กกต.ยกระดับงานข่าว ขึ้นบัญชีหัวคะแนน-ผู้มีอิทธิพล จัดชั้นพื้นที่เสี่ยงทุจริต ลุยป้องกันก่อนเลือกตั้ง

กกต.ยกระดับงานข่าว ขึ้นบัญชีหัวคะแนน-ผู้มีอิทธิพล จัดชั้นพื้นที่เสี่ยงทุจริต ลุยป้องกันก่อนเลือกตั้ง

กกต.ยกระดับงานข่าว ขึ้นบัญชีหัวคะแนน-ผู้มีอิทธิพล จัดชั้นพื้นที่เสี่ยงทุจริต ลุยป้องกันก่อนเลือกตั้ง

วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.29 น.

กกต.ประกาศยกระดับงานข่าวเชิงรุกทั่วประเทศ ตั้งทีมข่าวทุกจังหวัด ขึ้นบัญชีหัวคะแนนและผู้มีอิทธิพล จัดชั้นพื้นที่เสี่ยงทุจริต ลุยป้องกันก่อนเลือกตั้ง

14 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะฯ กรุงเทพฯ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างแหล่งข่าวให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง การสืบสวน การไต่สวนและการดำเนินคดีในศาลได้มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ว่าวันนี้คณะสืบสวนไต่สวนทุกสำนักได้เชิญหน่วยข่าวต่างๆของประเทศ อาทิ กอ.รมน. , ตำรวจ , ทหารเรือ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทุกหน่วยถือเป็นหน่วยข่าวของประเทศที่มีเครือข่ายอยู่ในทุกจังหวัด โดยทางสำนักงาน กกต.เห็นว่าการเลือกตั้งทุกระดับมีปัญหาเรื่องการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง รวมถึงมีกรรมวิธีทุจริตการเลือกตั้งอื่นๆ แต่ กกต.เองไม่มีมือทำงานในเชิงการข่าว จึงได้ขอความร่วมมือจากทุกสำนักข่าวที่เป็นแกนหลักในการรู้ข้อมูลและความเคลื่อนไหวต่างๆ โดยประสานกับ กกต.ในแต่ละจังหวัด เพื่อให้ กกต.ได้รู้ข้อมูลล่วงหน้าและดำเนินการป้องกันได้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเบื้องต้น เนื่องจากปัจจุบัน กกต.ยังไม่มีเครือข่ายของตนเองจึงต้องอาศัยหน่วยงานเหล่านี้ ซึ่งกฎหมายก็ให้อำนาจไว้

นายสิทธิโชติ กล่าวอีกว่า เมื่อได้มีการพูดคุยจนเข้าใจตรงกันทั่วประเทศแล้ว กกต.จะทำการสร้างระบบงานข่าวของตนเอง โดยจัดตั้งทีมงานด้านการข่าวในทุกจังหวัด ซึ่งกฎหมายให้อำนาจไว้ทั้งการขอความร่วมมือจากข่าวกรองและการสร้างระบบการทำงานด้านข่าว ส่วนเรื่องงบประมาณ กฎหมายก็เปิดช่องให้ กกต.สามารถตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ได้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้น วันนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในเชิงรุกของ กกต.เกี่ยวกับงานข่าว โดยคาดหวังว่าในอนาคตจะทำให้การเลือกตั้งดีขึ้นและการซื้อเสียงลดน้อยลง ซึ่งเราจะทำจริง

เมื่อถามว่า จะสามารถนำร่องระบบนี้ใช้ในการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.อุดรธานี ได้เลยหรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต.ฝ่ายสืบสวน แล้วว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้จะมีการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.อุดรธานี การเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ , นนทบุรี และขอนแก่น ซึ่งจะต้องมีสิ่งใหม่ๆโดยจะไม่ทำงานในรูปแบบเดิมอีกต่อไป สิ่งใดที่สามารถป้องกันได้ก่อนการเลือกตั้งก็จะดำเนินการทันที โดยได้สั่งการให้หามาตรการอย่างเร่งด่วน ส่วนในระยะยาวจะจัดทำเป็นระบบอย่างเป็นทางการต่อไป

เมื่อถามว่า จะมีการจัดลำดับพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า จะต้องมีการจัดระบบการทำงานในลักษณะนั้นเช่นกัน โดยส่วนหนึ่งที่คิดไว้คือต้องมีข้อมูลในแต่ละจังหวัดว่าใครเป็นหัวคะแนน หรือใครเป็นผู้มีอิทธิพล แล้วทำการขึ้นบัญชีไว้ หากรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็จะทำให้บริหารจัดการงานได้ง่ายขึ้น ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ว่าจะสุ่มเสี่ยงมากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้ทุ่มเทกำลังคนเข้าไปทำงานได้อย่างตรงจุด

เมื่อถามถึงการกอบกู้ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ กกต.ที่มักถูกกล่าวหาเรื่องการล้มสํานวนหรือการทุจริต นายสิทธิโชติ กล่าวว่า กกต.อยู่ได้เพราะความศรัทธาของประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่เป็นข้อข้อหาเราก็ต้องขจัด เราต้องมีเกียรติและศักดิ์ศรี จิตใจที่ดีและกล้าหาญ ในเรื่องที่ถูกต้องและมีคุณธรรมของความเป็นข้าราชการซึ่งจะต้องดูแลบ้านเมืองให้ได้ โดยขณะนี้กำลังขันน็อตและปรับปรุงกระบวนการสืบสวนไต่สวนทั่วประเทศให้มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

Leave a comment