เกาหลีเหนือเผย “คิม จอง อึน” ร่วมชมการทดสอบอาวุธใหม่ ชี้เป็นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

เกาหลีเหนือเผย "คิม จอง อึน" ร่วมชมการทดสอบอาวุธใหม่ ชี้เป็นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

22 ก.ย. 2569 08:17 น.

เกาหลีเหนือเผย “คิม จอง อึน” ร่วมชมการทดสอบอาวุธใหม่ ชี้เป็นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

เกาหลีเหนือเผย “คิม จอง อึน” ร่วมชมการทดสอบอาวุธใหม่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชี้เป็นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ขณะที่ภาพอาจบ่งชี้เป็นขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก

วันที่ 22 กันยายน 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า เกาหลีเหนือได้เปิดเผยการทดสอบระบบอาวุธสำหรับการรบชนิดใหม่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เดินทางไปร่วมชมการทดสอบ พร้อมระบุว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่ทันสมัย

รายงานข่าวระบุว่า สำนักขีปนาวุธของเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบ “อาวุธชนิดใหม่” เมื่อวันที่ 20 กันยายน โดยมีคิม จอง อึน ร่วมสังเกตการณ์ อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าเป็นอาวุธประเภทใด เพียงระบุว่าการทดสอบมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเทคโนโลยีระบบอาวุธอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ภายหลังการทดสอบ นายคิม จอง อึน ระบุว่า ผลการทดสอบเป็นเครื่องแสดงถึงเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่ทันสมัย และสะท้อนความคืบหน้าในการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย พร้อมกล่าวว่า ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีนี้มีความสำคัญต่อการเตรียมพร้อมทำสงครามและการพัฒนากองทัพในอนาคต

โดยการเปิดเผยของเกาหลีเหนือมีขึ้น 2 วันหลังจากกองทัพเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีแบบทิ้งตัวพิสัยใกล้ 2 ลูกจากบริเวณเมืองวอนซานไปยังทะเลตะวันออกเมื่อวันที่ 20 กันยายน โดยยิงห่างกันราว 3 ชั่วโมงขณะเดียวกันภาพที่ KCNA เผยแพร่แสดงให้เห็นคิม จอง อึน พร้อมด้วยบุตรสาว จู แอ ขณะชมการทดสอบ โดยหน้าจอที่ทั้งสองกำลังดูอยู่ระบุข้อความว่า “Hwasongpho-11Ma-1 flight trajectory” ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าอาวุธที่ทดสอบอาจเป็นขีปนาวุธนำวิถีแบบไฮเปอร์โซนิกที่พัฒนาขึ้นใหม่

นอกจากนี้ หน้าจอยังแสดงตัวเลขระยะทาง 908.2 กิโลเมตร ซึ่งมากกว่าระยะที่กองทัพเกาหลีใต้ประเมินไว้ที่ประมาณ 450 และมากกว่า 600 กิโลเมตรสำหรับขีปนาวุธทั้ง 2 ลูก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าเกาหลีเหนืออาจปรับเปลี่ยนตัวเลขเพื่อแสดงให้เห็นว่าการทดสอบประสบความสำเร็จ จึงยังต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อมูล

ทั้งนี้ การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติสมัยสามัญช่วงระดับสูง และก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในวันพฤหัสบดีนี้ นับเป็นการส่งสัญญาณว่าเกาหลีเหนือยังไม่มีท่าทีชะลอการพัฒนาศักยภาพทางทหารของประเทศแต่อย่างใด.

ที่มา Yonhap KCNA

ตร.อิหร่านยึดโคเคนล็อตใหญ่ 55 กก. มูลค่า 2.4 ล้านดอลลาร์

ตร.อิหร่านยึดโคเคนล็อตใหญ่ 55 กก. มูลค่า 2.4 ล้านดอลลาร์

22 ก.ย. 2569 08:11 น.

ตร.อิหร่านยึดโคเคนล็อตใหญ่ 55 กก. มูลค่า 2.4 ล้านดอลลาร์

ตำรวจอิหร่านบุกยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ในกรุงเตหะราน พบโคเคนบริสุทธิ์จากโคลอมเบีย 55 กก. มูลค่าราว 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 80 ล้านบาท นับเป็นการตรวจยึดโคเคนล็อตใหญ่ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในอิหร่าน

สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 21 กันยายนว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการโดยหน่วยปราบปรามยาเสพติดในกรุงเตหะราน นอกจากโคเคนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดยาบ้า 3 กิโลกรัม รวมถึงฝิ่น กัญชา และยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอีกจำนวนมาก

พล.ต. อับบาสอาลี โมฮัมมาเดียน ผู้บัญชาการตำรวจกรุงเตหะราน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้เกือบ 6 ตัน แต่ครั้งนี้นับเป็นการตรวจยึดโคเคนล็อตใหญ่ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในอิหร่าน

อิหร่านถือเป็นหนึ่งในเส้นทางลำเลียงยาเสพติดสำคัญ เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่บนเส้นทางระหว่างแหล่งผลิตยาเสพติดในอัฟกานิสถานกับตลาดในประเทศอื่น ๆ ขณะที่การค้ายาเสพติดในอิหร่านมีบทลงโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต โดยข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของการประหารชีวิตในอิหร่านเมื่อปี 2024 เกี่ยวข้องกับความผิดด้านยาเสพติด.

ที่มา : IRNA

สนามบินสหรัฐฯ ปั่นป่วน คนงานทำสายเคเบิลขาด เที่ยวบินล่าช้าอื้อ

สนามบินสหรัฐฯ ปั่นป่วน คนงานทำสายเคเบิลขาด เที่ยวบินล่าช้าอื้อ

22 ก.ย. 2569 05:57 น.

สนามบินสหรัฐฯ ปั่นป่วน คนงานทำสายเคเบิลขาด เที่ยวบินล่าช้าอื้อ

ระบบควบคุมการบินของสนามบินหลายแห่งในฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เกิดขัดข้อง ทำให้เที่ยวบินล่าช้าจำนวนมาก หลังคนงานก่อสร้างเผลอตัดสายเคเบิลที่จำเป็นต่อระบบควบคุม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ต้องประกาศใช้มาตรการหยุดบินชั่วคราวและเลื่อนเที่ยวบินที่สนามบินขนาดใหญ่หลายแห่งในรัฐนิวยอร์ก, เพนซิลเวเนีย, นิวเจอร์ซีย์ และแมสซาชูเซตส์ เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. 2569 หลังจากคนงานก่อสร้างตัดสายเคเบิลที่จำเป็นต่อระบบควบคุมการจราจรทางอากาศจนขาดโดยไม่ตั้งใจ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายคมนาคมเปิดเผยว่า ความเสียหายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ “ระบบควบคุมการเข้าใกล้ด้วยเรดาร์” (Terminal Radar Approach Control system) ซึ่งใช้สำหรับนำทางเครื่องบินในระหว่างการบินขึ้นและลงจอด

เวอไรซอน (Verizon) บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของสายเคเบิล ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ ว่า กำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซม “โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” และระบุว่าบริษัท “ไม่มีส่วนรับผิดชอบ” ต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน FlightAware สนามบินนานาชาติ นิวอาร์ก ลิเบอร์ตี ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการหยุดชะงักของระบบควบคุมการจราจรทางอากาศในวันนี้

เว็บไซต์รายงานว่า เที่ยวบินขาออกจำนวน 267 เที่ยวบินต้องล่าช้า ขณะที่เที่ยวบินขาเข้าที่มีปลายทางไปยังนิวอาร์กอีก 257 เที่ยวบินก็ได้รับผลกระทบจากความล่าช้าเช่นกัน

นอกจากนี้ สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี และสนามบินลาการ์เดีย ในนครนิวยอร์ก รวมถึงสนามบินนานาชาติฟิลาเดลเฟีย ต่างก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นกัน

นายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ความเสียหายเกิดจากฝีมือของคนงานของบริษัท แอมแทร็ก (Amtrak) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟระหว่างเมืองของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังทำการก่อสร้างในรัฐนิวเจอร์ซีย์

ดัฟฟีโพสต์ข้อความบน X ว่า เหตุการณ์นี้ “ทำให้ระบบโทรคมนาคมล่ม” ซึ่งบีบให้องค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ต้องสั่งระงับเที่ยวบิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุเสริมว่า สายเคเบิลที่ขาดนั้นแท้จริงแล้วเป็นเครือข่ายสำรอง และความผิดพลาดนี้เพิ่งถูกตรวจพบหลังจากที่วงจรหลักเกิดขัดข้องก่อนหน้านี้

เหตุขัดข้องครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานก่อนที่การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก จะเริ่มขึ้นในวันอังคารนี้ (22 ก.ย.) ซึ่งคาดว่าจะมีบรรดาผู้นำโลกจำนวนมากเดินทางมาถึงยังสนามบินต่างๆ ในเขตนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตำรวจเร่งสืบ ลูกชาย ซินดี ครอว์ฟอร์ด เสียชีวิต คาดใช้ยาเกินขนาด

ตำรวจเร่งสืบ ลูกชาย ซินดี ครอว์ฟอร์ด เสียชีวิต คาดใช้ยาเกินขนาด

22 ก.ย. 2569 05:22 น.

ตำรวจเร่งสืบ ลูกชาย ซินดี ครอว์ฟอร์ด เสียชีวิต คาดใช้ยาเกินขนาด

ตำรวจสหรัฐฯ กำลังดำเนินการสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ ลูกชายของ ซินดี ครอว์ฟอร์ด ซูเปอร์โมเดลระดับโลก โดยเชื่อว่าเป็นการใช้ยาเกินขนาด

เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซานตาโมนิกาเปิดเผยในวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. 2569 ว่า พวกเขากำลังเร่งสอบสวนการเสียชีวิตของ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ ลูกชายของ ซินดี ครอว์ฟอร์ด ซูเปอร์โมเดลระดับโลก โดยเจ้าหน้าที่สงสัยว่า คดีนี้อาจเป็นการใช้ยาเกินขนาด

เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ นายแบบวัย 27 ปี เสียชีวิตที่สถานบำบัดแห่งหนึ่งเมื่อวันอาทิตย์ ตามบันทึกของสำนักงานชันสูตรเขต ลอสแอนเจลิส เคาน์ตี อย่างไรก็ตามตำรวจระบุว่า ยังไม่ได้สรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมเสริมว่าไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงการฆาตกรรมหรือการทำร้ายร่างกาย

แอลลี เจนกินส์ ตัวแทนของครอว์ฟอร์ด และแรนดี เกอร์เบอร์ สามีของเธอเปิดเผยกับ CBS News สื่อในสหรัฐฯ ว่า “ทางครอบครัวขอความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากและเจ็บปวดอย่างยิ่งนี้”

ทั้งนี้ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ ทำงานเป็นนายแบบเช่นเดียวกับแม่และ ไกอา (Kaia) น้องสาวของเขา โดยเขาเดินแบบเปิดตัวบนแคตวอล์กให้กับแบรนด์หรูจากอิตาลีอย่าง Moschino ด้วยวัยเพียง 16 ปี จากนั้น เขาก็ได้ร่วมงานและเดินแบบให้กับแบรนด์ชั้นนำมากมาย รวมถึง Burberry, Dolce & Gabbana และ Bottega Veneta

ส่วน แรนดี เกอร์เบอร์ พ่อของเขา เป็นนักธุรกิจชื่อดัง และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์สุรา Casamigos ร่วมกับ จอร์จ คลูนีย์ นักแสดงระดับตำนานของฮอลลีวูด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ เคยเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและการใช้สารเสพติดของเขา

ในปี 2566 เพรสลีย์ เคยกล่าวในรายการพอดแคสต์ Studio 22 ว่า “การที่ผมเคยต่อสู้กับปัญหาสุขภาพจิต โรคซึมเศร้า และสิ่งอื่นๆ ที่ตามมา ผมคิดว่าไม่ว่าผมจะช่วยเหลือคนได้เพียงคนเดียว หรือเป็นร้อยคนให้พ้นจากจุดที่ผมเคยอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตได้ นั่นคือทั้งหมดที่ผมจำเป็นต้องทำแล้ว”

ขณะที่ในนิตยสาร American Vogue ฉบับเดือนกันยายน ไกอา น้องสาวของเพรสลีย์ได้ระบุถึงการต่อสู้กับอาการเสพติดของพี่ชาย โดยเธอระบุว่า “เมื่อมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นในครอบครัว มันทำให้ทุกคนดึงสติและกลับมาทบทวนตัวเอง”

ก่อนหน้านี้ เพรสลีย์เคยพูดถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับครอบครัว รวมถึงไกอา ซึ่งเขาเคยร่วมถ่ายแบบแคมเปญให้ Calvin Klein ในปี 2561 และสักชื่อของเธอไว้บนแขนด้วย

เขาเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร People ในปีนั้นว่า “พวกเราเป็นครอบครัวที่สนิทกันมาก โดยเฉพาะผมกับน้องสาว ดังนั้นมันจึงดีมากจริงๆ … พวกเราได้เดินทางไปด้วยกันครึ่งหนึ่งของเวลาทั้งหมด มันเลยทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเท่าไหร่”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Paramount ตกลงยุติคดีกับทางการสหรัฐฯ เปิดทางซื้อ Warner Bros

Paramount ตกลงยุติคดีกับทางการสหรัฐฯ เปิดทางซื้อ Warner Bros

22 ก.ย. 2569 02:42 น.

Paramount ตกลงยุติคดีกับทางการสหรัฐฯ เปิดทางซื้อ Warner Bros

บริษัท Paramount บรรลุข้อตกลงยุติคดีกับอัยการรัฐต่างๆ แล้ว เปิดทางให้พวกเขาสามารถซื้อกิจการของ Warner Bros ท่ามกลางความกังวลเรื่องการผูกขาดและการจ้างงาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 ก.ย. 2569 ว่า บริษัท พาราเมาต์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance) บรรลุข้อตกลงยุติคดีความกับรัฐต่างๆ ของสหรัฐฯ แล้ว ซึ่งช่วยขจัดอุปสรรคสำคัญในการซื้อกิจการของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี (Warner Bros Discovery) มูลค่า 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ร็อบ บอนตา อัยการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มอัยการรัฐที่ยื่นฟ้องร้องระบุว่า พวกเขายอมรับข้อตกลงเพื่อคุ้มครองการแข่งขันในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ แม้ว่าตัวเขาจะยังคงไม่เห็นด้วยกับการควบรวมของสองบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่นี้ก็ตาม

ขณะที่นายเดวิด เอลลิสัน ซีอีโอของพาราเมาต์ ยืนยันว่าเมื่อข้อกังวลของอัยการรัฐและสมาคมนักเขียนแห่งอเมริกา (WGA) ได้รับการแก้ไข ทำให้บริษัทได้รับความเห็นชอบอย่างสมบูรณ์ในการเดินหน้าควบรวมกิจการ

ทั้งนี้ อัยการรัฐต่างๆ นำโดย แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด อาริโซนา และนิวเจอร์ซีย์ ยื่นฟ้องร้องพาราเมาต์ เพื่อขัดขวางการควบรวมกิจการ จากความกังวลเรื่องการผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม, เพื่อปกป้องการจ้างงานและแรงงานในอุตสาหกรรมสื่อ และความกังวลเรื่องการย้ายฐานการผลิตและการย้ายสำนักงานใหญ่ของบริษัท

พาราเมาต์ตกลงจ่ายเงิน 17.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้ากองทุนสุขภาพของ WGA ชดเชยค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย และสั่งห้ามเลิกจ้างนักเขียนที่ CBS News Broadcast เป็นเวลา 5 ปี อย่างไรก็ตาม WGA ระบุว่าพวกเขาจำใจตกลงยอมความเพราะไม่มีงบสู้คดีตามลำพัง

ข้อตกลงยังมีเงื่อนไขว่า พาราเมาต์ต้องปล่อยภาพยนตร์อย่างน้อย 30 เรื่องต่อปี โดยมีมาตรการเข้มงวดห้ามใช้เนื้อหาที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-generated) มานับรวมในโควตา เพื่อสร้างหลักประกันว่าจะมีการสร้างภาพยนตร์คุณภาพที่ใช้แรงงานคนจริงๆ

ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วง 2 ปีแรกหลังควบรวมกิจการ บริษัทต้องจัดสรรการผลิตภาพยนตร์อย่างน้อย 20% ให้เกิดขึ้นในสหรัฐฯ และเพิ่มเป็นมากกว่า 30% ในช่วง 3 ปีถัดไป และต้องมีการแต่งตั้ง “ผู้ตรวจสอบอิสระ” เพื่อกำกับดูแลให้พาราเมาต์ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดด้วย

นายบอนตายืนยันว่าข้อตกลงนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ โดยคาดว่าจะสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 300 ล้าน ถึง 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับงานผลิตภาพยนตร์และทีวีในสหรัฐฯ

อนึ่ง แม้นายเอลลิสันจะเคยส่งสัญญาณว่าบริษัทใหม่จะยังคงตั้งสำนักงานใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย แต่บอนตาระบุชัดเจนว่าข้อผูกพันเรื่องที่ตั้งสำนักงานไม่ได้ถูกบรรจุไว้เป็นเงื่อนไขในสัญญาทางกฎหมาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ประท้วงในเทกซัส ฉุนเจ้าหน้าที่ ICE ยิงคนขับ DoorDash ชาวเวเนฯ เจ็บ

ประท้วงในเทกซัส ฉุนเจ้าหน้าที่ ICE ยิงคนขับ DoorDash ชาวเวเนฯ เจ็บ

22 ก.ย. 2569 01:23 น.

ประท้วงในเทกซัส ฉุนเจ้าหน้าที่ ICE ยิงคนขับ DoorDash ชาวเวเนฯ เจ็บ

ประชาชนในรัฐเทกซัสออกมาชุมนุมประท้วง หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ICE ยิงชายชาวเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นคนขับรถส่งอาหารของ DoorDash จนได้รับบาดเจ็บเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 ก.ย. 2569 ว่า ประชาชนในรัฐเทกซัสออกมาชุมนุมประท้วง เพื่อแสดงความไม่พอใจเหตุเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ยิงคนขับรถส่งอาหารของแอปพลิเคชัน DoorDash จนได้รับบาดเจ็บและต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล โดยปัจจุบันเขาอยู่ในการควบคุมตัวของ ICE แล้ว

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ของสหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขากำลังสืบสวนเหตุการณ์ยิงนาย วิลเบอร์ ราฟาเอล การ์เซส เปเรซ ชาวเวเนซุเอลาวัย 28 ปี ซึ่ง DHS ระบุว่าเป็นผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ยังคงไม่มีความชัดเจน

ในวันจันทร์ ประชาชนหลายสิบคนรวมตัวกัน ณ จุดเกิดเหตุ โดยมีการโบกธงชาติเม็กซิโกและกัวเตมาลา พร้อมชูป้ายเรียกร้องให้ ICE ออกไปจากเมืองออสติน

ด้านนาย เคิร์ก วัตสัน นายกเทศมนตรีเมืองออสติน กับนาย เกร็ก คาซาร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐเทกซัส จากพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างเป็นอิสระเต็มรูปแบบ และเรียกร้องให้เปิดเผยภาพจากกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ (Body camera) และเน้นย้ำว่าชาวออสตินมีสิทธิ์ที่จะได้รับรู้ความจริงและรู้สึกปลอดภัยในเมืองของตนเอง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการยกระดับมาตรการจับกุมและกวาดล้างผู้อพยพอย่างหนักในการบริหารประเทศสมัยที่ 2 ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อทำตามสัญญาที่เขาให้ไว้ในช่วงการหาเสียง เรื่องการปราบปรามชายแดนและการเนรเทศคนออกนอกประเทศครั้งใหญ่

หน่วยงาน ICE กำลังถูกจับตามองอย่างหนักเนื่องจากกรณีการใช้กำลังจนมีผู้เสียชีวิตหลายรายก่อนหน้านี้ เช่น เหตุยิงชาวบ้านเสียชีวิตในเมืองฮิวส์ตัน ตลอดจนกรณีที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้สั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ ICE ในมินเนโซตาที่โกหกเกี่ยวกับเหตุยิงผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา

สมาชิกพรรคเดโมแครตและกลุ่มนักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการทำงานของ ICE โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องติดกล้องตามตัวและห้ามปกปิดใบหน้า เพื่อความโปร่งใสและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายของประชาชน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ญี่ปุ่นสั่งอพยพ 2 ล้านคนหนีไต้ฝุ่นตู้เจวียน ยกเลิกเที่ยวบิน-รถไฟอื้อ

ญี่ปุ่นสั่งอพยพ 2 ล้านคนหนีไต้ฝุ่นตู้เจวียน ยกเลิกเที่ยวบิน-รถไฟอื้อ

22 ก.ย. 2569 00:22 น.

ญี่ปุ่นสั่งอพยพ 2 ล้านคนหนีไต้ฝุ่นตู้เจวียน ยกเลิกเที่ยวบิน-รถไฟอื้อ

ทางการญี่ปุ่นเตือนให้ประชาชนเกือบ 2 ล้านคนในหลายจังหวัด อพยพไปยังที่ปลอดภัย ในขณะที่ไต้ฝุ่น ตู้เจวียน กำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่การยกเลิกเที่ยวบินแล้วหลายร้อยเที่ยว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชาชนเกือบ 2 ล้านคนในหลายจังหวัดของญี่ปุ่นได้รับการประกาศเตือนให้อพยพ หลังพายุไต้ฝุ่น “ตู้เจวียน” ซึ่งเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 25 ที่ญี่ปุ่นเผชิญในปีนี้ เคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งของแดนอาทิตย์อุทัยมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเร็วลมสูงสุด 130 กม./ชม. และลมกระโชกแรงถึง 194 กม./ชม.

อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของพายุกำลังทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเกิดไฟดับกระทบประชาชนกว่า 50,000 ราย เกิดเหตุการณ์ดินถล่มในหลายพื้นที่ มีรายงานหญิงวัยประมาณ 60 ปี ในเมืองโยโกสุกะสูญหายจากการถูกดินถล่มทับบ้านเรือน และชายวัยราว 50 ปี ในจังหวัดชิบะได้รับบาดเจ็บจากดินถล่ม

แม้กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจะลดระดับเตือนภัยในหลายพื้นที่แล้ว แต่ยังคงเตือนภัยอันตรายระดับสูงสุดในเขตเมืองโอชิมะ รวมถึงยังคงระดับเตือนภัยดินถล่มระดับ 4 ในเขตชินางาวะ หมู่บ้านโทชิมะ และหมู่บ้านนิอิจิมะ

นอกจากนั้น เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวในญี่ปุ่นต้องถูกยกเลิก และบริการรถไฟต้องหยุดให้บริการชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อการเดินทางในช่วงวันหยุดยาว 5 วันของญี่ปุ่น ขณะที่คอนเสิร์ตในเทศกาลดนตรี Rock in Japan และโปรแกรมงานมหกรรมเกม Tokyo Game Show ในวันจันทร์ต้องถูกยกเลิกด้วย

นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ประกาศเลื่อนการเดินทางเยือนสหรัฐฯ และการเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก เพื่ออยู่ติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์ภัยพิบัติในประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สื่อใหญ่สหรัฐฯ เตรียมฟ้องรัฐบาลทรัมป์ ปมห้ามเข้าทำเนียบขาว

สื่อใหญ่สหรัฐฯ เตรียมฟ้องรัฐบาลทรัมป์ ปมห้ามเข้าทำเนียบขาว

21 ก.ย. 2569 23:07 น.

สื่อใหญ่สหรัฐฯ เตรียมฟ้องรัฐบาลทรัมป์ ปมห้ามเข้าทำเนียบขาว

CNN, MS NOW และ Politico ประกาศฟ้องร้องรัฐบาลสหรัฐฯ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งห้ามพวกเขาทำข่าวในทำเนียบขาว ซึ่งสื่อทั้งสามชี้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญของพวกเขา

เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. 2569 สำนักข่าวชั้นนำของสหรัฐฯ 3 เจ้าได้แก่ CNN, MS NOW และ Politico ประกาศว่าพวกเขาจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งห้ามพวกเขาเข้าทำข่าวในทำเนียบขาว โดยทรัมป์อ้างว่าสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของเขาคือ “โรคร้าย” ที่กำลังคุกคามความมั่นคงของชาติ

การสั่งห้ามครั้งนี้นับเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างสำนักข่าวของสหรัฐฯ กับนายทรัมป์ที่เปิดฉากโจมตีสื่อมวลชนมานานหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสำนักข่าวที่รายงานข่าวในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ตัวเขาและรัฐบาลของเขา

“เมื่อเช้านี้ เราได้แจ้งให้รัฐบาลทราบแล้วว่าเรากำลังยื่นฟ้องในวันนี้ เพื่อปกป้องสิทธิตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 (First Amendment) และปกป้องหลักการที่ว่ารัฐบาลไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าสื่อควรรายงานหรือตีพิมพ์อะไร” CNN, MS NOW และ Politico ระบุในแถลงการณ์

สำนักข่าวทั้งสามระบุว่า ทำเนียบขาวได้เพิกถอนบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวของพวกเขา “โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าหรือผ่านกระบวนการใดๆ” เพียงเพราะพวกเขา “คัดค้านการรายงานข่าวของเรา”

“หากปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่โต้แย้ง มันจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพสื่อ และสิทธิของประชาชนที่จะได้รับข่าวสารที่เป็นอิสระจากการแทรกแซงของรัฐบาล” แถลงการณ์ระบุ

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงรักษาท่าทีแข็งกร้าว โดยในวันจันทร์ เขาโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า รัฐบาลของเขาไม่ได้เล่นงาน “สื่อที่มีเสรีภาพ” แต่กำลัง “เปิดฉากโจมตีข่าวปลอม (FAKE NEWS) ซึ่งเป็นสิ่งที่ลุกลามเติบโตเหมือนโรคร้าย”

“มันทุจริต มีเจตนาแอบแฝง แผ่ขยายไปทั่ว มีการร่วมมือกันอย่างสมบูรณ์ และหลุดจากการควบคุมไปแล้วอย่างสิ้นเชิง” ทรัมป์อ้าง พร้อมกับเขียนเสริมว่า มันเป็น “ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของเรา และต้องถูกระงับ เดี๋ยวนี้!”

ทรัมป์ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าอะไรเป็นชนวนเหตุของการสั่งห้ามครั้งนี้ แต่กล่าวว่า “สำนักข่าวต่างๆ ไม่ควรจะสามารถเขียนหรือรายงานเรื่องแต่งและเรื่องโกหกอยู่ตลอดเวลาได้ ในขณะที่พวกเขากำลังทำข่าวประธานาธิบดีสหรัฐฯ” ทรัมป์ขู่ด้วยว่า สำนักข่าวอื่นๆ ก็อาจต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกันนี้ด้วย แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นสำนักข่าวใด

ทั้งนี้ ทรัมป์เปิดฉากโจมตีสำนักข่าวที่นำเสนอข่าวในเชิงวิพากษ์วิจารณ์การหาเสียงและรัฐบาลของเขามาโดยตลอด เช่นในปี 2560 เขาเคยประณามสื่อมวลชนว่าเป็น “ศัตรูของประชาชนชาวอเมริกัน”

นอกจากนั้น ตลอดการดำรงตำแหน่งทั้งสองสมัย เขาอ้างมาโดยตลอดว่าบรรดาผู้สื่อข่าวล้มเหลวในการแสดงความซาบซึ้งต่อความสำเร็จของเขาอย่างเพียงพอ ทรัมป์ยังด่าทอผู้สื่อข่าวที่เขาไม่ชอบเป็นประจำ ทั้งการเผชิญหน้าโดยตรงและผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฮูตีรุกหนัก มุ่งยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเยเมน ขณะทรัมป์สั่งยกเลิกทิ้งบอมบ์

ฮูตีรุกหนัก มุ่งยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเยเมน ขณะทรัมป์สั่งยกเลิกทิ้งบอมบ์

21 ก.ย. 2569 22:06 น.

ฮูตีรุกหนัก มุ่งยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเยเมน ขณะทรัมป์สั่งยกเลิกทิ้งบอมบ์

กบฏฮูตีในเยเมนกำลังเดินหน้าบุกยึดพื้นที่ภูเขาเพื่อตัดขาดชายฝั่งทะเลแดง ขณะที่มีรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งยกเลิกการโจมตีทางอากาศในกลุ่มฮูตีในนาทีสุดท้าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 ก.ย. 2569 ว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กำลังเดินหน้าบุกยึดเทือกเขา “คาห์บุบ” (Kahboub) ในจังหวัดทาอิซและลาฮิจ เพื่อตัดขาดชายฝั่งทะเลแดงออกจากพื้นที่ตอนใต้ที่ฝ่ายรัฐบาลเยเมน ซึ่งซาอุดีอาระเบียสนับสนุน ครอบครองอยู่

การยึดพื้นที่สูงนี้จะช่วยปกป้องกองกำลังของฮูตีบริเวณช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandab) และช่วยเปิดแนวรบใหม่เพื่อขยายอิทธิพลได้

ด้านองค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานว่าการปะทะครั้งใหม่ซึ่งปะทุตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 700 ราย บาดเจ็บหลายพันคน และประชาชนกว่า 120,000 คนต้องพลัดถิ่น

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว New York Times รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยกเลิกแผนการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮูตีในนาทีสุดท้าย ทั้งที่ทหารเริ่มบรรทุกระเบิดขึ้นเครื่องบินแล้ว หลังจากซาอุดีอาระเบียร้องขอความช่วยเหลือโดยตรง

ในตอนแรกทรัมป์สั่งให้กระทรวงกลาโหมเตรียมพร้อมการโจมตีแล้ว แต่ในท้ายที่สุดเขาก็เปลี่ยนใจ โดยคาดว่าเป็นเพราะ เขาไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ถลำลึกเข้าไปในสงครามมากกว่านี้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและคะแนนนิยมในประเทศ

ทั้งนี้ การสู้รบในเยเมนกลับมาปะทุอีกครั้งนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนกลุ่มฮูตีได้เข้ายึดเมืองท่า โมคา และเกาะเปริม ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณทางเข้าทะเลแดง ทำให้กลุ่มฮูตีสามารถเข้าถึงและควบคุมฝั่งตะวันออกของช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญที่เชื่อมระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดนได้โดยตรง

กลุ่มฮูตีอ้างเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่า ได้ยิงขีปนาวุธเข้าใส่กรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียจนเกิดควันไฟใกล้สนามบิน ขณะที่ฝ่ายซาอุฯ ยังคงทิ้งระเบิดใส่ตำแหน่งของฮูตีอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการรุกคืบได้

อนึ่ง การที่ฮูตีควบคุมช่องแคบบับ เอล-มันเดบ คุกคามเส้นทางส่งออกน้ำมันทางเลือกของซาอุฯ โดยเรือสินค้าและเรือน้ำมันของซาอุฯ ต้องพึ่งพาเส้นทางทะเลแดงนี้ในการส่งออกไปยังเอเชียและยุโรป หลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

แต่ตอนนี้ ซาอุดีอาระเบียต้องกลับไปพึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยใช้วิธีปิดระบบติดตามเรือ แล้วถ่ายโอนน้ำมันกลางมหาสมุทรอินเดีย

สมรภูมิในเยเมนที่ดุเดือดยิ่งขึ้นทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนอยู่ที่ราว 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในสหรัฐฯ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เกิน 6.51 ดอลลาร์/กัลลอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

กกต.ฟัน ยงยุทธ พิริยสถิต แจก 500 บาท หาเสียง สั่งยื่นศาลถอนสิทธิ-เลือกตั้งใหม่ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน

22 กันยายน 2569 เวลา 19:46 น.

กกต.มีมติเสียงข้างมาก ชี้”ยงยุทธ พิริยสถิต”ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเกาะพะงัน ผิด!แจก 500 บาท แม้จะมอบให้ผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ถือเป็นการใช้ทรัพย์สินจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สั่งยื่นศาลอุทธรณ์ถอนสิทธิ พร้อมให้รับผิดค่าใช้จ่ายเลือกตั้งใหม่ และร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญา

22 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติที่ประชุม กกต.วันนี้ กรณี นายยงยุทธ พิริยสถิต ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน หมายเลข 1 ถูกกล่าวหาว่าให้เงินจำนวน 500 บาท แก่บุคคลซึ่งมิใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน พร้อมกล่าวว่า “ฝากเบอร์ 1 ด้วย ฝากบอกญาติพี่น้องให้เลือกเบอร์ 1 ด้วย”

จากการพิจารณาข้อเท็จจริง กกต.เห็นว่า แม้ผู้รับเงินจะไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ แต่การกระทำดังกล่าวยังเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 65 (1) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2569 เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวห้ามใช้ทรัพย์สินเป็นเครื่องมือในการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และไม่ได้กำหนดว่าบุคคลผู้รับทรัพย์สินจะต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น

ทั้งนี้ กกต.อธิบายว่า คำว่า “ผู้ใด” ตามมาตรา 65 (1) หมายถึง บุคคลใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม ขณะที่การ “จูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีที่ผู้กระทำมุ่งหมายโดยตรงต่อตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่รวมถึงกรณีที่ผู้กระทำเล็งเห็นผลได้ว่า ทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่มอบให้อาจถูกนำไปกระจายต่อเพื่อจูงใจบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลงคะแนนให้แก่ตน

ดังนั้น แม้ผู้รับเงิน 500 บาทจะไม่มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน แต่หากพฤติการณ์ของการให้เงินมีลักษณะที่ผู้ให้ย่อมเล็งเห็นได้ว่าเงินหรือประโยชน์ดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต.เห็นว่าเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 65 (1)

ที่ประชุม กกต.จึงมีมติเสียงข้างมากให้ดำเนินการ 3 แนวทาง ได้แก่

1. ยื่นศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค เพื่อขอให้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ และให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ใหม่ ตามมาตรา 108 วรรคสอง แห่งกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น

2. ให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง หากศาลมีคำสั่งตามกรณีดังกล่าว โดยให้นายยงยุทธรับผิดในค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งครั้งที่เป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่ง ตามมาตรา 109 วรรคหนึ่ง

3. เห็นควรร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญา ต่อพนักงานสอบสวนกับนายยงยุทธ ตามมาตรา 65 (1) ประกอบมาตรา 126 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2569

ทั้งนี้ มติดังกล่าวเป็นขั้นตอนการดำเนินการของ กกต.โดยในส่วนการเพิกถอนสิทธิและการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ต้องเป็นไปตามกระบวนการและคำสั่งของศาลตามที่กฎหมายกำหนด

โดยประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดมติและข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งได้ทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสายด่วน กกต. 1444