หวิดไป หมาป่าไคโยตีพุ่งทำร้ายเด็ก 2 ขวบ เคราะห์ดีพ่อช่วยทัน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570420

หวิดไป หมาป่าไคโยตีพุ่งทำร้ายเด็ก 2 ขวบ เคราะห์ดีพ่อช่วยทัน (คลิป)

5 ธ.ค. 2565 13:09 น.

หวิดไป หมาป่าไคโยตีพุ่งทำร้ายเด็ก 2 ขวบ เคราะห์ดีพ่อช่วยทัน (คลิป)

เด็กน้อยวัย 2 ขวบชาวอเมริกันขวัญกระเจิง หลังถูกหมาป่าไคโยตีกระโจนเข้าใส่ ก่อนจะพยายามลากหนูน้อยไปตามถนน เคราะห์ดีที่พ่อของหนูน้อยออกมาช่วยไว้ได้ทัน

เหตุการณ์ระทึกนี้ถูกบันทึกไว้ได้โดยกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในนครลอสแอนเจลิส โดยจากคลิปจะเห็นว่ารถคันหนึ่งจอดอยู่ โดยพ่อของเด็กกำลังมุดตัวเข้าไปหยิบของภายในรถ หลังจากอุ้มลูกสาววัย 2 ขวบให้ยืนรออยู่อีกฝั่งของตัวรถ แต่จู่ๆ หมาป่าไคโยตีก็วิ่งตรงเข้ามาหาเด็กน้อย และกัดขาของเธอ ก่อนจะลากตัวเธอจนล้มลง เคราะห์ดีที่พ่อของเด็กได้ยินเสียงร้องของลูกสาว และรีบอุ้มหนูน้อย ก่อนจะขว้างขวดน้ำเข้าใส่หมาป่าเพื่อไล่มันไป โดยหลังจากอุ้มลูกสาวเข้าบ้านแล้ว พ่อของเด็กยังเดินออกไปตามหาหมาป่าที่ก่อเหตุ แต่ก็ไม่เจอตัวมันแล้ว

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ นายเอเรียล อีเลียยาเฮา พ่อของเด็กต้องพาหนูน้อยไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าหลายเข็ม เนื่องจากขาหนูน้อยเลือดออกจากการถูกกัด โดยตอนนี้หนูน้อยอาการดีขึ้น แต่ยังคงขวัญเสียเล็กน้อย โดยเขาระบุว่า เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทั้งๆ ที่เขาอาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส ซึ่งต่อไปเขาคงไม่กล้าปล่อยให้ลูกทั้งสองคนของเขาออกไปเล่นนอกบ้านเพียงลำพังอีกแล้ว แม้ว่าจะเป็นสนามหญ้าหลังบ้านของเขาเองก็ตาม ขณะที่หน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหาหมาป่าตัวดังกล่าวแล้ว โดยมีคนแจ้งว่า พบเห็นหมาป่า 2 ตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับตัวมันได้แต่อย่างใด.

ที่มา : ซีเอ็นเอ็น

จีนเข้าสู่มาตรการคุมโควิดเฟสใหม่ คาดจะเสียเวลาอีกหลายเดือนและทำเศรษฐกิจโตช้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2569645

จีนเข้าสู่มาตรการคุมโควิดเฟสใหม่ คาดจะเสียเวลาอีกหลายเดือนและทำเศรษฐกิจโตช้า

5 ธ.ค. 2565 11:55 น.

จีนเข้าสู่มาตรการคุมโควิดเฟสใหม่ คาดจะเสียเวลาอีกหลายเดือนและทำเศรษฐกิจโตช้า

  • จีนกำลังมุ่งหน้าสู่เส้นทางการกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง หลายเมืองเริ่มเข้าสู่นโยบายคุมโควิดที่ปรับเปลี่ยนใหม่ ท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่คาดว่าจะทำให้จีนต้องเสียเวลาไปอีกหลายเดือนกว่าที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ทำให้นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนอาจเป็นไปอย่างช้าๆ และไม่ราบรื่นนัก 
  • นักวิเคราะห์เตือนว่า เส้นทางสู่การอยู่ร่วมกับโควิดของจีนอาจต้องใช้เวลานาน และมองว่าโควิดอาจกลับมาระบาดหนักอีกครั้งในช่วงฤดูหนาว ทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดทำได้ยากมากขึ้น
  • ที่ปรึกษารัฐบาลจีนเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจจีนจะกระเตื้องกลับมาดีขึ้นอย่างเร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมนแซกส์ และยูบีเอส ประเมินว่า ตัวเลขจีดีพีจีนจะเพิ่มขึ้น 4.5% ในปีหน้า ส่วนมอร์แกน สแตนลีย์ประเมินว่าอยู่ที่ 5% ด้านโนมูระคาดว่าอยู่ที่ 4%

กว่า 3 ปีมาแล้วนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่นของจีน และพบการระบาดใหญ่ทั่วโลก จีนยังคงแน่วแน่ในนโยบายโควิดเป็นศูนย์ กุญแจสำคัญสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างมองว่าในขณะที่จีนกำลังเดินหน้าสู่การเปิดประเทศอีกครั้ง การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจจะเป็นไปอย่างช้าๆ และไม่ราบรื่นนัก หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และแม้ปัจจุบันจีนใช้มาตรการที่เรียกว่า “โควิดเป็นศูนย์แบบพลวัต” (Dynamic Zero-COVID) ซึ่งเพิ่มคำว่าพลวัตเข้ามา แต่ความเข้มข้นในการบังคับใช้ก็ไม่ได้ลดลง

จีนเข้าสู่มาตรการคุมโควิดเฟสใหม่ คาดจะเสียเวลาอีกหลายเดือนและทำเศรษฐกิจโตช้า

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รองนายกรัฐมนตรีซุน ชุนหลาน ที่ดูแลด้านควบคุมการแพร่ระบาด บอกว่า มาตรการควบคุมโควิดของจีนจะเข้าสู่เฟสใหม่หลังพบว่าเชื้อไวรัสมีความรุนแรงน้อยลงและอัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ตลาดหุ้นตอบรับในทางที่ดีกับข่าวนี้ หุ้นจีนทะยานขึ้น นำโดยหุ้นในกลุ่มอุปโภคและบริโภค ทั้งในตลาดฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ เงินหยวนแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายได้ออกมาเตือนว่า เส้นทางสู่การอยู่ร่วมกับโควิดอาจเป็นไปอย่างช้าๆ และไม่ราบรื่น โดย นายลู่ ถิง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ที่สถาบันโนมูระ มองว่า โควิดอาจกลับมาระบาดหนักอีกครั้งในช่วงฤดูหนาว ทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดทำได้ยากมากขึ้น ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างแท้จริงที่มาจากการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศมากขึ้น อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงที่ตัวเลขการแพร่ระบาดลดลง  

จีนเข้าสู่มาตรการคุมโควิดเฟสใหม่ คาดจะเสียเวลาอีกหลายเดือนและทำเศรษฐกิจโตช้า

เริ่มทยอยคลายมาตรการคุมเข้ม

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนเริ่มผ่อนคลายนโยบายคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากขึ้นแล้ว แม้ว่าจะไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการก็ตาม โดยในกรุงปักกิ่งได้มีการรื้อถอนบูธสำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ออกไป หลังจากที่มีการยกเลิกเงื่อนไขในการแสดงผลตรวจเป็นลบก่อนเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต และเตรียมยกเลิกการแสดงผลตรวจสำหรับการใช้บริการรถไฟใต้ดินในวันจันทร์นี้ ส่วนในสถานที่ต่างๆ ที่รวมถึงสำนักงาน ยังคงต้องแสดงผลตรวจ ส่วนเมืองเซินเจิ้น ประกาศว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องแสดงผลตรวจโควิดเป็นลบเพื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือเข้าไปใช้สวนสาธารณะ หลังจากมีการประกาศในลักษณะเดียวกันนี้ที่เมืองเฉิงตูและนครเทียนจิน

การผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มดังกล่าวมีขึ้นขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของจีนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในวันที่ 2 ธันวาคม มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ 32,827 คน ลดลงจาก 34,772 คนในหนึ่งวันก่อนหน้า และจนถึงวันที่ 2 ธ.ค. จีนมีผู้เสียชีวิตจากโควิดรวมทั้งสิ้น 5,233 ศพ และผู้ป่วยที่แสดงอาการ 331,952 ราย

ด้านเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปเผยว่า ในระหว่างการหารือกับเจ้าหน้าที่อียูเมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวตำหนิการจัดการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านนโยบายโควิดของรัฐบาลจีน แต่กล่าวว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์โอมิครอนได้ช่วยปูทางไปสู่ข้อกำหนดที่เข้มงวดน้อยลง

จีนเข้าสู่มาตรการคุมโควิดเฟสใหม่ คาดจะเสียเวลาอีกหลายเดือนและทำเศรษฐกิจโตช้า

เสี่ยงระบาดรอบใหม่ลากยาวอีกหลายเดือน

สภาหอการค้ายุโรปในจีน ระบุว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนเสียเวลาไปอย่างน้อย 1 ปีในการเตรียมเข้าสู่การเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และหากยกเลิกมาตรการคุมเข้มต่างๆ ก่อนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ จีนก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการกลับมาระบาดใหญ่อีกรอบ ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ และอาจนำไปสู่การประกาศมาตรการควบคุมที่เข้มงวดอีกครั้ง อย่างที่เราได้เห็นมาแล้วในช่วงต้นปีนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ 


แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลจีนจะย้ำถึงความพยายามสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการควบคุมการแพร่ระบาด แต่มาตรการล็อกดาวน์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด การกักตัวและตรวจหาเชื้อแบบปูพรม ได้ทำให้ประชาชนเหนื่อล้าและหมดความอดทน นำมาสู่การประท้วงครั้งใหญ่ตามสถานศึกษาและในหลายเมือง

จีนเข้าสู่มาตรการคุมโควิดเฟสใหม่ คาดจะเสียเวลาอีกหลายเดือนและทำเศรษฐกิจโตช้า

ขณะที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจภาคบริการของจีนได้กลายเป็นเหยื่อของนโยบายซีโร่ โควิด เนื่องจากทางการจำกัดการเดินทางเมื่อพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากความต้องการเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าทางการแพทย์ในช่วงแรกของการแพร่ระบาด มาในปีนี้ก็ประสบภาวะชะงักงัน ยอดส่งออกลดลงในช่วงที่การแพร่ระบาดกลับมารุนแรงอีกรอบ


อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษารัฐบาลจีน กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนจะกระเตื้องกลับมาดีขึ้นอย่างเร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมนแซกส์ และยูบีเอส ประเมินว่า ตัวเลขจีดีพีจีนจะเพิ่มขึ้น 4.5% ในปีหน้า ส่วนมอร์แกน สแตนลีย์ประเมินว่าอยู่ที่ 5% ด้านโนมูระคาดว่าอยู่ที่ 4%.

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล : Guardian  Aljazeera

ทีมนักบินอวกาศเสิ่นโจว-14 กลับสู่โลกแล้ว หลังปฏิบัติภารกิจที่สถานีอวกาศ6เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570201

ทีมนักบินอวกาศเสิ่นโจว-14 กลับสู่โลกแล้ว หลังปฏิบัติภารกิจที่สถานีอวกาศ6เดือน

5 ธ.ค. 2565 08:36 น.

ทีมนักบินอวกาศเสิ่นโจว-14 กลับสู่โลกแล้ว หลังปฏิบัติภารกิจที่สถานีอวกาศ6เดือน

ทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจ “เสิ่นโจว-14” ของจีน จำนวน 3 คน ได้เดินทางกลับถึงโลกแล้ว หลังปฏิบัติภารกิจนาน 6 เดือน และได้ส่งมอบการควบคุมสถานีอวกาศให้แก่ทีมใหม่เป็นที่เรียบร้อย

สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีน รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2565 ทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสิ่นโจว-14 ของจีน จำนวน 3 คน ได้เดินทางกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัยแล้ว ที่บริเวณฐานลงจอดตงเฟิง เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ทางตอนเหนือของประเทศ หลังจากนักบินอวกาศชุดนี้ได้ปฏิบัติงานที่สถานีอวกาศเทียนกงเสร็จสิ้นตามกำหนดการทั้งหมดเป็นเวลา 6 เดือน

องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน ระบุว่า ทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสิ่นโจว-14 ได้ส่งมอบการควบคุมสถานีอวกาศจีนแก่ทีมนักบินอวกาศประจำภารกิจเสิ่นโจว-15 เป็นที่เรียบร้อยเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 2 ธ.ค. ก่อนเดินทางกลับโลก ซึ่งนับเป็นการผลัดเปลี่ยนทีมนักบินอวกาศในวงโคจรครั้งแรกของจีน

ทั้งนี้ ทีมนักบินอวกาศเสิ่นโจว-14 ประกอบด้วย เฉิน ตง ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการ นักบินอวกาศหลิว หยาง และนักบินอวกาศไช่ ซวี่เจ๋อ รวมอยู่ที่ 183 วัน เพื่อปฏิบัติงานต่างๆ อาทิ การผลัดเปลี่ยนกับนักบินอวกาศเสิ่นโจว-15 ในวงโคจร การตั้งค่าสถานะของสถานีอวกาศ การคัดแยกและดาวน์โหลดข้อมูลการทดลอง และการสะสางและขนย้ายเสบียงที่เก็บไว้ในวงโคจร โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคพื้นดิน.

เหตุสลด น้ำป่าซัดกลุ่มชาวคริสต์ทำพิธีทางศาสนาริมแม่น้ำแอฟริกาใต้ ดับ 9 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570196

เหตุสลด น้ำป่าซัดกลุ่มชาวคริสต์ทำพิธีทางศาสนาริมแม่น้ำแอฟริกาใต้ ดับ 9 ศพ

5 ธ.ค. 2565 07:50 น.

เหตุสลด น้ำป่าซัดกลุ่มชาวคริสต์ทำพิธีทางศาสนาริมแม่น้ำแอฟริกาใต้ ดับ 9 ศพ

น้ำป่าทะลักซัดกลุ่มชาวคริสต์หลายสิบคนร่วมพิธีทางศาสนาริมแม่น้ำแอฟริกาใต้ ดับอย่างน้อย 9 ศพ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 8 ราย

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2565 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เกิดเหตุสลดน้ำป่าไหลหลากท่วมฉับพลัน ซัดกลุ่มชาวคริสต์นับสิบคนที่ไปรวมตัวกันประกอบพิธีทางศาสนา บริเวณริมแม่น้ำจูคสเคย์ ในนครโยฮันเนสเบิร์ก ของแอฟริกาใต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 8 ราย

รายงานข่าวระบุว่า เหยื่อน้ำป่าเป็นกลุ่มชาวคริสต์สมาชิกโบสถ์แห่งหนึ่งที่เดินทางไปชุมนุมกันบริเวณริมแม่น้ำ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่จู่ๆ กระแสน้ำได้ซัดมา ทำให้พวกเขาถูกน้ำซัดหายไป ล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้สูญหาย

ทั้งนี้ กลุ่มชาวคริสต์มักจะไปรวมตัวกันริมแม่น้ำแห่งนี้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา เนื่องจากแม่น้ำสายนี้ไหลผ่านเมืองอเล็กซานดรา ทางตะวันออกของนครโยฮันเนสเบิร์ก ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีรับศีลมหาสนิท และพิธีชำระบาปตามความเชื่อทางศาสนา.

สหรัฐฯเชื่อสู้รบในยูเครนชะลอตัวรับฤดูหนาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570211

สหรัฐฯเชื่อสู้รบในยูเครนชะลอตัวรับฤดูหนาว

5 ธ.ค. 2565 07:21 น.

สหรัฐฯเชื่อสู้รบในยูเครนชะลอตัวรับฤดูหนาว

นางแอฟริล เฮนส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน อาจเริ่มลดจังหวะลงในช่วง 2-3 เดือนนี้ เนื่องจากทั้งยูเครนและรัสเซียจะพยายามหาทางเสริมกำลังและสะสมเสบียง เพื่อปฏิบัติการรุกในช่วงหลังฤดูหนาว แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ารัสเซียมีแผนจะทำการรุกหรือไม่ ส่วนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนก่อนฤดูหนาว ก็ไม่พบหลักฐานว่าจะทำให้ชาวยูเครนหมดกำลังใจที่จะต่อต้านรัสเซียแต่อย่างใด

วันเดียวกัน รัฐบาลรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า จะไม่ยอมรับการกำหนดราคาน้ำมันรัสเซียของชาติตะวันตก และอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการตอบสนอง หลังชาติอุตสาหกรรมชั้นนำจี 7 และสหภาพยุโรปตกลงกันที่จะกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียไว้ที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จากราคาขายปกติ 67-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. กระนั้น นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน มองว่าการกำหนดราคาที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะส่งผลกระทบต่อรัสเซียน้อยมาก ส่วนนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวว่าองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ควรเตรียมตัวที่จะมอบหลักประกันทางความมั่นคงแก่รัสเซีย ในการเจรจาหาข้อยุติความขัดแย้งระหว่างยูเครน รัสเซีย และตะวันตก.

อิหร่านทวนกฎคลุมผม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570205

อิหร่านทวนกฎคลุมผม

5 ธ.ค. 2565 07:05 น.

อิหร่านทวนกฎคลุมผม

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นายโมฮัมหมัด จาฟาร์ มอนตาเซรี อัยการสูงสุดอิหร่าน เปิดเผยว่าหน่วยงานด้านยุติธรรม และรัฐสภามีแผนการที่จะทบทวนกฎหมายเรื่องการคลุมศีรษะของสตรีว่า จำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ คาดจะได้ข้อสรุปผลภายใน 1-2 สัปดาห์

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประท้วงในอิหร่านตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากความไม่พอใจเรื่องสิทธิสตรี และข้อบังคับเรื่องการแต่งตัวอย่างการคลุมศีรษะ ซึ่งส่งผลให้ผู้หญิงชาวอิหร่านจำนวนมากแสดงจุดยืนต่อต้านด้วยการปล่อยผมสยายในที่สาธารณะเหมือนผู้หญิงในชาติตะวันตก

ขณะที่นายอิบรอฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวว่า สาธารณรัฐอิหร่าน และรากฐานของศาสนาอิสลามได้ฝังรากลึกอยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่การบังคับใช้รัฐธรรมนูญก็มีวิธีการที่สามารถยืดหยุ่นกันได้ ส่วนหน่วยงานความมั่นคงอิหร่านเปิดเผยว่า เหตุการณ์ประท้วงที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. ส่งผลให้ทั้งพลเรือนและเจ้าหน้าที่รัฐ เสียชีวิตมากกว่า 200 คน ก่อนหน้านี้สหประชาชาติระบุว่าตัวเลขอยู่ที่กว่า 300 คน.

รัสเซียเจอซากแมวน้ำ 2,500 ตัว ตายปริศนา เกยตื้นชายฝั่งทะเลแคสเปียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570168

รัสเซียเจอซากแมวน้ำ 2,500 ตัว ตายปริศนา เกยตื้นชายฝั่งทะเลแคสเปียน

5 ธ.ค. 2565 04:22 น.

รัสเซียเจอซากแมวน้ำ 2,500 ตัว ตายปริศนา เกยตื้นชายฝั่งทะเลแคสเปียน

รัสเซียพบซากแมวน้ำตายเกยตื้นชายฝั่งทะเลแคสเปียนกว่า 2,500 ตัวแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบหาสาเหตุ แต่ไม่พบร่องรอยความรุนแรง

สำนักข่าว บีบีซี รายงานเมื่อ 4 ธ.ค. 2565 ว่า เจ้าหน้าที่รัสเซียพบซากแมวน้ำตายเกยตื้นบริเวณชายฝั่งทะเลแคสเปียนทางตอนใต้ของประเทศเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,500 ตัวแล้ว หลังจากรายงานก่อนหน้านี้ระบุว่ามีราว 700 ตัว แต่การสืบสวนเพิ่มเติมทำให้พบซากมากขึ้น และการนับจำนวนตอนนี้ยังไม่เสร็จสิ้น

นายซาอูร์ กาปิซอฟ หัวหน้าศูนย์ปกป้องสิ่งแวดล้อมแคสเปียน ระบุในแถลงการณ์ว่า แมวน้ำเหล่านี้อาจตายตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนแล้ว โดยไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่า พวกมันตายถูกฆ่าหรือติดอวนประมงแต่อย่างใด

ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้มประจำสาธารณรัฐดาเดสถาน เขตปกครองในภาคตะวันตกเฉียงใต้สุดของรัสเซีย เปิดเผยผ่าน เทเลแกรมว่า ซากแมวน้ำจำนวนมากนี้ถูกพบบริเวณปากแม่น้ำ 2 แห่งได้แก่ ซูลัค และ ชูริกา โดยผู้เชี่ยวชาญได้เก็บตัวอย่างจากซากไปตรวจสอบแล้ว แต่น่าจะทราบสาเหตุการตายหลังจากได้ผลการตรวจจากห้องทดลอง

ทั้งนี้ แมวน้ำทะเลแคสเปียน ถูกจัดเป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) มาตั้งแต่ปี 2551 โดยปัจจุบันพวกมันมีประชากรราว 70,000 ตัวเท่านั้น จากเดิมที่มีมากกว่า 1 ล้านตัวนช่วงศตวรรษก่อน เนื่องจากพวกมันถูกล่าอย่างหนัก และได้รับผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม

รัสเซียลั่น ไม่ขายน้ำมันภายใต้การจำกัดราคา-พร้อมลดกำลังผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570160

รัสเซียลั่น ไม่ขายน้ำมันภายใต้การจำกัดราคา-พร้อมลดกำลังผลิต

5 ธ.ค. 2565 02:37 น.

รัสเซียลั่น ไม่ขายน้ำมันภายใต้การจำกัดราคา-พร้อมลดกำลังผลิต

รองนายกรัสเซียประกาศกร้าว จะไม่ขายน้ำมันภายใต้การจำกัดราคาแม้จะต้องลดกำลังผลิต พร้อมเตือนว่า การจำกัดราคาน้ำมันของ EU จะทำให้ตลาดปั่นป่วน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. 2565 ว่า รัฐบาลจะสั่งห้ามบริษัทภายในประเทศ ไม่ให้ขายน้ำมันของรัสเซียภายใต้มาตรการจำกัดราคาใดๆ แม้จะต้องลดกำลังผลิตน้ำมันเพื่อชดเชยกับการส่งออกที่ลดลง

คำพูดของนายโนวัคเกิดขึ้นเพียง 1 วันก่อนที่มาตรการห้ามนำเข้าน้ำมันรัสเซียที่ขนส่งทางทะเลของสหภาพยุโรป (EU) จะมีผลบังคับใช้ นอกจากนั้นชาติสมาชิก EU เพิ่งเห็นชอบกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียไว้ที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยภายใต้ข้อตกลง ชาติ EU จะห้ามบริษัทประกันหรือขนส่งของพวกเขาไม่ให้อำนวยความสะดวกแก่การขนส่งน้ำมันของรัสเซียไปยังประเทศที่ 3 หากน้ำมันถูกขายเกินราคาที่กำหนด

มาตรการจำกัดราคาน้ำมันดังกล่าว ซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยประเทศกลุ่ม G7 เป็นหนึ่งในความพยายามที่จะลดปริมาณน้ำมันของรัสเซียที่ขายเข้าสู่ตลาดโลก ในเวลาเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการขาดแคลนอุปทานน้ำมัน เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายโนวัคกล่าวว่า รัสเซียจะขายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันให้แก่ประเทศที่จะซื้อน้ำมันของพวกเขาในราคาตลาดเท่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะต้องลดกำลังผลิตบ้างก็ตาม เขากล่าวอีกว่า การจำกัดราคาน้ำมันของ EU ขัดต่อข้อบังคับขององค์กรการค้าโลก (WTO) ซึ่งอาจนำไปสู่การลดลงของการลงทุนด้านพลังงาน, การขาดแครนน้ำมันทั่วโลก และทำให้ตลาดหยุดชะงักมากขึ้นไปอีก

รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียเตือนด้วยว่า ในอนาคต EU อาจใช้มาตรการจำกัดราคานี้กับสิ่งอื่นนอกจากน้ำมัน และไม่ได้ใช่แค่กับรัสเซียแต่กับประเทศอื่นๆ ด้วย

ที่มา : politico

หน่วยตำรวจศีลธรรมอิหร่านส่อถูกยุบ หลังโดนประท้วงหนักนาน 2 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570148

หน่วยตำรวจศีลธรรมอิหร่านส่อถูกยุบ หลังโดนประท้วงหนักนาน 2 เดือน

5 ธ.ค. 2565 01:04 น.

หน่วยตำรวจศีลธรรมอิหร่านส่อถูกยุบ หลังโดนประท้วงหนักนาน 2 เดือน

อัยการสูงสุดของอิหร่านเผย หน่วยตำรวจศีลธรรม ซึ่งมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายชาริอะห์อันเข้มงวด และเป็นชนวนทำให้เกิดการประท้วงใหญ่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กำลังจะโดนยุบ

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายโมฮัมหมัด จาฟาร์ มอนตาเซรี อัยการสูงสุดของประเทศอิหร่าน ไปร่วมการประชุมทางศาสนางานหนึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. 2565 โดยภายในงานเขาถูกผู้สื่อข่าวถามว่า หน่วยตำรวจศีลธรรม ซึ่งมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายชาริอะห์อันเข้มงวด จะถูกยุบหรือไม่

อัยการสูงสุดผู้นี้ตอบว่า “หน่วยตำรวจศีลธรรมไม่มีความเกี่ยวข้องกับระบบศาลยุติธรรม และมันกำลังถูกยุบจากที่ที่มันถูกก่อตั้งขึ้น” อนึ่ง หน่วยตำรวจศีลธรรมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย

คำพูดของนายมอนตาเซรียังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานอื่นๆ ในประเทศ แต่มันเกิดขึ้นหลังจากอิหร่านเผชิญการประท้วงอย่างหนักตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการเสียชีวิตของ น.ส. มาห์ซา อามินี ระหว่งที่เธอถูกตำรวจศีลธรรมควบคุมตัวข้อหาไม่สวมฮิญาบ โดยตำรวจศีลธรรมถูกกล่าวหาว่า ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายมอนตาเซรีกล่าวต่อรัฐสภาอิหร่านด้วยว่า ควรมีการทบทวนกฎหมายที่กำหนดให้ผู้หญิงต้องโพกผ้าคลุมศีรษะ รวมถึง ฮิญาบ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงกฎหมายซึ่งใช้มานานหลายสิบปีนี้อาจเป็นเรื่องยาก

ทั้งนี้ หากมีการยืนยันว่าหน่วยตำรวจศีลธรรมถูกยุบจริง จะนับเป็นการยอมถอยครั้งใหญ่ของฝ่ายรัฐบาลอิหร่าน แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่า มันจะช่วยยุติการประท้วงของประชาชน ซึ่งลุกลามไปเป็นการแสดงความไม่พอใจในปัญหาอื่นๆ ทั้ง ความยากจน, การว่างงาน, ความไม่เท่าเทียม, ความอยุติธรรม และการคอร์รัปชัน

ผู้ประท้วงหญิงคนหนึ่งบอกกับ บีบีซี ว่า แค่รัฐบาลยุบหน่วยตำรวจศีลธรรมไม่ได้หมายความว่าการประท้วงจะยุติ และต่อให้รัฐบาลบอกอนุญาตให้การสวมฮิญาบเป็นทางเลือกส่วนบุคคลก็ไม่เพียงพอ ขณะที่หญิงอีกคนบอกว่า ผู้ประท้วงไม่สนเรื่องฮิญาบแล้ว พวกเธอต้องการการปฏิวัติ ฮิญาบเป็นเพียงจุดเริ่มต้น พวกเธอต้องการการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

อินโดนีเซียเตือนภัยสูงสุด ภูเขาไฟ ‘เซเมรู’ ปะทุ ต้องอพยพคนนับพัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2570131

อินโดนีเซียเตือนภัยสูงสุด ภูเขาไฟ ‘เซเมรู’ ปะทุ ต้องอพยพคนนับพัน

4 ธ.ค. 2565 23:30 น.

อินโดนีเซียเตือนภัยสูงสุด ภูเขาไฟ ‘เซเมรู’ ปะทุ ต้องอพยพคนนับพัน

ภูเขาไฟ เซเมรู บนเกาะชวาของอินโดนีเซีย ปะทุพ่นเถ้าถ่านหนาทึบขึ้นสูงท้องฟ้าในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ทางการต้องยกระดับเตือนภัยสู่ขั้นสูงสุด และอพยพประชาชนหลายพันคน

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า ทางการของประเทศอินโดนีเซีย ยกระดับการเตือนภัยกิจกรรมภูเขาไฟในภาคตะวันออกของเกาะชวา จากระดับ 3 เป็นระดับ 4 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. 2565 หลังจากภูเขาไฟ ‘เซเมรู’ เริ่มปะทุในตั้งแต่เวลา 2.46 น.ตามเวลาท้องถิ่น พ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้าสูงถึง 15 กม.

ศูนย์บรรเทาอันตรายทางธรณีวิทยาและภูเขาไฟวิทยา (PVMBG) ของอินโดนีเซีย ระบุว่า การยกระดับการเตือนภัยหมายถึงมีความเสี่ยงจะเกิดอันตรายต่อบ้านเรือนผู้คน พร้อมเตือนประชาชนไม่ให้เข้าใกล้ภูเขาไฟเซเมรูภายในรัสมี 8 กม.จากศูนย์กลางการปะทุ ในขณะที่กลุ่มเมฆขี้เถ้าความร้อนสูงลอยจากสุดศูนย์กลางไปไกลเกือบ 19 กม.แล้ว

ด้านสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติ (BNPB) ระบุว่า มีประชาชน 1,979 คนถูกอพยพไปยังศูนย์หลบภัย 11 แห่ง แต่ปฏิบัติการค้นหา, ช่วยเหลือ และอพยพยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่ยังแจกจ่ายหน้ากากให้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นควันด้วย

ทั้งนี้ เซเมรู เป็นภูเขาไฟสูงที่สุดบนเกาะชวา เคยปะทุมาแล้วเมื่อปีก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 ศพ ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพ ขณะที่การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก เกิดแผ่นดินไหวหลายระลอกในภาคตะวันตกของเกาะชวา รวมถึงแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อเดือนก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ศพ

ก่อนหน้านี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของประเทศญี่ปุ่นเพิ่มการเฝ้าระวัง ความเป็นไปได้ที่การปะทุล่าสุดของภูเขาไฟ เซเมรู จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ ก่อนจะยกเลิกในเวลาต่อมา