เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำ คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026

19 สิงหาคม 2569 เวลา 13:55 น.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ของประเทศไทย คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ในหมวด Entertainment Complex (Cinema) แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องถึง 9 ปีซ้อน สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความไว้วางใจจากผู้บริโภค และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือความคาดหมายให้กับคนรักหนังทั่วประเทศ

วุธรวี จารุวัฒนะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงภาพยนตร์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ซึ่งจัดขึ้นโดย นิตยสาร Marketeer ร่วมกับ บริษัท มาร์เก็ตติ้งมูฟ จำกัด เพื่อยกย่องแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี 2569 โดยมีแบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมรับรางวัล ครอบคลุมกว่า 94 หมวด รวม 79 แบรนด์ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ  ภายในงาน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผลเพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหมสมสมร โพธิ์เพิ่มเหม และ ธีรพงษ์ ชมานนท์ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสแห่งความสำเร็จครั้งสำคัญของ  แบรนด์

รางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 โดยเป็นรางวัลที่สะท้อนความนิยมและการรับรู้ของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ ผ่านการสำรวจความคิดเห็นครอบคลุมสินค้าทั่วไป103 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุม 123 กลุ่มผลิตภัณฑ์ และสินค้ากลุ่มเฉพาะ 20 ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 123 กลุ่มผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 6,500 ตัวอย่างทั่วประเทศ

ความสำเร็จของ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” ในครั้งนี้ สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ผ่านปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น ได้แก่

  • มาตรฐานการบริการระดับสากล : มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุด ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง
  • เอกลักษณ์เฉพาะตัวและไลฟ์สไตล์ : เป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
  • ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation Leader) : เดินหน้านำเทคโนโลยีระบบฉาย ภาพ และเสียงที่ทันสมัยและล้ำหน้าที่สุดระดับโลก มาเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แฟนหนังชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

การได้รับรางวัล No.1 Brand Thailand ต่อเนื่อง 9 ปีซ้อน จึงไม่ใช่เพียงรางวัลแห่งความสำเร็จของ  แบรนด์ แต่คือเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่เลือก “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” ให้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสุขในทุกครั้งที่ก้าวเข้าสู่โรงภาพยนตร์ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในการเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลก และรักษาความเป็น “แบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค” อย่างต่อเนื่องในอนาคต

ยกสำรับไทยขึ้นเวทีจักรวาล! 77 ชุดประจำชาติ Miss Universe Thailand 2026 โชว์พลัง Soft Power อาหาร-ผลไม้ไทย สุดสร้างสรรค์

19 สิงหาคม 2569 เวลา 13:35 น.

เรียกว่ายกสำรับอาหารคาว-หวาน ผสานผลไม้ไทยชื่อดัง จัดกันมาทั้งสวน กรีดกรายเฉิดฉายบนเวทีการประกวด Miss Universe Thailand 2026 รอบชุดประจำชาติ (National Costume) ปีนี้ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด Miss Universe Thailand จัดเต็มความอลังการ ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นฮอลล์ เพราะแต่ละชุดนั้น “สุดมากแม่”

งานนี้ดีไซเนอร์ไทยขอ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด MUT & CEO of Miss Universe Eastern และทีม PD ปล่อยของเบอร์แรง ไม่มีใครยอมใคร! หยิบยกเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ศักยภาพของอาหาร ผลไม้พื้นถิ่นของผู้เข้าประกวด มาถ่ายทอดผ่านชุดประจำชาติได้ตรงคอนเซ็ปต์ “Fruits & Food – Thailand Soft Power”  สะท้อนเสน่ห์ กลายเป็นซอฟพาวเวอร์ส่งผ่านให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย รวมถึงรสชาติอาหารที่คนทั่วโลกหลงรัก ที่สำคัญ…ไม่ได้มาแค่หนึ่ง ไม่ได้มาแค่สิบ แต่จัดเต็มถึง 77 ชุด 77 ไอเดีย! มาหมดทั้ง แกงส้มใต้ ต้มยำกุ้งตัวยักษ์ ปูตัวใหญ่ ไก่ย่างมาเป็นตัว ก๋วยเตี๋ยวเรือซี๊ดซ๊าด ปลาส้มที่อยากจ้ำข้าวเหนียวร้อนๆ ตามมาด้วย น้ำพริกน้ำย้อย ส้มตำ เมนูไข่มดแดง ก็มีนะ ผัดไทย ฝอยทอง เงาะ มังคุด ลำไย กล้วยไข่ ทุเรียน มะยงชิด ลูกชก เสาวรส  มะพร้าว ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมใส่ใส้ เมี่ยงคำ สายไหม และอีกมากมาย กลายเป็นสำรับสยามขนาดมหึมา น่าอีสสุดๆ

เรียกว่าดูไป ท้องร้องไป “แต่ละชุดคิดได้ไงเนี่ย!” งัดไอเดียมาใส่ สวยงาม แปลก แหวก และอลังการ จนอาหารและผลไม้ไทยที่คุ้นตา ถูกตีความออกมาในมิติที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว! ทว่า 77 ผลงาน จะมีเพียง “หนึ่งเดียวเ” ที่คว้าตำแหน่งผู้ชนะ ได้รับโอกาสนำความเป็นไทยไปเปิดตาชาวโลกบนเวที Miss Universe ครั้งที่ 75 ณ ประเทศเปอร์โตริโก สำหรับกติกาการตัดสินจะมาจากคณะกรรมการ 2 ชุด และชุดของนางงามที่มีคะแนนโหวตสูงสุด  2 อันดับแรก อีก 2 ชุด  พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนนางงามร่วมโหวตได้ทางเว็บไซต์ Miss Universe Thailand ตั้งแต่วันนี้ เวลา 23.00 น. จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 18.00 น. มงจะลงชุดใคร ไปลุ้นกันได้ในการประกวด Miss Universe Thailand 2026 วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ค่ำคืนที่ทั้งประเทศและแฟนนางงามทั่วโลกจะลุ้นไปพร้อมกันว่า ใครจะคว้ามงกุฎ Miss Universe Thailand 2026 ก้าวขึ้นเป็นตัวแทนประเทศไทย สู่เวทีจักรวาล  Miss Universe ครั้งที่ 75  ณ ประเทศเปอร์โตริโก บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ย้ำ!ห้ามพลาดทุกการโหวต เพื่อส่งให้นางงามคุณรักสู่เวทีจักรวาลอย่าง “มหาชน” ตัวจริง

หลังเสร็จสิ้นการประกวดรอบชุดประจำชาติ แต่ความสนุกยังไม่จบแค่นี้! เหล่าสาวงามจะเดินหน้าต่อในช่วง On Ground Best Seller เพื่อชิงรางวัล Best Seller Award ซึ่งผู้คว้ารางวัลจะได้รับสิทธิ์เข้าสู่ Top 20 โดยอัตโนมัติ เตรียมพลังเสียงและพลังซัพพอร์ตไว้ให้พร้อม และยังมีอีกหนึ่งรางวัลสำคัญ Thailand’s Choice Award ที่เปิดโอกาสให้สาวงามผู้คว้ารางวัลได้ทะยานเข้าสู่ Top 20 โดยอัตโนมัติ เช่นกัน เรียกว่าศึกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ “มงใหญ่” แต่ทุกคะแนน ทุกเสียงเชียร์ และทุกการโหวต อาจเป็นกุญแจสำคัญพาสาวงามคนโปรดไปต่อถึง “มงจักรวาล” ได้เลย!

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ Miss Universe Thailand 2026 ได้ที่

 Facebook / Instagram / TikTok:  Miss Universe Thailand
 YouTube Channel: Grand TV
แฮชแท็กอย่างเป็นทางการ: #MissUniverseThailand2026

นก สินจัย หวนความหลัง 28 ปี มารยาริษยา ในงาน เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:48 น.

กลายเป็นโมเมนต์ประทับใจของแฟนละครยุค 90 เมื่อนักแสดงรุ่นใหญ่ “นก สินจัย หงษ์ไทย” โพสต์คลิปวิดีโอผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (@noksinjai) เผยภาพบรรยากาศการพบปะและสวมกอดสุดอบอุ่นกับ  แพ็ท สุธาสินี ถ่ายทอดบท ‘เพียงดาว’ อแมนด้า ออบดัม ผู้รับบท’ดีนี่’ ในละครเวที  “เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล” ของ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ  นอกจากนี้ยังได้ร่วมเฟรมกับ ลูกเกด  เมทินี ,แหม่ม คัทลียา ,นก จริยา ,นัฏฐา ลอยด์ 

    โดยงานนี้ นก สินจัย ได้โพสต์ข้อความย้อนวันวานถึงละครในตำนานอย่าง มารยาริษยา (ปี 2541) ที่เคยสร้างปรากฏการณ์โด่งดังทั่วบ้านทั่วเมืองว่า “เรื่องใหญ่ของกะเทยยุค 90” คำนี้ถูกต้องมาก ละครทีวีเรื่องนี้ฮิตหนักจนคนดูและคนในวงการแฟชั่นติดกันงอมแงม ชนิดที่ว่าต้องรอชมรอเชียร์ตัวละครอย่าง เพียงดาว และ ดีนี่ กันอย่างสนุกสนาน

ผ่านมาร่วม 28 ปี นก สินจัย ได้เดินทางไปรับชม “เมืองมารยา เดอะมิวสิคาล” ณ โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ซึ่งเป็นการนำละครยอดฮิตสองเรื่องระดับตำนานอย่าง เมืองมารยา และ มารยาริษยา มารวมไว้ด้วยกัน บนเวทีเดียวกัน

งานนี้เจ้าตัวถึงกับออกปากชมไม่ขาดสายว่า ละครเวทีสนุกและสะใจมาก ไดอะล็อกและคำพูดต่างๆ ยังคงกระแทกใจ เช่น “ทำตัวให้ดี กับ ทำตัวให้ดัง มันมีราคาที่ต้องจ่าย” พร้อมเอ่ยปากชมทีมนักแสดงทุกคนบนเวที และเชิญชวนให้แฟนๆ รีบจองตั๋วไปรับชมความสนุกด้วยตัวเอง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจที่ทำเอาแฟนคลับฟินกันทั่วหน้า

เปิดภาพ น้องณดา ลูกสาว กบ สุวนันท์ เช็กอินทะเล สดใสในลุคบิกินี

18 สิงหาคม 2569 เวลา 14:05 น.

โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว สำหรับ “น้องณดา ปุณณดา ปุณณกันต์” ลูกสาวคนโตของนักแสดงสาวชื่อดัง “กบ สุวนันท์” และ “บรู๊ค ดนุพร” ที่ปัจจุบันอายุ 15 ปี เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทายาทคนดังที่แฟนๆ ติดตามพัฒนาการมาตั้งแต่เด็ก

ล่าสุด น้องณดาได้เดินทางไปพักผ่อนริมทะเล พร้อมเผยภาพบรรยากาศสุดชิลให้แฟนๆ ได้ชมผ่านโซเชียล โดยมาในลุคชุดว่ายน้ำสีขาว พร้อมสวมเสื้อและกางเกงคลุมทับ ยังคงคอนเซปต์ความสดใสและน่ารักสมวัย

หลังภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ และคนใกล้ชิดเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความน่ารักและความสดใสของน้องณดากันเป็นจำนวนมาก พร้อมบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยิ่งโตยิ่งสวย และมีเค้าโครงความสวยจากคุณแม่กบอย่างเห็นได้ชัด

ภาพจากอินสตาแกรม @nada_blinkblink

กบ สุวนันท์น้องณดาบรู๊ค ดนุพร

ไวรัลดัง ‘เด็กขายมะระ’ สู่เซอร์ไพรส์กลางเวที! ‘น้องนะโม’ เจอ ‘ป๋าโก๋’ มอบรางวัลสุดพิเศษ ก่อนลุ้นเดือด GLO Miracle Music Season 3

18 สิงหาคม 2569 เวลา 13:57 น.

ชุมทางดาวทอง” สัปดาห์นี้จัดเต็มทั้งความสนุก ความประทับใจ และเซอร์ไพรส์สุดอบอุ่น นำโดยพิธีกรมือเก๋า “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” เปิดเวทีต้อนรับ “เรไร ไลฟ์สด” นักร้องลูกทุ่งสาวสายเอนเตอร์เทนที่สร้างสีสันผ่านการไลฟ์สด พร้อมพาแขกรับเชิญสุดพิเศษ “น้องนะโม” หรือ “เด็กชายมะระ” หนุ่มน้อยกตัญญูที่เคยกลายเป็นไวรัลจากการเดินขายมะระและผักเพื่อหารายได้ช่วยครอบครัว มาร่วมสร้างรอยยิ้มบนเวที

จากเด็กชายตัวเล็กๆ ที่สู้ชีวิตเกินวัย วันนี้ “น้องนะโม” ได้มายืนบนเวทีคอนเสิร์ต “ชุมทางดาวทอง” และต้องเจอกับเซอร์ไพรส์ที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัว เมื่อผู้ใหญ่ใจดี “ป๋าโก๋-พิเชษฐ ศรีราชา” ผู้จัดละครช่อง 7HD เดินทางมามอบรางวัลสุดพิเศษกลางเวทีคอนเสิร์ต ทำเอา “น้องนะโม” สุดซึ้งกับเรื่องราวดีที่ช่วยสร้างแรงใจ ก่อนปรับโหมดมาสนุกกับลูกทุ่งสู้ชีวิต “นุจรี ศรีราชา” เจ้าของผลงานเพลงที่แฟนลูกทุ่งคุ้นเคย พร้อมเอกลักษณ์ด้านเพลงแหล่และเพลงทำขวัญ กลับมาครั้งนี้จัดเต็มทั้งเสียงร้อง ลีลา และความเป็นลูกทุ่งแบบถึงเครื่อง ชวนแฟนๆ ฟังเพลิน ร้องตาม และโยกไปพร้อมกัน เรียกว่าเทปเดียวครบทุกอารมณ์ ตั้งแต่สีสันของศิลปินยุคไลฟ์สด เรื่องราวของเด็กสู้ชีวิต ไปจนถึงเสน่ห์ของลูกทุ่งรุ่นเก๋า พบกับ “เรไร ไลฟ์สด  Feat. น้องนะโม” และ “นุจรี ศรีราชา” ในรายการ “ชุมทางดาวทอง” วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคมนี้

ส่วนวันศุกร์สุดหรรษา…ความเดือดกลับมาอีกครั้งในรอบสัปดาห์กับเวทีประกวดร้องเพลงลูกทุ่งระดับมาตราฐาน GLO Miracle Music Season 3 ที่เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นทุกที เมื่อทุกคนต้องงัดทีเด็ดออกมาสู้ เพราะทุกคะแนนมีความหมาย และความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนเส้นทางการแข่งขันได้ทันที

สัปดาห์นี้พบกับผู้เข้าแข่งขันจาก 3 จังหวัด ได้แก่ “พอตเตอร์ จ.ระนอง”, “ฟ้า จ.ศรีสะเกษ” และ “ฟองดู จ.สุราษฎร์ธานี” สามคน สามสไตล์ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการคว้าโอกาสไปต่อบนเวที “ชุมทางดาวทอง”

วัดกันทั้งพลังเสียง เทคนิค การควบคุมเวที และหัวใจ ใครจะปล่อยของได้ถูกจังหวะ ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ทั้งสามคน ในการแข่งขัน GLO Miracle Music Season 3

ล็อคเวลาไว้เลย! พบกับ “ชุมทางดาวทอง” ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569 และ วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 13.10 น. ทาง ช่อง 7HD หรือชมย้อนหลังได้ทาง http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/ รับรองเด็ดแน่!!

ยิ่งโตยิ่งสวย ‘แม่เกมส์’ เผยภาพ ‘พ่อมอส ปฏิภาณ’ ควงลูกสาว ‘น้องโสน’ ร่วมงาน Gala Night ‘เมืองมายา The Musical’ ออร่านางเอกจับสุดๆ

18 สิงหาคม 2569 เวลา 16:31 น.

เรียกว่าโตทันใช้แถมยิ่งโตยิ่งฉายแววความสวยเฉียบสำหรับ “น้องโสน” ลูกสาวคนโตของนักร้อง-นักแสดงรุ่นใหญ่ มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ที่ล่าสุด แม่เกมส์ ดวงพร ได้โพสต์ภาพน่ารักอบอุ่นลงบนอินสตาแกรม (@gamiegamie) พร้อมแคปชันสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจว่า “พ่อลูก #เมืองมายาเดอะมิวสิเคิล”

ภายในภาพ คุณพ่อมอสอยู่ในลุคสูทสุดเท่ เดินทางมาร่วมยินดีและรับชมละครเวที “เมืองมายา The Musical” เคียงข้าง “น้องโสน” ที่มาในเดรสดีไซน์เก๋สีม่วงพาสเทลพริ้วสวย ละมุนตา เผยลุคสาววัยรุ่นเต็มตัวด้วยโครงหน้าสวยคมและรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ถอดแบบความเป๊ะมาจากคุณพ่อและคุณแม่มาแบบเป๊ะๆ ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงแห่กดไลก์และคอมเมนต์ชมความสวยน่ารักของน้องโสนกันอย่างคึกคัก

โตเป็นสาวแล้ว ‘น้องเนสซี่’ควงคุณแม่ ‘แหม่ม คัทลียา’ คุณพ่อ ออกงาน Gala Night ละครเวที ‘เมืองมายา The Musical’ สวยสง่าถอดแบบแม่มาเต็มๆ

18 สิงหาคม 2569 เวลา 15:56 น.

Share

ทำเอาบรรยากาศรอบ Gala Night ละครเวที “เมืองมายา The Musical” ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ สว่างไสวขึ้นมาทันตา เมื่ออดีตนางเอกชื่อดัง แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ควงคู่คุณสามี พร้อมลูกสาวคนสวย “น้องเนสซี่” เดินทางมาร่วมชมละครเวทีรอบพิเศษในครั้งนี้

งานนี้บอกเลยว่า “น้องเนสซี่” ในวัยที่เริ่มโตเป็นสาวเต็มตัว กลายเป็นที่จับตามองของสื่อมวลชนและแฟนๆ อย่างมาก ด้วยลุคชุดกระโปรงสายไขว้คอสีครีมสุดเรียบหรู เข้าคู่กับทรงผมลอนคลื่นละมุนละไม สะท้อนออร่าความสวยหวาน เรียบหรู ถอดแบบความเป๊ะมาจากคุณแม่แหม่ม คัทลียา แบบเต็มๆ จนแฟนคลับต่างพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความอบอุ่นของครอบครัว รวมถึงออร่าความสวยของน้องเนสซี่ที่นับวันยิ่งฉายแววนางเอกตามรอยคุณแม่เข้าทุกที

สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (ประเทศไทย) โดย  คุณลัลน์ลลิตฤดี วิเศษศิริ นายกสมาคมฯ และประธานจัดงาน ได้ร่อนหนังสือเชิญทีมงานสื่อมวลชนคุณภาพช สำนักข่าวแนวหน้าออนไลน์ เข้ารับโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติ “ฐานันดร ๔” ประจำปี ๒๕๖๙ (ปีที่ ๑๐) เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นักข่าว สื่อมวลชน และบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อ โดยมีกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลในวันพุธที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๙ ณ หอประชุมใหญ่ กรมประชาสัมพันธ์

 สำหรับผลงานและบุคลากรของทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ที่ได้รับการคัดสรรเข้าเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 รางวัลสำคัญ

 รางวัลประเภทสาขาสื่อมวลชนดีเด่น  มอบให้แก่ คุณอัญชะลี ไพรีรัก  

รางวัลประเภทสาขารายการข่าวเที่ยงดีเด่น มอบให้แก่ รายการข่าวเที่ยงแนวหน้า โดยมีพิธีกรดำเนินรายการหลักคือ ปรเมษฐ์ ภู่โต  และ อัญชะลี ไพรีรัก

 รางวัลประเภทสาขารายการข่าววาไรตี้ดีเด่น มอบให้แก่ รายการแนวหน้าข่าวค่ำ โดยมีพิธีกรดำเนินรายการ จิตกร บุษบา และ พีระพัฒน์ วัฒนาภิรมย์ 

โดยรางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานสื่อมวลชนที่ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอย่างแท้จริงของ ‘ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์’

อั้ม อธิชาติ ควงคุณแม่ลุยการแข่งขัน HYROX ในวัย 68 ปี พิชิตระยะทาง 8 กิโลเมตร และ 8 สถานีฟิตเนสสุดโหดได้สำเร็จ

18 สิงหาคม 2569 เวลา 11:06 น.

อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ พระเอกหนุ่มสายฟิต สร้างปรากฏการณ์สุดประทับใจ ด้วยการควงคุณแม่68ปี ออกสนามแข่งขันฟิตเนสระดับโลกอย่าง HYROX ในประเภท Double Mixed โดยถือเป็นรอบการแข่งขันที่ลุ้นที่สุดในชีวิต เพื่อร่วมสร้างความทรงจำและสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพร่วมกัน       โดยเจ้าตัวตั้งเป้าเข้าเส้นชัยภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง (วิ่งรอบละ 12 นาที และทำสถานีละประมาณ 8 นาที)ผลงานการแข่งขัน ทำเวลาจบไปได้อย่างยอดเยี่ยมที่ 2 ชั่วโมง 32 นาที 14 วินาที พร้อมคว้าอันดับ 8 ในรุ่นอายุ 55-59 ปี ภารกิจสุดแกร่ง ร่วมฟันฝ่าการวิ่งรวมระยะทาง 8 กิโลเมตร พร้อมผ่าน 8 สถานีฝึก ได้แก่ Ski, ดึง, ดัน, Row และ Farmer Carry

งานนี้ แม้คุณแม่จะผ่านการซ้อมวิ่งมาเพียง 5-6 กิโลเมตร แต่ก็อาศัยใจสู้ แรงฮีด และเสียงเชียร์จากคนดูรอบสนามจนก้าวผ่านความเหนื่อยเข้าเส้นชัยได้สำเร็จโดยไม่ต้องใชียาดม

พระเอกหนุ่มเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตอนเด็กๆ คุณแม่เคยสอนตนเดินและวิ่ง แต่วันนี้ถึงเวลาที่ตนได้พาคุณแม่มาลุยและตากตรำวิ่ง 8 กิโลเมตรจนบรรลุเป้าหมาย ทำให้คุณแม่อุทานด้วยความภาคภูมิใจว่า “ค้นหาตัวเองเจอในวัย 68 ปี” จากเดิมที่ไม่เชื่อว่าจะทำได้ จนตอนนี้พร้อมชวนเพื่อนๆ มาร่วมออกกำลังกายและเตรียมตัวสำหรับการลงแข่งขันในรอบถัดไปแล้ว

BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 – BKKIFF เดินหน้ายกระดับเทศกาลภาพยนตร์ไทยสู่เวทีสากล

18 สิงหาคม 2569 เวลา 10:37 น.

สมาคมเทคนิค ไทยแลป ฟิล์มภาพยนตร์ ได้เปิดตัว เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 (Bangkok International Film Festival 2026: BKKIFF 2026)อย่างเป็นทางการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นับเป็นอีกก้าวสำคัญ

ของการวางรากฐานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติของประเทศไทยให้มีความต่อเนื่อง ชัดเจน และเป็นที่จดจำบนปฏิทินอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก โดยเทศกาลฯ มุ่งพัฒนา BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการจัดฉายภาพยนตร์ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สร้าง ผลงาน บุคลากร และเครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือและการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต จากประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดเทศกาลระหว่างวันที่ 13–27 กันยายน 2569

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีความพร้อมและศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญบนเวทีนานาชาติ เราเชื่อว่าความสามารถของบุคลากรไทย ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสายงานภาพยนตร์ สามารถแข่งขันและทัดเทียม นานาประเทศได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและมีเวทีที่เปิดโอกาสให้ศักยภาพเหล่านี้ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ การสนับสนุนในครั้งนี้จึงมุ่งสร้างพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้รับการมองเห็นในวงกว้าง

ผ่าน Bangkok International Film Festival 2026 ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำภาพยนตร์จากนานาประเทศมาพบกับผู้ชมในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอความสามารถของผู้สร้าง บุคลากร และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่สายตานานาชาติ สร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้แก่เครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความร่วมมือ และการต่อยอดในมิติต่าง ๆ ที่จะช่วยขยายบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก เรามุ่งหวังให้ความต่อเนื่องของเทศกาลสามารถผลักดันกรุงเทพฯ ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินภาพยนตร์นานาชาติ และเป็นจุดหมายที่ผู้สร้างและคนในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกนึกถึงเมื่อมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคนี้ ก่อนต่อยอดไปสู่เป้าหมายระยะยาวในการวางบทบาทของประเทศไทยให้เป็น Film Industry Hubหรือศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล

ดรสะรณ โกวิทวณิชชา Festival Director, Bangkok International Film Festival 2026
กล่าวว่า การกลับมาของ Bangkok International Film Festival 2026 ในปีนี้ ไม่ใช่เพียงการกลับมาจัดเทศกาลอีกครั้ง แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างบทบาทของเทศกาลให้มีความชัดเจนบนเวทีอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกเราต้องการให้ผู้สร้างและคนในวงการรับรู้ว่า ในทุกปีกรุงเทพฯ จะมีช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนสามารถนำภาพยนตร์และโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาเชื่อมโยงและต่อยอดร่วมกันได้ ขณะเดียวกัน เทศกาลยังเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการจัดงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ Bangkok International Film Festival เติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเทศกาลให้ก้าวสู่ มาตรฐาน FIAPF A-List ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหากสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้

จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเทศกาลภาพยนตร์ในระดับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับ BKKIFF ให้เทียบเคียงเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับเทศกาลและองค์กรภาพยนตร์ชั้นนำจากนานาประเทศนอกจากนี้เทศกาลฯ ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ผู้คน” ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความร่วมมือระหว่างเทศกาลหรือเชื่อมโยงภาพยนตร์เข้าสู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปิดโอกาสให้ Rising Star หรือนักแสดงดาวรุ่งที่มีศักยภาพจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ได้พบปะกับผู้สร้าง ผู้ผลิต และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากนานาประเทศเพื่อสร้างเครือข่าย ต่อยอดโอกาสในการทำงาน และเปิดเส้นทางสู่เวทีนานาชาติ พร้อมผลักดันให้กรุงเทพฯเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย

อนันดา แมทธิว เอเวอริงแฮม Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้เทศกาลเติบโตได้อย่างแท้จริงคือ “ความต่อเนื่อง” เพราะเมื่อเทศกาลเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้สร้าง ผู้ชม และคนในอุตสาหกรรมจะเริ่มจดจำ เกิดความเชื่อมั่น และสามารถวางแผนที่จะกลับมาเชื่อมโยงและทำงานร่วมกับเราได้ ความต่อเนื่องจึงไม่ใช่แค่การจัดงานให้เกิดขึ้นทุกปี แต่คือการค่อย ๆ สร้างเครือข่าย ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย สิ่งที่เราอยากเห็นคือ Bangkok International Film Festival

เติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกอยากกลับมาพบปะ แลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนเทศกาลฯ ในแต่ละปีเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมวิชาชีพ ตลอดจนเครือข่ายและบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ร่วมกันผลักดันให้เทศกาลฯ

เป็นพื้นที่ซึ่งสร้างผลลัพธ์ได้ทั้งในมิติของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และธุรกิจ เพราะเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติไม่ได้เติบโตจากความสำเร็จของการจัดงานเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จนสามารถสร้างการรับรู้ ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้สร้าง พันธมิตร และเครือข่ายอุตสาหกรรมจากทั่วโลก Bangkok International Film Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 9 แต่คืออีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานระยะยาว เพื่อผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในจุดนัดพบสำคัญ

ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน ผลงาน ตลาด และโอกาสจากทั่วโลก พร้อมเปิดพื้นที่ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมต่อกับเครือข่ายนานาชาติ และต่อยอดไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆในอนาคต

ภูมิภัทร ถาวรศิริ Festival Ambassador, Bangkok International Film Festival 2026 กล่าวว่า
เทศกาลภาพยนตร์ที่แข็งแรงไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่ผู้ชมมาดูภาพยนตร์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่าเบื้องหลังภาพยนตร์หนึ่งเรื่องประกอบด้วยผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการทำงาน และองค์ประกอบอีกมากมายที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่คนในวงการได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างโอกาสใหม่ ๆ

สิ่งสำคัญของเทศกาลฯ คือการทำให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้เห็นว่า ศักยภาพของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงที่เรื่องราวหรือสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ยังอยู่ที่ “คนไทย” ซึ่งมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ประสบการณ์และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง ผู้สร้าง นักเขียนบท ไปจนถึงบุคลากรเบื้องหลังในสาขาต่าง ๆ ที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในปีนี้ เทศกาลฯ จึงให้ความสำคัญกับการนำเสนอศักยภาพของบุคลากรไทยควบคู่ไปกับความพร้อมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างครบวงจรผ่านการพบปะกับผู้สร้าง การสัมมนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อเปิดให้ทั้งผู้ชมและผู้เข้าร่วมจากนานาชาติได้เห็นศักยภาพของคนไทยผ่านผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานจริง เทศกาลฯ จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำภาพยนตร์จากทั่วโลกมาจัดฉายในประเทศไทย

แต่ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมได้เข้าใกล้โลกของภาพยนตร์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงกับเครือข่ายอุตสาหกรรมจากนานาชาติ และต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตต่อไป