นายกฯ นำแถลงปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายแก๊งลับลอบใช้ไฟหลวง ขุดบิตคอยน์ เสียหาย 280 ล้าน

นายกฯ นำแถลงปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายแก๊งลับลอบใช้ไฟหลวง ขุดบิตคอยน์ เสียหาย 280 ล้าน

นายกฯ นำแถลงปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายแก๊งลับลอบใช้ไฟหลวง ขุดบิตคอยน์ เสียหาย 280 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.46 น.

“นายกฯ”นำแถลงปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายแก๊งลับลอบใช้ไฟหลวง ขุดบิตคอยน์ เสียหาย 280 ล้าน ยึดของกลาง 200 ล้านบาท ลั่น”กฟน.-กฟภ.”ต้องรู้เรื่อง ตามยึดทรัพย์จ่ายคืนค่าเสียหาย สั่ง”ศุลกากร”วางหลักเกณฑ์นำเข้า ขอ ปชช.มั่นใจ ตามลากคนผิดลงโทษ เตือนอย่าหลงเป็นเหยื่อเอี่ยวธุรกิจผิด

23 กรกฎาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT บุกตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมแถลงข่าว

โดย นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามทางเทคโนโลยีทุกรูปแบ บโดยเฉพาะการลักลอบการใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการขุดเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการเอาเปรียบสังคมสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ กระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อของการบังคับใช้กฎหมายของประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ให้ร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อสืบสวนขยายผล และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นายทุน ผู้สนับสนุน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องโดยไม่มีการละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ

นายกฯ กล่าวว่า การดำเนินการของรัฐไม่ได้มุ่งหมายเพียงการจับกุมหรือยึดของกลางเท่านั้น แต่มุ่งตัดวงจรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์พร้อมทั้งจะใช้มาตรการทางกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการดำเนินคดี การติดตามทรัพย์สิน และการขยายผลไปยังเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ โดยที่รัฐบาลจะสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัลที่ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม แต่จะไม่ยอมให้ใช้เทคโนโลยีเป็นช่องทางในการลักลอบใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสาธารณูปโภคของประเทศ

ดังนั้น ขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับการเฝ้าระวัง และการตรวจสอบเชิงรุกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และจะรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน และสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับความเสียหายสูงสุดของการลักลอบใช้ไฟฟ้าสาธารณะ คือการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการลักลอบต่อสายตรงผ่านหม้อแปลงต่างๆ ซึ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ใช้กระแสไฟฟ้าจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐ จึงต้องทีการดำเนินการอย่างเต็มที่ยึดทรัพย์อย่างเดียวไม่พอ เพราะทรัพย์สินเหล่านี้จะมีมูลค่าต่อเมื่อเอามาประกอบธุรกรรม แต่ถ้าแยกชิ้นส่วนขายทอดตลาดแทบจะไม่มีราคา เพราะทรัพย์สินทางด้านเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และเกิดความเสียหายง่าย

“จับมาแล้วนำมายึดอายัดไว้ภายใน 2 – 3 เดือน ของเหล่านี้ก็หมดสภาพ เราจึงไม่เน้นเรื่องนี้ แต่จะเน้นว่าใครเป็นผู้สนับสนุน ผู้ประกอบการ หรือใครเป็นลูกค้า และมีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดที่ปล่อยให้มีการลักลอบใช้ไฟฟ้า โดยที่จะบอกว่าไม่ทราบไม่ได้ เพราะการใช้กระแสไฟฟ้าจำนวนมากขนาดนี้ ผมมั่นใจว่า ทางการไฟฟ้าภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง จะต้องมีมีระบบมอนิเตอร์ว่ากระแสไฟถูกนำไปใช้ต้นทาง และปลายทางถูกนำไปแยกสายโดยที่ทำให้ไม่อยู่ในระบบ เราจึงต้องติดตามดำเนินคดียึดทรัพย์ยึดเงินลงทุนต่างๆให้เป็นของรัฐมากที่สุด เพื่อทดแทนความเสียหายที่พวกเขาได้ทำไป” นายกฯ กล่าว

นอกจากนี้ นายกฯ ระบุว่า จะสั่งการให้กรมศุลกากรได้เข้ามาช่วยวางหลักเกณฑ์ว่าของเหล่านี้เข้ามาในประเทศได้อย่างไร เพราะไม่ได้เมดอินไทยแลนด์แน่นอน แต่เป็นการนำเข้า ต้องตรวจสอบว่านำเข้ามาเป็นสินค้าอะไร และนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณรมว.ยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ปฏิบัติภารกิจนี้ด้วยความเข้มแข็ง สามารถทลายเครือข่ายขุดบิตคอยน์ได้อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลให้คำยืนยันอีกครั้งว่า เราจะบังคับใช้กฎหมายเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขยายผลดำเนินคดีต่อไป และขอเตือนไปยังผู้ที่ประกอบธุรกิจเช่นนี้ว่าขอให้เลิก เพราะการตรวจสอบการขยายผลจะเข้มข้นไปเรื่อยๆ ถึงจุดหนึ่งฝ่ายปกครอง และตำรวจแต่ละพื้นที่จะรับช่วงต่องานนี้ไป ดังนั้น ท่านจะไม่รอดเป็นอันขาด และขอเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเป็นเหยื่อธุรกิจเช่นนี้ เพราะเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ไม่สามารถฟ้องร้องค่าเสียหาย และไม่สามารถเรียกทรัพย์สินอื่นๆมาทดแทนได้แต่อย่างใด ถ้าอยากจะลงทุนให้ไปลงทุนในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าให้มิจฉาชีพเหล่านี้มาสร้างความไม่มั่นคงกับเงินออมเงินเก็บของพวกท่าน เพราะจะไม่มีทางได้กลับคืนมาอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลทั่วไป พร้อมตรวจยึดเครื่องขุดจำนวนมากที่เชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ดีเอสไอร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT เข้าตรวจค้น 7 จุดในจังหวัดสมุทรสาคร และนครปฐม หลังพบเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ด้วยการต่อตรงระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 22 กิโลโวลต์ โดยไม่ผ่านเครื่องวัดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริเวณ (บูชชิ่ง) ด้านแรงสูงของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งได้ตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจากทั้ง 2 จุด ได้ประมาณ 1,900 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้าในโรงงานทั้ง 2 แห่ง เบื้องต้นประมาณ 280 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้เข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัย และสำนักงานของกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง รวม 5 แห่ง ในพื้นที่จ.สมุทรสาคร และจ.นครปฐม โดยตรวจพบผู้เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจยึดเอกสาร และพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก ซึ่งสามารถขยายผลดำเนินคดี รวมถึงอาจนำไปสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากคดีที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

Leave a comment