แผ่นดินไหวขนาด 4.1 เขย่าหมู่เกาะกานาเรียส ประเทศสเปน หลังสัญญาณเตือนภูเขาไฟปะทุ

แผ่นดินไหวขนาด 4.1 เขย่าหมู่เกาะกานาเรียส ประเทศสเปน หลังสัญญาณเตือนภูเขาไฟปะทุ

27 ก.พ. 2569 15:03 น.

แผ่นดินไหวขนาด 4.1 เขย่าหมู่เกาะกานาเรียส ประเทศสเปน หลังสัญญาณเตือนภูเขาไฟปะทุ

แผ่นดินไหวขนาด 4.1 เขย่าพื้นที่บริเวณหมู่เกาะกานาเรียส ประเทศสเปน เมื่อช่วงเที่ยงวัน (26 ก.พ. 2026) ที่ผ่านมา หลังมีสัญญาณเตือนภูเขาไฟปะทุ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาสเปนรายงานว่า มีแผ่นดินไหวขนาด 4.1 บริเวณหมู่เกาะกานาเรียส โดยเฉพาะเกาะเตเนรีเฟ เเละ เกาะกรันกานาเรีย โดยแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลังจากมีสัญญาณเตือนถึงการปะทุของภูเขาไฟที่ตั้งอยู่บริเวณหมู่เกาะกานาเรียส ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรงหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.

ที่มา : The sun

อ่านข่าวเกี่ยวกับ : แผ่นดินไหว

ไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูในสหรัฐฯ คลอกหมูดับกว่า 6,000 ตัว จนท.เร่งหาสาเหตุ

ไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูในสหรัฐฯ คลอกหมูดับกว่า 6,000 ตัว จนท.เร่งหาสาเหตุ

27 ก.พ. 2569 14:41 น.

ไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูในสหรัฐฯ คลอกหมูดับกว่า 6,000 ตัว จนท.เร่งหาสาเหตุ

ไฟไหม้ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ คร่าชีวิตหมูกว่า 6,000 ตัว เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง เจ้าหน้าที่ยังไม่ชี้ชัดสาเหตุของเพลิงไหม้

ฟาร์มไฟน์โอ๊ค (Fine Oak Farms) ฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ที่มีหมูจำนวน 7,500 ตัว ในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (25 ก.พ.) ตามเวลาในท้องถิ่น โดยไฟโหมกระหน่ำอย่างหนักที่ตัวอาคาร 2 หลังในบริเวณฟาร์ม ส่งผลให้หมูในฟาร์มตายไปกว่า 6,000 ตัว กลุ่มควันสีดำลอยปกคลุมไปทั่วพื้นที่จนสามารถมองเห็นได้จากรัศมีหลายกิโลเมตร

ไบรอัน เบนนิงตัน หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเขตดับเพลิงร่วม Central Townships รายงานว่า ทางการสั่งหน่วยดับเพลิงหลายหน่วยในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงให้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ แต่ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายหน่วยสนธิกำลังร่วมกัน แต่การควบคุมเพลิงกลับใช้เวลานานถึง 5 ชั่วโมง เนื่องจากขณะเกิดเหตุมีลมพัดแรง โดยมีความแรงลมราว 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนขึ้นไปแตะถึงความแรงลมสูงสุดที่ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ไฟที่กำลังลุกไหม้ยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรง อีกทั้งฟาร์มแห่งนี้ยังตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทซึ่งมีน้ำไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้ดับไฟ เจ้าหน้าที่จึงต้องเปิดปฏิบัติการณ์ขนส่งน้ำเข้ามาจากนอกพื้นที่ไปด้วยระหว่างพยายามควบคุมเพลิง

อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ โดยมีหมู 1,500 ตัวที่รอดชีวิต ถูกนำออกจากบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว และไม่มีสิ่งปฏิกูลของหมูที่อยู่ใต้อาคารหลุดออกไปปนเปื้อนกับแหล่งน้ำโดยรอบ

หลังเกิดเหตุ 1 วัน สำนักข่าวต่างประเทศได้ลงพื้นที่ไปยังฟาร์มไฟน์โอ๊คเพื่อสำรวจความเสียหาย โดยพบว่าความเสียหายกระจุกตัวอยู่ในบริเวณเดียวของฟาร์ม โดยยังมีกลุ่มควันจาง ๆ ลอยขึ้นมาจากซากปรักหักพังของอาคารที่ไหม้เกรียม ข้างโรงนาหลายหลังที่มีร่องรอยถูกไฟเผา โดยอาคารในบริเวณอื่นของฟาร์มไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

สํานักงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงแห่งรัฐโอไฮโอกำลังดำเนินการสืบสวนหาต้นเหตุของการเกิดเพลิง โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อสงสัยถึงการลอบวางเพลิง

ด้าน เจ้าหน้าที่สืบสวนได้ส่งอีเมล ส่งข้อความทางโทรศัพท์ และข้อความทางโซเชียลมีเดียไปยัง นายเดฟ เฮย์สเลอร์ ผู้เป็นตัวแทนยื่นจดทะเบียนธุรกิจฟาร์มไฟน์โอ๊คต่อสำนักงานเลขาธิการรัฐโอไฮโอในปี 2017 แต่เขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ติดต่อโฆษกสภาสุกรแห่งโอไฮโอ เพื่อขอความเห็นเพิ่มเติมไว้ใช้ประกอบการสืบสวนอีกด้วย

ทั้งนี้ จากสถิติที่รวบรวมโดยสถาบันสวัสดิภาพสัตว์พบว่า ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เหตุไฟไหม้ในฟาร์มที่สหรัฐฯ ทำให้มีสัตว์ตายไปแล้วกว่า 99,000 ตัว โดยส่วนใหญ่เป็นไก่ที่ตายในเหตุเพลิงไหม้ที่ฟาร์มสองแห่งในรัฐนอร์ทแคโรไลนาและรัฐจอร์เจีย 

เฉพาะภายในปีนี้ ก่อนเกิดเหตุที่ฟาร์มไฟน์โอ๊ค มีไฟไหม้ฟาร์มไปแล้ว 12 ครั้งทั่วสหรัฐฯ โดย 3 ใน 12 ครั้ง เกิดขึ้นในฟาร์มที่รัฐโอไฮโอ

แอลลี่ เกรนเจอร์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายของสถาบันสวัสดิภาพสัตว์ เรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโอไฮโอครั้งนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสยดสยอง และเรียกร้องให้มีการสืบสวนโดยละเอียด โดยเธอยังระบุว่ามันเป็นเรื่องน่าเสียใจที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟไหม้

โปแลนด์จ่อแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 15 ปี เล็งปรับแพลตฟอร์มหนัก เริ่มใช้ต้นปี 2027

โปแลนด์จ่อแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 15 ปี เล็งปรับแพลตฟอร์มหนัก เริ่มใช้ต้นปี 2027

27 ก.พ. 2569 13:56 น.

โปแลนด์จ่อแบนโซเชียลมีเดียเด็กต่ำกว่า 15 ปี เล็งปรับแพลตฟอร์มหนัก เริ่มใช้ต้นปี 2027

รัฐบาลโปแลนด์เตรียมออกกฎหมายใหม่ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลมีเดีย พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องรับผิดชอบตรวจสอบอายุผู้ใช้อย่างเข้มงวด หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับเป็นเงินจำนวนมาก

นางบาร์บารา โนวัตสกา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของโปแลนด์ ให้สัมภาษณ์กับ บูลมเบิร์ก นิวส์ว่า พรรคแนวร่วมพลเมืองซึ่งเป็นพรรครัฐบาล จะเสนอร่างกฎหมายเบื้องต้นในวันศุกร์นี้ โดยคาดว่ากฎหมายอาจมีผลบังคับใช้ภายในต้นปี 2027

โนวัตสการะบุว่า รัฐบาลมีความกังวลต่อปัญหาสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน รวมถึงแนวโน้มความสามารถด้านสติปัญญาที่ลดลง พร้อมย้ำว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือเรื่องระดับโทษปรับที่บริษัทเทคโนโลยีจะต้องจ่าย หากปล่อยให้ผู้ใช้อายุต่ำกว่าเกณฑ์เข้าถึงแพลตฟอร์มได้

โปแลนด์ไม่ใช่ประเทศแรกในยุโรปที่ผลักดันมาตรการลักษณะนี้ ก่อนหน้านี้หลายประเทศ เช่น ทั้งเดนมาร์ก กรีซ ฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร ที่ต่างพิจารณาหรือออกมาตรการจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเยาวชน ท่ามกลางข้อถกเถียงว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือทำให้เกิดพฤติกรรมเสพติดในกลุ่มผู้เยาว์

รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยเมื่อเดือนมกราคมว่ากำลังพิจารณามาตรการคุ้มครองเด็กออนไลน์เพิ่มเติม ขณะที่ออสเตรเลีย ได้บังคับใช้กฎหมายลักษณะใกล้เคียงกันไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม มาตรการของโปแลนด์อาจสร้างแรงเสียดทานกับบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เช่น Meta และ X ซึ่งบางบริษัทเคยแสดงจุดยืนคัดค้านมาตรการจำกัดลักษณะนี้ หลังออสเตรเลียออกกฎหมายควบคุมเมื่อปีที่แล้ว

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มทั่วโลกที่รัฐบาลหลายประเทศเริ่มเข้มงวดกับ กฎหมายควบคุมโซเชียลมีเดียเด็ก มากขึ้น ท่ามกลางคำถามใหญ่เรื่องความสมดุลระหว่างเสรีภาพทางดิจิทัลกับการคุ้มครองสุขภาพจิตของเยาวชนในยุคออนไลน์.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แบนโซเชียล

ฟิลิปปินส์–ญี่ปุ่น–สหรัฐ ซ้อมรบร่วมทะเลจีนใต้ ท่ามกลางแรงกดดันจีน

ฟิลิปปินส์–ญี่ปุ่น–สหรัฐ ซ้อมรบร่วมทะเลจีนใต้ ท่ามกลางแรงกดดันจีน

27 ก.พ. 2569 11:37 น.

ฟิลิปปินส์–ญี่ปุ่น–สหรัฐ ซ้อมรบร่วมทะเลจีนใต้ ท่ามกลางแรงกดดันจีน

สถานการณ์ทะเลจีนใต้ร้อนแรงอีก หลังกองทัพเรือฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ จัดการซ้อมรบร่วม มุ่งยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล และเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม

กองทัพเรือฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ จัดการซ้อมรบร่วมในทะเลจีนใต้ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่น โดยกองทัพฟิลิปปินส์แถลงว่า การฝึกครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศหุ้นส่วน ในการเสริมสร้างการทำงานร่วมกัน เสริมความมั่นคงทางทะเล และเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้สถานการณ์ทางทะเล ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ฟิลิปปินส์ได้ทำงานร่วมกับหลายประเทศ เพื่อยืนยันสิทธิและสิทธิประโยชน์ทางทะเลของตัวเองในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อุดมด้วยทรัพยากร และมีความสำคัญต่อเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ

ขณะที่จีนอ้างสิทธิครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลจีนใต้ และปฏิเสธคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรเมื่อปี 2016 ที่ชี้ว่า การอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์ของจีนไม่มีฐานทางกฎหมาย

ในการฝึกครั้งนี้ ฟิลิปปินส์ส่งเรือฟริเกต BRP Antonio Luna พร้อมเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินขับไล่เข้าร่วม

ด้านญี่ปุ่นส่งเครื่องบินลาดตระเวน P-3 Orion ขณะที่สหรัฐส่งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี USS Dewey และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลแบบ P-8 Poseidon ซึ่งกิจกรรมการฝึกประกอบด้วยการเติมเสบียงกลางทะเล, การลาดตระเวนทางอากาศร่วม, การบินผ่านแสดงกำลัง, การทดสอบระบบสื่อสารและประสานงาน

ก่อนหน้านี้ ฟิลิปปินส์ยังได้จัดการฝึกในลักษณะใกล้เคียงกันร่วมกับออสเตรเลียและสหรัฐ เมื่อวันที่ 15–16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์มองว่า การฝึกซ้อมทางทหารร่วมในทะเลจีนใต้ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเสริมสร้างความพร้อมรบ แต่ยังส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ถึงเสถียรภาพและเสรีภาพในการเดินเรือในภูมิภาคที่มีข้อพิพาท

ขณะที่จีนยังคงยืนยันอธิปไตยเหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลจีนใต้ ความเคลื่อนไหวของฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐ จึงถูกจับตามองว่าเป็นการถ่วงดุลอิทธิพลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลก.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ซ้อมรบร่วม

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข

27 ก.พ. 2569 11:17 น.

ผู้สูงวัยพุ่งต่อเนื่อง รัฐจีนเร่งพัฒนาระบบสาธารณสุข

ประชากรผู้สูงวัยในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปี 2035 จะสูงถึง 400 ล้านคน รัฐบาลเเละเอกชนต้องร่วมมือพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ตามทัน

จำนวนผู้สูงวัยในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สถิติรายงานว่าประชากรจีนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีสูงถึง 23% และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2035 จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 30% หรือ ประมาณ 400 ล้านคน นี่จึงเป็นความท้าทายของรัฐบาลจีนที่จะต้องพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ตามทันจำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น

นาง เจี่ยยี่ ซู ให้สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า พ่อวัย 67 ปีของเธอป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดหาได้ยาก ทำให้เธอต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลพ่อ ระหว่างนั้นเธอก็คิดได้ว่าการดูแลผู้ป่วยคนนึงนั้นไม่ได้ใช้แค่เวลาหรือการดูแลเอาใจใส่ เเต่ผู้ป่วยยังต้องการผู้ดูแลที่เข้าใจความเจ็บปวดของโรคที่เขาเป็น เเละสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดนั้นได้ เธอจึงมองหาศูนย์ดูแลผู้ป่วยที่มีผู้ช่วยดูแลมืออาชีพ เธอจึงพบว่าในปักกิ่ง ประเทศจีน มีศูนย์บริการด้านสุขภาพมืออาชีพมีน้อยมาก

จากการพูดคุยนี้ เจ้าหน้าที่จึงช่วย เจี่ยยี่หาที่ศูนย์บริการด้านสุขภาพให้พ่อของเธอ เเละมองเห็นถึงปัญหาใหญ่ในจีนที่กำลังจะมาถึง เพราะปัจจุบัน การเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพยังคงจำกัด โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยเพื่อบรรเทาอาการ ยิ่งในสังคมที่ธุรกิจภาคเอกชน เเละ รัฐบาล ยังไม่ให้ความสนใจในการพัฒนาระบบเเละแรงงานให้มีความเป็นมืออาชีพนั้น สังคมสูงวัยจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่เกินเเก้

จากการคาดการณ์ถึงจำนวนผู้สูงวัยในปี 2035 ที่จะเพิ่มสูงถึง 400 ล้านคน ร่วมกับอัตราการเกิดใหม่ของประชากรจีนลดลง ทำให้ความต้องการทางสุขภาพของชาวจีนเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะความต้องการผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงวัย

ทางด้านรัฐบาลจีนเร่งออกนโยบายรองรับปัญหาสังคมสูงวัย โดยการเตรียมเปิดรับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจลงทุนธุรกิจด้านสุขภาพในจีน, จัดเตรียมพื้นที่เพื่อสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงวัยโดยเฉพาะ, มุ่งเน้นการพัฒนาแรงงานด้านสาธารณสุขให้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงวัย เพื่อรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา CNA

กษัตริย์กัมพูชา-สมเด็จพระราชชนนี เสด็จฯ ปักกิ่ง ตรวจพระวรกาย แต่งตั้ง ฮุน เซนรักษาการประมุขรัฐ

กษัตริย์กัมพูชา-สมเด็จพระราชชนนี เสด็จฯ ปักกิ่ง ตรวจพระวรกาย แต่งตั้ง ฮุน เซนรักษาการประมุขรัฐ

27 ก.พ. 2569 10:58 น.

กษัตริย์กัมพูชา-สมเด็จพระราชชนนี เสด็จฯ ปักกิ่ง ตรวจพระวรกาย แต่งตั้ง ฮุน เซนรักษาการประมุขรัฐ

สมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี เสด็จพร้อมสมเด็จพระราชชนนี นโรดม มุนีนาถ สีหนุ เสด็จฯ กรุงปักกิ่ง เพื่อตรวจพระวรกายตามกำหนด ระหว่างนี้ประธานวุฒิสภา ฮุน เซน ทำหน้าที่รักษาการ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักพระราชวังกัมพูชาออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุว่า สมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา และสมเด็จพระราชชนนี นโรดม มุนีนาถ สีหนุ เสด็จออกจากกรุงพนมเปญ เมื่อเพื่อเสด็จฯ ไปยังกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับการตรวจพระวรกายตามกำหนด

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปต่างประเทศ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา จะดำรงตำแหน่งรักษาการประมุขแห่งรัฐ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ พระมหากษัตริย์และสมเด็จพระราชชนนีเสด็จฯ ไปตรวจพระวรกายที่ประเทศจีนปีละ 2 ครั้งเป็นประจำ และทุกครั้งได้รับการถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติจากผู้นำระดับสูงของจีน โดยการเสด็จฯ ครั้งนี้เป็นภารกิจตามกำหนดการปกติ และไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดด้านพระอาการแต่อย่างใด.

ที่มา Facebook : Samdech Hun Sen of Cambodia

หลายเมืองของญี่ปุ่นประกาศยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ หลังนทท.แห่เยือนวันละกว่า 10,000 คน

หลายเมืองของญี่ปุ่นประกาศยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ หลังนทท.แห่เยือนวันละกว่า 10,000 คน

27 ก.พ. 2569 10:13 น.

หลายเมืองของญี่ปุ่นประกาศยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ หลังนทท.แห่เยือนวันละกว่า 10,000 คน

หลายเมืองของญี่ปุ่นประกาศยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระ หลังนทท.แห่เยือนวันละกว่า 10,000 คน หวั่นกระทบวิถีชีวิตชาวบ้าน ด้านอุตุฯ คาดปีนี้ซากุระบานเร็วกว่าปกติ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า เทศกาลชมดอกซากุระหลายพื้นที่ทั่วญี่ปุ่นเตรียมจัดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่บางเทศบาลตัดสินใจยกเลิกงาน หลังเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวล้น โดยหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบคืออะราคุรายามา เซนเกน ปาร์ก ในจังหวัดยามานาชิ ใกล้กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นจุดชมวิวชื่อดังที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิคู่กับเจดีย์ 5 ชั้น กลายเป็นภาพไวรัลในโซเชียลมีเดีย ดึงดูดนักท่องเที่ยวราว 200,000 คนต่อฤดูกาล โดยเฉพาะชาวต่างชาติ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 10,000 คนต่อวัน ส่งผลให้การจราจรติดขัด ขยะล้นถนน และกระทบคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน ทางการจึงตัดสินใจยกเลิกเทศกาลซากุระปีนี้ เพื่อปกป้องความเป็นอยู่ของชาวเมือง พร้อมยอมรับว่ายังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถกลับมาจัดงานได้อีกในปีหน้าหรือไม่

ขณะเดียวกัน สมาคมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น เปิดเผยพยากรณ์ล่าสุดว่า ซากุระสายพันธุ์โซเมอิโยชิโนะ จะบานเร็วกว่าค่าเฉลี่ยในหลายพื้นที่ โดยคาดว่าใจกลางโตเกียวและเมืองฟุกุโอกะ จะเริ่มบานวันที่ 20 มี.ค. ตามด้วยนาโกยาและโคจิ 21 มี.ค. ฮิโรชิมา 22 มี.ค. โอซากา 24 มี.ค. เซนได 1 เม.ย. และซัปโปโร 27 เม.ย.

ทั้งนี้ การที่ดอกซากุระบานเร็วปีนี้มีปัจจัยจากคลื่นความหนาวรุนแรงในเดือนมกราคม ตามด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติในเดือนกุมภาพันธ์ และแนวโน้มอากาศอุ่นต่อเนื่องในเดือนมีนาคม.

ที่มา NHK

ตร.- อัยการเกาหลีใต้บุกค้นสนง.ใหญ่พรรคฝ่ายค้าน ปมลัทธิ “ชินชอนจี” ระดมสมาชิกนับหมื่นสมัครเข้าพรรค

ตร.- อัยการเกาหลีใต้บุกค้นสนง.ใหญ่พรรคฝ่ายค้าน ปมลัทธิ "ชินชอนจี" ระดมสมาชิกนับหมื่นสมัครเข้าพรรค

27 ก.พ. 2569 09:46 น.

ตร.- อัยการเกาหลีใต้บุกค้นสนง.ใหญ่พรรคฝ่ายค้าน ปมลัทธิ “ชินชอนจี” ระดมสมาชิกนับหมื่นสมัครเข้าพรรค

ตำรวจ–อัยการเกาหลีใต้บุกค้นสำนักงานใหญ่พรรคฝ่ายค้านพลังประชาชน ปมถูกกล่าวหาว่าลัทธิ “ชินชอนจี” ระดมสมาชิกนับหมื่นสมัครเข้าพรรค หวังแทรกแซงเลือกตั้งปี 2564 และ 2567

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวยอนฮัป ของเกาหลีใต้ รายงานว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนของเกาหลีใต้เข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่พรรคฝ่ายค้านหลัก “พลังประชาชน” (People Power Party) ในกรุงโซล หลังเกิดข้อกล่าวหาว่ามีการระดมสมาชิกของลัทธิ “ชินชอนจี” เข้าร่วมพรรคในลักษณะเป็นขบวนการ

รายงานข่าวนะบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างตำรวจและอัยการ เพื่อเข้ายึดบัญชีรายชื่อสมาชิกพรรค โดยมีเป้าหมายตรวจสอบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับลัทธิชินชอนจี ขณะที่แหล่งข่าวด้านกฎหมายระบุว่า ลัทธิชินชอนจีถูกกล่าวหาว่ากดดันหรือชักชวนสาวกให้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน เพื่อหวังมีอิทธิพลต่อผลการเลือกตั้งขั้นต้น ชิงผู้สมัครประธานาธิบดีในปี 2564 รวมถึงกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งทั่วไปในปี 2567

โดยคณะทำงานสอบสวนอ้างว่า ได้รับคำให้การจากอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของลัทธิชินชอนจีว่า มีโครงการชื่อ “Pilates” ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนให้สาวกสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และมีผู้เข้าร่วมโครงการนับหมื่นคน ที่จ่ายค่าสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ

ขณะนี้การสอบสวนยังดำเนินต่อไป เพื่อพิสูจน์ว่ามีความพยายามแทรกแซงกระบวนการทางการเมืองอย่างเป็นระบบหรือไม่ โดยคดีนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลสะเทือนต่อภูมิทัศน์การเมืองเกาหลีใต้ในวงกว้าง.

ที่มา Yonhap

รัสเซีย–ยูเครน แลกศพทหารกว่า 1,000 นาย แม้ความพยายามเจรจาสันติภาพจะยังไม่บรรลุผล

รัสเซีย–ยูเครน แลกศพทหารกว่า 1,000 นาย แม้ความพยายามเจรจาสันติภาพจะยังไม่บรรลุผล

27 ก.พ. 2569 09:00 น.

รัสเซีย–ยูเครน แลกศพทหารกว่า 1,000 นาย แม้ความพยายามเจรจาสันติภาพจะยังไม่บรรลุผล

รัสเซียประกาศส่งมอบศพทหารยูเครนจำนวน 1,000 นายคืนให้กรุงเคียฟ แลกกับร่างทหารรัสเซีย 35 นาย ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 5 และการเตรียมเปิดโต๊ะเจรจารอบใหม่ที่มีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง

ทางการรัสเซียระบุว่า ได้ส่งมอบร่างทหาร 1,000 นายให้ยูเครน และรับร่างทหารรัสเซียกลับมา 35 นายแล้ว โดยวลาดิเมียร์ เมดินสกี ผู้ช่วยคนสำคัญของ วลาดิเมียร์ ปูติน เป็นผู้ประกาศผ่านเทเลแกรม พร้อมเผยภาพการขนย้ายร่างจากรถบรรทุก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ขณะที่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทางการยูเครนยืนยันว่าได้รับร่างผู้เสียชีวิต 1,000 นายแล้ว ซึ่งตามข้อมูลเบื้องต้นจากฝ่ายรัสเซีย เชื่อว่าเป็นทหารยูเครนที่เสียชีวิตในสนามรบ

การแลกเปลี่ยนศพทหารครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุในการเจรจาที่นครอิสตันบูล เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งกำหนดให้แต่ละฝ่ายสามารถส่งคืนร่างทหารได้สูงสุดถึง 6,000 นาย รวมถึงแลกเปลี่ยนเชลยศึกที่ป่วยหนัก บาดเจ็บสาหัส และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี

นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2022 ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนศพทหารกันหลายพันนาย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหว

ด้าน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เพิ่งยอมรับว่า มีทหารยูเครนเสียชีวิตในสนามรบราว 55,000 นาย แต่ผู้สังเกตการณ์ตะวันตกมองว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากไม่รวมผู้สูญหาย

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลสาธารณะของสื่ออังกฤษอย่าง BBC พบชื่อผู้เสียชีวิตฝ่ายรัสเซียแล้วเกือบ 186,000 ราย แม้เชื่อกันว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้มาก เพราะผู้เสียชีวิตจำนวนมากในแนวหน้าไม่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการ

แม้มีการประเมินว่า ทหารรัสเซียเสียชีวิตรายวันมากกว่า แต่โดยรวมแล้ว มอสโกกลับส่งคืนศพให้ยูเครนมากกว่าที่ได้รับคืน ซึ่งยังไม่มีคำอธิบายชัดเจน โดยรัสเซียเคยกล่าวหาว่ายูเครนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงอิสตันบูล ขณะที่ยูเครนอ้างว่าการส่งคืนศพบางครั้งไม่สม่ำเสมอ และเคยมีกรณีปะปนร่างทหารรัสเซีย แต่มอสโกปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

นักวิเคราะห์มองว่า เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะกองทัพรัสเซียอยู่ในสถานะฝ่ายรุกเป็นส่วนใหญ่ จึงสามารถเข้าควบคุมพื้นที่สนามรบและเก็บกู้ร่างทหารยูเครนได้มากกว่า

ความเคลื่อนไหวด้านมนุษยธรรมครั้งนี้ เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับความตึงเครียดทางทหารที่ยังไม่ลดระดับ โดยไม่กี่ชั่วโมงก่อนการหารือที่นครเจนีวา รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนด้วยโดรน 420 ลำ และขีปนาวุธ 39 ลูก ใน 6 ภูมิภาค ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน ตามการเปิดเผยของประธานาธิบดีเซเลนสกี

การหารือที่เจนีวาครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นการพบกันระหว่างหัวหน้าคณะเจรจาของยูเครนกับคณะผู้แทนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหารือแผนเศรษฐกิจและการฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมจัดการเจรจาแบบไตรภาคี ซึ่งรวมฝ่ายรัสเซียด้วย โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง หวังปูทางสู่การเจรจายุติสงครามอย่างเป็นรูปธรรม

ก่อนหน้าการประชุมที่เจนีวา เซเลนสกีได้สนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์ โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้อาจนำไปสู่การเจรจาไตรภาคีในต้นเดือนมีนาคม และอาจเปิดโอกาสยกระดับการพูดคุยสู่ระดับผู้นำ

โดยนายเซเลนสกีมองว่า นี่คือหนทางเดียวที่จะคลี่คลายประเด็นซับซ้อนและละเอียดอ่อนทั้งหมด และยุติสงครามในที่สุด พร้อมย้ำว่า ทรัมป์สนับสนุนลำดับขั้นตอนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ปูตินยังคงปฏิเสธการพบกับเซเลนสกี โดยให้เหตุผลว่า ผู้นำยูเครนขาดความชอบธรรม เนื่องจากไม่ได้จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี หลังวาระหมดลงในเดือนมีนาคม 2024.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ รัสเซีย-ยูเครน

คิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน ปิดฉากประชุมพรรคแรงงาน คิม จู แอ ยืนเด่นกลางเวที

คิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน ปิดฉากประชุมพรรคแรงงาน  คิม จู แอ ยืนเด่นกลางเวที

27 ก.พ. 2569 08:34 น.

คิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน ปิดฉากประชุมพรรคแรงงาน คิม จู แอ ยืนเด่นกลางเวที

คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ จัดพิธีสวนสนามทางทหารยามค่ำคืนอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อปิดฉากการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งกินเวลาต่อเนื่อง 7 วันเต็ม โชว์ศักยภาพทางทหารต่อชาวโลก

กรุงเปียงยางตกอยู่ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าและเสียงดนตรีปลุกใจ เมื่อ คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ จัดพิธีสวนสนามทางทหารยามค่ำคืนอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อปิดฉากการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งกินเวลาต่อเนื่อง 7 วันเต็ม ท่ามกลางสายตาผู้แทนนับพันและการจับตามองจากทั่วโลก

ไฮไลต์ที่สร้างความฮือฮาไม่แพ้แสนยานุภาพทางทหาร คือการปรากฏตัวเคียงข้างผู้นำของ คิม จู แอ บุตรสาววัยราว 13 ปี โดยทั้งคู่สวมเสื้อโค้ทหนังสีเข้มในลุคที่ดูสง่างามและทรงอำนาจ เดินเคียงกันกลางจัตุรัสขนาดใหญ่ ขณะชี้ชวนพูดคุยและโบกมือให้กองทหารที่เดินสวนสนามอย่างพร้อมเพรียงใน จัตุรัสคิม อิล ซุง สถานที่ซึ่งตั้งชื่อตาม คิม อิล ซุง ผู้ก่อตั้งประเทศและปู่ของคิม จอง อึน

การประชุมพรรคแรงงานครั้งนี้ถือเป็นมหกรรมการเมือง ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ภายใต้การควบคุมภาพลักษณ์อย่างพิถีพิถัน เพื่อย้ำความชอบธรรมและความแข็งแกร่งของผู้นำต่อหน้าชนชั้นนำและกองทัพ

ในสุนทรพจน์ปิดการประชุม คิม จอง อึน ประกาศจุดยืนแข็งกร้าวว่า เกาหลีเหนือสามารถทำลายล้างเกาหลีใต้ได้อย่างสิ้นเชิง หากความมั่นคงถูกคุกคาม พร้อมตอกย้ำการปฏิเสธแนวทางการทูตระหว่างสองเกาหลีที่เคยพยายามผลักดันในอดีต

อย่างไรก็ตาม ผู้นำเปียงยางยังเว้นช่องว่าง ทางการทูตไว้ให้สหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า หากวอชิงตันยกเลิกนโยบายที่เขามองว่าเกาหลีเหนือเป็นปฏิปักษ์ ก็อาจมีความเป็นไปได้ในการฟื้นการเจรจาที่ชะงักงันมานานหลายปี

ด้านสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า คิมเรียกร้องให้เร่งพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพนิวเคลียร์ ไม่ว่าจะเป็น ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่สามารถยิงจากใต้น้ำ, การขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี, ระบบปืนใหญ่และขีปนาวุธพิสัยใกล้ที่มุ่งเป้าไปยังเกาหลีใต้

ผู้นำเกาหลีเหนือยังย้ำว่า การเร่งพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำสถานะถาวรของประเทศในฐานะรัฐครอบครองอาวุธนิวเคลียร์แล้ว

แม้พิธีสวนสนามจะจัดเต็มด้วยกองกำลังและอาวุธหลากหลายชนิด แต่ผู้สังเกตการณ์พบว่า ไม่มีการนำอาวุธขนาดใหญ่ที่สุดบางรุ่น โดยเฉพาะ ICBM ที่เชื่อว่าสามารถยิงถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาแสดง จึงเชื่อว่าเปียงยางอาจกำลังส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ ที่จะหลีกเลี่ยงการยั่วยุสหรัฐฯ มากเกินไป ในช่วงที่ยังเปิดช่องความเป็นไปได้ของการเจรจาในอนาคต

ขณะที่การปรากฏตัวของคิม จู แอ เคียงข้างบิดาในงานระดับชาติอีกครั้ง ยิ่งตอกย้ำคำถามในหมู่นักวิเคราะห์ว่า เธอกำลังถูกปูทางสู่บทบาททางการเมืองในระยะยาวหรือไม่ แม้ทางการเกาหลีเหนือจะไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะของเธอก็ตาม.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ