เหตุสลดไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ยอดตายพุ่ง 35 ศพ พบศพเพิ่มในซากเรือ ยังสูญหายกว่า 50 คน

เหตุสลดไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ยอดตายพุ่ง 35 ศพ พบศพเพิ่มในซากเรือ ยังสูญหายกว่า 50 คน

12 ก.ย. 2569 11:32 น.

เหตุสลดไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ยอดตายพุ่ง 35 ศพ พบศพเพิ่มในซากเรือ ยังสูญหายกว่า 50 คน

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ในฟิลิปปินส์เพิ่มเป็น 35 ศพ หลังเจ้าหน้าที่กู้ร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 30 รายภายในซากเรือ ขณะที่ยังมีผู้สูญหายมากกว่า 50 คน เร่งเดินหน้าค้นหาต่อเนื่อง

หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากเรือ เอ็มวี จูน แอสเตอร์ (MV June Aster) ได้อีก 30 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ครั้งนี้เพิ่มเป็น 35 ราย

เรือดังกล่าวเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะกำลังเดินทางเข้าใกล้จุดหมายปลายทางที่เมืองโกรอน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในจังหวัดปาลาวัน หลังออกเดินทางจากกรุงมะนิลา

ขณะเกิดเหตุบนเรือมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 134 คน แบ่งเป็นผู้โดยสาร 117 คน และลูกเรือ 17 คน โดยมีผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 43 คน หลายรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา ขณะที่ยังมีผู้สูญหายมากกว่า 50 คน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ภายในซากเรือยังมีร่างผู้เสียชีวิตเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถขึ้นไปบนเรือได้ เนื่องจากยังมีควันพิษและความร้อนสูง จนกระทั่งวันศุกร์จึงสามารถเข้าไปดำเนินการกู้ร่างได้

โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า ร่างผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกพบในบริเวณห้องพักหรือพื้นที่นอนของเรือ ซึ่งกำลังเดินทางเป็นเวลานานถึง 22 ชั่วโมง

เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการกู้และพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตตามขั้นตอน พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้

จากการสอบปากคำผู้รอดชีวิตเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ต้นเพลิงอาจเริ่มขึ้นบริเวณห้องเก็บสินค้า ขณะที่ผู้โดยสารบางส่วนไม่ได้สวมเสื้อชูชีพในช่วงเกิดเหตุ

ผู้รอดชีวิตรายหนึ่งเล่าว่า หลังเกิดไฟไหม้ เขาได้ยินเสียงผู้คนร้องด้วยความตื่นตระหนกบนเรือ ขณะพยายามหาทางหนีออกจากพื้นที่ และยังถูกผู้โดยสารที่กำลังแตกตื่นเหยียบจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือขึ้นเรือกู้ภัย

ขณะนี้หน่วยงานด้านการเดินเรือของฟิลิปปินส์กำลังสอบสวนหาสาเหตุและรายละเอียดของเหตุการณ์ โดยจะตรวจสอบทั้งข้อมูลในบัญชีผู้โดยสาร ความถูกต้องของการบรรทุกสินค้า รวมถึงขั้นตอนการรับมือเหตุฉุกเฉินของลูกเรือ

เรือเอ็มวี จูน แอสเตอร์ สร้างขึ้นในปี 2002 และมีใบรับรองด้านความปลอดภัยที่ยังใช้ได้ รวมถึงผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ด้านบริษัท Atienza Interisland Ferries ผู้ให้บริการเรือ ยืนยันว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสอบสวน พร้อมระบุว่า บริษัทจะเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจนกว่าจะสามารถติดตามตัวทุกคนได้.

ที่มา : BBC

สหรัฐฯเอาอยู่ ประกาศปิดฉากการระบาดโรคไซโคลสปอเรียซิส ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

สหรัฐฯเอาอยู่  ประกาศปิดฉากการระบาดโรคไซโคลสปอเรียซิส ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

12 ก.ย. 2569 11:16 น.

สหรัฐฯเอาอยู่ ประกาศปิดฉากการระบาดโรคไซโคลสปอเรียซิส ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

สหรัฐฯ ประกาศยุติการระบาดของโรคไซโคลสปอเรียซิสครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังพบผู้ป่วย 12,883 คนใน 21 รัฐ เสียชีวิต 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่เชื่อมโยงต้นตอมาจากผักกาดหอมไอซ์เบิร์กจากเม็กซิโก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายนว่า การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของโรคไซโคลสปอเรียซิส ได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงที่การระบาดรุนแรงที่สุด พบผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,000 คนภายในวันเดียว ขณะที่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงเหลือต่ำกว่า 2 คนต่อวันโดยเฉลี่ย

การระบาดครั้งนี้เชื่อมโยงกับ ผักกาดหอมไอซ์เบิร์กจากพื้นที่ตอนกลางของเม็กซิโก ซึ่งจัดหาโดยบริษัทเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ส่งผลให้บริษัทต้องเรียกคืนผลิตภัณฑ์ผักกาดหอมทั้งหมดที่มาจากพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA ระบุว่า มั่นใจว่าผักกาดหอมที่ถูกเรียกคืนและเกี่ยวข้องกับการระบาดถูกนำออกจากตลาดหมดแล้ว ขณะที่วันควรบริโภคของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องได้ผ่านพ้นไปแล้ว จึงไม่น่าจะมีวางจำหน่ายในร้านค้าหรือเสิร์ฟในร้านอาหารอีก

อย่างไรก็ตาม FDA ยังคงตรวจสอบว่า เชื้อปรสิตไซโคลสปอรา เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้อย่างไร โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มปลูกผักกาดหอมและโรงงานแปรรูปในเม็กซิโก พร้อมเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปวิเคราะห์ และจะทำงานร่วมกับหน่วยงานของสหรัฐฯ เม็กซิโก และรัฐบาลแต่ละรัฐต่อไป

บริษัทเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ระบุว่า โรงงานในพื้นที่ตอนกลางของเม็กซิโกยังคงปิดทำการ ระหว่างที่การสอบสวนของ FDA บริษัท และผู้เชี่ยวชาญอิสระยังดำเนินอยู่

ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม สหรัฐฯ พบผู้ป่วยไซโคลสปอเรียซิสที่ยืนยันจากห้องปฏิบัติการแล้ว 19,595 ราย และมากกว่าครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องกับการระบาดครั้งใหญ่นี้ โดยมีผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 570 คน และเสียชีวิต 2 ราย

รัฐมิชิแกนเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยพบผู้ป่วยมากกว่า 14,000 รายและผู้เสียชีวิต 2 รายที่เชื่อมโยงกับเชื้อปรสิตดังกล่าว ขณะที่รัฐโอไฮโอและมิสซูรีก็พบผู้ติดเชื้อหลายพันรายที่เกี่ยวข้องกับผักกาดหอมจากเทย์เลอร์ ฟาร์มส์

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ตัวเลขผู้ป่วยที่สูงผิดปกติในรัฐมิชิแกนส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายงานผู้ป่วยจำนวนมากที่ตกค้างและถูกนำมาประมวลผลในเดือนสิงหาคม สะท้อนถึงปัญหาของระบบติดตามโรคที่ได้รับผลกระทบจากการลดงบประมาณของรัฐบาลกลางในช่วงรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

การระบาดครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยผู้บริโภคบางส่วนหลีกเลี่ยงการรับประทานผักและผลไม้สด รวมถึงลดการรับประทานอาหารนอกบ้าน กระทบต่อจำนวนลูกค้าของร้านอาหารและเครือร้านอาหารชื่อดังในสหรัฐฯ

โดนัลด์ ชาฟฟ์เนอร์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์อาหารจากมหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส เตือนว่า สหรัฐฯ ยังขาดเครื่องมือและเทคโนโลยีที่จำเป็นในการป้องกันการระบาดลักษณะนี้ในอนาคต พร้อมเรียกร้องให้มีระบบติดตามสายพันธุ์เชื้อที่ดีขึ้น และสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับเชื้อปรสิตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ก่อนปี 2026 ฤดูกาลระบาดของโรคไซโคลสปอเรียซิสครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เกิดขึ้นในปี 2019 โดยมีผู้ป่วยประมาณ 4,700 รายทั่วประเทศ ขณะที่การระบาดในปี 2026 ทำสถิติสูงกว่าหลายเท่า.

ที่มา : reuters

คู่รักกรีกได้ลูกสาวจากตัวอ่อนแช่แข็ง 22 ปี หลังสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุ

คู่รักกรีกได้ลูกสาวจากตัวอ่อนแช่แข็ง 22 ปี หลังสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุ

12 ก.ย. 2569 09:43 น.

คู่รักกรีกได้ลูกสาวจากตัวอ่อนแช่แข็ง 22 ปี หลังสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุ

คู่รักชาวกรีกตัดสินใจใช้ตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้นานกว่า 22 ปี เพื่อให้กำเนิดลูกสาว หลังสูญเสียลูกชายวัย 21 ปีจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ท่ามกลางความดีใจและความทรงจำถึงลูกชายผู้ล่วงลับ

คู่รักชาวกรีกเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง หลังให้กำเนิดลูกสาวจากตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้นานกว่า 22 ปี เพียงไม่กี่เดือนหลังสูญเสียลูกชายวัย 21 ปีจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

คริสตินา รัปติ-เซเลปี วัย 54 ปี และคอนสแตนตินอส รัปติส สามี ตัดสินใจนำตัวอ่อนของทั้งคู่ที่เก็บรักษาด้วยการแช่แข็งไว้นานกว่า 22 ปี กลับมาใช้ เพื่อให้มีบุตรได้อีกครั้ง หลังต้องสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

การตัดสินใจครั้งนี้ยังต้องแข่งกับเวลา เนื่องจากกฎหมายของกรีซกำหนดอายุสูงสุดของผู้หญิงที่สามารถเข้ารับกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย หรือ IVF และขออนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ที่ 54 ปี

ในที่สุด คริสตินาสามารถตั้งครรภ์และให้กำเนิดลูกสาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เด็กหญิงมีน้ำหนักแรกเกิด 3.49 กิโลกรัม โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกสาวในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและความซาบซึ้ง

คริสตินากล่าวว่า หลังผ่านช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า ทั้งคู่ตัดสินใจใช้ตัวอ่อนที่เก็บรักษาไว้ เพราะไม่ต้องการยอมแพ้ต่อชีวิต และต้องการให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง พร้อมนำชีวิตใหม่กลับเข้ามาในบ้าน

เธอยังขอให้ลูกสาวเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและมีความสุข เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเหมือนลูกชายคนแรกของครอบครัว พร้อมสัญญาว่าจะสอนให้ลูกสาวต่อสู้และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค

ด้าน ดร.คอสตาส ปันโตส สูตินรีแพทย์ผู้ดูแลการรักษา และประธานสมาคมเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แห่งกรีซ ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกในประสบการณ์การทำงานของเขา ที่มีการนำตัวอ่อนของคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งแช่แข็งไว้นานถึง 22 ปีครึ่ง มาละลายและฝังกลับเข้าสู่ร่างกาย จนสามารถให้กำเนิดทารกที่มีชีวิตได้

แพทย์ยังมองว่า ข้อจำกัดด้านอายุสำหรับการทำ IVF ของกรีซอาจจำเป็นต้องได้รับการทบทวน โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญกับอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างมาก

ขณะที่คอนสแตนตินอส ผู้เป็นพ่อวัย 60 ปี กล่าวขณะอุ้มลูกสาวที่กำลังหลับว่า การมีสมาชิกใหม่เข้ามาในครอบครัวช่วยทำให้ทั้งคู่กลับมามีความหวังและสามารถเดินหน้าต่อได้ หลังจากใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความมืดมนจากการสูญเสียลูกชาย

ทั้งคู่ตั้งชื่อลูกสาวว่า จอร์เจีย เพื่อเป็นเกียรติแก่ จอร์กอส ลูกชายที่จากไป และเช่นเดียวกับลูกสาวคนใหม่ จอร์กอสเองก็เกิดจากกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF

สำหรับการใช้ตัวอ่อนที่ถูกแช่แข็งเป็นเวลานานกว่า 22 ปี ถือเป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก โดยเมื่อปีที่ผ่านมา คู่สามีภรรยาชาวรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ เพิ่งให้กำเนิดทารกชายจากตัวอ่อนที่ถูกแช่แข็งไว้นานกว่า 30 ปี ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การรับเลี้ยงตัวอ่อน” (embryo adoption) และได้รับการรับรองจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์

แม้จะเพิ่งผ่านการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ครอบครัวนี้ยังไม่ปิดโอกาสที่จะมีลูกอีกคนในอนาคต และอาจเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเข้ารับการรักษาหากจำเป็น.

ที่มา : AP

ญี่ปุ่นเผยจำนวนคนหนุ่มสาวอยากแต่งงานลดฮวบ ต่ำกว่า 80% ครั้งแรก ห่วงวิกฤติเด็กเกิดน้อย

ญี่ปุ่นเผยจำนวนคนหนุ่มสาวอยากแต่งงานลดฮวบ ต่ำกว่า 80% ครั้งแรก ห่วงวิกฤติเด็กเกิดน้อย

12 ก.ย. 2569 08:39 น.

ญี่ปุ่นเผยจำนวนคนหนุ่มสาวอยากแต่งงานลดฮวบ ต่ำกว่า 80% ครั้งแรก ห่วงวิกฤติเด็กเกิดน้อย

ผลสำรวจรัฐบาลญี่ปุ่นพบ คนโสดวัย 18-34 ปีที่ตั้งใจแต่งงานลดลงต่ำกว่า 80% เป็นครั้งแรก ขณะที่คู่แต่งงานวางแผนมีลูกเฉลี่ยต่ำกว่า 2 คน เหตุกังวลค่าเลี้ยงดูสูง

วันที 11 กันยายน 2569 สถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมแห่งชาติของญี่ปุ่น เปิดเผยผลสำรวจภาวะเจริญพันธุ์แห่งชาติเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 พบว่า สัดส่วนคนโสดวัยหนุ่มสาวที่ตั้งใจแต่งงานในอนาคตลดลงต่ำกว่า 80% เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการสำรวจ

การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการเมื่อเดือนมิ.ย. 2568 มีคนโสดและคู่แต่งงานเข้าร่วมตอบแบบสอบถามมากกว่า 11,000 คน โดยในกลุ่มคนโสดอายุ 18-34 ปี พบว่า ผู้ชายที่ระบุว่าไม่เห็นประโยชน์ของการแต่งงานเพิ่มจาก 35.3% เป็น 42.8% ขณะที่ผู้หญิงเพิ่มจาก 28.3% เป็น 36%

ส่วนผู้ชายที่ยังโสดและตั้งใจแต่งงานในอนาคต ลดลงจาก 81.4% เหลือ 75.1% ขณะที่ผู้หญิงลดลงจาก 84.3% เหลือ 77.8% ทำให้สัดส่วนผู้ที่ตั้งใจแต่งงานลดต่ำกว่า 80% ทั้งในกลุ่มชายและหญิงเป็นครั้งแรก และเมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่วางแผนมีลูกเท่ากับจำนวนที่ต้องการ 52.9% ระบุว่าเป็นเพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูและการศึกษาสูง ขณะที่ 35% ไม่ต้องการมีบุตรเมื่อมีอายุมากขึ้น

นอกจากนี้ รูปแบบการพบคู่ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ในกลุ่มผู้ที่แต่งงานเป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 2020 พบว่า 20.2% พบคู่ผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงแอปหาคู่ เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากการสำรวจก่อนหน้าที่อยู่ที่ 11% ขณะเดียวกันผลสำรวจยังสะท้อนถึงทัศนคติเรื่องการมีบุตร ท่ามกลางอัตราเกิดที่ลดลงต่อเนื่อง 

สถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมแห่งชาติของญี่ปุ่นระบุว่าจะวิเคราะห์เพิ่มเติมถึงสาเหตุที่คนญี่ปุ่นต้องการแต่งงานน้อยลง รวมถึงเหตุผลที่คู่แต่งงานวางแผนมีบุตรน้อยกว่าจำนวนที่พวกเขาต้องการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาประชากรและอัตราเกิดที่ลดลง.

ที่มา NHK

เกาหลีเหนือยิงวัตถุไม่ทราบชนิดลงทะเลตะวันออก หลังจบซ้อมรบ 3 ฝ่าย

เกาหลีเหนือยิงวัตถุไม่ทราบชนิดลงทะเลตะวันออก หลังจบซ้อมรบ 3 ฝ่าย

12 ก.ย. 2569 06:11 น.

เกาหลีเหนือยิงวัตถุไม่ทราบชนิดลงทะเลตะวันออก หลังจบซ้อมรบ 3 ฝ่าย

เกาหลีเหนือยิงวัตถุไม่ทราบชนิดมุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันออก หลังเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเพิ่งเสร็จสิ้นการซ้อมรบร่วม 3 ฝ่าย 

วันที่ 12 กันยายน 2569 สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า เกาหลีเหนือยิงวัตถุไม่ทราบชนิดมุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันออกเมื่อช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 12 กันยายน โดยคณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้  ระบุว่า ตรวจพบการยิงของเกาหลีเหนือ แต่ยังต้องประเมินรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดและลักษณะของวัตถุที่ถูกยิง

รายงานข่าวระบุว่าการยิงครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเสร็จสิ้นการซ้อมรบทางทหารไตรภาคี “ฟรีดอม เอดจ์” ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วันในน่านน้ำสากลทางตะวันออกและทางใต้ของเกาะเชจู ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้

โดยการซ้อมรบฟรีดอม เอดจ์ได้ดำเนินไปตามแผน แม้เกาหลีใต้และสหรัฐฯ จะลดขนาดการซ้อมรบร่วมประจำปี “อุลชี ฟรีดอม ชิลด์” เมื่อเดือนที่ผ่านมา ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขณะที่ทรัมป์เคยมีท่าทีประนีประนอมต่อเกาหลีเหนือ โดยสั่งลดการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ พร้อมให้เหตุผลว่า การซ้อมรบมีค่าใช้จ่ายสูง และอาจส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมและเป็นปรปักษ์อย่างสิ้นเชิงไปยังเกาหลีเหนือ

การยิงของเกาหลีเหนือครั้งนี้ยังเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดที่มีความสำคัญระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในช่วงปลายเดือนกันยายน โดยประเด็นเกี่ยวกับเกาหลีเหนือคาดว่าจะเป็นหนึ่งในหัวข้อหารือของผู้นำทั้งสอง

ที่มา Yonhap

ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมัน หลังถูกโจมตีด้วยโดรน ไฟลุกไหม้สถานีสูบหลายแห่ง

ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมัน หลังถูกโจมตีด้วยโดรน ไฟลุกไหม้สถานีสูบหลายแห่ง

12 ก.ย. 2569 04:56 น.

ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมัน หลังถูกโจมตีด้วยโดรน ไฟลุกไหม้สถานีสูบหลายแห่ง

ท่อส่งน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีด้วยโดรน จนเกิดไฟไหม้สถานีสูบหลายแห่ง ก่อนทางการสั่งปิดระบบชั่วคราวเพื่อความปลอดภั

วันที่ 12 กันยายน 2569 สำนักข่าว CNN รายงานอ้างคำเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 คน ซึ่งทราบข้อมูลเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ระบบท่อส่งน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีด้วยวัตถุพุ่งชนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดไฟไหม้บริเวณสถานีสูบน้ำมัน

กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์บนเว็บไซต์เมื่อวันศุกร์ ยืนยันว่าท่อส่งน้ำมันถูกโจมตี และมีการสั่งปิดระบบเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน

รายงานข่าวระบุว่า หนึ่งในเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสถานีสูบน้ำมันที่ตั้งอยู่ติดกับแนวท่อส่งได้รับความเสียหาย โดยภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกเมื่อวันศุกร์ปรากฏร่องรอยความเสียหายจากไฟไหม้อย่างหนักบริเวณสถานีสูบน้ำมันแห่งหนึ่ง ขณะที่ภาพจากสถานีสูบน้ำมันอีกแห่งซึ่งบันทึกเมื่อวันพฤหัสบดี แสดงให้เห็นไฟกำลังลุกไหม้และมีควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่

เบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้โจมตี หรือแนวท่อส่งน้ำมันได้รับความเสียหายโดยตรงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เกิดจากโดรนที่บินมาจากอิรัก.

รถไฟโดยสารฝรั่งเศสตกราง บาดเจ็บอย่างน้อย 44 ราย ในจำนวนนี้ 1 คนอาการสาหัส เป็นหญิงวัย 18 ปี

รถไฟโดยสารฝรั่งเศสตกราง บาดเจ็บอย่างน้อย 44 ราย ในจำนวนนี้ 1 คนอาการสาหัส เป็นหญิงวัย 18 ปี

12 ก.ย. 2569 04:44 น.

รถไฟโดยสารฝรั่งเศสตกราง บาดเจ็บอย่างน้อย 44 ราย ในจำนวนนี้ 1 คนอาการสาหัส เป็นหญิงวัย 18 ปี

รถไฟโดยสารในภาคเหนือของฝรั่งเศสตกราง มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 44 คน ในจำนวนนี้ 1 คนอาการสาหัส เป็นหญิงวัย 18 ปี เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือและส่งโรงพยาบาล

วันที่ 12 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นฝรั่งเศสเปิดเผยว่า เกิดเหตุรถไฟโดยสารตกรางใกล้ชุมชนเคลียง ทางใต้ของเมืองรูอ็อง ในแคว้นนอร์ม็องดี ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 44 คน ในจำนวนนี้ 1 คนอาการสาหัส โดยผู้บาดเจ็บอาการวิกฤติเป็นหญิงวัย 18 ปี เจ้าหน้าที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

นายฟิลิปป์ ตาบาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุรถไฟขบวนนี้มีผู้โดยสารอยู่บนขบวนประมาณ 180 คน และให้บริการระหว่างเส้นทางเมืองรูอ็องกับเมืองก็อง ในแคว้นนอร์ม็องดี โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ส่งนักดับเพลิงและทีมกู้ภัยฉุกเฉินประมาณ 140 คนเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมประกาศใช้แผนรับมือเหตุผู้บาดเจ็บจำนวนมาก 

ขณะที่ภาพจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นผู้โดยสารทยอยออกจากขบวนรถไฟ ขณะที่สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า มีตู้โดยสาร 3 ตู้พลิกคว่ำ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ ขณะที่บริษัทการรถไฟแห่งชาติฝรั่งเศส แจ้งว่า เส้นทางรถไฟในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก และจะจัดรถโดยสารเพื่อให้บริการทดแทน พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเปิดทางให้ทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าปฏิบัติงาน.

ที่มา BBC

เจ้าหญิงแอสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์วัย 94 ปี เพียง 2 วันหลังเสด็จร่วมพระราชพิธีพระศพพระเชษฐา

เจ้าหญิงแอสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์วัย 94 ปี เพียง 2 วันหลังเสด็จร่วมพระราชพิธีพระศพพระเชษฐา

12 ก.ย. 2569 01:24 น.

เจ้าหญิงแอสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์วัย 94 ปี เพียง 2 วันหลังเสด็จร่วมพระราชพิธีพระศพพระเชษฐา

เจ้าหญิงแอสตริด พระขนิษฐาในสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ในวัย 94 ปี เพียง 2 วันหลังเสด็จร่วมพระราชพิธีพระศพพระเชษฐา

วันที่ 12 กันยายน 2569 สำนักพระราชวังนอร์เวย์ประกาศว่า เจ้าหญิงแอสตริด พระขนิษฐาของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์แล้วด้วยพระชนมายุ 94 พรรษา นับเป็นเวลาเพียง 2 วันหลังเสด็จเข้าร่วมพระราชพิธีพระศพของพระเชษฐา  

โดยสมเด็จพระราชาธิบดีฮากอนที่ 8 พระราชนัดดาของเจ้าหญิงแอสตริด มีพระราชดำรัสว่า ตลอดพระชนมชีพอันยาวนาน เจ้าหญิงแอสตริดทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกพระราชวงศ์ด้วยความอบอุ่นและทรงอุทิศพระองค์อย่างเต็มพระกำลัง

ขณะที่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 สิ้นพระชนม์เมื่อเดือนที่ผ่านมา ขณะมีพระชนมายุ 89 พรรษา หลังทรงครองราชย์ยาวนานกว่า 35 ปี ทางด้านนายสเตอเร กล่าวว่า เจ้าหญิงแอสตริดจะได้รับการฝังพระศพโดยใช้งบประมาณของรัฐ และจะมีการลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศเพื่อถวายความอาลัย

เจ้าหญิงแอสตริดเป็นพระราชธิดาพระองค์สุดท้ายที่ยังมีพระชนม์อยู่ของสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟที่ 5 ซึ่งครองราชย์ระหว่างปี 2500-2534

เจ้าหญิงแอสตริดทรงดำรงตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของนอร์เวย์ตั้งแต่พระชนมายุ 22 พรรษา ในปี 2497 หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงมาร์ธา พระราชมารดา โดยสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟไม่ได้ทรงอภิเษกสมรสใหม่ ทำให้เจ้าหญิงแอสตริดทรงดำรงตำแหน่งนี้ต่อเนื่องจนกระทั่งพระเชษฐาทรงอภิเษกสมรสในปี 2511

สมเด็จพระราชาธิบดีฮากอนตรัสว่า ในการทรงงาน เจ้าหญิงแอสตริดทรงให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการดูแลและการสร้างความเท่าเทียมให้แก่ผู้ที่เปราะบางที่สุดในสังคม สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5

พระพลานามัยของเจ้าหญิงแอสตริดทรุดโทรมลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และเมื่อเดือนมีนาคมทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคปอดบวม

นพระราชพิธีพระศพของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เมื่อวันพุธ มีพระบรมวงศานุวงศ์จากยุโรปและประมุขของประเทศต่างๆ เข้าร่วมจำนวนมาก รวมถึงเจ้าชายแห่งเวลส์และกษัตริย์จากกลุ่มประเทศนอร์ดิก 3 พระองค์ ขณะที่ประชาชนหลายพันคนออกมายืนเรียงรายตลอดเส้นทางขบวนพระศพจากพระราชวังหลวงไปยังมหาวิหารออสโล

สหรัฐฯ รำลึกเหตุวินาศกรรม 9/11 ครบรอบ 25 ปี ญาติผู้สูญเสียอ่านรายชื่อ ทั่วประเทศจัดพิธีไว้อาลัย

สหรัฐฯ รำลึกเหตุวินาศกรรม 9/11 ครบรอบ 25 ปี  ญาติผู้สูญเสียอ่านรายชื่อ ทั่วประเทศจัดพิธีไว้อาลัย

11 ก.ย. 2569 21:30 น.

สหรัฐฯ รำลึกเหตุวินาศกรรม 9/11 ครบรอบ 25 ปี ญาติผู้สูญเสียอ่านรายชื่อ ทั่วประเทศจัดพิธีไว้อาลัย

สหรัฐฯ จัดพิธีรำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ญาติผู้เสียชีวิตอ่านรายชื่อผู้สูญเสีย พร้อมยืนสงบนิ่ง 7 ครั้ง ขณะที่ทรัมป์ร่วมพิธีรำลึกผู้เสียชีวิตที่เพนตากอน

วันที่ 11 กันยายน 2569 สำนักข่าว CNN รายงานว่า สหรัฐฯ จัดพิธีรำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 ที่บริเวณอดีตที่ตั้งอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก โดยญาติของผู้เสียชีวิตร่วมอ่านรายชื่อผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ขณะที่ผู้เข้าร่วมพิธีร่วมยืนสงบนิ่ง 7 ครั้ง เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาสำคัญของเหตุการณ์ในวันนั้น

รายงานข่าวระบุว่า การยืนสงบนิ่ง 6 ครั้ง ตรงกับช่วงเวลาที่เครื่องบินทั้ง 4 ลำถูกจี้และพุ่งชนอาคาร รวมถึงช่วงเวลาที่อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์พังถล่ม ส่วนอีก 1 ครั้งจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในเวลาต่อมาจากอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 9/11 โดยพิธีที่นิวยอร์กมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมจำนวนมาก รวมถึงนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายรูดี จูเลียนี อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ตลอดจนอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

ทั้งนี้ เหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 เกิดขึ้นหลังกลุ่มผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินโดยสาร 4 ลำ ก่อนนำเครื่องบิน 2 ลำพุ่งชนอาคารแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก ส่งผลให้อาคารทั้งสองหลังพังถล่ม มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2,977 คน

ขณะที่เครื่องบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 77 ถูกจี้และพุ่งชนอาคารเพนตากอน ใกล้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 184 คน ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมพิธีรำลึกที่จัดขึ้นแยกต่างหากที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ 9/11 เพนตากอน ในรัฐเวอร์จิเนีย ส่วนเครื่องบินลำที่ 4 คือ ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 93 ตกลงในพื้นที่ชนบทของรัฐเพนซิลเวเนีย หลังผู้โดยสารพยายามต่อสู้กับกลุ่มผู้จี้เครื่องบิน ทำให้เครื่องบินไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้

ทั้งนี้ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ 9/11 เพนตากอน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอาคารเพนตากอน ในเขตอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2551 เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้ง 184 คนจากเหตุการณ์ที่เพนตากอนและเที่ยวบิน 77 โดยอนุสรณ์สถานกลางแจ้งแห่งนี้ประกอบด้วยม้านั่งที่มีแสงไฟส่องสว่างสำหรับผู้เสียชีวิตแต่ละคน จัดเรียงตามอายุ ตั้งแต่ ดานา ฟอลเคนเบิร์ก เด็กหญิงวัย 3 ปี ไปจนถึง จอห์น ยามนิคกี ซีเนียร์ วัย 71 ปี พร้อมสลักชื่อของผู้เสียชีวิตไว้บนม้านั่งแต่ละตัว.

ที่มา CNN

ศาลสิงคโปร์ยกฟ้อง ซีอีโอเปย์แฟนสาวกว่า 12 ล้าน แต่รักล่ม-ฟ้องเรียกเงินคืน ชี้ “ให้โดยเสน่หา”

ศาลสิงคโปร์ยกฟ้อง ซีอีโอเปย์แฟนสาวกว่า 12 ล้าน แต่รักล่ม-ฟ้องเรียกเงินคืน ชี้ "ให้โดยเสน่หา"

11 ก.ย. 2569 16:57 น.

ศาลสิงคโปร์ยกฟ้อง ซีอีโอเปย์แฟนสาวกว่า 12 ล้าน แต่รักล่ม-ฟ้องเรียกเงินคืน ชี้ “ให้โดยเสน่หา”

ศาลสูงสิงคโปร์พิพากษายกฟ้องคดีที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทจดทะเบียนชื่อดัง ฟ้องเรียกเงินคืน 468,090 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 12.2 ล้านบาท จากอดีตแฟนสาวหลังทั้งคู่เลิกรากัน โดยศาลชี้ชัดเงินจำนวนดังกล่าวเป็น “ของขวัญที่ให้ด้วยความเสน่หา” ไม่ใช่เงินกู้ยืมที่ต้องชดใช้คืน พร้อมระบุว่าเขา “หลงรัก” ฝ่ายหญิงและใช้จ่ายเพื่อเธออย่างเต็มที่ ก่อนความสัมพันธ์จบลงอย่างไม่ราบรื่นและทำให้เขาเปลี่ยนท่าที

ศาลสูงสิงคโปร์มีคำพิพากษา ยกฟ้องคำร้องของนายแชนเดอร์ อาการ์วาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท TCI Express ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งชาติอินเดียและตลาดหลักทรัพย์บอมเบย์ หลังเขาฟ้องเรียกเงินจำนวน 468,090 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 12.2 ล้านบาท จากอดีตแฟนสาว โดยอ้างว่าเป็นเงินที่ให้เธอยืมระหว่างคบหากันและต้องได้รับการชำระคืน

ลี ซิ่ว คิน ผู้พิพากษาอาวุโส มีคำวินิจฉัยเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เงินส่วนใหญ่ที่อาการ์วาลจ่ายให้อดีตแฟนสาว เฟลิเซีย ลี เป็น “ของขวัญ” ที่เขามอบให้ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เงินกู้

ค่าใช้จ่ายดังกล่าวรวมถึงยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตประมาณ 206,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ค่าเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศประมาณ 129,000 ดอลลาร์ ค่าจ้างซินแสฮวงจุ้ยสำหรับที่พักของเธอ 17,000 ดอลลาร์ และค่าธรรมเนียมหลักสูตรผู้บริหารของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ อีก 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

ส่วนเงินอีก 2 รายการที่อาการ์วาลอ้างว่าเป็นเงินกู้ ศาลเห็นว่าเขาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้มอบเงินดังกล่าวให้เธอจริง รวมถึงเงิน 50,000 ดอลลาร์ที่เขาอ้างว่าให้เธอนำไปชำระหนี้กับนายจ้างเก่า ผู้พิพากษาระบุด้วยว่า อาการ์วาลไม่สามารถแสดงหลักฐานว่าอดีตแฟนสาวเคยขอเงินเหล่านี้ในฐานะเงินกู้ หรือเคยตกลงว่าจะชำระคืน

ผู้พิพากษากล่าวว่า หลักฐานที่ปรากฏต่อศาลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อาการ์วาลซึ่ง “หลงรัก” ฝ่ายหญิง ได้มอบของขวัญราคาแพงให้เธอเป็นจำนวนมากตลอดช่วงความสัมพันธ์ แต่เมื่อความสัมพันธ์จบลงด้วยความขัดแย้ง เขากลับรู้สึกขุ่นเคืองและพยายามเรียกร้องสิ่งตอบแทนจากเธอ

ผู้พิพากษายังยกข้อความจากบทละคร The Mourning Bride ซึ่งเขียนขึ้นในปี 1697 เพื่อสะท้อนอารมณ์ของคู่ความ พร้อมระบุว่า คดีนี้แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ลักษณะดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับคนเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น

อาการ์วาลพบกับลี ซึ่งเคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ก่อนเปลี่ยนอาชีพไปเป็นตัวแทนประกันภัยและเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ บนเที่ยวบินหนึ่งในปี 2019 หลังจากนั้นอาการ์วาลติดต่อเธอผ่านเฟซบุ๊กและทั้งคู่เริ่มพบปะกัน ทั้งสองเริ่มคบหากันในเดือนกันยายน 2022 ก่อนความสัมพันธ์สิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม 2023 หลังอาการ์วาลสงสัยว่าเธอนอกใจ และเขายื่นฟ้องต่อศาลในเดือนมีนาคม 2024

อย่างไรก็ตาม แม้ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มคบหากัน อาการ์วาลก็เคยมอบของขวัญราคาแพงให้ลีหลายครั้งโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับเงินคืน เช่น เคยจ้างรถลีมูซีนไปส่งเธอที่บ้านหลังรับประทานอาหาร ซื้อสินค้าหรูจากแบรนด์อย่าง Hermès, Louis Vuitton และ Prada รวมถึงออกค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดในการเดินทางท่องเที่ยวยุโรปร่วมกัน

ในเดือนพฤษภาคม 2021 หลังลีส่งข้อความผ่าน WhatsApp ว่าไม่ได้ขึ้นเครื่องบินมาหลายปี อาการ์วาลตอบกลับว่า อีกไม่นานเธอก็จะได้เดินทาง พร้อมบอกว่าเขาจองตั๋วชั้นหนึ่งหรือห้องสวีตไว้ให้แล้ว และหากต้องการก็สามารถใช้เครื่องบินส่วนตัวได้ ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2022 ลีส่งข้อความถามว่าเธอจะชำระเงินคืนให้อาการ์วาลได้อย่างไร เขาตอบว่า “ไม่ต้อง ผมไม่ใช่เจ้าหนี้เงินกู้”

หลังจากทั้งคู่เริ่มคบกันในเดือนกันยายน 2022 อาการ์วาลบอกเธอว่าไม่ควรเกรงใจที่จะใช้เงินของเขาหากทั้งสอง “คบกัน” พร้อมเสนอเงินใช้จ่ายประจำเดือน 1,500 ดอลลาร์สำหรับค่าแท็กซี่ อาหาร และค่าใช้จ่ายด้านความงาม

ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เขายังเสนอให้เธอใช้บัตร American Express Centurion พร้อมส่งข้อความว่า เธอไม่จำเป็นต้องจำกัดงบประมาณและสามารถซื้ออะไรก็ได้ที่ต้องการ อีกข้อความหนึ่งระบุว่า เขาต้องการให้เธอ “ตามใจตัวเอง” ด้วย

ระหว่างการพิจารณาคดี อาการ์วาลนำเอกสารที่เขียนด้วยลายมือมาแสดงต่อศาล โดยอ้างว่าเป็นข้อตกลงที่ลีลงลายมือชื่อ ซึ่งระบุว่าเงินจำนวน 10,000-25,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือนที่เธอได้รับจากเขาเป็น “เงินฝาก” ที่ยังเป็นทรัพย์สินของเขา แต่ลีปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อ และยืนยันว่าไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าวจนกระทั่งมีการดำเนินคดี

ผู้พิพากษาระบุว่า สถานการณ์ในการนำเอกสารฉบับนี้มาแสดงต่อศาลมีข้อพิรุธ และให้น้ำหนักเพียงจำกัดต่อความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือชื่อที่ระบุว่าลายเซ็นดังกล่าวเป็นของลีจริง

นอกจากนี้ แม้อาการ์วาลจะใช้เอกสารดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียกร้องเงิน แต่เขากลับไม่ได้กล่าวถึงเอกสารนี้ในคำฟ้องฉบับแรก โดยระบุในเวลานั้นว่า เขาไม่เคยยืนยันว่าคู่กรณีจะต้องทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ และเพิ่งนำเอกสารดังกล่าวมาอ้างหลังจากนั้นอีก 7 เดือน เมื่อยื่นคำฟ้องฉบับแก้ไข

ผู้พิพากษายังชี้ว่า เนื้อหาในเอกสารขัดแย้งกับข้อเท็จจริง เพราะลีไม่ได้รับเงิน 10,000-25,000 ดอลลาร์ทุกเดือนตามที่เอกสารระบุ แต่ได้รับเงินจำนวนต่าง ๆ เป็นครั้งคราวเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

ที่สำคัญ ในเดือนพฤษภาคม 2023 อาการ์วาลยังลงนามในข้อความอีกฉบับ โดยให้คำมั่นว่าจะไม่เรียกร้องสิ่งของหรือผลประโยชน์ที่มอบให้ลีด้วยความปรารถนาดีกลับคืนมา ซึ่งผู้พิพากษาเห็นว่าเอกสารฉบับหลังย่อมมีผลเหนือข้อตกลงใด ๆ ที่ทำไว้ก่อนหน้านั้น

ระหว่างถูกซักค้าน อาการ์วาลกล่าวว่า เมื่อทั้งสองเริ่มคบหากัน “ทุกอย่างกลายเป็นเงินกู้ ทุกอย่างเป็นธุรกรรม” แต่ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ เขายังระบุว่า เมื่อฝ่ายหญิงยอมรับข้อเสนอให้เขาออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เงินที่เขาจ่ายให้ก็จะกลายเป็นเงินกู้โดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาเห็นว่าจุดยืนดังกล่าวขัดต่อสามัญสำนึกและไม่สามารถรับฟังได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่าคู่รักทั้งสองตกลงกันว่าเงินที่มอบให้เพื่อใช้ชีวิตหรือซื้อของจะเปลี่ยนสถานะเป็นเงินกู้โดยอัตโนมัติ

ผู้พิพากษายังเห็นว่า อาการ์วาลมีแนวโน้มให้การหลีกเลี่ยงข้อเท็จจริง เมื่อถูกนำหลักฐานที่ไม่เป็นคุณต่อเขามาแสดงในศาล โดยเฉพาะข้อความจำนวนมากที่เขาเคยเสนอให้ลีใช้เงินเพื่อประโยชน์ของเธอเอง และเคยยืนยันว่าเธอไม่จำเป็นต้องชำระเงินคืน

ศาลยังปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของอาการ์วาลที่ว่า ลีหลอกให้เขามอบเงินด้วยการสร้างความเข้าใจผิดว่า ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่จริงจังและคบกันเพียงคนเดียว รวมถึงทำให้เขาเชื่อว่าเธอจะชำระเงินคืน

ผู้พิพากษาระบุว่า พฤติกรรมของอาการ์วาลตลอดช่วงความสัมพันธ์ดูเหมือนเป็นการต่อเนื่องจากรูปแบบความสัมพันธ์ของเขาก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มคบกัน

นอกจากนี้ หลักฐานยังแสดงให้เห็นว่าอาการ์วาลมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงคนอื่นในช่วงที่คบหากับลี ซึ่งยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ตัวเขาเองมองว่าความสัมพันธ์กับลีเป็นความสัมพันธ์ที่จริงจังและมีเพียงคนเดียวหรือไม่ ท้ายที่สุด ศาลจึงมีคำวินิจฉัยว่าเงินจำนวนส่วนใหญ่ที่อาการ์วาลเรียกร้องคืนเป็นของขวัญที่เขามอบให้อดีตแฟนสาวด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่เงินกู้ และไม่สามารถเรียกคืนได้.

ที่มา The Straits Times / Mothership