
รัฐบาลปั้นไทยสู่ศูนย์กลางการบิน เปิดทางเครื่องบินน้ำ เชื่อมอันดามันไร้รอยต่อ
วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.14 น.
รัฐบาลปั้นไทยสู่ Aviation Hub เปิดทาง”Seaplane”เชื่อมอันดามันไร้รอยต่อ “ภัทรพงศ์”ขีดเส้นบินนำร่อง กระบี่-ภูเก็ต ภายในปีนี้ ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ทางทะเล
9 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับศักยภาพด้านคมนาคมและการท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเดินทางและการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพและการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ และหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเกี่ยวกับแนวทางการเปิดให้บริการเครื่องบินน้ำ (Seaplane) เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญฝั่งอันดามัน และเพิ่มทางเลือกการเดินทางรูปแบบใหม่ที่มีความสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม มีเป้าหมายพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ให้เป็น “Airport for Regional Development” หรือสนามบินเพื่อการพัฒนาระดับภูมิภาค โดยเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสนามบินกับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและหมู่เกาะต่างๆ อย่างไร้รอยต่อ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่งเครื่องบินน้ำจะเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อผลักดันโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดตั้ง “คณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane)” เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคเอกชน ในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน โดยนายภัทรพงศ์ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการดังกล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลมองว่า Seaplane จะไม่เพียงช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ (High Value Tourists) และนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง (High Spending Tourists) เท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้อย่างกว้างขวาง ทั้งธุรกิจการบิน การท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ การแพทย์ฉุกเฉิน และภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเล ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และการจ้างงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นายภัทรพงศ์ เปิดเผยว่า จังหวัดกระบี่จะเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของประเทศในการเปิดให้บริการเครื่องบินน้ำ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มทดลองบินเส้นทางกระบี่ – ภูเก็ต ได้ภายในปี 2569 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศรูปแบบใหม่ของประเทศไทย และเป็นต้นแบบการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่อื่นต่อไปในอนาคต
“รัฐบาลมุ่งสร้างระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ การผลักดัน Seaplane ในพื้นที่อันดามันจะช่วยยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจท้องถิ่น และเสริมศักยภาพประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางการเดินทาง การท่องเที่ยว และการลงทุนของภูมิภาค” นางสาวลลิดา กล่าว