
22 ก.ค. 2569 05:52 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สงครามอิหร่านผลาญเงินแล้ว 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ กลาโหมของบเพิ่มอีก
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เผยในการพิจารณาของงบประมาณเพิ่มในสภาคองเกรสว่า สหรัฐฯ ใช้เงินไปกับสงครามอิหร่านแล้วกว่า 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมยืนยันว่า งบก้อนใหม่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อวันอังคารที่ 21 ก.ค. 2569 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เข้าให้การต่อสภาคองเกรส เพื่อของบประมาณในการทำสงครามเพิ่ม โดยเขากล่าวว่า ตอนนี้สหรัฐฯ ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.26 ล้านล้านบาท) ในการโจมตีอิหร่าน
ระหว่างการรับฟังพิจารณาร่างงบประมาณ ดิก ดอร์บิน สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ได้เอ่ยถามรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมว่า เขาคาดว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ หลังจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว
เฮกเซธตอบว่า งบประมาณ 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์ดังกล่าว ส่วนหนึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณแล้ว เช่น ค่าอาหารของกองกำลังทหาร
เฮกเซธยืนยันว่า คำร้องขออนุมัติงบประมาณ 8.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เร่งด่วนอย่างยิ่ง เพราะ “เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม” เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งสันติภาพ และจำเป็นต้องมีการลงทุนครั้งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้บรรดาประเทศคู่แข่งก้าวแซงหน้าสหรัฐฯ ไปได้
“หากปราศจากงบประมาณเหล่านี้ เราจะต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนในระดับวิกฤต ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นฐานอย่างการจ่ายเงินเดือนให้แก่เหล่ากำลังพล การจัดหายุทโธปกรณ์และกระสุนทดแทนอย่างรวดเร็ว ตลอดจนการประคองปฏิบัติการที่สำคัญให้ดำเนินไปได้อย่างไม่สะดุด”
อนึ่ง ทำเนียบขาวเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาอนุมัติงบประมาณ 8.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.95 ล้านล้านบาท) โดยส่วนใหญ่จะถูกใช้เพื่อ “ความจำเป็นเร่งด่วน” ที่เกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ทำเนียบขาวระบุว่า งบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดจำนวน 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ จะถูกจัดสรรให้กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ทว่าข้อเสนอดังกล่าวต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่อย่างมากในรัฐสภา
เนื่องจากความขัดแย้งกับอิหร่านไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ลงคะแนนเสียง ประกอบกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ จำนวนมากกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้
สำหรับคำร้องของบประมาณดังกล่าว ประกอบไปด้วย 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับเติมคลังยุทโธปกรณ์และกระสุน, 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ และ 1.21 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการลับทางทหาร
นอกจากนี้ ยังมีการร้องของบประมาณอีกราว 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการรักษาความปลอดภัยให้แกสถานเอกอัครราชทูตและฐานปฏิบัติการทางการทูตของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางและเอเชียใต้ หลังจากที่บางแห่งถูกโจมตีในช่วงต้นของสงคราม
ส่วนงบประมาณส่วนที่เหลือจะถูกนำไปใช้ในมาตรการอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงงบ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวอเมริกัน และอีก 1.4 พันล้านดอลลาร์เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกากลาง
นายเฮกเซธยืนยันกับสภาคองเกรสว่า งบประมาณทุกดอลลาร์ที่ได้รับการจัดสรรจะถูกนำไปใช้เพื่อสร้าง “อานุภาพทำลายล้าง” ให้แก่กองทัพสหรัฐฯ และจะช่วย “เสริมสร้างสันติภาพด้วยความแข็งแกร่ง”
เขายังกล่าวหารัฐบาลชุดก่อนของประธานาธิบดีไบเดนว่า “ทิ้งความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเอาไว้” ในเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ และเหล่า “นักรบ” จำเป็นต้องใช้นี้เงินนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ
ทั้งนี้ เกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดระหว่างการซักถามจากสมาชิกวุฒิสภาฝั่งเดโมแครต คือ เคอร์สเตน กิลลิแบรนด์ และ แกรี ปีเตอร์ส โดยปีเตอร์สได้เรียกเฮกเซธและสงครามครั้งนี้ว่าเป็น “ความล้มเหลว” ซึ่งนำไปสู่การตะโกนโต้ตอบกันอย่างยาวนานก่อนปิดการพิจารณา ซึ่งดำเนินมานานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc