สว่างไสวทั้งภูเขา! นักสกีถือคบเพลิงกว่า 120 คน ล่องลงธารน้ำแข็งในเมืองใต้สุดของโลก

สว่างไสวทั้งภูเขา! นักสกีถือคบเพลิงกว่า 120 คน ล่องลงธารน้ำแข็งในเมืองใต้สุดของโลก

10 ส.ค. 2569 09:12 น.

สว่างไสวทั้งภูเขา! นักสกีถือคบเพลิงกว่า 120 คน ล่องลงธารน้ำแข็งในเมืองใต้สุดของโลก

ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา สว่างไสวไปด้วยแสงจากคบเพลิง เมื่อบรรดานักสกีกว่า 120 คนร่วมกิจกรรมถือคบเพลิง และสกีลงมาตามทางลาดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะบนธารน้ำแข็งมาร์เชียล 

กิจกรรม “Torchlight Descent” ประจำปี จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 31 แล้วและถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของเมืองอูซัวยา ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น เมืองใต้สุดของโลก โดยจัดขึ้นเนื่องในวันนักปีนเขา หรือ Mountaineer’s Day

ภาพที่เผยแพร่จากงานเผยให้เห็นนักสกีทยอยเคลื่อนตัวลงจากภูเขาท่ามกลางความมืด โดยแสงจากคบเพลิงหลายสิบดวงเรียงต่อกันเป็นสาย สร้างภาพสุดตระการตาบนพื้นที่ลาดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ขณะที่ผู้ชมหลายร้อยคนรออยู่บริเวณเชิงเขา พร้อมส่งเสียงเชียร์และปรบมือต้อนรับนักสกีที่ทยอยลงมาถึง

เซบาสเตียน เบลตราเม นักสกีที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า การล่องลงจากภูเขาพร้อมคบเพลิงสะท้อนถึงวัฒนธรรมของชาวภูเขาและอัตลักษณ์ของแคว้นตีเอร์ราเดลฟูเอโก ซึ่งมีความหมายว่าดินแดนแห่งไฟ โดยผู้เข้าร่วมทุกคนได้ร่วมกันนำพลังและความคึกคักมาสู่ภูเขา

ด้าน โซเฟีย เพียร์ซ นักสกีอีกคน กล่าวว่า การปีนขึ้นไปยังจุดเริ่มต้นภายใต้สภาพอากาศเช่นนี้เป็นเรื่องท้าทาย แต่ความรู้สึกขณะสกีลงมาพร้อมกับเสียงเชียร์และแสงไฟจากคบเพลิงนั้นสร้างความตื่นเต้นและความประทับใจอย่างมาก

หลังการล่องลงจากธารน้ำแข็ง งานยังดำเนินต่อด้วยดนตรีสด อาหารท้องถิ่น และพิธีกรรมสำคัญด้วยการจุดไฟเผาหุ่นจำลองขนาดใหญ่ที่ทำจากกระดาษ

อัลฟอนโซ ลาวาโด นักสกีผู้เข้าร่วมงาน อธิบายว่า การเผาหุ่นเปรียบเสมือนการรีไซเคิลหรือการเริ่มต้นใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของการทิ้งสิ่งเก่าไว้เบื้องหลังและเริ่มต้นฤดูกาลใหม่อีกครั้ง

กิจกรรม Torchlight Descent จัดขึ้นที่สวนEnd of the World Park ในเมืองอูซัวยา เมืองหลวงของแคว้นตีเอร์ราเดลฟูเอโก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงบัวโนสไอเรสไปทางใต้ราว 2,350 กิโลเมตร และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสภูมิประเทศสุดขั้วทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา.

ที่มา : AP

ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” พัดขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีน อพยพปชช.กว่า 1 ล้านคน เตือนน้ำท่วม-ดินถล่ม

ไต้ฝุ่น "ดอลฟิน" พัดขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีน อพยพปชช.กว่า 1 ล้านคน เตือนน้ำท่วม-ดินถล่ม

10 ส.ค. 2569 09:00 น.

ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” พัดขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีน อพยพปชช.กว่า 1 ล้านคน เตือนน้ำท่วม-ดินถล่ม

พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” พัดขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีน ด้วยความเร็วลม 151 กม.ต่อชม. ทำให้ฝนตกหนักหลายพื้นที่ ทางการอพยพประชาชนแล้วกว่า 1 ล้านคน พร้อมเตือนเสี่ยงน้ำท่วมและดินถล่ม

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” (Dolphin) ซึ่งเป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีกำลังแรงที่สุดที่พัดถล่มจีนในปีนี้ พัดขึ้นฝั่งบริเวณใกล้เมืองอวี้หวน มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 151 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 1

อิทธิพลของพายุลูกนี้ได้ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมแรงในพื้นที่ชายฝั่ง ก่อนเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ตอนในของจีน ขณะที่ทางการเตือนประชาชนให้ระวังน้ำท่วมและดินถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและบริเวณใกล้แม่น้ำสายเล็ก เนื่องจากพายุมีแนวโน้มเคลื่อนตัวช้าลงและทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการเดินทางในหลายพื้นที่ โดยนครเซี่ยงไฮ้อพยพประชาชนอย่างน้อย 30,300 คน และยกเลิกเที่ยวบินราว 1,400 เที่ยวบิน ขณะที่เมืองเหวินโจวในมณฑลเจ้อเจียงอพยพประชาชนมากกว่า 900,000 คน และเปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินกว่า 1,000 แห่ง ส่วนเมืองไถโจวในมณฑลเดียวกันอพยพประชาชนราว 390,000 คนภายในช่วงเย็นวันเสาร์

ด้านมณฑลฝูเจี้ยน ทางการอพยพประชาชนราว 98,900 คนออกจากพื้นที่เสี่ยง หลังยกระดับมาตรการรับมือไต้ฝุ่นเป็นระดับ 3 พร้อมนำคนงานนอกชายฝั่งกลับเข้าฝั่ง สั่งเรือเดินทางกลับท่า และเพิ่มการตรวจสอบอ่างเก็บน้ำ ลำธารบนภูเขา พื้นที่เสี่ยงดินถล่ม ไซต์ก่อสร้าง และแหล่งท่องเที่ยว

สำนักงานพยากรณ์อากาศจีนคาดว่า หลายพื้นที่จะเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 10 สิงหาคม ครอบคลุมมณฑลเจ้อเจียง นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลฝูเจี้ยนตอนเหนือ มณฑลเจียงซีตอนตะวันออกเฉียงเหนือ มณฑลอานฮุยตอนกลางและตอนใต้ รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลเจียงซู โดยบางพื้นที่ของเจ้อเจียงตอนกลางและตะวันออกอาจมีฝนตกสะสม 250-500 มิลลิเมตร

ทางด้านนายหวัง ไห่ผิง หัวหน้าฝ่ายพยากรณ์ของศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีน กล่าวว่า หลังขึ้นฝั่งแล้ว ไต้ฝุ่นดอลฟินจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก ก่อนชะลอตัวลงเหนือพื้นที่ตอนกลางและตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และค่อยๆ อ่อนกำลังลง แต่การเคลื่อนตัวที่ช้าลงอาจทำให้ฝนตกหนักยาวนานขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมและดินถล่ม

อิทธิพลของไต้ฝุ่นดอลฟินยังส่งผลกระทบต่อไต้หวัน โดยตั้งแต่วันเสาร์มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงกรุงไทเป ส่งผลให้ต้องระงับบริการเรือข้ามฟากหลายสิบเที่ยว และยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 180 เที่ยว

ส่วนฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นดอลฟินที่ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทวีความรุนแรงขึ้น จนเกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีผู้ได้รับการช่วยเหลือ 5 คน และยังสูญหายอีก 7 คน หลังดินถล่มทับบ้าน 3 หลังในเมืองบาเกียว ทางตอนเหนือของประเทศเมื่อวันอาทิตย์ โดยน้ำท่วมยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างบนเกาะลูซอน รวมถึงพื้นที่กรุงมะนิลา ทำให้ประชาชนมากกว่า 12,000 คนต้องอพยพ และหลายเมืองทางตอนเหนือต้องประกาศปิดโรงเรียนเมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ก่อนพัดเข้าสู่จีน ไต้ฝุ่นดอลฟินเคลื่อนผ่านจังหวัดโอกินาวา ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 คน และกระแสไฟฟ้าขัดข้องในอาคารมากกว่า 50,000 แห่ง.

สุดคึกคัก! นักพายแพดเดิลบอร์ดแต่งแฟนซี ล่องแม่น้ำกลางกรุงมอสโก

สุดคึกคัก! นักพายแพดเดิลบอร์ดแต่งแฟนซี ล่องแม่น้ำกลางกรุงมอสโก

10 ส.ค. 2569 08:42 น.

สุดคึกคัก! นักพายแพดเดิลบอร์ดแต่งแฟนซี ล่องแม่น้ำกลางกรุงมอสโก

นักพายแพดเดิลบอร์ดหลายร้อยคนแต่งกายด้วยชุดสีสันสดใสและชุดแฟนซี ล่องไปตามแม่น้ำยาอูซาในกรุงมอสโกของรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่เพื่อร่วมงาน “SUP Carnival” เทศกาลแพดเดิลบอร์ดที่เต็มไปด้วยสีสัน

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้เข้าร่วมงานต่างพากันแต่งชุดหลากหลายรูปแบบ ทั้งชุดตัวละครและเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของรัสเซีย รวมถึงไอเดียสุดสร้างสรรค์อย่างชุดพ่อค้าเคบับ ขณะที่บางคนแต่งเป็นเงือก และบางคนสวมหน้ากาก บาบายากา ตัวละครพื้นบ้านชื่อดังของรัสเซีย

นอกจากขบวนนักพายแพดเดิลบอร์ดที่ล่องไปตามแม่น้ำแล้ว ยังมีวงดนตรีเล่นสดและเชียร์ลีดเดอร์บนสะพาน คอยสร้างสีสันและส่งเสียงเชียร์ให้กับผู้เข้าร่วมงานตลอดเส้นทาง

ผู้เข้าร่วมงานคู่หนึ่ง ซึ่งแต่งตัวเป็นเงือกเปิดเผยว่า พวกเขาชื่นชอบไอเดียนี้และเลือกธีมเงือกเพราะชอบสีฟ้า โดยเริ่มต้นจากการทำหางนางเงือก ก่อนจะค่อย ๆ เติมรายละเอียดของชุดจนออกมาเป็นเครื่องแต่งกายเต็มรูปแบบ

ด้าน แอนนา คาซาโนวา ผู้เข้าร่วมงานกล่าวว่า สังคมในปัจจุบันต้องการความคิดเชิงบวกมากขึ้น รวมถึงชุมชนที่มีการรวมตัวกันอย่างเป็นระบบ และกิจกรรมที่มีธีมเฉพาะ เพราะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโอกาสให้ผู้คนได้คิดและลงมือทำสิ่งต่าง ๆ

ขณะที่ มิคาอิล เบสปาลอฟ ผู้เข้าร่วมงานอีกคนกล่าวว่า กิจกรรมลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้คนได้มาพบปะกัน สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และกระชับมิตรภาพ พร้อมแสดงความยินดีที่มีการจัดงานดังกล่าวขึ้น

เทศกาล SUP Carnival ยังเต็มไปด้วยภาพแปลกตาและสร้างสรรค์ ทั้งนักพายที่แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองรัสเซีย ชุดชนพื้นเมืองอเมริกัน รวมถึงผู้ที่นำแบบจำลองปราสาท “สวอลโลว์ส เนสต์” สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในแคว้นไครเมีย มาตกแต่งบนแพดเดิลบอร์ด

งานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของกีฬายืนพาย หรือ Stand Up Paddleboard (SUP) ที่ถูกนำมาผสมผสานเข้ากับกิจกรรมสันทนาการและการรวมตัวของชุมชน สร้างบรรยากาศสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงานกลางแม่น้ำยาอูซาในกรุงมอสโก.

ที่มา : AP

ภูเขาไฟเอตนาปะทุเถ้าถ่าน กระทบสนามบินซิซิลี เที่ยวบินวุ่น นักท่องเที่ยวตกค้าง

ภูเขาไฟเอตนาปะทุเถ้าถ่าน กระทบสนามบินซิซิลี เที่ยวบินวุ่น นักท่องเที่ยวตกค้าง

10 ส.ค. 2569 08:24 น.

ภูเขาไฟเอตนาปะทุเถ้าถ่าน กระทบสนามบินซิซิลี เที่ยวบินวุ่น นักท่องเที่ยวตกค้าง

ภูเขาไฟ “เอตนา” บนเกาะซิซิลี อิตาลี ซึ่งยังคุกรุ่นและขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป เกิดการปะทุพ่นเถ้าถ่านสู่ชั้นบรรยากาศ จนต้องระงับเที่ยวบินขาเข้าชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารที่สนามบินคาตาเนีย 

สนามบินคาตาเนียออกแถลงการณ์ปิดน่านฟ้าในบริเวณที่เถ้าภูเขาไฟเอตนาปกคลุมทางตะวันตกเฉียงใต้ และระงับเที่ยวบินขาเข้าสนามบินจนถึงเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากเกิดการปะทุของภูเขาไฟเอตนาและการปล่อยเถ้าภูเขาไฟออกสู่ชั้นบรรยากาศจำนวนมาก

เที่ยวบินที่มีกำหนดเดินทางมายังเมืองคาตาเนียถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินอื่นบนเกาะซิซิลี ขณะที่เที่ยวบินขาออกจำนวนมากถูกยกเลิกตามไปด้วย ส่งผลให้ทั้งนักท่องเที่ยวที่กำลังเตรียมเดินทางไปพักผ่อน และนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางกลับประเทศของตนเอง ต้องตกค้างอยู่ที่สนามบิน

สถาบันธรณีฟิสิกส์และภูเขาไฟแห่งชาติของอิตาลี (INGV) ซึ่งเป็นหน่วยงานติดตามสถานการณ์ภูเขาไฟเอตนา รายงานว่า ภูเขาไฟยังคงเกิดกิจกรรมการปะทุอย่างรุนแรงที่ปล่อง “โวราจิเน” โดยมีการปะทุสลับกันทั้งในช่วงที่มีความรุนแรงสูงและช่วงที่ความรุนแรงลดลง

ต่อมา หลังระดับการแจ้งเตือนภูเขาไฟถูกลดจาก “สีแดง” เป็น “สีส้ม” สนามบินคาตาเนียได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการเที่ยวบินอีกครั้งในช่วงบ่ายวันเสาร์

ภูเขาไฟเอตนาเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นและมีความสูงมากที่สุดในยุโรป เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของซิซิลี ดึงดูดทั้งนักเดินป่าและนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เดินทางไปสัมผัสบริเวณเชิงเขา ขณะที่นักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเข้าใกล้สามารถชมความงดงามของภูเขาไฟได้จากระยะไกล โดยเฉพาะจากบริเวณทะเลไอโอเนียน.

ที่มา : Aljazeera

เรือล่มใกล้เทพีเสรีภาพ ผู้หญิง-ทารก 5 เดือนดับสลด จนท.ช่วยได้ 12 ราย

เรือล่มใกล้เทพีเสรีภาพ ผู้หญิง-ทารก 5 เดือนดับสลด จนท.ช่วยได้ 12 ราย

10 ส.ค. 2569 06:09 น.

เรือล่มใกล้เทพีเสรีภาพ ผู้หญิง-ทารก 5 เดือนดับสลด จนท.ช่วยได้ 12 ราย

เรือโดยสารลำหนึ่งล่มในน่านน้ำใกล้กับเทพีเสรีภาพของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นหญิงสาวกับทารกวัยเพียง 5 เดือน ขณะที่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ 12 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 ว่า เกิดเหตุเรือโดยสารล่มใกล้กับอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ ของสหรัฐอเมริกา จนส่งผลให้มีหญิงสาวและเด็กทารกเสียชีวิต ขณะที่ตำรวจจับกุมผู้ควบคุมเรือ และตั้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตกอยู่ในอันตราย

ตำรวจนิวยอร์กได้รับแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 911 เมื่อเวลาประมาณ 22:25 น. วันเสาร์ (8 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ว่ามีเรือพลิกคว่ำอยู่ในน่านน้ำใกล้กับเกาะลิเบอร์ตี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ชื่อดังแห่งนี้ ก่อนจะมีปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือครั้งใหญ่ โดยในตอนแรกเจ้าหน้าที่ช่วยผู้โดยสารขึ้นจากน้ำได้ 12 ราย ทั้งหมดมีอาการทรงตัว

ต่อมา ทีมนักประดาน้ำของตำรวจนิวยอร์กพบร่างของหญิงวัย 27 ปี และเด็กหญิงวัย 5 เดือน ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง แต่ถูกประกาศว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา

หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ (USCG) ระบุว่า ปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้ใช้เรือของหน่วยยามฝั่ง 2 ลำ, เรือดับเพลิง 4 ลำ, เรือตำรวจ 2 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ตำรวจ 1 ลำ

ด้านตำรวจนิวยอร์กระบุว่า พวกเขาจับกุมตัวผู้ควบคุมเรือ ซึ่งเป็นชาวเมืองแมนฮัตตันวัย 46 ปี และตั้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตกอยู่ในอันตราย รวม 13 กระทง และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่า เรือลำที่เกิดเหตุให้บริการเช่าเหมาลำอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

UAE ส่งตัว “คินาฮาน” หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ไปดำเนินคดีที่ไอร์แลนด์

UAE ส่งตัว "คินาฮาน" หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ไปดำเนินคดีที่ไอร์แลนด์

10 ส.ค. 2569 04:55 น.

UAE ส่งตัว “คินาฮาน” หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ไปดำเนินคดีที่ไอร์แลนด์

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ส่งตัวนาย แดเนียล คินาฮาน หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ กลับไปดำเนินคดีที่ไอร์แลนด์แล้ว หลังถูกจับตัวได้เมื่อเดือนเมษายน หลังใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยมานานนับสิบปี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ดำเนินการส่งตัวนาย แดเนียล คินาฮาน วัย 49 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่ ไปยังประเทศไอร์แลนด์แล้ว เพื่อนำตัวขึ้นศาลอาญาพิเศษในกรุงดับลิน ภายใต้ข้อหาจัดตั้งและบริหารองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

การส่งตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลฎีกาของดูไบมีคำตัดสินชี้ขาด ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่าง UAE และไอร์แลนด์ โดยคินาฮานถูกจับกุมที่ดูไบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาตามหมายจับของไอร์แลนด์ ในข้อหาก่ออาชญากรรมร้ายแรงแบบเป็นองค์กร, ฆาตกรรม และลักลอบค้ายาเสพติด หลังจากที่เขาใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยในดูไบมานานนับสิบปี

สหรัฐฯ และยุโรประบุว่า คินาฮานเป็น 1 ใน 3 ผู้นำของกลุ่มอาชญากรรมคินาฮาน (KOCG) โดยประเมินว่ามีทรัพย์สินมากกว่า 1,000 ล้านยูโร

เครือข่ายนี้เติบโตจากกลุ่มแก๊งข้างถนนในกรุงดับลิน จนกลายเป็นหนึ่งในแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก เชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติด การฟอกเงิน การค้าอาวุธปืน การชิงอำนาจนองเลือดกับแก๊งคู่แข่ง (แก๊งฮัตช์) รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับแก๊งค้ายาในอเมริกาใต้ มาเฟียจีน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอนด้วย

ก่อนหน้านี้ในปี 2565 สหรัฐฯ คว่ำบาตรคินาฮานและครอบครัว พร้อมตั้งเงินรางวัลจับกุมสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของทั้ง UAE กับ ไอร์แลนด์ ระบุร่วมกันว่า การส่งตัวครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “จะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการลอยนวลจากยุติธรรม”

เจ้าหน้าที่ไอร์แลนด์ได้ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ทั้งตำรวจพร้อมอาวุธ ทหาร และเจ้าหน้าที่เรือนจำ โดยคาดว่าจะควบคุมตัวเขาต่อไปยังเรือนจำพอร์ตลีส (Portlaoise) ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง

ทั้งนี้ คินาฮานนับเป็นผู้นำระดับสูงคนที่ 2 ของแก๊ง KOCG ที่ถูกส่งตัวมาจากดูไบ ต่อจาก ฌอน แมคกัฟเวิร์น ที่ถูกส่งตัวเมื่อปี 2567 และถูกตัดสินจำคุก 24 ปีไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

เปอร์โตริโกแล้งหนัก ต้องสลับตัดการจ่ายน้ำ กระทบผู้คนนับแสนราย

เปอร์โตริโกแล้งหนัก ต้องสลับตัดการจ่ายน้ำ กระทบผู้คนนับแสนราย

10 ส.ค. 2569 04:15 น.

เปอร์โตริโกแล้งหนัก ต้องสลับตัดการจ่ายน้ำ กระทบผู้คนนับแสนราย

รัฐเปอร์โตริโกของสหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการปันส่วนน้ำ โดยแบ่งประชาชนเป็น 2 กลุ่มแล้วสลับกันตัดการจ่ายน้ำ เพื่อรับมือภัยแล้งรุนแรงที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 รัฐบาลของรัฐเปอร์โตริโก ซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ในแคริบเบียน ประกาศใช้มาตรการปันส่วนน้ำประปาเพื่อรับมือภัยแล้งรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้น โดยจะแบ่งครัวเรือนออกเป็น 2 กลุ่ม และสลับกัน “ตัดการจ่ายน้ำครั้งละ 48 ชั่วโมง” กระทบประชาชนหลายแสนคนและที่อยู่อาศัยกว่า 180,000 แห่ง

เปอร์โตริโกประกาศใช้มาตรการดังกล่าวอย่างไม่มีกำหนด หลังจากพวกเขาต้องเผชิญเดือนกรกฎาคมที่แห้งแล้งที่สุดในประวัติศาสตร์ และปัจจุบันพื้นที่กว่า 68% ของเกาะตกอยู่ในภาวะภัยแล้ง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก “Carraízo” ลดลงสู่จุดวิกฤต

ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานเสื่อมโทรมทำให้น้ำประปาที่ผลิตได้ราว 65% สูญหายไปเปล่าๆ โดยไม่ได้รับค่าประปากลับคืนมา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากท่อน้ำรั่วและเก่าแก่ และปัญหาสะสมของตะกอนในอ่างเก็บน้ำ

นอกจากนั้น ผู้ว่าการรัฐ เจนนิเฟอร์ กอนซาเลซ ระบุว่า ยังมีไฟป่าซ้ำเติมภัยแล้งอีกกว่า 1,000 จุด และมีฝุ่นจากทะเลทรายซาฮาราปกคลุมน่านฟ้าแคริบเบียนซึ่งบดบังฝนไม่ให้ตกลงมามากเท่าที่ควร

มาตรการแบ่งสันปันส่วนน้ำของรัฐบาลเปอร์โตริโกทำให้ประชาชนต้องต่อคิวรอรับน้ำจากรถบรรทุกน้ำของรัฐบาลเพื่อนำใส่ภาชนะบรรจุกลับบ้าน ขณะที่เกิดความสับสนและความไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากในบางพื้นที่ที่ครบรอบต้องกลับมาจ่ายน้ำตามกำหนด 48 ชั่วโมงแล้ว แต่น้ำก็ยังไม่กลับมา

อนึ่ง เปอร์โตริโกเคยใช้มาตรการปันส่วนน้ำลักษณะนี้มาแล้วในปี 2558 และปี 2563 แต่ครั้งนี้ตอกย้ำถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและผลกระทบจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังยื่นมือเข้าให้ความช่วยเหลือในขณะนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โดรนปริศนาโผล่อีก ป่วนฐานทัพเยอรมนี หลังพบระเบิดที่ไลป์ซิก

โดรนปริศนาโผล่อีก ป่วนฐานทัพเยอรมนี หลังพบระเบิดที่ไลป์ซิก

10 ส.ค. 2569 02:39 น.

โดรนปริศนาโผล่อีก ป่วนฐานทัพเยอรมนี หลังพบระเบิดที่ไลป์ซิก

โดรนไม่ทราบที่มา 2 ลำ ถูกพบบินอยู่เหนือฐานทัพในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี เพียงไม่กี่วันหลังจากพบโดรนติดระเบิดที่สนามบินในเมืองไลป์ซิกเมื่อสัปดาห์ก่อน

ในวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 กองทัพเยอรมนีออกมายืนยัน พบเห็นโดรน 2 ลำบินอยู่ใกล้กับฐานทัพในเมืองเมเคอนิช (Mechernich) ใกล้กับเมืองบอนน์ เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) โดยมีรายงานว่าฐานทัพดังกล่าวเป็นที่เก็บชิ้นส่วนของระบบป้องกันทางอากาศ “แพทริออต” (Patriot) ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ

โฆษกหญิงของกองบัญชาการร่วมกองทัพเยอรมนีระบุว่า สารวัตรทหารได้เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุก่อนจะส่งมอบเรื่องให้แก่ตำรวจท้องที่ดำเนินการต่อ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีล่าสุดของการพบเห็นโดรนใกล้กับฐานทัพหรือสนามบินในหลายประเทศแถบยุโรป ที่ให้การสนับสนุนยูเครนในสงครามกับรัสเซีย โดยหลายฝ่ายกล่าวหารัสเซียว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างความปั่นป่วนเหล่านี้ แต่รัฐบาลเครมลินปฏิเสธความเกี่ยวข้องมาโดยตลอด

ด้านนายอเล็กซานเดอร์ โดบรินด์ท รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Bild เมื่อวันอาทิตย์ว่า เยอรมนีได้กลายเป็นเป้าหมายการโจมตีเพื่อ “ทำลายเสถียรภาพ” อยู่เป็นประจำ

ขณะนี้ เยอรมนีกำลังเร่งสืบสวน กรณีการพบโดรนติดระเบิดที่สนามบินไลป์ซิก/ฮัลเล ว่ามันสามารถเข้าไปถึงรันเวย์ของสนามบินได้อย่างไร โดยสนามบินแห่งนี้ถูกใช้งานโดยองค์การนาโต (Nato), กองทัพเยอรมนี และยังเป็นฐานปฏิบัติการของสายการบินอันโตนอฟ (Antonov Airlines) ของยูเครนอีกด้วย

เมื่อบีบีซีสอบถามเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องที่มาของโดรนที่พบเหนือเมืองเมเคอนิชเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางกองทัพเยอรมนีปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการสืบสวน

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นของเยอรมนีรายงานว่า ฐานทัพดังกล่าวมีคลังจัดเก็บอุปกรณ์และอะไหล่ที่ใช้สำหรับการบำรุงรักษาระบบขีปนาวุธแพทริออต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความสามารถของยูเครนในการสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซีย นับตั้งแต่มอสโกเปิดฉากโจมตียูเครนเต็มรูปแบบในปี 2565

ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ออกมาเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรจัดส่งยุทโธปกรณ์ให้พวกเขาเพิ่มเติม พร้อมเตือนว่ายูเครนกำลังจะหมดขีปนาวุธสำหรับสกัดกั้น

ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเคยเสนอจะมอบใบอนุญาตให้รัสเซียสามารถผลิตระบบป้องกันแพทริออตได้ด้วยตัวเอง กลับออกมากล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ไม่เคยมีข้อตกลงเช่นนั้นเกิดขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “โออิ” หยุดทำงาน หลังสัญญาณเตือนดัง

เตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “โออิ” หยุดทำงาน หลังสัญญาณเตือนดัง

10 ส.ค. 2569 01:48 น.

เตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “โออิ” หยุดทำงาน หลังสัญญาณเตือนดัง

เกิดสัญญาณเตือนดังขึ้นที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าในจังหวัดฟุกุอิ ของญี่ปุ่น ส่งผลให้เตาปฏิกรณ์ต้องหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค. 2569 บริษัท คันไซ อิเล็กทริก เพาเวอร์ เปิดเผยว่า เตาปฏิกรณ์หมายเลข 3 ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “โออิ” ในจังหวัดฟุกุอิ ได้หยุดทำงานโดยอัตโนมัติ หลังจากมีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น โดยตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ไม่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหลออกมาแต่อย่างใด

คันไซ อิเล็กทริก ชี้แจงว่า สัญญาณเตือนภัยได้ดังขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:55 น. ของวันเสาร์ เพื่อระบุถึงความผิดปกติของอุปกรณ์สร้างสนามแม่เหล็กที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของเตาปฏิกรณ์ ซึ่งเชื่อมต่ออยู่กับกังหัน ส่งผลให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเตาปฏิกรณ์หยุดทำงานโดยอัตโนมัติ

ทั้งนี้ เตาปฏิกรณ์แบบอัดความดัน (PWR) กำลังผลิต 1.18 ล้านกิโลวัตต์เครื่องที่ต้องหยุดทำการ จะมีอายุการใช้งานครบ 35 ปีในเดือนธันวาคมนี้ โดยมีกำหนดการตรวจเช็กตามรอบปกติในเดือนตุลาคม

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายนปี 2543 ก็เคยเกิดเหตุขัดข้องกับอุปกรณ์ชนิดเดียวกันนี้ที่เตาปฏิกรณ์หมายเลข 2 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “มิฮามะ” ของบริษัทเดียวกัน ในจังหวัดฟุกุอิ จนส่งผลให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเตาปฏิกรณ์ปิดตัวลงโดยอัตโนมัติ และปัจจุบันเตาปฏิกรณ์เครื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติการใช้งาน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantimes

ไต้หวันเล็งเพิ่มงบกลาโหมปี 2570 อีก 16% เสริมความแข็งแกร่งกองทัพ

ไต้หวันเล็งเพิ่มงบกลาโหมปี 2570 อีก 16% เสริมความแข็งแกร่งกองทัพ

10 ส.ค. 2569 00:14 น.

ไต้หวันเล็งเพิ่มงบกลาโหมปี 2570 อีก 16% เสริมความแข็งแกร่งกองทัพ

คณะรัฐมนตรีไต้หวันเตรียมเสนอเพิ่มงบประมาณกลาโหมปี 2570 อีก 16% เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของกองทัพ ท่ามกลางแรงกดดันจากประเทศจีนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 9 ส.ค. 2569 ว่า คณะรัฐมนตรีไต้หวันเตรียมเสนอปรับเพิ่มงบประมาณด้านการกลาโหมประจำปี 2570 ถึง 16% ซึ่งจะส่งผลให้งบประมาณดังกล่าวทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 1 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรก ในขณะที่ไทเปกำลังเร่งเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพเพื่อรับมือภัยคุกคามจากจีน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่จีน ซึ่งมองว่าไต้หวันที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนเอง เพิ่มแรงกดดันทางการทหารและการเมืองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่ออ้างสิทธิ์เหนือดินแดน ขณะที่ฝ่ายไทเปปฏิเสธอย่างรุนแรงมาตลอด

ถึงแม้ว่าไต้หวันจะได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ แต่หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง เขาก็กดดันให้ไต้หวันเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันตนเองด้วยเช่นกัน เพื่อรับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ

สื่อของไต้หวันระบุว่า ในร่างงบประมาณที่เสนอมากกว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันที่ 20 ส.ค.นี้นั้น รวมงบประมาณสำหรับหน่วยยามฝั่ง, ทหารผ่านศึก และโครงการพิเศษต่างๆ และจะมีสัดส่วนเกิน 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

รายงานระบุเสริมว่า ตัวเลขโดยละเอียดกำลังรอสรุปในการประชุมคณะรัฐมนตรีรอบสุดท้าย

ทั้งนี้ รัฐบาลไต้หวันกำหนดให้การปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยเป็นหนึ่งในแนวนโยบายหลัก และได้ให้คำมั่นหลายครั้งว่า จะทุ่มงบประมาณในการป้องกันประเทศมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการพัฒนาเรือดำน้ำที่ผลิตเอง อันเป็นผลจากภัยคุกคามจากจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

จีนเพิ่มแรงกดดันไต้หวันด้วยการ ส่งเรือของกองทัพออกลาดตระเวนรอบเกาะไต้หวันเกือบทุกวัน และมีการซ้อมรบเป็นระยะ โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2568

นอกจากนี้ จีนยังเร่งปรับปรุงกองทัพของตนให้ทันสมัยอย่างรวดเร็วด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ เครื่องบินขับไล่ล่องหน และขีปนาวุธ โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จีนประกาศปรับเพิ่มงบประมาณด้านการกลาโหมในปีนี้ขึ้นอีก 7% เป็น 1.91 ล้านล้านหยวน หรือราว 9.34 ล้านล้านบาท

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna