
11 มิ.ย. 2569 17:02 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ลูกเรืออินเดียดับ 3 ศพ หลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งโอมาน
รัฐบาลอินเดียยืนยันลูกเรือชาวอินเดีย 3 คนเสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่อเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นการขนส่งน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน นับเป็นผู้เสียชีวิตกลุ่มแรกนับตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลเมื่อเดือนเมษายน ขณะที่อินเดียเรียกนักการทูตสหรัฐฯ เข้าพบเพื่อยื่นประท้วงอย่างรุนแรง
นายซาร์บานันดา โซโนวาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเดินเรือของอินเดีย ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ลูกเรือชาวอินเดีย 3 รายที่เคยมีรายงานว่าสูญหายก่อนหน้านี้ ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของศพเป็นที่เรียบร้อย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินรบปฏิบัติการโจมตีอย่างแม่นยำ เข้าใส่เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “เอ็มที เซตเตเบลโล” (MT Settebello) ซึ่งติดธงปาเลา บริเวณอ่าวโอมาน โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า จำเป็นต้องยิงอาวุธนำวิถีถล่มเข้าที่บริเวณห้องเครื่องของเรือ เนื่องจากลูกเรือปฏิเสธและละเลยคำสั่งของกองกำลังอเมริกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในขณะที่เรือลำดังกล่าวพยายามฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรเพื่อขนส่งน้ำมันที่มาจากประเทศอิหร่าน
หลังการโจมตี กองทัพเรือโอมานได้ส่งหน่วยกู้ภัยเข้าตอบรับสัญญาณขอความช่วยเหลือของเรือเซตเตเบลโล เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้รุนแรงในห้องเครื่อง โดยกระทรวงการต่างประเทศอินเดียแถลงว่า สามารถช่วยเหลือลูกเรือชาวอินเดียออกมาได้ชิ้นชีวิตจำนวน 21 ราย
แหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า รัฐบาลอินเดียได้ทำการเรียกตัวรองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตของสหรัฐฯ ประจำประเทศอินเดียเข้าพบทันที เพื่อยื่นหนังสือ “ประท้วงอย่างรุนแรง” ต่อปฏิบัติการทางทหารที่เกินกว่าเหตุในครั้งนี้
สิ่งที่ทำให้ทางการอินเดียทวีความไม่พอใจ เนื่องจากนี่ถือเป็นเหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าที่มีลูกเรือส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดียลำที่ 2 แล้วภายในสัปดาห์เดียว โดยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ เพิ่งเปิดฉากถล่มเรือบรรทุกน้ำมันติดธงปาเลาอีกหนึ่งลำชื่อว่า “เอ็มที มาริเวกซ์” (MT Marivex) ในอ่าวโอมาน หลังจากเรือเปล่าลำดังกล่าวพยายามจะแล่นมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่าน ส่งผลให้ทางการโอมานต้องส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าอพยพลูกเรือชาวอินเดียหนีตาย 24 ชีวิต ท่ามกลางกลุ่มควันสีดำหนาทึบที่พวยพุ่งออกจากสะพานเดินเรือและห้องพัก
นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดี สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำโอมานยังได้รับรายงานอุบัติเหตุเกี่ยวกับเรือบรรทุกน้ำมันอีกหนึ่งลำ ซึ่งทางสหภาพลูกเรืออินเดีย ระบุว่าเป็นเรือที่มีชื่อว่า “เอ็มที จัลเวียร์” (MT Jalveer)” ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด
นายซาร์บานันดา โซโนวาล กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่งที่เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเช่นนี้บนเรือ เอ็มที เซตเตเบลโล รัฐบาลจะยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวผู้สูญเสียในชั่วโมงที่ยากลำบากนี้ และผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งส่งตัวลูกเรือที่รอดชีวิตกลับประเทศโดยด่วน รวมถึงประสานงานนำร่างอันไร้วิญญาณของผู้เสียชีวิตกลับมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านเกิดโดยเร็วที่สุด”
ความสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นกรณีลูกเรือเสียชีวิตครั้งแรก นับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเปิดฉากมาตรการปิดล้อมทางทะเล ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2026 เพื่อสกัดกั้นกองทัพเรือเงา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือเก่าที่ไม่มีการทำประกันภัยกับสถาบันการเงินตะวันตก แต่ถูกนำมาใช้หลบเลี่ยงกฎหมายเพื่อขนส่งน้ำมันเถื่อนของอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯระบุว่า ปัจจุบันมาตรการปิดล้อมนี้สามารถสยบและทำลายระบบขับเคลื่อนของเรือที่ฝ่าฝืนไปแล้ว 8 ลำ, สั่งหันหลังกลับและเปลี่ยนเส้นทางเรือที่ยอมปฏิบัติตามกฎ 134 ลำ และอนุญาตให้เรือขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ผ่านทางไปได้ 42 ลำ
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลใจอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมการเดินเรือพาณิชย์ เนื่องจาก อินเดียคือประเทศผู้ส่งออกแรงงานลูกเรือพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก โดยมีชาวอินเดียประกอบอาชีพเป็นกะลาสีและลูกเรือโลดแล่นอยู่ในกองเรือสินค้าทั่วโลกมากกว่า 300,000 คน
ด้าน นายอาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการองค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) แห่งสหประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์ว่า “ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำใด ๆ จากทุก ๆ ฝ่าย ที่ทำให้ชีวิตของลูกเรือและ ความปลอดภัยของการเดินเรือระหว่างประเทศต้องตกอยู่ในอันตราย นี่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้โดยเด็ดขาด”
วิกฤตการณ์กลางทะเลในครั้งนี้ เกิดขึ้นในข่วงเวลาที่แหลมคมทางการเมือง เนื่องจากในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ซึ่งคาดการณ์ว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย มีกำหนดการที่จะเปิดโต๊ะเจรจาทวิภาคีร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งประเด็นการสังหารลูกเรืออินเดียในครั้งนี้อาจกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ของสองมหาอำนาจต้องสั่นคลอน.
ที่มา Reuters / AFP








