เรือนจำเขากลิ้งอบอุ่น “เสก โลโซ” รดน้ำขอพร “ทวี”-“กานต์” ครอบครัว ร่วมวง

เรือนจำเขากลิ้งอบอุ่น “เสก โลโซ” รดน้ำขอพร “ทวี”-“กานต์” ครอบครัว ร่วมวง

13 เม.ย. 2569 16:12 น.

เรือนจำเขากลิ้งอบอุ่น “เสก โลโซ” รดน้ำขอพร “ทวี”-“กานต์” ครอบครัว ร่วมวง

“เสก โลโซ” รดน้ำขอพร “ทวี สอดส่อง” ในเทศกาลสงกรานต์ แสดงความเคารพผูกพันส่งกำลังใจให้กัน ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นครอบครัวอบอุ่นที่เรือนจำเขากลิ้ง เพชรบุรี

วันที่ 13 เมษายน 2569 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปยังเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อเข้าเยี่ยม “เสก โลโซ” เสกสรรค์ ศุขพิมาย เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์

โดยทาง นางวิภากร ศุขพิมาย หรือ “กานต์” ภรรยาของเสก พร้อมด้วยบิดามารดา ได้เดินทางร่วมเข้าเยี่ยมด้วย ซึ่งภายในเรือนจำเขากลิ้ง ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิด เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้พบปะครอบครัวอย่างอบอุ่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย

บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดย เสก โลโซ ได้ร่วมรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ในครอบครัว รวมถึง พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ซึ่งมีความเคารพนับถือกันอย่างใกล้ชิด สะท้อนถึงความผูกพันและกำลังใจที่ยังคงส่งถึงกันในช่วงเวลาสำคัญ

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

"บริทนีย์ สเปียร์ส" ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

13 เม.ย. 2569 15:50 น.

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

“บริทนีย์ สเปียร์ส” สมัครใจเข้าสถานบำบัดเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ หลังถูกจับกุมฐานขับรถขณะมึนเมา ทั้งจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และยาเมื่อเดือนก่อน ด้านตัวแทนเผยถึงเวลาปรับเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่เพื่อความสำเร็จและสุขภาพที่ดีในระยะยาว

สื่อสหรัฐฯ หลายสำนักรายงานตรงกันว่า บริทนีย์ สเปียร์ส นักร้องสาวซูเปอร์สตาร์วัย 44 ปี ได้ตัดสินใจเดินทางเข้าสถานบำบัดเพื่อเข้ารับการรักษาตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 เม.ย.) เพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่เธอถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาขับรถขณะมึนเมาทั้งจากฤทธิ์แอลกอฮอล์และยา

เหตุการณ์จับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ยี่ห้อ BMW ขับขี่ด้วยความเร็วสูงและมีส่ายไปมาอย่างน่าอันตรายบนทางหลวง เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจพบว่านักร้องสาวมีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัดและไม่ผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายในที่เกิดเหตุ ซึ่งตัวแทนของเธอยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ “ให้อภัยไม่ได้” และคนใกล้ชิดกำลังเร่งจัดทำแผนการเยียวยาที่ล่าช้ามานานเพื่อช่วยให้เธอกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง

ตัวแทนของบริทนีย์ระบุกับบีบีซีว่า “บริทนีย์กำลังเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและปฏิบัติตามกฎหมาย เราหวังว่านี่จะเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่ควรจะเกิดขึ้นมานานในชีวิตของเธอ เธอจะได้รับความช่วยเหลือและแรงสนับสนุนที่จำเป็นในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ โดยลูกๆ ของเธอจะมาใช้เวลาอยู่ร่วมกับเธอด้วย”

การเข้าบำบัดในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 3 สัปดาห์ก่อนที่เธอจะต้องเดินทางไปขึ้นศาลในแคลิฟอร์เนียเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีเมาแล้วขับ

ทั้งนี้ บริทนีย์ สเปียร์ส ถือเป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล แต่ชีวิตส่วนตัวของเธอต้องเผชิญกับมรสุมมาอย่างต่อเนื่อง และเคยอยู่ภายใต้การดูแลของบิดาในฐานะผู้พิทักษ์ทรัพย์สิน เป็นเวลานานกว่า 13 ปี ซึ่งเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อปี 2021 ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องเสรีภาพและสภาพจิตใจของเธอที่ถูกจับตามองจากแฟนคลับทั่วโลกมาโดยตลอด

.

ที่มา BBC

ซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร “มื้อเดียวต่อวัน”

ซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร "มื้อเดียวต่อวัน"

13 เม.ย. 2569 15:20 น.

ซูดานวิกฤตหนัก คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหาร “มื้อเดียวต่อวัน”

กลุ่ม NGO เผยชาวซูดานเผชิญวิกฤตความอดอยากขั้นรุนแรงหลังสงครามกลางเมืองย่างเข้าสู่ปีที่ 3 ผู้คนนับล้านคนต้องประทังชีวิตด้วยอาหารมื้อเดียวต่อวัน หลายครอบครัวต้องกินใบไม้และอาหารสัตว์เพื่อความอยู่รอด

รายงานฉบับล่าสุดจากกลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGO) ระหว่างประเทศ เช่น Action Against Hunger, CARE International และสภาผู้ลี้ภัยแห่งนอร์เวย์ เปิดเผยว่า ประชากรหลายล้านคนในซูดานกำลังตกอยู่ในสภาวะอดอยากอย่างหนัก โดยส่วนใหญ่สามารถหาอาหารรับประทานได้เพียง “วันละหนึ่งมื้อ” เท่านั้น หรือในบางรายอาจต้องอดอาหารติดต่อกันหลายวัน

สงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพซูดานและกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) ที่กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 3 ในวันที่ 15 เม.ย.นี้ ได้สร้างวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดโลกครั้งหนึ่ง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ดาร์ฟูร์เหนือ และคอร์โดฟานใต้ ซึ่งประชาชนต้องหันไปกินใบไม้และอาหารสัตว์เพื่อประทังชีวิตเนื่องจากขาดแคลนอาหารอย่างหนัก

ข้อมูลระบุว่าประชากรกว่า 28.9 ล้านคน หรือ 61.7% ของประเทศ กำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาหารขั้นวิกฤต โดยในพื้นที่เมืองอุมบารู (Um Baru) พบอัตราเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ขาดสารอาหารรุนแรงสูงกว่าเกณฑ์ชี้วัดสภาวะอดอยากถึง 2 เท่า ส่วนครัวเรือนที่มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าครอบครัว มีโอกาสเผชิญความอดอยากมากกว่าครัวเรือนที่มีผู้ชายเป็นผู้นำถึง 3 เท่า

รายงานระบุว่า สงครามได้ทำลายระบบเกษตรกรรมและตลาดอย่างจงใจ โดยมีการใช้ “ความอดอยาก” เป็นอาวุธในการทำสงคราม นอกจากนี้ กลุ่มผู้หญิงและเด็กหญิงยังเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศและคุกคามทุกครั้งที่ต้องออกไปหาแหล่งน้ำหรือหาซื้ออาหาร

แม้ว่าสหประชาชาติจะยืนยันการเกิดสภาวะอดอยากในพื้นที่เมืองอัล-ฟาเชอร์ และคาดูกลี แต่ทางรัฐบาลซูดานที่ฝักใฝ่ฝ่ายกองทัพยังคงปฏิเสธการมีอยู่ของภาวะอดอยากดังกล่าว ขณะที่กองกำลัง RSF ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของตน

ขณะนี้ความช่วยเหลือจากนานาชาติกำลังเผชิญอุปสรรคใหญ่ จากการถูกตัดงบประมาณสนับสนุนจากผู้บริจาครายใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการช่วยเหลือของหน่วยงานบรรเทาทุกข์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายลงทุกขณะ.

ที่มา Reuters

ออสเตรเลียตั้ง “ผู้หญิง” ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปี

ออสเตรเลียตั้ง "ผู้หญิง" ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปี

13 เม.ย. 2569 14:35 น.

ออสเตรเลียตั้ง “ผู้หญิง” ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปี

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศแต่งตั้ง “พลโทหญิง ซูซาน คอยล์” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นครั้งแรกในรอบ 125 ปี ท่ามกลางความพยายามปฏิรูปกองทัพและเพิ่มสัดส่วนสตรีในระดับบริหาร พร้อมขยับผู้บัญชาการทหารเรือขึ้นคุมกองทัพ

รัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศแต่งตั้งคณะผู้บริหารกองทัพชุดใหม่ โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเลือก พลโทหญิง ซูซาน คอยล์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 125 ปีของกองทัพบกออสเตรเลียที่จะมีสตรีเป็นผู้นำสูงสุดของเหล่าทัพ

นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี และนายริชาร์ด มาร์ลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า พลโทหญิงคอยล์จะเข้ารับตำแหน่งในเดือนกรกฎาคมนี้ ต่อจากพลโทไซมอน สจวร์ต โดยรัฐมนตรีกลาโหมยกย่องว่านี่คือ “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์” และเชื่อว่าความสำเร็จของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับทหารหญิงรุ่นปัจจุบันและผู้ที่สนใจเข้ารับราชการในอนาคต ดังคำกล่าวของพลโทหญิงคอยล์ที่ว่า “คุณไม่สามารถเป็นในสิ่งที่คุณมองไม่เห็นได้”

พลโทหญิงคอยล์ ในวัย 55 ปี มีประสบการณ์รับราชการทหารมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ เริ่มต้นจากการเป็นทหารกองหนุนในปี 1987 เคยผ่านการบังคับบัญชาหน่วยรบในสมรภูมิต่างๆ ทั้งในติมอร์-เลสเต, หมู่เกาะโซโลมอน และอัฟกานิสถาน นอกจากนี้เธอยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญด้านสงครามไซเบอร์และอวกาศ รวมถึงเป็นคุณแม่ลูกสามที่สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยการสงครามกองทัพบกสหรัฐฯ อีกด้วย

การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กองทัพออสเตรเลียกำลังเผชิญกับความท้าทายจากข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศและการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ โดยกองทัพตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนบุคลากรหญิงให้ถึง 25% ภายในปี 2030 จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 21%

นอกจากการตั้งผู้บัญชาการทหารบกหญิงแล้ว รัฐบาลยังได้ประกาศแต่งตั้ง พลเรือเอก มาร์ค แฮมมอนด์ ผู้บัญชาการทหารเรือคนปัจจุบัน ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด แทนที่พลเรือเอกเดวิด จอห์นสตัน ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ โดยพลเรือโท แมทธิว บัคลีย์ จะขึ้นมารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือแทน

การปรับเปลี่ยนผู้นำกองทัพครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของออสเตรเลียในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคต ควบคู่ไปกับการสร้างความเท่าเทียมทางเพศภายในองค์กรที่มีความเข้มงวดสูงอย่างกองทัพ.

ที่มา The Guardian / Reuters

ฟิลิปปินส์กล่าวหาแรง ชี้จีน “วางยาพิษไซยาไนด์” ในน่านน้ำพิพาททะเลจีนใต้ เสี่ยงกระทบสิ่งแวดล้อม

ฟิลิปปินส์กล่าวหาแรง ชี้จีน “วางยาพิษไซยาไนด์” ในน่านน้ำพิพาททะเลจีนใต้ เสี่ยงกระทบสิ่งแวดล้อม

13 เม.ย. 2569 14:05 น.

ฟิลิปปินส์กล่าวหาแรง ชี้จีน “วางยาพิษไซยาไนด์” ในน่านน้ำพิพาททะเลจีนใต้ เสี่ยงกระทบสิ่งแวดล้อม

รัฐบาลฟิลิปปินส์กล่าวหาชาวประมงจีนใช้ไซยาไนด์เทลงทะเลบริเวณหมู่เกาะสแปรตลี จุดตึงเครียดสำคัญในทะเลจีนใต้ หวังทำลายทรัพยากรทางทะเล ขณะเตรียมยื่นประท้วงทางการทูตต่อปักกิ่ง

ประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวหาชาวประมงจีนเทสารไซยาไนด์ลงในน่านน้ำบริเวณหมู่เกาะสแปรตลี  ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ และเคยเกิดเหตุปะทะรุนแรงกับเรือของจีนมาแล้วหลายครั้ง

ข้อกล่าวหาดังกล่าวยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ที่เป็นเส้นทางเดินเรือหลักของโลก และเชื่อว่ามีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

สภาความมั่นคงแห่งชาติฟิลิปปินส์ (NSC) ระบุว่า การวางยาพิษเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2025 บริเวณสันดอน “อายุงกิน” หรือที่รู้จักในชื่อ Second Thomas Shoal

คอร์เนลิโอ วาเลนเซีย รองผู้อำนวยการใหญ่ NSC ระบุว่า “การใช้ไซยาไนด์ในพื้นที่นี้ ถือเป็นการก่อวินาศกรรม ที่มีเป้าหมายทำลายประชากรปลา และตัดแหล่งอาหารสำคัญของทหารเรือฟิลิปปินส์”

นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของกำลังพล จากการสัมผัสน้ำปนเปื้อนหรือบริโภคสัตว์น้ำที่มีสารพิษ รวมถึงสร้างความเสียหายต่อแนวปะการังในพื้นที่

ด้านพลเรือตรี รอย วินเซนต์ ตรินิแดด โฆษกกองทัพเรือฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่าทหารฟิลิปปินส์สามารถยึดขวดไซยาไนด์ได้ 10 ขวด จากเรือที่ปล่อยออกมาจากเรือประมงจีน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ กรกฎาคม และตุลาคม ปี 2025

พร้อมกันนี้ ยังตรวจพบการใช้ไซยาไนด์ในพื้นที่อีกครั้งเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยผลตรวจน้ำทะเลให้ผลเป็นบวก แต่ยังไม่มีรายงานว่าทหารบนเรือได้รับพิษจากสารดังกล่าว

วาเลนเซียยังเตือนว่า การทำลายแนวปะการังจากสารพิษ อาจกระทบต่อโครงสร้างของเรือรบ บีอาร์พี เซียรา มาเดร ซึ่งเป็นเรือยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ฟิลิปปินส์นำไปเกยตื้นไว้ตั้งแต่ปี 1999 เพื่อยืนยันสิทธิ์ในพื้นที่

โดยทางการฟิลิปปินส์ระบุว่า ได้หยิบยกประเด็นนี้หารือกับจีนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากปักกิ่งซึ่งทาง NSC เตรียมส่งรายงานให้กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นประท้วงทางการทูต

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้สั่งการให้กองทัพเรือและหน่วยยามฝั่ง เพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม

ทะเลจีนใต้เป็นพื้นที่พิพาทระหว่างหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจีนอ้างสิทธิ์ครอบคลุมเกือบทั้งหมด แม้ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศจะตัดสินว่าไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ ในเดือนมิถุนายน 2024 เคยเกิดเหตุปะทะรุนแรง เมื่อเจ้าหน้าที่ยามฝั่งจีนใช้อาวุธมีด ไม้ และขวาน ขึ้นเรือของกองทัพเรือฟิลิปปินส์มาแล้ว.

ที่มา : channelnewsasia

ยศชนัน สวมเสื้อลายดอก ร่วมเล่นน้ำฉลองสงกรานต์สีลมคึกคัก

ยศชนัน สวมเสื้อลายดอก ร่วมเล่นน้ำฉลองสงกรานต์สีลมคึกคัก

ยศชนัน สวมเสื้อลายดอก ร่วมเล่นน้ำฉลองสงกรานต์สีลมคึกคัก

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.12 น.

“ยศชนัน”สวมเสื้อลายดอก ร่วมเล่นน้ำฉลองสงกรานต์สีลมคึกคัก ชูความหลากหลายกระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำต้องเดินหน้า แม้เผชิญวิกฤตพลังงาน

14 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ถนนสีลม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร และ สก.เขตบางรัก นำคณะทำงานพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่พบปะประชาชนและนักท่องเที่ยวในวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ พร้อมสวมเสื้อลายดอกร่วมเล่นสงกรานต์ รวมถึงเดินขบวนพาเหรดตลอดทั้งถนนสีลม บรรยากาศตลอดสองข้างทางเป็นไปอย่างคึกคัก

นายยศชนัน ทักทายพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็นกันเอง พร้อมสอบถามสถานการณ์การค้าขายในช่วงเทศกาล และได้ร่วมกิจกรรมสร้างสีสันด้วยการลองทอดลูกชิ้นปลาระเบิด ย่างไส้กรอกอีสาน และเจียวไข่เจียวร่วมกับร้านค้าในพื้นที่ ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นคณะได้ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่ม LGBTQIA+ ที่เข้ามาฉีดน้ำและร่วมถ่ายรูปเซลฟี่อย่างสนุกสนาน โดยนายยศชนัน ระบุว่าความหลากหลายที่เกิดขึ้นบนถนนสีลมคือจุดแข็งสำคัญของ Soft Power และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ต้องได้รับการส่งเสริม

นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมเศรษฐกิจว่า แม้ปัจจุบันสถานการณ์พลังงานโลกจะมีความไม่แน่นอนและเป้าหมายความมั่นคงทางพลังงานจะมีความเปราะบาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต แต่รัฐบาลยืนยันว่ากลไกเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ต้องเดินหน้าต่อเพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้ในสภาวะที่มีข้อจำกัดเช่นนี้

คณะทำงานพรรคเพื่อไทย นำโดย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค, นายชนินทร์ รุ่งเรืองธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรค และ นายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยสมาชิกพรรค อาทิ นายฉัตริน จันทร์หอม, นายเอนกชัย เรืองรัตนากร และ นายสหัสวรรษ วีระมงคลกุล ได้ร่วมรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการวางแนวทางบริหารจัดการค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่กระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย

ด้าน นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภา กทม.ได้ย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการพื้นที่กิจกรรมให้มีความปลอดภัยและรองรับคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกรุงเทพมหานคร

ก่อนจบกิจกรรมหลังจากร่วมเล่นน้ำเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง นายยศชนัน และคณะ ได้เข้าพูดคุยและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พนักงานรักษาความสะอาด สำนักงานเขตบางรัก ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ตลอดช่วงเทศกาล ก่อนที่จะเดินทางกลับ

– 006

สส.เอกราช จี้นายกฯ สอบ มทภ.4 ปมคำพูด ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก

สส.เอกราช จี้นายกฯ สอบ มทภ.4 ปมคำพูด ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก

สส.เอกราช จี้นายกฯ สอบ มทภ.4 ปมคำพูด ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.38 น.

14 เมษายน 2569 นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สส .เอกราช จี้ นายกฯ อนุทิน พิสูจน์ตัวเองว่า พูดแล้วทำ “สอบแม่ทัพภาค4” กรณี คำพูดว่า ”ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก“

ท่านนายกฯ แถลงนโยบายต่อสภาฯ ว่า จะ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

กรณี “ พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการรักษาหลักนิติรัฐและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใแถนห้วงที่แม่ทัพภาค แถลงข่าวความคืบหน้าคดีลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ

วาทะที่เป็นปัญหา พล.ท. นรธิป ได้กล่าวแบบปิดไมค์ว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”

คำพูดนี้เป็นการสะท้อนวิธีคิดที่ไม่สอดคล้องกับหลักการเคารพกฎหมาย แม้แม่ทัพภาคที่ 4 จะยืนยันว่ากองทัพไม่เกี่ยวข้อง แต่ข้อเท็จจริงในคดีพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และมีการใช้รถยนต์ของ กอ.รมน. ในการก่อเหตุ ยิ่งภายใต้สโลแกน พูดแล้วทำแบบนายกฯ ว่ายิ่งดูน่ากังวลใจมาก แต่แน่นอนแค่คิด แค่พูด หรืออย่างไร ชายชาติทหารต้องรับผิดชอบต่อคำพูด

ผมเรียกร้องนายกฯ อนุทิน ในฐานะ ผอ.รมน.ตั้งคณะกรรมาการสอบสวน อีกขาหนึงเรียกร้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่ง กรมพระธรรมนูญ ตั้งเรื่องเข้ามาสอบสวน เพื่อหักล้างข้อกังขาที่ว่า กองทัพในปีกของ กอ.รมน. อาจใช้อำนาจนอกกรอบกฎหมายภายใต้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง เพราะคำพูดดังกล่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง และต้องการให้มีการทบทวนการทำหน้าที่ของแม่ทัพนรธิปโดยด่วน ทัศนคติเช่นนี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบยืดเยื้อมานาน และขัดกับหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ที่กองทัพมักใช้อ้างอิง

ผลการสอบจะปลด จะลงวินัย อย่างไร แม่ทัพภาคน่ะ พูดแล้ว แน่นอน ทำไม่ทำไม่รู้ แต่ ประชาชนจับตาอยู่ว่าท่านนายกฯพูดแล้วทำ หรือไม่

รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟป่าเชิงรุก ก.ทรัพยากรฯ ตั้ง War Room ลงพื้นที่กาญจนบุรี

รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟป่าเชิงรุก ก.ทรัพยากรฯ ตั้ง War Room ลงพื้นที่กาญจนบุรี

รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟป่าเชิงรุก ก.ทรัพยากรฯ ตั้ง War Room ลงพื้นที่กาญจนบุรี

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.55 น.

รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไฟป่าเชิงรุก กระทรวงทรัพยากรฯ ตั้ง War Room ลงพื้นที่กาญจนบุรี ย้ำความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ต้องมาก่อน พร้อมดูแลผู้บาดเจ็บใกล้ชิด

14 เมษายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างเข้มข้นในทุกพื้นที่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ยกระดับการบริหารจัดการสถานการณ์ไฟป่า ทั้งด้านการควบคุมสถานการณ์และการดูแลสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

โดยเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ได้มีการลงพื้นที่ ศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่า (War Room) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับหน่วยงานภาคสนามให้เร่งควบคุมไฟในจุดยุทธศาสตร์ ตัดวงจรการลุกลามเข้าสู่พื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์ และขอรับการสนับสนุนอากาศยานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในพื้นที่เข้าถึงยาก

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานยึดหลัก “ความปลอดภัยต้องมาก่อน” โดยให้ตรวจสอบความพร้อมของร่างกาย อุปกรณ์ และยานพาหนะก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง พร้อมกำชับให้มีการสลับกำลังพลในพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการทำงานต่อเนื่อง รวมถึงให้รายงานกรณีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที

ในด้านการป้องกัน ได้สั่งการให้ยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ป่าอนุรักษ์สำคัญทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่อาจลุกลามเข้าสู่ป่าดิบแล้ง รวมถึงพื้นที่รอยต่อที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเข้มงวดการลักลอบเผาป่า

ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ยังแสดงความห่วงใยกรณีเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จังหวัดมุกดาหาร ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 หลังเข้าควบคุมไฟป่าท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด โดยเจ้าหน้าที่ 2 นายมีอาการอ่อนเพลียและบาดเจ็บจากความเหนื่อยล้าสะสม ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล และขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานดูแลสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่ในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามอาการผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างจริงจัง ควบคู่กับการดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยย้ำว่าความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ต้องมาก่อนในทุกภารกิจ” นางสาวลลิดา กล่าว

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคงระดับการเฝ้าระวังสูงสุดในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเดือนเมษายน เพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

สงกรานต์!จุดชาร์จ EV วิกฤต เทพไท จี้รัฐวางแผนรองรับ อย่าดีแต่รณรงค์

สงกรานต์!จุดชาร์จ EV วิกฤต เทพไท จี้รัฐวางแผนรองรับ อย่าดีแต่รณรงค์

สงกรานต์!จุดชาร์จ EV วิกฤต เทพไท จี้รัฐวางแผนรองรับ อย่าดีแต่รณรงค์

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.17 น.

14 เมษายน 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า น้ำมันไม่ขาด แต่จุดชาร์จขาดแคลน

ผมได้ติดตามบรรยากาศการเดินทางของพี่น้องประชาชนกลับภูมิลำเนา เพื่อร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์กับญาติพี่น้องในพื้นที่ต่างๆ ในขณะเดียวกันก็เห็นภาพความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เช่นเดียวกัน ได้เห็นภาพของนายอนุทินเป่าขลุ่ยร่วมวงดนตรีไทย กับคณะผู้สูงวัย ที่เชียงราย

ในวันถัดมาได้เห็นภาพของนายอนุทิน ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อสำรวจตรวจสอบปั๊มน้ำมัน ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีน้ำมันขาดหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้นายอนุทิน ได้มีคำสั่งแต่งตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานรับผิดชอบเรื่องน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อไม่ให้น้ำมันขาดแคลน

จากการสำรวจตรวจสอบและติดตามข่าวว่าในพื้นที่ใดบ้าง มีปัญหาเรื่องน้ำมันขาด ผลปรากฏว่า ไม่มีข่าวเรื่องเกี่ยวกับน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่ หรือเส้นทางถนนสายใดเลย ปั้มน้ำมันบนถนนทุกสาย พร้อมบริการให้กับประชาชนที่เดินทางโดยรถยนต์ สามารถเติมน้ำมันได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสภาพขาดแคลนเกิดขึ้น

แต่ขณะเดียวกันกลับปรากฏภาพของประชาชนกลุ่มหนึ่ง ที่หลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน หันไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าตามคำแนะนำของนายอนุทิน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาหนึ่งคัน มาขับโชว์และได้แนะนำให้ประชาชนเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งประหยัดกว่าการใช้รถยนต์น้ำมันเยอะและยังเป็นการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมด้วย

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือในหลายเส้นทาง ตู้ชาร์จรถไฟฟ้ามีน้อยและหายาก จึงทำให้เห็นภาพผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ต้องรอคิวเพื่อจะชาร์จไฟในปั๊มต่างๆจำนวนมาก บางจุดต้องใช้เวลารอคิวเป็นเวลานาน 1-2 ชั่วโมง เห็นภาพรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่หมดกลางทาง ต้องจ้างรถยก หรือรถสไลด์ เพื่อยกรถไปชาร์จไฟฟ้าที่ปั๊มน้ำมัน จึงทำให้ประชาชนเสียเวลาเดินทางเป็นอย่างมาก

จึงอยากฝากเรื่องนี้ไปยังรัฐบาล เมื่อส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนวิถีชีวิตมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ก็ควรจะอำนวยความสะดวก หรือเตรียมพร้อมแผนรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของประชาชนด้วย ไม่ใช่สักแต่จะรณรงค์ให้ประชาชนใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ได้เตรียมการหรือแผนงานรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเลย ทั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงการบริการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

จึงฝากไปยังรัฐบาลว่า ควรจะเอาจริงเอาจัง หรือส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อจะได้มีอะไหล่ให้บริการกับประชาชน และเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยเข้าสู่ ยุคที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในโอกาสต่อไปอย่างยั่งยืน

7วันอันตรายดุเจ็บ486 ดับพุ่ง95ศพ กทม.-ลำปางครองแชมป์ เมาขับพุ่งกว่า1.6พันคดี

7วันอันตรายดุเจ็บ486 ดับพุ่ง95ศพ กทม.-ลำปางครองแชมป์ เมาขับพุ่งกว่า1.6พันคดี

7วันอันตรายดุเจ็บ486 ดับพุ่ง95ศพ กทม.-ลำปางครองแชมป์ เมาขับพุ่งกว่า1.6พันคดี

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

7วันอันตรายดุเจ็บ486 ดับพุ่ง95ศพ กทม.-ลำปางครองแชมป์ เมาขับพุ่งกว่า1.6พันคดี
‘เชียงใหม่’สูงสุด246คดี นายกฯชูซอฟต์พาวเวอร์ สงกรานต์ท้องถิ่นสู่สากล

“นายกฯ อนุทิน” ส่งความรักถึงคนไทยทั่วโลก ชูสงกรานต์ Soft Power ดันอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล พร้อมอ้อนชาวไทยเป็นเจ้าบ้านที่ดีสร้างรอยยิ้มคืนความสุขหลังลุยงานหนัก ขณะที่ สถิติ 7 วันอันตรายผ่าน 3 วันยอดสังเวยพุ่ง 95 ศพ เกิดอุบัติเหตุ 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486คน “กทม.-ลำปางแชมป์” ดับสะสม ศปถ.สั่งด่วนกำชับทุกจังหวัดบังคับใช้กฎหมายเข้ม คุมเข้มขายน้ำเมาเด็กต่ำกว่า 20 ปี พร้อมเผยยอดคุมประพฤติเมาขับพุ่งกว่า 1.6 พันคดี “เชียงใหม่”ยังรั้งอันดับหนึ่งสถิติเมาขับสูงสุด หลังเกิดเหตุสยองที่ลาดหลุมแก้วเก๋งชนประสานงา จยย.ดับ 4 เจ็บ 4 ที่อุตรดิตถ์กระบะชนพ่อเฒ่าวัย 80 ขณะข้ามถนนดับคาที่

เมื่อเวลา 08.01 น.วันที่ 13 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปราศรัยเนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2569 โดยระบุว่า ในโอกาสประเพณีสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย พุทธศักราช 2569 ขอส่งความรักและความปรารถนาดีถึงประชาชนชาวไทยทุกคน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีนี้รัฐบาลมีเป้าหมายในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และผลักดันประเพณีสงกรานต์ให้เป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านการนำเสนอความหลากหลายของอัตลักษณ์ประเพณีสงกรานต์ในแต่ละพื้นที่ สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษสู่คนรุ่นหลัง รวมถึงถ่ายทอดความงดงามของสังคมไทยอย่างทรงคุณค่า ซึ่งสงกรานต์ไม่ได้เป็นเพียงประเพณี แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการกลับสู่อ้อมกอดครอบครัว การแสดงความรัก ความห่วงใย และความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ รวมถึงการเชื่อมโยงสายใยของครอบครัวและชุมชนให้แน่นแฟ้น นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและรอยยิ้ม หลังจากการทำงานตลอดทั้งปี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในโอกาสประเพณีสงกรานต์และเทศกาลขึ้นปีใหม่ไทย พุทธศักราช 2569 นี้ ขอเชิญชวนร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว

“ในนามของรัฐบาล ขออวยพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนประสบแต่ความสุข ความเจริญครอบครัวอบอุ่น มั่นคง และสังคมมีความรัก ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

สุดท้ายนี้ ขอให้การเฉลิมฉลองประเพณีสงกรานต์เต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน และสร้างความประทับใจแก่ทุกคน

3วันสังเวย95 ศพ กทม.-ลำปางแชมป์

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศปถ.ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 12 เม.ย. 69 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 171 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 169 คน ผู้เสียชีวิต 24 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 46.20 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.56 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 77.17 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 81.29 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 39.77 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.50

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ช่วงเวลา 15.01 – 18.00 น. ร้อยละ 24.56 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 – 29 ปี ร้อยละ 22.80 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุพรรณบุรี 10 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ 9 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 3 ราย

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ ระหว่างวันที่ 10 – 12 เม.ย. 69 เกิดอุบัติเหตุรวม 515 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 486 คน ผู้เสียชีวิตรวม 95 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 25 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 25 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 6 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ตายเป็นศูนย์มี 30 จังหวัด

นายผดุงศักดิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ประชาชนจะออกมาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนท้องถนน รวมถึงมักมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสังสรรค์ ศปถ. จึงได้ประสานให้จังหวัดและ กทม. บังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลักอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติภัยต่าง ๆโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงห้ามปรามพฤติกรรมการเล่นน้ำที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางถนน อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของประชาชนระหว่างเดินทางกลับบ้าน พร้อมดูแลการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย โดยไม่จำหน่ายให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเด็ดขาด หากผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับทำให้เกิดเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ให้สืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับร้านค้า ผู้สนับสนุนให้เด็กดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ปกครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ควบคุมให้สถานบริการเปิด – ปิดตามเวลาที่กำหนด และเพิ่มความเข้มข้นของด่านชุมชน ด่านครอบครัว ในการเฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปรามผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ เน้นตักเตือนก่อนเกิดเหตุอันตราย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

นอกจากนี้ ให้จังหวัดเตรียมพร้อมระบบสื่อสารและการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ เพื่อประสานการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้รถพยาบาลและรถฉุกเฉินเข้าถึง จุดเกิดเหตุ และส่งตัวผู้ประสบเหตุไปยังโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว

ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ศปถ. กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงสามวันที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงทั้งของผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้เส้นทาง ศปถ. จึงให้จังหวัดประชาสัมพันธ์การประเมินความพร้อมสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ก่อนขับรถ หากไม่พร้อมให้หยุดพักหรือเลี่ยงการขับขี่ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้เล่นน้ำสงกรานต์ด้วยความระมัดระวัง ไม่สาดน้ำใส่รถจักรยานยนต์โดยตรงเนื่องจากอาจทำให้รถเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุ ไม่เล่นน้ำกลางถนนเนื่องจากอาจถูกรถเฉี่ยวชนได้ หากเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนท้ายกระบะเล่นน้ำสงกรานต์ เนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุจากการพลัดตกขณะรถเคลื่อนที่


‘เมาแล้วขับ’พุ่ง1.6พันคดี

วันเดียวกัน ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันที่ 12 เม.ย. 69 ว่าเนื่องจากศาลปิดทำการในหลายพื้นที่ จึงมีคดีเข้าสู่ กระบวนการ คุมความประพฤติรวมทั้งสิ้นเพียง 140 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถในขณะเมาสุรา 133 คดี คิดเป็นร้อยละ 95 และคดีขับเสพ 7 คดี คิดเป็นร้อยละ 5 โดยมีสถิติคดีสะสมช่วง 3 วัน ระหว่างวันที่ 10 – 12 เมษายน 2569 รวมทั้งสิ้น 1,750 คดี แบ่งเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 1,613 คดี คิดเป็นร้อยละ 92.2 คดีขับเสพ 134 คดี คิดเป็นร้อยละ 7.6 และคดีขับรถประมาท 3 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.2 สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ 246 คดี นนทบุรี 147 คดี และสมุทรปราการ 145 คดี

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ได้กำชับมาตรการเข้มข้นคุมประพฤติห่วงใย ร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยกำชับให้สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ผ่านการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครคุมประพฤติ นำผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคมร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในจุดบริการประชาชน จำนวน 35 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 663 ราย ปรับภูมิทัศน์บริเวณจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรและโทษภัยของ แอลกอฮอล์ และการนำผู้ถูกคุมความประพฤติเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการขับขี่ผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) แบบเรียลไทม์

เก๋งกลับเล่นน้ำชนจยย.คว่ำดับ4เจ็บ 4

สำหรับอุบัติทั่วไป จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 13 เม.ย. พ.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ บุญรับ สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บริเวณทางเข้า อบต.หน้าไม้ ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มุ่งหน้าลาดบัวหลวง ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน พระนครศรีอยุธยา สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้าพังยับเยิน ตรวจสอบภายในรถที่บรรทุกมา 6 คน พบผู้เสียชีวิตคาที่ 2 ราย คือ นายเขมชาติ อายุ 20 ปี คนขับ และ นายศุภชัย อายุ 23 ปี ต่อมาได้รับแจ้งว่า นายวิสูตร อายุ 21 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มที่โรงพยาบาลปทุมธานี

ห่างออกไปราว 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ MSX สีน้ำเงิน ทะเบียน นครนายก ตกอยู่ในน้ำริมทาง พบผู้เสียชีวิตคือ นายกิตติพันธ์ อายุ 21 ปี คนขับ จยย. ส่วนแฟนสาวที่ซ้อนท้ายมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัส สรุปเหตุการณ์นี้มี ผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย

จากการสอบถาม น.ส.ณัฐกมล อายุ 19 ปี ผู้รอดชีวิตจากรถเก๋ง เล่าว่ากลุ่มเพื่อนทั้ง 6 คนกำลังเดินทางกลับบ้านที่ลาดบัวหลวงหลังจากไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ย่านสมบัติบุรี จ.นนทบุรี เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางมืดสนิท ไม่มีไฟกิ่ง จู่ๆ เห็นรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับส่ายไปมาในระยะกระชั้นชิด ทำให้คนขับรถเก๋งเบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างแรงจนรถเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงพร้อมสอบปากคำผู้บาดเจ็บอย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุสลดครั้งนี้ต่อไป


กระบะพุ่งชนพ่อเฒ่าวัย 80ดับคาที่

ที่ จ.อุตรดิตถ์ เช้าวันเดียวกัน พ.ต.ท.รัชตะ สร้อยแก้ว สารวัตร (สืบสวน) สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนคนเดินเท้าบนถนนทางหลวงหมายเลข 11 เส้นทางอุตรดิตถ์-พิษณุโลก ใกล้กับร้านจำหน่ายคอนกรีต พื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และอาสาสมัครกู้ภัยวัดหมอนไม้พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ นายคำ อายุ 80 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ สภาพนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณริมฟุตบาท ใกล้กันพบรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีแดง ทะเบียน ลำปาง สภาพตัวรถมีรอยบุบพังเสียหายจากการกระแทกอย่างรุนแรง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะคันดังกล่าวขับมาจากจังหวัดลำปางมุ่งหน้ากลับบ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ นายคำ ผู้เสียชีวิตได้เดินข้ามถนนในระยะกระชั้นชิด ทำให้ผู้ขับขี่รถกระบะซึ่งขับมาด้วยความเร็วไม่สามารถหยุดรถได้ทัน จึงพุ่งชนเข้าอย่างจังจนเป็นเหตุให้นายคำเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

สวนนงนุชจัด‘มหาสงกรานต์ดอกไม้บาน’

เวลา 08.00 น. นายกัมพลตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานเปิดงาน“เทศกาลมหาสงกรานต์ดอกไม้บานที่สวนนงนุชพัทยา” ประจำปี2569 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองและสืบสานประเพณีสงกรานต์ไทย ในฐานะที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก(UNESCO) ให้เป็น “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการแสดงออกถึงความกตัญญูผ่าน “พิธีรดน้ำดำหัวน้องช้าง” โดยลูกช้างร่วมคล้องพวงมาลัยและรดน้ำดำหัวแม่ช้าง4 เชือก สร้างความประทับใจแก่เหล่านักท่องเที่ยว พร้อมยังมีพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปจาก 9 วัด เพื่อเสริมสิริมงคลรับวันปีใหม่ไทย

บรรยากาศในพิธีเปิดเต็มไปด้วยความงดงามของขบวนแห่รถบุปผชาติ และการแสดงชุดพิเศษ “รากษสเทวีศรีสงกรานต์” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยอย่างวิจิตร โดยมีนายยุทธนา สร้อยเสนา ปลัดอำเภอสัตหีบ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและตัวแทนหน่วยงานท้องถิ่นร่วมเป็นเกียรติ

พัทยาคุมเข้มลุยตรวจแอลกอฮอล์

ที่เมืองพัทยา พ.ต.ท.ปราบดาสุขสุนทรีย์ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 พร้อมด้วยว่าที่ พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สารวัตรฯนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวสนธิกำลังร่วมกับกรมเจ้าท่าจังหวัดชลบุรีและตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ลงพื้นที่ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์

เจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการ ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ผู้ควบคุมเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยวทุกลำ อย่างเข้มงวดเพื่อตัดวงจรความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาใช้บริการจำนวนมากในช่วงวันหยุดยาว เทศกาลสงกรานต์ นี้

‘อนุทิน’ขับเครื่องบินตรวจเมืองจันท์

บ่ายวันเดียวกัน เวลา 13.00 น.ที่ จ.จันทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ขับเครื่องบินส่วนตัว พร้อมด้วย นางธนนนท์ชาญวีรกูล ภริยา มายังสนามบินท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เพื่อลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์

โดย นายอนุทิน พร้อมด้วยนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สส.จันทบุรี และตราดรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจด่าน 7 วันอันตรายบริเวณเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ โดยนายอนุทิน ได้มอบอาหารแห้งและเครื่องดื่มเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจพร้อมทั้งเน้นย้ำถึงมาตรการด้านความปลอดภัยบนท้องถนน “ดื่มไม่ขับเมาไม่ขับ” ซึ่งผลการตรวจเยี่ยมภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สุ่มตรวจปั๊มมีน้ำมันเพียงพอ

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังสถานีบริการน้ำมันเชลล์ บริเวณหน้าตลาดเจริญสุข เพื่อสุ่มตรวจผู้ประกอบการค้าน้ำมันถึงความพร้อมในการให้บริการโดยผลการตรวจสอบพบว่าทางสถานีบริการมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แม้จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีปริมาณการเดินทางสัญจรหนาแน่นกว่าปกติก็ตาม

จัดจุดให้บริการปชช.ทุกจว.ทั่วไทย

จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่าฝ่ายปกครองกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ได้จัดจุดให้บริการประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดูแลผู้เดินทางสัญจรในถนนสายหลัก ให้ข้อมูลและรับแจ้งข้อมูล รวมถึงเป็นที่พักผ่อนอิริยาบถจากการขับรถเป็นเวลานานลดความง่วง และป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจ.จันทบุรี ถือว่าเป็น จังหวัดเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากธุรกิจอัญมณี เป็นอย่างมาก และมีรายได้จากผลไม้ รวมถึงมีการท่องเที่ยวที่ติดชายทะเล และหากไม่มีเหตุพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี ก็จะมีการค้าขายชายแดนสร้างรายได้ให้กับประเทศ จึงถือเป็นจังหวัดสำคัญและยังเชื่อมต่อไป จ.ตราด ที่สามารถบูรณาการการท่องเที่ยว คมนาคม ขนส่ง อุตสาหกรรม ที่เป็นส่วนหนึ่งของอีสเทิร์นซีบอร์ด รวมถึงพื้นที่อีอีซี ก็จะขยายออกมาจากจ.จันทบุรี

ย้ำอยากได้อะไรให้บอกผู้แทนมา

อีกทั้งผู้บริหารและผู้นำท้องถิ่น มีความเข้มแข็งและเข้าใจบริบทของพื้นที่ที่จะทำให้ จ.จันทบุรี และ จ.ภาคตะวันออกขยายตัวและสร้างความเข้มแข็งได้โดยรัฐบาลต้องให้การสนับสนุนทุกทางที่จะเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มี สส.จันทบุรี ยกจังหวัดรวมถึง จ.ตราด และ จ.ระยอง จึงมีความสะดวกในการสะท้อนปัญหาของประชาชนมาถึงรัฐบาล ถ้าต้องการให้รัฐบาลทำสิ่งใดเพื่อตอบสนองคุณภาพชีวิตของท่านก็ต้องบอกผู้แทนและผู้นำท้องถิ่น เพราะถือว่าเป็นทีมเดียวกันเรื่องจะมาถึงรัฐบาลและเราจะทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการลงพื้นที่ นายอนุทิน และคณะได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจันทบุรี และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนจะเดินทางไปสักการะหลวงพ่อทอง ณ โบสถ์เก่าวัดทองทั่ว ในการนี้ พระครูจารุเขมากร วิ. ดร.เจ้าคณะตำบลคลองนารายณ์ และเจ้าอาวาสวัดทองทั่ว ได้เมตตามอบวัตถุมงคลพระยอดธง ให้แก่นายอนุทินเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยด้วย