กกต.ยันบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ใช้ป้องกันปลอมแปลง-ทุจริต ใครบิดเบือนระวัง พ.ร.บ.คอมฯ

กกต.ยันบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ใช้ป้องกันปลอมแปลง-ทุจริต ใครบิดเบือนระวัง พ.ร.บ.คอมฯ

กกต.ยันบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ใช้ป้องกันปลอมแปลง-ทุจริต ใครบิดเบือนระวัง พ.ร.บ.คอมฯ

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.01 น.

ศูนย์ต่อต้านข่าวเท็จ สนง.กกต.ยันบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง  ไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรธน.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ต่อต้านข่าวเท็จสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวจากแหล่งต่างๆ ว่า บัตรเลือกตั้ง สส.ที่มีการจัดพิมพ์รหัสเพื่อใช้เป็นมาตรการควบคุมและรักษาความปลอดภัยไว้บนบัตรเลือกตั้งในรูปแบบ barcode อาจทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นไปโดยตรงและลับ นั้น  กกต. ขอชี้แจงว่าในกระบวนการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ในครั้งนี้ เป็นการออกเสียง “โดยตรงและลับ”ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมาใช้สิทธิด้วยตนเอง ลงคะแนนในคูหาเพียงลำพัง และหย่อนบัตรด้วยตนเอง โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งห้ามเปิดเผยหรือถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนแล้ว ว่าตนลงคะแนนให้ผู้ใด อันเป็นหลักประกันความเป็นอิสระและความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งผู้อื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้

ทั้งนี้ กกต. ยังมีมาตรการป้องกันการทุจริตโดยในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้อำนาจ กกต. กำหนดลักษณะบัตรเลือกตั้ง และอาจกำหนด“รหัส เครื่องหมาย หรือข้อความพิเศษ” เพื่อใช้ในการตรวจสอบการปลอมแปลงหรือการนำบัตรออกไปนอกหน่วยเลือกตั้ง รหัสดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมจำนวนบัตร แยกประเภทบัตรตามเขต และป้องกันการทุจริต

นอกจากนี้ ภายหลังการนับคะแนน บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ การเลือกตั้งจะถูกจัดเก็บใส่ถุงใสปิดผนึก รัดด้วยสายรัด พร้อมลงลายมือชื่อกำกับ และเก็บไว้ในหีบบัตรที่มีการปิดผนึกอีกชั้นหนึ่ง โดยห้ามผู้ใดเปิดหีบดังกล่าว พร้อมนำไปเก็บรักษาในสถานที่มั่นคงปลอดภัย ตามระเบียบ ของ กกต.

ดังนั้น การกำหนดรหัสบนบัตรเลือกตั้งเป็นมาตรการป้องกันการปลอมแปลง และการป้องกันการทุจริต มิได้กระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงสามาร ใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจว่าคะแนนเสียงของตนจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ

คำเตือน หากผู้หนึ่งผู้ใดนำข้อความที่บิดเบือนต่อความเป็นจริงไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่นได้รับทราบ อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

ไทกร ลากไส้ Spectre C ชั้น 4 วางยุทธศาสตร์ ชี้เป้าฐานปฏิบัติการ IO อยู่รัชดาฯ

ไทกร ลากไส้ Spectre C ชั้น 4  วางยุทธศาสตร์ ชี้เป้าฐานปฏิบัติการ IO อยู่รัชดาฯ

ไทกร ลากไส้ Spectre C ชั้น 4 วางยุทธศาสตร์ ชี้เป้าฐานปฏิบัติการ IO อยู่รัชดาฯ

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.24 น.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “Spectre C ล้าง(สมอง)ทั้งแผ่นดิน” ระบุว่า Spectre C ล้าง(สมอง)ทั้งแผ่นดิน

หลังการเปิดเผยของ แก้วตา(ลูกสาวอาจารย์โต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ)อดีต สส.พรรคก้าวไกล-พรรคประชาชน ได้เปิดเผยว่าถูก IO ของพรรคส้ม ในนาน Spectre C ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ชั้น 4 อาคารอนาคตใหม่ที่ตั้งพรรคประชาชน โจมตีอย่างรุนแรง ทำให้คนไทยทั้งประเทศหูผึ่ง พรรคส้มมีปฏิบัติการ IO ด้วยหรือ ?

ซึ่งทำให้พรรคประชาชนต้องล่นลานออกมาปฏิเสธ ถึงขนาดที่ “ไอติม” โฆษกพรรคส้มต้องพาผู้สื่อข่าวขึ้นไปดูชั้น 4 ซึ่งพบแต่ความว่างเปล่า มีผ้าพลาสติกคลุมโต๊ะ-เก้าอี้-เครื่องใช้สำนักงาน อ้างว่า แอร์เสียตั้งแต่หลังเลือกตั้ง 

แต่พอผู้สื่อข่าวขอขึ้นไปดูชั้นที่ 5 ซึ่งเป็นที่ตั้งทางการของ Spectre C กลับไม่ให้ขึ้นไปดู

แต่ทั้งหมดนี้คือกระพี้ 

แก่นของเรื่องนี้ทั้งหมดคือ 

ปฏิบัติการ “ ล้างสมอง ” ล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่ เพื่อสร้างรัฐในอุดมคติให้กับศาสดา

เรื่องนี้ทำมาตั้งแต่ก่อนเริ่มตั้งพรรคอนาคตใหม่ ยุคนั้นใช้ไทยซัมมิท ทาวเวอร์ เป็นศูนย์บัญชาทำหน้าที่

กำหนดยุทธศาสตร์

กำหนดประเด็น

กำหนดหัวข้อชี้นำ

กำหนดการตอบโต้

กำหนดการปริมาณการทำซ้ำ 

กำหนดมวลชนเป้าหมาย

กำหนดเครื่องมือที่ใช้ส่งข้อมูล ใช้แพลตฟอร์มใด ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดต่อกลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งในเวลานั้น กำหนดให้ใช้ทวิตตอร์เป็นแพลตฟอร์มหลักในการล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่ 

ส่วนฐานปฏิบัติการหรือห้องปฏิบัติการ IO อยู่ตึกแถวแยกสถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก เป็นบริษัทเอกชน รับงานจาก Spectre C อีกทอด

ในยุคพรรคก้าวไกล ได้ย้ายที่ทำการมาที่อาคารอนาคตใหม่ด้านหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง Spectre C ก็ย้ายกองบัญชาการมาตั้งอยู่ที่อาคารอนาคตใหม่ชั้น 4,5 

ภารกิจเดิมคือ ล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่ 

Spectre C ที่อาคารอนาคตใหม่ เป็นศูนย์บัญชาการ มีหน้าที่ควบคุมยุทธศาสตร์ ส่วนฐานปฏิบัติการ IO  มีบุคลากรเป็น 100 คน คอมพิวเตอร์เป็น 100 เครื่อง คอยเผยแพร่คอนเทนท์ ตอบโต้

การเมืองฝ่ายตรงข้าม ปฏิบัติการเชียร์พรรคส้ม เช่น คอมเม้นต์ประเภท 

“ กาส้มทั้งสองใบ” 

“ เลือกส้มทั้งบ้าน” 

ฯลฯ

ก็ถูกปล่อยออกมาจากฐานปฏิบัติการ IO ติดตั้งอยู่ที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ารัชดาภิเษก 

ในการเลือกตั้งปี 2566 Spectre C ได้เพิ่มแพลตฟอร์มจาก  Twitter  เพิ่ม TikTok  เข้ามา กลายเป็นสองแพลตฟอร์มหลักที่ใช้ในการทำ IO

ในการเลือกตั้งปี 2569 Spectre C ได้ทำ IO ทุกแพลตฟอร์ม Twitter, TikTok , Facebook  

หากการทำ IO เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคการเมือง  หรือชี้แจงข้อเท็จจริงหากถูกโจมตีใส่ร้ายก็เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองสามารถทำได้ 

แต่หากใช้ปฏิบัติการ  IO เพื่อล้างสมอง ล้างความคิดเก่า ปลูกฝังความคิดใหม่  โดยความคิดใหม่นั้นสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับคนไทย 

ไม่ต้องเคารพศาสนา

ไม่เคารพพ่อแม่

ไม่มีญาติพี่น้อง 

ไม่มีสถาบันหลักของชาติ 

ฟังเพลงชาติไทย แล้วสะอิดสะเอียน 

ฯลฯ
ก็ถือว่า การปฎิบัติการ IO แบบนี้ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรง สมควรที่คนไทยต้องรู้ทัน และร่วมกันจัดการ IO อุบาทว์แบบนี้ให้หมดไปจากสังคมไทย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แก้วตา เปิด Spectre C ไอโอพรรคส้ม

ไอติม โต้แหลก แก้วตา ปม พรรคประชาชน จ้างบริษัททำ IO

เลือกโจรไปปราบมหาโจร! ดร.อานนท์ ชี้ รัฐบาลจำเป็นต้องมีโจร นักการเมืองไทยไม่มีขาวใสบริสุทธิ์

เลือกโจรไปปราบมหาโจร! ดร.อานนท์ ชี้ รัฐบาลจำเป็นต้องมีโจร นักการเมืองไทยไม่มีขาวใสบริสุทธิ์

เลือกโจรไปปราบมหาโจร! ดร.อานนท์ ชี้ รัฐบาลจำเป็นต้องมีโจร นักการเมืองไทยไม่มีขาวใสบริสุทธิ์

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.56 น.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผมรบกับระบอบทักษิณมาตลอดนะครับ

แล้วผมก็รู้ว่าระบอบทักษิณมันชั่วร้ายมาก มันขี้โกง

เลือกตั้งครั้งที่เพิ่งผ่านมานี้ ผมถึงกับประกาศว่า

การเลือกตั้งมิใช่การเลือกพระอริยสงฆ์

อย่างนั้นต้องไปเข้าวัด ซึ่งสมัยนี้ก็ไม่ได้มั่นใจหรอกว่าจะเจออริยสงฆ์หรืออลัชชีกันแน่

ผมเลือกโจรไปปราบมหาโจร

รัฐบาลจำเป็นต้องมีโจรครับ 

ที่เห็น ๆ นักการเมืองไทย จะเอาแบบขาวใสบริสุทธิ์ มันไม่มีครับ

เลือกที่เลวน้อยที่สุด

อยากได้ดีกว่านี้ ต้องได้รัฐบาลที่มาด้วยวิธีการอื่น ที่ไม่ใช่การเลือกตั้งครับ

ทนายเชาว์ ซัด กกต ปมบัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำเลือกตั้ง ติดล็อก

ทนายเชาว์ ซัด กกต ปมบัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำเลือกตั้ง ติดล็อก

ทนายเชาว์ ซัด กกต ปมบัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำเลือกตั้ง ติดล็อก

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.27 น.

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง บัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำการเลือกตั้งติดล็อก มีเนื้อหาระบุว่า ฟังคำชี้แจงของ กกต. และอ่านบทความของอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ แล้ว ยิ่งทำให้ประเด็น “บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด” ชัดเจนขึ้นในทางที่น่ากังวลกว่าเดิม ข้อเท็จจริงที่ยอมรับกันแล้วคือ บาร์โค้ดนั้น “สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังข้อมูลผู้ลงคะแนนได้” เพียงแต่ยืนยันว่าจะเก็บเป็นความลับ และเข้าถึงได้เฉพาะตามมติ กกต. ในกรณีมีคำร้องทุจริตเท่านั้น กกต.อ้างระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ข้อ 129 ที่ให้อำนาจกำหนดรหัส เครื่องหมาย หรือข้อความพิเศษในบัตรเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อรักษาความสุจริตเที่ยงธรรม บัตรถูกพิมพ์พร้อมลายน้ำและบาร์โค้ด ระบุ

“เล่มและลำดับ เพื่อควบคุมจำนวนและป้องกันบัตรปลอม หลังปิดหีบจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดเก็บรักษาอย่างเป็นระบบ การจะเชื่อมโยงบัตรกับตัวบุคคลต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งศูนย์เก็บบัตร บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ และเครื่องสแกนเฉพาะ ซึ่งบุคคลทั่วไปหรือพรรคการเมืองไม่สามารถเข้าถึงได้”

ทนายเชาว์

นายเชาว์ระบุด้วยว่าคำชี้แจงทั้งหมดนี้ กลับยิ่งตอกย้ำปัญหาเชิงหลักการ รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 85 บัญญัติชัดว่า การเลือกตั้งต้องเป็น “การออกเสียงโดยตรงและลับ” คำว่า “ลับ” ตามเจตนารมณ์ ไม่ได้หมายถึง “เปิดได้ แต่เปิดยาก” หรือ “เปิดได้ แต่เปิดเฉพาะบางคน” แต่หมายถึงต้องไม่มีใครสามารถเชื่อมโยงได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร

“ความลับของบัตรเลือกตั้งจึงต้องเป็น “ความลับโดยโครงสร้าง” ไม่ใช่ “ความลับที่ต้องอาศัยความเชื่อใจ” ต่อให้ต้องผ่านหลายขั้นตอน ต่อให้ต้องมีมติ กกต. ต่อให้บุคคลทั่วไปเข้าไม่ถึง ตราบใดที่ระบบถูกออกแบบให้ “สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังตัวบุคคลได้” หลักการความลับของการลงคะแนนก็ถูกสั่นคลอนตั้งแต่ต้นทางแล้ว” นายเชาว์ระบุ

ทนายเชาว์

อดีตรองโฆษกพรรคปรชาธิปัตย์ระบุด้วยว่า ระเบียบ ข้อ 129 เป็นกฎหมายลำดับรอง ไม่อาจขยายอำนาจไปกระทบสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดได้ การป้องกันบัตรปลอมเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่อาจแลกกับหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้ง มีวิธีป้องกันบัตรปลอมอีกมากที่ไม่ต้องทำให้ “ความลับ” ในการลงคะแนนตกไปอยู่ในมือของ กกต. เพราะหากบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปหาตัวผู้ลงคะแนนได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การเลือกตั้งนั้นก็ย่อมขัดกับหลัก “ออกเสียงโดยตรงและลับ” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และด้วยเหตุนี้ บัตรเลือกตั้งติดรหัส อาจทำให้การเลือกตั้งติดล็อก และเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

ยศชนัน โพสต์เปิดใจ แจง หลายฝ่ายเห็นควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ยศชนัน โพสต์เปิดใจ แจง หลายฝ่ายเห็นควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ยศชนัน โพสต์เปิดใจ แจง หลายฝ่ายเห็นควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.15 น.

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569  นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ โพสต์เฟสบุ๊ก ถึงคนเห็นด้วยและเห็นต่าง ในการเข้าร่วมรัฐบาล ข้อความว่า ที่ผ่านมา ผมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนหลายกลุ่ม หลายองค์กรในทุกสถานการณ์ที่มีโอกาส รวมถึงการประชุมร่วมกับทีมงานทุกๆฝ่าย 

จากการได้พูดคุยกับหลายๆ คน หลายๆ องค์กร ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าบริบทของสังคมโลกและสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก ปัจจัยทางการเมืองในการเลือกตั้งคราวนี้มีความซับซ้อน และเป็นความจริงว่าการจัดการทางการเมือง การใช้ทรัพยากรในรูปแบบต่างๆ มีบทบาทสูงมากต่อผลการเลือกตั้ง 

ยศชนัน

จุดยืนของผมและพรรคเพื่อไทยคือเคารพ และน้อมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนอย่างที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว มีบางประเด็นที่ผมอยากบอกกล่าวกับทุกท่านในขณะนี้

1. ผมยังยึดความสุจริตโปร่งใสของการเลือกตั้งสำคัญที่สุด และเห็นว่าเสียงทักท้วงในหลายแง่มุมของพี่น้องประชาชน มีน้ำหนักที่ กกต.ในฐานะผู้รับผิดชอบต้องรับฟังและชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง รวมถึงให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบในทุกกระบวนการเพื่อรักษาความชอบธรรมของการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย ซึ่งฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง และจะติดตามความคืบหน้าจนกว่าจะมีข้อยุติ

2. ผมจะรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนให้ได้ดีที่สุด สิ่งที่ได้พูดคุย ปราศรัยหรือรับปากไว้ทุกพื้นที่ รวมถึงทุกปัญหาจากข้อมูลที่รับฟังจากผู้สมัครมา เราจะร่วมกับคนเก่งๆ ทุกฝ่าย ทั้งบุคลากรภายในพรรค กลไกรัฐ กลุ่มภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้สุดความสามารถที่สุดจากสถานะทางการเมืองและศักยภาพของเรา ทุกปัญหาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่เรา ไม่จบไม่เลิก 

ยศชนัน

หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เรามี 2 ทางเลือก ที่ต้องตัดสินใจคือการเข้าร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทยที่เคยเป็นแกนนำรัฐบาล มีผลงานจากการบริหารประเทศเป็นที่ยอมรับของผู้คนมาอย่างยาวนาน 

ผมทราบดีว่ามีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เป็นพลังสนับสนุนพรรคมาตลอด ก็มีความเห็นไม่ตรงกันต่อทั้ง 2 แนวทาง เราขบคิด แลกเปลี่ยนความเห็น และรับฟังหลายฝ่ายในพรรค แม้จะมีเวลาพูดคุยกันไม่มากนัก แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าควรเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 

ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งยืนยันมาตลอดว่าจะร่วมทางในทุกสถานการณ์ ผมพร้อมจะก้าวเดินร่วมกับทุกคนในเส้นทางที่เราเลือก

หากก้าวย่างในวันนี้ สร้างความไม่สบายใจต่อท่านใดก็แล้วแต่ ผมขอกราบขออภัยด้วยความจริงใจ ผมได้อ่าน ได้ยินเสียงความเห็นของทุกท่าน และรับฟังด้วยความเคารพเสมอมา

ยศชนัน

การตอบรับคำเชิญของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเพื่อหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและมีการแถลงข่าวร่วมกัน โดยพรรคเพื่อไทยประกาศสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำตามระบบรัฐสภา คือความคืบหน้าล่าสุดในขณะนี้ รายละเอียดต่างๆ หลังจากนี้ ผมจะรายงานให้ทราบทุกขั้นตอนครับ 

ส่วนตัวผมเห็นว่าเรื่องเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ทั่วถึงพี่น้องในทุกพื้นที่ บูรณาการความร่วมมือหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปช่วยกัน และสร้างโอกาสที่จะกำหนดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ 

เราจะมุ่งมั่นทำงานอย่างไม่ย่อท้อ เต็มที่ทุกนาทีเพื่อยืนยันว่าพวกเราทำได้ และร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาใหม่ ผมพร้อมรับผิดชอบต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น แม้ผมจะเดินเข้ามาในวันที่พ่ายแพ้ แต่ผมจะยืนอยู่ที่พรรคเพื่อไทยจนถึงวันที่เราชนะด้วยกันอีกครั้ง 

ผมมั่นใจว่าผมทำได้ และพร้อมรับฟังทุกๆ ท่านเสมอ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างกัน ประชาธิปไตยยิ่งใหญ่และงดงามเสมอครับ

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Yodchanan Wongsawat – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

สุวัจน์ ดัน ปกครอง นั่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แนะ กกต เร่งเคลียร์ปมเลือกตั้ง

สุวัจน์ ดัน ปกครอง นั่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แนะ กกต เร่งเคลียร์ปมเลือกตั้ง

สุวัจน์ ดัน ปกครอง นั่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แนะ กกต เร่งเคลียร์ปมเลือกตั้ง

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.02 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (14 กุมภาพันธ์ 2569)  ที่ ห้องประชุมโรงแรมซิตี้พาร์ค อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนาได้จัดการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนา ประจำปี 2569 โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานที่ประชุมฯ ซึ่งมีสมาชิกพรรคชาติพัฒนาเข้าร่วมประชุม จำนวน 266 คน โดยมีวาระสำคัญ คือ ระเบียบวาระที่ 4 การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทั้งคณะหลัง นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคฯ ได้ลาออกไปสมัครส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ตามข้อบังคับพรรคการเมือง

ซึ่งที่ประชุมพรรคชาติพัฒนา วันนี้ มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคฯ และผลการเลือกตั้ง ปรากฏว่า “นายปกครอง ผาสุขยืด” ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาคนใหม่ และนายปกครองฯ ได้เลือกนายอรัญ พันธุมจินดา เป็นเลขาธิการพรรคฯ

พรรคชาติพัฒนา

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า “การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาวันนี้ เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคการเมืองที่มีการลาออกของหัวหน้าพรรคคนเก่า ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารทั้งชุดต้องพ้นสภาพไป ซึ่งพรรคชาติพัฒนายังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป แต่ช่วงนี้จะเน้นทำงานท้องถิ่นเป็นหลัก เช่น สจ.นายกเทศมนตรีฯ  และ สท. เป็นต้น”

นายสุวัจน์ฯ ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นถึงการตัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ว่า  หลังพรรคภูมิใจไทยได้เชิญพรรคเพื่อไทยร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ชัดเจน เพราะเสียงที่มีอยู่แล้วขณะนี้ก็เกินครึ่งหนึ่งของสภาฯ  จากนี้ก็เป็นเรื่องของพรรคแกนนำว่าจะเชิญพรรคใดเข้ามาร่วมอีก เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพและเกิดความเชื่อมั่นได้รับการยอมรับจากประชาชน ส่วนตัวเห็นว่า ถ้ารัฐบาลใหม่มีเสียงมากกว่า 300 เสียงขึ้นไปก็จะปลอดภัย เพราะรัฐบาลต้องมาแก้ปัญหาหลายเรื่อง และฝ่าวิกฤติต่างๆ ไปให้ได้ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากประชาชน 

พรรคชาติพัฒนา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเรื่องถกเถียงและร้องเรียนหลังการเลือกตั้งเกิดขึ้นมาก ดังนั้น เพื่อความสง่างาม ความน่าเชื่อถือ และการยอมรับของประชาชน กกต.จะต้องออกมาชี้แจงทำความกระจ่างในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ และหลัง กกต. มีการรับรอง ส.ส.แล้ว จะทำให้รัฐบาลชุดใหม่มีความสง่างาม ส่วนรัฐบาลจะอยู่ครบเทอม 4 ปีหรือไม่นั้น ก็ไม่มีอะไรสามารถการันตีได้ เพราะการเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้ารัฐบาลทำงานได้ดี  แก้ปัญหาต่างๆได้ ไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง หรือไม่มีเรื่องที่ทุจริตคอรัปชั่น ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

“ส่วนตัวอยากเห็นรัฐบาลได้ทำงานอย่างต่อเนื่องไม่เปลี่ยนรัฐบาลบ่อย เพราะถ้าเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งในและต่างประเทศ” นายสุวัจน์ กล่าว

พรรคชาติพัฒนา

ปชน.จี้ กกต. เร่งเปิดผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ วาโย ฟ้องกกต.-เลขาฯ ผิด 157

ปชน.จี้ กกต. เร่งเปิดผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ วาโย ฟ้องกกต.-เลขาฯ ผิด 157

ปชน.จี้ กกต. เร่งเปิดผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ วาโย ฟ้องกกต.-เลขาฯ ผิด 157

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.23 น.

“ปชน.” ชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต. เร่งเปิดผลการนับคะแนนทุกหน่วย มอบ “วาโย” ฟ้อง กกต.-เลขาฯ กกต. ผิด 157 

14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน  นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และผู้อำนวยการกองอำนวยการการเลือกตั้งของพรรคประชาชน  พร้อมด้วย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดยนายพริษฐ์ เริ่มต้นโดยย้ำว่า เจตนาของพรรคประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้งปี 69 ตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา ไม่ได้มีเจตนาเพื่อมุ่งเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง แต่เราจำเป็นต้องตรวจสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้งเพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนว่าเสียงของเขาถูกบันทึกอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะกาให้กับพรรคการเมืองไหนก็ตาม รวมถึงเราต้องการให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างบกพร่องหรือจงใจทุจริต ต้องรับผิดชอบต่อกฎหมาย เพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ทำให้เรามีการเลือกตั้งในอนาคตที่ประชาชนเชื่อมั่นเชื่อถือได้

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การแถลงในวันนี้มี 4 หัวข้อ หัวข้อแรกคือกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ในการแถลงข่าวของ กกต. เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) มีข้อสรุปว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าว ในทางทฤษฎีสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเราเห็นว่ามีปัญหา 3 เรื่องหลัก

ปัญหาแรก ทำให้การลงคะแนนเสียงที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่เป็นไปโดยลับ ตามหลักการที่สังคมเข้าใจโดยทั่วไปมาโดยตลอด   การลงคะแนนที่ “ลับ” หมายถึง เมื่อเราลงคะแนนไปแล้วจะต้องไม่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้เลย แต่การแถลงของ กกต.เมื่อวานเป็นการยืนยันว่าสามารถทำได้ในเชิงทฤษฎีหากมีการเข้าถึงข้อมูล 3 ส่วน คือ ข้อมูลบนบัตร, รหัสตรงต้นขั้ว และชื่อผู้ลงคะแนนของรหัสนั้นๆ  ดังนั้น เราเห็นว่าประเด็นที่สำคัญไม่ใช่ความยากหรือง่ายในการเข้าถึงข้อมูล แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า หากใครเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ จะสามารถระบุตัวตนผู้กาบัตรได้ คำตอบก็คือทำได้ ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งในอดีตที่ไม่ว่าใครจะเข้าถึงข้อมูลส่วนใด ก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าใครเลือกใคร

ปัญหาที่สอง เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง สามารถใช้ประโยชน์จากบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดดังกล่าวเพื่อตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร

ถึงแม้ กกต. จะชี้แจงว่ามีการเก็บรักษาบัตรและต้นขั้วไว้ในที่ปลอดภัย แต่หากมีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใดรู้เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาก่อนล่วงหน้า อาจเปิดช่องให้สามารถออกแบบกระบวนการในการตรวจสอบได้ว่าใครโหวตอย่างไรโดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงบัตรหรือต้นขั้วที่ กกต. เก็บไว้หลังปิดหีบ เช่น ตัวแทนพรรคอาจใช้อิทธิพลข่มขู่ให้ประชาชนแจ้งรหัสต้นขั้วก่อนลงคะแนน และจากนั้นมีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทุกใบขณะนับคะแนน เพื่อนำมาสแกนตรวจสอบภายหลังว่าลงคะแนนตามที่ตกลงหรือไม่ หรือหากมีกรรมการประจำหน่วย (กปน.) บางคนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อาจแอบถ่ายภาพต้นขั้วบัตรเพื่อส่งให้ตัวแทนพรรคที่กระทำการดังกล่าวได้

ดังนั้น แม้ กกต. พยายามชี้แจงว่าทั้งหมดที่ทำเพื่อ “รักษาความปลอดภัย” และแม้เรายอมเชื่อไว้ก่อนว่า กกต. มีเจตนาดีเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวจริง แต่การดำเนินการของ กกต. เป็นการเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ ที่ทำให้การเลือกตั้งอาจจะไม่สุจริตเที่ยงธรรม และทำให้อาจจะกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหลับปัญหาที่สาม เรามีความกังวลว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น จาก QR Code และบาร์โค้ดไม่ได้กระทบเฉพาะการเลือกตั้งที่ผ่านมา  เมื่อวันที่ 8 กุมภาเท่านั้น  แต่เสี่ยงจะเกิดความเสียหายระยะยาวต่อการเลือกตั้งในอนาคตด้วย เพราะแม้มีการเก็บบัตรและต้นขั้วไว้ หากข้อมูลดังกล่าวรั่วไหลหรือมีบุคคลใดเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว จะเกิดปัญหาสำหรับอนาคต เพราะข้อมูลการเลือกพรรคการเมืองของประชาชน ถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหว และจะกลายเป็นข้อมูลที่ผู้มีอำนาจสามารถนำไปใช้จัดเก็บสถิติแยกตามเพศ อายุ และพื้นที่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเตรียมการเลือกตั้งในอนาคตได้เช่นกัน

“ดังนั้น พรรคปรพชาชน เดินหน้าด้วยการมอบหมายให้ นายวาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค ฝ่ายกฎหมาย  เป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและทำคำร้องเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีกับ กกต. และเลขาธิการ กกต. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต“ นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หัวข้อต่อมา คือการตั้งข้อสังเกตต่อประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ที่มีจำนวนไม่เท่ากันในเขตเลือกตั้งเดียวกัน โดยพบปัญหานี้ในหลายเขตเลือกตั้ง เมื่อวานนี้ กกต. ระบุว่าความคลาดเคลื่อนเกิดจากระบบรายงานผลบนเว็บไซต์ของ กกต. แต่เราต้องยืนยันว่าข้อสังเกตของพรรคประชาชน ไม่ได้อ้างอิงข้อมูลเว็บไซต์ของ กกต. แต่อ้างอิงจากข้อมูลที่อยู่ในบอร์ดรายงานผลในแต่ละเขตเลือกตั้ง 

ดังนั้นไม่ว่ากระบวนการในการรายงานตัวเลขผ่านเว็บไซต์ของ กกต. จะมีปัญหาแค่ไหน แต่เป็นคนละเรื่องกับหลักฐานที่เราเอามากางก่อนหน้านี้และในวันนี้ ยกตัวอย่างความผิดปกติที่ชัดเจนในพื้นที่สงขลา เขต 3 และ ศรีสะเกษ เขต 2 ที่มีส่วนต่างกันอยู่ ซึ่งตนได้มีการเปิดข้อมูลไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงอีกหลายเขตที่มีการเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ ซึ่งในเขตเลือกตั้งดังกล่าว มีทั้งเขตที่พรรคประชาชนแพ้เลือกตั้งเป็นอันดับ 3 และเขตที่พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเราไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อหวังจะทำให้พรรคประชาชนมี สส. มากขึ้น แต่เราต้องการตรวจสอบประเด็นนี้ เพื่อปกป้องเสียงของประชาชนทุกคนแลทำให้เรื่องนี้สิ้นข้อสงสัย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ท้ายสุดนี้ข้อเรียกร้องต่อ กกต. คือ (1) ขอให้ชี้แจงว่าทำไมจำนวนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ที่ปรากฏในบอร์ดรายงานผลการลงคะแนนสำหรับบางเขตเลือกตั้ง จึงคลาดเคลื่อน และต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (2) เรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลรายหน่วย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบโดยสะดวกมากขึ้น ซึ่งประกอบด้วยเอกสาร 2 อย่าง คือ กกต. ต้องเร่งเผยแพร่รายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) รายหน่วย ให้ครบทุกหน่วยเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด และควรเปิดเผยใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) รายหน่วย แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดให้เปิดเผย แต่ถ้า กกต.เปิดเผยก็จะทำให้เกิดความโปร่งใส และสิ้นข้อสงสัยได้ในบางกรณี อย่างน้อยที่สุดกกต.ควรเปิดในเขตเลือกตั้งที่ประชาชนมีข้อสงสัย 

ด้าน กิตติชัย กล่าวถึงภาพรวมของเรื่องร้องเรียนที่ผู้สมัคร สส. ของพรรค และประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้  โดยในส่วนผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชน  รับเรื่องร้องเรียนมาทั้งหมด 57 เรื่อง ฝ่ายกฎหมายได้ทำเรื่องไปยัง กกต. ขอให้มีการตรวจสอบแล้ว 37 เรื่อง ส่วนการร้องเรียนของประชาชนผ่านเว็บไซต์ report69 ยอดทั้งหมดกว่า 4,000 เรื่อง ตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อมูลและข้อเท็จจริงที่จะไปสู่การร้องเรียนได้ 1,260 เรื่อง โดยฝ่ายกฎหมายได้ดำเนินการตรวจสอบและส่งให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคร้องคัดค้านการประกาศผลต่อไป

และหัวข้อสุดท้าย เป็นเรื่องร้องเรียนใหม่ที่สมุทรปราการ เขต 6 มีประชาชนส่งคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่ามีการทิ้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) ที่บ่อขยะแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ โดยเอกสารดังกล่าวระบุวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และระบุหน่วยเลือกตั้งด้วย จุดดังกล่าวไม่ใช่จุดรวมหีบหรือจุดยุบหีบเหมือนกรณีชลบุรีเขต 1 อย่างแน่นอน เพราะเห็นชัดเจนว่าเป็นบ่อขยะ และจุดรวมหีบของสมุทรปราการ เขต 6 เองอยู่ห่างจากจุดของบ่อขยะนี้ถึง 8 กิโลเมตร ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีใครคนใดคนหนึ่งนำมาทิ้งไว้ ซึ่งเรื่องนี้เราต้องขอให้ กกต. และ กกต.สมุทรปราการ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนโดยเร็ว ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร โดยประชาชนที่ส่งหลักฐานเข้ามาได้ลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจไว้แล้ว

นายกิตติชัย กล่าวต่อว่า ในวันจันทร์ที่ 16 ก.พ. นี้ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 6 ของพรรคประชาชน คือ นายวีรภัทร คันธะ จะนำหลักฐานนี้ไปร้องต่อ กกต. ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ พรรคประชาชน ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่แจ้งเบาะแสเข้ามา เราจะรวบรวมและดำเนินการในการร้องต่อ กกต. ต่อไป

ฝรั่งเศสสอบ 5 ผู้ผลิตนมผงเด็กรายใหญ่ ปมเรียกคืนสินค้าปนเปื้อนสารพิษ

ฝรั่งเศสสอบ 5 ผู้ผลิตนมผงเด็กรายใหญ่ ปมเรียกคืนสินค้าปนเปื้อนสารพิษ

14 ก.พ. 2569 11:27 น.

ฝรั่งเศสสอบ 5 ผู้ผลิตนมผงเด็กรายใหญ่ ปมเรียกคืนสินค้าปนเปื้อนสารพิษ

อัยการกรุงปารีสเปิดสอบสวนบริษัทผู้ผลิตนมผงเด็กรายใหญ่ 5 ราย หลังมีการเรียกคืนนมผงเด็กจำนวนมาก กังวลปนเปื้อนสารพิษ “เซรูไลด์” ขณะมีรายงานทารกในอังกฤษป่วยแล้วอย่างน้อย 36 ราย

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานอัยการกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เปิดการสอบสวนผู้ผลิตนมผงสำหรับทารก 5 ราย ได้แก่ Nestle, Lactalis, Danone, Babybio และ La Marque en moins ภายหลังหลายบริษัทประกาศเรียกคืนสินค้าล็อตใหญ่จากความกังวลว่าอาจปนเปื้อนสารพิษ “เซรูไลด์” (Cereulide)

อัยการปารีสยังจะประสานกับการสอบสวนในท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างนมผงที่อาจปนเปื้อนกับการเสียชีวิตของทารก 3 รายในฝรั่งเศสหรือไม่

การสอบสวนมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือไม่ จากการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่อาจปนเปื้อน ขณะเดียวกัน ทางการฝรั่งเศสได้รับคำร้องเรียนจากประชาชน 8 ราย ซึ่งระบุว่าบุตรหลานมีอาการอาเจียนหลังบริโภคนมผง

สัปดาห์ที่ผ่านมา Nestle และ Danone ได้เรียกคืนสินค้ากว่า 60 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร โดยเจ้าหน้าที่อังกฤษระบุว่า มีทารกอย่างน้อย 36 รายในสหราชอาณาจักรมีอาการต้องสงสัยอาหารเป็นพิษหลังบริโภคนมผง

ทั้งนี้ สารเซรูไลด์ เป็นสารพิษที่ทนความร้อน ไม่ถูกทำลายได้ง่ายจากการปรุงหรือชงนม หากบริโภคเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง ทั้งนี้ การปนเปื้อนเชื่อมโยงกับส่วนผสมที่เรียกว่า น้ำมันกรดอะราคิโดนิก (ARA) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเสริมคุณสมบัติการเจริญเติบโตให้ใกล้เคียงนมแม่.

ที่มา France24

เผยโฉม “แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025” จากมอสโก คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติกว่า 40 รายการ

เผยโฉม "แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025" จากมอสโก คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติกว่า 40 รายการ

14 ก.พ. 2569 09:05 น.

เผยโฉม “แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025” จากมอสโก คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติกว่า 40 รายการ

แมวรัสเซียสายพันธุ์อะบิสซิเนียนเพศผู้ วัย 1 ปีครึ่ง เจ้าของรางวัล “แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025” อวดโฉมสร้างความฮือฮาอีกครั้งในงานประกวด “Golden Paw” ที่กรุงมอสโก ของรัสเซีย 

Darlen Fleur Dalmore Black แมวสายพันธุ์อะบิสซิเนียน (Abyssinian) เพศผู้ วัยเพียง 1 ปีครึ่ง จากรัสเซีย ซึ่งเพิ่งคว้าตำแหน่ง “Best Cat 2025” หรือแมวดีที่สุดในโลก จากองค์กรแมวระดับนานาชาติ World Cat Federation มาปรากฏตัวสร้างความฮือฮาอีกครั้งในงานประกวด “Golden Paw” ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 

Darlen คว้ารางวัลสูงสุดหลังผ่านการแข่งขันในเวทีประกวดแมวระดับนานาชาติกว่า 40 รายการ และสามารถเอาชนะคู่แข่งเกือบ 1,500 ตัว จนได้คะแนนสูงสุดในปีนี้ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนมาตรฐานอันเข้มงวดของสายพันธุ์อะบิสซิเนียน ซึ่งกรรมการจะพิจารณาจากความสมดุลโดยรวมของรูปร่าง ตำแหน่งและขนาดใบหู โครงสร้างศีรษะ ความกระชับของกล้ามเนื้อ แววตา รวมถึงความสม่ำเสมอของสีขน นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวและอุปนิสัยในสนามประกวดก็มีผลต่อคะแนน เพราะแมวต้องแสดงพฤติกรรมที่มั่นคงและเป็นมิตร

ดารียา กรุซิโนวา ผู้เพาะพันธุ์และหนึ่งในเจ้าของฟาร์มที่ Darlen ถือกำเนิด เปิดเผยว่า การจะได้แมวที่มีความสมบูรณ์แบบเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะผสมพันธุ์จากแมวที่สวยทั้งคู่ ก็ไม่ได้การันตีว่าลูกจะออกมาสมดุลในทุกองค์ประกอบ เพราะพันธุกรรมอาจคลาดเคลื่อนได้ ไม่ว่าจะเป็นขนาดหู สัดส่วนศีรษะ หรือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือความสมดุลของทุกส่วนประกอบ

สำหรับนิสัยส่วนตัวของเจ้า Darlen จะสะท้อนลักษณะเด่นของสายพันธุ์อะบิสซิเนียนที่ขึ้นชื่อเรื่องความกระฉับกระเฉง ต้องการการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เจ้าของระบุว่า แมวหนุ่มแชมป์โลกตัวนี้ไม่มีปัญหาพฤติกรรมใด ๆ แต่บางครั้งจะมีช่วงพลังงานพุ่งสูง วิ่งวนไปรอบ ๆ ด้วยดวงตาเบิกกว้างและหางชูตั้ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์

ปัจจุบัน Darlen อาศัยอยู่ที่ฟาร์มในฐานะพ่อพันธุ์ แม้ยังไม่มีลูกแมว แต่ผู้เพาะพันธุ์มีแผนจะผสมพันธุ์กับแมวตัวอื่นภายในฟาร์ม เพื่อพัฒนาสายพันธุ์อะบิสซิเนียนให้คงมาตรฐานระดับโลกต่อไป โดยชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำชื่อเสียงของ Darlen เท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสำเร็จของวงการเพาะพันธุ์แมวรัสเซียบนเวทีสากลอีกด้วย.

ที่มา :AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แมว

ระทึกกลางกรุงปารีส! คนร้ายถือมีดบุกจู่โจมตำรวจระหว่างพิธีสำคัญ ถูกยิงสกัดเสียชีวิต

ระทึกกลางกรุงปารีส! คนร้ายถือมีดบุกจู่โจมตำรวจระหว่างพิธีสำคัญ ถูกยิงสกัดเสียชีวิต

14 ก.พ. 2569 08:07 น.

ระทึกกลางกรุงปารีส! คนร้ายถือมีดบุกจู่โจมตำรวจระหว่างพิธีสำคัญ ถูกยิงสกัดเสียชีวิต

เกิดเหตุระทึกกลางกรุงปารีส เมื่อชายคนหนึ่งใช้อาวุธมีดพยายามเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างพิธีจุดไฟนิรันดร์รำลึกทหารนิรนาม ที่บริเวณสุสานใต้ประตูชัยฝรั่งเศส

เจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงปารีสเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุพุ่งเป้าไปที่ตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพิธีจุดไฟนิรันดร์ เพื่อรำลึกถึงทหารนิรนามผู้เสียชีวิตในสงคราม ภายใต้อนุสรณ์สถานซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคจักรพรรดินโปเลียน ที่ประตูชัยฝรั่งเศส ก่อนที่ตำรวจอีกนายจะใช้อาวุธปืนยิงสกัดผู้ก่อเหตุ ส่งผลให้ชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา 

รายงานระบุว่า ไม่มีประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

ประตูชัย อาร์กเดอทริออมฟ์ (Arc de Triomphe )ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนถนน ถนนชองส์-เอลิเซ่ ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวและการค้าคึกคักใจกลางกรุงปารีส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว

ด้านสำนักงานอัยการต่อต้านการก่อการร้ายของฝรั่งเศส ระบุว่า ได้รับเรื่องไว้สอบสวนแล้ว และส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เกิดเหตุทันที เพื่อประเมินแรงจูงใจและความเป็นไปได้ในการก่อเหตุครั้งนี้ โดยมีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยเพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังรับโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปี ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย.

ที่มา : France24

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฝรั่งเศส