ค่ายป้อมป่วน “สกลธี” ชิง กปปส.หนุน ไล่บี้อัศวิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515446

18 พ.ค. 2565

ค่ายป้อมป่วน "สกลธี" ชิง กปปส.หนุน ไล่บี้อัศวิน

กปปส.แตก “สกลธี” มี ณัฏฐพล-สุเทพ ออกโรงเชียร์ แถมได้กองหนุนผู้สมัคร ส.ก.ค่ายลุงป้อม ส่วนถาวร-หมอวรงค์ นำทัพไทยภักดีเชียร์อัศวินเต็มร้อย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ค่ายลุงป้อมป่วน “สกลธี” เปิดหน้ากองหนุนผู้สมัคร ส.ก.พลังประชารัฐ ท่ามกลางกระแสข่าววงในผู้ใหญ่ให้สนับสนุนอัศวิน


กปปส.แตก “สกลธี” มีสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกโรงเชียร์ ตามด้วยคนดังสายนกหวีด ต่างจากถาวร เสนเนียม นำทัพไทยภักดีเชียร์อัศวินเต็มร้อย 


วันที่ 18 พ.ค.2565 สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าวใหญ่เรื่องผู้สมัคร ส.ก.พรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัครอิสระ จำนวน 17 คน เปิดตัวให้การสนับสนุนสกลธี

วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ” กรณีผู้สมัคร ส.ก.พลังประชารัฐ บางส่วนแอบไปหนุนสกลธี


ขณะที่ อภิชัย เตชะอุบล ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ส.ก.พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคทำงานกับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ได้ทุกคน และไม่มีคำสั่งจากผู้ใหญ่คนไหน ที่ให้ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคไปหนุน พล.ต.อ.อัศวิน เรื่องนี้เป็นข่าวปล่อย


ก่อนหน้านั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้ออกมาปฏิเสธข่าวกรณีมีคนโยงความสัมพันธ์ผู้สมัคร ส.ก.กลุ่มรักษ์กรุงเทพคนหนึ่งกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเขาแต่ประการใด


โค้งสุดท้ายเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กลายเป็นว่า กองเชียร์สกลธี-อัศวิน เปิดศึกวิวาทะเรื่องโหวตยุทธศาสตร์ ทั้งที่อยู่ขั้วเดียวกัน ฉะนั้นรอบนี้ กลยุทธ์ไม่เลือกเรา เขามาแน่ จึงใช้ไม่ได้ผล


เนื่องจากฝ่ายเขาก็มี 3 คนคือ ชัชชาติ-วิโรจน์-ศิธา และฝ่ายเราก็มี 4 คนคือ อัศวิน-สกลธี-สุชัชวีร์-รสนา ทั้งฝ่ายเราฝ่ายเขาต่างแข่งขันกันเองอย่างดุเดือด


“กปปส.สายสุเทพ”
ก่อนหน้านี้ “สกลธี” เตรียมการลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. และถึงขั้นจะเสนอตัวลงในนามพลังประชารัฐ โดยเฉพาะช่วงที่ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ยังเป็น รมว.ศึกษาธิการ และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ปี 2561 สกลธี ภัททิยกุล เป็นหนึ่งในคีย์แมนที่ก่อร่างสร้างพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หลังจากนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง สมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม. ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งสกลธี ให้เป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ตามใบสั่งทำเนียบรัฐบาล 


ตอนแรก ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ วางแผนจะให้ ทยา ทีปสุวรรณ ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. แต่ภายหลัง ทยาติดบ่วงคดี กปปส. ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ทั้งเสี่ยตั้น และทยาจึงสนับสนุนสกลธี ให้ลงสนามแทน


ไม่น่าแปลกใจที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เปิดหน้าเชียร์สกลธีร ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยบอกเหตุผลว่า สกลธี ไม่ใช่กากเดนของระบอบทักษิณ และเชื่อมั่นว่า สกลธี จะไม่รับใช้ระบอบทักษิณแน่นอน


มิเพียงเท่านั้น เหล่าเซเลบคนดังสายนกหวีด ต่างเรียงหน้าออกมาเชียร์สกลธี พร้อมเรียกร้องให้ใช้กลยุทธ์โหวตยุทธศาสตร์ เลือกสกลธีเพียงคนเดียว 


“กปปส.สายถาวร”
มิเพียง “สกลธี” ที่มีสาย กปปส.หนุน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ก็ได้ทีมงานของถาวร เสนเนียม มาช่วยงาน โดยส่วนตัวถาวร บอกถึงเหตุผลที่ต้องมาช่วยอัศวิน เพราะมีหนี้ทางใจต่อกัน สมัยการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชน ปี 2556


อย่างที่รู้กัน พล.ต.อ.อัศวิน เปิดตัว พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง และทินกร ปลอดภัย เป็นรองผู้อำนวยการเลือกตั้ง รับผิดชอบกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งทั้ง พล.ต.ท.ชาญเทพ และทินกร ก็เป็นมีสายสัมพันธ์อันดีกับถาวร


ไม่น่าแปลกใจที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาชักธงโหวตเชิงยุทธศาสตร์ให้เลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ เพื่อต่อต้านระบอบทักษิณจำแลง


ด้วยเหตุที่ขั้วฝ่ายรัฐบาลประยุทธ์ อย่างสกลธี-อัศวิน แข่งขันกันอย่างเข้มข้น สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า จึงประเมินว่า กลยุทธ์ไม่เลือกเราเขามาแน่ ไม่น่าจะใช้ได้ดีเท่ากับสมัยก่อน 


“เราก็มีหลายเบอร์ เขาก็มี 2 เบอร์ มันไม่เหมือนเดิม” อาจารย์สติธรสรุป และเชื่อว่า ภูมิทัศน์การเมืองสมัยนี้ต่างจาก 8 ปีที่แล้วค่อนข้างมาก

แดงไม่มีคอก “จตุพร” เลือกพรรคไหนก็ได้ ไม่ใช่สาวกทักษิณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515403

18 พ.ค. 2565

แดงไม่มีคอก "จตุพร" เลือกพรรคไหนก็ได้ ไม่ใช่สาวกทักษิณ

เสื้อแดงไม่มีเจ้าของ “จตุพร” จะกลับเพื่อไทย หรือไปพรรคอื่นก็ได้ แม้วันนี้ อุ๊งอิ๊งจะเป็นหัวหน้าเสื้อแดงคนใหม่ แต่ นปช.ก็ไม่ได้ยึดโยงกับทักษิณ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

เสื้อแดงไม่มีเจ้าของ “จตุพร” จะกลับเพื่อไทย หรือไปพรรคอื่นก็ได้ แม้วันนี้ อุ๊งอิ๊งจะเป็นหัวหน้าเสื้อแดงคนใหม่ แต่ นปช.ก็ไม่ได้ยึดโยงกับทักษิณ


เสื้อแดงไม่มีเจ้าของ “จตุพร” จะกลับบ้านเพื่อไทย หรือไปบ้านหลังอื่นก็ได้ องค์กร นปช.ไม่ได้ยึดโยงกับทักษิณ และตระกูลชินวัตร 


ความจริงวันนี้ “จตุพร” มีระยะห่างจากทักษิณมากขึ้น นับแต่ตั้งพรรคเพื่อชาติ ฉะนั้น อุ๊งอิ๊ง จึงชิงรับบทหัวหน้าเสื้อแดงคนใหม่ เหมือนไม่มีแล้ว นปช.
 

ในการเลือกตั้ง 2554 ทักษิณ ชินวัตร เดินยุทธศาสตร์ 2 ขาคือ พรรคเพื่อไทย และ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ในปฏิบัติการ 40 กว่าวัน ปั้นยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี


นปช.ภายใต้การนำของ จตุพร พรหมพันธ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เคลื่อนพลเปิดเวทีปราศรัยไปทั่วประเทศ ผนึกสถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดง 100 กว่าแห่ง ปลุกกระแสนารีขี่ม้าขาว จนประสบความสำเร็จ 


เลือกตั้ง 24 มี.ค.2565 พรรคเพื่อไทย ต้องแข่งขันกับพรรคเสื้อแดงอย่างพรรคเพื่อชาติ โดยมีจตุพร พรหมพันธ์ เป็นผู้สนับสนุน และหลังเลือกตั้ง จตุพรก็ถอยห่างจากเพื่อไทย และตระกูลชินวัตร


ปัจจุบัน นปช.มิอาจเป็นศูนย์รวมคนเสื้อแดงได้เหมือนอดีต ทักษิณจึงเดินยุทธศาสตร์ใหม่คือ ชูครอบครัวเพื่อไทย คู่ขนานพรรคเพื่อไทย โดยอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ทำหน้าที่ระดมคนเสื้อแดงกลับบ้าน 

“ครอบครัวเพื่อไทยเป็นนวัตกรรมหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยออกแบบมา บันไดขั้นแรกคือแลนสไลด์ ซึ่งพรรคจะชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลายไม่ได้ ถ้าพี่น้องเสื้อแดงไม่ร่วม และพี่น้องไม่อยู่เคียงข้างพรรคเพื่อไทย” อุ๊งอิ๊ง ประกาศไว้ชัดเจน


“ตู่หลากสี”
ปีที่แล้ว “จตุพร” ออกมาเคลื่อนไหวไล่ประยุทธ์ ในนามขบวนการไทยไม่ทน โดยร่วมมือกับอดีตแกนคนเสื้อเหลือง แต่ก็มีคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ไม่เข้าร่วมและตั้งคำถามกับจตุพรถึงเรื่องจุดยืน และอุดมการณ์
 

หลังอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ลูกสาวทักษิณ ออกมาเชิญชวนให้คนเสื้อแดงกลับบ้านเพื่อไทย จตุพร ในฐานะแกนนำ นปช. ก็ถูกสื่อมวลชนขอสัมภาษณ์หลายสำนัก เกี่ยวกับบทบาทของอุ๊งอิ๊ง


จตุพรให้นิยามคนเสื้อแดงว่า เป็นคนที่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย รักความยุติธรรม และทนต่อความอยุติธรรมไม่ได้ 


“ในช่วง 15 ปีนี้ มีเรื่องราวมากมาย เราสู้ไม่ใช่เพื่อชนะวันนี้ แต่สู้ให้คนรุ่นลูกหลานในวันหน้า จะได้ไม่รับชะตากรรมเหมือนเรา ดังนั้น เป็นสิทธิของคุณอุ๊งอิ๊งที่จะชวนคนเสื้อแดงกลับ…” แต่คนเสื้อแดงจะคิดอ่านอย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจการตัดสินใจของแต่ละคน


“พรรคเพื่อไทยมีสิทธิชวน ขึ้นอยู่กับว่าพี่น้องเสื้อแดงจะตัดสินใจ รวมถึงส่วนอื่นก็มีสิทธิชวนเช่นกัน เชื่อว่าคนเสื้อแดงใช้ดุลพินิจคิดได้เองว่าจะไปอยู่ไหน”


จตุพรบอกว่า คนเสื้อแดงส่วนใหญ่เป็นคนสูงวัย และพรรคเพื่อไทย จึงต้องกลับมาให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้มากขึ้น เนื่องจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เทไปทางพรรคก้าวไกล


“เต้นเลือกสามนิ้ว”
หลังจาก “จตุพร” นำม็อบไทยไม่ทนไล่ประยุทธ์ แต่คนรุ่นใหม่กลับไม่ให้ความสนใจ ต่อมา ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ขยับเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบ ก็มีเสียงตอบรับจากกลุ่มสามนิ้ว


ดังที่ทราบกัน องค์กร นปช.แยกเป็น 2 สายคือ สายตู่ จตุพร กับสายเต้น ณัฐวุฒิ โดย ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. เป็นแกนหลักของปีกเสี่ยเต้น


อาจารย์ธิดา ดูแลสำนักข่าวยูดีดี นิวส์ ที่เกาะติดม็อบสามนิ้ว และม็อบราษฎรมาโดยตลอด พร้อมกับเชิญชวนให้คนเสื้อแดงเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่


ประเด็นเรื่องคนเสื้อแดงคือใคร อาจารย์ธิดาก็ตอบเหมือนจตุพร คนเสื้อแดงเป็นเสรีชน ไม่ใช่สาวกทักษิณ ไม่ใช่คนเพื่อไทย


“จะบอกให้เลยว่า คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนไปสนับสนุนพรรคอื่นก็มี…ในทางการเมือง คนเสื้อแดงอาจสนับสนุนพรรคอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ แต่ในทางการต่อสู้ เสื้อแดงจะสนับสนุนเส้นทางเดียว ต่อสู้แบบเดียวกับนักศึกษา ต้องการมาช่วยเหลือปกป้อง ไม่ให้เด็กโดดเดี่ยว” ธิดากล่าว 


คำว่า กลุ่มอื่นหรือพรรคอื่น ในความหมายของจตุพร และธิดา ก็หมายถึงพรรคก้าวไกลนั่นเอง ซึ่งในความเป็นจริง แกนนำพรรคเพื่อไทย ก็กังวลเรื่องนี้ เพราะกลัวคนเสื้อแดงในชนบท จะหันไปสนับสนุนพรรคก้าวไกลมากขึ้นเรื่อยๆ


มีข้อน่าสังเกตว่า ตู่ จตุพร นำม็อบไทยไม่ทนไล่ประยุทธ์ และเต้น ณัฐวุฒิ นำคาร์ม็อบไล่ประยุทธ์ ทั้งคู่ต่างพูดว่า ไม่ได้ทำในนาม นปช. แต่ทั้งม็อบไทยไม่ทนและคาร์ม็อบ ระดมพลได้ไม่เยอะเหมือนในอดีต


สิ่งที่แกนนำ นปช.ไม่ยอมพูดความจริงก็คือ มวลชนคนเสื้อแดงเรือนหมื่นเรือนแสน ปี 2553 นั้นกว่าร้อยละ 90 ถูกบริหารจัดการโดยนักการเมืองเพื่อไทย 


ด้วยเหตุนี้ ทักษิณจึงให้อุ๊งอิ๊ง ออกมาประกาศอย่างมั่นใจว่า ครอบครัวเพื่อไทยก็คือครอบครัวเสื้อแดง องค์กร นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ได้จบภารกิจไปนานแล้ว

ร้อง “กกต.” สอบ “ชัชชาติ”จูงใจให้ลงคะแนน “เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/515420

18 พ.ค. 2565

ร้อง "กกต." สอบ "ชัชชาติ"จูงใจให้ลงคะแนน "เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม."

“ศรีสุวรรณ” ร้อง “กกต.” สอบ “ชัชชาติ” ใช้ป้ายหาเสียงรีไซเคิ่ล จูงใจให้ลงคะแนน “เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.” หรือไม่

ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนสอบสวนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กรณีทำป้ายหาเสียงเป็นผ้าไวนิลมีเจตนาแฝงเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำไปรีไซเคิลเพื่อทำ “กระเป๋า-ผ้ากันเปื้อน” อันเป็นการกระทำเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ลงคะแนนให้แก่ตนเองด้วยวิธีการ จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้หรือไม่ อย่างไร

ร้อง "กกต." สอบ "ชัชชาติ"จูงใจให้ลงคะแนน "เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม."

ทั้งนี้แผ่นป้ายดังกล่าว มีการจัดทำแพตเทิร์น(Pattern)เป็นลายบางๆไว้ให้นำไปตัดเย็บตามรอยปะไว้เสร็จสรรพ เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำไปหมุนเวียน (Recycle) โดยตัดเย็บเป็นกระเป๋าหรือเป็นผ้ากันเปื้อน ไว้ใช้ต่อกันเองได้ แม้จะพยายามสื่อว่าจะนำแผ่นป้ายดังกล่าวกลับมาตัดเย็บใช้กันเองในทีมหาเสียงก็ตาม แต่ทว่าป้ายหาเสียงมีจำนวน 380 ป้ายทีมหาเสียงมี 380 คนหรืออย่างไร ซึ่งการเก็บกลับมาใช้เองเป็นเรื่องเพ้อฝัน เพราะหลังจากปิดหีบเลือกตั้งแล้ว ก็จะมีชาวบ้านหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในพื้นที่เขตต่างๆ จะออกมาเก็บป้ายหาเสียงของผู้สมัครไปเป็นของตนแทบทั้งสิ้น ซึ่งถ้าจะเอาป้ายดังกล่าวนำกลับมาตัดเย็บใช้กันเองในทีม หลังจากเลือกตั้งผ่านไปแล้ว กกต. จะต้องไปตรวจสอบว่ามีการจัดเก็บป้ายทั้งหมดกลับไปทำกระเป๋า-ผ้ากันเปื้อนครบ 380 ผืนจริงหรือไม่ด้วย

ร้อง "กกต." สอบ "ชัชชาติ"จูงใจให้ลงคะแนน "เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม."

นอกจากนั้น แผ่นป้ายดังกล่าวอาจเป็นการฝ่าฝืนระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2563 ข้อ 18 อีกด้วยเนื่องจากไม่ระบุชื่อชื่อตัว ชื่อสกุล ของผู้ว่าจ้าง แต่กลับไประบุ“ชมรมกรุงเทพฯน่าอยู่กว่าเดิม”มาเป็นผู้ว่าจ้างแทน ซึ่งไม่เป็นไปตามกฎหมาย เพราะตรวจสอบไม่ได้ว่าชมรมดังกล่าวมีตัวตนจริงหรือไม่ อีกทั้งข้อความดังกล่าวอักษรตัวเล็กมากและเบลอไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนตามที่ระเบียบกำหนด

ศรีสุวรรณตั้งข้อสังเกตอีกว่า การจัดทำแผ่นป้ายหาเสียงในลักษณะดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองด้วยวิธีการ จัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ อันเข้าข่ายการฝ่าฝืน ม.65(1) แห่ง พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ซึ่งถ้า กกต.วินิจฉัยว่าเข้าข่ายก็อาจมีความผิดตาม ม.126 ของกฎหมายดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

ร่วมกิจกรรมรำลึก “พฤษภา35” เดียร์ ได้ประสบการณ์ต้าน “รัฐประหาร”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/515426

18 พ.ค. 2565

ร่วมกิจกรรมรำลึก "พฤษภา35" เดียร์ ได้ประสบการณ์ต้าน "รัฐประหาร"

ร่วมกิจกรรมรำลึก “พฤษภา35” เดียร์วทันยา ได้ประสบการณ์ ต้าน “รัฐประหาร” ต้องสร้างระบบรัฐสภาให้เป็นที่พึ่ง ที่ศรัทธาของสังคมได้

วทันยา วงษ์โอภาสี โพสต์เฟสบุ๊คมีเนื้อหาว่า ได้ไปร่วมเวทีเสวนารับฟังประสบการณ์กิจกรรมรำลึก 30 ปีพฤษภา 35 ได้ความรู้จากผู้ใหญ่หลายท่าน เช่น คุณโภคิน พลกุล, คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, คุณสมชาย หมอลออ, อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, ส.ส.สุทิน คลังแสง และ ดร.ภูมิ มูลศิลป์ และได้ร่วมแสดงความคิดเห็นจากมุมมองของตัวเดียร์เอง ในหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องการรำลึกพฤษภาประชาธรรม ว่าเราจะทำอย่างไรให้ขจัดระบบเผด็จการ และกระบวนการรัฐประหาร

ร่วมกิจกรรมรำลึก "พฤษภา35" เดียร์ ได้ประสบการณ์ต้าน "รัฐประหาร"

หากมองย้อนกลับไปที่รัฐเผด็จการ หรือรัฐประหาร สิ่งหนึ่งที่ทุกคนสรุปเห็นตรงกันคือ มาจากข้ออ้างความชอบธรรมของระบอบการเมืองที่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ถ้าอยากให้ขจัดระบบรัฐประหารไป คงต้องลุกขึ้นมาแล้วลงมือทำก่อน จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยหลุดออกจากอุดมการณ์ต่อต้านการเมืองเพื่อขจัดการหาความชอบธรรมในขบวนการรัฐประหาร

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เราต้องแก้ปัญหาที่ต้นทางคือ การทำให้ระบบรัฐสภาเป็นที่พึ่ง ที่ศรัทธาของสังคมได้ ในส่วนของบทบาทในฐานะ ส.ส. นักการเมืองก็ต้องไม่นำความขัดแย้งเข้ามาสู่ระบบการเมือง ที่สุดท้ายแล้วในประสบการณ์ของการเมืองไทย คือมักจะนำไปสู่การประท้วงบนถนน ซึ่งสุดท้ายแล้วมันจะกลับมาเป็นวงจรด้วยกระบวนการรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง กติกาชอบใจบ้าง ไม่ชอบใจบ้าง มันก็ออกมาเป็นแบบนี้

วทันยา ระบุอีกว่า ส่วนหนึ่งของปัญหาที่ทำให้รัฐสภาไม่เป็นที่ศรัทธาของประชาชนก็เพราะระบบการถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัตินั้นหายไป เราพูดถึงระบอบเผด็จการภายใต้ทหาร แต่ในอดีตก็เคยเกิดเหตุการณ์เผด็จการรัฐสภา นั้นก็เพราะระบบพรรคการเมืองที่ครอบงำ ส.ส. ในการตัดสินใจบนเจตนารมณ์ของประชาชนในเวลาที่ความต้องการพรรคและประชาชนสวนทางกัน ดังนั้นการทำให้เอกสิทธิ์ของ ส.ส. ดำรงอยู่จริง ไม่เป็นเพียงแค่เสือกระดาษบนรัฐธรรมนูญ ก็จะเป็นส่วนสำคัญของการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยที่ระบบพรรคการเมืองควรเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการประชาธิปไตยตั้งแต่ภายในพรรคเสียด้วยซ้ำ

จุดประสงค์ของงานรำลึก 30 ปีพฤษภาประชาธรรมที่จัดขึ้น ชื่อหัวข้อบอกได้ชัดอยู่แล้ว เมื่อตอนที่เกิดเหตุการณ์ 22 พฤษภาฯ 2535 ย้อนไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในวันนั้นจุดเริ่มต้นอันหนึ่งคือ เรื่องเพาเวอร์ (power) ของประชาชนที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขในการรัฐประหาร และรัฐบาลที่มาจากระบบเผด็จการในคราวนั้น แล้วนำมาสู่กระบวนการที่เกิดรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และทำให้ประเทศไทยสามารถหลุดจากวงจรรัฐประหารมาได้หนึ่งระยะ แต่ช่วงนั้นเห็นได้ว่าการพัฒนากระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยกำลังค่อยๆ พัฒนา กำลังโตเต็มใบขึ้น

งานเสวนากิจกรรมรำลึก 30 ปีพฤษภา 35ที่จัดขึ้นนี้คือการที่เราจะทำอย่างไรให้เพาเวอร์ของประชาชน หรือการ Empowering The People มีความเข้มแข็ง การเสวนานี้จัดขึ้นในมิติการเมือง ในเรื่องของด้านกฎหมายตุลาการ แต่อีกสิ่งที่อยากตั้งข้อสังเกตคือ ด้านมิติสังคม ถ้าเราศึกษากระบวนการประชาธิปไตยในของแต่ละประเทศ เช่น กรณีของประเทศเกาหลีใต้ หรือว่าในละตินอเมริกา จะเห็นได้ว่ากระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยของทุกประเทศจะมาพร้อมกับการปฏิรูปในเรื่องของการศึกษาในระบบสังคมไปพร้อมๆ กัน เช่น ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้น ในกรณีของละตินอเมริกา ไม่ใช่รัฐเผด็จการ แต่กระบวนการต้องโปร่งใสและเป็นธรรมมากพอ จึงจะเป็นส่วนช่วยให้ประชาชนตาสว่าง และกระบวนการเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนพัฒนาประชาธิปไตย คือประชาชนค่อยๆ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ แต่เราต้องไม่ลืมอดีตที่ผ่านมา ต้องเรียนรู้บทเรียนแล้วจดจำกับมัน

ผู้สมัครฯ “ส.ก.” พรรค “พลังประชารัฐ” 12 ราย เปิดตัว หนุน “สกลธี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/515410

18 พ.ค. 2565

ผู้สมัครฯ "ส.ก." พรรค "พลังประชารัฐ" 12 ราย เปิดตัว หนุน "สกลธี"

17 ผู้สมัครฯ “ส.ก.” เปิดตัว หนุน “สกลธี” ในศึก “เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.” 12คน มาจากพรรค “พลังประชารัฐ” 5คน เป็นผู้สมัครฯอิสระ

ผู้สมัคร ส.ก.จากพรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัครอิสระ รวมม17 คน ที่ออกมาประกาศสนับสนุนสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3 ประกอบไปด้วยพรรคพลังประชารัฐ 12 คนได้แก่
นายอาชวิน สีตบุตร (ทิว) เจตคลองสาน เบอร์ 2
นายพีรพัทธ์ ศรีสิงห์ (โอ๊ต) เขตธนบุรี เบอร์ 4
นายปรินต์ ทองปุสสะ เขตบางนา เบอร์ 2
นายเริง ม่วงชุ่ม (ผู้ใหญ่กั้ม) เขตบางแค เบอร์ 3
นายณัฐวิชช์ ดำรงค์ศรีวงศ์ เขตพญาไท เบอร์ 6
นายชูชาติ ยิ้มงาม (ต้อม) เขตภาษีเจริญ เบอร์ 5
นายอนุชาญ กวางทอง (อ้วน) เขตราชเทวี เบอร์ 2
นางสาวรุ้งตะวัน ธัญภัทรานนท์ เขตลาดพร้าว เบอร์ 1
นางสาวปฏิมา ชุติมันต์  เขตวังทองหลาง เบอร์ 2
นางโสภา อมราศรัยศรี เขตสวนหลวง เบอร์ 3
นายรังสรรค์ กียปัจจ์ (ต้น) เขตหลักสี่ เบอร์ 1
ว่าที่ร้อยเอกวีรพล วงษ์มะเซาะ เขตคันนายาว เบอร์ 4

ผู้สมัครฯ "ส.ก." พรรค "พลังประชารัฐ" 12 ราย เปิดตัว หนุน "สกลธี"

ผู้สมัครส.ก.อิสระ 5 คนได้แก่
นายภานุภณ พฤฒิวโรดม (หลอ) เขตจอมทอง เบอร์ 6
นายเจริญศักดิ์ มณีรัตนสุบรรณ (เกาะ) เขตทุ่งครุ เบอร์ 5
นายณัฐพงษ์ ลีลาสถาพรกูร (โจ) เขตบางขุนเทียน เบอร์ 3
นายมานพ มารุ่งเรือง (แดง) เขตบางบอน เบอร์ 7
นายสุชาติ เซ็นนิ เขตมีนบุรี เบอร์ 4

ผู้สมัครฯ "ส.ก." พรรค "พลังประชารัฐ" 12 ราย เปิดตัว หนุน "สกลธี"

สกลธี ระบุ ว่า 17 ผู้สมัคร ส.ก.จากพรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัครในนามอิสระ ที่ออกมาแสดงจุดยืนในการสนับสนุนตนเองในวันนี้นั้น ส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สมัคร ส.ก.จากพรรคพลังประชารัฐ ก็เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่เคยได้มีโอกาสทำงานร่วมกันมาแล้วในการแถลงข่าววันนี้ เพื่อแสดงจุดยืนว่า ตนเองนั้นเปิดกว้างให้กับทุกคนที่มีความตั้งใจจะมาทำงานร่วมกัน ซึ่งได้เน้นย้ำมาตลอดตั้งแต่วันที่เปิดตัวสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่าพร้อมที่จะทำงานกับทุกคน โดยไม่จำเป็นต้องมี สังกัด หรือ พรรค
หากมีแนวคิดเดียวกันที่จะช่วยผลักดันและทำประโยชน์ให้กับคนกรุงเทพฯ ก็สามารถเข้ามาช่วยกันได้ เพราะการเป็นผู้ว่าฯ ที่เป็นอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมือง จึงไม่มีปัญหาเรื่องของการตอบแทนพรรค แต่สิ่งที่ต้องตอบแทนคือคนกรุงเทพฯ เท่านั้น

ศาลปกครอง สั่ง กกต.รับ “ไกรเดช บุนนาค” เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/515397

18 พ.ค. 2565

ศาลปกครอง สั่ง กกต.รับ "ไกรเดช บุนนาค" เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

ศาลปกครอง สั่ง กกต. รับ “ไกรเดช บุนนาค” เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ชี้คำสั่งไม่รับสมัคร เพราะถือหุ้นสื่อ น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องรักษาสิทธิ์ของประชาชน

18 พ.ค.2565  ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราว ก่อนมีคำพิพากษาโดยสั่งให้ กกต. และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร  รับนายไกรเดช บุนนาค เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 19 โดยศาลให้เหตุผลว่าการที่ กกต.และ ผอ.เลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพฯไม่รับนายไกรเดช  เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งตาม  มาตรา 55 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562  เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ไฮไลท์บันเทิง น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

ศาลปกครอง สั่ง กกต.รับ "ไกรเดช บุนนาค" เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

ประกอบกับหากให้ประกาศ ผอ.เลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เรื่องบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ได้รับสมัครและไม่รับสมัครลงวันที่ 11เมษายน 2565  ในส่วนที่ไม่รับสมัคร นายไกรเดช มีผลใช้บังคับต่อไป จะทำให้นายไกรเดชไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.  และการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในวันที่ 22 พฤษภาคม ประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกนายไกรเดชได้  หากต่อมาศาลพิพากษาว่าการไม่รับสมัครนายไกรเดช ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประชาชนไม่สามารถกลับมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายไกรเดช เป็นผู้ว่าฯ กทม.ได้อีก


แม้นายไกรเดช จะสามารถเรียกค่าเสียหายในกรณีนี้ได้  แต่การได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม.จะทำให้นายไกรเดชสามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ว่าฯ กทม.สร้างผลงานต่างๆ เพื่อเป็นโอกาสในการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้  ซึ่งไม่สามารถใช้เงิน  ไม่ว่าจำนวนเท่าใดเพื่อชดเชยโอกาสดังกล่าว   การให้ประกาศ ผอ.เลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครเรื่องบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ได้รับสมัครเลือกตั้ง  และไม่ได้รับสมัครเลือกตั้งลงวันที่ 11 เมษายน 2565  ในส่วนที่ไม่รับสมัครนายไกรเดช มีผลใช้บังคับต่อไป จึงทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขภายหลัง

ศาลปกครอง สั่ง กกต.รับ "ไกรเดช บุนนาค" เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

นอกจากนี้การให้นายไกรเดชเป็นผู้มีสิทธิ์รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.  และผลเลือกตั้งปรากฏว่านายไกรเดชได้รับเลือกด้วยคะแนนสูงสุด   หากต่อมาศาลฯพิพากษาว่าการไม่รับสมัครนายไกรเดช เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้วก็จะมีผลเพียง กกต. ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ใหม่   โดยสามารถเรียกให้นายไกรเดช ชดใช้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการจัดเลือกตั้งได้ การทุเลาการบังคับตามประกาศ ผอ.เลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เรื่องบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ในส่วนที่ไม่รับสมัครนายไกรเดช  จึงไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือบริการสาธารณะ 


ส่วนที่ กกต.แย้งว่าคดีนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจพิจารณาวินิจฉัยของศาลปกครองนั้น กกต.ไม่ได้ทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่างหากจากคำชี้แจง   จึงไม่มีประเด็นให้ต้องดำเนินการตาม   พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล 2542 จึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศ ผอ.เลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ในส่วนที่ไม่รับสมัครนายไกรเดช และมติกกตในการประชุมครั้งที่ 36/2565 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2565  ในส่วนที่ยกอุทธรณ์ของนายไกรเดชไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

“ก้าวไกล” ทวงคำตอบ เมื่อไร”กองทัพบก” จะยกเลิก “ฝึกภาคสนาม”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/515384

18 พ.ค. 2565

"ก้าวไกล" ทวงคำตอบ เมื่อไร"กองทัพบก" จะยกเลิก "ฝึกภาคสนาม"

ทวงคำตอบ “กองทัพบก” เมื่อไรจะยกเลิก “ฝึกภาคสนาม” พรรค “ก้าวไกล”ชี้ ทำลายความน่าเชื่อถือกองทัพกระทบความมั่นคงของมนุษย์

ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังจากที่ได้ปรึกษาหารือผ่านประธานสภาฯ ไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สั่งการกองทัพบกสร้างความชัดเจนเรื่องการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร หรือ นศท. ภาคสนาม ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ชี้ 3 เดือนผ่านไปไม่มีความคืบหน้าใดๆ มีแต่สร้างความสับสนและกังวลให้กับ นศท. และผู้ปกครอง โดยจะใช้กลไกสภาฯ ทวงคำตอบนายกฯ เอาให้ชัดว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะจากการฝึกเพื่อความมั่นคงของประเทศ กลายเป็นทำลายความน่าเชื่อถือของกองทัพและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์

"ก้าวไกล" ทวงคำตอบ เมื่อไร"กองทัพบก" จะยกเลิก "ฝึกภาคสนาม"

ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นในปีการศึกษา 2563 ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีอัตราการติดเชื้อในระดับหลักร้อยคนต่อวัน กองทัพบกได้เคยยกเลิกการฝึก นศท.ภาคสนาม และใช้รูปแบบการฝึกออนไลน์และกิจกรรมอย่างอื่นแทน ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี แต่สำหรับในปีการศึกษา 2564 อันเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 สูงขึ้นเป็นหลักหลายหมื่นคนต่อวัน กองทัพบกกลับพยายามยืนยันที่จะให้มีการฝึกภาคสนาม โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงเดือน มี.ค.- พ.ค. 65 แต่เมื่อมีผู้ท้วงติง ทั้งจากสภาผู้แทนราษฎร สถานศึกษา นักเรียน นักศึกษาวิชาทหาร ผู้ปกครอง และผู้ที่ห่วงใยสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็ก ก็มีการเลื่อนการฝึกออกไป พร้อมทั้งมีการส่งข้อความและแจ้งให้ นศท.ในแต่ละพื้นที่รอคำตอบ และรอไปเรื่อยๆ โดยไม่มีความชัดเจน

"ก้าวไกล" ทวงคำตอบ เมื่อไร"กองทัพบก" จะยกเลิก "ฝึกภาคสนาม"

พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ในประเด็นความกังวลใจของ นศท. และผู้ปกครองว่าก องทัพเข้าใจในความกังวลของทุกฝ่าย เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก่อนเสนอมายังกองทัพ ย้ำว่าทุกกระบวนการได้คำนึงถึงนักศึกษาวิชาทหารเป็นสำคัญ ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป หากได้ข้อสรุปจากหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) ก็จะแจ้งให้ทราบต่อไป ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ มากกว่านั้น ในขณะที่ แฮทแท็กยกเลิกเขาชนไก่ แฮทแท็กยกเลิกฝึกภาคสนาม ยังเป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงอยู่ทุกวันในสังคมออนไลน์

“สกลธี” ยัน 10.00 น. วันนี้ มีนัดหารือ ส.ก. “พลังประชารัฐ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/515370

18 พ.ค. 2565

"สกลธี" ยัน 10.00 น. วันนี้ มีนัดหารือ ส.ก. "พลังประชารัฐ"

ส.ก. “พลังประชารัฐ” แปรพักตร์ หนุน ” สกลธี” นัดหารือ 10.00 น. วันนี้ ยัน ไม่เคยสาดโคลน เชื่อมโยงธรรมนัสกับ “อัศวิน”

สกลธี ภัทธิยะกุล ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เบอร์ 3 ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ ไทยแลนด์ ยืนยันว่า ไม่มีทีมงานของตัวเองใส่ร้ายสาดโคลนเชื่อม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 6 กับร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ตามที่ทีมงานรักษ์กรุงเทพฯกล่าวหา แต่อาจเป็นไปได้หากจะมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบการดำเนินการ สมัยเป็นกปปส.มาให้การสนับสนุน ก็เป็นเรื่องที่ไม่แฟร์ สำหรับตัวเขา

"สกลธี" ยัน 10.00 น. วันนี้ มีนัดหารือ ส.ก. "พลังประชารัฐ"

สกลธีมองว่าหากจะมี ผู้สมัคร ส.ก.พลังประชารัฐแปรพักตร์มาให้การสนับสนุน ก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และตัวของเขาลงสมัครในนามอิสระ ประกอบกับ ส.ก.ส่วนนี้เคยทำงานคุ้นเคย สนับสนุนกันมา ในฐานะที่เป็นผู้ร่วมปั้นทีมพลังกรุงเทพฯของพรรคพลังประชารัฐร่วมกับ ณัฐพล ทีปสุวรรณ และพุทธิพงศ์ ปุณณกันต์มาก่อน และจะมีการนัดหารือกัน 10.00 น.วันนี้ ที่รัชวิภา  สกลธี  มองว่า การแปรพักตร์ของส.ก.มาสนับสนุนตัวเขาในช่วงใกล้เลือกตั้ง อาจไม่มีผลกับการเลือกตั้ง

"สกลธี" ยัน 10.00 น. วันนี้ มีนัดหารือ ส.ก. "พลังประชารัฐ"

อภิชัย เตชะอุบล ผอ.เลือกตั้งส.ก.พลังประชารัฐ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐผู้สมัคร ส.ก.พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้แตกแยกกัน ทุกคนยังหนักแน่น ข่าวที่ออกมาอาจเป็นแค่การปล่อยข่าว ซึ่งสวนกับโพลเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ถือเป็นการกระทำที่ไม่มีประโยชน์ ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคสั่งให้ ทีมส.ก. เทคะแนนให้พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม. หมายเลข6  ซึ่งมีทีมรักษ์กรุงเทพฯสนับสนุนอยู่แล้ว

ดับอุ๊งอิ๊ง “วิโรจน์” มาแรง ส.ก.ส้มสไลเดอร์ขวางแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515314

17 พ.ค. 2565

ดับอุ๊งอิ๊ง "วิโรจน์" มาแรง ส.ก.ส้มสไลเดอร์ขวางแลนด์สไลด์

โค้งสุดท้ายมาแรง “วิโรจน์” ฉุดกระแส ส.ก.ส้มสไลเดอร์ ขวางแลนด์สไลด์เพื่อไทย จับตาอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเสื้อแดง จะชิงทิ้งหมัดเด็ดน็อคยกสุดท้าย คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

โค้งสุดท้ายมาแรง “วิโรจน์” ชนทุกเวทีดีเบต ฉุดกระแส ส.ก.ส้มสไลเดอร์ ปะทะแลนด์สไลด์เพื่อไทย จับตาอุ๊งอิ๊งชิงทิ้งหมัดเด็ดยกสุดท้าย


ได้ใจนิวโหวตเตอร์ “วิโรจน์” ขายอุดมการณ์ ไม่ขายฝัน เปิดหน้าชนพลังอนุรักษ์นิยม ฐานเสียงเพื่อไทยกระเพื่อม จะเลือกประชาธิปไตยที่กินได้ หรือประชาธิปไตยเชิงอุดมการณ์


เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2565 พรรคก้าวไกล เปิดเวทีปราศรัยให้แก่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ที่ลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน (วงเวียนใหญ่) โดยมีการเชิญ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และพรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า มาร่วมบนเวทีปราศรัยใหญ่


เหตุที่ต้องเชิญธนาธร และช่อ พรรณิการ์ ขึ้นเวทีปราศรัย เนื่องจากก่อนหน้านี้ อุ๊งอิ๊ง- แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มาลงพื้นที่หาเสียงกับผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทยมาแล้ว พรรคสีส้มจึงต้องดึงบิ๊กเนมมาดึงคะแนนเสียงชาว กทม.เช่นกัน
 

โค้งสุดท้าย พรรคเพื่อไทยงัดกลยุทธ์โหวตเชิงยุทธศาสตร์ “อยากใช้เพื่อไทย เลือกเพื่อไทยให้ชนะขาด” พร้อมกับเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ วันที่ 18 พ.ค.2565 ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพฯ


มีข้อน่าสังเกตว่า ระยะหลัง คะแนนนิยมวิโรจน์ดีขึ้น เพราะการที่ได้ขึ้นเวทีดีเบตบ่อยครั้ง วิโรจน์มีสไตล์สายบู๊ ตั้งแต่สมัยเป็น ส.ส. และได้โชว์ลีลาดาวสภาฯรุ่นใหม่ จึงมีคำขวัญประจำตัวว่า “ชนทุกปัญหา” คำประกาศของวิโรจน์ สะท้อนบุคลิกนักการเมืองค่ายสีส้ม ที่เน้นอุดมการณ์ประชาธิปไตย 


“ปลุกประชานิยม”
แม้โพลทุกสำนักจะชี้ว่า “วิโรจน์” มีคะแนนนิยมวิ่งไล่ตาม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อยู่เยอะก็ตาม แต่ผลการสำรวจคะแนนนิยม ส.ก. ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ก.พรรคก้าวไกล มาแรงในทุกเขต


สำหรับพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งเป้า ส.ก.ไว้ 25 ที่นั่ง ดูจะไม่ได้ตามเป้าเสียแล้ว เนื่องจากกระแสชัชชาติมิได้เอื้อต่อผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทยมากนัก ด้วยเหตุว่า ชัชชาติ พยายามสลัดตัวเองให้พ้นจากชายคาสีแดง เพื่อหวังเรียกคะแนนจากคนชั้นกลาง บ้านมีรั้ว และตึกสูง


จากเป้าหมาย 25 ที่นั่ง โพลวงในประเมินว่า เพื่อไทยจะมีโอกาสคว้าชัยได้แค่ 10-15 เขต จึงทำให้ทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ต้องแก้เกมส่ง อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ลงช่วยผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายในบางเขต ที่มีคะแนนสูสีกับพรรคก้าวไกล 


อีกด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทยปั้นนโยบาย 50 เขต 50 โรงพยาบาล ก้าวต่อไปของ 30 บาทรักษาทุกโรค สำหรับการเลือกตั้ง ส.ก. โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี  กระโดดเข้ามาเล่นด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ส.ก. ยังได้เสนอนโยบายกองทุนพัฒนาชุมชน 200000 บาท ที่มีต้นแบบจากกองทุนพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเมือง (เอสเอ็มแอล) สมัยพรรคไทยรักไทย และเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยกินได้


หมอมิ้งประเมินว่า นโยบายประชานิยมเวอร์ชั่นใหม่ ที่โดนใจชาวบ้าน ผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย จะได้รับเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์


“เครื่องจักรสีส้ม”
การส่ง “วิโรจน์” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกลคาดหมายว่า จะขยายฐานคะแนนเสียงเดิมของพรรคออกไปได้ และจากเดิมสมัยเลือกตั้งปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ได้ 8 แสนเสียง


มีรายงานข่าวว่า โพลของพรรคก้าวไกล พบว่า คะแนนความนิยมของผู้สมัคร ส.ก. ยังมีคะแนนนำอยู่ประมาณ 20 เขต และมีโอกาสที่จะช่วงชิงได้อีก 14 เขต 


เขตรอบในกรุงเทพฯ ที่เคยเป็นฐานเก่าแก่ของพรรค ปชป. ซึ่งมีอดีต ส.ก.หลายสมัยลงสนามในครั้งนี้ด้วย ปรากฏว่า พรรคก้าวไกลมีคะแนนนิยมนำพรรค ปชป.ทุกเขต


รวมถึงพื้นที่ฝั่งธนบุรี และฝั่งกรุงเทพตะวันออก ฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลก็มีคะแนนนิยมดีวันดีคืน ทำให้อุ๊งอิ๊ง ต้องลงมาเดินพบประชาชนในเขตตลิ่งชัน และเขตคันนายาว


ที่น่าสนใจ สำหรับสมรภูมิเลือกตั้งท้องถิ่น กทม.คือ วันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และเลือกตั้ง ส.ก.วันเดียวกัน ส่งผลเชิงบวกอย่างมากกับพรรคก้าวไกล เพราะหากคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ก.จำนวนมาก ก็จะทำให้ผู้สมัครของพรรคสีส้ม มีโอกาสชนะสูง


ถ้าเป็นการเลือกตั้งในอดีต วันเลือกตั้ง ส.ก. จะเป็นคนละวันกับเลือกผู้ว่าฯ กทม. ทำให้มีคนออกมาใช้สิทธิ์เลือก ส.ก.น้อย จึงเป็นโอกาสของนักการเมืองประเภทบ้านใหญ่ได้รับเลือกเป็น ส.ก.


ดังนั้น ผลการเลือกตั้ง ส.ก. จะให้คำตอบว่า การเลือกตั้ง ส.ส.กทม.สมัยหน้า ก้าวไกลยังมีอนาคตอยู่หรือไม่ และแกนนำก้าวไกล อาจจะลุ้นผล ส.ก.มากกว่าเลือกผู้ว่าฯ กทม.เสียด้วยซ้ำไป

ตู่ขาลง “ประวิตร” โดดเดี่ยว ส.ก.ค่าย พปชร.เจอเกมตัดแต้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515283

17 พ.ค. 2565

ตู่ขาลง "ประวิตร" โดดเดี่ยว ส.ก.ค่าย พปชร.เจอเกมตัดแต้ม

อนุรักษ์นิยมเมืองหลวงเสียงแตก “ประวิตร” ลุ้นศึก ส.ก.แบบเงียบเหงา เมื่อกลุ่มพลังกรุงเทพ ต้องตัดแต้มกับกลุ่มรักษ์กรุงเทพ และพรรค ปชป. คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

เดิมพันอนาคต “ประวิตร” ลุ้นศึก ส.ก. พรรคพลังประชารัฐ ติดแบรนด์พลังกรุงเทพ ดูเงียบเหงาและโดดเดี่ยวในเมืองหลวง


พลังอนุรักษ์นิยมเสียงแตก “ประวิตร” อาจพบความผิดหวัง เมื่อทีมพลังกรุงเทพ ต้องตัดแต้มกับกลุ่มรักษ์กรุงเทพ และพรรค ปชป.


วันที่ 17 พ.ค.2565 พรรคพลังประชารัฐ  จัดปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.ก. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ประกาศเป้าหมายว่า เหตุใดจึงต้องเลือก ส.ก.ทีมพลังกรุงเทพ ของพรรคพลังประชารัฐ ให้เข้าไปทำงานในสภากรุงเทพมหานคร

จะว่าไปแล้ว ความเคลื่อนไหวของทีม ส.ก.ทีมพลังกรุงเทพ ค่อนจะข้างจะมีน้อยในตลาดข่าวสารการเลือกตั้งเมืองหลวง เมื่อเปรียบเทียบกับพรรคเพื่อไทย ,พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคก้าวไกล 


สาเหตุหนึ่งคงมาจากกว่าที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะตัดสินใจส่งผู้สมัคร ส.ก. และหนุนผู้ว่าฯ กทม.คนไหน เวลาก็ล่วงเลยมาถึงต้นเดือน เม.ย.2565 โดยมอบให้ อภิชัย เตชะอุบล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้รับผิดชอบการเลือกตั้ง ส.ก.ทั้ง 50 เขต

เสี่ยโต พาทีม ส.ก.พลังกรุงเทพ ฝั่งธนบุรี หาเสียงเสี่ยโต พาทีม ส.ก.พลังกรุงเทพ ฝั่งธนบุรี หาเสียง


อภิชัย เตชะอุบล นักธุรกิจใหญ่ แต่เป็นคนหน้าใหม่ในยุทธจักรการเมือง การที่เข้ามาแบกรับภารกิจปั้นทีม ส.ก.พลังกรุงเทพ ในยามที่กระแสลุงตู่ พ่วงพลังประชารัฐ มีอาการสาละวันเตี้ยลง ดูจะเหนื่อยเป็นสาหัส 


“ฐานเสียงลุงตู่”
บททดสอบ “ประวิตร” สำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า วัดผลได้จากการเลือกตั้ง ส.ก.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 พ.ค.2565 หากทีม ส.ก.พลังกรุงเทพ ได้ต่ำกว่า 10 เสียง บอกได้คำเดียว อนาคต พปชร.มืดมนในสนามเมืองหลวง


ย้อนไปดูผลคะแนนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ลองคำนวณหาฐานเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2 ขั้วการเมือง พบข้อมูลว่า ขั้วรัฐบาล มีฐานเสียง 1.2 ล้านเสียง (พปชร. 7.9 แสนเสียง และ ปชป. 4.7 แสนเสียง) ส่วนขั้วฝ่ายค้าน มีฐานเสียง 1.4 ล้านเสียง (อนาคตใหม่/ก้าวไกล 8 แสนเสียง และ พท. 6 แสนเสียง)
 

พรรคพลังประชารัฐ ชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี กวาดเก้าอี้ ส.ส.กทม. 12 ที่นั่ง(ปัจจุบันเหลือ 11 ที่นั่ง) และได้  791,893 คะแนน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เหลือ 474,820 คะแนน


ว่ากันตามจริง 7.9 เสียงที่พลังประชารัฐได้มานั้น เป็นคะแนนนิยมส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ และกว่าครึ่งหนึ่งนั้นไหลมาจากพรรค ปชป. เนื่องจากปี 2562 พลังอนุรักษ์นิยมใน กทม. มีฉันทามติเลือกลุงตู่ เพื่อให้ คสช.ไปต่อ และบ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย


วันที่ทีม ส.ก.พลังกรุงเทพ ลงสนาม กระแสความนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ลดลง แถมพลังอนุรักษ์นิยมเสียงแตก เพราะมีทีม ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มรักษ์กรุงเทพ มาเป็นตัวเลือกในโค้งสุดท้าย


เสี่ยโต-อภิชัย เตชะอุบล ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ส.ก. ยอมรับว่า การที่พลังประชารัฐไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ทำให้ผู้สมัคร ส.ก. 50 คน ขาดความน่าสนใจลงไปเยอะ 


อย่างไรก็ตาม อภิชัยพยายามอธิบายว่า การบริหารกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา 9 ประกอบด้วย สภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งสำคัญทั้ง 2 ส่วน แยกจากกันไม่ได้ วันนี้เรามาเน้นย้ำในบทบาทหน้าที่ของ ส.ก. เพื่อการติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร


“ผู้ว่าฯ กทม.จะเลือกใครก็ได้ แต่ ส.ก.ก็เลือกฝั่งตรงข้าม ไม่ให้เป็นทีมเดียวกันหมด เดี๋ยวมันก็ฮั้วกัน อย่างนี้มีประโยชน์อะไร ก็ให้เลือกตรงข้าม จะได้ไปตรวจสอบ ไม่ดีเหรอ” เสี่ยโต กล่าว


ด้วยเหตุนี้ จึงมีกระแสข่าวจากพื้นที่ว่า ผู้สมัคร ส.ก.บางเขต ของทีมพลังกรุงเทพ เริ่มปฏิบัติเกาะกระแสคนดังคนเด่น และอาจกระทบต่อคะแนนเสียงของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง 


“อนาคตลุงป้อม”
เดิมที “ประวิตร” มอบให้ จักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กรุงเทพ และประธานภาค ส.ส. กทม. เป็นผู้ดูแลภาพรวมผู้สมัคร ส.ก.ของพรรค และเมื่อเสี่ยโต เข้ามารับผิดชอบ จึงใช้ชื่อพลังกรุงเทพ อันเป็นยุทธศาสตร์เลือกตั้งท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับการเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคในอนาคต


ผู้สมัคร ส.ก.พลังประชารัฐ ส่วนหนึ่งเป็นญาติ ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ ยกตัวอย่าง อัครพัชร์ โชติเดชาชัยนันต์ เขตบางกะปิ น้องชาย ส.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ และณรงค์ รัสมี อดีตประธานสภาเขตหนองจอก น้องชาย ส.ส.ศิริพงษ์ รัสมี 


อีกส่วนหนึ่งเป็นมือทำงานของ ส.ส. อย่างเช่น ต่อศักดิ์ ไหลสุวรรณ เขตคลองเตย และพลศักดิ์ แดงบัว เขตวัฒนา ก็ได้รับการสนับสนุนจากกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.เขตวัฒนา-คลองเตย


รวมถึง พิชิตชัย แซ่จึง ประธานกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ เขตพระนคร และพีระโรจน์ ชัยรัตน์ ประธานกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ เขตสัมพันธวงศ์ ที่เป็นทีมงานของ กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เมื่อ พล.อ.ประวิตร ตัดสินใจส่งผู้สมัคร ส.ก. ทั้งคู่ก็ลาออกจากกลุ่มรักษ์กรุงเทพมาสวมเสื้อ พปชร.


อีกส่วนหนึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ในสายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อย่างนัจภัค กรเกษม เขตหนองแขม และเริง ม่วงชุ่ม เขตบางแค


ผลเลือกตั้ง ส.ก.ปี 2565 ไม่เพียงจะสะท้อนอนาคตพลังประชารัฐ ยังชี้ชะตา ส.ส.กทม.อีก 11 คนอีกด้วย ถ้าได้ ส.ก.ต่ำกว่า 10 ที่นั่ง ก็พูดได้คำเดียวว่า จบแล้วลุงป้อม