ผู้เชี่ยวชาญเตือน กินเนื้อสัตว์ป่า ปัจจัยเสี่ยงเร่งการระบาดของอีโบลาในคองโก

ผู้เชี่ยวชาญเตือน กินเนื้อสัตว์ป่า ปัจจัยเสี่ยงเร่งการระบาดของอีโบลาในคองโก

30 พ.ค. 2569 14:29 น.

ผู้เชี่ยวชาญเตือน กินเนื้อสัตว์ป่า ปัจจัยเสี่ยงเร่งการระบาดของอีโบลาในคองโก

ผู้เชี่ยวชาญชี้การล่าและบริโภคสัตว์ป่า เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้เชื้ออีโบลาข้ามจากสัตว์สู่มนุษย์ ท่ามกลางการระบาดรอบล่าสุดในคองโก เตือนหลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

แม้โรคอีโบลาจะกลับมาระบาดอย่างรุนแรงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แต่ความนิยมบริโภคเนื้อสัตว์ป่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินในหลายพื้นที่ของแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก ยังคงไม่ลดลง ท่ามกลางความกังวลของผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขที่เตือนถึงความเสี่ยงของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน

ที่ตลาดมาซินา ในกรุงกินชาซา เมืองหลวงของคองโก พ่อค้าแม่ค้ายังคงจำหน่ายเนื้อสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ตั้งแต่หนูขนาดใหญ่ แอนทีโลป งูหลาม ไปจนถึงหนอนผีเสื้อ ซึ่งถือเป็นอาหารยอดนิยมของคนในท้องถิ่น

สำหรับชาวคองโกจำนวนมาก เนื้อสัตว์ป่าไม่เพียงเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน แม้จะมีการระบาดของโรคอีโบลาหลายครั้งตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

รัฐบาลคองโกเปิดเผยว่า นับตั้งแต่ประกาศการระบาดของโรคอีโบลาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบผู้ป่วยต้องสงสัยมากกว่า 1,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 220 รายแล้ว

องค์การอนามัยโลก (WHO) เชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่รายงาน เนื่องจากไวรัสแพร่กระจายโดยไม่ถูกตรวจพบเป็นเวลาหลายสัปดาห์

โรคอีโบลาถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2519 ในพื้นที่ใกล้แม่น้ำอีโบลาในคองโก และเชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่มนุษย์ โดยเฉพาะค้างคาวกินผลไม้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติของไวรัส

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การล่าสัตว์ การชำแหละ และการบริโภคสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ เป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ทำให้ไวรัสข้ามสายพันธุ์มาสู่มนุษย์

ด้าน นพ.โทลเบิร์ต กีว์เลห์ นเยนสวาห์ จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกากล่าวว่า ตราบใดที่มนุษย์ยังคงมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาดลักษณะนี้ก็ยังคงเกิดขึ้นได้

ขณะที่ นพ.มิซากิ วาเยนเกรา ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาจากยูกันดาระบุว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคสัตว์ป่าเป็นเรื่องยากมาก เพราะฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจึงเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศเร่งให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของโรคอีโบลา โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือสัตว์ที่ตายเองตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาดครั้งใหม่ในอนาคต

การระบาดครั้งล่าสุดเกิดจากไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูกโย ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายากของอีโบลา และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรองโดยเฉพาะ

ที่ผ่านมา คองโกเผชิญการระบาดของโรคอีโบลามาแล้วอย่างน้อย 17 ครั้ง ขณะที่การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2557-2559 ทำให้มีผู้ติดเชื้อราว 28,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 11,300 คน

องค์การอนามัยโลกระบุว่า ค้างคาวกินผลไม้บางชนิดอาจเป็นพาหะตามธรรมชาติของไวรัสอีโบลา แต่ในหลายพื้นที่ของแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก ค้างคาวยังคงถูกนำมาประกอบอาหารอย่างแพร่หลาย

หนึ่งในเมนูที่ได้รับความนิยมคือซุปค้างคาวย่าง รวมถึงเนื้อลิง สัตว์ฟันแทะ งู และสัตว์ป่าอีกหลายชนิด.

ที่มา :AP

เผยแล้วผลตรวจสุขภาพทรัมป์ แพทย์แนะลดน้ำหนัก-ออกกำลังกาย ยันสุขภาพยังฟิตปั๋ง

เผยแล้วผลตรวจสุขภาพทรัมป์ แพทย์แนะลดน้ำหนัก-ออกกำลังกาย ยันสุขภาพยังฟิตปั๋ง

30 พ.ค. 2569 13:27 น.

เผยแล้วผลตรวจสุขภาพทรัมป์ แพทย์แนะลดน้ำหนัก-ออกกำลังกาย ยันสุขภาพยังฟิตปั๋ง

เปิดผลตรวจร่างกายประจำปีของทรัมป์ เผยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ผลทดสอบสมองได้คะแนนเต็ม 30/30 แพทย์ชี้อายุหัวใจอ่อนกว่าวัยจริงราว 14 ปี สุขภาพโดยรวมดีเยี่ยม

ทำเนียบขาวเผยผลตรวจสุขภาพประจำปีล่าสุดของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว โดยแพทย์ประจำตัวระบุว่า แม้จะมีคำแนะนำให้ทรัมป์ลดน้ำหนักและเพิ่มการออกกำลังกาย แต่โดยรวมยังคงมีสุขภาพแข็งแรงอยู่ในระดับยอดเยี่ยม และมีความพร้อมเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ผู้นำสหรัฐฯ

นพ.ฌอน บาร์บาเบลลา แพทย์ประจำทำเนียบขาว ระบุในบันทึกผลการตรวจว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีสุขภาพที่ยอดเยี่ยม ทั้งด้านระบบหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท และสมรรถภาพทางร่างกายโดยรวม

พร้อมเสริมว่า ผลการประเมินด้านร่างกายและสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก และมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดและประมุขแห่งรัฐ

อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ให้คำแนะนำด้านการป้องกันโรค โดยเน้นเรื่องการควบคุมอาหาร การออกกำลังกายให้มากขึ้น การรับประทานแอสไพรินขนาดต่ำ และการลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง

รายงานระบุว่า ทรัมป์มีส่วนสูง 6 ฟุต 3 นิ้ว หรือประมาณ 190 เซนติเมตร และมีน้ำหนัก 238 ปอนด์ หรือราว 108 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากการตรวจร่างกายเมื่อปีที่แล้วที่มีน้ำหนัก 224 ปอนด์ หรือประมาณ 102 กิโลกรัม

การตรวจสุขภาพครั้งนี้จัดขึ้นที่ศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด และนับเป็นการเข้ารับการตรวจร่างกายครั้งที่ 3 ของทรัมป์นับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในปี 2025 ในฐานะประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดที่เคยเข้ารับตำแหน่งของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวเคยเปิดเผยว่า ทรัมป์มีอาการบวมบริเวณขาและข้อเท้า ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะหลอดเลือดดำดำเนินเลือดกลับผิดปกติเรื้อรัง หรือ Chronic Venous Insufficiency ซึ่งเป็นภาวะที่ลิ้นในหลอดเลือดดำทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้เลือดคั่งในหลอดเลือด

ผลตรวจล่าสุดระบุว่า ยังคงพบอาการบวมเล็กน้อยบริเวณขาส่วนล่าง แต่มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเคยถูกจับตามองเรื่องรอยฟกช้ำบริเวณมือที่ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง โดยทำเนียบขาวอธิบายว่าเกิดจากการจับมือกับผู้คนจำนวนมาก รวมถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยาแอสไพรินเป็นประจำ

รายงานทางการแพทย์ยังระบุว่า ทรัมป์เข้ารับการตรวจระบบประสาทอย่างละเอียด ซึ่งผลออกมาปกติทั้งหมด ทั้งด้านการรับรู้ การทำงานของเส้นประสาท การทรงตัว การเคลื่อนไหว และการตอบสนองของร่างกาย

ในด้านสุขภาพหัวใจ แพทย์ระบุว่า การวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประเมินว่า อายุหัวใจของทรัมป์อ่อนกว่าวัยจริงประมาณ 14 ปี

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเข้ารับการทดสอบ Montreal Cognitive Assessment (MoCA) ซึ่งเป็นแบบประเมินที่ใช้คัดกรองภาวะสมองเสื่อมและความบกพร่องทางสติปัญญาระยะเริ่มต้น โดยสามารถทำคะแนนได้เต็ม 30 จาก 30 คะแนน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social หลังเสร็จสิ้นการตรวจสุขภาพว่าทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบ แต่ทำเนียบขาวเพิ่งเปิดเผยรายละเอียดผลการตรวจ

ผลตรวจสุขภาพล่าสุดมีขึ้นท่ามกลางกระแสจับตาเรื่องอายุและสภาพร่างกายของผู้นำสหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังจากที่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง และมีอายุเพิ่มมากขึ้น ทำให้ประเด็นสุขภาพกลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่สาธารณชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

ที่มา : CNN

ศาลสหรัฐฯ ชี้การใส่ชื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ใน Kennedy Center ผิดกฎหมาย

ศาลสหรัฐฯ ชี้การใส่ชื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" ใน Kennedy Center ผิดกฎหมาย

30 พ.ค. 2569 09:23 น.

ศาลสหรัฐฯ ชี้การใส่ชื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ใน Kennedy Center ผิดกฎหมาย

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ระบุคณะกรรมการ Kennedy Center ไม่มีอำนาจนำชื่อทรัมป์ไปเปลี่ยนชื่อศูนย์ศิลปะแห่งชาติด้วยตนเอง ย้ำมีเพียงสภาคองเกรสเท่านั้นที่ทำได้

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าการเพิ่มชื่อของ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าไปยังศูนย์ศิลปะการแสดงชื่อดังอย่าง Kennedy Center เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย พร้อมสั่งระงับแผนการปิดสถานที่เพื่อปรับปรุงครั้งใหญ่ที่ฝ่ายบริหารผลักดันไว้

ผู้พิพากษา คริสโตเฟอร์ คูเปอร์ แห่งศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า การลงมติของคณะกรรมการบริหาร Kennedy Center เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อปิดศูนย์วัฒนธรรมและศิลปะแห่งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ ขาดข้อมูลรอบด้าน และดูเหมือนถูกกำหนดผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยไม่ได้คำนึงถึงหน้าที่และข้อผูกพันทางกฎหมายขององค์กร

นอกจากนี้ ศาลยังชี้ว่าคณะกรรมการ Kennedy Center ใช้อำนาจเกินขอบเขตทางกฎหมาย ด้วยการดำเนินการเพิ่มชื่อของทรัมป์เข้าไปในศูนย์แห่งนี้โดยลำพัง

ผู้พิพากษาระบุว่า ชื่อ “Kennedy Center” ได้รับการกำหนดโดยรัฐสภาสหรัฐฯ หรือสภาคองเกรส ดังนั้นมีเพียงสภาคองเกรสเท่านั้นที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเปลี่ยนแปลงชื่อของสถาบันแห่งนี้

ด้าน โรมา ดาราวี รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Kennedy Center ออกแถลงการณ์ตอบโต้คำตัดสินดังกล่าว โดยยืนยันว่าองค์กรยังเชื่อมั่นว่าศาลอุทธรณ์จะตัดสินสนับสนุนมติของคณะกรรมการ

เธอกล่าวว่า คณะกรรมการมีความตั้งใจที่จะยกย่องบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์ ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีต่อศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติของสหรัฐฯ พร้อมระบุว่าทางองค์กรจะพิจารณารายละเอียดของคำตัดสินอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป.

ที่มา : AP

นักบินอวกาศจีน 3 คน กลับถึงโลกปลอดภัย หลังใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศเทียนกงนานเกือบ 7 เดือน

นักบินอวกาศจีน 3 คน กลับถึงโลกปลอดภัย หลังใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศเทียนกงนานเกือบ 7 เดือน

30 พ.ค. 2569 09:05 น.

นักบินอวกาศจีน 3 คน กลับถึงโลกปลอดภัย หลังใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศเทียนกงนานเกือบ 7 เดือน

นักบินอวกาศจีน 3 คน เดินทางกลับถึงโลกอย่างปลอดภัยแล้ว หลังปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศเทียนกง นานเกือบ 7 เดือน โดยยานอวกาศเสินโจว-21 ลงจอดที่เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา

นักบินอวกาศทั้ง 3 คน ประกอบด้วย จางลู่ ผู้บัญชาการภารกิจ พร้อมด้วย อู๋ เฟย และ จาง หงจาง ได้กลับสู่โลกอย่างปลอดภัยแล้ว ซึ่งก่อนเดินทางกลับ ทั้ง 3 คนได้ส่งมอบภารกิจและถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานในอวกาศให้กับลูกเรือชุดใหม่ของยานเสินโจว-23 ที่เดินทางถึงสถานีอวกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่บนสถานีอวกาศ ลูกเรือเสินโจว-21 ได้ดำเนินการทดลองทางวิทยาศาสตร์หลายด้าน รวมถึงประมวลผลและส่งข้อมูลการทดลองกลับสู่โลก ตลอดจนจัดการและส่งมอบอุปกรณ์ รวมถึงเสบียงที่ยังเหลืออยู่ให้กับลูกเรือชุดถัดไป

นอกจากนี้ ลูกเรือยังปฏิบัติภารกิจเดินอวกาศ หรือ Spacewalk รวม 3 ครั้ง โดย จางลู่ ซึ่งเคยเข้าร่วมภารกิจเสินโจว-15 มาก่อน ได้สร้างสถิติเป็นนักบินอวกาศจีนที่เดินอวกาศมากที่สุด ด้วยจำนวนรวม 7 ครั้ง

หลังกลับถึงโลก จางลู่กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งที่ได้กลับมายังมาตุภูมิอีกครั้ง พร้อมขอบคุณครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ผู้สนับสนุนโครงการอวกาศ และประชาชนชาวจีนทุกคนที่มีส่วนช่วยให้ภารกิจประสบความสำเร็จ

ขณะเดียวกัน ลูกเรือชุดใหม่จากยานเสินโจว-23 ได้เริ่มปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศเทียนกงแล้ว โดยหนึ่งในสมาชิกจะประจำการในอวกาศเป็นเวลานานถึง 1 ปี ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของโครงการอวกาศจีน

ในจำนวนลูกเรือชุดใหม่ มี ไล่ เจียอิง นักบินอวกาศหญิงที่เกิดและเติบโตในฮ่องกง ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวฮ่องกงคนแรกที่ได้เข้าร่วมภารกิจอวกาศของจีน

การกลับมาของลูกเรือเสินโจว-21 เกิดขึ้นในช่วงที่จีนกำลังเร่งขยายขีดความสามารถด้านอวกาศอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจีนตั้งเป้าส่งมนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์ภายในปี 2573 หลังประสบความสำเร็จในการพัฒนาสถานีอวกาศเทียนกง ซึ่งถูกสร้างขึ้นภายหลังจีนไม่ได้เข้าร่วมโครงการสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เนื่องจากข้อจำกัดด้านความมั่นคงและความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา

ความสำเร็จของภารกิจเสินโจว-21 จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความก้าวหน้าของโครงการอวกาศจีน และความมุ่งมั่นของประเทศในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านอวกาศของโลกในอนาคต.

ที่มา : AP

ทรัมป์ประชุมกับทีมความมั่นคงที่ทำเนียบขาว ถกเรื่องข้อตกลงอิหร่าน นานกว่า 2 ชม.แต่ยังไม่แถลงข้อสรุป

ทรัมป์ประชุมกับทีมความมั่นคงที่ทำเนียบขาว ถกเรื่องข้อตกลงอิหร่าน นานกว่า 2 ชม.แต่ยังไม่แถลงข้อสรุป

30 พ.ค. 2569 05:33 น.

ทรัมป์ประชุมกับทีมความมั่นคงที่ทำเนียบขาว ถกเรื่องข้อตกลงอิหร่าน นานกว่า 2 ชม.แต่ยังไม่แถลงข้อสรุป

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประชุมที่ห้องสถานการณ์ทำเนียบขาวนานราว 2 ชั่วโมง หารือทีมความมั่นคงเรื่องข้อตกลงอิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเริ่มเจรจานิวเคลียร์ แต่ยังไม่แถลงข้อสรุป

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าประชุมร่วมกับทีมที่ปรึกษาด้านความมั่นคงในห้องสถานการณ์ ภายในทำเนียบขาว นานประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงเบื้องต้นกับอิหร่าน ท่ามกลางความพยายามลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

แม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณก่อนเข้าประชุมว่าเตรียมตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับข้อตกลงนี้ แต่หลังการหารือเสร็จสิ้น ยังไม่มีการประกาศชัดเจนว่าเห็นชอบหรือไม่

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมคือข้อเสนอที่จะเปิดการเดินเรือเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังเส้นทางขนส่งน้ำมันสายสำคัญแห่งนี้ได้รับผลกระทบจากสงครามและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอีกหัวข้อหลักคือการเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญในการลดแรงปะทะทางการเมืองและการทหารระหว่างทั้งสองฝ่าย

ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้มีทั้งนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงและการทหาร แต่จนถึงขณะนี้ ทำเนียบขาวยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการหารือ ขณะที่ทั่วโลกจับตาว่าทรัมป์จะตัดสินใจเดินหน้าข้อตกลงกับอิหร่านหรือไม่.

อดีตเชฟแคนาดา รับสารภาพ ผลิต-ขายออนไลน์ “ชุดอุปกรณ์ สารพิษฆ่าตัวตาย” โยงผู้เสียชีวิตในหลายประเทศ

อดีตเชฟแคนาดา รับสารภาพ ผลิต-ขายออนไลน์ "ชุดอุปกรณ์ สารพิษฆ่าตัวตาย" โยงผู้เสียชีวิตในหลายประเทศ

30 พ.ค. 2569 05:08 น.

อดีตเชฟแคนาดา รับสารภาพ ผลิต-ขายออนไลน์ “ชุดอุปกรณ์ สารพิษฆ่าตัวตาย” โยงผู้เสียชีวิตในหลายประเทศ

เคนเนธ ลอว์ อดีตเชฟชาวแคนาดา รับสารภาพช่วยเหลือการฆ่าตัวตาย 14 กระทง หลังขายสารพิษผ่านเว็บไซต์ให้ลูกค้าทั่วโลกกว่า 1,200 ชุด ครอบครัวเหยื่ออังกฤษยังเรียกร้องเอาผิดเพิ่ม

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายเคนเนธ ลอว์ อดีตเชฟชาวแคนาดา วัย 60 ปี รับสารภาพต่อศาลในรัฐออนแทรีโอ ในข้อหาช่วยเหลือการฆ่าตัวตาย 14 กระทง หลังถูกกล่าวหาว่าจำหน่ายสารพิษผ่านทางออนไลน์ให้ผู้คนในหลายสิบประเทศเพื่อนำไปใช้ปลิดชีพตัวเอง โดยอัยการระบุว่า นายลอว์บรรลุข้อตกลงรับสารภาพกับฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้ข้อหาฆาตกรรมที่มีโทษร้ายแรงกว่าถูกถอนออกไป

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนเชื่อว่าเขาจัดส่งพัสดุซึ่งบรรจุสารพิษราว 1,200 ชุด ไปยังผู้รับในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยลูกค้าหลายคนรู้จักเขาผ่านฟอรัมออนไลน์เกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย และประมาณหนึ่งในสี่ของพัสดุทั้งหมดถูกส่งไปยังสหราชอาณาจักร โดยหนังสือพิมพ์เดอะ ไทมส์ เผยผลสืบสวนว่าเขาเปิดเว็บไซต์หลายแห่งเพื่อขายอุปกรณ์และสารเคมีที่ช่วยให้ผู้คนจบชีวิตตัวเองได้ โดยมีนักข่าวแฝงตัวเป็นลูกค้าและพบว่าเขาให้คำแนะนำวิธีใช้เพื่อให้มั่นใจว่าจะเสียชีวิต

โดยคดีที่เข้าสู่กระบวนการในแคนาดาครั้งนี้เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตชาวแคนาดาโดยตรง แต่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตในอังกฤษจำนวนมากยังไม่พอใจ หลังอัยการอังกฤษตัดสินใจไม่ดำเนินคดีกับนายลอว์ แม้ทางการเชื่อว่าการเสียชีวิตของชาวอังกฤษอย่างน้อย 79 คน มีความเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ที่เขาจัดส่งให้

สำนักงานอัยการสูงสุดของอังกฤษ ชี้แจงว่า เห็นชอบกับข้อตกลงรับสารภาพในแคนาดา โดยขอให้ศาลนำผลกระทบต่อเหยื่อชาวอังกฤษมาพิจารณาร่วมตอนกำหนดโทษ เพราะมองว่าเป็นหนทางที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการนำผู้ก่อเหตุมารับผิด

ทั้งนี้ นายลอว์ถูกจับกุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 หลังการสืบสวนร่วมกันของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างน้อย 11 หน่วยงาน จากหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และอิตาลี ขณะที่ศาลนัดไต่สวนเพื่อกำหนดโทษเป็นเวลาหลายวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน โดยจะเปิดโอกาสให้ครอบครัวเหยื่ออ่านถ้อยแถลงผลกระทบจากความสูญเสียต่อหน้าศาลด้วย.

ที่มา BBC

โดรนรัสเซียพุ่งชนแฟลตในโรมาเนีย ไฟไหม้รุนแรง บาดเจ็บ 2 ราย นาโตประณาม “อันตรายต่อทุกฝ่าย”

โดรนรัสเซียพุ่งชนแฟลตในโรมาเนีย ไฟไหม้รุนแรง บาดเจ็บ 2 ราย นาโตประณาม “อันตรายต่อทุกฝ่าย”

30 พ.ค. 2569 00:20 น.

โดรนรัสเซียพุ่งชนแฟลตในโรมาเนีย ไฟไหม้รุนแรง บาดเจ็บ 2 ราย นาโตประณาม “อันตรายต่อทุกฝ่าย”

โดรนพุ่งชนอาคารที่พักในโรมาเนียใกล้ชายแดนยูเครน ทำไฟลุกชั้น 10 บาดเจ็บ 2 ราย นาโตและอียูประณาม ขณะปูตินตั้งข้อสงสัยว่าอาจไม่ใช่โดรนของรัสเซีย

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุโดรนพุ่งชนอาคารที่พักอาศัยในเมืองจาลาตี ทางตะวันออกของโรมาเนีย ใกล้พรมแดนยูเครน ทำให้เกิดเพลิงไหม้บนชั้น 10 ของอาคาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และต้องอพยพประชาชนราว 70 คนออกจากพื้นที่

สำนักงานจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของโรมาเนีย ระบุว่า หัวรบของโดรนระเบิดเต็มกำลังหลังพุ่งชนตัวอาคาร ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาต่อมา ผู้บาดเจ็บมีบาดแผลถลอกและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่

กระทรวงกลาโหมโรมาเนียเผยว่า กองทัพส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบินสกัดทันทีหลังตรวจพบโดรน แต่มีเวลาเพียง 4 นาทีตั้งแต่ตรวจจับเป้าหมายได้จนเกิดการชน พร้อมระบุว่า กองทัพโรมาเนียมีข้อจำกัดในการตอบโต้ เนื่องจากไม่สามารถยิงสกัดด้วยวิธีที่ล่วงล้ำเข้าไปในน่านฟ้ายูเครนได้ โดยย้ำว่า ยูเครนอยู่ในภาวะสงคราม แต่โรมาเนียไม่ได้อยู่ในสงคราม

ขณะที่ องค์การนาโต และสหภาพยุโรป ออกมาประณามอย่างหนัก โดยระบุว่า พฤติกรรมที่ประมาทของรัสเซียเป็นภัยต่อทุกคน  พร้อมยืนยันว่า นาโตพร้อมปกป้องทุกตารางนิ้วของดินแดนสมาชิกพันธมิตร และเรียกเหตุนี้ว่าเป็นเหตุร้ายแรงที่สุดที่กระทบดินแดนโรมาเนียนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มต้น และอียู ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นการฉุกเฉิน

ด้านนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเพิ่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมตั้งคำถามว่าโดรนลำนี้เป็นของรัสเซียจริงหรือไม่ และเสนอให้ส่งซากโดรนกลับให้รัสเซียตรวจสอบอย่างเป็นกลาง 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีโดรนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนล้ำเข้าพื้นที่โรมาเนียหลายครั้ง แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีพลเรือนโรมาเนียได้รับบาดเจ็บจากเหตุลักษณะนี้.

ที่มา BBC

รมว.ต่างประเทศไต้หวันชี้ จีนพยายามเปลี่ยนสถานะช่องแคบไต้หวัน หวั่นยกระดับตึงเครียด

รมว.ต่างประเทศไต้หวันชี้ จีนพยายามเปลี่ยนสถานะช่องแคบไต้หวัน หวั่นยกระดับตึงเครียด

29 พ.ค. 2569 23:33 น.

รมว.ต่างประเทศไต้หวันชี้ จีนพยายามเปลี่ยนสถานะช่องแคบไต้หวัน หวั่นยกระดับตึงเครียด

รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันชี้ จีนพยายามสร้างภาพว่าร่วมบริหารช่องแคบไต้หวันกับสหรัฐฯ พร้อมเตือนต้องร่วมมือพันธมิตรสกัดความเสี่ยงปฏิบัติการทางทหารจากปักกิ่ง

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายหลิน เจีย หลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน แถลงที่กรุงไทเป ว่าจีนกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมของช่องแคบไต้หวัน และสร้างความเข้าใจว่า จีนกับสหรัฐฯ มีบทบาทร่วมกันในการจัดการพื้นที่ช่องแคบไต้หวัน

หลิน เจียหลง ระบุว่า ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ไม่ได้เกิดจากไต้หวัน แต่มีต้นตอมาจากจีน พร้อมย้ำว่าไต้หวันไม่มีเจตนาเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม และต้องการรักษาสันติภาพกับเสถียรภาพในภูมิภาคเอาไว้ พร้อมกล่าวว่า ไต้หวันจำเป็นต้องทำงานร่วมกับสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรตามแนวหมู่เกาะแรกในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหวทางทหารที่ไม่คาดคิดจากจีน

รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันยังระบุว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำลังพยายามส่งสัญญาณว่าจีนและสหรัฐฯ มีบทบาทร่วมกันต่อไต้หวัน และช่องแคบไต้หวัน แต่การรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคควรอยู่บนความร่วมมือของประเทศประชาธิปไตยในการยับยั้งการใช้กำลัง

นายหลิน เจียหลง อธิบายว่า สหรัฐฯ ยังคงเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน โดยทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกันในหลายด้าน ทั้งการขายอาวุธ การค้า ห่วงโซ่อุปทาน และคุณค่าทางประชาธิปไตย พร้อมระบุด้วยว่า การจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ไม่เพียงช่วยเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศของไต้หวัน แต่ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ

ตลอดช่วงที่ผ่านมา ไต้หวันได้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ขยายระยะเวลาการเกณฑ์ทหารภาคบังคับ และเพิ่มการฝึกด้านป้องกันพลเรือน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันตนเอง ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

อนุทิน ควง ศุภจี ชมงานมหากรรมอาหารวันสุดท้าย ก่อนโชว์บทเชฟ ‘ย่างเนื้อวากิว-ผัดข้าวผัดมันเนื้อ’

อนุทิน ควง ศุภจี ชมงานมหากรรมอาหารวันสุดท้าย ก่อนโชว์บทเชฟ ‘ย่างเนื้อวากิว-ผัดข้าวผัดมันเนื้อ’

อนุทิน ควง ศุภจี ชมงานมหากรรมอาหารวันสุดท้าย ก่อนโชว์บทเชฟ ‘ย่างเนื้อวากิว-ผัดข้าวผัดมันเนื้อ’

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.11 น.

“อนุทิน” ควง “ศุภจี” ชมงานมหากรรมอาหารวันสุดท้าย คาด สร้างยอดเจรจาธุรกิจกว่า 1.3 แสนล้าน  ก่อนโชว์บทเชฟ ‘ย่างเนื้อวากิว-ผัดข้าวผัดมันเนื้อ’ ท่ามกลางปชช. ขอถ่ายรูปคึกคัก

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมส.พาณิชย์ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมงาน THAIFEX ANUGA ASIA 2026 ซึ่งเป็นการรวบรวมร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และนวัตรกรรมด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหอการค้าไทย  ซึ่งวันนี้ (30 พ.ค.) เป็นวันสุดท้ายในการจัดงาน

โดยนายกรัฐมนตรี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น ลายขนนกสีน้ำเงิน ร่วมประกอบอาหารที่บูธ foodiva thailand บริษัทจำหน่วยเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยม โดยทำเมนูสเต็กเนื้อ ขณะที่มีผู้ร่วมงานยืนชมด้านนอกก่อนจะกล่าวว่า “นี่แหละเชฟ ครับเชฟ” จากนั้นนายกรัฐมนตรี ประกอบอาหารเมนูข้าวผัดมันเนื้อเจียวด้งยท่าทางที่คล่องแคล่วและชำนาญ 

ทั้งนี้ มีการเปิดเผยว่าภายในงานมหกรรมอาหารครั้งนี้คาดว่าจะมีการเจรจาธุรกิจด้านอาหารกว่า 130,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาล และนายกรัฐมนตรีต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาหารโลก

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ชื่นชอบการประกอบอาหารอยู่แล้ว มักจะร่วมทำอาหารในช่วงที่ลงพื้นที่พบผู้ประสบภัยเมื่อครั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รวมถึงทำอาหารอยู่ที่บ้านพักในช่วงโควิด-19 ตามที่มีภาพเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายกฯเดินทางไปเปิดงานเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยวันนั้นนายกฯบอกว่า“เดี๋ยวจะแอบมาเดินอีก”

ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เดินเยี่ยมชมบูธต่างๆ โดยได้แวะบูธขายเนื้อวัววากิวเกรดพรีเมี่ยม ของแบรนด์ Udom Supply พร้อมทั้งยังได้ลงมือย่างเนื้อวากิว โดยพนักงานในบูธดังกล่าวสอบถามว่า “อร่อยไหม เนื้อนุ่มไหม”  ซึ่งนายอนุทิน พยักหน้า พร้อมชิมเนื้อที่ย่างอย่างอร่อย และเชิญชวนให้ประชาชนที่มายืนถ่ายภาพร่วมชิมเนื้อวากิวด้วย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

จากนั้นนายอนุทินเดินเยี่ยมชมบูธ ภายในงานต่อก่อนจะแวะบูธผัดข้าวผัดมันเนื้อ โดยบอกว่า “ต้องผัดแบบแห้งๆ”  พร้อมสอบถามเจ้าของบูธว่ มีขายที่ไหน โดยเจ้าของบูธบอกว่า “ไม่มีขายหน้าร้าน แต่ส่งตามโรงแรม และร้านอาหารต่างๆ” ทั้งนี้คาดว่างานดังกล่าวสร้างมูลค่าการค้ารวมที่คาดว่าจะสะพัดสูงถึง 130,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในวันที่ 31 พ.ค. นายอนุทิน จะเดินทางไปจ.กระบี่ เพื่อเป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีที่วัดถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง ร่วมกับชาวจ.กระบี่ โดยมีน.ส.ศศิธร กิตติธรกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) พร้อม 3 สส.กระบี่ พรรคภท.นายกิตติ กิตติธรกุล นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน และ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมทอดผ้าป่าด้วย

สมเด็จธงชัย ให้พร มัลลิกา มอบ พระพุทธรูปกำแพงศอก กันไฟ กันภัย ลุยศึกเลือกตั้ง

สมเด็จธงชัย ให้พร มัลลิกา มอบ พระพุทธรูปกำแพงศอก กันไฟ กันภัย ลุยศึกเลือกตั้ง

สมเด็จธงชัย ให้พร มัลลิกา มอบ พระพุทธรูปกำแพงศอก กันไฟ กันภัย ลุยศึกเลือกตั้ง

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.14 น.

สมเด็จธงชัยวัดไตรมิตร มอบ พระพุทธรูปกำแพงศอก มีพุทธานุภาพกันไฟและกันภัยให้ดร.มัลลิกา ลุยศึกเลือกตั้ง พร้อมแนะให้เข้มแข็งและสร้างการับรู้เพิ่มอีก 

13.00 น. วันที่ 30 พฤษภาพฤษภาคม 2569 ที่วัดไตรมิตร วิทยารามวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 

มัลลิกา บุญมีตระกูล

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข  ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพ หมายเลข 14 เข้ากราบสักการะพระพุทธทองคำสุโขทัยวัดไตรมิตรซึ่งตั้งอยู่บนพระมหามณฑป พร้อมกันนี้เข้านมัสการกราบขอพรสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี นามเดิม ธงชัย ฉายา ธมฺมธโช เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย ดำรงตำแหน่งทางพระสังฆาธิการเป็น เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตร ซึ่งนางมัลลิกา

อย่างไรก็ตามสำเร็จธงชัยได้ชื่นชมในความกล้าหาญและบอกว่าเป็นประโยชน์ที่ได้นำเอาอริยสัจ 4 คือ “ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ” ซึ่งเป็นหลักคำสอนแม่บทและหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา เป็นสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ เป็นเหมือนแผนที่นำทางชีวิตให้มนุษย์เข้าใจความจริงทั้งทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ซึ่งทั้งหมดอยู่ในสโลแกนที่นำไปเป็นแผนฏิบัติการ Human Innovation โดยมี Idealism ความคิดสร้างสรรค์  และ Freedom ความอิสระนำไปสู่ความสำเร็จตามอริยสัจสี่ โดยสมเด็จธงชัยให้พร พร้อมบอกให้ให้ หน้าสร้างการรับรู้และเข้าใจต่อประชาชนให้มากยิ่งกว่าเดิมแล้วเป็นประโยชน์ยิ่ง 

มัลลิกา บุญมีตระกูล

อย่างไรก็ตาม ผู้จะกล่าวรายงานว่ารายการนี้สมเด็จธงชัยได้มอบพระ พระกำแพงศอก ขนาดหนึ่งศอกซึ่งมีพุทธานุภาพเกี่ยวกับการป้องกันไฟและป้องกันภัยให้กับดร.มัลลิกา พร้อมกำชับว่าให้ดูแลตัวเองหลังจากนี้เป็นต้นไปและนอกจากนั้นยังได้มอบเหรียญ พระนารายณ์ทรงครุฑ เหรียญหลวงพ่อเกษม เหรียญหลวงปู่ทวด ยันธงชัยรุ่น Human  Innovation  เหรียญองค์นรสิงห์ และ เหรียญพระสยามเทวาธิราชให้ทั้งหมดด้วย 

นางมัลลิกา กล่าวว่าไม่ว่าจะเริ่มต้นทำสิ่งใดทั้งทางสังคมการเมืองธุรกิจและชีวิตปกติส่วนตัวตนมักจะมาเริ่มต้นที่นี่ทุกครั้งจะได้ทั้งความรู้แนวทางทิศทางและแรงบันดาลใจและไอเดียมากมายจากวัดไตรมิตรโดยสมเด็จธงชัยมาตั้งแต่สมัยท่านยังไม่ได้ขึ้นสมเด็จและตั้งแต่สมัยตนยังทำงานอยู่ที่เป็นนักข่าวสถานีโทรทัศน์ไอทีวีจนบัดนี้ ปกติก็ชงน้ำชาอยู่ในกุฎินี้ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ได้ทำอะไรมากมายเท่าไร ความรู้มากมายแนวทางหลากหลายรวมทั้งธรรมะที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในการที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่มักจะได้รับการแนะนำแนะแนวก่อนเสมอ 

มัลลิกา บุญมีตระกูล

อย่างไรก็ตามรายการนี้ นางมัลลิกา ได้ยกตัวอย่างวัดไตรมิตรเป็นโมเดลสำหรับการชูนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยสามารถทำได้ทุกวัดทุกบ้านทุกโรงเรียนทั่ว 50 เขตของกรุงเทพโดยผู้ว่ากรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพไม่เพียงแต่ปล่อยให้วัดแต่ละที่ทำกันเองโดยลำพังยกตัวอย่างว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ของวัดไตรมิตรนั้นได้สร้างมูลค่าให้กับกรุงเทพมหานครมหาศาลอย่างยิ่งเนื่องจากว่า เป็นที่มีชื่อเสียงเรื่องระบือไกลดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวอินเดียซึ่งรวมกันมากกว่าประชากรครึ่งโลกมาที่นี่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นก่อนที่จะเข้าไปสู่การท่องเที่ยวทั่วกรุงเทพด้านอื่นๆ ซึ่งในพระมหามณฑป นั้นจะมีทั้งพุทธประวัติของพระพุทธทองคำ และมีนิทรรศการชีวิตคนจีนเยาวราชเริ่มต้นอย่างไรจึงทำให้ดึงดูดการท่องเที่ยวและเป็นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวเชิงความศรัทธาอย่างยิ่ง

มัลลิกา บุญมีตระกูล
มัลลิกา บุญมีตระกูล