บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2565396

ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565

30 พ.ย. 2565 04:58 น.

  • ไต้ฝุ่น

ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565

@ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565 “9 ทศวรรษใต้ร่มพระบารมี สดุดีสภานายิกาสภากาชาดไทย” ระหว่าง 8-18 ธ.ค. โดยมี พล.ท.นพ.อำนาจ บาลี มาร่วมแถลงด้วย ที่สวนลุมพินี วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด ยุคการเมืองนํ้าเน่าย้อนกลับ ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2565

  • ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ การเมืองไทยวันนี้ย้อนยุคกลับไปสู่การเมืองนํ้าเน่าสมัย 30–40 ปีก่อน เพื่อการสืบทอดอำนาจ แต่ติดฉลากใหม่ให้ดูเป็นพรรคการเมืองใหม่มีอุดมการณ์ ด้วยการ ตั้งพรรคการเมืองขนาดเล็กขึ้นมาใหม่ แต่ คนก่อตั้งพรรคและสมาชิกพรรค ล้วนเป็น นักการเมืองเก่าหน้าเดิม และมีจำนวนมากที่ขุดมาชุบตัวกันใหม่
ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565
เป็นเลิศ มนู เลียวไพโรจน์ จัดงานมอบรางวัล “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION AWARDS 2022” ให้องค์กรมีความเป็นเลิศในด้านการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล โดยมี พงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ และ ชาติชาย สุทธาเวศ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมสวิสโฮเทล วันก่อน.
  • ประสา “ไต้ฝุ่น” ก็ได้แต่ ฝากอนาคตประเทศไทย ไว้กับ คนรุ่นใหม่ ตั้งแต่ เจน X เจน Y ลงไปถึง เจน Z ที่จะมีอายุครบ 18 ปี มีสิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในเดือนเมษา พฤษภาคมปีหน้า คาดว่าจะมีหลายสิบล้านคน อนาคตของคุณอยู่ในมือคุณแล้ว จะเลือก เผด็จการนํ้าเน่าแบบเก่า หรือ พลิกโอกาสสู่อนาคตที่สดใส สร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยตรงไปตรงมา ก็อยู่ที่ คนรุ่น XYZ นี่แหละ
  • ก็แปลกดี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯและรัฐมนตรีพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์สื่อ ทวงเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งที่ประชุม ครม.ร่วมกันทุกสัปดาห์ ส่งชื่อรัฐมนตรีช่วยไป 7 สัปดาห์แล้ว ยังไม่แต่งตั้งเสียที
ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565
ปลายทางชีวิต พระมหาราชครูพิธี ศรีวิสุทธิคุณ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ วิมลพรรณ ณ ระนอง มารดาของ วรพรรณ ณ ระนอง, วรรณพร คอบเปอร์นอค และ วรวิมล ณ ระนอง ท่ามกลางบรรดาญาติมิตรผู้ที่รู้จักคุ้นเคยมาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม วันก่อน.
  • ถ้าเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล ไม่ยอมปรับ ครม.ตามโควตาพรรค “ไต้ฝุ่น” ก็ไม่เห็นว่าจะยากตรงไหน ก็แค่ยื่นคำขาดถอนพรรคประชาธิปัตย์ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ล้มรัฐบาลชุดนี้กันต่อหน้า ดูทีหรือ นายกฯตู่ จะกล้าขัดใจหรือไม่ หรือ นายกฯลุงตู่ อ่านออก พรรคประชาธิปัตย์ก็อยากกอดเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่กล้าถอนตัวออกจากรัฐบาล ต่อให้หักคอไม่ตั้งรัฐมนตรีช่วยก็ตาม ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่
ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565
รับรางวัล สมชัย เตชะวณิช รอง กก.ผจก.ใหญ่ บางจาก คอร์ปอเรชั่น รับรางวัล Superbrands Thailand 2022 มีความเป็นเลิศในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์บางจากและกาแฟอินทนิล โดยมี ปริญญา กิตติการุญจิต และ วิษณุ วงศ์สุมิตร มาร่วมปลื้มด้วย ที่พารากอนฮอลล์ วันก่อน.
  • ดูตัวอย่าง ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีหญิงไต้หวัน หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า การเลือกตั้งท้องถิ่น วันเสาร์ที่ผ่านมา พรรคดีพีพี ของเธอพ่ายแพ้ให้กับ พรรคก๊กมินตั๋ง คู่แข่งที่เน้นการเป็นมิตรกับจีน ไช่ อิงเหวิน ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าทันที เปิดโอกาสให้พรรคเลือกผู้นำคนใหม่ นี่คือ ระบอบประชาธิปไตย แพ้ต้องออก ไม่ใช่หา ตัวช่วยพิเศษเพื่อนั่งเก้าอี้ต่อไป
ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565
งานกาชาด ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565 “9 ทศวรรษใต้ร่มพระบารมี สดุดีสภานายิกาสภากาชาดไทย” ระหว่าง 8-18 ธ.ค. โดยมี พล.ท.นพ.อำนาจ บาลี มาร่วมแถลงด้วย ที่สวนลุมพินี วันก่อน.
  • สัญญาณมาแล้ว เศรษฐกิจไทยปีหน้าไม่สวยหรูอย่างที่วาดภาพ เมื่อ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ไทยไม่เปลี่ยนแปลง จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ รัฐมนตรีพาณิชย์ แถลงตัวเลขส่งออกตุลาคมหดตัว 4.4% เป็นครั้งแรกในรอบ 20 เดือน ส่งผลให้ 10 เดือนแรกปีนี้ ไทยขาดดุลการค้าไปแล้วกว่า 15,580 ล้านเหรียญ ราว 560,000 ล้านบาท ถือเป็นเรื่องอันตราย เพราะปีหน้า 2566 ทุกสำนักคาดว่า การส่งออกไทยจะเติบโตแค่ 1%
  • วันนี้ กนง. คณะกรรมการนโยบายการเงินแบงก์ชาติ จะประชุมนัดส่งท้ายปี คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 1.25% แบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าดอกเบี้ยไทยจะตํ่ากว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯมาก สิ้นปีนี้คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยถึง 4.50% แต่ ค่าเงินบาทกลับแข็งค่าขึ้น สวนทางกับส่วนต่างของดอกเบี้ย เป็นไปตามที่ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติแถลงก่อนหน้านี้ ค่าเงินบาทอ่อนไม่เกี่ยวกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย เป็นเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน
  • ชาวจีนเริ่มไม่ทนกับนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” และ การล็อกดาวน์ปิดบ้านปิดเมืองอย่างไร้เหตุผล ของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นักศึกษาประชาชนออกมาประท้วงกันในเมืองหลายเมือง ตั้งแต่ กรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู กวางโจว ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ในจีนที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว 5 วันติด วันอาทิตย์ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อใหม่กว่า 4 หมื่นคน
ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565
คุ้มมาก สาระ ล่ำซำ และ อัฐ ทองแตง เปิดโครงการ “MTL Health Buddy” เพื่อมอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตกับโรงพยาบาลในเครือ PMC โดยมี ผศ.นพ.วีรยะ เภาเจริญ และ พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 วันก่อน.
  • ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการเงิน นิวยอร์ก ฮ่องกง คาดว่า การลุกฮือขึ้นประท้วงของชาวจีน อาจผลักดันให้ประธานาธิบดีสี ยกเลิกการใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์เร็วขึ้น และ อาจกระตุ้นให้มีการเปิดประเทศเร็วขึ้น แต่ผู้นำจีนจะไม่ยอมรับความผิดพลาดต่อสาธารณชนแน่นอน
  • ช่วงฤดูหนาวนี้ สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ล้วนมีการระบาดหนักขึ้น เช่น ญี่ปุ่น มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นแสนคนต่อวัน ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า ปี 2566 ทั่วโลกอาจได้เห็นการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ “โอมิครอนรุ่นที่ 3” รุ่นเหลนของโควิด BA.5 ซึ่งยังคาดไม่ได้ว่า จะเหมือนไข้หวัดที่ไม่มีอาการรุนแรง หรือ ก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ไม่รู้เมื่อไหร่โลกจะกลับมาสู่ความสงบสุขเสียที “ไต้ฝุ่น” ว่าประชากรโลกเพลียฮาร์ทเต็มทีแล้ว
ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565
ฮอกไกโด โอบะ ยูอิจิ, ทาโร่ ซาวาดะ และ พิชัย จิราธิวัฒน์ เปิดงาน “Wow Hokkaido” รวบรวมร้านอาหารคาวหวานเครื่องดื่ม พร้อมจำลองบรรยากาศเมืองหิมะของฮอกไกโด โดยมี ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ ชยพร พรประภา มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม มหกรรมการเงิน Money Expo 2022 เตรียมจัดงาน มหกรรมการเงินกรุงเทพส่งท้ายปี ครั้งที่ 5 Money Expo Year End 2022 วันที่ 15–18 ธันวาคม ณ ฮอลล์ EH103–104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระดม แบงก์ นอนแบงก์ ประกัน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน ฯลฯ จัดหนักแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี เงินฝากดอกเบี้ยสูง เงินกู้ดอกเบี้ยตํ่า ลงทุนในกองทุนและประกันลดหย่อนภาษี พร้อมงานสัมมนาแห่งปี Thailand Next Move 2023 : The Nation Recharge จาก ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมผู้บริหารระดับสูงอีกมากมายในวันที่ 16 ธันวาคมตลอดวัน
  • 08.30 น. วันนี้ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 MOTOR EXPO 2022 เปิดงาน The 39th Thailand International Motor Expo 2022 ที่ห้องรอยัล จูบิลี บอลรูม อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เปิดตัวรถใหม่กันมากมาย
ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย แถลงข่าวการจัดงานกาชาดประจำปี 2565
เบิร์ธเดย์ จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, สุทิน คลังแสง, พิชัย นริพทะพันธุ์ และ ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร มอบช่อดอกไม้ให้ นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในโอกาสฉลองวันเกิดครบรอบ 66 ปี ที่ร้านเลอ เมอเซียร์ นนทบุรี วันก่อน.
  • บนแผงวันนี้ Gourmet & Cuisine เจาะลึกสารพัดประโยชน์ของ “อาหารหมัก” ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความดันโลหิต ห้ามพลาด 5 ร้านลูกชิ้นปิ้งในตำนาน, KITCHEN & HOME ไอเดียรีโนเวตอพาร์ตเมนต์เก่าให้เป็นห้องสุดน่ารัก สูตรขนมจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น, หนังสือ 50 เมนูขนมไทยและขนมไทยประยุกต์ รวมสูตรลับความอร่อยขนมหวานสไตล์ไทย ขนมหวานนํ้ากะทิ ขนมหวานกินเล่น วุ้นหลากรส ซื้อได้ตามร้านหนังสือ Shopee, e-book และ Line my shop: @gourmetandcuisine โภชนาการพื้นฐาน โดย จักรกฤษณ์ ทองคำ รศ.สุนีย์ สหัสโพธิ์, การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน โดย ผศ.ดร.สรรพสิทธิ์ แก้วเฮ้า, Digital Content Creation หลักและแนวปฏิบัติในมิติการสื่อสาร โดย ดร.ทักษิณา ชัยอิทธิพรวงศ์, ต่วยตูนพิเศษ ดีท็อกซ์แบบชาวมายา, 4 WHEELS แกะกล่องรถใหม่ Audi Q5 55 TFSI E และ BYD ATTO 3
  • สวดพระอภิธรรมศพ ศ.ดร.สุนทร เสถียรไทย บิดา ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย วัดธาตุทอง ศาลาเสถียรไทย 18.30 น. เสาร์ที่ 3 ธันวาคม เผาวันนี้ นางคำยศ สิงหาปัด มารดา กิตติ สิงหาปัด วัดศิริชัยโย อ.กระนวน ขอนแก่น เผา จินดา นาคประเสริฐ ภรรยา ไกรสีห์ นาคประเสริฐ 1 ธันวาคม 16.00 น. วัดพระศรีมหาธาตุ อร่าม หาญสืบสาย บิดา รศ.ดร.อรัญ หาญสืบสาย อยู่ศาลา 8 วัดศรีเอี่ยม ถึง 2 ธ.ค. พระราชทานเพลิง 3 ธ.ค. 16.00 น.

“ไต้ฝุ่น”

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ปิดเซ่นโควิดรอบที่ 3 ของปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2566265

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ปิดเซ่นโควิดรอบที่ 3 ของปี

30 พ.ย. 2565 11:48 น.

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ปิดเซ่นโควิดรอบที่ 3 ของปี

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ ต้องปิดบริการชั่วคราวอีกครั้ง จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศรุนแรงขึ้น หลังจากที่เพิ่งกลับมาเปิดทำการได้เพียง 4 วัน

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อผู้ใช้บริการ ที่ต้องประกาศปิดทำการส่วนของสวนสนุกชั่วคราว หลังจากที่เพิ่งเปิดทำการได้เพียง 4 วัน เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นในเซี่ยงไฮ้ แต่ในส่วนของโรงแรมเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ โรงแรมทอยสตอรี่ และวิชิ่ง สตาร์ปาร์ก จะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ซึ่งนับว่าการปิดบริการครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ จากมาตรการคุมเข้มโควิดให้เป็นศูนย์ที่เข้มงวดของจีน

ด้านบริษัทท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ ระบุว่า การสั่งปิดดิสนีย์แลนด์ครั้งนี้ เป็นอีกครั้งที่กระทบต่อภาคการท่องเที่ยว และดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้คงยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ในระยะใกล้ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้

โดยเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของเซี่ยงไฮ้ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ต้องปิดบริการมาแล้วถึง 101 วัน ในช่วงระหว่างเดือนวันที่ 21 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายนปีนี้ โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19ในช่วงเมษายนถึงพฤษภาคมในเซี่ยงไฮ้มากกว่า 600,000 ราย

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดล่าสุด มีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 178 รายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในจำนวนนี้แสดงอาการป่วย 20 คน และนับว่าตัวเลขนี้เป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันสูงที่สุดของเซี่ยงไฮ้นับตั้งแต่ช่วงที่เซี่ยงไฮ้มีการล็อกดาวน์ทั่วเมืองในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ทางการยังสั่งห้ามประชาชนที่เดินทางมาจากต่างเมือง เข้าไปยังพื้นที่สาธารณะอย่างร้านอาหาร บาร์ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของชำ โรงยิมในร่มอย่างน้อย 5 วันนับตั้งแต่วันที่เดินทางเข้าเมืองด้วย

ทั้งนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนต้องเผชิญกับการชุมนุมประท้วงนโยบายคุมโควิดในหลายเมืองทั้งในเซี่ยงไฮ้และเมืองใหญ่อื่นๆ เพื่อกดดันให้รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาดลง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทวีความโกรธแค้นมากขึ้น หลังเกิดเหตุไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ในเมืองอุรุมชี จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 ศพ เนื่องจากอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์จนไม่สามารถหนีออกมาได้ โดยผู้ชุมนุมในเซี่ยงไฮ้ได้รวมตัวกันจัดพิธีไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทางการยุติมาตรการที่สุดโต่ง จนเกิดการปะทะกับตำรวจด้วย.

ที่มา :SCMP

จีนประสบความสำเร็จส่งทีมนักบินอวกาศ “เสิ่นโจว-15” จบงานสร้างสถานีอวกาศเทียนกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2566160

จีนประสบความสำเร็จส่งทีมนักบินอวกาศ "เสิ่นโจว-15" จบงานสร้างสถานีอวกาศเทียนกง

30 พ.ย. 2565 09:34 น.

จีนประสบความสำเร็จส่งทีมนักบินอวกาศ “เสิ่นโจว-15” จบงานสร้างสถานีอวกาศเทียนกง

จีนประสบความสำเร็จในการส่งนักบินอวกาศ 3 คนไปยังสถานีอวกาศเทียนกง เพื่อให้ปฏิบัติภารกิจขั้นสุดท้ายในการประกอบสถานีอวกาศแห่งนี้จนพร้อมใช้งาน

สำนักข่าวCCTV ของทางการจีน รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2565 สำนักงานอวกาศแห่งชาติจีน ประสบความสำเร็จ ในการปล่อยจรวดลองมาร์ช-ทูเอฟ (March-2F) ขึ้นจากศูนย์อวกาศจิ่วเฉวียน กลางทะเลทรายโกบี ในมณฑลกานซู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อเวลา 23.08 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 22.08 น. ตามเวลาในไทย

โดยจรวดลองมาร์ช ทู เอฟ บรรทุกยานแคปซูล “เสิ่นโจว-15” (Shenzhou-15) พร้อมนักบินอวกาศ 3 คน ไปประจำการบนสถานีอวกาศเทียนกง เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อสานต่อภารกิจประกอบสถานีในขั้นตอนสุดท้าย ล่าสุดยานเสิ่นโจว15 ได้แยกตัวออกจากจรวดและเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดก่อนที่ยานจะเข้าเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศ ส่วนนักบินอวกาศที่เดินทางไปครั้งนี้มี 3 คน ได้แก่ นายเฟย จวิ้นหลง วัย 57 ปี หัวหน้าภารกิจ นายเติ้ง ชิงหมิง วัย 56 ปี และนายจาง ลู่ วัย 46 ปี

จีนประสบความสำเร็จส่งทีมนักบินอวกาศ "เสิ่นโจว-15" จบงานสร้างสถานีอวกาศเทียนกง

ทั้งนี้ เสิ่นโจว-15 เป็นภารกิจการบินอวกาศทั้งที่ 6 ของจีนสำหรับโครงการเดินทางสู่อวกาศแบบมีมนุษย์ควบคุมของจีน และเป็นภารกิจสุดท้ายจากทั้งหมด 11 ภารกิจ ในการประกอบสถานีอวกาศเทียนกงให้เสร็จสิ้น ขณะที่สถานีอวกาศเทียนกงประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานเป็นโมดูลหลัก 3 ตัว ได้แก่ ห้องปฏิบัติการเทียนเหอ เวิ่นเทียน และเมิ่งเทียน.

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุประท้วงโควิดปะทุรุนแรงในจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565366

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุประท้วงโควิดปะทุรุนแรงในจีน

30 พ.ย. 2565 08:00 น.

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุประท้วงโควิดปะทุรุนแรงในจีน

  • เหตุประท้วงมาตรการคุมเข้มโควิดในจีนเริ่มลุกลามรุนแรงเป็นวงกว้าง จนหลายชาติต่างจับจ้องว่าชนวนเหตุเหล่านี้อาจสั่นคลอนเก้าอี้ผู้นำสมัยที่ 3 ของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนได้หรือไม่
  • จากความไม่พอใจที่จำกัดอยู่ในโลกโซเชียล กลับกลายมาเป็นการเดินลงถนนในเมืองใหญ่ๆ เพื่อแสดงจุดยืนประท้วงภาครัฐอย่างชัดเจน เพื่อส่งเสียงสะท้อนไปยังทางการจีนให้ปรับเปลี่ยนมาตรการคุมโควิดโดยเร็ว
  • กระแสความไม่พอใจมาตรการคุมเข้มเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นการสะสมความไม่พอใจจากกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมโควิดให้เป็นศูนย์มายาวนานถึงเกือบ 3 ปี โดยที่ยังไม่มีใครรู้ว่ามาตรการนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด


กระแสความไม่พอใจที่ลุกลามกลายเป็นเหตุประท้วงตามเมืองใหญ่ๆ ดูท่าว่าจะไม่จบลงง่ายๆ แม้ว่าทางการจีนจะระดมกำลังตำรวจลงพื้นที่ประจำจุดต่างๆ เพื่อควบคุมการประท้วงไม่ให้ลุกลามบานปลายแล้วก็ตาม ชนวนเหตุเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการประท้วงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนครั้งนี้ มีที่มาจากหลายเรื่องราวรวมกัน วันนี้เราจะพาไปย้อนดูไทม์ไลน์ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้าที่จะนำมาสู่เหตุประท้วงครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุประท้วงโควิดปะทุรุนแรงในจีน

กระแสความขุ่นเคืองใจในเซี่ยงไฮ้

การประกาศล็อกดาวน์ในเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเป็นชนวนเหตุสำคัญครั้งแรกที่จุดกระแสความไม่พอใจของประชาชนต่อมาตรการคุมเข้มโควิดให้เป็นศูนย์ของทางการจีน โดยครั้งนั้นก็มีการประท้วงย่อมๆ ของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะขาดแคลนอาหาร ซึ่งแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับมหานครใหญ่ที่ร่ำรวยของจีน

ในเดือนเมษายน มีการเผยคลิปเสียงของประชาชนที่รู้สึกสิ้นหวังและได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการล็อกดาวน์ความยาว 6 นาทีถูกเผยแพร่ออกมา ก่อนที่คลิปจะถูกเซนเซอร์ไป

หลังจากนั้นในโลกโซเชียลก็เริ่มมีการโพสต์คลิปวิดีโอความไม่พอใจของประชาชนตามช่องทางต่างๆ เพื่อหลบหลีกการถูกบล็อก จนเกิดกระแสการประท้วงใหญ่ทางออนไลน์ นับตั้งแต่หมอหลี่ หรือนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียงจักษุแพทย์ ผู้เปิดโปงเรื่องราวเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในอู่ฮั่น เสียชีวิตในวัย 34 ปี จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุประท้วงโควิดปะทุรุนแรงในจีน

เหตุประท้วงในมหาวิทยาลัย

ในเดือนพฤษภาคม มีนักศึกษาหลายร้อยคนในวิทยาเขตแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยปักกิ่งในกรุงปักกิ่ง ออกมาประท้วงมาตรการคุมเข้มล็อกดาวน์ เพื่อต้องการให้นักศึกษาได้มีอิสระในการเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยการประท้วงครั้งนี้ยุติลงหลังจากที่ทางการยอมผ่อนปรนที่จะยกเลิกมาตรการคุมเข้มบางอย่างลง โดยมหาวิทยาลัยทั่วประเทศจีนต้องล็อกดาวน์ตลอดช่วงของการระบาดของโควิด-19 ห้ามบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยม และไม่อนุญาตให้นักเรียนนักศึกษากลับบ้านเพื่อป้องกันการระบาดด้วย

การประท้วงธนาคารเหอหนาน

ในช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงกรกฎาคม มีผู้ฝากเงินนับร้อยนับพันคนบุกประท้วงหน้าธนาคารประชาชนจีน สำนักงานเจิ้งโจว ในมณฑลเหอหนาน หลังจากโดนอายัดบัญชี เบิกถอนเงินไม่ได้มานานกว่า 90 วัน นอกจากนี้แอปพลิเคชันโควิด-19 ของรัฐ ที่ประชาชนทุกคนต้องลงทะเบียนใช้งาน ยังถูกติดตามความเคลื่อนไหว และถูกสกัดไม่ให้พวกเขาเดินทางออกนอกพื้นที่พักอาศัยเพื่อมาชุมนุมกันซึ่งประชาชนต่างกล่าวว่าเป็นความพยายามในการสกัดการประท้วงของภาครัฐ ก่อนที่ทางการจะเข้ามาแก้ไขปัญหา จับแก๊งอาชญากรรมท้องถิ่น และทยอยแก้ไขบัญชีที่ถูกอายัดให้กลับมาใช้งานได้ในภายหลัง

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุประท้วงโควิดปะทุรุนแรงในจีน

การประท้วงในทิเบต

ต่อมาในเดือนตุลาคม ชาวบ้านในเมืองลาซาของทิเบตก็รวมตัวกันประท้วงมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดมายาวนานถึง 3 เดือนใกล้กับพระราชวังโปตาลา สถานที่ประทับขององค์ทะไลลามะ โดยคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ออกมาจะเห็นประชาชนหลายร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานผู้อพยพเชื้อสายฮั่น ที่ออกมาเดินขบวนตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐอนุญาตให้พวกเขาได้กลับบ้านเสียที

เหตุประท้วงที่สะพานซี่ตง ปักกิ่ง

ในเดือนเดียวกัน ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเพียงไม่กี่วัน มีผู้ประท้วงรายหนึ่งท้าทายรัฐบาลด้วยการนำป้ายผ้าที่เขียนด้วยลายมือ ที่มีข้อความวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาติดไว้บนสะพาน โดยหนึ่งในป้ายผ้าระบุข้อความว่า “ไม่ต้องการตรวจโควิดแล้ว ฉันอยากทำมาหากิน ไม่เอาการปฏิวัติวัฒนธรรม ฉันอยากให้มีการปฏิรูป ไม่เอาล็อกดาวน์ ฉันต้องการอิสระ ไม่เอาผู้นำ ฉันต้องการโหวต ไม่เอาคำโกหก ฉันต้องการศักดิ์ศรี ฉันไม่ต้องการเป็นทาส ฉันจะเป็นพลเมือง” ส่วนอีกป้ายหนึ่งเขียนเรียกร้องให้ประชาชนออกมาประท้วงและโค่นล้มนายสี จิ้นผิง

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุประท้วงโควิดปะทุรุนแรงในจีน

เหตุปะทะที่กวางโจว

ในเดือนพฤศจิกายน เกิดเหตุปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงในเมืองกวางโจว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากมีการประกาศขยายล็อกดาวน์ เนื่องจากพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

โดยคลิปวิดีโอที่มีการแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ จะเห็นภาพของผู้ประท้วงหลายร้อยคนเดินประท้วงบนถนน มีการพังแนวกั้นที่ทางการใช้ปิดช่องทาง เพื่อไม่ให้ประชาชนออกมาจากที่พักอาศัยของพวกเขาได้ พร้อมกับตะโกนซ้ำๆ ว่า ไม่ต้องการตรวจโควิดแล้ว พร้อมขว้างปาข้าวของใส่ตำรวจด้วย

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุประท้วงโควิดปะทุรุนแรงในจีน

เหตุประท้วงโรงงานฟ็อกซ์คอนน์

เกิดเหตุประท้วงรุนแรงภายในโรงงานงานฟ็อกซ์คอนน์ โรงงานผลิตไอโฟนที่ใหญ่ที่สุดของโลกในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน โดยคนงานในโรงงานหลายร้อยคนต่างออกมาเดินขบวนประท้วง เนื่องจากไม่พอใจเรื่องค่าแรง และสภาพการทำงาน และการที่ต้องถูกล็อกดาวน์อยู่แต่ในโรงงานมานานนับตั้งแต่เดือนตุลาคม หลังพบผู้ติดเชื้อโควิดภายในโรงงานจนเกิดการปะทะกับตำรวจปราบจลาจล

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุทางฟ็อกซ์คอนน์พยายามที่จะเสนอโบนัสพิเศษเกือบ 50,000 บาท ให้แก่พนักงานที่เต็มใจจะกลับมาทำงานต่อ เพื่อให้เหตุการณ์สงบลง

ย้อนดูไทม์ไลน์เหตุประท้วงโควิดปะทุรุนแรงในจีน

การประท้วงในอุรุมชี

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นประชาชนจำนวนมากที่ออกมาประท้วงมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ตามท้องถนนในเมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ โดยผู้ประท้วงต่างเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหนักในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

สำหรับชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการประท้วงในเมืองนี้ เกิดขึ้นหลังจากเหตุไฟไหม้อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง จนมีผู้เสียชีวิต 10 ศพ สาเหตุเกิดจากการที่พวกเขาถูกล็อกดาวน์ จนไม่สามารถหนีออกมาได้ทันเวลา และเจ้าหน้าที่ยังล่าช้าในการเข้าช่วยเหลือด้วย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งเป็นเชื้อไฟ ทำให้กระแสความไม่พอใจในมาตรการล็อกดาวน์ขยายวงกว้างและแสดงออกมาชัดเจนมากขึ้น

เหตุการณ์ที่กล่าวมายังไม่รวมถึงเหตุโศกนาฏกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ จนจุดกระแสความโกรธแค้นของประชาชนต่อภาครัฐ อย่างการเสียชีวิตของทารกในเมืองเจิ้งโจว การเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 14 ปีที่มณฑลเหอหนาน ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นเพราะมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดจนเกินไป ทำให้ผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างทันท่วงที

หลังจากนี้จึงต้องจับตาดูว่า นายสี จิ้นผิง ผู้นำของจีนจะมีท่าทีอย่างไร นอกเหนือจากการส่งกำลังตำรวจเข้ามาควบคุมสถานการณ์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกระแสความไม่พอใจที่ปะทุขึ้นนี้จะเสียงดังมากพอที่รัฐบาลจีนจะหันมารับฟังและเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้หรือไม่ เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน การประท้วงที่เคยมุ่งโจมตีนโยบาย อาจจะเบนเข็มกลายไปเป็นการโค่นอำนาจของนายสี จิ้นผิง แทน ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานะทางการเมืองของเขายิ่งตึงเครียดไปมากกว่านี้.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชียบีบีซี

ช็อก ยามฝั่งสเปนพบ 3 หนุ่มไนจีเรีย เสี่ยงตายนั่งหางเสือเรือ 11 วันถึงเกาะคานารี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2566088

ช็อก ยามฝั่งสเปนพบ 3 หนุ่มไนจีเรีย เสี่ยงตายนั่งหางเสือเรือ 11 วันถึงเกาะคานารี

30 พ.ย. 2565 07:41 น.

ช็อก ยามฝั่งสเปนพบ 3 หนุ่มไนจีเรีย เสี่ยงตายนั่งหางเสือเรือ 11 วันถึงเกาะคานารี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเลของสเปน ช่วยเหลือผู้อพยพชาวไนจีเรีย 3 คนแอบเกาะอยู่บนหางเสือเรือบรรทุกน้ำมันเป็นเวลา 11 วันก่อนเข้าจอดเทียบท่าเรือลาส ปาลมาส บนเกาะคานารี ต้องรีบพาส่ง รพ.ด่วน

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. สำนักข่าว CNN รายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทางทะเลของสเปน ช่วยเหลือผู้อพยพชาวไนจีเรีย 3 คนที่แอบเกาะอยู่บนหางเสือเรือบรรทุกน้ำมัน “อะลิธินี 2” (Althini II) ซึ่งแล่นเข้าจอดเทียบท่าเรือลาส ปาลมาส บนเกาะคานารี โดยรายงานข่าวระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้เป็นเรือสัญชาติมอลตา ออกจากท่าเรือเมืองลากอส ของไนจีเรีย เมื่อวันที่ 17 พ.ย. และใช้เวลาเดินทาง 11 วัน เป็นระยะทาง 4,600 กิโลเมตร มาถึงท่าเรือลาส ปาลมาสเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้อพยพกลุ่มนี้แอบมาเกาะอยู่ตรงส่วนหางเสือของเรือลำนี้ นับตั้งแต่เรือออกจากท่าในประเทศไนจีเรีย โดยทุกคนมีสภาพร่างกายอ่อนเพลียจากภาวะขาดน้ำและร่างกายมีอุณหภูมิลดลงต่ำ ล่าสุดพวกเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

โซเฟีย เฮอร์นันเดซ หัวหน้าทีมกู้ภัยทางทะเล เปิดเผยว่า ตอนที่พบชายทั้ง 3 คนพวกเขากำลังนั่งอยู่ด้านบนหางเสือเรือ ซึ่งอยู่สูงจากน้ำทะเลเพียงไม่กี่นิ้วเท่านั้น นับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะต้องเสี่ยงกับคลื่นลมกลางทะเล สภาพอากาศเลวร้าย และความสูงของระดับน้ำทะเล อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาพบผู้อพยพลักลอบนั่งหางเสือเรือบรรทุกสินค้ามายังสเปน โดยพบแล้วถึง 6 ครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยของสเปนเปิดเผยข้อมูลว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีบรรดาผู้อพยพและผู้ลี้ภัยหลายพันคนจากแอฟริกาตอนเหนือและแอฟริกาตะวันตก แอบลักลอบเดินทางไปถึงเกาะคานารี ขณะที่เฉพาะปีนี้มีผู้อพยพลักลอบมาทางเรือเข้าสู่เกาะต่างๆ สเปนแล้วกว่า 11,600 คน ส่วนใหญ่โดยสารแออัดมาบนเรือไม้ที่ออกจากท่าเรือโมร็อกโก ซาฮาราตะวันตก มอริเตเนีย และเซเนกัล.

“อันวาร์” กำชับข้าราชการรอเคาะ ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2566108

"อันวาร์" กำชับข้าราชการรอเคาะ ครม.

30 พ.ย. 2565 07:30 น.

“อันวาร์” กำชับข้าราชการรอเคาะ ครม.

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยถึงกรณีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีมาเลเซียในรัฐบาลชุดใหม่ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยระบุว่า อยู่ระหว่างกระบวนการคัดเลือก ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากทุกๆฝ่าย เรามีพรรคร่วมรัฐบาลเยอะจึงตัดสินใจเช่นนั้น แต่ท้ายสุดก็อยู่ที่ตนเองว่าจะเคาะใคร แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนคือ คณะรัฐมนตรีจะมีขนาดเล็กลงและเราจะไม่เป็นแบบรัฐบาลชุดก่อนๆที่เพิ่มทุกอย่างมากขึ้น 50 พอไหม 60 พอไหม 70 พอไหม ไม่พอใช่ไหม เพิ่มตำแหน่งพิเศษ เพิ่มตำแหน่งที่ปรึกษาเข้าไป

ทั้งนี้ นายอันวาร์กล่าวว่า กระบวนการคาดว่าไม่เกินสัปดาห์นี้ พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของข้าราชการว่า รัฐบาลจะไม่ประสบความสำเร็จหากไม่ได้รับความร่วมมือจากข้าราชการ แต่ก็ขอเรียกร้องให้ข้าราชการทุกคนทำงานกันเป็นทีม ทุ่มเทเพื่อประเทศ ต้องพร้อมที่จะปฏิรูป ทุกวันนี้ภาพลักษณ์ของข้าราชการมีความหม่นหมอง เราต้องฟื้นภาพลักษณ์ตรงนี้ใหม่ ความเอื่อยเฉี่อย ความประมาทเลินเล่อเป็นอดีตไปแล้ว ไม่อยากฟื้นฝอยขึ้นมาอีก เรามาทำงานร่วมกันเพื่อนำประเทศกลับไปสู่ความรุ่งเรือง แต่ในขณะเดียวกันจะไม่ปล่อยให้เงินรั่วไหลหรือคอร์รัปชันเหมือนแต่ก่อน การจัดซื้อจัดจ้างต้องทำอย่างถูกต้อง ต้องมีการแข่งขัน ไม่ใช่มอบให้เจ้าใดเจ้าหนึ่ง.

ข้อมูลใหม่ชี้ ชาวคริสต์ไม่ใช่ประชากรส่วนใหญ่ในอังกฤษ-เวลส์แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2566085

ข้อมูลใหม่ชี้ ชาวคริสต์ไม่ใช่ประชากรส่วนใหญ่ในอังกฤษ-เวลส์แล้ว

30 พ.ย. 2565 07:25 น.

ข้อมูลใหม่ชี้ ชาวคริสต์ไม่ใช่ประชากรส่วนใหญ่ในอังกฤษ-เวลส์แล้ว

ข้อมูลสำมะโนประชากรใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา ชี้ว่า ผู้นับถือศาสนาคริสต์ ไม่ใช่ประชากรส่วนใหญ่ในอังกฤษกับเวลส์แล้ว ขณะที่จำนวนคนผิวขาวลดลงเล็กน้อยจากเมื่อ 10 ปีก่อน

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (ONS) เผยแพร่รายงานข้อมูลสำมะโนประชากรประจำปี 2564 ออกมาในวันอังคารที่ 29 พ.ย. 2565 โดยพบว่าประชากรส่วนใหญ่ในอังกฤษและเวลส์ ไม่ใช่ผู้นับถือศาสนาคริสต์อีกต่อไปแล้ว โดยลดลงจากปี 2554 ที่มีจำนวนราว 59% เหลือเพียง 46% เท่านั้น

จำนวนผู้ที่บอกว่าตนเองไม่นับถือศาสนาใดๆ เพิ่มขึ้นมากที่สุด จาก 25% เมื่อทศวรรษก่อน เป็น 37% ในตอนนี้ ส่วนผู้นับถือศาสนาอิสลามเพิ่มจาก 5% ในปี 2554 เป็น 6.5% ขณะที่ผู้นับถือศาสนา พุทธ, ฮินดู, ยิว, ซิกข์ หรืออื่นๆ อยู่ในระดับทรงตัวจากเมื่อ 10 ปีก่อน

ทั้งนี้ อังกฤษถือเป็นประเทศคริสเตียนตามกฎหมาย มีศาสนจักรเป็นของตัวเองนั้นคือ โบสถ์แห่งอังกฤษ และมีกษัตริย์เป็นประมุข โดยการตอบแบบสอบถามเรื่องศาสนาจะเป็นไปโดยสมัครใจ ซึ่งครั้งนี้มีผู้ตอบรับเพิ่มเป็น 94% จาก 93% เมื่อทศวรรษก่อน จัดทำในอังกฤษและเวลส์เท่านั้น เนื่องจากสกอตแลนด์กับไอร์แลนด์เหนือมีระบบสำรวจประชากรของตัวเอง

ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ที่นิยามตัวเองว่าเป็นคนขาวก็ลดลงเล็กน้อย จาก 86% ในปี 2554 เป็น 82% ในปี 2564 ส่วนผู้ที่ระบุว่าตัวเองเป็นชาวเอเชีย ซึ่งสำหรับอังกฤษจะสื่อถือประเทศแถบเอเชียใต้ รวมทั้ง อินเดีย, ปากีสถาน และบังกลาเทศ เพิ่มจาก 7.5% เมื่อทศวรรษก่อน เป็น 9.3% ถือเป็นกลุ่มเชื้อชาติที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ด้านผู้ที่ระบุว่าตนเองเป็นคนผิวดำ เพิ่มจาก 1.8% เป็น 2.5% ขณะที่ผู้ที่เลือกอื่นๆ ก็เพิ่มขึ้นจาก 0.6% เป็น 1.6%

ผู้ตอบแบบสอบถาม 90% จะระบุสัญชาติตัวเองด้วยสัญชาติของชาติสมาชิกสหราชอาณาจักร ได้แก่ อังกฤษ, เวลส์, สกอตแลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ, บริติช หรือ คอร์นิช ลดลงจากปี 2554 ที่มีจำนวน 92% โดยที่ผู้ตอบที่ไม่ใช่ชาว UK ที่มีจำนวนมากที่สุดคือชาวโปแลนด์ 1% ตามด้วย โรมาเนีย 0.8% และ อินเดีย 0.6% ขณะที่ชาวไอร์แลนด์กับอิตาลีอยู่ที่ 0.5%

จีนตามผู้ชุมนุมรายตัว-ม็อบไม่โผล่ตามนัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2566101

จีนตามผู้ชุมนุมรายตัว-ม็อบไม่โผล่ตามนัด

30 พ.ย. 2565 07:05 น.

จีนตามผู้ชุมนุมรายตัว-ม็อบไม่โผล่ตามนัด

สำนักข่าวต่างประเทศยังคงรายงานเกาะติดบรรยากาศในประเทศจีน หลังช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีชาวจีนในเมืองต่างๆไม่ว่ากรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ เมืองเฉิงตู หรือเมืองอู่ฮั่น รวมตัวกันชุมนุมแสดงความไม่พอใจต่อนโยบายสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด หรือโควิดเป็นศูนย์ของรัฐบาลจีน และมีบางส่วนยังแสดงความไม่พอใจต่อนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน โดยตรง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเมืองใหญ่ของจีนต่างเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเดินลาดตระเวนตามจุดต่างๆรวมถึงพื้นที่ที่เคยเป็นสถานที่การชุมนุม หลังมีการกระจายข่าวกันในแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียอย่างเทเลแกรม (ซึ่งทางการจีนไม่อนุญาตให้ใช้งาน) ว่าควรมีการจัดการชุมนุมอีกตามสถานที่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ระบุว่า ไม่มีผู้ชุมนุมปรากฏตัวแต่อย่างใดและมีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงจีนขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา เพื่อดูว่ามีแอปพลิเคชันที่ทางการไม่อนุญาต หรือแอปพลิเคชันวีพีเอ็น โปรแกรมใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตต่างประเทศหรือไม่

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ในนครเซี่ยงไฮ้ พนักงานผับบาร์ได้เปิดเผยว่า ถูกทางการสั่งให้ปิดให้บริการหลัง 22.00 น. เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 และบริเวณหน้าทางเข้าออกสถานีรถไฟใต้ดินต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนประจำการอยู่เป็นกลุ่มๆ ทั้งมีรถตำรวจจอดเรียงรายอยู่ริมทางเท้า

เอเอฟพียังรายงานต่อไปว่า ได้รับการเปิดเผยจากหญิงชาวจีนไม่ขอระบุนามว่า ตัวเองและเพื่อนที่เข้าร่วมการชุมนุมวันก่อนได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ชี้แจงว่าไปทำอะไรอยู่ในพื้นที่การชุมนุม ขอชื่อนามสกุล เข้าในพื้นที่กี่โมง กลับกี่โมง มีผู้ชุมนุมจำนวนเท่าไร และทราบข่าวสารเกี่ยวกับการชุมนุมได้อย่างไร พร้อมชี้แจงว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย หากมีความประสงค์อยากร้องเรียนอะไรให้ยื่นเรื่องเข้ามาตามช่องทางปกติ หญิงรายดังกล่าวยังเปิดเผยด้วยว่า เจ้าหน้าที่ที่โทร.มาสอบถามพูดด้วยเสียงปกติ ไม่ได้ข่มขู่อะไร และขอเรียกร้องให้อย่าเข้าร่วมการชุมนุมในอนาคต แต่สำหรับเพื่อนอีกรายที่ไม่ได้รับสายโทรศัพท์ มีเจ้าหน้าที่ไปเคาะประตูถึงหน้าประตูห้อง เอเอฟพีระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่าเจ้าหน้าที่จีนทราบตัวตนของผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมได้อย่างไร เพราะในเหตุการณ์วันก่อนไม่พบเห็นหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลบัตรประชาชนของผู้เข้าร่วมการชุมนุม.

ผู้จัดบอลโลกกาตาร์เผย แรงงานต่างด้าวตายขณะเตรียมทัวร์นาเมนต์ 400-500 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2566051

ผู้จัดบอลโลกกาตาร์เผย แรงงานต่างด้าวตายขณะเตรียมทัวร์นาเมนต์ 400-500 ราย

30 พ.ย. 2565 04:45 น.

ผู้จัดบอลโลกกาตาร์เผย แรงงานต่างด้าวตายขณะเตรียมทัวร์นาเมนต์ 400-500 ราย

หัวหน้าคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก กาตาร์ 2022 เปิดเผยว่า มีแรงงานต่างด้าวเสียชีวิตในโปรเจ็คเตรียมการแข่งขันต่างๆ ราว 400-500 ราย

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นายฮัสซัน อัล-ธาวาดี เลขาธิการคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก กาตาร์ 2022 (Supreme Committee for Delivery & Legacy : SC) ให้สัมภาษณ์กับ เพียร์ส มอร์แกน พิธีกรชื่อดังถ่ายทอดผ่านรายการ ‘TalkTV’ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมาว่า มีแรงงานต่างด้าวเสียชีวิตจากการทำงานในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งทัวร์นาเมนต์นี้ราว 400-500 ราย สูงกว่าตัวเลขที่ทางการกาตาร์เปิดเผยก่อนหน้านี้มาก

“ตัวเลขโดยประเมินอยู่ที่ราว 400 ราย ระหว่าง 400-500 ราย” นายอัล-ธาวาดีกล่าว “ผมไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน นั่นเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมาแล้ว การตายเพียง 1 ชีวิตก็มากเกินไป มันง่ายๆ แค่นั้น” และเมื่อถูกถามว่า มาตรการความปลอดภัยดีพอหรือไม่ในช่วงแรกของโครงการ นายอัล-ธาวาดีก็ตอบว่า “ผมคิดว่าทุกปี มาตรฐานความปลอดภัยและสุขภาพในที่ทำงานพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ในที่ทำงานของเรา ฟุตบอลโลกของเรา ที่ที่เรารับผิดชอบ เรื่องนั้นแน่นอนที่สุด”

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เจ้าหน้าที่รัฐบาลของกาตาร์บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า มีแรงงานเสียชีวิตโดยเกี่ยวข้องกับการทำงานสร้างสนามกีฬาจำนวน 3 ราย และมีการเสียชีวิตที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน 37 ราย อย่างไรก็ตาม โฆษกคณะกรรมการ SC ออกแถลงการณ์ในวันอังคาร (29 พ.ย.) ว่า แหล่งข้อมูลอื่นชี้ว่า มีการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการทำงานระหว่างปี 2557-2563 ทั้งสิ้น 414 ราย ครอบคุลมทุกภาคส่วน และทุกสัญชาติ

ขณะที่สำนักข่าว เดอะ การ์เดียน รายงานเมื่อปีก่อนว่า มีแรงงานต่างด้าวชาวเอเชียใต้ เสียชีวิตในกาตาร์มากกว่า 6,500 รายนับตั้งแต่กาตาร์ ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2553 โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำ ใช้แรงงานในพื้นที่เสี่ยงอันตราย และบ่อยครั้งที่ต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนจัด แต่รายงานของเดอะ การ์เดียน ไม่ได้เชื่อมโยงการเสียชีวิตทั้ง 6,500 รายกับโปรเจ็คสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการแข่งฟุตบอลโลก

นายอัล-ธาวาดี เคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของซีเอ็นเอ็นเมื่อปีก่อน เพื่อโต้แย้งรายงานของ เดอะ การ์เดียน โดยระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการพาดหัวข่าวให้ดึงดูดใจ แต่ชี้นำไปในทางที่ผิดและปราศจากบริบท ส่วนรัฐบาลกาตาร์บอกกับซีเอ็นเอ็นเมื่อเดือนก่อนว่า จำนวน 6,500 คนนั้น เท่ากับจำนวนแรงงานต่างชาติที่เสียชีวิตในกาตาร์ตลอดระยะเวลาถึง 10 ปี แล้วนำไปโยงกับฟุตบอลโลก

“มันไม่เป็นความจริง และละเลยสาเหตุการเสียชีวิตอื่นๆ ทั้งหมด เช่น การป่วย, แก่ชรา และอุบัติเหตุจราจร รายงานดังกล่าวยังล้มเหลวในการยอมรับว่า มีแรงงานต่างชาติในกาตาร์เพียง 20% เท่านั้น ที่ถูกจ้างให้ทำงานในไซต์งานก่อสร้าง”

นาโตสัญญามอบอาวุธเพิ่ม ช่วยยูเครนซ่อมไฟฟ้า-โวยรัสเซียใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2566043

นาโตสัญญามอบอาวุธเพิ่ม ช่วยยูเครนซ่อมไฟฟ้า-โวยรัสเซียใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธ

30 พ.ย. 2565 03:10 น.

นาโตสัญญามอบอาวุธเพิ่ม ช่วยยูเครนซ่อมไฟฟ้า-โวยรัสเซียใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธ

เลขาธิการนาโตรับปากส่งอาวุธให้แก่ยูเครนเพิ่ม และจะช่วยซ่อมแซมระบบพลังงานที่เสียหายอย่างหนักเพราะการโจมตีของมอสโก ขณะที่กล่าวโจมตีรัสเซียว่ากำลังใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธทำสงคราม

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายเยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต กล่าวในการประชุมที่กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เมื่อ 29 พ.ย. 2565 สัญญาว่านาโตจะมอบอาวุธให้ยูเครนมากขึ้น และช่วยซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของรัสเซียในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

นายสโตลเตนเบิร์กกล่าวหารัสเซียว่า กำลังพยายามใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธในการทำสงคราม หลังการโจมตีของรัสเซียทำให้ชาวยูเครนหลายล้านคนไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็นต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

ขณะเดียวกัน เหล่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกทั้ง 7 หรือกลุ่ม G7 ซึ่งไปร่วมประชุมกันที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า พวกเขาจะร่วมกันสืบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครน โดยคาดว่ากระบวนการอาจใช้เวลาหลายปีหารือหลายสิบปี แต่พวกเขาจะสืบสวนจนถึงที่สุด

ก่อนหน้านี้ อัยการสูงสุดของยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าก่ออาชญากรรมสงครามด้วยการโจมตีประชาชน และทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเขาระบุว่า เทียบเท่ากับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ในรัฐบาลเครมลิน ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงคราม

ด้านสถานการณ์ในยูเครน เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานทั่วประเทศ กำลังพยายามซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและน้ำประปาให้แก่ประชาชนหลายล้านคน ท่ามกลางคำขู่ของรัสเซียที่ว่า พวกเขากำลังเตรีมการยิงมิสไซล์โจมตีรอบใหม่ ในขณะที่ฤดูหนาวกำลังมาถึง ทำให้เกิดความกังวลว่า ชาวยูเครนจำนวนมากอาจหนาวตาย