ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี
http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07024151058&srcday=2015-10-15&search=no
| วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 383 |
คลินิกค้ำประกัน
โดย มิสเตอร์ บสย.
ดอกเบี้ยต่ำ “ค้ำประกัน…ฟรี”
สวัสดีครับ ผู้ประกอบการ SMEs และ แฟนคลับ “เส้นทางเศรษฐี” ทุกท่านครับ ฉบับนี้ ผมจั่วหัวเรื่อง “ดอกเบี้ยต่ำ ค้ำประกัน…ฟรี” ก็เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับ SMEs ทุกท่านครับ
มาตรการล่าสุดที่ออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่กำลังฮอตฮิตคือ เงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ และ ค้ำประกัน…ฟรี ภายใต้แนวนโยบายของ ท่านดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จึงกลายเป็นแคมเปญที่โดนใจฝุดๆ กันเลยล่ะครับ แต่หลายคนก็ยังมีความสับสนอยู่บ้างครับ ผมจึงขออธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจเพิ่มขึ้นครับ
รัฐบาลมีมาตรการช่วยผู้ประกอบการ SMEs 2 ส่วนคือ 1. เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยมีธนาคารออมสินเป็นแกนหลัก ปล่อยวงเงินให้กับธนาคารพาณิชย์ไปดำเนินการปล่อยกู้ให้กับ SMEs โดยมีเงื่อนไข ต้องคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 4% ต่อปี (หมดเขต วันที่ 31 ธันวาคม 2558) และ 2. การค้ำประกันสินเชื่อ ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 (ปรับปรุงใหม่) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 กันยายน 2558 บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อ ให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ขอสินเชื่อจากธนาคาร มีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 1 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลรับภาระจ่ายค่าธรรมเนียมแทนผู้ประกอบการ SMEs (แบบขั้นบันได) ต่อเนื่อง 4 ปี โดยปีแรก “ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน” (หมดเขต วันที่ 30 มิถุนายน 2559)
จะเห็นว่าทั้ง 2 ส่วนนี้ แยกกันระหว่างการ “เงินกู้ซอฟต์โลน” ซึ่งรัฐบาลให้การช่วยเหลือในเรื่องดอกเบี้ยสินเชื่อ กับ “การค้ำประกันสินเชื่อ” ซึ่งช่วยในด้านหลักประกันการกู้เงินของผู้ประกอบการ SMEs
โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุมัติเงินกู้ซอฟต์โลน ในโครงการนี้ ธนาคารเป็นผู้พิจารณา โดย 1. ไม่สามารถนำไปใช้รีไฟแนนซ์หนี้ก้อนเดิมได้ 2. ธนาคารสามารถพิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้ผู้กู้ที่เป็นเอ็นพีแอลสามารถกู้ได้ด้วยแต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร 3. ระยะเวลาการขอใช้บริการสินเชื่อสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2558
สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 (ปรับปรุงใหม่) ตามมติ ครม. วันที่ 8 กันยายน 2558 ของ บสย. วงเงินค้ำประกันรวม 1 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1. บสย. เปิดกว้างสำหรับธนาคารทุกธนาคารที่ร่วมลงนามกับ บสย. และสามารถร่วมได้กับทุกแพ็กเกจสินเชื่อ
2. รัฐบาลสนับสนุน โดยจ่ายค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการ SMEs 4 ปี (แบบขั้นบันได) คือ ปีแรก ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ ส่วนในปีที่ 2-4 ผู้ค้ำประกันจ่ายค่าธรรมเนียมเพียงบางส่วน เพื่อลดภาระต้นทุน ให้กับผู้ประกอบการ
3. โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาค้ำประกัน 7 ปี และสิ้นสุดการรับคำขอค้ำประกันในวันที่ 30 มิถุนายน 2559
ดังนั้น หากผู้ประกอบการ SMEs ต้องการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 4% แต่ขาดหลักประกัน โดยให้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อและรัฐบาลรับภาระจ่ายค่าธรรมเนียมให้ในปีแรก สามารถติดต่อธนาคารได้เพื่อสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร โดยการยื่นขอสินเชื่อซอฟต์โลน จะสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2558
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะพ้นกำหนด ผู้ประกอบการ SMEs ก็ยังสามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อประเภทอื่นๆ ของธนาคารต่างๆ ได้ และยังสามารถขอรับคำขอการค้ำประกันสินเชื่อจาก บสย. ได้ ภายใต้เงื่อนไข ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันปีแรก และจ่ายเบาๆ ในปีที่ 2-4 ได้ครับ แต่ต้องยื่นคำขอค้ำประกันสินเชื่อภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2559 นะครับ
ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการ SMEs ครับ และหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ SMEs ในการเข้าถึงแหล่งทุน โดยมีรัฐบาลช่วยด้านดอกเบี้ยสินเชื่อ ซอฟต์โลน 4% และการช่วยเหลือด้านหลักประกัน โดยมี บสย. เป็นเครื่องมือรัฐ ทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อ
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประกอบการยังได้รับประโยชน์ถึง 2 เด้ง จากโครงการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ซึ่งสามารถใช้ร่วมกันได้กับทุกแพ็กเกจสินเชื่อของธนาคารที่ร่วมลงนาม จากวงเงินค้ำประกันที่รัฐบาลให้มา ถึง 1 แสนล้านบาทครับ