
เรื่องนี้มีประวัติ : วังบ้านดอกไม้
วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.38 น.
นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน หรือ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร ต้นราชสกลุ “ฉัตรไชย” พระราชโอรสลำดับที่ 35 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาวาด

ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2425 สิ้นพระชนม์วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2479 ณ เกาะสิงคโปร์ สิริพระชันษา 55 ปี จากนั้นจึงเชิญพระศพกลับสู่สยาม ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร แล้วมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2480


เมื่อครั้งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระราชอิสริยยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนกำแพงเพชรอรรคโยธิน เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2459 แล้วต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 เช่นกัน ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระราชอิสริยยศขึ้นเป็น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน

ต่อมาในรัชสมัยแห่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนขึ้นเป็น พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ประชาธิบดีเจษฎภาดา ปิยมหาราชวงศ์วิศิษฏ์ อเนกยนตรวิจิตรกฤตยโกศล วิมลรัตนมหาโยธาธิบดี ราชธุรันธรีมโหฬาร พาณิชยการคมนาคม อุดมรัตนตรัยสรณธาดา มัททวเมตตาชวาศรัย ฉัตรชัยดิลกบพิตร

กรมพระกำแพงเพชรอัครราชโยธิน เคยทรงดำรงตำแหน่งสำคัญ ดังนี้ องคมนตรี แม่ทัพภาค 1 พระองค์แรก ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ยังทรงเป็นริเริ่มการค้นหาแหล่งน้ำมันปิโตรเลียมในเขตประเทศสยาม และทรงริเริ่มกิจการโทรคมนาคม ทรงตั้งเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง และทรงวางรากฐานการวิทยุโทรทัศน์ และการภาพยนตร์ ทรงได้รับการถวายการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งทหารช่าง และพระบิดาแห่งการรถไฟไทย

พระองค์ทรงเป็นเจ้าของ “วังบ้านดอกไม้” ซึ่งอันที่จริงคำว่าบ้านดอกไม้ มาจากคำเต็มว่าบ้านดอกไม้ไฟ แต่กร่อนคำว่าไฟออกไป จึงเหลือเพียงวังบ้านดอกไม้เท่านั้น เพราะตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งผลิตดอกไม้ไฟในกรุงเทพฯ ในย่านภูเขาทอง บ้านบาตร บริเวณถนนบริพัตรและถนนหลวง แต่ปัจจุบันวังแห่งนี้ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปเข้าชม เพราะอยู่ในความดูแลของหน่วยราชการ คือสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม แต่ก่อนจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงอุตสาหกรรม วังนี้เคยเป็นของกรมป่าไม้มาก่อน


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันวังบ้านดอกไม้ ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน มีพื้นที่โดยประมาณคือ 3 ไร่เศษ (3.65 ไร่) ตัววังสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกผสมกับวิคตอเรีย เป็นอาคารสองชั้น มีจุดเด่นคือประดับด้วยลวดลายปูนปั้นแบบยุโรป ผสมกับลายฉลุที่ช่องลมเหนือหน้าต่างที่ทำเป็นซุ้มโค้ง อันที่จริงตัววังเป็นอาคารสองชั้น แต่มีบางส่วนของวังมีความสูงสามชั้น โดยมีดาดฟ้าอยู่ด้วย


ที่ตั้งของวังบ้านดอกไม้มาจากชื่อของชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งในเขตพระนคร ตั้งอยู่ใกล้แนวกำแพงเมืองกรุงเทพฯ อยู่ไม่ไกลจากชุมชนบ้านบาตร ส่วนการเดินทางไปวังบ้านดอกไม้ในยุคนี้ก็ไม่ยาก เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสามยอด


คนยุคปัจจุบันจำนวนไม่น้อยไม่รู้ประวัติความเป็นมาของวังบ้านดอกไม้ บางคนเข้าใจว่าคำว่าวังบ้านดอกไม้ มาจากวังที่มีดอกไม้สวยงามปลูกอยู่ในวัง แต่อันที่จริงวังบ้านดอกไม้มาจากคำเต็มว่าวังบ้านดอกไม้ไฟ เพราะอยู่ในชุมชนที่ผลิต และนำเข้าดอกไม้ไฟ ด้วยความที่ดอกไม้ไฟเป็นของอันตราย หากจัดเก็บรักษาไม่ถูกวิธี ดังนั้นร้านค้าและแหล่งผลิตดอกไม้ไฟจึงถูกย้ายออกไปจากเขตชั้นในของกรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัยของผู้คน เมื่อร้านขายดอกไม้ไฟหมดไปจากบริเวณนี้ คำว่าวังบ้านดอกไม้จึงถูกเข้าใจว่าเป็นดอกไม้ที่สวยสดงดงามที่ปลูกไว้ประดับบ้านเรือน


หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยามประเทศ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินทรงย้ายประทับที่เกาะสิงคโปร์ จนสิ้นพระชนม์ วังบ้านดอกไม้ถูกทิ้งร้างอยู่ระยะหนึ่ง จนในที่สุดพระทายาทของพระกำแพงเพชรอัครโยธินจึงตัดสินใจขายสมบัติชิ้นนี้ให้หน่วยราชการของไทย


เป็นที่น่าเสียดายมากที่การเข้าชมความงดงามของวังบ้านดอกไม้ ทำได้ค่อนข้างยากมาก แต่ที่น่าเสียดายยิ่งกว่าคือวังแห่งนี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมอย่างหนัก เพราะไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ที่ใช้วังเป็นที่ทำการ

แม้ว่าวังบ้านดอกไม้จะทรุดโทรมอย่างน่าเสียดาย แต่ทว่าความงดงามยังปรากฏอยู่อย่างชัดเจน งานสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่โดดเด่นด้วยลายฉลุเหนือกรอบหน้าต่าง ผสมงานปูนปั้นที่สุดวิจิตร แม้ว่าจะผันผ่านกาลเวลามาเนินนาน แต่วังบ้านดอกไม้ยังอุดมได้ด้วยความทรงจำที่ด้านบวกและลบในมโนสำนึกของท่านผู้ทรงเป็นเจ้าของวัง และบรรดาทายาทของพระองค์

แล้ววันหนึ่งในอนาคต วังแห่งนี้น่าจะกลับมางดงาม อลังการดังเดิมเหมือนเคยเป็นมาในอดีต หากได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง





.jpg)

.jpg)

.jpg)

























.jpg)



















.jpg)























.jpg)













































.jpg)













































.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)


















