
20 ส.ค. 2569 12:05 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“ทรัมป์” อวดโฉม “ลานจอดเฮลิคอปเตอร์” ใหม่แกะกล่องกลางทำเนียบขาว เดินหน้าโปรเจกต์ก่อสร้างใหม่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พาสื่อชมลานจอดเฮลิคอปเตอร์แห่งใหม่บริเวณสนามหญ้าด้านใต้ของทำเนียบขาว พร้อมเปิดเผยรายละเอียดโครงการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ ขณะที่การก่อสร้างห้องบอลรูมขนาดใหญ่ยังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องการรื้อพื้นที่ประวัติศาสตร์และข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของรัฐ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดตัว ลานจอดเฮลิคอปเตอร์แห่งใหม่ของทำเนียบขาว เมื่อวันพุธ พร้อมพาสื่อมวลชนเดินชมพื้นที่ก่อสร้างบริเวณสนามหญ้าด้านใต้ของทำเนียบขาว ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายโครงการก่อสร้างและปรับปรุงครั้งใหญ่ที่รัฐบาลทรัมป์กำลังเร่งดำเนินการ เพื่อทิ้งผลงานและสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ทรัมป์ ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างพาชมพื้นที่ว่า “สิ่งหนึ่งที่ผมรู้วิธีทำก็คือการก่อสร้าง” พร้อมแสดงความสนใจในรายละเอียดของงาน ตั้งแต่การวางเสาหลัก การตัดแผ่นหินแกรนิต ไปจนถึงการปรับพื้นผิวและกำจัดหลุมบ่อ
ทรัมป์กล่าวว่า ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ปูด้วยหินแกรนิต เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ Marine One รุ่นใหม่ที่จะเข้าประจำการ อาจสร้างความเสียหายหรือทำให้สนามหญ้าบริเวณสนามด้านใต้เสียหายจากความร้อนและแรงลมจากใบพัด เขากล่าวว่า การมีลานจอดที่ปูด้วยหินจะช่วยป้องกันไม่ให้สนามหญ้าได้รับความเสียหาย พร้อมระบุว่าโครงการจะแล้วเสร็จทันกำหนดการเยือนสหรัฐฯ ของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในวันที่ 24 กันยายน
ทรัมป์ยังยืนยันว่า ก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้สั่งให้รื้อและทำส่วนหนึ่งของลานจอดเฮลิคอปเตอร์ใหม่ หลังพบว่าพื้นที่เดิมมีความลาดเอียงมากเกินไป แม้การลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนก็ตาม เขากล่าวว่า ต้องการให้ลานจอดใหม่มีลักษณะ “ราบเรียบสนิท” และยอมรับกับกลุ่มคนงานว่า การรื้อและปรับปรุงงานเดิมทำให้โครงการต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ครึ่ง
บริเวณลานจอดจะมีตราประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ฝังอยู่บนพื้น โดยทรัมป์ได้ลงลายมือชื่อไว้ด้านหลังแผ่นหินที่แกะสลักเป็นรูปหัวนกอินทรี ก่อนที่แผ่นหินดังกล่าวจะถูกนำไปติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของตราประธานาธิบดี
นอกจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์แล้ว ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า ทางทำเนียบขาวได้ปรับปรุงถนนทางเข้าด้านหนึ่งที่เดิมเป็นพื้นยางมะตอย โดยเปลี่ยนเป็นหินแกรนิตสีขาวที่นำมาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเขาระบุว่าเป็นหินชนิดพิเศษและเหมาะสมกับทำเนียบขาวมากกว่า ทรัมป์ยังพาสื่อชมการปรับปรุงส่วนต่าง ๆ ของตัวอาคารทำเนียบขาว รวมถึงการลอกสีและทาสีบริเวณด้านหน้าใหม่ พร้อมชี้ให้เห็นพื้นหินและสนามหญ้าที่ได้รับการปรับปรุง
การก่อสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่งผลให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของสนามหญ้าประวัติศาสตร์บริเวณสนามหญ้าด้านใต้ถูกขุดและปรับพื้นที่ ซึ่งสนามแห่งนี้เคยเป็นสถานที่สำหรับเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ หลายครั้ง
หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือการที่อดีตประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน เดินทางออกจากทำเนียบขาวหลังประกาศลาออกจากตำแหน่งในปี 1974 และพื้นที่ดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับพิธีการสำคัญด้านการทูต รวมถึงการลงนามข้อตกลงออสโลในปี 1993
การเดินหน้าก่อสร้างอย่างต่อเนื่องของทรัมป์ในสมัยที่สอง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะโครงการก่อสร้าง ห้องบอลรูมขนาดประมาณ 90,000 ตารางฟุต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรื้อพื้นที่บริเวณปีกตะวันออกของทำเนียบขาว
แม้ห้องบอลรูมจะไม่ได้อยู่ในเส้นทางการเดินชมครั้งนี้ แต่ทรัมป์กล่าวถึงโครงการดังกล่าวหลายครั้ง โดยระบุว่าโครงการจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความมั่นคงใต้ดิน รวมถึงบังเกอร์ลับและพื้นที่สำหรับโดรนบนหลังคา ทรัมป์ถึงกับเรียกโครงการนี้ว่า “ศูนย์บัญชาการทางทหารผสมห้องบอลรูมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”
อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวเผชิญกระบวนการทางกฎหมาย โดยรัฐบาลทรัมป์ได้ยื่นเรื่องต่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ ขอให้อนุญาตให้สามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อได้ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่คิดว่าศาลสูงสุดจะมีคำตัดสินที่ขัดขวางโครงการ และบอกว่าแทบไม่สามารถจินตนาการถึงสถานการณ์ดังกล่าวได้
เอกสารที่รัฐบาลยื่นต่อศาลระบุว่า การก่อสร้างห้องบอลรูมดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยมีคนงานประมาณ 250 คนทำงานวันละ 20 ชั่วโมง ตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ และโครงการก่อสร้างทั้งหมดมีความคืบหน้าประมาณ 65%
ทรัมป์ยืนยันมาโดยตลอดว่า ห้องบอลรูมจะได้รับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน แต่รายงานข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า มีการใช้งบประมาณจากผู้เสียภาษีจำนวนมากกับโครงการดังกล่าว ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การก่อสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์และห้องบอลรูมเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานขนาดใหญ่ของทรัมป์ในการปรับปรุงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนสิ้นสุดวาระที่สองในเดือนมกราคม 2029 โครงการอื่น ๆ ยังรวมถึงการปรับปรุง สระสะท้อนน้ำหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น และสวนสาธารณะหลายแห่ง ตลอดจนแผนก่อสร้างซุ้มประตูชัยขนาดใหญ่
ประธานาธิบดียังมองถึงการใช้พื้นที่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับการเยือนของผู้นำต่างประเทศ โดยจินตนาการว่าแขกสามารถลงจากรถบนถนนสายใหม่ เดินผ่านทางเดินไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ จัดงานเลี้ยงรับรองกลางแจ้ง ก่อนเข้าสู่ห้องบอลรูม
การพาสื่อเดินชมพื้นที่ก่อสร้างแบบไม่เป็นทางการครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่สองในปีนี้ และสะท้อนให้เห็นว่า งานก่อสร้างและการปรับปรุงสถานที่สำคัญในกรุงวอชิงตันกลายเป็นส่วนสำคัญของภาพลักษณ์และแนวคิดเรื่องมรดกทางการเมืองที่ทรัมป์ต้องการทิ้งไว้ในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ขณะที่โครงการเหล่านี้ยังคงเผชิญทั้งคำถามด้านกฎหมาย งบประมาณ และการอนุรักษ์พื้นที่ประวัติศาสตร์ของทำเนียบขาว.
ที่มา CNN / AFP