
14 มิ.ย. 2569 12:01 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ญี่ปุ่นเล็งสำรวจแร่หายากในกรีนแลนด์ หวังลดพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทาน
รัฐบาลญี่ปุ่นจับมือภาคเอกชนเตรียมส่งคณะผู้แทนเยือน “กรีนแลนด์” ในช่วงฤดูร้อนนี้ เพื่อประเมินศักยภาพการสำรวจแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งเป็นแร่ธาตุหายากที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง หวังลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีน หลังจีนยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกอย่างเข้มงวด
สำนักข่าวนิกเคอิรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนที่จะเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ ในกรีนแลนด์ภายในฤดูร้อนนี้ เพื่อสนับสนุนให้บริษัทในประเทศสามารถเข้าไปลงทุนในโครงการเหมืองแร่ในดินแดนอาร์กติกแห่งนี้ได้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่จีนซึ่งเป็นผู้ควบคุมกำลังการผลิตแร่แรร์เอิร์ธทั่วโลกสูงถึงร้อยละ 70 ได้ประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกเมื่อปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตกับสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเร่งจัดหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงทางห่วงโซ่อุปทานของประเทศ
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะผู้แทนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนของญี่ปุ่นได้เดินทางไปเยือนเหมืองแร่เฟลด์สปาร์ หรือ หินฟันม้า ในกรีนแลนด์ และได้ข้อสรุปว่าการดำเนินงานทำเหมืองสามารถทำได้จริงแม้ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด
ในก้าวต่อไป รัฐบาลญี่ปุ่นจะส่งทีมนักธรณีวิทยาจากสถาบันความมั่นคงด้านโลหะและพลังงานแห่งญี่ปุ่น (JOGMEC) เดินทางไปยังเมืองนุก เมืองหลวงของกรีนแลนด์ เพื่อเข้าพบเจรจากับเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่น และลงพื้นที่สำรวจเหมืองแร่ต่างๆ ที่กำลังเตรียมการขุดเจาะแร่แรร์เอิร์ธ โดยคณะทำงานจะศึกษาทั้งเรื่องขนาดของแหล่งแร่ที่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน รวมถึงประเมินต้นทุนในการทำเหมืองอย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า แหล่งแร่ในกรีนแลนด์จะมีแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด เช่น ดิสโพรเซียม (Dysprosium) ซึ่งใช้ในการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า, กราไฟต์ (Graphite) สำหรับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ รวมถึงอาจค้นพบ แทนทาลัม (Tantalum) และ ไนโอเบียม (Niobium) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรือชิปประมวลผลขั้นสูง
ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า กรีนแลนด์มีปริมาณสำรองแร่แรร์เอิร์ธสะสมอยู่ราว 1.5 ล้านเมตริกตัน ซึ่งสูงที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก ดินแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในแถบอาร์กติกเหนือและกำลังเป็นที่สนใจอย่างมากของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่เคยแสดงความต้องการที่จะซื้อเกาะแห่งนี้อย่างจริงจัง ประกอบกับภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งละลายลงเรื่อยๆ ส่งผลให้การขุดเจาะทำได้ง่ายขึ้นกว่าในอดีต
ปัจจุบันการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในกรีนแลนด์ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น โดยมีบริษัทจากสหรัฐฯ และยุโรปกำลังเตรียมความพร้อม ซึ่งบริษัทของญี่ปุ่นอาจเข้าร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือ “กระบวนการนำแร่กลับประเทศ” เนื่องจากกรีนแลนด์ยังไม่มีโรงงานถลุงแปรรูป รัฐบาลญี่ปุ่นจึงวางแผนที่จะสร้างห่วงโซ่อุปทานร่วมกับประเทศพันธมิตร เช่น การจัดตั้งโรงกลั่นและแปรรูปแร่ภายในกลุ่มสหภาพยุโรป
ด้านรัฐบาลท้องถิ่นของกรีนแลนด์แสดงท่าทีเปิดรับความร่วมมือกับญี่ปุ่น โดย นายเจนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ได้เปิดเผยกับนิกเคอิเมื่อปลายปีที่แล้วว่า กรีนแลนด์ยินดีร่วมมือกับญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปในการพัฒนาทรัพยากร พร้อมระบุทิ้งท้ายว่า “ประเทศใดก็ตามที่ต้องการลดการพึ่งพาหังโซ่อุปทานจากจีน ควรหันมาร่วมมือกับกรีนแลนด์”.
ที่มา Nikkei Asia













