ADK Emotions Bangkok และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ พา ‘ชินจัง’ แวะมาป่วน 13 ก.ย.นี้

11 กันยายน 2569 เวลา 12:19 น.

สุดสัปดาห์นี้เตรียมปล่อยพลัง…กุ๊กกู๋ไปกับ… “ชินจัง” ครั้งนี้ขอแวะมาป่วนก่อนพบกันในโรงภาพยนตร์! เมื่อ ADK Emotions Bangkok และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ พา “ชินจัง” เสิร์ฟความสนุกวันที่ 13 กันยายนนี้ ในงาน Kawaiimama Festival Thailand 2026 ครั้งแรกในเมืองไทย กับเทศกาลครอบครัวสไตล์ญี่ปุ่น ชวนเด็ก ๆ ครอบครัว และแฟน ๆ มาร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  พร้อมนับถอยหลังสู่ภาพยนตร์ “เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ขนลุกซู่! วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋” 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์      

งาน Kawaiimama Festival Thailand 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน 2569 ณ ดองกิมอลล์ ทองหล่อ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญจะได้พบกับการปรากฏตัวของ “ชินจัง” ที่จะมาร่วมสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และสีสันให้กับแฟน ๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆสำหรับเด็ก ๆ และครอบครัว

โสภณวิชญ์ หอธรรมรัตน์   IP Management Director, ADK Emotions Bangkok เผยว่า “พลังของคาแรกเตอร์ชินจังอยู่ที่ความขี้เล่น ความสนุก และจินตนาการที่ทำให้ทุกการปรากฏตัวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้การเข้าร่วมงาน Kawaiimama Festival Thailand 2026 จะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษสุดป่วนที่จะได้นำสีสันกุ๊กกู๋จากภาพยนตร์ภาคใหม่มาอยู่ใกล้เด็ก ๆ ครอบครัว และแฟน ๆ  ผ่านกิจกรรมที่ชวนให้ทุกคนได้เล่น ได้สร้างสรรค์ และเก็บโมเมนต์สุดป่วนน่ารักร่วมกับชินจัง ในแบบที่แฟน ๆ คุ้นเคย พร้อมร่วมสร้างบรรยากาศการนับถอยหลังสู่ภาพยนตร์ภาคใหม่ให้คึกคักและใกล้ชิดกับแฟน ๆ มากยิ่งขึ้น”

ชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด เผยว่า “การพาภาพยนตร์ไปพบผู้ชม คืออีกหนึ่งหัวใจของการต่อยอดเรื่องราวจากจอภาพยนตร์สู่ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ชม ซึ่ง ชินจัง มีคาแรกเตอร์ที่ผูกพันกับแฟน ๆ มาหลายเจนเนอเรชัน และยังคงสร้างรอยยิ้มให้ผู้ชมได้ทุกวัย สำหรับบรรยากาศวันหยุดพิศวงที่จะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ภาคใหม่นี้ได้ถูกต่อยอดสู่กิจกรรมที่ช่วยเติมสีสันให้แฟน ๆ ได้เข้าใกล้โลกของชินจังมากขึ้น กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมให้เด็ก ๆ ครอบครัว และแฟน ๆ ชาวไทย ได้สัมผัสความสนุกของชินจังอย่างใกล้ชิด ก่อนพบกับประสบการณ์เต็มรูปแบบในโรงภาพยนตร์”

เตรียมเช็คพิกัดความสนุกพบกับกิจกรรมพิเศษของ “ชินจัง” เริ่มที่พิกัดแรก “แชะแชะวันหยุดพิศวง” โมเมนต์ถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด ก่อนต่อด้วย “แต้มสีกุ๊กกู๋” กิจกรรมระบายสีสำหรับเด็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้จินตนาการ และเก็บโมเมนต์แห่งรอยยิ้มร่วมกับครอบครัวใน วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569เคลียร์ตารางวันหยุดให้พร้อม! มาร่วมสร้างโมเมนต์กุ๊กกู๋ไปกับ “ชินจัง” ก่อนนับถอยหลังสู่การผจญภัยสุดพิศวง “เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ขนลุกซู่! วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋” 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์



ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook: www.facebook.com/shinesaengad.venture
Instagram: www.instagram.com/shinesaengad.venture
TikTok: www.tiktok.com/@shinesaengadventure
YouTube: www.youtube.com/@shinesaengad.venture

#ฉายแสงแอดเวนเจอร์ #shinesaengadventure #เครยอนชินจัง #CrayonShinchan

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘อรุณกาล’(Regretfully at Dawn) 10/10

11 กันยายน 2569 เวลา 11:54 น.

ไม่คิดว่าจะชอบ..แต่ก็ชอบ ไม่น่าจะ..น้ำตาซึม..ก็ซึม เฉยๆๆ ..กับ หนังใหญ่ ”Eternity ที่รัก“ (2010)  หนังซีรี่ย์ สืบสันดาน สองงานดังของ กานต์-ศิวโรจณ์ คงสกุล แต่ ..เรื่องนี้ เฉย ไม่ลงรัก..เสียน้ำตา  ให้กับ ปู่ยงค์ กับ หลานเซียง และ เจ้าหมาแก่แรมโบ้ไปๆ มาๆ อรุณกาล ขึ้นแท่น หนังไทย ที่ชอบ อันดับต้นๆ ของปีนี้ Eternity ที่รัก (2010) พาไป ย้อนความทรงจำของตัวผู้กำกับ เป็นหนังส่วนตัว จัดเต็มในบรรยากาศบ้านๆ แต่ยังคงโทนหนังอินดี้ ‘สืบสันดาน’ฉีกมาเป็น งานเอาใจตลาด เน้น ไปที่ ความรุนแรงของ เนื้อเรื่อง การแสดง มาใน.. ‘อรุณกาล’คือหนังครอบครัว ที่ดู เพลินดูสบายอรุณกาล (Regretfully at Dawn) คือหนังไทยที่สร้างออกมาในปี 2567 ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในสาย New Directorsของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ San Sebastian International Film Festival และฉายเปิดในเทศกาลภาพยนตร์ World Film Festival of Bangkok ครั้งที่ 16 เพิ่งจะได้ มาเข้าฉายในโรงหนัง ในบ้านเรา ในปีนี้ “ทุกการจากลา ทิ้งบางสิ่งไว้เสมอ”
บอกลาความทรงจำครั้งเก่า…ก่อนการเดินทางครั้งใหม่

 ‘ยงค์ จันทร์แจ่ม‘ ชายชราทหารผ่านศึกผู้ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายของตนเองอยู่กับ ‘เซียง’ หลานสาวผู้ที่กำลังมีอนาคตอันสดใสรออยู่ข้างหน้า และ ‘แรมโบ้‘ หมาสีดำที่ผ่านช่วงชีวิตอันยาวนานมาไม่ต่างกับ ‘ยงค์’ชีวิตประจำวันของ ‘ยงค์’จึงเป็นการตื่นเช้า ทำอาหาร ส่งหลานไปเรียน และสร้างบ้านต้นไม้ให้เสร็จก่อนที่ร่างกายของตนจะไร้เรี่ยวแรง

‘อรุณกาล’หนังเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่โดนใจกินใจ ตัวหนังมาพร้อมกับความเป็นธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งการแสดง..ที่เป็นธรรมชาติ ธรรมชาติไร่สวน.. ชีวิตแบบชาวสวนชาวไร่ โรงเรียนในชนบท โรงพยาบาล สถานรับเลี้ยงคนชรา อุบัติเหตุในท้องถนน หนังพาคนดูไปสำรวจชีวิตของ 3 ตัวละครหลักที่เป็นตัวแทนต่างเจเนอเรชัน  ชอบในความเรียบง่ายของหนัง ไม่จำเป็นต้องขยี้ หรือตอกย้ำอะไรมากมาย แต่ในภาพ การแสดง เข้าขยี้ หัวใจคนดู และถ้า ดูจาก ตัวละครเรื่องราว แล้ว หนังยังชวนให้รู้สึกโดยที่ไม่ต้องออกมาบอก

น้าหงา-สุรชัย จันทิมาธร นิ่งๆ เรื่อยๆ กับ บท ‘ปู่ยงค์’ที่ดูใจดี มีความอบอุ่นให้กับหลานสาว เล่นเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเล่นเยอะ สีหน้าน้ำเสียง ถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ ได้ดี(ฉากในสนามรบ ระเบิดตูมตาม แม้ น้าหงา จะไม่ได้แสดง แต่ก็ยังชวน ให้นึกถึง น้าหงาสมัยเข้าป่า ก็คงไม่ต่างอะไร กับการเป็นทหาร หรือ ภาพที่ นิ้วขาด อดนึกเล่นๆ ขำๆ แล้ว จะมาดีดกีต้าร์ ร้องเพลงได้อย่างไร

มากิ-มาชิดา สุทธิกุลพานิช เป็น ‘หลานเซียง’ ที่ สวย สดใสน่ารัก สมวัย เด็กน้อยวัย11 ขวบ ดูเป็นเด็กเรียนเก่ง เป็นเด็กที่ทั้งชีวิตอยู่กับปู่กับหมาแก่ หรือเป็นเด็กน้อยที่อ้อนครูชอบทุกๆ ฉาก ที่อยู่กับปู่/คุณครู ฉากเต้นรำเพลงอารีดัง สวยงามมากๆ

เจ้าแรมโบ้ หมาแก่ประจำบ้าน แสดงโดย เจ้าโอเลี้ยง ที่ โดนใจ ถูกใจในความแสนรู้ ในทุกฉากทุกตอนที่ออกมา  เป็นอีกหนึ่ง หมานักแสดงที่ทำให้ น้ำตาซึม ไปกับดารจากลา

ปราโมทย์ แสงศร เป็น‘อภัย’พ่อของเซียง จัดเต็มในมาดของ หนุ่มขี้เมาต่างจังหวัด ฉากที่ มาขอ ลูกสาวคืนจากพ่อ สุดยอดมากๆ เป็นฉากไฮไลท์ ฉากหนึ่งของหนัง(บทของ อภัย ในหนัง ไม่ได้ลงลึก ในรายละเอียด ว่าทำไมๆ ถึง ทิ้งลูกสาวให้อยู่กับปู่ ให้ คนดูตีความเอาเอง)

ศิขรินทร์ ลางคุลเสน เป็น ‘ครูแมรี่’ครูสาวต่างชาติ ที่ เซียง  เรียนสวยใสน่ารักในความเป็นครูสาวต่างจังหวัด แต่ก็มีบางบุคลิกของคนรุ่นใหม่ วัยเจน

อุ้ม-วัลลภ รุ่งกำจัด  รับบทเป็น ยงค์ (วัยหนุ่ม) กฤษณ์ เศรษฐธำรงค์ เป็น ศักดิ์ อดีตนายทหารเพื่อสนิทยงค์ เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ รับบทเป็น ศักดิ์ (วัยหนุ่ม)นน-ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์ รับบทเป็น บุรุษพยาบาล

นอกจาก เนื้อเรื่อง การแสดง แล้ว เพลงประกอบ ยังโดนใจ ทั้ง ‘อารีดัง’เพลงหลักของเรื่อง ที่มาเป็นระยะ ใช้เสียงร้องเก่าในอดีต และ ‘ต้นหญ้ากับสายลม’ กับ ‘ไหวเอน’ สองเพลงดังของ ‘คาราวาน’

อรุณกาล ผลงานของ EXTRA VIRGIN, E&W FILMS and CINEMA 22 โปรดิวเซอร์ นุช-พิมผกา โตวีระ ผู้กำกับภาพ ปิง-ม.ร.ว.อัมพรพล ยุคล ดนตรีประกอบ อ๊อพ-วุฒิพงศ์ ลี้ตระกูล ลำดับภาพโดย มานุสส วรสิงห์ บทโดย ตัว กานต์-ศิวโรจณ์( ผู้กำกับ)  จัดจำหน่ายโดย Brand Think Cinema

อรุณกาล คือ หนังที่ดีที่สุด..ชอบที่สุด ในด้านการแสดง ของ ‘น้าหงา’ และเป็นงานกำกับที่โดนใจที่สุดของ กานต์-ศิวโรจณ์ ถูกใจ..โดนใจ..เสียน้ำตา..มีรอยยิ้ม ดูอบอุ่นโดนใจ เต็มๆ 10/10 คะแนน

2 MRS ‘หมวย- มะปราง’ ร่วมบุญครั้งใหญ่ แบ่งปันน้ำใจ ในงาน ‘ประเพณีทิ้งกระจาด2569’

11 กันยายน 2569 เวลา 11:15 น.

งาน“ประเพณีทิ้งกระจาด” ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงโรงสีหัวรอ ร่วมกับ ศาลเจ้าแม่ต้นจัน จ.พระนครศรีอยุธยา เรียกว่าเป็นนงานใหญ่ขึ้น ทุกปี ซึ่งปีนี้ เป็นปีที่ 4 แล้ว ตัวตั้งตัวตี ไม่ใช้ใครที่ไหน นอกจาก “คุณเชอรี่ณกานดา กัปวัฒนวรสุข” ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัว ที่ยังคงเดินหน้าสานต่อบุญ อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ ได้สองนางงาม คุณแม่ อย่าง “หมวย รัมณีย์” เจ้าของมงกุฎ  Mrs. Tourism Universe 2023 ควงคู่ “มะปราง- ทรรศิญา”  mrs. tourism thailand 2026  มาร่วมบุญในครั้งนี้ด้วย โดย “หมวย รัมณีย์” กล่าวว่า

“จริงๆ วันนั้นหมวยติดธุระจนเกือบจะปฏิเสธพี่เชอรี่ไปแล้ว แต่คำพูดหนึ่งของพี่เชอรี่ที่บอกว่า “เสียดายแทนชาวบ้านจัง… พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นนางงาม ไม่ได้เห็นมงกุฎสวยๆ” ประโยคนั้นประโยคเดียวเปลี่ยนความคิดหมวยทันที… และเมื่อได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงในวันนั้น ความสุข แววตา และการต้อนรับที่อบอุ่นของทุกคน กลายเป็นความประทับใจ ทำให้หมวยสัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาที่นี่ทุกปี และปีนี้ก็ก้าวเข้าสู่ “ปีที่ 4” แล้วค่ะ

ปีนี้พิเศษยิ่งขึ้นเพราะได้ชวน “น้องมะปราง” Mrs. Tourism Thailand 2026 มาร่วมสวมสายสะพาย นำพลังใจและรอยยิ้มมาส่งมอบด้วยกัน ในงานมีชาวบ้านมาร่วมรับมหาทานกว่า 1,700 คน และด้วยพลังศรัทธาของ พี่ต้น พี่เชอรี่ เพื่อนผองกัลยาณมิตรทุกคน รวมถึงทุกสายธารน้ำใจ ทำให้พวกเราได้ร่วมส่งมอบถุงยังชีพถึง 400 ชุด

ทุกครั้งที่ได้มายืนตรงนี้ มองเห็นความเข้มแข็งของพี่ป้าน้าอาที่สู้ชีวิตอย่างไม่ยอมแพ้ กลายเป็นพลังใจชั้นดีที่ย้อนกลับมาเติมเต็มหัวใจของพวกเราให้มีแรงก้าวต่อไปอย่างมีความหมาย ขอบพระคุณพี่ต้น พี่เชอรี่ และอนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมสร้างสะพานบุญนี้ด้วยกันนะคะ สัญญาว่าจะกลับมาเป็นรอยยิ้มให้ทุกคนที่นี่ในทุกๆ ปีค่ะ 

‘ใหม่ ดาวิกา’ เสิร์ฟลุคสุดจึ้งในชุดขนนก ดีเทลตาแตก สวยสง่าดุจนางพญา

11 กันยายน 2569 เวลา 11:08 น.

ทำเอาแฟชั่นนิสต้าและแฟนคลับถึงกับต้องสยบให้กับความงามแบบไร้ที่ติ เมื่อซูเปอร์สตาร์สาว “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” โพสต์ภาพแฟชั่นเซ็ตล่าสุดลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว (@davikah) เปิดตัวลุคสุดวิจารณ์ด้วยชุดกูตูร์ขนนกดีไซน์สุดล้ำ สะท้อนกลิ่นอายความลึกลับ มีเสน่ห์ และทรงพลังอย่างลงตัว

โดดเด่นด้วยการจัดเรียงขนนกโทนสีน้ำตาลเข้มไล่ระดับอย่างละเอียดยิบเป็นทรงครอปท็อปเกาะอก เผยสรีระและหน้าท้องสุดเฟิร์ม จับคู่กับกระโปรงทรงหางหงส์ประดิดประดอยขนนกเข้าชุด ลากยาวเพิ่มความอลังการเพียงแค่ปล่อยภาพออกไปไม่กี่นาที ยอดไลก์และคอมเมนต์ก็ถั่งโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว แฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างเข้ามาคอมเมนต์ชมเป็นเสียงเดียวกันว่า “สวยสะกด” และ “ยอมในความปัง” ของเธออย่างไม่ขาดสายนับเป็นอีกหนึ่งลุคระดับตำนานของ ใหม่ ดาวิกา ที่ตอกย้ำตำแหน่งเจ้าแม่แฟชั่นแห่งยุคได้อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะแต่งลุคไหนก็เอาอยู่และสร้างกระแสฮือฮาได้เสมอ

‘ป๊อป อารียา’สุดตื้นตัน! รุดทำบุญกราบยายอายุ 96 ปีที่ตรัง เผยภาพความประทับใจ

11 กันยายน 2569 เวลา 11:04 น.

เรื่องราวสุดอบอุ่นหัวใจนี้เกิดขึ้นเมื่อ “ป๊อป อารียา” เดินทางไปยังจังหวัดตรังเพื่อทำบุญ และมีโอกาสเข้ากราบผู้สูงอายุท่านหนึ่งที่มีอายุยืนยาวถึง 96 ปี โดยในภาพถ่ายที่เผยแพร่นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันน่าประทับใจ ป๊อป อารียา นั่งพื้นประคองกอดคุณยายที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างทะนุถนอม พร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ในขณะที่คุณยายก็สวมกอดกลับด้วยความเอ็นดู

แม้ว่าตามข้อมูลจะไม่ได้รับข้อมูลที่ยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่บรรยากาศในภาพนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่กับลูกหลาน ป๊อป อารียา ยังได้ระบุข้อความบรรยายความรู้สึกไว้ด้วยว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสไปดูมโนราห์เพื่อทำบุญให้คุณยาย และทันทีที่คุณยายเห็นก็สวมกอดเธออย่างแน่น สร้างความรู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างมาก จนเธอขอปวารณาตัวเป็นหลานสาวอีกคนหนึ่งของคุณยายท่านนี้ สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้รับชมภาพเป็นอย่างมาก

รวมตัวแม่ระดับโลก ‘ลิซ่า – แอนน์ แฮทธาเวย์ – ดัว ลีพา’ ร่วมงานเปิดตัว Serpent Infinito ของ Bvlgarii

11 กันยายน 2569 เวลา 11:01 น.

เป็นโพสต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามบนโซเชียลมีเดีย เมื่อแบรนด์เครื่องประดับหรูระดับโลก Bvlgari ได้เผยภาพการรวมตัวของเหล่า Global Brand Ambassador ตัวแม่ นำโดยศิลปินสาวระดับโลก ลิซ่า (Lisa – ลลิษา มโนบาล), นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์ แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) และป็อปสตาร์สาวชื่อดัง ดัว ลีพา (Dua Lipa) ในงานเปิดตัวประติมากรรมระดับอลังการ Serpenti Infinito ณ The High Line มหานครนิวยอร์ก

งานดังกล่าวเป็นการจัดแสดงชิ้นงานประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์อย่าง “Serpenti” หรืองูของ Bvlgari ให้กลายเป็นประสบการณ์ immersive ท่ามกลางฉากหลังวิวเมืองแมนฮัตตัน

งานนี้ ลิซ่า (Lisa) มาในลุคเกาะอกผ้าลูกไม้สีดำสไตล์คอร์เซ็ตคู่กับกระโปรงยาวสีดำแมตช์อย่างลงตัว เพิ่มความงดงามเลอค่าด้วยสร้อยคออัญมณีดีไซน์งูอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

ส่วน แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) สะกดทุกสายตาในชุดเดรสเกาะอกสีขาวสว่างพลิ้วสวย พร้อมเครื่องประดับสร้อยคอชั้นสูงเข้าชุด

ด้าน  ดัว ลีพา (Dua Lipa) มาในสไตล์สุดเท่และเซ็กซี่ด้วยเสื้อสายเดี่ยวปักเลื่อมระยิบระยับคู่กับกางเกงสแล็กสีดำ และสร้อยคอเครื่องประดับหรู

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีภาพรอยยิ้มและการสวมกอดกันอย่างสนิทสนมของเหล่าแอมบาสเดอร์ ทำเอาแฟนคลับทั่วโลกต่างเข้ามากดไลก์และแสดงความยินดีกับการรวมตัวของ 3 สาวทรงอิทธิพลแห่งยุคในครั้งนี้อย่างคับคั่ง

จุกอกคนเป็นแม่เมื่อ ‘อ้อม พิยดา’ถูกคำพูดลูกสาวเตือนสติ เสียใจจนลืม ‘นาวา’

11 กันยายน 2569 เวลา 10:27 น.

อ้อม พิยดา  มารายการ Club Friday Show ขอเม้าส์ถึงผกก.คนแรก พี่บอย เมื่อเหล่าลูกคุณหนูมาเจอกัน! เรื่องราวในกองถ่ายจะเป็นอย่างไร? พร้อมรับดื้อมาก! เอาแต่ใจตัวเองตั้งแต่เด็ก มีทุกวันนี้ได้เพราะบารมีพ่อ! ชีวิตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร? คนอย่าง อ้อม พิยดา ไม่เจ้าชู้! แต่ถ้าไม่มีแฟนก็หลายคนอยู่!! โชคดีที่ยุคนั้นไม่มีโซเชียล เพราะมีหนุ่มๆ ในวงการจีบเยอะมาก แม่คนอื่นเขาจะห้ามลูกสาวมีแฟน แต่ อ้อม พิยดา ขอเลี้ยงลูกยุคใหม่ เมื่อ น้องนาวา อยากรู้การอกหักเป็นยังไง? ก่อนจะอกหักต้องมีแฟนก่อน จุกอกคนเป็นแม่ เมื่อ “อ้อม พิยดา” ถูกคำพูดลูกสาวเตือนสติ เสียใจจนลืม นาวา เหตุการณ์ครั้งนั้นจะเป็นอย่างไรต่อ

อ้อม เองเคยปรึกษาคุณพ่อไหมเรื่องการแสดง

อ้อม พิยดา : ไม่เพราะหนีไง แล้วเราดันมาเจอแบบ พี่บอย

 ทำงานกับ พี่บอย เป็นอย่างไรบ้างได้ข่าวว่า พี่บอย ดุ? สมคำร่ำลือไหมเอ่ย

อ้อม พิยดา : คุณว่าสมไหมคะ

พี่อั๋น : สมครับ

พี่ฉอด : เรากำลังเม้าส์เจ้าของช่องอยู่นะคะ

อ้อม พิยดา : เจอหนึ่งในตองอูไปคนแรกเพราะฉะนั้นคนอื่นหลังจากพี่บอยกำกับ อ้อม จาก ทอฝันกับมาวิน คือง่ายมากในการฝึกสกิลอย่างดีเลยค่ะ

 ในทางกลับกัน อ้อม คิดว่าตัวเองง่ายไหม

อ้อม พิยดา : ฉันก็ไม่ง่าย ดิฉันก็ฤทธิ์เดชเยอะอยู่ ดิฉันก็เป็นลูกคุณหนู คุณหนูบอยกับคุณหนูอ้อมมาเจอกันเราระเบิดไหมละ คุณหนูฟลุ๊ค คุณหนูบอย คุณหนูอ้อม

ที่บอกว่าเวอร์มากพ่อทำอะไรที่ อ้อม ใช้เรียกว่าเวอร์มาก

อ้อม พิยดา : เลี้ยงเราเป็นแบบไม่ให้รู้เรื่องโลกใบนี้เลย เป็นเจ้าหญิงมีคนทำให้หมดถุงเท้า ม.6 ยังยื่นเท้าให้เขาใส่อยู่เป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองค่ะ

เราวีนเหวี่ยงที่บ้านไหม

อ้อม พิยดา : เหลือเหรอค่ะ

 เมื่อเข้ามาสู่โลกในการทำงานในโลกของความเป็นจริงเราก็ยังพกสิ่งนี้มาไหม

อ้อม พิยดา : …

 ตอนนั้นคือดื้อมากโดนเรียกไปดุแบบตรงๆไหม

อ้อม พิยดา : เรียกตลอดค่ะ พี่บอย พี่ป้อน เขาเลยพูดกับอ้อมอยู่วันหนึ่งว่าเธอจำไว้นะว่าเธอต้องไม่ลืมว่าเธอโชคดีขนาดไหน ที่เธอมีทุกวันนี้ได้คนอื่นเขาไม่ได้ ได้ทุกอย่างมาง่ายๆเหมือนเธอ เธอมีบารมีพ่อ

คนที่เอาแต่ใจแบบนี้เวลามีความรักเป็นยังไง

อ้อม พิยดา : ไม่เจ้าชู้ ถ้ามีแฟนก็มีแฟน แต้ถ้าไม่มีแฟนก็หลายคนอยู่

 ดีนะยุคนั้นไม่มีโซเชียลนะ

นาวา : ถ้ามีโซเชียลก็ต่ายเลยค่ะ

 ก่อนหน้านั้นก็จะมีหนุ่มๆในวงการจีบเป็นแถว

อ้อม พิยดา : มีค่ะ คนอื่นๆที่เป็นอดีตของเราก็จะเป็นตามข่าวคุณลูกก็จะรู้เพราะเขาเข้าไปหาใน Google แล้วเจอ

สิ่งที่ปักหมุดไว้

อ้อม พิยดา : ดิฉันไม่อยากมีลูหกก คิดเองว่าถ้าวันหนึ่งเราตายไปแล้วลูกยังไม่โตแล้วใครจะเลี้ยงลูกได้ดีเท่าเรา

ความรู้สึกที่ว่าไม่อยากมีลูก ความรู้สึกนี้หายไปไหมตอนเจอ พี่อาท

อ้อม พิยดา : วันหนึ่งเราก็ไปดำน้ำกันปกติกับพี่อาทแล้วมันเกิดเหตุการณ์แอคซิเดนขึ้น วันที่เราจะตาย

ปกติ นาวา จะเป็นคนที่คุยกับคุณพ่อ คุณแม่ทุกเรื่องไหม

นาวา : ทุกเรื่องเลยค่ะ

แล้วมีใครมาจีบไหม แล้วเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังไหม

นาวา : มีบ้างค่ะ เล่าค่ะ พ่อก็มีหวงนิดนึงค่ะ

อ้อม พิยดา : อ้อมก็มีพูดกับเขาเหมือนกันว่าหรือว่าเราจะลองคุยไหม เราก็เลยถูกลูกว่าเป็นแม่อะไรเนี่ย ไม่คุยก็ดีแล้ว

นาวา : แม่คนอื่นเขาจะห้าม แต่แม่คนนี้ยุ

 แต่มีช่วงที่ นาวา รู้สึกว่าบางทีอยากจะมีความรักดูบ้าง

นาวา :เพื่อนโดนอกหัก นาวา อยากรู้ว่าโดนอกหักแบบเพื่อนขนาดนั้นเป็นยังไง

อ้อม พิยดา : ลูกก่อนจะอกหักต้องมีแฟนก่อน

คุณแม่ก็ดูแลมากๆแทบทุกส่วนในช่วงหนึ่งเกิดการละเลยขึ้น

นาวา : ตอนนั้นเหมือนแม่ไม่สนใจ นาวา เท่าไหร่ค่ะ เหมือนแม่ลืมไป

อ้อม พิยดา :คุณพิศาล เสียเลยเคว้งคว้างเลย ละเลยเขาว่าการเอาเข้านอนไม่ อ้อม ก็พี่อาท ก็จะต้องเป็นคนเอาเขาเข้านอน วันนั้นพ่อแม่หายหมดเขาเลยอยู่กับพี่เลี้ยงจนมีวันหนึ่งเขาก็ไปถามยายเขา

นาวา : คิดถึงตาเปี๊ยกไหม

อ้อม พิยดา : ยายเขาก็บอกว่าต้องคิดถึงสิลูกแต่วันหนึ่งเราก็ต้องก้าวข้ามความรู้สึกเสียใจไป ยาย ยายเก่งจังเลยไม่เหมือนแม่จ๋าเลยเสียใจจนลืม นาวา ไปแล้ว เราก็ตกใจตื่นจากภวังค์ขึ้นมาหันมาหาเขาแล้วก็มานั่งคิดว่า ฉันลืมลูกฉันไปเลย

แฟนเพลงร่วมอาลัย คุณแม่ ‘อัสนี-วสันต์’ จากไปตั้งแต่คอนเสิร์ตวันแรก

11 กันยายน 2569 เวลา 08:13 น.

เกิดข่าวเศร้าในแวดวงบันเทิงขึ้นอีกครั้ง เมื่อเหล่าบรรดาแฟนเพลงต่างร่วมส่งใจอาลัยต่อการสูญเสียครั้งใหญ่ของสองร็อกเกอร์ระดับตำนาน ป้อม อัสนี โชติกุล และ โต๊ะ วสันต์ โชติกุล ซึ่งเมื่อวานนี้ 10 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊กดังอย่าง เก้ากระบี่เดียวดาย ออกมาแจ้งข่าวเศร้าว่า อาจารย์จารุนีล์ โชติกุล คุณแม่ผู้เป็นที่รักยิ่งของสองพี่น้องได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ท่ามกลางความเศร้าโศกของครอบครัวและคนใกล้ชิด ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “ขอแสดงความเสียใจ​กับการสูญเสียคุณแม่​ ของ​พี่ป้อม​ อัสนี​ และ​ พี่โต๊ะ​ วสันต์​ ด้วยขอรับ”

อัสนี วสันต์

ขณะเดียวกันทางเพจเฟซบุ๊กแฟนคลับอย่าง อัสนีวสันต์ (@AsaneeWasanFanclub) ก็ได้ร่วมโพสต์ภาพกำหนดการพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและพิธีพระราชเพลิงศพข้อความแสดงความอาลัยไว้อย่างบีบหัวใจว่า “ขอแสดงความเสียใจกับพี่ป้อม พี่โต๊ะ อัสนี – วสันต์ โชติกุล ต่อการจากไปของคุณแม่จารุนีล์ โชติกุล ขอกราบส่งคุณแม่สู่สุคติบนสรวงสวรรค์ครับ”

ซึ่งใรขณะเดียวกันมีการรายงานจากกลุ่มแฟนคลับ อัสนี วสันต์ ระบุว่า คุณแม่ของทั้งสองคน เสียชีวิตในวันแรกของการแสดงคอนเสิร์ตล่าสุดด้วย ทำเอาหลายคนพากันมอบกำลังใจให้อย่างมากมาย

อัสนี วสันต์

และสำหรับพิธีทางศาสนา ได้กำหนดจัดขึ้น ณ ศาลา 2 วัดศรีสุทธาวาส (พระอารามหลวง) อ.เมืองเลย จ.เลย มีกำหนดการดังนี้

วันที่ 12 กันยายน

– เวลา 16.00 น. พิธีรดน้ำศพ

– เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

– เวลา 18.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม


วันที่ 13 – 14 กันยายน

– เวลา 18.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม


วันที่ 15 กันยายน

– เวลา 10.00 น. พิธีสวดพระพุทธมนต์ 10 รูป และถวายภัตตาหารเพล

– เวลา 12.30 น. เชิญหีบเวียนเมรุ

– เวลา 13.00 น. แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์

– เวลา 15.00 น. ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ

อัสนี วสันต์

หลังจากที่โพสต์องเพจเฟซบุ๊กแฟนคลับ อัสนีวสันต์ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความไว้อาลัยกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“ขอแสดงความเสียใจกับพี่ป้อม และพี่โต๊ะ และครอบครัวโชติกุลด้วยนะคะ ขอร่วมอธิษฐานส่งคุณแม่ของพี่สองคนสู่สุขคติภพภูมิที่สงบงดงามนะคะ
ขอบคุณพี่ๆทั้งสองด้วยนะคะที่ส่งมอบความสุขผ่านเสียงเพลงและดนตรีสู่ผู้รับชมทั่วประเทศแม้ในเวลาที่ยากลำบาก ขอบคุณค่ะ ขอบคุณในมืความมืออาชีพ ส่งกำลังใจให้ครอบครัวโชติกุล ค่ะ”

“ขอแสดงความเสียใจ และนับถือหัวใจ+ความเข้มแข็งของพี่ทั้งสองที่ทำหน้าที่เต็มที่จนจบอย่างสวยงาม ขอให้คุณแม่รับรู้ว่าลูกทั้งสองของคุณแม่ได้สร้างความสุขแก่แฟนคลับนับแสนล้านคน
และขอให้คุณแม่สู่สุขคติ ภพภูมิที่ดีตลอดกาลค่ะ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ”

“ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว โชติกุล ด้วยค่ะ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะพี่ป้อม พี่โต๊ะ”

“ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวด้วยค่ะ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วย”

“ขอแสดงความเสียใจกับพี่ป้อม พี่โต๊ะ และครอบครัวด้วยนะคะ ขอร่วมอธิษฐานส่งคุณแม่สู่สุขคติภพที่สงบงดงามนะคะ
ขอบคุณพี่ๆทั้งสองด้วยนะคะที่มอบความสุขผ่านเสียงเพลงและดนตรีสู่ผู้รับชมทั่วประเทศแม้ในเวลาที่ยากลำบาก พี่ป้อมและพี่โต๊ะคือมืออาชีพที่แท้จริง “

“ขอแสดงความเสียใจด้วย ครับ.”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ”

อัสนี วสันต์
อัสนี วสันต์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เก้ากระบี่เดียวดาย, เฟซบุ๊ก อัสนีวสันต์

“แพนเค้ก เขมนิจ” รำบวงสรวง พิธีสมโภชพระธาตุเจดีย์สีวลีนาคปรก วัดหัวดอน

10 กันยายน 2569 เวลา 21:22 น.

นางเอกสาวมากฝีมือ “แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์” เดินทางไปร่วมงานบุญใหญ่ในพิธีสมโภชพระธาตุเจดีย์สีวลีนาคปรก และพิธีบวงสรวงท้าววิรูปักโขนาคราช ณ วัดหัวดอน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

ภายในงาน แพนเค้ก ได้ปรากฏตัวในชุดไทยประยุกต์สุดงดงาม พร้อมร่ายรำถวายหน้าองค์พระธาตุเจดีย์ด้วยท่าทางอันอ่อนช้อย นอบน้อม และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา สร้างความประทับใจให้แก่ชาวบ้านและผู้ร่วมงานในพิธีเป็นอย่างมาก โดยมีคุณแม่แพมและสารวัตรหมี สามีสุดที่รัก คอยดูแลและส่งกำลังใจให้อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งงาน

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี เจ้าตัวได้โพสต์ภาพบรรยากาศสุดประทับใจลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว (@khemanito) พร้อมแคปชันระบุว่า “ด้วยพลังศรัทธา ได้มีโอกาสรำถวาย พิธีสมโภชพระธาตุเจดีย์สีวลีนาคปรก วัดหัวดอน จังหวัดนครพนมค่ะ ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านนะคะ” ซึ่งก็มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาร่วมอนุโมทนาบุญและชื่นชมความงดงามกันอย่างล้นหลาม

ประมวลภาพสุดประทับใจ ‘อัสนี–วสันต์’ FAREWELL CONCERT สมศักดิ์ศรีตำนานร็อกไทย!

10 กันยายน 2569 เวลา 17:48 น.

ปิดฉากลงอย่างงดงามและเต็มไปด้วยความประทับใจ สำหรับ FAREWELL CONCERT อัสนีและวสันต์ “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย . .” โดย หนีกรุง คอนเน็ค คอนเสิร์ตอำลาครั้งสำคัญของสองศิลปินระดับตำนาน “ป้อม–อัสนี โชติกุล” และ “โต๊ะ–วสันต์ โชติกุล” ซึ่งจัดขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ท่ามกลางแฟนเพลงที่เดินทางมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ และส่งเสียงร้องเพลงไปด้วยกันอย่างอบอุ่นตลอดทุกรอบการแสดง

ตลอดเส้นทางดนตรีกว่า 4 ทศวรรษ อัสนี–วสันต์ได้สร้างสรรค์บทเพลงที่ผูกพันกับชีวิตและความทรงจำของผู้คนหลากหลายรุ่น ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ บทเพลงเหล่านั้นถูกนำกลับมาถ่ายทอดอีกครั้งผ่านเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์และไลน์กีตาร์ที่คุ้นเคย อาทิ บ้าหอบฟาง, ก็เคยสัญญา, เธอปันใจ, รักเธอเสมอ, คงเดิม, กุ้มใจ, บังอรเอาแต่นอน, ลงเอย และอยากได้ยินว่ารักกัน ซึ่งแฟนเพลงต่างพร้อมใจกันร้องตามจนเสียงดังกระหึ่มทั่วทั้งฮอลล์

อีกหนึ่งความพิเศษของคอนเสิร์ต คือการรวมตัวของศิลปินรับเชิญต่างรุ่นที่มาร่วมเติมเต็มเรื่องราวและสร้างสีสันให้แต่ละรอบการแสดง เริ่มจาก นิ่ม สีฟ้า นักแต่งเพลงชื่อดังของไทย ผู้ร่วมถ่ายทอดบทเพลงด้วยเสียงร้องที่คุ้นเคย พร้อมด้วยศิลปินชื่อดังแห่งยุค 90 อย่าง อ้อม–สุนิสา สุขบุญสังข์, ป๊อด–ธนชัย อุชชิน และ แพท–สุธาสินี พุทธินันทน์

ขณะเดียวกัน ยังมีสองศิลปินรุ่นใหม่อย่าง เจฟ ซาเตอร์ และ อิ้งค์–วรันธร เปานิล ที่นำเอกลักษณ์และพลังทางดนตรีในแบบของตนเองมาร่วมเชื่อมโยงบทเพลงของอัสนี–วสันต์ให้เข้าถึงผู้ฟังข้ามรุ่น ก่อนปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่ในรอบสุดท้ายกับ หนุ่ย–อำพล ลำพูน ศิลปินร็อกระดับตำนาน ตู่–นันทิดา แก้วบัวสาย นักร้องหญิงเสียงคุณภาพ ซึ่งร่วมกันสร้างช่วงเวลาพิเศษและความทรงจำอันงดงามบนเวทีส่งท้ายครั้งนี้ ทุกช่วงของการแสดงเต็มไปด้วยความสนุกและความเป็นกันเองในแบบที่แฟนเพลงคุ้นเคย ทั้งเสียงกีตาร์อันทรงพลัง โดยเฉพาะในช่วงท้าย เมื่อแฟนเพลงทั่วทั้งฮอลล์ร่วมกันส่งเสียงร้องเพื่อบันทึกค่ำคืนสำคัญนี้ไว้ในความทรงจำ

FAREWELL CONCERT ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปิดฉากการแสดงคอนเสิร์ต แต่เป็นการบอกเล่าถึงการเดินทางบนเส้นทางดนตรีของสองพี่น้องผู้สร้างบทเพลงที่เติบโตกับคนไทยมานานกว่า 40 ปี แม้เสียงดนตรีบนเวทีจะสิ้นสุดลง แต่บทเพลงของอัสนี–วสันต์จะยังคงเดินทางต่อไป และ FAREWELL CONCERT อัสนีและวสันต์ “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย . .” จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่อยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงตลอดไป