ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม ‘ACI APAC & MID RACE 2026’ ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค

ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม 'ACI APAC & MID RACE 2026' ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค

ไทยเป็นเจ้าภาพ การประชุม ‘ACI APAC & MID RACE 2026’ ดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Airports Council International Asia-Pacific & Middle East Regional Assembly, Conference and Exhibition 2026 (ACI APAC & MID RACE) โดยได้รับเกียรติจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการและงานต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมฯ พร้อมด้วยนางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT และ Mr. Stefano Baronci, Director General, ACI APAC & MID ร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบินจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง โดยการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค และยังเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือกับท่าอากาศยานชั้นนำจากทั่วโลก ทั้งด้านการคมนาคมทางอากาศควบคู่ไปกับการส่งเสริมเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริการของท่าอากาศยานไทยให้พัฒนาไปสู่ World Class Hospitality ที่ส่งมอบประสบการณ์เดินทางที่น่าจดจำให้กับผู้โดยสารไปพร้อมกับขับเคลื่อนการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

โดยการจัดงาน ACI Asia-Pacific & Middle East Regional Assembly, Conference and Exhibition 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Airports as Engines of Shared Prosperity” สะท้อนความสำคัญของท่าอากาศยานในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศที่ปลอดภัย ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสาร โดยภายในงาน AOT ได้จัดแสดงนิทรรศการเพื่อนำเสนอบทบาทของ AOT ทั้งด้านการพัฒนาท่าอากาศยานเพื่อเป็นฮับการบินภูมิภาค การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการบินสมัยใหม่ รวมถึงการยกระดับคุณภาพบริการเพื่อรองรับการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Passenger Experience) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก

ทั้งนี้ การประชุม ACI APAC & MID RACE 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการบิน และการท่องเที่ยวกว่า 400 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนผู้บริหารสนามบินจากทั่วโลกกว่า 600 แห่งใน 44 ประเทศ เข้าร่วมงาน

คุณแหน : 13 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 13 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 13 พฤษภาคม 2569

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

  • ศ.กิตติคุณ นพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี โดยมี พระพรหมบัณฑิต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.พิศิษฐ์ จิรวงศ์, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ, นพ.สกานต์ บุนนาค, นพ.อภิชัย สิรกุลจิรา ร่วมด้วย..
  • สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “สุราษฎร์ธานีเกมส์” ณ สนามกีฬากลาง จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ ต้อนรับ..
  • ยินดีกับผู้มีสิทธิเข้าร่วมอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 6 เช่น ปิยพงศ์ ชูวงศ์, ศิวะ ธมิกานนท์, สุกิจ เหลืองสกุลไทย, ชลิต ทิพย์คำ, ปุณณสิน มณีนันทน์, พิบูลศักดิ์ กิตติธรกุล, เรืองเกียรติ วัฒนกุลชัย, ผศ.ดร.วรรธนะ ประภาภรณ์, ดร.พรหมปพร นวลแสง, ดร.นพรัตน์ เทพเทพา, ฐิติรัตน์ พละสรร, ฉัตรชัย ทิมกระจ่าง, กอง จันทร์สว่าง, กิติพงศ์  พงศ์สุรเวท, ชมชน ฉัตรไชยภาพ, ชยกร แก้วมณี, นพ.วิชาญ คิดเห็น, ศราวุธ กล้วยจำนงค์, สังเกตุ สีดาว, รัตนชัย วิชัย, เศรษฐา เณรสุวรรณ, ทัศนีย์ ทองมี, กัญญ์วรา เรืองธีระพันธ์..
  • สุวรค์ วงษ์ศิริ พร้อม นิติ บุญยเกียรติ, อุมาภรณ์ เครือคำวัง, สุวิทย์ เปานาเรียง ร่วมต้อนรับชาว Digital CEO#9 ที่มาศึกษาดูงานที่ ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต (Futurium) อพวช. คลอง 5 ปทุมธานี..
  • บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ประธานกรรมการ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เป็นประธานส่งมอบป้ายสัญลักษณ์รางวัล Trip.Best 2026 ให้แก่ ณรงวิทย์ ชดช้อย ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว โดยมี จงกลนี แก้วสด ผอ.องค์การสวนสัตว์ฯ ร่วมยินดี..๐๐ เพื่อนๆ Digital CEO#2 ร่วมยินดีกับ สุรพล โอภาสเสถียร ที่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการฉลากกินแบ่งรัฐบาล ..
  • วันเกิดปีนี้ นิพนธ์ ใจสำราญ ชวนหวานใจ วนิชา ไปทำบุญไปถวายภัตตาหารพระทั้งวัดและผู้ปฏิบัติธรรม ณ วัดมเหยงคณ์ จ.อยุธยา..
  • เพื่อนๆต่างตาร้อนที่ยามนี้ ศักดา เด่นแดนโดม ควงมาดาม สุมาลี ไปล่องเรือสำราญรอบโลกใช้เวลา 114 วัน โดยเริ่มต้นที่นครซิดนีย์..
  • ฉลอง 12 ปี ชาว LSP 2 เพื่อนกัน รณดล นุ่มนนท์ ชวนเพื่อนๆ ยอดพจน์ วงศ์รักมิตร, พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา, จุฑาพร เริงรณอาษา, วิเชษฐ วรกุล, สุรพงศ์ นิลพันธุ์, วิชา จุ้ยชุม, ไพฑูรย์ ไกรอมร, ดร.อนันต์ พิเชฐพงศา, อนุพันธ์ บุญโยดม, ช่อฟ้า ทิตาราม, ชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย, อัจฉราพร หมุดระเด่น, ดร.วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์, วีรินท์ อรรถไกรรัตน์ มาสังสรรค์ ทานอาหารอิตาเลียนและแย่งกันคุย..
  • มิตรสหายร่วมยินดีกับ บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 5 เบญจมดิเรกคุณาภรณ์..
  • อนุโมทนาบุญ วรณัฎฐิ์ เจริญพิชิตนันท์ ผู้แทนกองทุนคุณแม่ สมพร หอมเกษร บริจาคเงินช่วยการศึกษาเด็กพิเศษ ของ รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์..
  • ผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) กระทรวงดีอี เตือนข่าวบิดเบือน “กัมพูชาแจ้งขนมจีนเป็นอาหารพื้นเมืองเขมรโบราณ” หวั่น ปปช. เข้าใจ-สับสน..

น้องใหม่

Miss World Thailand 2026 และรองทั้ง 4 เข้าพบคณะผู้บริหารทรู

Miss World Thailand 2026 และรองทั้ง 4 เข้าพบคณะผู้บริหารทรู

Miss World Thailand 2026 และรองทั้ง 4 เข้าพบคณะผู้บริหารทรู

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

เพื่อแสดงความขอบคุณ True5G ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการการประกวด Miss World Thailand 2026 Presented by True5G นางสาวกานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026 และรองทั้ง 4 อันดับ ได้เข้าพบพร้อมมอบช่อดอกไม้ แก่ คุณซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยมี คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ รัชดา 

การเข้าพบครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่าง True5G และเวที Miss World Thailand 2026 ในการส่งต่อพลังของผู้หญิงไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ผ่านศักยภาพด้านโครงข่ายอัจฉริยะ เทคโนโลยี AI ความปลอดภัยไซเบอร์ และระบบนิเวศดิจิทัลของทรู ที่ช่วยเชื่อมทุกเรื่องราว ความสามารถ และแรงบันดาลใจให้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะ Telecom-Tech Company ที่ร่วมผลักดันความงามที่มีความหมาย ให้เปล่งประกายบนเวทีโลกอย่างสง่างามและทรงคุณค่า

#MWTBESTwithTRUE5G #TheWORLDisTRUE
#MissWorldThailand2026 #True5G #BESTwithTRUE5G

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ เกลือของอีวาน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ เกลือของอีวาน

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ เกลือของอีวาน

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในโลกของการทำงานและการดำเนินชีวิตโดยทั่วไปนั้น  หลายคนมักยึดติดกับสิ่งที่ตนเอง “รู้แล้ว” จนหลงลืมไปว่า “สิ่งที่เรายังไม่รู้”อาจเป็นกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตได้ ดังเช่นนิทานพื้นบ้านรัสเซียเรื่อง “เกลือ” (The Salt) ที่แฝงข้อคิดอันแยบคายเกี่ยวกับการทำความดี   ด้วยบุญกิริยาวัตถุประการหนึ่ง คือ การสร้างความดี ด้วยการตั้งใจฟังและเปิดใจเรียนรู้อยู่เสมอ”  หรือ  “ธัมมัสสวนมัย”

ในอดีตของรัสเซียและยุโรปตะวันออก “เกลือ”  มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสูงมาก เพราะต้องใช้ทั้งถนอมอาหารและประกอบพิธีกรรม จนได้รับฉายาว่า “ทองคำขาว” (White Gold)  เคยมีการจ่ายเงินเดือนด้วยเกลือ จนมีคำว่าเงินเดือนในภาษาอังกฤษว่า “Salary”  และมีเมืองที่มีเหมืองเกลือใต้ดินในประเทศออสเตรียชื่อ ซาลบูร์ก  Salzburg   บางทีต้องส่งกองทหารไปป้องกันรักษาสถานที่มี แหล่งเกลือ เวลาสงคราม เพื่อสงวนไว้ใช้ในการถนอมอาหาร เช่น เนื้อเค็ม ปลาเค็ม หมูแฮม ผักดอง

นิทานเริ่มต้นที่ “อีวาน” พ่อค้าหนุ่มที่ใคร ๆ ต่างมองว่าเขาเป็นคนซื่อจนเกือบจะโง่   ในยุคทองของการค้าทางทะเล ที่รัสเซียเริ่มขยายเส้นทางการค้า และสำรวจดินแดนใหม่ (Great Age of Discovery) ราว ค.ศ 1800   อีวานได้รับมรดกจากพ่อเป็นเรือเดินทะเลลำเล็ก ที่มีสินค้าไร้ราคา  เช่นไม้และเศษเหล็ก ขณะที่พี่ชายทั้งสองได้เรือลำใหญ่และสินค้าชั้นดีไปขายทำกำไร แต่อีวานไม่ได้ตีโพยตีพาย เขาออกเรือไปในทะเลด้วยหัวใจที่เปิดกว้างและช่างสังเกต

พี่ชายของอีวานคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว จึงไม่มองหาสิ่งใหม่     แต่อีวานที่ทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว พยายามหาขุมทรัพย์ที่คนอื่นมองข้าม

พายุพัดเรือสินค้าของอีวาน  ไปติดที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง ที่นั่นเขาพบภูเขา     สีขาวที่มีรสเค็ม อีวานไม่ได้เดินผ่านไปเฉย ๆ เขาหยุด “เรียนรู้” และ “ทดลอง” จนพบว่าสิ่งดังกล่าวคือเกลือทะเลชั้นเลิศ ซึ่งในยุคนั้นคืออัญมณีแห่งรสชาติที่คนถวิลหา

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่ออีวานเดินทางขึ้นบก ต่อไป ถึงเมืองหนึ่งบนภูเขาสูงห่างไกลจากทะเล ที่ประชาชนมีฐานะร่ำรวย  แต่กลับมีอาหารที่จืดชืด เพราะผู้คนในเมืองนั้น “ไม่รู้จักเกลือ”   โดยหากเป็นพ่อค้าทั่วไปอาจจะรีบโก่งราคาขายเกลือทะเลแบบยัดเยียด แต่อีวานกลับใช้หลักการเรียนรู้รสนิยมคนท้องถิ่น(ธัมมัสวนมัย) ตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ

อีวานนำเกลือทะเลไปให้พระราชาแห่งเมืองบนภูเขาสูง   ทดลองปรุงรสในอาหาร พร้อมกับบอกเล่าคุณสมบัติของเกลือด้วยความสุภาพ การที่อีวานตั้งใจฟังความต้องการของตลาด และกล้าที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ ทำให้พระราชาพอพระทัยอย่างมาก และขอแลกเกลือเหล่านั้นด้วยทองคำและอัญมณีจนเต็มลำเรือ

การค้าที่รุ่งเรืองของอีวานไม่ได้เกิดจากการบังคับขาย แต่เกิดจากการสังเกตและรับฟังว่าลูกค้าขาดอะไร  ต้องการอะไร  แล้วเติมเต็มสิ่งที่ขาดอย่างถูกจุด

ในยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารล้นมือเช่นปัจจุบัน การหมั่น “ฟัง” และ “เรียนรู้” สิ่งใหม่ ๆ ด้วยใจที่ปราศจากอคติ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เรามีสติปัญญาที่เฉียบแหลมขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นทางมาแห่ง “โอกาส” และ “ความเจริญ” เช่นเดียวกับอีวาน ที่เป็นพ่อค้ารัสเซีย ผู้ค้นพบความลับแห่งเกลือ  ที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : “ความโชคดีมักมาคู่กับความช่างสังเกตและการเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ (ธัมมัสสวนมัย)  และ โชคลาภอาจได้จากการค้าขายของที่ดูไร้ค่า”  

เรียบเรียงจากนิทานพื้นบ้านโบราณของรัสเซีย อายุราว 200 ปี  ชื่อ Соль  อ่านว่า ซอล แปลว่าเกลือ   รวบรวมโดยอเล็กซานเดอร์ อัฟานาเซียฟ (Alexander Afanasyev)                                                                        

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย” This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

LIFE & HEALTH : รู้จัก สวนสัตว์นครราชสีมา อาณาจักรแห่งการเรียนรู้และการอนุรักษ์ระดับโลก

LIFE & HEALTH : รู้จัก สวนสัตว์นครราชสีมา อาณาจักรแห่งการเรียนรู้และการอนุรักษ์ระดับโลก

LIFE & HEALTH : รู้จัก สวนสัตว์นครราชสีมา อาณาจักรแห่งการเรียนรู้และการอนุรักษ์ระดับโลก

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หากจะกล่าวถึงแลนด์มาร์คที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา นอกเหนือจากความศรัทธาต่อท้าวสุรนารีแล้ว “สวนสัตว์นครราชสีมา” คือจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างปักหมุดเดินทางมาเยือน บนพื้นที่สีเขียวกว่า 545 ไร่แห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่ได้ยกระดับสู่การเป็น “ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้และการอนุรักษ์ระดับสากล” ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีโลกด้วยผลงานการเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายากและมาตรฐานการดำเนินงานที่เป็นเลิศ

สัมผัสอารยธรรมซาฟารี: “The Big Five of Africa” หนึ่งเดียวในไทย

ข้อมูลจาก ธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา ในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา (สวนสัตว์โคราช) ภูมิใจในการนำเสนออัตลักษณ์ที่โดดเด่นอย่าง “5 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งทุ่งหญ้าแอฟริกา” ซึ่งประกอบด้วย สิงโต, เสือดำดาว, ช้างแอฟริกา, แรดขาว และควายป่าแอฟริกา โดยเป็นสวนสัตว์เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่รวบรวมเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ชนิดนี้มาจัดแสดงร่วมกันในพื้นที่แบบเปิด (Open Zoo) ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพทางภูมิศาสตร์จำลองจากทุ่งหญ้าสะวันนา เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพจิตที่ดีและแสดงพฤติกรรมธรรมชาติได้อย่างอิสระ เพื่อมอบประสบการณ์เสมือนการเดินทางไปเยือนทวีปแอฟริกาจริงๆ 

ภารกิจแห่งชีวิต: จากการเพาะพันธุ์สู่การอนุรักษ์ระดับนานาชาติ 

สวนสัตว์นครราชสีมามีพันธกิจด้านการอนุรักษ์ที่เข้มข้นโดยเฉพาะการเป็นต้นแบบ “การเพาะขยายพันธุ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย” ที่เคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติให้กลับคืนสู่พื้นที่ชุ่มน้ำได้สำเร็จ ปัจจุบันก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการส่งต่อนกกระเรียนไปยังประเทศเวียดนาม เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและอนุรักษ์สายพันธุ์ในระดับภูมิภาคอาเซียน ตอกย้ำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญระดับสูงของทีมงานองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ พันธมิตรที่ร่วมมือและสนับสนุน 

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่: พญาแร้งแห่งแรกในเอเชียและที่ 2 ของโลก 

อีกหนึ่งความสำเร็จคือ การเพาะขยายพันธุ์ “พญาแร้ง” สัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง โดย สวนสัตว์นครราชสีมาสามารถเพาะพันธุ์ได้เป็น แห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย และเป็นลำดับที่ 2 ของโลก ความสำเร็จนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการคืนสมดุลให้แก่ระบบนิเวศ ในฐานะ “เทศบาลป่า” เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่คู่ผืนป่าอย่างยั่งยืน

มาตรฐานความเป็นเลิศระดับสากล 

สวนสัตว์นครราชสีมาเน้นการยกระดับมาตรฐานการจัดการสัตว์ป่าและการบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกการเยี่ยมชม จนได้รับการรับรองจากองค์กรสวนสัตว์ระดับโลกและระดับภูมิภาค ได้แก่:

  • WAZA (World Association of Zoos and Aquariums): สมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโลก ยืนยันถึงมาตรฐานการดูแลสวัสดิภาพสัตว์และการอนุรักษ์ในระดับสากล
  • SEAZA (South East Asian Zoos and Aquariums Association): สมาคมสวนสัตว์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสวนสัตว์ในภูมิภาค
  • รางวัลกินรีทอง (Thailand Tourism Awards):รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ยืนยันถึงคุณภาพบริการ ความปลอดภัย และการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความสุขที่ครบวงจร: Destinations for All:

สวนสัตว์นครราชสีมา ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เช่น

  • สวนน้ำ: สวนน้ำขนาดใหญ่พร้อมเครื่องเล่นมาตรฐาน ให้ครอบครัวคลายร้อนท่ามกลางธรรมชาติ
  • พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ: บริการที่พักสะอาด ปลอดภัย ภายในเขตสวนสัตว์ เพื่อสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนที่ร่มรื่น
  • ร้านอาหารรสชาติถูกปาก กิจกรรมการแสดงสัตว์ โซนเครื่องเล่น และจุดถ่ายภาพที่สวยงาม

แหล่งเรียนรู้ตลอดชีพต้นแบบ

สวนสัตว์นครราชสีมา คือ “องค์ความรู้ที่มีชีวิต” พื้นที่ภายในสวนสัตว์ถูกจัดการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีพ มีนิทรรศการและกิจกรรม Zoo Keeper Talk กิจกรรมทัวร์หลังบ้าน มอบสาระด้านชีววิทยาและการอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ ภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่นสวยงามของต้นไม้ใหญ่นานาพรรณที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

 ความปลอดภัยและมาตรฐานการบริการ

อุ่นใจทุกการเดินทาง มั่นใจทุกการพักผ่อน เพราะ”ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวคือหัวใจสำคัญ”สวนสัตว์นครราชสีมาจึงมุ่งมั่นรักษามาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยในระดับสากล โดยได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้มาเยือน ดังนี้

  • มาตรฐานระดับประเทศ: การันตีด้วยเครื่องหมาย SHA Plus และ Thailand Tourism Standard (มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย) ซึ่งยืนยันถึงความสะอาด สุขอนามัย และการบริหารจัดการพื้นที่ที่เป็นระบบ
  • ความปลอดภัยเชิงรุก: มีระบบการดูแลความปลอดภัยที่เข้มงวดตลอดทั่วบริเวณพื้นที่จัดแสดง พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่คอยอำนวยความสะดวกและดูแลสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด
  • การเดินทาง : สะดวกสบายตั้งอยู่ใกล้ถนนสายหลัก (304) เพียง 800 เมตร มีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง พร้อมบริการรถพ่วงนำชม รถกอล์ฟ และจักรยาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

ไฮไลท์สุดฮอต: “น้องหมูแดง” ซุปตาร์ตัวใหม่

ล่าสุด สวนสัตว์นครราชสีมา มีสมาชิกใหม่ “น้องหมูแดง” ลูกฮิปโปโปเตมัสแคระสุดน่ารัก ซึ่งมีศักดิ์เป็น “หลานของหมูเด้ง” (ซุปตาร์ชื่อดังจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว) ความน่ารักของน้องหมูแดงกำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวและคนรักสัตว์ทั่วประเทศ มาร่วมสัมผัสความน่าเอ็นดูของเจ้าตัวน้อยได้ที่โซนจัดแสดงฮิปโปแคระ

สวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมที่จะต้อนรับทุกท่านสู่ประสบการณ์ที่มากกว่าการท่องเที่ยว บ้านของสัตว์ป่า คือห้องเรียนของเยาวชน เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “คน” กับ “ธรรมชาติ” ให้เข้าใจกันมากขึ้น ทุกย่างก้าวของผู้มาเยื่ยมชมคือส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่าให้คงอยู่คู่โลกต่อไป สนใจแวะเข้าชม ได้ที่: ถนนราชสีมา-ปักธงชัย (ทล. 304)  ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (2310) เวลาทำการ: ทุกวัน 08.00 – 17.00 น.  ติดต่อโทร: 044-934538, 083-3720404 หรือ Facebook: สวนสัตว์นครราชสีมา KORAT ZOO

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

‘ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์’ ฉลองวันเกิด 69 ปี ในธีม ‘Cowboy…คอยน้ำใจให้น้อง’

‘ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์’ ฉลองวันเกิด 69 ปี ในธีม ‘Cowboy…คอยน้ำใจให้น้อง’

‘ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์’ ฉลองวันเกิด 69 ปี ในธีม ‘Cowboy…คอยน้ำใจให้น้อง’

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.57 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานพรวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 69 ปี และ ในโอกาสครบรอบ 24 ปีของโรงเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ แก่ เจ้าของวันเกิด 

งานฉลองวันเกิดปีที่ 69 ของ ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ และในโอกาสครบรอบ 24 ปีของโรงเรียน จัดขึ้นโดย โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์, โรงแรมอมารี กรุงเทพ, บริษัท เดอะ บิวตี้ เจมส์ กรุ๊ป จำกัด และน้อยอัมพวา วัตถุโบราณ ภายใต้ชื่อ “คาวบอย…คอยน้ำใจให้น้อง” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ(ประตูน้ำ) รายได้จากการจัดงานทั้งหมด มอบให้กับโรงเรียนฯ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ องคมนตรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย มาเป็นประธานในงาน

บรรยากาศของงานคลาคล่ำไปด้วยแขกผู้มีเกียรติ และเพื่อนสนิทมิตรสหายที่คุ้นเคยกับเจ้าของวันเกิด ที่พร้อมใจกันแต่งตัวในสไตล์คาวบอยมาร่วมงานจนแน่นห้องแกรนด์บอลรูม โดยมี คุณบุ๋ม-ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ,คุณวุธ-อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร รับหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวที และ คุณปอนด์-ดร.รัฐวัชร์ พัฒนจิระรุจน์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรภาคสนาม

ภายในงานยังมีการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์จากฝีมือนักเรียน โรงเรียน เฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ พร้อมด้วย กระเป๋าหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม สำหรับผู้จิตศรัทธาที่อยากจะร่วมอุดหนุน รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบเป็นค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าอาหารสามมื้อ ให้แก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ฯ อีกด้วย

รวมทั้งการประมูลภาพวาดดอกกุหลาบ สีน้ำมัน จำนวน 1 ภาพ จากฝีมือการวาดของ อาจารย์สมาน คลังจัตุรัส ฉายา Mr.Rose(มิสเตอร์โรส) ปัจจุบันอาจารย์เป็นประธานกลุ่มศิลปินอิสระ 96 และเป็นจิตรกรแนวหน้าของเมืองไทยทางด้านภาพเขียนสีน้ำมัน โดยผู้ที่ประมูลภาพวาดดังกล่าวไปได้ คือ อัญชลี ตันติวงษากิจ กรรมการผู้จัดการ ห้างกรุงทองพลาซ่า ร่วมกับมูลนิธิทานประทาน ในราคา หนึ่งแสนบาท และการประมูลผ้าไหมทอมือ โดยนักเรียน โรงเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในราคา เก้าหมื่นบาท

งานฉลองวันเกิดปี 24 ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ และวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เริ่มต้นขึ้นเวลา 14.30 น.เริ่มด้วยการชมวีดีทัศน์โรงเรียนฯ ตามด้วยการบอกเล่าเรื่องความสำเร็จของเหล่าศิษย์เก่า พร้อมการกล่าวอวยพรวันเกิดจากฯพณฯ องคมนตรี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ เกษม วัฒนชัย สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าของวันเกิด ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์

ถึงช่วงเวลาสำคัญของงานกับการแสดงดนตรีจากวง Siren (ไซเรน) ประกอบด้วย น้องอาร์ติสท์-ศรีสิรินทร์ วิชยสุทธิ์ ร้องนำ ,น้องจุงเฟรา-ญารดา ขาวเมืองน้อย bass , น้องมินมิน-แพรไพลิน เสาธงยุติธรรม piano ,น้องปันปัน-ปุญณิศา ศาลิคุปต guitar , น้องนาย-นาย สิงห์โต Guitar , น้องสิงห์-สิงห์ เหลืองสุนทร  กลอง และ น้องริกะ-พรรฐนจ กนกกุลชัย ร้องนำ การขับร้องเพลงโดย ศิลปินแห่งชาติ คุณเม้า-สุดา ชื่นบาน ,คุณจี๊ด-สุนทร สุจริตฉันท์,คุณเจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า คุณณัฐ-ณัฐภัทร จตุรทิศพาณิชย์ แชมป์รายการ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ ซีซั่น 7 และ คุณโรส-ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ ควบคุมโดย คุณหนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม ,บริษัทเอกชัยไลท์ติ้ง สนับสนุนแสงสีเสียง ,ดล 365 (Dol 365) รับหน้าที่ ออแกไนเซอร์งาน,เครื่องสำอางคัฟเวอร์มาร์ค (COVERMARK) แต่งหน้า และทำผมโดย เกตุวดี  

และไฮไลท์สำคัญของงานบ่ายวันนั้น คือการแสดงแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าในชุดวิคตอเรีย จากห้องเสื้อ Showtime by Chanon (โชว์ไทม์ บาย ชานนท์) และแฟชั่นโชว์เครื่องประดับเพชรมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท จาก บิวตี้ เจมส์ (Beauty Gems ) โดยนางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์จำนวน 12 ท่าน  ได้แก่ คุณนภฤชา โพธิสุข,คุณพฤณ สิทรัพย์,คุณเฌอร์ลิญา อธิภัทรากุลพันธ์,คุณศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑมาส ,คุณโชติภาภัค รัตนสมฤกษ์ ,คุณนภษกร วัชระวิสิฐ ,คุณปิยะวัฒน์ เตชะปฎิมานนท์ ,ดร.เอกกฤต นารายณ์รักษา,คุณได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ ,คุณลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี ,คุณบูม-สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง และคุณน้ำฝน-พัชรินทร์ วิทยาปัญญานนท์ 


สำหรับแฟชั่นโชว์เครื่องประดับ Beauty Gems ในครั้งนี้ว่า มีธีมชื่อว่า GOTHIC GRACE มีทั้งหมด 9 เซ็ต มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท ชุดที่ถือเป็นไฮไลท์ของการแสดงแฟชั่นโชว์นี้ในครั้งนี้ คือเซ็ตเครื่องประดับ สร้อยคอพลอยสวิส บลู โทแพซ ประดับเพชร ประกอบด้วย พลอย สวิส บลู โทแพซ น้ำหนักรวม 148.13 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 20.67 กะรัต ตัวเรือน 18K White Gold น้ำหนักรวม 81.67 กรัม ต่างหูพลอยสวิส บลู โทแพซ ประดับเพชร ประกอบด้วย พลอย สวิส บลู โทแพซ น้ำหนักรวม 26.91 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 2.41 กะรัต ตัวเรือน 18K White Gold น้ำหนักรวม 14.69 กรัม และแหวนพลอยสวิส บลู โทแพซ ประดับเพชร ประกอบด้วย พลอย สวิส บลู โทแพซ น้ำหนักรวม 24.43 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 0.49 กะรัต ตัวเรือน 18K White Gold น้ำหนักรวม 8.30 กรัม

ตบท้ายบรรยากาศแสนอบอุ่นด้วยการฉลองวันเกิดให้กับดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เจ้าของวันเกิดแบบอบอุ่นท่ามกลางครอบครัว แขกผู้มีเกียรติ และเพื่อนสนิทมิตรสหาย ด้วยเค้กวันเกิดอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเสียงเพลง….Happy Birthday ดังกระหึ่มลั่นหน้าห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ 

ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ยังได้กล่าวเชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธามาร่วมกันบริจาคเงินให้กับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯว่า “โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้ง ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2545 โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กหญิงกำพร้าที่บิดา มารดา เสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1-6 เป็นโรงเรียนประจำกินนอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ ประมาณ 25 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้น และทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือแก่ เด็กที่น่าสงสารเหล่านี้มาโดยตลอด ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด  350 คน จึงอยากขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบโอกาสให้กับเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคสิ่งของ หรือสนับสนุนเป็นทุนทรัพย์ รวมทั้งอุดหนุน ผลิตภัณฑ์ฝีมือนักเรียน จากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ ที่บูธหน้างาน พร้อมด้วย กระเป๋าหนังจระเข้ จากปัญญาฟาร์ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบเป็นค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าอาหารสามมื้อ ให้แก่เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ฯ อีกด้วย”

งาน “คาวบอย…คอยน้ำใจให้น้อง” ในครั้งนี้ จบลงด้วยดี พร้อมกับความแฮบปี้ในใจของเจ้าของวันเกิด เพราะยอดเงินบริจาคในปีนี้ตรงเป้าที่ตั้งไว้ แต่เท่าไร คงต้องไปถามไถ่กันเอาเอง สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่อยากร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของ สอบถามรายละเอียดได้ที่คุณกวาง-ชนรรถพร รัตนมณี โทร.081-342-0744

‘ตลาดใบไม้แลกไข่’ ลดเผา-ลดฝุ่น PM2.5 ไอเดียเจ๋งของชาวสันกำแพง

'ตลาดใบไม้แลกไข่' ลดเผา-ลดฝุ่น PM2.5 ไอเดียเจ๋งของชาวสันกำแพง

‘ตลาดใบไม้แลกไข่’ ลดเผา-ลดฝุ่น PM2.5 ไอเดียเจ๋งของชาวสันกำแพง

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

หมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่กระทบทั้งสุขภาพประชาชนและภาคการท่องเที่ยว การแก้ไขจึงไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในกิจกรรมที่ได้ผลและได้รับความสนใจ คือ “ตลาดนัดใบไม้แลกไข่” อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ไอเดียที่ทำได้ง่ายจากความร่วมมือของอำเภอสันกำแพง และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ที่มีฟาร์มไก่ไข่ในพื้นที่ จึงชวนชาวบ้านนำ “ใบไม้แห้ง” มาแลก “ไข่ไก่สด” ช่วยลดการเผา ลดฝุ่น PM2.5 โดยนำใบไม้ไปทำปุ๋ยหมักแจกจ่ายให้ชุมชน อีกทั้งยังช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน

“ตลาดนัดใบไม้แลกไข่” เป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวสันกำแพง จัดขึ้นทุกวันพุธ เวลา 09.30 – 11.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอสันกำแพง ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ถึง 27 พฤษภาคม 2569 ภายใต้สโลแกน “สันกำแพงเราไม่เผา เอาเศษใบไม้มาแลกไข่ หมอกควัน ไฟป่าห่างไกล หายใจโล่งกันทุกคน”

แม้กิจกรรมจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 แล้ว แต่บรรยากาศยังคงคึกคัก ชาวสันกำแพงต่างนำใบไม้แห้งที่รวบรวมจากบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นา มาต่อคิวแลกไข่ไก่กันตั้งแต่เช้า โดยนำใบไม้แห้ง 2 กิโลกรัม แลกไข่ไก่ได้ 1 ฟอง ในหนึ่งวันสามารถแลกได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม (10 ฟอง) ต่อคน

งานนี้ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอสันกำแพง ได้ร่วมกันเปิดตลาดนัดใบไม้แลกไข่ และทำกิจกรรมแปรรูปใบไม้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งการผลิตจานจากใบไม้ และการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ โดยสำนักงานเกษตรอำเภอรับหน้าที่ดำเนินการ ก่อนแจกจ่ายให้ประชาชนใช้ในภาคการเกษตร เพื่อลดต้นทุนและฟื้นฟูบำรุงดินในระยะยาว

เสียงจากชาวสันกำแพง สะท้อนตรงกันว่า กิจกรรมนี้ “ได้มากกว่าที่คิด” ไม่เพียงช่วยลดการเผาในชุมชน แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจากไข่ไก่ที่นำไปประกอบอาหาร หลายคนบอกว่าอยากให้มีต่อเนื่องต่อไป

จาก “ใบไม้แห้ง” ที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า วันนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง  ทั้งลดฝุ่น สร้างอากาศที่ดีขึ้น และที่สำคัญคือสร้างความรู้สึกร่วมของคนในชุมชนว่า “เราช่วยกันได้”

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย  สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.01 น.

มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิฯ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี บุคคลสำคัญของโลก ประธานก่อตั้ง และประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบ 103 ปี เพื่อรำลึกในพระกรุณาของพระองค์ที่ทรงมีต่อมูลนิธิฯ และทรงมีคุณูปการต่อการศึกษาอย่างต่อเนื่องของเยาวชนผู้ยากไร้ด้อยโอกาสทั่วประเทศตลอดมาระหว่างที่ทรงมีพระชนม์ชีพ โดย พล.อ.อ. ชลิต  พุกผาสุข  องคมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ พระวิหารวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อเร็วๆนี้

พระรูป สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ประธานก่อตั้ง และประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี บุคคลสำคัญของโลก ทรงพระกรุณารับเป็นประธานก่อตั้งมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ฯ ในวโรกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อปีพุทธศักราช 2525 ตามคำกราบทูลเชิญของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ผู้ประสานการก่อตั้งมูลนิธิฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่มีความประพฤติดีทั่วประเทศ โดยให้ทุนการศึกษาอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนเจริญเติบโตเป็นพลเมืองดีของชาติ รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งคุณธรรมล้ำค่าดังกล่าวคู่ควรแก่การที่จะได้มีการปลูกฝังไว้ในสายเลือดของเยาวชนไทยทุกคนสืบไป

พล.อ.อ ชลิต  พุกผาสุข  องคมนตรี ประธานในพิธีฯ จุดเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะหน้าพระรูป

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ ฯ บุคคลสำคัญของโลก ทรงมีคุณูปการมากล้นต่อมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และเยาวชนผู้รับทุนที่ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุกจังหวัดทั่วประเทศ อาทิ เสด็จไปทรงเปิดการประชุมปฐมฤกษ์มูลนิธิฯ ด้วยพระองค์เอง ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ตั้งกองทุนถาวรเพื่อนำเฉพาะดอกผลพระราชทานเป็นทุนการศึกษาอบรมคุณธรรมอย่างต่อเนื่องแก่เยาวชนผู้ยากไร้ในจัง หวัดต่างๆ ได้ตลอดไปจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเยาวชนได้รับทุนของพระองค์ท่านแล้ว 68  คน จาก  33 จังหวัด

ประธานในพิธีฯ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ประธานสงฆ์ 

แม้ว่าจะทรงมีพระกรณียกิจมากเพียงใด พระองค์ท่านทรงติดตามการศึกษา และความเป็นอยู่ของเยาวชนในพระอุปถัมภ์ทุกคน ทรงทอดพระเนตรจดหมายของเยาวชนทุกฉบับที่กราบทูลพระองค์ท่านด้วยความสนพระทัย และทรงตอบจดหมายเยาวชนผู้รับทุนในพระอุปถัมภ์ด้วยพระองค์เองเป็นเวลานานถึง 19 ปี (หลังจากนั้นไม่ได้ทรงตอบเนื่องจากทรงมีพระกรณียกิจมาก) รวมทั้งทรงมีจดหมายพระราชทานความยินดีแก่เยาวชนที่จบการศึกษาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงพระกรุณาพระราชทานพระวโรกาสให้เยาวชนผู้รับทุนทั่วประเทศ ครั้งละประมาณ 100 คน เข้าเฝ้า ณ พระตำหนักวิลล่าวัฒนากรุงเทพฯ เป็นประจำ และพระตำหนักทรงงานที่จังหวัดน่าน             

พล.อ.อ. ชลิต  พุกผาสุข  องคมนตรี ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายฯ

คณะกรรมการมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ฯ และเยาวชนทั่วประเทศยังคงจดจำรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ด้วยความกตัญญูกตเวทีไว้ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย จัดสร้างอาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ 84 พรรษา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ณ วัดเทพประทาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถิตแห่งความจงรักภักดีจารึกไว้ในแผ่นดินตลอดกาล

องคมนตรี ประธานในพิธีฯ กรวดน้ำอุทิศกุศลถวายฯ

ปัจจุบันมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ฯ ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศ สำหรับให้เป็นทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนทุกอำเภอทุกสังกัด ทุกระดับการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 2,091 ทุน เป็นเงินมากกว่า 11 ล้านบาท และตลอด 43 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ให้ทุนการศึกษาอบรมแก่เยาวชนไปแล้ว รวมทั้งสิ้น 37,000 กว่าทุน เป็นเงินทุนทั้งสิ้นกว่า 300 ล้านบาท โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด และภริยาผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานทุนการศึกษา และประธานอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด โดยได้ออกไปเยี่ยมเยียนติดตามดูแลทุกข์สุขของเยาวชนด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของเยาวชนและครอบครัวผู้รับทุนมูลนิธิฯ อย่างใกล้ชิดด้วย เป็นผลให้เยาวชนรู้สึกอบอุ่น ไม่โดดเดี่ยวเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัว ให้เข้มแข็ง และเป็นการสกัดกั้นต้นเหตุแห่งปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนผู้ด้อยประสบการณ์ชีวิตได้อย่างดีที่สุด

พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข  องคมนตรี ประธานในพิธี สนทนาธรรมกับ ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ประธานสงฆ์

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมชุบชีวิต ให้โอกาสเยาวชนผู้ยากไร้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องติดต่อบริจาคเงินได้ที่ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ไลน์ไอดี 0804042439 และ 0851148900 โทร. 0-2354-7391-4 หรือ 080-404-2439 (สามารถลดหย่อนภาษีได้) และติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิฯ กว่า 43 ปี ในการพัฒนาเยาวชนฯ  ได้ที่   เฟสบุ๊ค : มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ฯ  เว็บไซต์ : www.ruamchit-normklao.org

ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ อรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์ (ปลัดกระทรวงมหาดไทย),    ผศ.ดร.พรทิพย์  พุกผาสุข, ดร.อารยา  อรุณานนท์ชัย, ดร.ประวิช  รัตนเพียร, อุบล  อัครพัฒน์, ธนนท์  พรรพีภาส, กรรณภรณ์  วงศ์ปิยะกุล  หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ

ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ (ปลัดกระทรวงมหาดไทย), ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, ดร.อารยา อรุณานนท์ชัย, ดร.ประวิช รัตนเพียร, อุบล อัครพัฒน์, ธนนท์ พรรพีภาส, กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ

ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ผศ.ดร.พรทิพย์  พุกผาสุข, ดร.อารยา  อรุณานนท์ชัย, กอบเพชร  หาญพัฒนพานิชย์ (สำนักนายกรัฐมนตรี), ดวงกมล  ยิ้มละมัย (สมาคมแม่บ้านมหาดไทย), ทิพยวดี  มีสมกลีบ (พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ), พัณณ์พิกา  อเนกสัมพันธ์ (กรมประชาสัมพันธ์) และ กรรณภรณ์  วงศ์ปิยะกุล

ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, ดร.อารยา อรุณานนท์ชัย, กอบเพชร หาญพัฒนพานิชย์ (สำนักนายกรัฐมนตรี), ดวงกมล ยิ้มละมัย (สมาคมแม่บ้านมหาดไทย), ทิพยวดี มีสมกลีบ (พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ), พัณณ์พิกา อเนกสัมพันธ์ (กรมประชาสัมพันธ์) และ กรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล

ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อาทิ อรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ผศ.ดร.พรทิพย์  พุกผาสุข, ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล  โทธรรม, ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์, ธนนท์  พรรพีภาส

ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อาทิ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข, ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม, ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์, ธนนท์ พรรพีภาส

ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหน้าอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา สุสานหลวง อาทิ เบญจาภา  มุสิกะพันสินธุ์ (กระทรวงการอุดมศึกษา), ปก  อ่วมเกื้อมิตร (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน), ขวัญชนก  ธิรัตน์ (คุรุสภา), รัฎชนิดา  เนตรทิพย์ (กรุงเทพมหานคร), จ่าเอก ประยงค์	บุญช่วย (กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน), ทิพวรรณ  กิตติสถาพร (สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ), ดร.ธิดารักษ์  สัจจพงษ์ (สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ), พัชรมณี  เย็นมั่นคง, ชุติมา  เจริญโภคราช, ปณิธิ  มากซุง (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค), จันทรา  อินทรทูต

ประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกหน้าอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา สุสานหลวง อาทิ เบญจาภา มุสิกะพันสินธุ์ (กระทรวงการอุดมศึกษา), ปก อ่วมเกื้อมิตร (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน), ขวัญชนก ธิรัตน์ (คุรุสภา), รัฎชนิดา เนตรทิพย์ (กรุงเทพมหานคร), จ่าเอก ประยงค์ บุญช่วย (กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน), ทิพวรรณ กิตติสถาพร (สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ), ดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ (สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ), พัชรมณี เย็นมั่นคง, ชุติมา เจริญโภคราช, ปณิธิ มากซุง (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค), จันทรา อินทรทูต

สมาคมเหล่าทัพ 3 เหล่า ถ่ายภาพร่วมกัน หน้าพระพุทธประทีปวโรทัย พระประธานประจำพระวิหาร อาทิ น.อ.หญิง สุภาพร ร่มพยอม (สมาคมคู่มรสทหารอากาศ), อรุณี  สวัสดี (สมาคมภริยาทหารเรือ), ปรียนันท์  มงคลศรี (สมาคมแม่บ้านตำรวจ)

สมาคมเหล่าทัพ 3 เหล่า ถ่ายภาพร่วมกัน หน้าพระพุทธประทีปวโรทัย พระประธานประจำพระวิหาร อาทิ น.อ.หญิง สุภาพร ร่มพยอม (สมาคมคู่มรสทหารอากาศ), อรุณี สวัสดี (สมาคมภริยาทหารเรือ), ปรียนันท์ มงคลศรี (สมาคมแม่บ้านตำรวจ)

ปักหมุดเวนิส !! อวดงานศิลป์กว่า 30 ชิ้น 20 ศิลปินดังจากอาเซียนสู่ชาวโลก ‘The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026’

ปักหมุดเวนิส !! อวดงานศิลป์กว่า 30 ชิ้น 20 ศิลปินดังจากอาเซียนสู่ชาวโลก ‘The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026’

ปักหมุดเวนิส !! อวดงานศิลป์กว่า 30 ชิ้น 20 ศิลปินดังจากอาเซียนสู่ชาวโลก ‘The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026’

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.00 น.

ผลงานศิลปะกว่า 30 ชิ้นของ 20 ศิลปินชื่อดังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย ข้ามน้ำข้ามทะเลไปจัดแสดงในนิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026”  ณ Palazzo Rocca Contarini Corfù นครเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี ซึ่ง มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วน  จัดแสดงต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง (Collateral Event) ของมหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 61 (The 61st International Art Exhibition, Venice Biennale) นำเสนอผลงานของศิลปินจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ร่วมถ่ายทอดและสำรวจประเด็นการย้ายถิ่น การพลัดถิ่น และประวัติศาสตร์ลัทธิล่าอาณานิคมข้ามทะเล ผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ทำหน้าที่ภัณฑารักษ์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2569

ภายในงานจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยจำนวนกว่า 30 ชิ้น และศิลปะการแสดงสด ที่ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์จาก 20 ศิลปิน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมผลงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม รวมถึงงานวิดีโอจัดวาง โดยมุ่งสำรวจประเด็นร่วมสมัยสำคัญ อาทิ เรื่องการพลัดถิ่น ประวัติศาสตร์ลัทธิล่าอาณานิคม และพลวัตแห่งการผสมผสานทางวัฒนธรรมของภูมิภาค ผ่านสัญลักษณ์ของการข้ามน้ำและเส้นทางเดินเรือ

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ และภัณฑารักษ์นิทรรศการ “The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร” เปิดเผยว่า “เรามีความยินดีที่ได้นำเสนอผลงาน The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026 ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 นิทรรศการที่นำเสนอพลังสร้างสรรค์ของศิลปินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านประเด็นการเดินทาง การพลัดถิ่น และการเชื่อมโยงข้ามวัฒนธรรม โดยใช้สัญลักษณ์ของกระแสน้ำและการข้ามทะเลเป็นแกนกลางของการเล่าเรื่อง งานครั้งนี้มุ่งสะท้อนจิตวิญญาณของภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการนำศิลปะร่วมสมัยไทยและอาเซียนสู่เวทีโลกอย่างสง่างาม

ในฐานะภัณฑารักษ์ เราให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความหลากหลายของภูมิภาค ผ่านมุมมองของศิลปิน ทั้ง 20 ท่าน ซึ่งมีพื้นฐานแตกต่างกันทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และประสบการณ์ชีวิต แต่ผลงานของพวกเขากลับเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นภายใต้ธีมเดียวกัน งานแต่ละชิ้นสะท้อนความละเอียดอ่อนของมนุษย์และความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ในนิทรรศการครั้งนี้ กระแสน้ำถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญ เปรียบเสมือนพลังที่พาเอาความทรงจำ เรื่องราว และอัตลักษณ์จากดินแดนอันห่างไกลมาบรรจบกันที่เวนิส เมืองที่มีประวัติศาสตร์ผูกพันกับการเดินเรือ การค้า และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไม่ต่างจากภูมิภาคของเรา

สำหรับรายชื่อ 20 ศิลปินจากภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ศิลปินชื่อดังไปจนถึงศิลปินหน้าใหม่ที่มีพรสวรรค์ ที่ร่วมแสดงงานในครั้งนี้ นำโดย มารีน่า อบราโมวิช (เซอร์เบีย) เรืองศักดิ์ อนุวัฒน์วิมล (ไทย) อาราห์มายานี (อินโดนีเซีย) มาร์ธา เอเทียนซา (ฟิลิปปินส์) นฎียะฮ์ บามาดาจ (มาเลเซีย) อแมนดา คูแกน (ไอร์แลนด์) เล เฮียน มินห์ (เวียดนาม) ยาสมิน ไจดิน (บรูไน) อง เคียน เผิง (สิงคโปร์) พิเชษฐ กลั่นชื่น (ไทย) ต่อลาภ ลาภเจริญสุข (ไทย) พิมดาว พานิชสมัย (ไทย) ศรชัย พงษ์ษา (ไทย) เชียว ซ่ง (ลาว) วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ (ไทย) โซ ยู นเว (เมียนมา) สวานนี่ (เมียนมา) อเล็กซานเดอร์ ทิโมทิช (เซอร์เบีย) สัมโบเลียพ โทล (กัมพูชา) ภาราดา วิรัสวีร์  (ไทย)

เรืองศักดิ์ อนุวัฒน์วิมล ตัวแทนศิลปินไทย กล่าวว่า “เรามองว่าสังคมไทยมักจดจำเหตุการณ์สำคัญได้เพียงชั่วคราว ก่อนจะเลือนหายไป ทั้งที่หลายครั้งเรามีอำนาจพอจะตั้งคำถามหรือหยุดยั้งบางสิ่งได้ งานศิลปะของเราจึงทำหน้าที่เปิดเผยและชวนให้สังคมหันกลับมามองอีกครั้ง ผลงานส่วนใหญ่ของผมเน้นการเก็บวัตถุและร่องรอยจากสภาพแวดล้อมเป็นหลักฐานของสิ่งที่กำลังจะสูญหาย โดยเฉพาะประเด็นของ แม่น้ำโขง ซึ่งสะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่ยาวนานแต่ถูกมองข้าม แม้จะเคยเกิดปรากฏการณ์ผิดปกติอย่างแม่น้ำสีฟ้าก็ตาม การนำภาพถ่ายดาวเทียมมาต่อเป็นแผนที่ยาว 11 เมตร เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำทั้งสาย กลายเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่แต่เปราะบาง และตั้งคำถามสำคัญว่าเราจะส่งต่ออะไรให้คนรุ่นต่อไป ผลงานชิ้นนี้เตรียมจัดแสดง ณ เมืองเวนิสครับ”

สวานนี่ ตัวแทนศิลปินชาวพม่า กล่าวว่า “ในฐานะผู้หญิงข้ามเพศในที่สุดฉันก็มีความกล้าที่จะทำสิ่งที่อยากทำมาตลอด เพราะมันเปลี่ยนแปลงไม่เพียงแค่ว่าฉันเป็นใคร แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ที่ฉันมีต่อร่างกายของตัวเอง ดังนั้นศิลปะการแสดงจึงเป็นพื้นที่ที่ฉันสามารถซื่อสัตย์กับตัวเองได้มากที่สุด งานที่จะจัดแสดงคืองานชิ้นแรกของฉัน ในฐานะศิลปินแสดงสด ผลงานมีชื่อว่า A Body on Repeat  ซึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของร่างกายของฉัน ความสัมพันธ์ระหว่างร่างกาย ความทรงจำ ความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลง อัตลักษณ์ แรงกดดัน และความคาดหวังทางสังคมกับร่างกาย นิทรรศการ The Spirits of Maritime Crossing 2026 ไม่ใช่แค่การนำเสนองานเพื่อสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับวัฒนธรรม การแบ่งปันประสบการณ์ความเป็นมนุษย์จากภูมิภาคที่แตกต่างกัน ดังนั้นการวางผลงานฉันไว้ในบริบทนั้นรู้สึกสอดคล้องกันมาก และยังเป็นสิ่งที่สะเทือนอารมณ์ด้วย”

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ โครงการ วัน แบงค็อก โดยกำหนดจัดแสดงระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569 ณ อาคารปาลาซโซ ร็อกก้า คอนตารินี คอร์ฟู (Palazzo Rocca Contarini Corfù) เมืองเวนิส และได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรสำคัญในภาครัฐ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำจากภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM), บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), สยามพิวรรธน์, สยามพารากอน ไอคอนสยาม, Generali และอมรินทร์ กรุ๊ป

นอกจากนี้ การเข้าร่วมของศิลปินภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรระดับภูมิภาค โดยศิลปินสิงคโปร์ Ong Kian Peng ได้รับการสนับสนุนโดย Fraser and Neave, Limited, ศิลปินมาเลเซีย Nadiah Bamadhaj สนับสนุนโดย Fraser & Neave Holdings Bhd และศิลปินเวียดนาม Le Hien Minh สนับสนุนโดย Saigon Beer-Alcohol-Beverage Corporation (SABECO)

ติดตามข่าวสาร และตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ (Bangkok Art Biennale) เพิ่มเติมได้ทาง  Facebook และ Instagram : Bkkartbiennale  

จิตอาสา Fireman MBK ร่วมช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้ สะท้อนความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความปลอดภัย

จิตอาสา Fireman MBK ร่วมช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้   สะท้อนความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความปลอดภัย

จิตอาสา Fireman MBK ร่วมช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้ สะท้อนความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความปลอดภัย

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.52 น.

สืบเนื่องจากสถานการณ์เพลิงไหม้โรงงานของบริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งประกอบกิจการโรงงานผลิตเลนส์แว่นตาทุกชนิด เลนส์กล้องถ่ายรูป โดยเพลิงได้ลุกลามอาคารสูง 4 ชั้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการระดมกำลังของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยมี นิรันดร์ บรรทัด พนักงานบริหารความปลอดภัย ป้องกันเพลิงและเหตุฉุกเฉิน บริษัท รักษาความปลอดภัย เอ็ม บี เค สมาร์ท ฟอร์ซ จำกัด ได้รุดเข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานและช่วยเหลือระงับเหตุอย่างเต็มกำลัง

ในการนี้คณะผู้แทนบริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เข้ามอบหนังสือขอบคุณแก่ นิรันดร์ บรรทัด พนักงานบริหารความปลอดภัย ป้องกันเพลิงและเหตุฉุกเฉิน บริษัท รักษาความปลอดภัย เอ็ม บี เค สมาร์ท ฟอร์ซ จำกัด เพื่อแสดงความขอบคุณและชื่นชมในการเข้าร่วมสนับสนุนและช่วยเหลือในเหตุการณ์เพลิงไหม้พื้นที่ของโรงงานไทยออพติคอล โดยมี สมสฤษฏิ์ สินหนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ : บริหารความปลอดภัย บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ร่วมให้การต้อนรับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ชั้น 8 อาคารสำนักงานเอ็ม บี เค

โดยใจความในจดหมายระบุว่า “บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อท่านและหน่วยงานของท่าน ที่ได้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยการเข้าดำเนินการของท่าน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าตรวจสอบพื้นที่ การควบคุมสถานการณ์ การให้คำแนะนำ รวมถึงการประสานงานในด้านต่าง ๆ ล้วนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น บริษัทฯ จึงตระหนักและซาบซึ้งในความทุ่มเท ความเป็นมืออาชีพ และความร่วมมือของท่านเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม”

การเข้าช่วยเหลือดังกล่าวสะท้อนถึงความเสียสละ ความกล้าหาญ และความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของทีม Fireman MBK Center ซึ่งผ่านการอบรมและซ้อมแผนด้านอัคคีภัยอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางการบริหารความปลอดภัยของ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ที่มุ่งเน้นการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการ พร้อมให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทีมงานด้านความปลอดภัยในการช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างภาคธุรกิจและบุคลากรด้านความปลอดภัยในการร่วมดูแลสังคมและส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

พงศ์วิกรานต์ วิศรุตโชติกุล ผู้อำนวยการอาวุโส บริหารความปลอดภัย บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจในความทุ่มเทและเสียสละของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับคำชื่นชมในครั้งนี้ ที่พร้อมนำความรู้และประสบการณ์ไปช่วยเหลือสังคมเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพราะงานด้านการรักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุฉุกเฉินถือเป็นงานปิดทองหลังพระที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ ทักษะ และจิตอาสาในการช่วยเหลือสังคม การได้รับกำลังใจและการยอมรับจากผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ ทำให้พนักงานรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมีคุณค่า เกิดความภาคภูมิใจ และเพิ่มความมั่นใจในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น”

ด้าน นิรันดร์ บรรทัด พนักงานบริหารความปลอดภัย ป้องกันเพลิงและเหตุฉุกเฉิน บริษัท รักษาความปลอดภัย เอ็ม บี เค สมาร์ท ฟอร์ซ จำกัด กล่าวว่า “หน่วยงานบริหารความปลอดภัยของเอ็ม บี เค ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านดับเพลิง การกู้ภัย และการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน ทำให้เราสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปช่วยเหลือสังคมภายนอกองค์กรได้ ก่อนหน้านี้ผมก็เคยร่วมเป็นจิตอาสาช่วยเหตุเพลิงไหม้ในชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงชวนทีม Fireman MBK ลงพื้นที่ร่วมกัน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงมาพัฒนาการทำงานอยู่เสมอ ส่วนตัวรู้สึกตกใจและดีใจมากที่ได้รับหนังสือขอบคุณครั้งนี้ การได้รับคำชื่นชมถือเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับคนทำงานด้านนี้ เพราะในสถานการณ์ที่คนอื่นรีบออกจากพื้นที่ เรากลับเป็นคนที่ต้องวิ่งเข้าไปเผชิญเหตุเพื่อช่วยระงับเพลิงไหม้”

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรม และการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ ร้านค้า และช่วยเหลือสังคมในทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน