“พระผู้ให้” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

“พระผู้ให้” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

“พระผู้ให้” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.16 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมจุฬาฯ จัดนิทรรศการ “พระผู้ให้”              เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ โดยมีคณะผู้บริหารจุฬาฯ และสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมจุฬาฯ นำโดย รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธบิการบดี ให้การต้อนรับ  เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ

ในการนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวสำนึก    ในพระมหากรุณาธิคุณ และวางพวงมาลัยบนพานหน้าพระรูปสมเด็จพระพันปีหลวง วงจุฬาฯ เชมเบอร์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัยถ่ายภาพร่วมกัน เสร็จแล้วนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการ และเข้าชมนิทรรศการ

นิทรรศการ “พระผู้ให้” ได้อัญเชิญบทพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระผู้ให้” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระราชทานเพื่อใช้เป็นบทขับร้องในการแสดงดนตรีไทยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงบทพระราชนิพนธ์บางบทจากหนังสือ “สมเด็จแม่กับการศึกษา” มาถ่ายทอดในรูปแบบนิทรรศการที่ออกแบบอย่างงดงามและเข้าใจง่าย

เนื้อหานิทรรศการนำเสนอพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข การรักษาพยาบาล การส่งเสริมอาชีพ ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าและน้ำ

ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้สัมผัสถึงพระราชจริยวัตรแห่ง “การให้” ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน โดยไม่ทรงเลือกที่รักมักที่ชัง สะท้อนพระราชปณิธานอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระวิสัยทัศน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย สมดังชื่อของนิทรรศการ “พระผู้ให้” อย่างแท้จริง

นิทรรศการ “พระผู้ให้” เปิดให้เข้าตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. ปิดทำการวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ โทร. 0-2218-3645–6, 0-2218-3624 และ Facebook: Chulamuseum

คุณแหน : 21 เมษายน 2569

คุณแหน : 21 เมษายน 2569

คุณแหน : 21 เมษายน 2569

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ช่วงนี้ สหรัฐฯ กับอิหร่าน อยู่ระหว่างการ “หยุดยิง” ผู้คนทั้งโลกก็ผ่อนคลายความเครียดลงได้บ้าง แต่พอเหลียวไปดูอีกด้านหนึ่ง กองทัพอิสราเอล กลับบุกขึ้นด้านเหนือเข้า ดินแดนเลบานอน โจมตีจุดยุทธศาสตร์ และชุมชนบางแห่งอย่างดุเดือด จากภาพข่าวจะเห็นชัดว่าพื้นที่ในเลบานอน ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของศรีวิไลเซชั่นของภูมิภาคกลายเป็นซากปรักหักพังมากมาย ทั้งนี้ฝ่ายอิสราเอลจะอ้างว่าทั้งสองประเทศเคยเป็นเพื่อนบ้านพรมแดนติดกันมาด้วยดีจนกระทั่ง 40 ปีที่ผ่านมาเลบานอนเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนแอทางทหารเลยถูกกลุ่มหัวรุนแรง “ฮิซบุลลอฮ์” เข้ามาครอบงำและใช้กำลังที่แข็งแกร่งกว่าคุมนโยบายทางทหารให้เลบานอนเป็นศัตรูกับอิสราเอล ถึงระดับแทรกซึมเข้าไปก่อการร้าย ยิ่งกว่านั้นยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเทลอาวีฟ … บารอนเนส หวนคิดเรื่องนี้แล้วเสียดายมาก นครหลวงกรุงเบรุตในสมัยก่อนลือกันว่าเป็นมหานครที่ศรีวิไลที่สุดในตะวันออกกลาง จนฝรั่งเรียกว่า “PARIS OF THE EAST” ผู้คนพื้นเมืองทั้งหญิงชายหน้าตาดีมีการศึกษาสูงชอบใช้ชีวิตเยี่ยงชาวตะวันตกทีเดียว พลเมืองจะแบ่งการนับถือศาสนา 3 แบบ กล่าวคือชนชั้นนำจำนวนมากจะเป็นชาวคริสต์ ส่วนที่เหลือจะเป็นอิสลามนิกายซุนนีและนิกายชีอะห์…
  • นับเนื่องจากการมีบัญญัติศัพท์ “ซอฟพาวเวอร์” จนติดหู ต้องยอมรับว่า “มวยไทย” เป็นเอกลักษณ์ที่ฝรั่งต่างแดนยอมรับว่าเป็นอันดับหนึ่ง เน้นโฟกัสให้ชัดขึ้นอีกในบรรดารายการมวยไทยจำนวนมากที่ประชันขันแข่งกันอยู่ รายการ “ONE CHAMPIONSHIP” ของ บอส ชาตรี นับว่าเหนือชั้นยกระดับเป็นเอกอุทีเดียว ทุกสัปดาห์ไม่ว่าวันศุกร์หรือเสาร์ชาวไทยและประชากรรอบโลกจำนวนหลายร้อยล้านคนต้องเกาะจอรอดูทีวีจนเรตติ้งช่อง 7 สีสูงเป็นประวัติการณ์ ว่ามาถึงจุดนี้เพื่อให้เห็นความสามารถขององค์กรนี้ แล้วเลี้ยวมาพูดถึงตัวนักมวยปัจเจกบุคคล กรณีนี้คือเมื่อเสาร์ที่ 11/4 รายการใหญ่คู่มวยสำคัญเป็นอดีตแชมป์ สามเอ (3A) ปะมือกับนักมวยดาวรุ่งชาวโมร็อกโก (หมัดหนักมาก) 3A แน่นอนมีชื่อเสียงโด่งดังมานับสิบปีอายุปัจจุบันเข้าไป 42 ปีแล้ว (สำหรับมวยอาชีพก็คือชายชรา) ปรากฏว่าสู้กันอย่างดุเดือดสมศักดิ์ศรีโดย 3A ชนะน็อคเอาท์ แฟนมวยในสนามโห่ร้องแสดงความยินดีอย่างเมามันส์ แต่สำหรับผู้มีใจเป็นกลางอาจเห็นตรงข้าม 1) เรายอมรับในความยิ่งใหญ่ของ 3A 2) ยกย่องในความมีวินัยของเขาที่ดูแลร่างกายให้แข็งแกร่ง 3) เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักมวยไทยอาชีพ… แต่ท้ายที่สุดเราอยากเห็น 3A กำหนดวาระชีวิตตนเองได้แขวนนวมในจุดสูงสุด โดยไม่เสียตำแหน่ง, ไม่บาดเจ็บ, ไม่ถูกมองข้ามเมื่อหมดยุค, และได้รับการจารึกชื่อเข้า “THE HALL-OF-FAME” …
  • งานประเพณีรดน้ำดำหัวขอพรคณาจารย์และรุ่นพี่อาวุโส คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (แมสคอม มช.) จัดโดย สมาคมศิษย์เก่าแมสคอม มช. ที่มี ดร.ชลวิทย์ สุขอุดม นายกสมาคมฯ ศิษย์เก่ารหัส 27 และ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ สุดฤทัย เลิศเกษม ศิษย์เก่ารหัส 25 ร่วมกันจัดขึ้น ที่กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันศุกร์ก่อน …งานสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมายไปเรียบร้อย อาจารย์ที่มาร่วมงานมี รศ.สดศรี เผ่าอินจันทร์ , ผศ.นาฏยา ตนานนท์ และ ผศ.ดร.ศุภฤกษ์ โพธิไพรัตนา คณบดีคณะแมสคอม มช.คนปัจจุบัน พร้อมอาจารย์ในคณะฯ…สำหรับศิษย์เก่า มากันหลากรุ่น หลายเจน ตั้งแต่รหัส 07 -รหัส 66 อาทิ รุ่นพี่อาวุโสสุดคือ พ.อ.หญิงมาลัยวัลย์ แสงสุวรรณ์ รหัส 07 (เข้าเรียน มช.ปี 2507 บัณฑิตแมสคอม มช.รุ่นแรก) แชมป์การเข้าร่วมงานทุกปี มิเคยขาด… นอกจากนี้ยังมี รุ่นพี่รหัส 13 พล.ร.ต.หญิงสุรัชฎา ชลออยู่ , รหัส 15 ธนิต วิจิตรพันธ์ุ และรหัส 16 พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร ,รหัส 18 อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฯ วันชัย สุทธิวรชัย ,รหัส 19 วิโรจน์ ประกอบพิบูล และ สุมนา ศุขนิทร ฯลฯมาร่วมงานกันคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลด้วยความรัก-ความสามัคคี มีความสุขกันถ้วนหน้า…
  • ในโอกาสครบวาระ ได้มีการเลือกตั้ง นายกสมาคมนักศึกษาเก่าแมสคอม มช.คนใหม่ ซึ่งผลการเลือกตั้งเป็นเอกฉันท์เลือก อกนิษฐ์ มาโนษยวงศ์ (หลา) รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการผลิตคอนเทนต์ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รหัส 32 เป็น นายกสมาคมฯคนใหม่ สืบแทน ดร.ชลวิทย์ สุขอุดม …ขอแสดงความยินดีด้วย !!…

บารอนเนส

แม็คโคร-โลตัส จัดงาน ‘Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น’ เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทุเรียนส่งตรงจากสวน

แม็คโคร-โลตัส  จัดงาน ‘Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น’ เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทุเรียนส่งตรงจากสวน

แม็คโคร-โลตัส จัดงาน ‘Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น’ เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทุเรียนส่งตรงจากสวน

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.12 น.

“แม็คโคร–โลตัส” ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) สนับสนุนเกษตกรไทย ร่วมต้อนรับเทศกาลผลไม้ฤดูร้อน จัดงาน “Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น” เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้ภาคตะวันออกส่งตรงจากสวนโดยเกษตรกรมาให้เลือกทานแบบไม่อั้น พร้อมบริการ เคาะ เจาะ ชั่ง ปอก รับประกันความอร่อย หวานมันทุกชิ้นแบบไม่ต้องลุ้น เริ่มต้นที่ โลตัส บางนา ระหว่างวันที่ 23-26 เมษายน 2569 ในราคา 599 บาท / 1 คน สามารถร่วมกิจรรมบุฟเฟ่ต์ทุเรียนได้ 1 ชม. พร้อมรับสิทธิ์หมุนฟรีวงล้อลุ้นรางวัลจากโลตัส 1 ครั้ง

พร้อมอิ่มอร่อยต่อเนื่องแบบจัดเต็มกับงาน “Let’s Dorian อร่อย หวานมัน ไม่ต้องลุ้น” บุฟเฟ่ต์ทุเรียน ในราคา 599 บาท / 1 คน ที่ “แม็คโครโลตัส” ทั่วประเทศ ได้แก่

ภาคกลาง

วันที่ 30 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2569 : แม็คโคร ศรีนครินทร์

วันที่ 1 – 4 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา รามอินทราโลตัส สาขา สุขุมวิท 50

วันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา สุขาภิบาล 1โลตัส สาขา สระบุรีโลตัส สาขา อยุธยา

วันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา ศรีนครินทร์โลตัส สาขา พระราม 1

วันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา ซีคอนโลตัส สาขา ฟอร์จูน โลตัส สาขา รังสิต โลตัส สาขา พัฒนาการ

ภาคเหนือ

วันที่ 30 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2569 : แม็คโคร เชียงใหม่

วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา เชียงใหม่คำเที่ยง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 : แม็คโคร ขอนแก่นโลตัส สาขา ปากช่องโลตัส สาขา อุดรธานี

ภาคตะวันออก

วันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา พัทยา

ภาคใต้

วันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา หาดใหญ่

วันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2569 : โลตัส สาขา ภูเก็ต

วันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2569 : แม็คโคร หาดใหญ่

โดยจัด 4 รอบ/วัน รอบที่ 1 เวลา 11.00-12.00 น.รอบที่ 2 เวลา 13.00-14.00 น.รอบที่ 3 เวลา 14.30-15.30 น. และ รอบที่ 4 เวลา 16.00-17.00 น.

ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรม หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ผ่าน https://www.facebook.com/makroHQ หรือ https://www.facebook.com/lotussth

SACIT เชิดชูเกียรติสุดยอดครูศิลป์แห่งปี 2569 เผยโฉม 5 ‘ครูศิลป์ของแผ่นดิน’ ผู้ชุบชีวิตผ้าไทยระดับตำนานและงานประณีตศิลป์ชั้นสูง

SACIT เชิดชูเกียรติสุดยอดครูศิลป์แห่งปี 2569 เผยโฉม 5 'ครูศิลป์ของแผ่นดิน' ผู้ชุบชีวิตผ้าไทยระดับตำนานและงานประณีตศิลป์ชั้นสูง

SACIT เชิดชูเกียรติสุดยอดครูศิลป์แห่งปี 2569 เผยโฉม 5 ‘ครูศิลป์ของแผ่นดิน’ ผู้ชุบชีวิตผ้าไทยระดับตำนานและงานประณีตศิลป์ชั้นสูง

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.46 น.

20 เมษายน 2569 สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT (สศท.) จัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ “ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2569” ณ บ้านปาร์คนายเลิศ เพื่อยกย่องบุคคลผู้เป็นที่สุดแห่งงานศิลปหัตถกรรมไทย รวม 22 ท่าน นำโดย 5 ครูศิลป์ของแผ่นดิน ผู้สืบทอดงานผ้าไทยและประณีตศิลป์ระดับ Masterpieces ที่หาชมได้ยากยิ่ง พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ดันงานฝีมือไทยก้าวสู่สากล

ดร.เสรี นนทสูติ ประธานสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ประธานในพิธี เปิดเผยว่า “งานศิลปหัตถกรรมไทยคือรากแก้วของมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของความเป็นไทย การเชิดชูเกียรติบุคคลผู้ทรงคุณค่าในปีนี้ได้คัดสรรอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้สุดยอดผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2569 แบ่งเป็น ครูศิลป์ของแผ่นดิน 5 ท่าน, ครูช่างศิลปหัตถกรรม 10 ท่าน และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม 7 ท่าน เพื่อให้ทุกท่านเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการส่งต่อมรดกภูมิปัญญาที่ไม่มีวันตาย และเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนงานหัตถศิลป์ไทยสู่สายตาชาวโลกอย่างยั่งยืน”

ไฮไลต์สำคัญ: 5 ปรมาจารย์ผู้ชุบชีวิตหัตถศิลป์ระดับตำนาน

ในปีนี้ SACIT ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับงานผ้าไทยที่สะท้อนความประณีต เพื่อรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและรักษางานผ้าไหมไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง       ที่ทรงอุทิศพระองค์อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย สร้างอาชีพและรายได้ให้ราษฎรในถิ่นทุรกันดาร รวมทั้งงานประณีตศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาผู้สืบทอดได้ยากในปัจจุบัน ได้แก่:

1.​นางเหรียญ ผลงาม (ผ้าจกไทยวน): ปรมาจารย์ผู้รักษาลวดลาย “ผ้าจกไทยวน” ที่มีความละเอียดอ่อนในทุกฝีเข็ม สะท้อนอัตลักษณ์ที่สั่งสมมานับร้อยปี

2.​นางสมใจ คงชัยภูมิ (ผ้าไหมมัดหมี่): ผู้สร้างสรรค์ผ้าไหมมัดหมี่ที่ผสานเทคนิคการย้อมและการทอเข้ากับจินตนาการ จนเกิดเป็นลายผ้าที่มีมิติและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์

3.​นางประจวบ จันทร์นวล (ผ้าไหม): ผู้เชี่ยวชาญการทอผ้าไหมด้วยเทคนิคโบราณที่เน้นความนุ่มนวลและเงางามของเส้นใยไหมธรรมชาติ

4.​นางสาวตาบทิพย์ แก้วดวงใหญ่ (หัวโขน): ศิลปินผู้สืบสานงานจิตรกรรมและประติมากรรมชั้นสูงในการสร้างสรรค์หัวโขนที่งดงามและถูกต้องตามหลักราชสำนัก

5.​นางอุไร แตงเอี่ยม (เครื่องเบญจรงค์): ผู้รักษาวิธีการเขียนลายเบญจรงค์ที่ใช้ความประณีตของฝีแปรงและน้ำทอง มอบความอลังการในแบบงานศิลป์ชั้นสูง

ผศ.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่มอบโล่เชิดชูเกียรติ แต่ยังรวมผลงานระดับ Masterpieces ของครูทุกท่านมาจัดแสดงเพื่อให้เห็นงานศิลปหัตถกรรมไทยชั้นสูง ที่มีความละเอียด ประณีต สามารถใช้ได้จริง และเสริมสร้างเสน่ห์และความหรูหราให้กับเจ้าของและผู้สวมใส่ ปัจจุบันงานศิลปหัตถกรรมไทยมีความต้องการสูงและมีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากล โดย SACIT จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมนำพาผลงานเหล่านี้เข้าสู่สายตาชาวโลกและไลฟ์สไตล์ระดับ world class”

ภายในงานยังมีการฉายวิดีทัศน์สรุปเกียรติประวัติอันทรงคุณค่าและการสัมภาษณ์พิเศษถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานหัตถกรรมไทยในยุคดิจิทัล เพื่อให้งานศิลป์เหล่านี้เข้าถึงหัวใจของคนรุ่นใหม่และคนทั่วโลก

ทั้งนี้ SACIT เตรียมจัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” สานภูมิปัญญาไทยสู่ความยั่งยืน เวทีที่รวบรวมสุดยอดงานศิลปหัตถกรรมไทยจากบรมครูทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 นี้ ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ

แอทแทค เปิดตัว ‘เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม’ บูสต์ความมั่นใจระหว่างวัน ‘ยิ่งขยับ ยิ่งหอม’

แอทแทค เปิดตัว ‘เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม’ บูสต์ความมั่นใจระหว่างวัน ‘ยิ่งขยับ ยิ่งหอม’

แอทแทค เปิดตัว ‘เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม’ บูสต์ความมั่นใจระหว่างวัน ‘ยิ่งขยับ ยิ่งหอม’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.59 น.

ตอบโจทย์เวิร์กกิ้งมัมและคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ แต่ยังให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าที่สะอาดและมีกลิ่นหอมติดทนนาน คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและเคมีภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวแคมเปญใหม่ของผลิตภัณฑ์ซักผ้า แอทแทค (Attack) ภายใต้แนวคิด “อยากให้ผ้าหอมขึ้น โมเมนต์นี้ต้อง แอทแทค ตบๆ ดึงๆ กอดๆ” นำเสนอ เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม (Fragrance Capsule Technology) ที่ช่วยให้เสื้อผ้ากระจายกลิ่นหอมได้ตลอดวันเพียงแค่ขยับร่างกาย เพื่อช่วยเสริมความมั่นใจในทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวัน

นายชินจิ มัตซึโอกะ รองประธานส่วนการตลาด ธุรกิจสินค้าอุปโภค บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากแนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้า นอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว ผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับเรื่องกลิ่นหอมของเสื้อผ้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและคนทำงานที่ต้องการเสื้อผ้าที่มีกลิ่นหอมระหว่างวัน ‘คาโอ’ จึงมุ่งมั่นผลักดันแบรนด์‘แอทแทค’ ให้เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ซักผ้า แต่เป็นเสมือน ‘ผู้ช่วยในชีวิตประจำวัน’ ของทุกบ้าน และความตั้งใจของแบรนด์ที่จะช่วยลดภาระงานซัก เพิ่มเวลาความสุข ทำให้การดูแลเสื้อผ้าเป็นเรื่องง่าย สะดวก และประหยัดเวลา ใช้นวัตกรรมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ และการมาร่วมแสดงโฆษณาครั้งแรกร่วมกับพรีเซนเตอร์ของแอทแทคอย่างคุณณเดชน์ คูกิมิยะ ก็เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้มั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์นี้ และอยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสประสบการณ์กับผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองจริง ๆ ”

เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอมคืออะไร ?

เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม (Fragrance Capsule Technology) เป็นนวัตกรรมที่ใช้ไมโครแคปซูล (Microcapsule) กักเก็บน้ำหอมไว้ภายในแคปซูลขนาดเล็กที่เคลือบอยู่บนเส้นใยผ้าหลังการซัก เมื่อเกิดการเสียดสีหรือการเคลื่อนไหวของเสื้อผ้า เช่น การเดิน การยืดตัว การโอบกอด หรือการตบเสื้อเบา ๆ แคปซูลจะแตกตัวและปล่อยกลิ่นหอมออกมา เป็นการช่วยปล่อยกลิ่นแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้กลิ่นติดทนนาน และช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมระหว่างวัน ด้วยเทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอมของแอทแทค ทำให้ผ้าหอมยาวนานถึง 45 วัน และนอกจากด้านความหอมแล้ว ผลิตภัณฑ์แอทแทคยังมีจุดเด่นด้านการขจัดคราบหนักได้ง่ายในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องแช่ ไม่ต้องขยี้ ช่วยให้การซักผ้าเป็นเรื่องสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

สัมผัสประสบการณ์ “ยิ่งขยับ ยิ่งหอม”

แคมเปญ “อยากให้ผ้าหอมขึ้น โมเมนต์นี้ต้อง แอทแทค ตบๆ ดึงๆ กอดๆ”   ได้เปิดตัวโฆษณาใหม่ โดยมี ณเดชน์ คูกิมิยะ พรีเซนเตอร์แอทแทค ร่วมกับ ชินจิ  มัตซึโอกะ ผู้บริหารด้านการตลาดของคาโอ ที่มาร่วมแสดงโฆษณาเป็นครั้งแรกเพื่อต้องการใกล้ชิดกับผู้บริโภคและเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น การสื่อสารครั้งนี้ถูกออกแบบเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจวิธีการบูสต์ความมั่นใจระหว่างวัน ผ่านท่าทางการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน เช่น ตบเสื้อ ดึงเสื้อ หรือกอด ที่สามารถช่วยกระตุ้นให้เทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอมของแอทแทคปล่อยกลิ่นหอมออกมาได้ สามารถรับชมโฆษณาได้ที่: https://www.facebook.com/reel/1538654880537877  

มาพร้อม 4 กลิ่น เลือกได้ตามสไตล์

ผลิตภัณฑ์ซักผ้า “แอทแทค” ตอกย้ำการเป็นน้ำยาซักผ้าที่ “ยิ่งขยับ ยิ่งหอม”  มาพร้อมเทคโนโลยีแคปซูลน้ำหอม และมีให้เลือก 4 กลิ่น ได้แก่  แอทแทค ไลฟ์ลี่ บลูมมิ่ง กลิ่นพีช เบอร์รี่ ผสานดอกไม้ หอมสดใส, แอทแทค คลีน แอดวานซ์ หอมสะอาด สดชื่น ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย, แอทแทค ชาร์มมิ่ง โรมานซ์   หวานละมุน ราวกับอยู่ในทุ่งดอกไม้ และ แอทแทค เลดี้ อิลิแกนท์ หอมหรู ดูพรีเมียม วางจำหน่ายแล้วที่ ห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำ ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ATTACK Family และ LINE OA: @AttackFamily

นีเวียยกระดับประสบการณ์ดูแลผิวใต้วงแขนครบจบในหนึ่งเดียว

นีเวียยกระดับประสบการณ์ดูแลผิวใต้วงแขนครบจบในหนึ่งเดียว

นีเวียยกระดับประสบการณ์ดูแลผิวใต้วงแขนครบจบในหนึ่งเดียว

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.58 น.

เพราะ “ผิวใต้วงแขน” เป็นบริเวณที่บอบบางและเผชิญปัจจัยกระตุ้นหลากหลาย ทั้งความอับชื้นจากต่อมเหงื่อ การเสียดสีจากการเคลื่อนไหว รวมถึงการระคายเคืองจากการโกนหรือแว็กซ์ ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาผิวคล้ำจากการอักเสบ ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน รวมถึงการสูญเสียความยืดหยุ่นจนเกิดความเหี่ยวย่น นีเวียจึงพัฒนาโซลูชันที่เข้าไปดูแล “ต้นเหตุของปัญหา” มากกว่าการแก้ไขเพียงปลายเหตุ โดยพัฒนานวัตกรรมใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใต้วงแขน

ล่าสุด นีเวีย  เปิดตัว “NIVEA Derma Control” ยกระดับการดูแลจากผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย (ดีโอโดแรนต์) แบบเดิม สู่สกินแคร์ดูแลใต้วงแขนอย่างเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาการดูแลผิวอย่างครอบคลุม ทั้งประสิทธิภาพและสุขภาพผิวในระยะยาว

เภสัชกรหญิง วราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) 

เภสัชกรหญิง วราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “นีเวียมุ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีคุณภาพเหนือระดับ ควบคู่กับประสิทธิภาพที่พิสูจน์ได้จริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เราเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวใต้วงแขนอันดับ 1 ในประเทศไทย ปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่ได้คาดหวังเพียงการระงับกลิ่นกายหรือควบคุมเหงื่ออีกต่อไป แต่ต้องการการดูแลผิวใต้วงแขนอย่างลึกซึ้ง ในฐานะ ‘ผิว’ ที่ควรได้รับการบำรุงไม่ต่างจากผิวส่วนอื่นของร่างกาย ด้วยแนวคิดนี้ NIVEA Derma Control จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับใต้วงแขนในหลายมิติ ทั้งช่วยจัดการปัญหาใต้วงแขนหมองคล้ำ รอยพับเหี่ยวย่น และปัญหาผิวไม่เรียบเนียนได้ในหนึ่งเดียว”

จุดเด่นของ NIVEA Derma Control อยู่ที่การผสานพลังของไมโครไฮยาลูรอนและวิตามินคอมเพล็กซ์ ซึ่งประกอบด้วยวิตามินซี น้ำมันอะโวคาโด และสารสกัดจากชะเอมเทศ เพื่อฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนอย่างครอบคลุมในหลายมิติ โดยไมโครไฮยาลูรอนช่วยเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟูและเรียบเนียน วิตามินซีช่วยลดเลือนความหมองคล้ำและปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ขณะที่ น้ำมันอะโวคาโดและสารสกัดจากชะเอมเทศช่วยลดการระคายเคือง เสริมเกราะป้องกันผิว และฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูสุขภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถจัดการปัญหาใต้วงแขนหมองคล้ำ รอยพับเหี่ยวย่น และปัญหาผิวไม่เรียบเนียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพในหนึ่งเดียว พร้อมมอบการปกป้องที่ยาวนานขึ้น

นอกจากนี้ ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ NIVEA Derma Control ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ผ่าน 3 สูตรหลัก ได้แก่ สูตรไบรท์ รีแพร์  เน้นการฟื้นฟูความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติและความเรียบเนียนของผิว สูตรรีสโตร์ ที่โดดเด่นด้านการปลอบประโลมและลดการระคายเคืองของผิว และสูตรดีเฟนด์ ที่ช่วยดูแลให้ผิวดูเฟิร์ม กระชับ และสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว สะท้อนให้เห็นว่า NIVEA Derma Control ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายทั่วไป แต่เป็นโซลูชันการดูแลผิวใต้วงแขนที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สภาพผิวและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้บริโภคในแต่ละคน

เพื่อถ่ายทอดแนวคิดสกินแคร์ดูแลใต้วงแขนอย่างเต็มรูปแบบ นีเวียได้จัดงาน “NIVEA Derma Control Skin Lab” เพื่อมอบประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านการดูแลผิวใต้วงแขนเสมือนการดูแลผิวหน้า ภายในงานประกอบด้วย 4 โซนประสบการณ์ ได้แก่ มุมถ่ายภาพที่สะท้อนภาพลักษณ์ความมั่นใจของผิวใต้วงแขน โซน Derma Control Skin Lab ที่อธิบายการทำงานของไมโครไฮยาลูรอนและวิตามินคอมเพล็กซ์อย่างเข้าใจง่าย โซน Underarm Skin Scan ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ตรวจวิเคราะห์สภาพผิวใต้วงแขน พร้อมรับคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และโซน Testing Station ที่ให้ทดลองสัมผัสกลิ่นหอมของผลิตภัณฑ์ ซึ่งถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันในระดับน้ำหอม

นอกจากนี้ ยังมีช่วงเสวนาให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ ได้แก่ เภสัชกรหญิง ปภัชญา ศรีสุข และแพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์ รวมถึงการแบ่งปันประสบการณ์จริงจากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ สะท้อนผลลัพธ์ด้านความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ความเรียบเนียน และสุขภาพผิวที่ดีขึ้น โดยมีอินฟลูเอนเซอร์และ KOL เข้าร่วมงานกว่า 250 คน

เชิญชวนเสนอชื่อบุคคลและหน่วยงานรับรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

เชิญชวนเสนอชื่อบุคคลและหน่วยงานรับรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

เชิญชวนเสนอชื่อบุคคลและหน่วยงานรับรางวัล ‘หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.56 น.

 มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ประกาศจัดงานมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ประจำปี  2569 ในงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก”    ครั้งที่ 38  วันที่ 18  ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธี 

ทั้งนี้ ขอเชิญสถาบันการศึกษาที่มีการสอนระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศพิจารณาเสนออาจารย์ที่มีผลงานชัดเจนเกี่ยวกับการพัฒนาศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม และการครองตนที่ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของนิสิต  นักศึกษา ภายในวันที่ 19  มิถุนายน 2569 และขอเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอคนพิการเข้ารับการคัดเลือกเพื่อรับรางวัล “หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ประจำปี 2569  นี้ ได้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ หน่วยงาน สมาคม มูลนิธิ ที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 29  พฤษภาคม 2569 หรือที่มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์   บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ ฯ ตึกมหิดล ชั้น 4 ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กทม.10400 หรือ E-mail : princessngarmchit@gmail.com ข้อมูลและคุณสมบัติต่างๆโปรดเปิดดูได้ที่ www. princessngarmchit.org หรือสอบถามได้ที่มูลนิธิฯ ไลน์ไอดี 080-4042439 หรือโทรศัพท์ 02-3547391-4  สำหรับการคัดเลือก บุคคลดีเด่นสาขาอาชีพอื่นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาเสนอเข้า รับรางวัลโดยตรง

BEARHOUSE เผยผลสำรวจวัยทำงานดื่ม ‘ชานม’ เป็น Reward Drink

BEARHOUSE เผยผลสำรวจวัยทำงานดื่ม ‘ชานม’ เป็น Reward Drink

BEARHOUSE เผยผลสำรวจวัยทำงานดื่ม ‘ชานม’ เป็น Reward Drink

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.54 น.

BEARHOUSE แบรนด์เครื่องดื่มชานมไข่มุกโมจิเจ้าแรกในไทย ก้าวสู่ปีที่ 7 อย่างแข็งแกร่ง เปิดตัว PATCH 3.4 ยกระดับประสบการณ์ความสุขทุกโมเมนต์ ภายใต้ Year Theme “บ้านหมี today’s moment” รับอินไซต์ผู้บริโภควัยทำงานที่มองหาเครื่องดื่มเติมพลังระหว่างวัน หรือเป็น “Reward drink” โดยเฉพาะกลุ่ม Senior Jobber 

นางสาวปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มชานมไม่เคยหมดสีสัน ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน BEARHOUSE ยังคงยืนหยัดรักษาคุณภาพระดับพรีเมียม ควบคู่ไปกับการพัฒนาตัวเองให้เป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องดื่ม ด้วยการสร้างแนวคิดระบบ Patch Update ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเกมที่คอยอัปเดตเวอร์ชั่น เพื่อเพิ่มประสบการณ์ผู้เล่นให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 7 เราอัปเลเวลไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว PATCH 3.4 ACTIVATED: “MOMENT UNLOCK” มาปลดล็อคอัปพลังความสุขผ่าน Year Theme 2026 : “บ้านหมี today’s moment” ภายใต้แนวคิด “ให้ทุกช่วงเวลาพัก มี BEARHOUSE อยู่ข้างๆ”

ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ ตัวละครน้องใหม่ “GACHA BEAR” เซตหมีกาชา ประเดิมเปิดแคมเปญอย่างยิ่งใหญ่ด้วย IP หมีไข่มุกโมจิเป็นครั้งแรก และเตรียมไอเดียคอลเลปกับ IP ต่างๆ อีกมากมาย ต่อด้วยการเผยโฉมแก้วโฮโลแกรมดีไซน์ใหม่ในกลุ่ม Floral Milk Tea มาพร้อมเมนูปั่นสุดละมุน Must Try อย่างชานมมะลิปั่น,ชานมอัสสัมปั่น และชาไทยคาราเมลไลซ์ปั่น เพิ่มกิมมิกด้วยท็อปปิ้งข้าวโอ๊ตป๊อปสำหรับเมนูปั่นโดยเฉพาะ ไม่เพียงเท่านี้ BEARHOUSE ยังมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วย Engine Mode เพิ่มความเร็วในการชง 15.25% ต่อแก้ว เพิ่ม DIY Soft Yogurt Series ให้ลูกค้าสามารถ Custom Topping เองได้อย่างอิสระ ปิดท้ายด้วย “SUPER BEAR” ยกระดับโมเดลบัตรสมาชิกรูปแบบใหม่ เชื่อมความสุขระยะยาวผ่านสิทธิพิเศษและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้เหล่าแฟนคลับได้เต็มอิ่มกับความสุขแบบสุดคุ้มก่อนใครตลอดทั้งปี”

อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลของบริษัทฯ พบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมเครื่องดื่มชานม มีแนวโน้มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Senior Jobber (วัยทำงานระดับสูง) ปรับเพิ่มขึ้น 10-15% เพราะต้องการ “Reward drink” ให้ตัวเองระหว่างวัน รวมถึงมองแบรนด์ดิ้งเครื่องดื่มชานมเป็น Affordable luxury และเป็นตัวเลือกเครื่องดื่มระหว่างการประชุม (Meeting drink) ขณะที่กลุ่ม Gen Z และ Millennials ยังคงนิยมเครื่องดื่มชานมที่สามารถปรับแต่งเมนูได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น ระดับความหวาน การเลือกท็อปปิ้งที่ชอบ (Customization) โดยมีแรงจูงใจสำคัญจาก Social Media และมองชานมเป็นเครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ที่ช่วยผ่อนคลายจากการเรียน เป็นรางวัล (Self-reward) ให้ตัวเอง ตลอดจนชื่นชอบประสบการณ์การดื่มพร้อมกับการเคี้ยวไข่มุก สำหรับความถี่ในการดื่ม ผู้บริโภคนิยมดื่ม 3-5 วันต่อสัปดาห์ เฉลี่ยวันละ 2 แก้วในช่วงเช้าและบ่าย โดยเน้นเป็นวันทำงานหรือเรียน มากกว่าวันหยุด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและความเคลื่อนไหวของแบรนด์ได้ที่ https://www.facebook.com/bearhousethailand/?locale=th_TH และ https://www.instagram.com/bearhouse_thailand/

คุณแหน : 20 เมษายน 2569

คุณแหน : 20 เมษายน 2569

คุณแหน : 20 เมษายน 2569

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.03 น.

  • สงครามตะวันออกกลาง ที่อิหร่านถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลรุมเล่นงานมายาวนานกว่า 6 สัปดาห์ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกซวนเซจนแทบล้มทั้งยืน ส่วนไทยประสบปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จนบัดนี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่าสงครามจะสงบลงแต่อย่างใด เมื่อสงครามยืดเยื้อ ก็ทำให้น้ำมันสำรองของไทยร่อยหรอลงไปทุกวัน หากสงครามยังคงดำเนินต่อไปอีกเป็นเดือน ก็มีหวังไทยประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลนอย่างไม่ต้องสงสัย ก็จึงได้แต่หวังว่าสงครามจะจบลงโดยเร็ววัน หรือไม่เช่นนั้นก็หวังให้โดนัลด์ ทรัมป์ กระเด็นตกจากเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเร็ว ๆ นี้
  • นิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชัน จำกัด บอกว่ากิจการของคิง เพาเวอร์ ได้รับผลกระทบมากพอควรจากการที่กลุ่มทัวร์ของนักท่องเที่ยวจีนหายไป ทำให้ต้องปิดสาขาดาวน์ทาวน์ไปสามแห่งคือ ศรีวารี มหานคร และพัทยา แล้วเมื่อมาเจอพิษสงครามตะวันออกกลาง ก็ทำให้นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางหายไปอีก แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่ลูกค้าหลักของคิง เพาเวอร์ ก็จึงไม่สะเทือนมากนัก แต่หากสงครามตะวันออกกลางลากยาวไปเป็นเดือน ๆ ก็น่าหนักใจ ส่วนข่าวลือเรื่องปิดดิวตีฟรีดาวน์ทาวน์ที่เหลือคือ รางน้ำ ซิตี บูทีค และภูเก็ต เป็นเฟคนิวส์ นิตินัยย้ำว่าเฟคนิวส์ ร้อยเปอร์เซ็นต์
  • การบินไทย ก็ได้รับผลลบจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ต้องปรับลดเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการปรับตารางบินจะเกิดในช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นส่วนใหญ่ สำหรับเส้นทางการบินที่ปรับลดลงอย่างชัดเจนคือสายยุโรปตะวันตก เช่น กรุงเทพฯ-แฟรงค์เฟิร์ต กรุงเทพฯ-มิวนิค กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน กรุงเทพฯ-ออสโล กรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม ส่วนกรุงเทพฯ ไปเอเชียเหนือ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน ก็ปรับลดเที่ยวบินเช่นกัน ส่วนกรุงเทพฯไปนิวเดลีไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะยังบินสัปดาห์ละ 21 เที่ยวบิน ลดจากเดิมเพียงเที่ยวบินเดียวเท่านั้น
  • ศ.ส.พญ. ดร. เกวลี ฉัตรดรงค์ คณบดี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญชวนคุณ ๆ ผู้มีความรัก ความเมตตาต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวจรจัด ไปชมภาพยนตร์ที่ดูแล้วทำให้มีรอยยิ้มในหัวใจ ผสมกับความเอื้อเอ็นดูต่อบรรดาสุนัขและแมวจรจัดที่มีอยู่มากมายในประเทศไทย โดยชมภาพยนตร์รอบพิเศษ เรื่อง โกฮัง หัวใจโกโฮม ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย ศูนย์การค้าสยามพารากอน 20 เมษายน รอบ 18.00 น. และขอเชิญชวนบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัดบาดเจ็บ พิการ ถูกทำร้าย และประสบอุบัติเหตุ ซึ่งนิสิตคณะสัตวแพทย์ฯ จุฬาฯ ร่วมกันทำโครงการช่วยเหลือสัตว์ตกทุกข์ได้ยาก ด้วยการนำไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทย์ฯ จุฬาฯ โปรดบริจาคเงินผ่านชมรมสวัสดิภาพสัตว์ (JohnJud) ที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เลขที่บัญชี 152-044018-9 และกรุณาส่งสลิปเพื่อเป็นหลักฐานในการออกใบเสร็จรับเงินได้ทาง Inbox เพจ Facebook ของ JohnJud ทุกครั้ง
  • สวนสุนัขลุมพินี เปิดให้บริการมาแล้วเกือบสามเดือน แม้จะชื่อสวนสุนัข แต่ก็ไม่ได้ห่วงห้ามน้องแมวเข้าไปใช้บริการ ต้องขอขอบคุณหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) ที่สนับสนุนงบประมาณสร้างสวนสวยให้น้อง ๆ สี่ขา
  • ขอเชิญติดตามอ่านคอลัมน์ใหม่ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ชื่อคอลัมน์ เรื่องนี้มีประวัติ และคอลัมน์ คือผู้สร้างสรรค์ โดย “เรื่องนี้มีประวัติ” เน้นการนำเสนอเรื่องราวและประวัติของโบราณสถานต่าง ๆ เช่น วัง ทำเนียบ และบ้านโบราณของไทย ส่วน “คือผู้สร้างสรรค์” นำเสนอเรื่องราวของสตรีในแวดวงต่าง ๆ ที่มีส่วนสร้างสรรค์จรรโลงสังคมไทยในทุกแง่มุม ทั้งศาสตร์ ศิลป์ และการศึกษาของชาติ 

Victor Lee

วธ.เปิดตำนานนาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา สืบสานถ่ายทอดตำนานความรัก-ศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะ มิวสิคัล’

วธ.เปิดตำนานนาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา สืบสานถ่ายทอดตำนานความรัก-ศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะ มิวสิคัล’

วธ.เปิดตำนานนาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา สืบสานถ่ายทอดตำนานความรัก-ศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะ มิวสิคัล’

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.01 น.

เปิดตำนาน นาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา มหากาพย์ ความรัก ความศรัทธา  “นาคราช เดอะ มิวสิคัล”ละครเวที โดยกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมสนับสนุน “กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์” ครั้งนี้ได้ นักแสดงรุ่นใหม่ ร่วมสืบสาน ถ่ายทอด ตำนาน ความเชื่อ ความรัก ความศรัทธา ข้ามภพข้ามกาลเวลา  สร้างปรากฎการณ์ของละครเวที พร้อมเปิดใจเผยความรู้สึก ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในละครเวที “นาคราช เดอะ มิวสิคัล” บทพิสูจน์หน้าใหม่บนโลกการแสดงครั้งสำคัญ

ปีเตอร์แพน ทัศน์พล วิวิธวรรธ์ รับบท พญาเพชรภัทรนาคราช เผยว่า “ พอได้รับการติดต่อให้ร่วมแสดงในละครเวที “นาคราช เดอะ มิวสิคัล” ผมรู้สึกดีใจมากครับ เป็นความท้าทาย ที่อยากพาตัวเองเข้าไปสู่การแสดงตรงจุดนี้  โดยเค้าโครงของเรื่องมีความเป็นมนุษย์ทำให้เราเอื้อมถึงสามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของความเชื่อในเรื่องนาคราช  ผมต้องพาตัวเองเข้าไปสู่ความเชื่อความศรัทธานั้นอย่างลึกซึ้งเป็นสิ่งที่น่าศึกษาค้นหา อีกหนึ่งมิติที่ผมจะได้เปิดมุมมองความคิดใหม่ ได้มีโอกาสพัฒนาฝีมือการแสดงครับ ”

มาริลิน เคท การ์ดเนอร์ รับบท พระนางอัญญารินทร์ธสินีเทวี   “ ความเชื่อเรื่องพญานาคสำหรับเคทเป็นเรื่องที่ใหม่มากค่ะ ได้มีโอกาสเล่นละครเวทีเรื่อง “นาคราช เดอะ มิวสิคัล” เป็นครั้งแรกที่เคทจะได้ศึกษาค้นคว้าประวัติ ความเป็นมาขององค์พญานาคอย่างจริงจัง อยากทำความเข้าใจเข้าถึงบท ของพระนางอัญญารินทร์ธสินีเทวีให้ดีที่สุด เคทตั้งใจจะไปกราบสักการะท่านขอพรให้การแสดงออกมาเหมาะสม ถูกต้องและดีที่สุด เพราะบทที่เคทเล่นมีเรื่องราวความรัก ได้รับรู้เรื่องราวความรักที่มั่นคงของพระองค์ท่านเป็นความรักที่งดงาม เคทจะตั้งใจเต็มที่เพื่อให้การแสดงออกมาดีสมดังที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสค่ะ ”

บิว จักรพันธ์ พุทธา รับบท พญาวายุจักร “นาคราช เดอะ มิวสิคัล “ เป็นละครเวทีเรื่องแรกที่ผม รับเล่นเป็นความท้าทายในการแสดงมาก  ผมรับบทเป็น “ วายุจักร ” เป็นอีกคาแรกเตอร์หนึ่งที่อยากเล่นมากครับ ก่อนอื่นผมต้องเปิดใจรับตัวละครนั้น เข้ามาแล้วสวมบทบาทให้สมจริงที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้อยู่บนโลกเสมือนจริง จะออกแนวแฟนตาซี ที่ต้องใช้จินตนาการความคิดในการถ่ายทอดบทออกมาเหมาะสมและดีที่สุดครับ ”

ชบา ณัฏฐามณี พิชญสุทธิศีล รับบท  พระนางนีลารุจี   “ ชบาเชื่อเรื่องพญานาค 100%  ชบาเป็นสายมู   บวกกับมีมงของมิสแกรนด์อุดรธานี เป็นรูปพญานาค   ชบามีความศรัทธาในองค์ท่านมากค่ะ  จากที่ชบาได้อ่านเรื่องย่อขององค์เพชรภัทรนาคราช มีความน่าสนใจมาก บทของชบามีความอิจฉา ริษยา เป็นรักสามเศร้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวของมนุษย์ ไม่ใช่เป็นเรื่องในโลกของพญานาค หรือโลกบาดาล แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกนี้จริงๆ เป็นคติสอนใจให้กับมนุษย์อย่างเราๆ ให้อยู่บนความพอเพียง ไม่โลภ รู้จักพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี และอย่าทำผิดศีล สำหรับงานละครเวที เป็นสิ่งที่ชบาอยากลองชาเลนจ์ตัวเอง ชบาเป็นสายมิวสิคัล  ได้ใช้เสียงร้องบวกกับศิลปะการแสดง เป็นการพิสูจน์ความสามารถ ที่สำคัญเป็นเรื่องเกี่ยวกับพญานาค ที่ชบามีความศรัทธาค่ะ ”

นอกจากนี้ เหล่านักแสดงต่างซุ่มซ้อมบท เข้าห้องอัดเสียง  โดยบทเพลง “นาคราช เดอะ มิวสิคัล”เป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่  อาทิ เพลง เทวะบัญชา,เพลง สันติปฏิญญา,เพลง สงคราม, เพลง โฉมงาม, เพลง ดาวดวงใจ, เพลง ไฟริษยา, เพลง เดียวดายฯ  แต่งคำร้องโดย   นภาดล กำปั่นทอง  ประพันธ์ทำนอง ควบคุมการสอนร้องเพลงเพลงโดย  ธานัท ธัญญหาญ  ทุกบทเพลง ล้วนมีความหมาย ในตัวละครนั้นๆมาร่วมพิสูจน์และออกเดินทางไปบนเส้นทาง แห่งความรัก ความศรัทธาใน“ นาคราช เดอะ มิวสิคัล ” 18-21 มิถุนายน นี้ ณ โรงละครเอ็มเธียเตอร์

เปิดจองบัตรแล้ววันนี้ ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา  หรือ โทร 02-2623456