คลื่นร้อนถล่มเยอรมนี เมืองโคโลญจน์พ่นละอองน้ำทั่วจัตุรัส ช่วยคนหนีอากาศเดือด

คลื่นร้อนถล่มเยอรมนี เมืองโคโลญจน์พ่นละอองน้ำทั่วจัตุรัส ช่วยคนหนีอากาศเดือด

30 ก.ค. 2569 08:45 น.

คลื่นร้อนถล่มเยอรมนี เมืองโคโลญจน์พ่นละอองน้ำทั่วจัตุรัส ช่วยคนหนีอากาศเดือด

เมืองโคโลญจน์ของเยอรมนี นำที่พ่นละอองน้ำมาติดตั้งตามพื้นที่สาธารณะ ช่วยประชาชนคลายร้อน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนคลื่นความร้อน คาดอุณหภูมิในหลายพื้นที่จะพุ่งสูงถึง 35 องศาเซลเซียส

ภาพจากจัตุรัส รูดอล์ฟพลัทซ์ แสดงให้เห็นประชาชนจำนวนมากเดินเข้าไปยืนรับละอองน้ำจากสปริงเกลอร์เพื่อคลายร้อน ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ขณะที่นักท่องเที่ยวบริเวณมหาวิหารโคโลญจน์ต่างกางร่ม สวมหมวก และหาวิธีป้องกันแสงแดด

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลเมืองโคโลญจน์กับบริษัท RheinEnergie ผู้ให้บริการด้านพลังงานและน้ำประปา ภายใต้โครงการ “Cooling Cologne” ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากคลื่นความร้อน โดยจะติดตั้งสปริงเกลอร์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศร้อนเป็นพิเศษ และเปิดใช้งานเฉพาะวันที่กรมอุตุนิยมวิทยาเยอรมนีประกาศเตือนภัยความร้อนอย่างเป็นทางการ

โครงการ Cooling Cologne เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2025 เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายสร้างพื้นที่สาธารณะที่ช่วยลดความร้อน บรรเทาความเครียดจากอุณหภูมิสูง และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในช่วงฤดูร้อน

นอกจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงแล้ว ภาพจากบริเวณริมแม่น้ำไรน์ยังเผยให้เห็นระดับน้ำที่ลดลงอย่างชัดเจนจากภาวะภัยแล้ง จนเรือหลายลำต้องแล่นผ่านร่องน้ำที่ตื้นกว่าปกติ สะท้อนผลกระทบของสภาพอากาศร้อนและฝนที่ตกน้อยในหลายพื้นที่ของเยอรมนีในช่วงฤดูร้อนปีนี้.

ที่มา : The canadian press

ทรัมป์ทุ่มงบ 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ยกเครื่องสนามบินดัลเลส ตั้งเป้าสู่สนามบินดีที่สุดของโลก

ทรัมป์ทุ่มงบ 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ยกเครื่องสนามบินดัลเลส ตั้งเป้าสู่สนามบินดีที่สุดของโลก

30 ก.ค. 2569 08:00 น.

ทรัมป์ทุ่มงบ 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์ ยกเครื่องสนามบินดัลเลส ตั้งเป้าสู่สนามบินดีที่สุดของโลก

ทรัมป์ประกาศแผนปรับปรุงสนามบินดัลเลสครั้งใหญ่ ทุ่มงบ 22,500 ล้านดอลลาร์ ยกเลิกใช้รถรับส่งผู้โดยสาร เตรียมสร้างระบบรถไฟรับส่งแทน เพื่อยกระดับสนามบินให้กลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดของโลก

ทรัมป์ประกาศโครงการดังกล่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ (29 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น) โดยจะใช้งบประมาณมูลค่า 22,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8.1 แสนล้านบาท พร้อมกล่าวว่า สนามบินดัลเลสถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสนามบินที่แย่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่เขาจะทำให้มันกลายเป็นสนามบินที่ดีที่สุด ซึ่งในฐานะอดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เขารู้สึกตื่นเต้นกับโครงการนี้เป็นอย่างมาก

ทรัมป์ระบุว่า สนามบินดัลเลสเป็นประตูหลักสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ จึงถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ จะมีสนามบินที่ดีที่สุดในโลก โดยเริ่มต้นจากเมืองหลวงของประเทศ

ด้าน ฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการนี้จะยุติการใช้งานรถรับส่งผู้โดยสารแบบเคลื่อนที่ หรือ “People Movers” ซึ่งถูกวิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องว่าหน้าตาเหมือนรถในหนัง Star Wars เคลื่อนที่ช้าและไม่สะดวก โดยจะสร้างระบบรถไฟรูปตัวยูแทน

โดยแผนพัฒนาครั้งนี้จะประกอบด้วย

  • ระบบรถไฟรับส่งผู้โดยสารแบบใหม่รูปตัวยู (U-shaped passenger train)
  • อุโมงค์สำหรับผู้โดยสารเดินเชื่อมระหว่างอาคาร
  • ทางเดินเลื่อน (Moving Walkways) เพิ่มเติม
  • การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารครั้งใหญ่

ด้านสก็อตต์ เคอร์บี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบิน ยูไนเต็ด แอร์ไลน์สกล่าวว่า อาคารผู้โดยสารปัจจุบันถูกสร้างขึ้นเมื่อกว่า 45 ปีก่อน โดยตั้งใจให้เป็นเพียงอาคารชั่วคราว แต่กลับถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน โดยเขารอวันนี้มานาน วันที่อเมริกาจะได้สร้างสนามบินที่ดีที่สุดในโลก

ดัฟฟีชี้แจงว่า โครงการนี้จะใช้งบประมาณ 22,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการระดมทุนและการออกพันธบัตร โดยได้รับการสนับสนุนจาก Metropolitan Washington Airports Authority ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารสนามบิน รวมถึงสายการบินที่ให้บริการที่สนามบินดัลเลส ไม่ใช่งบประมาณจากรัฐบาลกลาง

เขาระบุว่า ขณะนี้ยังต้องผ่านขั้นตอนการอนุญาตด้านต่าง ๆ แต่คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในช่วง ฤดูใบไม้ผลิปี 2027

ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้โครงการจะยังต้องได้รับความเห็นชอบบางส่วนจากสภาคองเกรส แต่โดยรวมได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคการเมือง

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงแผนปรับปรุงระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของสหรัฐฯ โดยระบุว่าระบบปัจจุบันมีอายุเกือบ 50 ปี และล้าสมัย

เขาอ้างถึงเหตุเฮลิคอปเตอร์ชนเครื่องบินเมื่อปีที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า หากมีระบบควบคุมการบินที่ทันสมัย เหตุการณ์เช่นนั้นอาจป้องกันได้ เพราะระบบแจ้งเตือนจะทำงานล่วงหน้าหลายนาที

โครงการปรับปรุงสนามบินดัลเลสถือเป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการที่ทรัมป์ผลักดันเพื่อสร้างผลงานถาวรในพื้นที่กรุงวอชิงตัน ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนมกราคม ปี 2029 โดยก่อนหน้านี้เขาได้เดินหน้าสร้างห้องบอลรูมแห่งใหม่ภายในทำเนียบขาว และมีแผนก่อสร้างซุ้มประตูชัยขนาดใหญ่ใกล้อนุสรณ์สถานลินคอล์นอีกด้วย.

ที่มา : AP

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นคร่าแล้ว 14 ศพ เผชิญอาฟเตอร์ช็อกเกิน 100 ครั้ง

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นคร่าแล้ว 14 ศพ เผชิญอาฟเตอร์ช็อกเกิน 100 ครั้ง

30 ก.ค. 2569 06:16 น.

แผ่นดินไหวญี่ปุ่นคร่าแล้ว 14 ศพ เผชิญอาฟเตอร์ช็อกเกิน 100 ครั้ง

ผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่นเพิ่มเป็น 14 ศพแล้ว รวมชายชาวเวียดนาม ขณะที่เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมามากกว่า 100 ครั้งแล้ว ท่ามกลางความกังวลว่าจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงตามมาอีก

สำนักข่าว เจแปนทูเดย์ รายงานในวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค. 2569 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดในเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.1 ที่จังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 14 ศพแล้ว ในขณะที่ผู้ต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงเกือบ 8,800 คน

นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ระบุในวันพุธว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ที่ห้างสรรพสินค้า “อีออน” (Aeon) ในเมืองคาชิมะ ซึ่งเกิดเหตุระเบิดขึ้นหลังแผ่นดินไหว (คาดว่าอาจเกิดจากแก๊สรั่ว) ขณะที่ประธานบริษัท อีออน ระบุว่าลูกค้าอพยพออกได้ทัน แต่มีพนักงานเสียชีวิต 3 ราย ถูกพบในสภาพไม่ตอบสนอง 1 ราย และยังสูญหายอีก 3 ราย

ขณะเดียวกัน มีผู้เสียชีวิตอีก 5 ศพที่โรงงานผลิตกระดาษของบริษัท “นิปปอน เปเปอร์ อินดัสทรีส์” ในเมืองยัตสึชิโระ ของจังหวัดคุมาโมโตะ หลังจากปล่องไฟของโรงงานพังถล่มลงมา โดยยังมีผู้สูญหายอีก 4 ราย ขณะที่ผู้ประสบภัยที่ทีมกู้ภัยนำตัวออกจากซากบ้านที่พังทลายในเมืองเดียวกันนี้ ถูกประกาศว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้สูญหายในเหตุโรงงานกระดาษพังถล่ม
เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้สูญหายในเหตุโรงงานกระดาษพังถล่ม

นอกจากนั้น กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามเปิดเผยว่า มีเด็กฝึกงานด้านเทคนิคชาวเวียดนามเสียชีวิต 1 ราย โดยชายคนนี้เดินทางไปทำงานที่จังหวัดคุมาโมโตะภายใต้โครงการฝึกงานด้านเทคนิคเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเสียชีวิตหลังจากถูกเครนพังลงมาทับที่โรงงานที่เขาทำงานอยู่

นายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เผยว่าได้ส่งกองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) ราว 4,600 นาย ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือในปฏิบัติการกู้ภัยแล้ว รวมถึงมีตำรวจอีกหลายร้อยนายและทีมกู้ภัยฉุกเฉินจากกรุงโตเกียวร่วมปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย

ในขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนเรื่องความเสี่ยงจากโรคลมแดด (Heatstroke) ทั้งต่อผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัย เนื่องจากอุณหภูมิในพื้นที่พุ่งสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส

ด้านผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจ รถไฟชินคันเซ็นสายคิวชูส่วนใหญ่ยังคงหยุดให้บริการ โดยเปิดวิ่งได้เพียงบางช่วง ขณะที่สายการบิน เจแปน แอร์ไลน์ส กับ ออลนิปปอนแอร์เวย์ส ต้องยกเลิกเที่ยวบินรวม 13 เที่ยวบิน

หลังเกิดแผ่นดินไหว มีบ้านเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้สูงสุดราว 48,000 หลัง ก่อนจะค่อยๆ กู้คืนมาได้เหลือประมาณ 34,000 หลัง บริษัทขนส่งอย่าง “ซางาวะ เอ็กซ์เพรส” กับสำนักงานไปรษณีย์ญี่ปุ่น ก็ต้องหยุดให้บริการในหลายพื้นที่บนเกาะคิวชู

โรงงานของบริษัท ฮอนด้า และ โตเกียว อิเล็กตรอน ในเกาะคิวชูยังคงต้องปิดทำการชั่วคราว ขณะที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ สาขาคิวชู ประกาศระงับการทำงานชั่วคราวในโรงงาน 3 แห่ง เนื่องจากปัญหาด้านการขนส่ง

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันอังคารจนถึงตอนนี้ มีอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วมากกว่า 100 ครั้ง พร้อมประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังแผ่นดินไหวความรุนแรงสูงสุดระดับ 7 (ตามมาตราของญี่ปุ่น) ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงสัปดาห์นี้

สะพานทางด่วนในเมืองยัตสึชิโระ ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว
สะพานทางด่วนในเมืองยัตสึชิโระ ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว

ทั้งนี้ จังหวัดคุมาโมโตะเคยเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตมากมายมาแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน โดยเป็นแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งที่ห่างกันไม่ถึง 2 วัน

ในครั้งนั้น เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.5 (เทียบเท่าระดับ 7 ตามมาตราญี่ปุ่น) ขึ้นในเวลา 21.30 น. วันที่ 14 เม.ย. 2559 ที่เมืองมาชิกิ จากนั้นในเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 16 เม.ย. หรือเพียง 28 ชั่วโมงต่อมา ก็เกิดแผ่นดินไหวหลักของจริงตามมา โดยมีขนาด 7.3 ถล่มเมืองมาชิกิและหมู่บ้านนิชิฮาระ มีผู้เสียชีวิตรวม 278 ศพ

ต่อมา คณะกรรมการวิจัยแผ่นดินไหวของรัฐบาลได้จัดให้ความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 7 ภายใน 30 ปีข้างหน้า บริเวณส่วนใต้ของรอยเลื่อนฮินากุ อยู่ในระดับ “ความเสี่ยงสูงสุด”

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาอยู่นอกชายฝั่งใกล้กับรอยเลื่อนดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ารอยเลื่อนดังกล่าวกลับมาระเบิดพลังรุนแรงอีกครั้งจริงหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday , nhk

ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% หลังสงครามดันเงินเฟ้อพุ่งสูง

ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% หลังสงครามดันเงินเฟ้อพุ่งสูง

30 ก.ค. 2569 05:22 น.

ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% หลังสงครามดันเงินเฟ้อพุ่งสูง

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานเอาไว้ตามเดิมก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามทำให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูง แม้ว่าเดือนล่าสุดจะชะลอตัวลงบ้างก็ตาม

เมื่อวันพุธที่ 29 ก.ค. 2569 คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติอย่างไม่เป็นเอกฉันธ์ให้คงอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานเอาไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ตามเดิม นับเป็นการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5

กรรมการ FOMC จำนวน 9 คน เห็นชอบให้คงดอกเบี้ย แต่มีกรรมการ 3 คน ลงคะแนนเสียงคัดค้าน โดยเสนอให้ ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดได้ยากที่มีกรรมการเห็นต่างมากถึง 3 เสียงภายใต้การนำของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่อย่างนาย เควิน วอร์ช

สาเหตุหลักที่ทำให้คณะกรรมการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยคือ อัตราเงินเฟ้อที่กลับมาเร่งตัวขึ้นอย่างหนักตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยได้รับแรงกดดันจาก “สงครามอิหร่าน” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมัน พลังงานโลก และราคาปุ๋ยพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอื่นๆ

แม้เงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคเดือนมิถุนายนจะชะลอลงมาอยู่ที่ 3.5% เมื่อคิดแบบปีต่อปี แต่ก็ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายระยะยาวที่ 2% ของเฟดมายาวนานกว่า 5 ปีแล้ว และมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นอีกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม กรรมการหลายคนของเฟดระบุว่า ความอดทนต่อปัญหาเงินเฟ้อเริ่มหมดลงแล้ว แม้ว่าเงินเฟ้อเดือนล่าสุดจะช่วยให้เฟดมี “จังหวะหายใจ” และตัดสินใจคงดอกเบี้ยไว้ก่อน

ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า เงินเฟ้อเปรียบเสมือนสิ่งที่กัดกร่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อยซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด และมีความเป็นไปได้สูงที่เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ในช่วงที่เหลือของปีนี้ หากสถานการณ์เงินเฟ้อยังไม่มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ระดับเป้าหมาย 2%

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อดีตหมอใหญ่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ไม่ตอบคำถาม หลังถูกซักฟอกปมต้นกำเนิดโควิด

อดีตหมอใหญ่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ไม่ตอบคำถาม หลังถูกซักฟอกปมต้นกำเนิดโควิด

30 ก.ค. 2569 04:49 น.

อดีตหมอใหญ่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ไม่ตอบคำถาม หลังถูกซักฟอกปมต้นกำเนิดโควิด

อดีตหมอใหญ่สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ไม่ตอบคำถาม หลังถูกซักฟอกประเด็นเรื่องต้นกำเนิดของไวรัสโควิด-19 ในขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันพยายามหาทางเอาผิดเขาในข้อหาปกปิดข้อมูล

เมื่อวันพุธที่ 29 ก.ค. 2569 ดร.แอนโทนี เฟาชี อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายโรคติดต่อของสหรัฐฯ เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการสมาชิกวุฒิสภารัฐรีพับลิกัน ในข้อกล่าวหาเรื่องการปกปิดต้นกำเนิดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นที่ถกเถียงอย่างหนัก และ ดร.เฟาชีตัดสินใจใช้สิทธิ์ในการไม่ตอบคำถาม ตามคำแนะนำของทนายความ

ดร.เฟาชีในวัย 85 ปี ปฏิเสธที่จะตอบคำถามหลายข้อโดยใช้สิทธิ์ตาม บทแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 5 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ (Fifth Amendment) ซึ่งเปิดโอกาสให้บุคคลปฏิเสธการให้การที่อาจเป็นโทษแก่ตนเองในทางอาญา

เฟาชีระบุว่าเกรงว่าฝั่งพรรครีพับลิกันจะนำคำให้การภายใต้คำสาบานไปใช้หาช่องทางดำเนินคดีกับเขาในข้อหา “ให้การเท็จ” แม้เขาจะเคยได้รับอภัยโทษล่วงหน้าจากอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งคุ้มครองเขาในช่วงปี 2557-2568 แต่การให้การใหม่ครั้งนี้หรือคดีในระดับรัฐยังอาจถูกนำมาใช้ฟ้องร้องเขาได้

ทั้งนี้ ฝั่งรีพับลิกัน โดยเฉพาะ สว.แรนด์ พอล กล่าวหา ดร.เฟาชีว่าพยายามปกปิดต้นกำเนิดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากเขาเคยเชื่อเป็นการส่วนตัวว่าไวรัสหลุดมาจากห้องแล็บเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่กลับออกมาให้ข่าวต่อสาธารณชนว่าเกิดจากธรรมชาติ

อนึ่ง จากบันทึกของเฟาชีที่เปิดเผยในช่วงต้นปี 2563 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามองความเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง (ธรรมชาติ และ ห้องแล็บ) แต่ต่อมาเริ่มมั่นใจว่าเกิดจากธรรมชาติมากกว่า โดยบันทึกไว้ว่า “แม้จะเป็นไปได้ทั้งสองทาง แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะมีความเป็นไปได้เท่าๆ กัน”

ดร.เฟาชีกล่าวในการให้การว่า สว. แรนด์ พอล จากพรรครีพับลิกัน มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการจะพาเขาเข้าคุกให้ได้ การเรียกตัวมาครั้งนี้จึงเป็นเพียงการจับผิดคำพูด

ช่วงหนึ่งของการพิจารณาข้อกล่าวหา ทนายความของเฟาชีพยายามพูดแทรกระหว่างที่ สว. พอล ซักถาม จึงถูกสั่งให้ออกจากห้องประชุม ซึ่งทางทนายระบุว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและเป็น “การแก้แค้นส่วนตัว”

สว. พอล เตรียมผลักดันมติที่อาจสามารถลงโทษ ดร.เฟาชีได้ฐาน “ขัดขืนอำนาจรัฐสภา” ในสัปดาห์หน้า ขณะที่อัยการรัฐฟลอริดา ซึ่งอยู่ฝ่ายรีพับลิกันก็ประกาศเปิดการสอบสวน ดร.เฟาชีเพิ่มเติมด้วย

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความโจมตี ดร.เฟาชีว่า “เป็นบ้า” และพยายามปกป้องประเทศจีน ทั้งที่ตัวเขาเชื่อมาตลอดว่า ต้นตอของโควิด-19 มาจากห้องทดลอง

ส่วนพรรคเดโมแครตออกมาปกป้องเฟาชี โดยชี้ว่าการซักถามครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “วางกับดัก” ให้เฟาชีตกเป็นจำเลยทางกฎหมาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านอ้าง สมาชิกกองกำลัง IRGC ดับ 4 นาย หลังสหรัฐฯ-ซาอุฯ โจมตีในอิรัก

อิหร่านอ้าง สมาชิกกองกำลัง IRGC ดับ 4 นาย หลังสหรัฐฯ-ซาอุฯ โจมตีในอิรัก

30 ก.ค. 2569 03:55 น.

อิหร่านอ้าง สมาชิกกองกำลัง IRGC ดับ 4 นาย หลังสหรัฐฯ-ซาอุฯ โจมตีในอิรัก

ทางการอิหร่านอ้างว่า การโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุดีอาระเบียในอิรักเมื่อวันพุธ ทำให้สมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านเสียชีวิต 4 นาย

นายฮัสซัน กามารี รองผู้ว่าราชการจังหวัดมาร์กาซี ฝ่ายกิจการการเมือง ความมั่นคง และสังคม ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทางการอิหร่าน (IRNA) ว่า สมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) 4 นาย เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุดีอาระเบียในประเทศอิรักเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (29 ธ.ค. 2569)

นายกามารีระบุว่า ทหารทั้ง 4 นายกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในพิธีแสวงบุญ “อาร์บาอีน” (Arbaeen) ในจังหวัดดิยาลา ทางตะวันออกของอิรัก ก่อนจะถูกสังหาร

ทั้งนี้ พิธีอาร์บาอีนถือเป็นวันสิ้นสุดช่วงเวลาไว้อาลัย 40 วัน เพื่อรำลึกถึงการเสียชีวิตของอิหม่ามฮุสเซน พระนัดดาของศาสดามูฮัมหมัดในศาสนาอิสลาม เมื่อช่วงศตวรรษที่ 7

ด้านนาย คารีม อัล-คินานี โฆษกพันธมิตรกลุ่มติดอาวุธ “ฮาเชด อัล-ชาบี” (Hashed al-Shaabi) หรืออีกชื่อคือ “กองกำลังระดมประชาชน” (Popular Mobilization Forces – PMF) เปิดเผยว่า มีผู้แสวงบุญชาวอิหร่านเสียชีวิต 6 รายจากการโจมตีดังกล่าว

“ไม่ว่าพวกเขาจะมีอาชีพอะไรในอิหร่านก็ตาม ทั้ง 6 คนนี้เดินทางเข้าประเทศอิรักในฐานะผู้แสวงบุญ ไม่ใช่ในฐานะนักรบหรือที่ปรึกษาตามที่มีการกล่าวอ้าง” นาย อัล-คินานี กล่าว

ตามรายงานของ PMF เหตุโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียในช่วงเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 32 ราย

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียประกาศร่วมมือกับสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศใส่กลุ่มติดอาวุธฝักใฝ่อิหร่านในอิรักเมื่อวันพุธ หลังจากช่วง 2 วันที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธในอิรักส่งโดรนโจมตีโรงงานน้ำมันดิบในซาอุดีอาระเบียหลายครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ไฟป่าลามยุโรปตอนใต้ นักดับเพลิงเสียชีวิต 2 ศพในกรีซ

ไฟป่าลามยุโรปตอนใต้ นักดับเพลิงเสียชีวิต 2 ศพในกรีซ

30 ก.ค. 2569 02:55 น.

ไฟป่าลามยุโรปตอนใต้ นักดับเพลิงเสียชีวิต 2 ศพในกรีซ

หลายประเทศในยุโรปตอนใต้กำลังเผชิญไฟป่าอย่างหนัก โดยล่าสุดมีนักดับเพลิงเสียชีวิตในกรีซแล้ว 2 ศพ หลังจากถูกไฟป่าโอบล้อม ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอกใหม่ที่เคลื่อนเข้ามาซ้ำเติม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 29 ก.ค. 2569 ว่า หลายประเทศในพื้นที่ยุโรปตอนใต้ กำลังเผชิญกับวิกฤตไฟป่ารุนแรงซึ่งซ้ำเติมด้วยคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายราย อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย และต้องสั่งอพยพประชาชนเป็นจำนวนมาก

ที่ประเทศกรีซ นักดับเพลิง 2 นายเสียชีวิตบนเกาะครีต (Crete) หลังจากถูกไฟป่าโอบล้อมบริเวณเมืองเรธิมโน (Rethymno) ขณะที่ลมกระโชกแรงส่งผลให้แนวไฟป่ามีระยะทางยาวถึง 15 กิโลเมตร จนต้องเร่งอพยพหลายหมู่บ้าน

นอกจากบนเกาะครีตแล้ว กรีซยังเผชิญไฟป่าบนเกาะปาโรส (Paros), เกาะเลสบอส (Lesbos) และเมืองทริฟีเลีย (Trifylia) บนแผ่นดินใหญ่ด้วย

ส่วนที่สเปน พวกเขากำลังเผชิญไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมถึงที่เขตบูร์โกฮอนโด (Burgohondo) ของเมืองอาบีลา ซึ่งล่าสุดเผาทำลายพื้นที่ไปแล้วกว่า 43,000 เฮกตาร์ (ประมาณ 268,000 ไร่) ส่งผลให้ยอดรวมพื้นที่ถูกไฟไหม้ในสเปนปีนี้สูงเกิน 207,000 เฮกตาร์แล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้บางจุด โดยเริ่มอนุญาตให้ประชาชนนับหมื่นคนในพื้นที่กรุงมาดริด, โทเลโด, อาบีลา และกัสเตยอน กลับเข้าบ้านเรือนได้แล้ว แต่ยังมีไฟป่าที่เมืองลาบัลด์อูอิโซ (La Vall d’Uixó) ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 15 ศพ

ด้านทางการฝรั่งเศสประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสีส้มใน 16 จังหวัดทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยอาจมีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 41 องศาเซลเซียส พร้อมลมแห้งที่อาจทำให้ไฟป่าที่สงบลงแล้วกลับมาปะทุใหม่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องวางมาตรการพิเศษเพื่อคุ้มกันโรงงานผลิตวัสดุอันตรายสำหรับขีปนาวุธและจรวด ในจังหวัดฌีรงด์ (Gironde) ด้วย

ส่วนที่ตุรกี เหตุไฟป่าในจังหวัดมูลา (Muğla) ส่งผลให้ต้องปิดทางหลวงสายหลักซึ่งเชื่อมระหว่างเมืองเฟทิเย (Fethiye) กับเมืองอันตัลยา (Antalya) และอพยพคนออกจากโรงพยาบาลบางส่วน

ที่โปรตุเกส ไฟป่ายังคงโหมกระหน่ำในเขตบียาเรอัล (Vila Real) ทางตอนเหนือ เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังโรงงานบำบัดน้ำเสียและคลังแก๊สใกล้เมืองวัลปาโซส (Valpaços) อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า ภาวะความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังทำให้ยุโรปกลายเป็นทวีปที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 2 เท่า ส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อนในฤดูร้อนถี่ขึ้น ขาดแคลนน้ำ และเกิดไฟป่าที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

OpenAI ยอมรับ AI ที่หลุดจากแซนด์บ็อกซ์ ลอบแฮกบริษัทอื่นด้วย

OpenAI ยอมรับ AI ที่หลุดจากแซนด์บ็อกซ์ ลอบแฮกบริษัทอื่นด้วย

30 ก.ค. 2569 00:04 น.

OpenAI ยอมรับ AI ที่หลุดจากแซนด์บ็อกซ์ ลอบแฮกบริษัทอื่นด้วย

OpenAI ออกมายอมรับว่า กรณี AI agent หลุดจากระบบปิด หรือ แซนด์บ็อกซ์ ในบริษัทแล้วไปเจาะระบบบริษัทอื่น แท้จริงแล้ว AI ตัวนี้ไปเจาะระบบมากกว่า 1 บริษัทอย่างที่เคยเชื่อกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 29 ก.ค. 2569 ว่า จากกรณี AI agent (เอไอ เอเจนต์) หรือระบบ AI ที่สามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ ของบริษัท OpenAI ที่หลุดออกจากระบบปิด (Sandbox) ระหว่างการทดสอบเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ล่าสุด OpenAI ยอมรับว่า AI ตัวนี้ไปแฮกเข้าระบบของบริษัทอื่นๆ ด้วย นอกเหนือจากบริษัท Hugging Face ที่เคยเชื่อว่าเป็นเหยื่อเพียงรายเดียว

OpenAI ระบุว่า AI ที่หลุดไปตัวนี้ ไปพบข้อมูลการเข้าสู่ระบบที่หลุดอยู่บนโลกออนไลน์ และล็อกอินเข้าใช้บัญชีออนไลน์อีก 4 บัญชีของ 4 บริการที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ

ต้นเหตุของการโจมตีนี้เกิดจากการที่ AI พยายามหาคำตอบของ “ข้อสอบแฮกเกอร์” ที่ OpenAI ตั้งไว้ จึงเจาะระบบเพื่อหาคำตอบเอง โดยกรณีของ Hugging Face ถือเป็นกรณีที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

จากบรรยายสรุปของ Hugging Face ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่หลุดมาตัวนี้ ทำงานด้วยความเร็วสูงและลองใช้กรรมวิธีนับพันวิธีพร้อมกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อย่างไรก็ตาม มันแสดงพฤติกรรมที่แฮกเกอร์มนุษย์จะไม่ทำ เช่น ทำขั้นตอนซ้ำๆ และสร้างคำสั่งที่ไร้สาระ รวมถึงไม่กลบเกลื่อนร่องรอย

อย่างไรก็ตามแม้จะมีความผิดพลาด แต่มันสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ทันที และใช้เทคนิคระดับสูงจนเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาถึง 3 วันในการตรวจพบ และใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการขับไล่ AI ออกจากระบบ โดยต้องยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานใหม่ถึง 1 ใน 3 ส่วน

องค์กรพันธมิตรความปลอดภัยคลาวด์ (CSA) ซึ่งมีหน้าที่สร้างและพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานระบบคลาวด์ เปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับภาพยนตร์ Jurassic Park ที่ว่า “ไดโนเสาร์มักหาทางออกได้เสมอ” โดย เอไอ เอเจนต์ เหล่านี้มีเป้าหมายที่ชัดเจน ปรับตัวได้ดี และทำงานด้วยความเร็วของเครื่องจักรจนระบบป้องกันแบบเดิมรับมือได้ยาก

CSA ระบุว่า AI เคยมีพฤติกรรม “หลุดควบคุม” มาแล้ว เช่น ในเดือนกันยายน 2567 ที่ ChatGPT รุ่นก่อนหน้าเคยแหกระบบจำกัดเพื่อหาคำตอบมาแล้ว แต่มันเกิดขึ้นแค่ภายในระบบของ OpenAI เอง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าพฤติกรรมหลุดการควบคุมของ AI กำลังกลายเป็น “เรื่องปกติ” ไม่ใช่ความผิดปกติ และฝ่ายป้องกันต้องรีบปรับตัวรับมือกับฝูง AI เอเจนต์ที่ทำงานอย่างกัดไม่ปล่อย

ด้าน OpenAI ระบุว่าจะเปิดเผยผลการสอบสวนฉบับเต็มในเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นบทเรียนให้แก่วงการพัฒนา AI และความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลก

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ชี้ว่า สภาพแวดล้อมการทดสอบของ OpenAI หละหลวมเกินไปจนทำให้ AI หลุดออกมาได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทยังไม่สามารถควบคุมเทคโนโลยีของตนเองให้ปลอดภัยได้ 100%

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า OpenAI อาจใช้ข่าวนี้เพื่อโชว์ศักยภาพของ AI ตนเองว่ามีความก้าวหน้าสูงมาก เพื่อสกัดคู่แข่งอย่าง Anthropic ที่มีโมเดล AI ล้ำหน้าอย่าง Mythos และบริษัทดาวรุ่งจากจีนอย่าง Moonshot ในช่วงที่ OpenAI กำลังเผชิญแรงกดดันและเตรียมนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อุบัติเหตุคร่าชีวิต “เกลน แฮนซาร์ด” ศิลปินรางวัลออสการ์

อุบัติเหตุคร่าชีวิต “เกลน แฮนซาร์ด” ศิลปินรางวัลออสการ์

29 ก.ค. 2569 23:11 น.

อุบัติเหตุคร่าชีวิต “เกลน แฮนซาร์ด” ศิลปินรางวัลออสการ์

เกลน แฮนซาร์ด ศิลปินนักแต่งเพลงชาวไอริช ผู้เคยคว้ารางวัลออสการ์ เสียชีวิตอย่างกะทันหันในวัย 56 ปี หลังประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ในกรุงดับลิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเกลน แฮนซาร์ด ศิลปินชาวไอร์แลนด์ เจ้าของรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม เสียชีวิตอย่างกะทันหันในวัย 56 ปี จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ บนถนน โลเวอร์ โร้ด (Lower Road) ในเขต ลูแคน (Lucan) ทางตะวันตกของกรุงดับลิน เมื่อเวลาประมาณ 4.30 น. วันพุธที่ 29 ก.ค. 2569

สถานการณ์แวดล้อมเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายแฮนซาร์ดยังไม่ชัดเจน โดยตำรวจระบุว่า นี่เป็นเหตุรถชนที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะเพียงคันเดียว พร้อมเรียกร้องให้ผู้เห็นเหตุการณ์เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ สายอาชีพของนายแฮนซาร์ดเริ่มต้นจากการเป็นนักดนตรีเปิดหมวกข้างถนน ก่อนจะรับบท “Outspan Foster” ในภาพยนตร์เรื่อง The Commitments (2534), เป็นนักร้องนำวงร็อก The Frames, วงดูโอ The Swell Season และมีผลงานอัลบั้มเดี่ยวที่เคยเข้าชิงรางวัลแกรมมี สาขาอัลบั้มเพลงโฟล์คยอดเยี่ยม ในปี 2559 ด้วย

เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในปี 2551 จากเพลง “Falling Slowly” ในภาพยนตร์อินดี้เรื่อง Once ซึ่งเขาร่วมแสดงและแต่งเพลงร่วมกับ มาร์เกตา เออร์โกลวา

นายแฮนซาร์ดยังเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมเปิดหมวกระดมทุนในคืนวันคริสต์มาสอีฟกลางกรุงดับลินตั้งแต่ปี 2553 เพื่อช่วยเหลือคนไร้บ้านผ่านองค์กร Dublin Simon Community ซึ่งดึงดูดศิลปินชื่อดังมากมายมาร่วมงาน เช่น โบโน และ ซิเนด โอคอนเนอร์

มูลนิธิ Dublin Simon Community ออกมาระบุว่ารู้สึก “ใจสลาย” กับข่าวการจากไปของนายแฮนซาร์ด พร้อมยกย่องเขาว่าเป็นทั้งอัจฉริยะทางดนตรี และผู้ยิ่งใหญ่ผู้ต่อสู้เพื่อคนไร้บ้านด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง

ด้านนายกรัฐมนตรี ไมเคิล มาร์ติน กับประธานาธิบดี แคทเธอรีน คอนเนลลี แห่งไอร์แลนด์ ต่างออกมาร่วมแสดงความเสียใจ และยกย่องนายแฮนซาร์ดว่าเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ที่ร่วมสร้างสรรค์ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของไอร์แลนด์

เพื่อนนักแสดง และเพื่อนศิลปินหลาย รวมถึงนักแสดงจากเรื่อง The Commitments ต่างโพสต์แสดงความอาลัยต่อการจากไปก่อนวัยอันควรของนายแฮนซาร์ด ขณะที่มีการเปิดให้ร่วมลงชื่อแสดงความอาลัยทั้งทางออนไลน์ และที่ Mansion House หรือที่พำนักของนายกรัฐมนตรีในกรุงดับลินด้วย

อนึ่ง นายแฮนซาร์ดเพิ่งมีลูกชายวัย 3 ขวบ โดยเขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 2566 ว่าการมีลูกได้เปลี่ยนโลกทั้งใบของเขาไปในทางที่ดีที่สุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ลั่นจะตอบโต้อย่างหนัก หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพในจอร์แดน

ทรัมป์ลั่นจะตอบโต้อย่างหนัก หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพในจอร์แดน

29 ก.ค. 2569 22:10 น.

ทรัมป์ลั่นจะตอบโต้อย่างหนัก หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพในจอร์แดน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง หลังเตหะรานยิงมิสไซล์เข้าใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ในขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังระอุ ทั้งซาอุดีอาระเบีย อิรัก และกบฏฮูตี

เมื่อวันพุธที่ 29 ก.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาให้คำมั่นว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่านอย่างรุนแรง หลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายเตหะรานอ้างว่า สหรัฐฯ ยังโจมตีดินแดนของพวกเขาบริเวณใกล้ชายแดนอิรัก

“เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก พวกเขาโดนอัดน่วมแน่” ผู้สื่อข่าวของ Fox News อ้างคำพูดของทรัมป์ โดยเสริมว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ใช้คำสบถเพื่อย้ำเน้นความสำคัญของคำพูดเขาว่า “เราจะอัดพวกมันให้เละเลย”

ก่อนหน้านี้ กองทัพจอร์แดนออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาสกัดมิสไซล์ของอิหร่านได้ 5 ลูก ขณะที่กองทัพอิหร่านระบุว่า พวกโจมตีโดยมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพของสหรัฐฯ และย้ำว่า ตราบใดที่ภัยคุกคามต่อรัฐอิสลามอิหร่านยังอยู่ การต่อต้านก็จะดำเนินต่อไป

การโจมตีของอิหร่านทำให้ความหวังว่าจะเกิดการเจรจา หลังจากทั้งสองฝ่ายระงับการโจมตีที่ดำเนินต่อเนื่องมานาน 2 สัปดาห์ พังทลายลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 5% ทันที เนื่องจากความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันทั่วโลก

ในวันเดียวกันนี้ ซาอุดีอาระเบียประกาศร่วมมือกับสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศใส่กลุ่มติดอาวุธฝักใฝ่อิหร่านในอิรัก หลังจากช่วง 2 วันที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธในอิรักส่งโดรนโจมตีโรงงานน้ำมันดิบในซาอุดีอาระเบียหลายครั้ง

การโจมตีของซาอุฯ กับสหรัฐฯ ส่งผลให้นักรบของพันธมิตรกลุ่มติดอาวุธ “ฮาเชด อัล-ชาบี” (Hashed al-Shaabi) เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ศพ ส่วนรัฐบาลอิรักออกมาประณามว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย ขณะที่นายทรัมป์อ้างว่าได้ประสานงานกับรัฐบาลอิรักแล้ว

ขณะเดียวกัน อิสราเอลออกมากล่าวหากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนว่า ใช้โดรนโจมตีรถทหารของพวกเขา ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า พวกเขาโจมตีและสกัดเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำที่พยายามเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาต และยืนยันว่า พวกเขาควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ พร้อมเตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านทาง ซึ่งสหรัฐฯ คัดค้านอย่างรุนแรง

ด้านกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกองกำลังตัวแทนของอิหร่าน ยืนยันว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลที่พวกเขาบังคับใช้ในทะเลแดง ส่งผลต่อท่าเรือและเรือของซาอุดีอาระเบียเท่านั้น แต่พวกเขาเคยแสดงให้เห็นมาแล้วว่า สามารถคุกคามการเดินเรือผ่านเส้นทางน้ำสายนี้ได้อย่างมาก ในช่วงที่สงครามในกาซากำลังดุเดือด

ขณะที่รัฐมนตรีของรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ กล่าวหากลุ่มกบฏฮูตีว่า พยายามจัดตั้งระบบเก็บค่าธรรมเนียมเรือผ่านทางในทะเลแดงและช่องแคบ “บับ เอล-มันเดบ” ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบีย ภายใต้การสนับสนุนของอิหร่าน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna