
27 มิ.ย. 2569 10:37 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สหรัฐฯ ถล่มเป้าหมายในอิหร่าน อ้างเอาคืนเหตุเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซโดนโจมตี
สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีก เมื่อกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือสินค้าลำหนึ่งใน ช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ชี้เตหะรานละเมิดข้อตกลง
กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯเปิดเผยว่า กองทัพได้โจมตีคลังเก็บขีปนาวุธ คลังเก็บอากาศยานไร้คนขับ และสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยCENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้เหตุโจมตีด้วยโดรนใส่เรือสินค้าลำหนึ่งเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งส่งผลให้ต้องระงับแผนอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คน ที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ
กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีเรือพาณิชย์ครั้งนี้ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และเป็นการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือบนเส้นทางการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าประสานงานเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ทุกลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
ด้านรัฐบาลอิหร่านชี้แจงว่า เรือสินค้าลำดังกล่าวถูกโจมตี เนื่องจากใช้เส้นทางเดินเรือที่ไม่ได้รับอนุญาตในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประณามสหรัฐฯ ว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงก่อน พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ ใช้ข้ออ้างเรื่องเรือเดินสมุทรเป็นเหตุผลในการเปิดฉากโจมตีชายฝั่งอิหร่าน
IRGC ยังอ้างว่า กองกำลังทางเรือของอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว
พร้อมประกาศเตือนว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอีกครั้ง อิหร่านจะตอบโต้ในวงกว้างและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ความตึงเครียดครั้งนี้เกิดขึ้นทั้งที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งบรรลุ บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อยุติการสู้รบ
หนึ่งในสาระสำคัญของข้อตกลงคือ อิหร่านจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อรับประกันการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย และจะไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ เป็นเวลา 60 วัน
อย่างไรก็ตาม เหตุโจมตีเรือสินค้าครั้งล่าสุดทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจเริ่มสั่นคลอน
หลังปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า หากอิหร่านมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการตีความบันทึกความเข้าใจ ก็ควรใช้การเจรจา ไม่ใช่ความรุนแรง แต่หากใช้ความรุนแรง ก็จะได้รับการตอบโต้ด้วยความรุนแรง
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาวว่า เขาไม่พอใจอย่างยิ่งกับเหตุยิงโจมตีเรือสินค้าเมื่อวันก่อน ขพร้อมกล่าวหาอิหร่านว่าได้กระทำการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโง่เขลา และเตือนว่าการใช้ความรุนแรงจะต้องได้รับการตอบโต้ด้วยความรุนแรงเช่นกัน
เอบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ทั้งที่การเจรจายังดำเนินอยู่
เขาระบุว่า การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างประมาทครั้งนี้ จะทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับผลลัพธ์เช่นเดียวกับที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าการกล่าวโทษฝ่ายอื่นจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังเกิดปฏิบัติการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง และกระทบต่อการขนส่งก๊าซธรรมชาติ รวมถึงสินค้าสำคัญอย่างปุ๋ย
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่าการเจรจากับอิหร่านเป็นไปในทิศทางที่ดี และอิหร่านรับปากว่าจะไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านบางรายยังยืนยันว่า การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปเป็นเหมือนก่อนเกิดสงคราม
ทั้งนี้ เรือสินค้าที่ถูกโจมตีคือ Ever Lovely เรือบรรทุกสินค้าติดธงสิงคโปร์ โดยสำนักงานความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า เรือถูกกระสุนโจมตีห่างจากท่าเรือดาฮิต ของประเทศโอมาน ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 7.5 ไมล์ทะเล
บริษัทเจ้าของเรือ Ever Lovely ยืนยันว่า เรือแล่นตามเส้นทางที่ UKMTO แนะนำ และลูกเรือทุกคน รวมถึงตัวเรือและสินค้าทั้งหมด ยังคงปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ต้องระงับแผนอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คน ที่ติดค้างอยู่ในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้เป็นการชั่วคราว.
ที่มา : BBC








