จนท. เกาหลีใต้โวยที่พักเอเชียนเกมส์นาโกยา “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” เตียงสั้น-ห้องพักขาดแคลนหนัก

จนท. เกาหลีใต้โวยที่พักเอเชียนเกมส์นาโกยา "แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ" เตียงสั้น-ห้องพักขาดแคลนหนัก

14 ก.ย. 2569 15:31 น.

จนท. เกาหลีใต้โวยที่พักเอเชียนเกมส์นาโกยา “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” เตียงสั้น-ห้องพักขาดแคลนหนัก

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ร้องเรียนสภาพที่พักนักกีฬาในเอเชียนเกมส์ที่เมืองนาโกยา ระบุ “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” หลังเตียงในที่พักชั่วคราวสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์สั้นเกินไปจนผู้เล่นสูงเกิน 2 เมตรเหยียดขาไม่ได้ ขณะที่หลายชาติประสบปัญหาห้องพักไม่เพียงพอ

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เปิดเผยว่า สภาพที่พักสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ซึ่งจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ที่เมืองนาโกยาและจังหวัดไอจิของญี่ปุ่น อยู่ในสภาพ “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” พร้อมเตือนว่าขณะนี้ยังประสบปัญหาห้องพักขาดแคลนอย่างรุนแรง

การแข่งขันเอเชียนเกมส์จะเปิดอย่างเป็นทางการในวันเสาร์นี้ (19 ก.ย.) แต่การแข่งขันฟุตบอลและบาสเกตบอลได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยครั้งนี้ไม่มีหมู่บ้านนักกีฬาโดยเฉพาะ เนื่องจากฝ่ายจัดการแข่งขันเลือกใช้เรือสำราญ กระท่อมไม้ชั่วคราว และโรงแรมหลายแห่ง เพื่อลดค่าใช้จ่าย

จอง แจ-ยง รองประธานสมาคมบาสเกตบอลเกาหลีใต้ เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า เขาไม่พอใจอย่างมากกับสภาพที่พักที่ทีมบาสเกตบอลชายเกาหลีใต้เข้าพัก โดยระบุว่า จากประสบการณ์ของเขา ที่พักครั้งนี้ “แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ” และนักกีฬาที่มีความสูงเกิน 2 เมตรไม่สามารถเหยียดขาบนเตียงได้เต็มที่ ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม

ด้านบยอน จุน-ฮยอง นักบาสเกตบอลเกาหลีใต้ โพสต์วิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นอ่างล้างหน้าที่มีน้ำรั่วและพื้นห้องพักเปียก พร้อมข้อความขอความช่วยเหลือ “โปรดช่วยพวกเราด้วย”

ที่พักชั่วคราวดังกล่าวมีกำหนดรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประมาณ 2,000 คนตลอดการแข่งขันที่จัดขึ้นนานกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่ผู้บริหารวงการกีฬาของอินเดียถึงกับสร้างแบบจำลองของที่พักขึ้นมา เพื่อให้นักกีฬาของประเทศได้ทำความคุ้นเคยกับสภาพที่พักก่อนเดินทางไปแข่งขัน

นายจองกล่าวหาว่าฝ่ายจัดการแข่งขันยังไม่ได้ตอบสนองต่อข้อกังวลของเกาหลีใต้ โดยขณะนี้กำลังหารือกับคณะกรรมการกีฬาและโอลิมปิกเกาหลีใต้ถึงแนวทางดำเนินการ

นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักกีฬาหลายร้อยคนต้องอพยพออกจากที่พักเป็นเวลาสั้น ๆ หลังเกิดฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในเมืองนาโกยา และยังมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า

มหกรรมเอเชียนเกมส์ครั้งนี้คาดว่าจะมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมมากกว่า 17,000 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก ขณะที่ฝ่ายจัดการแข่งขันท้องถิ่นเคยประเมินไว้ในตอนแรกว่าจะมีประมาณ 15,000 คน และเมื่อเดือนที่แล้วระบุว่าไม่มีทั้งกำลังคนและงบประมาณเพียงพอที่จะรองรับจำนวนผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้น

ต่อมาสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียยืนยันว่า ทุกคนจะมีที่พัก แต่ปัญหาการขาดแคลนโรงแรมคุณภาพสูงยังสร้างความกังวลให้กับนักกีฬาหลายชาติ โดยเฉพาะนักกีฬาคริกเก็ตชื่อดัง

เจ้าหน้าที่คณะกรรมการโอลิมปิกเกาหลีใต้รายหนึ่งเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาที่พักไม่เพียงพอ ไม่ใช่เฉพาะสำหรับคณะนักกีฬาเกาหลีใต้ทั้งหมด แต่รวมถึงคณะผู้แทนจากหลายประเทศในพื้นที่ไอจิ-นาโกยาด้วย พร้อมยืนยันว่ากำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาและไม่ให้เกิดอุปสรรคด้านที่พัก

ด้านอับราฮัม โตเลนติโน ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกฟิลิปปินส์ กล่าวว่า นักกีฬาฟิลิปปินส์ทุกคนมีห้องพักแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บางส่วน เช่น โค้ช ถูกย้ายไปพักตามโรงแรมอื่น รวมถึงที่พักผ่าน Airbnb

ขณะเดียวกัน เรือสำราญสัญชาติอิตาลี “คอสตา เซเรนา” มีกำหนดเดินทางถึงเมืองนาโกยาในวันที่ 15 ก.ย. และจะรองรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประมาณ 4,000-5,000 คน ส่วนผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่เหลือจะพักตามโรงแรมต่าง ๆ รวมถึงในกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันว่ายน้ำ กระโดดน้ำ และขี่ม้า.

ที่มา AFP

ปักกิ่งห้ามครอบครองโดรนทั่วเมือง อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง เริ่ม 15 พ.ย.

ปักกิ่งห้ามครอบครองโดรนทั่วเมือง อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง เริ่ม 15 พ.ย.

14 ก.ย. 2569 14:10 น.

ปักกิ่งห้ามครอบครองโดรนทั่วเมือง อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง เริ่ม 15 พ.ย.

ทางการกรุงปักกิ่งของจีนเตรียมยกระดับมาตรการควบคุมโดรน ห้ามประชาชนและองค์กรครอบครองหรือเก็บโดรน รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญภายในเขตเมือง และห้ามนำโดรนเข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต มีผลตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ โดยผู้ที่มีโดรนอยู่ในปักกิ่งต้องนำออกนอกเมือง ส่งคืน รีไซเคิล หรือจำหน่ายภายในกำหนด มิฉะนั้นอาจถูกยึดและถูกปรับ

กรุงปักกิ่งของจีนเตรียมบังคับใช้มาตรการควบคุมโดรนที่เข้มงวดขึ้น โดยจะห้ามครอบครองและจัดเก็บอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญของอุปกรณ์ทั่วเขตการปกครองของกรุงปักกิ่ง ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางอากาศและปกป้องความมั่นคงของเมืองหลวง

กฎระเบียบฉบับปรับปรุงได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการประจำสภาประชาชนกรุงปักกิ่ง และมีผลบังคับใช้แทนกฎเดิมที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม โดยมาตรการใหม่เข้มงวดกว่าเดิมอย่างมาก ภายใต้กฎใหม่ พื้นที่ทั้งหมดของกรุงปักกิ่งจะถูกกำหนดเป็นน่านฟ้าควบคุมสำหรับอากาศยานไร้คนขับ การบินโดรนในพื้นที่จะถูกห้าม เว้นแต่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง นอกจากห้ามครอบครองและจัดเก็บโดรนแล้ว บุคคลและองค์กรยังถูกห้ามขนส่งหรือนำโดรน รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญ เข้าสู่กรุงปักกิ่งด้วย

มาตรการดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอากาศในเมืองที่มีประชากรราว 22 ล้านคน หลังเกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนตึกระฟ้าที่สูงที่สุดของกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนมิถุนายน ส่งผลให้นักบินเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 คน

รัฐบาลกรุงปักกิ่งระบุว่า กฎระเบียบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ “ปกป้องความมั่นคงของเมืองหลวง” ทั้งนี้ ภายใต้มาตรการที่เริ่มใช้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กรุงปักกิ่งได้ห้ามการจำหน่ายโดรนแล้ว และกำหนดให้เจ้าของต้องลงทะเบียนอุปกรณ์แต่ยังสามารถเก็บโดรนไว้ได้

อย่างไรก็ตาม กฎใหม่กำหนดให้เจ้าของโดรนทั้งบุคคลและองค์กรต้องนำโดรนออกจากกรุงปักกิ่ง หรือดำเนินการกำจัดภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน หากไม่ปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดโดรนและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายรวมถึงการปรับ

ทางการเปิดช่องทางหลายรูปแบบเพื่อช่วยให้ประชาชนนำโดรนออกจากพื้นที่ โดยเจ้าของสามารถขายโดรนให้บริษัทรับซื้อคืนที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลระดับเขต หรือนำไปส่งให้สถานที่รีไซเคิลที่รัฐบาลกำหนด ผู้ที่ดำเนินการดังกล่าวจะได้รับเงินอุดหนุนตั้งแต่ 100 หยวน หรือประมาณ 500 บาท ไปจนถึง 3,000 หยวน หรือราว 15,000 บาทต่อเครื่อง นอกเหนือจากเงินที่ได้รับจากการขายโดรน

อีกทางเลือกหนึ่งคือ การส่งโดรนผ่านบริการไปรษณีย์ด่วนของการไปรษณีย์จีน ไปยังที่อยู่นอกกรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 12 กันยายนถึง 14 พฤศจิกายน โดยจะได้รับการยกเว้นค่าจัดส่ง หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ที่ต้องการนำโดรนออกจากปักกิ่งด้วยตนเอง จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยสามารถใช้บริการขนส่งทางอากาศ รถไฟ หรือทางถนน

กฎใหม่ไม่ได้ห้ามการใช้โดรนในทุกกรณี โดยมีข้อยกเว้นสำหรับภารกิจพิเศษ เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย การรักษาความสงบเรียบร้อย การกู้ภัยฉุกเฉิน การบรรเทาภัยพิบัติ การจัดงานขนาดใหญ่ การเรียนการสอน การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการผลิต

หน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับอนุญาตให้ใช้โดรนเพื่อภารกิจดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบระดับชาติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดตั้งระบบบริหารจัดการความปลอดภัย กำหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และดำเนินมาตรการป้องกันเหตุด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ กฎใหม่ยังห้ามบุคคลหรือองค์กรจัดตั้ง คลังสินค้า พื้นที่พักเก็บชั่วคราว หรือสถานที่จัดเก็บอื่น ๆ สำหรับอากาศยานไร้คนขับ ภายในกรุงปักกิ่ง เว้นแต่กฎหมายหรือข้อบังคับจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

ก่อนหน้านี้ ทางการปักกิ่งได้เริ่มระบบบริหารจัดการโดรนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลของโดรนและการลงทะเบียนอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม โดยการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม และเมื่อกฎฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ระบบตรวจสอบข้อมูลตามกฎเดิมจะสิ้นสุดลง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสาธารณะจะตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎใหม่ และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ไม่นำโดรนออกจากกรุงปักกิ่งภายในกำหนด หรือผู้ที่ลักลอบจัดเก็บโดรนโดยผิดกฎหมาย

ทางการปักกิ่งระบุว่าจะยังคงดำเนินการควบคุมการใช้ห้วงอากาศอยู่เสมอ พร้อมให้คำแนะนำด้านนโยบายและบริการต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ได้อย่างถูกต้อง.

ที่มา China Daily / Associated Press

ดราม่าสนั่น! นักกีฬา Hyrox อุจจาระราดแต่ยังแข่งต่อ คนถกเดือดขอคำขอโทษ และขอเงินคืน

ดราม่าสนั่น! นักกีฬา Hyrox อุจจาระราดแต่ยังแข่งต่อ คนถกเดือดขอคำขอโทษ และขอเงินคืน

14 ก.ย. 2569 13:55 น.

ดราม่าสนั่น! นักกีฬา Hyrox อุจจาระราดแต่ยังแข่งต่อ คนถกเดือดขอคำขอโทษ และขอเงินคืน

วิจารณ์สนั่นโซเชียล หลังมีการเผยคลิปนักกีฬาหญิงแข่ง Hyrox ที่กรุงปักกิ่ง อุจจาระราดระหว่างการแข่งขัน แต่ยังเดินหน้าแข่งจนจบ โดยมีกระแสเรียกร้องผู้จัดรับผิดชอบ คืนเงิน และขอโทษ 

กลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงการฟิตเนส หลังคลิปนักกีฬาหญิงรายหนึ่งเข้าร่วมการแข่งขัน Hyrox ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ หลังเธออุจจาระราดระหว่างการแข่งขัน แต่ยังคงแข่งขันต่อจนจบ แม้บริเวณขาจะเปื้อนคราบสิ่งปฏิกูลอย่างเห็นได้ชัด

เหตุการณ์ดังกล่าวจุดกระแสวิจารณ์ในหลายมุม บางส่วนตั้งคำถามถึงเรื่องสุขอนามัยและการจัดการของผู้จัดการแข่งขัน ขณะที่อีกฝ่ายชื่นชมความมุ่งมั่นของนักกีฬาที่ไม่ยอมแพ้และพยายามแข่งขันต่อจนจบ

ด้าน Hyrox บริษัทฟิตเนสสัญชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า หลังการแข่งขันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการทำความสะอาดครั้งใหญ่ ทั้งฆ่าเชื้ออุปกรณ์และเปลี่ยนพรมบางส่วน พร้อมยอมรับว่าข้อกังวลเกี่ยวกับสุขอนามัยเป็นประเด็นที่มีเหตุผล แต่ขอให้ผู้คนอย่าพุ่งเป้าความโกรธไปที่ตัวนักกีฬา

Hyrox ไม่เปิดเผยชื่อของนักกีฬาหญิงรายดังกล่าว แต่ต่อมาข้อมูลระบุตัวเธอถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ และเจ้าตัวได้รับข้อความข่มขู่ทำร้ายร่างกาย

บริษัทออกแถลงการณ์เตือนว่า ไม่มีพื้นที่สำหรับการข่มขู่หรือการสนับสนุนให้ทำร้ายนักกีฬา พร้อมระบุว่า ผู้ที่ถูกตรวจพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะผ่านความคิดเห็น ข้อความส่วนตัว หรือโซเชียลมีเดีย จะถูกแบนจากการแข่งขัน Hyrox ทุกงานอย่างถาวร

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าแข่งขันบางรายที่ร่วมการแข่งขันในกรุงปักกิ่งเรียกร้องให้ผู้จัดออกมาขอโทษและคืนเงิน โดยอ้างว่าพวกเขาต้องสัมผัสกับอุปกรณ์ที่อาจปนเปื้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับการแข่งขัน Hyrox ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสลับระหว่างการวิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร และการออกกำลังกายประเภทต่างๆ เช่น ผลักเลื่อนน้ำหนัก กระโดดเบอร์พี พายเครื่องในร่ม และเดินย่อตัวพร้อมแบกถุงทราย

Hyrox ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ที่เมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีการจัดการแข่งขันในหลายประเทศทั่วโลก โดยเริ่มจัดการแข่งขันในจีนแผ่นดินใหญ่ครั้งแรกช่วงปลายปี 2024

หลังเกิดเหตุ นักกีฬาบางส่วนยังตั้งคำถามว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่การแข่งขันในกรุงปักกิ่งจึงไม่สั่งให้นักกีฬาหยุดการแข่งขันทันที ทั้งที่กฎของ Hyrox มีบทลงโทษต่อพฤติกรรมอย่างการถ่มน้ำลายและทิ้งขยะ

เอริกา ดอดจ์ พยาบาลในสหรัฐฯ แสดงความคิดเห็นบนอินสตาแกรมว่า หากพิจารณาจากหลักสุขภาพและสุขอนามัย นักกีฬาควรถูกสั่งให้หยุดทันที และพื้นที่ที่อาจปนเปื้อนควรถูกปิดและทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ก่อนให้นักกีฬาคนอื่นผ่านเข้าไป

ด้านโจ โฮ ผู้เข้าแข่งขันในงาน Hyrox ที่ปักกิ่งเช่นกัน วิจารณ์การตอบสนองของผู้จัด และเรียกร้องให้ Hyrox รับผิดชอบต่อความผิดพลาดของกระบวนการจัดการแข่งขัน พร้อมตั้งคำถามว่า หากผู้จัดยอมรับว่ามีบางอย่างผิดพลาด เหตุใดจึงไม่เสนอการคืนเงิน เครดิต หรือการชดเชยในรูปแบบอื่นให้กับผู้ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม สมาชิกในวงการฟิตเนสบางส่วนมองว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกีฬาความอดทน โดยมีการยกตัวอย่างนักวิ่งมาราธอนที่เคยประสบเหตุคล้ายกันระหว่างการแข่งขัน

ก่อนหน้านี้ ในปี 2005 พอลา แรดคลิฟฟ์ นักวิ่งมาราธอนหญิงชาวอังกฤษ เคยหยุดการแข่งขันลอนดอน มาราธอน ขณะเหลือระยะทางประมาณ 4 ไมล์ เพื่อขับถ่ายข้างทางต่อหน้ากล้อง ก่อนกลับมาแข่งขันและคว้าชัยชนะในที่สุด

ขณะที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลี่ เหม่ยเจิน นักวิ่งมาราธอนหญิงชาวจีน ก็เคยตกเป็นข่าวหลังเข้าเส้นชัยในการแข่งขันเฮิงสุ่ย เลค มาราธอน โดยมีเลือดประจำเดือนเปื้อนบริเวณขา

ทั้งนี้ Hyrox กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในจีน โดยมีฟิตเนสมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศที่เข้าร่วมและเปิดการฝึกซ้อมเฉพาะสำหรับ Hyrox ตามข้อมูลของสำนักข่าวซินหัว ขณะที่การแข่งขันที่กรุงปักกิ่งครั้งล่าสุดได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนผู้จัดต้องเพิ่มการแข่งขันอีก 1 วัน รวมเป็นกิจกรรม 4 วัน เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าแข่งขันที่เพิ่มขึ้น.

ที่มา : BBC

ศาลอนุญาโตตุลาการนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเล “ไทย-กัมพูชา” สัปดาห์นี้

ศาลอนุญาโตตุลาการนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเล "ไทย-กัมพูชา" สัปดาห์นี้

14 ก.ย. 2569 12:25 น.

ศาลอนุญาโตตุลาการนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเล “ไทย-กัมพูชา” สัปดาห์นี้

ไทยและกัมพูชาเตรียมเข้าชี้แจงต่อคณะผู้ไกล่เกลี่ยศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่ประเทศสิงคโปร์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางออกให้ข้อพิพาททางทะเลที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ทศวรรษ โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยซึ่งคาดว่ามีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่าราว 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากไทยได้ประกาศถอนตัวฝ่ายเดียว จากบันทึกความเข้าใจระหว่างกัมพูชาและไทยปี 2001 หรือที่ฝ่ายไทยเรียกว่า MOU 44 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

กัมพูชาและไทยเตรียมส่งผู้แทนเข้าชี้แจงจุดยืนต่อคณะผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ ที่สำนักงานศาลอนุญาโตตุลาการถาวร หรือ PCA ที่ประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 15 ก.ย. นี้ เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในพื้นที่ทางทะเลที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิทับซ้อนกันในอ่าวไทย

กัมพูชาเป็นฝ่ายริเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ หลังรัฐบาลไทยถอนตัวจากกรอบความตกลงที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นแนวทางเจรจาเพื่อพัฒนาทรัพยากรพลังงานร่วมกันในพื้นที่นอกชายฝั่ง

ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบันทึกความเข้าใจปี 2001 หรือ MOU 44 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลขนาดประมาณ 27,000 ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และทั้งกัมพูชากับไทยต่างอ้างสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว

รัฐบาลไทยประกาศถอนตัวจากกรอบความตกลงฝ่ายเดียวเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยฝ่ายไทยโดยนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า กรอบความร่วมมือทวิภาคีภายใต้ MOU 44 นี้ดำเนินมานานกว่า 25 ปีแต่ไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า การถอนตัวของไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปะทุขึ้นเป็นการสู้รบ 2 รอบเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนต้องพลัดถิ่น ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กัมพูชาตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย หลังไทยยุติกรอบความร่วมมือทวิภาคีฝ่ายเดียว ทั้งที่สองประเทศใช้กรอบดังกล่าวเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่ทางทะเลที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อนกันมานานกว่า 20 ปี

ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ผู้แทนของทั้งสองประเทศมีกำหนดกล่าวถ้อยแถลงเปิดต่อหน้าคณะกรรมการไกล่เกลี่ย 5 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำนักงาน PCA ในนครสิงคโปร์ โดยคาดว่านายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาจะเป็นผู้กล่าวเปิด ตามด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย

PCA ก่อตั้งขึ้นในปี 2442 และเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลด้านการระงับข้อพิพาทที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ทำหน้าที่ช่วยระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศและคู่กรณีภาคเอกชน โดยอาศัยสัญญา ข้อตกลงเฉพาะ และสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่าง ๆ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS โดยสำนักงาน PCA ในสิงคโปร์เป็นสำนักงานแห่งแรกของศาลซึ่งตั้งอยู่ในเอเชีย

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการไกล่เกลี่ยไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และคาดว่ากระบวนการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี จึงจะได้ข้อสรุป

ทั้งไทยและกัมพูชาางแสดงความยินดีที่ได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาระบุว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกระบวนการสันติที่กัมพูชาเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อแก้ไขความแตกต่างด้านเขตทางทะเลระหว่างสองประเทศ

กัมพูชาหวังว่ากระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้ทั้งสองประเทศบรรลุทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืนต่อข้อพิพาททางทะเล และเปิดทางให้สามารถร่วมกันสำรวจทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีศักยภาพสูงในพื้นที่พิพาท

กระทรวงพลังงานของไทยประเมินว่า รายได้ในอนาคตจากแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนระหว่างสองประเทศอาจมีมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงต่างประเทศไทยระบุว่า ไทยพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่และสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการไกล่เกลี่ย พร้อมยืนยันว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม วิลเลียม โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล วิเคราะห์ว่า การที่ไทยถอนตัวจาก MoU 44 และการที่กัมพูชายื่นเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ต่างมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการเมืองภายในประเทศและความขัดแย้งชายแดนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

โจนส์ระบุว่า การถอนตัวของไทยมีเป้าหมายส่วนหนึ่งเพื่อแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าว และส่งสัญญาณต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า มรดกทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งรัฐบาลของเขาเป็นผู้จัดทำ MoU ปี 2544 ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว

ขณะเดียวกัน โจนส์มองว่า การยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของกัมพูชาเป็น “การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ชาญฉลาด” ของฮุน มาเนต เพราะหลังจากกัมพูชาเสียเปรียบในการเผชิญหน้าทางทหารตามแนวชายแดน และยังอยู่ในสถานะที่เป็นรองไทย การเลือกใช้ช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศจึงเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำ แต่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนทางการเมืองและผลประโยชน์ระยะยาวได้สูง

ข้อพิพาททางทะเลครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องสิทธิในพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับอธิปไตย ผลประโยชน์ด้านพลังงาน และทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในระยะยาว.

ที่มา AFP 

ราคาน้ำมันพุ่ง 2% หลังโจมตีซาอุฯ-ช่องแคบฮอร์มุซ เติมความกังวลอุปทานน้ำมันในภูมิภาค

ราคาน้ำมันพุ่ง 2% หลังโจมตีซาอุฯ-ช่องแคบฮอร์มุซ เติมความกังวลอุปทานน้ำมันในภูมิภาค

14 ก.ย. 2569 11:55 น.

ราคาน้ำมันพุ่ง 2% หลังโจมตีซาอุฯ-ช่องแคบฮอร์มุซ เติมความกังวลอุปทานน้ำมันในภูมิภาค

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก พุ่งกว่า 2% หลังกลุ่มฮูตีโจมตีซาอุดีอาระเบีย ขณะที่เรือในช่องแคบฮอร์มุซถูกยิงซ้ำ เติมความกังวลอุปทานน้ำมันในภูมิภาค

วันที่ 14 กันยายน 2569 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 2% หลังเกิดการโจมตีครั้งใหม่ในซาอุดีอาระเบียและการโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางอาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติม หลังท่อส่งน้ำมันสายสำคัญของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีจนต้องปิดใช้งาน

รายงานข่าวระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 2.90 ดอลลาร์ หรือ 2.77% อยู่ที่ 107.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส เพิ่มขึ้น 2.27 ดอลลาร์ หรือ 2.27% อยู่ที่ 102.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยช่วงเปิดตลาด ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 3%

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังกลุ่มฮูตี ในเยเมน โจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียเพิ่มเติม โดยสื่อของทางการซาอุดีอาระเบียเผยแพร่ภาพความเสียหายของบ้านเรือนและมัสยิดในจังหวัดญาซาน ทางภาคใต้ของประเทศ ซึ่งระบุว่าเกิดจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี ขณะที่กลุ่มฮูตีอ้างว่าได้โจมตีฐานทัพซาอุดีอาระเบียในจังหวัดใกล้เคียงด้วย

ขณะเดียวกัน หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ หรือ UKMTO เปิดเผยว่า เรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซถูกกระสุนโจมตีจนเกิดไฟไหม้ ส่งผลให้ลูกเรือต้องอพยพออกจากเรือ.

ที่มา Jakarta Post

โอกินาวาเปลี่ยนขั้ว เลือกผู้ว่าฯ คนใหม่หนุนแผนย้ายฐานทัพสหรัฐฯ

โอกินาวาเปลี่ยนขั้ว เลือกผู้ว่าฯ คนใหม่หนุนแผนย้ายฐานทัพสหรัฐฯ

14 ก.ย. 2569 11:29 น.

โอกินาวาเปลี่ยนขั้ว เลือกผู้ว่าฯ คนใหม่หนุนแผนย้ายฐานทัพสหรัฐฯ

“เก็นตะ โคจา” ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวาอย่างถล่มทลาย เอาชนะ “เดนนี ทามากิ” ผู้ว่าฯ คนเดิมซึ่งคัดค้านการย้ายฐานทัพสหรัฐฯ ส่งผลให้โอกินาวามีผู้นำที่เห็นด้วยกับแผนย้ายฐานทัพฟูเทนมะเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังนายเก็นตะ โคจา ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย โดยเอาชนะนายเดนนี ทามากิ ผู้ว่าราชการจังหวัดคนปัจจุบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้ว 2 สมัย และเป็นผู้คัดค้านแผนการย้ายฐานทัพสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่โอกินาวามาโดยตลอด

ข้อมูลจากรัฐบาลจังหวัดโอกินาวาระบุว่า โคจา วัย 42 ปี ได้รับคะแนนเสียง 423,124 คะแนน ขณะที่ทามากิ วัย 66 ปี ได้ 276,060 คะแนน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีที่โอกินาวามีผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งสนับสนุนแผนการย้ายสถานีอากาศนาวิกโยธินสหรัฐฯ ฟูเทนมะ จากเมืองกิโนวัน ไปยังพื้นที่เฮโนะโกะในเมืองนาโงะ ซึ่งยังอยู่ภายในจังหวัดโอกินาวา

นายโคจายอมรับแผนของรัฐบาลกลางญี่ปุ่นที่ต้องการคงฐานทัพฟูเทนมะไว้บนเกาะหลักของโอกินาวา แต่ย้ายฐานทัพไปยังพื้นที่ที่มีประชากรอยู่น้อยกว่า โดยให้เหตุผลว่าการย้ายฐานทัพจะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เมืองกิโนวัน

คณะกรรมการการเลือกตั้งโอกินาวาระบุว่า โคจาได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 400,000 คะแนน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวา และเป็นครั้งแรกที่ผู้สมัครได้รับคะแนนเกินระดับดังกล่าว สถิติเดิมอยู่ที่ 396,632 คะแนน ซึ่งทามากิทำไว้ในการเลือกตั้งปี 2018

นายโคจายังเป็นผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดในแทบทุกเทศบาลของจังหวัด ยกเว้นเพียงหมู่บ้านแห่งเดียว ขณะที่อัตราผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่ 61.57% เพิ่มขึ้น 3.65 จุดเปอร์เซ็นต์จากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2022

ด้านนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวว่า ชัยชนะของผู้สมัครที่พรรครัฐบาลให้การสนับสนุนสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนชาวโอกินาวาต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับประเด็นเศรษฐกิจมากขึ้น

ทาคาอิจิกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีในกรุงโตเกียวว่า รัฐบาลจะทำงานร่วมกับนายโคจาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของโอกินาวา ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดของญี่ปุ่นที่มีรายได้ต่อหัวอยู่ในระดับต่ำที่สุด

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตจำนงของประชาชนชาวโอกินาวาที่ต้องการเห็นการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดร่วมกับผู้ว่าราชการคนใหม่ ส่วนประเด็นอื่น ๆ รัฐบาลจะรับฟังความคิดเห็นของโคจาและดำเนินการอย่างรอบคอบ

นายโคจาเปิดเผยว่า ต้องการเข้าพบนายกฯ ทาคาอิจิในเร็ว ๆ นี้ เพื่อขอให้รัฐบาลกลางชี้แจงกรอบเวลาที่จะคืนพื้นที่ฐานทัพฟูเทนมะให้แก่ญี่ปุ่น หลังการย้ายฐานทัพแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในปี 2036 นอกจากนี้ ยังต้องการหารือมาตรการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของโอกินาวา

สหรัฐฯ มีทหารประจำการในญี่ปุ่นประมาณ 54,000 นาย โดยส่วนใหญ่อยู่ในโอกินาวา ทำให้ประชาชนในจังหวัดต้องเผชิญกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับฐานทัพมาเป็นเวลานาน ทั้งเสียงดัง มลพิษ อุบัติเหตุจากเฮลิคอปเตอร์ ตลอดจนคดีล่วงละเมิดทางเพศและเหตุการณ์อื่น ๆ ที่สร้างความไม่พอใจแก่ชาวโอกินาวา

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ตกลงกันในปี 1996 ให้ย้ายฐานทัพฟูเทนมะออกจากเมืองกิโนวัน หลังเกิดเหตุทหารสหรัฐฯ 3 นายข่มขืนเด็กนักเรียนหญิงวัย 12 ปีในปี 1995 เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนการประท้วงต่อต้านการประจำการของกองทัพสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ทั่วโอกินาวา แผนย้ายฐานทัพได้รับความเห็นชอบจากนายฮิโรกาซุ นาคาอิมะ ผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้นในปี 2003 แต่ในการเลือกตั้งปีถัดมา นายนาคาอิมะแพ้ให้กับผู้สมัครที่คัดค้านการย้ายฐานทัพ

โอกินาวาเคยอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1945 หลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่สหรัฐฯ จะคืนการปกครองให้ญี่ปุ่นในปี 1972 อย่างไรก็ตาม โอกินาวายังคงเป็นที่ตั้งของฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น

จากประวัติศาสตร์ดังกล่าว ประกอบกับความกังวลด้านความปลอดภัย เสียงรบกวน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ชาวโอกินาวาจำนวนมากยังคงคัดค้านการย้ายฐานทัพไปยังเฮโนะโกะ แม้ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของจังหวัดจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาค โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับจีน

การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งก่อน ๆ เนื่องจากประเด็นการย้ายฐานทัพที่เป็นข้อขัดแย้งมานานหลายทศวรรษกลับถูกลดความสำคัญลง ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจกลายเป็นประเด็นหลักในการหาเสียง

การก่อสร้างฐานทัพแห่งใหม่เพื่อทดแทนฐานทัพฟูเทนมะยังคงดำเนินต่อไป หลังการต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่นโอกินาวาสิ้นสุดลงเมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รัฐบาลจังหวัดมีช่องทางทางกฎหมายเหลืออยู่น้อยมากในการขัดขวางการย้ายฐานทัพ

นางทาคาอิจิกล่าวว่า รัฐบาลต้องการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการคนใหม่เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ขณะที่นายโคจาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดควบคู่กับการจัดการปัญหาฐานทัพ.

ที่มา KYODO NEWS / AFP 

เลือกตั้งสวีเดนสูสี ฝ่ายซ้ายเฉือนนำ ฝ่ายขวาสูญเสียคะแนนนิยม

เลือกตั้งสวีเดนสูสี ฝ่ายซ้ายเฉือนนำ ฝ่ายขวาสูญเสียคะแนนนิยม

14 ก.ย. 2569 10:56 น.

เลือกตั้งสวีเดนสูสี ฝ่ายซ้ายเฉือนนำ ฝ่ายขวาสูญเสียคะแนนนิยม

การเลือกตั้งทั่วไปของสวีเดนยังคงคู่คี่สูสี และยังไม่สามารถชี้ชัดว่าใครจะจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 90% โดยกลุ่มพรรคฝ่ายซ้ายที่นำโดยพรรคสังคมประชาธิปไตยมีคะแนนนำกลุ่มฝ่ายขวาเพียงเล็กน้อย ขณะที่พรรคฝ่ายขวา “สวีเดน เดโมแครต” สูญเสียคะแนนนิยมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าสู่รัฐสภาเมื่อปี 2010

การเลือกตั้งทั่วไปของสวีเดนยังคงมีผลสูสีอย่างมาก โดยหลังนับคะแนนไปแล้วมากกว่า 90% กลุ่มพรรคฝ่ายค้านฝ่ายซ้าย 4 พรรค ซึ่งนำโดย มักดาเลนา อันเดอร์สสัน หัวหน้าพรรคสังคมประชาธิปไตย มีที่นั่งนำกลุ่มฝ่ายขวาซึ่งนำโดยนายกรัฐมนตรี อูล์ฟ คริสเตอร์สัน อยู่ราว 3 ที่นั่ง จากทั้งหมด 349 ที่นั่งในรัฐสภาสวีเดน หรือริกส์ดาก

ข้อมูลคาดการณ์ของหน่วยงานการเลือกตั้งสวีเดนระบุว่า พรรคสังคมประชาธิปไตยมีแนวโน้มสามารถจัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย โดยเมื่อรายงานผลแล้ว 94% กลุ่มฝ่ายซ้ายมี 176 ที่นั่ง ขณะที่กลุ่มฝ่ายขวามี 173 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถประกาศชัยชนะได้ และสื่อรายใหญ่ของสวีเดนยังไม่มีการประกาศผู้ชนะอย่างเป็นทางการ โดยคริสเตอร์สันกล่าวกับผู้สนับสนุนว่า แม้ประชาชนจะออกเสียงเลือกตั้งแล้ว แต่ผลสุดท้ายยังไม่ชัดเจน และคำถามว่ารัฐบาลใดจะบริหารประเทศในช่วงหลายปีข้างหน้ายังคงเปิดกว้าง

ด้านอันเดอร์สสัน อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของสวีเดน ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2021-2022 กล่าวว่า หากผลคะแนนในขณะนี้ยังคงเดิม สวีเดนจะได้รัฐบาลชุดใหม่

แม้พรรคสังคมประชาธิปไตยยังคงเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ แต่ผลเบื้องต้นชี้ว่า พรรคอาจได้คะแนนเพียง 28% ซึ่งจะเป็นผลงานที่แย่ที่สุดในรอบกว่า 100 ปี ขณะที่พรรคสวีเดนเดโมแครต ซึ่งมีแนวคิดต่อต้านการย้ายถิ่นฐานและมีรากฐานเชื่อมโยงกับกลุ่มนาซีใหม่ สูญเสียคะแนนนิยมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าสู่รัฐสภาในปี 2010 โดยได้ประมาณ 17.6% ลดลงจาก 20.6% ในการเลือกตั้งปี 2022

พรรคฝ่ายซ้ายอื่น ๆ ได้แก่ พรรคฝ่ายซ้าย พรรคกรีน และพรรคเซ็นเตอร์ กลับมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังมีความซับซ้อน เนื่องจากทั้ง 4 พรรคมีจุดยืนแตกต่างกัน โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างพรรคฝ่ายซ้ายกับพรรคเซ็นเตอร์ ทำให้คริสเตอร์สันระบุว่า แม้ฝ่ายซ้ายจะมีที่นั่งมากกว่า แต่ยังต้องจับตาว่าจะสามารถตกลงจัดตั้งรัฐบาลและกำหนดนโยบายร่วมกันได้หรือไม่

คริสเตอร์สันเป็นผู้นำรัฐบาลผสมเสียงข้างน้อยที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคสวีเดนเดโมแครตตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และเคยให้คำมั่นว่าจะมอบตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญให้พรรคดังกล่าว หากฝ่ายขวาสามารถรักษาอำนาจได้

การเลือกตั้งครั้งนี้มีประเด็นสำคัญทั้งด้านความมั่นคง อาชญากรรมจากแก๊ง การย้ายถิ่นฐาน ระบบสาธารณสุข สวัสดิการ และค่าครองชีพ โดยคริสเตอร์สันชูผลงานปราบปรามอาชญากรรมองค์กรและควบคุมการยื่นขอลี้ภัย ซึ่งอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อันเดอร์สสันเสนอขึ้นภาษีธนาคารและผู้มีรายได้สูง ลดระยะเวลารอรับบริการสาธารณสุข และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา

อัตราผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งอยู่ที่ประมาณ 80% ลดลงราว 4 จุดเปอร์เซ็นต์จากการเลือกตั้งปี 2022

ผลอย่างเป็นทางการอาจต้องรออีกหลายวัน เนื่องจากหน่วยงานการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นจะเริ่มนับบัตรบางส่วนที่ยังเดินทางมาไม่ถึงในคืนวันเลือกตั้งในวันพุธ ขณะที่คะแนนทั้งหมดจะถูกตรวจนับซ้ำโดยอัตโนมัติโดยฝ่ายปกครองระดับมณฑล ซึ่งโดยปกติใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์จึงจะประกาศผลสุดท้ายได้.

ที่มา BBC / AFP

ไฟป่าลุกลามพื้นที่เนินเขาใกล้รีสอร์ตหรูของสเปน บาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งดับไฟ

ไฟป่าลุกลามพื้นที่เนินเขาใกล้รีสอร์ตหรูของสเปน บาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งดับไฟ

14 ก.ย. 2569 10:55 น.

ไฟป่าลุกลามพื้นที่เนินเขาใกล้รีสอร์ตหรูของสเปน บาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งดับไฟ

เกิดเหตุไฟป่าลุกลามพื้นที่เนินเขาใกล้รีสอร์ตหรูแถบชายฝั่งคอสตา เดล โซล ของสเปน บาดเจ็บ 3 ราย หนึ่งคนถูกไฟคลอกส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เร่งดับไฟ

วันที่ 14 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วในพื้นที่เนินเขานอกเมืองเบนาฮาบิส  แคว้นอันดาลูเซีย ทางตอนใต้ของสเปน ใกล้กับแหล่งรีสอร์ตชายหาดชื่อดังบริเวณชายฝั่งคอสตา เดล โซล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยในจำนวนนี้มี 1 คนถูกไฟไหม้และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำภูมิภาค ขณะที่เจ้าหน้าที่คาดว่าอาการจะดีขึ้นตามลำดับ ส่วนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอีกคนข้อมือหัก และอีกคนได้รับการรักษาอาการสูดควันไฟเล็กน้อย

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินของแคว้นอันดาลูเซีย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยฉุกเฉินกว่า 200 คน พร้อมอากาศยานประมาณ 20 ลำ ระดมกำลังเข้าควบคุมและดับไฟ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสกัดการลุกลามของไฟอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกระแสลมแรงสูงสุดราว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประกอบกับสภาพพื้นที่ลาดชัน ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว 

ก่อนหน้านี้ ทางการออกคำสั่งให้ประชาชนราว 9,500 คนในเมืองเบนาฮาบิส ซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวที่มีบ้านสีขาวและตรอกซอกซอยแคบ รวมถึงประชาชนที่พักอาศัยในบ้านพักโดยรอบ อยู่ภายในอาคาร โดยมีการส่งข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินทั้งภาษาอังกฤษและภาษาสเปน เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก รวมถึงชาวอังกฤษ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อพยพประชาชนราว 50 คนออกจากโครงการที่อยู่อาศัยใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย แต่ยังไม่มีรายงานว่าบ้านเรือนหรือทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากไฟป่า 

ข้อมูลจากระบบสารสนเทศไฟป่าแห่งยุโรป (European Forest Fire Information System) ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ในสเปนไปแล้วมากกว่า 1.85 ล้านไร่ ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดของสเปนในปีนี้อยู่ที่ 45.7 องศาเซลเซียส วัดได้เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่เมืองเอล กรานาโด ในแคว้นอันดาลูเซีย. 

ที่มา CGTN

ผู้นำ BRICS ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจกรณีตอ.กลาง เน้นใช้การเจรจา-การทูต

ผู้นำ BRICS ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจกรณีตอ.กลาง เน้นใช้การเจรจา-การทูต

14 ก.ย. 2569 10:31 น.

ผู้นำ BRICS ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจกรณีตอ.กลาง เน้นใช้การเจรจา-การทูต

ผู้นำ BRICS ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุดในตะวันออกกลาง หลีกเลี่ยงการกระทำที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เน้นใช้การเจรจาและการทูต

วันที่ 14 กันยายน 2569 ผู้นำกลุ่ม BRICS เริ่มการประชุมสุดยอดเป็นเวลา 2 วัน ที่กรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย โดยแถลงการณ์ร่วมได้รับการรับรองตั้งแต่วันแรกของการประชุม โดยมีมติรับรองแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น

แถลงการณ์ฉบับลนี้ยังเรียกร้องให้ทุกประเทศหันมาใช้การเจรจาและการทูตมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่สันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ระหว่างการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศสมาชิกอื่นๆ มีความเห็นแตกต่างกันในบางประเด็น

รายงานระบุว่า อย่างไรก็ตามถ้อยคำในแถลงการณ์ได้รับการสรุปผ่านการประสานงานเบื้องหลังระหว่างประเทศสมาชิก โดยในเอกสารไม่ได้ระบุชื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลโดยตรง.

เกาหลีเหนือเผยภาพการซ้อมรบโจมตีด้วยปืนใหญ่และขีปนาวุธ อ้างโจมตีเป้าแม่นยำ 100%

เกาหลีเหนือเผยภาพการซ้อมรบโจมตีด้วยปืนใหญ่และขีปนาวุธ อ้างโจมตีเป้าแม่นยำ 100%

14 ก.ย. 2569 10:08 น.

เกาหลีเหนือเผยภาพการซ้อมรบโจมตีด้วยปืนใหญ่และขีปนาวุธ อ้างโจมตีเป้าแม่นยำ 100%

เกาหลีเหนือเผยภาพการซ้อมรบโจมตีด้วยปืนใหญ่และขีปนาวุธ หลังตรวจพบการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายลูกเมื่อ 12 ก.ย. อ้างอาวุธทุกระบบโจมตีเป้าแม่นยำ 100%

วันที่ 14 กันยายน 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ เคซีเอ็นเอ รายงานว่า กองทัพเกาหลีเหนือจัดการซ้อมรบโจมตีร่วมด้วยปืนใหญ่ระยะไกลและหน่วยขีปนาวุธ เมื่อวันที่ 12 กันยายน โดยมีหน่วยย่อยจากหน่วยปืนใหญ่และขีปนาวุธผสม 5 หน่วยเข้าร่วม โดยระบุว่าการซ้อมรบครั้งนี้ใช้ระบบอาวุธรุ่นใหม่หลายประเภท อาทิโดรนโจมตี ขีปนาวุธร่อนทางยุทธวิธี ระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่แบบเทอร์โมบาริก และขีปนาวุธทิ้งตัวทางยุทธวิธี 

รายงานข่าวระบุว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือไม่ได้เข้าร่วมชมการซ้อมรบครั้งนี้ โดยมีนายพัค จองชอน รองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางของเกาหลีเหนือ เป็นผู้สังเกตการณ์การฝึก ขณะเดียวกันอ้างว่า ระบบอาวุธโจมตีทั้งหมดสามารถยิงเข้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ 100% และระบุว่าการซ้อมรบแสดงให้เห็นถึง ความเป็นเอกภาพและความพร้อมในการโจมตีพร้อมกัน

การเปิดเผยของเกาหลีเหนือมีขึ้นหลังคณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ ตรวจพบการยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้หลายลูกจากพื้นที่วอนซานของเกาหลีเหนือ มุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันออกเมื่อวันที่ 12 กันยายน โดยเกาหลีใต้ประเมินว่าเป็นขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้ตระกูลฮวาซอง-11 รวมถึงจรวดจากระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่พิเศษขนาด 600 มิลลิเมตร

การซ้อมรบของเกาหลีเหนือยังเกิดขึ้นหลังเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเสร็จสิ้นการซ้อมรบ “ฟรีดอม เอดจ์” เป็นเวลา 5 วันในน่านน้ำสากลทางตะวันออกและทางใต้ของเกาะเชจู ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 13 กันยายน และโดยปกติเกาหลีเหนือมักรายงานการยิงขีปนาวุธในวันถัดมา อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้มีการรายงานช้ากว่าปกติ 1 วัน.

ที่มา Yonhap