พลิกชีวิตเกษตรกร​ด้วย​นวัตกรรม​จาก​ วช.-มธ. ยกระดับ​ผลผลิต​ทุเรียน​ ‘สู่ทุเรียนพันล้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654942

พลิกชีวิตเกษตรกร​ด้วย​นวัตกรรม​จาก​ วช.-มธ. ยกระดับ​ผลผลิต​ทุเรียน​ 'สู่ทุเรียนพันล้าน'

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.06 น.

วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา​ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เยี่ยมชมสวนเกษตร​ผู้ร่วมในโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเกษตรกรไทยสู่ smart farmer (กรณีศึกษาการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเพื่อการส่งออก)” โดย รศ.ดร.วรภัทร วชิรยากรณ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย และ​ นายวัชชิระ สิทธิสาร​ ตัวอย่าง​ เกษตรกร Young Smart Farmer​ ณ​ สวนพุทธรักษา​ จังหวัด​จันทบุรี​ 

ทุเรียนเกรดพรีเมี่ยมตำนานแห่งลุ่มน้ำจันทบูร อำเภอท่าใหม่ จังหวัด​จันทบุรี​ ดินแดนอันชุ่มฉ่ำไปด้วยพืชพรรณที่อุดมสมบูรณ์​ 

นายวัชชิระ สิทธิสาร​ ตัวอย่าง​ เกษตรกร Young Smart Farmer​ เจ้าของสวน​พุทธ​รักษา​ เปิดเผย​ว่า จากการนำเทคโนโลยี​ในโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเกษตรกรไทยสู่ smart farmer” ที่​ วช.ให้การสนับสนุน​ได้นำหลักทางวิชาการจากทีมนักวิจัยจาก​ มธ.มาผสมผสาน​ประยุกต์ใช้​เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิต​ทุเรียน​ให้ทุเรียนมีคุณภาพสูง  ด้วยระบบ GIS-smart farming-iOT นวัตกรรมการจัดการโรครากเน่าโคนเน่า ทดสอบโรคหลังการเก็บเกี่ยว​ ทำให้ทุเรียนที่สวนมีเนื้อกรอบนอกนุ่มใน ไม่เละ เนื้อละเอียดและแห้ง ไม่แฉะมีสีเหลืองอ่อน เมล็ดเล็กและลีบ มีรสชาติอร่อย หวานมันกำลังดี ไม่หวานแหลมจนเกินไป​ และไม่มีกลิ่น​ฉุน​ได้รับมาตรฐาน GAP​ เป็น​ที่ต้องการของตลาดเกิดความภาคภูมิใจ​ในอาชีพเกษตรกร​ ด้วยความรัก ความศรัทธา​ ในอาชีพจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดการพัฒนาโดยเฉพาะสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี​ เพื่อให้คนไทยได้บริโภคทุเรียนที่มีคุณภาพจากฝีมือ​ของคนไทยส่งตรงจากสวน

กรมชลประทาน เดินหน้าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลําไตรมาศแห่งแรกของพังงา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654893

กรมชลประทาน เดินหน้าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลําไตรมาศแห่งแรกของพังงา

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.04 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ที่ศาลากลางจังหวัดพังงา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดหัวงานอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ อ่างเก็บน้ำแห่งแรกของจังหวัดพังงา โดยมีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน นายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 นายสุริยพล นุชอนงค์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมในพิธีดังกล่าว

โดยนายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำลําไตรมาศ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางเหรียง อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นเขื่อนดินแบบแบ่งโซน (Zone Type) ความยาว 322 เมตร เก็บกักน้ำได้ 5.60 ล้าน ลบ.ม. มีที่ดินที่อยู่ในเขตก่อสร้างประมาณ 560 ไร่ 120 แปลง แบ่งเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ จำนวน 21 แปลง เนื้อที่ 74-2-53.20 ไร่ ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ จำนวน 99 แปลง เนื้อที่ประมาณ 457-0-36 ไร่ และพื้นที่แม่น้ำ ลำคลอง ถนน เนื้อที่ 28-1-10.8 ไร่ ซึ่งมีการขออนุญาตใช้พื้นที่ ในเนื้อที่ทั้งหมด 491-1-37 ไร่ ประกอบด้วย ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ 119-3-44 ไร่ ได้รับอนุญาตแล้ว เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 64 ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขาสูง เนื้อที่ 299-1-93 ไร่ ตรวจสภาพป่า (ป.ส.18) เมื่อวันที่ 29 มี.ค.64 และที่ดินในเขตป่าตามมติคณะรัฐมนตรี เนื้อที่ 72 ไร่ ตรวจสภาพป่า (ป.84 – 2) เมื่อวันที่ 2 เม.ย.64 โดยคาดว่าจะสามารถจ่ายค่าชดเชยที่ดินและผลอาสินครั้งที่ 1 ได้ ประมาณเดือนประมาณเดือนมิถุนายน 2565

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำลําไตรมาศ จังหวัดพังงา มีแผนดำเนินการก่อสร้างในปี 2565-2568 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนไว้ใช้เสริมการเพาะปลูกในฤดูฝนหากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง และการปลูกพืชไร่ในฤดูแล้งของฝายคลองลำไตรมาศ ซึ่งมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 6,350 ไร่ และยังใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ในพื้นที่อำเภอทับปุดและพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่โครงการฯ รวมไปถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจให้กับประขาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวอีกด้วย

‘เฉลิมชัย’เปิดหัวงานอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ แหล่งกักเก็บน้ำ การอุปโภค-บริโภค ด้านการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654873

'เฉลิมชัย'เปิดหัวงานอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ แหล่งกักเก็บน้ำ การอุปโภค-บริโภค ด้านการเกษตร

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 17.36 น.

วันที่ 20 พ.ค.65 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมพบปะเกษตรกรในพื้นที่ และเป็นประธานในพิธีเปิดหัวงานอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ โดยมีนางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา หมู่ที่ 3 ต.ถ้ำพุด อ.เมือง จ.พังงา

สำหรับอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ เป็นอ่างเก็บน้ำตัวแรกของจังหวัดพังงา ตั้งอยู่ที่ ต.บางเหรียง อ.ทับปุด จ.พังงา โดยกรมชลประทานมีแผนในการดำเนินการก่อสร้างในปีงบประมาณ 2565 – 2568 วงเงิน 550 ล้านบาท หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนไว้ใช้เสริมการเพาะปลูกในฤดูฝน ระยะฝนทิ้งช่วงและการปลูกพืชไร่ในฤดูแล้งของฝายคลองลําไตรมาศ ซึ่งมีพื้นที่รับประโยชน์เดิม 5,000 ไร่ และสามารถเพิ่มพื้นที่รับประโชน์ได้อีก 1,350 ไร่ รวมพื้นที่รับประโยชน์ 6,350 ไร่ อีกทั้งยังใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคและด้านการเกษตรในท้องที่อําเภอทับปุดและพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดพังงา บรรเทาปัญหาอุทกภัยในขอบเขตพื้นที่โครงการ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจให้กับราษฎรและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ได้เร่งรัดให้จ่ายเงินค่าชดเชยที่ดินและผลอาสินของโครงการอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ ครั้งที่ 1 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2565 นี้

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานมีแผนการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในเขตพื้นที่จังหวัดพังงา ได้มีการขอสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 7 โครงการ ได้แก่ 1.การปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ และสายแยกขวาฝายคลองทับยาว (ปี 2566) 2.ฝายบ้านกะปง (ปี 2567) 3.ฝายบ้านปากพู่ อ.กะปง (ปี 2567) 4.อาคารบังคับน้ำบ้านโตนดินใน อ.ตะกั่วทุ่ง (ปี 2567) 5.อาคารบังคับน้ำคลองน้ำจืด อ.เกาะยาว (ปี 2567) 6.อ่างเก็บน้ำบ้านหินกอง อ.เกาะยาว (ปี 2568-2569) และ 7.อ่างเก็บน้ำคลองลำรูใหญ่ อ.ท้ายเหมือง (ปี 2567-2570)

ทั้งนี้ ภายในงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบพันธุ์กุ้งก้ามกราม ขนาด 5-7 เซนติเมตร จำนวน 100,000 ตัว ให้กับตัวแทนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตอำเภอทับปุด อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง และอำเภอเมืองพังงา จำนวน 50 ราย รายละ 2,000 ตัว มอบพันธุ์ปลาตะเพียนขาว ขนาด 3-5 เซนติเมตร จำนวน 100,000 ตัว และพันธุ์ปลาสุลต่าน ขนาด 3-5 เซนติเมตร จำนวน 100,000 ตัว ให้กับตัวแทนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตอำเภอทับปุด อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง และอำเภอเมืองพังงา จำนวน 50 ราย รายละ 4,000 ตัว มอบพันธุ์กุ้งก้ามกราม ขนาด 5-7 เซนติเมตร จำนวน 60,000 ตัว เพื่อนำไปปล่อยให้กับผู้นำชุมชนอำเภอเมืองพังงา ผู้นำชุมชนอำเภอตะกั่วทุ่ง และผู้นำชุมชนอำเภอท้ายเหมือง รวม 6 ชุมชน มอบพันธุ์ปลาตะเพียนขาว ขนาด 3-5 เซนติเมตร จำนวน 100,000 ตัว และพันธุ์ปลาสุลต่าน ขนาด 3-5 เซนติเมตร จำนวน 100,000 ตัว เพื่อนำไปปล่อยให้กับผู้นำชุมชนอำเภอเมืองพังงา ผู้นำชุมชนอำเภอตะกั่วทุ่ง ผู้นำชุมชนอำเภอท้ายเหมือง ผู้นำชุมชนอำเภอทับปุด และผู้นำชุมชนอำเภอเกาะยาว รวมจำนวน 9 ชุมชน มอบต้นกระท่อมและต้นมัลเบอร์รี่ให้กับตัวแทนเกษตรกร มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ตำบลเกาะยาวใหญ่ อำเภอเกาะยาว จำนวน 24 ราย มอบเวชภัณฑ์ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ (จำนวน 60 ชุด) ให้กับผู้แทนกลุ่มเกษตรกร จำนวน 4 ราย และร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ประกอบด้วย พันธุ์ปูทะเล (ปูดำ) พันธุ์ปูม้า และพันธุ์หอยชักตีน ลงสู่คลองพังงา

‘ประวิตร’ ขับเคลื่อนคณะกรรมการลุ่มน้ำสร้างความมั่นคงทุกมิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654654

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานเปิดการประชุมมอบนโยบาย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยคณะกรรมการลุ่มน้ำ และการอบรม “คณะกรรมการลุ่มน้ำและเครื่องมือขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ” ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำทั่วประเทศ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด คณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำ และหน่วยงานท้องถิ่น รวมมากกว่า 1,200 คน ว่า ปัจจุบันเรามีคณะกรรมการลุ่มน้ำครบทั้ง 22 ลุ่มน้ำแล้ว ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ และองค์กรผู้ใช้น้ำ ทั้งภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคพาณิชยกรรม

ทั้งนี้คณะกรรมการลุ่มน้ำถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับลุ่มน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สามารถสะท้อนแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับลุ่มน้ำ จนถึงระดับประเทศสอดคล้องตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำพ.ศ. 2561 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้สัมฤทธิผลโดยเร็ว ทำให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำของประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยได้เน้นย้ำให้คณะกรรมการลุ่มน้ำเร่งดำเนินการจัดทําแผนแม่บทลุ่มน้ำให้สอดคล้องเชื่อมโยงกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปียุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ

โดยบูรณาการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ครอบคลุมในทุกมิติ พร้อมจัดทําแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและน้ำท่วม ตลอดจนบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะน้ำท่วมโดยดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการจัดทำระบบเตือนภัยน้ำท่วม ให้มีความเหมาะสมสอด คล้องกับสภาพอากาศและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ คณะกรรมการลุ่มน้ำยังต้องให้ความเห็นต่อแผนงานและโครงการที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ
ให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้ง 6 ด้าน และแผนพัฒนาจังหวัด โดยใช้เครื่องมือกลไกระบบบูรณาการแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ(Thai Water Plan: TWP) รวมทั้งดำเนินการร่วมกับทุกหน่วยงานด้านน้ำและกรมประชาสัมพันธ์ ในการส่งเสริมและรณรงค์การสร้างจิตสํานึกให้กับประชาชนในเรื่องทรัพยากรน้ำทุกด้าน

ปศุสัตว์ยันไม่พบไข้หวัดนก ชี้ไทยไม่ระบาดมา14ปี-พร้อมรับมือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654658

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติประกาศพบผู้ป่วยไข้หวัดนก H3N8 ในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เป็นเด็กชาย อายุ 4 ขวบ โดยบ้านผู้ป่วยเลี้ยงไก่และกา อีกทั้งมีเป็ดป่า อยู่รอบๆ บ้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนได้สังเกตอาการและสุ่มตัวอย่างจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และไม่พบความผิดปกติใดๆ ก่อนหน้านี้เคยมีการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H3N8 ในม้า สุนัข นก และแมวน้ำ แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย H3N8 ในมนุษย์

ทั้งนี้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า จากการประเมินเบื้องต้นระบุว่าเชื้อดังกล่าว มีความสามารถในการแพร่เชื้อสู่มนุษย์และความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในวงกว้างอยู่ในระดับต่ำ องค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง(HPAI) ในต่างประเทศทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่ามีการระบาดมากถึง 2,064 จุด รวมถึงพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศเวียดนาม ซึ่งพบสายพันธุ์ H5N1 และ H5N8 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าประเทศไทยไม่พบรายงานการเกิดโรคไข้หวัดนก 14 ปี แต่ยังคงติดตามสถานการณ์ เตรียมความพร้อม และป้องกันโรคนี้เข้าสู่ประเทศไทย โดยมีการประชุมซ้อมแผนรับมือโรคในระดับกรมและจังหวัด สั่งการเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังโรคสัตว์ตามแนวชายแดน สุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่ซึ่งมีนกอพยพ พื้นที่นกวางไข่ พื้นที่มีเลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่น เข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีกภายในประเทศ ชะลอการนำเข้าสัตว์และซากสัตว์ปีกจากประเทศที่เกิดโรคไข้หวัดนก ส่วนสัตว์ปีกเลี้ยงในระบบฟาร์มให้เข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด เช่น การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มเข้มงวดเรื่องระบบความปลอดภัยภายในฟาร์ม ควบคุมการเข้า-ออกฟาร์ม ให้ฉีดพ่นยานพาหนะทุกคัน เป็นต้น รณรงค์ทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ได้แก่ พื้นที่นกอพยพอาศัยอยู่ พื้นที่ตามแนวชายแดน พื้นที่เลี้ยงสัตว์ปีกหนาแน่น เป็นต้น

นอกจากนี้ยังผลักดันระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกให้เข้าระบบมาตรฐาน GAP หรือ GFM รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานระหว่างประเทศ และขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก หมั่นสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ อย่านำไปจำหน่ายจ่ายแจก หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด ให้แจ้งอาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที เพื่อตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรค

ทุเรียนไทยครองแชมป์ ตลาดจีนสนใจมากสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654656

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือฟรุ้ตบอร์ด กล่าวว่า การส่งออกทุเรียนไทยไปจีนยังเป็นไปตามแผนปฏิบัติการผลไม้ปี 2565 มั่นใจว่าทุเรียนไทยจะครองแชมป์ตลาดจีนได้อย่างต่อเนื่อง นำรายได้เข้าประเทศไม่น้อยกว่า 1.2 แสนล้านบาท โดยประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ซึ่งมีรายงานว่าด่านจีนเปิดดำเนินการทุกด่าน แต่บางด่านเริ่มติดขัดเพราะมีออเดอร์จากจีนเข้ามาอย่างต่อเนื่องจึงขอความร่วมมือภาคเอกชนเพิ่มการขนส่งทางเรือและทางรถไฟจีน-ลาว มากขึ้น ตามเป้าหมายกลยุทธ์การบริหารโลจิสติกส์ของฟรุ้ตบอร์ดที่ให้เพิ่มการขนส่งทางเรือเป็น 55% ทางบก 40% ทางราง (รถไฟสายจีน-ลาว) และทางอากาศรวมกัน 5% เพื่อลดความแออัดของด่านทางบกในช่วงผลผลิตทุเรียนออกมาก และเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ค่าขนส่งเพิ่ม

“จีนเป็นตลาดหลักของทุเรียนไทย ปี 2564 การส่งออกทุเรียนสดไปจีนจำนวน 875,097 ตัน คิดเป็นมูลค่า 109,205 ล้านบาท ขยายตัว 68.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยผลไม้ไทยสามารถครองตลาดจีนมีมาร์เก็ตแชร์กว่า 40% อันดับ 2 คือ ชิลี 15% เวียดนาม 6% อยู่อันดับ 3 ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทย แม้จะเผชิญปัญหาในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

กยท.ชี้ปัจจัยภายใน-นอกหนุน ส่งสถานการณ์ยางไตรมาส2ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654652

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ยางในไตรมาสที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย.) ของปี 2565 ว่า ราคายางมีแนวโน้มที่ดี และมีเสถียรภาพมากขึ้่นเนื่องจากปริมาณความต้องการใช้ยางยังมีมากกว่าปริมาณผลผลิตเช่นเดียวกับไตรมาสแรก โดยในประเทศไทยคาดว่ามีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 763,000 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.37% เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหยุดการกรีดยาง ประกอบกับสภาพอากาศและฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนเม.ย. 2565 เป็นต้นมา ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ได้
คาดการณ์ว่าจะตกไปจนถึงปลายเดือน มิ.ย. 2565 ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคใบร่วง จึงส่งผลให้ผลผลิตยางไตรมาสนี้จะออกสู่ตลาดลดลง ซึ่งจะทำให้การส่งออกลดลงด้วย เหลือประมาณ 994,000 ล้านต้น หรือลดลง 6.36%

นอกจากนี้ปัจจัยภายนอกประเทศยังส่งผลดีต่อสถานการณ์ยาง โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกยางรายใหญ่ ผลผลิตยางลดลงกว่า 30% เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงานกรีดยาง ปัญหาโรคใบร่วงที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ และสวนยางบางแห่งเปลี่ยนจากยางพาราไปปลูกปาล์มน้ำมันที่มีราคาดีกว่า ในขณะที่ประเทศผู้ปลูกยางรายใหม่ไม่ว่าจะเป็น ประเทศลาว เวียดนาม คุณภาพยางยังต่ำไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

ส่วนแนวโน้มการส่่งออกยางของไทยนั้น แม้ไตรมาสที่ 2 จะส่งออกลดลง แต่มีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากสต๊อกยางของประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของยางจากไทย

กรมชลฯเร่งสร้างปตร.กั้นแม่น้ำสะแกกรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654657

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย ผอ.โครงการชลประทาน ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามแผนงานโครงการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.อุทัยธานี ตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยมี ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ คณะทำงานรองนายกฯ เป็นประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรายภาคในพื้นที่ภาคกลาง และนายขจรเกียรติรักพานิชมณี ผวจ.อุทัยธานี ร่วมเป็นประธานการประชุม โดย ดร.ทวีศักดิ์กล่าวว่า จ.อุทัยธานี มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบเชิงเขาจากทิศตะวันตกไปตะวันออก จึงมักประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลากในช่วงฤดูฝน และน้ำแล้งในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากมีแหล่งน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ การบริหารจัดการน้ำจึงต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ทำให้เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมชลประทาน บูรณาการในการเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยกรมชลประทาน มีแผนดำเนินการโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำมอโค้ ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรได้ถึง 5,500 ไร่ และบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้

นอกจากนี้ ยังมีแผนดำเนินโครงการเติมน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง ระยะยาว ด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำ (ปตร.) กั้นแม่น้ำ
สะแกกรัง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน ด้วยการก่อสร้างฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งสามารถรักษาระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง ให้อยู่ในระดับ +14.50 ม.รทก.ไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ที่แพและกลุ่มประมงในแม่น้ำสะแกกรัง ทั้งยังสามารถใช้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับการเกษตรกว่า 2,000 ไร่ รักษาระบบนิเวศ รวมถึงแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคในช่วงหน้าแล้ง 1,270 ครัวเรือน

วิจัยเกษตรฯจับมือ ผู้ประกอบการไทย เพิ่มตลาดค้าใหม่ มุ่งผลิตสู่อนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654655

วันศุกร์ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยีด้านผลิตภัณฑ์อาหารให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายที่สนใจเจรจาธุรกิจเพื่อรับถ่ายทอดเทคโนโลยีในงาน THAIFEX -Anuga Asia 2022 ในรูปแบบ “The Hybrid Edition” เป็นการผสมผสานการจัดงานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์เชื่อมโยงศักยภาพการจัดงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 พฤษภาคม 2565 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิดจากงานวิจัยการเกษตรสู่อาหารแห่งอนาคต “From Agricultural Research to Future Food” เพื่อเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย ให้สามารถดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมีหน่วยงานเครือข่ายและภาคเอกชน ร่วมออกร้านแสดงสินค้ากว่า 1,200 ราย

ทั้งนี้ สวก.ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัยด้านการเกษตรของประเทศ ได้สนับสนุนทุนวิจัยทั้งในเชิงสาธารณะ เชิงนโยบาย และเชิงพาณิชย์ โดย สวก.ส่งเสริมและผลักดันผลงานวิจัยในหลายมิติเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง และแสดงให้เห็นถึงกระบวนการ โดยการนำองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ประกอบกับนำหลักการตลาดมาเป็นตัวขับเคลื่อนและพัฒนาผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ รวมถึงเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในประเทศที่ผ่านมา สวก.ดำเนินกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการที่เป็นภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

‘เฉลิมชัย’ โชว์ความสำเร็จแปลงใหญ่มังคุดตำบลลำภีดีเด่นระดับจังหวัดปี65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/654627

'เฉลิมชัย' โชว์ความสำเร็จแปลงใหญ่มังคุดตำบลลำภีดีเด่นระดับจังหวัดปี65

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.34 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามผลการดำเนินงานแปลงใหญ่มังคุด และพบปะเกษตรกร โดยมีนางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ที่ทำการแปลงใหญ่มังคุดตำบลลำภี หมู่ที่ 2 บ้านตีนเป็ด ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา โดยแปลงใหญ่แห่งนี้ จัดตั้งขึ้นในปี 2563 โดยสำนักงานเกษตรอำเภอท้ายเหมือง มีสมาชิกรวม 85 ราย พื้นที่ให้ผลผลิตมังคุดรวม 380 ไร่ ซึ่งแปลงใหญ่มังคุดตำบลลำภีนี้ ได้รับคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินงานในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา และสำนักงานเกษตรอำเภอท้ายเหมือง เข้าไปดำเนินถ่ายทอดความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิต โดยด้านความรู้ มุ่งเน้นการบริหารจัดการกลุ่ม การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต สนับสนุนแปลงเรียนรู้ 6 แปลง เป็นแปลงเรียนรู้ด้านระบบน้ำ การจัดการต้น และการใช้ปุ๋ย ซึ่งปีงบประมาณ 2564 ได้ถ่ายทอดความรู้ โดยมุ่งเน้นการบำรุงรักษาสวน การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และสนับสนุนแปลงเรียนรู้ระบบน้ำ 1 แปลง และในปีงบประมาณ 2565 ถ่ายทอดความรู้ โดยมุ่งเน้นการตลาดและการจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยว และสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ อาทิ ตะกร้าใส่ผลไม้ และอุปกรณ์ตรวจวัดดิน เพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดตั้งจุดรับซื้อผลผลิตต่อไปในอนาคต

สำหรับแผนพัฒนาแปลงใหญ่มังคุดตำบลลำภีในอนาคต ได้มีการวางแผนด้านการผลิตเพื่อสานต่อกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรมังคุด ตลอดจนสรุปผล และถอดบทเรียนที่ได้รับนำมาปรับปรุง วางแผนรับมือในปีถัดไป ส่วนด้านการตลาด มีแผนที่จะรวมตัวผลผลิตเพื่อขายในตลาดออนไลน์ และเปิดจุดรับซื้อของกลุ่มที่จะเป็นศูนย์กลางในการส่งไปยังพ่อค้า หรือตลาดค้าส่งโดยตรง อีกทั้งยังจะพัฒนาคุณภาพผลผลิตและการเพิ่มมูลค่า ใช้กระบวนการวิสาหกิจชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป และการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้น ทำให้สามารถจำหน่ายผลผลิตมังคุดได้ตลอดทั้งปี

 “โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการปฏิรูปภาคการเกษตรของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ที่พร้อมจะพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน ตามนโยบายตลาดนำการผลิต มุ่งผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี ราคาถูก และใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบต้นกระท่อมและต้นมัลเบอร์รี่ให้กับตัวแทนเกษตรกร เยี่ยมชมกิจกรรมการรวบรวม คัดแยกผลมังคุดทิพย์พังงา และกระจายผลผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่มังคุดตำบลลำภี พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดด้วย