ทำเนียบขาวเปิดตัว “เกมเนรเทศผู้อพยพ” เจอเสียงวิจารณ์ลดทอนความเป็นมนุษย์

ทำเนียบขาวเปิดตัว "เกมเนรเทศผู้อพยพ" เจอเสียงวิจารณ์ลดทอนความเป็นมนุษย์

4 ก.ย. 2569 15:31 น.

ทำเนียบขาวเปิดตัว “เกมเนรเทศผู้อพยพ” เจอเสียงวิจารณ์ลดทอนความเป็นมนุษย์

ทำเนียบขาวในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดตัวเปิดเว็บไซต์เกมอาร์เคดออนไลน์อย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมนโยบายหลักของรัฐบาล โดยมี “เกมเนรเทศผู้อพยพ” ที่ให้ผู้เล่นทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ไล่จับกุมผู้อพยพผิดกฎหมายและสร้างกำแพงกั้นชายแดน ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ออกมาประณามว่า เป็นการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์และนำชีวิตของคนมาทำเป็นเรื่องสนุก

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดตัวเว็บไซต์ตู้เกมอาร์เคดสไตล์คลาสสิกที่ถูกนำมาปรับแต่งในธีม “MAGA” (ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง) เพื่อตอบโต้ยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครต โดยบัญชี X อย่างเป็นทางการของทำเนียบขาวได้โพสต์วิดีโอโปรโมตพร้อมโลโก้ที่ล้อเลียนค่ายเกมดังอย่างเซกา พร้อมระบุข้อความว่า “หยุดชนะไม่ได้แล้ว สร้างกำแพง ส่งกลับประเทศ เติมเงินบัญชีทรัมป์”

โดยเกมภายในเว็บไซต์ ประกอบด้วยเกม “Rio Run” เกมที่ปรับปรุงมาจากเกมงู (Snake) คลาสสิก โดยให้ผู้เล่นรับบทเป็นเจ้าหน้าที่ชายผิวขาวทำหน้าที่ตระเวนชายแดนบริเวณแม่น้ำริโอแกรนด์ เพื่อไล่จับกุมผู้อพยพที่มีสีผิวแตกต่างกัน ซึ่งเมื่อจับได้ ผู้อพยพจะถูกเปลี่ยนเป็นชุดนักโทษสีส้มและเดินเรียงแถวตามหลังผู้เล่นเพื่อเก็บคะแนนการส่งกลับประเทศ

ต่อมาคือเกม “Build The Wall” เกมรูปแบบคล้ายเททริส (Tetris) ที่ผู้เล่นต้องวางบล็อกอิฐเพื่อสร้างกำแพงชายแดน ป้องกันพื้นที่จาก “กองทัพซอมบี้” ที่กำลังบุกเข้าพรมแดน และเกมสะสมเงินกองทุน เกมที่ให้ผู้เล่นควบคุมนกอินทรีหัวขาวเพื่อเก็บเพชรและเงินสด เข้าสู่ “บัญชีทรัมป์” (Trump Accounts) ซึ่งเป็นกองทุนเงินฝาก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเด็กที่เกิดระหว่างปี 2025 ถึง 2028

ทำเนียบขาวชี้เป็นการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตัวแทนทำเนียบขาวเปิดเผยถึงเป้าหมายของการเปิดตัวเกมเหล่านี้ว่า เป็นความพยายามเน้นย้ำถึง “วัฒนธรรมแห่งความสนุกและการได้รับชัยชนะ” ซึ่งตรงกันข้ามกับวิสัยทัศน์ของพรรคเดโมแครต พร้อมระบุว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ในการเล่าเรื่องราวความสำเร็จของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อให้เข้าถึงคนอเมริกันทุกคนได้ดียิ่งขึ้น

ด้านกลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชนและองค์กรช่วยเหลือผู้อพยพตามชายแดนได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดย “อเมริกา การ์เซีย กรูวัล” ผู้อำนวยการร่วมขององค์กร Frontera Federation ในรัฐเท็กซัส กล่าวว่า “มันน่าสะอิดเอียนมาก พวกเขาเล่นกับชีวิตคนมาหลายปี และตอนนี้ก็เอาสิ่งที่ทำมาสร้างเป็นวิดีโอเกม ทีมสร้างเกมเหล่านี้หมดสิ้นซึ่งความเข้าอกเข้าใจและความเป็นมนุษย์ไปแล้ว”

ขณะที่ อัดริอานา ฮัสโซ ผู้ประสานงานจากองค์กร AMIGOS San Diego Community ระบุว่า การทำเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความไร้ความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิงของรัฐบาล โดยพยายามเปลี่ยนวิกฤตและความสูญเสียของผู้คนในศูนย์กักกันให้กลายเป็นเรื่องขำขันและเกมตลก

เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การใช้สื่อออนไลน์และแพลตฟอร์มของรัฐบาลในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างก้าวร้าวของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดึงเอาภาพลักษณ์เชิงเหยียดเชื้อชาติมาใช้หลายครั้งจนเกิดกระแสต่อต้าน นอกจากนี้ แม้จะมีผู้เล่นบางส่วนนำคะแนนจากเกมไปโพสต์อวดในโซเชียลมีเดีย แต่ประชาชนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงลำดับความสำคัญของรัฐบาล ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นและสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ.

ที่มา AFP / CNN

ผู้ตัดสินฟุตบอลหญิงเกาหลีใต้จ่อถูกสอบวินัย ปมถูกกล่าวหาหมิ่นนักเตะเรื่องประจำเดือน

ผู้ตัดสินฟุตบอลหญิงเกาหลีใต้จ่อถูกสอบวินัย ปมถูกกล่าวหาหมิ่นนักเตะเรื่องประจำเดือน

4 ก.ย. 2569 13:18 น.

ผู้ตัดสินฟุตบอลหญิงเกาหลีใต้จ่อถูกสอบวินัย ปมถูกกล่าวหาหมิ่นนักเตะเรื่องประจำเดือน

สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้เดินหน้ากระบวนการทางวินัยต่อผู้ตัดสินหญิง “แพ ซอนยอง” หลังถูก “จี โซยุน” ดาวยิงทีมซูวอน เอฟซี วีเมน กล่าวหาว่าพูดพาดพิงเรื่องการมีประจำเดือน ระหว่างการแข่งขันลีกหญิงเกาหลีใต้ จนถูกมองว่าเป็นคำพูดเชิงดูหมิ่น ขณะที่ผู้ตัดสินปฏิเสธว่าไม่ได้พูดถึงนักเตะคนใดโดยเฉพาะ และโต้แย้งว่าไม่ได้ใช้คำว่า “ประจำเดือน” โดยตรง

สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ หรือ KFA เปิดกระบวนการสอบสวนทางวินัยต่อ “แพ ซอนยอง” ผู้ตัดสินฟุตบอลหญิง หลังถูกกล่าวหาว่าพูดจาเชิงล่วงละเมิดทางเพศต่อ “จี โซยุน” นักฟุตบอลหญิงทีมซูวอน เอฟซี วีเมน ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลหญิงลีกเกาหลีใต้ หรือ WK League

เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างเกมที่ซูวอน เอฟซี วีเมน พบกับทีมโซล ซิตี้ ฮอลล์ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยจีโซยุนเข้าไปประท้วงจังหวะที่ผู้ตัดสินไม่เป่าให้ทีมได้ลูกจุดโทษ หลังจากนั้น นักเตะวัย 35 ปีอ้างว่าได้ยินผู้ตัดสินพูดกับเจ้าหน้าที่อีกคนในลักษณะว่า “เธออ่อนไหวมาตั้งแต่ต้น คงกำลังมีประจำเดือน”

การแข่งขันดังกล่าวมีการถ่ายทอดสดผ่านช่องยูทูบของสหพันธ์ฟุตบอลหญิงเกาหลีใต้ ทำให้เหตุการณ์และประเด็นคำพูดของผู้ตัดสินได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง

จีโซยุนกล่าวว่า หลังได้ยินคำพูดดังกล่าว เธอจึงหันไปถามผู้ตัดสินว่า “เมื่อกี้คุณพูดอะไร” พร้อมเตือนว่าผู้ตัดสินอาจถูกลงโทษจากคำพูดดังกล่าว แต่แทนที่ผู้ตัดสินจะชี้แจง กลับแจกใบเหลืองให้เธอ ขณะที่ในจังหวะที่นักเตะแสดงความไม่พอใจ ผู้ตัดสินยังหยิบใบแดงขึ้นมา แต่ไม่ได้ชูให้กับจีโซยุน

หลังเกิดเหตุ จีโซยุนเปิดเผยต่อสื่อท้องถิ่นว่า เธอได้ยินคำพูดดังกล่าวผ่านระบบสื่อสารที่ผู้ตัดสินใช้ติดต่อกันระหว่างการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม แพซอนยองปฏิเสธในเบื้องต้นว่าไม่เคยพูดข้อความดังกล่าว ก่อนชี้แจงภายหลังว่า คำพูดของเธอไม่ได้หมายถึงนักเตะคนใดโดยเฉพาะ แต่เป็นเพียงการสนทนากับเจ้าหน้าที่ผู้ตัดสินอีกคน และยืนยันว่าไม่ได้พูดคำว่า “ประจำเดือน” โดยตรง

ก่อนหน้านี้ ฝ่ายผู้ตัดสินของ KFA ระบุเช่นกันว่า ไม่พบการใช้คำว่า “ประจำเดือน” ในการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ แต่สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า คำที่ผู้ตัดสินใช้จริงอาจเป็น “วันนั้นของเดือน”  ซึ่งเป็นคำพูดทางอ้อมที่ใช้หมายถึงการมีประจำเดือน

ต่อมา ซูวอน เอฟซี วีเมนได้เรียกร้องให้ทั้งสหพันธ์ฟุตบอลหญิงเกาหลีใต้และ KFA ตรวจสอบเหตุการณ์อย่างละเอียด ขณะที่สภาประเมินผู้ตัดสินสมัครเล่นของ KFA มีมติส่งเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการวินัย หลังเห็นว่าเป็นกรณีที่มีความร้ายแรง

คณะกรรมการจะตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน รับฟังคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง และพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามระเบียบหรือไม่ รวมถึงกำหนดระดับบทลงโทษหากพบว่ามีความผิด โดย KFA ยังไม่ได้ระบุวันจัดการพิจารณาทางวินัยอย่างเป็นทางการ

ตามระเบียบของคณะกรรมการ ผู้ตัดสินที่ถูกวินิจฉัยว่ากระทำการล่วงละเมิดทางวาจาในระดับไม่รุนแรงหรือเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า อาจถูกพักการทำหน้าที่หรือระงับคุณสมบัติผู้ตัดสินเป็นเวลา 3 เดือนถึง 1 ปี ส่วนกรณีที่รุนแรงกว่านั้น อาจถูกระงับคุณสมบัติเป็นเวลา 1-3 ปี

สมาคมนักฟุตบอลอาชีพเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้เรียกร้องให้ถอดผู้ตัดสินออกจากหน้าที่ทันที พร้อมเรียกร้องบทลงโทษขั้นรุนแรงที่สุด และให้ KFA จัดตั้งคณะกรรมการฉุกเฉินเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว

จีโซยุนถือเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของเกาหลีใต้ โดยลงเล่นให้ทีมชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเกาหลีใต้ เมื่อนับรวมทั้งฟุตบอลชายและหญิง รวม 175 นัด และยิงประตูให้ทีมชาติ 75 ประตู นอกจากนี้ เธอยังเคยค้าแข้งกับเชลซีในฟุตบอลหญิงอังกฤษ

KFA ระบุว่า จะใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนเพื่อจัดทำมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก พร้อมยกระดับการอบรมและส่งเสริมวัฒนธรรมการเคารพซึ่งกันและกันระหว่างนักเตะ ผู้ตัดสิน และบุคลากรทุกฝ่ายในวงการฟุตบอลหญิงเกาหลีใต้.

ที่มา Yonhap / JoongAng Ilbo

“โฟล์คสวาเกน” อนุมัติแผนปลดพนักงานเพิ่ม 50,000 ตำแหน่ง รวมแตะ 1 แสนคน

"โฟล์คสวาเกน" อนุมัติแผนปลดพนักงานเพิ่ม 50,000 ตำแหน่ง รวมแตะ 1 แสนคน

4 ก.ย. 2569 12:29 น.

“โฟล์คสวาเกน” อนุมัติแผนปลดพนักงานเพิ่ม 50,000 ตำแหน่ง รวมแตะ 1 แสนคน

“โฟล์กสวาเกน” ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป อนุมัติแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 89 ปีของบริษัท เตรียมลดพนักงานเพิ่มอีกราว 50,000 ตำแหน่งทั่วโลก เมื่อรวมกับแผนเดิมจะมีการลดตำแหน่งงานทั้งหมดราว 100,000 ตำแหน่งภายในปี 2030

คณะกรรมการกำกับดูแลของโฟล์กสวาเกน (Volkswagen) อนุมัติแผนปรับโครงสร้างและยกระดับการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งจะนำไปสู่การลดตำแหน่งงานเพิ่มเติมประมาณ 50,000 ตำแหน่งทั่วโลก ภายในปี 2030

เมื่อรวมกับแผนลดพนักงานประมาณ 50,000 ตำแหน่งที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ จะทำให้โฟล์กสวาเกนลดตำแหน่งงานรวมประมาณ 100,000 ตำแหน่ง คิดเป็นราว 15% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก และถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์โลก แซงหน้าการลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่งของบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ส ของสหรัฐฯ  หลังบริษัทเข้าสู่กระบวนการล้มละลายในปี 2009

โฟล์กสวาเกน ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีแบรนด์รถยนต์ 10 แบรนด์ รวมถึง “ออดี้” และ “พอร์ช” กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากหลายด้าน ทั้งมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่สม่ำเสมอ กำลังการผลิตที่สูงเกินความต้องการ และโดยเฉพาะการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีน ทั้งในตลาดจีนและตลาดอื่นทั่วโลก

บริษัทระบุว่า จำเป็นต้องปรับจำนวนบุคลากรให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและความเป็นจริงทางธุรกิจ โดยแผนการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ นอกจากการลดจำนวนพนักงานแล้ว ทั้งฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงานยังเห็นพ้องในการแสวงหาแนวทางทางเลือกอื่นสำหรับโรงงาน 4 แห่งในประเทศเยอรมนี ได้แก่ โรงงานในเมืองฮันโนเวอร์ (Hannover), เอมเดน (Emden), ซวิกเกา (Zwickau) และเนกคาร์ซุล์ม (Neckarsulm) ซึ่งอาจทยอยยุติการผลิตรถรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ปี 2031 เป็นต้นไป ซึ่งหากมีการปิดโรงงานจริง จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่โฟล์คสวาเกนปิดโรงงานผลิตขนาดใหญ่ในประเทศบ้านเกิดของตนเอง

อย่างไรก็ตาม โฟล์กสวาเกนและสหภาพแรงงานยังไม่ได้อนุมัติการปิดโรงงานใดอย่างเป็นทางการ และกำลังพิจารณาทางเลือกอื่นในการใช้ประโยชน์จากโรงงานเหล่านี้

หากมีการปิดโรงงานผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ในเยอรมนีจริง จะถือเป็นครั้งแรกที่โฟล์กสวาเกนปิดโรงงานผลิตรถยนต์เต็มรูปแบบในประเทศบ้านเกิดของบริษัท โดยนายมาร์ติน เลห์มันน์ พนักงานโรงงานซวิคเคา ซึ่งทำงานที่นั่นมาตั้งแต่ปี 2012 เตือนว่า การปิดโรงงานจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจของทั้งภูมิภาค เนื่องจากโรงงานและธุรกิจซัพพลายเออร์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของพื้นที่

การอนุมัติแผนดังกล่าวช่วยคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับสหภาพแรงงาน หลังทั้งสองฝ่ายเจรจากันอย่างตึงเครียดมาหลายสัปดาห์ ก่อนหน้านี้สหภาพแรงงาน IG Metall กล่าวหาฝ่ายบริหารว่าไม่ได้สื่อสารกับพนักงานอย่างตรงไปตรงมา หลังข่าวการลดตำแหน่งงาน 100,000 ตำแหน่งปรากฏในสื่อก่อนที่จะมีการแจ้งให้พนักงานทราบอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ รายงานข่าวที่ระบุว่าฝ่ายบริหารอาจหาทางหลีกเลี่ยงอำนาจของคณะกรรมการกำกับดูแล เพื่อผลักดันแผนปรับโครงสร้าง ยังทำให้สหภาพ IG Metall ไม่พอใจอย่างหนัก โดยสหภาพใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตีแนวคิดดังกล่าวว่าเป็นเรื่อง “ไร้สาระและเหลวไหล”

โอลิเวอร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโฟล์กสวาเกน กล่าวว่า คณะกรรมการกำกับดูแลมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติแผนอนาคตที่ฝ่ายบริหารเสนอ พร้อมระบุว่าแผนดังกล่าวเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งต่ออนาคตของกลุ่มโฟล์กสวาเกน และบริษัทกำลังรับผิดชอบต่อพนักงาน หุ้นส่วนทางธุรกิจ และตำแหน่งงานในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก

ภายใต้ข้อตกลงใหม่ ยังมีการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทให้เรียบง่ายขึ้น พร้อมลดอิทธิพลของคณะกรรมการกำกับดูแลต่อการตัดสินใจสำคัญบางประการ โดยเฉพาะอำนาจของตัวแทนแรงงานและรัฐโลว์เออร์แซกโซนี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของโฟล์กสวาเกนและมีโรงงานของบริษัทตั้งอยู่ 6 แห่งในรัฐดังกล่าว

ตามกฎหมายปี 1960 ที่ใช้ในการแปรรูปโฟล์กสวาเกน การจัดตั้งหรือย้ายโรงงานต้องได้รับเสียงสนับสนุนสองในสามของคณะกรรมการกำกับดูแล ซึ่งทำให้ฝ่ายแรงงานที่ถือครองที่นั่งครึ่งหนึ่งมีอำนาจในการขัดขวางการปิดโรงงานได้ในทางปฏิบัติ ข้อตกลงใหม่จึงมีเป้าหมายที่จะปรับเกณฑ์การอนุมัติและโครงสร้างการตัดสินใจให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติโดยทั่วไป

ตัวแทนสหภาพแรงงานและสมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลของโฟล์กสวาเกนระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการประนีประนอมที่ดี โดยแรงงานและรัฐโลว์เออร์แซกโซนีได้ร่วมกันป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการอนุมัติปิดโรงงานแห่งใดในขณะนี้

หลังข่าวการอนุมัติแผนปรับโครงสร้าง หุ้นโฟล์กสวาเกนในตลาดแฟรงก์เฟิร์ตปิดเพิ่มขึ้นถึง 7.9% สะท้อนความโล่งใจของนักลงทุน หลังตลาดกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับสหภาพแรงงานและรัฐโลว์เออร์แซกโซนอาจพัฒนาไปสู่วิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมระบุว่าความขัดแย้งยังไม่ได้ยุติลงอย่างสมบูรณ์ โดยในช่วงประมาณ 10 เดือนข้างหน้าจะมีการหารือถึงอนาคตของโรงงานทั้ง 4 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะทยอยยุติการผลิตรถยนต์บางรุ่นตั้งแต่ปี 2031 เป็นต้นไป

โฟล์กสวาเกนระบุว่า การลดตำแหน่งงานครั้งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับกำลังการผลิตและจำนวนพนักงานทั่วโลกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางธุรกิจ แต่บริษัท ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า การลดพนักงานจะเกิดขึ้นเมื่อใด และจะกระจายไปยังแบรนด์หรือภูมิภาคต่าง ๆ ในสัดส่วนเท่าใด.

ที่มา AFP / Reuters

สิงคโปร์สำลักควัน ค่าฝุ่นพุ่ง แตะระดับอันตรายต่อสุขภาพ

สิงคโปร์สำลักควัน ค่าฝุ่นพุ่ง แตะระดับอันตรายต่อสุขภาพ

4 ก.ย. 2569 11:56 น.

สิงคโปร์สำลักควัน ค่าฝุ่นพุ่ง แตะระดับอันตรายต่อสุขภาพ

สิงคโปร์เผชิญปัญหาคุณภาพอากาศ หลังค่าดัชนีมลพิษทางอากาศพุ่งทะลุ 100 เข้าสู่ระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” ท่ามกลางสถานการณ์หมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียน

ค่าดัชนีมลพิษทางอากาศ หรือ PSI ในพื้นที่ภาคกลางของสิงคโปร์พุ่งเข้าสู่ระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” โดยแตะ 101 ในช่วง 07.00 น. ของวันศุกร์ที่ 4 กันยายน และเพิ่มขึ้นเป็น 105 ในเวลา 10.00 น. ท่ามกลางสถานการณ์หมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียน

สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ NEA รายงานว่า ค่า PSI เฉลี่ย 24 ชั่วโมงในพื้นที่ภาคกลางของสิงคโปร์อยู่ที่ 101 เมื่อเวลา 07.00 น. ซึ่งถือว่าเข้าสู่ระดับไม่ดีต่อสุขภาพ ก่อนขยับขึ้นเป็น 105 ในเวลา 10.00 น.

ขณะที่พื้นที่อื่น ๆ ของสิงคโปร์ยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยภาคตะวันตกมีค่า PSI อยู่ที่ 90 ภาคตะวันออก 89 ภาคเหนือ 78 และภาคใต้ 75

ค่า PSI 24 ชั่วโมง เป็นดัชนีที่ใช้ประเมินคุณภาพอากาศในแต่ละวัน และเป็นค่าที่ NEA ใช้ประกอบการออกคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยคำนวณจากมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด ได้แก่ PM2.5, PM10, โอโซน, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ไนโตรเจนไดออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์

สำหรับ PM2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร และถือเป็นมลพิษหลักในช่วงที่เกิดหมอกควัน ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

NEA ระบุว่า สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศหลายแห่งในกาลิมันตัน รวมถึงพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ตลอดจนรัฐซาบาห์และซาราวักของมาเลเซีย ตรวจพบคุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพจนถึงระดับอันตราย

ขณะเดียวกัน ยังตรวจพบจุดความร้อนจำนวนมากกระจายอยู่ในกาลิมันตัน รวมถึงพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของสุมาตรา ขณะที่พื้นที่อื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียนตอนใต้ก็พบจุดความร้อนเช่นกัน เนื่องจากหลายพื้นที่ยังคงเผชิญสภาพอากาศแห้งแล้ง

นอกจากนี้ ยังพบ หมอกควันข้ามแดนระดับปานกลางถึงหนาแน่น ปกคลุมพื้นที่ตอนเหนือของเกาะบอร์เนียวและตะวันตกเฉียงใต้ของฟิลิปปินส์ รวมถึงพบกลุ่มควันจำนวนมากในกาลิมันตัน สุมาตราตอนกลางและตอนใต้ และซาราวักตอนกลาง

NEA คาดการณ์ว่า ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า หลายพื้นที่ทางตอนใต้ของอาเซียนจะยังคงมีสภาพอากาศแห้ง ขณะที่พื้นที่ตอนเหนือของคาบสมุทรมาเลเซียและสุมาตรา รวมถึงตอนกลางของเกาะบอร์เนียว มีแนวโน้มเกิดฝนตก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จุดความร้อนและหมอกควันมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ซึ่งเผชิญภาวะแห้งแล้งเป็นเวลานาน และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิด หมอกควันข้ามแดนรุนแรง

เตือนประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้ง

NEA ระบุว่า จะออกคำแนะนำด้านสุขภาพเกี่ยวกับหมอกควันเป็นประจำทุกวัน เมื่อค่า PSI 24 ชั่วโมงเข้าสู่ระดับไม่ดีต่อสุขภาพ หรือ สูงกว่า 100

โดยค่า PSI ระหว่าง 201-300 ถือว่าอยู่ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก” และหากสูงกว่า 300 จะเข้าสู่ระดับ “อันตราย”

สำหรับประชาชนทั่วไป หากค่า PSI อยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ ควรลดการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานานหรือกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ขณะที่ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานหรือใช้แรงมาก

ส่วนผู้ที่มีโรคปอดหรือโรคหัวใจเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมากเป็นเวลานาน และเพิ่มความระมัดระวังหากคุณภาพอากาศแย่ลง

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน หรือ ASMC ได้ยกระดับการแจ้งเตือนสถานการณ์หมอกควันในภูมิภาคอาเซียนตอนใต้เป็น ระดับ 2 ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นอันดับ 2 สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของหมอกควันข้ามแดนจากกิจกรรมจุดความร้อนและไฟป่า.

ที่มา :channelnewsasia

ช่วยชีวิต 2 คนงานรอดตายปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในอุโมงค์เนปาลนาน 9 วัน

ช่วยชีวิต 2 คนงานรอดตายปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในอุโมงค์เนปาลนาน 9 วัน

4 ก.ย. 2569 11:52 น.

ช่วยชีวิต 2 คนงานรอดตายปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในอุโมงค์เนปาลนาน 9 วัน

เจ้าหน้าที่เนปาลช่วยเหลือคนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 คนออกจากอุโมงค์ได้อย่างปลอดภัย หลังติดอยู่ใต้ซากโคลนและเศษวัสดุนานถึง 9 วัน จากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 1,250 ราย และยังมีผู้สูญหายกว่า 5,000 คน ขณะที่ภารกิจกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ในอุโมงค์อื่น ๆ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเนปาลประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือคนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 คนออกจากอุโมงค์โครงการไฟฟ้าพลังน้ำไตรศุลี 3A ได้อย่างปลอดภัยวันนี้ (4 ก.ย.) หลังทั้งสองติดอยู่ภายในนานถึง 9 วัน จากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ส.ค.

ผู้รอดชีวิตทั้งสองได้รับการระบุชื่อว่านายซันเจย์ ชาห์ อายุ 30 ปี หัวหน้าคนงานฝ่ายเครื่องกล และนายคาบีร์ มหาราจัน อายุ 45 ปี หัวหน้างานฝ่ายเครื่องกล โดยทั้งคู่เป็นเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าเนปาล หรือ NEA

ภาพที่เผยแพร่โดยกระทรวงพลังงานเนปาลเผยให้เห็นช่วงเวลาที่ทีมกู้ภัยสามารถนำชายคนหนึ่งออกมาจากช่องเปิดของอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยโคลน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของเจ้าหน้าที่ ส่วนภาพอีกภาพเผยให้เห็นชายอีกคนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน มือประนมเข้าหากัน ขณะถูกนำตัวออกจากพื้นที่บนเปลสีส้ม

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ชาห์เป็นคนแรกที่ได้รับการช่วยเหลือออกจากอุโมงค์ โดยหลังได้รับการช่วยเหลือ ทีมกู้ภัยได้ให้ออกซิเจนแก่เขา ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งไปยังเมืองบัตตาร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ ส่วนภรรยาของมหาราจันกำลังเดินทางไปพบเขาที่โรงพยาบาลทหารฉาวนีในกรุงกาฐมาณฑุ

ซูเรช เชาดารี เพื่อนร่วมงานของชาห์ กล่าวกับสื่อว่า รู้สึกดีใจอย่างมากกับข่าวการช่วยเหลือ และความสำเร็จครั้งนี้ทำให้มีความหวังว่า คนงานคนอื่น ๆ ที่ยังติดอยู่ภายในอุโมงค์อาจได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างมีชีวิตเช่นกัน

เหตุอุทกภัยครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมวลโคลนและเศษหินขนาดมหาศาล ซึ่งเกิดจากหิมะและน้ำแข็งถล่มลงมาจากพื้นที่ภูเขาบริเวณชายแดนจีน-เนปาล ก่อนพัดไหลลงมาตามแม่น้ำและพื้นที่โดยรอบอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,250 ราย และยังสูญหายอีกกว่า 5,000 คน

ในจำนวนผู้สูญหาย มีคนงานหลายร้อยคนที่ทำงานอยู่ภายในเครือข่ายอุโมงค์ขนาดใหญ่ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งตามแนวแม่น้ำ เจ้าหน้าที่จึงยังคงปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในอุโมงค์อย่างน้อย 6 แห่ง ซึ่งคาดว่าอาจมีผู้ติดอยู่ภายในมากกว่า 150 คน

สำหรับที่โครงการไตรศุลี 3A ทีมกู้ภัยได้สูบน้ำและอากาศเข้าไปภายในอุโมงค์ พร้อมขุดผ่านกองโคลนและเศษซากที่ปิดกั้นทางเข้าเป็นระยะทางประมาณ 50-60 เมตร เพื่อเปิดเส้นทางเข้าไปถึงผู้ที่ติดอยู่ด้านใน

ก่อนช่วยเหลือคนงานทั้งสองได้สำเร็จ ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยอุโมงค์ชาวออสเตรเลีย อาร์โนลด์ ดิกซ์ ซึ่งให้คำปรึกษาปฏิบัติการกู้ภัยจากระยะไกล เปิดเผยว่า ทีมกู้ภัยที่ไตรศุลี 3A เชื่อว่าได้ยินเสียงตอบรับแผ่วเบาจากภายในอุโมงค์

ดิกซ์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ตะโกนเข้าไปในอุโมงค์เพื่อบอกผู้ที่ติดอยู่ด้านในว่าไม่ต้องกลัวและกำลังเข้าไปช่วยเหลือ ก่อนจะได้ยินเสียงตอบรับเป็นคำว่า “ฮุนฉะ” ซึ่งในภาษาเนปาลหมายถึง “ใช่” หรือ “ตกลง”

ดิกซ์ ซึ่งเป็นประธานสมาคมอุโมงค์และพื้นที่ใต้ดินระหว่างประเทศ กล่าวด้วยว่า หลังจากทีมกู้ภัยทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ภารกิจกลับมามีความหวังอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากทางการเชื่อว่าอาจมีผู้รอดชีวิตอีกจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งนำอากาศเข้าสู่อุโมงค์และเปิดเส้นทางผ่านกองโคลนและเศษซาก เพื่อเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือผู้สูญหายที่อาจยังมีชีวิตอยู่

เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดของเนปาลในช่วงที่ผ่านมา และการช่วยเหลือคนงานทั้งสองหลังติดอยู่ใต้ซากอุโมงค์นานถึง 9 วัน ได้สร้างความหวังให้กับครอบครัวของผู้สูญหายจำนวนมากว่าอาจยังมีผู้รอดชีวิตรอความช่วยเหลืออยู่ภายในพื้นที่ประสบภัย.

ที่มา BBC / AFP 

พายุฝน 100 ปี ถล่มโตรอนโต ทำฝนเกือบเท่าทั้งเดือนในไม่กี่ชั่วโมง

พายุฝน 100 ปี ถล่มโตรอนโต ทำฝนเกือบเท่าทั้งเดือนในไม่กี่ชั่วโมง

4 ก.ย. 2569 11:22 น.

พายุฝน 100 ปี ถล่มโตรอนโต ทำฝนเกือบเท่าทั้งเดือนในไม่กี่ชั่วโมง

นครโตรอนโตของแคนาดา ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าคลี่คลายวิกฤตและเร่งทำความสะอาดเมืองอย่างหนัก หลังเผชิญพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง หรือ “ฝน 100 ปี” ถล่มเมืองอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และการจราจรเป็นอัมพาต ล่าสุดสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นครโตรอนโตเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงพัดถล่มเมืองเมื่อช่วงบ่ายและค่ำวันพุธที่ผ่านมา (2 ก.ย.) ทำให้เกิดฝนตกหนัก ลูกเห็บขนาดใหญ่ และความเสี่ยงเกิดพายุทอร์นาโดในหลายพื้นที่ของรัฐออนทาริโอ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้บางพื้นที่ของโตรอนโตมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 150 มิลลิเมตร ขณะที่ปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดเดือนสิงหาคมอยู่ที่ประมาณ 78 มิลลิเมตร ด้านนักภูมิอากาศของแคนาดาระบุว่า วันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เป็นวันที่มีฝนตกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของโตรอนโต โดยพื้นที่ใจกลางเมืองมีฝนประมาณ 60 มิลลิเมตร และจุดวัดบางแห่งพบปริมาณฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร หรือเกือบเท่ากับปริมาณฝนตลอดหนึ่งเดือน

พายุฝนทำให้แม่น้ำดอนเอ่อล้นตลิ่ง เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนและถนน ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น ระบบรถไฟใต้ดินและเรือเฟอร์รีไปยังเกาะโตรอนโตต้องระงับให้บริการ ขณะที่ช่วงพายุรุนแรงที่สุด มีประชาชนในเมืองราว 65,000 รายไม่มีไฟฟ้าใช้

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงโตรอนโตได้รับแจ้งเหตุเกือบ 1,500 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง ถือเป็นปริมาณการแจ้งเหตุสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของหน่วยดับเพลิงเมือง รองจากเหตุพายุน้ำแข็งครั้งใหญ่ในปี 2013 โดยภารกิจช่วยเหลือรวมถึงการช่วยคนติดอยู่ในลิฟต์ คนงานติดอยู่บนโครงนั่งร้าน เหตุไฟไหม้ และอาคารบางส่วนพังถล่ม ขณะที่ตำรวจระบุว่า วันเดียวมีการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน 911 มากถึง 5,030 ครั้ง

โอลิเวีย โจว นายกเทศมนตรีเมืองโตรอนโต กล่าวว่า พายุผ่านพ้นไปแล้ว และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีการเตรียมพร้อมและประสานงานกันอย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าทำงานจนกว่าถนนทุกสายจะเปิดใช้งานได้และประชาชนทุกคนจะมีไฟฟ้าใช้

ล่าสุด ไฟฟ้ากลับมาแล้วประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าของ Toronto Hydro ที่ยังไม่มีไฟฟ้าลดลงเหลือประมาณ 5,700 ราย จาก 65,000 รายในช่วงที่พายุรุนแรงที่สุด ขณะที่ Hydro One รายงานว่ายังมีลูกค้าอีกประมาณ 15,000 รายไม่มีไฟฟ้าใช้

อย่างไรก็ตาม ระบบขนส่งสาธารณะกลับมาให้บริการตามกำหนด ค่ายฤดูร้อนของเมืองเปิดตามเวลาปกติ และงาน Canadian National Exhibition กลับมาเปิดอีกครั้งในเช้าวันพฤหัสบดี หลังต้องปิดเร็วกว่ากำหนดในช่วงค่ำวันพุธ

พายุยังส่งผลกระทบต่อสนามบินนานาชาติโตรอนโตเพียร์สัน ทำให้เที่ยวบินล่าช้าและยกเลิกบางเที่ยวบิน แต่การให้บริการกำลังทยอยกลับสู่ภาวะปกติ ส่วนสนามโรเจอร์ส สเตเดียม สนามจัดคอนเสิร์ตขนาดความจุ 50,000 คน ได้รับความเสียหายจากพายุ โดยผู้จัดงานระบุว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย

พอล จอห์นสัน ผู้จัดการเมืองโตรอนโต ระบุว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาเข้าข่ายเหตุการณ์พายุระดับ “ฝน 100 ปี” ตามเกณฑ์ของเมือง พร้อมยอมรับว่า ปริมาณน้ำฝนมหาศาลสามารถเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่

ด้าน เดวิด ฟิลลิปส์ นักภูมิอากาศจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแคนาดา กล่าวว่า แม้พายุฝนฟ้าคะนองจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น และเหตุการณ์ฝนตกหนักในลักษณะนี้อาจกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน เมืองโตรอนโตได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากประชาชนประมาณ 1,000 ราย และทางการแนะนำให้ผู้ที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วม ต้นไม้ล้ม หรือความเสียหายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพายุ โทรศัพท์ไปยังหมายเลข 311 เพื่อขอความช่วยเหลือจากทางเมืองโดยตรง.

ที่มา CBC News / Global News

นักวิจัย “นมแมลงสาบ” “ทดลองกางเกงใน” คว้ารางวัลอิ๊กโนเบล

นักวิจัย "นมแมลงสาบ" "ทดลองกางเกงใน" คว้ารางวัลอิ๊กโนเบล

4 ก.ย. 2569 11:04 น.

นักวิจัย “นมแมลงสาบ” “ทดลองกางเกงใน” คว้ารางวัลอิ๊กโนเบล

นักวิจัยศึกษานมแมลงสาบ วิวัฒนาการของการจูบ และใช้กางเกงในวัดสุขภาพดิน คว้ารางวัลอิ๊กโนเบล เชิดชูงานวิทยาศาสตร์สุดแปลกแต่สร้างสรรค์

วันที่ 3 กันยายน 2569 นักวิจัย 10 ทีมได้รับรางวัลอิ๊กโนเบล (Ig Nobel) ประจำปี ในพิธีมอบรางวัลวิทยาศาสตร์สุดแปลก จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมในนครซูริก ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยนักวิจัยได้รับถ้วยรางวัลรูปทรงคล้ายการผสมกันระหว่างเห็ดกับเท้ามนุษย์ ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานตามธรรมเนียมของงาน ซึ่งผู้ชมต่างพับเครื่องบินกระดาษและขว้างขึ้นไปบนเวทีเพื่อเปิดการแสดง

รายงานข่าวระบุว่า หนึ่งในงานวิจัยที่ได้รับรางวัลคือการศึกษานมแมลงสาบ จากการค้นพบว่าโปรตีนในนมจากแมลงสาบมีพลังงานมากกว่าโปรตีนในนมจากวัวถึงสามเท่า ขณะที่ทีมนักวิจัยอีกกลุ่มฝังกางเกงใน 1,000 ตัวไว้ในดินในกว่า 25 ประเทศ เพื่อศึกษาว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในดินมีบทบาทอย่างไรต่อการย่อยสลายเนื้อผ้า และใช้เป็นตัวชี้วัดสุขภาพของดิน

ในขณะเดียวกันนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและสถาบันเทคโนโลยีฟลอริดาได้รับรางวัลจากการศึกษาวิวัฒนาการของการจูบ ส่วนผลงานของแพทย์ชาวญี่ปุ่นผู้ล่วงลับ โทคุจิ อุนโนะ มุ่งศึกษาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการสั่งน้ำมูก

ทั้งนี้รางวัลอิ๊กโนเบล จัดโดยนิตยสารดิจิทัล Annals of Improbable Research ซึ่งต้องการเชิดชูผลงานวิจัยที่สร้างเสียงหัวเราะในตอนแรก ก่อนทำให้ผู้คนได้คิดและสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดยรางวัลนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับรางวัลโนเบล ซึ่งมีกำหนดประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในช่วงต้นเดือนตุลาคม.

ที่มา AFP

กัมพูชาเผยกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศ อายัดเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ส่ง 446 คดีขึ้นศาล

กัมพูชาเผยกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศ อายัดเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ส่ง 446 คดีขึ้นศาล

4 ก.ย. 2569 09:51 น.

กัมพูชาเผยกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศ อายัดเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ส่ง 446 คดีขึ้นศาล

กัมพูชากวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศ อายัดเงินในบัญชีกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ส่ง 446 คดีขึ้นศาล ผู้ต้องหาเกือบ 4,000 คน จาก 29 สัญชาติ

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์กัมพูชา เปิดเผยผลการปราบปรามอาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ระบุว่า สามารถอายัดเงินในบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงกับแก๊งหลอกลวงได้มากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,600 ล้านบาท พร้อมส่ง 446 คดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา 3,927 คน จาก 29 สัญชาติ ดำเนินคดีในศาล

นอกจากนี้ ทางการยังดำเนินคดีกับคาสิโน 27 แห่งที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงออนไลน์ โดยเพิกถอนใบอนุญาต 18 แห่ง และสั่งระงับการดำเนินงานอีก 9 แห่ง ขณะเดียวกัน มีการดำเนินคดี 4 คดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐ 15 คน ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของแก๊งหลอกลวง ครอบคลุมบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพ

กัมพูชาระบุว่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย 832 แห่ง บุกค้น 663 แห่ง และเข้าควบคุมพื้นที่แก๊งหลอกลวงขนาดใหญ่ 86 แห่ง โดยอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการทางกฎหมายเพื่อยึดทรัพย์ พร้อมระบุว่า ขณะนี้ไม่พบแก๊งหลอกลวงขนาดใหญ่ดำเนินงานอยู่ในประเทศแล้ว แต่พบว่าบางกลุ่มปรับเปลี่ยนวิธีการไปใช้สถานที่ขนาดเล็กและเป็นสถานที่ปิดมากขึ้น อาทิ ห้องเช่า เกสต์เฮาส์ คอนโดมิเนียม บ้าน รถยนต์ และร้านกาแฟ

คณะกรรมาธิการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์กัมพูชาเรียกร้องให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเบาะแสสถานที่ต้องสงสัย รวมถึงให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวน ปราบปราม และดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำจัดอาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ทั่วประเทศ.

ที่มา Freshnews

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยเล็งลดขนาดพิธีพระบรมศพอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ลดผลกระทบปชช.

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยเล็งลดขนาดพิธีพระบรมศพอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ลดผลกระทบปชช.

4 ก.ย. 2569 09:01 น.

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยเล็งลดขนาดพิธีพระบรมศพอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ลดผลกระทบปชช.

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นพิจารณาปรับลดพิธีสำคัญหลังการสิ้นพระชนม์ของอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ โดยอาจย้ายสถานที่จัดพิธีเข้าพระราชวังและลดผู้เข้าร่วมเหลือราว 2,500 คน 

วันที่ 3 กันยายน 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า สำนักพระราชวังญี่ปุ่นกำลังพิจารณาปรับลดขนาดพิธีสำคัญในการพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งจะทรงมีพระชนมพรรษา 93 พรรษาในปีนี้ โดยเป็นเพียงการเตรียมการวางแผนล่วงหน้าแม้ขณะยังไม่มีปัญหาด้านพระพลานามัย

รายงานข่าวระบุว่า อดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะและจักรพรรดินีมิชิโกะได้แสดงพระราชประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักพระราชวังว่า ต้องการให้พิธีพระบรมศพยังคงสอดคล้องกับราชประเพณีของราชวงศ์ญี่ปุ่น แต่ควรลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด ขณะที่ช่วงเวลาที่ผ่านมาแทบไม่ปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชน หลังทรงสละราชสมบัติในปี 2562 ภายหลังทรงส่งสัญญาณถึงพระราชประสงค์ผ่านพระราชดำรัสทางวิดีโอเมื่อ 3 ปีก่อน

สำนักพระราชวังระบุว่า ได้เตรียมแนวทางจัดพิธีโดยพิจารณาจากพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ พระราชบิดาของอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะด้วย โดยเมื่อจักรพรรดิโชวะสวรรคต สวนชินจูกุเกียวเอนในกรุงโตเกียวถูกปิดนาน 2 เดือนครึ่ง เพื่อใช้จัดพระราชพิธีพระบรมศพ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศราว 10,000 คน

แหล่งข่าวระบุว่า สำนักพระราชวังกำลังพิจารณาย้ายพิธีศพมาจัดภายในพระราชวังอิมพีเรียล และลดจำนวนผู้เข้าร่วมเหลือประมาณ 2,500 คน โดยระบุว่าการจัดพิธีภายในอาคารพระราชวังจะช่วยลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นลงอย่างมาก ขณะเดียวกันยังช่วยให้การรักษาความปลอดภัยผู้เข้าร่วมพิธีทำได้ง่ายขึ้น

รายงานระบุว่า สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และมกุฎราชกุมารอากิชิโนะ ทรงเห็นชอบแนวทางของสำนักพระราชวังแล้ว ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดสำนักพระราชวังระบุว่า การพิจารณาปรับลดขนาดพิธีสะท้อนแนวพระราชดำริของอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะที่ทรงให้ความสำคัญกับความรู้สึกและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวญี่ปุ่นมาโดยตลอด.

ที่มา NHK

เกาหลีใต้เตรียมส่งกำลังทหารช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้นรัฐสภาไฟเขียว

 เกาหลีใต้เตรียมส่งกำลังทหารช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้นรัฐสภาไฟเขียว

4 ก.ย. 2569 08:59 น.

เกาหลีใต้เตรียมส่งกำลังทหารช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้นรัฐสภาไฟเขียว

เกาหลีใต้เตรียมส่งทหารไปคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซภายในสิ้นปีนี้ โดยอาจจะเป็นเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล เรือส่งกำลังบำรุง หรือหน่วยตรวจหาและเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยยังรอความเห็นชอบจากรัฐสภา

สำนักข่าวหลายแห่งในเกาหลีใต้รายงานเมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 กันยายนว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งทรัพยากรทางทหารไปยังช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถส่งกำลังหรือยุทโธปกรณ์ไปปฏิบัติภารกิจได้ก่อนสิ้นปีนี้

รายงานซึ่งอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลและกองทัพระบุว่า รัฐบาลกำลังเตรียมขั้นตอนเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยอาจเสนอญัตติขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาภายในเดือนกันยายน หลังผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี

สำหรับรูปแบบการสนับสนุนที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณา มีตั้งแต่การส่ง เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล เรือสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุง ไปจนถึงหน่วยตรวจหาและเก็บกู้ทุ่นระเบิด

รัฐบาลเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างหารือกับหลายประเทศ รวมถึง สหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส เพื่อพิจารณาขนาดและลักษณะของการสนับสนุนที่เหมาะสม

ภารกิจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน เสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน และเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางไปยังตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หรือ บลูเฮาส์ ออกมาชี้แจงว่า เกาหลีใต้กำลังหารือถึงแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการมีส่วนช่วยรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจริง แต่รายงานที่ระบุว่ารัฐบาลตัดสินใจเลือกแนวทางการส่งกำลังแล้วนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยรายละเอียดต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่มีประเด็นให้จับตา โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนสิงหาคมว่า เขาได้ลดขนาดการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ลงส่วนหนึ่ง เนื่องจากเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน

การที่เกาหลีใต้กำลังพิจารณาส่งทรัพยากรทางทหารไปสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นบทบาทด้านความมั่นคงที่สำคัญของโซลในภูมิภาคตะวันออกกลาง.

ที่มา :channelnewsasia