
8 ก.ค. 2569 16:37 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ทรัมป์” ฉีกข้อตกลงหยุดยิงอิหร่าน ลั่นเป็น “พวกขยะ-คนป่วย” สั่งตัดสัมพันธ์การค้า “สเปน”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน “จบลงแล้ว” ตราหน้าผู้นำอิหร่านเป็นพวกตลบแตลงและไร้สติ พร้อมสั่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปนทันที ฐานเป็นพันธมิตรนาโตที่แย่ ไม่ยอมช่วยสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน พร้อมลั่นยังไม่ล้มเลิกแผนฮุบ “กรีนแลนด์” จากเดนมาร์ก การประกาศของทรัมป์ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานทันที 6%
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี โดยประกาศอย่างเป็นทางการว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่งลงนามไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนั้น “ได้สิ้นสุดลงแล้ว” หลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงปะทะทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้อย่างรุนแรงระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ตลอดคืนที่ผ่านมา
เมื่อผู้สื่อข่าวทูลถามถึงสถานภาพของข้อตกลงหยุดยิง ทรัมป์ตอบกลับด้วยถ้อยคำที่ดุเดือดและเผ็ดร้อน โดยตราหน้ากลุ่มผู้นำอิหร่านว่าเป็น “พวกขยะ” และ “คนบ้า”
“สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบลงแล้ว ผมไม่อยากจะข้องแวะกับพวกเขาอีกต่อไป พวกนั้นมันเศษขยะ เป็นคนป่วย และถูกปกครองโดยกลุ่มคนที่มีอาการป่วยทางจิต พวกเขาเป็นพวกโหดร้าย รุนแรง และถ้าพวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือ พวกเขาจะเอามันออกมาใช้แน่นอน” ทรัมป์ กล่าว “เราอุตส่าห์ทำข้อตกลงกัน ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่พอทำสัญญาเสร็จ พวกเขากลับเดินออกไปล้อเลียนและให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าเราไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ คนพวกนี้สมองมีปัญหา พวกเขาเป็นคนโกหก และการเจรจาด้วยมันเป็นเรื่องเสียเวลาโดยสิ้นเชิง”
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์แง้มว่าเขาอาจจะยอมให้ทีมเจรจาของเขา ซึ่งนำโดยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และนายจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของเขา ดำเนินการพูดคุยต่อไป แต่อยู่ที่ว่าทางอิหร่านจะยอมกลับมานั่งที่โต๊ะเจรจาอย่างจริงใจหรือไม่ ทันทีที่คำพูดของทรัมป์เผยแพร่ออกไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้นทันที 6% แตะระดับ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปร่วงระนาว 1.6% จากความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อรอบใหม่
สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ได้ออกคำสั่งเตือนภัยขั้นสูงให้สายการบินพาณิชย์ทั้งหมด หลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้าของประเทศอิหร่านและอิรักโดยเด็ดขาดไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2026
ไม่เพียงแต่เรื่องอิหร่าน ทรัมป์ยังใช้เวทีนาโตเปิดฉากโจมตีประเทศสมาชิกยุโรปอย่างรุนแรง โทษฐานที่ไม่ยอมให้ความช่วยเหลือทางการทหารแก่สหรัฐฯ ในช่วงสงครามอิหร่าน โดยทรัมป์ได้หันไปสั่งการ นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้ดำเนินการ “ตัดสัมพันธ์ทางการค้าและพาณิชย์ทั้งหมดกับประเทศสเปนทันที”
“เราไม่อยากทำธุรกิจการค้าใดๆ กับสเปนอีกต่อไป สเปนเป็นพันธมิตรที่แย่มากในนาโต พวกเขาไม่ยอมเข้าร่วมรบ และพวกเขาก็ไม่ยอมจ่ายเงิน” ทรัมป์ระบุอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีสเปนได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันควัน โดยพยายามลดกระแสความตึงเครียดว่า สเปนจะมองคำขู่ของทรัมป์เป็นเพียง “เรื่องปกติที่ต้องเจอในการทำธุรกิจ” และยืนยันว่าสเปนยังมีพรมแดนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ดีเยี่ยมกับสหรัฐฯ และไม่ต้องการให้สิ่งใดมาเปลี่ยนมัน
นอกจากสเปนแล้ว ทรัมป์ยังวิจารณ์สหราชอาณาจักรที่ไม่ยอมให้ใช้ฐานทัพทั้งหมด และระบุว่าอิตาลี “แย่มาก” ในการสนับสนุนด้านฐานทัพ แม้ว่า นายมาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโตซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ทรัมป์ จะพยายามช่วยชี้แจงว่า ยุโรปได้สนับสนุนสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ โดยมีเครื่องบินรบถึง 5,000 ลำบินขึ้นจากสนามบินในยุโรปเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในอิหร่าน และย้ำว่ายุโรปคือฐานกำลังหลักของสหรัฐฯ ก็ตาม
ความตึงเครียดในที่ประชุมยังลามไปถึงประเด็นดินแดนแถบอาร์กติก เมื่อทรัมป์ยอมรับว่าเขายังคงไม่พอใจนาโตและเดนมาร์กเกี่ยวกับกรณี “กรีนแลนด์” เกาะทางยุทธศาสตร์ที่เขาเคยพยายามจะขอซื้อในสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก
“กรีนแลนด์เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา มันมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ มาก แต่ดันไม่มีความสำคัญอะไรเลยกับเดนมาร์ก เราจำเป็นต้องใช้มันเพื่อการปกป้องโลก ไม่ใช่แค่เพื่อสหรัฐฯ มันไม่ได้ช่วยอะไรเดนมาร์กเลย แต่ช่วยเราได้ ตอนที่เราต้องการพวกเขา พวกเขาไม่เคยอยู่ตรงนั้นเพื่อเรา ทั้งที่เราอยู่ช่วยพวกเขามาตลอด สหรัฐฯ แบกรับค่าใช้จ่ายในนาโตสูงเกินส่วนเพื่อปกป้องยุโรปจากรัสเซีย เราได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม”
ด้าน นางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีหญิงของเดนมาร์ก ได้ออกมายืนยันคำเดิมอย่างหนักแน่นก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลโคเปนเฮเกนมีจุดยืนที่ชัดเจนและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงว่า “กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย” อย่างไรก็ดี นายมาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโต พยายามไกล่เกลี่ยว่า สหรัฐฯ และเดนมาร์กจะยังคงยึดมั่นในข้อตกลงที่จะเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อร่วมมือขยายขอบเขตการวางกำลังทหารของสหรัฐฯ บนเกาะกรีนแลนด์ในอนาคตต่อไป.
ที่มา Reuters / Al Jazeera








