ด่วน! อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายสิบลูก มุ่งเป้าอิสราเอล ปิดน่านฟ้า–สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ

ด่วน! อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายสิบลูก มุ่งเป้าอิสราเอล ปิดน่านฟ้า–สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ

28 ก.พ. 2569 15:58 น.

Breaking News

ด่วน! อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายสิบลูก มุ่งเป้าอิสราเอล ปิดน่านฟ้า–สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ

สื่อใกล้ชิดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน รายงานว่ามีการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายสิบลูก มุ่งเป้าอิสราเอล เพื่อตอบโต้กลับ ภายหลังถูกโจมตีโดยอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา 

สำนักข่าว Nour News ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองกำลัง IRGC ระบุว่า การยิงขีปนาวุธได้เริ่มขึ้นแล้ว ขณะที่สำนักข่าว Mehr News Agency รายงานว่า ขีปนาวุธเหล่านี้มุ่งเป้าไปยังทั่วทั้งปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นคำที่อิหร่านใช้เรียกอิสราเอล

ด้านสำนักข่าวภาษาอังกฤษของทางการอิหร่าน Press TV รายงานว่า มีขีปนาวุธจำนวนระหว่าง 30 ถึง 75 ลูก ถูกยิงออกจากอิหร่านในขณะนี้

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว IRNA ของรัฐอิหร่าน อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดประธานาธิบดี ระบุว่า ประธานาธิบดี มาซุส เปเซสเกียน ยังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพแข็งแรงดี

ด้านโฆษกองค์การการบินพลเรือน มาจิด อัคฮาวาน เปิดเผยผ่านสื่อใกล้ชิดรัฐบาลว่า อิหร่านได้สั่งปิดน่านฟ้าทั่วประเทศแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ มีคำสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ และให้เปลี่ยนไปใช้การเรียนการสอนทางไกลแทน ตามรายงานของสื่ออิหร่าน

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวทัสนิม ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการที่มีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC รายงานว่า อิหร่านกำลังเตรียมการแก้แค้น และจะตอบโต้ระบอบไซออนิสต์อย่างรุนแรง

ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า กรุงเตหะรานมีทางเลือกในการตอบโต้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค หรือโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลเรือนในอิสราเอล รวมถึงความเป็นไปได้ในการเล็งเป้าไปที่เรือรบสหรัฐฯ

นอกเหนือจากขีปนาวุธแล้ว อิหร่านยังมีกองเรือขนาดเล็ก โดรน และเรือดำน้ำ ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามต่อเรือของสหรัฐฯ ในพื้นที่น่านน้ำและบริเวณโดยรอบอ่าวเปอร์เซียด้วย.

ที่มา :CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

เนทันยาฮู ออกแถลงการณ์กร้าว ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

เนทันยาฮู ออกแถลงการณ์กร้าว ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

28 ก.พ. 2569 15:49 น.

เนทันยาฮู ออกแถลงการณ์กร้าว ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

“เบนจามิน เนทันยาฮู” ผู้นำอิสราเอลย้ำระบอบอิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขอบคุณโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ขอประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ เมื่อเวลา 15.21 น. ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อขจัด “ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของชาติ” จากรัฐบาลอิหร่าน

แถลงการณ์ของผู้นำอิสราเอลยังแสดงความขอบคุณไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สำหรับการแสดง “ภาวะผู้นำทางประวัติศาสตร์” พร้อมกล่าวหารัฐบาลอิหร่านภายใต้ระบอบอะยาตอลเลาะห์ ว่าตลอด 47 ปีที่ผ่านมา ได้ปลุกระดมคำขวัญ “ความตายแก่อิสราเอล” และ “ความตายแก่อเมริกา” รวมทั้งมีส่วนในการสังหารชาวอิสราเอล ชาวอเมริกัน และประชาชนชาวอิหร่านเอง

ผู้นำอิสราเอลย้ำว่า ระบอบอิหร่านจะต้องไม่ถูกติดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะเปิดทางให้คุกคามมนุษยชาติทั้งหมดได้ พร้อมระบุว่า ปฏิบัติการร่วมครั้งนี้จะสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนอิหร่านสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้ นอกจากนี้นายเนทันยาฮูยังเรียกร้องให้ประชาชนทุกกลุ่มในอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นชาวเปอร์เซีย เคิร์ด อาเซอรี บาลูชี และอาหวาซี ลุกขึ้นปลดแอกจากทรราช เพื่อสร้างอิหร่านที่เสรีและสันติ

พร้อมกันนี้ ผู้นำอิสราเอลขอให้ประชาชนชาวอิสราเอลปฏิบัติตามคำแนะนำของกองบัญชาการแนวหลัง (Home Front Command) โดยระบุว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ภายใต้ปฏิบัติการชื่อ “สิงโตคำราม” (The Roar of the Lion) ทุกคนจะต้องมีความอดทนและความเข้มแข็ง.

ที่มา BBC

ทรัมป์ยืนยันเอง เปิดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามใกล้ตัว

ทรัมป์ยืนยันเอง เปิดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามใกล้ตัว

28 ก.พ. 2569 15:00 น.

ทรัมป์ยืนยันเอง เปิดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามใกล้ตัว

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันผ่านวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า สหรัฐอเมริกาได้เริ่มต้นปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านแล้ว

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุในคลิปความยาวประมาณ 8 นาทีที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า เป้าหมายของปฏิบัติการครั้งนี้คือ การปกป้องประชาชนชาวอเมริกัน ด้วยการขจัดภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นจากระบอบการปกครองอิหร่าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่โหดร้ายและอันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่า สหรัฐฯได้ร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านในครั้งนี้

โดยทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมที่คุกคามของอิหร่านเป็นภัยโดยตรงต่อสหรัฐอเมริกา กองกำลังทหาร ฐานทัพในต่างประเทศ และพันธมิตรของเราทั่วโลก

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวพาดพิงถึงความตึงเครียดที่ยืดเยื้อยาวนาน โดยระบุว่า ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา ระบอบอิหร่านตะโกนคำว่า “ความตายจงมีแด่อเมริกา” และดำเนินการรณรงค์นองเลือดและสังหารหมู่อย่างไม่สิ้นสุด โดยพุ่งเป้าโจมตีสหรัฐฯ ทหารของสหรัฐฯ และผู้บริสุทธิ์ในหลายประเทศ  

ล่าสุดมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ที่สโมสรส่วนตัวของเขาในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ท่ามกลางการปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่โจมตีทางทหารต่ออิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของปฏิบัติการทางทหาร หรือการตอบสนองจากฝ่ายอิหร่าน โดยสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและอยู่ในความจับตาของนานาชาติอย่างใกล้ชิด.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์

ด่วน! อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลายจุดในเตหะราน ไซเรนเตือนภัยดังทั่วประเทศ

ด่วน! อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลายจุดในเตหะราน ไซเรนเตือนภัยดังทั่วประเทศ

28 ก.พ. 2569 14:20 น.

ด่วน! อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลายจุดในเตหะราน ไซเรนเตือนภัยดังทั่วประเทศ

สถานการณ์ตะวันออกกลางปะทุเดือด หลังอิสราเอลประกาศเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ

อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล แถลงว่า อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเชิงป้องกันเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษและถาวรทั่วประเทศ

มีรายงานว่าไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วอิสราเอลเมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อแจ้งเตือนภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่อาจเกิดขึ้น

ด้านสำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดอย่างน้อย 3 ครั้งในย่านใจกลางกรุงเตหะราน และมีรายงานว่าขีปนาวุธหลายลูกพุ่งเป้าไปยังพื้นที่รีพับลิกของเมืองหลวง

ภาพถ่ายชุดแรกที่บีบีซีเผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นกลุ่มควันลอยขึ้นเหนือบริเวณจัตุรัสจอมโฮรีและจัตุรัสฮัสซัน อาบัด ขณะที่ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมถึงเหตุระเบิดใหม่ในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของกรุงเตหะราน

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อบรรลุข้อตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและหลีกเลี่ยงสงคราม โดยการเจรจามีกำหนดดำเนินต่อในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขู่โจมตีอิหร่านเพื่อกดดันให้ยอมรับข้อตกลง ระบุว่าเขาไม่พอใจ กับความคืบหน้าของการหารือ พร้อมทั้งสั่งเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การบุกอิรักเมื่อปี 2003

ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว อิสราเอลเคยเปิดฉากโจมตีอิหร่าน นำไปสู่สงคราม 12 วัน และสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เคยเตือนถึงภัยคุกคามจากขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน และคัดค้านข้อตกลงที่มุ่งจำกัดเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ โดยไม่ครอบคลุมโครงการขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค

ด้านอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องให้จำกัดโครงการขีปนาวุธและยุติการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค พร้อมประกาศว่าจะตอบโต้การโจมตีด้วยกำลัง

สถานการณ์ล่าสุดยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าวิกฤตครั้งนี้อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งในวงกว้างทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง.

ที่มา :BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

เกาหลีเหนือเผยภาพ “คิม จู แอ” ยิงปืนไรเฟิล ฉายภาพทายาทสืบอำนาจ “คิม จอง อึน” ชัด

 เกาหลีเหนือเผยภาพ "คิม จู แอ" ยิงปืนไรเฟิล ฉายภาพทายาทสืบอำนาจ “คิม จอง อึน” ชัด

28 ก.พ. 2569 11:40 น.

เกาหลีเหนือเผยภาพ “คิม จู แอ” ยิงปืนไรเฟิล ฉายภาพทายาทสืบอำนาจ “คิม จอง อึน” ชัด

เกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพหายากของ “คิม จู แอ” บุตรสาววัยรุ่นของผู้นำสูงสุด คิม จอง อึน ขณะกำลังยิงปืนไรเฟิลในสนามยิงปืน สร้างกระแสคาดการณ์อีกครั้งว่าเธอกำลังถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดอำนาจในอนาคต

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเปียงยางเผยแพร่ภาพดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยแสดงให้เห็นคิม จู แอ เล็งปืนผ่านกล้องสโคป นิ้ววางบนไกปืน พร้อมควันลอยออกจากลำกล้อง สะท้อนภาพลักษณ์ที่สื่อถึงบทบาททางการทหารอย่างชัดเจน

ก่อนหน้านี้ คิม จู แอ ปรากฏตัวในหลายกิจกรรมสำคัญระดับชาติ รวมถึงสวนสนามทางทหารในช่วงปิดการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งจัดขึ้นทุก 5 ปี โดยนักวิเคราะห์มองว่า การปรากฏตัวต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่องมีนัยทางการเมือง

ในภาพล่าสุด เธอสวมแจ็กเก็ตหนัง ซึ่งเป็นสไตล์การแต่งกายที่มักพบทั้งในตัวเธอและบิดาในการปรากฏตัวตามเวทีการเมืองสำคัญ สื่อถึงอำนาจและความชอบธรรมในการนำประเทศ

KCNA รายงานว่า ในโอกาสดังกล่าว คิม จอง อึน ได้มอบปืนสไนเปอร์รุ่นใหม่ให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคและกองทัพ พร้อมระบุว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจอย่างแท้จริง ก่อนจะเดินทางไปยังสนามยิงปืนและร่วมถ่ายภาพหมู่ อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้กล่าวถึงคิม จู แอ โดยตรง

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้ระบุว่า เปียงยางดูเหมือนเริ่มกระบวนการวางตัวคิม จู แอ เป็นผู้สืบทอดอำนาจอย่างเป็นทางการ

ด้าน หยาง มู จิน อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศึกษากิจการเกาหลีเหนือในกรุงโซล ให้ความเห็นว่า ภาพการจับและยิงอาวุธของคิม จู แอ สะท้อนว่าเธอกำลังได้รับการฝึกฝนในฐานะทายาททางการเมืองอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน KCNA ยังรายงานว่า นาง คิม โย จอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จอง อึน จะรับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกิจการทั่วไปของพรรค ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเทียบเท่าตำแหน่งเลขาธิการพรรค

ตระกูลคิมปกครองเกาหลีเหนือมายาวนานหลายทศวรรษ การเผยภาพคิม จู แอ ในบทบาทที่เกี่ยวข้องกับกองทัพและอาวุธ จึงถูกมองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของกระบวนการสืบทอดอำนาจในประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ และยังคงปิดประเทศมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ

ศาลสหรัฐฯ สั่งระงับกม.จำกัดโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ของรัฐเวอร์จิเนีย ชี้กระทบเสรีภาพการพูด

ศาลสหรัฐฯ สั่งระงับกม.จำกัดโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ของรัฐเวอร์จิเนีย ชี้กระทบเสรีภาพการพูด

28 ก.พ. 2569 10:21 น.

ศาลสหรัฐฯ สั่งระงับกม.จำกัดโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ของรัฐเวอร์จิเนีย ชี้กระทบเสรีภาพการพูด

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับใช้กฎหมายรัฐเวอร์จิเนียที่โซเชียลมีเดียต้องตรวจสอบอายุผู้ใช้ และจำกัดเวลาเด็กต่ำกว่า 16 ปี ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง ชี้อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ และละเมิดเสรีภาพ

คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเมืองอเล็กซานเดรีย รัฐเวอร์จิเนีย แพทริเซีย โทลลิเวอร์ ไจลส์ ระบุว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี NetChoice มีแนวโน้มพิสูจน์ได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ละเมิดสิทธิการพูดตามบทแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มาตราแรก ทั้งของผู้ใหญ่ เด็ก และบริษัทสมาชิกหลายสิบแห่ง

โดย NetChoice เป็นตัวแทนบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ อาทิ Google, Meta Platforms, Netflix, Reddit และแพลตฟอร์ม X ของ Elon Musk

กฎหมายที่ถูกระงับมีชื่อว่า Senate Bill 854 ลงนามเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วโดยอดีตผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย เกล็นน์ ยังคิน และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026

ด้านรัฐเวอร์จิเนียให้เหตุผลว่า กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายปกป้องเด็กจากการเสพติดโซเชียลมีเดีย และแก้ไขวิกฤตสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชน

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษากล่าวว่า แม้รัฐจะมีผลประโยชน์สำคัญในการคุ้มครองเด็ก แต่กฎหมายนี้ครอบคลุมเกินไป เพราะบังคับให้ผู้ใช้ทุกคน รวมถึงผู้ใหญ่ ต้องยืนยันอายุ ขณะเดียวกันก็ไม่ครอบคลุมเพียงพอ เพราะยกเว้นเกมอินเทอร์แอคทีฟบางประเภทที่อาจมีลักษณะเสพติดเช่นกัน

ศาลยังชี้ว่า กฎหมายปฏิบัติต่อเนื้อหาที่มีลักษณะเทียบเท่ากัน แตกต่างกัน เช่น เด็กอาจถูกจำกัดไม่ให้รับชมเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือศาสนา เกิน 1 ชั่วโมงบนโซเชียลมีเดีย ทั้งที่สามารถรับชมผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงอื่นได้

ในคำวินิจฉัย ผู้พิพากษาไจลส์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดนระบุว่า แม้รัฐจะมีผลประโยชน์สำคัญในการปกป้องเยาวชนจากอันตรายของโซเชียลมีเดีย แต่ไม่สามารถละเมิดสิทธิภายใต้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่หนึ่ง แม้จะเป็นสิทธิของเยาวชนที่รัฐต้องการปกป้องก็ตาม

ขณะที่โฆษกของอัยการสูงสุดรัฐเวอร์จิเนียเจย์ โจนส์ระบุว่า รัฐยังคงมุ่งมั่นบังคับใช้กฎหมายที่ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถปกป้องบุตรหลานจากอันตรายที่พิสูจน์แล้วว่าเกิดจากโซเชียลมีเดีย

ขณะที่ฝ่าย NetChoice ระบุว่า คำตัดสินครั้งนี้ยืนยันว่า รัฐบาลไม่สามารถจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกกฎหมาย ได้ แม้จะมีเจตนาดีก็ตาม พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้งานของเด็กควรเป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง

ทั้งนี้ NetChoice ยังได้ยื่นฟ้องคัดค้านกฎหมายลักษณะคล้ายกันในหลายรัฐ รวมถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย สะท้อนการต่อสู้ทางกฎหมายที่กำลังขยายวงกว้างในสหรัฐฯ เกี่ยวกับการควบคุมโซเชียลมีเดียและสิทธิขั้นพื้นฐาน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แบนโซเชียล

ทรัมป์รับ “ผิดหวัง” ท่าทีอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ ขณะที่โอมานชี้มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ

ทรัมป์รับ "ผิดหวัง" ท่าทีอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ ขณะที่โอมานชี้มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ

28 ก.พ. 2569 09:48 น.

ทรัมป์รับ “ผิดหวัง” ท่าทีอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ ขณะที่โอมานชี้มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ

โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของอิหร่านในการเจรจานิวเคลียร์ ย้ำอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่โอมานกลับระบุว่าการหารือล่าสุดมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ที่อาจช่วยเลี่ยงสงครามได้

ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ เสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษในตะวันออกกลาง โดยเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดของโลก USS Gerald R Ford กำลังมุ่งหน้าเข้าใกล้ชายฝั่งอิสราเอล ท่ามกลางแรงกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อเรียกร้องสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์

หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่นครเจนีวา ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานไม่ยอมให้ในสิ่งที่เขาต้องการ และระบุชัดว่าเขาต้องการให้อิหร่านไม่มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเลย ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถนำไปพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ แม้อิหร่านจะยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้มุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ซึ่งกำหนดให้อิหร่านจำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในระดับต่ำ และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เขายังกล่าวว่าแหล่งนิวเคลียร์สำคัญของอิหร่านถูกทำลายราบคาบ หลังสหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม โอมานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยการเจรจา ระบุภาพรวมที่แตกต่างออกไป โดยรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน บัดร์ อัลบูไซดี ซึ่งอยู่ระหว่างพบหารือกับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ในกรุงวอชิงตัน เปิดเผยว่า อิหร่านตกลงจะไม่กักตุนยูเรเนียมในทุกระดับ และจะปรับลดสต็อกยูเรเนียมที่มีอยู่ให้กลายเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

อัลบูไซดีให้สัมภาษณ์กับรายการ Face the Nation ทางสถานี CBS ว่า หากเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้อิหร่านไม่มีระเบิดนิวเคลียร์ตลอดไป การตกลงครั้งนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญ พร้อมประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาราว 3 เดือนเพื่อสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้าย

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ เตรียมเดินทางเยือนอิสราเอลในวันจันทร์เพื่อหารือประเด็นอิหร่าน ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนและครอบครัวเดินทางออกจากอิสราเอลชั่วคราว เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

หลายประเทศออกคำเตือนการเดินทางเช่นกัน โดยเยอรมนีแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปอิสราเอลอย่างเร่งด่วน สหราชอาณาจักรย้ายเจ้าหน้าที่การทูตบางส่วนออกจากกรุงเทลอาวีฟ ส่วนจีนเรียกร้องให้พลเมืองของตนอพยพออกจากอิหร่านโดยเร็วที่สุด

นอกเหนือจากประเด็นนิวเคลียร์ ทรัมป์กล่าวในสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีว่า อิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่อาจยิงถึงสหรัฐฯ ขณะที่รูบิโอเตือนว่า หากอิหร่านไม่ยอมเจรจาเรื่องขีปนาวุธจะเป็นปัญหาใหญ่ แม้อิหร่านยืนยันว่าการเจรจาครั้งนี้ควรจำกัดอยู่ที่ประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น

ล่าสุด สหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีให้อิหร่านเป็นรัฐผู้สนับสนุนการควบคุมตัวโดยมิชอบ กรณีควบคุมตัวพลเมืองอเมริกัน

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ระบุว่า ความสำเร็จของการเจรจาขึ้นอยู่กับความจริงจังและความสมจริงจากอีกฝ่าย และหลีกเลี่ยงข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

โอมานเผย อิหร่านยอม “ไม่กักตุนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ” ชี้จุดเปลี่ยนเจรจาสหรัฐฯ

โอมานเผย อิหร่านยอม “ไม่กักตุนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ” ชี้จุดเปลี่ยนเจรจาสหรัฐฯ

28 ก.พ. 2569 06:31 น.

โอมานเผย อิหร่านยอม “ไม่กักตุนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ” ชี้จุดเปลี่ยนเจรจาสหรัฐฯ

รมว.ต่างประเทศโอมานระบุ อิหร่านตกลงไม่สะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ พร้อมเปิดทางตรวจสอบเต็มรูปแบบ หวังปิดทางพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ ด้านทรัมป์ย้ำไม่ต้องการให้มีการเสริมสมรรถนะเลย

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายซัยยิด บัดร์ บิน ฮาหมัด บิน ฮามูด อัลบูไซดี  รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง เปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CBS News ระบุว่า อิหร่านได้ตกลงจะไม่กักตุนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะในการเจรจากับสหรัฐฯ โดยเขามองว่านี่คือ “ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานกล่าวว่า ข้อตกลงนี้หมายถึง “การไม่สะสม ไม่กักตุน และมีการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบ” พร้อมย้ำว่านี่เป็นเรื่องใหม่โดยสิ้นเชิง ทำให้ประเด็นเรื่องระดับการเสริมสมรรถนะมีความสำคัญลดลง เพราะตอนนี้เราโต๊ะเจรจาพูดถึงกการกักตุนในระดับเป็นศูนย์ 

เขาระบุเพิ่มเติมว่า หากเป้าหมายสูงสุดคือการรับประกันว่าอิหร่านจะไม่สามารถมีระเบิดนิวเคลียร์ได้ตลอดไป การเจรจาครั้งนี้ถือว่าได้ไขปัญหานั้นแล้ว และขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยข้อตกลงขั้นสุดท้ายนั้นอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น

อย่างไรก้ตาม ก่อนหน้านี้ การเจรจาระหว่างผู้แทนอิหร่านกับสหรัฐฯ ในช่วงโค้งสุดท้ายเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังอิหร่านเตือนสหรัฐฯ ให้ยกเลิกข้อเรียกร้องที่เกินเลย หากต้องการเห็นข้อตกลงเกิดขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันจุดยืนว่าไม่ต้องการให้อิหร่านมีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมใดๆ แม้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านพลเรือนก็ตาม.

ที่มา Reuters

สถานการณ์ตึงเครียด อิหร่านจับตาสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่การเจรจายังไร้ข้อสรุป

สถานการณ์ตึงเครียด อิหร่านจับตาสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่การเจรจายังไร้ข้อสรุป

28 ก.พ. 2569 04:41 น.

สถานการณ์ตึงเครียด อิหร่านจับตาสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่การเจรจายังไร้ข้อสรุป

บรรยากาศในหลายเมืองทั่วอิหร่านเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังเกิดกระแสคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ อาจเตรียมเปิดฉากโจมตีทางทหาร ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสองประเทศ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศในหลายเมืองทั่วอิหร่านเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังเกิดกระแสคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ อาจเตรียมเปิดฉากโจมตีทางทหาร ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง นอนไม่หลับ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

รายงานข่าวระบุว่า คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยติดตามแพลตฟอร์มติดตามเที่ยวบินและเรือเดินสมุทรแบบเรียลไทม์ บางส่วนวิตกกังวลต่อการแทรกแซงจากภายนอก ขณะที่อีกส่วนหนึ่งแสดงความหวังว่าการกดดันจากต่างชาติอาจเปลี่ยนดุลอำนาจภายในประเทศ หลังจากการปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ยืดเยื้อมากกว่า 50 วัน

ก่อนหน้านี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยสนับสนุนให้ผู้ชุมนุมเดินหน้าประท้วงต่อไป และกล่าวว่า ความช่วยเหลือกำลังมา อย่างไรก็ตาม ท่าทีล่าสุดที่หันไปเน้นการเจรจาทางการทูต ทำให้ความหวังของบางกลุ่มเริ่มเลือนราง

ขณะเดียวกัน ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบภายในประเทศยังคงเป็นประเด็นถกเถียงอย่างหนัก องค์กรสิทธิมนุษยชนฮรานา ในสหรัฐฯ รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 7,007 ศพ และยังมีอีกหลายพันกรณีอยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยตัวเลขนี้สูงกว่าตัวเลขทางการของอิหร่านที่ระบุว่า 3,117 ศพอย่างมาก สะท้อนความคลุมเครือของข้อมูลการปราบปราม 

ด้านนายไม ซาโตะ ผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ  ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนประจำอิหร่าน  ระบุว่า ข้อจำกัดด้านอินเทอร์เน็ตและการจับกุมจำนวนมาก ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะประเมินขอบเขตที่แท้จริงของความรุนแรงในขณะนี้

สำหรับการเจรจารอบที่สามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ ที่เพิ่งสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้โดยยังไม่มีข้อตกลงสุดท้าย แม้มีสัญญาณความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย ทำให้อิหร่านเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนอีกครั้ง

นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนว่า หากการเจรจาล้มเหลว อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ร้ายแรง ผู้นำอิหร่านเคยส่งสัญญาณว่า พร้อมเสี่ยงทำสงครามระดับภูมิภาค มากกว่ายอมถอย ขณะที่ผู้สังเกตการณ์ด้านข่าวกรองบางรายมองว่า หากเผชิญแรงกดดันทางทหาร รัฐบาลอาจใช้ท่าทีแข็งกร้าวขั้นสุด ยอมเผชิญความเสียหายหนักมากกว่ายอมพ่ายแพ้โดยไร้เงื่อนไข

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายค้านของสหรัฐฯ บางรายมองว่าหากสหรัฐฯ แทรกแซงสถานการณ์ในอิหร่าน อาจเป็นเพียงการโจมตีแบบจำกัดเป้าหมาย แต่ฝ่ายอื่นเตือนถึงความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ที่อาจสร้างความเสียหายวงกว้าง

ก่อนหน้านี้ หลายประเทศออกคำแนะนำให้พลเมืองอพยพออกจากอิหร่าน ขณะที่ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรง และมีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดจากนครอิสตันบูล ของตุรกีไปยังสนามบินในกรุงเตหะราน ของอิหร่าน.

ที่มา BBC Aljazeera RT 

ด่วน รถรางตกรางพุ่งชนอาคารกลางเมืองมิลาน อิตาลีดับ 1 ศพเจ็บกว่า 20 ราย เหตุเกิดช่วงจัดแฟชั่นวีค

ด่วน รถรางตกรางพุ่งชนอาคารกลางเมืองมิลาน อิตาลีดับ 1 ศพเจ็บกว่า 20 ราย เหตุเกิดช่วงจัดแฟชั่นวีค

27 ก.พ. 2569 23:32 น.

ด่วน รถรางตกรางพุ่งชนอาคารกลางเมืองมิลาน อิตาลีดับ 1 ศพเจ็บกว่า 20 ราย เหตุเกิดช่วงจัดแฟชั่นวีค

เกิดเหตุรถรางตกรางกลางเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก่อนพุ่งชนอาคารใกล้ใจกลางเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บกว่า 20 ราย โดยเหตุเกิดขณะที่มิลานกำลังเป็นเจ้าภาพจัดงานแฟชั่นวีค  

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถรางตกรางและพุ่งชนอาคารแห่งหนึ่งในเมืองมิลาน ทางตอนเหนือของอิตาลี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 20 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเหตุใดรถรางจึงตกราง บริเวณที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ศูนย์กลางเมือง ซึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญ และในช่วงนี้กำลังมีการจัดงานแฟชั่นวีค ทำให้มีผู้คนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่

ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า มีรถพยาบาลหลายคันจอดเรียงรายเพื่อเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัย และเริ่มการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว

ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของผู้บาดเจ็บ หรือข้อมูลของผู้เสียชีวิต โดยคาดว่าจะมีการแถลงความคืบหน้าอีกครั้งหลังการตรวจสอบเบื้องต้นเสร็จสิ้น.

ที่มา AFP