
29 ก.ค. 2569 11:06 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ฟีฟ่า” เตรียมขายหุ้นธุรกิจฟุตบอลโลก 4.2 พันล้านดอลลาร์ “ยูฟ่า” เดือดชี้ “ขายจิตวิญญาณฟุตบอล”
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เปิดเผยแผนจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อบริหารสิทธิทางการค้าของฟุตบอลโลกและทัวร์นาเมนต์ต่าง ๆ พร้อมเสนอขายหุ้น 20% ให้แก่นักลงทุนภายนอก หวังระดมทุน 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.4 แสนล้านบาท ขณะที่ยูฟ่าและหลายฝ่ายออกโรงคัดค้านอย่างรุนแรง มองว่าเป็นการนำ “จิตวิญญาณของฟุตบอล” ไปแสวงหาผลกำไร
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ประกาศว่า มีแผนจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในชื่อ FIFA Forward Enterprise (FFE) เพื่อบริหารจัดการด้านธุรกิจ สิทธิทางการค้า และการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก รวมถึงทัวร์นาเมนต์อื่น ๆ ของฟีฟ่า โดยตั้งเป้าประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเตรียมเสนอขายหุ้นส่วนน้อยให้แก่นักลงทุน เพื่อระดมทุนสูงสุด 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.4 แสนล้านบาท ภายในปีนี้
ฟีฟ่าระบุว่าจะยังคงถือหุ้นใหญ่และมีอำนาจควบคุม FFE อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งในด้านการกำกับดูแลฟุตบอล การจัดการแข่งขัน ปฏิทินการแข่งขัน ตลอดจนกฎระเบียบและการตัดสินใจด้านกีฬา โดยนักลงทุนภายนอกจะไม่มีบทบาทในการบริหารองค์กร
ฟีฟ่าระบุว่า เงินทุนที่ได้รับจะถูกนำไปขยายการพัฒนาฟุตบอลทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้สมาคมฟุตบอลสมาชิกทั้ง 211 ประเทศ สามารถลงทุนใน FFE ได้ครั้งละ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.1% ของบริษัท ซึ่งฟีฟ่าเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มงบพัฒนาฟุตบอลทั่วโลกให้เกิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 4 ปีข้างหน้า เพื่อนำไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ฝึกสอน ทีมชาติ ฟุตบอลเยาวชน และฟุตบอลหญิง
จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่ากล่าวว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และมีคุณค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล หน้าที่ของฟีฟ่าคือทำให้ผลประโยชน์ดังกล่าวกระจายไปสู่ทุกภูมิภาคของโลกอย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่า “นี่คือการทำให้ฟุตบอลเป็นของทุกคน”
อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดย สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ออกแถลงการณ์ระบุว่า แผนนี้ “ก้าวข้ามเส้นที่องค์กรกำกับดูแลฟุตบอลไม่ควรก้าวข้าม” พร้อมย้ำว่า “จิตวิญญาณและการกำกับดูแลฟุตบอลไม่ใช่ทรัพย์สินที่นำมาซื้อขายได้ และฟุตบอลไม่ใช่สิ่งที่ฟีฟ่ามีสิทธิ์ขาย”
ยูฟ่ายังเรียกร้องให้สมาคมฟุตบอลแห่งชาติ ลีก สโมสร นักเตะ แฟนบอล และรัฐบาลทั่วโลกจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่มีความโปร่งใสว่าใครจะได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากดีลดังกล่าว
ด้าน เซ็ปป์ แบลตเตอร์ อดีตประธานฟีฟ่าซึ่งเคยมีความขัดแย้งกับอินฟานติโน วิจารณ์ว่าความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างผู้นำฟีฟ่ากับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลุกลามมาสู่ผลประโยชน์ทางการเงิน พร้อมระบุว่า “ไม่มีใครมีสิทธิ์ขายเกมฟุตบอลของพวกเรา”
ขณะเดียวกัน แอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และแฟนบอลเอฟเวอร์ตัน ก็ออกมาคัดค้านผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า ฟุตบอลโลกไม่ใช่สินค้าเพื่อการลงทุน แต่เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นของแฟนบอล ไม่ใช่ของนักลงทุน
รายงานระบุว่า กลุ่มนักลงทุนที่อยู่ระหว่างการหารือกับฟีฟ่าประกอบด้วย Thrive Eternal ซึ่งก่อตั้งโดย โจชัว คุชเนอร์ น้องชายของจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงธนาคาร JPMorgan Chase ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของโครงการ
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ The Times และ Financial Times รายงานว่า อินฟานติโนอาจได้รับตำแหน่งกรรมาธิการของ FFE หลังพ้นวาระประธาน FIFA ในปี 2574 และอาจได้รับผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าว แต่ฟีฟ่าปฏิเสธทันที โดยยืนยันว่าไม่เคยมีการหารือเรื่องดังกล่าว
นักวิเคราะห์มองว่า หากแผนนี้ได้รับการอนุมัติ อาจนำไปสู่แรงกดดันให้ ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ขยายจำนวนทีม หรือจัดแข่งขันบ่อยกว่าปัจจุบันที่จัดทุก 4 ปี เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่นักลงทุน
ข้อเสนอดังกล่าวยังต้องผ่านการอนุมัติจากสภาฟีฟ่าจำนวน 38 คน และการรับรองจากสมาคมฟุตบอลสมาชิก ก่อนจะมีผลบังคับใช้ โดยฟีฟ่าระบุว่าจะเสนอแผนนี้เข้าสู่การพิจารณาในเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่สะท้อนรอยร้าวระหว่างฟีฟ่ากับยูฟ่า ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.