สว.นพดล ยันเกาะกูดปลอดภัย กฎหมายทะเลบังคับห้าม เขมร ลากเส้นล้ำ 12 ไมล์ทะเล

สว.นพดล ยันเกาะกูดปลอดภัย กฎหมายทะเลบังคับห้าม เขมร ลากเส้นล้ำ 12 ไมล์ทะเล

สว.นพดล ยันเกาะกูดปลอดภัย กฎหมายทะเลบังคับห้าม เขมร ลากเส้นล้ำ 12 ไมล์ทะเล

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.33 น.

“สว.นพดล”ยัน”เกาะกูด”ปลอดภัย “กฎหมายทะเล UNCLOS”บังคับห้าม”เขมร”ลากเส้นล้ำ 12 ไมล์ทะเล แจงกระบวนการ”ประนอมภาคบังคับ”แค่ข้อเสนอแนะ “กัมพูชา”ไม่มีอำนาจมาฮุบ”อธิปไตยไทย”ได้

14 มิถุนายน 2569 นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีที่สังคมยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ว่า การที่กัมพูชาเรียกร้องให้เข้าสู่กระบวนการการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) นั้น ไม่ใช่การดึงประเทศที่สามหรือบุคคลที่สามเข้ามาตัดสินข้อพิพาทแทนการเจรจาทวิภาคีอย่างที่หลายคนกังวล เนื่องจากทั้งประเทศไทยและกัมพูชาได้เคยลงนามและสงวนสิทธิ์ไว้ตามมาตรา 287 ของ UNCLOS ว่าจะไม่ขึ้นศาลโลก ไม่ขึ้นศาลกฎหมายทางทะเล และไม่ใช้อนุญาโตตุลาการ ดังนั้น เมื่อไม่เข้าสู่กระบวนการศาล จึงต้องมาใช้มาตรา 298 ซึ่งระบุว่า หากคู่พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการคณะกรรมการประนีประนอม ซึ่งภายใน 21 วัน ทั้งสองฝ่ายจะต้องเสนอชื่อตัวแทนฝ่ายละ 2 คน และร่วมกันเลือกประธานคนกลางอีก 1 คน รวมเป็น 5 คน เพื่อทำหน้าที่ศึกษาและหาแนวทางร่วมกัน

นายนพดล กล่าวต่อว่า จากการที่ตนมีโอกาสหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต กรณีข้อพิพาททางทะเลระหว่างติมอร์-เลสเต และออสเตรเลีย ถือเป็นกรณีแรกของโลกที่ใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับนี้ ซึ่งในระหว่างที่คณะกรรมการทั้ง 5 ท่านกำลังศึกษาข้อมูล ทั้งสองประเทศก็ยังคงเปิดเจรจาทวิภาคีควบคู่กันไปด้วยอย่างต่อเนื่อง และเมื่อตกลงกันได้ในประเด็นใด ก็จะส่งข้อตกลงนั้นให้คณะกรรมการรับทราบ จนในที่สุดก็สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้สำเร็จ ดังนั้น กรณีของไทยและกัมพูชา จึงน่าจะเป็นกรณีที่สองของโลก และไทยพยายามเสนอให้กัมพูชาหันมาพูดคุยในกรอบทวิภาคีก่อนที่จะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการภาคบังคับเต็มรูปแบบ

นายนพดล กล่าวอีกว่า ข้อสรุปหรือรายงานจากคณะกรรมาธิการประนีประนอมนั้น เป็นเพียงข้อเสนอแนะที่ไม่มีผลผูกมัดทางกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น หมายความว่าหากรายงานออกมาแล้วประเทศไทยเห็นว่าเสียเปรียบ เราก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไม่รับข้อเสนอนั้นได้ทันที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในเวทีโลก นอกจากนี้ ในแง่ของหลักการลากเส้นเขตแดนทางทะเล ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ทันที เนื่องจากเกาะกูดมีอาณาเขตทางทะเลเด่นชัดอยู่ 12 ไมล์ทะเล เส้นมัธยะที่จะแบ่งอาณาเขตจึงไม่สามารถลากล้ำเข้ามาในระยะ 12 ไมล์ทะเลของเกาะกูดได้ ส่งผลให้เส้นเขตแดนตาม MOU 44 ที่กัมพูชาเคยลากพาดผ่านเกาะกูดจะต้องถูกปรับลดลง ซึ่งจะทำให้พื้นที่ทับซ้อน (OCA) ลดลงตามไปด้วย

นายนพดล กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่กัมพูชาแต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งเป็นทีมกฎหมายชุดเดียวกับที่เคยทำคดีให้ติมอร์-เลสเต นั้น ตนไม่มีความกังวลในประเด็นนี้ เนื่องจากผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการทั้ง 5 ท่าน จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงตรง และคำนึงถึงชื่อเสียงในระดับสากล ทุกขั้นตอนต้องพิจารณาบนหลักการเรขาคณิตและกฎหมายทะเลอย่างเคร่งครัด จึงไม่สามารถกระทำการใดๆ ที่นอกเหนือขอบเขตหรือกติกาของ UNCLOS ได้

Leave a comment