สว.เปรมศักดิ์ ซัด กกต. มีอำนาจไร้ความน่าเชื่อถือก็ไร้ความหมาย

สว.เปรมศักดิ์ ซัด กกต. มีอำนาจไร้ความน่าเชื่อถือก็ไร้ความหมาย

สว.เปรมศักดิ์ ซัด กกต. มีอำนาจไร้ความน่าเชื่อถือก็ไร้ความหมาย

วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.52 น.

28 เมษายน 2569 ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารายงาน ผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 โดยมี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำข้าราชการ 12 คน มาชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ทั้งนี้ การอภิปรายของ สว.ส่วนใหญ่ ตำหนิการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งของ กกต.ในช่วงที่ผ่านมาว่าทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและไม่เชื่อถือ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง สว.และ สส.

โดย นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ได้อภิปรายว่า กกต.ในวันนี้มีภาพลักษณ์ต่างจากสมัย นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาฯ เป็น กกต.เป็นอย่างมาก ภาพลักษณ์ของ กกต.คนคาดหวังว่าจะมีความโปร่งใสในการเลือกตั้งทุกระดับ ถ้าจำกันได้สมัยก่อนจัดการเลือกตั้งโดยกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด มี กกต.ครั้งแรกในรัฐธรรมนูญปี 2540 กกต.ช่วงนั้นเป็น กกต.ในฝันของประชาชน ที่ตนประทับใจมี กกต.ท่านหนึ่งประกาศการรับรอง สส.ว่า จะไม่ยอมให้คนชั่วเหยียบบันไดสภา การเลือกตั้งครั้งนั้นจึงบริสุทธิ์โปร่งใสเป็นที่นับถือ จนเป็นตำนานของการเลือกตั้งที่เรามี กกต.ชุดแรก หลังรัฐธรรมนูญปี 2540 เราก็มี กกต.มาถึงทุกวันนี้ เพราะประชาชนอยากให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่อยากให้นักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นองค์กรที่คุมกรรมการการเลือกตั้ง

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า แต่ตนดูรายงานจากเอกสารที่ กกต.เสนอต่อวุฒิสภา พบว่า ท่านบอกจัดการเลือกตั้งได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ประชาชนคนตรวจการบ้านกลับมองสวนทางกับรายงานที่เสนอมา ในรายงานบอกว่า มีความเรียบร้อยโปร่งใส แต่ประชาชนกลับตั้งคำถามมากมายถึงการเลือกตั้ง สส.และ สว.ที่ผ่านมา รวมถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ

“มีประชาชนพูดตรงกันทั่วประเทศว่าอย่ามาแหวง แต่เลขาธิการ กกต.กับบอกอย่างภูมิใจว่าท่านไม่ถือท่านไม่โกรธ และชอบด้วยซ้ำ ค้านกับความรู้สึกของประชาชน เพราะคำว่าอย่ามาแหวง เขาหมายถึงว่า ไม่เชื่อถือแล้วจะมาภูมิใจในความไม่เชื่อถือนี้ได้อย่างไร อยากถามเลขาธิการ กกต.ว่า ปากกับใจตรงกันหรือไม่ ที่พูดว่าชอบคำพูดอย่ามาแหวง ความจริงน่าจะเอาความเสียงสะท้อนนี้ตรวจสอบว่าทำไมประชาชนพูดแบบนี้ ผมจำได้เลขาธิการ กกต.คนแรกสมัย นายวิจิตร อยู่สุภาพ ประชาชนก็ไม่เคยบอกว่า อย่ามาวิจิตร แต่เวลานี้ทำไมประชาชนตั้งคำถามว่า กกต.อิสระจริงหรือไม่” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในรายงาน กกต.บอกว่าในปี 2569 จะเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างยิ่ง จะมีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ จึงอยากถามว่า กกต.ได้ทำตามที่ท่านได้บอกว่าท้าทายแล้วใช่หรือไม่ ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีการทำประชามติในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า ประชาชนกว่า 21 ล้านคน เห็นควรให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในการแแถลงนโยบายรัฐบาล ในร่างนโยบายไม่มีการเขียนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลยแม้บรรทัดเดียว ถ้าตนเป็น กกต.โวยไปแล้ว และอนาคตการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรในเมื่อไม่มีในนโยบายรัฐบาล แล้ว กกต.ยังนิ่งเฉยได้อย่างไร

“รายงานของ กกต.ที่ส่งให้สมาชิกวุฒิสภาพิจารณาทำอย่างสละสลวย ทำให้ผมเคลิ้มแต่ขาดศรัทธา วันนี้ศรัทธาถูกบั่นทอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า องค์กรอิสระแห่งนี้จะคงอยู่ต่อไปได้อย่างไรบนศรัทธาที่เสื่อมคลอนลงมาเรื่อยๆ ผมอยากพูดคำหนึ่งให้เลขาธิการ กกต.และคณะที่มาชี้แจง ว่า วันนี้ท่านมีอำนาจท่านมีบทบาทในการจัดการเลือกตั้งที่รัฐธรรมนูญมอบหมาย แต่อำนาจที่ปราศจากความน่าเชื่อถือจะเป็นอำนาจที่ไร้ความหมาย” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

Leave a comment