
24 พ.ค. 2569 12:30 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
รัสเซียระดมขีปนาวุธ-โดรน ถล่มกรุงเคียฟยับเยิน ดับ 1 เจ็บกว่า 20 ราย
รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟของยูเครนด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน บาดเจ็บมากกว่า 20 คน และเกิดความเสียหายในหลายพื้นที่ทั่วเมือง หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ขู่ตอบโต้ยูเครนกรณีโจมตีหอพักนักศึกษาในพื้นที่ยึดครองจนมีผู้เสียชีวิต 18 ศพ
กองทัพรัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใส่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่องหลายระลอก ปลุกให้ชาวเมืองต้องวิ่งหนีตายลงไปหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดินใจกลางเมืองด้วยความตื่นตระหนก
นายที มูร์ ทกาเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารด้านทหารของกรุงคีฟ เปิดเผยผ่านทางเทเลแกรมว่า เมืองหลวงตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว ขีปนาวุธร่อน และโดรนโจมตีจำนวนมาก โดยพิกัดที่ถูกถล่มมีมากกว่า 40 จุดทั่วเมือง ส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 21 ราย
นายวิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงคีฟ แถลงว่า เศษซากของขีปนาวุธและโดรนที่ร่วงหล่นลงมาได้จุดชนวนให้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง ทั้งอาคารที่พักอาศัย คลังสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และศูนย์การค้า โดยความเสียหายกระจายตัวอยู่ในทุกเขตพื้นที่ของกรุงคีฟ
รายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นผู้อยู่อาศัยในอาคารพักอาศัยความสูง 9 ชั้น ในเขตเชฟเชนโก ย่านใจกลางเมือง ซึ่งถูกขีปนาวุธพุ่งชนจนเพลิงลุกไหม้ท่วมชั้นบนสุด นอกเหนือจากนี้ ในเขตเดียวกัน เหตุระเบิดใกล้กับบังเกอร์หลบภัยทางอากาศของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้ทำให้เศษซากปรักหักพังถล่มลงมาปิดกั้นทางเข้าออก ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในอาคารพาณิชย์และศูนย์อพยพดังกล่าว โดยในกลุ่มผู้บาดเจ็บทั้งหมด มีเด็กชายวัย 15 ปีรวมอยู่ด้วย 1 ราย และมีผู้ป่วย 13 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งในจำนวนนี้ 3 รายอยู่ในอาการสาหัส
ปฏิบัติการโจมตีของรัสเซียในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียและประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ลั่นวาจาว่าจะดำเนินการ “ลงทัณฑ์อย่างรุนแรงและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” เพื่อตอบโต้ยูเครน จากกรณีเหตุการณ์ฝูงโดรนโจมตีอาคารหอพักวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองสตาโรบิลสค์ เขตลูฮันสค์ ทางตะวันออกของยูเครนซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย เมื่อช่วงคืนวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โครงสร้างอาคาร 5 ชั้นพังถล่มลงมา ล่าสุดกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียระบุว่า สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้แล้วรวม 18 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีก 42 ราย ซึ่งรายชื่อผู้เสียชีวิตและสูญหายส่วนใหญ่พบว่าเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 18-23 ปี ด้านองค์การสหประชาชาติ ได้ออกโรงประณามการโจมตีพลเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหารในครั้งนี้อย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม กองทัพยูเครนได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเล็งเป้าหมายไปที่พลเรือน โดยยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารที่เมืองสตาโรบิลสค์นั้น เป็นการตั้งใจโจมตีฐานที่ตั้งของหน่วยโดรนรบของกองทัพรัสเซีย
ก่อนหน้าที่จะเกิดการโจมตีเพียงหนึ่งวัน ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเคียฟ ได้ออกคำเตือนภัยขั้นสูงแก่ประชาชนว่า มีสัญญาณข่าวกรองเด่นชัดจากทั้งในยูเครน ยุโรป และสหรัฐฯ ที่บ่งชี้ว่ามอสโกกำลังเตรียมเปิดฉากโจมตีแบบผสมผสานครั้งใหญ่ในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า
ผู้นำยูเครนระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่รัสเซียอาจนำขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกข้ามทวีปรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีศักยภาพติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์อย่าง “โอเรชนิก” มาใช้ในการโจมตี ซึ่งขีปนาวุธรุ่นดังกล่าวมีความเร็วเหนือแสงมากกว่า 10 เท่า และระบบป้องกันภัยทางอากาศในปัจจุบันยังไม่สามารถสกัดกั้นได้ อย่างไรก็ตาม ในรายงานขั้นต้นยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่ามีการใช้ขีปนาวุธโอเรชนิกในปฏิบัติการเมื่อเช้ามืดวันนี้ (24 พ.ค.) หรือไม่
ปัจจุบัน ปฏิบัติการกู้ภัยและเคลียร์พื้นที่ซากปรักหักพังในกรุงคีฟยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความพยายามของนานาชาตินำโดยสหรัฐฯ ในการเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี ซึ่งเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากความสนใจของรัฐบาลวอชิงตันถูกเบี่ยงเบนไปที่วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางแทน.








