คู่เดือด ‘อนุทิน-วิโรจน์’ วัคซีนการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463770

คู่เดือด’อนุทิน-วิโรจน์’วัคซีนการเมือง

คู่เดือด'อนุทิน-วิโรจน์'วัคซีนการเมือง14 เมษายน 2564 – 13:07 น.

“เสี่ยหนู” เก็บอาการไม่อยู่ เปิดศึกวิวาทะ “ส.ส.วิโรจน์” ดาวสภาสีส้ม กรณีวัคซีนไม่เสรี คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมีก

โควิดกับการเมืองแยกกันไม่ออก ไม่ว่าประเทศไหนในโลกใบนี้ เนื่องจากรัฐบาลมีหน้าที่บริหารจัดการ ด้วยมาตรการทางด้านสาธารณสุข ด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจ
    สำหรับประเทศไทย โควิดระบาดระลอกที่ 1 จากสนามมวยที่ฝ่าฝืนจัดการแข่งขัน ระลอกที่ 2 โยงใยกับบ่อนการพนัน การลักลอบเข้าเมือง และระลอกที่ 3 เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง 
    ทั้ง 3 ระลอกนั้นเกี่ยวพันกับธุรกิจสีเทา และกลุ่มอิทธิพล จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ “คลัสเตอร์ทองหล่อ” ฉะนั้น โควิดอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
    กรณี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีคมนาคม ติดเชื้อโควิด ย่อมส่งผลกระทบถึงพรรคภูมิใจไทย และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะแม่ทัพใหญ่ค่ายสาธารณสุข
    ดูเหมือนว่า ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ตั้งป้อมถล่มคลัสเตอร์ทองหล่อ และเสี่ยหนู มากเป็นพิเศษ

ล่าสุด ในโลกโซเชียลได้เกิดวิวาทะเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด ระหว่าง “เสี่ยหนู” กับ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล

คู่เดือด'อนุทิน-วิโรจน์'วัคซีนการเมือง

ส.ส.วิโรจน์ ดาวสภา

    เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2564 อนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์เฟซบุ๊คตอบโต้ ส.ส.วิโรจน์ ว่า “โคตรพีค เรื่องอะไร? ได้ข่าวคนติดโควิดแล้ว โคตรพีค? หัวใจทำด้วยอะไร? นี่หรือผู้แทนปวงชนชาวไทย?ด่านายก ว่ารัฐมนตรี ตำหนิหมอและบุคลากรสาธารณสุข ทำไปเถอะ แต่อย่าออกมาสมน้ำหน้าประชาชนที่เขาติดเชื้อเลย มีพรหมวิหารสี่บ้างนะ เป็นผู้แทนของคนน่ะ #กราบอกไม่ต้องกราบเท้า”
    เสี่ยหนูยังลากข้อความในทวิตเตอร์ของ ส.ส.วิโรจน์ มาแปะไว้เป็นการอ้างอิง ท่ามกลางกองเชียร์ค่ายสีน้ำเงิน และค่ายสีส้ม เข้ามาคอมเมนต์กันดุเดือด

คู่เดือด'อนุทิน-วิโรจน์'วัคซีนการเมือง

เสี่ยหนู เจอศึกโควิดนอกสภา เก็บอาการไม่อยู่ 

    ส.ส.วิโรจน์ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ตอบโต้ว่า “ท่านเอาแต่ใช้อคติมาแต่งเรื่องดิสเครดิตผม โดยไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า ผมกำลังสะท้อนว่า การบริหารความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนที่ล้มเหลว โควิดที่กระจายเป็นวงกว้าง จนประชิดตัวเข้ามาอยู่ทุกขณะจิต กำลังทำให้ทุกๆ คน ต่อให้คนๆ นั้น จะชอบหรือไม่ชอบรัฐบาลก็ตาม ก็ต้องตกอยู่ในภาวะที่เสี่ยงร่วมกัน”
    ถัดมา ส.ส.วิโรจน์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คตอบ “เสี่ยหนู” แบบยาวๆ ถึงเหตุผลการวิจารณ์เรื่องบริหารจัดการในการจัดหาวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข 

++
ดาวสภา
++ 
    ชื่อของ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แจ้งเกิดเป็นดาวสภา จากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ เมื่อเดือน ก.พ.2563 ตอนนั้น วิโรจน์ยังสังกัดพรรคอนาคตใหม่
    “วิโรจน์” มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง พ่อเป็นผู้จัดการร้านขายผ้าที่สำเพ็ง เขาเรียนจบวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศกรรมยานยนต์) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากสถาบันเดียว 
    สมัยเรียนวิศวะ วิโรจน์เป็นนักโต้วาที ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงเป็นต้นทุนที่ทำให้เขากลายเป็นดาวสภา มีเทคนิคในการพูดที่ครบเครื่องทั้งเนื้อหาและสำนวนโวหาร
    วิโรจน์ได้รับการชักชวนของน้องคนหนึ่งที่รู้จักกันในทวิตเตอร์ ให้วิโรจน์มาเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ และได้รับคำชวนให้ไปลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 30
    ว่ากันว่า วิโรจน์ไม่นึกไม่ฝันหรอกว่า จะได้เป็น ส.ส. แต่กระแสธนาธร ก็พัดพาเขามาไกลเกินหวังไปเสียแล้ว

++
คู่กัดเสี่ยหนู
++
    เมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 2 ส.ส.วิโรจน์ เปิดฉากถล่ม “เสี่ยหนู” เรื่องการจัดหาวัคซีนแบบ “แทงม้าตัวเดียว” เรียกว่าพูดได้ใจกองเชียร์ 
    ด้านหนึ่ง กองเชียร์สายสีน้ำเงินก็มองว่า ส.ส.วิโรจน์ เป็นร่างทรงของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เปิดประเด็นวัคซีนพระราชทานอยู่นอกสภา
    พอถึงวันโหวตศึกซักฟอก มีปรากฏการณ์ “งูเห่าสีส้ม” เมื่อ ส.ส.ก้าวไกล 4 เสียง โหวตไว้วางใจ “เสี่ยหนู” ทำเอาพลพรรคสีส้มเดือดพล่านทั้งพรรค 
    นี่คือ ลีลาการเมืองแบบคนเซราะกราว ตาต่อตา ฟันต่อฟัน รู้กันดีทั้งบุรีรัมย์
    วันที่ 16 เม.ย.2564 วิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ฉายเดี่ยวบุกกระทรววสาธารณสุข ไปขอข้อมูลสัญญา ข้อตกลง และเงื่อนไขผูกพันระหว่างรัฐบาลกับแอสตราเซเนกา และบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เกี่ยวกับการจัดหาและจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 
    ขณะที่ ส.ส.วิโรจน์ กำลังเดินทางไปกรมควบคุมโรค ก็พบกลุ่มมวลชนดักรออยู่ที่หน้าอาคารกรมควบคุมโรค มีเสียงโห่ ตะโกนไล่ ซึ่ง ส.ส.วิโรจน์พยายามเจรจาแต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้าย ส.ส.ก้าวไกลต้องล่าถอยไป
    ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็นว่า มวลชนที่มาโห่ไล่ ส.ส.ก้าวไกล ทั้งหมดสวมเสื้อกลับด้าน ซึ่งมีสโลแกนของพรรคการเมืองหนึ่ง รวมถึงมีโลโก้พรรคอยู่ด้านหน้า
    รู้กันอยู่เต็มอกว่าเป็นเกมมวลชนของใคร? ผู้มากบารมีเหนือพรรคการเมืองดังกล่าว ชอบทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง

เปลี่ยนเร็ว พังเร็ว! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463758

เปลี่ยนเร็ว พังเร็ว!

เปลี่ยนเร็ว พังเร็ว! 14 เมษายน 2564 – 10:39 น.

เปลี่ยนเร็ว พังเร็ว! วิเคราะห์การเมืองร้อน

พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งหนังสือไปยังสมาชิก กก.บริหาร และสส.พรรคเพื่อร่วมประชุมพรรคสมัยสามัญ ในวันที่18เมษายน นี้ที่ รร.รามาการ์เด้นส์ กทม. 

“ไม่เลื่อน” นี่คือคำตอบที่ พล.อ.ประวิตร บอกกับนักข่าวทางโทรศัพท์ล่าสุด เมื่อถูกถามว่าจะเลื่อนการประชุมออกไปหรือไม่เพราะช่วงนี้โควิดระบาดหนัก  
ตรงกันกับแหล่งข่าวจากแกนนำพรรคหลายรายที่ให้ข้อมูลว่า จะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ให้รอสัญญาณจากบ้านป่ารอยต่อเท่านั้น  

ฉะนั้นหากไม่เลื่อน คำถามที่ตามมาคือ ในวันที่ 18 เมษายน จะมีการตั้ง กก.บห.เข้าไปใหม่แทนที่กลุ่ม กปปส.ที่โดนคดีและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเพียงแค่นั้นหรือจะเปลี่ยนเลขาธิการพรรคเลย 

พล.อ.ประวิตร อาจจะต้องคิดหนัก เพราะว่า กลุ่มสามมิตรที่ สนับสนุน อนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรคท่าจะไม่ยอมง่ายๆ 

อย่าลืมว่า กลุ่มสามมิตร คือกลุ่มสส.กลุ่มใหญ่ที่เข้ามาเติมพลังให้ พปชร.ก่อนการเลือกตั้ง ทำให้พรรคการเมืองที่มี อุตตมะ สาวนายน และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ดูมีบารมีขึ้นมาทันที

แต่ก็อย่างว่านั้นแหละ การเมืองอะไรจะเกิดก็เกิดเพราะว่ากลุ่มสามมิตรเอง กลับเป็นพลังสำคัญในการโค่นกลุ่ม4กุมารออกจากพรรคไป 

มันเหมือนเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพลหรือเปล่า เพราะหลังการเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เป็นสายตรง พล.อ.ประวิตร ได้เสริมสร้างบารมีขึ้นทุกขณะเพราะได้รับการไว้วางใจให้เป็นมือประสานสิบทิศ เพื่อหา ส.ส.มาเติมเต็ม รัฐบาลที่อยู่ในภาวะเสียงปริ่มน้ำ 
 
บารมีของ ร.อ.ธรรมนัส ส่องสว่างแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ สันติ พร้อมพัฒน์ และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มาร่วมทีม แพ็คกันแน่น จนสุดท้าย วิรัช รัตนเศรษฐ แม่ทัพอีสานที่ไม่ค่อยกินเส้นกัน ยังยอมเข้าร่วมพร้อมกับลูกชาย อธิรัช รัตนเศรษฐ จนแปลงจากกลุ่ม 3ช.เป็นกลุ่ม 4ช. 
 
ว่ากันว่าในอนาคต จะขยับจาก 4ช.เป็น 4ว.หากมีการปรับ ครม.ในอีก 6 เดือนข้างหน้านี้ 

แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงในพรรคจะส่งผลต่อการปรับตำแหน่งทางการเมืองด้วย เพราะกลุ่มสามมิตรเองก็ยอมรับว่า อนุชา ได้เซ็นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค ในวันที่เข้ารับตำแหน่ง เพราะถือว่าเป็นสัญญา เนื่องจาก อนุชา ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี   

แต่วันนี้ อนุชา เป็นรัฐมนตรีแล้ว ทางกลุ่ม4ช.จึงมีความชอบธรรมในการทวงเก้าอี้เลขาธิการพรรคให้กับ สันติ ตามข้อตกลงเดิม 

อย่างไรก็ตาม แม้นว่า กลุ่มสามมิตรจะยอมรับและไม่ขัดขืนหาก พล.อ.ประวิตร จะปรับเปลี่ยน แต่ ”ใจ” ของสามมิตร นั้น พปชร.จะไม่ได้เหมือนเดิม  

คนอย่าง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คนอย่างสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่คร่ำหวอดทางการเมืองมานาน ย่อมไม่สิ้นไร้ไม้ตอกหมดหนทางการเมืองอย่างแน่นอน และสามมิตร พร้อมจะแยกตัวและโบยบินออกจากพปชร. หากพล.อ.ประวิตร กระทำการหักหาญน้ำใจ 

ว่ากันว่า ในพปชร.วันนี้แตกเป็นเสี่ยง กลุ่มกทม.ก็ล่มสลายไปแล้วหลังจาก 2 แกนนำ กปปส.โดนคดี ขณะที่กลุ่ม4ช.พยายามจะเข้ามามีบทบาทและคุม ส.ส. กทม. ซึ่งก็ไม่ง่ายเพราะ ส.ส.ค่อนข้างมีอิสระและความคิดเป็นของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์  

ประกอบกับมีพรรคการเมืองใหม่และเก่าหลายพรรคที่ประสงค์จะทาบทามกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ของพปชร.ไปร่วมงานด้วย ยิ่งการที่ พล.อ.ประวิตร ไปลงโทษตัดเงินพรรคเดือนละ 2แสนบาท ของ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์เป็นเวลา 6เดือน ยิ่งทำให้ กลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ ไม่แฮปปี้

ยิ่งทางพรรคจะบังคับ ส.ส.กทม.ให้ช่วยหาเสียงให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ลงชิงชัยผู้ว่ากทม.ด้วย ยิ่งทำให้มีความไม่พอใจมากขึ้นเมื่อความเห็นหลายอย่างไม่ตรงกัน 

นี่หากวันที่ 18 เมษายน พล.อ.ประวิตร จะเร่งปรับเปลี่ยนเลขาธิการพรรค ก็ยิ่งจะเป็นการเร่งทำให้พรรคพปชร.พังเร็วขึ้น. 

“ประมวล” ห่วงคนแห่เที่ยวพัทยา บางแสน หวั่นคลัสเตอร์ใหญ่ จวกนักการเมืองทะเลาะเรื่องวัคซีนไร้ประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/463784

“ประมวล”ห่วงคนแห่เที่ยวพัทยา บางแสน หวั่นคลัสเตอร์ใหญ่ จวกนักการเมืองทะเลาะเรื่องวัคซีนไร้ประโยชน์

 "ประมวล"ห่วงคนแห่เที่ยวพัทยา บางแสน หวั่นคลัสเตอร์ใหญ่ จวกนักการเมืองทะเลาะเรื่องวัคซีนไร้ประโยชน์ 14 เมษายน 2564 – 16:07 น.

“ประมวล” วอนประชาชนการ์ดอย่าตก หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงทะลุพัน หวั่นพัทยา บางแสน เมืองท่องเที่ยว คนทะลักจะกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ แพร่เชื้ออีก เศรษฐกิจยิ่งจะหนักกว่าเดิม จวกนักการเมืองทะเลาะกันเรื่องวัคซีนไม่มีประโยชน์

14 เม.ย. 64 นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า ได้เห็นภาพที่คนแห่เที่ยวพัทยาและบางแสน ในช่วงหยุดยาวสงกรานต์ก็รู้สึกเป็นห่วง คนในพื้นที่ไม่เท่าไหร่ แต่คนจากที่อื่นเดินทางมา เมื่อมีคนจำนวนมาก โอกาสที่จะแพร่เชื้อมีความเป็นไปได้สูง  

“ในฐานะอดีต ส.ส.ชลบุรี ผมอยากวอนว่าขอให้ทุกคนการ์ดอย่าตก เที่ยวสงกรานต์ได้แต่แบบ นิว นอร์มอล เพราะหากมีการแพร่เชื้อตามชายหาดอีก ปัญหาจะเกิดกับเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยาและบางแสน จะทำให้เศรษฐกิจที่รอวันฟื้นไม่มีทางกลับมาฟื้นได้อีก” 
 
นายประมวล ยังกล่าวว่า ไม่อยากให้นักการเมือง ทะเลาะกันรายวันเรื่องวัคซีน รัฐบาลก็ควรให้คุณหมอ หรือกระทรวงสาธารณสุขเป็นคนแถลงข้อเท็จจริงทั้งปริมาณวัคซีนและคุณภาพวัคซีน อย่าให้นักการเมืองพูด แม้นจะเป็นรัฐมนตรี แต่ไม่ได้เป็นหมอ ความน่าเชื่อถือมันจะไม่มีและจะทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย ผลเสียก็จะตกกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯคนเดียว 

“แรมโบ้” ซัดกลับ “อนุสรณ์” ทำไมป้องคนหนีดคี ช่วยกระซิบมาเยี่ยมคนติดคุกบ้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/463781

“แรมโบ้” ซัดกลับ “อนุสรณ์” ทำไมป้องคนหนีดคี ช่วยกระซิบมาเยี่ยมคนติดคุกบ้าง

 "แรมโบ้" ซัดกลับ "อนุสรณ์"  ทำไมป้องคนหนีดคี ช่วยกระซิบมาเยี่ยมคนติดคุกบ้าง14 เมษายน 2564 – 15:29 น.

“แรมโบ้” ถามกลับ “อนุสรณ์” เป็นคนไทยหรือไม่เหตุใดออกมาปกป้องคนหนีคดีไปต่างประเทศ อยู่ดีกินดี แต่กลับโจมตีคนทำงานหนักเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศ ฝากบอกให้มาเยี่ยมให้กำลังใจรัฐมนตรีและคนเสื้อแดงที่ติดคุกบ้าง

14 เมษายน 2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ออกมาปกป้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุตนเองลามปามและบิดเบือนข้อมูล โดยระบุว่านายอนุสรณ์ได้เห็นแล้วว่าการระบาดที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อค่อยๆลดลง และการระบาดในครั้งนี้แม้จะมีตัวเลขที่สูง ตนเองมั่นใจว่านายกฯ รัฐบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์จะสามารถหามาตรการออกมา เช่นเดียวกับการระบาดทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ติดเชื้อให้ลดลงได้เช่นกัน เพราะมีประสบการณ์ในการดำเนินการมาแล้ว  

นายเสกสกล ระบุว่าคนที่ต้องยอมรับความจริงและรับฟังคนอื่นน่าจะเป็นนายอนุสรณ์ และพรรคเพื่อไทยมากกว่า อย่าหลับหูหลับตาเลย ทั้งนี้สถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้น สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อเกิดการระบาดแล้วนายกฯ และรัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ก็ทำงานอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อลดลงได้ ที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้นนายอนุสรณ์ก็เห็นอยู่ 

นายเสกสกล ยังย้ำเช่นเดิมในสถานการณ์เช่นนี้นายอนุสรณ์ หรือคนในฝ่ายค้านไม่ควรที่จะออกมาเล่นการเมืองในขณะที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤต และแทนที่จะพูดปกป้อง ให้กำลังใจนายกฯ รัฐบาล แม้แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือคนทำงาน ที่ต้องทำงานอย่างหนักมากแค่ไหนในการแก้ไขปัญหาโควิด แต่กลับออกมาพูดซ้ำเติม กล่าวโจมตีไม่หยุด มิหน่ำซ้ำนายอนุสรณ์ยังไปปกป้องนายใหญ่ตัวเอง ทั้งที่เป็นผู้หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ มีความเป็นอยู่สุขสบาย ไม่ได้สนใจคนในประเทศเลย จึงอยากถามกลับว่านายอนุสรณ์เป็นคนไทยหรือไม่  ไม่สงสารพี่น้องประชาชนที่กำลังมีปัญหาหรือ

“นิสัยปากสากกระเบือ ประจบสอพลอ จอมชเลียร์อย่างนายอนุสรณ์หาราคาไม่ได้ ถ้ารักและชื่นชอบคนที่หนีคดี ว่างๆนายอนุสรณ์ช่วยกระซิบบอกนางสาวยิ่งลักษณ์ ช่วยเดินทางมาเยี่ยม 2 รัฐมนตรีที่ติดคุกเพราะคดีโกงเงินชาวนา ติดคุกคดีจำนำข้าวด้วย ช่วยเสียสละเวลามีน้ำใจห่วงใยคนเหล่านี้หน่อย อย่าเอาเวลาไปเดินแต่ช้อปปิ้งตามห้างหรูๆเลย ก่อนที่นายอนุสรณ์จะออกมาปกป้องเอาใจเจ้านาย ช่วยถามนางสาวยิ่งลักษณ์หน่อยว่า ไหนบอกจะยืนหยัดต่อสู้คดีถึงที่สุด ไม่หนีไปไหน ทำไมต้องแอบทิ้งรัฐมนตรีเหล่านี้ให้รับชะตากรรมโดยไม่เหลียวแลห่วงใยกันเลย นายอนุสรณ์ เป็นคนสนิทใกล้ชิดมากใช่ไหม เห็นออกมาปกป้องทุกครั้งช่วยกระซิบให้มาเยี่ยมรัฐมนตรีและพี่น้องเสื้อแดงที่ติดคุกติดตารางเพราะสู้ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยนะ อย่าลืมบอกด้วยละพ่อยอดจอมชเลียร์ ว่าคนที่ติดคุกถามถึงทุกวัน คิดถึงอดีตนายกฯคนที่หลบหนีคดีและทอดทิ้งพวกเขาไปอยู่แดนไกลอย่างสุขสบายใจ เคยคิดถึงคนที่อยู่ในคุกบ้างไหม มีเวลาก็แวะมาเยี่ยมเยียนกันบ้างอย่าเอาเวลาไปเดินช้อปปิ้งห้างหรูๆถือกระเป๋าแบรนด์เนมแพงๆ โปรดสงสารเห็นใจในความทุกข์ของคนเหล่านี้บ้าง “

หมดสภาพการบริหาร..”เพื่อไทย” ทวงถามสำนึก “ประยุทธ์” และ ครม.ต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/463750

หมดสภาพการบริหาร..”เพื่อไทย”ทวงถามสำนึก”ประยุทธ์” และ ครม.ต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ3

หมดสภาพการบริหาร.."เพื่อไทย"ทวงถามสำนึก"ประยุทธ์" และ ครม.ต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ314 เมษายน 2564 – 10:40 น.

“เพื่อไทย” ทวงถามสำนึก “ประยุทธ์” และ ครม. กับการระบาดโควิด-19 รอบ 3 ห่วง รัฐมนตรี กำลังจะหายแต่ประชาชนกำลังจะตายด้วยพิษเศรษฐกิจ ชี้ ขาดสติปัญญา ไร้ประสิทธิภาพ ผิดซ้ำซ้อน หมดสภาพการบริหารแล้ว

วันที่ 14 เมษายน 2564 นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ซัดรัฐบาลทำตัวเหมือนยืนบนก้อนเมฆลอยตัวไร้ความรับผิดชอบ แนะควรออกมารับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่ซ้ำเติมประชาชนอาการปางตาย ขอแค่สปิริตการออกมาขอโทษและยอมรับกับประชาชนเหมือนทูตญี่ปุ่น

โลกออนไลน์ตั้งฉายาครม. หน้าภาชนะในครัว ชี้หลักฐานพร้อมประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมบ่งชัด แต่คนรับกรรมกลายเป็นแค่ตำรวจคุมพื้นที่และคนคุมสถานที่ ต่างจากการชุมนุมนักศึกษาทั้งที่ไม่มีคนติดโควิด-19 แต่แกนนำถูกจับและดำเนินคดีเป็นร้อย สุดท้ายเหลือเพียงองคาพยพที่อยู่ใกล้รัฐบาลเท่านั้นที่รอดตาย นอกนั้นตายสนิท

นางสาวตรีชฎา กล่าวอีกว่า ผ่านมาหลายวัน นับจากวันที่ 6 เมษายนวันครบรอบของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีและส.ส.ต้องรักษาตัวและกักตัวกันจนเกือบหมดรัฐบาล กระทั่งวันที่ 5 เมษายนน้องฟ้าใส พีอาร์คนสวยของคริสตัลคลับ ออกมาโพสต์ข้อความทางเฟสบุคว่า ฟ้าติดโควิด-19 ใครอยู่ใกล้หรือสัมผัสฟ้า รีบไปตรวจนะค่ะ เพื่อจะได้รักษา หายไวไว ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ

ซึ่งมันก็ช่างบังเอิญกับวันรุ่งขึ้นกับเหตุการณ์ที่ค่อนข้างวุ่นวายกับคนของพรรคภูมิใจไทยและคนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมและเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กลายเป็นรัฐมนตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ติดโควิด-19 คนจึงเริ่มถึงบางอ้อ

ทัวร์ทุกสายจึงรุมถล่มรัฐบาลอย่างหนัก ถามถึงความรับผิดชอบ แน่นอนนายศักดิ์สยามออกมาตอบปฏิเสธแต่ก็ไม่พ้นการวิเคราะห์จากบรรดาสายลับยามราตรีที่ออกมาวิแคะแงะกันทุกมุม แม้นนายศักดิ์สยามออกมาปฏิเสธไม่ได้ไปในสถานที่อโคจรดังกล่าว บอกเพียงติดจากหน้าห้อง สำคัญตรงที่คำว่าหน้าห้องหมายถึงเลขาหน้าห้องหรือหน้าห้องเลขที่เท่าไหร่ กระทั่งสังคมตั้งคำถามมากมายว่านายศักดิ์สยาม ติดเชื้อจากที่ไหน อย่างไร

“การที่รัฐบาลออกกติกามาเตือนประชาชนการ์ดอย่าตก ดื่มแอลกอฮอล์อย่าดื่มแก้วเดียวกัน ห้ามนั่นห้ามนี่ แต่สุดท้ายหวยก็มาออกที่รัฐบาลอีกรอบผลงานเต็มๆ ขณะที่ประชาชนมองตาละห้อย ติดคนรวยซวยคนจน รอบแรกปีที่แล้วช่วงมีนาคมเริ่มจากการฝืนจัดมวยที่สนามมวยลุมพินี จนแพร่เชื้อทั้งประเทศ

ต่อด้วยผับย่านทองหล่อ จนรัฐบาลต้องประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ยังไม่ยกเลิก ล็อกดาวน์ประเทศ กู้เงินปีที่แล้วจ่ายเยียวยา 3 เดือนๆละ 5 พันบาทแต่กว่าจะจ่ายได้แบ่งกลุ่มอาชีพจนคนต้องไปออกันหน้ากระทรวงการคลังจนถูกมองว่ายิ่งกว่าขอทาน

จากนั้นโควิด-19รอบ 2 ติดจากการปล่อยปละละเลยเรื่องการปล่อยแรงงานทะลักเข้ามาผิดกฎหมายจนต้องเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ถึงขั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครต้องติดเชื้อขณะทำงานในพื้นที่รักษาตัวนานหลายเดือน

รวมถึงการแพร่เชื้อจากบ่อนการพนันแถวระยอง ที่มีลูกชายเจ้าของบ่อนใกล้ชิดกับคนในรัฐบาลมาแพร่เชื้อไกลถึงในรัฐสภาจนพาไปสู่การจับกุมเจ้าของบ่อนอย่าง หลงจู๊สมชาย รอบสองรัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาเดือนละ3,500 บาท 2 เดือน รวมแล้วก่อหนี้ท่วมแล้ว 5 เดือน งบประมาณหนี้เพิ่มแล้ว 6 แสนล้าน

“จนปีใหม่ 2564 คนไทยแทนที่จะมีความสุขก็ต้องตกอยู่สภาพกรรมซัด ทั้งหมดเกิดจากรัฐบาลปล่อยปละละเลยจนคนระทมทุกข์ มาสู่โควิด-19รอบที่ 3 ติดที่ค็อกเทลเลานจ์ คลับหรูราคาแพง แถมมีข่าวพัวพันมาถึงรัฐมนตรีหลายคน นำโดย นายศักดิ์สยาม ต่อด้วยนายสุพัฒน์พงษ์ พันธุ์มีเชาวน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและอีกหลายคน จนต้องพาทีมงานไปตรวจหาเชื้อโควิด-19

สุดท้ายไม่มีใครออกมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคนไทย ยิ่งครั้งล่าสุด มีเพียงผู้จัดการ 2 คน ติดคุก แต่เจ้าของรอด เจ้าของพัวพันกับคนในรัฐบาลหรือไม่ ทำไมเส้นก๋วยจั๊บขนาดนั้น แต่เศรษฐกิจพังพินาศ เจ้าของโรงแรม และ ธุรกิจ ท่องเที่ยว ต้องฝันสลายจากเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง

แต่หากเทียบกับการชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาและประชาชนตั้งแต่ปีที่แล้วต่อเนื่องมาถึงปีนี้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและพ.ร.บ.โรคติดต่อเหมือนกัน ทั้งที่ไม่พบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่แกนนำและประชาชนถูกดำเนินคดียกชุด มันช่างต่างกันจริงๆ

“รวมถึงกรณีนายคาสุยะ นะชิดะ เอกอัครราชทูต ประจำประเทศไทย ที่ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ได้เดินทางไปยัง คริสตัลทองหล่อ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2564 สารภาพแบบลูกผู้ชายแล้ว แต่รัฐมนตรีและรองนายกไปจริงหรือไม่จริงยังไม่ยอมรับ นี่ถ้าหากทูตญี่ปุ่นเกิดสารภาพว่าไปกับใคร ไทยจะเอาหน้าไว้ที่ไหน แล้วยิ่งส.ส. ภูมิใจไทยที่เพิ่งติดโควิด ก็สารภาพแล้วว่าเคยไป แถวทองหล่อเมื่อกลางเดือนมีนาคม รวมถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ และ พ.ต.ท.สัณฑนะ ประยูรรัตน์ ก็ชื้เป้าชัดเจน

อีกทั้งพนักงานเสิรฟและคนทำงานในร้านออกมาสารภาพว่าใครไปบ้าง บรรยากาศภายในห้อง VVIP เป็นอย่างไรบ้าง อย่าทำให้เลวร้ายลงไปกว่านี้เลย

ดูตัวอย่างทูตญี่ปุ่นสังคมอาจจะพอให้อภัย แต่ถ้าปล่อยให้เนิ่นนานประชาชนอาจจะออกมาไล่แทนให้อภัย เรื่องวัคซีนก็เช่นกันคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เคยออกมาเตือนและจี้เรื่องวัคซีนมาตลอด แทนที่จะคิดได้รัฐบาลกลับส่งคนออกมาเถียงฉอดๆ แต่ไม่ทำ

ก่อนหน้านี้ผบ.ทบ.ผุดไอเดีย ฉีดวัคซีนแคดดี้สนามกอล์ฟ ทบ.ก่อน เหตุผู้ใหญ่เกษียณแล้ว ชอบมาตีกอล์ฟ ความจริงถ้าท่านเสนอให้ฉีดวัคซีนให้โคโยตี้หรือดาวเด่นในค็อกเทลเลานจ์ ไม่แน่อาจจะทำให้ไทยรอด

ปัญหาวันนี้อาจจะไม่เกิดก็ได้ ตอนนี้มาวิ่งไล่ให้โรงพยาบาลเอกชนนำเข้าเอง ทั้งๆที่ควรทำนานแล้ว ล้มเหลวทุกกระบวนท่า ล่าสุด โรงพยาบาลเอกชนออกมาปิดรับบริการการตรวจหาเชื้อโควิดเพราะไม่มีน้ำยา ช่างบังเอิญกับสถานการณ์จริงของรัฐบาลเวลานี้ที่อยู่ในสภาพไร้น้ำยาที่จะช่วยเหลือประชาชน พอกันทีกับคำว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่ได้ไป ก็คงต้องแถมคำว่า รัฐบาลไม่มีความรับผิดชอบใส่ไปด้วย ” นางสาวตรีชฎา กล่าวทิ้งท้าย

“แรมโบ้” ซัด “เทพฤทธิ์” อย่าหูหนวกตาบอด ไม่รู้ว่านายกฯ รัฐบาล แก้ปัญหาโควิด-19 อย่างไรบ้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/463756

“แรมโบ้” ซัด “เทพฤทธิ์” อย่าหูหนวกตาบอด ไม่รู้ว่านายกฯ รัฐบาล แก้ปัญหาโควิด-19 อย่างไรบ้าง

"แรมโบ้" ซัด "เทพฤทธิ์" อย่าหูหนวกตาบอด ไม่รู้ว่านายกฯ รัฐบาล แก้ปัญหาโควิด-19 อย่างไรบ้าง14 เมษายน 2564 – 10:29 น.

“แรมโบ้” ซัด “เทพฤทธิ์” อย่าหูหนวกตาบอด ไม่รู้ว่านายกฯ รัฐบาล แก้ปัญหาโควิด-19 อย่างไรบ้าง พร้อมเตือน พรรคไทยสร้างไทยเป็นพรรคการเมืองใหม่อย่าต้องให้ประชาชนตั้งชื่อพรรคใหม่ว่า”พรรคไทยทำลายไทย” เพราะยังชอบใช้วาทะตีกินทางการเมืองเหมือนแกนนำพรรค

14 เม.ย. 64 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน คณะทำงานด้านนโยบายและแผน พรรคไทยสร้างไทย ข้องใจเงินกู้ 40,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลกู้มารับมือโควิด-19 หายไปไหน นำไปใช้อะไรบ้าง ปล่อยปะละเลยให้เกิดการระบาดในรอบ 3 โดยระบุว่า การกู้เงินนั้นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้วว่าเพื่อนำมาใช้ในแผนงานหรือโครงการทางการแพทย์และสาธารณสุข   เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้กับประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งนายเทพฤทธิ์ ก็เห็นแล้วว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้ว มีมาตรการอะไรออกมาบ้างเพื่อช่วยประชาชน ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย จนเป็นที่พึงพอใจของประาชนว่ารัฐเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผลดีกว่าหลายประเทศที่กำลังประสพปัญหายิ่งกว่าประเทศไทย

ส่วนที่บอกว่าความไม่พร้อมของการตรวจหาผู้ติดเชื้อ ที่ยังไม่เปิดให้คนไทยเข้าถึงการตรวจหาเชื้อได้ง่ายและฟรีนั้น ตนเองยืนยันยันว่าตามโรงพยาบาลรวมถึงในต่างจังหวัด ได้มีการตรวจหาเชื้อเชิงรุกมาโดยตลอด และตรวจฟรีสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงก่อน ซึ่งการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อในแต่ละวันที่มีตัวเลขสูงนั้นก็มาจากการตรวจเชิงรุกทั้งนั้น  

ขณะที่การบริหารจัดการวัคซีนนั้น นายกฯได้ย้ำอยู่ตลอดว่าต้องเป็นไปตามกระบวนการ และนายกฯได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารจัดการให้เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด ให้ได้ตามแผนที่วางเอาไว้ ขณะเดียวกัน อย.ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ของจอนห์สันแอนด์จอห์สันแล้ว เป็นวัคซีนรายที่สามและวัคซีนที่มีคุณภาพที่อย.จะอนุญาตตามมาอีกหลายชนิด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนครบทุกคนอย่างแน่นอน
  
การที่นายเทพฤทธิ์บอกว่าโควิดรอบนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของไทยนั้น นายเสกสกลมองว่า หากนายเทพฤทธิ์ไม่ชอบนายกฯ หรือรัฐบาล ก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ควรออกมาพูดเช่นนี้เพราะนอกจากจะไม่ให้กำลังใจแล้ว ยังเป็นการทำร้ายจิตใจของบุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ทำงานมาอย่างหนักไม่ได้หยุดเลยในการช่วยเหลือประชาชน

นายเสกสกลยังระบุว่านายเทพฤทธิ์ อาจจะไม่เห็นการทำงานของนายกฯ รัฐบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงไม่เข้าใจอะไรเลย แต่ก็ไม่ควรออกมาพูดเช่นนี้ในขณะที่ทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนร่วมมือร่วมใจกันให้สถานการณ์ ระบาดคลี่คลายลง ไม่ใช่จ้องแต่จะใช้วาทะตีกินทางการเมืองไม่คำนึงผลเสียหายหรือเป็นบ่อนทำลายจิตใจคนปฎิบัติหน้าที่ ที่ทุ่มเททำงานหนัก

พร้อมกันนี้ก็ขอให้มองในส่วนดีของนายกฯและรัฐบาลบ้าง ซึ่งการระบาดที่ผ่านมานายกฯก็ทำได้ดี อย่าทำเป็นหูหนวก ตาบอดเลย อย่าคอยแต่จะจ้องโจมตี ทำลายความน่าเชื่อถือนายกฯ และรัฐบาล ในขณะที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤติ  ซึ่งหากยังทำเช่นนี้ในทางกลับกันนายเทพฤทธิ์ กับพรรคไทยสร้างไทย จะหมดความน่าเชื่อถือเอง ขอเตือนเป็นพรรคการเมืองใหม่ควรเอาเวลาไปทำประโยชน์ให้กับประชาชนจะดีกว่า ประชาชนจะได้ไว้วางใจให้มี ส.ส.ในสภาฯในการเลือกตั้งสมัยหน้าแต่ถ้ามีพฤติกรรมเช่นนี้ สมัยหน้าอาจจะไม่มีส.ส..เข้าสภาแม้แต่คนเดียว
 
” เพิ่งตั้งพรรคใหม่ คุณหญิงสุดารัตน์อนุญาตให้ออกมาพูดหรือยัง ก่อนจะพูดช่วยเปิดหูเปิดตาศึกษาข้อมูลให้กระจ่างว่ารัฐบาลนำงบประมาณไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าให้ประชาชนอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะอ้าปากใส่ความรัฐบาลให้เสียหาย อย่าคิดแค่สร้างกระแสตีกินให้พรรคใหม่มีชื่อในหน้าสื่อ พรรษายังอ่อนหัดทางการเมือง ไหนบอกพรรคเป็นความหวังใหม่ของคนไทย จะไปหวังอะไรได้ นี่ไม่น่าใช้ชื่อ พรรคไทยสร้างไทยหรอก เพราะไม่ช่วยคิดสร้างไทยเลยมีแต่จะทำลายไทย ตนจะขอเปลี่ยนชื่อไว้รอการเลือกตั้งใหญ่ที่จะถึงอีกปีเศษๆ ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า”พรรคไทยทำลายไทย”จะดีกว่าไหม ถ้าคนในพรรคมีสมองมีความคิดได้เพียงแค่นี้ พรรคคงไปไม่รอดเป็นแน่ ฝากคุณหญิงสุดารัตน์เอาตัวนายเทพฤทธิ์ไปติวไปอบรมความคิดใหม่ๆที่สร้างสรรค์กว่านี้ด้วย ก่อนที่อนาคตพรรคจะตกต่ำไปยิ่งกว่านี้ ตนเตือนมาด้วยความหวังดีและห่วงใย” นายเสกสกลกล่าว

ศักดิ์สยาม แจงอาการล่าสุด ชี้ดราม่าไทม์ไลน์ห้ามความคิดคนไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ความจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/463752

ศักดิ์สยาม แจงอาการล่าสุด ชี้ดราม่าไทม์ไลน์ห้ามความคิดคนไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ความจริง

ศักดิ์สยาม แจงอาการล่าสุด ชี้ดราม่าไทม์ไลน์ห้ามความคิดคนไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ความจริง14 เมษายน 2564 – 09:30 น.

“ศักดิ์สยาม” อัปเดทอาการล่าสุดทุกอย่างปกติ-ไม่มีไข้ แจงดราม่าไทม์ไลน์”ความคิดคนห้ามกันไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ความจริง” ห่วงปชช.การ์ดตก ย้ำต้องช่วยกันลดการแพร่ระบาดเพื่อประโยชน์ของทุกคน

วานนี้(13 เม.ย. 2564) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรักษาตัวจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) อยู่ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ถึงความคืบหน้าอาการป่วยและประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องไทม์ไลน์นั้น

โดย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า อาการโดยรวมขณะนี้ปกติดีทั้งการหายใจ ความดัน และไม่มีไข้ คาดว่าแพทย์จะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 21 เม.ย.นี้

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเชิญเข้ามาให้ข้อมูลและชี้แจงไทม์ไลน์นั้น นายศักดิ์สยาม เผยว่า ขอให้ตนหายดีก่อน เนื่องจากต้องพักรักษาตัวเพื่อรอดูอาการและกักตัวเพื่อควบคุมโรค รวมถึงยังไม่เห็นเอกสารที่นายสิระทำเรื่องเชิญมา

เมื่อถามว่าหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ถึงไทม์ไลน์ที่ชี้แจงออกมาก่อนหน้านี้ว่าถูกต้องหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ความคิดคนห้ามกันไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่ความจริง ที่ผ่านมามีเฟกนิวส์หรือข่าวปลอมเยอะมาก มีการใส่รูปใส่ข้อความ พยายามสื่อสารว่าคนในภาพเหมือนหรือคล้ายกับตน ซึ่งก็ได้มอบหมายให้ทนายความไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 2 เคส

“ผมเองก็ไม่สบายด้วย แต่เข้าใจดีว่าความสงสัยก็เป็นสิทธิของแต่ละคน อีกทั้งผมก็เป็นบุคคลสาธารณะ แต่ทุกอย่างต้องดูข้อเท็จจริง ผมก็ถือเป็นผู้ติดเชื้อคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นผู้แพร่เชื้อ และที่ผ่านมาก็มีคนติดเชื้อมากมายไม่ใช่ผมเพียงแค่คนเดียว ทั้งนี้เราต้องช่วยกันลดการแพร่ระบาดให้ลดลงเพื่อประโยชน์ของทุกคน สิ่งที่น่าห่วงคือเราต้องไม่การ์ดตก”

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสิระระบุว่านักการเมืองหรือรัฐมนตรีคนใดปกปิดไทม์ไลน์ถือว่าขัดจริยธรรม ต้องแสดงสปิริตด้วยการลาออก ประเด็นนี้จะทำให้เกิดความสั่นคลอนการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า อย่าไปคิดไกลขนาดนั้น ขอให้ตนรักษาตัวให้หายดีก่อน อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนยกการ์ดระวังตนเอง เพราะเชื้อโควิด-19 ไม่เลือกเพศ อายุ และการศึกษา ดังนั้นต้องระมัดระวังคนที่สัมผัสผู้ติดเชื้อมีโอกาสติดเชื้อต่อได้เสมอ แต่เมื่อเป็นแล้วก็พบแพทย์ ต้องเข้าใจโรคนี้ และปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

Mastering Sigma, the maestro of ‘Overwatch,’ according to two pros #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30404860

Mastering Sigma, the maestro of ‘Overwatch,’ according to two pros

EntertainmentApr 14. 2021

By The Washington Post · Teddy Amenabar, Jhaan Elker

Sigma, “Overwatch’s” brooding astrophysicist, commands the gravity around him to dominate an opposing team. He’s a repressive off-tank with a well-rounded set of abilities that allow him to break off from his team and disrupt the tempo of a fight.

The Washington Post spoke with two of the Overwatch League’s best Sigma players, Indy “Space” Halpern of the Los Angeles Gladiators and Gi-Cheol “Cr0ng” Nam the Guangzhou Charge, about how to make the most of the tyrannical Overwatch hero – taking your competitive play to the next level. Here’s what they said.

– – –

Be aggressive. Better yet, be oppressive.

Players controlling Sigma have a tendency to stick with their main tank, but Sigma is intended to push the fight forward on his terms. Find your own angle on the enemy team, the pros said. Sigma is at his best when he separates from his team and fires at the enemy from another position, forcing the opponent to contend with two points of attack.

Sigma can deal serious damage, heal himself and shield against incoming fire. Use your independence to flank your opponents and disrupt the pace of the match.

“Sigma’s job is to shut down the other team, to be as oppressive as possible,” Space said. “You want to be the one taking control of the game.”

Crong said Sigma players have to be selfish. Sigma’s power comes from his ability to control, or conquer, a certain part of the map. Press forward, alternating between Sigma’s shield and kinetic grasp, to create space for your team or to push back an enemy advance.

– – –

Spam your hyperspheres. Play the angles.

Sigma floats around the map twirling around a pair of hyperspheres, like some twisted fidget-spinner. The little balls of gravity can bounce off walls and implode, providing the hero a reliable and endless medium-range burst fire.

Cr0ng and Space suggest sending Sigma’s pair of projectiles into a corner or a chokepoint to pressure opponents waiting just out of sight. It’s one of the few abilities in the game that can ricochet off the walls. So take advantage of it as you try to gain ground.

– – –

Don’t break your barrier. It’s one of many tools.

When Sigma charges into a team fight, he can propel his floating barrier forward and provide some cover. It’s a key part of Sigma’s aggressive playstyle, but don’t rely on his shield. Recall your barrier, and switch to kinetic grasp to take incoming fire and recharge the shield, the pros said. The two abilities work in tandem. Using one allows the other to recover.

You never want to use Sigma’s barrier until it breaks down. Or, as Space said: “You don’t ever want to get caught with your pants down.” Always have a trick up your sleeve and manage Sigma’s abilities wisely.

– – –

Make the most of ‘the rock’

Sigma’s accretion, known simply as “the rock,” compresses debris into a boulder hurtling toward the enemy. It has become Overwatch’s equivalent of a three-point shot, which has led to many a flashy combos built for the highlight reel.

Do not lob Sigma’s accretion for a cross-map catapult; the pros suggest using his ability for simple crowd control when the enemy is on top of you. Wait until your opponent runs out of abilities to dodge or parry and then let it rip. The best “rocks” don’t miss.

– – –

Throw a barrier before using Sigma’s ultimate

Sigma’s strongest ability, Gravitic Flux, launches enemies sky-high and slams them to the ground, but the move leaves him temporarily defenseless as he sets up his aim.

Space said to shoot a shield barrier into the sky shortly before using Gravitic Flux; it can protect against enemy fire. It’s not a surefire solution, but the shield could protect you against a quick draw from an enemy McCree or Widowmaker. “If you’re going to do anything, make sure you do that every time,” Space said.

Itthipat aiming to break female golfers’ domination at Thailand Mixed II #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/sport/30404895

Itthipat aiming to break female golfers’ domination at Thailand Mixed II

Apr 14. 2021

A field of 128 male and female golfers will battle for the winner’s cheque of Bt450,000 when the Bt3-million Thailand Mixed II hosted by Trust Golf tees off on Thursday (April 15) at the hilly Alpine Golf Resort.

Itthipat Buranatanyarat 

The battle of the sexes featuring 80 men and 31 women will rage from April 15-18 under a strict Covid-19 bubble policy.

The Alpine course measures 7,200 yards off the men’s tees and 6,163 yards off the women’s. After 36 holes, the top 60 players will proceed to the weekend rounds.

Thailand Mixed I champion Arpichaya Yubol will attempt to make it two wins in a row. The Saraburi-based player beat Atthaya Thitikul by one stroke in February and will tee off on Thursday in a group with Suteepat Prateeptienchai and young gun Amarin Kraivixien, winner of the Thailand Development tour in Nakhon Nayok two years ago.

Atthaya meanwhile will tee off alongside former Singha Masters winner Phachara Kongwatmai, who is playing his first event after suffering a car accident earlier this year, and Settee Prakongvech, who finished third and the best male player in the inaugural edition in Hua Hin.

Former Boonchu Ruangkit Championship winner Itthipat Buranatanyarat will be among the men attempting to prevent a repeat of the female domination that saw four women finish in the top five in Hua Hin.

“It all comes down to who has better putts. Once on the greens, we are all equal. As for myself, I have prepared well coming to this tournament,” said Itthipat, who will play alongside Chorphaka Jaengjit and former Asian Tour champion Chapchai Nirat.

Thaya Limpipolpaibul

Chiang Mai-based Thaya Limpipolpaibul will try to claw back his confidence at this home tournament after missing the cut on the PGA Thailand tour last week in Nakhon Nayok.

“Though I grew up in Chiang Mai, I haven’t played on this course much. The grass is a bit fast. I need to hit the fairways to set myself up in a good position to shoot scores this week,” said Thaya, who is still looking for his maiden title. He will compete in the same group as Jakraphan Premsirigorn and Phannarai Meesom-us.

Lock and load: Marquez returns to race the rollercoaster #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/sport/30404858

Lock and load: Marquez returns to race the rollercoaster

Apr 14. 2021

After nine months on the sidelines, the eight-time World Champion is back. At a track he’s never raced, to face a field of rivals ready to measure their mettle

Nine months since last starting a race and even longer since last finishing one, the time has come for Marc Marquez (Repsol Honda Team) to return to MotoGP™. It’s been a long road to recovery following his crash in Jerez, and translating that into racing terms pulls it into focus: Fabio Quartararo (Monster Energy Yamaha MotoGP), Brad Binder (Red Bull KTM Factory Racing), Miguel Oliveira (Red Bull KTM Factory Racing), Franco Morbidelli (Petronas Yamaha SRT) and Joan Mir (Team Suzuki Ecstar) are now all premier class race winners. Mir is the first MotoGP™ World Champion in ten years not called Marc Marquez or Jorge Lorenzo. Ducati are the reigning Constructors’ Champions and Team Suzuki Ecstar the Teams’. Johann Zarco (Pramac Racing) leads the 2021 Championship, many on the grid are in different colours and some familiar sparring partners have gone. Some are new faces entirely and there’s even someone different on the other side of the Repsol Honda Team garage as Pol Espargaro continues to settle in. This has all happened in what feels for many like a breathless, exciting rush – and will likely have felt to Marquez like the longest months of his life. But the wait is over, and the Grande Premio 888 de Portugal can’t start soon enough.

All eyes will be on Marquez from FP1, and having not raced on the Algarve last year, there will likely be thousands of words given to balancing taking it easy vs track familiarisation vs getting back on a MotoGP™ bike after so long vs expecting the eight-time Champion to put in a lap record in five seconds. Some will expect the answers within five minutes and others within five Grands Prix, but the questions themselves are the bigger draw. How long will it take to see the number 93 on full power? Will it be no time at all? Did everyone raise the bar, or is Marquez returning to do just that?

Speaking of raising the bar, that’s something Oliveira definitely did last year in his first premier class race on home turf. Already a MotoGP™ winner by the time the paddock arrived in Portugal for what was then the season finale, the number 88 shot out the blocks and couldn’t be caught, making it look easier than ever to make history in arguably the closest era ever. As we return only a few months later though, it’s been a difficult couple of races for KTM on the way in so the Austrian factory will get plenty of attention to see if they can get back to the winning ways that made them a star of 2020, as will Oliveira, who will be eager to put himself and Portugal back on the top step at home. Teammate Brad Binder did take a best KTM Losail finish ever in eighth, as the Qatari circuit has always been a tougher one for the marque, so that’s one box ticked and he’ll be keen for more too. Is this where the 2020 titans start to show more cards?

The aforementioned Zarco, meanwhile, arrives as Championship leader and is one person who believes the grid got faster in 2020. The layout of Portimão wasn’t the best fit for Ducati last year with the exception of Jack Miller, now at Ducati Lenovo Team, as the Australian took second, but the reason Ducati are the reigning Constructors’ champions was explained by Sporting Director Paolo Ciabatti in Portugal last year: a Ducati was extremely fast at every track, it just wasn’t always the same one. So the task will be for the rest of the Borgo Panigale machines – especially Zarco and Francesco Bagnaia (Ducati Lenovo Team) – to unlock Miller’s secret to second place in 2020, and for Miller it’s to grit his teeth slightly after arm pump surgery and try and get back nearer the front. The Moto2™ graduate rookies will be interesting too, coming in with a blank slate and Jorge Martin (Pramac Racing) with a first premier class pole and podium. How can he, Enea Bastianini (Avintia Esponsorama) and Luca Marini (Sky VR46 Avintia) adapt?

Yamaha have a similar balancing act to take from last year’s first visit to the Algarve. Franco Morbidelli put in a stunner for another podium finish as his machine seemed to edge out the factory riders later in the season, but so far in 2021 fortunes have been slightly reversed as Fabio Quartararo and Monster Energy Yamaha MotoGP teammate Maverick Viñales arrive with a win apiece; second and third in the Championship. They say a key test of the 2021 machine is how it handles Portimão, so how will it handle Portimão? And can Valentino Rossi (Petronas Yamaha SRT), after a stunning first qualifying in Qatar before a slide down the order, get back to the front?

For Suzuki there are also plenty of questions left unanswered on the Algarve. After winning the title before the Portuguese GP last year, Joan Mir had a self-described disaster of a weekend as he had issues in practice, qualified well down the order and then eventually pulled in during the race with a mechanical problem. Teammate Alex Rins, meanwhile, said he made the wrong tyre choice – leaving Suzuki at full chat a somewhat unknown quantity. Test rider Sylvain Guintoli said after his very first experience of the track on the GSX-RR that it should suit the bike, so the Hamamatsu factory could be a big threat if all goes a little more smoothly than the 2020 edition.

At Aprilia, with a nearly all-new RS-GP, nearly every weekend asks new questions, and in the best way. The Noale factory were closer than they’ve ever been before to the MotoGP™ winner courtesy of Aleix Espargaro (Aprilia Racing Team Gresin) in Qatar, and the new machine is impressing plenty. Arriving into Portimão, it will also have recently enjoyed giving a new VIP a ride round Jerez as MotoGP™ veteran Andrea Dovizioso takes it for a spin. More on that can be expected following their three-day test in Andalucia, but everything seems to be on course for the Noale factory to keep impressing in 2021.The closest top ten in history, the closest top 15 in history, and now an eight-time World Champion returns to the fold. For Marquez Portimão is unchartered territory, for the rest it’s somewhat more familiar turf, but for everyone on the grid it’s going to be a very different race weekend to the last one: the previous benchmark is back, and the rollercoaster awaits…Tune in for the Grande Premio 888 de Portugal MotoGP™ race at 13:00 local time (GMT +1) to see the third showdown in what promises to be a classic 2021 season.
MotoGP™ Championship top five:
Johann Zarco* – Pramac Racing – Ducati – 40
Fabio Quartararo – Monster Energy Yamaha MotoGP – Yamaha – 36
Maverick Viñales – Monster Energy Yamaha MotoGP – Yamaha – 36
Francesco Bagnaia – Ducati Lenovo Team – Ducati – 26
Alex Rins – Team Suzuki Ecstar – Suzuki – 23
*Independent Team rider

Lowes vs Gardner vs Fernandez? Moto2™ take on Portimão
The top three so far in 2020 have some tantalising resumes on the Algarve, with Moto2™ poised for an interesting battle ahead
It’s two from two for the number 22 so far in 2021, but next up Moto2™ heads for the Autodromo Internacional do Algarve and the CVs of the top three so far make for interesting reading. Sam Lowes (Elf Marc VDS Racing Team), the aforementioned number 22, loves the place and took a podium even when injured in 2020, but the man on the chase is Remy Gardner (Red Bull KTM Ajo) and he’ll arrive with even better memories after winning there last season. Impressive rookie Raul Fernandez (Red Bull KTM Ajo), meanwhile, demolished the field on his way out the door in Moto3™ last year… and he’s already been on the podium in Moto2™. So who’s coming out on top?

First, Lowes’ CV. The Brit already knew Portimão from his former exploits as WorldSSP Champion, and when the paddock arrived at the venue last year for the first ever Grand Prix there, his pace was impressive from the off – and that’s despite some serious injury struggles. Battling through the pain barrier, Lowes nevertheless took a podium and was only 3 seconds off the winner, which is pretty good reason to believe the Brit may be even quicker as he arrives in history-making form and undefeated so far in 2021.

Gardner, however, has his own good confidence heading into Round 3. First, he got significantly closer to Lowes in the second race at Losail, and second, he’s shrugged off the pressure of being an expected contender so far, as well as the temptation of a reckless last corner lunge that could have easily dented his points total. Third, he’s the first Moto2™ winner at Portimão, and fourth, it was his first Grand Prix win as well… the one that prefaced an even more threatening rider turning up from the off in 2021. Fifth, for good measure, he won it in style with a nice margin in hand.

Raul Fernandez, meanwhile, is also a recent winner at the venue. “In style with a nice margin in hand” needs beefing up even further to describe the Spaniard’s Moto3™ win at Portimão last year as he signed off from the lightweight class on imperious form, and as he returns in Moto2™ it’s unlikely his speed will desert him after having witnessed his incredible adaptation so far. He’s also, to the delight of his competitors, already had a taste of the rollercoaster on intermediate class machinery – as have fellow rookies Ai Ogura (Idemitsu Honda Team Asia) and reigning Moto3™ World Champion Albert Arenas (Solunion Aspar Team). 

Ogura was impressive in the Doha GP and will want to build on that as he arrives at the venue as a top five finisher, and Celestino Vietti (Sky Racing Team VR46) wasn’t too far further back either. The likes of Arenas and Tony Arbolino (Dynavolt Intact GP) will be looking for a bigger step forward too as the rookie pack shuffles, with Raul Fernandez on top so far, Ogura and Vietti homing in and the rest looking to making up some ground. 

Marco Bezzecchi (Sky Racing Team VR46) will also be expecting to get back in the podium fight after two solid rounds to open the year, as solid is not quite enough once you’re a race winner and title contender. Losail has never been his best hunting ground, so will Portimão see a bigger threat from the Italian? And what about the likes of Augusto Fernandez (Elf Marc VDS Racing Team), who’s making progress, and Petronas Sprinta Racing duo Jake Dixon and Xavi Vierge? Both weren’t where they want to be in the Doha GP and will be expecting much bigger things as the paddock arrives back in Europe.

This weekend it’s MotoGP™ before Moto2™, so make sure to stay tuned for the intermediate class at 14:30 local time, which is GMT+1.

Moto2™ Championship top five:
Sam Lowes – Elf Marc VDS Racing Team – Kalex – 50
Remy Gardner – Red Bull KTM Ajo – Kalex – 40
Raul Fernandez – Red Bull KTM Ajo – Kalex – 27
Marco Bezzecchi – Sky Racing Team VR46 – Kalex – 26
Fabio Di Giannantonio – Federal Oil Gresini Moto2 – Kalex – 22
 
Destination Algarve: Acosta arrives on familiar turf
Guess where the rookie sensation won his first FIM Moto3™ Junior World Championship race? Yep… buckle up!
A podium first time out is an impressive feat, but following it up by becoming the first ever Moto3™ rider to win from pitlane raises the stakes somewhat. And so, rookie sensation Pedro Acosta (Red Bull KTM Ajo) arrives on the Algarve with the hype machine in overdrive and deservedly so, looking to maintain or extend his position as the Moto3™ World Championship leader. In some sarcastically welcome news for everyone else on the grid, Portimão is also the venue where he took his first win in the FIM Moto3™ Junior World Championship. So can the streak continue?

In the ‘yes’ corner, Acosta’s win on the Algarve and the ease by which he learned and raced at Losail, a new track to him, say he’ll be a key contender if not the outright favourite. In the ‘no’ corner, Moto3™ rarely sees back to back winners and the competition is incredibly fierce, with closest top 15 records seeming to tumble nearly every weekend. The riders forced into playing the supporting cast last time out will want some of the spotlight back, not least of all Acosta’s teammate Jaume Masia and the man second overall, Darryn Binder (Petronas Sprinta Racing).

Portimão all-time lap record holder Masia made a few errors in Doha and he’ll want to reassert some authority, and although he didn’t finish last year in Portugal he had some serious speed. So too did Binder and the South African did finish, in sixth despite a Long Lap Penalty, with only three riders who remain on the Moto3™ grid ahead of him: Dennis Foggia (Leopard Racing), Jeremy Alcoba (Indonesian Racing Gresini Moto3) and Sergio Garcia (GASGAS Valresa Aspar Team). One of them is unlikely to repeat his challenge as Alcoba has a pitlane start on a five second delay for his antics with John McPhee (Petronas Sprinta Racing) last time out, but Foggia and Garcia could be ones to watch. Foggia, after all, came second in 2020 despite two Long Lap Penalties and the Leopard rider remains on the same machine.

In the ‘yes’ corner, Acosta’s win on the Algarve and the ease by which he learned and raced at Losail, a new track to him, say he’ll be a key contender if not the outright favourite. In the ‘no’ corner, Moto3™ rarely sees back to back winners and the competition is incredibly fierce, with closest top 15 records seeming to tumble nearly every weekend. The riders forced into playing the supporting cast last time out will want some of the spotlight back, not least of all Acosta’s teammate Jaume Masia and the man second overall, Darryn Binder (Petronas Sprinta Racing).

Portimão all-time lap record holder Masia made a few errors in Doha and he’ll want to reassert some authority, and although he didn’t finish last year in Portugal he had some serious speed. So too did Binder and the South African did finish, in sixth despite a Long Lap Penalty, with only three riders who remain on the Moto3™ grid ahead of him: Dennis Foggia (Leopard Racing), Jeremy Alcoba (Indonesian Racing Gresini Moto3) and Sergio Garcia (GASGAS Valresa Aspar Team). One of them is unlikely to repeat his challenge as Alcoba has a pitlane start on a five second delay for his antics with John McPhee (Petronas Sprinta Racing) last time out, but Foggia and Garcia could be ones to watch. Foggia, after all, came second in 2020 despite two Long Lap Penalties and the Leopard rider remains on the same machine.

Rookie Izan Guevara (GASGAS Valresa Aspar Team) also merits a mention as the impressive Spaniard is now fifth in the standings and has experience of Portimão from the FIM Moto3™ JWCh, as does Adrian Fernandez (Sterilgarda Max Racing Team) and we saw a big step forward from the number 31 last time out for much of the race. On the other side of the coin, experienced runners Ayumu Sasaki (Red Bull KTM Tech 3) and Tatsuki Suzuki (SIC58 Squadra Corse) have proven speed at the venue as well as they attempt to make a bigger dent on podium fight, having both started from the first two rows of the grid in Portugal last year and having both not yet got in the groove they want from 2021.

A rookie on a roll, the veterans looking to fight back and the awesome rollercoaster of the Autodromo Internacional do Algarve await us in Round 3 for Moto3™. Don’t miss it, because the highlights reel for the lightweight class is just the whole race. Tune in at the slightly different time of 11:20 local time – that’s GMT +1 – to watch the freight train thunder round Portimão.

Moto3™ Championship top five:
Pedro Acosta – Red Bull KTM Ajo – KTM –  45
Darryn Binder – Petronas Sprinta Racing – Honda – 36
Jaume Masia – Red Bull KTM Ajo – KTM – 32
Niccolo Antonelli – Avintia Esponsorama Moto3 – KTM – 26
Izan Guevara – GASGAS Valresa Aspar Team – GASGAS – 19