‘สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์’ปลดล็อกวิกฤตอาหารสัตว์ เร่งผลักดัน’หมู่บ้านอาหารสัตว์ยั่งยืน’ลดต้นทุน-สร้างความยั่งยืน

'สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์'ปลดล็อกวิกฤตอาหารสัตว์ เร่งผลักดัน'หมู่บ้านอาหารสัตว์ยั่งยืน'ลดต้นทุน-สร้างความยั่งยืน

‘สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์’ปลดล็อกวิกฤตอาหารสัตว์ เร่งผลักดัน’หมู่บ้านอาหารสัตว์ยั่งยืน’ลดต้นทุน-สร้างความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.28 น.

เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศยังเผชิญวิกฤตต้นทุนอาหารสัตว์พุ่งสูง โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่หญ้าสดขาดแคลน ส่งผลให้สัตว์ขาดสารอาหาร สุขภาพไม่สมบูรณ์ และให้ผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ เร่งเดินหน้าศึกษา วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมตั้งแต่การปลูกพืชอาหารสัตว์ การจัดการแปลง การผลิต การเก็บสำรอง ไปจนถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาต้นแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ สู่การสาธิตและขยายผลให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ของตนเอง

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ขับเคลื่อนโครงการ “หมู่บ้านอาหารสัตว์ยั่งยืน” ในพื้นที่ 32 จังหวัดทั่วประเทศ เน้นส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มจัดทำแปลงพืชอาหารสัตว์ในชุมชน เพื่อผลิตอาหารสัตว์คุณภาพใช้เอง ลดการพึ่งพาจากภายนอก และสร้างแหล่งสำรองในช่วงวิกฤต ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ แต่ยังส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างคุ้มค่า เกิดการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน และสร้างความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ในระยะยาว

นอกจากนี้ การยกระดับภาคปศุสัตว์ให้มีคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยในอนาคต

รับชมเพิ่มเติมได้ที่ ลิงก์วิดีโอ : https://youtu.be/Y8apZeKqfRM

จับตา! โควตานม’69 เมื่อผลประชาพิจารณ์-หลักเกณฑ์ใหม่ยังคลุมเครือ

จับตา! โควตานม’69 เมื่อผลประชาพิจารณ์-หลักเกณฑ์ใหม่ยังคลุมเครือ

จับตา! โควตานม’69 เมื่อผลประชาพิจารณ์-หลักเกณฑ์ใหม่ยังคลุมเครือ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.03 น.

ประเด็นร้อน “โครงการนมโรงเรียน ปีการศึกษา 2569” กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในสังคม หลังพบข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการกำหนดหลักเกณฑ์ และความชัดเจนของระบบจัดสรรโควตา

จุดที่ถูกวิพากษ์มากที่สุด คือ การไม่เปิดเผยผลการประชาพิจารณ์ ทั้งในส่วนของความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และข้อสรุปที่ถูกนำไปใช้จริง ทั้งที่กระบวนการดังกล่าวควรเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนเสียงของเกษตรกรและผู้ประกอบการในระบบ

ขณะเดียวกัน แม้จะมีการประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ออกมา แต่กลับพบว่า ยังไม่มีการระบุ “สัดส่วนโควตา” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปัญหาที่ถกเถียงกันมายาวนาน โดยเฉพาะประเด็นสัดส่วน 70:30 ที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงในอุตสาหกรรมโคนม

การไม่มีตัวเลขกำกับชัดเจน ทำให้เกิดข้อกังวลว่า อาจเปิดช่องให้เกิดการตีความและการจัดสรรที่ไม่เป็นธรรมในทางปฏิบัติ และอาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกร

นอกจากนี้ แม้หลักเกณฑ์ใหม่จะเพิ่มมาตรการควบคุมคุณภาพน้ำนมและบทลงโทษที่เข้มงวดขึ้น แต่กลับถูกตั้งคำถามว่า สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด และการเข้าถึงตลาดของเกษตรกรรายย่อย

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เหตุใดผลประชาพิจารณ์จึงไม่ถูกเปิดเผยหลักเกณฑ์ใหม่สะท้อนเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริงหรือไม่ และโครงสร้างการจัดสรรที่ยังไม่ชัดเจน จะนำไปสู่ความเป็นธรรมได้อย่างไร

ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โครงการนมโรงเรียนซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเด็กนักเรียนทั่วประเทศ อาจกำลังเผชิญ “วิกฤตความเชื่อมั่น” หากไม่สามารถสร้างความชัดเจนและความโปร่งใสได้ในระยะอันใกล้

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โชว์ศักยภาพด้านศัลยกรรมระบบประสาท ผ่าตัดเนื้องอกสมองผ่าน’คิ้ว’

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โชว์ศักยภาพด้านศัลยกรรมระบบประสาท ผ่าตัดเนื้องอกสมองผ่าน'คิ้ว'

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โชว์ศักยภาพด้านศัลยกรรมระบบประสาท ผ่าตัดเนื้องอกสมองผ่าน’คิ้ว’

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.18 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประกาศความสำเร็จอีกขั้นทางการแพทย์ หลังทีมศัลยแพทย์ระบบประสาทประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเนื้องอกในสมองด้วยเทคนิค “แผลเล็กผ่านคิ้ว” (Eyebrow Keyhole Approach) ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องรับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะขนาดใหญ่ ลดภาวะแทรกซ้อน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว

นพ.จอนาตัน อรัญ ตั้งศรีวิมล ศัลยแพทย์ระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นผู้ดำเนินการผ่าตัดเนื้องอกบริเวณฐานกะโหลกส่วนหน้า โดยใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบแผลขนาดเล็กที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคทางสมองในประเทศไทย

นวัตกรรมการผ่าตัดแผลเล็ก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

ความโดดเด่นของการผ่าตัดครั้งนี้ คือการเข้าถึงตำแหน่งของเนื้องอกผ่านช่องเปิดขนาดเล็กบริเวณคิ้ว ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) โดยใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูง ประกอบด้วย:

• กล้อง Microscope และ Endoscope: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดได้อย่างชัดเจน

• เครื่องนำวิถี (Neuronavigation): ช่วยกำหนดตำแหน่งของเนื้องอกได้อย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อเนื้อสมองส่วนดีและโครงสร้างสำคัญข้างเคียง

• การส่องกล้องตรวจภายในร่วมกับเครื่องนำวิถี  ช่วยให้สามารถผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อสมองและโครงสร้างสำคัญ ลดระยะเวลาการพักฟื้นในโรงพยาบาล

จากผลการรักษาพบว่า การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น แพทย์สามารถนำเนื้องอกออกได้สำเร็จทั้งหมด โดยผู้ป่วยมีระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลง และฟื้นตัวได้เป็นอย่างดีเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดกะโหลกศีรษะแบบเดิม

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจาก โรงพยาบาลนิวยอร์กเพรสไบทีเรียน (New York Presbyterian) มหาวิทยาลัยคอร์แนล (Cornell University) ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศูนย์ศัลยกรรมระบบประสาทขั้นสูงชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดสมองแผลเล็ก ผ่านทางคิ้ว (Eye brow approach) ส่องกล้องผ่านทางช่องตา (Endoscopic Transorbital Approach) และส่องกล้องผ่านทางจมูก (Endoscopic Endonasal Approach) ร่วมกับการดูแลรักษาโรคที่มีความซับซ้อนในระดับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมอบการดูแลรักษาโรคที่มีความซับซ้อนในระดับมาตรฐานสากล ให้ประชาชนไทยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

‘Dr Clear Aligners’ปักธงไทย เขย่าวงการจัดฟันใส ชูเทคโนโลยี 3D สเปกเยอรมนี

'Dr Clear Aligners'ปักธงไทย เขย่าวงการจัดฟันใส ชูเทคโนโลยี 3D สเปกเยอรมนี

‘Dr Clear Aligners’ปักธงไทย เขย่าวงการจัดฟันใส ชูเทคโนโลยี 3D สเปกเยอรมนี

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.15 น.

ดีซีเอ อินเตอร์เนชั่นแนล (DCA International) รุกหนักตลาดทันตกรรมเพื่อความงาม (Cosmetic Dentistry) ในไทย เปิดตัว Dr Clear Aligners แบรนด์จัดฟันใสระดับพรีเมียมสัญชาติสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ มุ่งยกระดับมาตรฐานรอยยิ้มด้วยนวัตกรรมที่แม่นยำและคุ้มค่า

จับเทรนด์เมกะเทรนด์โลก ตลาดจัดฟันใสไทยโตกระโดดในยุคที่บุคลิกภาพคือใบเบิกทาง “การจัดฟันใส” ได้กลายเป็นทางเลือกหลักของผู้บริโภคยุคใหม่ ข้อมูลจาก Fortune Business Insights ระบุว่าตลาดทันตกรรมเพื่อความงามทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 4.2–4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราเฉลี่ย (CAGR) 13–14% ไปจนถึงปี 2034

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจาก Grand View Horizon ชี้ให้เห็นถึงโอกาสมหาศาล โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจัดฟันใสจะพุ่งจาก 1.6 พันล้านบาท ไปแตะที่ 1.1 หมื่นล้านบาทภายในปี 2033 แม้จะมีความท้าทายเรื่องการเข้าถึงบริการในพื้นที่ห่างไกล (ซึ่งคิดเป็น 40% ของประชากรไทย) แต่ Dr Clear Aligners มองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการขยายบริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

3 จุดแข็งที่แตกต่าง นวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ไร้ขีดจำกัดDr Clear Aligners ไม่ได้มองว่าการจัดฟันคือเรื่องของความงามเพียงอย่างเดียว แต่คือ “การสร้างความเชื่อมั่น” ผ่านเทคโนโลยีจากเยอรมนีที่ผสานกับ Intraoral Scanner โดยมีจุดเด่น 3 ด้านหลัก:

1. Premium Material: วัสดุมีความใส ยืดหยุ่นสูง และแนบสนิทไปกับผิวฟัน ทำให้ใส่สบายและไม่ระคายเคือง
2. 3D Digital Planning: วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลด้วยระบบดิจิทัล 3 มิติ ช่วยให้ทันตแพทย์คำนวณการเคลื่อนฟันได้อย่างแม่นยำ และคนไข้สามารถเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าได้ทันที
3. Easy Hygiene: ตอบโจทย์ชีวิตที่คล่องตัวด้วยคุณสมบัติถอดง่าย ทำความสะอาดสะดวก ลดความเสี่ยงในการเกิดฟันผุมากกว่าการจัดฟันแบบเดิม

กลยุทธ์ “ความมั่นใจที่สัมผัสได้” ผ่านพรีเซนเตอร์คู่ฮอตสร้างการจดจำแบรนด์ในวงกว้าง Dr Clear Aligners ได้จัดงาน “Your Reason to Smile” (เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569) เปิดตัวสองนักแสดงดาวรุ่ง “เก่ง หฤษฎ์ บัวย้อย” และ “น้ำปิง Napatsakorn Pingmuang” ในฐานะ Brand Ambassador & Presenter

การเลือก “เก่ง-น้ำปิง” มาเป็นตัวแทนแบรนด์ คือกลยุทธ์สื่อสารผ่านผู้ใช้จริงที่สะท้อนภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจคุณภาพและความคุ้มค่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคกล้าที่จะส่งยิ้มอย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยภายในงานยังมีกิจกรรม Lucky Fan และการร่วมแชร์ประสบการณ์การดูแลรอยยิ้มเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต

“รอยยิ้มไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือหัวใจสำคัญของความมั่นใจ” ผู้บริหารดีซีเอ อินเตอร์เนชั่นแนล ย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการมอบโซลูชันการจัดฟันที่ทันสมัยและโปร่งใสให้กับคนไทยทุกคน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.drclearaligners.co.th/ 
Facebook : Dr Clear Aligners Thailand
Instagram: drclearalignersthailand 
LINE Official: @drclearaligner

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ นกสีฟ้าแห่งความสุข

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ นกสีฟ้าแห่งความสุข

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ นกสีฟ้าแห่งความสุข

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในบ้านไม้หลังเล็กชายป่า มีพี่น้องคู่หนึ่งชื่อ เก่ง กับ ก้อย ทั้งคู่เป็นลูกช่างไม้ที่ฐานะยากจน ในคืนก่อนวันปีใหม่ เก่งกับก้อยก็ได้แต่นั่งมองแสงไฟจากบ้านหลังใหญ่ฝั่งตรงข้าม

          ทันใดนั้น มีคุณยายใจดีคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น คุณยายบอกว่า “เด็กๆ จ๊ะ ช่วยยายหน่อยได้ไหม? หลานของยายกำลังป่วยหนัก เธอต้องการ นกสีฟ้าแฟ่งความสุข มาเป็นเพื่อน ถ้าเธอได้นกตัวนั้นมา เธอจะหายป่วยและมีความสุขทันที”

          คุณยายมอบ “แหวนวิเศษ” ให้เก่ง พร้อมบอกว่า “ถ้าหมุนแหวนนี้ จะได้ของวิเศษมาช่วยตามหานกสีฟ้าแห่งความสุข”

          เมื่อเก่งลองหมุนแหวนดู ทันใดนั้นเรื่องมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น! เจ้าหมาขาวกับเจ้าแมวเหมียวที่บ้านก็ลุกขึ้นมาพูดได้ สิ่งของอย่างน้ำตาล ขนมปัง หรือแม้แต่ “แสงไฟ” ก็กลายเป็นเทวดาตัวน้อยๆ ที่พร้อมจะเดินทางไปช่วยเด็กๆ ตามหานกสีฟ้า

          พวกเขาเดินทางไปยังดินแดนประหลาดมากมาย:

เมืองแห่งความหลัง: พวกเขาได้พบกับคุณปู่คุณย่าที่เสียชีวิตไปแล้ว ท่านทั้งสองยิ้มให้และบอกว่า “ปู่กับย่าไม่ได้ไปไหนหรอก แค่หลานๆ คิดถึง ปู่กับย่าก็ดีใจแล้ว” เก่งเจอนกตัวหนึ่งดูเหมือนจะเป็นสีฟ้า แต่พอพ้นเขตเมืองนั้น นกก็กลับกลายเป็นสีดำเหมือนเดิม
ปราสาทแห่งความมืด: พวกเขาต้องใช้ความกล้าหาญเปิดประตูความกลัวเพื่อหานกสีฟ้า แต่สิ่งที่พบมีเพียงนกที่สวยงามแต่บอบบาง พอโดนแสงสว่างพวกมันก็หายไป เพราะมันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
เมืองแห่งอนาคต: ที่นี่มีเด็กๆ ที่ยังไม่ได้มาเกิด กำลังประดิษฐ์ของวิเศษเพื่อนำมาใช้บนโลกมนุษย์ ทุกคนบอกเก่งกับก้อยว่า “ความสุขคือการได้ทำประโยชน์ให้โลกใบนี้”

          เก่งและก้อยเดินทางไปจนสุดขอบฟ้า แต่ก็หานกสีฟ้าแห่งความสุขไม่เจอ ทั้งคู่กลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้าและเสียใจที่ช่วยคุณยายไม่ได้ “เราไปมาทุกที่แล้ว แต่ทำไมไม่เจอนกสีฟ้าตัวนั้นเลยนะ” ก้อยร้องไห้

          แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดส่องเข้ามาในบ้าน เก่งมองไปที่กรงนกเขาธรรมดาๆ ที่เขากับก้อยคอยให้อาหารและน้ำทุกวัน… “ก้อย ดูนั่นสิ! นกของเรากลายเป็นสีฟ้าแล้ว!” เก่งตะโกนด้วยความดีใจ

          นกตัวนั้นดูสดใสและสวยงามกว่าวันไหนๆ เพราะพวกเขามองนกด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรัก

          ตอนนั้นเอง คุณยายเพื่อนบ้านเดินมาเคาะประตูพร้อมบอกว่าหลานสาวของเธอป่วยหนัก เก่งไม่รีรอเลย เขาอุ้มนกสีฟ้า ไปมอบให้คุณยายเพื่อรักษาอาการป่วยของหลานสาวทันที

          “ฉันอยากให้เธอหายป่วย ความสุขของฉันคือการเห็นเธอยิ้ม” เก่งกล่าว

          ต่อมาหลานสาวคุณยายก็หายป่วย  และได้ปล่อยนกสีฟ้าตัวนั้นให้เป็นอิสระบินเข้าป่าไป    เก่งกับก้อยไม่ได้รู้สึกสียดายนกสีฟ้าของตน  แต่กลับรู้สึกดีใจไปกับการหายป่วยของเพื่อน   โดย ทั้งเก่งกับก้อยรู้สึกมีความสุขมากกว่าตอนที่เก็บนกไว้เองในกรงเสียอีก พวกเขาได้เรียนรู้ว่า “ความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล แต่อยู่ที่การมีจิตใจเมตตาอยากเห็นคนอื่นพ้นทุกข์และเห็นคนอื่นมีความสุขนั่นเอง”

          การกระทำในเรื่องนี้ตรงกับการทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10 ในเรื่องการที่เก่งกับก้อยร่วมยินดีกับการหายป่วยของหลานคุณยาย (ปัตตานุโมทนามัย)

ทำความเห็นให้ตรง ( ทิฏฐุชุกัมม์) เพราะทำให้เข้าใจความจริงของโลกและชีวิต เด็กทั้งสองได้เรียนรู้ว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่การไขว่คว้าหาจากภายนอกหรือดินแดนไกลโพ้น แต่เริ่มจากการเปลี่ยน “มุมมอง” ของตนเองเพื่อเห็นคุณค่าในสิ่งที่มีอยู่แล้ว การปรับทัศนคติให้ถูกต้องว่าความสุขอยู่ที่ใจและสิ่งใกล้ตัว 

          นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : การแบ่งปันและการทำความดีช่วยเหลือผู้อื่น คือวิธีสร้างความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

          เรียบเรียงจากนิทานเบลเยี่ยมชื่อ The Blue Bird ของนักเขียนรางวัลโนเบลชื่อ เมเธอรลิงค์ (Maurice Maeterlinck) ซึ่งลอร์ด เบเดน โพเอลล์ นำไปเล่าต่อในหนังสือคู่มือลูกเสือ ชื่อ “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ  Rovering to Success”

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

This document was created by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

คุณแหน : 8 เมษายน 2569

คุณแหน : 8 เมษายน 2569

คุณแหน : 8 เมษายน 2569

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

๐๐อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เปิดนิทรรศการสุนทรียะผู้สูงวัยผ่านการวาดภาพ เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับ รพ.นครปฐม โดย ผศ.ดร.วิรัตน์ ปิ่นแก้ว ตามโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปะสำหรับผู้สูงวัย ณ เซ็นทรัลนครปฐม..๐๐

๐๐ พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เป็นประธานเปิดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสตรีเสริมสร้างความสมานฉันท์ ครั้งที่ 3 อย่างยิ่งใหญ่ ณ อาคารพระเศวตสุรคชาธาร สนามโรงพิธีช้างเผือก มุ่งเน้นสร้างความกลมเกลียวและเครือข่ายสตรีในพื้นที่ให้แข็งแกร่ง..๐๐

๐๐ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม เป็นประธานเปิดงานวิ่งด้วยหัวใจ เพื่อชีวิต วิ่งให้โอกาส 2026 นับเป็นปีที่ 4 ของการจัดงานวิ่งการกุศลของเครือร้านยากรุงเทพ ณ บริเวณสวนสยาม มีผู้เข้าร่วม 3,000 คน โดยมี ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ร่วมด้วย รายได้ทั้งหมดบริจาคเพื่อปรับปรุงห้องฉุกเฉิน รพ.สระบุรี..๐๐

๐๐รศ. ดร. ฉัตรชัย กัลยาณปพน ให้การต้อนรับ วิรัตน์ รักษ์พันธ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมคณะ เข้าร่วมศึกษาดูงานโครงการสนองพระราชดำริ ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดา ฯ ณ ม.วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช..๐๐

๐๐ ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย พร้อมมิตรสหาย อาทิ สุภาพ กตัญญู, อินทิรา ยมนาค, บรรเจิด-วิไลพร ลบล้ำเลิศ ไปพักผ่อนรับลมทะเลระยอง ณ รร. ภูริมาศ บีช โฮเทล แอนด์ สปาบ้านฉาง โดยมี พิพัฒน์-ราศรี รัตนปราการ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น..๐๐

๐๐ โยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กก.ผจก.ใหญ่ บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) เป็นตัวแทนมอบเงินสนับสนุนโครงการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) “วิทยาเขตฉะเชิงเทรา”..๐๐

๐๐ สมาคมศิษย์เก่า รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นำโดย สุเมธ สุรบถโสภณ นายกสมาคมฯ พร้อม วรวุฒิ กาญจนกูล นำคณะครูและนักเรียน รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เข้าร่วมงานโครงการนิทรรศการและการแข่งขันเมตาเวิร์สแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2 ณ คณะวิศวกรรมฯ จุฬาฯ โดยมี รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี ให้การต้อนรับ..๐๐

๐๐ แม้มีภารกิจมากแต่ นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล จัดสรรเวลามาบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO#9 ตามคำเชิญของ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์..๐๐

๐๐ บมจ.ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ มอบเงินบริจาคเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับมอบโดย รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย และ อ.พญ.มัลลิกา ชวนเสงี่ยม..๐๐

๐๐สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ แสดงความเสียใจกับการจากไปของ รศ.ดร.บุญสม เหลี่ยวเรืองรัตน์ อดีตหัวหน้าภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่..๐๐

๐๐ สวด ชนะ รุ่งแสง ศาลา 4 สิทธิสยามการ วัดธาตุทอง 7-11 เม.ย.18.30 น. ..พระราชทานเพลิงศพ 16 เม.ย.17.00 น. เมรุหน้า..นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการธนาคารรวมทั้งธรรมศาสตร์เนื่องจากท่านเป็นกำลังสำคัญในการก่อสร้างอาคารสมาคมธรรมศาสตร์ ซ.งามดูพลี  โดยมีบุญชู โรจนเสถียร เป็นผู้ริเริ่มและมอบหมาย รวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ในยุคต้นๆ ซึ่งท่านดูแลแทนนายกสมาคมฯ ต่อเนื่องหลายปี โดยมี ศิษย์เก่าผู้บริหารธ.กสิกรไทย มาช่วยทำงานบอลฯ งานเชียร์ รวมทั้งสนับสนุนในด้านต่างๆ มากมายในขณะที่ตอนนั้นเป็นรอง กจก.ใหญ่ ธ.กสิกรไทย …ลูกแม่โดมรำลึกถึงพระคุณท่านเสมอ ๐๐

น้องใหม่

กว่า 39 ปี ‘ฟู้ดแพชชั่น’ ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้า คว้า 6 รางวัลระดับประเทศ

กว่า 39 ปี ‘ฟู้ดแพชชั่น’  ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้า  คว้า 6 รางวัลระดับประเทศ

กว่า 39 ปี ‘ฟู้ดแพชชั่น’ ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้า คว้า 6 รางวัลระดับประเทศ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.48 น.

ในช่วงเวลาที่ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญกับความท้าทาย การสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและการดูแลพนักงานกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เดินหน้าพัฒนาแบรนด์และยกระดับศักยภาพบุคลากร จนสามารถคว้า 6 รางวัลสำคัญจากเวทีระดับประเทศ ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล แบรนด์ นวัตกรรม และความยั่งยืน สะท้อนการเติบโตอย่างสมดุลทั้งในมุมลูกค้าและบุคลากร พร้อมตอกย้ำการเป็นองค์กรที่มุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาว

ความสำเร็จดังกล่าวมีจุดตั้งต้นจากแนวคิด “ความสุขในทุกมื้ออาหาร” (Moment of Happiness) ที่ฟู้ดแพชชั่นยึดเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจ โดยมองว่ามื้ออาหารไม่ใช่เพียงการบริโภค แต่คือช่วงเวลาแห่งความหมายที่เชื่อมโยงผู้คน และส่งต่อสู่การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ผ่านการขับเคลื่อนองค์กรบน 4 แกน ได้แก่ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การพัฒนาศักยภาพพนักงาน การนำนวัตกรรมมาสร้างคุณค่าให้ลูกค้า และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

คุณชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า “ตลอดกว่า 39 ปีที่ผ่านมา เราไม่เคยมองตัวเองเป็นเพียงธุรกิจร้านอาหาร แต่เชื่อว่ามื้ออาหารคือช่วงเวลาแห่งความสุขของผู้คน โดยจุดเริ่มต้นของความสุขนั้นมาจากพนักงาน เมื่อพนักงานมีความสุข ก็สามารถส่งต่อประสบการณ์ที่ดีสู่ลูกค้าได้อย่างแท้จริง สิ่งนี้คือรากฐานสำคัญที่เรายึดมาตลอด ทั้งการพัฒนาคน การสร้างวัฒนธรรมองค์กร และการเสริมศักยภาพให้พนักงานเติบโตในระยะยาว ซึ่งสะท้อนผ่านรางวัล ‘2025 Outperforming Enterprises Thailand’ ในฐานะ 1 ใน 11 องค์กรต้นแบบของประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดย Hewitt Consulting และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ และรางวัล ‘Thailand’s Most Admired Company 2025–2026’ จาก BrandAge ในกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ตอกย้ำทั้งความสามารถในการบริหารองค์กรและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค

ในด้านการสร้างแบรนด์ บาร์บีคิวพลาซ่า ยังคงได้รับรางวัล ‘2026 Thailand’s Most Admired Brand’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จาก BrandAge สะท้อนความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับลูกค้าในทุกมิติ ทั้งด้านประสบการณ์ ความคุ้มค่า และความผูกพันทางความรู้สึก ขณะเดียวกัน ยังได้รับรางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 ในหมวดรางวัลพิเศษ “สุดยอดร้านอาหาร Chain แห่งปี” ซึ่งพิจารณาจากคะแนนรีวิวของผู้ใช้งานที่ต้องมากกว่า 4.6 จากจำนวนรีวิวกว่า 100 รายการ ควบคู่กับยอดออเดอร์บน GrabFood และมาตรฐานการจัดการเดลิเวอรีในระดับยอดเยี่ยม สะท้อนถึงคุณภาพและความนิยมของแบรนด์ในช่องทางเดลิเวอรีที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างรอบด้าน 

นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดย บาร์บีคิวพลาซ่า 3 สาขา ได้แก่ สาขาซีคอนบางแค, สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และสาขาเดอะมอลล์บางกะปิ ที่ได้รับรางวัล Green Restaurant ระดับดีเยี่ยม (G-Green ระดับทอง) สะท้อนมาตรฐานการดำเนินงานทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวทางการพัฒนาองค์กรใน 5 มิติ ได้แก่ People, Profit, Planet, Peaceful และ Partnership

อีกหนึ่งความสำเร็จคือการนำนวัตกรรมมาพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า ผ่าน GON member บน LINE OA ที่ยกระดับสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลครบวงจร ครอบคลุม Customer Journey แบบ Seamless ตั้งแต่การจองคิวอัจฉริยะ การเช็กสถานะแบบเรียลไทม์ การสั่งอาหารผ่าน QR Ordering ไปจนถึงการชำระเงินด้วยตนเอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล จนได้รับรางวัล ‘Best Innovative Tech’ จาก LINE Thailand Awards 2025

รางวัลทั้งหมดนี้ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จขององค์กร แต่เป็นผลลัพธ์จากความตั้งใจของพนักงานทุกคน ที่ร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และเรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์ นวัตกรรม และการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบทุกมื้ออาหารให้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข และสร้างคุณค่าในทุกประสบการณ์ที่เราส่งมอบ” คุณชาตยาฯ กล่าวปิดท้าย

โกลเด้น เพลซ สาขาท่าเตียน พลิกโฉมตลาดท่าเตียน เสน่ห์ทางวัฒนธรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โกลเด้น เพลซ สาขาท่าเตียน พลิกโฉมตลาดท่าเตียน เสน่ห์ทางวัฒนธรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โกลเด้น เพลซ สาขาท่าเตียน พลิกโฉมตลาดท่าเตียน เสน่ห์ทางวัฒนธรรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.56 น.

พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธาน ในพิธีเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาท่าเตียน เป็นสาขาที่ 21 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และประชาชนที่มาใช้บริการท่าเรือท่าเตียน พร้อมกับได้ปรับปรุงตลาดท่าเตียน พื้นที่โดยรอบซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ของกรุงรัตนโกสินทร์  ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยมี  นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะกรรมการฯ ร่วมในพิธีเปิด ณ โกลเด้น เพลซ สาขาท่าเตียน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569

ร้านโกลเด้น เพลซ สาขาท่าเตียน เป็นร้านค้าลำดับที่ 21 มีพื้นที่ให้บริการทั้งหมด 408 ตารางเมตร มีโซนร้านค้าของฝากจากซึ่งคัดสรร สินค้าคุณภาพจากโครงการพระราชดำริ โครงการหลวง ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชน โดยเน้นกลุ่มของฝากและอาหารพร้อมทาน อีกทั้ง เป็นจุดนัดพบริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ ที่สะท้อนทั้งเรื่องเล่าวิถีชีวิต และความศรัทธาของชุมชนโดยรอบ โดยมี “ตลาดท่าเตียน” ตั้งขนาบข้าง เติมเต็มบรรยากาศการค้าดั้งเดิม ผสานความร่วมสมัย สร้างมิติใหม่ให้กับพื้นที่ได้อย่างกลมกลืน จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว  ที่รวมของดี มีคุณภาพ และ กลิ่นอายเมืองเก่า เสน่ห์ทางวัฒนธรรมไว้ในที่เดียว และเชื่อมโยงยุคสมัยได้อย่างลงตัว

นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “ปัจจุบันท่าเตียนคือพื้นที่ที่รวมเอาเรื่องราวของวิถีชุมชน และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมไว้ด้วยกันอย่างครบถ้วน มีทั้งมิติทางประวัติศาสตร์และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยในพื้นที่เดียว บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะผู้ดูแลบริหารจัดการพื้นที่ตลาดท่าเตียน และโดยรอบ จึงได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ตลาดท่าเตียน ให้มีความเหมาะสมกับยุคสมัย แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์สถาปัตยกรรม ร้านค้า ร้านอาหารเก่าแก่ดั้งเดิมไว้เช่นเคย     โซนร้านค้า และร้านอาหารของดีของเด่นตั้งอยู่ บริเวนตลาดท่าเตียนกว่า 100 แผง ครอบคลุมทั้งอาหาร    ของฝาก และของที่ระลึก สะท้อนเอกลักษณ์ของย่านเก่าที่มีชีวิตชีวา และยังคงเสน่ห์ของการค้าขายแบบชุมชนไว้อย่างชัดเจน”

นอกจากนี้ ภายในร้านสาขาท่าเตียน ยังมีโซนโกลเด้น คอฟฟี่ มีบริการเมนูเฉพาะสาขาท่าเตียน ได้แก่ “สมูทตี้บ้านเรา” หรือ Locally Smoothies ของดีบ้านเรา ได้แก่ กล้วยหอม จากนครปฐม, สับปะรด จากประจวบคีรีขันธ์, ใบมิ้นท์ จากนนทบุรี และ มะพร้าวน้ำหอม จากราชบุรี เพื่อสนับสนุนวัตถุดิบท้องถิ่นจากทั่วประเทศ พร้อมด้วยโซนโกลเด้น คิชเช่น ที่ให้บริการอาหารปรุงสดใหม่ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบความคุ้มค่าและความสะดวก โดยมีพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร รองรับลูกค้ากว่า 30 ที่นั่ง

ร้านโกลเด้น เพลซ สาขาท่าเตียน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 20.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.goldenplace.co.th, FB:Golden Place โกลเด้น เพลซ และ IG:Goldenplace.official

ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนภารกิจสภากาชาดไทย

ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนภารกิจสภากาชาดไทย

ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนภารกิจสภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.31 น.

จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ร่วมพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมรับมอบเงินบริจาค จำนวน 2,778,315 บาท จาก  อลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมด้วย คุณวรพงษ์  สีแสนวัฒน ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ช่องทางตัวแทน เอไอเอ ประเทศไทย ผ่านการจัด “โครงการ AIA CI Share and Care – รับเพื่อให้ สร้างสุขภาพพร้อมสร้างสรรค์สังคมอย่างยั่งยืน” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร ตัวแทนประกันชีวิตที่ปรึกษาทางการเงิน และลูกค้าเอไอเอ ประเทศไทย เพื่อสมทบทุน “โครงการจัดสร้างอาคารศูนย์บูรณาการรักษาโรคมะเร็ง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย” เพื่อยกระดับบริการรักษาโรคมะเร็ง และรองรับผู้ป่วยมะเร็งที่มีจำนวนมากขึ้น ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน เพิ่มโอกาสการรักษา รวมถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ด้าน กำชัย เลิศพุฒิภิญโญ หัวหน้าฝ่ายจัดหารายได้และบริหารความสัมพันธ์ภาคองค์กร สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ร่วมงาน “Rooftop Street Art Fight” เวทีประกวดงานศิลปะภายใต้แนวคิด “Colour and Sustainability: สีสันกับความยั่งยืน” ณ โรงแรม เลอ เมอริเดียน กรุงเทพ โดยรายได้จากการจัดกิจกรรมดังกล่าว หลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้กับสภากาชาดไทย ผ่าน Donation HUB ศูนย์รวมการบริจาคและจัดกิจกรรมหารายได้เพื่อสนับสนุนทุกภารกิจของสภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อเป็นความช่วยเหลือไปยังผู้ป่วยยากไร้และผู้ด้อยโอกาสต่อไป

อย. ปลุกพลังชุมชน เปิด ‘ตลาดนัด อย.’ ลดค่าครองชีพ บรรเทาภาระค่าใช้จ่าย

อย. ปลุกพลังชุมชน เปิด 'ตลาดนัด อย.' ลดค่าครองชีพ บรรเทาภาระค่าใช้จ่าย

อย. ปลุกพลังชุมชน เปิด ‘ตลาดนัด อย.’ ลดค่าครองชีพ บรรเทาภาระค่าใช้จ่าย

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.24 น.

7 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จัดงาน “ตลาดนัด อย. เติมสุข ปลุกพลังชุมชน” เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนท่ามกลางภาวะค่าครองชีพสูง พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง โดยภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดี และผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชน ในราคาประหยัด ควบคู่กับกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพโดยวิทยากรจาก รพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในหัวข้อ “สวนสมุนไพรข้างบ้าน สร้างสุขภาพดีแบบยั่งยืน” ณ ลานจอดรถหน้าอาคาร 6 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเยี่ยมชมตลาดในครั้งนี้ด้วย