ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน

ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน

ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.44 น.

ครม. น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ สิ้นพระชนม์ รัฐบาลสั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี

12 มิถุนายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ พิเศษ/2569 มีมติหลังจากทราบจากแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมนำคณะรัฐมนตรียืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 

โดยได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการและการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีพระศพ เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ดังนี้

1. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

2. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม

 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ ดังนี้ 

(1) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ และกราบบังคมทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นองค์ที่ปรึกษา รวมทั้งให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เช่น ฝ่ายอำนวยการจัดงานพระราชพิธี ฝ่ายจัดการพระราชพิธี ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุ สิ่งปลูกสร้าง ราชรถ พระยานมาศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และแจ้งส่วนราชการให้จัดข้าราชการไปร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 100 วัน เป็นประจำทุกวัน

(2) กระทรวงวัฒนธรรม (กรมศิลปากร) ดูแลรับผิดชอบในเรื่องรูปแบบพิธีและการจัดสร้างพระเมรุ

(3) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดผลัดเวรเฝ้าฯ ของคณะรัฐมนตรีไปเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม

(4) กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครจัดกิจกรรม ถวายเป็นพระกุศลเพื่อให้ประชาชนร่วมในการถวายสักการะแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

(5) กรมประชาสัมพันธ์รับไปดำเนินการเผยแพร่พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษด้วย

ชัชชาติ บอกยินดี! จิรายุ-คริส ยื่น ป.ป.ช. สอบปมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ

ชัชชาติ บอกยินดี! จิรายุ-คริส ยื่น ป.ป.ช. สอบปมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ

ชัชชาติ บอกยินดี! จิรายุ-คริส ยื่น ป.ป.ช. สอบปมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.43 น.

“ชัชชาติ”บอกยินดี! “จิรายุ-คริส”ยื่น ป.ป.ช. รอดูหลักฐาน-จะรับฟ้องหรือไม่ ขอบคุณ”สส.แบงค์”ช่วยไปเร่งทุจริตลู่วิ่ง ลั่นไม่กังวลคะแนนขึ้น-ลงเป็นธรรมดา มุ่งแต่ดีเบต-หาเสียง-ทำนโยบาย

12 มิถุนายน 2569 ที่โรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา วัดทองบน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สัมภาษณ์ในระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงเขตยานนาวา ถึงกรณี นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และ นายคริส โปตระนันทน์ ไปร้อง ป.ป.ช.กล่าวโทษ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. , รองผู้ว่าฯ กทม.และคณะกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้อง กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. ฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยเห็นว่าบุคคลดังกล่าวมีเจตนาให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง โดยผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าทั้งสองคนมั่นใจในพยานหลักฐานมาก

นายชัชชาติ กล่าวว่า ใครก็ยื่นได้ ไม่ได้ว่าต้องมีหลักฐานแค่ไหน ใครอยากจะยื่นอะไรก็ยื่น ท่านศรีสุวรรณก็ยื่นร้องตนมาเป็น 10 แล้ว ก็แล้วแต่ เราก็มั่นใจว่าทำทุกอย่างถูกระเบียบ ไม่มีปัญหา ยินดี คุณคริสกับคุณจิรายุไปยื่นก็ไม่เป็นไร ให้ ป.ป.ช.ตัดสินว่าท่านมองอย่างไร จะรับฟ้องหรือไม่ เราพร้อม ยืนตรงๆ มา 4 ปีกว่าแล้ว ก็ดูว่าหลักฐานจะเป็นอย่างไร ถ้าเกิดมีหลักฐานก็ไม่รู้ว่าท่านเปิดมาให้เราดูหรือไม่ ก็ยังไม่เห็น แต่ขอให้ยื่นในข้อเท็จจริงด้วย และต้องไปติดตามด้วยว่ายื่นแล้วมันเป็นมรรคเป็นผลอย่างไร ผมเชื่อว่าเราทำทุกอย่างตรงๆ ไม่ได้มีอะไร

ส่วนกรณี สส.แบงค์ ไปติดตามถาม ป.ป.ช.เรื่องทุจริตเครื่องออกกำลังกาย นายชัชชาติ กล่าวว่า เราก็ยืนยันว่าขบวนการยังไม่สิ้นสุด ก็มีทั้งขบวนการ ป.ป.ช.ที่ยังเดินต่อ ขบวนการของกรุงเทพฯ เอง ที่คณะกรรมการให้ตรวจสอบใหม่ ก็ยังไม่สุด ก็ขอบคุณ ส.ส.แบงค์ ที่ช่วยไปเร่ง ป.ป.ช.ให้ เพราะว่าขบวนการมีขั้นตอนยาว ป.ป.ช.เองที่เรายื่นไป ยังไม่มีผลออกมา ก็ฝากถ้าคุณแบงค์ไปถาม ป.ป.ช.ก็ดีเลย จะได้ช่วยดู รู้ว่าไปถึงไหนแล้ว ช่วยกันเร่งรัดด้วย

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก นายชัชชาติ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ ตนเองไม่มีเวลาไปดู ก็พยายามดูตรงไหนมีอะไรที่จะปรามตักเตือนกันได้ ก็ให้ทำ แต่เรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลเราไม่อยากทำ ก็เตือนก่อน ตนไม่รู้รายละเอียดเลยว่าเคสไหนเป็นอย่างไร เพราะมัววุ่นแต่เตรียมดีเบต เตรียมหาเสียง คิดนโยบาย เราพัฒนานโยบายตลอด จาก 251 ตอนนี้เพิ่มไปเป็น 260 แล้ว

เมื่อถามกรณีมีหนึ่งในผู้สมัครฯ ส.ก.ทำโบรชัวร์ปลอมของนายชัชชาติ ได้สืบหาหรือยังว่าเป็นเขตไหน นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่รู้เลย ต้องถามทางฝ่ายกฎหมาย ดูอยู่ สำคัญคืออย่าให้ประชาชนเข้าใจผิด แต่ไม่รู้ว่ามีเขตไหนบ้าง เห็นมีในข่าว แต่เราไม่มีเวลาลงไปดู ฝ่ายกฎหมายดำเนินการอยู่

เมื่อถามถึงเรื่องคะแนนช่วงนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า เป็นธรรมดา ทุกคนก็มีขึ้นๆ ลงๆ ก็ให้ประชาชนตัดสินใจดีที่สุด เราไม่ได้กังวล ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แล้วแต่ประชาชนตัดสินใจ เราก็ยืนหยัดพร้อมกับการตรวจสอบทุกอย่าง ไม่ได้กังวลเรื่องคะแนน แต่กังวลเรื่องนโยบายว่าจะทำอะไรให้ดีที่สุดมากกว่า

นอกจากนี้ ยังตอบประเด็นของ พ.ร.บ.กทม. ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ อีก ถ้ามีฉบับใหม่ หลังใช้ฉบับเดิมมา 40 ปี จะช่วยให้การบริหารของ กทม.มีประสิทธิภาพมากขึ้น ว่า จริงๆ แล้วก็รวบรวมจุดอ่อน แต่ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน เพราะมีหลายร่าง เข้าใจว่าทาง สส.พรรคประชาชน ก็มีการยื่นไป

เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ พ.ร.บ.กทม.ไม่ใช่อำนาจของ ผู้ว่าฯ เป็นอำนาจของสภาใหญ่ ก็ต้องฝากท่าน สส.กทม.ช่วยกันผลักดันตรงนี้ให้ด้วย ส่วนของ กทม.เอง เรายื่นไปก็ผ่านมหาดไทยแล้ว ต้องรอเข้า ครม. ของ กทม.เราเน้นเรื่องอำนาจที่เหมาะสม เช่น ดูแลเรื่องการจราจร รถขนส่งสาธารณะ เรื่องผิดกฎหมายต่างๆ การเก็บภาษีน้ำมัน ภาษีโรงแรมเพิ่ม ซึ่งปัจจุบัน กทม.ยังไม่มีอำนาจ รวมถึงการเลือกตั้งในระดับ ผอ.เขต เน้นเป็นโซน ไม่ได้เลือก ผอ.ทุกเขต ก็จะทำให้โครงสร้างมีการกระจายอำนาจ แล้วก็ตอบโจทย์ประชาชนในปัจจุบันมากขึ้น เพราะ พ.ร.บ.เก่าตั้งแต่ปี 2528 หลายๆ อย่างเปลี่ยน มิติของเมืองไปแล้ว ก็เชื่อว่าจะทำให้มีการบริหารราชการมากขึ้น แต่เราไม่สามารถรอ พ.ร.บ.ได้ กทม. ผู้ว่าฯ เองต้องเอาสิ่งที่มีอยู่ทำให้ดีที่สุด ต้องปรับปรุงโครงสร้างตั้งแต่ยังไม่มี พ.ร.บ.ใหม่ ในเงื่อนไขที่เรามีในปัจจุบัน (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จิรายุ-คริส บุก ป.ป.ช. ร้องตรวจสอบ ชัชชาติ ตั้งผอ.เขต-ผู้ตรวจ มิชอบ)

รัฐสภาลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

รัฐสภาลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

รัฐสภาลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.02 น.

12 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากรัฐสภา ว่า ภายหลังจากมีประกาศสำนักพระราชวัง ถึงการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยเวลา 08.00 น. รัฐสภาได้เชิญธงชาติไทยตามปกติ ก่อนจะลดธงลงครึ่งเสาในช่วงสาย ขณะที่บรรดาข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงสื่อมวลชน พร้อมใจกันสวมชุดสีดำ เพื่อถวายความอาลัย

ประกาศสำนักนายกฯ ข้าราชการไว้ทุกข์ 15 วัน ประชาชนพิจารณาตามความเหมาะสม

ประกาศสำนักนายกฯ ข้าราชการไว้ทุกข์ 15 วัน ประชาชนพิจารณาตามความเหมาะสม

ประกาศสำนักนายกฯ ข้าราชการไว้ทุกข์ 15 วัน ประชาชนพิจารณาตามความเหมาะสม

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.20 น.

12 มิถุนายน 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๙ นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง จึงเห็นสมควรประกาศดังต่อไปนี้

๑. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

๒. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

นายกฯ ยันไม่งดคอนเสิร์ต-งานรื่นเริง แนะยืนถวายอาลัยก่อนเริ่มงาน

นายกฯ ยันไม่งดคอนเสิร์ต-งานรื่นเริง แนะยืนถวายอาลัยก่อนเริ่มงาน

นายกฯ ยันไม่งดคอนเสิร์ต-งานรื่นเริง แนะยืนถวายอาลัยก่อนเริ่มงาน

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.43 น.

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ โดยระบุว่าวาระสำคัญคือการเตรียมการงานพระราชพิธีต่างๆ รัฐบาลได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานอย่างดีที่สุด สำหรับแนวทางการไว้อาลัยนั้น ขอให้ทุกภาคส่วนยึดถือและปฏิบัติตามแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังอย่างเคร่งครัด ซึ่งในช่วงเวลานี้ส่วนราชการก็อยู่ในช่วงการไว้ทุกข์ในวาระของสมเด็จพระพันปีหลวงอยู่แล้ว จึงถือเป็นช่วงเวลาปฏิบัติที่ต่อเนื่องกัน

การปรับแผนภารกิจและการเดินทางไปต่างประเทศ

ในส่วนของภารกิจการเดินทางไปต่างประเทศของคณะรัฐบาล นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะไม่มีการยกเลิกกำหนดการเดิมที่มีการนัดหมายกับผู้นำต่างประเทศไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำชับไปยังรัฐมนตรีและหน่วยงานต่างๆ ว่า หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ขอให้มุ่งเน้นเฉพาะภารกิจหลักที่สำคัญ ตัดกำหนดการอื่นที่ไม่จำเป็นออกไป และใช้ระยะเวลาในการเดินทางให้กระชับที่สุด

การดำเนินชีวิตประจำวันและการจัดงานรื่นเริงของประชาชน

สำหรับการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน รัฐบาลเน้นย้ำว่าทุกคนสามารถดำเนินชีวิตและทำมาหากินเพื่อสร้างรายได้ตามปกติ แม้ว่าทุกคนจะอยู่ในภาวะโศกเศร้าเสียใจ แต่การดำเนินชีวิตยังคงต้องเดินหน้าต่อไป นอกจากนี้ งานรื่นเริงและคอนเสิร์ตต่างๆ ก็ไม่ได้มีการสั่งงด ผู้จัดงานยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ โดยขอความร่วมมือให้เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัย ซึ่งถือเป็นการแสดงความเคารพที่เหมาะสม ทั้งนี้ นายกฯ เชื่อมั่นว่าประชาชนคนไทยทุกคนทราบดีถึงวิธีการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์

บรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี

ก่อนที่จะเริ่มต้นการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งพร้อมใจกันแต่งกายชุดไว้ทุกข์และเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

ยังไม่มีข้อร้องเรียน! ผอ.กกต.กทม.เผยบรรยากาศหาเสียง ผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. เรียบร้อยดี

ยังไม่มีข้อร้องเรียน! ผอ.กกต.กทม.เผยบรรยากาศหาเสียง ผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. เรียบร้อยดี

ยังไม่มีข้อร้องเรียน! ผอ.กกต.กทม.เผยบรรยากาศหาเสียง ผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. เรียบร้อยดี

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.23 น.

“ผอ.กกต.กทม.”เผยบรรยากาศหาเสียง”ผู้ว่า กทม.-ส.ก.”เรียบร้อยดี ยังไม่มีข้อร้องเรียนการเลือกตั้ง มองจัดอบรม กปน.ไม่ช้าไป เตรียมตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว 50 ชุด 50 เขต พร้อมปฏิบัติหน้าที่ 16 มิ.ย.นี้

12 มิถุนายน 2569 ที่บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่แจ้งวัฒนะ ว่าที่ร้อยตรี ดร.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) กล่าวถึงการจัดอบรมวิทยากรเขตเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า วันนี้เป็นการจัดอบรมวิทยากรประจำเขตเขตละ 6 คน จำนวน 300 คน ซึ่งวิทยากรที่เข้าร่วมอบรมในวันนี้จะนำความรู้ ไปอบรมต่อกรรมการประจำหน่วย (กปน.) หน่วยละ 11 คน ใน6,628 หน่วย จำนวน 72,908 คน ซึ่งการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง นี้ถือว่าอยู่ในไทม์ไลน์ไม่ได้ช้าเกินไป

ส่วนข้อร้องเรียนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง กทม. ทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และการเลือกตั้ง ส.ก. ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน และยังไม่พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับป้ายหาเสียง

สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้าย จากรายงานการหาเสียงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพฯ ได้ให้ความรู้กับผู้สมัครไปตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ซึ่งตอนนี้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 8 คนในการเข้าพื้นที่ ในการสังเกตการณ์การหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร ส่วนที่มีกระแสข่าวการวิพากษ์วิจารณ์ฝั่งตรงข้ามตอนนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่าเป็นการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ขณะที่ชุดเคลื่อนที่เร็วจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายนเป็นต้นไป  ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งทั้งหมด 50 ชุด 50 เขต ซึ่งชุดเคลื่อนที่เร็วถือว่ามีความเพียงพอในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง แต่สำหรับวันเลือกตั้งจะมีการตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดละ 3 คน อีก 88 ชุด 88 สถานี และมีชุดประจำคอยอำนวยความสะดวกแต่ละสถานีอีก 88 สถานี สถานีละ 5 คน ตอนนี้สำนักงานตำรวจนครบาลได้ของบประมาณมาแล้ว เพื่อดำเนินการตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงวันเลือกตั้งและในวันเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ในการปราศรัยจะมีการแจ้งสถานที่มายัง กกต.อยู่แล้ว ก็จะลงไปสังเกตการณ์ในทุกพื้นที่ และชุดเคลื่อนที่เร็วก็จะเข้าไปสังเกตการณ์ทุกเวทีที่มีการปราศรัย

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ยังกล่าวถึงข้อควรระวังในช่วงหาเสียง ว่า ต้องระวังในเรื่องการสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด การไปร่วมพิธีหรือร่วมงานต่างๆจะต้องไม่เป็นลักษณะจัดเตรียม หรือจะให้ทรัพย์สินประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมแก่วัด ชุมชน หรือมูลนิธิ นอกจากนี้ ยังต้องระวังเรื่องการจัดมหรสพจัดงานรื่นเริงการจัดเลี้ยง และเรื่องการหลอกลวง จูงใจ ใส่ร้าย ใช้อิทธิพลคุกคาม

คิดได้ไง เหมือนมีหัวไว้คั่นหู! ที่ปรึกษาปธ.สภา ฉะคนวิจารณ์ โสภณ ปมนโยบายเคารพธงชาติ

คิดได้ไง เหมือนมีหัวไว้คั่นหู! ที่ปรึกษาปธ.สภา ฉะคนวิจารณ์ โสภณ ปมนโยบายเคารพธงชาติ

คิดได้ไง เหมือนมีหัวไว้คั่นหู! ที่ปรึกษาปธ.สภา ฉะคนวิจารณ์ โสภณ ปมนโยบายเคารพธงชาติ

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.17 น.

ที่ปรึกษาปธ.สภา เผยตรวจปัสสาวะ ตร.สภาฯ ไม่พบฉี่ม่วง แม้แต่คนเดียว จ่อตรวจซ้ำปีละ 2 ครั้ง พ่วงขรก. ส่วน สส. รอด เหตุไม่มีอำนาจ ฉะคนวิจารณ์ โสภณ ปมนโยบายเคารพธงชาติ คิดได้ไง เหมือนมีหัวไว้คั่นหู ยันไม่ได้แก้ยาเสพติดเฉพาะบุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้ทนราษฎร แถลงถึงผลการตรวจหาสารเสพติดของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า จากการตรวจของแพทย์ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐสภารายใดพบสารเสพติดในร่างกายแม้แต่คนเดียว ทั้งนี้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ มีนโยบายที่ให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบสมรรถภาพร่างกายของบุคลากรรัฐสภา เบื้องต้นการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายนั้นจะทำต่อเนื่อง ซึ่งอาจตรวจปีละ 2 ครั้ง รวมไปถึงบุคลากรส่วนอื่นของสภาฯด้วย ขณะที่สส.นั้นไม่มีอำนาจที่จะไปตรวจสอบ อย่างไรก็ตามการตรวจหาสารเสพติดดังกล่าวเพื่อหาสาเหตุและนำตัวไปบำบัดรักษา ไม่ใช่ต้องการจับกุม 

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวถึงกรณีที่สส.วิจารณ์การทำงานของประธานสภาว่าทำงานที่ไม่ใช่หน้าที่ และเน้นเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์ ว่า ข้อเท็จจริงแล้วโครงการแก้ปัญหายาเสพติดนายโสภณได้ทำไว้ก่อนที่เข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ และเมื่อมีตำแหน่งการลงพื้นที่ที่จ.บุรีรัมย์คือการติดตามงาน ทั้งนี้หน้าที่ของประธานสภาฯ เหมือน กับสส. ที่ต้องลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ประชาชน ดังนั้นหน้าที่ของประธานสภาฯ คือการทำงานให้ประชาชน ซึ่งงานแก้ปัญหายาเสพติด ที่ผ่านมาประธานสภาฯ ได้ประชุมร่วมกันหลายหน่วยงานเพื่อต้องการแก้ปัญหา ดังนั้น จะไม่ได้ทำเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น ต่อไปจะมีขึ้นอีกในหลายพื้นที่

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่าส่วนที่มีคนวิจารณ์นโยบายของประธานสภาฯ ที่ให้เคารพธงชาติช่วงเวลา 08.00 น. และเวลา 18.00 น.นั้น ตนขอถามว่าไม่ดีอย่างไร เพราะเป็นการแสดงความเคารพ ซึ่งธงชาติเป็นสัญลักษณ์ของเอกราช อธิปไตยไทย และรำลึกถึงความเสียสละบรรพบุรุษ และถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

“คนที่ออกมาพูดตำหนินั้น ผมมองว่าคิดน้อยไป ใช้อะไรคิด คุณก็มีหัว มีสมอง ไม่ใช่มีหัวไว้คั่นหู” พล.ต.ต.วิชัย กล่าว

กกต.อบรมวิทยากรเขต เตรียมพร้อม กปน.จัดเลือกตั้ง กทม. 28 มิ.ย.นี้

กกต.อบรมวิทยากรเขต เตรียมพร้อม กปน.จัดเลือกตั้ง กทม. 28 มิ.ย.นี้

กกต.อบรมวิทยากรเขต เตรียมพร้อม กปน.จัดเลือกตั้ง กทม. 28 มิ.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.11 น.

“กกต.”จัดอบรมวิทยากรเขต เตรียมพร้อม กปน.จัดการเลือกตั้ง กทม. 28 มิ.ย.นี้ “ณรงค์ รักร้อย”เผย”เลือกตั้งต้องฟรีและแฟร์” เป็นธรรมกับผู้สมัคร-ประชาชนใช้สิทธิไม่อยู่ภายใต้การบังคับ

12 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพฯ ร่วมจัดอบรมวิทยากรเขตเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพ มหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ที่บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยก่อนเริ่มการอบรมได้มีการยืนแสดงความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นเวลา 48 วินาที

จากนั้นจึงเข้าสู่พิธีเปิด โดย นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานกล่าวเปิดอบรมวิทยากรเขตเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า เป็นการจัดอบรมเพื่อจะได้เห็นความพยามของทุกคนในการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ และทุกคนคงทราบดีว่าการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น มีอุปสรรคอย่าง ไรเกี่ยวกับกรรมการประจำหน่วย (กปน.) แต่ครั้งนี้แม้จะมีจำนวน กปน.ที่ทำงานน้อยลงมาจากการเลือกตั้งใหญ่ แต่ก็น่าจะมีการร้องเรียนเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน.อีกเช่นเดิม เพราะจากประสบ การณ์ของตนเองจะมีหลายวิธีการที่ทำให้ กปน.ได้รับความกดดัน ฉะนั้น ตนเชื่อว่าแม้คิดว่าเราเตรียมตัวดีแล้ว แต่เมื่อถึงสถานการณ์จริง สิ่งที่เตรียมไว้ก็หายไปหมด และจำเป็นต้องเดินไปตามสถานการณ์จริง จึงเข้าใจทุกคนในฐานะที่เป็น กปน.และวิทยากรเขต ดังนั้น วันเลือกตั้ง กทม.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการบริหารราชการกรุงเทพมหานครและเป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้งในการพัฒนากรุงเทพมหานคร ตนเชื่อว่าผู้อบรมในห้องนี้เกือบร้อยเปอร์ เซ็นต์เป็นคนกรุงเทพฯและน่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่ง กกต.รวมถึง กปน.เป็นคนที่คุมกติกาเพื่อทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม

นายณรงค์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งต้อง “ฟรีและแฟร์ล” “แฟร์” คือ ผู้สมัครทุกคนต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับการเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ “ฟรี” คือ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถแสดงเจตจำนง ถ้าอย่างเต็มที่ไม่อยู่ภายใต้การถูกบังคับคุกคามหรืออามิสสินจ้าง นี่คือหลักสากลของการเลือกตั้ง จึงต้องฝากเรื่องนี้ให้วิทยากรทุกคนอธิบายต่อ กปน.

สำหรับผู้เข้ารับอบรมครั้งนี้มีจำนวน 300 คน จาก 50 เขตเลือกตั้ง เขตละ 6 คน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ กปน. 6,628  หน่วย จำนวน 72,908 คน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และมีทักษะในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งในการอบรมครั้งนี้

โดยผู้เข้าร่วมการอบรมได้รับฟังการบรรยายและการให้ความรู้ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ประกอบด้วย หัวข้อ “หน้าที่และการใช้อำนาจเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” หัวข้อ “การฝึกการปฏิบัติการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง” โดยมีทั้งหมด 4 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 ก่อนวันเลือกตั้ง ฐานที่ 2 การออกเสียงลงคะแนนในวันเลือกตั้ง ฐานที่ 3 การนับคะแนนการเลือกตั้งหลังการปิดการออกเสียงลงคะแนน ฐานที่ 4 การดำเนินการภายหลังการนับคะแนนเลือกตั้ง

แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์

แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์

แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.44 น.

12 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ โดยมีใจความสำคัญว่า

พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน

สำนักพระราชวังได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้สิ้นพระชนม์แล้ว นำมาซึ่งความโทมนัสสุดอาลัยต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน

ไม่มีถ้อยคำใดที่จะสามารถบรรยายความรู้สึกของพสกนิกรชาวไทยได้อย่างครบถ้วน เพราะความสูญเสียครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงข่าวร้ายที่ประชาชนได้รับรู้ หากเป็นความอาดูรสุดที่จะประมาณที่เกิดขึ้นในดวงใจของผู้คนทั้งชาติ

ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นที่รัก เคารพ และเทิดทูนของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงเป็นเจ้าฟ้าราชนารีผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงาม เป็นแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ และประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงพระองค์เป็นขัตติยนารีผู้ทรงคุณูปการยิ่งแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และกำลังพระทัย ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการสร้างสรรค์สังคมที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์

พระปรีชาสามารถอันรอบด้าน ทั้งในฐานะนักกฎหมาย นักการทูต นักสังคมสงเคราะห์ ล้วนเป็นแบบอย่างการดำรงพระองค์ให้คนไทยเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง กล้าที่จะใฝ่ฝัน มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง และใช้ความรู้ความสามารถเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

แม้วันนี้ ขัตติยนารีผู้ทรงเป็นความภาคภูมิใจของแผ่นดินไทย ได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระปณิธานในการสร้างสังคมแห่งความเมตตา ความยุติธรรม และความเสมอภาค จะยังคงดำรงอยู่เป็นมรดกทางคุณธรรมของชาติ เป็นดั่งประกายแสงแห่งเพชรที่ส่องนำทางแก่คนไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบไป

ในการนี้ กระผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยการตั้งมั่นอยู่ในความดี การมีเมตตาต่อกัน การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และการทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่พระองค์ทรงยึดถือและทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างมาตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อถวายเป็นกำลังพระราชหฤทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้

กระผมในนามของรัฐบาล ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทั้งในและนอกราชอาณาจักร ขอน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ขอให้พระเกียรติคุณ พระจริยวัตร และพระกรุณาธิคุณ สถิตเป็นมิ่งขวัญ เป็นแสงสว่างแห่งเพชรในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์

ทำเนียบฯ ลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ทำเนียบฯ ลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ทำเนียบฯ ลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.19 น.

12 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทำเนียบรัฐบาล ภายหลังจากมีประกาศสำนักพระราชวังถึงการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา โดยเวลา 08.00 น. ทำเนียบฯ เชิญธงชาติไทยตามปกติ ที่หน้าตึกสันติไมตรี และด้านบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะลดธงลงครึ่งเสาในช่วงสาย ขณะที่บรรดารัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงสื่อมวลชน พร้อมใจกันสวมชุดสีดำ เพื่อถวายความอาลัย

โดยเวลา 08.56 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯ ก่อนเวลา 10.00 น. เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ไปตึกบัญชาการ 1 เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อหารือมอบหมายภารกิจถวายงานพระราชพิธี

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ครม. รัฐมนตรีหลายคนได้เดินทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า หารือกับนายกฯ อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม , นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข , นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร