกันการบิดเบี้ยวของคะแนนเสียงได้ 

“จะทำอย่างไรให้มีการนับคะแนนเสียงที่เป็นธรรม ซึ่งก็อยู่ที่การออกแบบของรัฐสภา ต้องดูร่างกฎหมายลูกที่ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอมาเข้ามาและที่ประชุมร่วมรัฐสภามาพิจารณาร่วมกันเพื่อให้ได้กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.ที่เป็นธรรมที่สุด ไม่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง หรือทำให้อีกฝ่ายเสียเปรียบ ซึ่งก็มีเวลาในการเสนอกฎหมายลูกเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาภายใน 180 วัน (6 เดือน) หลังจากวันที่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมรัฐสภาจะต้องพิจารณากฎหมายเพื่อให้เกิดความชอบธรรมมากที่สุด ประโยชน์ก็จะตกแก่ประชาชน ” นายสมชาย ย้ำ 

สมชายชงออกแบบกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ต้องเน้นให้เกิดความชอบธรรมมากที่สุดสมชายชงออกแบบกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ต้องเน้นให้เกิดความชอบธรรมมากที่สุด

“ไพศาล”เผยเรื่องใหญ่มาก ภายหลังรองผอ.ซีไอเอ เจรจาลับ นายกฯที่ทำเนียบฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493769

22 พ.ย. 2564 |23:00 น.

“ไพศาล พืชมงคล” เผยเรื่องใหญ่มาก ภายหลังรองผอ.สำนักข่าวกรองฯสหรัฐหรือซีไอเอ เปิดเจรจาลับ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล

ยังเป็นที่กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพ นายเดวิด เอส โคเฮน (David S. Cohen) รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางฯ  หรือ ซีไอเอ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่ปรากฎกำหนดการที่ทำเนียบฯ โดยไม่มีการแจ้งในรายละเอียดของการเข้าพบในครั้งนี้

"ไพศาล"เผยเรื่องใหญ่มาก ภายหลังรองผอ.ซีไอเอ เจรจาลับ นายกฯที่ทำเนียบฯ“ไพศาล”เผยเรื่องใหญ่มาก ภายหลังรองผอ.ซีไอเอ เจรจาลับ นายกฯที่ทำเนียบฯ

ต่อมา พล.อ.สุพจน์  มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เปิดเผยว่า สหรัฐเข้าพบนายกรัฐมนตรี เป็นการพบเพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสาร การทำงานที่ถูกต้อง รวมถึงแลกเปลี่ยนการทำงานที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยเป็นการคุยภาพรวม เรื่องงานต่างประเทศและความมั่นคงของมิตรประเทศ โดยสหรัฐฯ ถือเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด ให้ความร่วมมือในทุกด้านมาตลอด ซึ่งหน่วยงาน CIA ก็เช่นกันที่จะมา พูดคุยและเปลี่ยนในเรื่องเหล่านี้

ส่วนจะมีวาระอะไรเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบเพราะยังไม่ได้ดูวาระที่มาพบกับนายกฯ แต่ตามปกติจะพูดคุยเรื่องความร่วมมือ และสิ่งที่จะก่อให้เกิดความมั่นคงในประเทศไทย รวมถึงความมั่นคงในกรอบภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเรามีจุดยืน ที่กระทรวงการต่างประเทศได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้ว” เลขาสมช. กล่าว

อนึ่ง สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือ ซีไอเอ เป็นที่รู้จักในฐานะหน่วยงานลับและทำงานสืบข่าวกรองด้วยเทคนิคกระบวนการที่ลึกลับ การเข้าพบกับพล.อ.ประยุทธ์ในครั้งนี้ น่าจะมีประเด็นสำคัญ

ขณะที่แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า  ถึงประเด็นการหารือ ระหว่างรองผอ.ซีไอเอกับนายกฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แลกเปลี่ยนถึงประเด็นเสถียรภาพภายในภูมิภาคในภาพรวม  ประเด็นความมั่นคงรวมถึงสถานการณ์ในเมียนมา 

“ได้มีการพูดถึงการให้ความช่วยเหลือในด้านมนุษยธรรม เนื่องจากไทยและเมียนมามีชายแดนติดต่อกัน ทั้งนี้เมื่อทุกอย่างเกิดความสงบเรียบร้อย การเดินทางกลับประเทศก็จะเป็นเรื่องของความสมัครใจเพื่อหลีกหนีปัญหาอื่นที่จะตามมา นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงความร่วมมือระหว่างกัน ที่ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง” แหล่งข่าว เปิดเผยถึงการพูดคุยบางห้วงบางตอน   

แหล่งข่าว ยังได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ได้มีการหารือประเด็นเรื่องความมั่นคงที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจ รวมทั้งการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมและการทหาร ไม่ได้มีการพูดถึงโครงการใหม่หรือเจาะลึกไปในรายละเอียดของแต่ละโครงการ ซึ่งความร่วมมือระหว่างกันระหว่างไทย-สหรัฐฯก็ยังคงจะให้การสนับสนุนโครงการ ที่ยังดำเนินการอยู่ตอนนี้ต่อไป รวมถึงการสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพของไทยในทุกๆเรื่องในการจัดการประชุมเอเปคในปี 2565

“ การหารือกันครั้งนี้เป็นการพูดคุยกันในภาพกว้างทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และความร่วมมือต่างๆ ไม่มีเกี่ยวกับเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติ หรือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก ( CPTPP) สำหรับประเด็นด้านการเมืองนั้นไทยขอให้สหรัฐเข้าใจบริบทของประเทศไทยในการทำหน้าที่ ซึ่งสหรัฐฯก็เข้าใจดีว่าทุกอย่างต้องเป็นกฎหมาย” แหล่งข่าว กล่าว

อย่างไรก็ดี   นายไพศาล   พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตนเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ถึงกรณีรองผอ.ซีไอเอเข้าพบนายกฯ  โดย นายไพศาลตั้งหัวข้อว่า   รองผู้อำนวยการ cia พบนายกเรื่องอะไร?

นายไพศาลโพสต์ข้อความว่า 

1.รองผู้อำนวยการ cia เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก มีฐานะไม่ได้ด้อยไปกว่ารองประธานาธิบดี การมาพบเจรจาลับครั้งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา!

2.มีการคาดการณ์ว่า การเจรจาลับครั้งนี้ น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องดังต่อไปนี้


 – การใช้พื้นที่ประเทศไทย เพื่อปฏิบัติการ เกี่ยวกับสงครามกลางเมืองในพม่า รวมถึงการส่งกำลังทหารมาประจำในประเทศไทย ตามข้อตกลงจัสแมก

"ไพศาล"เผยเรื่องใหญ่มาก ภายหลังรองผอ.ซีไอเอ เจรจาลับ นายกฯที่ทำเนียบฯ“ไพศาล”เผยเรื่องใหญ่มาก ภายหลังรองผอ.ซีไอเอ เจรจาลับ นายกฯที่ทำเนียบฯ

ถ้าหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงตามแนวชายแดนไทย ก็จะมีผลให้ประเทศไทย มีกองกำลังต่างชาติ อยู่ในภาคเหนือ!!! และเท่ากับประเทศไทย ชักศึกเข้าบ้าน เข้าสู่สถานการณ์สงคราม กับพม่า ซึ่งมีจีน รัสเซีย อิหร่าน เกาหลีเหนือเป็นพันธมิตร!!!!

– อาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ ที่มีบางพวกต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แยกดินแดน สังเกตได้ว่าขณะนี้มีข่าวความเคลื่อนไหว ที่จะแบ่งแยกภาคเหนือบ้าง ภาคอีสานบ้าง และจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้างเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ปกติ ควรต้องติดตามดูว่าความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ว่าจะขยายตัวไปมากน้อยเพียงใด

3.ต้องจับตาดูว่า ในระยะ 15 วันจากนี้ไป มีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นและเกี่ยวกับความเป็นไปได้ดังกล่าวข้างต้น!!!!

วุฒิสภารับหลักการ “ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ” ห่วงมาตรการเปลี่ยนเลข 13 หลัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493772

22 พ.ย. 2564 |20:00 น.

วุฒิสภารับหลักการ “ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ” แต่ห่วงมาตรา10 ให้มีมาตรการพิเศษ เปลี่ยนเลขประจำตัว13หลัก หวั่นมีปัญหาทางปฏิบัติ-ถูกใช้ในทางมิชอบ

ที่ประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาเป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณารับหลักการ “ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองพยานในคดีอาญา” (ฉบับที่..) พ.ศ… ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้วด้วยเสียง 192 ต่อ 2 และงดออกเสียง 7 เสียง ทั้งนี้”ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพยาน”ดังกล่าว เป็นร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินวุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ชี้แจง ว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ให้ความคุ้มครองและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ตนพร้อมรับฟังความเห็นของส.ว. และพร้อมจะชี้แจง

สำหรับการอภิปรายก่อนรับหลักการ ส.ว. ส่วนใหญ่ ได้ท้วงติงต่อเนื้อหาของมาตรา 10 ว่าด้วย”การคุ้มครองพยาน”มาตรการพิเศษ กรณีประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุลและหลักฐานทางทะเบียนที่สามารถระบุตัวพยาน รวมทั้งการดำเนินการเพื่อกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามคำขอของพยาน และมีข้อกำหนดให้เจ้าหน้าที่สำนักงานคุ้มครองพยาน ที่ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยื่นคำขอต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเพื่อให้มีคำสั่งต่อกรมการปกครองดำเนินการเปลี่ยนแปลง 

โดยมีข้อกังวลว่าจะเป็นประเด็นที่สร้างผลกระทบทางทะเบียนราษฎร และทางเศรษฐกิจ อีกทั้งหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่เป็นผู้อนุมัติกระทำมิชอบ อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ อีกทั้งข้อกำหนดให้ผู้พิพากษาเป็นผู้ออกคำสั่ง อาจทำให้ผู้พิพากษาตัดสินหรือออกคำสั่งไปในทางที่ผิดได้เพราะต้องเปลี่ยนหมายเลขประจำตัว 13 หลัก ว่าจะทำให้มีปัญหาในทางปฏิบัติต่อกรณีให้อำนาจอธิบดีผู้พิพากศาลอาญาที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ กฎหมายการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 และกฎหมายบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526  

ทั้งนี้ตัวแทนกฤษฎีกาชี้แจงต่อที่ประชุมว่าตั้งแต่การบังคับใช้ “ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา” 18 ปี มีการร้องขอเพียง 2 เคสเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่ต้องบัญญัติมาตราดังกล่าว เพราะสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนภาคใต้ หรือ ในคดียาเสพติด พบว่ามีปัญหาที่มีความจำเป็นต่อการเปลี่ยนชื่อ-สกุล และหมายเลขประจำตัวประชาชน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพยาน รวมถึงเครือญาติ

บานปลาย แกนนำหมู่บ้านเสื้อแดง ล่าชื่อขับไล่ “แอมเนสตี้ฯ” พ้นแผ่นดินไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493765

22 พ.ย. 2564 |19:00 น.

บานปลาย แกนนำหมู่บ้านเสื้อแดงปลุกมวลชนล่ารายชื่อ ขับไล่ องค์กร”แอมเนสตี้ฯ” พ้นแผ่นดินไทยหลังออกแคมเปญให้ชาวต่างประเทศเขียนจดหมายกดดันทางการไทยให้ปล่อยแกนนำคดี112 ถือว่าแทรกแซงกิจการภายใน

บานปลายจนได้ ภายหลังองค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ออกแคมเปญรณรงค์ “Write for Rights” หรือ “เขียน เปลี่ยน โลก”  ปลุกทั่วโลกเขียนจดหมายล้านฉบับกดดันทางการไทยให้เลิกดำเนินคดีกับแกนนำคดี 112  จนถูกสังคมโซเชียลออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงองค์กรเอกชนดังกล่าว เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยหรือไม่ 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 64   นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า  วันนี้พวกเราชาวอดีตหมู่บ้านทั่วทั้งประเทศไทย ขานรับแคมเปญของนายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ที่ต้องการจะนำรายชื่อประชาชนจำนวน 1 ล้านชื่อ ลงชื่อกันเพื่อขับไล่กลุ่ม “แอมเนสตี้ อินเตอร์ เนชั่นแนล” ออกจากประเทศไทย เพราะกลุ่มนี้มักชอบอ้างว่าเป็น “กลุ่ม NGO” ระหว่างประเทศออกช่วยเหลือปกป้องสิทธิมนุษย์ทั่วโลก

ในอดีตที่ผ่านพวกตนเองก็เจอกับกลุ่ม NGO ในหลายๆ กลุ่มตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2555-2556 ช่วงนั้นหมู่บ้านเสื้อแดงมีมวลชนจำนวนมากทั่วประเทศไทย ไม่ขึ้นตรงกับทาง นปช. ขับเคลื่อนกันเองโดยภาคประชาชน NGO ก็ลงไปหาบ่อยมาก พร้อมกับทูตประเทศต่างๆ ทางยุโรปและตะวันตก ส่วนใหญ่จะสอบถามว่า “รักเจ้ามั๊ย” หรือ “มีกองกำลังมั๊ย” จะสู้กับเจ้าอย่างไร จะให้พวกเราสนับสนุนอะไรบ้างต่างๆ นานา บางเรื่องก็พูดไม่ได้เพราะเป็นคำสั่ง พวกผมก็ปฏิเสธออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย “อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” อย่างต่อเนื่อง

นายอานนท์ กล่าวว่า จนหลังการรัฐประหาร ปี พ.ศ. 2557 พวกตนพาชาวหมู่บ้านเสื้อแดงเพาะเห็ดขาย ภายใต้ชื่อ “หมู่บ้านเห็ด” สร้างฐานมวลชนขึ้นมาอีกเหมือนเดิมทางกลุ่ม NGO และ ทูตประเทศต่าง ๆ กว่า 20 กลุ่ม ก็ยังลงพื้นที่มาพบพวกตนที่จะสอบถามว่า “จะสู้อย่างไรต่อ จะเอาเจ้ามั๊ย” และ “มีกองกำลังมั๊ย” ถ้าจะสู้ต่อก็บอกจะช่วยเหลือสนับสนุน พวกตนก็ไม่ได้สนใจและนำมวลชนสร้างเป็น “กลุ่มวิสาหกิจชุมชน” ประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชนจนมาถึงปัจจุบันนี้

“แต่เมื่อมาถึงวันนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าองค์กรแห่งนี้เคลื่อนไหวเป็นอันตรายต่อประเทศชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด คอยให้การสนับสนุนกลุ่มที่สร้างความรุนแรง แม้กลุ่มม็อบ 3 กีบ จะใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังออกมาเรียกร้องให้ตำรวจยุติการใช้ความรุนแรง ซี่งสวนทางกับความจริงมาโดยตลอด” นายอานนท์ กล่าว 

นายอานนท์ กล่าวว่า  พวกตนขอขานรับแคมเปญส่งสัญญาณไปตามอดีตหมู่บ้านเสื้อแดง ทั้ง 6 ภาค ให้ตั้งโต๊ะลงรายชื่อประชาชนขับไล่องค์กรแห่งนี้พ้นผืนแผ่นดินไทย เหมือนหลายๆ ประเทศ อย่าให้พวกเขาเคลื่อนไหวในประเทศอีกต่อไป

 เนื่องจากการเคลื่อนไหวขององค์กรนี้ เป็นการทำลายประเทศอย่างต่อเนื่อง และคนที่ออกมาพูดก็ไม่ใช่คนไทย เขาไม่เข้าใจวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย อ้างแต่เรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ทำไมยอมให้คนกลุ่มหนึ่งก้าวล่วง และละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ ซึ่งนั่นก็เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงยิ่งกว่า แต่องค์กรแห่งนี้กลับทำไม่รู้ไม่เห็น

“เชื่อได้ว่าการเคลื่อนไหวของ “แอมเนสตี้” มีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขในการทำลายประเทศไทยโดยแท้จริงพวกเราผู้จงรักภักดิ์ดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะไม่ยอมให้พวกจ้องล้มล้างสถาบันเอาชาวต่างชาติมาใช้ประชาชนคนไทยเป็นเครื่องมือดำเนินการเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมาอย่างเด็ดขาด เพราะถือได้ว่าเป็นการเหยียดหยามหัวใจของประชาชนคนไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจคนทั้งประเทศ” นายอานนท์ กล่าว 

ฝ่ายค้านหารือ “ร่างกฎหมายลูก” เพื่อไทยยึดแบบปี 54 ก้าวไกล ยื่นร่างฯเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493707

22 พ.ย. 2564 |14:00 น.

พรรคฝ่ายค้านร่วมหารือ “ร่างกฎหมายลูก” 2 ฉบับและยื่นญัตติฯ ม.152 ที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย ชูศักดิ์ ศิรินิล ย้ำร่างกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ใช้วิธีคำนวณเดียวกับการเลือกตั้งปี 2554 ขณะที่พรรคก้าวไกล เตรียมยื่นร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับของพรรคเอง

วันที่ 22 พ.ย.พรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ร่วมประชุมหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านหารือเรื่องการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 และหารือการเสนอ”ร่างกฎหมายลูก” 2 ฉบับ หลังจากที่รัฐธรรมนูญระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบมีผลบังคับใช้วันนี้ 


ด้านรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษาด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ยก “ร่างกฎหมายลูกเลือกตั้ง” และพรรคการเมือง นายชูศักดิ์ ศิรินิล เปิดเผยว่า ร่างของเพื่อไทยกำหนดวิธีคำนวณอย่างเดียวกับวิธีการคำนวณการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2554  และยังมีการทำไพรมารี่โหวตอยู่ แต่อาจกำหนดให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น เช่น ให้สาขาดำเนินการส่งความเห็นต่างวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็ถือเป็นสิทธิแต่ละพรรคจะเสนอ 

เมื่อถามว่า ในพรรคร่วมฝ่ายค้านยังมีความเห็นต่างในวิธีคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ก็แล้วแต่ แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่ายังต้องใช้วิธีการเดียวกับรัฐธรรมนูญปี54 เพราะตัวบทมันชัดว่าเจนว่าแยกกันนับ


ส่วนหากพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล เสนอ”ร่างกฎหมายลูก”คนละฉบับ จะแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นเอกภาพภายในพรรคร่วมร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็แล้วแต่เขา เป็นสิทธิของเขา เขามีสิทธิที่จะเสนอ เพราะความเห็นไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกับใคร

ขณะที่เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เปิดเผยว่า พรรคจะเสนอ”ร่างกฎหมายลูก”ในนามพรรคเองทั้ง 2 ฉบับ เพราะเนื้อหาต่างจากพรรคเพื่อไทยตรงที่วิธีคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 


นอกจากนี้รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายวิรัตน์ วรศสิริน  ยืนยันพรรคจะไม่ยุติการดำเนินกิจการของพรรค  และเปิดเผยว่าพรรคได้รับผลกระทบจากบัตรเลือกตั้ง 2 ใบน้อยมากแต่เชื่อว่าพรรคจะมีกระแสนิยมที่ดีขึ้นเพราะอยู่ระหว่างการปรับตัว  ซึ่งพรรคตั้งเป้าให้ได้ ส.ส.ครั้งหน้าอย่างน้อย 25 คน เพื่อจะเสนอชื่อ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นบัญชีนายกรัฐมนตรีด้วย 


ทั้งนี้หัวหน้าพรรคเพื่อชาติคนใหม่ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ  ยังไม่ได้มาร่วมประชุมหัวหน้าพรรควันนี้ แต่จะมาประชุมครั้งต่อไป

ลุงป้อม ชงตั้ง “บิ๊กโจ๊ก” นั่งปธ.ประสานติดตามปราบปรามค้ามนุษย์โชว์ผลงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493671

22 พ.ย. 2564 |13:00 น.

เข้มปราบค้ามนุษย์ “ลุงป้อม” ชงตั้ง “บิ๊กโจ๊ก” นั่งประธานคณะทำงานประสานและติดตามงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พร้อมสั่งตั้งศูนย์คัดแยกเยียวยาผู้เสียหาย ยันเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันสถานหนัก  

22 พ.ย. 64  พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์  เปิดเผยว่า  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. เรียกประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์จำนวน 2 คณะต่อเนื่องกัน ทั้งด้านการป้องกันและปราบปราม รวมทั้งด้านการป้องกันเจ้าหน้าที่รัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์  ณ  ห้องวิจิตรวาทการ สมช. ในทำเนียบรัฐบาล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. เรียกประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. เรียกประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์

โดยสรุปสาระสำคัญภาพรวม ความคืบหน้าผลประชุมร่วมกันกับฝ่ายสหรัฐโดย สำนักงานตรวจสอบและต่อต้านการค้ามนุษย์(J/TIP)  มีความเห็นว่า ไทยควรมีการปรับปรุงด้านแรงงานบังคับให้ผู้ตรวจแรงงาน มีความรู้ความเข้าใจการดำเนินคดีและส่งต่อคดีให้ตำรวจมากขึ้น   เร่งปรับปรุงระบบคัดแยกผู้เสียหาย และความคืบหน้าการจัดทำรายงานการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ปี 64 (เม.ย-ก.ย.64) และผลกระทบจากโควิด-19  

นอกจากนี้ได้รับทราบ ผลการประเมินในรายงานสถานการณ์และการขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบเลวร้ายที่สุดปี 2020 ในภาพรวม ซึ่งประเทศไทยอยู่ในระดับปานกลาง ยังมีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางอินเตอร์เน็ต และพบเด็กไทยยังถูกใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายและการแสวงหาประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์

รวมทั้งยังไม่สามารถบรรลุมาตรฐานระหว่างประเทศด้านอายุขั้นต่ำของการจ้างแรงงาน  พร้อมกันนี้ได้รับทราบ ผลจากการที่คณะผู้แทนรัฐสภาสหรัฐ ได้เข้าเยี่ยมชม สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จ.ปทุมธานี มีท่าทีพึงพอใจ และสนใจผลการปราบปรามสื่อลามกอนาจารเด็กและการค้ามนุษย์ที่เชื่อมโยงบนสื่อออนไลน์ พร้อมชื่นชมต่อความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายของไทยในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมา 

ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ (ร่าง) พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551  เพื่อนำทรัพย์สินที่อายัดในความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เข้ากองทุนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และเห็นชอบให้จัดตั้ง “ศูนย์คัดแยกผู้เสียหาย” ( ดอนเมือง ) เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร.เป็นประธานคณะทำงานประสานและติดตามงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร.เป็นประธานคณะทำงานประสานและติดตามงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  

รวมทั้ง เห็นชอบโครงการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน  รวมทั้งแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร.เป็นประธานคณะทำงานประสานและติดตามงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  

จากนั้น มีการประชุมต่อเนื่อง โดยได้พิจารณา กรณี ร้าน เดอะเบสท์ พื้นที่สอบสวน สน.บางซื่อ ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการนำพาบุคคลเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งอาจตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์  

ที่ประชุมเห็นชอบมอบหมายให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษ โดยให้นำเทคโนโลยีและเครื่องมือพิเศษเข้ามาสอบสวนและให้แจ้ง ปปช.ดำเนินตามอำนาจหน้าที่ และให้ สตช.ดำเนินการทางวินัยเต็มอำนาจ


พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำนโยบายรัฐบาล ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์มาอย่างต่อเนื่อง ทุกหน่วยงานต้องพยายามทำงานหนักร่วมกันมากขึ้น ด้วยการเปิดรับความจริงอย่างรอบด้าน  ขอให้ยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลางและต้องคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจของผู้เสียหายเป็นสำคัญ  ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกหน่วยงานทั้ง ตำรวจ พม. รง. ศธ.และ กต. ต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน  เพิ่มเร่งตรวจสอบเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ให้ทั่วถึง โดยเฉพาะการบังคับใช้แรงงานและการแสวงประโยชน์ทางเพศจากแรงงานเด็กร่วมกันอย่างมีแผนงาน  พร้อมทั้งให้เร่งหารือร่วมกันกำหนดให้มีการคุ้มครองด้านอายุขั้นต่ำของการจ้างแรงงานปรับปรุงระบบคัดแยกผู้เสียหายให้ผู้เสียหายเข้าถึงบริการของรัฐและได้รับการฟื้นฟูโดยเร็วและทั่วถึง  

ลุงป้อม ชงตั้ง "บิ๊กโจ๊ก" นั่งปธ.ประสานติดตามปราบปรามค้ามนุษย์โชว์ผลงานลุงป้อม ชงตั้ง “บิ๊กโจ๊ก” นั่งปธ.ประสานติดตามปราบปรามค้ามนุษย์โชว์ผลงาน

ขณะเดียวกัน ต้องรับฟังข้อมูลและทำงานร่วมกับ NGOs และองค์กรระหว่างประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจังต่อผู้กระทำผิดทุกคนไม่มียกเว้น โดยเฉพาะการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันสถานหนัก  

พร้อมย้ำว่า สถิติการจับกุมและลงโทษเพิ่มมากขึ้น แสดงถึงความพยายามและประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน มิดังนั้นคดีต่างๆ ต้องถูกขับเคลื่อนเดินหน้าไปอย่างจริงจังและต้องมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม เพื่อให้การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์หมดไปและเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ