
9 เม.ย. 2569 14:37 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
อิหร่านเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นคริปโต
อิหร่านเสนอระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซด้วยเงินคริปโต หวังเลี่ยงการถูกยึดทรัพย์จากมาตรการคว่ำบาตร พร้อมสั่งตรวจเข้มทุกลำช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ด้าน “โดนัลด์ ทรัมป์” ยื่นคำขาดต้องเปิดเส้นทางเดินเรือทันทีและปลอดภัยเท่านั้น
รัฐบาลอิหร่านพยายามเพิ่มอำนาจการควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันของโลก ท่ามกลางช่วงเวลาหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่ยังคงเปราะบาง โดยเสนอระบบจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมผ่านทาง” จากเรือบรรทุกน้ำมันเป็นเงินคริปโตเคอร์เรนซี พร้อมกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวด
นายฮามิด ฮอสเซนี โฆษกสหภาพผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมีของอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านจำเป็นต้องตรวจสอบเรือทุกลำที่ผ่านช่องแคบเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการลักลอบขนอาวุธในช่วงหยุดยิง โดยเรือทุกลำต้องส่งรายละเอียดสินค้าผ่านอีเมลล่วงหน้า และจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อิหร่านกำหนดให้ชำระเงินด้วย “บิตคอยน์” (Bitcoin) หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ทางการสหรัฐฯ หรือชาติพันธมิตรสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน หรืออายัดทรัพย์สินตามมาตรการคว่ำบาตรได้ โดยเจ้าหน้าที่จะให้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการทำธุรกรรมหลังจากประเมินข้อมูลเสร็จสิ้น
สถานการณ์ตึงเครียดสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเผยแพร่คลิปเสียงแจ้งเตือนผ่านวิทยุเป็นภาษาอังกฤษไปยังเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่า “หากเรือลำใดพยายามผ่านทางโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกทำลาย” คำขู่นี้ส่งผลให้บริษัทเดินเรือรายใหญ่ส่วนใหญ่หยุดชะงักและเฝ้าดูสถานการณ์ โดยขณะนี้มีเพียงเรือไม่กี่ลำที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่านเท่านั้นที่กล้าสัญจร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียโดยยื่นคำขาดว่า การหยุดยิงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ “อิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย” ขณะที่ชาติมหาอำนาจในอ่าวเปอร์เซียอย่างซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่างมองว่าการปล่อยให้อิหร่านเข้ามาควบคุมเส้นทางน้ำสากลนี้ถือเป็น “เส้นตาย” ที่ยอมรับไม่ได้
ปัจจุบันมีเรือบรรทุกสินค้าและน้ำมันประมาณ 300-400 ลำ ติดค้างอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซียเพื่อรอทางออก จนถูกเปรียบเทียบว่าเป็น “ลานจอดรถขนาดยักษ์” นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้อิหร่านจะยอมเปิดทางภายใต้การควบคุม แต่จะระบายเรือได้เพียง 10-15 ลำต่อวันเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ 135 ลำต่อวันอย่างมาก ทำให้วิกฤตการขนส่งน้ำมันโลกอาจลากยาวไปอีกนาน.
ที่มา TIMES OF INDIA








