ปวดโคนนิ้วโป้ง กำมือแล้วเจ็บ อย่าชะล่าใจ เสี่ยง ‘เดอกาแวง’

ปวดโคนนิ้วโป้ง กำมือแล้วเจ็บ อย่าชะล่าใจ เสี่ยง ‘เดอกาแวง’

ปวดโคนนิ้วโป้ง กำมือแล้วเจ็บ อย่าชะล่าใจ เสี่ยง ‘เดอกาแวง’

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

ปวดโคนนิ้วโป้ง กำมือแล้วเจ็บ อย่าชะล่าใจ แพทย์เตือนเสี่ยง “เดอกาแวง” หรือ ภาวะปลอกหุ้มเอ็นอักเสบจากการใช้งานซ้ำ

นพ. รณศักดิ์ มงคลรังสฤษฏ์

นพ. รณศักดิ์ มงคลรังสฤษฏ์ แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ เตือนผู้ที่มีอาการปวดโคนนิ้วโป้งหรือข้อมือด้านนิ้วโป้ง โดยเฉพาะเมื่อกำมือ หยิบจับ บิดข้อมือ หรือใช้นิ้วโป้งซ้ำ ๆ ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของ โรคเดอกาแวง (De Quervain’s Tenosynovitis) หรือภาวะปลอกหุ้มเส้นเอ็นอักเสบ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจกระทบต่อการใช้มือและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

โรคเดอกาแวง เกิดจากการอักเสบหรือหนาตัวของปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้ง ทำให้เส้นเอ็นที่ใช้กางและเหยียดนิ้วโป้งเคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วโป้งและข้อมือด้านนอก โดยเฉพาะขณะกำมือ หยิบจับ บิดข้อมือ หรือยกของ

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการบวม กดเจ็บ หรือปวดร้าวขึ้นไปบริเวณท่อนแขน และเมื่ออาการรุนแรงขึ้นอาจเริ่มทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ลำบาก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดขวด บิดผ้า ใช้กรรไกร ยกแก้วน้ำ หรือแม้แต่อุ้มบุตร

สำหรับปัจจัยเสี่ยงของโรค ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการใช้งานนิ้วโป้งและข้อมือซ้ำ ๆ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ พิมพ์ข้อความ ใช้เมาส์คอมพิวเตอร์ ทำอาหาร ตัดผม เย็บผ้า หรือทำงานที่ต้องจับ บิด และยกของเป็นประจำ รวมถึงการเล่นกีฬาที่ต้องใช้ไม้หรือแร็กเกต นอกจากนี้ยังพบได้บ่อยในผู้หญิง หญิงตั้งครรภ์ และคุณแม่หลังคลอดที่ต้องอุ้มลูกเป็นเวลานาน

แพทย์ระบุว่า หลายคนมักเข้าใจผิดว่าโรคเดอกาแวงคือ “นิ้วล็อก” ทั้งที่ทั้งสองโรคเป็นคนละภาวะ แม้จะเกี่ยวข้องกับเส้นเอ็นเช่นเดียวกัน โดยเดอกาแวงจะมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วโป้งและข้อมือ ขณะที่นิ้วล็อกมักมีอาการเจ็บบริเวณโคนนิ้วด้านฝ่ามือ พร้อมอาการนิ้วสะดุด งอแล้วเหยียดไม่ออก

ในด้านการวินิจฉัย แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินการเคลื่อนไหวของนิ้วโป้งและข้อมือ ส่วนการเอกซเรย์หรืออัลตราซาวด์จะพิจารณาเป็นรายกรณี เพื่อแยกโรคอื่นที่มีอาการใกล้เคียง เช่น ข้อโคนนิ้วโป้งเสื่อม การบาดเจ็บของเส้นเอ็น หรือความผิดปกติของเส้นประสาท

แนวทางการรักษาจะเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ได้แก่ การพักการใช้งานมือ ปรับพฤติกรรม ลดการใช้นิ้วโป้งซ้ำ ๆ การใส่อุปกรณ์พยุงนิ้วโป้งและข้อมือ การประคบเย็น การใช้ยาลดอาการปวดตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงการทำกายภาพบำบัดหรือกิจกรรมบำบัดมือเพื่อฟื้นฟูการใช้งาน

ในผู้ป่วยที่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบ และหากอาการเป็นเรื้อรังหรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก อาจพิจารณาการผ่าตัดคลายปลอกหุ้มเส้นเอ็นตามข้อบ่งชี้

ผู้ที่มีอาการปวดโคนนิ้วโป้งต่อเนื่อง อาการรุนแรงขึ้น จับของไม่ถนัด หรือพักการใช้งานแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดการอักเสบ ป้องกันภาวะเรื้อรัง และเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้งานมือได้ตามปกติ

Leave a comment