“คาลบี้” บริษัทขนมญี่ปุ่น เปลี่ยนซองเป็นสีขาว-ดำ ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน

“คาลบี้” บริษัทขนมญี่ปุ่น เปลี่ยนซองเป็นสีขาว-ดำ ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน

13 พ.ค. 2569 00:40 น.

“คาลบี้” บริษัทขนมญี่ปุ่น เปลี่ยนซองเป็นสีขาว-ดำ ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน

คาลบี้ ผู้ผลิตขนมรายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเปลี่ยนสีซองขนมบางรายการเป็นสีขาว-ดำ เนื่องจากประสบปัญหาในการจัดหาสี อันเป็นผลจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 12 พ.ค. 2569 ว่า บริษัท “คาลบี้” (Calbee) ผู้ผลิตขนมรายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศว่าจะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ยอดนิยมบางส่วนให้เป็นเวอร์ชันสีขาว-ดำเป็นการชั่วคราว โดยทางบริษัทให้เหตุผลว่าเกิดการหยุดชะงักของการจัดหาวัสดุเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา บริษัทแถลงว่าบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ 14 รายการ รวมถึงสินค้าเรือธงอย่าง “มันฝรั่งทอดกรอบ” (Potato Chips) และ “กุ้งถัง” (Kappa Ebisen) จะเปลี่ยนเป็นสีโมโนโครมตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไป โดยบนซองมันฝรั่งทอดจะมีข้อความพิมพ์อธิบายว่า “บรรจุภัณฑ์นี้เพื่อประหยัดวัสดุที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน”

Calbee ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนในการจัดหาหมึกพิมพ์และวัสดุอื่น ๆ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งบริษัทหวังว่าจะช่วยรับประกันการจัดส่งสินค้าได้อย่างมั่นคงด้วยการทำให้บรรจุภัณฑ์เรียบง่ายขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทยืนยันว่าจะเดินหน้าตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมการดำเนินงานอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ด้วย

ก่อนการประกาศดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของบริษัทได้เข้าพบกระทรวงเกษตรเพื่อชี้แจงการตัดสินใจเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ในครั้งนี้ โดยมีรายงานว่าทางกระทรวงฯ ได้แจ้งกับทางบริษัทว่าจะร่วมหาแนวทางให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดหาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลที่ดูแลธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารต่อไป

ขณะเดียวกัน บริษัท Itoham Yonekyu Holdings ผู้ผลิตเนื้อสัตว์แปรรูป ก็มีรายงานว่ากำลังพิจารณาที่จะปรับให้บรรจุภัณฑ์ของตนเรียบง่ายขึ้นเช่นกัน

กลุ่มธุรกิจที่ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและหมึกพิมพ์ระบุว่า สมาชิกในกลุ่มเริ่มมีการจำกัดการจัดส่งหรือเลื่อนกำหนดการส่งมอบสินค้าออกไป ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nhk

กัมพูชาขยายเวลาเกณฑ์ทหาร อ้างต้องเสริมกำลังป้องกันประเทศ

กัมพูชาขยายเวลาเกณฑ์ทหาร อ้างต้องเสริมกำลังป้องกันประเทศ

12 พ.ค. 2569 22:59 น.

กัมพูชาขยายเวลาเกณฑ์ทหาร อ้างต้องเสริมกำลังป้องกันประเทศ

รัฐสภากัมพูชาผ่านกฎหมายใหญ่ ขยายระยะเวลารับราชการทหาร และเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้หนีทหาร โดยฮุน มาเนต อ้างว่า มีความจำเป็นในการสร้างกองกำลังเพื่อปกป้องประเทศชาติ

เมื่อ 12 พ.ค. 2569 สมาชิกสภานิติบัญญัติของกัมพูชาได้อนุมัติกฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดให้ระยะเวลาการรับราชการทหารนานขึ้น และเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ที่ปฏิเสธการเข้ารับราชการ หลังจากเกิดเหตุปะทะรุนแรงบริเวณชายแดนติดกับประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา

รัฐสภากัมพูชาระบุในแถลงการณ์ว่า สมาชิกสภาแห่งชาติทั้ง 114 คน รวมถึงนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ต่างลงคะแนนเสียงเห็นชอบให้รับร่างกฎหมายฉบับนี้ในระหว่างการประชุมสภา

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทยตึงเครียดขึ้น นับตั้งแต่การสู้รบปะทุขึ้นในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและประชาชนกว่าหนึ่งล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น

ฮุน มาเนต กล่าวก่อนการลงมติเมื่อวันอังคารว่า การเกณฑ์ทหารจะเริ่มขึ้นในปีนี้ เนื่องจาก “มีความจำเป็นในการสร้างกองกำลังเพื่อปกป้องประเทศชาติ”

ต่อมา เขากล่าวต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาว่า กัมพูชาจำเป็นต้องมีกฎหมายใหม่นี้ เนื่องจากอธิปไตยของประเทศ “กำลังถูกคุกคาม” และ “มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มจำนวนกองกำลังคนหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพลัง”

ย้อนกลับไปในปี 2549 รัฐสภาเคยอนุมัติกฎหมายเกณฑ์ทหารที่กำหนดให้ชาวกัมพูชาอายุ 18 ถึง 30 ปี ต้องรับราชการทหารเป็นเวลา 18 เดือน อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวยังไม่เคยถูกนำมาบังคับใช้จริง

ส่วนกฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่จะขยายเวลารับราชการทหารจาก 18 เดือน เป็น 2 ปี, ปรับลดอายุผู้เข้ารับการเกณฑ์ทหารจาก 18-30 ปี เป็น 18-25 ปี, เพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้หนีการเกณฑ์ทหารในภาวะปกติจากจำคุก 1 ปี เป็น 2 ปี และเพิ่มบทลงโทษในภาวะสงครามจากจำคุก 3 ปี เป็น 5 ปี

เยาวชนกัมพูชาบางส่วนกล่าวว่าพวกเขาสนับสนุนกฎหมายนี้ โดยนักเรียนมัธยมปลายรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ AFP ว่า “ผมพร้อมที่จะรับใช้ชาติในกองทัพ แม้ว่าแม่ของผมอาจจะคัดค้านก็ตาม เพราะผมไม่พอใจประเทศไทย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์มั่นใจ 100% อิหร่านจะยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ทรัมป์มั่นใจ 100% อิหร่านจะยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

12 พ.ค. 2569 22:34 น.

ทรัมป์มั่นใจ 100% อิหร่านจะยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยัน เขามั่นใจ 100% ว่าอิหร่านจะยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แม้ว่าตอนนี้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ Sid and Friends in the Morning ของสถานีวิทยุ WABC ว่า เขามั่นใจว่าอิหร่านจะยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและล้มเลิกความพยายามใด ๆ ในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ แม้ว่าการเจรจาระหว่างวอชิงตันและเตหะรานจะยังคงอยู่ในภาวะชะงักงันก็ตาม

“พวกเขาจะหยุดแน่นอน 100%” ทรัมป์กล่าว หลังถูกถามว่าเขาเชื่อหรือไม่ว่าจะสามารถขัดขวางไม่ให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและพัฒนาขีปนาวุธได้

ทรัมป์ระบุว่าเขาได้มีส่วนร่วมโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ของอิหร่านในระหว่างการเจรจา

“ผมจัดการกับพวกเขาเอง” ทรัมป์กล่าว “และพวกเขาก็บอกว่าเราจะได้ ‘ฝุ่น’ นั้นมา ผมเรียกมันว่าฝุ่นนิวเคลียร์เพราะมันดูเหมาะสมดี และเรากำลังจะได้มันมา”

นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังกล่าวด้วยว่าสหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในการทำข้อตกลง “เราจะไม่เร่งรีบอะไรทั้งนั้น เรามีการปิดกั้น (ทางทะเล) ไว้อยู่แล้ว”

คำพูดล่าสุดของทรัมป์มีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากเขาระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะ “ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอย่างหนัก” หลังจากที่เตหะรานตอบกลับข้อเสนอใหม่ของสหรัฐฯ แล้ว และนายทรัมป์ระบุว่า ไม่ชอบคำตอบของอิหร่าน และคำตอบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผอ. WHO ชี้ ไม่พบสัญญาณ การระบาดใหญ่ของไวรัสฮันตา

ผอ. WHO ชี้ ไม่พบสัญญาณ การระบาดใหญ่ของไวรัสฮันตา

12 พ.ค. 2569 22:10 น.

ผอ. WHO ชี้ ไม่พบสัญญาณ การระบาดใหญ่ของไวรัสฮันตา

ผอ.องค์การอนามัยโลกยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณการระบาดเป็นวงกว้างของไวรัสฮันตา หลังอพยพผู้โดยสารจากเรือสำราญที่เกิดการระบาดครบทุกคนแล้ว แต่เตือนว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้

เมื่อ 12 พ.ค. 2569 ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่า ตอนนี้ยัง “ไม่มีสัญญาณ” ของการระบาดของไวรัสฮันตาในวงกว้าง หลังจากการอพยพผู้โดยสารกลุ่มสุดท้ายออกจากเรือสำราญที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคเสร็จสิ้น

อย่างไรก็ตาม ดร.เกเบรเยซุสเตือนว่า “สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้” และอาจยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันเพิ่มขึ้น “แน่นอนว่าสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเมื่อพิจารณาจากระยะฟักตัวที่ยาวนานของไวรัส จึงเป็นไปได้ที่เราอาจจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป”

นอกจากนี้เขายังย้ำว่า “ภารกิจของเรายังไม่สิ้นสุด” ในการควบคุมการระบาดที่เกิดขึ้นจากเรือสำราญลำนี้

ด้านเรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) ซึ่งเกิดการระบาด เดินทางออกจากเกาะเตเนริเฟของสเปนเมื่อวันจันทร์ และกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือร็อตเตอร์ดัมในเนเธอร์แลนด์ โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เครื่องบินสองลำพร้อมผู้โดยสารกลุ่มสุดท้ายจำนวน 28 คน เพิ่งเดินทางถึงเมืองไอนด์โฮเฟนซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน

การระบาดที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ ขณะที่ชาวอเมริกันหนึ่งรายและชาวฝรั่งเศสหนึ่งรายซึ่งเดินทางกลับประเทศไปก่อนหน้านี้มีผลตรวจเชื้อเป็นบวก โดยรวมแล้วมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันทั้งหมด 7 ราย

ขณะเดียวกัน พนักงาน 12 คนของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ ต้องเข้ารับการกักตัวเนื่องจากอาจสัมผัสกับไวรัส เพราะพนักงานไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เคร่งครัดในขณะจัดการกับตัวอย่างเลือดและปัสสาวะของผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ

อนึ่ง ตามปกติแล้ว ไวรัสฮันตามีสัตว์จำพวกหนูเป็นพาหะ แต่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้หากเป็นเชื้อสายพันธุ์ “แอนดีส” อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของ WHO ยืนยันมาตลอดว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดครั้งใหญ่นั้นยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก

อาการของผู้ติดเชื้อ อาจรวมถึงอาการไข้, เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, ปวดท้อง, อาเจียน, ท้องเสีย และหายใจลำบาก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สาทิตย์ ถอดรหัส ทักษิณ ส่งซิก ไปจำศีลมา-เป็นอัลไซเมอร์ ชวนจับตากลับมาเขย่า สมการการเมืองใหม่

สาทิตย์ ถอดรหัส ทักษิณ ส่งซิก ไปจำศีลมา-เป็นอัลไซเมอร์ ชวนจับตากลับมาเขย่า สมการการเมืองใหม่

สาทิตย์ ถอดรหัส ทักษิณ ส่งซิก ไปจำศีลมา-เป็นอัลไซเมอร์ ชวนจับตากลับมาเขย่า สมการการเมืองใหม่

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.02 น.

ยังมีสิ่งคาใจเหมือนผงในตา?! ’สาทิตย์‘ ถอดรหัส ’ทักษิณ‘ ส่งซิก ‘ไปจำศีลมา-เป็นอัลไซเมอร์’ ขอจับตาคัมแบ็คเดินเกมสร้างแรงกระเพื่อมต่อหรือไม่บน ’สมการการเมืองใหม่‘ ชี้ อยู่ที่พรรคแกนนำ ’อนุทิน-ภท‘ เอาอยู่หรือไม่ หวังสารพัด ‘มรสุมชีวิต’ ที่ผ่านมาจะให้บทเรียน 

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงท่าทีทางการเมืองต่อจากนี้ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากที่ได้รับการพักโทษว่า ไม่แน่ใจบทบาททางการเมืองจากนี้ต่อไปของนายทักษิณ จะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณ ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้นายทักษิณ คิดได้ว่า สิ่งที่นายทักษิณเคยอ้างถึงหลักธรรมทางศาสนาว่า ตถตา แปลว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง มันมีความหมายว่ามียศเสื่อมยศ มีลาภเสื่อมลาภ มีเกียรติก็เสื่อมเกียรติได้ ถ้าทำตัวไม่สมกับเกียรตินั้น ขณะเดียวกันนายทักษิณก็ผ่านมรสุมชีวิตมาเยอะ เพียงพอที่จะตัดสินใจได้ว่าสิ่งที่เผชิญมาในชีวิต มันให้บทเรียนอะไรบ้าง ตนก็ได้แค่คิดว่าควรจะเป็นเช่นนั้น 

“แต่พอเห็นวิธีที่นายทักษิณสื่อออกมา ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่มีนัยยะต่างๆกำกวม เช่น ไปจำศีลมา8เดือน จำอะไรไม่ได้บ้างต่างๆเหล่านี้ เป็นต้น มันทำให้คิดได้ว่าหรือจะยังตัดไม่ได้ ยังมีสิ่งที่ค้างคาในใจ อยากที่จะไปเขี่ยสิ่งที่มันทิ่มตาอยู่ รู้สึกว่ามันเป็นผงอยู่ในตาแล้วก็จะเขี่ยออก อะไรหรือไม่ เราก็ไม่รู้ เพียงแต่ว่าในสมการการเมืองยุคใหม่ พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นผู้เล่นใหญ่อีกต่อไปแล้ว กลายเป็นพรรคต่ำร้อย ไม่ได้เป็นพรรคหลักในการตั้งรัฐบาล นอกจากนี้กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง ก็กระจัดกระจายกันไปมาก หลายคนก็ตาสว่างขึ้น ผมคิดว่า สิ่งที่เราทำได้ต่อจากนี้คือจับตามอง ภายใต้สมการการเมืองใหม่ว่านายทักษิณจะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด ผมคิดว่าต้องดูไปก่อน เพราะในสมการการเมืองใหม่ วิธีการเล่นการเมืองแบบนายทักษิณใช้ หลายเรื่องมันเก่าไปแล้ว มันผ่านยุคนั้นไปแล้ว มือไม้ กำลังสำคัญต่างๆพอรู้จักตัวตนซึ่งกันและกัน มันก็สวมคอนเวิร์สกันไปหลายคู่แล้ว ก็หายกันไปเยอะ” นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ดูอาการนายทักษิณจากนี้แล้ว มันยังดูมีอะไรที่มันมีนัยยะทางการเมืองจากคำพูดที่พูดออกมาอยู่ หากเราย้อนกลับไปดูก่อนที่นายทักษิณจะโดนคดีชั้น14 จนกระทั่งมาสู่เรือนจำ รู้สึกว่ามันมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่มันมาเติมแรงกระเพื่อมทางการเมืองค่อนข้างเยอะ แต่ก็ต้องรอดูไปก่อน ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป เพราะนายทักษิณเพิ่งออกจากเรือนจำมาไม่กี่วัน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับบทบาทของรัฐบาลปัจจุบัน ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ว่าจะสามารถบริหารงานต่างๆประคับประคองไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่ต้องยอมรับว่าสูตรรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวแปรหลัก 70 เสียงของพรรคเพื่อไทยถ้าออกจากการร่วมรัฐบาล รัฐบาลอาจล้มได้ ก็ต้องถือว่าเป็นตัวแปรหลักเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารพรรคเพื่อไทยชุดปัจจุบันกับนายอนุทินด้วย 

เมื่อถามว่านายทักษิณจะเข้ามามีผลต่อสมการร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าพรรคเพื่อไทยขณะนี้เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน อิทธิพลของนายทักษิณต่อพรรคเพื่อไทยจะมีมากน้อยแค่ไหน

อนุทิน ขออภัย! รัฐบาลสื่อสารคลาดเคลื่อน ปม 8 ธุรกิจต่างชาติลงทุน ชี้แค่ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ไม่ได้เปิดเสรีไร้ใบอนุญาต

อนุทิน ขออภัย! รัฐบาลสื่อสารคลาดเคลื่อน ปม 8 ธุรกิจต่างชาติลงทุน ชี้แค่ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ไม่ได้เปิดเสรีไร้ใบอนุญาต

อนุทิน ขออภัย! รัฐบาลสื่อสารคลาดเคลื่อน ปม 8 ธุรกิจต่างชาติลงทุน ชี้แค่ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ไม่ได้เปิดเสรีไร้ใบอนุญาต

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.24 น.

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. …. ปลดล็อคให้ต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา เราเพิ่งแต่งตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาล เพิ่งส่งมาอยากให้ได้ทำงานเร็วๆ จึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ ตนก็ได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ความจริงแล้วเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคมีกระทรวง ของเขาดูอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน เป็นต้น แต่ละท่านให้ไปรับผิดชอบงาน ตนต้องขออภัยในเรื่องความผิดพลาดในการจัดให้รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริงๆ

เมื่อถามว่ามติดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามา ทำธุรกิจ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นดำริของรมว.พาณิชย์ เพราะมันซ้ำซ้อน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ส่วนใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆหน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ไปดำเนินการได้เลย 

แต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคงแถลงสั้นและสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทยไม่ต้องขอใบอนุญาตอันนี้ไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาต จากหน่วยงาน ที่อนุญาตให้อนุญาต โดยไม่ต้องไปขอใบอนุญาต ที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน พยายามให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสให้ได้มากที่สุดตามนโยบายอำนวยความสะดวก ตนต้องขออภัยด้วย

อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง

อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง

อภิสิทธิ์ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ แซะ อนุทิน แก้ตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ รถพุ่มพวง

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.44 น.

‘ปชป.’ ตั้งลำขวาง พ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้าน! ’อภิสิทธิ์‘ ชี้เพิ่มความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ หวั่น ‘รัฐบาล’ ใช้เงินเอื้อประโยชน์การเมืองหมดภายใน 4 เดือน ซ้ำเติมวิกฤติ-ทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แนะ 3 แนวทางแก้วิกฤติพลังงาน พ่วงลดราคาสินค้า แก้ปมเงินเฟ้อ พร้อม แซะ ‘อนุทิน’ สางปัญหาตรงจุด จะได้ไม่ต้องขับ ‘รถพุ่มพวง’ ด้าน ‘กรณ์’ กางผลกำไร บ.น้ำมันยักษ์ใหญ่ พุ่ง 456% สะท้อนวิกฤติ จี้เร่งพิจารณาเก็บ ‘ภาษีลาภลอย’

13พ.ค.2569 เมื่อเวลา10.00น. ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีปัญหาที่รัฐบาลออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังงกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการตราพ.ร.ก.กู้เงิน เพราะมองว่ามีวิธีอื่นที่ช่วยประชาชนได้ดีกว่า ทั้งนี้ที่บอกว่าสถานการณ์แบบนี้มีคนเคยกู้ วันนี้ทำเหมือนกัน แต่หากเปรียบเทียบเศรษฐกิจของไทยขณะนี้พบว่าเติบโตถึง 1.5%  ขณะที่ดัชนีภาคอุตสาหกรรม เดือนมี.ค. เพิ่ม 0.8% นอกจากนั้นแล้วบริษัทมูดี้ส์ที่จัดอันดับความน่าเชื่อถือได้ปรับมุมมองให้ดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยตัวเลขระบุว่าภาวะเศรษฐกิจหลังสงคราม 1 เดือน มีตรงไหนที่บอกว่าเศรษฐกิจไม่มั่นคง

“คำพูดที่ว่าคนอื่นเคยทำ ต้องดูว่าสถานกาาณ์เหมือนกันหรือไม่ ฝนตก พายุหนักต้องใส่เสื้อ หรือใช้ร่มหรือไม่ อาจมีฝนตกปรอยๆ จะอ้างว่าต้องทำทุกอย่างเหมือนกันนั้นไม่ใช่ ทั้งนี้รองนายกฯ บอกว่าไม่มีสิทธิตีความเรื่องจำเป็นเร่งด่วน โดยรัฐธรรมนูญให้ดุลยพินิจกับรัฐบาล แต่ต้องใช้ดุลยพินิจนั้นโดยสุจริต และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กรองวินัยกาเงินการคลัง ซึ่งรัฐบาลต้องเคารพ ถ้าละเมิดฝ่ายค้านพร้อมจะตรวจสอบใช้กลไกอื่นต่อไปตามรัฐธรรมนูญ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ประเด็นการกู้เงินและแผนที่รัฐบาลประกาศจะทำนั้นพรรคประชาธิปัตย์มองว่า นอกจากการตราพ.ร.ก.และการกู้เงินไม่เป็นไปตามความมั่นคงเศรษฐกิจ แล้วยังซ้ำเติมและทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงไม่มั่นคงเพิ่มมากขึ้น  เพราะกรณีที่จะใช้เงิน 2 แสนล้านบาท ในโครงการคนละครึ่ง ไทยช่วยไทย ภายใน 4 เดือน หากใช้หมดภายในเวลา แต่ยังมีวิกฤติซ้ำซ้อนเกิดขึ้น เพราะตัวเลขเงินเฟ้อสูงขึ้น จะทำให้ของแพงมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไม่มั่นคง รัฐบาลจะทำอย่างไรเพราะใช้อาวุธหมดแล้ว เท่ากับว่ารัฐบาลซ้ำเติมปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะได้สร้างแรงกดดันทางด้านราคา ขณะนี้ตัวเลขหนี้สาธารณะใกล้เตะเพดานจากการใช้เงินรวดเร็ว หากหนี้ชนเพดานรัฐบาลจะทำอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์มองว่ามีวิธีอื่นที่แกัปัญหาได้ โดยไม่ต้องตรา พ.ร.ก.เงินกู้ ผ่านการลดภาษีหรือยกเว้นภาษีสรรพสามิต โดยมาตรการดังกล่าวดีเซล จะลดลงเหลือลิตรละ 33 บาท  ทั้งนี้การลดต้นทุนให้น้ำมันลดลงคือการช่วยที่ต้นตอของปัญหา ไม่ใช่แค่คนขับรถ แต่ช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขนส่งที่เพิ่มสูงและขาดแคลน หากใช้วิธีดังกล่าวเพียง 4 เดือน จะทำให้ราคาน้ำมันลดลง โดยใช้เงินเพียง 1 ใน 3  ของรัฐบาลจะใช้ และทำให้ของจะถูกลง และใช้วิธีเก็บภาษีลาภลอยที่อาจทำให้ราคาน้ำมันนลดลงเหลือลิตรละ 30 บาท แต่จะทำให้รัฐมีรายได้มากขึ้น เศรษฐกิจมั่นคง 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะที่โครงการด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่จะใช้ในส่วนสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) หรือ โซลารูป  เชื่อว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มในไทยน้อยมาก เพราะพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศหรือมีโอกาสสูงสนับสนุนนำเข้า หากรัฐบาลเปลี่ยนนผ่านและสร้างมูลค่าในประเทศ  ต้องเดินหน้าทำบี20และบี 50 เพิ่มสัดส่วนปาล์มน้ำมันในไบโอดีเซล ใช้เงินลงทุนกับผู้ประกอบการยานยนต์ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เหมาะสม ทำให้การพึ่งพาน้ำมันน้อยลงและยังได้สนับสนุนเกษตรกรสวนปาล์มเพิ่มมากขึ้น

“ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลคือ เติมเงินให้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่งบที่รรัฐบาลใช้ไม่ใช่ส่วนใหญ่ น้อยกว่าไทยช่วยไทย หรือคนละครึ่งซึ่งรัฐบาลสามารถใช้กฎหมายโอนงบประมาณได้ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจว่าประชาชนเดือนร้อนแต่มั่นใจว่ามีวิธีการที่ถูก ที่ชอบด้วยรัฐธรรมนุญ ถูกกฎหมายและถูกตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ช่วยเหลือได้ โดยไม่กู้เงินขณะที่การกู้เงิน สร้างความเสี่ยง เพิ่มความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นการฉวยโอกาสทำโครงการเพื่อประโยชน์ และไม่ชอบ ส่อรั่วไหลหรือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่าขณะนี้รัฐบาลไม่ได้สนใจที่จะฟังเสียงทัดทาน ในการออกพ.ร.ก.กู้เงิน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนว่าต้องเข้าใจว่า รัฐบาลอนุมัติไปแล้ว ประกาศไปแล้ว แล้วกฎหมายอนุมัติแล้ว การโต้แย้งจึงเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย  แต่สำหรับคิดว่าหากรัฐบาลฟังพวกเราในวันนี้แล้วเปลี่ยนใจว่า ถึงมีอำนาจในการกู้เงินเพราะมีกฎหมายนี้อยู่แต่ไม่กู้ แล้วไปทำการลดราคาน้ำมัน ลดราคาสินค้าให้กับประชาชนตอนนี้เลย และใช้เงินเท่าที่จำเป็นในการดูแลเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และดีกว่านั้นคือไปทำเรื่องพ.ร.บ.โอนงบให้เรียบร้อยเสียก่อน ตนคิดว่าจะดีกับทุกคน ดีกับประชาชนที่เดือดร้อน เพราะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ต้องไปสร้างหนี้ให้ลูกหลานในอนาคต นายกฯ ไม่ต้องมาขับรถพุ่มพวง

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลประกอบการของบริษัทไทยออยล์ในไตรมาสแรกของปี 2569 ว่า บริษัทไทยออยล์เพิ่ง ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 เห็นได้ชัดวว่าที่เราพูดมาโดยตลอดว่า จะมีกำไรลักษณะลาภรอยจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น คือมีการซื้อน้ำมันกักตุนเอาไว้ก่อนเกิดสงครามแล้วรัฐบาลเปิดโอกาสให้บริษัทน้ำมันสามารถขายให้กับประชาชนในราคาที่ปรับสูงขึ้นแล้วหลังสงครามได้ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นข้อผิดพลาดที่สำคัญของรัฐบาล ประเด็นที่ 2 คือค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นมาที่ 16- 17 บาทต่อลิตร และมีการถกเถียงตลอดว่าค่ากานกลั่นที่สูงขึ้นส่งผลต่อกำไรของโรงกลั่นหรือไม่ แต่วันนี้ชัดเจนแล้วไตรมาส 1 บริษัท ไทยออยล์มีกำไรถึง 19,000 ล้านบาท สูงมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันหรือไตรมาส 1 ของปีที่แล้ว 4.5 เท่า หรือ 456% และสูงกว่ากำไรทั้งปีของปีที่แล้วบริษัทไทยออยล์ ประมาณ 30% นี่คือความชัดเจนว่า กำไรสูงกว่าปกติ เนื่องมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และกำไรตรงนี้สะท้อนให้เห็นเหรียญอีกด้านหนึ่งคือความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องมีต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลออกพ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้โดยอ้าง สาเหตุสำคัญมาจากประเด็นปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งเราพูดมาตลอดว่า นอกเหนือจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นแล้วอีก 2 สาเหตุที่ทำให้ต้นทุนพลังงานเกินจำเแน คือ ประเด็นที่ 1 รัฐบาลไม่ได้ไปกำกับดูแลในเรื่องของวิธีการกำหนดราคาน้ำมัน แต่กลับมาตั้งคณะกรรมการความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.)  โดยส่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ รมว.คลัง เป็นประธาน และไปศึกษาว่ามีแนววิธีการอื่นใดหรือไม่ที่จะกำหนดราคาน้ำมันที่เป็นธรรมกับประชาชนมากกว่าที่ใช้อยู่ แต่วันนี้ก็ยังใช้สูตรเดิม ยังคำนวนแบบเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย และนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันสูงเกินควร 

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นที่ 2 คือภาษีสรรพสามิต ซึ่งง่ายมากในการลดภาระต้นทุนพลังงานให้กับประชาชน หรือผู้ประกอบการทุกคน คือรัฐบาลลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตลง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ต้นทุนน้ำมันสูง จนทำให้รัฐบาลยกมาเป็นข้ออ้างในการออกพระราชกำหนด เพราะรัฐบาลไม่ดำเนินการในสิ่งที่ควรทำปล่อยให้ราคาพลังงานสูงเกินควร แล้วใช้เป็นข้ออ้างในการกู้เพิ่มเติมเพื่อเยียวยาประชาชน ซึ่งจริงๆ อาจไม่จำเป็นต้องเยียวยาเลยตั้งแต่แรกหากได้ทำในสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์แนะนำมามาตลอด

อนุทิน พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

อนุทิน พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

อนุทิน พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.45 น.

​“นายกฯ” พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด- ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย ไม่ให้ใครยึดที่สาธารณะ พร้อมกำชับจัดสรรที่ทำกินต้องถึงมือชาวบ้าน ลั่นหากเกาะพะงันไม่สงบ ถือรัฐทำงานล้มเหลว

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา พบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่ โดยระบุว่า เดินทางมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องอย่างจริงจัง เพราะเริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน เราเข้าใจดีว่านักท่องเที่ยวคนต่างชาติ ที่มาในประเทศไทยเอาเงินเอาทองมา แต่เราต้องการได้เงินได้ทองที่ถูกต้องของเขา มาจับจ่ายใช้สอย ซื้อความสะดวกสบายพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ใช่มาแล้วจะขายด้วย อย่างนี้เรายอมไม่ได้เพราะเป็นบ้านของเราเรามีหน้าที่ ทำให้เขาได้รับความสะดวกที่สุดแต่ไม่ต้องมาทำหน้าที่แทนเรา เราต้องรักษาสภาพแวดล้อม ชายหาดต้องมีความสวยงาม พี่น้องต้องไม่ยอมให้ใครมายึดถือครองที่ของพี่น้องทุกคน หน้าวิลล่าหน้าโรงแรมของใครไม่มีสิทธิบนชายหาดเป็นของทุกคน ต้องทำให้เป็นระเบียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล จะจัดโซนนิ่งให้ ตรงไหนทำให้ได้ ที่ไม่ทำให้ธรรมชาติเสียหายเราทำเต็มที่ผ่อนสั้นผ่อนยาว กระทรวงทรัพยากรโดยกรมป่าไม้ กรมอุทยานมีหลัก อยู่ เราสามารถร่วมมือกับท้องถิ่นท้องที่เทศบาลอบต. ที่จะจัดสรรพื้นที่ให้พี่น้องได้ทำกิน แต่การจัดสรรต้องตกถึงพี่น้องโดยตรงไม่ใช่จัดให้คนใดคนหนึ่งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ไปถือครองแล้วซอยย่อยให้พี่น้องอย่างนี้ผิดวัตถุประสงค์จะไม่ให้เกิดขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่เกาะพะงันครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพื่อติดตามและจัดการกับการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกาะพะงัน พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเป็นธรรม และทำให้เกาะพะงันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าอยู่ น่าเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้จ่ายและสร้างรายได้แก่ชุมชน

“นักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ต้องมาด้วยเจตนาที่ดี เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อน ไม่ใช่เข้าเอาเปรียบหรือช่วงชิงอาชีพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่  รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน และพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะของประชาชนทุกคน โดยรัฐบาลพร้อมดำเนินการจัดระเบียบและดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่ ขอความร่วมมือให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากเกาะพะงันยังไม่มีความสงบเรียบร้อย ถือเป็นความล้มเหลวในการทำงาน รัฐบาลต้องการให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้ ประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ”นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากพบการกระทำผิดกฎหมายหรือพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ ขอให้แจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องเกรงกลั

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มี นายพิพิธ รัตนรักษ์ สส. สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ลูกพรรคของตน พี่น้องให้ความไว้วางใจขนาดนี้ดังนั้นความเดือดร้อนของชาวพะงันเกาะสมุย ที่อยู่ในเขตของสส. ภูมิใจไทยก็คือความเดือดร้อนของตนด้วย เพราะเป็นผู้แทนของพี่น้อง พี่น้องไว้วางใจพวกเราอยู่พรรคเดียวกันหมด ถ้าตนรู้สึกเดือดร้อนรัฐมนตรีที่มาด้วยก็รู้สึกเหมือนกันเพราะเป็นคนในพื้นที่ เกือบทั้งหมด เราต้องอำนวยความสะดวก ให้ประชาชนอยู่แล้ว

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีมั่นใจว่าสส.ของท่านจะนำสิ่งที่เป็นที่ต้องการของพี่น้องมาถ่ายทอด หน้าที่ภารกิจมีรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงต่างๆ ต้องดำเนินการให้ ทำอย่างไรให้เกาะพะงัน มีสาธารณูปโภคที่ดีที่สุด อยากให้สร้างรายได้สร้างโอกาสให้มากที่สุด มีความสะดวกเท่าไหร่โอกาสก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เราก็มาจัดระเบียบให้ทุกท่าน หลังจากนี้จะกลับไปดูเรื่องแหล่งน้ำ กำลังจะทำเรื่องอ่างเก็บน้ำไว้โดยจะติดตามดูแลในเรื่องของแหล่งน้ำ ซึ่งรับทราบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมถึงระบบไฟฟ้าที่ต้องมีความเสถียรมากที่สุด โดยมุ่งให้เกาะพะงันสามารถยืนบนขาของตัวเองได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

นายกรัฐมนตรียังระบุว่า ตนเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วมาที่เกาะพะงันได้ถามชาวบ้านว่าเวลาคลอดลูกคลอดที่ไหน ซึ่งสามารถคลอดได้ที่เกาะพะงัน เมื่อได้เห็นกับตา ที่นี่ไม่ใช่ชาวเกาะแต่เป็นชุมชนที่มีประชาชนอยู่กันมากมาย มีโรงเรียน ถึงมัธยมปลาย ซึ่งจะได้ช่วยกันพัฒนา มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

” ผมไม่ให้ใครมาสร้างโรงงานที่นี่แน่นอน ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้คาดหวัง เกาะพะงันนอกจากเรื่องประมงพื้นบ้าน ประมงทั่วไป หรือการทำมาหากินประกอบธุรกิจ เหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดมลพิษให้เกาะพะงัน ลงพื้นที่วันนี้ ดีใจสุดๆ ปกติพอได้มาแล้ว ก็จะได้มาอีก จะมาจนกว่าพี่น้อง บอกว่าพอแล้วไปที่อื่นบ้าง มาลงพื้นที่เห็นบรรยากาศอยากอยู่ต่ออีก แต่อยู่ไม่ได้ต้องไปภูเก็ต เดี๋ยวขึ้นเครื่องไม่ทัน ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า จะทำสุดความสามารถ จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และต้องขอตัวกลับก่อน แต่สิ่งที่พูดไว้ทุกอย่าง จะเกิดขึ้นโดยเอาหัวสส. เป็นประกัน

ทั้งนี้ภายหลังจากที่นายอนุทิน พูดเสร็จสิ้น มีชาวบ้านให้มาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก และมอบดอกไม้พร้อมของที่ระลึกให้ ซึ่งเป็นสร้อยลูกปะคำ

นายกฯ สั่งสอบเส้นทางเงินพูลวิลล่าเกาะพะงัน หลังพบใช้นอมินีคนไทย ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้ 49%

นายกฯ สั่งสอบเส้นทางเงินพูลวิลล่าเกาะพะงัน หลังพบใช้นอมินีคนไทย ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้ 49%

นายกฯ สั่งสอบเส้นทางเงินพูลวิลล่าเกาะพะงัน หลังพบใช้นอมินีคนไทย ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้ 49%

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.30 น.

นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงันผิดกฎหมาย สั่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน หลังพบชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของให้คนไทยเป็นนอมินี  ขอโทษแทน รองโฆษกรบ. แถลงทำเข้าใจผิดปล่อยต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ต้องขออนุญาต ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน-ซ้ำซ้อน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49% เปอร์เซ็นต์  ไม่ใช่เอาฝรั่งใส่วิกดำ ก่อนเดินชมชายหาดบอกหมึก หรอยแรงๆ

เมื่อเวลา 14.09 น. วันที่ 13 พ.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังบ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7 บ้านโฉลกหลำ ตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทเลอร์ วิลล่า จำกัด  โดยได้มีการล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะและเจ้าหน้าที่ หน่วยงานราชการที่ดูแลในพื้นที่เกาะพะงัน ที่บริเวณด้านหน้า พลูวิลล่าที่มีการก่อสร้างผิดกฎหมาย 

โดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รายงานเรื่องการก่อตั้งพูลวิลล่า ซึ่งก่อสร้างผิดกฎหมาย และมีชาวอิสลาเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน

โดยนายกฯกล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ว่าผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ เพราะถ้าถือหุ้นถือว่าผิดหลักต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย แต่พฤติกรรมที่กระทำผิดตัวเองทราบดีว่าไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างมาซื้อที่ดินหลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทย  และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย

จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการปลดล็อคให้ชาว ต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ

นายกฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.เราเพิ่งแต่งตั้ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาล เพิ่งส่งมาอยากให้ได้ทำงานเร็วๆ จึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ ซึ่งตนก็ได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าความจริงแล้วเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคมีกระทรวง ของเขาดูอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีทั้งกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงานเป็นต้น แต่ละท่านให้ไปรับผิดชอบงาน ตนต้องขออภัยในเรื่องความผิดพลาดในการจัดให้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริงๆ

เมื่อถามว่ามติดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามา ทำธุรกิจ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นดำริของรมว.พาณิชย์ เพราะมันซ้ำซ้อน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ส่วนใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆหน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ไปดำเนินการได้เลย แต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคงแถลงสั้นและสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทยไม่ต้องขอใบอนุญาตอันนี้ไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาต จากหน่วยงาน ที่อนุญาตให้อนุญาต โดยไม่ต้องไปขอใบอนุญาต ที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน พยายามให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสให้ได้มากที่สุดตามนโยบายอำนวยความสะดวก ตนต้องขออภัยด้วย

เมื่อถามต่อว่าเรื่องนอมินิเกาะพะงันได้มีการกำชับหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่ารุกล้ำหรือหรือไม่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเองวันนี้ เรามาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้นมันเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย

ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดินบริษัทคนไทยยังต้องมี 51 เปอร์เซ็นต์  แต่นี่เป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์  เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อยๆละลายไป พูดง่ายๆ เอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายยังไงฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนดคนต่างชาติเป็นคนกำหนด เราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้

เมื่อถามว่ามีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่ เพราะมีเรื่องของทนายความเข้าไปแนะนำ นายกฯ กล่าวว่า บริษัทมีที่ปรึกษาบริษัทกฎหมายบริษัทในการทำบัญชีในการทำงานต่างๆ มีผู้ก่อตั้ง7 คน ต้องเป็นคนไทยต้องใช้ทุนเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ก็เปิดให้หมด แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ตรงนี้มันปรับบริษัทมาหลายอันคนๆ หนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า 200 กว่าบริษัท คือการเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจซึ่งมันผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่ ฉะนั้นเชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็น 1 ในสายงานของตำรวจคือเขาต้องไปดูที่มาของเงินว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอกกลายเป็นที่ดินที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ทำตามใจต่างชาติแบบนี้เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายกฯ ได้เดินลงมาพบปะประชาชนที่มายืนรอพร้อมมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ก่อนที่จะเดินมาดูบริเวณชายหาด และกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษา ชายหาดให้สะอาดและน้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา ก่อนจะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน  ซึ่งชาวบ้านได้ชวนนายกฯมาตกหมึก  ซึ่งนายกฯตอบว่า วันนี้ไปไม่ได้เดี๋ยวต้องเดินทางไปที่จ.ภูเก็ตต่อ  ก่อนชาวบ้านบอกอีกว่าปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯ จึงตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า “หรอยแรงๆ”

โดยมีช่วงหนึ่งนายกฯ ถามชาวบ้านว่า ปลาที่นี่มีเยอะหรือไม่ และถามชาวบ้านอีกว่ารู้ไหมว่าในทะเลมีปลาอะไร  ซึ่งชาวบ้าน ตอบว่า ปลาหมึกปลาทูปลาทู  แต่นายกฯตอบเป็นว่า ปลาอินทรีย์

โฆษก ภท.ออกโรงซัด! กุข่าวเท็จคลิปเสียงอนุทินปมเปิดด่าน หวังผลการเมือง

โฆษก ภท.ออกโรงซัด! กุข่าวเท็จคลิปเสียงอนุทินปมเปิดด่าน หวังผลการเมือง

โฆษก ภท.ออกโรงซัด! กุข่าวเท็จคลิปเสียงอนุทินปมเปิดด่าน หวังผลการเมือง

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.01 น.

“โฆษก ภท.”ออกโรงซัด! พวกใช้ AI กุข่าวเท็จปลอมเสียง”อนุทิน”ปมเปิดด่าน หวังผลการเมือง ซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยข้อมูลหลอกลวง เรียกยอดโดยขาดความรับผิดชอบต่อสังคม

13 พฤษภาคม 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากกรณีที่มีคลิปเสียง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เผยแพร่ในโลกออนไลน์ ประเด็นเรื่องการเปิดด่านโดยเร็วที่สุด ภายในเดือน มิ.ย. จากการตรวจสอบ ยืนยันชัดเจนว่าเป็นการสร้างคลิปเสียงขึ้นมาจาก AI ทั้งหมด

นี่ไม่ใช่เคสแรกหรือเคสสุดท้าย ที่ทำเพื่อให้เข้าใจผิด เพื่อใส่ร้าย เพื่อหวังผลทางเมือง หรือเพื่อความสะใจส่วนตัวเพียงเพราะไม่ชื่นชอบ บุคคลนั้น ๆ

ในโลกแห่งความสับสน ความวุ่นวาย ยังมีคนอีกหลายกลุ่มพร้อมจะซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยข้อมูลที่หลอกลวง เรียกยอดเอนเกจ เรียกยอดไลค์ โดยขาดซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคม และเมื่อใดก็ตามที่เรื่องราวเกินเลยไป ผู้เสียหายมีสิทธิทุกประการที่จะรักษาชื่อเสียงของตน ตามกฎหมาย

#บางทีการขอขมาก็ใช้ไม่ได้กับทุกเคส

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อนุทิน โต้คลิปเสียงเปิดด่าน ยืนยัน AI แน่นอน เมินกัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคี)