ฝนถล่มญี่ปุ่นครั้งประวัติการณ์ ดับ 4 น้ำท่วมหนัก-รถไฟหยุด 7,000 คนติดค้างสนามบินนาริตะ

ฝนถล่มญี่ปุ่นครั้งประวัติการณ์ ดับ 4 น้ำท่วมหนัก-รถไฟหยุด 7,000 คนติดค้างสนามบินนาริตะ

14 ส.ค. 2569 08:35 น.

ฝนถล่มญี่ปุ่นครั้งประวัติการณ์ ดับ 4 น้ำท่วมหนัก-รถไฟหยุด 7,000 คนติดค้างสนามบินนาริตะ

เกิดฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในพื้นที่จังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ถนนและเส้นทางรถไฟหลายสายถูกตัดขาด บ้านเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 13 สิงหาคม ส่งผลให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น หรือ JMA ประกาศคำเตือนฝนตกหนักระดับสูงสุดในพื้นที่ชิบะเป็นครั้งแรก ขณะที่บางพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมในช่วง 24 ชั่วโมงมากกว่า 360 มิลลิเมตร ส่งผลให้ถนนและทางรถไฟถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน หนึ่งในนั้นพบว่าเสียชีวิตหลังติดอยู่ภายในรถที่ถูกน้ำท่วม ขณะที่มีการส่งกำลังทหารเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนภารกิจกู้ภัย โดยสถานการณ์ฝนตกหนักถูกระบุว่าอยู่ในระดับรุนแรงผิดปกติ เมื่อเทียบกับมาตรฐานสภาพอากาศที่รุนแรงของญี่ปุ่น

ผลกระทบยังลุกลามถึง สนามบินนาริตะ หนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางระหว่างประเทศที่สำคัญของญี่ปุ่น โดยมีผู้โดยสารประมาณ 7,000 คนติดค้างอยู่ภายในสนามบินตลอดคืน หลังถนนและรถไฟที่เชื่อมต่อกับสนามบินหยุดให้บริการจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่สนามบินแจกน้ำ อาหาร และถุงนอนให้กับผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางออกจากสนามบินได้

แม้เที่ยวบินส่วนใหญ่ยังมีกำหนดให้บริการตามปกติในวันที่ 14 สิงหาคม แต่สายการบิน Japan Airlines เตือนว่าอาจมีเที่ยวบินล่าช้า ขณะที่ถนนสายหลักหลายเส้นทางในจังหวัดชิบะ รวมถึงเส้นทางเชื่อมสนามบินนาริตะกับกรุงโตเกียว ยังคงปิดการจราจร ทำให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างหนักบนเส้นทางเลี่ยง

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนหลายร้อยคนติดค้างอยู่ที่สถานีรถไฟชิบะ หลังการให้บริการรถไฟหลายสายถูกระงับ ขณะที่พื้นที่ประสบภัยบางแห่งมีรถยนต์จมอยู่ในน้ำจนเกือบมิดหลังคา และประชาชนจำนวนหนึ่งต้องอพยพไปพักตามศูนย์พักพิง

ทางการญี่ปุ่นยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมและดินถล่มอย่างใกล้ชิด หลังสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเตือนว่า ฝนที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีความรุนแรงในระดับที่ไม่เคยพบมาก่อนในหลายพื้นที่ของชิบะ

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์มีส่วนทำให้สภาพอากาศสุดขั้วเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น ยาวนานขึ้น และมีความรุนแรงมากขึ้น.

ที่มา :channelnewsasia

Leave a comment