เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ “คยองกี” มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509080

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

26 ก.ย. 2565 10:43 น.

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ “คยองกี” มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

  • “คยองกี” เป็นจังหวัดหนึ่งในเกาหลีใต้ที่มีประชากรมากที่สุดถึงกว่า 13 ล้านคน ส่วนชื่อ คยองกี มีความหมายว่า “พื้นที่โดยรอบเมืองหลวง” เนื่องจากมีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 31 เมือง และเขตตั้งอยู่ล้อมรอบ 2 พื้นที่พิเศษ คือ กรุงโซล และมหานครอินชอน 
  • ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเยือนเกาหลีใต้ในปี 2562 อยู่ที่ 371,769 ราย คิดเป็นอันดับ 1 ของจำนวนนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกาหลีใต้ต้องจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ
  • ขณะที่เกาหลีใต้เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2565 โดยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจาก 46 ประเทศ รวมทั้งไทย สามารถเดินทางเข้าเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าและไม่ต้องกักตัว แต่ต้องลงทะเบียนผ่านระบบ K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ล่วงหน้าภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง 

สัปดาห์ที่ผ่านมาองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี (Gyeonggi Tourism Organization) ร่วมกับสายการบิน Korean Air จัดกิจกรรม FAM Tour (Familiarization Tour) เชิญผู้แทนสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว และบริษัททัวร์ เยี่ยมชมและสำรวจแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆ ในจังหวัดคยองกี เพื่อเปิดให้แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ให้เป็นที่รู้จักและเป็นจุดสนใจในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้น หลังจากเกาหลีใต้พบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 ทำให้รัฐบาลต้องจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ และเจอกับการระบาดหลายระลอก จนล่าสุดผ่านมากว่า 2 ปี การดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดได้สิ้นสุดลง ทางหน่วยงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ (Korea Disease Control and Prevention Agency: KDCA) ได้ประกาศยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดในประเทศได้ คงไว้แต่การสวมใส่หน้ากากอนามัย

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

ก่อนหน้านี้ สนามบินนานาชาติอินชอนของเกาหลีใต้ ระบุว่า ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยว 20,000 คนต่อวัน หลังจากเปิดพรมแดนครั้งแรกในรอบ 2 ปี ซึ่งถึงแม้ว่าจำนวนนักเดินทางจะยังไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนหน้าโรคระบาด ที่สนามบินเคยรับนักเดินทาง 200,000 รายต่อวัน แต่นับว่าเป็นก้าวสำคัญของการทยอยรับนักเดินทางกลับเข้าเกาหลีใต้

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

อัปเดตการเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้

เกาหลีใต้ได้เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจาก 46 ประเทศ รวมทั้งไทย สามารถเดินทางเข้าเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และไม่ต้องกักตัว แต่ผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาหลีใต้จะยังต้องลงทะเบียนผ่านระบบ K-ETA ล่วงหน้าภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง โดยมีค่าธรรมเนียม 10,000 วอน หรือประมาณ 300 บาท

เมื่อเดินทางถึงสนามบินเกาหลีใต้ นักท่องเที่ยวจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับ Q-CODE และเข้ารับการตรวจ RT-PCR ที่สนามบิน โดยต้องไปลงทะเบียนและรับคิวเข้ารับการตรวจที่ Covid-19 Testing Center ที่ตั้งอยู่ภายในสนามบิน และผู้เดินทางจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองเป็นจำนวนเงินคนละ 80,000 วอน หรือประมาณ 2,100 บาท จากนั้นจะต้องแจ้งผลทาง Q-CODE ภายใน 24 ชั่วโมง

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

อย่างไรก็ตามพบว่ามีเสียงสะท้อนเกี่ยวกับมาตรการตรวจ RT-PCR ที่สนามบิน ที่ถูกมองว่าเป็นการเสียเวลา เพิ่มความไม่สะดวก และเพิ่มภาระด้านค่าใช้จ่ายสำหรับนักเดินทางต่างชาติ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้หลายคนตัดสินใจยังไม่เดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ในช่วงนี้ หรืออาจจะหันไปจองทัวร์เที่ยวญี่ปุ่นแทน หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศจะผ่อนคลายข้อกําหนดการป้องกันโควิด-19 และกลับมาให้นักท่องเที่ยวเกือบ 70 ประเทศ รวมถึงไทย สามารถเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม ขณะเดียวกันทางการฮ่องกงก็ได้ตัดสินใจยกเลิกนโยบายกักตัวเพื่อดูอาการโควิด-19 ที่โรงแรม สำหรับผู้ที่เดินทางไปยังฮ่องกงแล้ว เริ่มมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 กันยายนนี้เป็นต้นไป

ทำให้ล่าสุดทางการเกาหลีใต้กำลังเตรียมพิจารณาที่คงไว้การเพียงลงทะเบียนผ่านระบบ K-ETA และเตรียมจะยกเลิกข้อกำหนดตรวจ RT-PCR ในอนาคตอันใกล้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการกลับมาประเทศท่องเที่ยวอีกครั้ง

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

“ผีน้อย” อุปสรรคน่าหนักใจของการท่องเที่ยวไทย-เกาหลี

ขณะที่อีกหนึ่งปัญหาข้อกังวลใจของนักเดินทาง นักท่องเที่ยวคนไทยที่จะไปท่องเที่ยวที่เกาหลีใต้คือ การลงทะเบียน K-ETA ไม่ผ่าน และมาตรการคัดกรองคนเข้าประเทศของด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ที่เข้มงวดอย่างมาก ทำให้มีข่าวการปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศและถูกส่งกลับประเทศจำนวนมาก อันเนื่องมาจากปัญหาลักลอบเข้าไปเป็นแรงงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ หรือ “ผีน้อย” ที่มีสถิติตัวเลขสูง โดยข้อมูลจากฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ระบุว่า ปัจจุบันยังมีคนไทยพำนักอย่างผิดกฎหมายในเกาหลีใต้มากถึง 139,245 คน

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

ทางด้าน นายเจริญ วังอนานนท์ ประธานสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวกล่าวว่า ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวคนไทยไปเกาหลีมากกว่า 600,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ช่วงโควิดการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ต้องหยุดชะงักไป และหลังจากโควิดคลี่คลายได้บางส่วน ก็พบว่าการเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก แม้ว่าทางเกาหลีจะพยายามผ่อนปรนสำหรับคนไทยหลายประการแล้ว โดยการยื่นเอกสารลงทะเบียน K-ETA และการตรวจ RT-PCR ยังเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับคนไทยที่เครดิตดีๆ และต้องการจะไปท่องเที่ยวจริงๆ หลายรายโดนสุ่มจากเอไอทำให้ไม่ผ่านขั้นตอนเหล่านี้ ทำให้ยังเป็นอุปสรรคสำคัญมาจนถึงขณะนี้ 

โดยนายเจริญกล่าวว่า หากทางการเกาหลีใต้ต้องการให้คนไทยไปเที่ยวเกาหลีใต้มากขึ้นก็ควรที่จะต้องลดเงื่อนไขต่างๆ ลงไปอยู่เหมือนในช่วงก่อนโควิด เพื่อให้การไหลเวียนของนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสะดวกมากขึ้น ในส่วนของ “ผีน้อย” ถือว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ในช่วงการท่องเที่ยวปกติ จำนวนนักท่องเที่ยวจริงๆ นั้นมีมากกว่าคนที่จะมาเป็นผีน้อยทำงานในเกาหลี

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

นายคัง ทงฮัน หัวหน้าฝ่ายธุรกิจท่องเที่ยงต่างประเทศและไมซ์ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี กล่าวว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมา ทางการเกาหลีใต้ดำเนินการส่งกลับนักเดินทางคนไทยมากเป็นอันดับ 1 และทางกระทรวงการกีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ รวมไปถึงทางจังหวัดคยองกี มีความกังวลเสมอมาว่า นี่จะเป็นปัญหาที่กระทบต่อการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงหลังเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน นายคัง ทงฮัน กล่าวว่า นับตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด จำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยลดลงไปถึง 95% และเมื่อตอนนี้กลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวได้อีกครั้ง ทางการเกาหลีใต้ก็มีความพยายามที่จะคิดแก้ปัญหาความกังวลใจของนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งในอนาคตอาจมีการประกาศให้นักท่องเที่ยวต้องยื่นขอวีซ่าอีกครั้ง เพื่อลดปัญหาความไม่แน่นอน แต่ยังต้องลงทะเบียน K-ETA ตามเดิม โดยเชื่อว่าในอนาคตระบบ K-ETA จะมีการพัฒนาให้สามารถคัดกรองคนเข้าประเทศได้อย่างแม่นยำ และนักเดินทางสามารถใช้งานได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

กระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองรองดึงดูดใจคนไทย

ในกิจกรรม FAM Tour ครั้งนี้ทางองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกีได้เชิญผู้แทนสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว และบริษัททัวร์ เข้าร่วมการสัมมนาธุรกิจกับผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดคยองกี 26 แห่ง เพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวในจังหวัดคยองกี ช่วยส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเกาหลีให้เป็นที่ดึงดูดใจคนไทยมากขึ้น

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

นายคิม บงกยูน หัวหน้าเลขาธิการ ประจำสำนักสมาชิกสภา จังหวัดคยองกี กล่าวว่า ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนประเทศเกาหลีมากที่สุด และหลังจากที่ตัวแทนขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ได้มีการประกาศว่าวิกฤตการณ์โควิด-19 กำลังจะจบลงแล้ว ทางจังหวัดคยองกีก็ไม่รอช้าที่จะเร่งการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้กลับมาเที่ยวจัดหวัดคยองกีอีกครั้ง

นายเจริญ วังอนานนท์ ประธานสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว กล่าวว่า มองว่าตลาดการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ยังมีแนวโน้มที่ดีหากมีการวางแผนและทำการตลาดร่วมกัน เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย 1 ล้านคน และในฐานะผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็ต้องผลิตสินค้าใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และในกรณีของจังหวัดคยองกีที่เป็นเมืองรองก็มีความน่าสนใจอย่างมากสำหรับ Incentive Tour กรุ๊ปทัวร์แบบเหมาท่องเที่ยวประจำปีเพื่อมาดูวิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนชนบท การปลูกผลไม้และการเกษตร

ในขณะเดียวกันนายเจริญมองว่า จากนี้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยน่าจะเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวกระจายไปยังเมืองรองมากขึ้น แทนที่จะอยู่ในเมืองหลวงอย่างเดียว ทำให้บริษัทท่องเที่ยวต้องเตรียมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยยกตัวอย่างการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ทางสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวต้องทำงานหนักถึงกว่า 10 ปีในการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยอย่างในปัจจุบัน

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

จังหวัดคยองกี มนต์เสน่ห์ 4 ฤดู 

“คยองกี” เป็นจังหวัดหนึ่งในเกาหลีใต้ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 31 เมือง ล้อมรอบไข่แดง “กรุงโซล” และมหานครอินชอน การเดินทางสามารถนั่งรถบัสจากสนามบินอินชอนมายังเมืองซูวอน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดคยองก โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที และหากนั่งรถไฟใต้ดินจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ปัจจุบันนี้คนไทยยังไม่ค่อยมีโอกาสเดินทางไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดคยองกีมากเท่ากับเมืองท่องเที่ยวที่คุ้นหูกันอย่างกรุงโซล ปูซาน และเกาะเชจู แม้ว่าคยองกีจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งด้านการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสัมผัสวัฒนธรรมในพื้นที่ต่างๆ

นายคัง ทงฮัน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า จังหวัดคยองกีมีความโดดเด่นในด้านการท่องเที่ยวที่สามารถไปเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนที่มีกิจกรรมทางน้ำและสวนสนุก เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิก็มีเทศกาลชมดอกไม้ และย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงก็สามารถไปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ ขณะที่หน้าหนาวก็มีกิจกรรมการเล่นหิมะและสกี โดยจุดที่คาดว่านักท่องเที่ยวไทยจะสนใจได้แก่ช่วงระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายนที่จะเป็นฤดูสตรอว์เบอร์รี่ มีการจัดงานเทศกาลสตรอว์เบอร์รี่ที่เมืองยางพยอง ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมและชิมสตรอว์เบอร์รี่สดๆ จากไร่ 

นอกจากนี้ไฮไลต์ที่สำคัญคือ การสักการะพระพุทธรูปนอน ที่วัดวาอูจองซา ในเมืองยงอิน สร้างขึ้นเมื่อปี 2513 ภายในวัดมีพระพุทธรูปทั้งหมดมากกว่า 3,000 องค์ นับเป็นสถานที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมทางพุทธศาสนา 

ขณะที่ เมืองพูชอน ในจังหวัดคยองกี ที่อยู่ห่างจากโซลไปประมาณ 25 กิโลเมตร ก็กำลังจะมีการจัดงานเทศกาลทางศิลปะ 4 งานสำหรับคนหลากหลายกลุ่ม ที่ Bucheon City Hall ได้แก่ เทศกาลแสดงภาพยนตร์ เทศกาลแอนิเมชัน เทศกาลบีบอย และงานเทศกาลหนังสือการ์ตูน ซึ่งจะมีโปรแกรมให้เลือกติดตามมากมาย

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

สำหรับคนที่ชื่นชอบพืชพรรณไม้สมุนไพร ยังมี “Herb Island” แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาของเมืองโพชอน ภายในมีพิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์สมุนไพรใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสมุนไพรนานาชนิดกว่า 350 ชนิด บนเนื้อที่กว่า 6,600 ตารางเมตร โดยเมื่อปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวที่ Herb Island มากกว่า 1 ล้านคน ขณะที่ที่พักซึ่งมีให้เลือกหลากหลายโซนก็มักจะถูกจองเต็มหมด แต่ช่วงสถานการณ์โควิดทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเยือน เลยต้องปิดสถานที่ชั่วคราว

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

คุณคิม อ๊ก เจ้าของ Herb Island เปิดเผยว่า คนงานประมาณ 30 คนได้มีการดูแลรักษาต้นไม้และอาคารสถานที่อย่างดีเพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวกลับมาเต็มรูปแบบอีกครั้ง โดยแนะนำอาหารของที่นี่ซึ่งปรุงจากผักสมุนไพรสดๆ ที่ปลูกเอง โดยเฉพาะเมนู “บิบิมบับดอกไม้” ราดน้ำซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 15 เมนูที่อร่อยที่สุดของจังหวัดคยองกี

เกาหลีใต้ต้อนรับนทท.ไทยสู่ "คยองกี" มนต์เสน่ห์ใกล้โซลที่ทุกคนต้องมาเยือน

สำหรับผู้ชื่อชอบภาพยนตร์และละครเกาหลีก็น่าจะสนใจแหล่งท่องเที่ยวที่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังและละครหลายเรื่อง อย่างถ้ำใน Hantangang Geopark สถานที่ถ่ายทำฉากหนึ่งในภาพยนตร์ซอมบี้เรื่อง Kingdom ซึ่งทางจังหวัดคยองกีได้ยื่นองค์การยูเนสโกเพื่อขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว และกำลังจะประกาศรับรองเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังมีสะพาน Hantangang Sky Bridge ที่เป็นฉากหนึ่งในเรื่อง Crash Landing on you และเรื่องรักมั้ยนะ เลขาคิม ที่หลายคนมาเห็นแล้วจะต้องคุ้นตา 

นอกจากนี้ หากไปเยือนจังหวัดคยองกี ยังมีสถานที่สวยงามทางประวัติศาสตร์ให้ไปเยี่ยมชม อาทิ ป้อมปราการฮวาซอง สถาปัตยกรรมพระราชวังแห่งราชวงศ์โชซอน ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอน ปัจจุบันเป็นแหล่งมรดกโลก 

ส่วนผู้ที่มีความสนใจด้านประวัติศาสตร์สงคราม และการเมืองของเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ก็สามารถมาเยี่ยมชมที่หอสังเกตการณ์โจกัง ใกล้เขตปลอดทหาร บริเวณพรมแดนเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ที่คั่นกลางด้วยแม่น้ำอิมจิน สามารถมองดูประเทศเกาหลีเหนือผ่านกล้องส่องทางไกลบนหอสังเกตการณ์ได้ และยังมีเขตปลอดทหาร (Demilitarized zone) ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์สงครามเกาหลี และสะพานเสรีภาพที่เชื่อมต่อเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ.

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูลเพิ่มเติม : 

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดคยองกี

ggtour.or.kr

overseas.mofa.go.kr 

kto.or.th 

สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “โนรู” ขึ้นฝั่งทาง ตอ.ของฟิลิปปินส์ ฝนตกหนักลมกระโชกแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509860

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นโนรู พัดขึ้นฝั่งที่เกาะทางภาค ตอ.เฉียงเหนือของฟิลิปปินส์ เร่งอพยพประชาชน สั่งปิดโรงเรียนและสถานที่ราชการ พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอิทธิพลของพายุลูกนี้

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น "โนรู" ขึ้นฝั่งทาง ตอ.ของฟิลิปปินส์ ฝนตกหนักลมกระโชกแรง

26 ก.ย. 2565 08:53 น.

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 25 ก.ย. 2565 ตามเวลาท้องถิ่น พายุไต้ฝุ่นโนรู (Noru) หรือที่ชาวฟิลิปปินส์เรียกชื่อว่า “ไต้ฝุ่นคาร์ดิ้ง” (Karding) ได้พัดขึ้นฝั่งที่เกาะโปลิลโล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ด้วยเร็วลมสูงถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมกระโชกสูงสุดถึง 295 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนที่พายุลูกนี้จะพัดเข้าสู่บริเวณเมืองเบอร์เดออส ในจังหวัดเกซอน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งฟิลิปปินส์ประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากอิทธิพลของพายุโนรูที่ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในหลายจังหวัดทางภาคเหนือของฟิลิปปินส์ รวมทั้งคายากัน และอิซาเบลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เพิ่งประสบภัยพายุโซนร้อนหมาอ๊อนไปเมื่อเดือนก่อน

ก่อนหน้านี้ทางการฟิลิปปินส์มีคำสั่งอพยพประชาชนแล้วกว่า 10,000 คน นอกจากนี้ได้สั่งปิดโรงเรียนและสถานที่ราชการ พร้อมเตือนการเกิดน้ำท่วมสูงฉับพลันที่กรุงมะนิลา นอกจากนี้อาจทำให้เกิดดินโคลนถล่ม และเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลระวังอันตรายของการเกิดพายุคลื่นยกซัดฝั่ง (Storm surge)

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดว่าพายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 27-28 กันยายนนี้.

ไฟไหม้รุนแรงตลาดค้าส่งอาหารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509877

ไฟไหม้รุนแรง เผาวอดตลาดค้าส่งของสด เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส สั่งเร่งอพยพคนงานกว่า 12,000 คนออกจากตลาด เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ

ไฟไหม้รุนแรงตลาดค้าส่งอาหารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศส

26 ก.ย. 2565 08:31 น.

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2565 เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่โกดังเก็บสินค้า ภายใน “เริงกีส์ อินเตอร์เนชั่นแนล มาร์เก็ต” ตลาดค้าส่งของสด เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ อาหารทะเล และดอกไม้ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ไฟไหม้รุนแรงตลาดค้าส่งอาหารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศส

โดยควันไฟสีดำพวยพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศ ทางการเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบตลาดเริงกีส์ และคนงานกว่า 12,000 คนเร่งอพยพออกไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยชั่วคราว ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เร่งควบคุมเปลวไฟที่ลุกไหม้ อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ และยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของไฟไหม้ นอกจากนี้ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าความเสียหายจากไฟไหม้รุนแรงในครั้งนี้.

สวิตเซอร์แลนด์โละโมเดอร์นาลอตใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509865

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ตัดสินใจเตรียมทำลายวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นา จำนวน 10.3 ล้านโดส ที่กำลังจะหมดอายุในสัปดาห์นี้ โดยเป็นวัคซีนที่เก็บอยู่ในคลังกองทัพ 2.5 ล้านโดส และเก็บอยู่ในคลังในประเทศเบลเยียม 7.8 ล้านโดส ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันว่า วัคซีนที่จะถูกทำลายคิดเป็นมูลค่ากว่า 285 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 10,260 ล้านบาท

สวิตเซอร์แลนด์โละโมเดอร์นาลอตใหญ่

26 ก.ย. 2565 06:21 น.

สาธารณสุขสวิตเซอร์แลนด์ยังชี้แจงด้วยว่า สาเหตุที่มีวัคซีนค้างสต๊อกจำนวนมาก เนื่องจากรัฐบาลไม่อยากพึ่งพาวัคซีนตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป ทำให้ต้องสั่งเผื่อไว้ ส่วนสื่อท้องถิ่นระบุว่า สวิตเซอร์แลนด์มีวัคซีนเกินความต้องการประมาณ 38 ล้านโดส ซึ่งทั้งหมดกำลังจะหมดอายุก่อนสิ้นปี 2565

วันเดียวกัน นายอัลเบิร์ต บัวร์ลา ประธานบริหารบริษัทไฟเซอร์ วัย 60 ปี ติดเชื้อโควิด-19 รอบสอง หลังเพิ่งติดเชื้อครั้งแรกไปเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และได้รับยาต้านไวรัสตัวใหม่แพกซ์โลวิด แต่การติดเชื้อรอบใหม่เจ้าตัวไม่แสดงอาการป่วยแต่อย่างใด.

จับตา ‘สี จิ้นผิง’ จะได้เป็น ปธน.จีนสมัยที่ 3? เจอปล่อยข่าวถูกยึดอำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509450

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การปล่อยข่าวลือกระหึ่มโลกโซเชียล ‘สี จิ้นผิง’ ประธานาธิบดีจีนถูกกักตัวไว้ในบ้านพักเมื่อ 24 ก.ย.2565  เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ ขณะทางการจีนกำลังเตรียมจัดการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ หลังจากถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่จะมีการจัดประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนในทุก 5 ปี 

จับตา ‘สี จิ้นผิง’ จะได้เป็น ปธน.จีนสมัยที่ 3? เจอปล่อยข่าวถูกยึดอำนาจ

25 ก.ย. 2565 16:05 น.

เพียงแต่ การประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะถือเป็นการแสดงความชัดเจนว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในวัย 69 ปี จะได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนติดต่อเป็นสมัยที่ 3 หรือไม่

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2496 ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน, ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน และประธานคณะกรรมาธิการทางทหารส่วนกลาง โดย สี จิ้นผิง เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2556 สืบต่อจากอดีตประธานาธิบดีหู จิ่นเทา

จับตา ‘สี จิ้นผิง’ จะได้เป็น ปธน.จีนสมัยที่ 3? เจอปล่อยข่าวถูกยึดอำนาจ

แก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางดำรงตำแหน่งผู้นำจีน 3 สมัย

ในปี 2561 ที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ได้มีมติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ ยกเลิกข้อจำกัดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดีจีน ออกไปโดยไม่มีกำหนด จากเดิมที่กำหนดให้ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 วาระ หรือ 10 ปี

การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำคัญครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดทางไปสู่การต่ออายุวาระดำรงตำแหน่งของสี จิ้นผิง ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 หรือ 10 ปี และจะหมดวาระดำรงตำแหน่งในปี 2566

ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ นับเป็นการเปลี่ยนกฎหมายตามรัฐธรรมนูญของเติ้ง เสี่ยวผิง ที่กำหนดให้ผู้นำทางการเมืองดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย หรือ 10 ปีเท่านั้น

สุดผวา พายุไต้ฝุ่นโนรู มาแล้ว ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว ไทย โดนเต็มๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509226

สุดผวา พายุไต้ฝุ่นโนรู มาแล้ว ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว ไทย โดนเต็มๆ

25 ก.ย. 2565 09:23 น.

สุดผวา พายุไต้ฝุ่นโนรู มาแล้ว ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว ไทย โดนเต็มๆ

จับตา พายุไต้ฝุ่นโนรู จ่อขึ้นฝั่งภาคเหนือฟิลิปปินส์ ก่อนมีแนวโน้มเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตก มุ่งหน้ามายัง เวียดนาม สปป.ลาว และไทย อุตุฯ แจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากอิทธิพลของพายุโนรู

รอยเตอร์ รายงานว่า พายุโซนร้อนโนรู (Noru) ทวีกำลังเป็นพายุไต้ฝุ่นแล้ว เตรียมเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางภาคเหนือของฟิลิปปินส์ ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งฟิลิปปินส์ประกาศแจ้งเตือนประชาชนเมื่อวันเสาร์ที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ระวังอันตรายจากอิทธิพลของ พายุโนรู  ที่คาดว่าจะก่อให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในหลายจังหวัดทางภาคเหนือของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เพิ่งประสบภัยพายุโซนร้อนหมาอ๊อนไปเมื่อเดือนก่อน

สำนักอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า พายุโนรู จะก่อให้เกิดฝนตกหนักในหลายจังหวัด รวมทั้งคายากัน และอิซาเบลา ตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 24 ก.ย. ก่อนที่พายุกำลังแรงลูกนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในวันนี้ (25 ก.ย.)

สุดผวา พายุไต้ฝุ่นโนรู มาแล้ว ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว ไทย โดนเต็มๆ
ภาพแนวโน้มทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่นนารู ที่จะขึ้นฝั่งทางภาคเหนือของฟิลิปปินส์ มุ่งหน้ามาทางทิศตะวันตก สู่เวียดนาม สปป.ลาว และภาคอีสานของไทย

ด้านสำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สำนักอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา ของ สปป.ลาว ได้แจ้งเตือนประชาชนทั่วประเทศเฝ้าระวังความเสี่ยงดินถล่ม น้ำท่วม ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโนรู

สำนักอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของ สปป.ลาว ระบุว่า พายุโนรูกำลังมุ่งหน้ามาทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ในช่วงวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ (24-25 ก.ย.) จากนั้นจะเคลื่อนตัวสู่เวียดนามในวันจันทร์ที่ 26 ก.ย. และเข้าสู่ สปป.ลาว ช่วงวันอังคารถึงวันพุธ (27-28 ก.ย.) ซึ่งอาจทำให้มีฝนตกระดับปานกลางถึงหนักทั่วประเทศ โดยเฉพาะจะเกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรกทางตอนเหนือของ สปป.ลาว ซึ่งรวมถึงนครเวียงจันทน์ จึงเตือนประชาชนเฝ้าระวังพร้อมกับแนะนำผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน.

Cr ภาพ : Twitter#TyphoonNoru

ปธน.อิหร่านเตรียมดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อการประท้วงครั้งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509221

ประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านต้องจัดการอย่างเด็ดขาดกับการประท้วงที่ขยายวงกว้างไปทั้งประเทศ จากการเสียชีวิตของหญิงคนหนึ่งซึ่งถูกควบคุมตัวโดยตำรวจศีลธรรม ที่ถูกกล่าวว่ากระทำผิดกฎการสวมผ้าคลุมศีรษะ

ปธน.อิหร่านเตรียมดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อการประท้วงครั้งใหญ่

25 ก.ย. 2565 09:19 น.

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 ราย จากเหตุการณ์ความไม่สงบตลอดสัปดาห์ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขอย่างเป็นทางการยังไม่ได้รับการเปิดเผย การประท้วงได้ลุกลามไปยัง 31 จังหวัดของประเทศ

สื่อของรัฐอ้างคำพูดของนายไรซีว่า อิหร่านต้อง “จัดการกับผู้ที่คัดค้านความมั่นคงและความสงบของประเทศอย่างเด็ดขาด” นายไรซีได้โทรศัพท์ไปคุยกับครอบครัวของสมาชิกกองกำลังอาสาสมัครบาซิจที่เสียชีวิตขณะปราบปรามเหตุความไม่สงบในเมืองมาชาด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

สื่อของรัฐรายงานว่า ผู้นำอิหร่าน “เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแยกแยะระหว่างการประท้วงกับการรบกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความมั่นคง และเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการจลาจล”

การประท้วงปะทุขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่งานศพของ มาห์ซา อามินี หญิงชาวเคิร์ดวัย 22 ปี ที่เสียชีวิตหลังจากเข้าสู่อาการโคม่านาน 3 วัน หลังจากถูกคุมขังในกรุงเตหะรานโดยตำรวจศีลธรรมที่บังคับใช้กฎฮิญาบที่เกี่ยวข้องกับการแต่งกายของสตรี

การตายของเธอได้จุดชนวนความโกรธเคืองในประเด็นต่างๆ รวมถึงข้อจำกัดเกี่ยวกับเสรีภาพส่วนบุคคลในอิหร่าน การแต่งกายที่เข้มงวดสำหรับผู้หญิง และเศรษฐกิจที่ตกต่ำจากการคว่ำบาตร

ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการประท้วงครั้งนี้ มีการเผาผ้าคลุมศีรษะ ผู้หญิงบางคนได้ตัดผมของตนเองในที่สาธารณะ ในขณะที่ฝูงชนที่โกรธแค้นเรียกร้องให้มีการโค่นล้ม อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

การประท้วงครั้งนี้นับว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การประท้วงเรื่องราคาน้ำมันในปี 2019 ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,500 ศพ ในระหว่างการปราบปรามผู้ประท้วง ซึ่งนับเป็นการเผชิญหน้านองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิหร่าน

ส่วนในอิรัก ชาวอิรักและอิหร่านเชื้อสายเคิร์ดจำนวนมากได้รวมตัวกันนอกบริเวณของสำนักงานของสหประชาชาติในเมืองเออร์บิลเมื่อวันเสาร์ ถือป้ายที่มีรูปถ่ายของอามินีพร้อมตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศ” ซึ่งหมายถึงนายคาเมเนอี

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลในอิหร่าน ซึ่งกล่าวหาว่ากลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ กล่าวว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านได้ยิงปืนใหญ่ใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มต่อต้านชาวเคิร์ดในภูมิภาคเคิร์ดทางเหนือของอิรัก.

ที่มา : รอยเตอร์

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธต้องสงสัยไปยังทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509215

เจ้าหน้าที่ทหารเกาหลีใต้กล่าวว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธต้องสงสัยออกสู่ทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกในวันนี้ (25 ก.ย.) หลังจากที่เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เดินทางมาถึงเกาหลีใต้ เพื่อร่วมในการซ้อมรบร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ และก่อนหน้าการเยือนเอเชียของ นางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธต้องสงสัยไปยังทะเล

25 ก.ย. 2565 08:43 น.

กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ขีปนาวุธพิสัยใกล้ถูกยิงมาจากพื้นที่ใกล้กับเมืองแทชอน ในจังหวัดพยองยานเหนือของเกาหลีเหนือ ในช่วงก่อนเวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ด้านนายยาสุกาซุยามาดะ รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่น คาดว่าขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงไปที่ความสูงสุดที่ 50 กิโลเมตร และอาจบินในวิถีที่ไม่ปกติ และตกในพื้นที่นอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น และไม่มีรายงานว่าส่งผลกระทบต่อการเดินเรือและการขนส่งทางอากาศ ด้านสื่อของรัฐเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีเหนืออาจกำลังเตรียมทดสอบขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายลูกที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้รับการออกแบบให้สามารถหลบเลี่ยงระบบการป้องกันขีปนาวุธด้วยการหลบหลีกระหว่างการบิน และการบินบนวิถีที่ต่ำลงกว่าปกติ

นายยามาดะ กล่าวว่า หากนับรวมการใช้ขีปนาวุธร่อน นี่ถือเป็นการยิงครั้งที่ 19 ซึ่งนับว่าเร็วมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การกระทำของเกาหลีเหนือแสดงถึงภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของประเทศ ภูมิภาค และประชาคมระหว่างประเทศ และการทำเช่นนี้ในขณะที่ยังคงมีการรุกรานยูเครน เป็นสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยได้

เรือยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์เทียบท่าในเมืองปูซานทางตอนใต้ของเกาหลีใต้เมื่อวันศุกร์ เพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วมกันนอกชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีใต้ กองทัพเรือเกาหลีใต้ระบุว่า การฝึกปฏิบัตินี้มีขึ้นเพื่อ “สันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี” นางแฮร์ริสจะไปเยือนเกาหลีใต้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางไปยังภูมิภาคเอเชีย รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังจะร่วมงานรัฐพิธีศพของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะของญี่ปุ่นด้วย

ประธานาธิบดียุน ซอกยอล แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม ได้ให้คำมั่นว่าจะมีท่าทีที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในเกาหลีเหนือ และชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากขึ้น.

ที่มา : รอยเตอร์

เปิดข้อเท็จจริงขณะนี้ ‘สี จิ้นผิง’ โดนก่อรัฐประหาร ถูกคุมตัวจริงหรือไม่?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509206

เปิดข้อเท็จจริงขณะนี้ ‘สี จิ้นผิง’ โดนก่อรัฐประหาร ถูกคุมตัวจริงหรือไม่?

25 ก.ย. 2565 08:00 น.

เปิดข้อเท็จจริงขณะนี้ ‘สี จิ้นผิง’ โดนก่อรัฐประหาร ถูกคุมตัวจริงหรือไม่?

สถานการณ์ทางการเมืองในจีนกำลังถูกจับตาติดตามอย่างใกล้ชิด หลังเกิดข่าวลือกระหึ่มโลกโซเชียลว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนถูกควบคุมตัวไว้ในบ้านพัก จนแฮชแท็ก #XiJinping พุ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์ แต่จนถึงขณะนี้บรรดาสื่อหลักในต่างประเทศยังไม่มีการรายงานข่าวยืนยันในเรื่องนี้แต่อย่างใด

และนี่คือข้อมูลเบื้องต้นของที่มาที่ไปว่าทำไมเกิดข่าวลือบนโลกออนไลน์ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ถูกทหารบางกลุ่มก่อรัฐประหาร และควบคุมตัวสี จิ้นผิงไว้ในบ้านพัก

  • บนอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยรายงานที่ระบุว่า “มีบางอย่างเกิดขึ้นในจีน” โดยผู้คนมีการคาดเดากันตั้งแต่เกิดการก่อรัฐประหารทางการเมือง หรือทางทหารต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อีกทั้งมีการเคลื่อนไหวทางทหารในภาคตะวันตกของจีน
  • มีการอ้างหลักฐานว่า มีเที่ยวบินในบางพื้นที่ของประเทศจีนถูกยกเลิกเที่ยวบินเป็นจำนวนมาก และไม่มีใครเห็น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ปรากฏตัวในที่สาธารณะมาระยะหนึ่งแล้ว พร้อมกันยังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอรถทหารจำนวนหนึ่งมุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง
เปิดข้อเท็จจริงขณะนี้ ‘สี จิ้นผิง’ โดนก่อรัฐประหาร ถูกคุมตัวจริงหรือไม่?
AFP เผยภาพล่าสุดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ขณะพบหารือกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่อุซเบกิสถาน เมื่อ 16 ก.ย.2565
  • อย่างไรก็ตาม จนถึงเช้าวันที่ 25 ก.ย. 2565 ยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดออกมาคาดเดาเกี่ยวกับข่าวนี้ หรือยืนยันว่ามีการเคลื่อนไหวทางทหารทางภาคตะวันตกของจีนดังกล่าวจริงหรือไม่ อีกทั้งข่าวลือว่าเกิดรัฐประหารในจีน ที่ถูกแชร์ว่อนบนโลกโซเชียลนั้นเกิดขึ้นโดยเฉพาะในอินเดีย
  • ตามความเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองในจีน มีความเห็นว่า ยังไม่มีหลักฐานอะไรบ่งชี้ขณะนี้ เกิดการรัฐประหารในจีน เพื่อหวังยึดอำนาจประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
  • เซาท์ไชน่า มอร์นิงโพสต์ สื่อใหญ่ที่รายงานข่าวเป็นภาษาอังกฤษในฮ่องกง ยังไม่มีการรายงานว่าเกิดรัฐประหารทางการเมือง หรือทางทหารในจีนจนถึงขณะนี้แต่อย่างใด.

ที่มา : outlookindia

ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ดาราหนุ่มแคนาดา ข้อหาฆาตกรรมแม่ตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2509185

ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ดาราหนุ่มแคนาดา ข้อหาฆาตกรรมแม่ตัวเอง

25 ก.ย. 2565 04:22 น.

ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ดาราหนุ่มแคนาดา ข้อหาฆาตกรรมแม่ตัวเอง

ศาลแคนาดาตัดสินจำคุกคลอดชีวิตอดีตนักแสดงเด็กชื่อดัง ผู้ก่อเหตุฆาตกรรมแม่ของตัวเองภายในบ้าน รวมถึงมีแผนสังหารนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ด้วย

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ศาลสูงสุดรัฐบริติช โคลัมเบีย ในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา มีคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ 21 ก.ย. 2565 ให้จำคุกตลอดชีวิต นายไรอัน แกรนต์แฮม นักแสดงหนุ่มวัย 24 ปี ผู้มีผลงานมากมายตั้งแต่เด็ก รวมถึงร่วมแสดงในซีรีส์ดังเรื่อง ‘ริเวอร์เดล’ (Riverdale) หลังจากเขายอมรับผิดว่าฆาตกรรม นางบาร์บารา เวต มารดาของเขาเองเมื่อปี 2563

ตามเอกสารของศาล นายแกรนต์แฮม ยอมรับผิดในข้อหาฆาตกรรมระดับ 2 โดยเขาสารภาพว่า ใช้อาวุธปืนยิงแม่ตัวเองเข้าที่หลังศีรษะ ขณะที่เธอกำลังเล่นเปียโนอยู่ในบ้านของทั้งคู่ ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองแวนคูเวอร์ ขณะที่อัยการระบุด้วยว่า อดีตนักแสดงหนุ่มผู้นี้ยังวางแผนจะสังหาร นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีของแคนาดาด้วย

ทั้งนี้ นายแกรนต์แฮมใช้กล้องโก-โปรถ่ายคลิปวิดีโอหลังจากก่อเหตุเอาไว้ด้วย โดยเขาบันทึกภาพร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นแม่ จากนั้นหลังจากดื่มเบียร์และเสพกัญชานานหลายชั่วโมง เขาก็นำปืน 3 กระบอก พร้อมกระสุน, ระเบิดขวดที่เขาทำเองจำนวน 12 ขวด และอุปกรณ์ตั้งแคมป์ขึ้นรถแล้วขับไปยังทิศทางที่มุ่งสู่ ‘ริโด คอทเทจ’ ซึ่งเป็นที่พักขอนายทรูโด

แกรนต์แฮมขับรถมุ่งตะวันออกเป็นระยะทางกว่า 200 กม. ไปยังเมืองโฮป ก่อนจะวกรถกลับมาแล้วขับไปยังสถานีตำรวจแวนคูเวอร์เพื่อมอบตัว โดยเขาบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า “ผมสังหารแม่ตัวเอง”

ขณะที่ศาลระบุระหว่างพิจารณาคดีด้วยว่า นายแกรนต์แฮมคิดที่จะก่อเหตุกราดยิงบนสะพานไลออนส์ เกต ในแวนคูเวอร์ หรือที่มหาวิทยาลัย ไซมอน เฟรเซอร์ ที่เขาเคยเรียนอยู่ ก่อนจะเปลี่ยนใจเข้ามอบตัว

อนึ่ง ไรอัน แกรนต์แฮม เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่เด็ก เคยได้รับรางวัลนักแสดงชายยอมเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์สั้นแวนคูเวอร์ จากบทบาทในภาพยนตร์เรื่อง ‘Liz’ (ปี 2554) และคว้ารางวัลนักแสดงรุ่นเยาว์ สาขาแสดงหนังสั้นยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Liz’ และ ‘The Anachronism’ (ปี 2551) ด้วย

นักแสดงหนุ่มผู้นี้ยังเคยร่วมแสดงในละครซีรีส์ ริเวอร์เดล ของสถานีโทรทัศน์ CW จำนวน 1 ตอน ในปี 2562 และไปปรากฏตัวในซีรีส์ Supernatural และภาพยนตร์ Diary of a Wimpy Kid ในปี 2553 ด้วย

ตลอดเวลา 2 ปีครึ่งที่นายแกรนต์แฮมอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ เขาเข้าโครงการรักษาอาการทางจิตอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างการพิจารณาคดี ทนายความของเขาพยายามโต้แย้งว่า แกรนต์แฮมต้องทนต่อสู้กับความวิตกกังวลและอาการซึมเศร้า รวมถึงเคยแสดงความต้องการจบชีวิตตนเองและทำร้ายคนอื่นหลายเดือนก่อนเกิดเหตุ

แต่ในท้ายที่สุด ศาลก็ตัดสินจำคุกนายแกรนต์แฮมตลอดชีวิต โดยจะไม่สามารถทำทัณฑ์บนเพื่อขอลดหย่อนโทษได้ในช่วง 14 ปีแรกของการรับโทษ.