
เจาะลึกปมร้อน ย้ายอธิบดี สะเทือนเก้าอี้สุริยะ?
วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.55 น.
สำหรับประเด็นร้อนการเมืองในขณะนี้ที่กำลังถูกจับตา หนีไม่พ้นการปลดฟ้าผ่าอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยในการประชุมครม. เมื่อวันอังคาร ที่ 28 เมษายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เสนอเรื่องโยกย้ายข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ให้ครม.พิจารณาโดยให้ย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ จากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสลับให้ นายวิทยา แก้วมี ผู้ตรวจราชการฯ ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมฝนหลวงฯ แทน
เหตุการณ์เริ่มกลายเป็น “ข่าวร้อน” ทันทีเมื่อมีรายงานข่าวสะพัดว่า นายราเชน เตรียมยืนหนังสือลาออกจากราชการเพราะไม่พอใจการโยกย้ายดังกล่าว
จากข่าวลือกลายเป็นข่าวจริง ในวันรุ่งขึ้น 29 เมษายน นายราเชน ได้ออกมาพูดด้วยตัวเอง ยืนยันข่าวเตรียมยื่นหนังสือลาออก โดยระบุว่า “ตลอดระยะเวลารับราชการกว่า 30 ปี ผมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล หากมีการตรวจสอบก็พร้อม แต่ในกรณีนี้ยืนยันว่าไม่มีความผิด และไม่เคยได้รับการชี้แจงเหตุผลของการโยกย้ายอย่างเป็นทางการ”
นายราเชน ย้ำชัดเจนว่า “การตัดสินใจลาออกเป็นหนทางในการรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการ”
ยิ่งร้อนฉ่าขึ้นไปอีกเมื่อเวลา 13.50 น. นายราเชน ถือหลังสือลาออกจากไปที่ยื่นที่สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ โดยระบุเหตุผลในเอกสารลาออกว่า “ไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้”
พร้อมด้วยการทิ้งบอมพ์ลูกใหญ่ว่า มีบุคคลพยายามติดต่อเข้าพบอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโทรศัพท์เข้ามา 5-6 ครั้ง แต่เมื่อนัดหมายกันก็ไม่มาตามนัด แต่มีคนอื่นมาแทน อ้างว่าจะคุยรื่องการซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน
สอดคล้องกับการเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนชื่อดังก่อนหน้านั้นว่า ผู้ที่ติดต่อเข้าพบอ้างว่าเป็นหลานของ “ผู้ใหญ่”
แน่นอนเมื่อมีการทิ้งบอมพ์แบบนี้ คนที่ต้องรีบออกมาชี้แจงทันทีคือ นายสุริยะ ระบุสาเหตุการโยกย้ายนายราเชน ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ว่า มาจากหลายปัจจัย กระทรวงเกษตรฯเกี่ยวข้องกับประชาชนรากหญ้า ต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือเร่งด่วนหลายอย่าง มองว่า ข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นสาเหตุให้ต้องปรับเปลี่ยน
ส่วนประเด็นร้อนที่สังคมกังขาว่าสาเหตุการย้ายเพราะไม่ตอบสนองที่ “หลายนายสุริยะ” ไปขอเข้าพบ นายสุริยะ ชี้แจงว่า ถ้าเป็นความจริงก็ถือว่าผิดกฎหมาย และเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาสาเหตุนี้ไปย้ายอธิบดี
กระนั้น นายสุริยะ ยอมรับว่าได้สอบถามกับหลาน ทราบว่าได้โทรศัพท์ไปขอเข้าพบอธิบดีจริง แต่ไม่ได้พูดอะไรกัน
สำหรับกรณีที่ว่ามีการเรียกอธิบดีกรมต่างๆ ไปพบที่ชั้น 4 อาคารย่านวิภาวดี นายสุริยะ ชี้แจงว่า มีการเรียกขอข้อมูลงบประมาณ 2570 จริง เพราะได้รับการประสานงานให้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ โดยครั้งนั้นได้มอบหมายให้นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นผู้แทนพูดคุย
ขณะที่ในส่วนของนายราเชน สื่อเริ่มตรวจสอบประวัติ พบว่า ได้ย้ายจากกรมชลประทาน มาเป็นรองอธิบดีกรมฝนหลวงและผู้อำนวยการสำนักงานรัฐมนตรี ในสมัยที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรมว.เกษตรฯ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น รมช.เกษตร และได้เลื่อนเป็นอธิบดีกรมฝนหลวง โดยการผลักดันของ ร.อ.ธรรมนัส ตอนที่นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงฯไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกอบจ.สงขลา เมื่อต้นปี 2568
อย่างไรก็ตามประเด็นนี้นายราเชน ยืนยันว่า เป็นข้าราชการมืออาชีพทำงานใกล้ชิดผู้บริหารหลายชุด ไม่ได้เป็นคนของนักการเมือง
ด้านความเคลื่อนไหวทางการเมือง นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ราเชน เตรียมเข้ายื่นขอความเป็นธรรมต่อพรรคกล้าธรรม ที่อาคารรัฐสภา ในวันที่ 30 เมษายน อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัดหมายผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม นายราเชน ได้รับคำตอบว่ายังไม่สามารถเดินทางเข้าพบได้ตามกำหนด เนื่องจากเอกสารที่ใช้ประกอบการร้องขอยังไม่ครบถ้วน จึงขอเลื่อนการเข้ายื่นเรื่องออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด
ขณะที่เพจ อีเสี้ยม ขยี้เกษตร ได้ออกมาเปิดเอกสารช่วงเวลา ที่มีคนอ้างเป็นหลานรัฐมนตรีคนดัง?… โทรหา อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดีลลับขอโควต้าซ่อมเครื่องบิน ระบุว่า
– วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ขอนัดวันเวลาและได้ส่งผู้แทนเข้าพบวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.30-14.30 น.
– วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 16.57 น. ใช้เวลา 1 นาที
– วันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 10.35 น. ใช้เวลา 54 วินาที
– วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 14.10 น. ( miss call )
– วันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 12.28 น. (ติดต่อกลับ ) ใช้เวลา 1 นาที
– วันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 12.31 น. ใช้เวลา 16 วินาที
– วันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 13.11 น. (ติดต่อกลับ) ) ใช้เวลา 54 วินาที
– วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 10.12 น. ใช้เวลา 5 วินาที
ขณะที่นายสุริยะ เปิดแถลงอีกคร้้งในวันที่ 30 เมษายน โดยได้โต้นายราเชน อย่างดุเดือด โดยเฉพาะที่ระบุเหตุผลการลาออกว่าไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้
” มีอะไรที่สนองฝ่ายการเมืองไม่ได้ ผมไปบีบอะไรขอให้นายราเชนชี้แจงมา แต่ถ้าเสนอสิ่งที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง หรือข้อมูลเท็จ ผมถือว่าได้รับความเสียหาย ต่อจากนี้หากนายราเชนยังไม่หยุดพาดพิง จะดำเนินการฟ้องคดี และหากเห็นว่ากรณีที่เป็นข่าวไม่เป็นธรรมกับนายราเชน ก็สามารถฟ้องดำเนินคดีกับผมได้”
อย่างไรก็ตามการชี้แจงของนายสุริยะ ยังไม่อาจดับไฟแห่งความกังขาได้ จึงต้องจับตาต่อไปว่า จากประเด็นโยกย้ายข้าราชการ จะทำให้เก้าอี้รมว.เกษตรฯ สะเทือนไปด้วยหรือไม่




















