
เรื่องนี้มีประวัติ : ในห่วงความทรงจำของ ม.ล. วิสุมิตรา ปราโมช
วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.
“คุณชายคึกฤทธิ์เป็นนักการเมืองที่ดีของประเทศไทย ที่ฉันพูดแบบนี้ ไม่ใช่เพราะว่าท่านเป็นพ่อของฉัน แต่ฉันมีหลักฐานทางสังคมยืนยันว่าท่านทำดีเพื่อบ้านเพื่อเมืองจริง ๆ ทำโดยไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเอง ท่านไม่เคยใช้อำนาจรัฐกอบโกยผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเข้าพกเข้าห่อของตนเอง… คนที่ไม่ชอบท่านก็คงไม่เชื่อตามที่ฉันบอก แต่ฉันก็ยังยืนยันว่าท่านไม่เคยโกงบ้านกินเมือง ไม่เคยใช้อำนาจเพื่อแสวงหาสิ่งไม่ชอบธรรม ไม่เคยใช้อำนาจช่วยเหลือญาติพี่น้องและลูกหลาน แต่ที่สำคัญสูงสุดคือท่านรักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์อย่างที่สุด” หม่อมหลวงวิสุมิตรา ปราโมช เล่าให้เฉลิมชัย ยอดมาลัย แห่งแนวหน้ารับฟัง เมื่อวันไปสัมภาษณ์พิเศษที่บ้านซอยสวนพลู
.jpg)
ม.ล. วิสุมิตรา ปราโมช ธิดาของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช บอกว่า …ฉันทำหนังสือเล่มนี้ (หนังสือ ม.ล. วิสุมิตรา ปราโมช 7 รอบ) ขึ้นมาเพื่อให้คนที่ฉันรู้จัก และรู้จักฉัน รวมถึงคนทั่วไปที่อาจจะสนใจเรื่องของฉันบ้าง ได้รับทราบเรื่องราวในอดีตของประเทศไทย และเรื่องราวบางอย่างของฉัน โดยบางเรื่องเกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของฉัน เพราะกลัวว่าเวลาแก่มากไปกว่านี้แล้วจะเล่าอะไรให้ใครต่อใครฟังไม่รู้เรื่อง แต่ประวัติของฉันมันเขียนยาก ดังที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเคยมีลายพระหัตถ์ถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า “ให้นึกว่าประวัตินั้นแต่งยาก ถ้าไม่จืดก็เป็นเทวดา ที่จะทำให้ผู้ตายเป็นมนุษย์และน่าอ่านด้วยนั้นมีน้อยนัก”
.jpg)
ชีวิตฉันเกี่ยวข้องกับลำปางมากพอประมาณ เพราะเกิดที่ลำปาง ส่วนพ่อฉันก็คุ้นเคยกับเสด็จในกรมพระยาชันนาทนเรนทร (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร) โดยเสด็จในกรมฯ ท่านทรงให้พ่อช่วยจัดการที่ดินของพระองค์ในจังหวัดลำปาง เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะด้วยการสร้างโรงเรียน ซึ่งพ่อเคยบอกว่า ทุกคนทราบดีว่าเสด็จในกรมฯ ทรงเป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 แต่เมื่อมีเหตุการณ์ทางการเมือง ทำให้เสด็จในกรมฯ ต้องทรงถูกจับกุมคุมขังเป็นนักโทษ เขาไปจับเสด็จในกรมฯ ไปจากบ้านที่จังหวัดลำปาง เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2481 โดยกล่าวหาว่าทรงขึ้นไปลำปางเพื่อก่อการทางการเมือง ทั้งที่ทรงขึ้นไปเพื่อทรงยกที่ดินของพระองค์ให้สร้างโรงเรียน ส่วนศาลที่ตั้งขึ้นมาเล่นงานพระองค์คือศาลการเมือง ไม่มีการสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม นี่เห็นแล้วใช่ไหมว่า แม้กระทั่งเจ้านายชั้นสูง ก็ยังถูกคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองกล่าวหา และถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ทว่าลดโทษให้ในภายหลัง
.jpg)
ชีวิตวัยเด็กของฉันก็อยู่ในลำปาง พ่อพาครอบครัวไปอยู่ลำปาง จนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต้องย้ายบ้านหนีสงคราม แล้วสุดท้ายก็กลับเข้ากรุงเทพฯ ช่วงก่อนสงครามสงบ ฉันจำได้ดีว่าบ้านซอยสวนพลูสมัยที่ฉันยังเด็ก มีสวนต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่หน้าบ้าน มีบ่อน้ำใหญ่อยู่หลังบ้าน ในบ่อมีห่านสีขาว และพ่อก็มีสุนัขพันธุ์เกรทเดน ชื่อจอย ส่วนบริเวณรอบ ๆ บ้านเป็นสวนผลไม้ และนาข้าว ผิดกับยุคปัจจุบันจนเทียบกันไม่ติดแม้แต่น้อย
.jpg)
ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง บางครั้งเราต้องอพยพไปอยู่หัวหิน ความเป็นอยู่ในช่วงสงครามนั้นยากลำบากเหลือเข็ญ ไฟฟ้าไม่มีใช้ น้ำมันก็ไม่มีใช้ ลำบากมาก แต่เราก็ผ่านมันมาได้
พอพูดถึงหัวหินแล้ว ก็ทำให้นึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะรถไฟไทย เพราะอันที่จริงนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงอยากให้สยามมีรถไฟ แต่เนื่องจากบ้านเมืองของเรามีเงินทองจำกัด แต่ก็ทรงต้องการให้สยามมีรถไฟ แม้อังกฤษและฝรั่งเศสจะไม่สนับสนุนมากนัก แต่ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลจึงต้องทรงยอมกู้เงิน 4 ล้านปอนด์สเตอริงเพื่อนำไปใช้ก่อสร้างทางรถไฟ โดยมีเงื่อนไขคือต้องยกดินแดนไทรบุรี ตรังกานู ปะลิส และกลันตันให้อังกฤษ แล้วรัฐบาลสยามในยุคนั้นก็ถูกบังคับให้ออกพันธบัตร หรือ Royal Siamese Government เพื่อใช้เป็นทุนก่อสร้างทางรถไฟ
.jpg)
ชีวิตนักเรียนในวัยเด็กของ ม.ล. วิสุมิตรา คือนักเรียนโรงเรียนมาแตร์เดอี และวัฒนาวิทยาลัย ฉันเรียนสนุกสนานไปตามวัยเด็ก ต้องถูกส่งตัวจากบ้านซอยสวนพลูไปอยู่แถว ๆ วังวิทยุ ถนนร่วมฤดูในปัจจุบัน เพราะใกล้โรงเรียน ดังนั้นในวัยเด็กฉันก็จึงคุ้นเคยกับวังวิทยุมาก ต่อมาเมื่อเติบโตขึ้นก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ (สำหรับผู้ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะสัมผัสได้ถึงความน่าสนใจของการเดินทางด้วยเรือไปยุโรป แต่ต้องขออภัยที่ไม่สามารถเล่าให้ฟังได้ทั้งหมด เพราะเนื้อที่มีจำกัด) เมื่อไปถึงอังกฤษก็เข้าเรียนที่โรงเรียนประจำชื่อ Heathfield และที่โรงเรียนแห่งนี้ ม.ล. วิสุมิตราได้มีเพื่อนต่างชาติมากมาย โดยบางพระองค์เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงจากออตโตมัน คือ Princess Fazile พระบิดาเป็นเจ้าแห่งอิยิปต์ ส่วนพระมารดาเป็นเจ้าแห่งออตโตมัน ส่วนอีกองค์คือ Mary Bankes ราชนิกูลแห่งราชวงศ์อังกฤษ เป็นต้น แต่ความจริงยังมีอีกมากมายหลายคนที่น่าสนใจ น่าคบหา เพราะมีอัธยาศัยดีเยี่ยม ซึ่งเราก็คบหากันเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่ยาวนานจนถึงช่วงเวลาที่บางคนก็ลาลับไป บุคคลเหล่านี้มีประวัติที่น่าสนใจมาก แต่บางองค์ก็ทรงประสบความทุกข์ยากแสนสาหัส เพราะพิษภัยการเมืองในประเทศของตนเอง โดยเฉพาะ Princess Fazile ที่ทรงสูญเสียอย่างมหันต์
.jpg)
จากโรงเรียน Heathfield ก็ไปเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์ระดับ High School ที่ Cheltenham Ladies’ College โรงเรียนแห่งนี้มีกฎระเบียบเคร่งครัดมาก ทำให้นักเรียนมีความประพฤติอยู่กับกฎระเบียบอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ได้ทั้งการเรียนรู้ด้วยวิชาการและความประพฤติ แถมยังมีเพื่อนที่ดีที่คบหากันมาจนถึงบัดนี้ เมื่อจบการศึกษาระดับ High School ก็ไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ มลรัฐเดลาแวร์ ช่วงแรกก็ตั้งใจศึกษาวิชาการแพทย์ แต่เมื่อต้องฆ่าสัตว์ทดลองต่าง ๆ ก็ทำใจไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนใจไปเรียนด้านเคมีแทน
แล้วก็มาถึงวันแต่งงาน โดยได้พบกับสามีซึ่งมาจากตระกูลเก่าแก่แห่งรัฐเดลาแวร์ คือตระกูลดูปองค์ คุณแม่ของสามีเป็นผู้มีจิตใจงาม มีเมตตากรุณาสูงมาก คือคุณเอลิเนอร์ แฟรนซิส ดูปองค์
.jpg)
ในวันแต่งงาน ได้จัดพิธีที่บ้านเรือนไทย มีแขกเหรือทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไปร่วมมากมาย ทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่หลังจากเสร็จพิธีโดนผ่านไปหลายวัน ก็เข้าไปกราบลาคุณชายคึกฤทธิ์เพื่อกลับสหรัฐฯ ปรากฏว่าพ่อน้ำตาไหล และท่านก็ถามว่าตอนฉันแก่ตัวกว่านี้ ใครจะดูแลฉัน ทำให้เราใจหายมาก แล้วก็จึงสัญญากับพ่อว่าเมื่อวันเวลานั้นมาถึงจะรีบกลับมาดูแลท่านทันที ซึ่งฉันก็ได้ทำตามคำสัญญาที่ให้กับพ่อไว้ทุกประการ เมื่อกลับมาก็พบว่าบ้านช่องที่ซอยสวนพลูไม่มีระเบียบ จนพ่อบอกว่า “ดูสิ เธอทิ้งให้ฉันอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร”
จริง ๆ แล้ว ม.ล. วิสุมิตรา เล่าเรื่องบ้านซอยสวนพลูในแง่มุมต่าง ๆ ให้ฟังอีกมาก ทั้งในแง่สุข ทุกข์ โดยเฉพาะจากปัญหาการเมืองไทย แต่เนื่องจากพื้นที่การเขียนคอลัมน์กำลังจะหมดลงแล้ว จึงต้องติดไว้ก่อน แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังในวันหน้า
.jpg)
แต่สำหรับบ้านซอยสวนพลูแห่งนี้ นับว่าเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ร่วมสมัยในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งด้านการเมือง การศิลปะ การละคร การนิพนธ์ การดนตรีไทย สถาปัตยกรรมไทย เรื่องอาหารการกิน เรื่องสุนัข และเรื่องผู้คนในแง่มุมต่าง ๆ บ้านซอยสวนพลูเคยคึกคักแบบชนิดที่ว่าหัวกะไดไม่เคยแห้ง เพราะมีคนมากมายไปมาหาสู่เป็นประจำ แต่ช่วงหนึ่งบ้านก็เงียบเหงา หลังจากคุณชายคึกฤทธิ์ท่านจากไป แต่วันนี้บ้านหลังนี้กำลังจะกลับมาเป็นสถานที่สำหรับศึกษาหาความรู้ในแง่มุมต่าง ๆ อีกครั้ง และพร้อมจะให้ความรู้ ความสุข ความเบิกบานกับผู้ไปเยี่ยมเยือน โปรดรอพบกับวันเปิดบ้านซอยสวนพลูในเร็ววันนี้


















