เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง "การรวมชาติ" ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้

6 พ.ค. 2569 15:10 น.

เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือแก้รัฐธรรมนูญครั้งสำคัญ ตัดถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับ“การรวมชาติ”ออก ระบุสถานะดินแดนใหม่ชัดเจนว่า มีพรมแดนติดกับเกาหลีใต้ สะท้อนแนวทางคิม จอง อึน ที่ต้องการให้สองเกาหลีแยกจากกัน

สำนักข่าว Reuters ได้ตรวจสอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว โดยพบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะได้รับการอนุมัติในการประชุมสภาประชาชนสูงสุดของเปียงยางเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือกำหนด “ขอบเขตดินแดน” ลงในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

ศาสตราจารย์ อี จอง ชอล จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เปิดเผยว่ามาตราที่ 2 ฉบับใหม่ ระบุว่าดินแดนของเกาหลีเหนือครอบคลุมพื้นที่ที่มีพรมแดนติดกับ จีน และ รัสเซีย ทางตอนเหนือ และติดกับเกาหลีใต้ทางตอนใต้ รวมถึงน่านน้ำและน่านฟ้าที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม แม้จะระบุพรมแดนโดยรวม แต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้กำหนดแนวเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองเกาหลีอย่างชัดเจน และไม่ได้กล่าวถึงพื้นที่พิพาททางทะเล เช่น เส้นแบ่งเขตทางทะเลทางตอนเหนือในทะเลเหลือง

นอกจากนี้ ยังมีการปรับถ้อยคำเกี่ยวกับตำแหน่งผู้นำ โดยกำหนดให้ คิม จอง อึน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการรัฐ เป็นประมุขแห่งรัฐอย่างเป็นทางการ แทนคำเดิมที่ระบุว่าเป็นผู้นำสูงสุดที่เป็นตัวแทนของรัฐ

รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขยังระบุชัดเจนว่า อำนาจควบคุมกองกำลังนิวเคลียร์ของประเทศอยู่ภายใต้ประธานคณะกรรมาธิการกิจการรัฐ ซึ่งเท่ากับเป็นการตอกย้ำว่า คิม จอง อึน มีอำนาจโดยตรงเหนือคลังอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ

ขณะที่ในหมวดกลาโหมยังระบุว่า เกาหลีเหนือเป็นรัฐอาวุธนิวเคลียร์ที่มีความรับผิดชอบ และจะเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป เพื่อปกป้องความอยู่รอดของประเทศ ยับยั้งสงคราม และรักษาเสถียรภาพในระดับภูมิภาคและโลก

สื่อเกาหลีใต้รายงานเพิ่มเติมว่า การที่ไม่มีการระบุแนวเขตแดนระหว่างสองเกาหลีอย่างชัดเจน อาจสะท้อนความพยายามของเปียงยางในการหลีกเลี่ยงการสร้างความตึงเครียดใหม่ในทันที แม้จะผลักดันแนวคิดสองรัฐศัตรู ของคิม จอง อึน ให้กลายเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศก็ตาม

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมกราคม 2024 คิม จอง อึน เคยเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้เกาหลีใต้เป็นศัตรูหลักของประเทศ และย้ำว่าดินแดนของเกาหลีเหนือแยกออกจากเกาหลีใต้อย่างสิ้นเชิง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือ มีท่าทีแข็งกร้าวต่อเกาหลีใต้มากขึ้น และปฏิเสธข้อเสนอเจรจาหลายครั้งจากประธานาธิบดี อี แจ มยอง ขณะที่คณะผู้แทนถาวรของเกาหลีเหนือต่อสหประชาชาติยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานดังกล่าว.

ที่มา : channelnewsasia

ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ

ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ

6 พ.ค. 2569 14:45 น.

ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงภายในศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บอีก 36 ราย ตามรายงานของสื่อโทรทัศน์ของรัฐ

เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ภายในศูนย์การค้า Arghavan Shopping Center ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง อันดิชีห์ กรุงเตหะราน โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

ภาพวิดีโอจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง ขณะที่กลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมาจากอาคารหลายชั้น สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

รายงานระบุว่า เพลิงไหม้ในอาคารพาณิชย์ลักษณะนี้มักมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิดและมีผู้คนจำนวนมาก รวมถึงมีวัสดุไวไฟสะสมอยู่ภายใน เช่น ร้านค้าและโกดังสินค้า ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก

เบื้องต้นยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหาร โดยเฉพาะในช่วงที่มีการหยุดยิงอย่างเปราะบางระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำเนินมาได้ประมาณ 3 สัปดาห์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัยของอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต.

ที่มา : AP

ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน

ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน

6 พ.ค. 2569 11:29 น.

ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน

บุตรชายของ ออง ซาน ซู จี อดีตผู้นำเมียนมา ออกมาเรียกร้องรัฐบาลเมียนมา แสดงหลักฐานยืนยันว่านางซูจียังมีชีวิตอยู่ หลังจากยังไม่ได้รับการติดต่อใด ๆ จากแม้ แม้เธอจะถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้านแล้ว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (5 พ.ค.) โดยคิม แอริส ได้ร้องขอความช่วยเหลือจาก ฝรั่งเศส ให้เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบสถานะของมารดาอย่างอิสระ หลังจากที่เธอถูกควบคุมตัวมานานหลายปี

ก่อนหน้านี้ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งขึ้นสู่อำนาจหลังรัฐประหาร ได้มีคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ให้ย้ายตัวออง ซาน ซู จี วัย 80 ปี จากสถานที่ควบคุมตัวไปสู่การกักบริเวณในบ้าน หลังจากควบคุมตัวเธอมานานกว่า 5 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหาร

อย่างไรก็ตาม คิม แอริส เปิดเผยว่าเขายังไม่ได้รับการติดต่อจากมารดาแต่อย่างใด ทั้งที่เธอยังคงเป็นบุคคลสำคัญในประเทศเมียนมา

ในจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ซึ่งสำนักข่าว AFP ได้เห็นเนื้อหา คิม แอริส ระบุว่า “ผมขอวิงวอนให้ฝรั่งเศสร่วมเรียกร้อง เพื่อให้เราได้รับหลักฐานยืนยันอย่างอิสระว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และเพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเธอได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม การเข้าถึงทนายความ และการติดต่อกับครอบครัว”

ด้านทนายความของออง ซาน ซู จี คือ ฟรองซัวส์ ซิเมเรย์ เปิดเผยว่า คิม แอริส ได้ยื่นจดหมายดังกล่าวให้กับรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ ระหว่างการพบกันในวันเดียวกัน

ซิเมเรย์ยังระบุด้วยว่า พวกเขาไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีภาพถ่ายมาหลายปี และแม้แต่การย้ายสถานที่ควบคุมตัวก็ยังไม่มีการยืนยัน พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธออยู่ที่ไหน

ก่อนหน้านี้ สำนักงานของมิน อ่อง หล่าย ได้เผยแพร่ภาพถ่ายที่ไม่ระบุวัน ซึ่งดูเหมือนเป็นภาพของออง ซาน ซู จี นั่งอยู่ข้างเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 2 นายแต่ทนายความตั้งข้อสงสัยว่า ภาพดังกล่าวอาจไม่ใช่ของจริง หรืออาจถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI

ขณะที่ คาตาลินา เด ลา โซตา ทนายอีกคนหนึ่ง ระบุว่าทีมกฎหมายมีความกังวลอย่างมากต่อสุขภาพของเธอ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดเธอจึงถูกปกปิดข้อมูลอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจละเมิดหลักการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระบุว่า รัฐมนตรี ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ ยืนยันระหว่างการหารือว่า ฝรั่งเศสจะยังคงผลักดันให้มีการปล่อยตัวออง ซาน ซู จี โดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข

ทั้งนี้ มิน อ่อง หล่าย ได้ก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของออง ซาน ซู จี ในปี 2021 และดำเนินคดีหลายข้อหากับเธอ ซึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนมองว่าเป็นข้อหาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกันเธอออกจากเวทีการเมือง

เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่สงครามกลางเมืองในเมียนมา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันราย และทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น ในประเทศที่มีประชากรราว 50 ล้านคน.

ที่มา :channelnewsasia

ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์

ญาติ "ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30%  ในกลุ่มบริษัท "ฮวยวัน" เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์

6 พ.ค. 2569 10:57 น.

ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์

นายฮุน โต ญาติของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ใน “ฮวยวัน เปย์” แพลตฟอร์มชำระเงินดิจิทัล ที่เพิ่งถูกสหรัฐฯคว่ำบาตรเนื่องจากมีความเชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฮุน โต ซึ่งเป็นญาติของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าถือหุ้นร้อยละ 30 ในบริษัท “ฮวยวัน เปย์” (HUIONE PAY PLC) แพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัล

คำยอมรับดังกล่าวมีขึ้นหลังจากบริษัท “ฮวยวัน เปย์” ถูกทางการสหรัฐฯ คว่ำบาตร โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งการหลอกลวงออนไลน์ สแกมเมอร์ และการฟอกเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายฮุน โต ระบุในแถลงการณ์ว่า “ขอแจ้งต่อสาธารณชนว่า เป็นความจริงที่ผมได้ถือหุ้น 30% ในบริษัทฮวยวัน เปย์” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทหรือการดำเนินงานของบริษัท

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาว่า “ฮวยวัน กรุ๊ป”  ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของหลายธุรกิจ รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ระบบชำระเงิน และการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี ว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการหลอกลวงออนไลน์ในภูมิภาค 

รายงานระบุว่า บริษัทในเครือของฮวยวัน รวมภึง “ฮวยวัน เปย์” ถูกใช้เป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเครือข่ายสแกมที่แพร่ระบาดในหลายประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าการถือหุ้นของฮุน โต มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ขณะที่ประเด็นนี้อาจสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลกัมพูชา.

อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

6 พ.ค. 2569 10:02 น.

อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

จีนต้อนรับ “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่เดินทางเยือนปักกิ่ง ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก่อน “โดนัลด์ ทรัมป์” เยือนจีน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีนรายงานว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้พบหารือกับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ที่กรุงปักกิ่ง โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยรายงานระบุว่า การเยือนจีนของอารักชีเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทางการทูต เพื่อหาทางยุติสงคราม โดยก่อนหน้านี้เขาได้เดินทางไปยังรัสเซีย โอมาน และปากีสถาน เพื่อขอการสนับสนุนจากนานาชาติ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า นายอารักชีมีกำหนดหารือกับฝ่ายจีนในประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมถึงสถานการณ์ระดับภูมิภาคและสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึง 10 วันก่อนกำหนดการเยือนจีนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม

ความเคลื่อนไหวนี้ยังมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยทั้งสองฝ่ายมีการหารือกันหลายครั้งผ่านการติดต่อระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งจีนย้ำจุดยืนเรียกร้องให้หยุดยิง และสนับสนุนอิหร่านในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคง.

โป๊ปเลโอ วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ ย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า

โป๊ปเลโอ วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ ย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า

6 พ.ค. 2569 08:26 น.

โป๊ปเลโอ วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ ย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า

โป๊ปเลโอ วิจารณ์การใช้งบประมาณมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ พร้อมย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางเหมาะสมกว่า ขณะเดียวกันตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ว่าบิดเบือน เพราะทรงไม่เคยแสดงจุดยืนหนุนอิหร่านครอบครองอาวุธ

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ องค์ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ทรงแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ พร้อมย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า 

คำกล่าวของพระสันตะปาปาเลโอมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ออกมาวิจารณ์พระองค์อีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า พระสันตะปาปาพระองค์แรกที่มีชาติกำเนิดเป็นชาวอเมริกันอย่างพระสันตะปาปาเลโอทรงเชื่อว่าเป็นเรื่องปกติที่อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม พระสันตะปาปาไม่ได้เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนให้อิหร่านครอบครองอาวุธ และทรงตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ว่าเป็นการบิดเบือน พร้อมกันนี้ตรัสว่า แนวคิดเรื่องสงครามที่ชอบธรรมนยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังเข้าสู่ยุคนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้ต้องมีการทบทวนความหมายของสงครามใหม่ในหลายมิติ พร้อมชี้ว่าการใช้การเจรจาเป็นแนวทางที่เหมาะสมมากกว่า

การตอบโต้อย่างดุเดือดระหว่างทรัมป์กับผู้นำนครรัฐวาติกัน เกิดขึ้นในช่วงที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางเยือนนครรัฐวาติกัน ในสัปดาห์นี้ และเตรียมเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาในวันพฤหัสบดี รายงานระบุว่า คำวิจารณ์ล่าสุดของทรัมป์อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับวาติกัน ขณะที่นายรูบิโอซึ่งมักต้องทำหน้าที่อธิบายหรือบรรเทาความแข็งกร้าวของถ้อยแถลงจากทรัมป์ในประเด็นยุโรป องค์การนาโต และตะวันออกกลาง อาจเผชิญภารกิจที่ยากลำบากมากขึ้นในการเยือนครั้งนี้.

ที่มา AP

ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน

ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน

6 พ.ค. 2569 06:43 น.

ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับ Project Freedom หรือการคุ้มกันเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว อ้างว่ามีความคืบหน้าอย่างมากในการพูดคุยกับตัวแทนของอิหร่านเพื่อบรรลุข้อตกลง

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะระงับปฏิบัติการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือที่เรียกว่า “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) เป็นการชั่วคราว แต่ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลเอาไว้ โดยอ้างว่า มีความคืบหน้าอย่างมากเพื่อไปสู่การทำข้อตกลงที่สมบูรณ์และเป็นขั้นสุดท้ายกับตัวแทนของอิหร่าน

ข้อความของทรัมป์ระบุว่า “จากการร้องขอของปากีสถานและประเทศอื่น ๆ รวมถึงความสำเร็จทางทหารอันยิ่งใหญ่ที่เราได้รับระหว่างปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน และข้อเท็จจริงที่ว่าเรามีความคืบหน้าอย่างมากไปสู่ข้อตกลงที่สมบูรณ์และเป็นขั้นสุดท้ายกับตัวแทนของอิหร่าน เราจึงได้ตกลงร่วมกันว่า ในขณะที่มาตรการปิดล้อมจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่ แต่ “โครงการเสรีภาพ” จะถูกระงับไว้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อดูว่าจะสามารถหาข้อสรุปและลงนามข้อตกลงได้หรือไม่”

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า “ระยะการสู้รบ” ของปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว และขณะนี้สหรัฐฯ กำลังมุ่งเน้นไปที่ปฏิบัติการใหม่ในการคุ้มกันเรือสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัสเซีย-ยูเครน โจมตีโต้กันดับ 23 ศพ เจ็บอื้อ ก่อนถึงเวลาหยุดยิง

รัสเซีย-ยูเครน โจมตีโต้กันดับ 23 ศพ เจ็บอื้อ ก่อนถึงเวลาหยุดยิง

6 พ.ค. 2569 06:03 น.

รัสเซีย-ยูเครน โจมตีโต้กันดับ 23 ศพ เจ็บอื้อ ก่อนถึงเวลาหยุดยิง

รัสเซียกับยูเครนยังโจมตีทางอากาศเข้าใส่กันอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 20 ศพในวันอังคาร ก่อนจะถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายประกาศหยุดยิงระยะสั้น

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 รัสเซียโจมตีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศยูเครนระลอกใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 20 ศพ ขณะที่ฝ่ายยูเครนก็ส่งโดรนโจมตีรัสเซียจนมีผู้บาดเจ็บหลายสิบราย ก่อนจะถึงกำหนดเวลาที่ทั้งมอสโกและเคียฟประกาศหยุดยิงแต่คนละช่วงเวลากัน

ทางการแคว้นซาปอริซเซียของยูเครนระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ จากการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย ขณะที่ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายที่โหดเหี้ยม” และเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอีก 5 ศพที่เมืองครามาทอสค์ และอีก 4 ศพในเมืองดนิโปร

ทางด้านรัสเซีย รัฐบาลในสาธารณรัฐชูวัชรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บอีก 32 ราย จากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนเมื่อเช้าวันอังคาร

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างประกาศหยุดยิงเพียงฝ่ายเดียว ก่อนที่จะถึงวันรำลึกชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมนีในวันเสาร์นี้ โดยรัสเซียระบุว่าจะหยุดยิงในวันที่ 8-9 พ.ค. ส่วนยูเครนจะหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.เป็นต้นไป และจะมีการตอบสนองต่อรัสเซียอย่างเท่าเทียมกันในช่วงเวลาหลังจากนั้น

การประกาศหยุดยิงทั้งสองรูปแบบนี้ดูเหมือนจะเป็นการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งหมายความว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ตกลงกันในเรื่องเงื่อนไข ระยะเวลา หรือการตรวจสอบร่วมกัน

นายคีรีโล บูดานอฟ หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวว่า หากรัสเซียตอบรับการหยุดยิงตามที่ประธานาธิบดียูเครนประกาศ “เราก็จะปฏิบัติตามต่อไป… ขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับรัสเซียแล้ว”

ทั้งนี้ ก่อนที่จะถึงกำหนดการหยุดยิงในเที่ยงคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ยูเครนยังโจมตีทางอากาศต่อรัสเซียหลายครั้ง โดยพุ่งเป้าไปที่เขตอุตสาหกรรมในเมืองคิริชี แถบเลนินกราด และโรงงานผลิตชิ้นส่วนทางทหารในเมืองเชบอคซารี ในสาธารณรัฐชูวัช

เซเลนสกีระบุว่า มีการใช้ขีปนาวุธร่อน “ฟลามิงโก” (Flamingo) ที่ผลิตภายในประเทศ โจมตีโรงงานที่เมืองเชบอคซารี ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้าประมาณ 1,500 กิโลเมตร ต่อมากระทรวงกลาโหมของรัสเซียยืนยันว่า สามารถยิงขีปนาวุธฟลามิงโกของยูเครนตก 6 ลูก รวมถึงโดรนอีก 601 ลำ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รูบิโอเผย หลายประเทศยินดีเข้าร่วม “Project Freedom”

รูบิโอเผย หลายประเทศยินดีเข้าร่วม “Project Freedom”

6 พ.ค. 2569 05:11 น.

รูบิโอเผย หลายประเทศยินดีเข้าร่วม “Project Freedom”

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า มีหลายประเทศยินดีจะเข้าร่วม Project Freedom เพื่อพาเรือสินค้าต่างๆ เดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ หลังติดค้างตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มขึ้น

เมื่อ 5 พ.ค. 2569 นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า มีหลายประเทศที่แสดงความจำนง ทั้งแบบเปิดเผยและเป็นการส่วนตัวว่า จะให้การสนับสนุน “โครงการเสรีภาพ” (Project Freedom) ซึ่งเป็นความพยายามที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่เขาปฏิเสธที่จะระบุชื่อประเทศเหล่านั้น

“หลายประเทศพูดตรงกันว่า เราต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้” รูบิโอบอกกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว หลังถูกถามว่า มีกี่ประเทศที่เสนอตัวให้ความช่วยเหลือ และประเทศเหล่านั้นมีขีดความสามารถด้านใดบ้าง

“หลายประเทศจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่าง” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าไม่ใช่ทุกประเทศจะมีกองทัพเรือ และบางประเทศที่มีก็บอกว่า “โอ้ เราจะเข้าร่วมด้วยนะ แต่เราจะเข้ามาหลังจากเรื่องนี้จบลงแล้ว”

รูบิโอชี้ให้เห็นว่า บางประเทศอาจให้การสนับสนุนในรูปแบบที่ไม่เป็นที่เปิดเผยนัก แต่เขาเน้นย้ำถึงความอ่อนไหวในการเปิดเผยรายละเอียด

“ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่พวกเขาจะช่วยได้ เป็นวิธีเฉพาะตัวที่พวกเขาสามารถช่วยเราได้ และผมไม่อยากก้าวล่วงว่าประเทศเหล่านั้นคือใคร ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนอยู่แล้ว (เรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง)”

นอกจากนี้ รูบิโอยังเน้นย้ำว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้แบกรับภาระหลักในปฏิบัติการครั้งนี้ “ผมไม่อยากให้พวกคุณเข้าใจผิด ความรับผิดชอบหลักของโครงการเสรีภาพนี้ตกอยู่ที่สหรัฐฯ เพราะเราเป็นประเทศเดียวที่สามารถแผ่ขยายอำนาจในส่วนนั้นของโลกได้ในแบบที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้”

“นี่ถือเป็นการทำเพื่อโลก เพราะเรือที่ติดค้างอยู่นั้นก็คือเรือของประเทศพวกเขาทั้งสิ้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว”

รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว”

6 พ.ค. 2569 03:39 น.

รูบิโอเผย ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว”

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ “สิ้นสุดลงแล้ว” และสหรัฐฯ กำลังให้ความสำคัญในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันอังคารที่ 5 พ.ค. 2569 นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมระบุว่าภารกิจสำคัญเร่งด่วนของสหรัฐฯ ในขณะนี้คือการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

“ปฏิบัติการสิ้นสุดลงแล้ว ภารกิจ ‘อีปิก ฟิวรี’ (Epic Fury) ตามที่ประธานาธิบดีได้แจ้งต่อสภาคองเกรสถือว่าจบขั้นตอนนั้นไปแล้ว” รูบิโอกล่าวระหว่างการบรรยายสรุปที่ทำเนียบขาว

“ตอนนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ ‘โครงการแห่งเสรีภาพ’ (Project Freedom)” เขากล่าวต่อ โดยอ้างถึงโครงการริเริ่มของทรัมป์ในการส่งกองกำลังคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวได้แจ้งต่อสภาคองเกรสว่า สถานะการเผชิญหน้ากับอิหร่านได้ “ยุติลงแล้ว” เนื่องจากครบกำหนดระยะเวลา 60 วัน ซึ่งหากดำเนินการต่อจะต้องได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากฝ่ายนิติบัญญัติ

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเริ่มทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หากการเจรจาล้มเหลวหรืออิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงฉบับปัจจุบัน

รูบิโอกล่าวว่า ประเด็นคำถามเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง จะถูกแก้ไขผ่านกระบวนการเจรจา

“ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา ผมคิดว่าท่านประธานาธิบดีแสดงออกชัดเจนว่า ส่วนหนึ่งของกระบวนการนั้นไม่ใช่แค่เรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเท่านั้น แต่รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับวัตถุดิบเหล่านี้ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกมากในบางแห่งด้วย” รูบิโอกล่าว

“ผมไม่อยากให้การเจรจาต้องตกอยู่ในอันตราย แต่บอกได้เพียงว่าท่านประธานาธิบดีและทีมงานทุกคนตระหนักดีว่าประเด็นนี้คือหัวใจสำคัญ และมันจะต้องได้รับการจัดการไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บอกอีกว่า ตัวแทนของสหรัฐฯ กำลังพยายามทำความเข้าใจในระดับหนึ่งว่า หัวข้อใดบ้างที่รัฐบาลเตหะรานยินดีจะนำมาเจรจา ซึ่งข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรกนั้น อาจเป็นเพียงการทำความเข้าใจร่วมกันในประเด็นสำคัญระดับสูงเท่านั้น

“เราไม่จำเป็นต้องมีตัวร่างข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษรในทันที” รูบิโอกล่าวเสริม “แต่เราต้องมีแนวทางแก้ไขทางการทูตที่ชัดเจนมากว่า หัวข้อใดที่พวกเขาพร้อมจะเจรจาด้วย รวมถึงขอบเขตและการยอมโอนอ่อนผ่อนตามที่พวกเขาพร้อมจะทำในช่วงเริ่มต้น เพื่อให้การเจรจาเหล่านั้นคุ้มค่าที่จะดำเนินต่อไป”

รูบิโอกล่าวว่า แม้ว่าที่ผ่านมาอิหร่านจะ “พูดอยู่เสมอว่าพวกเขาไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์… แต่พวกเขาไม่ได้หมายความตามนั้นจริง ๆ”

เขากล่าวหาเตหะรานว่า “กำลังลงมือทำทุกวิถีทาง” แบบที่ประเทศหนึ่งจะทำหาก “ต้องการมีโครงการอาวุธนิวเคลียร์” โดยเขาตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามของอิหร่านในการพัฒนานวัตกรรม “ขีปนาวุธส่งกำลังระยะไกล” และการสร้างเครื่องหมุนเหวี่ยงแยกอนุภาคไว้ใต้ดินเพื่อเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม

รูบิโอกล่าวว่า ตอนนี้ถือเป็นโอกาสของอิหร่านที่จะ “แสดงให้เห็นชัดเจน” ว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์จริงหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn