
ศุภจี แจงกระทู้ถามสว. ยันใช้การตลาดแบบใหม่ เกษตรกร ไม่ต้องเร่ขายสินค้าริมถนน ดึงอินฟลูฯ ช่วย
วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.40 น.
ศุภจี แจงกระทู้ถามสว. ยันใช้การตลาดแบบใหม่ เกษตรกร ไม่ต้องเร่ขายสินค้าริมถนน ดึงอินฟลูฯ ทั้งไทย-จีน ช่วยผลักดันสินค้า
เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามเป็นหนังสือ โดยนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ตั้งกระทู้ถามนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กรณีการดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ครงวงจร จ.จันทบุรี ที่พบถูกเลื่อนการทำโครงการดังกล่าวทั้งที่มีการอนุมัติจากรัฐบาลถึง 2 ครั้ง และผ่านการทำประชาพิจารณ์จากคนในพื้นที่ซึ่งได้รับความเห็นชอบ ทำให้ชาวสวนในพื้นที่ขาดโอกาสในการขายสินค้าและเสียโอกาสให้กับกลุ่มทุนต่างชาติที่ชิงขายสินค้าตัดหน้าและพบการกดราคาสินค้าผลไม้ของชาวสวนไทย ทั้งนี้โครงการศึกษามากว่า 20 ปีและมีความพร้อมทุกอย่าง ดังนั้นขอถามถึงความชัดเจนว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเดินหน้าและนำเข้าที่ประชุม ครม. เมื่อใด
โดยนางศุภจี ชี้แจงว่า การจัดการพืชเกษตร รัฐบาลสนใจมุ่งมั่นทำให้ดี เกษตรกรทำรายได้ตั้งต้น 6% ของจีดีพี แต่มีแรงงาน 30% ถือไม่มีความสมดุล หากแก้ไขได้ จะทำให้คนใประเทศกินดีอยู่ดี เป็นความตั้งใจของรัฐบาลให้สินค้าเกษตรมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ดีการดูแลสินค้าเกษตรต้องบูรณาการการแก้ปัญหาทุกภาคส่วน ขณะที่ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ตนได้ลงพื้นที่ได้เห็นล้งที่ทำถูกต้อง ทั้งนี้มีล้งจำนวมากที่ให้ทีมงานตรวจดูแล หากไม่ดีต้องจัดการรวมถึงดูแลเรื่องคุณภาพ
“ที่คุยกันไม่เฉพาะตลาดกลาง แต่คือศูนย์บริหารผลไม้องค์รวม รวมถึงการแปรรูปสินค้าเกษตร สำหรับทุเรียนที่มีผลผลิตจำนวนมาก ได้ดูห้องเย็นเพื่อยืดอายุของผลไม้ อย่างไรก็ดีเรื่องที่ตั้งคำถามจะขอรับไปดูแล ไม่เฉพาะตลาดกลางแต่ดูเรื่องแปรรูปเพื่อให้สินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่าและเกษตรกรมีรายได้มากขึ้น” นายศุภจี กล่าว
นางศุภจี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้เตรียมทำการตลาดแบบใหม่และต่อเนื่อง โดยจะให้อินฟลูเอนเซอร์จากประเทศจีนมาไลฟ์ที่ล้งไทย และให้อินฟลูเอนเซอร์ภายในประเทศช่วยกันผลักดัน เพราะมีสินค้าที่ต้องผลักดันจำนวนมาก ดังนั้นเกษตรกรไม่ต้องนำผลไม้เร่ขายริมถนนอีกต่อไป