อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

1 มี.ค. 2569 15:54 น.

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านประกาศชัด “ไม่อนุญาตให้เรือรบสหรัฐฯ เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย” ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดหนัก

โมห์เซน เรซาอี อดีตผู้บัญชาการระดับสูงของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน และปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะไม่มีเรือรบของสหรัฐฯ ลำใดได้รับอนุญาตให้เข้าสู่อ่าวเปอร์เซียโดยเด็ดขาด 

โดยคำประกาศดังกล่าวเผยแพร่ผ่านโพสต์บนเทเลแกรมของ Fars News Agency ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือสหรัฐได้ระดมกำลังทางทะเลจำนวนมากในภูมิภาค โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกกำลังดังกล่าวว่าเป็นกองเรือรบขนาดใหญ่ ก่อนการโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในช่วงก่อนการโจมตี มีรายงานว่าเรือรบบางส่วนของสหรัฐประจำการอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่บางลำอยู่ในทะเลอาหรับ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่แน่นอนของกองเรือสหรัฐในวันอาทิตย์ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

ด้านหน่วยบัญชาการทหารสหรัฐภาคกลาง ได้เผยแพร่วิดีโอตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตี แสดงภาพเรือรบสหรัฐยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก เข้าใส่เป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงภาพเครื่องบินขับไล่ทะยานขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน

ท่าทีแข็งกร้าวของอิหร่านครั้งนี้ สะท้อนความเสี่ยงที่อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อาจกลายเป็นจุดปะทะโดยตรงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและความมั่นคงทั่วโลก.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

1 มี.ค. 2569 15:46 น.

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

ชาวปากีสถานบุกพื้นที่ทางเข้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ  ในนครการาจี เกิดการปะทะกับตำรวจ เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย ประท้วงปมสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านที่มีรายงานว่า คร่าชีวิตผู้นำสูงสุด “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” 

วันที่ 1 มีนาคม 2569 เกิดเหตุชุมนุมรุนแรงบริเวณด้านหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯในนครการาจี ประเทศปากีสถาน หลังมีข่าวสหรัฐฯ และ อิสราเอล โจมตีอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่า ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต

ผู้ประท้วงจำนวนมากรวมตัวกันด้านนอกสถานกงสุลก่อนจะบุกเข้าไปยังพื้นที่ทางเข้าอาคาร พร้อมตะโกนประณามการโจมตีและเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลในพื้นที่เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ จากการปะทะกับตำรวจ และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังควบคุมฝูงชนเพื่อสลายการชุมนุม

อย่างไรก็ตาม ทางการปากีสถานยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยรอบสถานกงสุลสหรัฐฯ ถูกยกระดับสูงสุด ท่ามกลางความกังวลว่า การประท้วงอาจขยายวงกว้างในหลายเมือง.

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป สงครามไร้รูปแบบกระทบความมั่นคงทั่วโลก

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป สงครามไร้รูปแบบกระทบความมั่นคงทั่วโลก

1 มี.ค. 2569 15:45 น.

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป สงครามไร้รูปแบบกระทบความมั่นคงทั่วโลก

จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป กระทบการส่งออกน้ำมันและสินค้าไทย พร้อมเตรียมรับมือ สงครามไร้รูปแบบ กระทบความมั่นคงทั่วโลก

การโจมตีของอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการของอิสราเอล ที่ร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.69) ทำให้ตอนนี้ทั่วโลกต่างจับตาผลกระทบ โดยเฉพาะสงครามไร้รูปแบบที่จะกระทบไปยังเครือข่ายของชาติมหาอำนาจ แต่ในอีกทางหนึ่ง ก็ต้องจับตา การปิด 2 ช่องคือ ช่องแคบฮอร์มุซ และ ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขนส่งน้ำมันและสินค้าไปยังยุโรป ซึ่งจะมีผลต่อสินค้าส่งออกของไทย

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การที่ผู้นำอิหร่านเสียชีวิตไปยิ่งสร้างความขับแค้นให้กับประชาชนอิหร่าน และเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้คนที่นับถือศาสนาชีอะฮ์ ในตะวันออกกลางเข้ามาร่วมกับการต่อต้านสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

นั่นหมายความว่า สงครามที่ไม่เป็นรูปแบบและไม่เป็นทางการกำลังจะเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งการก่อเหตุต่างๆ จะมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของอเมริกาและอิสราเอลทั่วโลก

แต่ที่น่าสนใจคือ การปิด 2 ช่องแคบ ที่เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ ที่จะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก สำหรับการกดดันของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางออกทางมหาสมุทรทางเดียวของบริเวณส่วนใหญ่ของประเทศที่ส่งปิโตรเลียมออกในอ่าวเปอร์เซีย และเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญ ในการขนส่งสินค้าไปยังยุโรป

โดยตอนนี้อิหร่านมีการสั่งการไม่ให้ เรือขนส่งน้ำมันต่างๆ ข้ามไปได้ แม้ตอนนี้ยังไม่มีประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าอีกไม่นานจะถูกปิดลง และหลังจากนี้จะมีการปะทะระหว่างกลุ่มคนที่ต้องการเปิดช่องแคบนี้กับกลุ่มอิหร่าน ที่ไม่ต้องการเปิดช่องแคบ ซึ่งจะกลายเป็นอีกสมรภูมิสำคัญในการโจมตี

ซึ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ มีผลกระทบคือ การขนส่งน้ำมันมาจากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของน้ำมันที่จำหน่ายทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกมีราคาสูงขึ้น และอาจเกิดภาวะน้ำมันขาดตลาด แต่ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นช่องแคบสำคัญ และไม่เคยถูกปิดมาก่อน ยกเว้นในช่วงสั้นๆ ในสงครามอิรัก ซึ่งสงครามในรอบนี้อาจเป็นครั้งแรกที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในระยะยาว

ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ อีกเส้นเลือดสำคัญการขนส่งไปยุโรป

นอกจากนี้ ยังมีช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ที่เป็นจุดที่สำคัญ ซึ่งกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านดูแลอยู่ โดยกลุ่มนี้ประกาศออกมาแล้วว่าจะร่วมกับอิหร่านในการต่อต้านสหรัฐและอิสราเอล โดยช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เป็นเส้นทางสำคัญ ในการขนส่งสินค้าไปยังคลองสุเอซ เข้าไปพื้นที่ยุโรป ถือเป็นช่องทางสำคัญในด้านการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป

ดังนั้นถ้าอิหร่านและกลุ่มสนับสนุนอิหร่าน ดำเนินการปิดทั้งสองช่องแคบ จะมีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า และเศรษฐกิจของโลก ที่ส่งผลมายังประเทศไทย รวมถึงการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย

ส่วนผลกระทบที่จะมีต่อไทย จะเห็นได้ชัดว่าการที่อิสราเอลและสหรัฐโจมตีอิหร่าน ไม่ได้ต้องการเจรจาเรื่องหัวรบนิวเคลียร์กับอิหร่าน แต่สิ่งที่ต้องการคือ การเข้าไปเปลี่ยนระบอบการปกครองอิหร่าน ดังนั้นสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต้องพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิหร่านเร็วที่สุด แต่จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เพราะอิหร่าน ยังมีศักยภาพในการตอบโต้คืน โดยจะเห็นได้จากการโจมตีฐานทัพอเมริกาในพื้นที่ต่างๆ ในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันอิหร่าน ก็ประกาศการยกระดับโจมตีพื้นที่ผลประโยชน์ของอเมริกาและอิสราเอล ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า นั่นหมายความว่าสงครามขณะนี้จะยืดเยื้อ และมีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจ ความมั่นคงทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยที่มีผลประโยชน์อยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะแรงงานในอิสราเอล รวมถึงนักธุรกิจที่ลงทุนในตะวันออกกลางและนักเรียนนักศึกษาต่างๆ ที่ไปเรียนอาจจะมีผลกระทบในระยะยาว ดังนั้นทางการไทยควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงการมองหาแหล่งน้ำมันอื่นๆ นอกจากตะวันออกกลาง และต้องเฝ้าระวังในเรื่องความมั่นคง

อิหร่านแถลง ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย โต้ปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ทำสงครามลุกลามตอ.กลาง

อิหร่านแถลง ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย โต้ปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ทำสงครามลุกลามตอ.กลาง

1 มี.ค. 2569 15:17 น.

อิหร่านแถลง ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดับ-เจ็บ 200 นาย โต้ปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ทำสงครามลุกลามตอ.กลาง

กองกำลังอิหร่านอ้างสหรัฐฯ สูญเสียทหาร 200 นาย หลังถูกยิงขีปนาวุธตอบโต้ฐานทัพทั่วตอ.กลาง ขณะที่ด้านผู้นำทหารอิหร่านขู่พร้อมเปิดฉากสงครามยืดเยื้อ

วันที่ 1 มีนาคม 2569 สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานอ้างแถลงการณ์ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps) หรือ IRGC ระบุว่า สหรัฐฯสูญเสียทหารอย่างน้อย 200 นาย ทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล

รายงานระบุว่า เป้าหมายการตอบโต้ของอิหร่านครอบคลุมฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่ง ได้แก่ ศูนย์สนับสนุนกองเรือที่ 5 ในบาห์เรน ตลอดจนฐานทัพในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก ฐานทัพอากาศอัลอูไดด์ ในกาตาร์ ฐานทัพอาลี อัล ซาเลม ในคูเวต ฐานทัพอัลดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฐานทัพมูวาฟฟัก อัล ซัลตี ในจอร์แดน และฐานทัพปรินซ์สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย

ก่อนหน้านี้อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ โดยระบุว่าเป็น “การโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า” ต่อเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อ้างเพื่อลดภัยคุกคามจากสาธารณรัฐอิสลาม

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ทำเนียบขาวให้การสนับสนุนอิสราเอล โดยชี้ว่าความล้มเหลวของการเจรจานิวเคลียร์เป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่การปฏิบัติการนี้

พล.อ.เอ็บราฮิม จับบารี แห่ง IRGC เตือนว่า อิหร่านมีศักยภาพขั้นสูงและพร้อมทำสงครามยืดเยื้อ โดยระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นสงคราม อิหร่านจะใช้อาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ในคลัง และจะเปิดเผยขีดความสามารถที่ยังไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า.

ที่มา RT

ทรัมป์และแกนนำระดับสูงอิหร่านตอบโต้กันไปมา ขู่ใช้อำนาจทหารแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 ทรัมป์และแกนนำระดับสูงอิหร่านตอบโต้กันไปมา ขู่ใช้อำนาจทหารแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

1 มี.ค. 2569 13:49 น.

ทรัมป์และแกนนำระดับสูงอิหร่านตอบโต้กันไปมา ขู่ใช้อำนาจทหารแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกโรงเตือนอิหร่านอย่างแข็งกร้าว ขณะที่แกนนำระดับสูงของอิหร่านประกาศเดินหน้าตอบโต้สหรัฐและอิสราเอลเช่นกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ เตือนอิหร่านไม่ให้ดำเนินการตอบโต้เพิ่มเติม ตามที่อิหร่านเพิ่งประกาศว่าจะโจมตีอย่างหนักในวันนี้ พร้อมย้ำด้วยถ้อยคำตัวพิมพ์ใหญ่ว่า “พวกเขาไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะหากทำ เราจะโจมตีด้วยกำลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน!”

ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของทำเนียบขาว และอาจส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการยกระดับการใช้กำลังทางทหาร หากอิหร่านยังคงเดินหน้าตอบโต้

ด้านอิหร่าน อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน และหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลสูงสุดของประเทศ ให้คำมั่นว่า อิหร่านจะเอาคืนสหรัฐ หลังเหตุโจมตีที่ทำให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด เสียชีวิต โดยลาริจานีกล่าวว่า “ชาวอเมริกันได้แทงหัวใจประชาชนอิหร่าน และเราจะตอบแทนด้วยการแทงพวกเขาที่หัวใจ” โดยยืนยันว่าปฏิกิริยาจากกองกำลังติดอาวุธของอิหร่านจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม และเตือนว่า พวกเขาต้องรู้ว่าเมื่อโจมตีแล้วจะไม่สามารถลอยตัวหนีไปได้

ทั้งนี้ ลาริจานี ซึ่งถือเป็นผู้กำหนดนโยบายระดับสูงและที่ปรึกษาคนสำคัญของคาเมเนอี ระบุว่า อิหร่านจะจัดตั้งโครงสร้างผู้นำชั่วคราว โดยประกอบด้วยประธานาธิบดีและประธานศาลยุติธรรม เพื่อบริหารประเทศในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

ขณะเดียวกัน เขาย้ำว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการทำสงครามกับประเทศอื่นในภูมิภาค แต่จะเดินหน้าโจมตีฐานทัพอเมริกันในประเทศตะวันออกกลางต่อไป โดยระบุว่า จะต้องทำให้ชัดเจนครั้งแล้วครั้งเล่าว่า อเมริกาไม่สามารถรังแกประชาชนอิหร่านได้

การขู่ตอบโต้กันอย่างเปิดเผยระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับแกนนำระดับสูงของอิหร่าน สะท้อนความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจบานปลายเป็นการเผชิญหน้าทางทหารเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างประกาศชัดว่าจะไม่ถอย

นักวิเคราะห์มองว่า หากมีการโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลางเพิ่มเติม หรือสหรัฐตัดสินใจใช้กำลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ตามคำขู่ของทรัมป์ ภูมิภาคอาจเผชิญความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ที่กระทบทั้งความมั่นคง พลังงาน และเศรษฐกิจโลก.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ผู้นำอิหร่านคนใหม่คือใคร ขั้นตอนคัดเลือกยามสงคราม อาจต้องฝ่าธรรมเนียมปฏิบัติ

ผู้นำอิหร่านคนใหม่คือใคร ขั้นตอนคัดเลือกยามสงคราม อาจต้องฝ่าธรรมเนียมปฏิบัติ

1 มี.ค. 2569 13:45 น.

ผู้นำอิหร่านคนใหม่คือใคร ขั้นตอนคัดเลือกยามสงคราม อาจต้องฝ่าธรรมเนียมปฏิบัติ

ผู้นำอิหร่านคนใหม่คือใคร ขั้นตอนคัดเลือกยามสงคราม อาจต้องฝ่าธรรมเนียมปฏิบัติ “นักวิชาการ” มอง “โมจตาบา คาเมเนอี” ลูกชายของอดีตผู้นำ ผู้กุมกำลังทหารเป็นตัวเก็งสูงสุด เปิดเบื้องลึกขั้นตอนคัดเลือก กฎเหล็ก “สภาผู้เชี่ยวชาญ”

 การโจมตีของอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการของอิสราเอล ที่ร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.69) ทำให้ตอนนี้ทั่วโลกต่างจับตาการคัดเลือกผู้นำคนใหม่ ในช่วงวิกฤติสงคราม แต่ก็มีแนวโน้มว่าอาจจะเป็นผู้นำทางทหาร ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้นำอิหร่านที่เพิ่งเสียชีวิต ได้มอบหมายงานสำคัญให้ลูกชายอย่าง “โมจตาบา คาเมเนอี”  (Mojtaba Khamenei) 

สงครามครั้งใหม่ อิหร่าน – อิสราเอล

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวิเคราะห์กับทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า การที่ผู้นำอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ต่อจากนี้จะมีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจให้ผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน โดยขั้นตอนคัดเลือกตอนนี้อิหร่านมีกำหนดไว้แล้ว โดยจะเป็นหน้าที่ของ “สภาผู้เชี่ยวชาญ” (Assembly of Experts)  ซึ่งมีสมาชิก 88 คน โดยจะมีการเลือกผู้นำคนใหม่เหมือนกับตอนที่ อยาตอลลาห์ โคไมนี (Ruhollah Khomeini) เสียชีวิต และสภาผู้เชี่ยวชาญเลือกผู้นำคนใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง

แต่ในช่วงเวลานี้ไม่เหมือนกับในอดีต มันเป็นช่วงสงคราม ดังนั้นอาจจะมีการปรับโยกเปลี่ยนแปลงอำนาจไปเป็นผู้นำทางการทหารของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) นี่จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเลือกผู้นำคนใหม่

ขั้นตอนการเลือกผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน ที่สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน มีโครงสร้างในการบริหารจัดการอยู่แล้ว และเป็นหน่วยงานที่มีมีความสำคัญ ดังนั้นจึงไม่มีกระบวนการขั้นตอนอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าสมาชิกของสภาผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มานั่งคุยกัน จนมีการเลือกผู้นำคนใหม่ขึ้นมา 

แต่ก่อนในช่วงเปลี่ยนผ่านของอิหร่าน ก็มีการถกเถียงกันว่าผู้นำสูงสุดควรมีคนเดียวหรือไม่ หรือควรจะมี 3 คน แต่ก็มีการถกเถียง จนกระทั่งมีข้อสรุปว่ามีคนเดียวดีที่สุด เพราะจะมีความชัดเจนในสายบังคับบัญชา แต่สำหรับคนที่คิดว่าควรจะมีผู้นำ 3 คน มองว่าควรจะมีการ ถ่วงดุลอำนาจระหว่างกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วสภาผู้นำสูงสุดก็เลือกที่จะมีผู้นำเพียงคนเดียว และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ 

จริงแล้วการเลือกผู้นำสูงสุดของอิหร่านตั้งแต่การปฏิวัติปี 1979 จะมีแค่ 2 คนเท่านั้น คนแรกคือผู้นำการปฏิวัติคือ 1.อยาตอลลาห์ โคไมนี ส่วนคนที่ 2 คือ คนที่เพิ่งเสียชีวิตจากการโจมตี คือ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ส่วนคนที่ 3 อยู่ในกระบวนการขั้นตอนคัดเลือก

“โมจตาบา คาเมเนอี”  ตัวเต็งผู้นำคนใหม่อิหร่าน

แต่น่าจับตาว่าคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญกับอิหร่านตั้งแต่ช่วงผู้นำมีชีวิตคือ ลูกชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ชื่อ “โมจตาบา คาเมเนอี”  ซึ่งเป็นคนที่ดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคง และเป็นผู้นำด้านข่าวกรอง และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) ในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งได้รับการจับตาเป็นพิเศษ และอาจจะได้ขึ้นมาในช่วงเวลานี้เพราะว่าเป็นช่วงที่มีการโจมตี และต้องการความเข้มแข็งในด้านการทหาร

ซึ่งถ้าการเลือกผู้นำในช่วงที่ไม่ใช่ช่วงสงครามชื่อของ “โมจตาบา คาเมเนอี”  จะไม่ถูกพูดถึง เนื่องจากระบบของอิหร่าน ต่อต้านการถ่ายโอนอำนาจทางสายเลือด ซึ่งคนอิหร่านต่อต้านการสืบทอดผู้นำทางสายเลือด แต่ในช่วงสงครามเวลานี้ และต้องการความต่อเนื่อง ด้านนโยบายที่จะต่อสู้กับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา เขาคือผู้เหมาะสมมากที่สุดในช่วงเวลาสงครามนี้

“โมจตาบา คาเมเนอี” ลูกชายของอดีตผู้นำ
“โมจตาบา คาเมเนอี” ลูกชายของอดีตผู้นำ

“โมจตาบา คาเมเนอี”  มีจุดเด่นคือตอนที่พ่ออยู่มีอายุมากประมาณ 86 ปี ดังนั้นงานสำคัญมักถูกขับเคลื่อนโดยลูกชาย ซึ่งจุดเด่นคือลูกชายคนนี้ทำงานด้านความมั่นคงอยู่แล้ว และสามารถทำงานในช่วงต่อเนื่องภาวะสงครามได้เลย แต่จุดอ่อนคืออิหร่านไม่นิยมสืบทอดผู้นำทางด้านสายเลือด ดังนั้นอาจจะมีคนที่ไม่เห็นด้วย

แต่การทำสงครามก็ยังมีต่อเนื่อง เพราะการเสียชีวิตของผู้นำอิหร่าน โดยการถูกลอบสังหารในลักษณะนี้ จะยิ่งกระตุ้นให้พันธมิตรของประเทศอิหร่านใน หลายประเทศ เช่นอิรัก บาห์เรน ตะวันออกของซาอุดิอาระเบีย เลบานอล ซีเรีย ในประเทศต่างๆ จึงทำให้สงครามขยายวงออกไปและอาจจะไม่ใช่สงครามตามรูปแบบเท่านั้น

อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่

อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่

1 มี.ค. 2569 12:59 น.

อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทั่วตะวันออกกลาง ระเบิดดังสนั่นหลายเมืองใหญ่

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับ หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ ส่งผลให้มีเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่ว โดยเฉพาะในหลายเมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจ

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) แถลงว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกที่ 6 มุ่งเป้าไปยังอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค โดยการโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง หลังจากก่อนหน้านี้มีการตอบโต้ทางทหารระหว่างหลายฝ่ายในภูมิภาค

กองทัพอิสราเอลระบุว่า ตรวจพบขีปนาวุธที่ถูกยิงจากอิหร่านมุ่งหน้าสู่อิสราเอลในช่วงเช้าวันอาทิตย์ โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศได้เริ่มปฏิบัติการทันที

เสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศ สะท้อนถึงระดับความตึงเครียดที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง

ส่วนในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมข่าว CNN รายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดดังอย่างน้อย 3 ครั้ง เมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ทางการระบุว่า เศษซากจากการสกัดกั้นเป้าหมายทางอากาศเหนือย่านธุรกิจ ทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ท่าเรือพาณิชย์หลักของเมือง คือท่าเรือ เจเบล อาลี โดยสามารถเห็นกลุ่มควันหนาพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่ท่าเรือ

เหตุการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความเสี่ยงที่โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และพลังงานในอ่าวอาหรับอาจตกเป็นเป้าหมายท่ามกลางความขัดแย้งที่ลุกลาม

ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ทีมข่าว CNN ในพื้นที่รายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น แม้ยังไม่มีรายงานความเสียหายอย่างเป็นทางการในทันที

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า มีการเปิดไซเรนเตือนภัยทั่วประเทศในช่วงเช้าวันอาทิตย์ พร้อมเตือนประชาชนให้ สงบสติอารมณ์ และเข้าหาที่ปลอดภัยใกล้ที่สุด

ส่วนที่อิรัก ภาพถ่ายที่ได้รับการระบุตำแหน่งโดย CNN แสดงให้เห็นควันดำหนาทึบลอยขึ้นจากเหตุเพลิงไหม้บริเวณสนามบินเออร์บิล ขณะที่ Fars News Agency สื่อของอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดอย่างหนักในเมืองดังกล่าวเมื่อเช้าวันอาทิตย์

การโจมตีระลอกใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐ อาจขยายวงกว้างไปทั่วตะวันออกกลาง ไม่เพียงแต่ในแนวรบหลัก แต่รวมถึงประเทศอ่าวอาหรับที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การบิน และพลังงานของโลก

นักวิเคราะห์มองว่า หากการตอบโต้ยังดำเนินต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น สนามบิน ท่าเรือ และฐานทัพต่างชาติ อาจตกเป็นเป้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

โดรนอิหร่านถล่ม UAE สนามบินดูไบเสียหาย เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ

โดรนอิหร่านถล่ม UAE สนามบินดูไบเสียหาย เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ

1 มี.ค. 2569 11:41 น.

โดรนอิหร่านถล่ม UAE สนามบินดูไบเสียหาย เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เผย สนามบินนานาชาติดูไบได้รับความเสียหาย จากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

ฝ่ายบริหารสนามบินดูไบแถลงว่า อาคารเทียบเครื่องบินส่วนหนึ่งของสนามบินนานาชาติดูไบ (DXB) ได้รับความเสียหายในช่วงเช้าวันอาทิตย์ หลังถูกโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน

มีเจ้าหน้าที่ 4 คนได้รับบาดเจ็บ แต่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยก่อนหน้านี้ สนามบินได้อพยพผู้โดยสารออกจากอาคารส่วนใหญ่ไว้แล้วตั้งแต่วันเสาร์ เพื่อเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้า หลังมีคำสั่งปิดสนามบินชั่วคราว

วิดีโอในโซเชียลมีเดียที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว เผยให้เห็นกลุ่มควันปกคลุมภายในอาคารผู้โดยสาร ขณะที่พนักงานสายการบินหลายสิบคนอพยพออกจากพื้นที่อย่างสงบ พยานในพื้นที่ยังระบุว่า เห็นรถพยาบาลหลายคันเร่งเข้าพื้นที่สนามบินทันทีหลังเกิดเหตุ

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า ตั้งแต่เริ่มการโจมตีของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ สามารถสกัดโดรนได้ถึง 195 ลำ

อย่างไรก็ตาม มีโดรน 14 ลำที่ตกลงภายในดินแดน UAE ส่งผลให้เกิดความเสียหายข้างเคียงบางส่วน แม้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม

สนามบินนานาชาติดูไบ ถือเป็นหนึ่งในสนามบินที่คึกคักที่สุดในโลก และเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของตะวันออกกลาง เหตุการณ์ครั้งนี้จึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการเดินทางระหว่างประเทศ.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

1 มี.ค. 2569 10:47 น.

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ไม่ได้เป็นเพียงเหตุความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่กำลังถูกมองว่าเป็นความพยายามฆ่าล้างยุคสมัย ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ดำรงมา 47 ปี

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งประเมินว่า เป้าหมายที่แท้จริงในการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อาจไม่ใช่เรื่องของการกำจัดตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการล้างโครงสร้างอำนาจทั้งระบบ

โดยไตรตา พาร์ซี จาก Quincy Institute ในกรุงวอชิงตัน ระบุว่า อิสราเอลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสังหารคาเมเนอี เพราะมองว่านี่คือโอกาสที่จะปิดฉากยุค 47 ปีของสาธารณรัฐอิสลาม

แม้ผู้นำสูงสุดอาจไม่ใช่ผู้กำหนดยุทธวิธีทางทหารทุกขั้นตอนในช่วงหลัง แต่สัญลักษณ์ ของการลอบสังหารมีนัยทางจิตวิทยาและการเมืองอย่างลึกซึ้ง

พาร์ซีมองว่า ความหวังของสหรัฐฯ และอิสราเอล คือให้แรงกระแทกครั้งนี้ทำให้ระบอบอิหร่านยุบตัวจากภายใน ทั้งจากแรงกดดันจากกองทัพ หรือแรงลุกฮือของประชาชน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความว่า การเสียชีวิตของคาเมเนอีคือโอกาสครั้งใหญ่ที่สุดที่ชาวอิหร่านจะได้ประเทศคืน

โดยพาร์ซีตั้งข้อสังเกตว่า สหรัฐฯ อาจหวังให้ออกมาเป็น 2 ทาง คือหนึ่ง ประชาชนลุกฮือโค่นล้มระบอบศาสนาธิปไตย หรือสอง ผู้นำชุดใหม่จากระบบเดิมเข้ามาแทน แต่มีท่าทีประนีประนอมกับวอชิงตันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์แบบที่สองไม่ค่อยมีความเป็นไปได้ เพราะแม้อิหร่านเคยเสนอข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อทรัมป์มากกว่ายุคโอบามา แต่สุดท้ายสหรัฐฯ กลับเลือกแนวทางเผชิญหน้า นั่นอาจสะท้อนว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่เพียงข้อตกลง แต่คือการยอมจำนนและการเปลี่ยนระบอบ

ด้านเอยาล มายรอซ  นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งซิดนีย์ (University of Sydney) ตั้งข้อสงสัยว่า การเปลี่ยนระบอบผ่านการโจมตีทางอากาศโดยไม่มีทหารภาคพื้นดินนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ และชะตากรรมของอิหร่านจะขึ้นอยู่กับกลุ่มอำนาจภายใน โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม

ความเสี่ยงลุกลามระดับภูมิภาค

คาเมเนอีไม่ใช่เพียงผู้นำรัฐ แต่ยังเป็นผู้นำศาสนานิกายชีอะห์ที่มีอิทธิพลในหลายประเทศ ทั้งเลบานอน อิรัก บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และปากีสถาน

การเสียชีวิตของเขาอาจจุดชนวนแรงตอบโต้ในประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีกลุ่มติดอาวุธสายสัมพันธ์กับอิหร่าน เช่น ฮิซบอลเลาะห์

ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังเหตุการณ์ มีรายงานว่าอิหร่านยิงตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นเส้นแดง ที่ไม่เคยข้ามมาก่อน ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่า ในระยะสั้นอาจเห็นการยกระดับความรุนแรงเพิ่มเติม

ใครจะสืบทอดอำนาจ?

ก่อนหน้านี้ หน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ ประเมินว่า ผู้สืบทอดอาจมาจากสายแข็งของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม

อย่างไรก็ตาม รายชื่อที่ปรากฏในสาธารณะอาจไม่ใช่ตัวจริง เพราะกระบวนการสืบทอดอำนาจถูกเก็บเป็นความลับสูง และอาจเป็นได้ทั้งการแต่งตั้งบุคคลเดียว หรือคณะผู้นำตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน

ที่น่าสนใจคือ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่การเจรจานิวเคลียร์ยังดำเนินอยู่ และมีรายงานว่าอิหร่านได้เสนอเงื่อนไขผ่อนปรนบางส่วน นักวิเคราะห์จึงเตือนว่า ผู้นำคนใหม่อาจมีท่าทีแข็งกร้าวกว่าเดิม มากกว่าจะอ่อนข้อให้สหรัฐฯ

คำถามสำคัญคือ การสังหารคาเมเนอีจะทำให้ระบอบอิหร่านล่มสลาย หรือกลับยิ่งทำให้โครงสร้างความมั่นคงรวมศูนย์และแข็งกร้าวกว่าเดิม

หากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเข้าควบคุมเต็มรูปแบบ อิหร่านอาจเดินหน้าสู่ยุคความมั่นคงเชิงทหารมากขึ้น และความสัมพันธ์กับตะวันตกอาจยิ่งห่างไกล

สิ่งที่ชัดเจนคือ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสังหารผู้นำ แต่เป็นการเขย่าสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง และอาจกำหนดทิศทางภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคไปอีกหลายทศวรรษ.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

สื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก ด้านกองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

สื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก ด้านกองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

1 มี.ค. 2569 10:07 น.

สื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก ด้านกองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

สื่ออิหร่านเผย ผู้นำสูงสุดของประเทศ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารภายในบ้านพักและสำนักงานในกรุงเตหะราน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติขู่ เตรียมปฏิบัติการรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

สำนักข่าวทางการ Fars News Agency ระบุว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีเสียชีวิต ภายในสำนักงานในเขตบ้านพักผู้นำ ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจตามปกติ

โดยภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัทแอร์บัสเผยให้เห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นจากพื้นที่บ้านพัก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเตหะราน ใกล้มหาวิทยาลัย และถือเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจสำคัญของผู้นำระบอบศาสนาธิปไตยของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยภาพแสดงให้เห็นว่าอาคารหลายหลังในบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี

ด้านผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์อิหร่านรายหนึ่งถึงกับหลั่งน้ำตาระหว่างอ่านแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด ซึ่งรัฐบาลประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน โดยการยืนยันดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน

ทั้งนี้ ภายหลังการยืนยันข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอี กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ได้ออกแถลงการณ์ขู่ตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยIRGC ระบุว่า “ปฏิบัติการโจมตีที่หนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองกำลังติดอาวุธแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้ ต่อดินแดนที่ถูกยึดครองและฐานทัพของผู้ก่อการร้ายอเมริกัน”

ด้านรัฐบาลอิหร่านประกาศว่า “อาชญากรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้จะต้องได้รับการตอบโต้ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์โลกอิสลาม”

ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน หรือ Supreme National Security Council (SNSC) ซึ่งเป็นองค์กรกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงระดับสูง ระบุว่า การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล จะจุดชนวน การลุกฮือครั้งใหญ่เพื่อต่อสู้กับผู้กดขี่ของโลก พร้อมย้ำว่า อิหร่านและพันธมิตรจะแข็งแกร่งและมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน