
21 พ.ค. 2569 15:48 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ประณาม รมต.ขวาจัดอิสราเอล เยาะเย้ย-ข่มขู่กลุ่มนักเคลื่อนไหวช่วยกาซา ขณะถูกมัดมือไพล่หลัง (คลิป)
นานาชาติรวมถึงสหรัฐฯ อังกฤษ และแคนาดา ออกโรงประณาม นายอิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล หลังโพสต์คลิปวิดีโอแสดงพฤติกรรมยั่วยุและเหยียดหยามกลุ่มนักเคลื่อนไหวส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังฉนวนกาซาที่ถูกสกัดจับ ขณะถูกมัดมือไพล่หลัง
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และประณามอย่างรุนแรงจากประชาคมโลก ต่อกรณีที่ นายอิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติผู้นิยมลัทธิชาตินิยมสุดโต่งของอิสราเอล ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่เขาเดินทางไปเยือนศูนย์ควบคุมตัวที่ท่าเรืออัชดอด เพื่อเข้าตรวจดูกลุ่มนักเคลื่อนไหวสนับสนุนปาเลสไตน์กว่า 430 คน จากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ที่ถูกกองทัพเรืออิสราเอลบุกสกัดจับกุมกลางทะเลสากล
ภายในคลิปวิดีโอที่ใช้แคปชันว่า “ยินดีต้อนรับสู่อิสราเอล” ปรากฏภาพนายเบน-กวีร์ ยืนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในขณะที่พวกเขากำลังกดตัวนักเคลื่อนไหวหญิงรายหนึ่งที่ตะโกนคำว่า “ปลดปล่อยปาเลสไตน์” ลงกับพื้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีภาพเขายืนโบกธงอิสราเอลผืนใหญ่เคียงข้างกลุ่มนักเคลื่อนไหวจำนวนมากที่กำลังคุกเข่า โดยมีมือทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลังเอาไว้ พร้อมกับพูดใส่พวกเขาเป็นภาษาฮีบรูว่า “ยินดีต้อนรับสู่อิสราเอล พวกเราคือเจ้านายที่นี่” นอกจากนี้ยังมีภาพนักเคลื่อนไหวอีกส่วนถูกบังคับให้คุกเข่าบนดาดฟ้าเรือในขณะที่เจ้าหน้าที่เปิดเพลงชาติอิสราเอลตอกย้ำ
พฤติกรรมดังกล่าวจุดชนวนความโกรธแค้นให้แก่หลายประเทศทันที โดย อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ระบุว่าเป็น “ภาพที่น่าอับอายอย่างสิ้นเชิง” และได้ทำการส่งหนังสือเรียกตัวแทนจากสถานทูตอิสราเอลเข้าพบด่วนเพื่อขอคำชี้แจง เช่นเดียวกับ นายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ที่ประณามว่าเป็นการกระทำที่ “น่ารังเกียจ” และสั่งเรียกทูตอิสราเอลเข้าพบทันที โดยย้ำว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับการปกป้องทุกที่ทุกเวลา
ขณะที่ สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, อิตาลี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม และสเปน ต่างประสานเสียงว่าพฤติกรรมของรัฐบาลอิสราเอลในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ “ยอมรับไม่ได้” ด้าน เฮเลน แมคเอนที รัฐมนตรีต่างประเทศไอร์แลนด์ ชี้ว่าคลิปดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้บริสุทธิ์รวมถึงชาวไอริชที่ถูกคุมตัวอย่างผิดกฎหมาย ไม่ได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในศักดิ์ศรี ขณะที่ “อาดาลาร์” (Adalah) กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า นี่คือหลักฐานชัดเจนว่าอิสราเอลกำลังใช้ “นโยบายอาชญากร” ในการทารุณกรรมและสร้างความอับอายแก่เหยื่อ
กระแสต่อต้านที่ลุกลามส่งผลให้เกิดรอยร้าวในคณะรัฐมนตรีอิสราเอล โดยนายกิเดอน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล ได้โพสต์ข้อความตำหนินายเบน-กวีร์ โดยตรงว่า “คุณกำลังจงใจสร้างความเสียหายให้กับประเทศของเราด้วยการแสดงออกที่น่าอับอายนี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก” ซึ่งนายเบน-กวีร์ ได้ตอกกลับทันทีว่า “รัฐมนตรีต่างประเทศควรเข้าใจได้แล้วว่า อิสราเอลไม่ใช่คนหัวอ่อนที่ใครจะมารังแกก็ได้อีกต่อไป”
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ต้องออกแถลงการณ์เพื่อลดอุณหภูมิความร้อนแรง โดยระบุว่า แม้อิสราเอลจะมีสิทธิ์อันชอบธรรมในการสกัดกั้นกองเรือที่พยายามเข้ามาละเมิดการปิดล้อมทางทะเลเพื่อสนับสนุนกลุ่มฮามาส แต่แนวทางและวิธีปฏิบัติของรัฐบาลเบน-กวีร์ ต่อกลุ่มนักเคลื่อนไหวนั้น “ขัดต่อค่านิยมและบรรทัดฐานของประเทศอิสราเอลอย่างสิ้นเชิง” พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเนรเทศกลุ่มคนเหล่านี้ออกนอกประเทศให้เร็วที่สุด
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องมาจากกองเรือ Global Sumud Flotilla (GSF) นำโดยเรือมากกว่า 50 ลำ ได้ออกเดินทางจากประเทศตุรกีเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ อาทิ อาหาร นมผงดัดแปลงสำหรับทารก และเวชภัณฑ์ ไปส่งมอบให้แก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาที่กำลังเผชิญความอดอยากอย่างรุนแรง ซึ่งมีประชากรกว่า 2.1 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น แม้ว่าจะมีการตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสไปตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม กองเรือดังกล่าวได้ถูกหน่วยคอมมานโดกองทัพเรืออิสราเอลติดอาวุธ บุกเข้าสกัดจับกุมในน่านน้ำสากลทางตะวันตกของไซปรัส ห่างจากชายฝั่งกาซาราว 460 กิโลเมตร โดยผู้จัดกิจกรรมอ้างว่ากองทัพอิสราเอลใช้กำลังเกินกว่าเหตุ มีการระดมยิงปืน ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และจงใจขับเรือพุ่งชนเรือของกลุ่มนักเคลื่อนไหว ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลแย้งว่า ไม่มีการใช้กระสุนจริงและทำไปเพื่อรักษากฎหมายการปิดล้อมทางทะเลเท่านั้น โดยปัจจุบันกลุ่มผู้เดือดร้อนในกาซายังคงขาดแคลนปัจจัย 4 และระบบสาธารณูปโภคขั้นวิกฤตอันเนื่องมาจากข้อจำกัดในการนำเข้าสิ่งของบรรเทาทุกข์ของฝั่งอิสราเอล.










