ตะลอนเที่ยว : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

30 สิงหาคม 2569 เวลา 06:03 น.

ในขณะนี้ กรมศิลปากรกำลังเปิดให้ประชาชนเข้าชมวัดพระแก้ววังหน้า หรือวัดบวรสถานสุทธาวาส (แต่ผู้เขียนขอสารภาพโดยตรงว่ายังไม่ได้ไปชมวัดพระแก้ววังหน้า  แต่ยืนยันว่าจะต้องไปชมอย่างแน่นอน แล้วจะกลับมาเล่าถึงความงดงามวิจิตรให้คุณผู้อ่านได้ทราบ) 

วัดพระแก้ววังหน้าอยู่ในเขตของวังหน้า หรือสถานที่ของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ที่มีความสำคัญ เพราะในสมัยโบราณวังหน้าคือผู้ที่ทรงเป็นพระราชอนุชาของพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้น วังหน้าจึงมีขนบธรรมเนียมประเพณีของตนเอง ซึ่งอาจจะมีความละม้ายคล้ายคล้ายคลึงกับวังหลวง แต่ด้วยพระราชสถานะแล้ว วังหน้าอาจกระตัวให้ทัดเทียมกับวังหลวงได้ 

เมื่อพูดถึงวังหน้า หลายคนอาจไม่เคยทราบว่ามีอาณาบริเวณมากน้อยเพียงใด จึงขออนุญาตบอกเล่าให้ทราบโดยสังเขปคือ พื้นที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ บริเวณทั้งหมดของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โรงละครแห่งชาติ รวมถึงพื้นที่ของวิทยาลัยนาฏศิลป์ พระนคร และบางบริเวณของท้องสนามหลวง 

สำหรับภาพประกอบคอลัมน์ในวันวันนี้ คือห้องจัดแสดงนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาทิ พระที่นั่งพุทไธสวรรค์ และภายในพระราชมณเฑียร ซึ่งเป็นหมู่พระที่นั่งภายในวังหน้า โดยแต่ละสถานที่ได้จัดแสดงโบราณวัตถุโดยแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ตามหมวดหมู่ อาทิ พระราชอาสน์ พระแท่นที่ประทับ รวมถึงศาตราวุธ เครื่องดนตรีไทย และหัวโขน เป็นต้น 

สำหรับพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และจุดเด่นที่สำคัญของพระที่นั่งองค์นี้คือลายจิตรกรรมฝาผนัง รวมถึงดาวเพดานที่ประดับภายในพระที่นั่ง 

แต่หากจะพูดถึงสิ่งปลูกสร้างที่ยังดำรงคงอยู่จนถึงปัจจุบันก็มีดังต่อไปนี้ พระที่นั่งพุทไธสวรรค์ หมู่พระวิมานหรือพระราชมณเฑียร พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน พระที่นั่งคชกรรมประเวศ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พระที่นั่งอัคราภิเษก และพระที่นั่งเอกอลงกฎ พระตำหนักแดง เก๋งนุกิจราชบริหาร 

การจัดแสดงโบราณวัตถุภายในพิพิธภัณฑ์ฯ อาจไม่เปิดให้ชมทุกอาคาร เนื่องจากบางอาคารอยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุง แต่ถึงกระนั้นก็ยังขอแนะนำและเชิญชวนให้คุณไปชมความวิจิตรอลังการของงานศิลป์ชั้นสูงของแผ่นดิน ภายในพิพิธภัณฑพระสถานแห่งชาติ พระนคร

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

ตะลอนเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ตะลอนเที่ยว : งานศิลปะนานาชาติริมทะเลหัวหิน

23 สิงหาคม 2569 เวลา 06:02 น.

         เมื่อพูดถึงหัวหิน หลายคนที่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะนึกถึงหัวหินในแง่มุมต่างๆ เช่น แหล่งพักผ่อนชายทะเลสำหรับชนชั้นสูงในอดีต หรือบางคนก็จะนึกถึงนวนิยายของไทยที่สุดแสนโรแมนติก อาทิ ปริศนา ของ ว.ณ.ประมวลมารค ราตรีประดับดาว ของ ว.วินิจฉัยกุล และบางคนก็จะนึกถึงวังไกลกังวล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เจ็ด พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว ในขณะที่อีกหลายคนก็จะนึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จไปประทับ ณ วังไกลกังวล ในช่วงปลายรัชสมัย 

         ต้องยอมรับว่าหัวหินในความทรงจำของคนหลากหลาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศแตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนยอมรับตรงกันก็คือหัวหินเป็นถิ่นของงานศิลปะหลากหลาย ทั้งในแง่ของดนตรี และงานศิลปะในรูปแบบภาพถ่าย ภาพวาด และงานเซรามิก และรวมถึงงานศิลปะแขนงอื่นๆ เช่น งานศิลป์ร่วมสมัย เป็นต้น

         งานศิลป์ที่หัวหินงานล่าสุดที่เพิ่งจบไปเมื่อกลางเดือนสิงหาคม คือ Hua Hin International Contemporary Art 2026 ซึ่งจะที่เนินชเล เขาตะเกียบ หัวหิน โดยงานนี้รวบรวมศิลปิน 12 คนจากนานาชาติ 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น ตุรกี หรือตุรเคีย ออสเตรเลีย และไทย 

         งานศิลป์ที่นำมาแสดงในครั้งนี้มีทั้งภาพจิตรกรรม งานเซรามิก งานดินปั้น ทั้งดินเหนียวและดินขาว รวมถึงงานศิลปะผสมที่ต้องใช้ภาพและเสียงธรรมชาติเป็นองค์ประกอบร่วมของงาน โดยเฉพาะงานที่ชื่อว่า Pink Sound ที่เป็นการเสพงานศิลปะโดยผ่านการมองไปบนจุดต่าง ๆ ที่กำหนดแล้วติดตั้งไว้บนแผ่นพลาสติกแข็งสีชมพู โดยมีคลื่นเสียงประกอบ เพื่อให้เกิดจินตนาการในการมองและรับรู้ภาพที่เห็นในแต่ละจุด ซึ่งถือเป็นงานศิลป์แบบใหม่อย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เพราะมุมมองที่ต่างออกไป จะมีผลต่อการรับรู้ของผู้เสพงานศิลปะ 

         ศิลปินชาวตุรเคีย บอกเล่าถึงความรู้สึกครั้งแรกที่มาถึงเมืองไทยแล้วได้ไปทำงานศิลปะที่หัวหิน โดยเน้นย้ำว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าหัวหินเป็นเมืองที่มีมีเสน่ห์ น่าอยู่ มีความสงบ และที่สำคัญคือมีทะเลที่ใสสะอาด มีหาดทรายที่งดงาม และมีชุมชนที่น่ารัก เขาเล่าให้ฟังว่างานศิลป์ที่สร้างขึ้นมานั้นมาจากมนต์เสน่ห์ของเมืองหัวหินเป็นสำคัญ และเมื่อได้เห็นความงามของเมืองหัวหินแล้วก็ทำให้ตระหนักมากยิ่งขึ้นว่าจำเป็นต้องขอเชิญชวนให้มนุษยโลกร่วมกันดูแลและรักษาโลกของเรา เพราะหากเราปล่อยให้โลกถูกทำร้าย ก็หมายถึงเราก็ถูกทำร้ายด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเราร่วมดูแลรักษาโลก และรักษาสิ่งแวดล้อม เราก็จะได้ระบบชีวิตอยู่ในโลกที่น่าอยู่และเกื้อกูลชีวิตของเราทุกคน

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

งานศิลปะนานาชาติตะลอนเที่ยวทะเลหัวหินประจวบคีรีขันธ์หัวหิน

ตะลอนเที่ยว : สมเด็จพระพันปีหลวง พระแม่มิ่งแผ่นดินไทย

ตะลอนเที่ยว : สมเด็จพระพันปีหลวง พระแม่มิ่งแผ่นดินไทย

ตะลอนเที่ยว : สมเด็จพระพันปีหลวง พระแม่มิ่งแผ่นดินไทย

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อีกเพียง 3 วัน ก็จะถึงวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่ในปีนี้นับเป็นปีแรกที่พระองค์ท่านมิได้ทรงอยู่เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสสำคัญของแผ่นดิน หลังจากที่ประเทศไทยกำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติครั้งแรกเมื่อปี 2519 

อันที่จริงประเทศไทยเคยกำหนดให้วันที่ 10 มีนาคม 2486 เป็นวันแม่มาก่อน แต่ต้องยุติไปเพราะผลของสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นวันที่ 15 เมษายน 2493 แต่เมื่อกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบลง ก็จึงยุติการจัดงานวันแม่แห่งชาติ จนกระทั่งมาถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2515 ได้หวนกลับมาจัดงานวันแม่แห่งชาติอีกครั้งโดยสมาคมครูแคทอลิกแห่งประเทศไทย แต่จัดได้เพียงปีเดียว แต่เมื่อถึงช่วงปี 2519 โดยยึดเอาวันที่ 12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นวันจัดงาน โดยคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้จัดงานวันแม่แห่งชาติขึ้นอีกครั้ง แล้วจัดงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และกำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้ประจำวันแม่แห่งชาติ เหตุผลสำคัญที่ดอกมะลิกลายเป็นสัญลักษณ์วันแม่ เพราะว่ากลิ่นหอมที่ติดตรึงเป็นเวลานานแม้ดอกจะแห้งไปแล้วก็ยังมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ส่วนสีขาวบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนรักแท้ที่ไม่มีเงื่อนไขจากแม่ที่มีให้ลูกตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นรักบริสุทธิ์

ในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปี 2569 คอลัมน์ตะลอนเที่ยวของอัญเชิญพระบรมฉายาสาทิศลักษณ์ และพระบรมฉายาลักษณ์ของพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินและจิตรกรผู้โด่งดังของไทยมาเป็นมิ่งขวัญแด่พสกนิกร และเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่านที่พระราชทานแด่พสกนิกรมายาวนานหลายทศวรรษ 

โดยพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ และพระบรมฉายาลักษณ์ที่อัญเชิญมานี้เป็นผลงานของจักรพันธ์ุ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2543 ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. 2552 และถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ. 2564 พิษณุ ศุภนิมิตร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) พ.ศ. 2565 และงานของญาณวิทย์ กุญแจทอง ทินกร กาษรสุวรรณ อภิชาติ ผลประเสริฐ และสนั่น รัตนะ เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังเชิญภาพบรรยากาศการแสดงเรื่อง “พระผู้ให้” ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จัดแสดง ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครบ 109 ปี ซึ่งการแสดงเรื่อง “พระผู้ให้” จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ และถวายความอาลัยรักแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง  

แม้ในปีนี้ พสกนิกรไทยจะไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอีกต่อไป เพราะพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พสกนิกรไทยยังคงระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน ตราบนิจนิรันดร์

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

ตะลอนเที่ยว : มหาราชินีคอนแชร์โต

ตะลอนเที่ยว : มหาราชินีคอนแชร์โต

ตะลอนเที่ยว : มหาราชินีคอนแชร์โต

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายความจงรักภักดี และความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระแม่เจ้าของแผ่นดินไทย

ในการนี้สมเถา สุจริตกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล และการประพันธ์เพลงร่วมสมัย) และ Opera Siam โดยการบรรเลงของ พร้อมทั้งผู้ร่วมสนับสนุนการแสดง นักดนตรี และนักร้อง จึงจัดงาน Maha Rajini ขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยบรรจงเลือกสรรบทเพลงคลาสสิกระดับโลก ซึ่งเป็นผลงานของคีตกวีชื่อก้องโลกที่เป็นอมตะนิรันดร์กาล อาทิ Tchaikovsky, Rachmaninov เป็นต้น มาบรรเลงในงานนี้ ค่ำคืนดังกล่าวจึงนับเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนโรแมนติก ที่ประทับอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรไทยผู้จงรักภักดีต่อพระมิ่งแม่แห่งแผ่นดินไทย 

บทเพลงสุดแสนโรแมนติกที่นำมาบรรเลง และขับร้องในงานได้แก่ Romeo and Juliet ของ Tchaikovsky และ Adagio from Symphony No. 2  ของ Rachmaninov และยังนำเสนอบทเพลงที่สมเถาประพันธ์ขึ้นใหม่ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง คือเพลง Maha Rajini : Songs for a Queen ซึ่งนำเสนอเป็นรอบปฐมทัศน์ของโลก (World Premiere)

วงออร์เคสตราที่บรรเลงในงานนี้คือ Siam Sinfonietta วงเยาวชนไทยที่กวาดรางวัลชนะเลิศออร์เคสตรามาจากหลายประเทศในยุโรป พร้อมทั้งการแสดงเปียโนคอนแชร์โตเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทฤษฎี ณ พัทลุง อำนวยเพลงโดยสมเถา สุจริตกุล ในการแสดงนี้ยังมีนักเชลโลชาวไทยผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติมาร่วมัด้วยคือ เอกชัย มาสกุลรัตน์ และมีนักร้องเพลงโอเป-รา เสียงโซปราโน ชาวไทย ผู้เป็นตัวแสดงเอกบนเวทีโอเป-รา กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยียม คือ นาฏลดา ธรรมธนากร มาร่วมขับร้องเพลงด้วย และยังมีนักร้องชายเสียงเทเนอร์ ที่เป็นดาราชื่อดัง คือ วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล มาร่วมขับร้อง แต่ที่สุดแสนมหัศจรรย์คือ นักร้องโอเป-รา เด็กหญิงปุณิกา มหึเมือง นักเรียนชั้นมัธยม ปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ขับร้องเพลงคลาสสิกได้ไพเราะสุดจะบรรยาย

สมเถาเล่าให้ฟังว่าสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเคยรับสั่งว่าทรงโปรดปรานดนตรียุคโรแมนติกของรัสเซียมาก และนี่คือแรงบันดาลใจที่ทำให้สมเถาเลือกเพลงของ Tchaikovsky และ Rachmaninov มาบรรเลง และเมื่อครั้งที่พระองค์ท่านทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในวโรกาสนั้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงกระกรุณาฯ ให้สมเถาประพันธ์บทเพลงพิเศษคือ Queen Sirikit Concerto เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ และในครั้งนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดง ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี 

สำหรับบทเพลงใหม่ที่นำเสนอในรอบ World Premiere ซึ่งสมเถาประพันธ์เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง คือเพลง Maha Rajini

งานนี้ ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน นายเดวิด วีลเลอร์ และบุตร คือ ลีโอ วีลเลอร์ ไปร่วมชมการแสดงด้วย สำหรับลีโอ วีลเลอร์ คือนักเปียโนรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถสูงมาก เคยเปิดการแสดงเดี่ยวเปียโนบนเวทีในประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่ามีฝีมือการเล่นเปียโนที่สุดยอด แม้จะมีอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

ตะลอนเที่ยว : Wrocław เมืองสวยแห่งโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : Wrocław เมืองสวยแห่งโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : Wrocław เมืองสวยแห่งโปแลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมืองวรอตสวัฟ (Wrocław) ประเทศโปแลนด์ นับเป็นสถานที่ที่ควรไปเยี่ยมเยือนเมืองหนึ่ง หากคุณได้ไปถึงโปแลนด์

สถานที่สำคัญที่ต้องห้ามพลาดเด็กขาดคือ จัตุรัสกลางเมือง (Market Square) และต้องตามล่าไปชมคนแคระโลหะที่นับเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมือง  (Wrocław’s Dwarfs) รวมถึงต้องไม่พลาดการไปชมเกาะมหาวิหาร (Ostrów Tumski) เพราะสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบโกธิค และมากมายไปด้วยสีสันของยุคกลางที่สุดแสนอลังการและต้องไม่พลาดชม Wrocław Market Square (Rynek) ศูนย์กลางเมืองเก่าที่รายล้อมไปด้วยอาคารโบราณสีสันสดใส และที่สำคัญคือศาลาว่าการเมืองสไตล์โกธิก

กิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมทำเมื่อไปถึงเมืองนี้คือการเดินตามหาคนแคระแห่ง Wrocław’s Dwarfs โดยตามหาตุ๊กตาคนแคระมากกว่า 400 ตัว ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง Ostrów Tumski (Cathedral Island) และจุดที่มีมนต์เสน่หย่าย่า์อีกแห่งคือย่านเก่าแก่ริมแม่น้ำ ที่อุดมไปด้วยโบสถ์เก่า และสะพานข้ามแม่น้ำออร์เดอร์ ที่มีบรรยากาศสุดยอดของความโรแมนติก ส่วน Centennial Hall คืออาคารจัดแสดงประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมคอนกรีตชิ้นเอกของโลก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก

หากคุณสนใจท่องเที่ยวประเทศโปแลนด์แบบเจาะลึก โดยไปเที่ยวกับ Mr. Flower โปรดติดต่อโทรศัพท์หมายเลข 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย ทำหมันหมาแมวที่เกาะเสม็ด

ตะลอนเที่ยว : สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย ทำหมันหมาแมวที่เกาะเสม็ด

ตะลอนเที่ยว : สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย ทำหมันหมาแมวที่เกาะเสม็ด

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คนกับสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่คู่กันมานานแสนนาน ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ และจะต้องอยู่ด้วยกันไปตราบจนกว่าโลกนี้จะแตกสลาย เพราะโลกใบนี้ไม่ใช่ของคน แต่ทว่าเป็นของสัตว์ด้วย คนกับสัตว์จึงต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันเรื่อยไป คนอยู่ได้ด้วยสัตว์ และสัตว์ก็อยู่ได้ด้วยคน หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ทั้งคนและสัตว์ก็จะต้องเผชิญปัญหาสาหัสอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ทั้งคนและสัตว์จึงต้องเกื้อกูลกันตลอดไป 

เมื่อคนต้องอยู่กับสัตว์บนโลกใบนี้ ก็มีแนวคิดว่า สังคมที่สัตว์ปลอดโรค คนก็จะปลอดภัยด้วย การที่สัตว์จะปลอดโรคได้ก็ด้วยความดูแลเอาใจใส่ของคน โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยง และปศุสัตว์ทั้งหลายต้องได้รับความเอาใจใส่จากคน หากปล่อยให้สัตว์ต้องเจ็บป่วยเป็นโรค ก็หมายความว่าโรคจากสัตว์อาจจะแพร่ระบาดไปสู่คนได้ในที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ทีมงานหลักผู้ทำโครงการนี้มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่งประกอบด้วย คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์แนวหน้า และเสม็ดรีสอร์ดกรุ๊ป จึงมุ่งมั่นทำโครงการทำหมันให้สุนัขและแมวจรจัด รวมถึงสัตว์มีเจ้าของ พร้อมทั้งตรวจสุขภาพรักษาโรคให้สัตว์เลี้ยงโดยไม่คิดค่าบริการใด ๆ แม้แต่น้อย ขอแค่เพียงให้ช่วยกันนำสุนัขและแมวไปให้เราทำหมั่น และฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำหรือพิษสุนัขบ้าประจำปี พร้อมตรวจสุขภาพ และหยอดยากำจัดเห็บหมัด เพียงเท่านี้ คณะทำงานของเราก็แสนจะชื่นใจ และมีกำลังใจทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยมาตรฐานการรักษาสัตว์ที่มีคุณภาพระดับสากล แม้สภาพของสถานที่ที่คณะของเราออกไปให้บริการจะมีความไม่พร้อม และขาดมาตรฐานของห้องผ่าตัดรักษาโรคตามแบบฉบับของห้องแล็บคุณภาพ แต่เราก็ยังคงตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดด้วยความตระหนักและยึดมั่นในมาตรฐานวิชาการด้านสัตวแพทย์สากลทุกประการ

ทุกครั้งที่ทีมงานได้พบเห็นภาพของคนรักสัตว์ที่ช่วยกันนำสุนัขและแมวไปให้เราทำหมั่น และตรวจรักษาโรค เราทุกคนดีใจและเต็มใจให้บริการ แม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยราชการในท้องที่เท่าที่ควร หรืออาจจะกล่าวได้ว่าทีมทำงานของเราไม่ได้รับความร่วมมือใด ๆ แม้แต่น้อยจากข้าราชการในท้องที่โดยเฉพาะจากหน่วยงานที่มีภารกิจดูแลสวัสดิภาพสัตว์ แต่ปัญหาดังกล่าวก็เป็นเพียงอุปสรรคที่เราพยายามจะมองข้ามไป เพราะหากเราใส่ใจกับเรื่องไร้สาระดังกล่าวแล้ว งานสำคัญของเราก็จะล้มเหลว ตัวอย่างที่หน่วยราชการไม่ให้ความร่วมมือคือ ไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยทำงาน ไม่เคยอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่ ไม่เคยช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับรู้เรื่องราว และไม่เคยสนับสนุนงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่งานที่พวกเราทำคือการตั้งใจช่วยเหลือชุมชน แต่ก็ต้องย้ำว่าอุปสรรคไม่ใช่สิ่งทำให้เราล้มเลิกความตั้งใจทำงานเพื่อสังคม และเพื่อสัตว์ 

ในปีนี้ ทีมงานของเราให้บริการทำหมันสุนัขและแมวทั้งจรจัดและมีเจ้าของรวม 30 ตัว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 60 ตัว พร้อมทั้งตรวจสุขภาพให้สัตว์เลี้ยง ซึ่งในปีนี้เราไม่ได้ไปให้บริการที่เขตอำเภอบ้านเพ จังหวัดระยอง เนื่องจากมีอุปสรรคอันเกิดจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเพ เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือในการทำงาน ทีมงานของเราจึงจำเป็นต้องงดการให้บริการไปโดยปริยาย แม้ในความจริงเราตั้งใจจะให้บริการประชาชนชาวเพที่ตั้งใจนำสัตว์เลี้ยงไปขอรับบริการจากเราก็ตาม แต่ต้องย้ำว่าเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของสถานที่ เราก็จำเป็นต้องตัดใจงดให้บริการ และหากทีมงานยังไม่ได้รับความร่วมมือจาก อบต. เพอีก เราก็จำเป็นต้องงดให้บริการตลอดไป

อย่างไรก็ตาม ทีมงานก็สามารถทำงานในครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี แม้จะมีอุปสรรคบางอย่าง แต่เราก็เอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นได้ เพราะความตั้งใจทำงาน และเน้นงานเป็นที่ตั้ง จึงทำให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้

ขอขอบคุณ เสม็ดรีสอร์ทกรุ๊ป ที่อำนวยความสะดวกเรื่องที่พักที่แสนดี พร้อมอาหารที่แสนอร่อยสำหรับทีมงาน ขอบคุณทีมสัตวแพทย์ และนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ให้ใจกับโครงการนี้อย่างเกินร้อย ขอบคุณบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ที่ช่วยสนับสนุนค่าเดินทางบางส่วนให้กับทีมงาน และขอบคุณผู้มีใจรักสัตว์ที่ช่วยสนับสนุนค่าเดินทางส่วนที่ยังขาดให้กับทีม ขอบคุณบริษัทยาและเวชภัณฑ์ที่สนับสนุนโครงการนี้ด้วยดีเสมอมา และขอบคุณชาวบ้านบนเกาะเสม็ดที่รักสัตว์ที่กรุณานำสัตว์ไปทำหมั่น ขอบคุณโรงเรียนเกาะแก้วพิศดารที่อนุเคราะห์พื้นที่ใต้อาคารเรียนให้ทีมของเราทำงานได้ตามอัตภาพ และที่สำคัญคือขอบคุณเจ้าหน้าที่ของเสม็ดรีสอร์ทกรุ๊ปที่ทุ่มเทการทำงานร่วมกับทีมสัตวแพทย์เป็นอย่างดี  

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

ตะลอนเที่ยว : ร้านปรุงสารพัด โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ

ตะลอนเที่ยว : ร้านปรุงสารพัด โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ

ตะลอนเที่ยว : ร้านปรุงสารพัด โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ

วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เรื่องอาหารการกินกับเรื่องเที่ยวเตร่ เป็นเรื่องที่ต้องไปด้วยกัน เพราะเมื่อไปเที่ยวที่ใดก็ตาม ก็ต้องมีเวลากิน หรือแม้ไม่เที่ยว ก็ต้องกิน เพราะคนเราดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหารการกิน ผสมผสานกับการดูแลสุขภาพ ดูแลร่างกาย แล้วก็ต้องทำงานทำการ แล้วพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายบ้าง หรือพูดง่าย ๆ คือมนุษย์ต้องกิน อยู่ หลับ นอน และต้องดูแลสุขภาพ ดังนั้น อาหารจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ กินอาหารดี ออกกำลังกายพอเหมาะ รักษาสุขภาพกายและใจ ทำใจให้สบาย ไม่เครียด ทำบุญทำทานบ้าง สงเคราะห์คน สงเคราะห์สัตว์ตามเหตุปัจจัยที่เหมาะสม ก็ช่วยทำให้คนเรามีร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ไม่เจ็บไม่ป่วยอย่างสาหัส

พูดถึงเรื่องการกินแล้ว ก็ต้องบอกว่าเมืองไทยมีที่กิน มีอาหารอร่อยมากมาย ตามแต่ละเลือกสรร ตามแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคล แต่วันนี้จะขอชวนคุณไปรับประทานอาหาร ขนม และดื่มเครื่องดื่มที่ร้านปรุงสารพัด ร้านนี้ได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากพระองค์มีพระราชดำริให้ตั้งร้านอาหารนี้ โดยในร้านเปิดขายอาหาร อาทิ ผัดไทยกุ้งสด ผัดไทยกากหมู ผัดซีอิ๊วหมู ราดหน้าหมู ก๋วยเตี๋ยวเรือหมูน้ำตก และก๋วยเตี๋ยวน้ำและแห้ง ส่วนเครื่องดื่ม ก็มีให้เลือกหลายชนิด อาทิ กาแฟต่าง ๆ โกโก้ ชาเขียว ชาไทย นมสด น้ำผึ้งมะนาว น้ำหวานต่าง ๆ และน้ำผลไม้ ส่วยขนมหวาน คือขนมถ้วย แต่จะมีให้บริการเฉพาะวันพฤหัสบดี และมีผักปลอดสารพิษจากพระตำหนักสระปทุม จำหน่ายในบางวัน นอกจากนั้น ยังมีงานฝึมือ จำพวกเครื่องประดับ เช่น พวงมาลัยทำจากหินสี คริสตัล จำหน่ายด้วย

สำหรับราคาอาหาร เครื่องดื่ม และขนมของร้านปรุงสารพัดก็มีราคาแสนประหยัด ย้ำว่าราคาประหยัดจริงๆ ส่วนคุณภาพอาหารและเครื่องดื่มอยู่ในขั้นดีมาก ร้านนี้อยู่ในความดูแลของโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ เป็นการเรียนและสอนให้ผู้ที่ศึกษาแผนกอาหารได้ทำงานจริง เพื่อให้ได้ทั้งเรียนรู้ด้านวิชาการ ทฤษฎี และการทำงานจริง เพราะเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ก็สามารถทำงานได้จริงโดยทันที ไม่ต้องเสียเวลาฝึกงานใหม่ 

ร้านปรุงสารพัด ตั้งอยู่ที่อาคาร 605 ชั้น สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงศุกร์ โดยแผนกเครื่องดื่ม ให้บริการเวลา 07.30-15.00 น. แผนกอาหาร ให้บริการเวลา 08.30-13.30 น. สำหรับก๋วยเตี๋ยวเรือ ให้บริการเวลา 10.30-13.30 น. ติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 097 236 3789 line official : @156nkmlj

ขอแนะนำว่าหากคุณไปรับประทานอาหาร เครื่องดื่มที่ร้านปรุงสารพัด ขอแนะนำให้ไปด้วยรถยนต์สาธารณะ จะสะดวกที่สุด แต่ก็ต้องย้ำว่าร้านนี้ให้บริการถึงเพียงช่วยบ่ายต้น ๆ เท่านั้น แล้วถ้ายิ่งคุณจะไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกที่แสนอร่อย ก็ต้องไปถึงร้านในช่วงเวลา 10.30-13.30 น. เท่านั้น แต่จะให้ดีก็ต้องไปถึงไม่เกิน 13.00 น. เพราะว่าของอร่อยจะหมดเสียก่อน 

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

ตะลอนเที่ยว : เมืองพอชนัน (Poznan) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : เมืองพอชนัน (Poznan) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : เมืองพอชนัน (Poznan) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเทศในแถบยุโรปตะวันออกเป็นดินแดนที่มีมนต์เสน่ห์มาก แม้ครั้งหนึ่งจะเคยตกเป็นเมืองบริวารของอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซียมาก่อนก็ตาม แต่ทว่าความเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไม่อาจสามารถลบล้างความมีเสน่ห์ของดินแดนเหล่านี้ให้สูญสิ้นไปได้

วันนี้จะชวนคุณ ๆ ไปเที่ยวเมืองพอชนัน (Poznan) อดีตเมืองหลวงของโปแลนด์ แต่ปัจจุบันคือเมืองหลักของรัฐหรือเขตวิลโคโพสกา โดยเมืองหลวงปัจจุบันของโปแลนด์คือวอร์ซอร์ ตามประวัติศาสตร์ระบุว่าเมืองพอซนันตั้งขึ้นในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 10

พอชนันตั้งอยู่ระหว่างกรุงวอร์ซอร์กับกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นที่ยอมรับกันว่าเมืองพอซนันเป็นเมืองประวัติศาสตร์เมืองหนึ่งของโปแลนด์ที่มีความสำคัญมาหลายศตวรรษ แต่ทว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองนี้ถูกทำลายอย่างหนักจนเรียกได้ว่าราบเป็นหน้ากลอง แต่ก็ได้รับการฟื้นฟูบูรณะให้กลับมางดงามได้เกือบจะเหมือนเดิมหลังจากสงครามโลกสงบลง โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าที่ชื่อสตารี ไรเนค (Stary Rynek) แต่หากคุณที่ติดตามคอลัมน์นี้มาโดยตลอด คงจำได้ดีว่าประมาณเดือนเศษ ๆ มาแล้ว ในคอลัมน์นี้ได้ลงเรื่องและภาพของมหาวิหารหอคอยแฝด Katedra św. Jana Chrzciciela (Cathedral of St. John the Baptist) และ Kościół św. Krzyża (Church of the Holy Cross) ณ Ostrów Tumski (Cathedral Island) ไปแล้ว ซึ่งคนที่ได้อ่านคอลัมน์สอบถาม Mr. Flower ว่าเมื่อไรจะพาไปสัมผัสความงามของสถานที่แห่งนั้นด้วยตาของตัวเอง โดย Mr. Flower ก็ได้ตอบไปว่า อาจจะเป็นช่วงฤดูไม้ไม้ร่วงของปีนี้ หรือไม่ก็อาจจะช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

ขอออกนอกเรื่องอีกนิดครับ อันที่จริงหากได้ไปโปแลนด์ทั้งที ก็ต้องไปเที่ยวกรุงวอร์ซอร์ด้วย เพราะมีความสำคัญและมีความงดงามจนไม่อาจละเลยการไปเยือนได้ แต่ขอติดไว้ก่อนครับ รับรองว่าครั้งหน้าจะพาไปชมความงามของกรุงวอร์ซอร์อย่างแน่นอน

กลับมาพูดถึงเมืองพอซนัน ก็ต้องพูดถึงเขต old town ที่ชื่อ Stary Rynek ที่ได้รับการยกย่องว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาจตุรัสต่าง ๆ ของยุโรปตะวันออก รวมถึงยุโรปตะวันตกด้วยก็ว่าได้ 

สำหรับวันนี้จะชวนคุณเดินเที่ยวแบบ walking city tour เริ่มต้นจาก Cyryla Ratajskiego ก่อนเลย แล้วก็เดินไปตามเขตเมืองเก่า ชมอาคารเก่า และปราสาท รวมถึงพิพิธภัณฑ์ และศาลาว่าการของเมือง และที่พลาดไม่ได้คือวิหาร Bacilica of Our Lady of Perpetual Help, Mary Magdalene and St. Stanilaus ขอทิ้งท้ายก่อนลากันในสัปดาห์นี้ คือ เมื่อมาถึงพอซนันแล้วต้องไม่พลาดไปเยี่ยมเยือนศาลาว่าการของเมืองที่สร้างด้วยสไตล์เรอเนซองส์ ที่นับว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป แล้วที่พลาดไม่ได้คือการไปชมหอนาฬิกาแพะชนกัน โดยในเวลา 12.00 น. ทุกวัน ที่ตัวหอนาฬิกาจะมีรูปปั้นแพะตัวผู้สองตัวปรากฏตัวแล้วใช้หัวชนกัน และมีหลักฐานยืนยันว่าศาลาว่าการเมืองหลังนี้รอดพ้นจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จึงทำยังคงเป็นอาคารเก่าแก่ที่งดงามที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน 

หากคุณ ๆ สนใจท่องเที่ยวไปในเมืองต่าง ๆ บนโลกใบนี้ (แต่ย้ำว่าต้องเป็นที่ซึ่ง Mr. Flower รู้จักและคุ้นเคยอย่างดี) โดยไปเที่ยวแบบละมุนละไม ไม่เร่งไม่รีบร้อน เที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ มีสมาชิกไม่เกิน 16 คน โปรดติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่หมายเลข 091 7233615 แล้วเราจะไปท่องโลกแบบเจาะลึกด้วยกันครับ

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower  

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อ 2-3 วันก่อน ได้ไปธุระที่อำเภอเมือง พระนครศรีอยุธยา แล้วได้แวะเข้าไปที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร แต่เนื่องจากไปถึงวัดในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งพระอุโบสถได้ถูกปิดไปแล้ว ก็จึงกราบนมัสการหลวงพ่อโต ซำปอกง หรือพระพุทธไตรรัตนนายก อยู่ภายนอกพระอุโบสถ แล้วหลังจากนั้นก็เดินไปข้างพระอุโบสถบริเวณริมแม่น้ำป่าสัก เพื่อจะไปไหว้ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก แต่ก็ปรากฏว่าประตูศาลปิดแล้วเช่นกัน ก็จึงกราบไหว้อยู่นอกตัวศาล แต่ทว่าข้างศาลของเจ้าแม่มีศาลเจ้าจีน มีทวยเทพต่าง ๆ หรือเซียนประดิษฐานอยู่หลายองค์ จึงเข้าไปกราบรูปบูชาของทวยเทพเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับประวัติของเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก มีต่าง ๆ นานาหลายหลากมากมาย เช่นว่า เจ้าแม่คือพระธิดาของพระเจ้ากรุงจีน ที่พระบิดาพระราชทานพระนางให้อภิเสกสมรสกับพระเจ้าสายน้ำผึ้ง แห่งกรุงอโยธยา โดยพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงส่งขบวนเรือสำเภาไปรับพระนางสร้อยดอกหมากถึงกรุงจีน เมื่อขบวนเรือแล่นมาถึงเขตของกรุงอโยธยา พระนางเห็นเพียงเหล่าอำมาตย์และขุนนางไปรอรับเสด็จที่ท่าเรือ แต่ไม่ทรงเห็นพระเจ้าสายน้ำผึ้ง จึงน้อยพระทัย ไม่ยอมเสด็จลงจากเรือ แต่เหตุที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่ทรงไปรับพระนาง เพราะว่าทรงตระเตรียมการรับพระนางอยู่ในพระราชวัง ดังนั้น พระนางจึงทรงตัดพ้อว่าเหตุใดไม่เสด็จไปทรงรับ ฝ่ายพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงได้ทราบเรื่อง ก็จึงทรงสัพยอกว่า เมื่อไม่ทรงอยากขึ้นจากเรือ ก็จงอยู่ที่นั่นต่อไปเถอะ ครั้นพระนางทรงทราบเรื่องก็น้อยพระทัยหนักเข้าไปอีก แล้วทรงกลั้นลมหายใจจนสิ้นพระชนม์บนเรือ นี่คือเรื่องเล่าสืบต่อกันมากระแสหนึ่ง แต่ยังมีกระแสอื่น ๆ อีกด้วย โดยจะกล่าวไปถึงเมืองขอมเขมรกับพระเจ้ากรุงจีน แต่ทว่าขออนุญาตยังไม่กล่าวถึงเรื่องตามกระแสอื่นในวันนี้

สำหรับผู้ที่ศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ก็มักไปกราบไหว้บนบานศาลกล่าว ขอให้เจ้าแม่ช่วยเหลือให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง เช่น ขอให้มีลูกสืบสกุล ขอให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก (แต่ก็น่าสงสัยว่า ทำไมจึงไปขอเจ้าแม่ให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก) ครั้นเมื่อได้รับความสำเร็จจากการบนบานแล้ว ก็จะไปแก้บนด้วยการถวายสร้อยไข่มุก เครื่องสำอาง และนำสิงโตไปเชิดถวายเพื่อเป็นเครื่องสังเวย

ส่วนศาลเจ้าข้างศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาย เป็นที่รวมของเหล่าทวยเทพเทวาของจีน หรือเซียน อาทิ ปุ๊กุ้ยฮุก หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ หรือพระอ้วน (คนมักเข้าใจผิดเรียกว่าพระสังกัจจายน์) พระโพธิสัตย์กวนอิม เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อเฮ่งเจีย ไตฮงโจวซือ ซิยิ่นกุ้ย เป็นต้น อันที่จริงยังมีทวยเทพในศาลเจ้าอีกมากมาย ซึ่งเทพแต่ละองค์ก็จะทรงมีพระอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ กันไป และสามารถทรงเป็นที่พึ่งทางใจให้กับผู้ที่เคารพศรัทธาได้เป็นอย่างดี 

แต่คนโบราณบอกกล่าวเล่ากันต่อ ๆ มาว่า การจะไปกราบไหว้บนบานขอให้ทวยเทพทรงให้ความช่วยเหลือเรานั้น ก่อนอื่นเราก็ต้องทำตัวและทำใจให้บริสุทธิ์ก่อนเป็นอันดับแรก ต้องรักษาศีลให้เคร่งครัด ต้องมั่นคงในหลักธรรม และต้องมานะอุตสาหะก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเราตั้งใจมั่นและทำความดีแล้ว เมื่อเราไปขอให้ทวยเทพช่วยเหลือ ก็จะได้รับความเมตตาจากเหล่าทวยเทพ

หากคุณสนใจจะร่วมท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมขนบประเพณีชาติพันธุ์ หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ เที่ยวแบบละมุมละไม ไม่เร่งรีบ ไม่ร้อนรน โปรดติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า โทรฯ 091 7233615

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

ตะลอนเที่ยว : พิพิธภัณฑ์วังปารุสกวัน

ตะลอนเที่ยว : พิพิธภัณฑ์วังปารุสกวัน

ตะลอนเที่ยว : พิพิธภัณฑ์วังปารุสกวัน

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วังปารุสกวัน หรือเรียกชื่อสั้น ๆ ว่าวังปารุสก์ คือวังหรือพระตำหนักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงสร้างเพื่อพระราชทานแด่จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ก่อนที่สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ จะเสด็จกลับสยาม หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาจากรัสเซีย โดยในประวัติกล่าวว่าสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ทรงบอกว่าที่นี่คือบ้านหรือตำหนักของพระองค์ 

วังหรือพระตำหนักองค์นี้เริ่มสร้างในปี 2446 เสร็จสมบูรณ์ในปี 2448 สถาปนิกคือนายมาริโอ ตามัญโญ นายสก็อตส์ และนายกอล์โล หรือเบย์โรเลรี แต่นายตามัญโญกลับไปอิตาลีก่อนสร้างเสร็จ ส่วนนายสก็อตส์เสียชีวิตก่อนสร้างเสร็จ ดังนั้น ผู้ควบคุมการก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์คือนายกอล์โล เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ทรงทำพิธีขึ้นพระตำหนักใหม่ วันที่ 5 เมษายน 2449 สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ประทับในพระตำหนักแห่งนี้จนถึงวันสิ้นพระชนม์ เดิมพระตำหนักองค์นี้มีสองชั้น แต่ต่อมาทรงให้สร้างเพิ่มอีกหนึ่งชั้นจึงมีทั้งหมดสามชั้นในบางตำแหน่งของพระตำหนัก โดยชั้นสามคือห้องพระบรรทม ส่วนชั้นล่างเป็นห้องโถงท้องพระโรง และห้องรับแขก ชั้นสองเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ ห้องแต่งพระองค์ ห้องพระสำราญ ห้องสรง ห้องทรงพระอักษร และห้องพระชายา รวมถึงห้องพระบรรทม

อันที่จริงคนที่ไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดของวังปารุสก์ อาจเข้าใจผิดว่าวังแห่งนี้มีพระตำหนักเพียงแห่งเดียวคือพระตำหนักปารุสกวัน (ตำหนักใต้) แต่อันที่จริงยังพระตำหนักจิตรลดา (ตำหนักเหนือ) อีกองค์หนึ่ง ซึ่งพระตำหนักจิตรลดานี้ รัชกาลที่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงสร้างเพื่อพระราชทานแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่รัชกาลที่ เมื่อครั้งยังไม่ได้ขึ้นทรงราชย์ ทรงดำรงพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร โดยทรงแลกที่ดินที่พระตำหนักจิตรลดากับที่ดินท่าวาสุกรี ของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ แล้วสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์จึงทรงใช้พระตำหนักจิตรลดาเป็นที่ทรงงาน แต่ปัจจุบันพระตำหนักจิตรลดาใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ตำรวจไทย ส่วนพระตำหนักปารุสกวัน แต่เดิมเคยเป็นที่ทำการของรัฐบาลสมัยที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แต่ปัจจุบันทำเป็นพิพิธภัณฑ์วังปารุสกวัน โดยยังคงใช้ห้องชั้นล่างของพระตำหนักแห่งนี้เป็นห้องประชุม หรือเป็นที่รับแขกสำคัญของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ผู้ที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์วังปารุสก์ ต้องทำหนังสือของอนุญาตเข้าชมเป็นหมู่คณะ เพราะปัจจุบันยังอยู่ในเขตที่ทำการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และแนะนำว่าขอเข้าชมในวันเสาร์หรืออาทิตย์ เพราะสะดวกในการเข้าชม โดยจะมีเจ้าหน้าที่นำชม แต่มีข้อห้ามคือไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพอาคารรอบ ๆ พระตำหนัก เพราะเป็นที่ทำการของเจ้าหน้าที่ 

ขอขอบคุณนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

หากคุณผู้อ่านคอลัมน์ต้องการจะเข้าชมพระตำหนังปารุสก์พร้อมกับคณะผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า โปรดติดต่อ 091 7233615 โดย Mr. Flower จะทำหนังสือขอพาผู้อ่านเข้าชมพระตำหนักอีกครั้งในเดือนช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower